ศรัณย์ ชี้ปัญหาฝุ่นละอองจากหลายแหล่ง หนุนแผนระยะยาวแทนผลักภาระ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๒๒ มกราคม ๒๕๖๓

ศรัณย์ ทิมสุวรรณ หารือปัญหามลพิษหลากหลายมิติ ทั้งจากการเผาอ้อยในจังหวัดเลยที่ต้องไม่ผลักภาระให้เกษตรกรเพียงฝ่ายเดียว การปล่อยมลพิษจากรถยนต์ดีเซลอายุยาวในกรุงเทพฯ ที่ต้องเร่งปรับมาตรฐานและส่งเสริมการใช้รถไฟฟ้า รวมถึงมลพิษฝุ่นละออง PM 2.5 จากโรงงานอุตสาหกรรมและโรงไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น พร้อมเตือนถึงผลกระทบจากไฟป่าต่างประเทศ โดยเฉพาะออสเตรเลียที่อาจส่งควันเข้ามาในไทย จึงเรียกร้องให้รัฐบาลมีแผนรับมือทันทีและไม่รอการตั้งกรรมาธิการ พร้อมเสนอให้นำข้อคิดเห็นจากการประชุมมาใช้ช่วยประชาชนอย่างเร่งด่วน

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทยครับ ต้องขอบคุณที่อนุญาตให้อภิปราย ในวันนี้ เพื่อน ๆ สมาชิกได้อภิปรายถึงสาเหตุและต้นเหตุมาก็เป็นเวลานานแล้ว เพราะฉะนั้น ผมก็จะขอเวลาไม่นาน แต่ว่าจะขอเสนอแล้วก็จะแนะนำในส่วนของแต่ละข้อที่เป็นจุดเริ่มต้น ของปัญหาที่กำลังเจออยู่ในตอนนี้ อย่างแรกการเผาในที่โล่งหรือการเผาทางด้านเกษตรกรรม อันนี้ต้องบอกว่าเป็นปัญหาที่มีปัญหาต่อกันมานาน เพราะเรียกได้ว่าเป็นวิถีชีวิต ซึ่งการที่ รัฐบาลมองเห็นนั้นผมเชื่อว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่ผมคิดว่าการที่จะผลักภาระไปให้ประชาชน โดยการที่บอกว่าปีนี้คุณห้ามเผา ยกตัวอย่างในจังหวัดเลย ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีการปลูกอ้อยเยอะ คุณจะห้ามให้เผาอ้อยเฉย ๆ ผมคิดว่ามันเป็นการผลักภาระให้ประชาชนมากเกินไป สิ่งที่คุณ ต้องทำคือคุณต้องมีแผนที่จะแก้ไขในระยะยาว มันเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่คุณต้องปรับ โครงสร้างการทำเกษตรกรรมของพ่อแม่พี่น้อง เพราะฉะนั้นสิ่งที่ต้องทำท่านประธานคือ รัฐบาลต้องวางแผนในการช่วยประชาชนในการปรับพื้นที่เพื่อที่จะได้สามารถใช้เครื่องจักร ในการตัดอ้อยได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องเผา โดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้คน อันนี้คือสิ่งที่ผมเชื่อว่าจะ เป็นการแก้ปัญหาในระยะยาวที่จะทำให้คนไม่ต้องเผาอ้อย ทั้งชาวไร่แล้วก็ทั้งโรงงานก็ไม่ต้องการ อ้อยเผา อ้อยในประเทศไทยตอนนี้ทั้งประเทศมีโรงงานอยู่ประมาณ ๕๐ กว่าโรงงานแย่งอ้อยกัน เพราะฉะนั้นไม่มีทางที่โรงงานจะไม่รับอ้อยเผาได้ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ต้องเข้าใจโรงงานด้วย แต่ว่า แผนการในระยะยาวเราสามารถช่วยกันแก้ไขได้ การช่วยกันปรับพื้นที่ให้ชาวไร่สามารถเอา รถตัดไปตัดได้จะเป็นวิธีที่ถูกต้องในการลดปริมาณอ้อยเผา อันนี้ก็ยกตัวอย่างปัญหาเรื่องการ เผาในที่โล่ง

