พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ชี้ปัญหามลพิษทางอากาศจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ที่ยังแก้ไม่ได้เพราะขาดโครงสร้างอำนาจและกฎหมายรองรับ จึงเรียกร้องให้มีการจัดตั้งหน่วยงานเฉพาะด้านพร้อมกฎหมายว่าด้วยอากาศสะอาด เพื่อประสานงานทุกภาคส่วนอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเน้นย้ำให้ผู้มีอำนาจลงพื้นที่จริงเพื่อเข้าใจปัญหาอย่างลึกซึ้งและแก้ไขด้วยหัวใจ โดยเห็นว่าปัญหานี้สะท้อนความเหลื่อมล้ำทางสังคมที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ในอดีตผมเคยโดน ท่านประธานตัดเวลามาแล้ว คราวนี้ผมเลยเตรียมมา ๒ เวอร์ชัน (Version) ทั้งเวอร์ชัน (Version) ยาวแล้วก็เวอร์ชัน (Version) สั้นก็ไม่มีปัญหาอะไร ถ้าท่านประธานจะให้ผมสรุป หรือถามผมว่าทำไมปัญหาพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ยังแก้ไขไม่ได้สักทีหนึ่งผมสามารถจะตอบ ท่านประธานได้ภายในคำเดียวว่ามันคือเรื่องของโครงสร้างอำนาจ โครงสร้างอำนาจที่ผม พูดถึงนี้ หมายความว่ารัฐบาลมีมาสเตอร์แพลน (Master plan) ในการที่จะแก้ไขปัญหา พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) แต่ไม่มีอำนาจหรือ พ.ร.บ. ที่ใหม่กว่า พ.ร.บ. สิ่งแวดล้อม ปี ๒๕๓๕ ที่จะให้อำนาจในมาสเตอร์แพลน (Master plan) ในการแก้ปัญหาได้ ในขณะเดียวกันก็ไม่มี แอกชันแพลน (Action plan) อีก ฉะนั้นมาสเตอร์แพลน (Master plan) ตัวนี้มันคล้าย ๆ กับแฮม (Ham) ในแซนด์วิช (Sandwich) ที่ไม่มีขนมปังอยู่ครับ ขนมปังข้างบนที่เป็นระดับ พ.ร.บ. อากาศสะอาดที่พรรคอนาคตใหม่พยายามที่จะสร้างอยู่ เพื่อที่จะให้อำนาจในการที่จะ แก้ปัญหาพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เหล่านี้ ในขณะที่ผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผมเคยมีโอกาสเชิญอธิบดีควบคุมมลพิษมาที่กรรมาธิการ ผมอยากจะขออภิปรายให้กำลังใจท่านอธิบดีแล้วก็ข้าราชการทุกคนที่กรมควบคุมมลพิษ ตอนแรกผมมีอคติกับท่านนิดหน่อยว่าทำไมปัญหาพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ท่านถึงยังแก้ไข ไม่ได้สักทีหนึ่ง แต่พอเริ่มไล่ปัญหาไปเรื่อย ๆ ทีละเปลาะ ๆ เริ่มจากระดับภูมิภาคก่อน ข้าวโพด ที่เผาที่ประเทศพม่า อ้อยที่เผาที่ประเทศกัมพูชา ปาล์มที่เผาที่ประเทศอินโดนีเซียมาถึง ประเทศไทยทั้งหมด เขาถึงได้ใช้คำว่า วัน อาเซียน วัน เบรธ (One ASEAN One Breath) หนึ่งลมหายใจเผาที่เกาะสุมาตราถึงจังหวัดสงขลาได้ ท่านอธิบดีก็บอกผม ผมต้องไปขอความ ร่วมมือจากกระทรวงการต่างประเทศ พอระดับภูมิภาคเสร็จผมมาดูระดับประเทศอันดับที่ ๑ ๒ ๓ ๔ คืออะไรบ้าง ท่านอธิบดีบอกว่าอันดับที่ ๑ เรื่องของการเผาในอุตสาหกรรมเกษตร อันดับที่ ๒ คือเรื่องของอุตสาหกรรม อันดับที่ ๓ คือเรื่องของคมนาคม และอันดับที่ ๔ คือเรื่องของโรงงานไฟฟ้าก็ไล่ต่อไปว่าจะแก้กันอย่างไร