สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

อีกเรื่องหนึ่งก็คือ ที่จังหวัดชัยภูมิเรายังเหลืออีก ๑ อําเภอก็คือ อําเภอซับใหญ่ เรายังไม่มีโรงพยาบาลประจําอําเภอ ซึ่งต้องเรียนว่าอําเภอตรงนี้นะคะ ได้รับความเดือดร้อนมาก ประชาชนเจ็บไข้ได้ป์วยจะต้องเดินทางไปรักษาพยาบาลถึง อําเภอใกล้เคียง ซึ่งก็ระยะทางห่างกันเกิน ๓๐ กิโลเมตรค่ะ ก็อยากจะฝากท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้ช่วยดูแลในการจัดหาโรงพยาบาล ประจําอําเภอให้กับอําเภอซับใหญ่ในจังหวัดชัยภูมิด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เชิญคุณสุกิจ อัถโถปกรณ์ ครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ จากจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมขอหารือท่านประธาน เรื่องเดียวครับ คือเรื่องน้ํามันเถื่อน ขอหารือผ่านไปยังรัฐบาลนะครับ น้ํามันเถื่อนอย่างที่ ผมได้เคยอภิปรายไปแล้วนะครับ คือมีทั้งทางบกและทางทะเล วันนี้จะพูดถึงเรื่องทาง ทะเลครับ ซึ่งถ้ายังอยู่ในทะเลก็ยังไม่ถือเปึนน้ํามันเถื่อน เมื่อไรที่มันขึ้นบกมาก็จะเปึน น้ํามันเถื่อนนะครับ จะมีลักษณะหนึ่งครับที่อยากจะกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยัง รัฐบาล ก็คือปัจจุบันนี้มีการลักลอบเอาน้ํามันประเภทนี้บรรจุในถุงดํานะครับ ถุงดํา ประมาณ ๒๐ ลิตร คล้าย ๆ กับน้ํามันพืชรีไซเคิล (Recycle : นํามาใช้ได้อีก) ที่ผมได้เคย พูดมาแล้วนะครับ น้ํามันนี้จะเอาไปขาย ส่วนมากแล้วจะตามปัูมเล็ก ๆ ที่อยู่ในชนบทหรือ ต่างอําเภอในราคาที่ต่ํากว่าท้องตลาดประมาณ ๕ บาทขึ้นไปนะครับ เปึนน้ํามันดีเซล คุณภาพต่ํา ซึ่งปกติก็จะใช้กับเรือเท่านั้นนะครับ เมื่อเอามาใช้กับรถจะทําให้เกิดมลภาวะ มาก ก็คือมีควันดํามากนะครับ ประชาชนที่ไม่รู้ก็จะไปเติมเพราะว่าราคาถูก ซึ่งอาจจะ ทําให้เครื่องยนต์เสียหายในเวลาอันรวดเร็วนะครับ แล้วก็เปึนภัยต่อเศรษฐกิจ แล้วก็เรื่องนี้ เปึนเรื่องของผลประโยชน์ เพราะฉะนั้นจะมีเรื่องของอาชญากรรมเกิดขึ้นบ่อยครับ จึงเรียนมาเพื่อให้รัฐบาลได้เข้ามา ดูแลเรื่องนี้ อีกเรื่องหนึ่งก็คือ เรื่องการหารือครับ ผมว่าท่านประธานเป่ดให้หารือเถอะครับ การหารือมีประโยชน์มาก แล้วก็ไม่ทําให้ออกกฎหมายช้าครับ ที่กฎหมายช้าอาจจะเปึน เพราะเรื่องอื่นมากกว่าครับ อย่างเช่น เรื่องของการประท้วง ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมว่าเอาแต่หารือเถอะ อย่าไปเอาเรื่องอื่น ท่านนั่นแหละจะทําให้เรื่องยุ่ง ต่อไปคุณเปล่งศรี เร่งสมบูรณ์สุข

นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข เลย

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉันชื่อ นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันขอหารือท่านประธานถึง ๒ เรื่องนะคะ

เรื่องแรกคือ การจัดตั้งโรงพยาบาลชุมชนในเขตอําเภอหนองหิน จังหวัดเลยนะคะ สืบเนื่องจากอําเภอหนองหินไม่มีโรงพยาบาลเปึนของตนเองนะคะ และได้จัดตั้งขึ้นมาเปึนอําเภอตั้งแต่ป้ ๒๕๔๙ แต่มีปัญหาเรื่องพี่น้องประชาชนเวลา เจ็บป์วยต้องเดินทางไปรักษาที่โรงพยาบาลที่ห่างไกลถึง ๓๕ กิโลเมตร แล้วใน อําเภอหนองหินมีศูนย์การแพทย์ชุมชนซึ่งเปึนสถานีอนามัยเก่า มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่อง สถานที่คับแคบ และปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์และ พยาบาล และขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์ในการที่จะรักษาคนไข้ แต่ปัญหาสําคัญคือ เรื่องระบบการส่งต่อผู้ป์วยนะคะ ถ้าผู้ที่อยู่อําเภอหนองหินป์วยจะต้องส่งไปที่ อําเภอภูกระดึง ซึ่งมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องระยะทางและค่าเสียเวลา เสียเงินทองในการ เดินทาง จึงอยากเรียนท่านประธานสภาไปยังกระทรวงสาธารณสุข คือท่านรัฐมนตรี ช่วยดูแลเรื่องนี้ด้วยนะคะ

เรื่องที่ ๒ เกี่ยวกับเรื่องโครงการรับจํานําข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งได้ออกมา ๒ ล็อต (Lot : ชุด) แรกแล้วนะคะ ล็อตแรกก็ได้หมดไป จังหวัดเลยได้รับจํานําแค่ ๓๐,๐๐๐ กว่ากิโลกรัม ล็อตที่ ๒ นี่ ๒๕๐,๐๐๐ กิโลกรัม แต่อยู่ระหว่างการรับจํานํา จะมีปัญหาที่ว่าเกิดความล่าช้าเกี่ยวกับเรื่องการตรวจสอบความเปึนเกษตรกรและ การออกใบประทวน ทําให้เกษตรกรมีปัญหามากมาย ไม่ว่าจะเปึนเรื่องหนี้สินซึ่งรัดตัวเขามา และเรื่องปากท้องต้องส่งลูกหลานเรียนหนังสือ แล้วก็เรื่องสําคัญคือมอดเจาะข้าวโพด ทําให้น้ําหนักลดลง และเล่ห์เหลี่ยมของพ่อค้าคนกลาง ตรงนี้เปึนสิ่งสําคัญ จึงอยากให้ ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ช่วยลงไปเร่งรัดการช่วยเหลือเกษตรกรตรงนี้นะคะ กราบขอบพระคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณไมตรี สอยเหลือง ครับ

นายไมตรี สอยเหลือง ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายไมตรี สอยเหลือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขอนําปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ในพื้นที่มาหารือต่อท่านประธาน ดังนี้นะครับ

๑. มีผู้มีอิทธิพลในอําเภอสัตหีบ บุกรุก ลักลอบขุดดินเนินเขา เนินดิน และ บนภูเขา เพื่อนําไปขายหรือใช้ประโยชน์ แล้วออกเอกสารสิทธิในพื้นที่ดังกล่าว

๒. พื้นที่อําเภอสัตหีบเช่นกันนะครับ มีขโมย โจรชุกชุม คอยลักทรัพย์สิน ของประชาชน เปึนต้นว่า รถจักรยานยนต์ ทําให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน และ

๓. เรื่องยาเสพติด ในอําเภอสัตหีบเช่นกัน โดยเฉพาะที่ตําบลช่องแสมสาร และตําบลบางเสร่ ซึ่งมีชาวต่างด้าวมารับจ้างเปึนลูกเรือประมง ได้มีการลักลอบ ค้ายาเสพติด ทําให้เกิดคดีอาชญากรรมเกิดขึ้นในพื้นที่อําเภอสัตหีบ ผมได้รับคําร้องเรียน จึงนําเรื่องมาหารือกับท่านประธานฝากไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ขออภัยครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งดูแลพื้นที่ทรงสงวน ซึ่งมีผู้ลักลอบขุดดินภูเขาไปขายและรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ซึ่งกํากับดูแลกรมที่ดิน และท่านนายกรัฐมนตรีได้โปรดสั่งการไปยัง สํานักงานตํารวจแห่งชาติให้ดําเนินการบําบัดทุกข์บํารุงสุขให้แก่ประชาชนใน อําเภอสัตหีบด้วยครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เชิญ คุณนิยม วรปัญญา ไม่ต้องพูดนะคุณนิยม ตามเอกสารนี้เลยเอาไหม

นายนิยม วรปัญญา ลพบุรี

ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ขอเสนอ ตามที่เสนอเอกสารต่อท่านประธานนะครับ ผม นิยม วรปัญญา ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร เอาอันนี้ไปปฏิบัติให้เขาเลยนี่ เขียนมาเสร็จเลยไม่ให้เสียเวลาสภาครับ ต่อไปคุณสามารถ พิริยะปัญญาพร ครับ

นายสามารถ พิริยะปัญญาพร ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายสามารถ พิริยะปัญญาพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ มีเรื่องหารือกับท่าน ๒–๓ เรื่องนะครับ เรื่องแรกก็คือเรื่องของอาคาร เรียนของโรงเรียนประถมศึกษานะครับ สพฐ. (สํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน) ซึ่งมีสภาพชํารุดทรุดโทรมแล้วก็เก่าแก่มากนะครับ บางโรงนั้นมีอายุถึง ๒๐–๓๐ ป้นะครับ เมื่อของบประมาณผ่านไปทาง สพฐ. ก็ไม่เคยได้รับงบประมาณนะครับ ก็ฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการนะครับ ช่วยดูแลงบประมาณในการสร้าง อาคารใหม่รวมทั้งซ่อมแซมด้วยนะครับ เพราะว่าปกติแล้วเมื่อไม่ได้รับงบประมาณทาง โรงเรียนเขาต้องไปทอดผ้าป์าสามัคคีกันนะครับ แม้กระทั่งแค่คอมพิวเตอร์นี่ก็ต้องไปหา เงินโดยการทอดผ้าป์านะครับ ก็ฝากทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ช่วยดูแลด้วยนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงเรียนวัดหนามพุงดอ ตําบลคูบัว อําเภอเมือง จังหวัดราชบุรี นะครับ โรงเรียนวัดพิกุลทอง ตําบลพิกุลทอง อําเภอเมือง จังหวัดราชบุรี สุดท้ายโรงเรียนวัดดอนตลุง ตําบลเกาะพลับพลา อําเภอเมือง จังหวัดราชบุรี นะครับ

เรื่องที่ ๒ สะพานลอยคนข้ามใกล้สี่แยกวังมะนาว ตรงถนนพระราม ๒ ซึ่งตอนนี้มีการขยายถนนเปึน ๘ เลนแล้วนะครับ มีรถสัญจรไปมามากมายด้วยความเร็ว สูง อยากให้กรมทางหลวงช่วยสนับสนุนการสร้างสะพานลอยคนข้ามบริเวณดังกล่าวด้วย นะครับ บริเวณหน้าวัดวังมะนาวตรงถนนพระราม ๒ อําเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี นะครับ

สุดท้ายนะครับ พี่น้องประชาชนหมู่ ๑ และหมู่ ๕ ตําบลน้ําพุ อําเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ขอให้กรมทรัพยากรน้ําบาดาลช่วยสํารวจแล้วก็ขุดเจาะ น้ําบาดาลให้กับหมู่ ๑ และหมู่ ๕ ตําบลน้ําพุ อําเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ด้วยครับ ขอขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปเชิญคุณสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ ผมลุกขึ้นมาท้วงท่าน ๒ อาทิตย์ติดต่อกัน เพราะว่าอยากจะให้ประชุมให้ผ่านกฎหมายฉบับนี้ไปก่อนให้ได้ อาทิตย์ที่แล้วพอผมลุกขึ้นหารือท่านประธาน พอเปลี่ยนประธานคนใหม่มาปรากฏว่า มีการส่งโน้ตไปว่าเอาเรื่องกระทู้เสร็จแล้วก็ป่ดประชุมเลย พระราชบัญญัติผู้สูงอายุมันมี ความสําคัญอย่างนี้ครับท่านประธาน เพราะว่าวันนี้มีการลงทะเบียนผู้สูงอายุแล้ว แล้ว ถ้าหลักเกณฑ์กําหนดไม่ชัดเจนนี่ ผู้สูงอายุที่ไปลงทะเบียนแล้วเกิดไม่ได้เงินเบี้ยยังชีพ ผู้สูงอายุขึ้นมานี่ คนเฒ่าคนแก่เขาขี้น้อยใจนะท่านประธาน ท่านประธานก็เกิน ๖๐ ป้ ผมนี่ก็เกือบจะ ๖๐ ป้ คิดมากนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ดีแล้วครับที่เห็นคนแก่ อย่างผม ขอบคุณมากครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

ท่านประธานคืออย่างนี้ พอผู้สูงอายุมันเริ่มนอนน้อยนะครับ พอนอนน้อยตื่นมากก็คิดมาก พอไม่ได้ดั่งใจนี่ก็ไป เอ็ดตะโรไปต่อว่าลูกหลานเขา มันก็เกิดความแตกแยกในครัวเรือนได้ท่านประธาน เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้ต้องรีบผ่านครับ ผ่านไปเสร็จมีกฎเกณฑ์เรียบร้อย คนที่ไป ลงทะเบียนก็จะได้รู้ว่าคนไหนจะได้หรือไม่ได้นะครับ แต่ที่จริงแล้วผมนี่อยากให้ได้ทุกคน ครับ ไม่ว่าจะมีบําเหน็จบํานาญหรือไม่ก็ตาม ต้องได้ทั่วถึงครับ ฝากท่านประธานไว้ว่า วันนี้อย่างไรต้องผ่านนะครับ ห้ามป่ดประชุมหนีนะครับ ท่านบอกเขียนโน้ตต่อให้ประธาน คนต่อไปด้วยครับ ถ้าเกิดป่ดประชุมหนีผมจะประณามท่านประธานทั้ง ๓ คน ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ได้ครับ ประณามคนที่ ไม่อยู่ในห้องประชุมดีกว่าครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

นั่นแหละครับ มันเปึน สิ่งสําคัญฝากไว้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ถ้าอยู่ในห้องประชุม เต็มรับรองประธาน ๓ คนเขาจะอยู่นะครับ พอดูแล้วไม่ครบองค์ประชุม เขาก็ต้องป่ด ล่ะครับ ก็เรียนให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทราบนะครับ ต่อไปท่านวัชระ เพชรทอง ครับ

นายวัชระ เพชรทอง กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพและน่าเชิดชู ผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ผมเห็นว่าท่านประธานได้ทําหน้าที่อันทรงเกียรติ และไม่ควรที่จะประณามท่านประธานใด ๆ เลยครับ ท่านประธานครับ นโยบายผู้สูงอายุ นั้น ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านอาจารย์อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านก็พูดจาชัดเจนแล้วว่าจะให้ เบี้ยยังชีพกับผู้สูงอายุทั่วประเทศทุกคน ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องกราบเรียน ท่านประธาน ที่จะขออนุญาตหารือ ๒ เรื่อง

เรื่องแรก ก็คือ เรื่องการรถไฟแห่งประเทศไทย ท่านประธานครับ การรถไฟ แห่งประเทศไทยที่มีขบวนรถไฟมากมาย แต่ปรากฏว่าเบี้ยบําเหน็จของพนักงานการรถไฟ แห่งประเทศไทยที่เกษียณอายุไปแล้ว ปรากฏว่าผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทยไม่ยอม จ่ายเบี้ยบําเหน็จ จํานวน ๑๕ เท่าให้กับพนักงานที่เกษียณอายุเหล่านั้น เขาได้ร้องเรียน มายังผมและขอกราบเรียนไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้โปรดพิจารณา เปึนการด่วน

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ คือเรื่องที่เกิดขึ้นที่จังหวัดภูเก็ต แม้นว่าผมนั้นเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร แต่พี่น้องประชาชนที่ จังหวัดภูเก็ตได้ร้องเรียนมาว่า ที่ อบต. (องค์การบริหารส่วนตําบล) หาดไม้ขาว หรือ อบต. ไม้ขาว ท่านประธานคงเคยได้ยินชื่อ หาดไม้ขาว ปรากฏว่ามีการสร้างถนนมูลค่า ๒๘ ล้านบาทเข้าไปในพรุจิก พรุก็คือหนองน้ํา และเปึนหนองน้ําธรรมชาติแห่งสุดท้ายของ จังหวัดภูเก็ต สร้างถนนมูลค่า ๒๘ ล้านบาทเข้าไป โดยไม่มีบ้านเรือนอาศัยอยู่แม้แต่ หลังเดียว เปึนการตัดถนนไปยังที่ดินตาบอดของเอกชน ผมอยากจะให้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยได้ทําการสอบสวนในเรื่องนี้ ว่าเปึนการเอื้อประโยชน์ในการทุจริต ให้กับเอกชนบางรายหรือไม่ เพราะเปึนการทําลายทรัพยากรธรรมชาติอย่างร้ายแรงที่สุดครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านอํานวย คลังผา ครับ อยู่ไหม นายอํานวยครับ ไม่อยู่ผ่านนะครับ ต่อไปคุณสุรสิทธิ์ ตรีทอง ครับ อยู่ไหมครับ คุณสุรสิทธิ์ ตรีทอง

นายสุรสิทธิ์ ตรีทอง แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานครับ ผมขอหารือท่านประธาน ๒ เรื่องครับ เนื่องจากจังหวัดแม่ฮ่องสอนครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

บอกชื่อ บอกนามของ ท่านก่อนครับ

นายสุรสิทธิ์ ตรีทอง แบบสัดส่วน

ครับ ผม สุรสิทธิ์ ตรีทอง จากจังหวัดแม่ฮ่องสอน พรรคประชาธิปัตย์ครับ ขอหารือท่านประธาน ๒ เรื่องครับ

เนื่องจากทางจังหวัดแม่ฮ่องสอน เกี่ยวกับโรงพยาบาลศรีสังวาลย์ครับ เนื่องจากผู้ป์วยพี่น้องประชาชนมาลงทะเบียน ลงชื่อตั้งแต่หกโมงเช้านะครับ พอได้รับการ ตรวจก็ประมาณสี่โมงเย็นนะครับ อันนี้ก็ขอฝากผ่านท่านประธานไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขครับ เนื่องจากที่โรงพยาบาลแม่ฮ่องสอน นายแพทย์หรือว่าหมอขาดแคลน แล้วสาเหตุก็เกี่ยวกับชาวต่างประเทศครับ มาอยู่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอนมากมายนะครับ อันนี้ก็เปึนประเทศเพื่อนบ้านนะครับ คือเปึนพม่าครับ เขมรไม่มีครับท่านประธานครับ เนื่องจากเขาหนีภัยสงครามก็ดี หลบหนีเข้าเมืองก็ดี ก็มารักษาในตัวเมือง ทําให้พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีปัญหาในการรักษาพยาบาล แม้กระทั่งผู้ป์วยที่ฉุกเฉินก็ตามนะครับ เครื่องไม้เครื่องมือ หรือว่านายแพทย์ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนไม่พร้อมนะครับ ก็ได้นําส่งเข้าสู่จังหวัดเชียงใหม่ บางรายก็ไม่ทันถึงที่เชียงใหม่ ก็เสียชีวิตตามทางนะครับ อันนี้ระยะทาง ก็ ๓๐๐ กว่ากิโลเมตร ๑,๘๖๔ โค้ง นําผู้ป์วยก็เสียชีวิตตามทาง ก็มีปัญหาเรื่องของทาง แพทย์ที่โรงพยาบาล อย่างไรขอให้ทางกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องช่วยดูแลแล้วก็เพิ่ม แพทย์ให้กับจังหวัดแม่ฮ่องสอนครับ

เรื่องที่ ๒ ก็เรื่องของกระทรวงคมนาคม จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีปัญหา เส้นทางเข้าสู่จังหวัดแม่ฮ่องสอนเส้นทาง ๑๐๘ แล้วก็ ๑๐๙๕ นะครับ ก่อนจะเข้าถึงสู่ ตัวเมืองมีทางคับแคบและก็รถชนกันบ่อยนะครับ ในป้นี้ตั้งแต่

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมว่าทําเปึนหนังสือมา ดีกว่าครับ

นายสุรสิทธิ์ ตรีทอง แบบสัดส่วน

ครับ ๔-๕ รายแล้วที่เสียชีวิต

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

หมดเวลา

นายสุรสิทธิ์ ตรีทอง แบบสัดส่วน

ต้องขอขอบคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ เนื่องจากขณะนี้ นะครับ มีท่านสมาชิกที่เคารพรักทุกท่านได้เซ็นชื่อแล้ว ๒๘๒ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ แต่ก่อนที่จะดําเนินการต่อไป เพื่อให้มันถูกระเบียบหน่อยนะครับ ผมอยากจะตรวจสอบ องค์ประชุมว่า ๒๘๓ ท่าน อยู่ในห้องประชุม

นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ศรีสะเกษ

ประธานครับ ทางนี้ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เห็นแล้วครับ เชิญครับ

นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ศรีสะเกษ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตหารือท่านประธานเรื่องเดียวครับ สําคัญครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือชื่อท่านมีอยู่แล้วครับ มีอยู่ในนี้ แต่ทีนี้ผมเดี๋ยวจะให้โอกาสท่านนะครับ ท่านต่อไปเปึนชื่อของท่าน

นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ศรีสะเกษ

วันนี้เลยใช่ไหมครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ เดี๋ยวจะให้พูดครับ

นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ศรีสะเกษ

ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือเนื่องจากผมเห็นว่า เพื่อความเรียบร้อยและสมบูรณ์แบบนะครับ ก็อยากจะเช็ก (Check : ตรวจสอบ) องค์ประชุมสักนิดหน่อยครับ เพราะวันนี้ท่านสุรพงษ์ท่านบอกว่าจะต้องเอากฎหมาย ผู้สูงอายุเข้าให้ได้ แต่เจ้าตัวท่านไปไหนก็ไม่รู้ตอนนี้ ก็อยากจะขอความกรุณานะครับ อย่าหาว่าผมละลาบละล้วงนะครับ ขอเช็กองค์ประชุมสักนิดหน่อยครับ

(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

ขอเชิญท่านสมาชิกเข้า ห้องประชุมครับ คุณชินวรณ์มีอะไรครับ เชิญครับ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ ช่วงระยะเวลาก่อนที่ท่านประธานจะได้นับองค์ประชุม ผมขออนุญาตท่านประธาน นิดเดียวครับว่า จริง ๆ วันนี้มีเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราหลายคนก็กําลัง ประชุมกรรมาธิการอยู่ด้วย แต่ผมมีประเด็นที่ติดค้างเมื่อสักครู่ก็คือว่า ได้มีเพื่อนสมาชิก ได้พูดถึงประเด็นของการจะพิจารณาร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุครับท่านประธานครับ ผมคิดว่าท่านประธานก็มีเจตนาตรงกันอยู่แล้วนะครับว่า เรื่องพระราชบัญญัติผู้สูงอายุนั้น เปึนเรื่องที่มีความสําคัญ เพราะเปึนเรื่องที่เปึนไปตามนโยบายของรัฐบาล แล้วก็ยังเปึนไป ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๒ ที่เราจะต้องร่วมกันส่งเสริมให้มีกฎหมาย พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ แต่ว่าบังเอิญเพื่อนผู้เสนอหารือท่านประธานที่ต้องการจะให้ หยิบยกเรื่องดังกล่าวนี้ขึ้นมาพิจารณาเมื่อสักครู่นี้นะครับ ก็ปรากฏว่าท่านไม่อยู่ในห้อง ประชุม แต่ไม่เปึนไรครับ เพราะไม่ได้เสียหายอะไร แต่ผมอยากจะกราบเรียนกับ ท่านประธานว่าจริง ๆ เจตนารมณ์ของพวกกระผมทุกคนก็ต้องการที่จะนําพระราชบัญญัติ ผู้สูงอายุนี้เข้ามาพิจารณากันในสภาตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมาครับ แต่ว่าในระเบียบวาระ ของเราในวันนี้ท่านประธานครับ ยังมีเรื่องรับทราบที่เปึนเรื่องที่ได้ค้างอยู่ เลื่อนมาจาก การประชุมสภาในหลายครั้งที่ผ่านมา ส่วนราชการที่ต้องรับผิดชอบในการที่จะต้องมา ชี้แจงก็ได้มาเตรียมการพร้อมที่จะชี้แจงอยู่แล้ว ผมจึงขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ว่าเดี๋ยวจะเข้าใจผิดกันนะครับ เดี๋ยวท่านผู้ฟังจะเข้าใจผิดว่าทําไมพวกผมไม่นํา ร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุขึ้นมาพิจารณา

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่มีใครเข้าใจผิดละครับ คือเข้าใจถูกทุกคนครับ ตอนนี้เราจะดําเนินการอยู่แล้วครับ ไม่ต้องห่วงละครับ อย่างไร ๆ คงจะเรียบร้อยวันนี้

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ผมขออนุญาตต่อเนื่อง อีกนิดเดียวครับประธานครับ บังเอิญมีเพื่อนสมาชิกบางคนบอกว่า ให้ผมได้เรียนเรื่องนี้ ว่าทุกคนมีความประสงค์ที่จะให้พระราชบัญญัติผู้สูงอายุนั้นได้ดําเนินการในการพิจารณา แต่ว่าก็คงต้องต่อเนื่องจากเรื่องที่รับทราบนะครับท่านประธานครับ

. .

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ประการที่ ๒ ที่อยากจะ กราบเรียนท่านประธานก็คือว่า เวลาท่านประธานกดออดนะครับท่านประธานครับ ปรากฏว่าในห้องประชุมต่าง ๆ นั้น เสียงที่ปรับมันเบามากครับท่านประธานครับ ขอให้ ท่านประธานได้กรุณาสั่งการให้ทางฝ์ายเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ไปตรวจสอบใน ห้องกรรมาธิการด้วยครับว่า เวลาท่านประธานกดออดในการที่จะตรวจสอบองค์ประชุมนั้น บางทีกําลังประชุมกันในกรรมาธิการมีการถกเถียงพูดจากันก็จะไม่ได้ยินนะครับ ขอให้ เพิ่มความดังของเสียงให้เพิ่มมากขึ้นเพื่อเพื่อนสมาชิกจะได้ยินแล้วก็เดินทางมาลงคะแนน ได้ทันครับ ขอบพระคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ผมอยากจะขอร้อง เพื่อนสมาชิกที่เคารพรักทุกท่านนะครับ วันพุธ วันพฤหัสบดีเช้าถึงเที่ยงนะครับควรประชุม กรรมาธิการ แต่ภาคบ่ายตั้งแต่บ่ายโมงไปแล้วก็ควรงดการประชุมกรรมาธิการ มาประชุม สภาเพื่อจะออกกฎหมายให้มันเกิดประโยชน์แก่แผ่นดินต่อไปนะครับ ผมขอความกรุณา แจ้งให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ทราบ ขออีกคนเดียวนะครับ แล้วเราก็จะเข้าสู่ระเบียบ วาระ เชิญคุณวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ เพื่อรอคนที่ประชุมกรรมาธิการลงมา เชิญครับ คนสุดท้ายครับ

นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตหารือท่านประธาน ๓ เรื่องด้วยกัน

เรื่องแรก เปึนเรื่องที่กระทรวงมหาดไทยได้ประกาศพื้นที่เสี่ยงภัย ๑๖ จังหวัด ซึ่งมีทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ และภาคอีสาน ในภาคอีสานนั้นมี จังหวัดศรีสะเกษรวมอยู่ด้วย ซึ่งสอดคล้องกับความเปึนจริง สืบเนื่องจากว่าขณะนี้พื้นที่ ดังกล่าวซึ่งผมจะได้เอ่ยดังต่อไปนี้นะครับ อ่างเก็บน้ําห้วยตามาย อําเภอกันทรลักษ์ ลําห้วยเสียว อําเภอเบญจลักษ์ ห้วยสิ อําเภอขุนหาญ ลําห้วยชะลัง อําเภอไพรบึง คลองส่งน้ําห้วยตามายช่วงตําบลหนองฮาง ตําบลเสื่องข้าว ตําบลเขิน และคลองส่งน้ํา อีสานเขียว อําเภอศรีรัตนะ ขณะนี้กําลังตื้นเขินเปึนอย่างมาก จึงถือโอกาสนี้เรียนหารือ ท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดําเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วน

เรื่องที่ ๒ เปึนเรื่องความเดือดร้อนเกี่ยวกับการสัญจรไปมาของพี่น้อง ประชาชน เนื่องจากว่าถนนเชื่อมทางหลวงแผ่นดินที่ ๒๒๑ บริเวณบ้านป์าไม้ ไปอําเภอน้ําเกลี้ยง ระยะทาง ๑๕ กิโลเมตร มีปัญหาในการสัญจรไปมามาก จึงถือโอกาสนี้ เรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้ดําเนินการแก้ไข

เรื่องที่ ๓ เปึนเรื่องสําคัญ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อเช้านี้ ช่อง ๓ เวลา ๐๗.๔๑ นาฬิกา ได้มีสื่อสัมภาษณ์นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ขออนุญาตที่ต้อง เอ่ยนาม รองนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับการโฟนอิน (Phone in : โทรเข้า) ของ พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่าท่านมีความคิดเห็นอย่างไร ปรากฏว่าผม ไม่เชื่อเลยว่า ถ้าไม่ได้ยินกับหูว่านายสุเทพ เทือกสุบรรณ มีตําแหน่งถึงรองนายกรัฐมนตรี นั้นได้ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อมวลชนโดยการกล่าวเท็จว่า ท่าน พันตํารวจโท ดอกเตอร์ ทักษิณ ชินวัตร นั้นจะกลับมาเปึนประธานาธิบดีของเมืองไทย ซึ่งคํากล่าวเช่นนี้ก่อให้เกิด ความเสียหายต่อ พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร และทําให้ประชาชนเข้าใจผิด จึงถือโอกาสนี้เรียนท่านประธานได้โปรดพิจารณาในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและ สมาชิกรัฐสภา ขอบคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

หมดเวลาแล้วครับ ผมขอค้างนะครับ ค้างไปวันพรุ่งนี้ ผู้ปรึกษานะครับ ผมขอเข้าสู่ระเบียบวาระที่ได้เรียนไปแล้ว ขอเช็กองค์ประชุมก่อนครับ เชิญเสียบบัตรแสดงตนครับ ทุกท่านนะครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)

กดบัตรแสดงตนนะครับ กดเสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ เรียบร้อยหรือยัง ท่านใดยังไม่เรียบร้อยมีไหมครับ เรียบร้อย แล้วนะครับ ถ้าเรียบร้อยแล้วก็แสดงผลมาครับ ใครยังไม่ได้กดมีไหมครับ

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นคร มาฉิม ครับ เพิ่งออกจากห้องกรรมาธิการ ขอเพิ่มอีก ๑ ชื่อครับ ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ก็มี ๒๐๔ คน ๒๐๕ ๒๐๖ ๒๐๗ ๒๐๘ ๒๐๙ ๒๑๐

นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ แบบสัดส่วน

ผม สมเกียรติ ศรลัมพ์ ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๒๑๑ ๒๑๒

นายอลงกต มณีกาศ นครพนม

ผม นายแพทย์อลงกต มณีกาศ ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๒๑๓ ๑๒๔

นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร พัทลุง

ท่านประธานคะ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร อยู่ในห้องประชุมค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๒๑๕ ๒๑๖

นายอภิชาติ สุภาแพ่ง เพชรบุรี

ท่านประธานครับ อภิชาติ สุภาแพ่ง ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ นั่นแหละผมนับแล้ว ๒๑๖ ๒๑๗

พันตํารวจโท นุกูล แสงศิริ นครสวรรค์

ท่านประธานครับ ๑๕๘ ครับ พันตํารวจโท นุกูล แสงศิริ ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๒๑๘

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

เทพไทครับ ๑๑๒ ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๒๑๙

นายอภิวัฒน์ เงินหมื่น อํานาจเจริญ

ท่านประธานครับ อภิวัฒน์ เงินหมื่น ๔๕๑ ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๒๒๐

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา

ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา

ขออนุญาตเรียนปรึกษา ท่านประธานนิดเดียวครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือผมกําลังนับว่า ถ้ามันไม่ครบองค์ประชุมผมก็จะเลื่อนการประชุมครับ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา

ผมแปลกใจครับ ท่านประธาน หลาย ๆ ท่านซึ่งนั่งอยู่ในห้องประชุมแห่งนี้ ไม่ได้กดสักคนเลยหรือครับ ผมแปลกใจ แล้วก็ลุกขึ้นมาขานชื่อแบบผิดปกตินะครับ ท่านประธานช่วยวินิจฉัยด้วย นะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าอย่างนั้นขอความ กรุณาอย่างนี้นะครับ นับใหม่ครับ เชิญนั่งให้เปึนระเบียบเรียบร้อยนะครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ ครับ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตาก ในฐานะเลขานุการวิป (Whip) รัฐบาลนะครับ ขอท่าน ประธานได้ให้มีการนับคะแนนด้วยการขานชื่อครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มันจะมากไปแล้ว คุณธนิตพล ผมว่าคุณถอนเสียครับ คุณอยู่ฝ์ายรัฐบาล ช่วยถอนเถอะครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

ท่านประธานครับ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ ครับ ขอถอน แต่ว่าขอให้ท่านประธานได้นับใหม่อีกรอบหนึ่งครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

นี่กําลังจะปฏิบัติตาม ที่ท่านสั่งนี่แหละครับ เมื่อนั่งเรียบร้อยแล้วนะครับ โปรดกดบัตรแสดงตนนะครับ กดบัตร แสดงตนเลยครับทุกท่าน กดบัตรแสดงตนครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

ท่านประธานครับ ธนิตพล ไชยนันทน์ ครับ คือตอนนี้ยังมีเพื่อนสมาชิกที่อยู่บนห้องประชุมกรรมาธิการอยู่ครับ ขอท่านประธาน ได้ช่วยกดออดอีกสักรอบได้ไหมครับ ก่อนที่จะมีการนับคะแนนใหม่ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ เขามาหมดแล้ว

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

ยังมีการประชุมอยู่ที่ห้องประชุม กรรมาธิการงบประมาณนะครับท่านประธาน

(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมกดแล้วครับ เสียบบัตร แสดงตน กดแสดงตนกันเรียบร้อยแล้วนะครับ คือเซ็นชื่อแล้วก็อยู่นอกห้องประชุม ไม่ยอม เข้าห้องประชุม ผมก็ไม่รู้จะทําอย่างไรครับ กดแสดงตนเรียบร้อยนะครับ เรียบร้อยแล้ว โปรดส่งผลมาครับ ผมขอพักการประชุม ๕ นาทีครับ

พักประชุมเวลา ๑๔.๐๕ นาฬิกา

เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๔.๑๐ นาฬิกา

เชิญท่านสมาชิกเข้า ห้องประชุมนะครับ

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน

ท่านประธานที่เคารพครับ ขออนุญาต ครับท่านครับ ไม่ได้ประท้วงครับ ผม สถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ท่านประธานครับ ผมจะขออนุญาตท่านประธานว่า ถ้าองค์ประชุมมีปัญหาขอให้ท่านประธานอย่าได้พักการประชุมเลยครับ ขอให้พวกเราได้ หารือ เพราะเชื่อว่าเรายังมีประเด็นหลายเรื่องที่เปึนความเดือดร้อน ๕ นาที นี่ถ้าท่านประธานได้อนุญาต เราจะได้มีผู้พูดประมาณ ๒-๓ ท่านซึ่งเปึนปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ผมเพียงจะขออนุญาตครับท่าน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ตอนนี้หมดเรื่องปรึกษา แล้วครับ กําลังเข้าสู่ระเบียบวาระแล้วครับ

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน

ครั้งต่อไปครับท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ครั้งต่อไปจะปฏิบัติ ตามที่ท่านว่านะครับ

นายสถาพร มณีรัตน์ ลําพูน

กราบขอบพระคุณครับท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ขอบคุณครับ โปรดเสียบแสดงตนทุกท่านนะครับ ท่านที่อยู่ซีกทางฝ์ายซ้ายผมนี่นะครับ ซ้ายมือผมช่วย เสียบด้วยครับ ไม่ใช่นั่งเฉย ๆ ครับ คืออย่าพยายามโกหกตัวเองครับ เสียบเสร็จแล้ว นะครับ เสียบเสร็จหรือยังครับ กดแสดงตนเลยครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)

กดแสดงตนเรียบร้อยแล้ว นะครับ เรียบร้อยแล้วนะครับ เมื่อเรียบร้อยแล้วส่งผลมา ถ้าครบก็จะได้ประชุมต่อ ถ้าไม่ครบก็จะได้เลื่อนไปครับ ตอนนี้ได้ ๒๓๓ ท่านนะครับ ๒๓๓ ท่าน เกินองค์ประชุมไป ๔ ท่าน ก็ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ

ต่อไปผมจะดําเนินการประชุมต่อไปนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา

ท่านประธานที่เคารพครับ ขออนุญาตนิดเดียวครับท่าน สงสัยในเรื่องของจํานวน ส.ส.

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เข้าระเบียบวาระแล้วครับ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา

นิดเดียวครับ ๑๕ วินาที ท่านประธานที่เคารพครับ ประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตเรียนท่านประธานในเรื่ององค์ประชุมต่อเนื่อง นิดเดียว คือว่าองค์ประชุมครึ่งหนึ่งเมื่อคราวที่แล้ว ๒๒๙ เสียง แต่หลังจากที่ คณะกรรมการการเลือกตั้งได้รับรองสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มอีกหลายท่าน อยากจะ เรียนถามว่าขณะนี้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้รับรองแล้ว กี่คนครับ รวมกับ ส.ส. เดิมที่มีอยู่ แล้วครึ่งหนึ่งมีจํานวนเท่าไร เรียนถามท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ผมแจ้งให้คุณ ประเสริฐทราบนะครับ ตอนนี้มี ๔๕๘ ท่าน ครึ่งหนึ่ง ๒๒๙ ท่านนะครับ นับเมื่อสักครู่ก็ได้ ๒๓๓ ครับ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา

ท่านประธานได้รวมที่ คณะกรรมการการเลือกตั้งได้รับรอง ส.ส. ครั้งหลังสุดแล้วใช่ไหมครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร 🔗

ตอนนี้กําลังปฏิญาณตน อีก ๓ ท่านวันนี้ครับ ซึ่งวาระต่อไปนี่นะครับ หวังว่าคงจะเข้าใจนะครับ ขอบคุณมากครับ

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม

รับทราบ ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่องผลการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งแทนตําแหน่งที่ว่าง

ด้วยได้มีประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่องผลการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งแทนตําแหน่งที่ว่างในจังหวัดต่าง ๆ ดังนี้

๑. จังหวัดนนทบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๒ ได้แก่ คุณณรงค์ จันทนดิษฐ์ สังกัด พรรคประชาธิปัตย์ ประกาศ ณ วันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๕๒

๒. จังหวัดอ่างทอง เขตเลือกตั้งที่ ๑ ได้แก่ คุณภคิน ปริศนานันทกุล สังกัด พรรคชาติไทยพัฒนา ประกาศ ณ วันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ และ

๓. จังหวัดอุทัยธานี เขตเลือกตั้งที่ ๑ ได้แก่ คุณอดุลย์ เหลืองบริบูรณ์ สังกัดพรรคชาติไทยพัฒนา ประกาศ ณ วันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

ขอเชิญท่านสมาชิกทั้ง ๓ ท่านกรุณายืนขึ้นเพื่อกล่าวคําปฏิญาณตนซึ่งผม จะเปึนผู้กล่าวนํา เชิญทั้ง ๓ ท่านนะครับ ว่าตามผมนะครับ

(สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับการเลือกตั้งใหม่และได้มาประชุมวันนี้ ได้ยืนขึ้นและกล่าวคําปฏิญาณตนต่อที่ประชุมตามที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ กล่าวนําพร้อมกัน)

“ข้าพเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ด้วย ความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติ ตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ”

เชิญนั่งลง กระผมขอ แสดงความยินดีและขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกใหม่ทั้ง ๓ ท่านนะครับ

ต่อไปผมจะแจ้งให้ทราบ เรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการสามัญประจํา สภาผู้แทนราษฎรและเรื่องการพิจารณาแต่งตั้งผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ด้วยเมื่อเช้านี้ผมได้เชิญผู้แทนของพรรคการเมืองทั้ง ๙ พรรคมาประชุม หารือเรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการสามัญประจําสภาผู้แทนราษฎรใหม่ และเรื่องการ พิจารณาแต่งตั้งผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งสรุปผลการประชุมดังนี้

๑. เรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการสามัญประจําสภาผู้แทนราษฎรใหม่ ที่ประชุมเห็นชอบในสัดส่วนประธานคณะกรรมาธิการแล้ว และหากทุกพรรควางตัวบุคคล ได้ก็คาดว่าจะให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการสามัญประจําสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๓๕ คณะ ในวันพุธที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ และ

๒. เรื่องการแต่งตั้งผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ซึ่งเปึนพรรคที่มีคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๑๐ วรรคหนึ่ง คือมีจํานวนสมาชิก ไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร และมี สมาชิกมากที่สุดในบรรดาพรรคการเมืองที่สมาชิกในสังกัดมิได้ดํารงตําแหน่งรัฐมนตรี แต่เนื่องจากพรรคเพื่อไทย หัวหน้าพรรคไม่ได้เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จึงยัง ไม่สามารถแต่งตั้งผู้นําฝ์ายค้านได้ โดยพรรคเพื่อไทยขอรับไปพิจารณาดําเนินการต่อไป จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบ

(ที่ประชุมรับทราบ)

ต่อไป ๒.๑ รับทราบรายงานการปฏิบัติงานของศาลปกครองและ สํานักงานศาลปกครองประจําป้ ๒๕๕๐

ด้วยสํานักงานศาลปกครองได้เสนอรายงานผลการปฏิบัติงานของ ศาลปกครองและสํานักงานศาลปกครอง ประจําป้ ๒๕๕๐ เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๙๓ ซึ่งสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดส่งรายงานดังกล่าว ให้แก่ท่านสมาชิกแล้ว ซึ่งท่านสมาชิกมีประเด็นปัญหาติดใจจะซักถามหรือไม่ ถ้าไม่มีผมจะได้ผ่านระเบียบวาระนี้ แต่เนื่องจากว่าศาลปกครองได้มีหนังสือขออนุญาตให้ ผู้แทนของสํานักงานศาลปกครองเข้าชี้แจง ซึ่งผมได้พิจารณาแล้วเห็นว่าเพื่อประโยชน์ ในการพิจารณา ผมจะอนุญาตให้ผู้แทนของสํานักงานศาลปกครองเข้าร่วมชี้แจงต่อ ที่ประชุม ตามข้อบังคับ (ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๑) ข้อ ๒๔ ขอเชิญตัวแทนของสํานักงานศาลปกครอง ซึ่งมีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจงในที่ประชุม ๑. ท่านสุชาติ เวโรจน์ เลขาธิการสํานักงานศาลปกครอง ๒. คุณกาญจนารัตน์ ลีวิโรจน์ รองเลขาธิการสํานักงานศาลปกครอง ๓. คุณไกรรัช เงยวิจิตร ที่ปรึกษาสํานักงาน ศาลปกครอง ๔. คุณสุรพันธ์ บุรานนท์ ที่ปรึกษาสํานักงานศาลปกครอง ๕. คุณดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม รักษาการในตําแหน่งที่ปรึกษาสํานักงานศาลปกครอง ๖. คุณสุปราณี ห้วยหงษ์ทอง รักษาการในตําแหน่งที่ปรึกษาสํานักงานศาลปกครอง ท่านมาครบแล้วครับ มีท่านผู้ใดมีอะไรที่ติดใจประเด็นอะไร เชิญซักถามได้เชิญ ท่านดอกเตอร์พีรพันธุ์ พาลุสุข ครับ

(คณะตัวแทนจากสํานักงานศาลปกครองเข้าประจําที่)
นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย กระผมได้ศึกษารายงานการปฏิบัติงานของศาลปกครองและสํานักงานศาลปกครอง ประจําป้ ๒๕๕๐ กระผมมีข้อสังเกตที่อยากจะเรียนท่านประธานและท่านสมาชิก ดังต่อไปนี้ครับ

ในกรณีที่มีรายงานขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ (รัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐) เข้ามาให้สภาทราบ กระผมก็เคยพูดถึงหลายครั้ง แล้วเวลาเสนอรายงานขึ้นมา คือหน่วยงานต่าง ๆ เหล่านี้มีกฎหมายบังคับว่าจะต้องจัดทํา รายงานเสนอต่อรัฐสภาเพื่อทราบ ทุกหน่วยงานเวลาส่งรายงานมาก็จะจัดทําเปึนรายงาน ฉบับเดียวกันหมดแล้วก็ส่งไปยังทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็คงจะแล้วแต่แต่ละหน่วยงานที่ จะใช้ประโยชน์จากรายงานนั้นขึ้นไป รายงานของบางหน่วยงานจัดพิมพ์เปึนรูปเล่ม ใส่รูปสวยงามมากครับน่าจะเก็บไว้ที่ห้องสมุด แต่ว่ากระผมก็เคยแสดงความคิดเห็น เหมือนกันว่า รายงานที่ส่งมายังสภาผู้แทนราษฎรน่าจะมีความมุ่งหมายโดยเฉพาะว่า รัฐสภาจะไปทําอะไรกับรายงานฉบับนั้น ท่านมีข้อคิดเห็น มีข้อเสนอแนะต่อรัฐสภา อย่างไร เพราะรัฐสภาจะเปึนผู้พิจารณากฎหมาย และถ้ามีความจําเปึนจะต้องปรับปรุง กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ก็คงเปึนหน้าที่ของรัฐสภาที่จะต้องดําเนินการอย่างนั้นต่อไป อันนี้ เปึนข้อสังเกตทั่ว ๆ ไปที่อยากจะเห็นว่า หน่วยงานองค์กรอิสระนี้เวลาเสนอรายงานมาที่ สภานั้น ผมก็ต้องการจะเห็นประโยชน์จากส่วนนี้เหมือนกัน ไม่เช่นนั้นแล้วก็คงเปึนหน้าที่ ของรัฐสภาที่จะต้องไปพิจารณารายงานนั้นเอง ในรายงานฉบับนี้ก็เช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ ถึงแม้จะมีข้อความหลายอย่างที่น่าจะเปึนประโยชน์ แต่ว่าก็เปึน รายงานที่ศาลปกครองได้ส่งไปยังรัฐบาลด้วย ส่งรายงานไปที่อื่นด้วยเปึนเรื่องเดียวกัน เพราะฉะนั้นในเบื้องต้นกระผมก็อยากจะเห็นในการปรับปรุงครั้งต่อไปว่า ถ้าจะรายงาน มายังรัฐสภา ท่านอาจจะมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมมายังสภาผู้แทนราษฎรหรือรัฐสภาต่อไป ว่ามันมีข้อกฎหมายที่มีปัญหา ข้อกฎหมายที่ไม่ชัดเจน และข้อกฎหมายที่อยากจะ ปรับปรุง เพื่อให้การทํางานของศาลปกครองนั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างนี้ก็น่าจะเปึน ประโยชน์ต่อการที่รัฐสภาจะได้ใช้ประโยชน์จากรายงานฉบับนี้ต่อไป