เรื่องต่อไปก็คือเรื่องเครื่องยนต์ดีเซล ยานพาหนะต้องบอกว่าประเทศไทย มียานพาหนะเยอะมาก โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครและส่วนใหญ่ก็เป็นเครื่องยนต์ดีเซล และมีอายุการใช้งานที่เยอะ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราจะต้องแก้ไขผมคิดว่านโยบายมาตรการ ที่ทางรัฐบาลออกมาในการจำกัดแล้วก็การควบคุมการเช็ก (Check) สภาพเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่ไม่ใช่การแก้ปัญหาในระยะยาว เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านสมาชิกหลาย ๆ ท่านได้พูดไปแล้ว การใช้มาตรฐานไม่ว่าจะเป็นยูโร ๔ (EURO 4) ยูโร ๕ (EURO 5) ยูโร ๖ (EURO 6) เป็นสิ่งที่ เราต้องปรับใช้ และในอนาคตเราต้องผลักดันให้เกิดสังคมที่เราผลักดันไปสู่การใช้รถไฟฟ้า หรืออีวี (EV) เช่นเดียวกับประเทศจีน ต้องขอเรียนอย่างนี้ครับว่าปัญหาฝุ่นละอองเป็นปัญหา ที่ไม่สามารถแก้ไขในเร็ววัน ในปี ๒ ปีไม่มีทางแก้ได้ แล้วก็เป็นปัญหาที่แพงเป็นปัญหาที่ต้อง ใช้งบประมาณสูงในการแก้ไข ประเทศจีนใช้เวลาหลายปีกับงบประมาณอีกหลายล้านล้านบาท เพื่อที่จะแก้ไขปัญหา ปัญหาลดลงมาแต่ก็ยังไม่อยู่ในมาตรฐานของดับเบิลยูเอชโอ (WHO) เพราะฉะนั้นเราสามารถทำตามได้ เราสามารถผลักดันการใช้รถอีวี (EV) ได้ตั้งแต่ตอนนี้ครับ ตอนนี้หลาย ๆ ประเทศเริ่มผลักดันแล้ว เพราะฉะนั้นเราก็ควรที่จะเตรียมตัวในการปรับตัว เข้าหาสิ่งเหล่านี้

ต่อไปก็คือโรงไฟฟ้าแล้วก็โรงงานอุตสาหกรรม ต้องเรียนว่าโรงไฟฟ้าและ โรงงานอุตสาหกรรมนั้นมีกฎหมายควบคุมอยู่แล้ว แล้วก็การผลิตหรือว่าโรงงานอุตสาหกรรม นั้นส่งผลกับค่าพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ไม่มาก แต่ว่ามันมีประเด็นอยู่ก็คือในช่วงปี ๒๕๕๙ มีประกาศคำสั่งฉบับหนึ่งที่อาจจะมีผลทำให้โรงงานเกิดมากขึ้น เพราะฉะนั้นการที่โรงงานผลิต พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) แม้ว่าจะอยู่ภายในแสตนดาร์ด (Standard) หรือว่าอยู่ภายในค่ากำหนด ที่จะไม่เกิน แต่การที่โรงงานเกิดขึ้นมาก ๆ ในช่วงเวลาสั้น ๆ ก็ทำให้เกิดพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ที่ตกค้างอยู่ในอากาศ นอกจากนี้อย่างที่ท่านสมาชิกหลายท่านพูดไปแล้วพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ไม่ใช่แอร์พอลลูชัน (Air Pollution) หรือไม่ใช่สารพิษตัวเดียวที่เกิดจากโรงงาน การสันดาปจากการทำกิจกรรม ต่าง ๆ ของโรงงานยังมีสารอื่น ๆ ที่ก่อให้เกิดพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ได้ในอนาคต ซึ่งอาจจะ เป็นสิ่งที่เรายังไม่มีข้อกำหนดที่ชัดเจนมากพอ

