เรวัต วิศรุตเวช หารือเรื่องฝุ่นละอองพีเอ็ม ๒.๕ (PM ๒.๕) และเรียกร้องการดำเนินการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองพีเอ็ม ๒.๕ (PM ๒.๕) ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน
ท่านประธานครับ ดับเบิลยูเอชโอ (WHO) ออกมาเตือนอย่างนี้ครับ ออกมาเตือนว่ามลพิษทางอากาศทำให้คนเสียชีวิตก่อนวัย อันควรประมาณปีละ ๗ ล้านคน ดับเบิลยูเอชโอ (WHO) แนะนำค่าเฉลี่ยที่เหมาะสมใน ๒๔ ชั่วโมง ของพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) อยู่ที่ ๒๕ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร วันนี้ค่าเฉลี่ยกรุงเทพมหานคร อยู่ที่ประมาณ ๑๐๐-๑๕๐ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยที่เหมาะสมประมาณ ๔-๖ เท่า เมื่อวันที่ ๗ มกราคม ที่ผ่านมาที่ประเทศไทยถูกจัดให้เป็นประเทศที่มีค่าฝุ่นสูงเป็นอันดับ ๗ ของโลก โดยมีค่าพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) อยู่ที่ ๙๘.๘ คือเกือบ ๑๐๐ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และค่าเอคิวไอ (AQI) เอคิวไอ (AQI) เท่ากับ ๑๗๓ เอคิวไอ (AQI) ย่อมาจากแอร์ ควอลิตี อินเด็กซ์ (Air Quality Index) เป็นดัชนีชี้วัดตัวสารพิษ ๖ ตัว ซึ่งมีตัวฝุ่น ๒ ตัวคือพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) และพีเอ็ม ๑๐ (PM 10) และมีแก๊สอยู่ ๔ ตัวคือโอโซน คาร์บอนมอนอกไซด์ (Carbon Monoxide) ไนโตรเจนไดออกไซด์ (Nitrogen Dioxide) ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (Sulfur Dioxide) มันจึงเป็นตัวชี้วัดคุณภาพของอากาศ ซึ่งในประเทศไทยประมาณที่ ๑๗๓ ถือว่าเป็นอันตราย ถ้าค่าเกิน ๑๐๐ ก็เป็นอันตรายแล้ว ท่านประธานครับ ในขณะที่ประเทศไทยยังไม่มีมาตรการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ขอยกตัวอย่าง ในต่างประเทศที่เขาทำอะไรกันบ้างครับ ในประเทศจีนในปี ๒๐๑๕ กรุงปักกิ่งมีปัญหามลพิษ ในอากาศสูงมาก และมีผู้เสียชีวิตมากกว่า ๑.๖ ล้านคนต่อปี รัฐบาลจีนได้ดำเนินการดังนี้ คือมีแผนระยะเวลา ๕ ปีในพื้นที่ที่มีระดับมลพิษสูงสุดโดยเฉพาะในฤดูหนาว โดยจำกัดการ ใช้ถ่านหินทั่วประเทศ โดยให้กรุงปักกิ่งลดการใช้ถ่านหินให้ได้ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ภายในปี ๒๐๑๘ จำกัดการผลิตเหล็ก อะลูมิเนียม ปิดโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่หลายโครงการ ตั้งหน่วยงาน คุ้มครองสิ่งแวดล้อมใหม่ และในปี ๒๐๑๙ รัฐบาลจีนได้ออกแผนจัดการมลพิษทางอากาศใหม่ มีระยะเวลาดำเนินงาน ๓ ปี เรียกว่า ทรี แอกชัน แพลน ฟอร์ วินนิง บลู สกาย วอลล์ (Three action plan for winning blue sky wall) โดยมีเป้าหมายเพื่อลดการปล่อยก๊าซทั้งหมดที่อยู่ ในดัชนีเอคิวไอ (AQI) ที่ผมได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ ไม่ใช่เพียงแต่ควบคุมพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เท่านั้น แต่ว่าดูเอคิวไอ (AQI) ซึ่งเป็นมลพิษทางอากาศทั้งหมด รวมทั้งมีการยกเลิกการผลิต พลังงานด้วยถ่านหินและหันมาลงทุนด้านพลังงานสะอาด ส่งเสริมอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อม นอกจากนี้แล้วรัฐบาลจีนยังตั้งเป้าที่จะใช้พลังงานหมุนเวียนให้ได้ร้อยละ ๓๐ ภายในปี ๒๐๓๐ พลังงานสะอาดร้อยละ ๓๐ เช่นเดียวกันครับ ประเทศเกาหลีใต้ก็มีการจัดการ เช่นเดียวกันครับ แล้วก็อีกหลายประเทศทุกคนมีมาตรการกำหนดแผนมีเป้าหมายชัดเจน ผมเพียงแต่ยกตัวอย่างครับท่านประธาน จะเห็นว่าทุกประเทศมีมาตรการที่เข้มงวดจริงจัง มีการกำหนดเป้าหมาย มีแอกชันแพลน (Action plan) ว่าจะดำเนินการอะไรบ้างในระยะเวลา เท่าไร ท่านประธานครับ ผมยกตัวอย่างประเทศต่าง ๆ ว่าเขามีแผนแล้วก็มีกำหนดการ มีระยะเวลาในการทำแอกชันแพลน (Action plan) ต่าง ๆ ซึ่งประเทศไทยก็ไม่จำเป็นต้องไป เลียนแบบทุกอย่างละครับ เพราะว่าเราสามารถที่จะมีมาตรการที่เหมาะสมกับประเทศของเรา ตามบริบทแบบของเรา แต่ที่ผ่านมารัฐบาลไม่ได้ทำอะไร จนกระทั่งเกิดวิกฤติซ้ำอีก ทั้ง ๆ ที่เคย เกิดวิกฤติมาแล้วเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ แต่วันนี้แอกชันแพลน (Action plan) อะไรบ้าง ไม่มีครับ มีเป้าหมายอะไรบ้าง ไม่มีครับ มีกำหนดแผนอะไรที่ชัดเจนจริงจัง ไม่มีเลยครับ ปล่อยปละละเลยจนกระทั่งเกิดวิกฤติรอบใหม่ในครั้งนี้ ท่านประธานครับ เพราะด้วยเหตุผล ทั้งหมดนี้ที่อภิปรายมาเรื่องพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ที่ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านสุขภาพในระยะสั้นและระยะยาว อาจจะส่งผลกระทบต่อเนื่อง ต่อประเทศไทยในหลายมิติ เช่น เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ตลอดจนความมั่นคงทางสุขภาพ ของประชาชน อันเป็นความมั่นคงพื้นฐานของมนุษย์ที่รัฐพึงบริหารจัดการให้แก่ประชาชน ตามหลักสากล ผมจึงขอเสนอญัตติด่วนเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาการแก้ปัญหาฝุ่นละอองพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ที่เป็นพิษต่อสุขภาพ ของประชาชนตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๕๐ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