กระผมมีข้อสังเกตเพิ่มเติมเช่นเดียวกันนะครับ จากดูรายงานของ ศาลปกครองที่เกี่ยวกับสถิติคดี เท่าที่ดูโดยคร่าว ๆ ท่านก็คงจะทราบว่ามีคดีขึ้นที่ ศาลปกครองนี้มาก เฉลี่ยป้ละ ๕,๐๐๐ เรื่อง และคดีก็ไปที่ศาลสูงก็มากขึ้นตามไปด้วย แต่ว่าถ้าดูจากสถิติที่ท่านรายงานมา รวมทั้งระยะเวลาในการดําเนินคดีจนแล้วเสร็จนั้น ก็ทราบว่าเปึนที่น่าพอใจอยู่เหมือนกัน พลิกไปดูในรายงานเรื่องวิเคราะห์เหตุแห่งการฟัองคดี ตรงนี้รายงานในส่วนนี้ผมคิดว่า น่าจะเปึนประโยชน์กับสมาชิกของรัฐสภาที่จะได้ดูว่าเหตุใดจึงมีการฟัองคดีกันมาก และคดีที่มีการฟัองกันมากก็คือคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทําโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย คดีพิพาทเกี่ยวกับการละเลยต่อหน้าที่ตามกฎหมายกําหนดไว้ที่ต้องปฏิบัติตาม หรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร อันนี้ก็ยังเปึนสาเหตุหลักที่มีการฟัองกันอยู่ และมีท่าทีว่าจะไม่ลดลง

คําถามก็คือว่า ที่ศาลปกครองได้วิเคราะห์มา แล้วก็มีข้อเสนอแนะมาด้วย ส่วนใหญ่ท่านก็บอกว่าเหตุทั้งหมดที่เกิดขึ้นเนื่องจากเจ้าหน้าที่เข้าใจกฎหมายไม่ดีพอ หรือเจ้าหน้าที่ฝ์ายปกครองจงใจไม่ปฏิบัติตามรูปแบบ ขั้นตอน วิธีการที่กฎหมายกําหนด ข้อเสนอแนะก็คือ ควรจะมีการอบรมให้ความรู้กับเจ้าหน้าที่เหล่านั้น โดยเฉพาะการ ปฏิบัติตามกฎหมายด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง หรือเห็นสมควรให้เผยแพร่ คําวินิจฉัยของศาลปกครองให้หน่วยงานต่าง ๆ ไปศึกษาดู หรือให้มีการเผยแพร่อบรมให้ ความรู้กับเจ้าหน้าที่ เห็นควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น เรื่องระเบียบพัสดุ ให้ความรู้กับ เจ้าหน้าที่มากยิ่งขึ้น อันนี้ก็ยังเปึนข้อเสนอแนะเข้าใจว่าเปึนความเห็นของศาลปกครอง เข้าใจว่ารายงานป้ก่อน ๆ ท่านก็คงเสนอแนะอย่างนี้ แล้วก็คดีต่าง ๆ ก็ยังมีอยู่เช่นเดิม แล้วทําท่าจะมากขึ้นด้วย เปึนเพราะอะไร มันมีข้อย่อหย่อนทางกฎหมายอย่างไรหรือไม่ อันนี้ยังไม่ทราบว่าจะไปรายงานที่ไหนถึงจะมีเรื่องอย่างนี้เกิดมา ผมทราบมาว่าหลายคดี นี่นะครับ ที่จริงทางหน่วยทางปกครองสามารถที่จะแก้ไขด้วยหน่วยงานเองได้โดย ไม่จําเปึนต้องฟัอง แต่ว่าท่านก็ปล่อยให้มีการฟัอง ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าฟัองไปแล้วอย่างไรก็แพ้คดี ศาลปกครองก็ตัดสินอย่างนี้แหละ เพราะเคยตัดสินคดีมาแล้ว แต่หน่วยงานก็บอกว่า เอาล่ะ ไม่อยากปฏิบัติ ถ้าอยากให้ปฏิบัติตามนี้ก็ฟัองเอา แล้วท่านก็อ้างคําวินิจฉัยของ ศาลปกครองเพื่อที่ปฏิบัติตามกฎหมายนั้น กว่าจะฟัองเสร็จ อะไรต่ออะไรเสร็จ คดีมันล่าช้ามาก และผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการกระทําของฝ์ายปกครองนั้น กว่าจะได้รับการเยียวยามันไม่คุ้มกับค่าเสียหายที่มันเกิดขึ้น อย่างนี้จะสั่งแก้ไขปัญหา อย่างไร ผมก็อยากจะเห็นว่าทางฝ์ายศาลปกครองจะมีข้อเสนอแนะที่ชัดเจนไปยังฝ์าย ปกครอง ว่าหลายคดีนี้ไม่ฟัองได้ไหม เพราะฟัองแล้วมันมีตัวอย่างเยอะแล้ว ท่านอย่าฟัอง เลย ก็แจ้งไปรัฐบาลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรีบปฏิบัติตามสิ่งที่มันควรจะเปึน อย่างนี้ก็จะ เปึนการเยียวยาเรื่องที่น่าจะได้รับการแก้ไขสําหรับผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนนะครับ โดยทั่วไปเกี่ยวกับสภาพของรายงานของศาลปกครองประจําป้นี้นะครับ เท่าที่ผมจะมี ข้อสังเกตในเบื้องต้นก็เปึนอย่างที่ได้กราบเรียนท่านประธานไปแล้ว

ท่านประธานครับ เรื่องที่ผมจะตั้งข้อสังเกตต่อไป อาจจะไม่ใช่เรื่อง โดยตรงที่จะอยู่ในเรื่องรายงานของศาลปกครอง แต่ก็เปึนเรื่องที่เกี่ยวกับเรื่องการทําหน้าที่ ของศาลปกครองเช่นเดียวกัน คือในระยะหลัง ๆ เมื่อมันมีเรื่องข้อขัดแย้งทางการเมือง เพิ่มขึ้น ๆ มาขึ้นเรื่อย ๆ มีความสับสนวุ่นวายเกิดขึ้นในบ้านเมืองของเราตามที่ทุกท่าน ได้ทราบกันอยู่แล้ว และดูเหมือนว่าการเมืองมันน่าจะไร้ทางออก ไม่มีทางออก สังคมก็ เรียกร้องให้ฝ์ายตุลาการเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาของบ้านเมือง หลายท่านคงจําได้ เมื่อป้ ๒๕๔๘ ป้ ๒๕๔๙ ได้เห็นภาพ เมื่อมีความวิกฤติทางการเมืองมากขึ้นสังคมก็บอกว่า ฝ์ายตุลาการน่าจะเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหานี้ เราก็เห็นประมุขทั้ง ๓ ศาลครับ ไปประชุมกัน แล้วก็ออกมาแถลงร่วมกันบอกว่า ต่อไปนี้ทั้ง ๓ ศาลจะร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหา วิกฤติทางการเมืองหาทางออกให้กับประเทศ แล้วหลังจากนั้นทุกท่านก็จะได้เห็นบทบาท ของศาลทั้ง ๓ ศาลช่วยกันแก้ปัญหาให้บ้านเมือง หลายท่านก็ชื่นชมกับบทบาทของ ฝ์ายตุลาการที่เข้ามาแก้ไขวิกฤติของประเทศ ฝ์ายที่เห็นด้วยก็คงพอใจ แต่ฝ์ายที่ไม่เห็นด้วยก็ไม่พอใจเรื่องที่เกิดขึ้น แล้วเราก็ได้ยิน คําพูดว่า บทบาทของตุลาการภิวัตน์ ตุลาการภิวัตน์ เพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ท่านประธาน ครับ ผมติดตามดูเหตุการณ์เหล่านี้ด้วยความไม่สบายใจเหมือนกัน เพราะคําว่า ตุลาการภิวัตน์ นั้นมันหมายถึงการให้ตุลาการเข้ามามีบทบาทตัดสินคดีที่เปึนเรื่องทาง การเมือง เมื่อไรที่ตุลาการเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องทางการเมืองมากขึ้น แล้วก็ถ้าไม่วางตัว เปึนกลางจริง ๆ นี้นะครับ ปัญหาก็จะเกิดขึ้นกับฝ์ายตุลาการเอง เห็นไหมครับ หลังจากที่ ผมได้เรียนท่านประธานไปแล้วเมื่อสักครู่นี้ เราเห็นประมุข ๓ ศาล นั่งสุมหัวกัน ผมพูด อย่างนี้นะครับ ผมก็นึกว่า เอ๊ะ การที่เรามีศาลฎีกา มีศาลปกครอง มีศาลยุติธรรมเกิดขึ้น ก็อยากจะเห็นแต่ละศาลทําหน้าที่ของตัวเองไปตามกรอบภาระหน้าที่ แต่พอมาเรื่อง การเมือง ประเดี๋ยวศาลนี้ตัดสินอย่างนั้น อีกศาลหนึ่งมายกเอาคําพิพากษาของศาลนี้ไป เปึนข้ออ้างในการที่จะตัดสินในหน้าที่ของตนเอง ผมก็สงสัยเหมือนกันตกลงใครทําหน้าที่ อะไรกันแน่ คดีเลือกตั้งที่เคยตัดสินว่าการเลือกตั้งเปึนโมฆะ ศาลรัฐธรรมนูญก็ตัดสิน ศาลปกครองก็เอาด้วย ผมในฐานะที่เรียนกฎหมายมาก็ถามว่า ตกลงการที่จะตัดสินว่า การเลือกตั้งมันชอบหรือไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ศาลปกครองหรือศาลรัฐธรรมนูญมี อํานาจในการวินิจฉัยกันแน่ นี่แหละครับ หลังจากนั้นก็ทําให้เกิดปัญหาในใจผมมาเรื่อย ๆ ว่าถ้ายิ่งศาลตุลาการ โดยเฉพาะที่เราเรียกว่า ตุลาการภิวัตน์ นี่ครับ เข้ามามีบทบาทมา ตัดสินคดีทางการเมืองมากขึ้น มันจะเปึนอันตรายต่อตัวศาลเองยิ่งขึ้นไปเรื่อย เพราะศาล ไม่สามารถจะวางตัวเปึนกลางในทางการเมือง องค์กรของศาลจะถูกกระทบอย่างรุนแรง ครับ สิ่งนี้ที่ผมอยากจะเห็นและให้มีการปรับปรุงแก้ไข ท่านประธานครับ ผมขอ ยกตัวอย่างคดีที่มันเกิดขึ้นระยะหลัง ๆ ที่ผมก็เชื่อว่ามันก็เกี่ยวกับบทบาทของศาลด้วย ในคดีที่มีการฟัองกันเมื่อไม่นานมานี้นะครับ คือคดีการสลายการชุมนุม เมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม (วันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑) ผู้ฟัองคดีได้ยื่นฟัองนายกรัฐมนตรี ผู้บัญชาการตํารวจและเจ้าหน้าที่ตํารวจ เปึนคดีพิพาทเกี่ยวกับหน่วยงานทางปกครอง และเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทําการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และขอให้ศาลออกคําสั่ง มีมาตรการคุ้มครองชั่วคราว ผมก็อ่านดูคําวินิจฉัยของศาลปกครองกลาง ท่านก็ตั้งคําถาม ว่า การสลายการชุมนุมเปึนการกระทําทางปกครองหรือไม่ แล้วท่านก็บรรยายไปว่าเหตุ มันเกิดขึ้นอย่างไร อย่างไร อย่างไรนะครับ แล้วสุดท้ายศาลท่านก็บอกว่าเจ้าหน้าที่ตํารวจ ไม่ได้จับกุมแจ้งข้อกล่าวหาหรือดําเนินการใด ๆ ตามประมวล วิ. อาญา (ประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา) ดังนั้นจึงเปึนที่เห็นได้ชัดเจนว่า การกระทําของตํารวจ ไม่ได้มีเจตนาใช้อํานาจตาม วิ. อาญาแต่อย่างใด การกระทําของเจ้าหน้าที่ตํารวจจึงมิใช่ เปึนการกระทําตามกระบวนการยุติธรรมทางอาญา แต่เปึนการกระทําทางปกครอง จึงอยู่ในอํานาจของศาลปกครองที่จะพิจารณาได้ และหลังจากนั้นท่านก็มีคําสั่งคุ้มครอง ชั่วคราว คําถามของผมก็คือว่า ตกลงการสลายการชุมนุมวันนั้นเปึนการกระทํา ทางปกครองหรือ มันอยู่ในอํานาจของศาลปกครองที่จะพิจารณาได้หรือไม่ แน่นอนครับ คําสั่งให้สลายการชุมนุมเข้าใจได้ว่าเปึนคําสั่งทางปกครอง แต่เมื่อเขาไม่สลายเจ้าหน้าที่ ตํารวจจึงใช้มาตรการบังคับ ก็คือมีการใช้แก๊สน้ําตาใช้อะไรต่ออะไรบังคับเพื่อให้มี การสลายออกไป ผู้ฟัองยังไม่ได้ฟัองเลยบอกว่าการบังคับตามคําสั่งให้สลายนี่ชอบหรือ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ที่ถูกมันต้องฟัองตรงนี้ก่อนว่าเจ้าหน้าที่ตํารวจกระทําไม่ชอบนะ มีความเสียหายเกิดขึ้นและผู้บังคับบัญชาตัดสินบอกว่าเขาทําถูกต้องแล้วมันจึงมี ข้อพิพาทเกิดขึ้น เขาจึงนําไปฟัอง แต่นี่ท่านยังไม่ได้วินิจฉัยเลย บอกว่า การสลายการชุมนุมนั้นมันชอบหรือไม่ชอบ แล้วท่าน ก็สรุปเอาดื้อ ๆ ว่า เมื่อไม่ใช่ วิ. อาญา ก็เปึนเรื่องของทางปกครอง ศาลปกครองพิจารณาได้ นี่คือตัวอย่างอันหนึ่งที่ผมเองก็มีข้อสงสัยว่า ถ้าให้เหตุผลกันง่าย ๆ อย่างนี้ อีกหน่อยนะครับ ศาลปกครองก็คงจะใช้มาตรา ๙ ของพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองนั่นล่ะ ตีความ ขยายความไปเรื่อย ๆ บอกว่าทุกคดีก็จะอยู่ในอํานาจของศาลปกครองเรื่อยไป ทั้ง ๆ ที่ ความจริงแล้วมันก็ไม่น่าจะอยู่ในเรื่องอํานาจของศาลปกครอง

มีคดีอีกเรื่องหนึ่งท่านประธานครับ ที่เกิดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ คือคดีเกี่ยวกับ แถลงการณ์ร่วม กรณีที่รัฐบาลให้ความเห็นชอบในแถลงการณ์ร่วมที่จะสนับสนุนให้ ประเทศกัมพูชาขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเปึนมรดกโลก ฝ์ายประชาชนคนอื่นที่เรียกว่า กลุ่มพันธมิตรก็ได้ยื่นคําร้องต่อศาลปกครอง ขอให้ศาลปกครองได้มีคําวินิจฉัยห้ามมิให้ รัฐบาลไปดําเนินการใช้ประโยชน์จากแถลงการณ์ร่วมวันนี้ ทันทีที่มีการยื่นฟัอง ผมเองก็ คิดว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะมีปัญหา เพราะศาลปกครองสูงสุดได้เคยวินิจฉัยไว้แล้วในคดีก่อน คือคดีความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ์น ว่าในเรื่องนั้นก็มีการฟัองกันอย่างนี้แหละ ฟัองขอให้เพิกถอนความตกลงนั้น ทั้งศาลปกครองกลางได้ตัดสินไปบอกว่าไม่อยู่ใน อํานาจของศาลปกครอง เพราะเปึนการกระทําของรัฐบาล ก็มีการอุทธรณ์ไปยัง ศาลปกครองสูงสุด ศาลปกครองสูงสุดก็วินิจฉัยในวันรุ่งขึ้นวางหลักไว้แล้ว ว่าความตกลง อย่างนี้เปึนการกระทําของฝ์ายบริหารไม่อยู่ในอํานาจที่ศาลปกครองจะพิจารณาได้ ผมก็เมื่อทราบว่ามีการฟัองกันอย่างนี้ก็ติดตามดูนะครับ ก็ไม่คิดว่าจะมีปัญหาอะไร ท่านประธานครับ พวกเราก็ได้ทราบกันแล้วว่าศาลปกครองต่างกลับไปวินิจฉัย ว่าแถลงการณ์ร่วมอันนี้อยู่ในอํานาจของศาลปกครองที่จะพิจารณาได้ ทั้ง ๆ ที่ผมตั้ง ข้อสังเกตนะครับ องค์คณะที่พิจารณาในศาลปกครองกลางนี่ ที่พิจารณาคดีหุ้นส่วน เศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ์นนั้นเปึนองค์คณะเดียวกัน ถ้าเปึนบุคคลและองค์คณะนี่ความสงสัย ของผมก็คงจะไม่มาก ทีนี้บังเอิญเปึนองค์คณะเดียวกัน ประเด็นข้อกฎหมายก็เรื่อง เดียวกัน ไม่กี่เดือนท่านกลับคําวินิจฉัย มันอะไรเกิดขึ้นครับ ผมก็ตามดูข่าวนะครับ ปรากฏว่าฝ์ายพันธมิตรนําคําวินิจฉัยนี้มาอ่านตอนดึก มาอ่านตอนดึกครับ ท่านไปตรวจดูก็ได้ ทําให้นึกว่า โอ นี่ท่านขยันมากนะ มาทําคําวินิจฉัยเอาตอนดึก ท่านประธานครับ มีคนเล่าให้ผมฟังด้วย จริง ๆ องค์คณะที่ตัดสินคดีเขากลับบ้านไปแล้วนะ แต่ถูกเรียกกลับมาในตอนดึก แล้วมาพิจารณากัน แล้วออกคําสั่งพร้อมกันตอนดึกนั้น จนกระทั่งฝ์ายพันธมิตรสามารถนําเอาคําวินิจฉัยนี้ไปอ่านที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ แล้วก็ ปรากฏว่าเราชนะในคดีนี้แล้ว นี่คือตัวอย่างอันหนึ่งนะครับ ผมก็ไม่แน่ใจว่าอะไรมันเกิดขึ้น แต่อย่างน้อยผมก็ตั้งข้อสังเกตว่าองค์คณะที่พิจารณาคดีความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจ ไทย-ญี่ปุ์น กับองค์คณะที่พิจารณากรณีแถลงการณ์ร่วมเขาพระวิหารนี้ ศาลปกครองกลาง เปึนองค์คณะเดียวกัน คดียังไม่จบครับ เพราะรัฐบาลอุทธรณ์ไปยังศาลปกครองสูงสุด แล้วระหว่างนี้ศาลรัฐธรรมนูญก็ไปตัดสินว่า แถลงการณ์ร่วมนั้นเปึนสนธิสัญญาที่ต้องเข้า มาตรา ๑๙๐ วรรคสอง ผมก็ทราบว่าศาลปกครองสูงสุดยังไม่มีคําวินิจฉัยนี้ออกมา ความสงสัยของผมในเรื่องนี้มันก็คงจะจบลงสั้น ๆ เพราะอาจจะเปึนความเห็นในทาง กฎหมายที่อาจจะมีความเห็นแตกต่างกันได้ แต่ไม่ครับ ท่านประธานครับ มันไม่จบแค่นั้นครับ ที่มันไม่จบก็เพราะว่าบังเอิญผมไปอ่านในหนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันที่ ๑๔ ตุลาคม ผู้เขียนครับ ใช้นามว่า ข้าราษฎร เขียนคําถามขึ้นมา ตั้งคําถามว่าคําถามทดสอบตุลาการ เขาถามอย่างนี้ท่านประธานครับ ในการพิจารณาคดีสําคัญคดีหนึ่งของศาลสูง ผู้บริหาร ศาลได้แจกสํานวนให้ตุลาการคณะหนึ่งไปพิจารณาแล้ว ปรากฏว่าองค์คณะดังกล่าวมี ความเห็นเสียงข้างมาก ๓ ใน ๕ เห็นควรกับคําสั่งของศาลชั้นต้น มีการยกร่างคําสั่งเสียง ข้างมากดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว ปรากฏว่าความเห็นองค์คณะนี้ไม่ตรงกับความเห็น ของผู้บริหาร จึงมีการดึงคดีกลับ แล้วนําไปแจกให้อีกองค์คณะหนึ่ง ซึ่งผู้บริหารศาล ดังกล่าวเปึนหัวหน้าคณะเอง ผลการพิจารณาใหม่ตรงกันข้ามกับองค์คณะเดิมที่ดึง สํานวนคืนมาแม้เสียงจะไม่เปึนเอกฉันท์ ผู้ถามนี่เขาถามอย่างนี้ครับท่าน สมมุติว่าอยู่ดี ๆ มีคนเขียนอย่างนี้ขึ้นมา มันไม่น่าจะเขียนเลย คงมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นในศาลสูงแห่งใด แห่งหนึ่งล่ะ ๓ ใน ๕ ไปตรวจสอบดูก็ได้ ศาลสูงก็มีศาลฎีกา ศาลรัฐธรรมนูญ กับศาลปกครองสูงสุด คงไม่ยากที่จะไปตามดูว่าศาลไหนกันแน่ และคําถามอย่างนี้ มันเกิดขึ้น ผู้เขียนนี่ไม่ได้เขียนว่าเปึนเรื่องสมมุติ แต่ทําให้ผมย้อนกลับมาดู มันจะสมมุติ ว่ามันเกิดขึ้นหรือมันเกิดขึ้นจริง ผมก็นึกมาย้อนดูเรื่องที่มันเกิดขึ้น เขียนวันที่ ๑๔ ตุลาคม มีคดีไหนไหมที่มันเปึนอย่างนี้ ความสงสัยกระผมก็มาที่คดีที่ผมได้ เรียนท่านประธานไปเมื่อสักครู่นี่แหละ ก็คือคดีความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ์น กับคดีแถลงการณ์ร่วมเขาพระวิหาร ทําไมองค์คณะเดียวกันตัดสินกันอย่างนี้ และเรื่อง กําลังจะไปสู่ที่ศาลสูง ท่านก็ตั้งคําถามอย่างนี้ ท่านบอกถ้าไม่เชื่อก็ลองไปขอคัดสํานวน คัดกระบวนการพิจารณาขึ้นมาดู คนที่รู้กฎหมายหลายคนที่สนใจสิ่งที่ศาลตัดสินอยู่ เวลานั้น ก็บอกผมบอกเห็นบทความนี้หรือยัง ผมบอกผมเห็นแล้ว กําลังอ่านด้วย ความสนใจว่าสิ่งที่ผู้เขียนบอกว่าสมมุติขึ้นนี่ มันเกิดขึ้นจริงหรือเปล่า หรือเกิดขึ้นที่ไหน เพราะอันนี้จะเปึนตัวอย่าง ถ้ามันเกิดขึ้นจริงจะเปึนตัวอย่างหนึ่งที่ชัดเจนที่สุดว่า ตุลาการ หรือฝ์ายตุลาการกําลังถูกดึงเข้ามาเพื่อจะตัดสินคดี เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง โดยมีธงไว้ก่อน ถ้ามันเกิดขึ้นจริงอย่างนี้นะครับ หมายถึงความน่าเชื่อถือของตุลาการ ระบบตุลาการของบ้านเรามันจะเสื่อม และจะเปึนอันตรายต่อการที่ประชาชนได้รับ ความยุติธรรมต่อไปครับ ดูเหมือนคําถามนี้ที่ผู้เขียน ๆ ไว้ยังไม่จบครับ สัปดาห์ต่อมา ท่านก็เขียนอีก พูดถึงความเปึนอิสระขององค์คณะ ห้ามเรียกสํานวนคดีคืน เพราะจะเรียก คดีคืนได้มันมีกฎหมายกําหนดไว้อยู่แล้วว่าเรียกคืนได้กรณีไหน แต่นี่องค์คณะหนึ่งคณะ พิจารณาไปแล้ว มีมติไปแล้ว เหลือแต่เขียนเท่านั้นแหละ รายงานมีหมด ผู้บริหารศาล ไม่พอใจ ตัดสินไม่ถูกตามที่ตัวเองต้องการ ดึงสํานวนกลับมา อย่างนี้มันผิดกฎหมาย ชัดเจนครับ สัปดาห์ต่อมาท่านก็เขียนอีกบอกว่า ตามที่ตั้งบททดสอบตุลาการไปนั้น เรื่องนี้ถ้ามีการเปลี่ยนองค์คณะสํานวนมันเปึนอย่างไร ถามต่อไปอีก ผมก็เชื่อว่าเรื่องนี้ มันน่าจะมีมูลเกิดขึ้น ไม่อย่างนั้นผู้เขียนซึ่งน่าจะอยู่ในเหตุการณ์ที่ดีคงไม่ได้เขียนถึง ๒ ครั้งเหมือนอย่างนี้ แล้วข้างท้ายก็บอกว่า เอาละ ตุลาการด้วยกันเองคงไม่มีใครที่จะ กล้าออกมาพูด มาคัดค้าน เพราะพูดไปก็เดี๋ยวจะเปึนอันตรายกับตัวเอง เปึนอันตรายต่อ สถาบันตัวเองด้วย แต่ผมที่เปึนฝ์ายนิติบัญญัติคงปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปไม่ได้ เพราะ ถ้ามันเกิดขึ้นจริงนั้น หมายถึงว่ากระบวนการยุติธรรมของบ้านเรามีปัญหา ตุลาการที่ว่า ที่หลายคนชื่นชอบกําลังจะถูกใช้เปึนเครื่องมือทางการเมือง ก็คือให้มาตัดสินคดีการเมืองโดยมีธงไว้ล่วงหน้า อย่างนี้จะเปึนอันตรายอย่างยิ่งต่อ กระบวนการยุติธรรม ท่านบอกว่า เอาละ ตุลาการคงไม่มีใครพูด เมื่อเปึนอย่างนั้นก็เหลือ พวกเราละครับที่นั่งอยู่ที่นี่จะต้องช่วยกันพูด ช่วยกันแสดงความคิดเห็นว่าอะไรเกิดขึ้นใน กระบวนการยุติธรรมของบ้านเรา และถ้าเปึนปัญหาจริง ๆ ก็ต้องแก้ไข ถ้าปัญหาที่มัน เกิดขึ้นเปึนเพราะตัวกฎหมายบกพร่องก็เปึนหน้าที่ของฝ์ายนิติบัญญัติที่จะต้องแก้ไข แต่ถ้าความบกพร่องนั้นมันเกิดขึ้นจากในกระบวนการตุลาการด้วยกันเอง ใครจะแก้ถ้าที่นี่ ไม่ใช่เปึนคนแก้ ผู้เขียนก็เลยถามไว้ท้ายบอกว่า ถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นจริง แม้ไม่มีผู้พิพากษา ตุลาการคนใดกล้าปริปากหรือไม่มีพยานหลักฐานปรากฏต่อสาธารณะ แต่จงรู้ไว้เถิดว่า มโนสํานึกของความเปึนนักกฎหมายของผู้บริหารตอนนั้นหมดสิ้นไปแล้ว ท่านประธาน ครับ ผมมีคําถามเรียนไปยังท่านผู้แทนศาลปกครอง เรื่องอย่างนี้ท่านยืนยันได้ไหมว่า ไม่เกิดขึ้นในศาลปกครอง ผมจะรอฟังคําตอบครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณวิลาศ จันทร์พิทักษ์

นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ ครับ ผม วิลาศ จันทร์พิทักษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากกรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ วิกฤติของประเทศในช่วง ๓ ป้ที่ผ่านมา ต้องยอมรับความจริงละครับว่าศาลปกครองเปึน องค์กรหนึ่งในไม่กี่องค์กรที่มีส่วนในการแก้ไขปัญหาวิกฤติที่เกิดขึ้นในรอบ ๓ ป้ที่ผ่านมา ซึ่งผมก็ขอชื่นชมแล้วขอขอบคุณผู้เกี่ยวข้องเกี่ยวกับงานของศาลปกครอง แต่ท่านประธาน ครับ ผมคิดว่าถ้างานของศาลปกครองถ้าจะให้สมบูรณ์จริง ๆ สมดังเจตนารมณ์ของ การจัดตั้งศาลปกครอง ผมคิดว่าปัญหาหนึ่งที่ท่านจะต้องดําเนินการแก้ไขคือกรณีการ พิจารณาคดีให้รวดเร็วยิ่งขึ้น ท่านประธานครับ เจตนารมณ์ของการจัดตั้งศาลปกครอง ถ้าเราจะดูจากพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ในมาตรา ๕๕ เขาเขียนไว้ว่า การพิจารณาพิพากษาคดีต้องดําเนินการให้ เสร็จสิ้นไปโดยเร็ว และนอกจากนั้นท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานจะกรุณาอ่าน รายงานการปฏิบัติงานของศาลปกครองและสํานักงานศาลปกครอง ประจําป้ ๒๕๕๐ อย่างน้อยจะมีเจตนารมณ์ที่ต้องการให้การพิจารณาคดีเปึนไปด้วยความรวดเร็วอยู่ ๒ แห่ง คือในหน้าที่ ๗ ครับ สารจากประธานศาลปกครองสูงสุดในวรรคสองท่านเขียนไว้ อย่างนี้ครับ แต่ศาลปกครองยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาและปรับปรุงระบบงานหลาย ๆ อย่าง เพื่อให้สามารถสนับสนุนการพิจารณาพิพากษาคดีเปึนไปด้วยความรวดเร็วและมีคุณภาพ และในหน้า ๓๐ ท่านแสดงว่าพันธกิจของศาลปกครอง ข้อ ๑. พิพากษาคดีด้วยความ เปึนธรรมและรวดเร็ว เพื่อเปึนหลักประกันในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและให้เกิดความ เปึนธรรมแก่คู่กรณี ตรงกันครับท่านประธานครับ เห็นข้อบกพร่องว่าการพิจารณาคดี ถ้าล่าช้าแล้วมันก่อให้เกิดปัญหาของพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ ผมอยากจะ ยกตัวอย่างกรณีการพิพากษาคดีที่ล่าช้า ซึ่งเกิดกับพี่น้องประชาชนบ่อย แล้วก่อให้เกิด ความเสียหายค่อนข้างมากและรุนแรง

กรณีการเวนคืน ท่านประธานครับ เมื่อหน่วยราชการไปเวนคืนที่ ของประชาชนแล้วก็กําหนดราคาที่จะชดเชย ปรากฏว่าประชาชนเห็นว่าไม่ได้รับ ความเปึนธรรมก็นําคดีมาฟัองศาลปกครอง ซึ่งศาลปกครองก็ตัดสินด้วยความเปึนธรรมครับ เปึนราคาที่เปึนธรรมแล้วเขาก็พอใจ ท่านให้ทั้งราคา ทั้งดอกเบี้ย แต่เผอิญราคา ณ วันนั้นเปึนราคาวันฟัอง แต่ถ้าท่านตัดสิน คดีช้า มันไป ๔-๕ ป้นี่ ราคาที่มันขึ้น เขานี่มีเจตนาที่จะไปซื้อบ้านขนาดกี่วา ๆ หรือว่าจะ ไปซื้อที่ทํานา ปรากฏว่าถ้าท่านตัดสินคดีช้านี่นะครับ ราคาที่ดินมันเพิ่ม เขาหมดสิทธิที่จะ ไปทําเลย โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรนี่เขาจะได้ที่ดินไม่พอทํากิน

ประการต่อมาก็คือว่า กรณีการแต่งตั้งข้าราชการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ต่อมาก็มีข้าราชการที่เห็นว่าตัวเองไม่ได้รับความเปึนธรรม ก็มาฟัองศาลปกครอง ขอให้ เพิกถอนคําสั่ง ซึ่งต่อมาศาลปกครองก็พิจารณาว่า โอ.เค. คําสั่งนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย แล้วก็เพิกถอนคําสั่ง แต่ท่านประธานครับ ถ้าท่านพิจารณาคดีช้านี่ ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้ง แล้วคิดว่ามีแนวโน้มว่าตัวเองจะโดนเพิกถอนคําสั่ง ท่านก็พยายามจะแต่งลูกน้องก็ดี หรือคนใกล้ชิดก็ดี ให้เลื่อนตําแหน่งให้สูงขึ้น แล้วตรงไหนที่สามารถหาผลประโยชน์ได้ รีบอนุมัติโครงการที่มีผลประโยชน์ มันก็ก่อให้เกิดความเสียหายกับทางราชการ ถึงแม้ว่า จะโดนเพิกถอนคําสั่ง แต่ความเสียหายเขารีบทํากันหมดแล้ว

อีกประการหนึ่งซึ่งเกิดค่อนข้างบ่อย แล้วก็เกิดกับคนยากคนจน คือกรณี การเช่านา ท่านประธานครับ พระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๒๔ เขาบอกไว้ว่า ผู้ให้เช่านาถ้าประสงค์จะขายที่นาให้แจ้งคณะกรรมการช่วยเหลือเกษตกร ตําบล ชื่อย่อว่า คชก. ตําบล เพื่อให้ คชก. ตําบลไปแจ้งกับเกษตรกรผู้เช่านาว่านาแปลงนี้ จะขายแล้ว ท่านประสงค์จะซื้อหรือไม่ แต่โดยข้อเท็จจริงนี่ผู้ให้เช่านาซึ่งเปึนนายทุน ส่วนใหญ่ก็คิดว่าผู้เช่านาไม่มีศักยภาพพอที่จะฟัอง ก็จะขายเลยโดยไม่แจ้งให้ผู้เช่านา ทราบ มันก็มีผู้เช่านาบางคนซึ่งพอมีความรู้ หรือว่ามีศักยภาพสูงพอที่จะฟัองเพื่อให้ถอน สัญญาการซื้อขายที่นาแปลงนั้น ประเด็นปัญหามันอยู่ตรงนี้ครับ ถ้าสมมุติว่าเราพิพากษา คดีช้านี่ ปรากฏว่าผู้ซื้อนี่พอซื้อเสร็จระหว่างทางนี้ดําเนินคดี ผู้ซื้อก็ไปทําหมู่บ้านจัดสรร บ้าง ไปขุดที่ดินแปลงนั้นทํานากุ้งบ้าง ซ้ําร้ายกว่านั้นคือไปขุดดินขาย ผลที่สุดศาล ปกครอง แน่นอนครับ คดีนี้ตัดสินแน่นอนต้องเพิกถอนคําสั่ง เพิกถอนสัญญาซื้อขาย พอเพิกถอนสัญญาซื้อขาย ท่านประธานลองคิดดูสิครับ ที่นาแปลงนั้นไปขุดขายหน้าดิน ไปหมดแล้ว เหลือแต่บ่อเปึนบ่อดินไปแล้ว แล้วเกษตรกรผู้เช่านาจะเอาไปทําอะไรได้ครับ ท่านประธานครับ นั่นเปึนกรณีตัวอย่างซึ่งเกิดขึ้นบ่อย แล้วก็ก่อให้เกิดปัญหากับ คนยากคนจน ซึ่งผมนํามาเรียนท่านประธาน นอกจากนี้นะครับท่านประธานครับ ถ้าท่านพิจารณาคดีล่าช้า มันยังก่อให้เกิดการพิจารณา ซึ่งอาจจะไม่ได้รับความยุติธรรม เท่าที่ควร อย่างน้อย ๆ ๒ ประการ ท่านประธานครับ คดีในศาลปกครองนี่เกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เต็ม เปึนคดีซึ่งเอกชนฟัองหน่วยงานของรัฐ เพราะฉะนั้นมันก็ต้องมีการ เรียกเอกสารจากหน่วยงานของรัฐไปสู้คดี ทีนี้ถ้าตัดสินกันช้า การเรียกเอกสารนี่หน่วยราชการบางทีเขาอ้างว่า เอกสารหาไม่พบคดี มันนานแล้ว เอกสารทําลายไปแล้ว แล้วมันจะได้รับความยุติธรรมได้อย่างไรล่ะครับ ท่านประธานครับ นอกจากนี้

ประการต่อมาซึ่งอาจจะทําให้การตัดสินคดีขาดความยุติธรรมก็คือว่า การดําเนินคดีในศาลปกครอง ท่านประธานครับ มันเปึนความดีของศาลปกครองคือว่า ท่านไม่ต้องใช้ทนายเลย ไปตัวเปล่า ไปแล้วก็ถ้าท่านเขียนเองก็เขียน ถ้าเขียนไม่ได้ก็จะมี พนักงานปกครองช่วยเขียนให้ ปัญหามันก็เกิดขึ้นตรงว่า พอตาสีตาสาไปฟัองนี่ ให้พนักงานปกครองเขียนก็จริงอยู่ แต่นี่ถ้าท่านทําคดีช้านะครับ การทําคําคัดค้าน การทํา คําให้การก็ดี ทําคําแก้อุทธรณ์ก็ดี เรื่องมันก็ทอดไปนาน คนที่ไปฟัองนั้นมันลืมแล้วว่าเรื่อง มันเปึนอย่างไรบ้าง สู้ไปสู้มาแพ้ ที่แพ้ไม่ใช่เพราะข้อเท็จจริงแพ้นะครับ มันแพ้เพราะว่าช้า แล้วเลยลืมเรื่องที่จะไปสู้ ใครมันจะจําได้ล่ะครับ เรื่อง ๔-๕ ป้สู้กัน ชาวนาไม่ได้เปึนคนที่มี ความรู้ขนาดที่ไปจําเรื่องเรื่องหนึ่งเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ๔-๕ ป้ มันจําไม่ได้ละครับ ท่านประธานครับ ผมขอเรียนท่านประธานในประเด็นต่อไปคือ ท่านประธานลองกรุณาดู จากรายงานของศาลปกครองฉบับนี้นะครับ ในหน้า ๔๙ ผมรบกวนท่านประธานนิดเดียว นะครับ ผมขออ่านรายงานนะครับ

ศาลปกครองได้ตระหนักในเรื่องเวลาที่ใช้ในการพิจารณาคดีเปึนอย่างยิ่ง เนื่องจากมีปณิธานในการดําเนินการพิจารณาคดีว่า ความยุติธรรมที่ล่าช้า คือความไม่ ยุติธรรม ผลการพิจารณาแล้วเสร็จตั้งแต่เป่ดทําการถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๐ คดีส่วนใหญ่ คือจํานวน ๒๔,๘๑๓ คดี หรือคิดเปึนร้อยละ ๗๘.๑๘ สามารถพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน ๑ ป้ สําหรับคดีที่ใช้เวลามากกว่า ๑ ป้ แต่ไม่เกิน ๒ ป้ มีจํานวน ๓,๖๖๓ คดี หรือ คิดเปึน ๑๑.๕๔ เปอร์เซ็นต์ และมากกว่า ๒ ป้แต่ไม่เกิน ๓ ป้ มีจํานวน ๒,๑๒๒ คดี หรือ ร้อยละ ๖.๖๙ เท่านั้น ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมอ่านไป ถ้าจะพูดกันย่อ ๆ ก็เปึนอันว่าคดี ที่ขึ้นศาลปกครองมีคดีที่พิจารณาเสร็จภายใน ๑ ป้ อยู่ ๗๘.๑๘ เปอร์เซ็นต์ คดีที่พิจารณา เสร็จ ๑ ป้ แต่ไม่เกิน ๒ ป้ ๑๑.๕๔ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็คดีที่พิจารณาเกินกว่า ๒ ป้แต่ไม่ถึง ๓ ป้ ๖.๖๙ เปอร์เซ็นต์ ก็เปึนอันว่าคดีที่พิจารณาเสร็จภายใน ๓ ป้นี้จับรวมกัน มันก็จะได้ ๙๖.๔๑ เปอร์เซ็นต์ ถ้าจากตัวเลขตรงนี้ถ้าท่านทําถูกจริงนะครับ ก็จะมีคดีที่ศาลปกครอง ตัดสินเสร็จเกินกว่า ๓ ป้อยู่ทั้งหมด ๑๐๐ ลบด้วย ๙๖.๔๑ ก็คือ ๓.๔๙ เปอร์เซ็นต์ ผมต้องเรียนท่านประธานนะครับว่า ผมไม่ค่อยมั่นใจกับรายงานฉบับนี้เท่าไร ต้องเรียน อย่างนี้เพราะว่าประสบการณ์นี้มันเกิดจากตัวผมเองเลย เผอิญมีญาติผมคนหนึ่งเขาไป ซื้อที่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ป้ ๒๕๔๐ แต่ก่อนหน้านั้นนะครับ ๒ เดือน การไฟฟัาฝ์ายผลิต แห่งประเทศไทยได้ประกาศที่บริเวณนี้เปึนเขตเดินสายไฟฟัา แล้วก็ไม่มีการจดแจ้งในหลัง โฉนดเลยว่าประกาศเปึนเขตเดินสายไฟฟัา ปรากฏว่าพอไปซื้อที่ก็เลยไม่รู้อะไรทั้งสิ้น แล้ว เรื่องก็ไม่มีการทําอะไรเลย จนกระทั่งประมาณเดือนมีนาคมป้ ๒๕๔๕ อยู่ดี ๆ การไฟฟัาฝ์ายผลิตก็ไปวางสายพาดผ่าน ก่อให้เกิดการรอนสิทธิในการใช้ที่ดิน พอเจ้าของที่เขารู้ว่ามีสายไฟฟัาพาดผ่านก็มาบอกผม ผมก็ลองคุยกับทางผู้ว่าการไฟฟัาส่วนภูมิภาค ผู้ว่าการไฟฟัาก็ยืนยันนะครับว่า กรณีอย่างนี้ ต้องจ่ายค่ารอนสิทธิให้กับผู้ที่มีที่ดินในขณะที่มีการวางสายพาดผ่าน แต่ปรากฏว่าพอผู้ว่า การไฟฟัาไปปรึกษาฝ์ายกฎหมาย กองนิติการของการไฟฟัา กองนิติการบอกว่าธรรมเนียม ปฏิบัติจ่ายให้กับคนดั้งเดิมมาตลอด จะรู้หรือไม่รู้ก็จ่ายอย่างนั้น แล้วถ้าสมมุติว่าถ้าฝ์าย ผู้ซื้อฝ์ายผู้เสียหายนี่ต้องการเงินค่าถูกรอนสิทธิก็ไปฟัองคดีเอา เผอิญมีการเปลี่ยนผู้ว่า การไฟฟัา ผู้ว่าการไฟฟัาอีกคนหนึ่งก็พูดทํานองเดียวกัน แล้วก็บอกว่าก็อยากให้ไปฟัองคดี ที่ศาลปกครองเหมือนกันจะได้มีบรรทัดฐานเพื่อใช้ในการพิจารณาการจ่ายเงินชดเชยใน โอกาสต่อไป ผมเรียนขอรบกวนท่านประธานนะครับ ขออ่านรายละเอียดนิดเดียวสั้น ๆ ครับ คดี ผมไม่บอกนะครับว่าเลขดํา เลขแดงเท่าไร เพราะผมไม่ปรารถนาที่จะมาใช้เวทีนี้เพื่อ เปึนประโยชน์กับตัวเอง ผมต้องการเรียนเพียงแต่ว่าอยากให้ศาลปกครองนี่หาวิธีการว่า ทําอย่างไร เพื่อให้เกิดความยุติธรรมแล้วก็บรรเทาความเสียหายให้ผู้ฟัองคดี