ต่อไปผมก็จะขออีกหัวข้อหนึ่งก็คือการที่เป็นปัจจัยที่ส่งผลกับเราแต่ว่าเรา ไม่สามารถควบคุมได้ อย่างเช่นที่สมาชิกหลายท่านบอกว่าการเผาในต่างประเทศ อันนี้ก็เป็น สิ่งที่เราเห็นได้ชัด แล้วก็มีอีกอย่างหนึ่งที่หลายท่านอาจจะยังไม่ได้พูดถึงก็คือเรื่องไฟป่า ที่ประเทศออสเตรเลีย ผมเชื่อว่าทุกท่านทราบ ตอนนี้ควันของไฟป่าจากประเทศออสเตรเลียนั้น ตอนนี้กำลังลอยอยู่ยังไม่ได้หายไปไหน ตอนนี้ไฟป่าของประเทศออสเตรเลียกำลังลอย ตามกระแสลมนาซ่า (NASA) เองก็ได้มีการวิเคราะห์เส้นทางลมแล้วว่าจะวนรอบโลกแล้วก็ กลับไปที่ประเทศออสเตรเลียอีกครั้ง เพราะฉะนั้นก็มีโอกาสที่จะผ่านเข้ามาที่ประเทศไทย ผมจึงอยากฝากให้คณะรัฐมนตรีเตรียมความพร้อมที่จะรับกับปัญหานี้ด้วย มันไม่ใช่ปัญหา ที่เกิดในประเทศเรา แต่ว่าเราจะได้รับผลจากมันเต็ม ๆ

ขออีกนิดเดียวนะครับท่านประธาน ก็คือเรื่องมาตรการที่ทางคณะรัฐมนตรี ได้ประกาศทั้ง ๑๒ ข้อ ต้องเรียนอย่างนี้ครับว่าทั้ง ๑๒ ข้ออ่านไปแล้วก็ดูว่าน่าจะพอช่วย แบ่งเบาปัญหาได้ในตอนนี้ แต่ก็มีจุดหนึ่งที่ทำให้เราสงสัยก็คือทั้ง ๑๒ ข้อนั้นมันดูเหมือนเป็น การผลักภาระให้ประชาชนมากเกินไป คุณบอกว่าตรวจสภาพรถ คุณบอกว่าจำกัดการใช้รถ คุณบอกว่าคุณจะตรวจควันดำ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่สมควรทำ ผมไม่ได้ไม่เห็นด้วย เพียงแต่ เราต้องการสิ่งที่เรารู้สึกว่ารัฐบาลทำอะไรมากกว่าแค่บังคับให้ประชาชนมาจำกัดสิทธิของตัวเอง ยกตัวอย่างเช่นเรื่องรถเมล์ ถ้าท่านจะตรวจควันดำผมไม่แน่ใจว่าถ้าท่านตรวจทั้งกรุงเทพฯ จะเหลือรถเมล์ที่วิ่งได้กี่คัน เราจะแก้ปัญหาอย่างไร มันเหมือนการผลักภาระให้ประชาชน มากเกินไป เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่าวันนี้เราทั้งสมาชิกไม่ว่าจากฟากฝั่งไหนทั้งฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาลได้อภิปรายมาทั้งวันมีข้อเสนอแนะ มีข้อคิดดี ๆ มากมายอยากให้ฝั่งรัฐบาล นำไปเสนอกับคณะ ครม. เพราะผมเชื่อว่าคณะกรรมาธิการที่เรากำลังจะตั้งนั้นจะสามารถ ทำงานออกมาได้ดี เพียงแต่ว่าปัญหาที่เรากำลังเจอมันอาจจะไม่สามารถรอได้ไม่ว่าจะ ๓๐ วัน หรือ ๔๕ วัน เพราะฉะนั้นวันนี้มีข้อเสนอดี ๆ มากมายอยากให้เพื่อนสมาชิกช่วยนำไปบอก ถึงฝั่งรัฐบาลให้ออกมาบังคับใช้เพื่อที่จะช่วยเหลือประชาชนด้วย สุดท้ายผมก็เห็นด้วย ที่จะต้องตั้งคณะกรรมาธิการคณะนี้ครับ ขอบคุณครับ