พอบอกว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเผา อุตสาหกรรมในการเกษตร ท่านอธิบดีต้องขอความร่วมมือไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พอมาพูดเรื่องอุตสาหกรรม ท่านอธิบดีก็ต้องไปขอความร่วมมือจากกระทรวงอุตสาหกรรม พอมาพูดเกี่ยวกับคมนาคมก็ต้องไปขอความร่วมมือจากกระทรวงคมนาคม พอมาพูดเรื่อง ไฟฟ้าถ่านหินท่านอธิบดีก็ต้องไปขอความร่วมมือจากกระทรวงพลังงาน เพราะฉะนั้นท่านจะ เปลี่ยนอธิบดีอีก ๑๐ คน แต่ไม่มี พ.ร.บ. อากาศสะอาดหรือไม่มีคลีน แอร์ แอกต์ (Clean air act) เหมือนอย่างที่ต่างประเทศเขามีก็แก้ไม่ได้อยู่ดีเพราะว่าไม่มีใครที่จะให้อำนาจในการ ตัดสินใจกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปิดโรงงานที่มีกลุ่มเสี่ยง เช่น โรงงานเหล็ก โรงงาน ยางรถยนต์ โรงงานเพชรเคลม (Claim) พวกนี้ให้ชะลอกำลังการผลิตไม่มีอำนาจที่จะทำครับ ท่านอธิบดีกรมควบคุมมลพิษที่รับหน้าเสื่อและหน้าสื่ออยู่ไม่สามารถที่จะมีคำสั่งได้ แค่ขอความร่วมมือเท่านั้น ท่านจะบอกว่าหยุดเผาอ้อยระดมพลเอาแรงงานไปช่วยแล้วสั่งปิด โรงงานน้ำตาลห้ามซื้ออ้อยที่เผาซึ่งเป็น ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของทั้งหมดก็ไม่มีใครสามารถทำได้ เพราะฉะนั้นถึงต้องมี พ.ร.บ. อากาศสะอาด ต้องมีหน่วยงานสำนักงานที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม เอนไวเรนเมนทอล โพรเทกชัน เอเจนซี (Environmental protection agency) ประเทศ สวีเดนก็มีสวีดิช เอนไวเรนเมนทอล โพรเทกชัน เอเจนซี (Swedish environmental protection agency) ประเทศเดนมาร์กก็มีเดนิช เอนไวเรนเมนทอล โพรเทกชัน เอเจนซี (Danish environmental protection agency) ประเทศไทยไม่มีครับ พอไม่มีอำนาจให้ท่าน ท่านก็ไม่มีคำตอบอะไรที่ดีกว่านี้เพราะท่านมีแค่มาสเตอร์แพลน (Master plan) อย่างเดียว ไม่มีอำนาจขนาดข้างบนที่จะช่วยท่านได้ ในขณะเดียวกันรัฐบาลมีมาสเตอร์แพลน (Master plan) ก็ไม่มีแอกชันแพลน (Action plan) อีก ถ้าผมเป็นท่านนายกรัฐมนตรีพรุ่งนี้ผมจะ ตั้งวอร์รูม (War room) ทันทีเพราะ พ.ร.บ. กว่าจะผ่านใช้เวลาเป็น ๖-๗ เดือน ประชาชน คนไทยรอไม่ได้ ตั้งวอร์รูม (War room) ทันทีแล้วเอาหน่วยงานทุกกระทรวงตั้งแต่กระทรวง สาธารณสุขจนถึงกระทรวงมหาดไทยมารวมอยู่ในห้องเดียวกันแล้วบอกเลยว่าภายในกี่ปี ๆ การเผาในอุตสาหกรรมเกษตรจะต้องหมดไป จะพูดเลยทันทีว่าโรงงานไฟฟ้าที่มาจากถ่านหิน ๘ โรงเป็น ๑๑ เปอร์เซ็นต์ของพลังงานในประเทศไทยภายในปี ๒๕๘๐ ต้องไม่มีโรงงานไฟฟ้า ถ่านหินอีกต่อไปครับ รถ ขสมก. ๒,๗๐๐ คัน ๒,๐๐๐ กว่าคันเป็นรถเก่า รถเอ็นจีวี (NGV) ต้องกลับมา รถอีวี (EV) อีก ๒๐๐ คันกลับมา รถเอ็นจีวี (NGV) ๘๙ คันต้องกลับมา แน่นอน มันมีเรื่องคอร์รัปชัน มีเรื่องมหากาพย์อะไรที่ทำให้ช้าอยู่ อันนี้ผมเข้าใจดีครับ แต่ถ้าเกิดว่า ท่านสามารถที่จะวางแผนแอกชัน (Action) แล้วมีตัวเลขบอกได้เลยว่ารถ ขสมก. จะเป็นอีวี (EV) ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ผมคิดว่าทิศทางในการบริหารถึงแม้จะไม่มี พ.ร.บ. ให้อำนาจ ท่านมาก็สามารถที่จะแก้ปัญหาตรงนี้ได้ไม่มากก็น้อย