ท่านประธานครับ คดีนี้ยื่นฟัองเมื่อวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ป้ ๒๕๔๕ การไฟฟัาฝ์ายผลิตยื่นคําให้การเมื่อวันที่ ๑๒ มีนาคม ป้ ๒๕๔๖ เกือบ ๔ เดือน ฝ์ายผู้ฟัอง ทําคําคัดค้านคําให้การวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๔๖ ก็คือภายใน ๓๐ วัน ทางการไฟฟัา ทําคําให้การเพิ่มเติมวันที่ ๙ มิถุนายน ป้ ๒๕๔๖ จากนั้นคดีนี้ก็อยู่ในกระบวนการของ การไต่สวนของศาลปกครอง ซึ่งก็ถูกต้องแล้วครับเพื่อก่อให้เกิดความยุติธรรม คดีมัน มาถึงวันที่ ๘ มีนาคม ป้ ๒๕๔๙ ครับ ศาลปกครองกลางออกนั่งบัลลังก์พิจารณาครั้งแรก และให้ผู้ฟัองคดีแถลงด้วยวาจา และศาลนัดพิพากษาคดีวันที่ ๒๘ มีนาคม ป้ ๒๕๔๙ ซึ่ง ผู้ฟัองคดีชนะ จากนั้นผู้ถูกฟัองคดีคือการไฟฟัาฝ์ายผลิตก็มาอุทธรณ์ เมื่อวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๔๙ ก็คืออุทธรณ์ภายใน ๓๐ วัน วันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๔๙ ครับ ทางผู้ฟัอง ได้รับคําสั่งจากศาลให้ทําคําแก้อุทธรณ์ ผู้ฟัองคดีได้ยื่นอุทธรณ์เมื่อวันที่ ๓ กันยายน ป้ ๒๕๔๙ ท่านประธานครับ เกือบ ๓ ป้แล้วครับวันนี้ ยังไม่รู้เลยว่าตั้งแต่วันที่ ๓ กันยายน ๒๕๔๙ ซึ่งผู้ฟัองคดียื่นอุทธรณ์ไป จนวันนี้เกือบ ๓ ป้แล้วครับ ยังไม่รู้เลยว่าคดีนี่ไปอยู่ใน มุมมืดตรงไหน หล่นไปหรือยังก็ไม่รู้ ผมขอเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับ ผมจะสรุปว่า คดีนี้นะครับ อยู่ในศาลชั้นต้นตั้งแต่วันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๔๕ คือเปึนวันฟัอง แล้วก็ถึง วันที่ ๒๘ มีนาคม ป้ ๒๕๔๙ เปึนวันตัดสินของศาลปกครองกลาง รวมเวลาที่อยู่ในศาลชั้นต้นทั้งหมด ๓ ป้ ๓ เดือน ๑๘ วัน คดีนี้อยู่ในศาลปกครองสูงสุด ตั้งแต่วันที่ ๒๖ เมษายน๒๕๔๙ คือวันที่การไฟฟัาฝ์ายผลิตอุทธรณ์ ถึงปัจจุบันรวมเวลา ๒ ป้ ๙ เดือน ๑๐ วันเพราะฉะนั้นคดีนี้ตั้งแต่วันที่ฟัองศาลชั้นต้น วันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๔๕ จนถึงวันนี้รวมเวลาทั้งสิ้น ๖ ป้ ๒ เดือน ๑๗ วัน ยังไม่รู้เมื่อไร ท่านประธาน ลองคิดสิครับถ้าคดีนี้มันเปึนคดีซึ่งฟัองกันตรง ๆ เลยว่าอ่านกฎหมายว่ากรณีนี้สายไฟฟัา พาดผ่านที่มันควรจะให้ที่ใคร จริง ๆ อ่านมาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙ แล้วก็ไปไต่สวนเพิ่มเติม ว่าเปึนที่ดินจริง ไม่จริง มันไม่น่าจะถึง ๖ ป้กว่า แล้วท่านบอกว่ารายงานของท่านที่เกิน ๓ ป้ ๓ เปอร์เซ็นต์กว่า ๆ ผมคิดว่าท่านอาจจะต้องตรวจสอบครับว่ารายงานของท่านมันมี ผิดพลาดหรือเปล่า ผมต้องเรียนนะครับ แล้วถ้าเปึนกรณีชาวบ้านธรรมดา คดีที่ฟัองกัน แล้วเขาทําอะไรไม่ได้นะครับ เพราะที่แปลงนี้ถูกลิดรอนสิทธิ ใช้เวลาไป ๖ ป้กว่านี้มันรอไหว หรือครับ ถึงแม้ว่าคดีนี้ถ้าเปึนตาสีตาสาจะไม่ต้องใช้ทนาย แต่ท่านดําเนินกระบวนการ พิจารณายาวนานอย่างนี้ ผมถามเถอะ ใครมันจะไปจําได้ครับว่าเรื่องที่ป้นั้นซื้อกันวันไหน ซื้อเพราะเหตุไร มันจําไม่ได้ละครับ ท่านประธานครับ ผมก็อยากจะฟังคําตอบของท่าน ในประเด็นนี้ว่าคดีที่มันช้าอย่างนี้มันเพราะอะไร แล้วรายงานของท่านมันมีข้อถูกต้องมาก น้อยแค่ไหน ท่านประธานครับ ในรายงานนี้เขาเขียนบอกว่าเหตุผลของความล่าช้าที่ ศาลปกครองพิจารณาคดีแล้วมันล่าช้า เขาบอกไว้ ๔ ข้อครับ

ข้อที่ ๑ เปึนคดีที่อยู่ระหว่างรอการพิจารณาของคณะกรรมการวินิจฉัย ชี้ขาดเขตอํานาจหน้าที่ระหว่างศาล เรื่องเมื่อสักครู่นี้ไม่เกี่ยว

ข้อที่ ๒ เปึนคดีที่คู่ความเสียชีวิต ก็คู่ความอยู่ครบบริบูรณ์

ข้อที่ ๓ เปึนคดีที่มีความซับซ้อน มีความเกี่ยวข้องกันกับหน่วยงาน หลายหน่วยงาน ก็ยังหาไม่เจอว่ามันซับซ้อนตรงไหน

ข้อที่ ๔ เปึนคดีที่เปึนข้อจํากัดของคู่กรณีเกี่ยวกับการพิจารณาคดี ผมว่า ฝ้มือมันเท่า ๆ กันเลย ท่านให้ทําอย่างไรนี้ ทั้ง ๒ ฝ์ายยื่นตามกติกาทั้งหมด ไม่ได้ทําถ่วงเวลา หรือว่ามีสักครั้งหนึ่งไปขอเลื่อนเวลาว่า โอ.เค. ทําคําให้การไม่ทัน ทําคําอุทธรณ์ ไม่ทันขอเลื่อน ก็ไม่มีอีก เพราะฉะนั้นผมว่าตรงนี้ละครับ มันเปึนเหตุหนึ่งซึ่งผมตั้งประเด็น สงสัยว่าท่านเขียนรายงานที่บอกว่า ๑ ป้ มันจริงเท็จแค่ไหน

ในประการสุดท้ายครับท่านประธานครับ ผมอยากจะให้ท่านประธาน ลองอ่านดูรายงานหน้า ๔๘ รายงานของศาลปกครอง มันเปึนกราฟ (Graph : แสดงด้วย กราฟ) เขาจะบอกเลยว่าตั้งแต่เป่ดศาลปกครองป้ ๒๕๔๔ มีคดีรับเข้า คดีแล้วเสร็จเท่าไร ผมจะอ่านตั้งแต่ป้ ๒๕๔๔มันก็จะเสียเวลาสภานะครับ ผมจะขอย่อ ๆ เฉพาะเริ่ม ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๘ ป้ ๒๕๔๙ ป้ ๒๕๕๐ ๓ ป้เท่านั้นล่ะครับ สั้น ๆ ท่านประธานครับ ป้ ๒๕๔๘ นี้นะครับ มันมีคดีรับเข้าทั้งหมด ๖,๑๕๗ คดี ถ้าเรารวมคดีตั้งแต่เป่ดทําการ ป้ ๒๕๔๔ จะรวมเปึน ๒๗,๖๓๖ คดี มีคดีแล้วเสร็จ ในป้ ๒๕๔๘ จํานวน ๕,๐๕๓ คดี มีคดีแล้วเสร็จรวมทั้งหมดตั้งแต่ ป้ ๒๕๔๔ จํานวน ๒๐,๔๐๖ คดี แปลว่าตั้งแต่เป่ดศาลถึงป้ ๒๕๔๘ มีคดีค้างทั้งสิ้น ๗,๒๓๐ คดี ในทํานองเดียวกันนะครับ ท่านประธานครับ ป้ ๒๕๔๙ ทําเหมือน ป้ ๒๕๔๘ มีคดีค้าง ทั้งสิ้น ๘,๗๒๗ คดี แล้วก็ ป้ ๒๕๕๐ คดีรับเข้า ๖,๘๘๗ คดี แล้วก็กระบวนการ อย่างเดียวกันครับ มีคดีค้างทั้งหมด ๙,๘๕๓ คดี ท่านประธานครับ ถ้าดูแนวโน้มคดีจาก ป้ ๒๕๔๘ ถึงป้ ๒๕๕๐ เพิ่มขึ้นประมาณ ๒,๖๐๐ กว่าคดี แล้วแนวโน้มก็ไม่ต้องสงสัยครับ มันคงจะเพิ่มอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ ปัญหาก็มีอยู่ว่า ถ้าคดีมันยังไปอย่างนี้ มันก็ยิ่งจะมีคดีค้าง แล้วก็ก่อปัญหาให้พี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ ผมก็อยากจะเรียนทางท่านประธาน ไปถึงผู้ชี้แจงครับว่า ผมว่าท่านต้องแก้ไขครับ แล้วผมคิดว่าแนวทางที่ผมจากการอ่าน รายงานก็ดี จากการศึกษาปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ผมคิดว่าแนวทางในความเห็นผมที่จะ แก้ไข ๔ ข้ออย่างน้อย ๆ

ในข้อที่ ๑ ก็คือว่า การบริหารจัดการกระบวนการพิจารณาของทางศาล ผมคิดว่าท่านต้องแก้ไขปรับปรุงครับ เพราะว่าท่านดูนะครับ จากวันฟัองคดีแล้วท่านไป พิจารณาว่าคดีนี้ควรจะรับฟัองหรือไม่ฟัอง แล้วส่งไปให้เขาทําคําให้การกลับมานี่ นะครับ ๔ เดือนกว่า ประมาณ ๔ เดือน ผมว่าช่วงนี้ถ้าท่านทําให้ไวขึ้น มันก็จะลดไปได้ อีกส่วนหนึ่ง แล้วก็กระบวนการประสานงานเรียกเอกสารการไต่สวนเพิ่มเติมของท่าน ถ้าท่านจะเร่งรัดคดี ผมเข้าใจว่ามันจะทําให้คดีเร็วขึ้น

ในประการที่ ๒ ที่ผมอยากจะเปึนข้อเสนอแนะก็คือว่า ตุลาการ ศาลปกครองสูงสุดนี่ครับ ผมคิดว่าวันนี้ท่านต้องเพิ่ม ของเดิมในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เขาบอกว่า ให้มีตุลาการศาลปกครองสูงสุด ๒๓ ท่าน ท่านเปึนประธานไป ๑ ท่าน เปึน รองประธานอีก ๒ ท่าน ไปเปึนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอีก ๒ ท่าน ๕ ท่านแล้วนะครับ แล้วยังไม่นับที่ปลดเกษียณไป ท่านเหลืออยู่ ๑๘ ท่าน นี่หมายความว่าครบบริบูรณ์ วันนี้ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นี่เขาเป่ดช่องให้ท่านทําแล้ว ผมคิดว่าท่านรีบทํานะครับ

ประการที่ ๓ ท่านประธานครับ ผมว่าท่านต้องประสานงานกับ กระทรวงการคลัง กรณีการอุทธรณ์ มันมีระเบียบกระทรวงการคลังครับว่าถ้าจะชดใช้เงิน มันต้องให้ถึงที่สุด ผมคิดว่ากรณีที่ว่าอัยการซึ่งเปึนทนายแผ่นดิน เขามองแล้ว เขาเห็นแล้วว่า คดีนี้สู้ไปมันก็แพ้แหง ๆ เสียเวลาเปล่า ๆ ก็ตกลงกันให้เรียบร้อยว่าถ้าอัยการเขาเห็น อย่างนั้นแล้ว อย่าไปทําให้คดีมันรกที่ศาลของท่านเลยครับ แล้วก็มันจะก่อประโยชน์กับ พี่น้องประชาชน

ในประการสุดท้ายครับ ผมต้องเรียกร้องความเสียสละของท่านตุลาการ ทั้งหลายครับ ไม่ว่าจะเปึนตุลาการศาลชั้นต้น หรือตุลาการศาลปกครองสูงสุด ท่านประธานครับ วันนี้ผมเชื่อนะครับว่าท่านตุลาการทั้งหลายไม่ได้เดือดร้อน ไม่มีความ จําเปึนในเรื่องเงิน เงินเดือนท่านประมาณ ๑ แสนบาท ค่าชดเชยการใช้รถประมาณ ๔๐,๐๐๐ บาท ท่านได้รับเดือนหนึ่งประมาณ ๑๔๐,๐๐๐ บาท ผมคิดว่าท่านพอใช้ แล้วผมก็เชื่อว่าท่านตุลาการทั้งหลายนี่สมถะอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นที่ ท่านจะไปสอนหนังสือหรืออะไรก็แล้วแต่ ผมเชื่อว่าอันนั้นเปึนประโยชน์ครับ เปึนวิทยาการ แต่จะเปึนไปได้ไหมครับ ท่านจะตกลงกันสักนิดหนึ่งว่า ถ้าท่านจะไปสอน หนังสืออะไรนี่ ก็ขออย่าให้มันไปทําให้คดีมันล่าช้าเพิ่มขึ้นไปอีก ท่านประธานครับ ผมพูด มาทั้งหมดก็ด้วยความปรารถนาดี อยากจะเห็นศาลปกครองเปึนที่ชื่นชมของพี่น้อง ประชาชนยิ่งขึ้น ผมก็มีข้อวิพากษ์วิจารณ์แล้วก็ข้อเสนอแนะเพียงเท่านี้ละครับ ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ พูดน้อยไปหน่อย ถ้าเพิ่มอีกสัก ๓๐ นาทีท่าจะดีครับ ต่อไปคุณสงวน พงษ์มณี ครับ เชิญ

นายสงวน พงษ์มณี ลําพูน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี จังหวัดลําพูนครับ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าวาระรับทราบมันสําคัญ แล้วก็จะต้องช่วงชิง ศึกษาแล้วก็แลกเปลี่ยนกับผู้มาชี้แจง ผู้มารับฟัง ผมคงไม่ได้ขึ้นมาเพื่อชื่นชมหรือว่า ว่ากล่าวท่านนะครับ แต่ว่าผมขึ้นมาเพื่อที่จะแลกเปลี่ยนกับท่านในปัญหาทางหลักการ ของกฎหมายแล้วก็ศาลปกครอง ผมเห็นหน่วยงานนี้มีปฏิสัมพันธ์กับชาวบ้าน ค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับหน่วยงานอื่น กกต. (คณะกรรมการการเลือกตั้ง) เขาก็ ช่วงชิงให้การศึกษาประชาชนว่าหน้าที่เขาคืออะไร และชาวบ้านจะได้ประโยชน์อะไรจาก กกต. ท่านจะเห็นว่าผู้ตรวจการแผ่นดินมีการโฆษณาว่า ชาวบ้านจะได้เข้าถึงผู้ตรวจการ แผ่นดินได้อย่างไร แต่ศาลปกครองท่านยังมีจุดนี้ ผมคิดว่าถ้าท่านจะกรุณาพี่น้องชาวบ้าน น่าจะช่วยให้ชาวบ้านได้เข้าใจภาระหน้าที่และบทบาท ชาวบ้านจะได้พึ่งท่านได้มากขึ้น ครับ ผมเองคิดว่าเล่มนี้ทั้งเล่ม ท่านครับ มันมี ๒-๓ ส่วน ส่วนหลังผมคิดว่าการรายงาน งบประมาณจริง ๆ แล้วสภาแห่งนี้ต้องดู เพราะว่ารัฐธรรมนูญใหม่ท่านต้องมาขอ งบประมาณจากรัฐสภา เพราะฉะนั้นผมคิดว่าในส่วนนี้เปึนประเด็นสําคัญที่ต่อไปท่าน จะต้องให้รายละเอียดเพิ่มเติมอะไรบ้างกับทางสภา อันนี้ผมฝากไว้ แต่เรื่องที่ผมสนใจ มากก็คือเรื่องคําพิพากษาและคําสั่งที่น่าสนใจ ผมสนใจมากตรงไหน เพราะท่านได้เลือก แต่ละเรื่อง แต่ละคําสั่ง แต่ละคําพิพากษา ซึ่งไม่ซ้ํากัน น่าสนใจมากครับท่าน แต่อ่านดูแล้ว มันขาดส่วนที่สําคัญ อะไรครับคือส่วนที่สําคัญ ผมต้องขออนุญาตเอ่ยถึงท่านผู้อภิปราย เมื่อสักครู่นี้ครับ หลักการทั่วไปที่ท่านบอกว่า ๔ ข้อ สําหรับท่านสรุปเปึนหลักการทั่วไปว่า ๔ ข้อนี้ทําให้การพิพากษาศาลนี่ช้า คดีค้าง พอคนจะวิพากษ์วิจารณ์เขาก็เอา ๔ ข้อนี้ ขึ้นมาตั้งแล้วก็บอกว่า มันไม่ได้เปึนตามนี้ ผมพูดเรื่องนี้ทําไม เพื่อจะบอกท่านว่า กระบวนการนําเสนอต่อสาธารณะ จะต้องนําเสนอสิ่งที่เปึนหลักการทั่วไปด้วย ที่ท่าน ทํามาทั้งหมด ผมอ่านและเทียบเคียงกับนักคิดที่ยิ่งใหญ่ที่เขียนหนังสือไว้ในการทํางาน ของเขา เขาเขียนสารนิพนธ์คือการทํางานตลอดชีวิตทํางานของเขาเรียก สารนิพนธ์ไว้ ๘ เล่มใหญ่เลยนะครับ แต่ในขณะเดียวกัน ๘ เล่มใหญ่ เขามีเล่มเล็ก ๆ เรียก คติพจน์ ในสารนิพนธ์มันจะมีหลักการทั่วไปเหมือนคําพิพากษาหนึ่ง ๆ อย่างนี้แหละ แต่ว่ามันมี หลักการทั่วไปที่สามารถนําไปชี้นําการทํางานของท่านเอง และนําไปชี้นําผู้ที่ถูกพิพากษา ให้เข้าใจและประชาชนทั่วไปให้รู้เรื่องด้วย ผมยกตัวอย่างอย่างนี้นะครับท่าน อย่าง คําพิพากษาเกี่ยวกับคดีเลือกตั้ง ผมอ่านจบแล้วผมก็รู้สึกว่า ท่านพิพากษาออกมาอย่างนี้ ด้วยเหตุผล ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ อ่านดูแล้ว แต่หลักการทั่วไปมันคืออะไร ไม่ได้บอกไว้เลย แต่ท่านเองจะเปึนคนสรุปกฎกุมข้อมูลได้ดีกว่าพวกผมกับประชาชนหลายเท่ามาก ทําไมผมพูดถึงเรื่องหลักการทั่วไป มันเปึนปรัชญาครับท่าน เพราะว่าหลักการทั่วไป มันสามารถไปชี้นํางาน สามารถให้องค์กรของท่านพัฒนาได้ แต่ไม่อย่างนั้นนะครับ มันจะเปึนกระบวนการ เสียหายมาก วันนี้เมืองไทยระบบศาลใช้หลักการเฉพาะไปชี้นําทั่วไป ความหายนะของ แผ่นดินประเทศเพื่อนบ้านของเรา ผมเคยยกตัวอย่างในนี้วันนี้ไม่พูดถึง ประเทศเพื่อนบ้าน ของเราประเทศหนึ่งเขาปฏิวัติประเทศเสร็จ เขาบอกว่าประเทศเขาเปึนประเทศของ กรรมกร ชาวนาและทหารเท่านั้นเอง ใครมีอาชีพอื่นถ้าไม่มีอาชีพ ๓ อย่างนี้ อยู่ในแผ่นดิน นี้ไม่ได้ เขาฆ่าคนตายตั้งเยอะแยะด้วยเหตุผลนี้ ในที่สุดหลักการทั่วไปของเขาคืออะไร หลักการทั่วไปของเขาคือว่า เอาคุณธรรมไปแทนที่ความสามารถ คุณธรรม ที่กําหนดขึ้นเองเอาไปแทนที่ความสามารถ แล้วในที่สุดเปึนอย่างไรครับ คุณธรรมเขาคือ กรรมกร ชาวนาและทหาร ความสามารถอื่นไม่สนใจ เอาไปแทนที่ความเปึนจริงทางสังคม ในที่สุดก็เสียหาย ผมพูดเรื่องนี้เพราะอะไรครับ เพราะว่าศาลปกครองผมต้องถือเปึนเรื่อง ใหม่ ผมเข้าใจไม่มาก แต่ผมเห็นมาแต่ต้น เพราะผมเปึน สสร. (สมาชิกสภาร่าง รัฐธรรมนูญ) ป้ ๒๕๔๐ ตอนนั้นผมเห็นความจําเปึน ผู้ร่างบอกว่า วันนี้ผู้บริหารซึ่งมาจาก อธิปไตยของชาวบ้านเลือกใครเปึนส่วนใหญ่แล้วเปึนรัฐบาลมาใช้อํานาจ มันจะละเมิดสิทธิ จะละเมิดเสรีภาพชาวบ้าน คําสั่งเหล่านั้นเรียกคําสั่งปกครอง ต้องเพิกถอนโดยศาล ฟังแล้วดูดี แต่ผมยกตัวอย่างนี้นะครับท่าน เพื่อเปรียบเทียบกับที่ผมพูดเรื่องแรก ท่านจําได้ไหมครับ มีคําพิพากษาศาลปกครองครั้งหนึ่งที่สําคัญของประเทศต้องจารึกไว้ ในประวัติศาสตร์ว่า มีการเลือกตั้งครั้งหนึ่งโมฆะ เนื่องจากหันหลังออก อันนี้คือหลักการ ทั่วไปในคําพิพากษานั้น แต่ท่านเชื่อไหมครับการเลือกตั้งก่อนหน้านั้นมีพฤติกรรม เช่นเดียวกันแต่ไม่ถูกยกเลิก เหตุนี้ผมถึงเรียกว่า ปรัชญาของการทํางานของศาลปกครอง ท่านต้องดึงเอาสิ่งที่เรียกว่า หลักการทั่วไป ออกมาให้ชาวบ้านเห็น ออกมาให้ตัวท่านเห็น เพื่ออะไรครับ เพื่อเปึนการกล่อมเกลาองค์กรของท่านให้มีจริยธรรมในเรื่องนี้เข้มแข็ง ว่าผิดจากหลักการนี้ไปแล้วถือว่าผิดหมด นี่หลักการครั้งนั้นว่า เนื่องจากหันหลังออกมา ข้างนอกมีคนสังเกตเห็นการเลือกตั้งเปึนโมฆะ ถ้าอย่างนี้เปึนโมฆะ ครั้งหลัง ๆ เลือกตั้ง สมาชิกสภาจังหวัดมันต้องโมฆะหมด ที่ผมพูดนี่หมายความว่า ไม่ได้ตําหนิว่าไม่ได้ วิพากษ์วิจารณ์คําพิพากษาว่าถูกหรือผิด แต่ผมพูดว่าหลักการทั่วไปมันคืออะไร ที่ท่านยกตัวอย่างคําพิพากษาและคําสั่งที่น่าสนใจ เปึนสิ่งที่น่าสนใจจริง ๆ ท่านครับ ผมยกตัวอย่างเรื่องหนึ่ง ศาลปกครองทางภาคอีสานนะครับท่าน มีการร้องว่าผู้สมัครขาด คุณสมบัติ ศาลปกครองพิพากษาว่ารับไม่ได้ ไม่อยู่ในอํานาจของศาลปกครอง ภาคอีสาน นะครับ ผมไม่ได้บอกจังหวัด แต่ศาลปกครองจังหวัดเชียงใหม่ท่านรับครับ ท่านรับทั้ง ๆ กกต. จังหวัดสรุปว่าไม่มีสิทธิ ไม่มีคุณสมบัติ กกต. กลางก็สรุปเช่นเดียวกันว่า ไม่มี คุณสมบัติ แต่เมื่อไปร้องศาล ศาลคุ้มครองชั่วคราว เกิด ๒ หลักการที่ผมไม่เข้าใจแล้วครับ ท่านครับ

หลักการที่ ๑ ทําไมศาล ๒ แห่งนี่มีมาตรฐานต่างกัน ผมสงสัยเพียงแค่นี้ แต่ที่สําคัญกว่านั้นก็คือว่า ชั่วคราวนี่เมื่อไร ผู้ถูกร้องชนะเลือกตั้ง บริหารมาจนกระทั่งถึง บัดนี้ ยังไม่มีคําพิพากษาอะไรเกิดขึ้นเลยว่ายุติชั่วคราวเมื่อไร ความเสียหายนี้เกิดขึ้น เพราะใคร ถ้าศาลสูงบอกว่า ยก แล้วใครรับผิดชอบต่อสถานะขององค์กรนั้น นี่ผมพูดเพื่อ จะชี้ให้เห็นว่า คําว่า ชั่วคราว มันน่าจะมีศาสตร์ของการเวลามากํากับ ผมยกตัวอย่างเรื่อง หนึ่งครับท่าน เอเอสทีวี (ASTV : Asia Satellite Television) ครั้งที่นายกรัฐมนตรีทักษิณ ยังอยู่ในประเทศไทย มีการคุ้มครองเอเอสทีวี ผมเองไปเรียนถามท่านว่า เอ๊ะ มันละเมิด คนนั้นคนนี้ ทําไมคุ้มครองได้ ท่านบอกผมว่าอย่างไรครับ ท่านบอกผมว่า ต้องเข้าใจนะ ศาลเขาคุ้มครองสิทธิตามรัฐธรรมนูญ แล้วการละเมิดมันผิดกฎหมายอื่น เราไม่มีสิทธิไปยกเลิกเขา ผมถึงเข้าใจว่า เออ นี่มันต้อง ไปศึกษาเรื่องสิทธิ หน้าที่ เสรีภาพและวินัย นั่นหมายความว่าผู้ที่ได้รับการคุ้มครองสิทธิ ต้องมีหน้าที่ไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่น วันนี้เมื่อไรสิ่งนี้ถึงจะยกเลิก ก็ต่อเมื่อองค์กรคุ้มครอง ความถี่มันเกิดขึ้น นี่ผมยอมรับ แต่มาวันนี้รัฐบาลชุดปัจจุบันจะป่ดวิทยุชุมชน วิทยุชุมชน ก็เตรียมจะร้องขอความคุ้มครองจากท่าน ถ้าหลักการเดียวกันผมคิดว่าท่านก็ต้องคุ้มครอง เพราะว่าวันนี้ทุกอย่างที่เปึนสิทธิตามรัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้ถูกต้อง อันนี้เปึนหลักการที่ ผมคิดว่านี่คือหลักการที่สําคัญ แต่ว่าถ้าวิทยุชุมชนหรือว่าเอเอสทีวีละเมิดใครคนนั้นก็ฟัองได้ ผมรับฟังมาอย่างนี้ก็เข้าใจ และจากจุดนี้ผมถึงได้ดูเรื่องอื่น ๆ ว่าอะไรคือหลักการทั่วไป ที่ผมพูดมาทั้งหมดนี่นะครับ ผมเปึนเพียงทําความเข้าใจสิ่งที่ผมไม่เข้าใจ ผมต้องการรู้สิ่งที่ ผมยังไม่รู้ และผมอยากจะร่วมศึกษากับสิ่งที่ผมอยากจะเข้าใจมากขึ้น นี่เปึนเจตนาของ การพูดครั้งนี้เท่านั้น ท่านครับวิกฤติจริง ๆ ของเมืองไทยหลังการใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มันยังไม่มีใครบอกชัดเจน แต่ผมค้นคว้าและผมบอกท่านว่าอย่างนี้นะครับ มันเปึนวิกฤติ ของเขตอํานาจองค์กรตามรัฐธรรมนูญเท่านั้นจริง ๆ ไม่ใช่เรื่องอื่น ใครที่จะพูดต่อจากผม หรือพูดก่อนหน้าผม พูดถึงเรื่องนี้เท่านั้นเอง จริง ๆ แล้ววิกฤติจริง ๆ เขตอํานาจขององค์กร ตามรัฐธรรมนูญทั้งหลายมันแลพ (Lap : พัน) กันอยู่ มันก้าวก่ายกันอยู่จนแยกแยะ ไม่ออกว่าหน้าที่ใคร แล้วที่สําคัญมันไม่ใช่เกี่ยวข้องกับอํานาจอย่างเดียวนะ มันยังละเมิด ซึ่งกันและกันด้วย ผมยกตัวอย่าง คําสั่งที่ ๑๖๐๕ ลงวันที่ ๙ เดือนตุลาคมของ ศาลปกครองกลาง พูดถึงเรื่องการล้อมสภาว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๓ แต่วันที่ ๑๓ องค์กรสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไม่สนใจคําสั่งนี้เลย พิพากษาไปอีกแบบหนึ่ง ท่านเห็นไหมครับ ถ้าหากเรื่องที่กําลังทํา องค์กรสิทธิมนุษยชนแห่งชาติทําแล้วถูก ผมถามว่า เราจะมีศาลปกครองไปทําไม ท่านไปอ่านคําสั่งของศาลปกครองกลางที่ ๑๖๐๕ ลงวันที่ ๙ นี่ครับ แล้วท่านไปอ่านวันที่ ๑๓ ขององค์กรสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ท่านเห็นชัดว่า ประเทศนี้ปกครองด้วยอะไร ผมกําลังจะบอกท่านว่าทั้งหมดทั้งมวลพวกท่านเองจะมี บทบาทสําคัญมากกว่าพวกผม ต้องมาสัมมนาเรื่องเขตอํานาจขององค์กรตาม รัฐธรรมนูญครับท่านครับ นี่คือวิกฤติที่แท้จริง ถ้าเราไม่จับตัวนี้เปึนตัวตั้ง ผมถามว่าห่วงโซ่ ใจกลางของการแก้ปัญหามันคืออะไร เราทอดแหลงไป น้ําลึกอยู่บนเรือ ชาวบ้านเขา ฉลาดมาก เขามีจุมแห เขาดึงตัวนั้นขึ้นมาแล้วปลาก็ติดขึ้นมาถ้ามันเจอปลา ตรงนั้นแหละ ผมเรียกว่า ห่วงโซ่ใจกลาง วันนี้ห่วงโซ่ใจกลางของปัญหาทั้งหมดทั้งมวลอยู่ตรงที่ เขตอํานาจขององค์กรตามรัฐธรรมนูญนี้มันแลพกันไปแลพกันมาทั้งสิ้น แล้วเวลานี้มัน ประสมกับเรื่องที่ว่าเขียนรัฐธรรมนูญแล้วให้ช่องการตีความมากเกิน ผมยังชอบแนวคิด ของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมขณะนี้ ท่านกับผมอยู่ในกรรมาธิการด้วยกัน ท่านเปึนผู้พิพากษา ท่านบอกว่า เมืองไทยจําเปึนนะ เขียนกฎหมายต้องมีฟุตโน้ต (Footnote : หมายเหตุ) ว่าเจตนามันคืออะไร ไม่อย่างนั้นตีกันเปรอะหมดเลย แล้วมัน ตกใจท่านครับ อํานาจอธิปไตยเมืองไทยมันหาไม่เจออีกแล้ว ผมถามท่านว่าจะทําอย่างไร หมายความว่าอย่างไรครับท่าน วันนี้ฉันจะตีความอย่างไรถ้ากฎหมายให้ฉันมีอํานาจ ทุกคนต้องฟังฉัน วันนี้ศาลรัฐธรรมนูญพิพากษาแก้รัฐธรรมนูญก็ได้ วันนี้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ที่ทุกคนบอกว่าไม่ควรแก้ผมถามว่าจะปฏิบัติอย่างไร รัฐสภาออกกฎหมายไป ถ้าเปึน กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ถ้าศาลรัฐธรรมนูญไม่เห็นด้วย สิ่งนั้นต้องตกไป ถ้าไม่เห็นด้วยบางส่วน ในบางส่วนซึ่งสภาทําไปแล้วศาลรัฐธรรมนูญไม่เห็นด้วย สภาต้อง แก้ตามศาลรัฐธรรมนูญ มีประเทศไหนในโลกเขาทํากัน นี่คือรัฐธรรมนูญ ทําไมผมพูด รัฐธรรมนูญในเรื่องศาลปกครอง เพราะศาลปกครองก็มีเรื่องเดียวกันหลายอันที่ซ้อนอยู่ วันนี้หลายคนถูกวิพากษ์วิจารณ์โดยไม่มีความผิด ผมมองอย่างนี้นะครับ หลายคนต้อง อดหวานอมขมกลืนกับสิ่งที่เปึนคําพิพากษา วิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้ ต่อรองไม่ได้ ทําอย่างไร ไม่ได้สักอย่าง แต่บนพื้นฐานการยอมรับขึ้นต่อและปฏิบัติตามเช่นนี้ ผมเรียกร้อง อย่างเดียวว่าขอให้พวกเราที่เปึนประชาชนได้เห็นสิ่งที่เปึนลักษณะทั่วไปของคําสั่งหรือ คําพิพากษานั้นเท่านั้นเองครับ ทั้งหมดที่ผมพูดผมพยายามจะฉายภาพของความอยากรู้ อยากเข้าใจของชาวบ้านแบบพวกผม ท่านครับ ถ้าท่านจะเสียเวลาสักนิดหนึ่ง มีคําสั่ง สักแผ่นหนึ่งให้ศาลทั่วประเทศเสนอว่า จะทําอย่างไรให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการ ยุติธรรมอย่างเสมอภาคและเที่ยงธรรม ท่านครับ มีเรื่องหนึ่งผมไม่รู้ว่ามันจะจบอย่างไร ครูผู้บริหารคนหนึ่งร้องศาลว่าเขาถูกคําสั่งย้ายไม่ชอบ วันนี้ครูผู้ร้องเกษียณแล้วครับ วันนี้ผู้ที่ถูกร้องเกษียณแล้วครับ แล้วเรื่องนี้ค้างศาล พิพากษามาเพื่ออะไร วันนี้ผมคิดว่า เปึนไปได้ไหมครับ จะมีอีกสักแผนกหนึ่งเรียกว่า แผนกศาลปกครองเพื่อการเลือกตั้ง รวดเร็ว สั่งการศาลเดียวให้จบไป ซ้ายก็ซ้าย ขวาก็ขวา ไม่ว่ากันครับผม ถ้าไม่มีตรงนี้ สิ่งที่ผมพูดวันนี้ป้หน้าก็ต้องพูดอีก ถ้าสภานี้ผมยังอยู่ ผมพูดเรื่องทั้งหมดมาถึงวันนี้ใช้เวลา หลายนาที แต่ผมพูดแวดล้อมปัญหาเดียว คือผมต้องการหลักการทั่วไป ที่สามารถสัมผัสได้ ที่สามารถเข้าใจได้ ที่สามารถรับรู้ได้โดยมโนสํานึกของผู้คนในสังคมนี้ ท่านครับ ศาลนี่จะต้องเปึนหลักประกันให้กับผู้คนว่าอย่างไรเสียเราก็ยังมีศาลเปึนที่พึ่ง ผมทราบว่า ต่อไปนี้เรื่องจะรกศาลปกครองมากขึ้น เพราะกระบวนการใช้สิทธิเสรีภาพมันล้นเกิน มันไม่มีปฏิสัมพันธ์กัน ผมยกตัวอย่างถ้าไมโครโฟนนี้เปึนของผม ทุกคนก็มีหน้าที่ที่จะ ไม่มาแย่งของผม ถ้าทุกคนไม่ทําหน้าที่มาละเมิดผม สิ่งนี้ก็ไม่ใช่ของผม ก็ไม่ใช่สิทธิของผม เพราะนั้นสิทธิกับหน้าที่ เวลาพิพากษาเรื่องสิทธิ ละเมิดสิทธิผู้อื่น หรือว่าถูกละเมิดสิทธิ ต้องบอกว่าเขาก็ควรมีหน้าที่ไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่นด้วย เหมือนคําพิพากษาที่ ๑๖๐๕ ผมฟังแล้ว อ่านแล้ว ผมประทับใจ และผมดีใจว่าบ้านนี้เมืองนี้ยังมีอย่างนี้ให้เราด้วย ท่านบอกชัดเจน เลยว่าการเดินขบวนวันนั้นคุณทําอะไรบ้าง ที่มันละเมิดผู้อื่นทําให้ผู้อื่นหวาดกลัว คุณไม่ชอบด้วยมาตรา ๖๓ นี่คือการบอกกล่าวของศาลต่อผู้ร้องว่าคุณก็ทําไม่ถูก คุณต้องมีหน้าที่ไม่ละเมิดผู้อื่นด้วย เมื่อคุณจะกล่าวหาผู้อื่นว่าละเมิดคุณ สิ่งนี้ผมคิดว่า เปึนการดีมากที่ผู้พิพากษามองแบบ ๒ ด้าน วันนี้นะครับ ทุกคนเมื่อพูดถึงสิทธิก็ต้องพูดถึง หน้าที่ เมื่อพูดถึงเสรีภาพก็ต้องพูดถึงวินัย เพราะการใช้เสรีภาพอย่างไม่มีวินัยสังคมยุ่งยาก แต่วันนี้สังคมไทยแปลกมากท่านครับ ทุกองค์กรเรียกร้องสิทธิและเสรีภาพเท่านั้นเอง สิ่งนี้คือที่องค์กรสิทธิใช้กับประเทศไทย องค์กรสิทธิทั่วโลกใช้กับประเทศไทยในเรื่องนี้ ผมถามว่าต้นน้ําที่มีปัญหาเรื่องคนหนีเข้าประเทศไทยไม่มีใครพูดถึง ไม่มีความผิด แต่ว่าคนมีความผิดคือคนต้องแบกรับปัญหา เพราะอะไรครับ เพราะเราแยกส่วน วันนี้ทั่วไปจะพูดถึงสิทธิและเสรีภาพ แต่ไม่เคยพูดคู่กันว่าสิทธิ หน้าที่ เสรีภาพ และวินัย เรื่องนี้เกี่ยวกับศาลปกครองล้วน ๆ ไปอ่านคําสั่งของศาลปกครองกลาง ชัดเจนครับท่าน ท่านพูด ๒ ด้าน ผมชื่นชม ผมเลยนํามาพูด ผมจะพูดเรื่องสุดท้ายท่านครับ

เรื่องสุดท้ายที่ผมอยากจะพูดถึง ก็คือเรื่องการให้ความรู้กับประชาชน ในการเข้าถึงศาลปกครอง ในรัฐชาติ ท่านครับ รัฐชาติมีความชัดเจนเรื่องคําสั่ง ทางปกครอง ครั้งเมื่อเปึนรัฐบุพกาลไม่มีความชัดเจนในเรื่องนี้ พอมีรัฐชาติความชัดเจน เรื่องคําสั่งศาลปกครองเกิดขึ้น คําสั่งทางปกครองบางอย่างมันถูกยุคกฎหมายชอบด้วย กฎหมาย เพราะกฎหมายให้เขาสั่งได้ แต่ว่ามันไม่มีความเปึนธรรม วันนี้ถ้าท่านไปอ่าน กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญฉบับล่าสุดว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา ๘๙ มาตรา ๙๐ มาตรา ๑๓๑ มาตรา ๑๓๒ และ มาตรา ๑๓๓ ท่านจะชัดว่าเกิดสิ่งใหม่ขึ้นว่าคําในการ บริจาคของไทยเปลี่ยนแปลงเพราะกฎหมายฉบับนี้ วันนี้เริ่มตั้งแต่วันที่ ๘ เมษายนนี้ เปึนต้นมา ผมคิดว่าเรื่องคงรกโรงรกศาลแน่นอน ผู้ปฏิบัติทั้งหลายจะโดน มาตรา ๑๕๗ กันหมด บอกว่านักการเมือง ส.ส. ส.ว. ห้ามบริจาคสิ่งของที่เปึนเงิน ยกเว้น ปกติประเพณี และปกติประเพณีก็บอกว่าไม่เกิน ๓,๐๐๐ บาท นี่ตามระเบียบของ กกต. แล้วก็บรรยาย เสร็จว่าปกติประเพณีคืออะไรบ้าง แต่เรื่องนี้ผมไม่ตําหนิ กกต. ไม่ตําหนิกฎหมาย แต่ตําหนิกระบวนการในการให้การศึกษาประชาชนไม่มีประชาชนผู้ใดรับรู้ กฎหมายเขียน ไว้ว่าอย่างไรครับท่านครับ มาตรา ๙๐ บอกว่า ห้ามรับ ถ้ารับแล้วมีความผิด มาตรา ๑๓๑ บทลงโทษว่าอย่างไรครับ ให้ลงให้ปรับทางปกครอง ๒ เท่า มาตรา ๑๓๒ ว่าอย่างไรครับ ไม่มีเงินให้ปรับ ให้อายัดและยึดทรัพย์โดยกฎหมายไม่ต้องขึ้นศาลนั่นดูสิ มาตรา ๑๓๓ เขียนไว้นิดหนึ่งว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องใหม่ศาลจะลงโทษน้อยกว่านี้ก็ได้ หมายความว่าอย่างไร ท่านครับ หมายความว่าต่อไปนี้ผู้สมัครรับเลือกตั้งต่อไปนี้จะถูกคู่ต่อสู้ร้อง แล้วความผิด ตกที่ กกต. และนายอําเภอ ผมยังไม่เข้าใจว่ากระบวนการให้การศึกษาไม่มี แต่กฎหมาย เดินไปแล้ว ผมกําลังจะเปรียบเทียบกับกฎหมายการปกครอง หลายเรื่องครับท่าน ประชาชนไม่ได้ประโยชน์ หลายเรื่องถ้าข้าราชการรู้เขาจะไม่ทําอย่างนั้น ที่ผมพูดมา ทั้งหมดผมจะสรุปตรงที่ว่าผมหวังว่าศาลปกครองจะเปึนที่พึ่งของประชาชน ผมและเพื่อนผมหลายคนรวมที่อยู่ในสภานี้ด้วย ทุกคนยืนหยัดที่จะปกปัองสิทธิ ปกปัอง เสรีภาพของประชาชน แต่ทุกคนก็ยอมรับว่าเราก็มีหน้าที่ที่จะไม่ไปละเมิดสิทธิและจะใช้ เสรีภาพอย่างมีวินัย ขอบคุณครับท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณบรรพต ต้นธีรวงศ์ ผมอยากจะขอความกรุณา เนื่องจากว่ามันเปึนแจ้งเพื่อทราบนะครับ อันไหนที่พอฝากได้ก็ฝาก เพื่อไม่ให้เสียเวลา เพราะว่าพระราชบัญญัติผู้สูงอายุจะไม่เข้า อีกแล้ว ถ้าแบบนี้นะครับ เชิญครับ

