เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตท่านประธานเพื่ออภิปรายสนับสนุนญัตติเรื่องการขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณา ศึกษา และหาแนวทางแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เกินมาตรฐานอย่างเป็นระบบของเพื่อนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์คือ ท่านองอาจ คล้ามไพบูลย์ และท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ต้องเรียนกับท่านประธานว่า ปัญหาเรื่องพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ก็คงจะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมานานแล้วครับ เพียงแต่ว่า มันอาจจะไม่โด่งดังหรือไม่ฮิต (Hit) ไม่ฮอต (Hot) เหมือนกับยุคนี้เพราะยุคนี้โซเชียล มีเดีย (Social media) โลกโซเชียล (Social) จะประโคมข่าวแล้วก็จะเสนอข่าว เพราะฉะนั้นค่อนข้าง ที่จะตื่นตัวกันเป็นอย่างมาก แต่ว่าในขณะเดียวกันปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมก็เกิดขึ้นมาทวีคูณ เทียบเท่ากับความเจริญของบ้านเมือง เทียบเท่ากับความเจริญของโลก ปัญหาสุขภาพของพี่น้อง ประชาชนก็ได้รับผลกระทบจากปัญหาสิ่งแวดล้อม จากความเจริญของบ้านเมืองเห็นได้ชัด ถ้าท่านประธานไปที่โรงพยาบาลในช่วงนี้หรือว่าในขณะนี้ ในตอนนี้ท่านประธานจะเห็นว่า ทุกโรงพยาบาลจะมีผู้ป่วยในเรื่องระบบทางเดินหายใจเยอะมากเพิ่มขึ้น แล้วโรคที่ฮิต (Hit) ที่สุดของคนไทยในขณะนี้ก็คือโรคภูมิแพ้ ผมเองเป็นคนหนึ่งล่ะท่านประธานที่ประสบปัญหา เรื่องโรคภูมิแพ้ และยิ่งในขณะที่เราอาศัยอยู่ ๒ พื้นที่ นั่นก็คือพื้นที่ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และพื้นที่ที่กรุงเทพฯ ไปมาอาทิตย์ละ ๒ ครั้ง ๓ ครั้งก็จะเกิดการปรับตัวเพื่อให้เข้ากับอากาศ ของแต่ละพื้นที่ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าในขณะนี้พื้นที่กรุงเทพฯ พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) สูงมาก ไม่ต้อง ใช้เครื่องวัดล่ะครับ วัดจากตัวของเราเองได้เลยว่า ๑. เราเจ็บคอ แสบตา ปวดหัว นี่เราถือว่า เราได้รับผลกระทบ แต่ที่พูดในฐานะที่เป็น ส.ส. จากภาคใต้คนหนึ่งปัญหานี้ไม่ได้เกิดเฉพาะ ในกรุงเทพฯ ที่เดียวล่ะครับ ผมคิดว่าภาคอื่นก็เกิดขึ้นเช่นเดียวกันเพียงแต่ว่าไม่รุนแรง เหมือนกับที่กรุงเทพฯ สำหรับที่ภาคใต้ผมคิดว่าวันข้างหน้าเขาจะเจอปัญหานี้ถ้าเราไม่หา วิธีการแก้ไขหรือปรับปรุงวิธีการของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาของภาคใต้ในวันนี้ก็ต้อง เรียนว่าความเจริญมันก็รุดหน้าไป สิ่งก่อสร้างก็เยอะขึ้น