บัญญัติ เจตนจันทร์ หารือปัญหามลพิษฝุ่นละอองพีเอ็ม 2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง โดยเสนอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ พร้อมผลักดันการขยายเครือข่ายการตรวจวัดทั่วประเทศ การร่วมมือในระดับนานาชาติ และการเพิ่มความตระหนักรู้ในสถานศึกษาและสังคม เสนอให้มีผู้บัญชาการเหตุการณ์ในแต่ละระดับเพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเน้นความจำเป็นของกฎหมายที่เข้มงวด การวิจัยเชิงเป้าหมาย และการส่งเสริมพลังงานสะอาดเพื่อสร้างความยั่งยืนในระยะยาว
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดระยอง เขต ๒ พรรคประชาธิปัตย์ กระผมใคร่ขอโอกาสท่านประธานและเพื่อนสมาชิกอภิปราย สนับสนุนญัตติที่เพื่อนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์และเพื่อนสมาชิกแทบทุกพรรคการเมือง เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาสอบหาข้อเท็จจริงและ หาแนวทางป้องกันแก้ไขปัญหาฝุ่นขนาดจิ๋วพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) อย่างเป็นระบบครบวงจร นะครับ ท่านประธานที่เคารพ ปัญหาฝุ่นจิ๋วหรือฝุ่นขนาดเล็กพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เกิดจาก หลายสาเหตุ ส่วนใหญ่บ้านเราก็เป็นเรื่องของภาคเกษตรกรรมสืบเนื่องจากการทำการเกษตร ที่มีมาแต่สมัยโบราณก็จะมีการเผาพืชผลการเกษตรเพื่อทำการเพาะปลูกในฤดูกาลต่อไป ในภาคอุตสาหกรรมก็สืบเนื่องจากโรงงานอุตสาหกรรมที่มีการเผาไหม้เครื่องยนต์ที่ไม่สมบูรณ์ ในภาคของยานยนต์การขนส่งต่าง ๆ รถยนต์มีมากขึ้นแล้วก็เป็นพลังงานที่เผาไหม้ไม่สมบูรณ์ ก็จะเป็นแหล่งผลิตของฝุ่นขนาดจิ๋ว การก่อสร้าง การก่อสร้างก็ต้องมีปูนซีเมนต์ มีการขนส่ง วัสดุต่าง ๆ ก็เป็นแหล่งในการผลิตฝุ่นขนาดจิ๋ว ในภาคครัวเรือนการปิ้งย่างมากขึ้นแทนที่จะ เป็นการอบการต้ม อันนี้ก็เป็นแหล่งในภาคครัวเรือน ตลอดจนเรื่องของความกดอากาศ ท่านประธานครับในจังหวัดภาคเหนือเมื่อเวลาอากาศเย็นถ้าจังหวัดใดที่มีภูเขาล้อมรอบ เป็นท้องกระทะก็จะมีอากาศเย็นนั้นลอยต่ำลงมา ฝุ่นต่าง ๆ ก็ไม่ขึ้นไปสู่ที่สูงก็เป็นเหตุหนึ่ง ของฝุ่นขนาดจิ๋ว ทีนี้ทำไมใน ๒-๓ ปีที่ผ่านมาพวกเราจึงรับรู้เรื่องฝุ่นมากขึ้น ทั้ง ๆ ที่แต่ก่อน ก็มีปัญหาเรื่องนี้ ส่วนหนึ่งผมคิดว่าเกิดเนื่องจากกรมควบคุมมลพิษได้มีการติดตั้งเครื่อง ตรวจวัดระดับฝุ่นในพื้นที่ต่าง ๆ เท่าที่ทราบกรมควบคุมมลพิษก็ยังมีงบประมาณไม่เพียงพอ ก็ติดตั้งเครื่องตรวจฝุ่นจิ๋วยังไม่ครบทุกจังหวัดมีเพียงจังหวัดใหญ่ ๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็เป็น ข้อเสนอแนะที่จะต้องฝากให้กรรมาธิการวิสามัญเพื่อหางบประมาณเพื่อให้ติดตั้งเครื่องวัดฝุ่น จิ๋วในทุกจังหวัดของประเทศไทย เมื่อมีการวัดและมีการรายงานสังคมมีการตอบสนอง