นายบรรพต ต้นธีรวงศ์ แบบสัดส่วน 🔗

ขอบคุณครับ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายบรรพต ต้นธีรวงศ์ ส.ส. สัดส่วนของ พรรคประชาธิปัตย์ ผมก็มีความกังวลเช่นเดียวกับท่านประธานนะครับเกี่ยวกับเรื่อง พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ เพราะฉะนั้นจะใช้เวลาให้สั้นที่สุดนะครับ คือประเด็นของผม เกี่ยวกับรายงานการปฏิบัติงานของศาลปกครอง ผมมีประเด็นจากประสบการณ์เกี่ยวกับ เรื่องของคดีปกครองก็ดี หรือว่าคดีที่เปึนลักษณะของมโนสาเร่ ซึ่งถ้าดูตามสถิติของ ในรายงานของศาลปกครองที่แจกให้เพื่อนสมาชิกทุกท่านได้ทราบนะครับ ก็จะเห็นว่ามีคดีซึ่งเสร็จภายใน ๑ ป้ เปึนจํานวนมากนะครับ แล้วก็เสร็จภายในระยะเวลา ที่นานกว่านั้นจํานวนน้อย ซึ่งแสดงว่าคดีซึ่งไม่ควรที่จะเข้าสู่ระบบของศาลปกครองมา ทําให้เพิ่มภาระงานให้กับตุลาการศาลปกครองโดยไม่จําเปึน เท่าที่ผมวิเคราะห์ออกมาว่า เปึนอย่างนั้นนะครับ ทําไมถึงเปึนเช่นนี้ ผมมีความรู้สึกว่าศาลปกครองนั้นเปึนศาลเดียวที่ ไม่มีระบบไกล่เกลี่ยประนีประนอมนะครับ และเท่าที่ทราบมา สอบถามหลาย ๆ ท่านที่มี ความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้บอกว่า กฎหมายของศาลปกครองนั้นไม่ได้เป่ดโอกาสให้มีการ ไกล่เกลี่ยประนีประนอม ซึ่งเปึนเรื่องที่น่าแปลกใจมาก เพราะว่าคําว่า ศาลปกครอง นั้น กระผมเข้าใจว่าตรรกของศาลปกครองก็คือ การปกครอง การทําให้ประชาชนหรือ ส่วนราชการที่เปึนคู่กรณีกันก็ดีเกิดความเข้าใจกัน ในลักษณะที่ไม่ใช่ใช้ในเรื่องของ ข้อกฎหมายอย่างเดียว แต่ควรจะใช้ในลักษณะของความยุติธรรมเชิงสังคมเข้ามา ประกอบด้วย แต่การปรากฏว่าท่านใช้ความยุติธรรมในเชิงกฎหมายแต่เพียงอย่างเดียว ก็เลยเกิดความสงสัยว่าตรรกของการทํางานของศาลปกครองทําไมถึงเปึนเช่นนี้ ผมอยากจะยกตัวอย่างคดีง่าย ๆ นะครับ ที่เปึนคดีที่เล็กน้อยมาก จะเรียกว่าเปึน มโนสาเร่ก็ได้นะครับ ในฐานะที่ทํางานอยู่ในระบบบริการสาธารณสุข แล้วก็เปึน ผู้พยายามที่จะเจรจาให้ผู้รับบริการทางด้านของคนไข้หรือญาติที่มีความไม่เข้าใจกับทาง โรงพยาบาลนั้นมีความเข้าใจกันดี มีอยู่คดีหนึ่งที่ผู้ปกครองได้พาเด็กคนหนึ่งไปรับบริการ ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ปรากฏว่าโรงพยาบาลแห่งนั้น เมื่อเข้าไปรับบริการก็ต้องทํา บัตรประจําตัวครับ และในการทําบัตรประจําตัวของเด็กก็เรียกเก็บเงิน ๒๐ บาทกับ ผู้ปกครองเด็ก ผู้ปกครองเด็กก็ไม่ว่าอะไรครับ ก็กลับไป แล้วก็ปรากฏว่ากาลต่อมาคือ โรงพยาบาลแห่งนั้นได้รับหมายศาลปกครองนะครับ แล้วก็เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของ ศาลปกครอง ตัดสินออกมาว่าให้โรงพยาบาลแห่งนี้คืนเงินจํานวน ๒๐ บาท ให้กับ ผู้ปกครองเด็กคนนั้นไป ซึ่งผมคิดว่ากรณีเช่นนี้ ผมคิดว่าค่าเดินทางไปให้การที่ ศาลปกครองของทั้ง ๒ ฝ์าย ค่ากระดาษของศาลปกครองที่ต้องใช้ในคดีนี้ ผมคิดว่า มันมากกว่า ๒๐ บาทแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นคดีอย่างนี้ทําได้ไหมครับว่า เราจะเชิญทั้ง ๒ ฝ์ายให้มาพูดจากัน แล้วก็ทําในลักษณะของไกล่เกลี่ยประนีประนอมกันเสีย เรื่องมันก็ จะจบไป แล้วความสัมพันธ์ระหว่าง ๒ ฝ์ายก็ไม่เสียหายด้วยนะครับ แล้วก็คดีอีกหลายคดี ที่เพื่อนสมาชิกได้พูดมา ผมว่าคดีมันถึงจะเรียกว่าเกือบจะถึงทางตันแล้วก็ได้ ๖ ป้กว่า แล้วก็ยังไม่สามารถที่จะตัดสินอะไรได้ เพราะมัวแต่รอพยานหลักฐาน มัวแต่รอเรื่องของ ข้อกฎหมายที่จะต้องพิจารณา ถ้าเราหันมา ถ้าเกิดว่ามันไม่ผิดหลักของกฎหมายหรือหลัก ของความยุติธรรมมากนักก็น่าจะมาใช้หลักของยุติธรรมเชิงสังคม ก็คือเรื่องของการให้เขา มาพูดคุยกันครับ แล้วถ้าสามารถตกลงกันได้ก็ตกลงกันเสียเลย มันก็จะไม่รก ศาลปกครองต่อไป ซึ่งอันนี้ผมคิดว่าเปึนเรื่องที่อยากจะเสนอแนะให้ศาลปกครองนั้นรับไป พิจารณา เพราะตุลาการศาลปกครองก็มีจํานวนจํากัดนะครับ ถ้าเอาเวลาทั้งหมดไป พิจารณาในเรื่องของคดีเล็ก ๆ น้อย ๆ มโนสาเร่ แล้วท่านจะเอาเวลาที่ไหนไปพิจารณา ในคดีที่สําคัญ ๆ นะครับ อันนี้คือความเห็นของกระผมที่อยากจะเสนอนะครับ เพราะฉะนั้นประเด็นที่เพื่อนสมาชิกบอกว่าศาลปกครองเปึนศาลที่ไม่ค่อยได้ทํางาน ใกล้ชิดประชาชน ผมค่อนข้างจะเห็นด้วยนะครับ ถ้าเกิดท่านเปลี่ยนวิธีการพิจารณามาใช้การมีส่วนร่วมของประชาชนใช้ระบบความ ยุติธรรมเชิงสังคมเข้ามาประกอบด้วย ใช้ระบบการให้มีการพูดคุยกัน ถ้าเรื่องการฟัองคดี ทางปกครองนั้นไม่ได้ขัดกับกฎหมายที่จะให้มีการเจรจากันได้ ผมก็คิดว่าน่าจะเป่ดโอกาส ให้คู่ความนั้นเขาไกล่เกลี่ยประนีประนอมกัน แล้วก็สร้างระบบขึ้นมาให้มีผู้ประนอมของ ศาลปกครอง ในลักษณะเช่นนี้ครับ ก็เท่ากับว่าศาลปกครองนั้นก็ได้ใกล้ชิดกับชุมชน ได้ใกล้ชิดกับสังคมมากขึ้นนะครับ แล้วก็จะทําให้คดีไม่รกศาลปกครองได้อีกด้วย ทั้งหมดนี้ ก็คือสั้น ๆ ที่ว่า ผมก็ดีใจครับที่ว่าได้มีโอกาสมาเสนอความคิดเห็นในสภาแห่งนี้นะครับ เพราะว่าปัญหาตรงนี้คิดว่าจะบอกกล่าวทางสังคมมาหลายครั้ง แต่ครั้งนี้ก็เปึนโอกาสที่ดี นะครับ ที่ได้มาบอกกล่าวในสภาแห่งนี้ ก็อยากจะฝากไปทางท่านปกครองสูงสุดนะครับ ตุลาการปกครองสูงสุดให้พิจารณาในเรื่องนี้ แล้วถ้าหากจะเปึนไปได้นะครับ ผมคิดว่า น่าจะร่วมกับกระทรวงยุติธรรมนะครับ ในการที่จะช่วยกันออกกฎหมายที่เรียกว่า การไกล่เกลี่ยทางเลือกหรือกระบวนการยุติธรรมทางเลือกนะครับ ที่ในต่างประเทศเขามี และมีประโยชน์มาก ที่เรียกว่าเอดีอาร์ (ADR) หรือว่า ออลเทอร์เนทีฟ ดีสพิวท์ เรสโซลูชัน (Alternative Dispute Resolution ) ผมคิดว่าจะเปึนประโยชน์ทั้งกระทรวงยุติธรรมเอง เปึนประโยชน์ทั้งศาลปกครองเองด้วยที่ยังไม่มีระบบตรงนี้ขึ้นมา ในขณะนี้ระบบของ ศาลยุติธรรมเขามีการไกล่เกลี่ยประนีประนอมและลดคดีที่ขึ้นสู่ศาลยุติธรรมนี้จํานวนมาก เพราะฉะนั้นศาลปกครองก็ดีหรือบทบาทของกระทรวงยุติธรรมก็ดี ที่จะทําให้เกิด การไกล่เกลี่ยในระบบของการให้ความยุติธรรมเชิงสังคมควบคู่ไปกับการให้ความยุติธรรม เชิงกฎหมายด้วย ผมคิดว่าน่าจะเปึนคุณประโยชน์กับสังคมไทย อีกทั้งก็กราบเรียนว่า รัฐบาลชุดนี้ภายใต้การนําของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ได้ประกาศ นโยบายเมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม (วันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๑) ที่ผ่านมานี่นะครับ ในเรื่อง ของนโยบายเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐนี่นะครับ ก็สนับสนุนนะครับ มีอยู่ข้อที่ ๒.๑ นี่นะครับ ก็คือมุ่งมั่นในการแก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยการเจรจาโดยสันติวิธี ผมคิดว่า รัฐบาลก็สนับสนุนท่านในเรื่องนี้อยู่แล้วนะครับ ซึ่งถ้ามีการออกกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้ ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมด้วยก็จะเกิดกลุ่มคนที่เปึนนักเจรจาที่เขาจะมาช่วยงานท่านได้ และจะกลายเปึนอาชีพที่เปึนอาชีพอิสระต่อไป เฉกเช่นเดียวกับอาชีพทนายความ ก็อยากจะฝากเปึนข้อเสนอแนะผ่านท่านประธานไปยังศาลปกครองแล้วก็กระทรวง ยุติธรรมด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณสถาพร มณีรัตน์ ไม่อยู่ ต่อไปคุณพิษณุ หัตถสงเคราะห์

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ หนองบัวลําภู 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพ กระผมต้องขอกราบ ขอบพระคุณเจ้าหน้าที่และผู้ที่มาชี้แจงจากศาลปกครอง ผมรอที่จะแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นกับท่านเปึนเวลา ๔ สัปดาห์ ก็ถือว่าท่านก็คงรอที่จะมาแถลงให้กับสภาแห่งนี้ ได้รับทราบ ซึ่งเปึนไปตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๙๓ ที่ให้ท่าน ได้มาเสนองานที่ได้ทําไปกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมมีประเด็นที่จะเปึนข้อเสนอแนะ ตลอดจนประเด็นปัญหาที่คิดว่าจะฝากท่านในฐานะที่เปึนผู้ดําเนินการ เพื่อที่จะปรับปรุงงาน ของศาลปกครองให้ได้ประโยชน์ นั่นก็คือพี่น้องประชาชนที่รอรับการดูแลจาก ศาลปกครองนะครับ

อันดับแรก ต้องเรียนพี่น้องประชาชนที่รับฟังวิทยุอยู่ทางบ้าน ศาลปกครอง เปึนศาลที่ตั้งขึ้นมาตาม พ.ร.บ. ศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มีหน้าที่เข้ามาแก้ไขปัญหาที่ เกิดขึ้นระหว่างราษฎรกับรัฐ แล้วก็เกิดขึ้นระหว่างรัฐกับรัฐเอง ประเด็นปัญหาที่ผมอยาก เสนอแนะศาลปกครองนะครับ ปัญหาสําคัญแล้วก็เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้พูดไปแล้ว นั่นคือความล่าช้า ผมใคร่ขอเสนอแนะในเรื่องของโครงสร้างอํานาจหน้าที่ของศาลปกครอง เท่าที่ผมศึกษา จากรายงานที่ท่านนําเสนอ ศาลปกครองมีรูปแบบอยู่ ๒ ศาล คือศาลปกครองกลางและ ศาลปกครองภูมิภาค เมื่อศาลชั้นต้นหรือเรียกว่าศาลชั้นต้นถูกไหมครับ ตัดสินเสร็จแล้วก็ ส่งไปให้ศาลปกครองสูงสุด ตัดสินเสร็จแล้วก็ส่งไปให้คู่ความ ถ้าคู่ความยังไม่เห็นด้วย ในศาลปกครองภูมิภาคหรือศาลปกครองกลางก็ส่งต่ออุทธรณ์กันได้ครับ ไปอุทธรณ์ที่ ศาลปกครองสูงสุด ขั้นตอนระหว่างที่ศาลปกครองภูมิภาคหรือศาลปกครองตัดสินนี่ ผมไม่ติดใจ เพราะว่าท่านสามารถทําได้รวดเร็ว ผมติดใจในขั้นตอนของการอุทธรณ์ อาจจะเปึนไปด้วยเรื่องของโครงสร้าง ซึ่งศาลปกครองสูงสุดเท่าที่ผมทราบปัจจุบันมีอยู่ ที่เดียว เพราะฉะนั้นอุทธรณ์ทุกเรื่องก็จะไปที่ศาลปกครองสูงสุด ผมขออนุญาต ยกตัวอย่าง ๆ หนึ่งให้กับเพื่อนสมาชิกและผู้มาชี้แจงได้รับฟังนะครับ ที่จังหวัด หนองบัวลําภูเปึนเคส (Case : กรณี) ตัวอย่าง ซึ่งน่าสนใจอย่างยิ่ง มีการพิพาทกัน ระหว่างราษฎรที่อยู่ติดลําห้วย ชื่อว่าลําห้วยพะเนียง ได้ฟัองร้องสํานักงานชลประทาน จังหวัดหนองบัวลําภู เปึนจําเลยที่ ๑ และกรมชลประทาน เปึนจําเลยที่ ๒ ศาลปกครอง ชั้นต้นที่จังหวัดขอนแก่น ตัดสินคดีให้ราษฎรที่ฟัองร้องเปึนผู้ชนะ แต่ว่ายกฟัองจําเลยที่ ๑ ให้จําเลยที่ ๒ จ่ายค่าชดเชยและเงินเพิ่มเติมให้กับราษฎร ขณะนี้ขั้นตอนยังอยู่ใน ศาลอุทธรณ์ ผมได้ทําหนังสือผ่านท่านประธานถามไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ตั้งแต่ท่านสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ก็ยังไม่ได้รับคําตอบจากศาลปกครอง สูงสุดว่า ขั้นตอนการอุทธรณ์ ๔ ป้แล้วยังไม่ได้ตอบ พี่น้องเกษตรกรที่รอรับเงินค่าชดเชย และเงินค่าเสียหายเพิ่มเติมก็รออยู่ นี่ประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ เมื่อราษฎรได้ฟัองโครงการขุดลอกลําห้วย พะเนียงดังกล่าว ไม่ใช่รายเดียวนะครับ มีด้วยกันทั้งหมดร้อยกว่ารายที่ฟัองไปแล้ว และ อีกร้อยกว่ารายที่ยังไม่ฟัอง ผมขอเรียนถามท่านประธานว่าในกรณีที่เปึนประเด็นปัญหา เดือดร้อนเช่นเดียวกัน จําเปึนหรือไม่ที่จะต้องให้ผู้เดือดร้อนหรือว่าราษฎรท่านนั้นไปทํา คําร้องฟัองจําเลยที่ ๒ เหมือนกันถึงจะได้ค่าชดเชย เปึนไปได้หรือไม่ ถ้าเปึนในกรณี เดียวกัน เหมือนกันเป็ะ ก็คือว่าพิพากษาให้กรมชลประทานชดใช้ให้กับพี่น้องประชาชน ทุกท่านที่เดือดร้อนอยู่ที่ริมลําห้วยพะเนียง เพราะถ้าทําอย่างนั้นท่านจะช่วยประหยัดเวลา แล้วก็ประหยัดเงินค่าศาลเปึนอันมาก เปึนประเด็นหนึ่งที่ผมอยากจะนําเสนอผ่าน ท่านประธานไปยังผู้มาชี้แจงว่า การตัดสินตรงนี้ถ้าหากว่าศาลปกครองสามารถที่จะ ตัดสินแบบครอบคลุม ไม่ใช่ว่าเรารู้อยู่แล้วประเด็นปัญหาว่ามันมีอยู่ ๑๓๐–๑๔๐ รายฟัอง เข้ามา ตัดสินไปแล้ว ๑ ราย ที่เหลืออย่างไรก็ต้องน่าจะฟัองหรือว่าน่าจะพิพากษา ใกล้เคียงกัน แต่ทางศาลก็อาจจะบอกว่าอาจจะมีประเด็นอื่นไม่เหมือน ต้องให้ฟัองทุกราย อันนี้ผมก็ฝากเปึนประเด็นตั้งข้อสังเกตให้กับทางศาลปกครองที่จะได้ตอบในขั้นตอนต่อไป

เรื่องที่ ๒ ครับ เกิดจากความล่าช้า เรื่องของจุดให้บริการ ผมอ่านจาก หนังสือของท่านที่ท่านชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฎร ท่านมีแผนที่จะเป่ด ๑๖ แห่ง พูดถึง ศาลปกครองภูมิภาค ปัจจุบันเป่ดอยู่เพียง ๗ แห่ง ยังขาดอีก ๙ แห่ง ผมก็ใคร่ขอเสนอว่า ควรที่จะมีการเร่งดําเนินการเป่ดให้ครบ ๑๖ แห่ง และนอกจากนั้นถ้า ๑๖ แห่งไม่พอ ก็เป่ดอีกครับ ท่านประธานครับ เพราะถือว่าเปึนศาลที่ให้ประโยชน์กับพี่น้องประชาชน เปึนอย่างมาก เพราะบางครั้งเวลาราษฎรเดือดร้อนมีปัญหากับส่วนราชการ ภาครัฐ ไม่มีที่พึ่งครับ มีศาลปกครองนี่แหละครับเปึนที่พึ่ง สังเกตจากตัวเลขที่ฟัองเข้าไป ๓๐,๐๐๐ กว่าราย ศาลปกครองก็ดําเนินการไปแล้ว ๗๖ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งผมถือว่า เปึนผลงานที่น่าสนใจ เพียงแต่ท่านปรับปรุงการดําเนินการของท่าน ปรับปรุงโครงสร้าง ของท่าน แล้วก็เพิ่มเจ้าหน้าที่ศาล แล้วก็ผู้พิพากษาที่จําเปึนให้ครบ เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนได้อย่างครอบคลุม ผมมีประเด็น ที่จะฝากทางผู้ชี้แจงเพียงเท่านี้ แล้วถ้าเปึนไปได้อยากจะให้ตอบในประเด็นแรกที่ผมถาม ด้วยนะครับ ขอกราบขอบคุณครับ ท่านประธานครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทน ราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทน ราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปนะครับ ขอเชิญท่านสุกิจ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมถือว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่สําคัญมากนะครับต่อประเทศชาติ เพราะว่าศาลปกครองได้เคย แก้ปัญหาวิกฤติให้กับประเทศมามากแล้วนะครับ แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งศาลปกครอง ก็ยังถือว่าเปึนที่พึ่งของพี่น้องประชาชนในการที่จะเรียกร้องความเปึนธรรม ผมคงมี ประเด็นไม่มากนัก แต่ว่าจําเปึนต้องพูดครับ เพราะว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่สําคัญดังที่ผม กราบเรียนไปแล้ว และผมก็คงจะไม่ได้มีพื้นฐานในเรื่องของกฎหมายมากพอ เพราะฉะนั้น ก็ถือว่าเปึนการพูดในฐานะที่เปึนชาวบ้านคนหนึ่ง ในฐานะที่เปึนตัวแทนของชาวบ้าน นะครับ

ประเด็นแรกก็คงจะเหมือนกับที่หลายท่านได้พูดมาแล้วนะครับ คือเรื่อง ของความรวดเร็วในการพิจารณาคดี ผมว่าศาลปกครองต้องรับฟังแล้วละครับ เพราะว่า สมาชิกเกือบทุกท่านที่ขึ้นมาพูดในวันนี้ก็พูดเปึนเสียงเดียวกันว่ามีความล่าช้านะครับ จากสถิติที่ท่านให้มาว่าใน ๑ ป้ เสร็จไปร้อยละ ๗๘ แต่เมื่อผมไปคุยกับผู้ที่มีประสบการณ์ เกี่ยวกับศาลปกครองมามากพอสมควร สิ่งแรกที่เขาพูดถึงเมื่อพูดถึงศาลปกครอง คําพูด แรกที่เขาพูดก็คือคําว่า ช้า ครับ เขาบอกว่าช้ามาก ช้ากว่าศาลปกติ ผมเอาสถิติไปเล่าให้ เขาฟังแบบที่พูดเมื่อสักครู่นี้ครับว่า ร้อยละ ๗๘ เสร็จใน ๑ ป้ เขาบอกว่าไม่น่าเชื่อ เหมือนกับที่ท่านสมาชิก ๑ คน จากพรรคประชาธิปัตย์ ก็บอกว่าดูแล้วก็ไม่น่าเชื่อ ผมไม่ได้ มีเจตนาเปึนอย่างอื่นครับ ก็คือมาเล่าสู่กันฟังเพื่อว่าท่านจะได้หาวิธีที่จะแก้ไขต่อไป นะครับ ท่านบอกไว้เองนะครับว่า ความยุติธรรมที่ล่าช้าคือความไม่ยุติธรรม เพราะฉะนั้น เรื่องนี้เปึนเรื่องที่น่าคิดนะครับ

เรื่องต่อไปผมรวบรัดครับ ใช้เวลาไม่มากนัก คือเรื่องของค่าใช้จ่าย เปึนที่ รับรู้สําหรับพี่น้องประชาชนโดยทั่วไปว่า ฟัองศาลปกครองไม่มีค่าใช้จ่าย เพียงแต่เอา เศษกระดาษ เอากระดาษจากหน้ากลางของสมุดการบ้านของลูกเขียนฟัองใส่ซอง ป่ดแสตมปี แล้วก็ส่ง ก็สามารถที่จะฟัองได้ ไม่มีค่าใช้จ่ายอย่างอื่นอีก แต่จริง ๆ แล้วมัน ไม่ได้เปึนเช่นนั้นครับ เขาบอกว่าหลังจากที่ฟัองไปแล้ว หน่วยราชการหน่วยงานที่ถูกฟัอง ธรรมดาก็คือต้องสู้ แล้วก็เปึนปกติครับเขาต้องสู้ทุกราย เมื่อนั้นละครับค่าใช้จ่ายก็จะ เกิดขึ้น เพราะว่าเมื่อมีการแก้ต่าง มีการสู้กัน หน่วยราชการก็จะอ้างกฎหมาย อ้างกฎระเบียบต่าง ๆ นานา ซึ่งชาวบ้านทั่วไปเขาไม่รู้ละครับ เขาตามไม่ทัน เขาอ่าน เขายังอ่านไม่เข้าใจครับ เหมือนผมอ่านรายงานของท่านผมก็อ่านด้วยความยากลําบาก เพราะไม่คุ้นเคยกับศัพท์แสงอะไรต่าง ๆ ชาวบ้านก็เหมือนกันครับ เขาก็อ่านแล้วเขาก็ ไม่เข้าใจ เมื่อไม่เข้าใจสิ่งที่เขาต้องทําก็คือต้องหาผู้รู้ นั่นก็คือทนายนั่นเองครับ เพราะฉะนั้นที่บอกว่าเมื่อฟัองศาลปกครองแล้วไม่ต้องใช้ทนาย ก็ไม่ใช่ความจริงทั้งหมดครับ ชาวบ้านส่วนใหญ่ที่เมื่อสู้ไปแล้วถึงระดับหนึ่งไม่อยากถอยหลังกลับละครับ ไม่อยากแพ้ด้วย เพราะฉะนั้นเดินหน้าแล้วก็ต้องเดินหน้าต่อ ก็เลยต้องลงเอยด้วยการจ้างทนาย แล้วเมื่อนั้นละครับค่าใช้จ่ายก็ตามมา เพราะฉะนั้นในประเด็นนี้นะครับผมก็ยังอยากเห็น เหมือนเดิมครับ เหมือนกับความตั้งใจเดิมของศาลปกครองก็คือ ไม่อยากให้ พี่น้องประชาชนมีค่าใช้จ่าย เพราะฉะนั้นผมขอฝากท่านว่า ท่านช่วยหาวิธีครับว่า ทําอย่างไรถึงจะตัดประเด็นอย่างนี้ออกไปได้ อาจจะให้คดีมันจบเร็ว ๆ อันนั้นก็คงจะเหมือนกับที่ท่านสมาชิก ท่านวิลาศ ขออภัยที่เอ่ยนาม ว่าถ้าทําคดีเร็วก็ อาจจะเปึนการประหยัดค่าใช้จ่ายนะครับ เรื่องของการประชาสัมพันธ์ผมคิดว่าท่านทําได้ ดีมากครับ ทุกวันนี้ก็คงไม่มีพี่น้องประชาชนคนไหนที่ไม่เคยได้ยินชื่อของศาลปกครอง แต่ผมก็เรียนถามผู้ที่มีประสบการณ์ครับว่า ส่วนใหญ่แล้วพี่น้องประชาชนที่ไปฟัองศาล ปกครองเขาเอาความรู้มาจากไหน วิธีการฟัองเขาทําอย่างไร ท่านก็บอกว่ามาก ๆ ที่สุด แล้วก็คือส่วนราชการเองที่เปึนคนแนะนํานะครับ อาจจะด้วยความหวังดี ใจดี ก็แนะนํา ให้ฟัอง ถ้าใช้อารมณ์หน่อยก็คือตกลงกันไม่ได้ก็ท้าให้ไปฟัอง อันนี้คือสิ่งที่ประชาชนได้รับรู้ ว่าเขาจะมีวิธีการฟัองศาลปกครองได้อย่างไรนะครับ แล้วประชาชนส่วนใหญ่ ตาสีตาสา คนที่ความรู้น้อยทั่ว ๆ ไปก็คงจะกลัว ผมเองก็กลัวครับเมื่อรู้ว่าต้องไปขึ้นศาล เพราะฉะนั้น ถ้าหลีกเลี่ยงได้นี่ประชาชนเขาจะไม่ไปขึ้นนะครับ ไม่ไปฟัองร้อง ไม่ว่าจะเปึนศาลไหน ทั้งนั้น เพราะเขาก็ไม่เข้าใจละครับว่าศาลปกครองต้องทําอย่างไร คนส่วนใหญ่ที่ใช้บริการ ก็คือ คนชั้นกลางขึ้นไปนะครับ นี่ผมเรียนถามจากผู้รู้นะครับ เพราะฉะนั้นเชื่อว่าปัญหาที่ เกิดขึ้นก็คงไม่ใช่มีเฉพาะคนชั้นกลางละครับ คนชั้นที่ล่างลงไปจากนั้นก็คงจะมี แต่ว่า ทําอย่างไรให้คนเหล่านั้นได้เข้าถึงศาลปกครอง อันนี้ผมก็ขอฝากท่านไปด้วยนะครับ

ประเด็นสุดท้ายครับ ที่น่าคิดก็คือที่ท่านสมาชิกคุณหมอบรรพตได้พูดไป เมื่อสักครู่นี้นะครับ ขออภัยที่เอ่ยนามครับ ก็คือว่าคดีศาลปกครองดูแล้วว่ามากเหลือเกิน คดีจุกจิกอะไรต่าง ๆ ที่คนพอที่จะมีความสามารถในการฟัองเขาก็จะฟัอง เพราะฉะนั้นผม ได้อ่านรายงานที่แจกมานะครับ ผมว่ามีหลายเรื่องที่เปึนประโยชน์ อาจจะเปึน บรรทัดฐานให้พวกเราเอาไปใช้ได้ อย่างเช่น กรณีที่คนไข้ฟัองหมอ หมอที่ผ่าตัดเข้าไปแล้ว ปรากฏว่าไม่ได้เปึนโรคอย่างที่เขาคิด แล้วก็เย็บป่ดเหมือนเดิม ศาลปกครองรู้สึกว่าจะ ไม่รับทําคดีนี้นะครับ ให้เปึนเรื่องของการไปเรียกร้องกับศาลยุติธรรม ผมคิดว่าเรื่องนี้ ผมเองได้เจอบ่อยครับ มีคนมาปรึกษาเรื่องนี้บ่อย เรื่องที่จะฟัองหมอนะครับ ในฐานะที่ ผมเปึนหมอ เพราะฉะนั้นถ้าจะเอาเรื่องเหล่านี้ไปเปึนบรรทัดฐานนะครับ พวกเราได้ ช่วยกันคนละไม้คนละมือไปอธิบายให้กับชาวบ้านที่เขามีปัญหาได้เข้าใจประเด็นนะครับ ผมว่าอาจจะช่วยลดการทํางานของศาลปกครองไปได้มากทีเดียว ผมก็มีประเด็น เพียงแค่นี้ครับ ก็ยังคิดและก็ยังหวังครับว่า ศาลปกครองจะเปึนที่พึ่งของพี่น้องประชาชน เปึนที่พึ่งของสังคม และช่วยแก้วิกฤติให้กับประเทศชาติของเราต่อไปครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ มีผู้ประสงค์จะอภิปรายอีก ๖ ท่าน ผมก็จะสลับกันไปนะครับ ท่านสถาพรที่เมื่อสักครู่นี้ไม่อยู่ในห้องประชุม ตอนนี้ท่านมีชื่อแต่ท่านคิวทีหลังนะครับ เชิญท่านวิทยาครับ

นายวิทยา ทรงคํา เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิทยา ทรงคํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ก็คงจะใช้เวลาของสภาไม่มากนัก แต่ต้องการคําตอบครับ เจตนารมณ์ของการจัดตั้งศาลปกครอง ซึ่งตั้งขึ้นตั้งแต่ป้ ๒๕๔๒ นั้น ผมคิดว่า

ประการที่ ๑ ก็คงจะเปึนการแบ่งเบาภาระของศาลยุติธรรม เพราะว่า คดีค้างในศาลยุติธรรมเยอะและก็ช้า ก็คงจะเปึนการแบ่งเบาภาระ

ประการที่ ๒ ก็คงจะเปึนการอํานวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชน ซึ่งมี ข้อพิพาทเกี่ยวกับหน่วยงานของรัฐ แต่มาดูสถิติงานของทางฝ์ายศาลปกครองก็เยอะ แล้ว ค้างมากด้วย เหตุผลผมคิดว่าเรื่องของเขตอํานาจศาลมากกว่า ศาลปกครองอาจจะไปแย่งงานของคนอื่น หน่วยงานอื่นทํา เช่น เรื่องการเลือกตั้ง มันเปึน หน้าที่โดยตรงขององค์กรอิสระคือ กกต. คณะกรรมการการเลือกตั้งก็มีศาลสําหรับ การเลือกตั้ง นอกจากนั้นถ้าไม่พอใจอาจจะไปฟัองศาลยุติธรรม แต่ทางศาลปกครองก็มี บรรทัดฐานที่ผมไม่มั่นใจก็ขอเสริมท่านสงวน พงษ์มณี ที่อภิปรายไปแล้ว ผมต้องการ คําตอบจริง ๆ เมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๐ เปึนช่วงรัฐบาลที่มาจากการเผด็จการ นั่นละครับ มีการเลือกตั้งท้องถิ่นที่เทศบาลนครเชียงใหม่ มีผู้ร้องว่าผู้สมัครท่านหนึ่ง ขาดคุณสมบัติ เขาใช้คุณสมบัติในการเปึนผู้เสียภาษีบํารุงท้องที่ติดต่อกันมา ๓ ป้ โดย การไปเช่าบ้านของคนอื่นอยู่ จะจริงไม่จริง เราไม่ทราบนะครับ ก็เขานามสกุล ณ เชียงใหม่ เขาไปเช่าห้องแถวเล็ก ๆ เขาบอกว่าอยู่ติดต่อกันมา ๓ ป้ ทาง กกต. จังหวัด นะครับ กกต. เลือกตั้งพิจารณา ว่าอันนี้น่าจะเปึนการทําสัญญาที่ไม่ชอบ เขาตัดสิทธิ ผู้สมัคร ผู้สมัครก็มาร้อง กกต. กลาง ๕ เสือ กกต. กลางก็พิจารณาก็ตัดสิทธิครับ เปึนอํานาจหน้าที่ของ กกต. กลางก็ตัดสิทธิ ผู้สมัครก็นําเรื่องนี้ไปร้องศาลปกครองที่ เชียงใหม่ ร้องและพร้อมกับขอคุ้มครองชั่วคราว พวกผมในฐานะผมก็เรียนจบกฎหมายมา ก็มาดูเรื่องราวต่าง ๆ มันมีตัวอย่างที่ศาลปกครองที่ขอนแก่นเคยตัดสินไว้เมื่อวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ คดีแดงที่ ๓๓/๕๐ เขาบอกว่าอํานาจหน้าที่ในการตัดสิทธิผู้สมัคร ท้องถิ่นเปึนอํานาจหน้าที่โดยตรงของ กกต. ศาลเขาไม่รับ

แล้วอีกกรณีหนึ่งศาลปกครองสูงสุดเคยตัดสินกรณีที่ตําบลนาหว้า จังหวัด นครพนมไว้เกี่ยวกับคุณสมบัติเช่นกัน ศาลปกครองสูงสุดอ้างศาลรัฐธรรมนูญ เคยวินิจฉัยอํานาจของ กกต. กับอํานาจของศาลปกครองไว้ว่าเปึนอํานาจของ กกต. ที่เด็ดขาดก็ยกคําร้อง แต่ศาลเชียงใหม่กลับคุ้มครองชั่วคราวก่อนเลือกตั้ง ๒ วัน บังเอิญ ผู้สมัครรายนั้นชนะการเลือกตั้ง ทางฝ์ายผู้ที่แพ้การเลือกตั้งก็ไปร้องจนถึงศาลปกครอง สูงสุด ตอนนี้เกือบจะครบ ๒ ป้แล้วครับ เรื่องเงียบ บางคนก็บอกข่าวว่า เอ๊ะ เขาส่งมาที่ ศาลปกครองเชียงใหม่แล้วยังไม่อ่าน คุ้มครองชั่วคราวเกือบ ๒ ป้ เขายังพูดกันเล่น ๆ ว่า ถ้าคุ้มครองค้างคืนจะขนาดไหน ผมคิดว่าเรื่องนี้อาจจะครบ ๔ ป้ ศาลปกครองถึงจะอ่าน คําวินิจฉัยคําตัดสินนะครับ ขอกราบเรียนท่านประธานไปถึงคณะที่มาชี้แจงทาง คณะเลขาของศาลปกครองว่าเรื่องนี้ต้องการคําตอบจริง ๆ ว่าไปถึงไหน อย่างไร จะอ่าน เมื่อไร จะได้เอาเปึนบรรทัดฐานว่าต่อไปใครอยากจะสมัครนายกท้องถิ่นที่ไหนก็ไปสมัคร ได้ โดยการไปเช่าเขาอยู่เซ็นสัญญาย้อนหลัง ก็มีคุณสมบัติครบสามารถเลือกสมัครได้ ทั่วราชอาณาจักร มันจะได้เปึนบรรทัดฐานเสียทีครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปครับ คุณวัชระ เพชรทอง ครับ

นายวัชระ เพชรทอง กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ชนชั้นใดเขียนกฎหมายก็เพื่อชนชั้นนั้น ฉันใดก็ฉันนั้น ใครใช้เงินใคร ก็ทําเพื่อคนคนนั้น ผมเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เงินเดือนจากภาษีอากรของพ่อแม่ พี่น้องประชาชน ผมย่อมตอบแทนกตัญ็ูต่อประชาชนทั้งประเทศ ผู้ซึ่งเสียภาษีอากรให้ ผมเปึนเงินเดือนได้ทํางานเพื่อประชาชน ท่านประธานครับ ผมได้เรียนคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคําแหง ท่านอาจารย์ ร้อยโท สพโชค ลชิตากุล เปึนผู้สอนวิชากฎหมายปกครอง คือ LA ๔๐๙ ตั้งแต่ผมเปึนนักศึกษาชั้นป้ที่ ๓ ของมหาวิทยาลัยรามคําแหง ซึ่งปัจจุบันท่านอาจารย์ สพโชค ลชิตากุล ท่านก็ไปอยู่บนสวรรค์แล้ว ท่านประธานครับ ในสมัยที่ผมเรียน คณะนิติศาสตร์นั้น ไม่มีศาลปกครอง ศาลปกครองเพิ่งจะมีตามพระราชบัญญัติจัดตั้ง ศาลปกครองและวิธีพิจารณาความปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ก็คือในสมัยที่ท่าน อดีตนายกรัฐมนตรี ชวน หลีกภัย เปึนนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น นี่เปึนการวิวัฒนาการ เปึนการก้าวหน้าของกระบวนการยุติธรรมในประเทศไทย

ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยังตัวแทนของ ศาลปกครอง ในฐานะที่เคยเปึนนักศึกษาที่เนติบัณฑิตยสภา ที่ได้ผ่านการอบรมหลักสูตร วิชากฎหมายปกครอง รุ่นที่ ๒ ของเนติบัณฑิตยสภา ผมกราบเรียนไปยังท่านที่มาชี้แจง เลยครับว่า ขอสนับสนุนการทํางานของศาลปกครองอย่างเต็มที่ แม้นว่าจะมีเพื่อนสมาชิก หลายท่านได้ท้วงติงในเรื่องของความล่าช้าในการพิจารณาคดีไปแล้วก็ตาม ท่านประธานครับ ถ้าไม่มีศาลปกครอง พ่อแม่พี่น้องประชาชนที่ถูกละเมิดสิทธิจากหน่วยงานของรัฐ หรือจากเจ้าหน้าที่ของรัฐก็ไม่อาจที่จะใช้สิทธิได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว จริงอยู่แม้นว่า ปัจจุบันนั้นอาจจะล่าช้าไปบ้าง แม้ว่าในรายงานของท่านยังได้เขียนไว้บอกว่า ความยุติธรรมที่ล่าช้าคือความไม่ยุติธรรม ซึ่งคําคํานี้นั้นมาจากภาษิตกฎหมายที่ ท่านอาจารย์ในคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ได้สอนสั่งพวกเราไว้ก็คือว่า มาจาก คําว่า ความล่าช้าคือความอยุติธรรม นั่นเอง เปึนภาษิตกฎหมายที่แปลมาจากภาษาลาติน (Latin) ท่านประธานครับ และความล่าช้าคือความอยุติธรรมนี้เกิดขึ้นทุกที่ ทุกหน ทุกแห่ง บนแผ่นดินนี้ไม่ว่าศาลใดก็ตาม เพราะฉะนั้นข้อท้วงติงของเพื่อนสมาชิกที่ต้องการให้ พิจารณารวดเร็วขึ้น คณะของศาลปกครองก็ควรที่จะนําไปคํานึงและหาทางที่จะวาง มาตรการในการเร่งรัดการพิจารณาคดีของศาลปกครองให้รวดเร็วขึ้นกว่านี้ ท่านประธานครับ คดีพิพาทระหว่างหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกับเอกชน หรือข้อพิพาทระหว่าง หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐด้วยกันเอง รัฐในที่นี้ก็หมายถึงรัฐบาล ท่านประธานครับ เจ้าหน้าที่สุภาพสตรีซึ่งเปึนข้าราชการรัฐสภาซึ่งอยู่ที่นี่ก็ยังเคยพึ่งศาล ปกครอง ฟัองร้องในกรณีที่ไม่ได้รับความเปึนธรรมถูกคําสั่งให้ออกจากราชการ เกิดขึ้นที่นี่ และศาลปกครองท่านก็ให้ความเปึนธรรมเปึนที่เรียบร้อยแล้วกับข้าราชการ สุภาพสตรีท่านนั้น ท่านประธานครับ ในรายงานฉบับนี้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ประชาชน พี่น้องในเขตกรุงเทพมหานครคือผู้ที่มีภูมิลําเนาฟัองมากที่สุด เพราะอะไรครับ เพราะพี่น้องประชาชนในกรุงเทพมหานครได้รับข่าวสารข้อมูล ไม่ว่าทั้งจากการ ประชาสัมพันธ์ของศาลปกครองเอง หรือจากสื่อสารมวลชนต่าง ๆ พี่น้องประชาชนใน กรุงเทพมหานครได้ฟังทั้งวิทยุ ดูโทรทัศน์ มีเอกสารแผ่นปลิวต่าง ๆ จึงย่อมรับรู้ข่าวสาร ข้อมูลได้มากกว่าพี่น้องประชาชนที่อยู่หลังเขา เพราะฉะนั้นท่านอย่าได้แปลกใจว่าทําไม จังหวัดแม่ฮ่องสอนถึงมีปริมาณคดีเพียงเล็กน้อยเพียงแค่ ๔๗ คดี ทั้ง ๆ ที่จังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ ท่านประธานที่เคารพครับ อาจจะไม่ได้รับความเปึนธรรมจากการปฏิบัติหน้าที่ ของหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐมากมายก็เปึนได้ แต่ประชาชนไม่รู้สิทธิว่า ตนเองนั้นมีสิทธิที่จะฟัองร้องไปยังศาลปกครองได้โดยไม่ต้องเสีย ค่าธรรมเนียมแม้แต่บาทเดียว ติดแสตมปี ๓ บาท ก็ฟัองศาลปกครองได้ ท่านประธาน ครับ การทํางานของศาลปกครองนั้น ผมเชื่อว่าศาลท่านมีดุลยธรรมและมีดุลยพินิจในการ ทํางานเพื่อแผ่นดินอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันมีการกล่าวขานกันถึงคําว่า ตุลาการภิวัตน์ ท่านประธานครับ คําคํานี้อาจจะเปึนที่เสียดแทงใจของบางบุคคล แต่สําหรับพ่อแม่พี่น้องประชาชนทั่วไปแล้วต่างสรรเสริญแซ่ซ้องเพราะต้องการเห็น ศาลปกครองก็ดี ศาลรัฐธรรมนูญก็ดีตัดสินไปด้วยความที่เปึนอิสระ เที่ยงธรรม ปราศจาก การแทรกแซงจากฝ์ายการเมือง เราต้องยอมรับกันครับท่านประธานที่เคารพครับว่า ในสังคมไทยปัจจุบันเหลือเพียงสถาบันเดียวเท่านั้น ๆ สถาบันเดียวเท่านั้น ที่ประชาชนพอจะเปึนที่พึ่งได้ก็คือ ศาลยุติธรรม เพราะศาลยุติธรรมนั้นไม่มีการแทรกแซง ทางการเมือง ไม่มีการวิ่งเต้น ท่านประธานครับ ศาลยุติธรรมนี้แน่นอนรวมถึง ศาลปกครองและศาลรัฐธรรมนูญด้วย แต่ในขณะเดียวกันคนที่สูญเสียผลประโยชน์หรือ คนที่ได้รับผลกระทบก็ย่อมจะไม่พอใจเปึนธรรมดา สิ่งนี้เปึนธรรมชาติของมนุษย์ ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนไปยังตัวแทนของศาลปกครองที่มาชี้แจงในวันนี้ ว่าการทํางานของท่านนั้นแน่นอนครับ เปึนที่จับตามองของคนทุกฝ์าย และปัญหาสังคมที่ ได้สงบสุขกําลังจะเดินไปข้างหน้า บ้านเมืองกําลังจะพัฒนาไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง ก็เพราะศาลปกครองและศาลรัฐธรรมนูญได้มีคําตัดสิน มีคําพิพากษา คําวินิจฉัยที่ชัดเจน ทําให้บ้านเมืองกําลังจะเดินไปสู่ครรลองของความเปึนธรรม ท่านประธานครับ ผมไม่เชื่อว่า ศาลท่านนั้นจะมีธงมาก่อน และผมไม่เชื่อว่าศาลปกครองก็ดี ศาลรัฐธรรมนูญก็ดี จะมีการแทรกแซงทางการเมือง แต่ผมเคยได้ยิน เคยได้ฟัง สมัยศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา คดีในคดีซุกหุ้น ซึ่งผมจะไม่นํามาพูดใน ณ ที่นี้ ท่านประธานครับ ไม่ว่าอดีตจะเปึนอย่างไร แต่บ้านเมืองต้องเดินไปข้างหน้า และท่านนายกรัฐมนตรี ท่านอาจารย์อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านก็ชัดเจนว่าจะปกครองจะบริหารบ้านเมืองด้วยความเปึนธรรม และไม่มีการแบ่งสี แบ่งค่าย แบ่งฝ์าย ต้องการให้เกิดความเสมอภาคกับพ่อแม่พี่น้องประชาชนทุกคน ท่านประธานที่เคารพครับ ขอฝากข้อสังเกตไปยังคณะผู้ชี้แจงจากศาลปกครอง สักเล็กน้อย จากที่ท่านได้ทําสถิติหน่วยงานที่ถูกฟัองคดีปกครองในอันดับ ๑-๑๐ นั้น ปรากฏว่ากระทรวงที่ถูกฟัองมากที่สุด ๑๑,๒๐๐ คดี คือ กระทรวงมหาดไทย ท่านประธานครับ ทําไมกระทรวงนี้จึงถูกพ่อแม่พี่น้องประชาชนทั้งประเทศฟัองร้องมากที่สุด ก็เพราะมีการออกคําสั่งทางการปกครองมากที่สุด และกระทบต่อสิทธิทั้งข้าราชการใน กระทรวงมหาดไทย หรือพ่อแม่พี่น้องประชาชนเปึนจํานวนมาก จึงเปึนที่มาของการฟัอง กระทรวงมหาดไทยมากที่สุด และผมคาดว่าในอนาคตกระทรวงมหาดไทยกระทรวงนี้ ก็ยังคงเปึนแชมปีให้พี่น้องประชาชนได้ฟัองมากที่สุดต่อไปในอนาคต ท่านประธานครับ ตุลาการภิวัตน์ สิ่งที่เกิดขึ้น สิ่งที่ปรากฏในสังคมไทยนั้น คือความเปึน คือสิ่งที่ทําให้ปัญหา หลายหลากปัญหา ซึ่งเปึนปัญหาสําคัญของชาติได้ยุติ และประเทศชาติกําลังเดินไปข้างหน้า ผมเชื่อว่าตุลาการของศาลปกครอง ตุลาการของ ศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการของศาลยุติธรรม แน่นอนครับ คงจะได้ยิน ได้ฟังพระราชดํารัส ของในหลวงอย่างถ่องแท้แล้ว โดยเฉพาะประโยคที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรง มีพระราชดํารัสต่อคณะตุลาการศาลปกครองประโยคหนึ่งที่ว่า ประโยคนั้นคือประโยค ที่ว่าเพื่อที่จะปัองกันไม่ให้บ้านเมืองล่มจม เพื่อปัองกันไม่ให้บ้านเมืองล่มจม ขอขอบคุณ ครับท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านสุนัยครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน จังหวัดนครสวรรค์ ของพรรคเพื่อไทย วันนี้ก็เปึนการอภิปรายเรื่องที่ผมรู้สึกอึดอัดใจมากอย่างหนึ่ง ไม่ใช่ว่า อึดอัดใจเพราะว่าเรื่องนี้ไม่ดี แต่อึดอัดใจว่าการพูดถึงเรื่องศาลมันเปึนเรื่องที่ละเอียดอ่อน มาก และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบันก็เปึนเรื่องที่ค่อนข้างจะล่อแหลม ประกอบกับกระผมเองก็ประกอบอาชีพเปึนทนายความเดินขึ้นศาลลงศาล และที่สําคัญ ที่สุดคนในแวดวงศาลนั้นก็เปึนคนที่เรารู้จัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งอายุขนาดนี้แล้วดูไป บนบัลลังก์ก็รู้จักเสียหลายคน แต่ว่าถ้าจะไม่พูดเสียก็คิดว่าเรามีหน้าที่ที่จะเก็บรับปัญหา แล้วก็นํามาเสนอกับท่าน และคิดว่าถ้าไม่มีโอกาสเช่นนี้เราก็ไม่รู้จะเอาเวลาไหน จะเอา ความสนิทสนมไปพูดกันก็ไม่อยู่ในฐานะเช่นนั้น ดังนั้นวันนี้ผมต้องกราบเรียน ท่านประธานว่าการนําเสนอนี้ก็คือการทําหน้าที่และจะนําเสนอในส่วนที่เปึนบวก และขอเรียนด้วยความเคารพว่าจะนําเสนอด้วยความคิดที่สร้างสรรค์อย่างยิ่งนะครับ ท่านประธานครับวันนี้เองต้องเรียนตรง ๆ ว่าเรามีศาล ๓ สถาบัน คือ ศาลยุติธรรม ที่มีศาลฎีกาสูงสุด ๒. ศาลปกครอง ที่มีอํานาจสูงสุดก็คือศาลปกครองสูงสุด แล้วก็ ศาลรัฐธรรมนูญ แต่ท่านเชื่อไหมครับว่าประชาชนยังแยกไม่ออก ฟังไปฟังมาก็ศาลทุกที เมื่อสักครู่ยังได้รับคําถามจากเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่า เอ๊ะ ถ้าพูดถึง ศาลยุติธรรมนี่อันเดียวกันรวมทั้งหมดหรือเปล่า ผมบอกไม่ใช่นะ ถ้าพูดถึงศาลยุติธรรม มันอีกกระบวนหนึ่งเลยนะ ว่าด้วยศาลแพ่ง ศาลอาญา ท่านประธานครับ ก็ด้วยเพราะ สังคมไทยเวลาแยกมองศาลมองแยกไม่ออกหรอกครับว่าเปึนอะไร ก็มักเรียกรวมกัน อย่างวันนี้มีคําคําหนึ่ง ซึ่งผมเองอาจจะต้องขอประทานอนุญาตเห็นแย้งกับเพื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อสักครู่ที่ท่านพูดไป คําพูดที่บอกว่าตุลาการภิวัตน์ เขาไม่ได้ แยกว่าศาลปกครองภิวัตน์นะครับ ไม่ได้แยกว่าศาลรัฐธรรมนูญภิวัตน์นะครับ เขาไม่ได้ แยกว่าศาลยุติธรรมภิวัตน์ เขาเรียกรวมหมดเลยครับ ซึ่งผมมีความเห็นที่ค่อนข้างจะแตกต่างจากคนอื่นในภาพรวมว่า คําว่า ตุลาการภิวัตน์ นี้น่าจะเปึนเรื่องลบ เนกกาทีฟ (Negative : การปฏิเสธ) ครับ กับกระบวนการยุติธรรม คําว่า ภิวัตน์ ถ้าจะเทียบเคียงจริง ๆ กับประเทศไทยเราก็คือใช้คําคํานี้ในความหมาย เดียวกับการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ สมัยนั้นเราเรียกว่า ปฏิวัติ แต่ต่อมาได้มีอีกท่านหนึ่งพูดว่า ภิวัตน์ เปึน การอภิวัตน์ ถ้าดูเนื้อหาของคําว่า อภิวัตน์ หรือเอาคําว่า อภิวัตน์ นี้มาบวกกับตุลาการเปึน ตุลาการภิวัตน์ มันก็คือ กระบวนการที่ไม่ใช้หลักกฎหมายเปึนพื้นฐานแล้ว แต่ใช้ความมุ่งหมายเปึนพื้นฐาน และ ปรากฏว่าในทางสังคมก็ถูกคําว่า อภิวัตน์ นี้ไปใช้อีกครับ กลุ่มพันธมิตรไปยึดสนามบิน ไป ยึดทําเนียบก็เรียกตัวเองว่า ประชาภิวัตน์ แล้วจะทําการเมืองแบบ ๗๐ : ๓๐ ซึ่งนอก หลักเกณฑ์ของระบบประชาธิปไตย ก็เรียกว่า การเมืองภิวัตน์ อ้าว เห็นไหมครับ มันคล้าย กับศาลตุลาการภิวัตน์แล้วนะครับ ผมเองยังรู้สึกลึก ๆ ว่าคนที่บัญญัติศัพท์นี้ขึ้นมาเรียก จะมีเจตนาแอบแฝงสิ่งใดหรือเปล่าผมไม่ทราบ ก็ต้องกล่าวไว้ในที่นี้ว่า บางทีท่านอาจจะ ไม่รู้ว่าใครเปึนบัญญัติคนแรก เท่าที่ผมจําได้ชื่อคุณธีรยุทธ บุญมีครับ แล้วหลังจากนั้นก็ใช้กัน ดาษดื่นว่าตุลาการภิวัตน์ ตุลาการภิวัตน์ ยึดทําเนียบรัฐบาลนี่เปึนประชาภิวัตน์ มันถูกต้องที่ไหนล่ะครับ ยึดสนามบินเปึนประชาภิวัตน์ ถูกต้องที่ไหนครับ จะเปลี่ยน การเมืองใหม่เปึนการเมืองภิวัตน์ โดยมีการเลือกตั้ง ๗๐ : ๓๐ ให้เลือกตั้งแค่ ๓๐ แต่งตั้ง ๗๐ มันถูกต้องด้วยกระบวนการทางกฎหมายได้อย่างไรล่ะครับ ดังนั้นวันนี้ผมแปลกใจมาก สื่อมวลชนก็ใช้คําว่า ตุลาการภิวัตน์ ตุลาการภิวัตน์ โดยศาลไม่ว่าสถาบันไหนเงียบเฉย ๆ ครับ เหมือนกับปลาบปลื้มใจว่า เออ เขายกย่องเราหรืออย่างไร ผมมองว่าระยะยาวไม่ดีนะครับ เรื่องศาลนี้พอเรามาเทียบดูกับรูปธรรมต่าง ๆ ผมก็เปึนห่วงว่าประชาชนจะ ไม่เข้าใจเหมือนกัน ยกตัวอย่างครับ นาน ๆ จะตัดสินอดีตนายกรัฐมนตรีให้ติดคุก ติดตะรางได้สักทีหนึ่ง โอ้โฮ บอกตุลาการภิวัตน์แล้ว ตัดสินให้ทักษิณ กรณีที่ดินรัชดา ไปประมูล ๕๐๐ กว่าล้านบาท ศาลตัดสินให้ติดคุก คนที่เกลียดทักษิณก็เชียร์ว่าเปึน ตุลาการภิวัตน์แล้ว แต่ท่านครับสังคมไทยระบบข่าวสารมันชัดเจน มันใกล้เคียงกันมาก อดีตนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งซื้อที่ดินรัชดา ๕๐๐ กว่าล้านบาท จากการประมูล ๗๐๐ กว่าล้านบาท ไม่ใช่ท่านซื้อนะครับ ภรรยาท่านซื้อ ติดคุก แต่อดีตนายกรัฐมนตรีอีกคนหนึ่ง ซื้อที่ยอดเขายายเที่ยง ภรรยาท่านซื้อเหมือนกัน ๕๐,๐๐๐ กว่าบาท ไม่มีคดีครับ พอเทียบ อย่างนี้ ผมว่าถ้าจะพูดตุลาการภิวัตน์ชักยุ่งแล้วครับ แต่ศาลก็ไม่รู้ว่า ประชาชนก็ไม่รู้ว่า กรณีนั้นไม่ใช่ของศาลปกครอง เปึนเรื่องศาลฎีกาแผนกคดีอาญาการเมือง ซึ่งคนที่ตัดสิน นั้นมาจากศาลฎีกา ไม่ได้มาจากท่าน ในขณะเดียวกันศาลตัดสินให้นายกรัฐมนตรี ออกจากตําแหน่งได้ ด้วยเพราะทํากับข้าว คนที่เกลียดคุณสมัครก็บอกดีแล้ว ๆ เห็นไหม ตุลาการภิวัตน์แล้ว คนอีกส่วนหนึ่งมันก็เอาข่าวมาเทียบบอกว่า แล้วทําไมที อดีตนายกรัฐมนตรีหนีการเกณฑ์ทหารไม่เห็นถูกขึ้นศาลล่ะครับ หรือว่าการทํากับข้าวนี้ เปึนความรุนแรงยิ่งกว่าการหนีทหาร เห็นไหมครับ การไปเรียกตุลาการภิวัตน์แล้วเจอ รูปธรรมอย่างนี้อันตรายเลยครับ เช่นเดียวกันครับ คนก็ไม่รู้อีกว่ากรณีนั้นเปึนเรื่องของศาลรัฐธรรมนูญไม่เกี่ยวกับ ศาลปกครอง แต่ชาวบ้านไม่รู้หรอกนะ เพราะมันเรียกหมดแล้วนี่ครับ เรียกว่า ตุลาการภิวัตน์หมดแล้ว กรณีศาลปกครองเพื่อนสมาชิกหลายคนก็มาตําหนิติเตียนท่าน ซึ่งผมก็เห็นในว่าคดีความนั้นจะเอาให้ได้ดั่งใจมันไม่ได้หรอกครับ ต้องใช้เวลา ท่านก็บอก ช้าไป ช้าไป ช้าไป ความล่าช้าเปึนความไม่ยุติธรรมอย่างหนึ่งก็พูดได้ แต่ท่านครับ แต่บังเอิญบางคดีศาลปกครองก็ตัดสินเร็วเหลือเกิน คือคดีเขาพระวิหาร ยื่นฟัอง ๒-๓ วัน ในขณะที่กําลังมีวิกฤติท่านก็ตัดสินเลยเหมือนกัน เร็วจี๋เลย และตัดสินอ่านคําพิพากษา เท่าที่ได้ทราบตี ๒ ครับ โอ้โฮ หรือว่าอันนี้ท่านจะยกให้เปึนตุลาการภิวัตน์ ผมถึงบอกว่า คําว่า ตุลาการภิวัตน์ นี้ด้วยความเคารพจริง ๆ ครับ ฝากท่านเลขา ฝากท่านรองเลขาได้ไป กราบเรียนกับท่านอัคราทร สายตรงของท่านเถอะครับที่เปึนอาจารย์ของผม บอกว่า นายสุนัยลูกศิษย์ท่านฝากมาครับ ขอให้ท่านได้คุยกับท่านประธานศาลฎีกา ขอให้ท่าน ได้คุยกับท่านประธานศาลรัฐธรรมนูญว่า หารือกันเถอะครับว่า ความละเอียดอ่อนของ สถาบันตุลาการนั้นอย่ามาเรียกกันเละ ๆ เทะ ๆ อย่างนี้ครับ อันนี้ด้วยความหวังดีจริง ๆ นะครับ ทําไมผมต้องพูดอย่างนี้ เพราะว่าผมเองมีเปึนตัวเปึนตน เปึนบุญคุณในสังคมไทย ที่ว่าเราได้ดิบได้ดีมาจากวิชาชีพนี้ จากสถาบันเหล่านี้ เราก็ควรจะต้องประคับประคอง ในอดีตที่ผ่านมาผมได้ทําหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการปกปัองสิทธิผลประโยชน์ ของศาลโดยตลอด ไม่ว่าจะเปึนเรื่องผลประโยชน์ สิทธิต่าง ๆ เมื่อเข้ามาผมจะปกปัองให้ ทันที เพราะผมถือว่าบุคคลเหล่านี้เปึนคนที่น่านับถือ แล้วเราเรียนด้วยความเคารพว่าวันนี้ เห็นรูปในศาลปกครองหลายคน ผมเชื่อมั่นครับ เชื่อมั่น เพราะบุคคลเหล่านี้ผมรู้ภูมิหลัง หมด เปึนคนดี เปึนคนที่มีความซื่อสัตย์สุจริตเปึนพื้นฐานเลย หลายคนอยู่ในกฤษฎีกา ที่ทําหน้าที่มา แต่ผมเห็นว่าความอ่อนด้อยทางการเมือง ซึ่งระบบการเมืองนี้มันมีความ สลับซับซ้อนและมันเปึนการช่วงชิงผลประโยชน์ พยายามจะดึงสถาบันนั้นมา ดึงสถาบันนี้มา เวลาได้ประโยชน์ก็เอา เวลาไม่ได้ประโยชน์ก็ใส่ร้ายเขา ตรงนี้อันตรายมากครับ สถาบันหนึ่งที่ได้เห็นชัดเจนเปึนตัวอย่างแล้วและผมสงสารที่สุด คือสถาบันทหารครับ เวลาการเมืองขับเคี่ยว ๆ กันฝ์ายพรรคการเมืองสู้ไม่ไหวแล้วชอบไปดึงทหารมาเล่น แล้วทหารก็ตกกระไดพลอยโจนแล้วก็เสีย ไม่ได้อะไรครับ แล้วพรรคการเมืองนั้นก็ขึ้นมา มีอํานาจแทน สิ่งเหล่านี้ผมถึงบอกว่าเราต้องรักษาสถาบันศาลไว้สัก ๑ สถาบัน อย่าไปยุ่งกับท่าน ให้ท่านว่าของท่านไป มีอะไรก็แนะนําไปเสนอแนะท่านแล้วแต่ท่านจะ ใช้ดุลยพินิจ ดังนั้นกระบวนการตรงนี้ผมมองอย่างนี้ครับว่า เราจะมองกระบวนการ ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง และศาลรัฐธรรมนูญโดยโดด ๆ ไม่ได้ ต้องมองควบคู่ไปกับ พัฒนาการของรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะของโลกาภิวัตน์ ซึ่งการลงทุนต่างประเทศ เปึนเหตุสําคัญเปึนปัจจัยสําคัญของการสร้างงาน เปึนปัจจัยสําคัญของความสงบ เรียบร้อย และเปึนปัจจัยสําคัญแหล่งที่มาแห่งเงินเดือนของผู้พิพากษา เมื่อศาลระบบ ยุติธรรม องค์กรยุติธรรมถูกกล่าวหาอย่างเละ ๆ เทะ ๆ ว่าเปึนศาลปฏิวัติ ถ้าพูดกันตรง ๆ แต่ว่าเรียกเสียไพเราะเชียวว่าตุลาการภิวัตน์จริง ๆ คือ ตุลาการปฏิวัติ มันบวกที่ไหนครับ แล้วยิ่งมีรูปธรรมอย่างนี้เกิดขึ้นในขณะที่ตลาดเปึนของผู้ลงทุนในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ อย่างนี้คนกําเงินจะมาลงทุนประเทศไทยก็ได้ ลงทุนเวียดนามก็ได้ ลงทุนมาเลเซีย สิงคโปร์ก็ได้ เขาเลือกที่ไหนครับ ก็ในเมื่อระบบศาลเปึนระบบความยุติธรรมที่เขาจะต้องเปึนการยืนยันถึงระบบของสังคม นั้นเปึนอย่างนี้เขาจะมาลงทุนกับเราหรือครับ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้มีใครคิดถึงเลย ตัดสินกันไป โดยไม่ได้พิจารณา พอมีหนังสือพิมพ์ มีอาจารย์มหาวิทยาลัยชื่นชมพูดบอก ตุลาการ ภิวัตน์ จริง ๆ เขาชื่นชมท่านจริงหรือเปล่า หรือเขามีอะไรคิดในใจ เราก็ไม่รู้เหมือนกัน ผมบอกว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่เจ็บปวดที่สุดโดยเฉพาะถ้าใครอยู่ในวงการนี้นะครับ ถ้าศึกษา ประวัติศาสตร์ย้อนหลังไปเมื่อร้อยกว่าป้ ประเทศไทยไม่มีเอกราชทางศาลครับ คนไทย ในบังคับอังกฤษ คนไทยในบังคับฝรั่งเศส มีเรื่องกับคนไทย มีเรื่องกับเจ้าหน้าที่ไม่ต้องขึ้น ศาลไทย ไปขึ้นศาลอังกฤษครับ ไปขึ้นศาลฝรั่งเศส พระพุทธเจ้าหลวงของเราคือ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวท่านเจ็บปวดมาก ท่านได้ทรงส่งลูกท่านหลาน เธอทั้งหลายไปเรียนครับ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ เปึนลูกของพระองค์ท่านกลับมาตั้ง สถาบันศาลขึ้น ตั้งแล้วเขาก็ยังไม่เชื่อครับ สุดท้ายต้องแลกด้วยดินแดนครับ ต้องแลกด้วย ดินแดนของประเทศไทย ตัดเนื้อให้เขาเลยครับ เพื่อจะแลกกับสิทธิเอกราชทางศาล แต่วันนี้มีคนมาพูดตุลาการภิวัตน์ ๆ กลายเปึนเรื่องสนุกไปได้เหมือนกัน ท่านประธานครับ ในกระบวนการศึกษาของนิติศาสตร์นั้น มีรูปผู้หญิงคนหนึ่งครับที่เราจะเห็นกันชิน ๆ ถ้าใครไม่รู้จะว่า เอ๊ะ ทําไมคนถึงตาบอดล่ะ ไปยืนถือตาชั่งอยู่ นั่นเปึนรูปของฝรั่งเศสเขา นั่นหมายความว่าความยุติธรรมนั้น จะต้องให้แก่ทุกคนโดยผู้พิพากษาไม่เห็นหน้าคนนั้น ครับ เขาป่ดตาครับ ฟังแต่หูเท่านั้น นั่นก็คือไม่ให้มีอคติอยู่ในกรณีการพิจารณา จะช้า จะเร็ว เปึนเรื่องของเขาว่ากันตามกติกา ไม่ใช่เร็วจริงจะยุติธรรม ช้าจริงไม่ยุติธรรม ไม่แน่ครับ บางทีช้า บางทีเร็วมันแล้วแต่เหตุแต่ผล แต่วันนี้พอถูกใจก็บอกตุลาการภิวัตน์ แล้วคนไม่ถูกใจก็บอก เอ๊ะ อย่างนั้นก็ไม่ดีสิวะ กรณีอย่างนี้ท่านครับ เมื่อลําดับเรื่อง ลงมาถึงเรื่องของศาลปกครองในการพิจารณาที่ท่านนําเสนอที่ผมต้องกราบขออภัยจริง ๆ นะครับที่จะต้องใช้เวลาตรงนี้ได้นําเสนอต่อท่าน เมื่อครั้งเกิดวิกฤติกรณีการเดินขบวน ต่อเนื่องยาวนาน ๒-๓ ป้ที่ผ่านมา โทรทัศน์ช่องหนึ่ง เอเอสทีวี ได้ใช้ถ้อยคําหยาบคาย อย่างรุนแรงใส่ร้ายอย่างรุนแรง แต่ว่าได้รับการคุ้มครองจากศาลปกครอง ผมก็นั่งอกสั่น ขวัญหายในระหว่างเวลานั้น ท่านนายกรัฐมนตรีสมัครในฐานะเปึนประมุขฝ์ายบริหาร ก็พูดหลายครั้งในวิทยุโทรทัศน์ว่าศาลปกครองเขาคุ้มครอง ๆ ถ้าผมเปึนเลขานุการท่าน ผมจะบอกว่าท่านคํานี้อย่าพูดเลย ไปหาทางนั่งคุยกันดีกว่าระหว่างท่านประธานศาล ปกครองสูงสุดกับท่านนายกรัฐมนตรีหาทางออกเท่าที่มันเปึนไปได้ การที่มาพูดอย่างนั้น มันไม่ดี แต่ถึงวันนี้ครับ โดยหลักการนะครับ ผมยังเห็นด้วยกับศาลปกครองที่คุ้มครอง เอเอสทีวี หลักการนะครับ และหลักการตรงนี้เพราะอะไรครับ เพราะสิทธิแห่งพลเมือง สิทธิในการแสดงความคิดเห็นอาจจะแตกต่างจากรัฐ หรือตอบโต้รัฐนั้น ผมว่าเปึนสิทธิ ขั้นพื้นฐานที่พลเมืองในรัฐนั้นจะมีได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัฐประชาธิปไตย แต่วันนี้ ผมกําลังเฝัามองแล้วก็ยังภาวนาว่าขอให้หลักการคุ้มครองเอเอสทีวี ที่ศาลปกครอง ดําเนินการนี้ช่วยคุ้มครองวิทยุชุมชนและโทรทัศน์ ดีทีวี (DTV) ด้วยเถอะครับ เพราะ ดูท่าทางรัฐแห่งนี้ก็กําลังจะคุกคามแล้วครับ โดยเฉพาะวิทยุชุมชนอันไหนไม่เห็นด้วยกับ รัฐ วิจารณ์รัฐ รัฐก็กําลังทําหน้าที่จะเข้าไปบดขยี้อีกแล้ว ถ้าท่านคุ้มครองเอเอสทีวีด้วยหลักสิทธิแห่งพลเมือง และเท่าที่ผมดูดีทีวีก็ดี โทรทัศน์ ช่องสถานีประชาธิปไตย หรือที่เขาเรียกว่า โทรทัศน์สีแดง หรือโทรทัศน์เพื่อประชาธิปไตย และวิทยุชุมชนต่าง ๆ เหล่านั้นยังไม่ได้ใช้คําหยาบ ยังไม่ได้โค่นล้มรัฐนี้ด้วยกําลังอาวุธ หรือด้วยกองกําลังคนที่มุ่งหมายนอกรัฐธรรมนูญอันเปึนความผิดตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา ๑๑๖ แต่อย่างไร ดังนั้นตรงนี้เองจึงเปึนความยากลําบากอย่างยิ่งของสิ่งที่ เรียกว่า สถาบันตุลาการ นี่คือความยากลําบากอย่างยิ่งที่พวกเราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ต้องให้กําลังใจและต้องเข้าใจท่าน ว่าท่านยืนอยู่ในจุดที่ตัดสินแล้วมันก็จะมีอย่างนี้ จะมีปัญหาคนพอใจและไม่พอใจ แต่ว่าสิ่งเหล่านี้เราก็ต้องเชื่อมั่นในตัวท่าน ขอให้ท่าน ได้ใช้สิทธิการคุ้มครองเอเอสทีวีนี้เช่นเดียวกัน ที่จะต้องมาใช้ในการคุ้มครองโทรทัศน์อื่น เพราะอะไรครับ รัฐนี้แท้จริงแล้วเปึนรัฐมีลักษณะผูกขาดแห่งทุนครับ เมื่อกุมความคิด ประชาชนได้ด้วยโทรทัศน์ฟรีทีวี ๕ ช่องเป่ดไม่ได้อีก ก็กุมตลาด กุมสินค้า กุมความคิด อันเปึนสื่อแห่งกุมผลประโยชน์ ดังนั้นการที่ศาลปกครองคุ้มครองเอเอสทีวีนั้น กระผมเห็นด้วย ณ เวลานี้ผมขอยืนยัน แต่ขอให้ใช้สิทธินี้อย่างเสมอภาคกันทั้งหมด และเป่ดเสรีภาพแห่ง การแสดงความคิดเห็น เป่ดเสรีภาพแห่งสิทธิพลเมืองให้เท่าเทียมกันเถอะครับ แล้วสังคม มันจะขับเคลื่อนไปเอง

กรณีของศาลปกครอง บางทีผมเองที่อยู่ในวงการตุลาการ ที่เปึน ทนายความแท้ ๆ รู้กฎหมาย บางทีอธิบายไม่ออกเหมือนกัน อย่างกรณีการตัดสินคดี เขาพระวิหาร ศาลปกครองตัดสินอย่างรวดเร็วมาก ถ้าจําไม่ผิดสักวันสองวันเท่านั้น ครับ ตัดสิน แล้วก็พันธมิตรประกาศเลยครับ ประกาศตอนตีสามเลยครับ ว่าศาลตัดสิน แล้วตอนตีสอง อย่างนี้ไม่รู้เหตุผลอะไร ทําไมมันเร็วเช่นนั้น

อย่างกรณีอีกกรณีหนึ่งครับ เนื่องจากว่าศาลปกครองนั้นแยกไม่ออก เลยครับ ต่อหน้าที่ของท่านที่จะต้องเกี่ยวข้อง ๒ ส่วน คือส่วนเกี่ยวกับเรื่องผลประโยชน์ มหาชน และส่วนที่เกี่ยวกับผลประโยชน์ของเอกชนที่ถูกกระทําจากรัฐ ในส่วนที่เกี่ยวกับ ผลประโยชน์ของมหาชนฟากซ้ายมือนี้ ก็แยกไม่ออกที่มันหมิ่นเหม่ต่อเรื่องของความ เกี่ยวข้องทางการเมือง ดังนั้นตรงนี้เองครับ อย่างขณะนี้ครับ มีเรื่องดัง ๆ ที่ กระทบกระเทือนใจของคนเหมือนกัน แต่บังเอิญบุคคลท่านนี้ก็แปลก เปึนข้าราชการ จริง ๆ ผมโทรศัพท์ไปถามท่านหลายทีบอกท่านปลัดกระทรวงครับ ท่านไม่ได้รับความ เปึนธรรมอย่างไร เรื่องนี้ผมฟัองศาลปกครองเขาแล้ว นั่นสิ ให้ผมดําเนินการอย่างไรไหม ครับ ให้ช่วยในทางสภาไหม ไม่เปึนไร ไม่เปึนไรน้อง ขอบคุณมาก นั่นก็คือการเข้ามา บริหารประเทศของรัฐบาลนี้เพียงไม่กี่วัน ก็ย้ายปลัดกระทรวงมหาดไทยทันทีครับ สะเทือนใจ ถ้าเราจะบอกว่าคดีเขาพระวิหารเปึนคดีที่มีความจําเปึนทางการเมือง มีความ สะเทือนใจปลัดกระทรวงมหาดไทยถือว่าเปึนซุปเปอร์ปลัดกระทรวง เพราะปลัดกระทรวง มหาดไทยนั้นเปึนกระทรวงใหญ่ที่บําบัดทุกข์บํารุงสุขอย่างทั่วด้านกว้างขวางมาก เหลือเกิน แต่ว่ารองนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่งที่หน้าตาดํา ๆ ตาโปน ๆ ก็ดันชัดเจนครับ ว่าไปย้ายเขา พูดจาคนก็รู้ทันที พออ้าปากเขาก็รู้ว่าอะไรเปึนอะไร

(นายอรรถพร พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุนัยครับ มีท่านประท้วงครับ เชิญท่านผู้ประท้วงก่อน

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน จากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านผู้อภิปรายได้ใช้เวลาไปค่อนข้างมาก และผมสดับตรับฟังตั้งแต่ต้นก็มีเนื้อหาสาระอยู่ ตามสมควร แต่ว่าหลายเรื่องหลายราวเปึนการขยายผล ขยายความฟุ์มเฟ๋อย ซึ่งขัดต่อ ข้อบังคับ ข้อที่ ๖๑ ขอให้ท่านประธานได้วินิจฉัยและควบคุมให้ท่านผู้อภิปรายได้อภิปราย ในประเด็นและใช้เวลาที่เหมาะสม เพราะยังมีผู้อภิปรายอีกหลายท่าน และกฎหมายที่มี ความสําคัญนั้นรออยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พ.ร.บ. ผู้สูงอายุ เราจะได้ใช้สภา แห่งนี้ให้เปึนสภาที่เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ ควบคุมและ วินิจฉัยด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมก็ฟังอยู่นะครับ ท่านผู้อภิปรายก็ยังอยู่ในสาระ แล้วเมื่อก่อนหน้านี้ทางฝ์ายรัฐบาล ก็อภิปรายก็ใช้เวลาพอ ๆ กันนะครับ อย่างไรก็ผู้อภิปรายช่วยกระชับหน่อยแล้วกันนะครับ ยังมีท่านผู้อภิปรายอีกหลายท่านรออยู่ครับ เชิญต่อครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน 🔗

กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน กรณีที่ผมกราบเรียนนี้จะเปรียบเทียบให้เห็นว่าท่านอาจจะตอบก็ได้ ไม่ได้ตอบก็ได้ แต่ฝากไปว่าอย่างกรณีเขาพระวิหารนี้ท่านตัดสินอย่างรวดเร็วดําเนินการพิจารณาคดี อย่างรวดเร็วแล้วก็ตัดสินมา แต่กรณีของปลัดกระทรวงน่าจะใช้มาตรฐานเดียวกัน เพื่อสร้างขวัญกําลังใจแก่ข้าราชการ เพื่อชี้บรรทัดฐานว่าการกระทําอย่างนี้ผิดหรือไม่ผิด ถ้าผิดรองนายกรัฐมนตรีคนนี้จะได้ออกไปเสียมันจะได้เปึนบรรทัดฐานของการเมืองไทย ท่านประธานครับ ทั้งหมดที่ผมกราบเรียนมานี้ ผมเองก็ไม่คาดหวังแล้วก็คงจะไม่ตําหนิ หรือไปเบลม (Blame : กล่าวโทษ) ว่าอันนี้ผิดหรืออันนี้ถูก เพราะยากมาก เพราะท่าน ก็ต้องอยู่ในโครงสร้างขนาดใหญ่ แต่มีประเด็นหนึ่งเปึนประเด็นใหญ่อีกประเด็นหนึ่ง ที่ผมจะกราบเรียนฝากท่านไปถึงผู้หลักผู้ใหญ่ที่เปึนอาจารย์ของผมในศาลปกครองสูงสุด นี่เปึนเนื้อ ตรงนี้เปึนเนื้อของปกครองสูงสุดนะครับ นั่นคือกรณีการตัดสินคดี วินิจฉัยคดี ของกระทรวงศึกษาธิการ ถ้าเป่ดมาหน้า ๕๓ กระทรวงมหาดไทยเปึนกระทรวงอันดับ ๑ ที่มีคดีมากที่สุด กระทรวงที่ ๒ คือ กระทรวงศึกษาธิการครับ กระทรวงศึกษาธิการอาจจะ ไม่ได้มีบทบาทสําคัญในรูปลักษณะเดียวกับมหาดไทย แต่เปึนรูปลักษณะที่เปึนกระทรวง ที่มีบุคลากรมากเหลือเกิน การตัดสินวินิจฉัยของรัฐมนตรีของฝ์ายบริหารนั้นไม่ว่าจะ ตัดออกแบบไหนแนวโน้มก็จะมีผลกระทบกระเทือน แต่ท่านครับ ผมเข้าใจดีของ หลักปรัชญาของศาลปกครองว่าเปึนการรักษาสิทธิของเอกชนที่ได้รับผลกระทบจากรัฐ แต่ในขณะเดียวกันผมนําเสนอว่าต้องคุ้มครองประโยชน์แห่งสาธารณะด้วย ท่านครับ ขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการไม่น้อยกว่าประมาณเกือบ ๕ ป้นะครับ ตั้งแต่ป้ พ.ศ. ๒๕๔๘ ป้ ๒๕๔๙ ป้ ๒๕๕๐ ป้ ๒๕๕๑ ป้ ๒๕๕๒ ๓ ป้กว่าแล้วครับ ปรากฏว่าจากผลแห่ง การฟัองคดีของข้าราชการครู ซึ่งเปึนสิทธิของเขา เขาใช้สิทธิโดยชอบไม่ได้ตําหนิอะไรเขา แต่เขาได้ร้องขอคุ้มครองชั่วคราว นั่นคือกรณีการสอบคัดเลือกผู้อํานวยการเขต ๒๒ เขต ครับ ปรากฏว่าพอยื่นร้องปัูบ ใช้สิทธิตามกฎหมายชัดเจนครับ และได้ใช้สิทธิคุ้มครอง ชั่วคราวขอไม่ให้มีการสอบคัดเลือกผู้อํานวยการเขตในอีก ๒๒ เขตการศึกษาครับ ตั้งแต่ รัฐมนตรีจาตุรนต์ ฉายแสง มาถึงท่านวิจิตร แล้วก็มาถึงท่านสมชาย แล้วก็มาถึงท่าน คนปัจจุบันนี้ ไม่เอ่ยชื่อเดี๋ยวจะหาว่าพาดพิง ๔ รัฐมนตรีวันนี้ปรากฏว่าศาลท่านก็ได้ ให้ความกรุณาโดยการให้การคุ้มครองชั่วคราว ๒๒ เขตนี้ยังไม่มีผู้อํานวยการเลยครับ ไปถามสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้เลยว่าจากการทําวิจัยแล้ว ปรากฏว่าใน ๒๒ เขตนี้ไม่มีผู้อํานวยการนั้นประสิทธิภาพการบริหารตกลงครับ ความเสียหายอยู่ที่ไหนครับ ใครรับผิดชอบตรงนี้ครับ จริงอยู่ครับ โดยหลักการนั้น ต้องเคารพรักษาสิทธิให้ประโยชน์คุ้มครองสิทธิของข้าราชการที่ไม่ได้รับความเปึนธรรม ในความรู้สึกของเขา เพื่อความสงบสุขของบ้านเมือง เพราะในอดีตไม่มีศาลปกครองอย่างนี้ แก้ปัญหาอย่างไรครับ ประท้วงกัน ดังนั้นสิ่งที่มีศาลปกครองนี้ดีเลิศเลยครับ สุดยอด ดี แต่ผมก็ไม่ทราบว่าการใช้สิทธิ เรื่องการคุ้มครองชั่วคราวนั้นอยู่ในบริบทประสานกับ ปรัชญาการคุ้มครองสิทธิแห่งสาธารณะอย่างไร ปรากฏว่าวันนี้สาธารณะได้เสียหายใน ๒๒ เขต เด็กนักเรียนครูบาอาจารย์ที่อยู่ในเขตการศึกษานั้น สอบไม่ได้ครับ ค้างอยู่ อย่างนั้นแหละครับ ๒๒ เขตนี้ ทางออกมันน่าจะมีอย่างอื่นการคุ้มครองสิทธินี่แน่นอน อาจจะให้รัฐใช้เงินค่าเสียหาย หากไม่สามารถจะกลับสู่สถานะเดิมได้ หรือให้กลับสู่ สถานะเดิมได้หลังจากนั้น แต่ว่าการคุ้มครองชั่วคราวน่าจะชะลอไว้เพื่อให้กลไกของรัฐ ในการบริหารจัดการทางการศึกษามันเคลื่อนไป กรณีอย่างนี้ผมกราบเรียนฝากเปึนข้อคิด ไว้เปึนรูปธรรม ซึ่งบางท่านอาจจะทราบ แต่บางท่านไม่รู้ว่าผลของกระทบนี้เปึนอย่างไร บางท่านอาจจะไม่รู้เรื่องนี้ผมจึงใช้เวลานี้ในการนําเสนอท่าน ผมจึงอยากจะให้ท่านได้มี วิธีการแก้ปัญหาสักนิดหนึ่งได้ไหมครับ นั่นคือบทบาทของศาลปกครองสูงสุดน่าจะมี ผมเข้าใจว่าท่านมีอยู่แล้วหรือเปล่าไม่ทราบนะครับ น่าจะมีโฆษกของศาล โฆษกของศาลนี้ น่าจะได้มีความฉับไวในการแก้ปัญหาครับ ยกตัวอย่างอย่างวันนี้มันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่มีการถ่ายทอดวิทยุไป อันไหนที่เปึนเรื่องความไม่เข้าใจต่อประชาชนท่านก็ให้โฆษกแก้ไป เรื่องเขาพระวิหารทําไมตัดสินเร็วก็แก้ไป ชี้แจงเขาทางข้อกฎหมายไป

และอีกอันหนึ่งซึ่งผมฝากท่านก็คือว่าศาลปกครองสูงสุดนั้นหลีกเลี่ยง ไม่พ้นหรอกครับจากภาวะการเมือง แต่ทําอย่างไรที่จะอยู่ในความร้อนนั้น โดยเราไม่ร้อน ด้วยครับ หลักปรัชญาทางพุทธก็คืออยู่ในที่ร้อนไม่ให้ร้อน อยู่ในที่มีสีไม่ให้ติดสีนั้น โอ้โฮ ไม่ง่ายครับ บังเอิญกรณีเกิดวิกฤตการณ์ก่อนวันที่ ๑๙ กันยายน ป้ ๒๕๔๙ ได้เกิด เหตุการณ์หลายครั้งเกี่ยวกับการเมืองที่มีชื่อของศาลปกครองเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยอยู่เสมอ แต่ผมไม่เห็นโฆษกของศาลปกครองออกมาชี้แจงหรือปกปัองบุคลากรของศาลปกครอง เลย เมื่อท่านไม่ออกมาปกปัองความเข้าใจมันก็ย้ําเตือนไปเรื่อย ๆ ครับ อันนี้ก็ต้องฝาก ท่านเลขาธิการไปลองไปพิจารณาดูเถอะครับ ต้องทําหน่วยงานประชาสัมพันธ์นี้ให้ เข้มแข็งแล้วชี้แจง ยกตัวอย่างกรณีพอทันทีที่ก่อนที่จะมีการปฏิวัติวันที่ ๑๙ กันยายน ศาลปกครองก็เข้าไปมีบทบาทในการตัดสินเรื่องคดีปกครองที่ขยายวงไปถึงเรื่องการ เลือกตั้ง เกิดเหตุชุลมุนกันก่อนวันที่ ๑๙ กันยายน พอเกิดเหตุการณ์วันที่ ๑๙ กันยายน รัฐประหาร ปรากฏว่าท่านเชื่อไหมครับ คืนนั้นเลยครับ สํานักข่าว ซีเอ็นเอ็น (CNN) ระบุชื่อบุคคลที่จะไปเปึนนายกรัฐมนตรีคือ ท่านประธานศาลปกครองสูงสุด คืออาจารย์ ของผม คือ อาจารย์อัคราทร ผมไม่รู้ว่ามีใครฟังบ้าง แต่ข่าวอย่างนี้มันไม่เปึนผลดีครับ เพราะท่านเปึนประธานศาลปกครองสูงสุด เปึนสถาบันตุลาการซึ่งไม่เกี่ยวกับฟาก การเมือง แต่สํานักข่าวเอาชื่อท่านไปออกเลยครับ แต่ว่าเวลาขณะนั้นผมก็ไม่อยู่ในฐานะ ที่จะมาชี้แจงได้นะครับ เพราะมันไม่อยู่ในบรรยากาศ และทันทีที่เกิดวิกฤติอีกในรัฐบาล ของท่านสมัคร ปรากฏว่าในวันที่ ๒๖ ตอนเช้า กลุ่มพันธมิตรยกกําลังบุกสถานีวิทยุ เอ็นบีที (NBT) (สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง ๑๑ เดิม) ยกกําลังบุกสถานที่ ราชการต่าง ๆ อึกทึกครึกโครมอย่างรุนแรง หนังสือพิมพ์ก็ลงข่าวชื่อของท่านอีก ไป เกี่ยวข้องกับบุคคลสําคัญอีกคนหนึ่งแถวสี่เสาเทเวศร์ เหตุการณ์ที่ชื่อของบุคคลสําคัญ ๆ ในศาลปกครองเข้าไปเกี่ยวเรื่อย ๆอย่างนี้ ผมเรียนด้วยความเคารพมันทําให้ท่านเสียหาย และเวลามัวหมองมันไม่ได้มัวหมองเฉพาะคน มันพันหมดครับ ตรงนี้จะแก้ได้ด้วยให้ประชาสัมพันธ์ชี้แจง หนังสือพิมพ์อาจจะผิดก็ได้ครับข่าว เพราะ เขาต้องขายข่าวเปึนหลัก ขายเร็วอาจจะผิดก็ได้ แต่ว่าเมื่อมันลงไปแล้ว สังคมไทยเปึน สังคมที่สนุกกับการซุบซิบนินทา ดังนั้นในภาวการณ์แห่งวิกฤติอย่างนี้ เปึน ความละเอียดอ่อนของสถานการณ์ทางการเมือง ซึ่งศาลก็อยู่ในวงจรขณะนี้ อีกทั้งได้มี บุคลากรพยายามจะสร้างปัญหา ใช้คําว่า ตุลาการภิวัตน์ โดยไม่แยกแยะว่าอะไรถูกอะไรผิด จากคําพูดอันที่ไม่เปึนมงคลนามเช่นนี้ แล้วศาลปกครองก็ไม่ได้แสดงบทบาทอย่างนี้เอง ผมเห็นว่าท่านเสียโอกาส นี่คือสิ่งที่ผมในฐานะมิตรของท่านจะนําข้อคิดและเนื้อหา ทางการเมืองที่ผมอยู่ตลอดจะได้นําเสนอแก่ท่าน และผมคิดว่าน่าจะเปึนประโยชน์ แต่วันนี้ด้วยความเคารพ ผมยังเชื่อมั่นในศาล เชื่อมั่นในสถาบันศาลของเรา เชื่อมั่นในตัว ท่านผู้พิพากษา เชื่อมั่นในตัวอาจารย์ของผม แต่สําหรับบุคคลบางคนอาจจะเปิไปบ้าง อย่างไรนั้นเปึนเรื่องที่ท่านจะต้องไปว่ากันเอง แต่โดยหลักการนั้นผมยังยืนอยู่ในจุดที่ เชื่อมั่น และพยายามอย่างยิ่งที่จะทําหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการนําเสนอ สิ่งที่เปึนทางออกและเปึนทางบวกที่ดี ขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านวิชาญ มีนชัยนันท์ ครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมเองต้องขอใช้เวลา แต่คงใช้เวลาเพียงไม่มากนัก จากที่เพื่อนสมาชิก เองนั้นได้นําเรียนถึงปัญหาอุปสรรคของวิธีการปฏิบัติ หรือแนะนําในส่วนของรายงานของ ศาลปกครองเข้าสู่สภา ซึ่งก็ถือว่าเปึนเรื่องที่ดี แล้วก็เปึนเรื่องที่ท่านเจ้าหน้าที่ที่มานําเรียน รายงานถึงรายละเอียดนั้นคงจะต้องนํากลับไป เพื่อนําไปให้กับคณะกรรมการ ศาลปกครองได้เปึนผู้พิจารณาและดําเนินการในเรื่องต่าง ๆ ที่เปึนประโยชน์ต่อ วิธีการพิจารณา ท่านประธานครับ ในส่วนของผู้ที่มักจะพูดเสมอว่า ตัวเองนั้นไม่ได้รับ ความเปึนธรรมต่อการปฏิบัติงานหรือปฏิบัติหน้าที่ของภาครัฐนั้น ก็มักจะหาช่องหรือ โอกาสที่จะต้องมาทําสิ่งต่าง ๆ ที่เรียกว่าเปึนปัญหาอุปสรรค หาข้อยุติ กระบวนการต่าง ๆ ตามรัฐธรรมนูญที่ผมถือว่าเปึนรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดในประเทศไทยคือ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ถ้าไม่ดี วันนี้คงไม่มีองค์กรอิสระต่าง ๆ ที่เกิดตามขึ้นมา และถ้าไม่ดีนะครับ ในสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นวันนี้ก็คงจะไม่สามารถที่จะมีการพิจารณาและนํามาซึ่งข้อยุติ ซึ่งบางครั้งบางประเด็นนั้นในเรื่องของการปฏิบัติงานหรือปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรอิสระ ต่าง ๆ ถ้าดูเสมือนว่าจะก่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศ แต่บางครั้งเองนั้นก็อาจจะ ก่อให้เกิดปัญหาและความขัดแย้งต่อสังคมโดยภาพรวม ผมขออนุญาตครับว่าวันนี้เปึน รายงานส่วนหนึ่งของศาลปกครอง ซึ่งเพื่อนสมาชิกเองนั้นได้วิพากษ์วิจารณ์ว่า องค์กร แห่งนี้นั้นเปึนองค์กรที่ก่อให้เกิดประโยชน์ และบางครั้งเองก็ก่อให้เกิดปัญหาอย่างมาก ขออนุญาตครับว่า วันนี้หลายส่วนนะครับ โดยเฉพาะในเรื่องของปัญหาเศรษฐกิจซึ่งเกิด ขึ้นกับประเทศ โดยภาพรวมนะครับ ทั้งต่างประเทศและในประเทศไทยนั้นจําเปึนที่จะต้อง มีสิ่งที่เรียกว่า ข้อกฎหมายสําหรับการดูในการวิพากษ์กันระหว่างภาครัฐและเอกชน หลายสิ่งหลายอย่างนั้นถูกโยนไปโดยกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะในเรื่องของ การชี้มูล ชี้ข้อพิพากษาที่เปึนข้อที่ทุกฝ์ายเองนั้นจะต้องให้ความสําคัญและให้ความเคารพ แต่สิ่งหนึ่งนั้น บางอย่างพอชี้ไปแล้วดูเสมือนว่า สิ่งนั้นไม่ได้รับการตอบสนองเท่าที่ควร ที่ผมพูดอย่างนี้นั้นมีหลายเรื่องครับที่ยังคงติดค้างอยู่ แล้วก็เปึนปัญหาซึ่งทําให้สภาพ สภาวะเศรษฐกิจนั้นอาจจะมีการที่ดูแล้วว่ารัฐบาลชุดนี้จะชอบธรรม ไม่ชอบธรรม แต่ก็มีการยื่นต่อศาลปกครองให้ดูความชัดเจนในการตีความต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น แต่ก็คง จะต้องเร่งรีบว่าการได้มาซึ่งอํานาจของรัฐบาลชุดนี้นั้นจะมีความชัดเจนหรือความ สง่างามอย่างไร อันนี้ก็เปึนส่วนหนึ่งซึ่งศาลปกครองเองก็คงจะไปทําหน้าที่ในส่วนหนึ่ง แต่วันนี้สิ่งที่เกิดความเสียหายในอดีตและต่อเชื่อมมาถึงปัจจุบัน มีหลายส่วนซึ่งเกี่ยวข้อง กับเรื่องของตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งได้รับการดูในการตีความว่าให้มีการคุ้มครอง ซึ่ง การคุ้มครองบางอย่างนั้นเปึนการเป่ดช่องและฉวยโอกาสกับนักลงทุน รวมถึง ผู้ประกอบการซึ่งหวังผลประโยชน์กับตลาดหลักทรัพย์ ผมคงไม่อยากจะเอ่ยนะครับว่า แต่ละส่วนนั้นที่ท่านเองนั้นได้คุ้มครองอะไรไว้บ้างในส่วนหนึ่ง แต่ท่านเองยังมีความภูมิใจ หลายส่วนที่ได้มีข้อยุติหลายอย่าง แต่คําว่า ยุติ นั้น ยุติกรณีพิพาทและชี้ขาดเพียงประเด็น ส่วนเดียว อีกส่วนหนึ่งที่เขาไม่ได้รับความเปึนธรรมเขาก็ไม่มีสิทธิที่จะเรียกร้อง ความยุติธรรมตรงนั้นได้ เช่น กรณีกระทรวงสาธารณสุข วันนี้มีองค์การเภสัชซึ่งเปึน องค์การหนึ่งในกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมีบอร์ดที่จะต้องทําหน้าที่ในการพิจารณาในเรื่อง ต่าง ๆ ซึ่งเปึนสาระสําคัญ แต่ในขณะที่มีการร้องให้มีการถอดถอนและตั้งคณะกรรมการ ขึ้นมาในป้ที่แล้ว สมัยท่าน ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านอดีตรัฐมนตรี สะสมทรัพย์ (นายไชยา สะสมทรัพย์) ท่านได้ร้องขอให้มีการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการ แต่ศาลปกครองเองเมื่อมี คําร้องต่อคณะกรรมการที่โดนถอนสิทธิออกไป แล้วก็มีการร้องเข้ามาว่าไม่ได้รับความเปึนธรรม ท่านก็ไปคุ้มครอง ส่วนหนึ่งที่ลาออกไปนั้นอาจจะมีจํานวนไม่ถึงกึ่งหนึ่ง แต่ส่วนที่เหลือนั้น ผมถามว่าท่านได้ติดตามหรือเปล่าว่า การทํางานดังกล่าวนั้นบรรลุตามเปัาหมาย วัตถุประสงค์ขององค์กรหรือเปล่า กล้าตัดสินใจอะไร กล้าดูในเรื่องของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเข้ามา ผลประโยชน์ที่ได้รับนั้นชัดเจนหรือเปล่า อันนี้คือหนึ่งในตัวอย่างซึ่งมี มากมาย ผมขออนุญาตครับว่า ท่านประธานครับ ผมคงไม่อยากจะไปยกตัวอย่างอะไร ซึ่งเปึนส่วนที่เปึนข้อกรณี แต่ขออนุญาตว่าสิ่งที่ท่านเองนั้นก็คงจะทราบพอกันก็คือ การทํางานของท่านเองนั้นเกิดกระบวนการที่เรียกว่าล่าช้า ไม่ตอบสนองกับผู้ที่กําลัง ต้องการการพิจารณาในเรื่องของความเปึนธรรมและถูกต้อง แต่บางครั้งท่านเองรับงานมา ท่านบอกว่าภูมิใจมากครับ คดีต่าง ๆ ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๔ จนถึงปัจจุบัน ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๑ นั้น ท่านบอกว่าได้ทําคดีลงไปสิ้นสุดแล้วประมาณ ๗๐ กว่าคดี แล้วที่ยังค้างอยู่อีก ๗๖ คดี คิดเปึนเปอร์เซ็นต์ ที่ยังค้างอยู่ประมาณ ๒๓ เปอร์เซ็นต์เศษ ๆ แต่ในจํานวนที่ทํานั้น ท่านทราบไหมว่า ที่ท่านทําบอกว่าจบไปแล้วนั้น สิ่งที่ผมได้รับภาพและได้รับเสียงสะท้อน มาว่า มันรีบเกินไปหรือเปล่า รวบรัดเกินไปหรือเปล่า การตัดสินนั้นท่านดูในมูลฐาน หรือการพิจารณาในเรื่องของการตรวจสอบ หรือการนําสืบสิ่งใดมากน้อยเพียงไร เพราะกระบวนการของท่านนั้นเปึนหนึ่งในกระบวนการที่เรียกว่า ทางการตัดสินทาง ตุลาการ แต่มันก็ไม่ได้ละเอียดครับ ผมกล้าวิพากษ์วิจารณ์ว่าสิ่งที่ท่านตัดสินนั้น ไม่ละเอียดพอที่จะมาชี้ขาดในเรื่องดังกล่าว เพราะกระบวนการถ้าทางศาลยุติธรรมนั้น สามารถชี้และหักร้างในเรื่องต่าง ๆ ได้ โดยมีรูปแบบของคดีต่าง ๆ ซึ่งที่เกิดขึ้นโดยมีทนาย และมีการฟัองร้องกัน แต่ของท่านนั้นอาจจะใช้สํานวนการเขียนและมีการพิจารณา จะเรียกมาสอบถามหรือไม่เรียกสอบถามแล้วแต่ดุลยพินิจของท่าน และอาศัยข้อกฎหมาย ต่าง ๆ โดยไม่ได้มองถึงสิ่งต่าง ๆ ที่เรียกว่าเปึนองค์ประกอบในการพิจารณา และบางครั้ง เองครับท่านประธาน ท่านเองยังตัดสินในเรื่องของความผิด โดยอาศัยสิ่งที่เรียกว่า ประชานิยมหรือเสียงจากประชาชนว่าอันนี้ถ้าอยู่ในกรอบอย่างนี้ถือว่าไม่ถูกต้อง ถ้าอยู่ในส่วนของความเห็นถึงแม้ว่าจะตัดสินในมูลฐาน ในความรู้สึกที่ว่ามันไม่น่าจะ เปึนไปตามตัวบทกฎหมายถ้าตัดสินออกมาอย่างนี้ แต่ท่านก็ตัดสินเพราะท่านเองคิดว่า เปึนการยอมในสิ่งที่คิดว่าให้ประโยชน์ต่อสังคมเสียมากกว่าการที่จะมาตัดสินโดย ลักษณะของการพิพากษาโดยการดูในเรื่องลักษณะของกฎหมายมากกว่า

ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมกําลังจะนําเรียนต่อไปก็คือการนําสืบ อย่างไม่ชัดเจน สิ่งนี้มักจะได้ยินกันต่อเนื่องครับว่า ถ้ามีการพิพาทในเรื่องของกรณีต่าง ๆ แล้วก็ร้องศาลปกครอง ประชาชนทั่วไปหรือแม้กระทั่งภาคเอกชนหรือบริษัทห้างร้าน ถ้ามีกรณีพิพาทกับภาครัฐนั้นเขาก็บอกว่า เอาคดีเข้าสู่ศาลปกครองไว้ก่อน เปึน การประวิงเวลา เปึนการรอเวลาทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แล้วครับว่าสิ่งที่ทํานั้นอาจจะเปึนสิ่งที่ไม่ชอบ หรือไม่ถูกต้อง แต่ท่านเองก็เอาเรื่องมาเก็บมาดองไว้ หลายสิ่งหลายอย่างท่านบอกว่า ท่านทําได้เร็ว หลายส่วนที่อยู่ในการยื่นศาลปกครอง เช่น กรณีการดูในเรื่องของ การเวนคืนที่ดิน การชดใช้สิ่งต่าง ๆ ที่เรียกว่า รัฐเองนั้นพยายามที่จะลงไปดูแล้วให้ ประโยชน์กับส่วนสาธารณะอย่างเกิดประโยชน์มากที่สุด แต่ก็กลับมีเรื่องหลายเรื่องที่ค้าง อยู่ในศาลปกครอง อันนี้ก็เปึนส่วนหนึ่งซึ่งผมคิดว่า การนําในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ที่จะมา พิจารณาในเรื่องต่าง ๆ ตรงนี้ จะต้องมีมูลเหตุต่าง ๆ ว่าจะรับเปึนคดีหรือไม่อย่างไร ควรจะมีการสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะวันนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเอง โดยเฉพาะข้าราชการต่าง ๆ นั้นกลัวพวกท่านครับ กลัวพวกท่านเพราะว่าท่านเองนั้น มีอํานาจอยู่ในมือ อํานาจที่ท่านได้รับนั้นผมบอกเรียนเลยครับว่า เปึนอํานาจตาม รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ แต่วันนี้กระบวนการสรรหาหลายองค์กรเองนั้นอาจจะมาด้วย ความไม่เปึนปกติ หรือมีกระบวนการที่เรียกว่า เปึนกระบวนการวางรากฐานเพื่อใช้ ประโยชน์ในส่วนขององค์กรต่าง ๆ ที่เปึนองค์กรอิสระในการเมืองหรือทางการเมือง ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นั้น ในองค์กรที่เปึนรูปธรรมจริง ๆ ที่เรียกว่า ศาลยุติธรรมนั้น จะต้องมีองค์กรที่สามารถไต่สวนคดีเบื้องต้นก่อน แล้วพูดคุย กันก่อนว่าสิ่งนี้ควรที่จะนําเข้ามาหรือรับหรือเปล่า ท่านประธานครับ วันนี้มีคดีมากมาย ซึ่งศาลยุติธรรมเองนะครับกําลังทําอยู่ เขาพยายามไม่ให้เอาสิ่งที่เรียกว่า เปึนคดีต่าง ๆ เข้ามาสู่ศาล เขามีคณะกรรมการไกล่เกลี่ย เขามีรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งผมเองในขณะที่ ดํารงตําแหน่งเปึนรัฐมนตรีช่วยอยู่กระทรวงสาธารณสุขเองนั้น ก็ได้มีโอกาสถูกเชิญ เข้าไปในส่วนของศาลยุติธรรมและเข้าไปนั่งพูดคุยกัน มีการตั้งองค์คณะขึ้นมาเพื่อ ไกล่เกลี่ยในเรื่องต่าง ๆ ซึ่งเปึนคดีที่เกี่ยวข้อง แล้วก็นํามาซึ่งการพิจารณาเบื้องต้น โดยไม่ต้องไปใช้กําลังหรือใช้คดีต่าง ๆ เข้าสู่ศาลแต่เปึนรูปองค์คณะต่าง ๆ ขณะนี้นั้น ผมเชื่อว่าศาลปกครองเองจะมีหรือไม่มีนั้น ผมก็คงอยากจะทราบว่าได้มีการจัดทํา จัดเตรียมหรือเปล่า เพราะสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นั้นจะเปึนประโยชน์ในการพิจารณา แล้วก็เปึน การเร่งรัด โดยเฉพาะในเรื่องของการทําความเข้าใจ ว่าคดีต่าง ๆ บางอย่างนั้นไม่สมควรที่ จะนําเข้ามา เพราะวันนี้พี่น้องประชาชนเองนะครับกําลังเดือดร้อน แต่คําว่า เดือดร้อน นั้น เขาไม่รู้ว่าจะไปพึ่งอย่างไร เอะอะอะไรเขาก็บอกว่ายื่นกันไว้ก่อน และการยื่นแต่ละครั้ง ไม่มีใครหรอกครับที่เขียนเปึนกระดาษ ๒ ใบ แล้วก็ยื่นส่งเข้าไปและสามารถที่จะ บอกกล่าวได้เลยว่าจะมีการพิจารณา เขาเสียเงินนะครับ เขาต้องไปหาทนายมาร่าง ในเรื่องของการเสนอข้อความต่าง ๆ หรือข้อกฎหมายต่าง ๆ ที่จะอ้างอิงหรือสิ่งที่จะ อํานวยความสะดวก ถ้าท่านทําได้ท่านควรจะเป่ดช่องไว้ เพราะองค์กรของท่านนั้นเปึน องค์กรที่ให้บริการและเปึนองค์กรที่ตัดสินในสิ่งต่าง ๆ ที่เปึนประโยชน์ ขออภัยครับ ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องซึ่งได้รับฝากมานานพอสมควร และถ้าไม่ได้พูดตรงนี้นั้น ก็ไม่มีโอกาส เนื่องจากว่าป้ ๒๕๔๙ นั้น ซึ่งอยู่ในช่วงที่สภาที่มาจากการเลือกตั้งนั้น ไม่มีสมาชิกสภา ก็เลยไม่มีโอกาสเข้ามาใช้สภาแห่งนี้ แต่เมื่อมีโอกาสวันนี้ มีรายงานของศาลปกครองเข้ามา ที่ท่านบอกว่ามีเรื่องซึ่งท่านเอง ภูมิใจมากครับ โดยเฉพาะเรื่องที่ทําจบไป แต่มีบางเรื่องซึ่งเขากําลังรอคอยท่านอยู่ แล้วก็ เปึนเรื่องซึ่งเปึนผลประโยชน์ของตัวเขาเอง การได้มาซึ่งประโยชน์และผลประโยชน์นั้น ท่านต้องพิจารณาดูให้ดีนะครับ ในกรณีของคนที่เขาลงสมัครเลือกตั้ง เขากําลังที่จะต้องมี การแข่งขันกัน เขาต้องรักษาผลประโยชน์ของเขา และประโยชน์นั้นถ้าเปึนสิ่งที่ยุติธรรม นั้นประโยชน์ต้องตกแก่ประชาชน ผมขออนุญาตครับว่า ในอดีตนั้นมีการเลือกตั้งสมาชิก สภาเขต เมื่อวันที่ ๓๐ เมษายน ที่ผ่านมา คือป้ ๒๕๔๙ แล้วก็มีการพิจารณากันครับว่า ในการเลือกตั้งครั้งนั้นมันใช้กฎหมายป้ ๒๕๓๕ กฎหมายป้ ๒๕๐๐ ที่มีการเลือกตั้ง ท้องถิ่นโดยกรุงเทพมหานครคือ ป้ ๒๕๒๘ แต่มีการแก้ไขเพิ่มเติมป้ ๒๕๓๕ ซึ่งได้มีการ เพิ่มเติมและระบุว่า การที่จะมีการเลือกตั้งอาศัยอํานาจตามความใน มาตรา ๗๑ และ มาตรา ๙๗ แห่งพระราชบัญญัติบริหารราชการกรุงเทพมหานคร ฉบับป้ ๒๕๒๙ ในข้อ ๔ ที่แก้ไขเพิ่มเติม เขาบอกว่าการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาเขต หรือสมาชิกสภาท้องถิ่น ซึ่งมีอํานาจในเรื่องของการเปึนที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในขณะนั้นที่ทํา การเลือกตั้ง แล้วมีคําร้องขึ้นมาจากผู้สมัครหลายรายครับ ซึ่งเขาร้องมาเปึนคดีครับ คดีดําที่ ๑๓๖๔/๔๙ ลงฟัองเมื่อวันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๔๙ ให้เพิกถอนการเลือกตั้งสมาชิก สภาเขตทั้งหมด ๑๔ เขต ประกอบไปด้วยเขตมีนบุรี เขตสะพานสูง บางกะป่ คันนายาว ผมอ่านสั้น ๆ ท่านไปเช็กดูก็แล้วกันครับว่า มีความไม่ชอบมาพากล เพราะจํานวนบัตรของ ผู้ที่มาใช้สิทธินั้นอาจจะมีปัญหา เพราะสิ่งที่เกิดปัญหาก็คือว่า มีการลงบัตรกาเบอร์กันสูง มาก และการที่เข้าไปอยู่ในส่วนของปะรําการเลือกตั้งนั้น ส่อเจตนาว่าอาจจะมีปัญหา โดยใช้บัตรที่เวียนเทียนกัน ในส่วนของข้อกฎหมายตรงนั้นที่ผมนําเรียนไปแล้ว นะครับ มีข้อปฏิบัติก็คือว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งจะต้องปฏิบัติคือ หลังจากที่ผู้ที่จะ มาใช้สิทธิแสดงตนแล้ว ก่อนที่จะกาบัตรขีดเข้าคูหาอะไรเรียบร้อยให้ขานชื่อดัง ๆ ตามบัตรประชาชน และให้คนต่าง ๆ ที่เขาอยู่ในบริเวณปะรําว่า นาย ก สมมุติว่าเรียกชื่อว่า นาย ก นามสกุลนี้เข้ามาใช้สิทธิ อยู่บ้านเลขที่นี้นะครับ อําเภอ เขต เรียบร้อยแล้ว คุณจะใช้สิทธิ มีผู้คัดค้านไหม กฎหมายเขียนไว้อย่างนั้นครับ แต่ไม่มีการกระทําเลย เขากลัวว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นนั้นเปึนการเลือกตั้งที่เล็กที่สุด จึงจัดไว้ว่ากลัวว่าคนจะมา เวียนเทียน กลัวว่าจะใช้ในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ถูกต้อง เมื่อเปึนเหตุอย่างนี้ไม่ได้ปฏิบัติ นั้นก็มีการฟัองเข้ามา จากวันที่ที่มีการเลือกตั้ง คือวันที่ ๓๐ มีการฟัอง วันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๔๙ นี่เข้ามากี่ป้แล้วครับ สงสัยจะไปประกาศหลังจากที่หมดวาระหรือเปล่า ผมไม่ทราบ แต่สิ่งหนึ่งซึ่งได้ยินกับผู้ร้อง ผู้ร้องคือ นายวิเชียร มหานุกูล ซึ่งเปึนผู้สมัคร ผมได้สอบถามดูว่ามีการสอบถามอะไรมาเพิ่มเติมไหม เขาเช็กเรื่องอยู่ทุกครั้ง ทุกวัน จนกระทั่งหมดแรงครับ บอกว่าอยู่ในระหว่างการพิจารณา อยู่ในระหว่าง การตรวจสอบข้อเท็จจริง ท่านประธานครับ ผมคิดว่าเรื่องของกระบวนการยุติธรรมนั้น บางสิ่งบางอย่างที่เปึนเรื่องการได้เสียในเรื่องของการเลือกตั้ง ถ้าท่านยังถือเสมือนว่า ท่านเองนั้นเปึนฝ์ายตุลาการฝ์ายชี้ขาด ท่านเองก็ต้องทําในสิ่งต่าง ๆ ที่ให้รวบรัด แล้วบริสุทธิ์ยุติธรรม ถ้ากฎหมายมันเขียนไว้อย่างนี้ท่านก็ต้องรีบทํา เฉกเช่นการเลือกตั้ง ที่ผ่านมานี่นะครับ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ ๑๐ มกราคม (วันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๕๒) ที่ผ่านมา ก็มีการร้องอีกละครับว่าในเขตเลือกตั้งที่เขตพญาไทนี่มีการเป่ดหีบบัตร มีการมัดบัตร นะครับหลังจากลงเลือกตั้งแล้ว มัด ๆ ไว้เรียงเรียบร้อยเลย แทนที่จะเป่ดหีบแล้วส่ง หีบบัตรไปที่ประรําเลือกตั้ง แต่ออกมาคณะกรรมการการเลือกตั้งก็ประกาศรับรองไป เรียบร้อย คะแนนนั้นไม่สําคัญหรอกครับ แต่การปฏิบัติที่ถือปฏิบัติตามข้อกฎหมายนั้น เปึนเรื่องที่สําคัญมากกว่า ถ้าเกิดคะแนนมันก้ํากึ่งกันนี่ท่านจะพิจารณาอย่างไร อันนี้ก็คือ ส่วนหนึ่งซึ่งมีส่วนที่จะต้องมีการพิจารณาอย่างรวดเร็วแล้วก็ชัดเจนและชี้มูลต่าง ๆ ที่เปึน ข้อผิดพลาดของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ได้ตัดสินออกไปหรือคนที่ชี้ออกไปว่า คณะกรรมการประจําหน่วยเลือกตั้งนั้นกระทําถูกหรือผิด ศาลปกครองเองเมื่อมีเรื่อง ดังกล่าวเข้าสู่วิธีการพิจารณาแล้วก็คงจะต้องรีบรัดเพราะเปึนสิ่งที่พี่น้องประชาชนเองนั้น ได้ร้องเข้ามาแล้วก็มีสิ่งที่จะต้องได้รับคําตอบ ผมเองคงต้องขออนุญาตครับว่าอย่างไร ก็ตามในเรื่องขององค์กรอิสระ โดยเฉพาะศาลปกครองนั้นเปึนเรื่องที่ดีแล้วก็เปึนเรื่องที่ สําคัญ เพราะเปึนช่องทางอันหนึ่งที่จะทําให้พี่น้องประชาชนที่ไม่ได้รับโอกาสหรือ ที่เรียกว่าได้ถูกกลั่นแกล้งหรือเสียเปรียบต่อการทํางานในเรื่องของกระบวนการของ ทางข้าราชการ แต่กลับมาพึ่งในส่วนขององค์กรอิสระที่เรียกว่าศาลปกครอง แต่ท่านเอง ก็ต้องทําหน้าที่ให้เต็มที่แล้วก็ทําหน้าที่ให้ถูกต้องนะครับในเรื่องดังกล่าว ก็คงขอฝาก แล้วก็อยากทราบรายละเอียดด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปครับ เชิญคุณประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้กระผมต้องลุกมาพูดในเรื่องรายงานของศาลปกครองก็เพราะว่าวันนี้ความรู้สึก การรับรู้เราเรียกว่า พับลิค เพอร์เซพชวล (Public perceptual) ของพี่น้องประชาชน คนไทยทั่วทั้งประเทศ กระผมคิดว่าความรู้สึกต่าง ๆ เหล่านี้ทางศาลปกครองท่านควรรับทราบ กระผมดูเอกสารที่เปึนรายงานการปฏิบัติงานของศาลปกครองและสํานักงาน ศาลปกครองประจําป้ ๒๕๕๐ กราบเรียนตรง ๆ เลยครับว่า แล้วก็เห็นจํานวนคดีที่ท่าน ได้ทําตั้งแต่วันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๔๔ ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๐ ๓๐,๐๐๐ กว่าเรื่อง ทําได้แล้วเสร็จ ก็ถือว่าเปึนงานหนักทีเดียวหนักมากจริง ๆ เนื้อหาในหนังสือเยอะมาก ด้วยความเคารพครับ กระผมก็คงเหมือนประชาชนทั่วไปที่เมื่อมีอะไรเกิดขึ้นก็แล้วแต่ วันนี้ ทางสุดท้ายของพวกกระผมก็คือ พึ่งศาลครับ องค์กรของศาลเปึนองค์กรที่สําคัญองค์กรหนึ่ง ของชีวิตของคน นอกจากคุณหมอแล้ว ซึ่งรักษาชีวิตคน แล้วก็เชื่อว่าศาลนี่ครับจะเปึน องค์กรที่บริสุทธิ์ยุติธรรม เปึนสีขาว เปึนที่พึ่งพาให้ความยุติธรรมกับพี่น้องคนไทย ทั้งประเทศได้ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมเองเข้าใจว่าศาลปกครองจะทําหน้าที่ พิจารณาคดีที่เกี่ยวกับรัฐกับเอกชนหรือกับประชาชนนั่นเอง แล้วก็เปึนคดีที่เกี่ยวกับ รัฐต่อรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตรงนี้คงเปึนหลักการ ซึ่งเวลาพี่น้อง ประชาชนเกิดการถูกกลั่นแกล้งก็ดี ถูกละเมิดก็ดี หรือแม้กระทั่งเมื่อมีพันธะสัญญากับ ทางรัฐก็ดีแล้วรู้สึกเสียเปรียบก็หวังจะพึ่งอํานาจของศาลเข้ามาช่วย ดีใจครับ ที่รัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ ได้ตราให้เกิดศาลปกครองขึ้นมา แล้วก็ใน ป้ ๒๕๔๒ ให้มีการบังคับใช้เมื่อวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๔๒ มีการบังคับใช้ เป่ดทําการ ครั้งแรก วันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๔๔ มาถึงวันนี้ ๗–๘ ป้แล้วครับ กระผมเข้าใจว่าภารกิจ หน้าที่การทํางานของศาลปกครองมีมากเหลือเกิน แล้วก็นับคดีดูแล้วก็น่าจะอยู่สัก ๔๐,๐๐๐–๕๐,๐๐๐ คดีมี แต่จริง ๆ ท่านทราบไหมครับว่า คดีทั่วไปยังมีอีกเยอะแยะมาก ที่พี่น้องประชาชนได้ถูกกระทํา ไม่ว่าวันนี้ไม่ใช่เฉพาะในเรื่องของการปกครอง ในเรื่องของ เจ้าหน้าที่ตํารวจหรือมหาดไทยเท่านั้น แม้กระทั่งวันนี้การถูกกระทํา โดยอํานาจของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งก็ถือเปึนเจ้าหน้าที่ของรัฐเหมือนกัน การใช้งบประมาณ ซึ่งเปึนเงินภาษีของพี่น้องประชาชน ซึ่งวันนี้รวบรวมกันมาครับ เปึนเงินงบประมาณ แผ่นดิน มีการใช้ไป มีการคอร์รัปชันกันมากเหลือเกิน แม้กระทั่งในปัจจุบันวันนี้ครับ จะมี การขออนุมัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมกลางป้ อีก ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท หรือเห็น บอกว่าภาครัฐจะกู้อีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ภายในประเทศ และกู้นอกประเทศอีก ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทได้อีก สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ครับ กระผมเข้าใจว่าพี่น้องประชาชนไม่ว่า ชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ กรรมกร พ่อค้าแม่ขาย คนขายหมูสะเต๊ะ คนขายส้มตํา คนขาย บะหมี่เกี๊ยว คนทํางานกรรมกรคนงานก่อสร้าง ทุกคนพยายามครับ แม้กระทั่งพวกผม ส.ส. ก็พยายาม กระผมจริง ๆ แล้วเสียใจที่ได้เห็นรัฐจะมีการกู้เงินมากมายเหลือเกิน และก็เห็นมีการบอกว่าจะใช้เงินงบประมาณนี่ไปในทิศทางที่เปึนการคาดคะเนเฉย ๆ ว่า จะได้ผลหรือไม่ได้ผล อย่างเช่น การใช้เงินของผม เงินภาษีของพี่น้องประชาชน ๒,๐๐๐ บาท แจกให้คนกลุ่มหนึ่งประมาณ ๑๐ ล้านคน แจกตรง ๆ อย่างนี้คดีอย่างนี้มันจะเปึนคดี ที่ผมจะมาฟัองศาลปกครองได้หรือเปล่า ท่านประธานที่เคารพครับ เงินต่าง ๆ เหล่านี้ ผมอยากจะมาบอกต่อให้ท่านฟัง ก็เพราะว่าเราเสียภาษีกันมากครับ เฉพาะ ส.ส. นี่ก็เสีย ภาษี ๑๔,๘๐๐ บาทต่อเดือน ทุกเดือน ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ผมเอง อํานาจ การเมืองการปกครองในประเทศไทยวันนี้ มันผิดเพี้ยนบิดเบือนไปมากเหลือเกิน แต่ก็ไม่รู้ จะไปร้องที่ไหนครับ วันนี้มีศาลปกครองมานี่แล้วครับ ขอพูดผ่านท่านไปเถอะครับ อยากจะเห็นครับ ตุลาการภิวัตน์ ภิวัตน์จริง ๆ ครับ เหมือนหนังบางเรื่อง หนังฝรั่งบางเรื่อง ตุลาการที่ไม่ดีใช้อํานาจ แต่ก็มีตุลาการที่ดีครับ คิดถึงศักดิ์ศรีเกียรติยศครับ ก็ทําหน้าที่ ปราบปรามในทางลับ ปราบปรามตุลาการที่ไม่ดี ต่อสู้กัน วันนี้ประเทศไทยจะเปึนอย่างนี้ หรือเปล่าครับ หรือว่าจะปล่อยให้มันเปึนอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ เปึนตุลาการภิวัตน์ อย่าง ท่าน ส.ส. สุนัย ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่าน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมดูนะครับ วันนี้ความยุติธรรมครับ จะเปึนจุดที่สําคัญที่สุดที่จะทําให้สังคมของเราอยู่อย่างมีความสุข สังคมที่ดี เหตุการณ์ที่ผ่านมาผมเชื่อว่าเปึน เคส สตัดดี้ (Case study) เปึนกรณีศึกษาของ ศาลปกครองที่ท่านได้ทํามาตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ป้ ๒๕๔๙ มา ผมคงไม่ลง รายละเอียด แต่ผมจะกราบเรียนว่าตุลาการทุก ๆ ท่านผมเชื่อว่าท่านเปึนคนดี แล้ววันนี้ ที่อยู่ข้างบนผมดูทุกท่านนี่ ผมเชื่อว่าท่านมีเกียรติยศศักดิ์ศรี ผมอยากให้ท่านเปึนคนเก่งครับ เปึนคนดีของประเทศนี้ ขอให้ท่านช่วยทํา พวกกระผมก็ช่วยทํา พวกกระผมเปึนตัวแทน ของประชาชน เวลาประชาชนไม่ได้รับความเปึนธรรม กระผมก็นําเสนอ นําเสนอต่อท่าน ต่อรัฐสภาแห่งนี้ วันนี้มาเปึนฝ์ายค้าน ขนาดในฝ์ายค้านอยู่ตรงนี้ทําหน้าที่ฝ์ายค้าน กระผมยังมีความรู้สึก เลยครับว่าในสภาแห่งนี้เริ่มจะเปึนเผด็จการรัฐสภา และเมื่อเห็นการอภิปรายในสภา แห่งนี้ พอตื่นเช้ามาดูรายการตอนเช้าหลาย ๆ รายการก็รู้สึกว่า ฝ์ายค้านไม่มีประโยชน์ เลย พูดในสภาไม่มีข้อมูลออกไปเลย รัฐบาลควบคุมได้ทุกอย่างทั้งหมดหรืออย่างไร เปึนคดีการปกครองหรือเปล่า เอ๊ะ เราเปึนผู้แทนเรานําเสนออยู่ เราเปึนฝ์ายค้านนะครับ เราชี้ให้เห็นว่ามันจะมีปัญหาอย่างนั้นอย่างนี้ แล้วท่านก็แก้สิครับ เราทําได้แค่นี้ แม้กระทั่ง เราจะเช็กองค์ประชุมกันหน่อยเราก็โดนติเตียนอีกแล้ว บอกว่าเปึนฝ์ายค้าน ยังไม่ทันไรเลยจะนับองค์ประชุม ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ผมขออนุญาตเลยว่า ขออนุญาตกราบเรียนต่อคณะบุคคล ซึ่งผมถือว่าเปึนบุคคลที่สําคัญที่สุด สําคัญจริง ๆ นะครับ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างในสังคมจะยุติได้ต้องมีความยุติธรรม ต้องมีหลักการมีเหตุผล และโดยเฉพาะอย่างยิ่งครับ ต้องมีมารยาทต่อกัน วันนี้สังคมของเราไม่มีเลยครับ วันนี้ ถ้าท่านไปรับฟังฟากหนึ่งที่เชียร์พวกหนึ่ง สีหนึ่งก็บอกว่าถูก แต่ถ้าท่านมารับฟังใน อีกสีหนึ่งอีกพวกหนึ่งก็บอกว่าไม่ถูก แล้วอย่างนี้ใครจะชี้ให้เห็นว่าถูกหรือผิดครับ แล้ววันนี้ผมก็คิดว่าคงต้องมีองค์กรหรือบุคลากรที่พี่น้องคนไทยทั้งประเทศต้องเชื่อมั่น ต้องเชื่อว่า ท่านยุติธรรม สําคัญมาก ผมเองได้ดูท่านทําหนังสือมาสวยมาก แต่ผมก็เชื่อว่า เราจะดูได้ในเฉพาะคนระดับบน ๆ เพียงไม่กี่ท่านเท่านั้น แต่พี่น้องคนไทยทั้งประเทศไม่ได้ อ่านหรอกครับพวกนี้ แต่ไม่เปึนไรครับ พวกเราอยากจะเห็น และพวกเราจะบอกต่อได้ ว่า วันนี้ศาลปกครองให้ความยุติธรรม ใช้กฎหมายอย่างมีคุณธรรม จริยธรรม แต่ผมก็รู้สึกว่า ผมได้ดูรายงานของท่าน ผมก็พอจะมีความรู้ทางด้านบริหารบ้าง ผมดูหลักการบริหารของ ท่าน เห็นมีเขียนชัดเจนมีวิสัยทัศน์ อํานวยความยุติธรรมให้เกิดความสมดุล คุ้มครอง สิทธิเสรีภาพของประชาชน ดําเนินการของรัฐเพื่อประโยชน์สาธารณะ และก็มีพันธกิจ จะพิจารณาคดีด้วยความเปึนธรรมและรวดเร็ว ตลอดจนการวางหลักการ หลักกฎหมาย ปกครองให้เปึนบรรทัดฐานในการปฏิบัติของราชการ และก็มีเปัาประสงค์ ๔ ข้อ มียุทธศาสตร์อีก ๕ ข้อ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมดูแค่นี้ ผมมีความรู้สึกครับ ปกตินะครับองค์กรจะมีชีวิต คือใครจะอยู่ ใครจะมา ใครจะไป ใครจะลาออกไป ใครจะ ตายไป มาแล้วก็ไป ประเทศไทยก็เหมือนกัน เดี๋ยวนายกรัฐมนตรีก็เปลี่ยน เดี๋ยวฝ์ายค้านก็ไปเปึนฝ์ายรัฐบาล เดี๋ยวฝ์ายรัฐบาลก็มาเปึนฝ์ายค้าน หมุนเวียนกันไป ก็มีชีวิต แต่ว่าเหตุการณ์ที่ผ่านมา แล้วก็ดูหลักบริหารของท่านผมดูไป ๆ เทียบไป ๆ แล้วผมมีความรู้สึกครับ ซึ่งผมไม่คิดว่าท่านจะเปึนนะครับ แต่ผมบอกว่า มันก็เหมือนกับ มดนะครับ มดงานก็ไปหาอาหารเดินเข้าแถวกัน แบกใบไม้ แบกแมลง แบกอาหาร เคลื่อนย้าย มดทหารก็ทําหน้าที่ไป มันเหมือนกับเปึนหุ่นยนต์ครับ ใช้สัญชาติญาณ ควบคุม เหมือนกับผึ้งเหมือนกับปลวกต้องสร้างรัง แต่ว่าไม่มีความขัดแย้งครับ รักกัน มีความรักครับ รักในกลุ่มของมด รักในกลุ่มของปลวก สร้างรังใหญ่โต สร้างองค์กร สร้างโครนี (Crony) แต่ว่าของท่านสิ่งสําคัญที่สุดก็คือองค์กร ต้องมีปรัชญาหลักการไว้ควบคุม ปรัชญาหลักการจิตวิญญาณ อุดมการณ์ คุณธรรม จริยธรรม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งความรักครับ วันนี้ผมอยากจะทราบว่าองค์กรของศาลที่ เปึน วันนี้พูดว่า ตุลาการภิวัตน์ มีความรักหรือเปล่า รักที่อยากจะเห็นประเทศไทย มีความสงบหรือเปล่า ยุทธศาสตร์ของความสงบท่านทราบหรือเปล่าว่ามันคืออะไร หรือว่าเกิดประเด็นปัญหาอย่างนี้ก็ตัดสินลงไปอย่างนี้เลย จากเหตุการณ์หลาย ๆ กรณี และสุดท้ายเปึนอย่างไรครับ ตอนนี้บ้านเมืองก็ยังแบ่งแยกเปึนสีอยู่เลยครับ ยากครับ วันนี้ตุลาการภิวัตน์ขอให้ภิวัตน์ไปในทางที่ดีครับ แต่ว่าอยากจะเห็นครับความยุติธรรม มิฉะนั้นแล้วกระผมเข้าใจว่าในความรู้สึกของผมเมื่อสักครู่บอกแล้วว่าหุ่นยนต์ ทําตามโปรแกรมได้ทุกอย่าง ยิ่งกว่ากฎระเบียบ ยิ่งกว่ากฎหมายอีก เพราะโปรแกรม ไว้หมด แต่ว่าไม่มีจิตวิญญาณครับ ไม่มีชีวิต ไม่มีคุณธรรม ไม่มีจริยธรรม รู้แต่ว่า ทําอย่างนี้ต้องทํานี้ นี้ นี้ นี้ นี้ เพราะฉะนั้นผมไม่อยากเห็นครับ ศาลปกครองก็ดี ระบบยุติธรรมก็ดี อยากจะเห็นไม่เหมือนกับหุ่นยนต์ครับ เหมือนกับเปึนมนุษย์มี จิตวิญญาณ เปึนองค์กร มีชีวิต ไม่ว่าใครจะมา ใครจะไป ใครจะเปึนประธาน ใครจะเปึน รองประธาน ใครจะทําหน้าที่เปึนศาลปกครองวันนี้ หรือเปึนเจ้าหน้าที่วันนี้ ท่านต้องมี ปรัชญาหลักการควบคุมไว้ มิฉะนั้นแล้วกระผมเข้าใจว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ การตัดสินต่าง ๆ ที่ผ่านมามันก็จะเหมือนกับศาลปกครองที่เปึนเหมือนหุ่นยนต์ที่ถูกบังคับ และอาจจะ กลายเปึนหุ่นกระบอกก็ได้ครับ อันนี้เปึนความรู้สึกนะครับที่บอกต่อกัน ไม่ได้คิดจะ กล่าวหา แต่ว่าเปึนการบอกต่อกันในฐานะผู้แทนของประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมเข้าใจว่าอํานาจยุติธรรมคืออํานาจสีขาวที่ใสสะอาด ที่จะทําให้ประเทศของเรา กลับมาได้ ถ้าวันนี้เหตุการณ์ต่อไปมีอะไรเกิดขึ้น ถ้าระบบยุติธรรมยังไม่มีความยุติธรรม ลงมาแก้ไม่ได้นะครับ กระผมเข้าใจว่าในอนาคต ไม่ทราบคิดว่าไม่ไกลคงมีการหักร้างกัน ล้มล้างกันใหญ่มากทีเดียว และโดยเฉพาะอย่างยิ่งครับ ในประเด็นสุดท้ายก็รู้สึกเสียใจ ปกติที่ผ่านมานะครับ มีการปลุกผีคอมมิวนิสต์ขึ้นมากล่าวหากันไว้ก่อน ทําอย่างนี้ เปึนคอมมิวนิสต์ เปึนคอมมิวนิสต์ เปึนคอมมิวนิสต์ แล้วก็จับ ๆ จับ ๆ วันนี้ครับ มีการปลุกผี ประธานาธิบดีสิครับ ท่านคิดดูสิครับอย่างนี้ผมจะฟัองศาลปกครองได้หรือไม่ คนที่ทํา หน้าที่เปึนรองนายกรัฐมนตรีบอกว่าคนคนหนึ่งจะมาเปึนประธานาธิบดี กระผมจะฟัอง ได้ไหมครับศาลปกครองนี่ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ ครับ

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ในฐานะที่กระผมมีอาชีพเคยรับราชการเปึนข้าราชการ ตุลาการในศาลยุติธรรมมาก่อน เปึนระยะเวลานานถึง ๔๑ ป้ อยู่มาทุกศาลแล้วครับ ท่านประธานครับ เว้นตําแหน่งเดียวแหละครับ ประธานศาลฎีกาไม่ได้เปึน เปึนผู้พิพากษา ศาลฎีกา ๘ ป้ เปึนหัวหน้าคณะผู้พิพากษาในศาลฎีกา แล้วก็ลงมาเปึนอธิบดีผู้พิพากษา ศาลอาญากรุงเทพฯ ใต้ เปึนคนแรก ได้ ๒ ป้ก็ย้ายไปอยู่ที่ศาลอาญาอีก ๒ ป้ จากนั้นก็ขึ้นไปเปึนผู้พิพากษาหัวหน้าแผนกคดี ล้มละลายในศาลฎีกาอีก ๒ ป้ แล้วก็กลับย้อนมาเปึนผู้พิพากษาอาวุโสที่ศาลอาญา อีก ๖ ป้ ทําหน้าที่เปึนครูบาอาจารย์สอนผู้พิพากษาให้ทําคําพิพากษาที่ถูกต้อง แล้วก็ อบรมให้เปึนผู้พิพากษาที่มีคุณธรรม มีจริยธรรม ให้ซื่อสัตย์สุจริตนะครับ กระผมเปึน คนหนึ่งที่เคยคัดค้านไม่ให้มีการตั้งศาลปกครองขึ้นในประเทศไทย ตอนนั้นเปึนในสมัย รัฐบาลของ ฯพณฯ พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ กระผมต้องขอประทานโทษที่ต้องเอ่ยนามท่าน กระผมเปึนคนเข้าไปโต้แย้ง ไปกราบเรียนท่านว่า ตอนนั้นอย่างนี้ครับท่านประธานครับ ท่านได้ยกฐานะของคณะกรรมการกฤษฎีกาขึ้นเปึนศาลปกครอง กระผมก็ไปโต้แย้งท่าน ไปกราบเรียนท่าน ไปคนเดียวนะครับ ไปบอกท่านว่า ท่านนายกรัฐมนตรีครับ การที่เราจะ ตั้งศาลปกครองขึ้นมานั้นเราจะต้องทราบก่อนนะครับว่าศาลปกครองคืออะไร ศาลปกครอง คือศาลที่มีอํานาจพิจารณาพิพากษาคดีปกครอง และคดีปกครองคืออะไรครับ คดีปกครอง คือคดีที่ผู้ปกครองมีปัญหาพิพาทกันกับผู้ถูกปกครอง ผู้ปกครอง ก็คือ ผู้มีอํานาจรัฐเปึนข้าราชการทั้งหลาย ผู้ถูกปกครอง ก็คือ ประชาชนที่ไม่มีอํานาจ ไม่ได้เปึน เจ้าหน้าที่ของรัฐนะครับ ผมกราบเรียนนิดเดียวครับว่า มีผู้ประท้วงหรือครับ ไม่มีนะครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่มี ท่านกระชับเข้าเรื่องเลยครับ

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ แบบสัดส่วน

ขอบคุณครับ ต้องกราบเรียนนิดหนึ่งครับว่า ถ้าผมไม่ได้บอกว่าผมเปึนใครมาก่อน ทําอะไรมาก่อน คําอภิปรายของผมอาจจะไม่มีน้ําหนักนะครับ สําหรับเรื่องศาลนั้น กระผมเปึนผู้พิพากษา เอง กลับถูกผลกระทบจากข้าราชการตุลาการมากที่สุดนะครับ ถึงขนาดมีคําสั่งให้ผม ถูกนําตัวไปควบคุมไว้ที่สถานีตํารวจ ในฐานะที่กระผมพาพรรคพวกไปชุมนุมที่หน้าบ้าน พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ แล้วก็ถูกเจ้าหน้าที่ตํารวจดําเนินคดีนะครับ ผมก็ไปต่อสู้คดีว่า ที่ผมไปที่หน้าบ้าน พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ นั้น พวกกระผมไปในฐานะที่ไปกราบเรียน ท่านประธานองคมนตรี พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ว่า ขอได้โปรดลาออกจากตําแหน่ง ประธานองคมนตรีเสียเถอะ เพราะว่าท่านได้เปึนผู้ที่นําคณะปฏิวัติรัฐประหารเข้าเฝัา แล้วก็ได้มีการตั้งชื่อคณะรัฐประหารนั้นว่า คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เปึนประมุข แล้วก็ได้ทําความเสียหายให้กับสถาบัน พระมหากษัตริย์หลายประการ หากท่านยังดํารงตําแหน่งอยู่ อาจจะทําความ กระทบกระเทือนให้เสียหายแก่สถาบันพระมหากษัตริย์อีก ผมไปในฐานะอย่างนั้นนะครับ ไปในฐานะที่เปึนผู้เสียหายคนหนึ่ง ที่ถูกยึดอํานาจการปกครองเอาไป เอาไปใช้กัน ๔-๕ คน ไปบอกว่าให้ท่านลาออกเสียเถอะ การไปครั้งนั้นท่านประธานครับ ไปเพื่อ ต้องการจะปกปัองสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่ให้ใครเอาไปทําลาย เอาไปแอบอ้าง เพื่อจะ ให้เกิดอิทธิพลบารมีแก่ตัว แล้วผมกับพวกในตอนนั้นก็เปึน นปก. (แนวร่วมประชาธิปไตย ต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ) นะครับ มีคณะ นปก. อยู่ ๙ คน กระผมเปึนประธาน นปก. ในตอนนั้น ก็ถูกตํารวจไปขอให้ศาลออกหมายจับ เพื่อจะดําเนินคดีในเรื่องก่อความ วุ่นวายในบ้านเมือง กระผมไปต่อสู้คดีเองครับท่านประธาน ต่อสู้คดีจนกระทั่ง ถามจนกระทั่ง ตํารวจที่จับที่ขอออกหมายจับกระผมบอกว่าอาจารย์มานิตย์ไม่ผิดหรอก แต่เขาต้องการที่จะเอาไปควบคุมไว้ แล้วก็ให้มีประกันตัวโดยมีเงื่อนไขว่าจะไม่ไป ที่สนามหลวงอีก ผมซักค้านพยานจนอย่างนั้นนะครับ จนบัดนี้คดีนั้นก็ยังไม่ได้ฟัอง ผมบอกว่าอย่างนี้ครับท่านประธาน ขอประทานโทษนิดหนึ่ง ขอย้อนนิดหนึ่ง ไปต่อสู้คดีเสร็จ ศาลในองค์คณะในคดีนั้นมีคําสั่งว่า ก็ให้เพิกถอนหมายจับเสีย แต่ว่าปรากฏว่า ท่านประธานครับ มีผู้พิพากษาอีกองค์คณะหนึ่งเดินจ๊ก ๆ จ๊ก ๆ จ๊ก รีบขึ้นมานั่งบัลลังก์ แล้วก็มาอ่านเลยครับว่าอนุญาตให้ฝากขังได้เปึนคดีอย่างนั้น ๆ แล้วก็ลงไปเลย กระผม ก็โต้แย้งคัดค้านว่า เอ๊ะ เปึนใคร ขึ้นมาทําไม ได้รับจ่ายสํานวนให้เปึนเจ้าของสํานวน หรือเปล่า วิ่งลงไปนะครับ วิ่งลงไปจากบัลลังก์ ผมไม่เคยพบเคยเห็นเปึนผู้พิพากษามา ๔๐ ป้ ลงบัลลังก์ไป ผมก็ไม่ไป น้อง ๆ ๗-๘ คนก็บอกอาจารย์ไปเถอะประเดี๋ยวอันตราย บอกไปก็ไป ถ้าผมไปถือว่าผมไม่มีความรู้ในเรื่องการเปึนศาล เปึนตุลาการ ผมก็ประกาศ ว่าถ้าจะเอาผมไปก็ฆ่าผมเสียก่อน ถ้ามิฉะนั้นก็ต้องอุ้มผมไป ท่านประธานครับ ท่านประธานเชื่อไหมเลขานุการ

(นายวัชระ เพชรทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้ประท้วงนะครับ เชิญท่านผู้ประท้วง

นายวัชระ เพชรทอง กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตประท้วงท่านประธานครับ เนื่องจากว่าผู้อภิปรายได้ อภิปรายเกี่ยวกับศาลยุติธรรม ซึ่งในวันนี้ศาลปกครองมาแถลงรายงานเกี่ยวกับ การดําเนินการของศาลปกครอง และปรากฏว่าท่านผู้อภิปรายก็ได้พาดพิงไปถึง ท่านประธานองคมนตรีหลายครั้ง โดยเฉพาะ ฯพณฯ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ผมจึง อยากจะให้ท่านประธานได้กล่าวตักเตือนท่านผู้อภิปรายให้อยู่ในประเด็นของ การอภิปรายในวันนี้ครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมขอวินิจฉัยอย่างนี้นะครับ คือท่านผู้อภิปรายก็เริ่มอภิปรายผมก็ฟังอยู่ จริง ๆ แล้วก็ กําลังจะกราบเรียนท่านผู้อภิปรายนะครับ เรากําลังรับทราบรายงานของศาลปกครอง ฉะนั้นเอาให้ตรงกับศาลหน่อยนะครับ และกระชับด้วยนะครับ