แน่นอนที่สุดล่ะการก่อสร้างเพิ่มขึ้น ก็เพิ่มฝุ่นขึ้นมา เรื่องโรงงานอุตสาหกรรม มีโรงงานอุตสาหกรรมขยายตัวไปในพื้นที่ภาคใต้ และยิ่งในขณะนี้ มีกระแสเรื่องการที่จะสร้างโรงงานผลิตไฟฟ้าใช้ถ่านหินที่หลายภาคส่วนออกมาต่อต้าน เพราะว่ากลัวเรื่องพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) นี่ละครับ เรื่องมลภาวะ เรื่องมลพิษ นี่ก็คือปัญหา ของภาคใต้ส่วนหนึ่ง เรื่องการเผาป่าในภาคใต้ก็มีครับ ไม่แพ้ภาคอื่น ไม่แพ้ภาคเหนือ หรือภาคอีสาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่เลือกตั้งของผมป่าพรุควนเคร็งที่ท่านได้ยินข่าวอยู่ เป็นประจำทุกปีเลยเป็นเทศกาลเลยเข้าหน้าแล้งก็ต้องเจอ แน่นอนที่สุดเผาป่าก็เกิดมลพิษ พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ก็ชัดเจน ไหนจากประเทศเพื่อนบ้านอีกที่ท่านประธานก็เห็นว่าเผาป่า จากต่างประเทศแล้วลมก็พัดควันเข้ามาครอบคลุมถึงหาดใหญ่ถึงจังหวัดสงขลา ถึงภาคใต้ ตอนบนด้วยซ้ำไป นี่ก็เกิดปัญหานะครับ นี่ไม่รวมถึงฝุ่นที่ชาวบ้านบอกผมว่าช่วยพูดให้หน่อย ผมถามว่าฝุ่นอะไรเขาบอกว่าฝุ่นจากถนนลูกรัง คือถนนลูกรังในภาคใต้ค่อนข้างจะเยอะ เหมือนกันชาวบ้านก็กินฝุ่นถนนลูกรัง ถ้าหากว่าจะแก้เบื้องต้นชาวบ้านก็บอกว่าแก้ภาคใต้ ตอนนี้ก็คือรัฐบาลต้องไปช่วยทำให้ถนนปลอดฝุ่น ลาดยางถนนลูกรังเป็นถนนยางมะตอย ยางพาราเพื่อที่จะแก้ปัญหาฝุ่นให้ชาวบ้านหน่อยครับ เพราะฉะนั้นปัญหาในภาคใต้มีไม่ต่าง กับที่อื่น เพียงแต่ว่าภาคใต้อาจจะโชคดีตรงที่ธรรมชาติช่วย นั่นก็คือว่าเรามีต้นไม้ค่อนข้าง จะเยอะซึ่งเป็นต้นไม้โดยธรรมชาติ สวนยางพารา สวนปาล์มอันนี้ก็ถือว่าเป็นอาชีพของ คนภาคใต้ แต่ว่าโดยอาชีพของภาคใต้ก็ทำให้ภาคใต้เขียวชอุ่มทำให้มีต้นไม้อย่างน้อยก็ไว้ ดูดซับมลภาวะจากอากาศได้ เรื่องฤดูฝน เรื่องฝนตกบ่อยก็สามารถที่จะแก้ปัญหาภาคใต้ ได้ระดับหนึ่ง ภาคใต้เมื่อก่อนที่เราบอกว่าฝนแปดแดดสี่วันนี้อาจจะไม่ถึงขนาดนั้นแต่ตกบ่อย พอตกบ่อยก็อาจจะชะล้างฝุ่นละอองได้ระดับหนึ่ง แล้วโดยภูมิประเทศของภาคใต้นั่นก็คือ ภาคใต้ที่มีทะเลทั้ง ๒ ฝั่ง ทั้งฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน อันนี้ก็เป็นส่วนช่วยที่ทำให้อากาศ ในภาคใต้ก็ไม่ได้เลวร้ายจนเกินไป แต่สิ่งที่อยากจะเสนอต่อท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิก ที่จะไปเป็นคณะกรรมาธิการต่อไป ผมคิดว่าปัญหาวันข้างหน้าเราต้องคิดถึงแนวทางแก้ไขว่า เราจะแก้ไขอย่างไร ผมคิดว่าในวันนี้ที่เราแก้ไขเฉพาะหน้าก็คือใช้เครื่องฟอกอากาศ ผมเห็น หลายท่าน บ้านมีอยู่ ๕ ห้อง เครื่องฟอกอากาศ ๕ ตัว ในรถมีอยู่ ๑๐ คันก็มีเครื่องฟอกอากาศ อยู่ในรถคันละ ๑ ตัว รวม ๑๐ ตัว อันนี้สำหรับคนที่มีฐานะก็ไม่เป็นปัญหาละครับ แต่ว่า ชาวบ้านชาวช่องที่ไม่มีกำลังซื้อก็ค่อนข้างจะยากที่จะซื้อเครื่องฟอกอากาศเพราะราคา ค่อนข้างจะแพง แต่ผมคิดว่าเครื่องฟอกอากาศโดยธรรมชาติที่มีก็คือต้นไม้ครับท่านประธาน เราอยากจะเชิญชวนให้ทุกท่านปลูกต้นไม้ให้มากที่สุดถ้าบ้านเมืองเขียวชอุ่มแน่นอนที่สุด มันดูดซับอากาศมลพิษได้เยอะ ผมชื่นชมกับท่านประธานชวน หลีกภัย ผมคิดว่าท่านเป็น คนหนึ่งที่สนใจและให้ความสำคัญกับการปลูกต้นไม้ ถึงขนาดว่ามีต้นที่ท่านนำมาจาก ประเทศเวียดนามเป็นตระกูลพันธุ์ยมและมีชื่อว่า ยมชวน ซึ่งผมคิดว่าท่านก็เผยแพร่และ แจกจ่ายกันค่อนข้างจะกว้างขวาง ผมอยากจะให้สังคมไทยเราได้มีค่านิยมเรื่องการปลูกต้นไม้ ให้มากครับท่านประธาน คือเราเริ่มต้นอะไรก็ได้แล้วแต่ เราเริ่มต้นที่การปลูกต้นไม้ ผมคิดว่า ที่เราทำได้ง่ายแล้วก็สร้างค่านิยมสำหรับคนไทยก็คือกรณีวันเกิดครับท่านประธาน ทุกคน มีวันเกิดและทุกคนก็จะฉลองวันเกิดปีละ ๑ ครั้ง ผมคิดว่าถ้าเรามาสร้างค่านิยมว่าวันเกิด ของเราทุกคนใน ๑ ปี เกิด ๑ ครั้งเราฉลองวันเกิดโดยการปลูกต้นไม้ ๑ ต้น ผมอยากจะให้ ท่านประธานลองคิดดูนะครับ คนไทยเรามีอยู่ ๖๐ ล้านคน ถ้าหากว่าเราปลูกต้นไม้ในวันเกิด คนละ ๑ ต้น ผมคิดว่าไม่กี่ปีประเทศไทยก็จะเขียวชอุ่มไปด้วยต้นไม้ที่เราปลูก ปลูกต้นอะไรก็ได้ขอให้เป็นต้นไม้ ผมคิดว่ามีประโยชน์ทั้งนั้นก็เลยฝากเรียนท่านประธาน อย่างน้อยไปยังท่านผู้ชมที่อยู่ทางบ้านก็ได้ฉุกคิดเรื่องค่านิยม เรื่องการปลูกต้นไม้ที่เราควรให้ ความสำคัญ แต่ในส่วนของภาครัฐผมคิดว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม น่าจะรณรงค์เรื่องนี้ น่าจะเป็นแม่งานโดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หรือว่ากรมควบคุมมลพิษ ซึ่ง ๓ กรมใหญ่นี้ผมก็คิดว่าเป็น ๓ กรมที่ควร จะเป็นเจ้าภาพหลักที่ควรจะไปประสานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งเป็นองค์กรที่อยู่ ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด ผมเลยฝากกับคณะกรรมาธิการชุดนี้ที่จะตั้งขึ้นว่าก็อยากจะให้ มองไปข้างหน้า แล้วในวันข้างหน้าเราก็เชื่อว่าสิ่งแวดล้อมมันอาจจะเลวร้ายไปมากกว่านี้ ถ้าเราไม่คิดแก้ไขตั้งแต่วันนี้ เพราะฉะนั้นเลยเป็นข้อคิดเป็นข้อเสนอสำหรับ ส.ส. คนหนึ่ง ที่อยู่ทั้งต่างจังหวัดแล้วก็อยู่ทั้งกรุงเทพฯ เพื่อเป็นข้อมูลในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ วิสามัญชุดนี้ที่จะตั้งต่อไป ขอบพระคุณมากครับท่านประธาน