ผู้รู้ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นวิชาชีพที่ดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อมออกมาให้ความรู้ว่าฝุ่นขนาดจิ๋ว ไม่ใช่เพียงแต่ทำให้เกิดการระคายเคืองของจมูกและหลอดลม อนุภาคของเขาเล็กมาก สามารถเล็ดลอดเยื่อบุปอดทะลุเข้ามาที่หลอดเลือดขนาดจิ๋วในปอดแล้วก็ทะลุเข้าไปไหลเวียน อยู่ในกระแสเลือดเข้าไปในสมอง เข้าไปในกล้ามเนื้อหัวใจ อวัยวะต่าง ๆ ที่มีการไหลเวียนเลือด ฝุ่นต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะไปขัดขวางแล้วก็ทำให้อวัยวะต่าง ๆ นั้นเสื่อมสภาพลง อันนี้เป็นสิ่งที่ พวกเราคาดไม่ถึงว่าฝุ่นที่เรามองไม่เห็นจะมีอานุภาพร้ายแรงและทำให้เกิดโรคเรื้อรังต่าง ๆ ตามมาอีกจำนวนมากแล้วกระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระทำให้เซลล์ (Cell) ต่าง ๆ มีความชราภาพ แล้วเสื่อมไปเร็วกว่ากำหนด ปัญหาฝุ่นละอองนั้นไม่ใช่เป็นปัญหาของหมู่บ้าน ไม่ใช่เป็นปัญหา ของอำเภอ ตำบล จังหวัด แต่ปัญหาฝุ่นละอองนั้นเนื่องจากมากับอากาศ จากพื้นดินไปจน สุดพื้นที่ที่เราจะหายใจได้หนาเพียงประมาณ ๑๐ กิโลเมตรเท่านั้น เทียบกับโลกของเรา เท่ากับผลส้ม อากาศที่ห่อหุ้มโลกที่เราพอหายใจได้ก็เป็นเพียงเท่ากับความหนาของเปลือกส้ม เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นอากาศจึงเป็นสิ่งที่น่าหวงแหนยิ่งนัก เพราะฉะนั้นใครก็ตามที่มีการเผาให้เกิดควันไฟในพื้นที่ตำบลอื่นก็อาจจะไปถึงตำบลอื่น เดี๋ยวนี้ปัญหาฝุ่นเป็นปัญหาระหว่างประเทศไปแล้ว แต่ละประเทศจะได้มาพบปะพูดคุยกัน ก็เพราะปัญหาเรื่องของฝุ่นด้วย เพราะฉะนั้นผมอยากจะนำเรียนท่านกรรมาธิการวิสามัญว่า ปัญหาฝุ่นนั้นต้องพูดคุยกันในระหว่างประเทศ ในเวทีระหว่างประเทศด้วย ไม่ใช่เป็นปัญหา ของท้องถิ่น อำเภอ จังหวัด หรือในภาคต่าง ๆ หรือในประเทศไทยอย่างเดียว ยังต้องร่วมมือกัน ให้เกิดความร่วมมือกันในการลดและในการแก้ปัญหานี้ด้วย เมื่อปลายปีที่แล้วเดือนตุลาคม ผมได้รับโอกาสจากรัฐสภาให้เป็นตัวแทนไปร่วมประชุมกับองค์การอนามัยโลกที่กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย ซึ่งขณะนั้นเป็นช่วงเทศกาลทางศาสนาก็จะมีการเผากระดาษ มีการจุดธูป ต่าง ๆ มากมาย ในขณะนั้นระดับค่าพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ขึ้นไปถึงเกือบ ๕๐๐ มิลลิกรัม ต่อลูกบาศก์เมตร ผมอยู่ในเหตุการณ์ตรงนั้นประมาณ ๓ วัน ก็ได้สัมผัสภาวะของฝุ่นจิ๋วขนาด ประมาณเกือบ ๕๐๐ มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ติดต่อกันถึง ๓ วัน กลับมาก็เอาเรื่องทีเดียว ก็ขอฝากท่านประธานถึงท่านกรรมาธิการวิสามัญ ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความเห็น ชอบจากสภาแห่งนี้ว่าปัญหาเรื่องฝุ่นจิ๋วนั้น เรื่องของความรู้หรือว่าโนเลจ (Knowledge) คิดว่าไม่มีปัญหาทุกคนมีความรู้แล้ว แต่จะต้องมีความรู้ที่ถูกต้องด้วย แล้วก็ต้องใช้เกณฑ์ มาตรฐานขององค์การอนามัยโลก บางคนใช้หน่วยต่าง ๆ กัน ใช้เกณฑ์ที่แตกต่างกันก็ทำให้ การสื่อสารที่แตกต่างกัน และใช้มาตรการที่แตกต่างกัน