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ แบบสัดส่วน 🔗

ขอบคุณครับท่านประธาน ครับ ที่กระผมมีความจําเปึนต้องพูดไปถึงนั้น เพราะว่าศาลปกครอง ศาลยุติธรรม ศาลรัฐธรรมนูญ ก็เปึนศาลเท่านั้นละครับ ที่ผมกราบเรียนว่าที่ผมไปคัดค้านเพราะว่า ไม่อยากให้ยกฐานะของคณะกรรมการกฤษฎีกาเปึนศาลปกครอง เพราะว่าอะไร รู้ไหมครับ เพราะว่าคณะกรรมการกฤษฎีกานั้นเปึนที่ปรึกษากฎหมายของรัฐบาล ผมกราบเรียน ฯพณฯ พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ว่า อะไรจะเกิดขึ้นถ้าคณะกรรมการ กฤษฎีกาซึ่งเปึนที่ปรึกษากฎหมายของรัฐบาล ไปทําหน้าที่เปึนศาลตัดสินคดีระหว่าง เจ้าหน้าที่ของรัฐกับประชาชน ผมกราบเรียนท่านบอกว่า ท่านยังดํารงตําแหน่ง นายกรัฐมนตรีท่านอาจจะได้ประโยชน์ แต่เมื่อวันหนึ่งท่านจะต้องออกไปเปึนประชาชน ธรรมดาแล้วไปถูกศาลปกครองพิพากษาคดีที่เกี่ยวกับท่าน ท่านจะรู้สึก เปึนเหตุให้ ไม่มีการตั้งศาลปกครองในยุคนั้น จนในที่สุดมาถึงเมื่อ ป้ ๒๕๔๐ ก็มีการตั้งศาลปกครอง ขึ้นจนได้ ก็ไม่เปึนไรครับ ศาลปกครอง คําว่า ศาล นะครับท่านประธานครับ ทั้งตาม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกฉบับ แล้วก็ตามคําศัพท์ภาษาไทยที่เปึน ภาษาราชการและภาษากฎหมายที่บัญญัติไว้ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถาน ก็บัญญัติไว้ตรงกันว่า ศาล คือองค์กรที่มีอํานาจพิจารณาพิพากษาอรรถคดี แต่จะต้อง ดําเนินการตามรัฐธรรมนูญตามกฎหมายและในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์ เห็นไหมครับ การตัดสินคดีไม่ใช่จะทําได้ตามอําเภอใจ ต้องทําตามรัฐธรรมนูญ ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ เปึนกฎหมายสูงสุดที่ปวงชนชาวไทยเราตั้ง ผู้แทนราษฎร เลือกผู้แทนราษฎรเข้าไปทําหน้าที่ให้มาลงมติบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทยขึ้นใช้บังคับเพื่อมอบอํานาจทั้ง ๓ อํานาจ คือมอบอํานาจนิติบัญญัติ ให้กับรัฐสภาของเรา มอบอํานาจบริหารให้คณะรัฐมนตรี และมอบอํานาจตุลาการให้ศาล การมอบอํานาจนั้นมีเงื่อนไขให้ต้องปฏิบัติแตกต่างกันไปแต่ละองค์กร มิใช่ให้ไป ดําเนินการตามอําเภอใจ เปึนศาลก็ต้องตัดสินคดีตามรัฐธรรมนูญและตามกฎหมายที่ รัฐสภาเรานี่ละครับบัญญัติไป ทีนี้ศาลปกครอง ท่านประธานครับ ผมย้อนมาถึง ศาลปกครอง เมื่อมีศาลปกครองแล้วผมก็มีความไม่สบายใจมานานแล้ว ไม่มีโอกาสได้พูด วันนี้พอดีเลยได้โอกาสก็ต้องขออนุญาตกราบเรียนเพื่อจะชี้แจงให้ท่านประธานผ่านไปยัง เจ้าหน้าที่หรือผู้พิพากษาที่ดํารงตําแหน่งเปึนผู้พิพากษาในศาลปกครอง ซึ่งล้วนแต่เปึน รุ่นน้อง ๆ ของกระผมทั้งสิ้นนะครับ กราบเรียนนะครับว่า ท่านได้คิดไหมว่าศาลปกครอง ในปัจจุบันนี้มีกําเนิดขึ้นมาจากที่ใด มีกําเนิดขึ้นมาจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ รัฐธรรมนูญฉบับนี้เปึนรัฐธรรมนูญที่บัญญัติขึ้นในขณะที่ประเทศไทย มีการปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข ดังนั้น ในมาตรา ๒๓๓ ที่บอกว่า ศาลจะต้องดําเนินกระบวนพิจารณาตามรัฐธรรมนูญตาม กฎหมายและในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์นั้น คําว่า รัฐธรรมนูญ และคําว่า กฎหมาย จะต้องเปึนรัฐธรรมนูญในระบอบประชาธิปไตยและเปึนกฎหมายที่บัญญัติขึ้น ในระบอบประชาธิปไตย มิใช่รัฐธรรมนูญที่บัญญัติขึ้นในขณะที่ประเทศมีการปกครอง ด้วยระบอบเผด็จการทหาร แล้วก็บัญญัติรัฐธรรมนูญของทหารขึ้นเอาไว้ใช้บริหารประเทศ ในขณะที่คณะทหารที่ยึดอํานาจการปกครองที่เรียกว่าเปึนการปฏิวัติและรัฐประหารเข้ามา บริหารประเทศ ในขณะที่คณะปฏิวัติ ผมขอเรียกสั้น ๆ ให้ง่าย ๆ นะครับว่าคณะปฏิวัติ จะไม่ใช้ชื่อว่าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เปึน ประมุข เพราะว่าชื่อนั้นยาว แล้วก็ไม่ตรงกับความหมายที่ตั้งขึ้น ท่านประธานครับ คณะปฏิวัติเมื่อยึดอํานาจได้แล้วจัดคณะบุคคลเข้ามาบริหารประเทศแทนรัฐบาลที่มาจาก การเลือกตั้งของปวงชนชาวไทย ซึ่งในขณะนั้น พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร เปึน นายกรัฐมนตรี เข้ามายึดอํานาจไล่ พันตํารวจโท ทักษิณ กับคณะรัฐมนตรีออกไปแล้วก็ บริหารราชการบ้านเมืองแทน การบริหารบ้านเมืองในขณะนั้นหากใช้รัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ก็จะเปึนความผิด คณะปฏิวัติจึงจําเปึนต้อง บัญญัติรัฐธรรมนูญของตนเองขึ้นใช้ นั่นคือรัฐธรรมนูญในระบอบเผด็จการทหาร รัฐธรรมนูญฉบับนั้นคือรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ทําไม ผมถึงกราบเรียนท่านประธานว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เปึนรัฐธรรมนูญระบอบเผด็จ การทหาร มีเหตุผลอย่างนี้ครับ ที่มาก็คือคณะปฏิวัติเมื่อยึดอํานาจได้แล้วก็สั่งให้มีการตั้ง สภานิติบัญญัติแห่งชาติขึ้นเพื่อทําการบัญญัติ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

โทษนะครับท่านมานิตย์ครับ คืออีกไม่นานจะมีรายงานเรื่องการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ เข้ามา เอาไว้เรื่องประเด็นรัฐธรรมนูญท่านไปพูดในเรื่องนั้นดีกว่านะครับ ในรับทราบ รายงาน ทีนี้วันนี้อยากจะให้ท่านตรงประเด็นเรื่องศาลปกครองหน่อย เพราะว่า มีผู้อภิปรายอีกหลายท่าน และเสร็จจากเรื่องนี้แล้วเราจะมีเรื่องรับทราบอีกเรื่องหนึ่ง นะครับ ขอความกรุณาท่านตรงประเด็นนะครับ เพราะว่ามีเพื่อนรออีกหลายท่าน เอากระชับหน่อยครับ

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ แบบสัดส่วน

ขอบคุณท่านประธานครับ กําลังจะถึงแล้ว ท่านประธานทนอีกนิดหนึ่ง ได้ยินแล้วครับ คือรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ ที่ผมกราบเรียนว่ารัฐธรรมนูญในระบอบเผด็จการทหาร ท่านประธานดูสิ ที่มาคือมาจากคณะปฏิวัติตั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติขึ้น ให้ทําหน้าที่เขียนประกาศ คณะปฏิวัติ แล้วก็ไปปลอมชื่อว่าเปึนรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่ชี้ชัดได้ว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เปึนรัฐธรรมนูญระบอบเผด็จการทหาร ท่านประธาน เป่ดไปท้ายสุดเลย ครับ ผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ คือนายมีชัย ฤชุพันธุ์ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ เปึนใครครับ ขอประทานโทษที่ต้องเอ่ยนามถึงท่าน เวลาที่ท่านไม่ได้อยู่ในสภาแห่งนี้ แต่มีความจําเปึนอย่างยิ่งที่ผมจะต้องกราบเรียนนะครับ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ดํารงตําแหน่งอะไรครับ ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ท่านประธานครับ ตําแหน่ง ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ มีในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึน ประมุขไหมครับ ไม่มี เห็นไหมครับ รัฐธรรมนูญที่จะเปึนรัฐธรรมนูญของประชาชน ของปวงชนชาวไทยที่จะมาบังคับใช้กับปวงชนชาวไทยทั้งประเทศได้ จะต้องเปึน รัฐธรรมนูญที่มาจากปวงชนชาวไทยเลือกพวกเราที่เปึนผู้แทนราษฎรที่เข้าไปทําหน้าที่ บัญญัติ แล้วก็ผู้รับสนองพระบรมราชโองการจะต้องมีตําแหน่งเปึนประธานรัฐสภา ซึ่งเปึน สภาที่ปวงชนชาวไทยเราร่วมกันตั้งขึ้น มิใช่สภานิติบัญญัติแห่งชาติซึ่งคณะปฏิวัติเปึนคน ตั้งขึ้น ผมมีเหตุผลที่จะกราบเรียนท่านประธานว่า เปึนรัฐธรรมนูญที่คณะปฏิวัติตั้งขึ้น ตําแหน่งประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติมาจากไหนครับ มาจากรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๔๙ บัญญัติไว้ในมาตรา ๕ ว่า ให้มีสภานิติบัญญัติ แห่งชาติขึ้น แล้วก็ได้ตั้งคณะบุคคลขึ้นมาเอง อะไรเอง บัญญัติเองหมด แล้วก็ประกาศใช้ บังคับกับประชาชน ใครเปึนผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๔๙ ท่านประธานทราบไหมครับ เป่ดดูสิครับข้างท้าย พลเอก สนธิ บุณยรัตกลิน ตําแหน่งหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครอง แผ่นดินในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข ใครครับ พลเอก สนธิ ผู้ทําการยึดอํานาจเขายึดอํานาจรัฐบาลที่มาจากพวกเราซึ่งเปึนปวงชนชาวไทยนี่ละครับ แล้วก็ไปบัญญัติรัฐธรรมนูญเอง ไปตั้งสภาเอง เอาละครับ จบเรื่องที่มาของรัฐธรรมนูญ

มาถึงเรื่องศาล ศาลบอกแล้วนะครับ ผมกราบเรียนท่านประธานแล้วว่า จะต้องพิจารณาพิพากษาคดีไปตามรัฐธรรมนูญในระบอบประชาธิปไตย กฎหมายก็ต้อง มาจากระบอบประชาธิปไตยนั่นหมายความว่ารัฐธรรมนูญต้องมาจากปวงชนชาวไทย และกฎหมายลูกก็ต้องมาจากปวงชนชาวไทย ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ทั้งรัฐธรรมนูญและกฎหมายต้องเปึนประธานรัฐสภามิใช่ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ แต่ท่านประธานเชื่อไหมครับไม่เชื่อท่านก็ต้องเชื่อ ทั้งศาลยุติธรรม ศาลฎีกา ศาลปกครอง และศาลรัฐธรรมนูญ อาศัยอํานาจตามความในรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ และกฎหมายลูกเอามาพิจารณาพิพากษาคดีของ ปวงชนชาวไทย ท่านประธานครับ ถ้าเปึนการพิจารณาพิพากษาคดีในขณะที่ประเทศ ตกอยู่ในอํานาจของคณะปฏิวัติที่เข้ามาบริหารประเทศ กระผมจะไม่ตําหนิน้อง ๆ ผู้พิพากษาเลย เพราะว่าขณะนั้นผู้พิพากษาทั้งหลายก็ตกอยู่ในความกลัวอํานาจของ กองทัพ ที่มีทั้งรถถัง และป๋นใหญ่ และกําลังพลอยู่เบื้องหลัง แต่ท่านประธานครับ หลังจากวันที่ ๒๓ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๐ แล้ว ประเทศไทยได้เปลี่ยนแปลง การปกครองจากระบอบเผด็จการทหารเปึนระบอบ

(นายจุติ ไกรฤกษ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้ประท้วงครับ เชิญท่านผู้ประท้วงครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ พิษณุโลก

ท่านประธานครับ ผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพิษณุโลก ผมขอประท้วงท่านประธานครับว่าท่านประธาน ได้กรุณาวินิจฉัยว่าทําผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ครับ ผมฟังมาตั้งนานผมยังไม่เห็นเกี่ยวข้อง อะไรกับรายงานการรับทราบเรื่องนี้เลย แล้วกราบเรียนท่านประธานด้วยว่าใช้เวลาวกวน มาก แล้วก็ยังมีกฎหมายผู้สูงอายุรออยู่นะครับ ประโยชน์ของประชาชนยังไม่ได้รับนะครับ เลยกราบเรียนท่านประธานช่วยกรุณาวินิจฉัยด้วยครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านผู้อภิปรายครับ คืออยากให้ท่านให้ข้อแนะนําศาลปกครอง เดี๋ยวนะครับ คืออย่างนี้ ศาลปกครองท่านก็ยอมรับว่าตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นะครับ มาจนถึงวันนี้ การดําเนินงานมาเปึนอย่างไรบ้าง ท่านจะติจะชมจะเสนอแนะอะไรก็เอานะครับ แต่ถ้าท่านจะมาวิพากษ์วิจารณ์ที่มาไม่ชอบไม่น่ามีอะไร ผมว่าเอาไว้ตอนเรารับทราบ รายงานเรื่องของการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ เดี๋ยวจะมีการนํามาเสนอในสภานี้ วันนั้น ท่านเอาเต็มที่เลยนะครับ เชิญต่อเลยครับ เอาสั้น ๆ นะครับ

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ แบบสัดส่วน

ขอบคุณท่านประธานครับ ที่ผมมีความจําเปึนต้องกราบเรียนท่านประธานเพื่อจะฝากไปยังน้อง ๆ ที่อยู่ ที่ศาลปกครอง

(นายวัชระ เพชรทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีประท้วงอีกแล้วครับ เชิญครับ

นายวัชระ เพชรทอง กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ผมได้ฟังท่านอาจารย์มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ ซึ่งท่านได้อภิปราย และผมมีความเห็นสอดคล้องกับท่าน ส.ส. จุติ ไกรฤกษ์ ว่าท่านผู้อภิปรายนั้น ผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ และผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ท่านอาจารย์มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ นั้นท่านได้อภิปรายพาดพิงไปถึงท่านประธานองคมนตรี ฯพณฯ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ซึ่งเปึนเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง และท่านยังได้บอกอีกว่า ท่านได้เดินขบวนไปที่หน้าบ้านพัก ฯพณฯ ประธานองคมนตรี เพื่อเรียกร้องให้ลาออก เนื่องจากว่าทําความเสียหายให้กับสถาบัน ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่า ตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนั้น มาตรา ๑๓ บัญญัติว่า การเลือกและการแต่งตั้ง องคมนตรีหรือการให้องคมนตรีพ้นจากตําแหน่งให้เปึนไปตามพระราชอัธยาศัย ซึ่งการที่ ท่านจะไปทําอะไรเปึนเรื่องที่ไม่สมควรนั้นก็เปึนเรื่องที่ท่านกระทําไป แต่รัฐธรรมนูญ บัญญัติไว้อย่างชัดเจนครับว่า การที่องคมนตรีจะอยู่ในตําแหน่งหรือพ้นจากตําแหน่งนั้น เปึนไปตามพระราชอัธยาศัยของในหลวง ขอให้ท่านประธานได้โปรดวินิจฉัยด้วยครับ

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ ท่านสุนัย ประท้วงอีกแล้ว เชิญครับ เดี๋ยวผมจะวินิจฉัยพร้อมกัน เชิญครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผมคิดว่า บรรยากาศนี่มันก็ไปได้ดีแล้ว แล้วก็ท่านผู้อภิปราย อาจารย์มานิตย์ท่านก็ตั้งอกตั้งใจ ท่านเปึนผู้หลักผู้ใหญ่ เปึนผู้พิพากษาอาวุโส และเปึน ส.ส. สมัยแรก คล้าย ๆ กับท่าน ที่ประท้วงอยู่ ผมเองด้วยความเคารพต่อท่านประธานองคมนตรี ท่าน พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ผมเองยังไม่เห็นท่านได้เอ่ยชื่ออะไรมากมาย มีครั้งเดียวเท่านั้นเองและ ท่านเปึนพลความ ไม่ใช่เนื้อหาปัจจัยหลัก ผมไม่อยากให้บรรยากาศของสภาแห่งนี้ไป กระทบกระเทือนตัวท่านประธานองคมนตรีที่ผมเคารพอย่างยิ่ง จึงขอประท้วง ท่านประธานว่า ช่วยแนะนําเตือนเพื่อนสมาชิกสักหน่อยเถอะครับว่า ถ้าไม่พูดถึง ท่านประธานองคมนตรีเลย ไม่มีใครพูดถึงเลยครับ ท่านอาจารย์มานิตย์พูดเปึนพลความ เท่านั้นเองว่าเหตุการณ์มันเปึนมาอย่างนี้ แต่คนที่พูดถึงแล้วทําให้ประธานองคมนตรี เสียหายมากที่สุด คือเพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่นี้ที่ขึ้นมาประท้วง ท่านช่วยปรามอย่าให้ พูดถึงท่านประธานองคมนตรี พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ อีกเลยครับท่านประธาน ที่เคารพครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ ท่านสมาชิกครับ ผมก็เห็นด้วยว่า บรรยากาศการประชุมมันก็เดินมาด้วยดีนะครับ เพียงแต่ว่าอยากขอความกรุณาท่านผู้อภิปรายนะครับ ๑. ให้เข้าประเด็นเรื่องของ ศาลปกครองเลย เพราะว่าเรามีเวลาจํากัดนะครับ มีสมาชิกจะอภิปรายอีกหลายท่าน ๒. กรุณาถ้าไม่จําเปึนอย่าพาดพิงชื่อของบุคคลภายนอก จะได้ไม่เกิดปัญหาการประท้วง กันนะครับ ขอความกรุณาท่านรวบรัดเลยครับ ท่านอาจารย์มานิตย์ครับ เชิญครับ

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ แบบสัดส่วน

ขอบคุณท่านประธานครับ ท่านประธานครับ ผมไปวันนั้น ไปในฐานะเปึนผู้เสียหายที่ถูกปล้น

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่เปึนไรครับ ท่านครับ อย่าไปเท้าความอีกเลยครับ ท่านเอาเรื่องศาลปกครองเลยครับ เอาเรื่องศาลปกครองดีกว่า เดี๋ยวก็จะเรื่องยาวอีกนะครับ ขอความกรุณาเลยครับ ท่านครับ

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ แบบสัดส่วน

ก็ได้ครับ ท่านประธานครับ ศาลเมื่อขณะที่ตกอยู่ภายใต้บังคับของคณะปฏิวัติที่เข้ามาบริหารประเทศ ในขณะนั้น องค์กรทุกองค์กรมิใช่เปึนองค์กรในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เปึนประมุข ทั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทั้งรัฐบาลแล้วก็ทั้งศาล เมื่ออยู่ภายใต้บังคับรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ ซึ่งเปึนรัฐธรรมนูญระบอบเผด็จการทหาร ก็ต้องถือว่าเปึนองค์กรที่อยู่ภายใต้ ระบอบการปกครองเผด็จการทหาร ไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตย แต่ที่น่าแปลกอย่างนี้ครับ หลังจากวันที่ ๒๓ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๐ แล้วคณะปฏิวัติรัฐประหารได้ถอยออกไป แล้วครับ ถอนตัวออกไป แล้วก็บอกให้ปวงชนชาวไทยมาดําเนินการปกครองประเทศด้วย ตนเองกันในระบอบประชาธิปไตยต่อไป ปวงชนชาวไทยก็พากันเลือกผู้แทนราษฎร ของเขา คือพวกเราที่นั่งอยู่ในสภานี่แหละครับ ท่านประธาน ให้มาทําหน้าที่ในระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เปึนประมุขต่อไปดังเดิมเหมือนเมื่อก่อนวันที่ ๑๙ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๔๙ เราก็ทําหน้าที่กันมาครับ แต่ว่าศาลคงจะลืมท่านประธาน คงจะลืมว่ายังเปึนศาลอยู่ในระบอบเผด็จการทหารอยู่ ศาลในระบอบประชาธิปไตย ต้องใช้รัฐธรรมนูญระบอบประชาธิปไตย กฎหมายในระบอบประชาธิปไตย ระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ ก็ต้องบัญญัติขึ้นในระบอบประชาธิปไตยจะไปใช้รัฐธรรมนูญและ กฎหมายที่บัญญัติขึ้นมาใช้ในระบอบเผด็จการทหารมาใช้บังคับไม่ได้นะครับ นี่แหละครับ ประเด็นสําคัญที่ผมอยากจะฝากไปถึงน้อง ๆ ผู้พิพากษาทุกศาลเลยครับ ทั้งศาลฎีกา ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง รวมทั้งศาลรัฐธรรมนูญด้วย โดยเฉพาะศาลรัฐธรรมนูญศาล นี่นะครับ ท่านประธานครับ กําหนดเกิดขึ้นมาโดยรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ ซึ่งกระผมถือว่าเปึน ศาลในระบอบเผด็จการทหาร มิใช่ศาลในระบอบประชาธิปไตย ไม่มีเขตอํานาจในการ ที่จะพิจารณาพิพากษาคดีที่เกิดขึ้นในระบอบประชาธิปไตย ก็ฝากแค่นี้แหละครับ ฝากน้อง ๆ ที่มานั่งรับฟังไปบอกคณะผู้พิพากษาและเจ้าหน้าที่ในศาลของท่านว่าได้โปรด ทบทวนดูให้ดีนะครับ ว่าท่านเปึนศาลปกครองในระบอบการปกครองใด รัฐธรรมนูญที่ท่าน จะใช้ต่อไป กฎหมายต่าง ๆ ที่ท่านจะใช้เอาไปพิพากษาคดีของผู้คนเขานั้น ท่านได้ใช้ รัฐธรรมนูญและกฎหมายถูกระบอบการปกครองหรือไม่ ในวันข้างหน้าอาจจะตกเปึนโมฆะ แล้วผู้คนที่เขาได้รับความเสียหายเนื่องจากคําวินิจฉัยชี้ขาดของท่านมันจะเปึนอย่างไร

(นายวรงค์ เดชกิจวิกรม ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านประธานครับ ประท้วงครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คุณหมอวรงค์ครับ ผมเข้าใจท่านจะใช้สิทธิประท้วง แต่ทีนี้จะจบแล้วนะครับ ขอความกรุณานะครับ จะจบอยู่แล้วครับ จบแล้ว ลงแล้วครับ ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญ ท่านสุวโรชครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายสุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรายงานผล การปฏิบัติงานของศาลปกครองประจําป้ ๒๕๕๐ ซึ่งขออนุญาตท่านประธานครับ ทุกป้ที่มีการรายงานของศาลปกครองนะครับ ผมจะเปึนผู้หนึ่งที่แสดงความคิดเห็นเอาไว้ และทุกครั้งที่แสดงความคิดเห็นนี่ครับ กราบเรียนด้วยความจริงใจว่าผมขอแสดงความชื่นชม ในผลสําเร็จของการมีศาลปกครองเพื่อบริการพี่น้องประชาชน และที่สําคัญที่สุด ท่านประธานครับ รูปแบบ ถ้าท่านประธานย้อนกลับไปดูแต่ละป้เขามีรูปแบบที่มีการ รวบรวมเนื้อหาสาระจุดมุ่งหมาย ประเด็น ที่มาของศาลปกครองและผลสําเร็จของ การบริการประชาชน ท่านประธานครับ เปัาหมายของการมีศาลปกครองนั้นจะอยู่ใน รายละเอียดของบทนําของตุลาการศาลปกครองสูงสุด เลขาธิการศาลปกครองสูงสุด ซึ่งมีประเด็นใหญ่ ๆ ที่อยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานด้วยกันทั้งหมด ๓ เรื่อง ท่านประธานครับ เรื่องที่ ๑ ก็คือความรวดเร็ว ความรวดเร็วนี้ต้องมีความเปึนธรรม เปึนเรื่องที่ ๒ และที่สําคัญที่สุดครับ บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ๓ เรื่องใหญ่ ๆ ตรงนี้ครับ เปึนเรื่องที่มีความสําคัญและเปึนจุดเปัาหมายสูงสุดของการมี ศาลปกครอง ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๔ ถึงวันที่รายงานผลการปฏิบัติการ ป้ ๒๕๕๐ ที่อยู่ในมือเรา นี่ครับ ๗ ป้ที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าศาลปกครองมีบทบาทมีความสําคัญในการถอดวิกฤติ ของบ้านเมืองมาหลากหลายครั้ง ซึ่งตรงนั้นแหละครับ ถ้าผมจะถามท่านประธานว่า ถ้าไม่มีศาลปกครอง วันนี้ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันครับว่า พวกเราจะมีโอกาสมายืน อภิปรายในสภาแห่งนี้กันหรือไม่ นี่คือความสําเร็จของการมีศาลปกครองในการถอดวิกฤติ ของบ้านของเมืองในยามที่บ้านเมืองประสบความคับขันในเหตุการณ์ต่าง ๆ แต่อย่างไร ก็ตามครับ สิ่งที่ปรากฏในรายงานผลการปฏิบัติงานของศาลปกครองที่อยู่ในมือของ ท่านประธานและสมาชิกอันทรงเกียรติทั้งหมดนี้ครับ ผมคงมีข้อสังเกตและอยากจะ กราบเรียนผ่านท่านประธานไปเพื่อที่จะถามผลการรายงาน ผลการปฏิบัติการของ ศาลปกครองนะครับ เรื่องใหญ่ ๆ ก็มี ๒ เรื่อง

ในเรื่องแรก เรื่องความรวดเร็ว ปรากฏจากรายงานที่ท่านได้กรุณาบอก รายละเอียดเอาไว้นะครับว่าคดีที่ศาลปกครองได้พิจารณาเสร็จภายในหนึ่งป้ คิดเปึน เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขกลม ๆ ๗๖ เปอร์เซ็นต์ ๗๖ เปอร์เซ็นต์ หมายความว่า ใน ๑๐๐ คดี เสร็จไป ๗๖ คดี นั่นก็หมายความว่าไม่เสร็จในหนึ่งป้ที่ผ่านมา ๒๔ คดี สิ่งที่ผมอยากจะ เห็นในรายงานฉบับนี้ครับ ว่า ๒๔ เปอร์เซ็นต์ที่ไม่สามารถพิจารณาเสร็จได้ภายในกรอบเวลา ๑ ป้นั้น มีคดีที่อยู่ในความสนใจที่ประชาชนควรให้ความสนใจกี่คดี เปึนคดีอะไรบ้าง ใน ๒๔ เปอร์เซ็นต์ที่พิจารณาไม่เสร็จภายในหนึ่งป้นั้นนะครับ คดีสําคัญที่ประชาชน ควรให้ความสําคัญหรือให้ความสนใจนี่นะครับ ที่ไม่เสร็จนะครับ มันมีสาเหตุมาจาก ความล่าช้าจากเรื่องอะไร หลายครั้งครับ ความชักช้าของกระบวนการยุติธรรมนําไปสู่ ความไม่ยุติธรรมในบางกรณี เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมกราบเรียนตรงนี้เพื่อจะบอกครับ คงมีประเด็นที่อยากจะกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังผู้ชี้แจงทั้งหมดนะครับ ว่าอย่างน้อย ๆ ในป้ ๒๕๕๐ ๒๔ เปอร์เซ็นต์ที่ไม่เสร็จนี่นะครับ ๑. ในคดีดังกล่าวนั้นแล้วก็ มีปัญหาวิกฤติมาจนถึงเดี๋ยวนี้แล้วเปึนปัญหาผลกระทบถึงรายได้ของท้องถิ่น ผมเปึน คนจุดประกายและเดินสู่ความสําเร็จของการแก้ พ.ร.บ. อากรรังนกอีแอ่น หรือ รังนกนางแอ่น แล้วก็ประมูลแต่ละจังหวัดมี ๘–๙ จังหวัดด้วยกัน รายได้ตกเปึนรายได้ ของท้องถิ่น ที่จังหวัดชุมพรบ้านผม ท่านประธานครับ มีสัมปทานรังนกอีแอ่นมากที่สุดใน ประเทศไทย ประมูลกันได้ถึง ๑,๙๒๘ ล้านบาท เงินรายได้ควรจะตกอยู่กับท้องถิ่นที่ จังหวัดชุมพร ในระยะเวลาของสัมปทาน ๕ ป้ แต่ท่านประธานครับ ระยะเวลาของอายุ สัมปทานของ พ.ร.บ. รังนกอีแอ่นตรงนั้นนะครับ มันเพิ่งเกิดขึ้นในสภาตรงนี้แล้วเรา ผลักดันจากที่เปึนรายได้ของรัฐบาลกลางให้เปึนรายได้ของรัฐบาลท้องถิ่น มีการประมูล กันที่รัฐบาลท้องถิ่น หรือที่ท้องถิ่นโดยรูปแบบของคณะกรรมการจัดเก็บอากรรังนกอีแอ่น ในแต่ละจังหวัด พอประมูลกันไปเสร็จครับ กฎหมายมันเพิ่งบังคับใช้ ความไม่ทันต่อ เหตุการณ์ของความเปลี่ยนแปลงไปก็อาจจะเปึนปัญหาอุปสรรค ราคากลางที่ตั้งเอาไว้ ก็อาจจะไม่ตรงต่อความเปึนจริงของเกาะแก่งที่มีรังนกอีแอ่น ท่านประธานครับ ราคากลาง ตั้งไว้เพียงแค่ ๒๐๐–๓๐๐ ล้านบาท ประมูลกันถึง ๑,๙๒๘.๖ ล้านบาท หลังจากประมูลไปเสร็จ หลายสัญญาสัมปทานครับ ผู้ที่ประมูลได้สูงสุด เซ็นสัญญาเสร็จแล้ว เก็บครั้งสองครั้งทิ้ง ไม่ยอมปฏิบัติตามรายละเอียดที่ลงนามกับท้องถิ่นเอาไว้ ก็มีการบอกเลิก คณะกรรมการ ก็มีการจัดประมูลหาผู้รับสัมปทานรายใหม่ ผู้รับสัมปทานรายเก่าที่ถูกฟัองร้องก็ได้มีการ ส่งคดีขึ้นมาสู่การพิจารณาของศาลปกครอง ประเด็นของปัญหาเปึนประเด็นเรื่องใหญ่ ๆ ที่ขัดต่อกฎหมายก็คือ มีการกล่าวอ้างกันว่า สัญญาประมูลรังนกอีแอ่นนี่นะครับ เปึน สัมปทาน มันมีมูลค่าของสัมปทานเกินกว่า ๑,๐๐๐ ล้านบาท เท่า พ.ร.บ. ร่วมทุน เพราะฉะนั้นการที่จังหวัดชุมพร คณะกรรมการรังนกที่จังหวัดชุมพรเป่ดสัมปทานครั้งนั้น นะครับ มันน่าจะผิดต่อกฎหมาย อยู่ที่ศาลปกครองมาจนถึงเดี๋ยวนี้ ศาลปกครองชั้นต้น ยังไม่พิจารณาออกมาเปึนมรรคเปึนผลเลย นี่ก็เปึนกรณีตัวอย่างให้เห็นนะครับว่า พอผลออกมาอย่างนี้ครับ เงินที่ได้มีการลงนาม ได้มีการวางมัดจําเอาไว้ตอนประมูลได้ ตกเปึนของจังหวัดแต่ละจังหวัด เช่น จังหวัดชุมพรอย่างนี้ แล้วถ้าเกิดผลการพิจารณาคดีออกมาเปึนซ้ายหรือเปึนขวา นะครับ ผลกระทบก็จะเกิดกับรายได้ของท้องถิ่น ความชักช้าตรงนี้ ความไม่รวดเร็ว ซึ่งความสลับซับซ้อนของเงื่อนไขข้อกฎหมายความจริงไม่ได้มากเลย แต่ผมก็ไม่ทราบ เหมือนกันว่า ข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว วันนี้ศาลปกครองชั้นต้นได้พิจารณาคดีดังกล่าวนี้ ไปถึงไหนแล้ว ทําไมมันถึงชักช้า สาเหตุที่ชักช้าในลักษณะคดีดังกล่าวนะครับ ปัญหา อุปสรรคมันอยู่ตรงไหน สิ่งดังกล่าวเหล่านี้น่าจะอยู่ในปัญหาอุปสรรคของรายงานผล การทํางานของศาลปกครองประจําป้มาบ้าง เพราะสภาแห่งนี้จะได้มีส่วนร่วมในการแสดง ความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าวเอาไว้ นั่นก็คือเรื่องที่ ๑

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานจะได้ดูในเรื่องเขตอํานาจศาล แล้วก็ที่ตั้งของศาล ผมนี่ทวงมาทุกป้ และผมก็ไม่สบายใจเลยที่ลุกขึ้นมาแล้วก็พูดในสิ่ง ดังกล่าวเหล่านี้ วันนี้ต้องพูดอีกครั้งหนึ่งครับ แล้วก็จะพูดต่อไปตราบใดที่รายงานฉบับนี้ ยังมีปรากฏอยู่ นั่นก็คือท่านบอกว่าจะมีศาลปกครองที่จังหวัดชุมพร คือศาลปกครอง ชุมพร มีจังหวัดที่อยู่ในเขตปกครองทั้งหมดก็คือชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรีและ จังหวัดระนอง จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ครับ ผมถามผ่านท่านประธานไปยังผู้ชี้แจงหน่อยว่า ที่ทําการศาลปกครองจังหวัดชุมพรอยู่ตรงไหนครับ มันไม่มีครับ และในขณะนี้พี่น้อง ประชาชนที่อยู่ในเขต ๔ จังหวัด ใช้บริการของศาลปกครองได้ที่ไหน ของชุมพรต้องไป นครศรีธรรมราช แต่ของเพชรบุรี ของประจวบคีรีขันธ์ล่ะครับ ไปที่ไหนครับ นี่คือปัญหา อุปสรรคที่ทําให้เกิดการบริการที่ล่าช้า แล้วก็เสียค่าใช้จ่ายโดยไม่จําเปึนสําหรับพี่น้อง ประชาชน เพราะฉะนั้นปรัชญาที่มาของคําว่า รวดเร็ว เปึนธรรม แล้วก็บรรเทา ความเดือดร้อนของประชาชน ตรงนี้ต้องทําให้ได้จริง ๆ และตรงไหนที่ทําไม่ได้ ผมก็ อยากจะเห็นในปัญหาอุปสรรค ในรายงานประจําป้ตรงนี้ว่ามันมีปัญหาอุปสรรคอะไรบ้าง ซึ่งสมาชิกในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้จะได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็น ถ้าหากขาด งบประมาณสภาแห่งนี้ก็มีบทบาทในการที่จะเปึนกรรมาธิการในการที่จะรับหลักการ วาระที่ ๑ แล้วเข้ากรรมาธิการวาระที่ ๒ ปัญหาอุปสรรคตรงนี้ขาดงบประมาณจะได้เติม ให้ท่าน แล้วผมถามทุกป้ทุกครั้ง ท่านก็บอกว่าป้หน้าแหละ ป้หน้าแหละ นี่มันก็หน้า อีกแล้ว มาถึงวันนี้ไม่ทราบผลคืบหน้าในการตั้งที่ทําการศาลปกครอง จังหวัดชุมพร อยู่ตรงไหน ก็ขออนุญาตถาม ๒ เรื่องใหญ่ ๆ เหล่านี้ เพื่อที่จะฟังความชัดเจนจากผู้ที่มา ชี้แจงในวันนี้ด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้ชี้แจงก็เก็บประเด็นต่าง ๆ ไว้นะครับ เพราะเดี๋ยวจะได้ตอบเสียทีเดียว เชิญ ท่านผู้อภิปรายต่อไปครับ ท่านชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ครับ ต้องขอประทานอภัยต่อท่านประธาน พอดีกําลังไปเจรจากับวิปเรื่องกรรมาธิการ ผู้สูงอายุ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้เปึนเรื่องของรายงานการปฏิบัติงานของ ศาลปกครองและสํานักงานศาลปกครอง ประจําป้พุทธศักราช ๒๕๕๐ ซึ่งตามบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญนั้น องค์กรต่าง ๆ นั้นจะต้องรายงานผลการปฏิบัติงานต่อสภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นศาลปกครองก็ได้กระทําในสิ่งเหล่านี้ ก็คือนําผลการปฏิบัติงานมาสู่สภา เพื่อให้สภานั้นรับทราบแล้วก็พิจารณา

เรื่องแรก อยากจะกราบเรียนท่านประธาน ก็คือในเรื่องของผมไม่อยากเห็น ประเทศไทยของเราที่มีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในหน่วยงาน นั่นก็คือ ลูกจ้าง โดยเฉพาะลูกจ้าง ชั่วคราว ศาลเปึนผู้ให้ความยุติธรรมต่อคน การที่ให้คนบางคนได้มีหน้าที่ตําแหน่ง บางตําแหน่ง แต่คนบางคนมีหน้าที่ไม่ทัดเทียมอีกตําแหน่งหนึ่งนั้น ถือว่าไม่ยุติธรรม หรือไม่ อย่างไร เพราะฉะนั้นอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า องค์กรของศาลนี่ เปึนไป ได้ไหมต่อไปไม่มีได้ไหมลูกจ้างชั่วคราวและลูกจ้างประจํา ขอยกระดับเปึนข้าราชการ ทั้งหมด สิ่งเหล่านี้ทําได้หรือไม่ อย่างไร ผมคิดว่าไม่ใช่เปึนสิ่งที่ยากเย็นและก็เปึนสิ่งที่ปฏิบัติไม่ได้ เลย ยกเว้นไม่ปฏิบัติ ผมเองอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่าคงไม่ได้พูดกับ หน่วยงานของศาลปกครองเท่านั้นนะครับ ซึ่งเปึนหน่วยงานที่ตั้งใหม่ แม้แต่สภา ผู้แทนราษฎรก็ได้พูด แล้วก็สภาผู้แทนราษฎรก็บอกว่าไม่มีแล้ว ไม่มีแล้วนะครับ ลูกจ้าง ชั่วคราวและลูกจ้างประจํา เพราะฉะนั้นเจ้าหน้าที่ทั้งหมดได้ฟังได้ยินก็บอกมา ถ้ามีร้องเรียนมา ยินดีที่จะดําเนินการให้เรื่องนี้ ก็ขอให้ท่านได้รับปากได้ไหมว่าจะหมด เมื่อไรและปัจจุบันเหลือแค่ไหน ป้ ๒๕๕๐ มีอยู่ ๑๒๐ คน ลูกจ้างชั่วคราว แล้วก็ ลูกจ้างประจํามีทั้งหมด ๒๓ คน ขออนุญาตยกระดับทั้งหมดนะครับ ยกระดับ ความเปึนอยู่ของพี่น้องประชาชน ถ้าตราบใดก็ตามแต่เรายังมีลูกจ้างชั่วคราวหรือ ลูกจ้างประจําอยู่ในประเทศ ประเทศเราพัฒนาไม่ได้ครับ ไม่พัฒนาแน่นอน เพราะว่า ชนชั้นยังต่างกัน

อีกเรื่องหนึ่ง ก็คือเรื่อง ผมเองได้รับรายงานแล้วตัวชี้วัด แล้วผมไม่สบายใจ ผมอยากจะกราบเรียนครับว่าผมจบรัฐประศาสนศาสตร์ ดุษฎีบัณฑิต เพราะฉะนั้น การบริหารองค์กรภาครัฐรู้แล้วก็ทราบ เพราะฉะนั้นต้องเรียนต่อท่านทั้งหลายครับว่า ต้องเรียนต่อท่านประธานครับว่าตรงนี้ต้องนําเรียนนะครับว่า ทําไมถึงต้องมาห่วงตัวชี้วัด แล้วก็ทําไมถึงต้องเปึนอย่างนั้น ผมเชื่อครับว่าโดยลําพังของผู้บริหารเพียงคนเดียว หรือกลุ่มเดียว หรือคณะเดียวไม่สามารถทํางานได้ครับ ให้องค์กรสัมฤทธิ์ผลได้ ตัวชี้วัด เครื่องชี้วัด แล้วก็อุปกรณ์ต่าง ๆ ในการที่จะทําหรือผลักดันนี้เปึนส่วนสําคัญอย่างยิ่งที่จะ ให้งานนั้นบริหารได้ราบรื่นหรือดีตามเจตนารมณ์ หรือตามวิสัยทัศน์ของผู้บริหาร อยากจะ กราบเรียนครับ ว่านี่คือสิ่งที่อยากจะบอกนะครับ แล้วก็อยากจะให้ไปศึกษาแล้วก็ปรับเสีย ผมไม่ได้ดีใจกับงานนะครับ ท่านเขียนมาหน้าที่ ๖๑ ครับ ขออนุญาตท่านประธานครับ ถ้าเอกสารมีก็ขออนุญาตนะครับ ช่วยดูด้วยก็จะดี

เรื่องที่ ๔ จํานวนผลงานและเอกสารวิชาการเกี่ยวกับหลักกฎหมาย ปกครองและกระบวนการยุติธรรมทางศาลปกครองที่เผยแพร่ กําหนดไว้ ๙ เรื่องครับ ท่านประธาน แต่ปรากฏว่าไปเผยแพร่ได้ทั้งหมดเท่าไรครับ ๒๙ เรื่อง ท่านประธานฟังดูมัน น่าจะดีใจนะครับ แต่ผมไม่ดีใจ แสดงให้เห็นว่าเรื่องที่ตั้งไว้ทีแรกมันตั้งผิด แสดงว่าการตั้ง ไม่ถูกต้อง ไม่มีความเหมาะสมสอดคล้องต้องด้วย แล้วปรากฏว่าทํามาได้ถึง ๒๙ เรื่อง ถ้าวันนี้ ถ้าตั้งไว้ในอดีตตั้งไว้สัก ๒ เรื่อง วันนี้ก็จะได้ทั้งหมดเท่าไร ๒๙ เรื่องก็จะได้ มากกว่าเก่าใช่ไหม อันนี้ตั้งไว้ทั้งหมด ๙ เรื่อง ก็ได้เพิ่มไป ๒๐ เรื่อง มากกว่าเก่า อย่างนี้ ถือว่าไม่ใช่นะครับ ผิดนะครับ การตั้งนั้นผิดแล้ว ไม่ถูกต้องแล้ว การตั้งนั้น การทํานั้นต้อง สอดคล้อง ไม่ใช่ท่านบอกว่าท่านมีเรื่องที่จะทําทั้งหมดว่า ๓ เรื่อง ท่านก็ทํา ๓ เรื่อง มี ๑๐ เรื่องก็ทํา ๑๐ เรื่อง อย่างนั้นมันไม่ใช่ สมรรถนะมันไม่มี ต้องดูสมรรถนะด้วยว่า สมรรถนะนั้นมีหรือไม่ อย่างไร มิฉะนั้นองค์กรหรือพนักงาน หรือเจ้าหน้าที่ก็จะไม่ได้ ปฏิบัติงาน เพราะว่าสายงานนั้นไม่มีงานทํา ก็นั่งตบยุงแปะ ๆ ถ้าอย่างนี้ไม่ได้ครับ เสียเงินเดือนครับ ผิดครับ การบริหารภาครัฐ การบริหารให้เปึนไปในองค์กรที่ดีนั้นไม่ได้ครับ องค์กรจะเสื่อมครับ ถามว่าเสื่อมทําไม ก็อีกหน่วยงานหนึ่งไม่มีงานทํา อีกหน่วยงานหนึ่ง ทําแทบตาย แล้วไม่ช่วยกัน ก็กินเงินเดือนเท่ากัน เพราะฉะนั้นก็ไม่ทํา การไม่ทํางานของ องค์กรภาครัฐมันก็เกิดขึ้น นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นการบริหารภาคประชาชนหรือ บริหารทางภาคธุรกิจเอกชนนั้นเขาบริหารแล้วเขามีตัวชี้วัดหลายเรื่อง หลายปัจจัย หลาย ๆ ตัว ทําให้องค์กรเขาสามารถขับเคลื่อนไปได้และไปได้ดี เพราะฉะนั้นตรงนี้ต้อง แก้ไขครับ ไม่ใช่ผมดีใจนะ ก็ขอฝากไว้ให้แก้ไขด้วย ผมพูดในกรรมาธิการนะครับ ไม่ใช่อยู่ดี ๆ เอาตัวเลขมาเคาะนะครับ อยากจะคิดวันนี้ จะตั้ง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ก็เอาเลข ๗๐ เปอร์เซ็นต์มาตั้ง วันนี้อยากจะตั้งเลข ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ก็มาตั้ง แล้วผลสัมฤทธิ์ออกมาเท่าไรก็มาว่า อย่างนั้นไม่ใช่นะครับ การตั้งของเลขที่มานี่ ไม่ใช่อยู่ที่ใจคนนะครับ ไม่ใช่อยู่ที่ใจ ไม่ใช่อยู่ที่หน่วยงาน ตัวเลขที่ตั้งนี่มันต้องไปวัดกับ ต่างประเทศเขาด้วย วัดกับสากลเขาด้วยว่า สากลเขามีระดับนี้เหมือนกับเล่นฟุตบอล ยกตัวอย่าง ระดับฝ้มือเขามีขนาดนี้ ของเราตั้งแล้วระดับขนาดนี้ แล้วตั้งเสียสูงเท่าเทียม เขาเลย แต่ไปสู้เขาไม่ได้เลยสักแมทช์ (Match : การแข่งขันกีฬาที่ติดต่อกันครั้งหนึ่ง จะเปึนกี่เกมกี่เซ็ทก็สุดแต่จะตกลงกัน) หนึ่งอย่างนี้ ไม่ได้สักครั้งหนึ่งอย่างนี้ ถือว่าตั้งผิด ไม่ใช่ มาตรฐานเรายังไม่ถึง ถ้าอย่างนั้นการพัฒนามันจะไม่เกิด อันนี้ผมขออนุญาต กราบเรียนไว้