สุดท้ายถึงแม้ว่าโครงสร้างอำนาจนี้จะถูกแก้ลง พ.ร.บ. อากาศสะอาด แอกชัน แพลน (Action plan) จะมี แต่ผมคิดว่าที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านพูดมาต้องใช้วิทยาศาสตร์แก้ ใช้คณิตศาสตร์แก้ ผมว่าสำคัญกว่าทุกเรื่องคือการใช้ใจแก้ ที่ผมพูดอย่างนี้หมายความว่า ปัญหาพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ก็เป็นเรื่องของความเหลื่อมล้ำเหมือนกัน คนที่มีอำนาจอย่าง ครม. อย่างผมด้วยซ้ำไปไม่ค่อยได้รับผลกระทบจากพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เป็นปัญหาที่มองไม่ค่อยเห็น เมื่อเทียบกับมลพิษชนิดอื่น มันเป็นปัญหาที่มีผลกระทบกับสุขภาพในระยะยาวไม่ได้เห็นผล เหมือนมลพิษอื่น แล้วผู้ที่อยู่ในอำนาจรวมถึงพวกเราทุกคนด้วยก็ประชุมอยู่ในห้องแอร์ จนถึง ๓ ทุ่ม เสร็จแล้วเราก็นั่งรถส่วนตัวของเรากลับบ้าน เราไม่เคยจำเป็นที่จะต้องยืนรอ รถเมล์นาน ๆ เราไม่เคยจำเป็นที่จะต้องเดินทางกลับบ้านใช้เวลา ๔ ชั่วโมงเหมือนเวลาเฉลี่ย ของคนกรุงเทพมหานครอันดับ ๒ ของโลก อันดับ ๑ จาการ์ตา ๔ ชั่วโมง ๒๖ นาที ของกรุงเทพมหานครไป ๒ ชั่วโมง กลับอีก ๒ ชั่วโมง รวมเป็น ๔ ชั่วโมง เราไม่เคยต้องนั่งคิด ว่าจะมีเงินเหลือไปซื้อหน้ากากให้เราและลูกเราเหมือนประชาชนที่เลือกเรามา เพราะฉะนั้น เมื่อมันเป็นเรื่องของความเหลื่อมล้ำของปัญหาบางทีเราก็ต้องยอมรับว่าไม่ได้ใส่ใจกับปัญหา อย่างที่ควรเป็น ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีลองจัด ครม. สัญจรลงพื้นที่ที่มีการเผามากที่สุด ในประเทศไทยตอนนี้ ผมโทรไปถามจิสด้า (GISTDA) เร็ว ๆ นี้คิดว่าไม่จังหวัดกาญจนบุรี ก็จังหวัดลพบุรี ก็จังหวัดลำปางใน ๓ จังหวัดนี้ที่มีโรงงานถ่านหินที่มีปัญหามากที่สุดครับ ให้ท่านนายกรัฐมนตรีลองจัด ครม. สัญจรทั้งชุดลงไปในพื้นที่ ลองให้ท่านประธานสภาเชิญ ส.ส. ที่สนใจในปัญหานี้ลองไปยืนหน้าป้ายรถเมล์หน้ารัฐสภาแล้วเราลองนั่งรถเมล์ ขสมก. ลองดูสัก ๒ ชั่วโมงด้วยกันเพื่อที่จะอะไรครับ เพื่อที่จะให้เราได้ใส่ใจกับปัญหาได้มากกว่า ถ้าเราเอาตัวของเราเองไปอยู่ในปัญหาผมเชื่อว่าเราจะสามารถแก้ปัญหาได้ดีกว่านี้ ถ้าเราเป็น ผู้ที่ได้รับผลกระทบเอาใจเขามาใส่ใจเราผมเชื่อว่าเราจะใส่ใจได้มากกว่านี้แล้วเรื่องโครงสร้าง อำนาจก็จะเป็นเรื่องรองลงไป ผมขอใช้เวลาเพียงเท่านี้ครับเพราะผมเองเชื่อว่าทั้งฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาลก็เห็นด้วยกับการตั้งกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้แล้วก็เป็นเรื่องที่เราสามารถที่จะ เลื่อนขึ้นมาเป็นเรื่องด่วนให้กับพี่น้องประชาชนด้วย ผมขอคืนเวลาให้สภา ขอบคุณครับ