๒. มีความรู้ไม่พอ ต้องสร้างความตระหนักหรือเรียกว่ามีการปลูกจิตสำนึก ให้มีความตระหนักรู้ในปัญหาของฝุ่นละอองว่าจะอยู่อย่างไรในภาวะที่มีฝุ่นละออง เมื่อไร ที่ควรจะอยู่ในบ้าน เมื่อไรที่ควรจะต้องงดออกไปอยู่ในที่โล่งแจ้ง ยกตัวอย่างบางโรงเรียน คุณครูก็ยังบังคับให้นักเรียนออกกำลังกายในที่ที่มีฝุ่นมาก ๆ แล้วบอกว่าถ้าไม่ทำอย่างนั้น จะเอาคะแนนหรือไม่ อย่างนี้แปลว่าคุณครูอาจจะมีความรู้ แต่อาจจะไม่ได้ตระหนักในขณะนั้น ไปคิดคำนึงถึงเรื่องอย่างอื่น อันนี้ก็เป็นเรื่องของความตระหนักรู้ในสภาวะแวดล้อมแต่ละ องค์ประกอบนั้นก็ต้องมีความรู้เท่าทันกัน
๓. ต้องมีส่วนร่วม ถ้าหากว่าภาครัฐตื่นตัวแล้วแต่ภาคประชาชนไม่ตื่นตัว ภาคประชาสังคมไม่ตื่นตัว ผู้ที่เป็นผู้ผลิตฝุ่นเข้ามาในบรรยากาศไม่ตื่นตัวก็ยากที่จะประสบ ความสำเร็จ ต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดในระยะแรกสำหรับผู้ที่ไม่มีความ ตระหนักก็มีความจำเป็น แต่ในระยะยาวเชื่อว่าความตระหนักและความมีส่วนร่วม การคิด คำนึงถึงจิตสาธารณะจะเป็นตัวที่เกิดความยั่งยืนในการแก้ปัญหาเรื่องฝุ่นจิ๋ว ที่สำคัญ เมื่อปัญหาเรื่องฝุ่นนั้นไม่ได้ขึ้นกับตำบล อำเภอ หมู่บ้าน จังหวัด หรือภาค หรือประเทศ จึงจำเป็นที่จะต้องมีผู้บัญชาการเหตุการณ์ที่จะคอยแก้ปัญหาในขณะนั้น ถ้าเหตุการณ์นั้น อยู่ในระดับหมู่บ้านก็ท่านผู้ใหญ่บ้าน ตำบลก็ท่านกำนัน อำเภอก็ท่านนายอำเภอ จังหวัด ก็ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ถ้าระดับหลายจังหวัดก็เป็นเขตตรวจราชการ ถ้าในระดับประเทศ ก็ต้องเป็นท่านนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีต้องมาบัญชาการเหตุการณ์ ปัจจุบัน ประเทศไทยนั้นขาดผู้บัญชาการเหตุการณ์เป็นอย่างมาก พอแบ่งงานเป็นหลายกระทรวงแล้ว ไม่มีใครบูรณาการปัญหาที่คาบเกี่ยวระหว่างกระทรวง จึงจะต้องมีผู้บัญชาการเหตุการณ์ ที่ดูแลเรื่องการบัญชาการแก้ไขปัญหาเรื่องฝุ่น ต้องมีการศึกษาวิจัยแก้ปัญหาให้ตรงจุดว่า ในภาคขนส่ง ภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตรกรรม ภาคครัวเรือนต่าง ๆ จะต้องมีอะไรที่เป็น นวัตกรรมเกิดขึ้นในการแก้ปัญหาป้องกันฝุ่นจิ๋วไม่ให้ลุกลาม ต้องสร้างพลังงานสะอาด การใช้ พลังงานที่สะอาดมีการปลูกต้นไม้ต่าง ๆ เป็นต้น กระผมขอฝากประเด็นต่าง ๆ เท่าที่เวลาจะอำนวยถึงท่านประธานสภาถึงท่านกรรมาธิการ วิสามัญที่จะตั้งขึ้นเพื่อนำไปพิจารณาศึกษาสอบหาข้อเท็จจริงและแก้ไขป้องกันปัญหา ฝุ่นละอองขนาดจิ๋วในอนาคตเพื่ออากาศที่สดใสของประเทศไทยและของชาวโลกต่อไป กราบขอบพระคุณครับ