อีกเรื่องหนึ่งก็คือ ไปที่หน้า ๖๒ ผมใส่ใจครับเรื่องอย่างนี้ ร้อยละของ จํานวนคดีที่ศาลปกครองรับไว้พิจารณาต่อคดีที่ประชาชนยื่นฟัองทั้งหมด เปอร์เซ็นต์ได้ ๗๕ เปอร์เซ็นต์ นั่นแสดงว่า ๒๕ เปอร์เซ็นต์ส่วนไม่ได้รับไว้ สาเหตุที่ไม่รับไว้นี้เพราะว่า คนมาฟัอง มาร้อง ๒๕ เปอร์เซ็นต์ในประเทศนี่ไม่รู้เรื่อง แล้วถ้าเกิดว่าคนนั้นปรากฏว่า เปึนอะไร เปึนทนายด้วยยิ่งไม่รู้เรื่องใหญ่เลย เพราะแทนที่จะรู้เรื่องกลับไม่รู้เรื่อง เอาไป ฟัองแล้ว ไปร้องแล้ว ปรากฏว่าอย่างไร เรื่องทั้งหมดนั้นใน ๑๐๐ เรื่องถูกยกทิ้งไป ๒๕ เรื่อง แสดงให้เห็นว่าสมรรถนะ ประสิทธิภาพหรือประสิทธิผลของคนที่เกิดความรู้ ความเข้าใจในเรื่องของการร้องเรียนหรือการฟัองร้องไม่มี ท่านจะต้องทําในเรื่องหนึ่ง นั่นก็ คือในเรื่องของการเผยแพร่เอกสารให้ความรู้ ความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน เพื่อให้ พี่น้องประชาชนนั้นมีความรู้ ความเข้าใจให้มากยิ่งขึ้นในเรื่องเหล่านี้ มิเช่นนั้นคนที่ ๒๕ เปอร์เซ็นต์นี่ไม่ได้รับสนองตอบนะครับ ไม่ใช่เขาไม่ทุกข์นะครับ เขาไม่ได้รับความเปึน ธรรม เขาไม่ได้รับความเดือดร้อน แต่เราดูแลแล้วได้แค่ ๗๕ เปอร์เซ็นต์เอง อีก ๒๕ เปอร์เซ็นต์นั้นทิ้ง ๐ เลยนะครับ ทิ้ง ๐ เลย เพราะฉะนั้นการทําให้ใกล้เคียงเท่าไร ใกล้เคียงในที่นี้คือใกล้เคียง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แสดงว่าเราได้สนองตอบความทุกข์ยาก ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน หรือการไม่ได้รับความเปึนธรรม เพราะฉะนั้น อยากจะให้ทําเถอะสิ่งเหล่านี้ ๗๕ เปอร์เซ็นต์นี่ถือว่ายังใช้ไม่ได้ ต้องทําให้ได้มากกว่านี้ ในต่างประเทศหรือในศาลอื่น หรือในองค์กรอื่นเขาทําได้เท่าไร อยากจะให้เปึน ตัวเปรียบเทียบ ตัวชี้วัดด้วยว่า จริง ๆ แล้วต้องเท่าไร

อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องที่ท่านได้ทําไปนี้ ๗๕ เปอร์เซ็นต์ ในข้อที่ ๙ ท่านรับมา ๗๕ เรื่อง ปรากฏว่าร้อยละที่สามารถทําแล้วผลปฏิบัติงานก็คือ ทําได้ ท่านทําได้ ๗๗ เปอร์เซ็นต์ คิดเปึนเท่าไรของการรับเรื่อง เมื่อสักครู่นี้หายไป ๒๕ เปอร์เซ็นต์นะครับ ความทุกข์ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ปรากฏว่าท่านทําได้แค่ ๗๗ คิดได้เปึน เท่าไร ๕๗ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเองของการรับเรื่อง ถ้าเราไปคิดตอนต้นของคนที่มีความทุกข์ ความเดือดร้อน ท่านบําบัดทุกข์ให้เขาหรือดูแลเขานี่ ผลของการปฏิบัติงานของท่านเกิด ความพึงพอใจหรือไม่พึงพอใจก็ตามแต่ เหมือนกับสมาชิกพูดว่า พิพากษาแล้วได้ผล ไม่ได้ผลอย่างไร ถูกต้อง ไม่ถูกต้อง ผมจะไม่พูด แต่ผมจะพูดถึงผลของการทํางานออกมา นี่มันได้แค่ ๕๗ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง มันไม่ได้นะครับ ถ้าเปึนเด็กสอบหนังสือหลังจาก ส่งไปเรียนแล้วมันตกไปเยอะเลยนะครับ ไม่ได้นะครับ แสดงว่าประเทศไทยของเราการที่ ได้รับความยุติธรรมมันน้อยเหลือเกินเลย มันอยู่ที่ ๕๗ เปอร์เซ็นต์ของความที่เขาได้รับ ความเดือดร้อน แล้วเราต้องดูแลเขานี่ได้แค่ ๕๗ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง คนอีกตั้งเท่าไร อีกตั้ง ๔๓ เปอร์เซ็นต์ถูกทอดทิ้ง เยอะนะครับ กึ่ง ๆ ในแผ่นดินนี้ แล้วแผ่นดินนี้ไม่แตกแยก ได้อย่างไร แตกแยกนะครับ เพราะคน ๔๓ เปอร์เซ็นต์นี่เขาไปอีกทิศหนึ่งเลยนะ ไม่ได้ ตรงนี้ต้องแก้ไข เราช่วยกัน ช่วยกันแล้วประเทศเราจะดีครับ อีกสิ่งหนึ่งที่อยากจะกราบเรียนก็คือในเรื่องของเงิน ท่านมีเรื่องเข้ามาทั้งหมดนี่ท่านบอก ว่าทําสําเร็จ คดีหน้าที่ ๖๐ นะครับ คดีที่ดําเนินการแล้วเสร็จในป้ ๒๕๕๐ ๓๖๔ คดี งบประมาณแผ่นดินที่ใช้ไปทั้งหมด ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาทครับ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท การที่มีองค์กรที่มากขึ้นโตขึ้นใหญ่ขึ้นนี่ ผมเห็นในประเทศไทยนี้ ผมเกิดมาก็อายุขนาดนี้แล้ว เห็นสร้างกันเยอะเลย แต่ท้ายที่สุดมันต้องยุบสลาย เพราะบ้านเมืองไม่มีสตางค์ ทุกคน ทุกหน่วยงาน ทุกองค์กรจะเอาองค์กรของตัวเองให้ใหญ่โตขึ้นเพื่อวัดผลว่า ได้รับงบประมาณมาก เพื่อที่จะดําเนินการในเรื่องของอะไรก็ตามแต่ ก็ต้องบอกว่าไม่ใช่ แล้ว ผิดแล้ว วันนี้ถ้าประเทศไทยของเรานั้นไม่มีคดีเลยสักคดีหนึ่ง ไม่มีการร้องเรียนเลย ท่านคิดว่าประเทศไทยจะเปึนสุขขนาดไหน วันนี้ถ้าบ้านเมืองเรามีการร้องเรียนทุกวันนี้ เลย วันละเยอะแยะหมดเลย ท่านคิดว่าบ้านเมืองเราจะเปึนสุขขนาดไหน ลองไป เปรียบเทียบดู นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่าน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านจะต้องทํานี่ ผมอยากจะกราบเรียนนะครับว่า ท่านจะต้องไปทําในเรื่องของการที่ให้ความรู้เชิงความรู้ การปัองกันคดีมาสู่ศาลต้องทําครับ ทําอย่างไรพี่น้องประชาชนถึงไม่มีคดีมาสู่ ศาลปกครอง ทําอย่างไรพี่น้องประชาชนถึงไม่มีคดีไปสู่ศาลอาญาหรือศาลอื่น ถ้าตราบใด ก็ตามแต่พี่น้องประชาชนไม่มีคดีมาสู่ศาล นั่นหมายความว่าประเทศของเรานั้น ไม่มีความแตกแยก ไม่มีการทะเลาะเบาะแว้งใช่หรือไม่ มีความเข้าใจกันตรงกัน สอดคล้องต้องกันด้วย นี่คือสิ่งที่อยากจะกราบเรียนอย่างนั้น เพราะฉะนั้นท่านจะต้องทํา ในเชิงปัองกันด้วย ท่านจะทําในเชิงรักษาอย่างเดียวไม่ได้ เหมือนทางการแพทย์ เพราะว่า ถ้าทางการรักษาท่านพิพากษาเท่าไรก็ตามแต่เถอะ มันเปึนลักษณะของการรักษา รักษาให้เกิดความยุติธรรม ไม่เกิดความขัดแย้ง ไม่เกิดความเข้าใจผิดกัน หรืออะไรก็ตามแต่ ท้ายที่สุดมันไม่ใช่ครับ ท่านพยายามทําให้เกิดความเข้าใจกันมากน้อย ขนาดไหนก็ตามแต่ แต่ท้ายที่สุดผมว่ามันไม่ใช่ทีเดียว เพราะฉะนั้นอยากจะกราบเรียน นะครับว่าต้องทําในเชิงของการปัองกันไม่ให้คดีนี้มาสู่ศาลให้ได้ ผมไม่ได้พูดถึง ศาลปกครองเท่านั้นนะครับท่านประธานครับ หมายถึงศาลอื่นด้วย เพราะฉะนั้นก็เรียนต่อ ท่านประธานครับว่า นี่คือสิ่งที่จะต้องทํา เมื่อเราปัองกันไม่ได้ต้องทําอะไรครับ แก้ไขครับ สิ่งที่เราต้องแก้ไขในสังคมคืออะไร เมื่อเรารู้ว่าสังคมนี้มีการร้องกันมาก มีการฟัองร้องกันมาก มีความไม่เข้าใจกันมาก เยียวยาทําอย่างไร แก้ไขอย่างไร เราเปึนผู้หนึ่งนะครับ เปึนพสกนิกรขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีหน้าที่ครับ ทุกคนต้องมีหน้าที่ ในการทําความเข้าใจคนในสังคม เพื่อให้สังคมนี้อยู่กันอย่างสันติสุข เพราะเรามา เดี๋ยวก็ไปแล้ว อยู่กันมาไม่เกิน ๑๐๐ ป้ ตีกันแทบตาย แต่ท้ายที่สุดก็เข้าโลงเหมือนกัน ไม่ใช่ครับ เราต้องเอาดีให้กัน ต้องเอาดีให้กันครับ ใครมีสิ่งที่ดีก็เอาสิ่งที่ดีให้กันแล้วสังคมเรา จะได้รับความดีเปึนร้อย ถ้าเรามีดีอยู่อย่างเดียวเรารับความดีของเราคนเดียวนะครับ ไม่รับความดีของคนอื่น เราก็มีแค่ดีอย่างเดียว แต่วันนี้ถ้าเรารับความดีของคนอื่นด้วย เราก็จะได้รับความดีเปึนร้อย ก็อยากจะกราบเรียนทําความเข้าใจอย่างนั้น ผมเองพูดมา ก็ยังไม่ได้สรุปท่านประธานว่า จริง ๆ แล้ว ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ ถ้าเราไปคิดตามคดีของ ความสําเร็จนี่ท่านใช้เท่าไร ๓ ล้านกว่าบาท ๓ ล้านกว่าบาท เยอะไหม เยอะนะ นี่คือความสําเร็จของงาน แต่ว่าอยากจะกราบเรียนครับว่า อยากจะเห็นองค์กร ศาลปกครองเปึนองค์กรไม่ใหญ่ แต่ไม่แน่นะผู้บริหารอาจจะอยากจะเห็นใหญ่ก็ได้ ผมไม่แน่ใจ แต่ผมไม่อยากเห็นใหญ่ ถามว่าองค์กรใหญ่นี่ไม่อยากเห็น แต่อยากเห็นองค์กรที่มีประสิทธิภาพ เชิงประสิทธิภาพ เพราะอะไร ยิ่งองค์กรใหญ่เท่าไร การใช้งบประมาณก็ยิ่งมาก การขับเคลื่อนบุคลากรก็ยิ่งเยอะ ความเสียหายต่อชาติ บ้านเมืองในเรื่องของเชิงเศรษฐกิจยิ่งมาก เพราะว่าองค์กรของเราไม่ได้เปึนองค์กรที่ หาเงินได้เอง เปึนองค์กรที่ต้องใช้เม็ดเงิน ท่านอาจจะตอบโต้ผมบอกไม่ใช่ องค์กรของเรานี่ มีองค์กรที่ได้จากเงินมี จากโน่นจากนี่ จากผลคดี จากการอะไรก็ตามแต่ แต่ขอกราบเรียนครับ นั่นเปึนน้ําตา นั่นเปึนหยดเลือด นั่นเปึนหยาดเหงื่อของพี่น้องประชาชนคนในชาติ เพราะฉะนั้นไม่อยากเห็นในสิ่งเหล่านี้ ก็ขอกราบเรียนครับ ท่านประธานครับว่า นี่คือสิ่งที่ อยากจะให้ทางศาลนั้นได้ดําเนินการพิจารณา เมื่อสักครู่ผมพูดไปในเรื่องของการปัองกัน และแก้ไข อีกสิ่งหนึ่ง ก็คือพูดไปแล้วแต่ไม่ได้นําเสนอ นั่นก็คือการฟุ๋นฟู อยากให้ฟุ๋นฟูครับ ฟุ๋นฟูความเข้าอกเข้าใจในเรื่องต่าง ๆ ไม่ใช่ตัดสิน โพละ ๆ ไม่รู้นะ ผมก็ไม่ทราบนะ ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าท่านทําอย่างนั้นหรือเปล่า แต่ที่ผมเห็นมามันเปึนอย่างนั้น พอตัดสินเสร็จออกนอกบัลลังก์ บางทียังไม่มีอะไรเลย เซ็นกันข้างนอก ไม่แน่ใจผมวิพากษ์ ศาลผิดหรือถูกไม่รู้ในการปฏิบัติงาน ผมเรียนมา ผมศึกษามา ผมไม่พูด การเรียนของผม ไม่มีประโยชน์ ผมรู้เอง ตายเอง ไม่มีประโยชน์ในแผ่นดินนี้ เงินทองที่เรียนไปเปึนเงินทอง ของประเทศทั้งนั้น เพราะฉะนั้นการพูดการบอก ผิดถูกท่านบอกมา เมื่อรู้ในสิ่งเหล่านี้ ก็พูดในสิ่งเหล่านี้ จะไม่พูดในสิ่งที่ไม่รู้ จะไม่พูดในสิ่งที่ไม่เรียน เพราะว่าบ้านเมืองเรานี่แปลก ท่านประธาน บางคนไม่ได้เรียนนะ พูดเยอะเลยเรื่องนั้น ขออนุญาตเหมือนกับอะไร พหูสูตมา ครูพักลักจํา เขาบอกอย่างนั้น เอามาพูดได้เปึนตุเปึนตะ เรื่องการแก้ไขปัญหา ความขัดแย้งเหมือนกัน ไม่ได้ศึกษามาเลย พูดได้สารพัดเลยว่าแก้อย่างไร แก้อย่างนั้น ต้องทําอย่างนั้น ต้องทําอย่างนี้ ถามว่าเรียนอะไรมา ศึกษาอะไรมา คนที่เขาเรียน เขาศึกษามาเขายังไม่อยากจะพูดเลย แต่คนที่ไม่เรียนไม่ศึกษาพูดได้เปึนตุเปึนตะ นี่คือสิ่งที่มันต้องแก้ไข แล้วก็ต้องป่ดปากด้วย ผมพูดวันนี้เยอะไปหรือเปล่าก็ไม่รู้ ท่านประธานครับ แต่อย่างไรก็ตามแต่ ท่านผู้พิพากษา ท่านศาลครับ ต้องป่ดปากเขาด้วย นะครับ เพราะว่าบางทีเขาพูดมากไปก็ไม่ดี ต้องป่ดปากไม่ให้เขาพูดด้วยเวลาพิพากษา ฟุ๋นฟู ก็คือเปึนไปได้ไหมที่จะทําอย่างไรให้สิ่งเหล่านี้มันเกิดความเข้าอกเข้าใจกัน หลังจากที่ท่านมีคําพิพากษาด้วยเหตุใด หรือจะฟุ๋นฟูโดยการที่เรียกว่า ไปอบรสัมมนา อย่างไร หรือทําอะไรขึ้นมาอย่างไร ซึ่งขึ้นอยู่กับวิธีการหรือแนวทางของท่านที่ท่านจะต้อง ไปดําเนินการ นั่นคือสิ่งที่อยากจะฝากไว้ ท่านประธานครับ ผมเองก็คงต้องขอกราบ ขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผม แล้วก็ขอกราบขอบคุณทางศาลปกครองนะครับ ที่ให้ผมได้นําเสนอ สิ่งใดผิดพลาดก็ขอกราบเรียนขอประทานอภัยด้วย แต่สิ่งใดที่มี คุณประโยชน์ก็ขอได้รับไปดําเนินการพิจารณาด้วย ขอกราบขอบคุณครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภา ผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่มีผู้ประสงค์อภิปรายเพิ่มเติมนะครับ ขอเชิญท่านเลขาธิการสํานักงานศาลปกครอง คุณสุชาติ เวโรจน์ ครับ

นายสุชาติ เวโรจน์ เลขาธิการสํานักงานศาลปกครอง 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาและท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติครับ กระผม นายสุชาติ เวโรจน์ เลขาธิการสํานักงานศาลปกครองนะครับ ขออนุญาตตอบข้อซักถามของท่านนะครับ ที่ผมฟังมาทั้งหมดนี่ ผมพยายามที่จะสรุปประเด็นคําถามที่ท่านมีมาให้กับศาลปกครอง นี่นะครับ มีทั้งหมดประมาณ ๑๖–๑๗ ประเด็นนะครับ ผมจะขออนุญาตไล่เรียงตอบ ไปทีละประเด็นนะครับ ถ้าขาดตกบกพร่องตรงไหน ท่านถามเพิ่มเติมเข้ามาได้นะครับ

เรื่องแรก ผมขออนุญาตเรียนท่าน ส.ส. พีรพันธุ์ พาลุสุข นะครับว่า ที่ท่านถามว่าในเรื่องของการทํารายงานผลการปฏิบัติงานของศาลนี่ท่านควรที่จะถาม เพิ่มเติมเข้ามาได้นะครับ เรื่องแรกผมขออนุญาตเรียนท่าน ส.ส. พีรพันธุ์ พาลุสุข นะครับว่า ที่ท่านถามว่าในเรื่องของการทํารายงานผลการปฏิบัติงานของศาล ในกรณีที่รายงานสภานั้น ควรที่จะจัดทําเปึนรูปแบบเฉพาะกรณีนะครับ เพื่อเสนอสภาก็เปึนความคิดที่มีประโยชน์ เปึนข้อแนะนําที่มีประโยชน์ แต่ผมกราบเรียนว่าที่นําเสนอในตลอดมาที่ผ่านมาทาง สํานักงานศาลปกครองนี้ได้ทําตามกฎหมายนะครับที่มาตรา ๙๓ ที่กําหนดว่า จะต้องให้มี รายงานผลการปฏิบัติงานต่อคณะรัฐมนตรีต่อสภาผู้แทนราษฎร และต่อวุฒิสภา เพราะฉะนั้นรูปแบบก็เลยออกมาในรูปที่เหมือน ๆ กัน แต่ส่วนใหญ่แล้วสาระก็จะเปึนเรื่อง ของผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมานะครับ แล้วก็รวมทั้งคําพิพากษาที่น่าสนใจ แล้วก็ การวิเคราะห์เหตุแห่งการฟัองคดี แล้วก็แนวบรรทัดฐานของคําพิพากษา เราพิมพ์ทั้งหมด ๑๔,๐๐๐ เล่มนะครับ แล้วก็นอกจากที่นําเอามาชี้แจงต่อสภาทั้งสองสภาแล้วก็ คณะรัฐมนตรีแล้วยังนําเผยแพร่ให้กับ อบต. อบจ. (องค์การบริหารส่วนจังหวัด) อีก ๙,๐๐๐ แห่ง รวมทั้งเทศบาลต่าง ๆ ทั่วประเทศ ซึ่งก็คิดว่าจะเปึนตัวที่สะท้อนให้เห็น นะครับ ถึงปัญหาแล้วก็การทํางานของศาลนะครับ แล้วก็เหตุผลสําคัญที่ต้องรายงานต่อ สภาก็เพราะว่าทางสภานั้นเปึนผู้อนุมัติงบประมาณให้ศาลปกครองไปทํางานนะครับ เมื่อเวลามีผลงานแต่ละป้ก็จําเปึนจะต้องมารายงาน

ประเด็นที่ ๒ ที่ท่านฝาก ท่านบอกว่า ในกรณีที่การวิเคราะห์เหตุแห่ง การฟัองคดีออกไปแล้วไม่เห็นคดีลดลงเลย อันนี้เปึนประเด็นปัญหาที่ทางสํานักงาน ศาลปกครองยอมรับนะครับ แต่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่ในแต่ละป้ที่ผ่านมาก็ได้มีการที่จะ พยายามที่จะนําเอาคําพิพากษาที่เปึนบรรทัดฐานตัดสินแล้วเปึนบรรทัดฐาน แล้วก็เปึน แนวในการปฏิบัติราชการออกไปเผยแพร่กับข้าราชการ โดยเฉพาะทั้งในเรื่องของ การเผยแพร่ในรูปของเอกสารนะครับ การเชิญมาอบรมพัฒนานะครับ แล้วก็มีการออก ในเว็บไซต์ (Web site) นะครับ ต่าง ๆ ซึ่งก็ทําทั้งรูปแบบ ๔ ป้ที่ผ่านมานั้นก็เผยแพร่ เอกสารไปประมาณ ๖๐,๐๐๐ ฉบับนะครับ แล้วก็เว็บไซต์นั้นมีคนเข้ามาดูประมาณ ๑ แสนกว่าคนนะครับ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ก็คิดว่า โดยธรรมชาติของคดีปกครองเปึน คดีที่เนื้อหาที่ค่อนข้างที่จะยากนะครับ แล้วก็บางครั้งคนที่อ่านก็อาจจะท้อไม่ใส่ใจที่จะ เรียนรู้นะครับแต่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่ก็ได้มีการรายงานต่อคณะรัฐมนตรีทุกครั้ง ทุกป้ รายงานมาตลอดนะครับ เพื่อที่จะให้เกิดการปฏิบัติงานนะครับ เพราะว่าการที่ ข้าราชการนั้นไม่ทําผิดในเรื่องของกฎหมายปกครอง ก็เปึนส่วนหนึ่งในการที่จะลดคดีที่จะ มาสู่ศาลได้นะครับ ก็จะทําให้คดีศาลนั้นตัดสินคดีได้เร็วขึ้นนะครับ ส่วนในเรื่องของคําว่า ตุลาการภิวัตน์ แล้วก็ศาลตัดสินคดีนั้น ในเนื้อหาของคดีว่าเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง หรือว่าอย่างไรก็แล้วแต่ ผมในฐานะที่เปึนเลขาธิการนั้นก็คงไม่อาจที่จะก้าวล่วงเข้าไป วิพากษ์วิจารณ์ในคําตัดสินของศาลได้ ปกติการวิพากษ์วิจารณ์คําตัดสินของศาลเปึนสิ่งที่ กระทําได้ถ้าเปึนการวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงวิชาการ และสิ่งที่ท่านสมาชิกสภาได้ให้ ข้อสังเกต แล้วก็ให้ข้อคิดเห็นในเรื่องคําพิพากษาศาลก็เปึนสิ่งที่ดีนะครับ ในแง่ของ การพัฒนาในแนวทางของการตัดสินคดีของศาลนะครับ ซึ่งอันนี้ผมคิดว่าก็เปึนสิ่งที่ทาง ผมก็คงจะต้องรับเอาไปนะครับ ในส่วนของข้อวิพากษ์วิจารณ์ ผมเรียนอย่างนี้ครับว่า ปกติในสังคมประชาธิปไตย การที่คนเราจะมีข้อพิพาทกันมันต้องมีองค์กรใดองค์กรหนึ่ง ขึ้นมาชี้ขาด เพราะไม่อย่างนั้นแล้วมันไม่ยุติ แล้วก็แน่นอนนะครับว่าโดยธรรมชาติของการ ชี้ขาดนั้นมันย่อมต้องมีทั้งผู้ที่แพ้และผู้ที่ชนะ เพราะฉะนั้นเปึนไปไม่ได้ที่ว่าทุกคนจะพอใจ นะครับ แน่นอนคําวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงวิชาการนั้น จึงคิดว่าเปึนที่ที่ยอมรับกันได้ แล้วก็ ศาลปกครองก็ยอมรับในเรื่องนี้มาตลอด อันนี้ก็อยากจะกราบเรียนนะครับ แล้วก็ข้อสําคัญ การที่ศาลจะตัดสินนี่นะครับ ปกติศาล จะมีเหตุผลที่ชัดเจนไว้ในคําพิพากษาอยู่แล้ว ผมเรียนยืนยันได้ว่า เท่าที่ผมอยู่ที่ใน ศาลปกครอง ผมไม่เคยเห็นว่ามีการแทรกแซงทางการเมืองหรือว่ามีอคติอะไรต่าง ๆ แล้วก็ ตัวอย่างต่าง ๆ ในคอลัมน์ที่หนังสือพิมพ์ลงนั้น ขอยืนยันว่ามันไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นใน ศาลปกครองนะครับ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ผมก็คงจะพูดอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้ เพราะว่า ผมก็คงไม่อยู่ในฐานะที่จะไปวิพากษ์วิจารณ์อันนั้น

ประเด็นที่ ๒ ที่อยากจะกราบเรียนก็คือ เรื่องคดีล่าช้า คืออย่างนี้ครับ ในหน้า ๒๕ ของรายงาน ทางสํานักงานศาลปกครองนั้นได้มีการแสดงให้เห็นถึงกระบวน วิธีพิจารณาซึ่งเปึนระบบไต่สวน คือปกติในคดีปกครอง เราจะใช้กระบวนวิธีพิจารณาแบบ ไต่สวน ไม่ใช่เปึนระบบกล่าวหาอย่างที่ใช้กันในระบบของศาลยุติธรรม ระบบไต่สวนนั้น ก็คือการที่จะพยายาม ศาลนั้นจะเปึนผู้ที่เข้าไปแสวงหาข้อเท็จจริง เพื่อให้ได้ความจริง ตามเนื้อผ้าแล้วก็เอามาตัดสิน เพราะว่าคดีปกครองนั้นเปึนคดีพิพาทระหว่างประชาชน กับรัฐ ฉะนั้นการที่ปล่อยให้ทั้ง ๒ ฝ์าย ซึ่งมีสถานะแตกต่างกันแล้วมาสู้คดีกัน ประชาชน เสียเปรียบอยู่วันยังค่ํา ฉะนั้นวิธีการที่จะสร้างดุลให้ประชาชนสามารถที่จะต่อสู้คดีกับ รัฐได้ ก็คือศาลนั้นจะต้องเปึนฝ์ายที่จะลงไปแสวงหาข้อเท็จจริง ซึ่งแน่นอนกระบวนการ มันต้องมีกระบวนการ ฉะนั้นความล่าช้ามันจึงเปึนของธรรมดาในการพิจารณาคดี คํากล่าวที่บอกว่าความล่าช้าคือความไม่ยุติธรรมนั้น ก็จะพูดกลับอีกอย่างว่า ความเร็ว และไม่รอบคอบ ก็คือความไม่ยุติธรรมอีกอย่างหนึ่ง ฉะนั้นมันจึงต้องมีลักษณะที่สมดุล แล้วก็พอดี ๆ ผมเรียนว่าคดีที่เข้ามาในศาล ปกติศาลจะพิจารณาโดยระบบไต่สวน ซึ่งจะต้องใช้เวลาในการที่จะขอข้อมูลจากฝ์ายฟัองกับผู้ถูกฟัองกลับไปกลับมาอยู่ ฉะนั้น ขั้นตอนมันจึงต้องมีขั้นตอนของการแสวงหาข้อเท็จจริง และเมื่อเสร็จการแสวงหา ข้อเท็จจริง ศาลจะต้องสรุปข้อเท็จจริงจากคู่กรณีทั้ง ๒ ฝ์าย ให้คู่กรณีได้เห็นแล้วก็ยอมรับ ว่าข้อเท็จจริงที่มัดมาทั้งหมดมันเปึนอย่างนี้นะ เปึนที่ยอมรับกันนะ ซึ่งก็ต้องใช้เวลา ในการดําเนินการ และหลังจากนั้นคําพิพากษาของศาลปกครองผมเรียนยืนยันว่ามันเปึน คําพิพากษาที่แตกต่างจากคําพิพากษาของศาลยุติธรรม เพราะเนื่องจากว่าคําพิพากษา ของศาลปกครองนั้นจะมีคําพิพากษา ๒ ชั้น ก็คือจะมีตุลาการผู้แถลงคดีนั้นจัดทํา คําพิพากษาไปชั้นหนึ่งก่อน ฉะนั้นขั้นตอนนี้ก็เปึนขั้นตอนที่จําเปึนต้องใช้เวลาในการ ทํางานนะครับ อันนี้ก็ผมกราบเรียนให้เห็นถึงว่า กระบวนการพิจารณาคดีของศาลนั้น แน่นอนครับมันเปึนธรรมชาติที่ย่อมเกิดความล่าช้า แต่ว่าเราก็ไม่ได้นิ่งนอนใจนะครับ ก็ได้ มีการพยายามทํา ข้อสําคัญนี่นะครับ ผมกราบเรียนว่าระหว่างความเปึนธรรมกับ ความรวดเร็ว ศาลเอาความเปึนธรรมเปึนอันดับหนึ่งก่อน แล้วขณะเดียวกันเปึนธรรมได้ แล้วให้รวดเร็วจะเปึนสิ่งที่ดีเยี่ยมวิเศษสุด ทั้ง ๒ อย่างนี้ก็จะพยายามที่จะไปด้วยกัน แต่สิ่งหนึ่งที่อยากจะกราบเรียนว่า ที่ไม่ได้มีการวิเคราะห์เอาไว้ว่าเหตุแห่งความล่าช้าของ คดีนั้นได้มีการพูดไว้ส่วนหนึ่งก็คือมาจากเหตุที่เปึนปัจจัยภายนอก ซึ่งได้แก่ ธรรมชาติของ คดีที่มันอาจจะเปึนคดีที่ยุ่งยาก ก็จะต้องใช้เวลาในการตัดสินคดีค่อนข้างมากกว่าปกติ หรือคดีที่เกิดจากความล่าช้าที่มาจากคู่ความเอง อันนี้ก็เปึนสิ่งที่คอนโทรล (Control : ควบคุม) ไม่ได้ ควบคุมไม่ได้ เพราะว่าบางทีคู่ความส่งเรื่องมาล่าช้า หรือว่าผิดนัด หรือว่า ไม่ดําเนินการตามกระบวนการ อันนี้ก็เปึนส่วนหนึ่งที่ต้องเสียเวลา อีกส่วนหนึ่งก็คือคดี ยังไม่มั่นใจว่าเปึนคดีแพ่งหรือคดีปกครอง อย่างนี้ก็ต้องส่งไปให้องค์กรในการวินิจฉัยชี้ขาด ว่าเปึนคดีประเภทไหน ก็เปึนขั้นตอนที่ต้องใช้เวลา อันนั้นเปึนปัจจัยภายนอก ซึ่งบางครั้ง ศาลเองควบคุมลําบาก แต่ว่าปัจจัยอีกอันหนึ่งที่เปึนปัจจัยสําคัญที่จะส่งผลให้เกิดความล่าช้าและรวดเร็วในการ ตัดสินคดีนั้นก็คือปัจจัยภายใน ซึ่งเปึนปัจจัยที่เกิดจากตัวของศาลเอง ของสํานักงาน ศาลปกครองเอง ซึ่งอันนี้เราแก้ไขได้ ก็คือในเรื่องของคนไม่พอ ตอนนี้ก็พยายามที่จะทําให้ คนพอ คือทั้งจํานวนตุลาการก็ดี จํานวนนักกฎหมาย พนักงานคดีปกครองที่อยู่ใน สํานักงานศาลปกครองก็ดี เราก็พยายามจะเพิ่มอัตรากําลังนะครับ ในวันอาทิตย์นี้ก็จะมี การสอบครั้งใหญ่เพื่อที่จะรับระดมตําแหน่งพนักงานคดีปกครอง ซึ่งว่างอีกประมาณ ๓๐๐–๔๐๐ ตําแหน่งเข้ามานะครับ แล้วก็ในการกําหนดกรอบอัตรากําลังนั้นภายใน ป้ ๒๕๕๔ เราก็จะมีตุลาการศาลปกครองเพิ่มขึ้นนะครับ ทั้งตุลาการศาลปกครองชั้นต้น แล้วก็ตุลาการศาลปกครองสูงสุดจากจํานวน ๑๖๕ ของตุลาการศาลปกครองชั้นต้น จะเพิ่มเปึน ๒๑๒ ตําแหน่งในป้ ๒๕๕๔ แล้วศาลสูงนั้นก็จะเพิ่มตําแหน่งเพิ่มไปอีกจาก ๒๓ ก็เปึน ๓๓ ศาลปกครองสูงสุดนั้นจะมีอัตรากําลังที่น้อยกว่าศาลปกครองชั้นต้น ก็เพราะว่าเปึนศาลที่จะรับเรื่องจากอุทธรณ์ต่อจากศาลปกครองชั้นต้นขึ้นมา ฉะนั้น ข้อเท็จจริงต่าง ๆ ของคดีนั้นก็ส่วนหนึ่ง ศาลปกครองสูงสุดก็แทบจะไม่ต้องหา ก็เพียงแต่ สอบทาน ฉะนั้นการทํางานโดยธรรมชาติแล้วมันน่าจะเร็วกว่า แต่ที่ไม่เร็วกว่า ศาลปกครองชั้นต้น ก็เพราะว่าจํานวนตุลาการศาลปกครองสูงสุดนั้นยังมีจํานวนค่อนข้าง น้อย แต่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่คิดว่าเมื่อมีการเพิ่มจํานวนตุลาการศาลปกครองสูงสุดเข้าไป แล้ว ประกอบกับจํานวนปริมาณคดีที่ไหลเข้าไปสู่ศาลปกครองสูงสุดนั้นน้อยกว่า ศาลปกครองชั้นต้น ก็คิดว่าน่าจะทําให้คดีเร็วขึ้นนะครับ แล้วอีกอันหนึ่งที่เรารู้สึกว่า คดีปกครองทําไมช้า และก็ดูจากตัวเลขแล้ว คดีเสร็จภายใน ๑ ป้ ๗๘ เปอร์เซ็นต์ มีคดีค้างพิจารณาเพียงแค่ ๒๔ เปอร์เซ็นต์นั้น มันน่าจะเปึนตัวเลขที่ไม่ถูกต้อง อย่างที่ ท่านสมาชิกได้ตั้งข้อสังเกตนะครับ ผมก็อยากจะกราบเรียนอย่างนี้ครับ ว่าปกติ การดําเนินคดีปกครองแต่ละคดีนั้นเราคิดแค่ศาลเดียว ตัวเลขเราคิดศาลเดียว แต่ว่าจริง ๆ การดําเนินคดีปกครองผมเท่าที่สังเกต ไป ๒ ศาลเกือบทั้งหมดเลยนะครับ เพราะว่า การอุทธรณ์คนแพ้คดีโดยมากเขาจะไม่ยอม เขาก็จะอุทธรณ์ เพราะมันอุทธรณ์ง่าย แล้วก็ไม่มีข้อจํากัดทางกฎหมายนะครับว่าอย่างนี้อุทธรณ์ไม่ได้ ก็อุทธรณ์ได้ทุกเรื่อง ฉะนั้น ๙๘ เปอร์เซ็นต์ของคดีที่ไปสู่ศาลปกครองสูงสุดนั้นเปึนคดีที่อุทธรณ์มาจาก ศาลปกครองชั้นต้นทั้งนั้น ฉะนั้นเมื่อเทียบกันแล้ว เมื่อดูเปอร์เซ็นต์ จํานวนเวลาที่ใช้ ในแต่ละศาลก็คงต้องใช้เวลา ๒-๓ ป้เปึนอย่างเร็ว ฉะนั้นผมก็ยังคิดว่าเหตุนี้ส่วนหนึ่ง ก็เลยทําให้ท่านมีความรู้สึกว่าตัวเลขมันไม่จริง แต่จริง ๆ ก็ต้องยอมรับนะครับ เพราะว่า ตัวเลขนั้นเปึนเพียงแค่ตัวเลขเฉลี่ยเพียงศาลเดียว ถ้า ๒ ศาลมันก็ต้องใช้เวลามากขึ้น ก็เลยทําให้ท่านรู้สึกว่าคดีนั้นนานผิดปกตินะครับ

อีกอันหนึ่งคดีปกครองที่คํากล่าวอ้างของท่านสมาชิกที่บอกว่า ศาลปกครองตอนหลังพยายามที่จะเข้าไปยุ่งกับในเรื่องของการเมือง ผมเรียนอย่างนี้ครับ ว่าโดยปกติในเรื่องของอํานาจรัฐ รัฐใช้อํานาจใน ๒ สถานะ สถานะแรกนั้นเปึนการใช้ อํานาจในสถานะของการเปึนรัฐบาลหรือ กัฟเวิร์นเมนท์ (Government : รัฐบาล) ส่วนอีกสถานะหนึ่งก็เปึนสถานะที่ใช้อํานาจในฐานะของการเปึนฝ์ายปกครองก็คือ แอดมินิสเทรชัน (Administration : การบริหาร) คําศัพท์ภาษาอังกฤษ ๒ คํานี่นะครับ ต่างกัน ถ้าเปึนการใช้อํานาจทางการเมือง หรือใช้อํานาจทางรัฐธรรมนูญ การตรวจสอบ รัฐบาลไม่ใช่หน้าที่ของศาล เพราะว่าในเรื่องการเมืองไม่มีเรื่องของกฎหมายเข้ามาชี้ว่ามันถูก หรือผิด นโยบายทางการเมืองเปึนเรื่องความเหมาะสมของรัฐบาลแต่ละยุคแต่ละสมัยที่จะ กําหนดขึ้นมา แล้วเห็นว่ามันเปึนประโยชน์กับประชาชน อย่างนั้นไปหยิบเอามาฟัองศาล หรือศาลเข้าไปตรวจสอบ ศาลไม่ทํา เพราะไม่มีอะไรชี้บอกว่าถูกหรือผิดนะครับ นโยบาย ๓๐ บาทรักษาทุกโรค ถูกหรือผิด ศาลชี้ไม่ได้ครับ อย่างนั้นเปึนสิ่งที่นอกเหนือ แต่คนตรวจสอบได้คือสภาที่จะตรวจสอบกับรัฐบาล แต่ว่าศาลจะเข้ามายุ่งในกรณีที่ มันเปึนเรื่องที่มันมีกฎหมาย ให้อํานาจฝ์ายการเมืองนั้นทํางานในฐานะที่เปึนราชการประจํานะครับ หรือเปึน แอดมินิสเทรชันนะครับ การบริหารรัฐกิจโดยปกติ อย่างนั้นศาลตรวจสอบได้ ศาลปกครองยึดแนวนี้มาตลอดนะครับ ผมเรียนยืนยันนะครับว่าหลักการศาลไม่เคยหนี จากอันนี้ไปนะครับ แต่ว่าอย่างคดีที่พูดกันนะครับ อย่างเช่น คดีเขาพระวิหาร หรือว่า คดีเอเอสทีวีอะไรนี่นะครับ ซึ่งดูแล้วเหมือนคาบเกี่ยวนะครับกับเรื่องการเมือง แต่จริง ๆ ถ้าดูในคําพิพากษาลึก ๆ ผมเรียนยืนยันว่า ไม่ครับ เพราะว่าศาลมีเหตุมีผลอยู่นะครับ แล้วก็ศาลก็เดินตามแนวนี้ตลอดนะครับ ดังนั้นอยากจะฝากกราบเรียนนะครับว่า จริง ๆ ศาลยังยึดแนวนี้ เรื่องคดีปกครองกับคดีการเมืองแยกจากกันนะครับ

อีกอันหนึ่งนะครับ คําถามก็คือว่า อยากจะให้มีการตามคดีที่ค้าง ผมฟัง จากท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่านนะครับที่บอกว่า คดีฟัองมาตั้งนานแล้ว เมื่อไรจะ บอกเสียทีหนึ่ง แยกออกมาเสียทีหนึ่ง ตัดสินออกมาสักที รอกันนานแล้วขณะนี้ อันนี้ก็เรียนยืนยันนะครับว่า จริง ๆ ก็ศาลได้ทําเต็มที่แล้ว แล้วผมก็คิดว่าผมในฐานะที่มา นั่งฟังตรงนี้ผมก็จะจดนะครับ จดทุกคํานะครับ จดทุกสิ่งที่ท่านพูดนะครับ แล้วอย่างไร จะติดตามเร่งรัดแล้วก็จะแจ้งข่าวนะครับ ถ้าเปึนไปได้ผมก็จะพยายามที่จะแจ้งนะครับ แล้วข้อสําคัญเราศาลปกครองมีบริการอีกอย่างหนึ่งก็คือ บริการ ๑๓๕๕ นะครับ อันนี้ ท่านสามารถที่จะตรวจสอบได้นะครับ โดยบอกหมายเลขคดีแล้วก็คนฟัองนี่นะครับไป นะครับว่า ขณะนี้อยู่ตรงไหน อย่างไร ขั้นตอนไหนอย่างไรนะครับ ท่านสามารถติดตามได้ นะครับ และนอกจากนั้นผมจะอย่างไรผมก็จะพยายามติดตามให้ท่านนะครับ

ในเรื่องของประชาสัมพันธ์นะครับว่าจะทําอย่างไรให้ปัองกันไม่ให้คดี มาสู่ศาล อันนี้เปึนสิ่งที่ทางสํานักงานปกครองได้ตระหนักดี คดีถ้ามาศาลน้อย ผู้พิพากษาหรือตุลาการก็จะมีเวลาในการตัดสินหรือพิจารณาคดีที่อยู่ในมือ การฟัอง ที่ถูกต้องก็เปึนสิ่งที่ประหยัดเวลาตุลาการที่ไม่ต้องมาดูเรื่องที่มันไร้สาระ ฉะนั้นเรื่องฟัอง ถูกแล้วทําอย่างไรให้ข้าราชการไม่ทําผิด จึงเปึนนโยบายสําคัญของสํานักงาน ศาลปกครองที่จะต้องทําให้เกิดสัมฤทธิผลให้ได้นะครับ ที่ผ่านมาเรามีหน่วยรับให้ คําปรึกษามีผู้มาใช้บริการถึงป้ละ ๘,๐๐๐ รายนะครับ คือเข้ามาปรึกษาที่สํานักงาน ศาลปกครองว่าอย่างนี้จะฟัองได้หรือฟัองไม่ได้นะครับ หรือว่าขอคําแนะนําว่าคดีนี้อยู่ใน อํานาจศาลปกครองหรือไม่นะครับ หรือว่าวิธีปฏิบัติก่อนฟัองคดีนะครับ ประมาณ ๘,๐๐๐ ราย เราทํามาแล้วประมาณ ๗ ป้นะครับ ตัวเลขก็ประมาณ ๕๐,๐๐๐ กว่าคนแล้ว นะครับที่เข้ามา เฉลี่ยที่เข้ามานะครับ แล้วขณะนี้ข้อสงสัยต่าง ๆ จากการทอด แบบสอบถามเราพบว่า ข้อสงสัยต่าง ๆ ประชาชนเริ่มลดน้อยลงแล้ว แสดงว่าเริ่มเข้าใจว่า ฟัองคดีอย่างไรนะครับถึงจะฟัองถูกไม่ค่อยมีปัญหา

ในเรื่องของการอบรมพัฒนาข้าราชการนี่นะครับ ขณะนี้ศาลปกครองให้ ความสนใจอย่างมากนะครับ เพราะว่าการกระทําผิดของข้าราชการนั้นมีส่วนทําให้คดีนั้น เกิดแล้วมารกศาล เพราะฉะนั้นถ้าทําให้ถูกเสียตั้งแต่แรก โดยการวิเคราะห์เหตุแห่ง การฟัองคดี หรือว่าวางบรรทัดฐานในการตัดสินออกไป ก็จะทําให้ข้าราชการนั้นไม่ทําผิด อีกนะครับ แต่ว่าอย่างไรก็แล้วความพยายามนี้ก็จะทําต่อเนื่องกันนะครับ เพราะว่า ข้าราชการทั้งหมด ๒ ล้านกว่าคนนะครับ เจ้าหน้าที่ของรัฐนะครับ ซึ่งมันมีจํานวน ที่มากมายมหาศาลเลยนะครับ เปึนไปไม่ได้ที่ทุกคนจะเข้าอกเข้าใจในเรื่องของกฎหมาย ได้อย่างถ้วนทั่วทุกตัวคนนะครับ อันนี้ก็เปึนความพยายามที่จะพยายามทํา

เว็บไซต์นะครับ เราก็พยายามที่จะเติมเต็มในสิ่งที่เปึนองค์ความรู้นะครับ ในเรื่องของวิธีการฟัองคดี เรื่องของคดีปกครองต่าง ๆ นะครับ มีผู้มาใช้เว็บไซต์ประมาณ ๑ แสนรายนะครับ แล้วก็เข้ามาใช้บริการรวมทั้งหมด ๒ ล้านกว่าครั้งนะครับ เรามีตัวเลข นะครับที่ เรคคอร์ด (Record : บันทึก) เอาไว้นะครับ แล้วก็มีทั้งการ วอค อิน (Walk-in : เดินเข้ามา) เข้ามานะครับเพื่อขอคําปรึกษาแล้วเรายังมีโครงการศาลปกครองออกไปพบ ประชาชน ศาลปกครองทั้งส่วนภูมิภาคและส่วนกลางนั้น ได้มีการออกพื้นที่อยู่เสมอนะครับ แต่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่โดยเหตุที่ว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องใหม่ นะครับ ถึงแม้ว่าจะทํามาแล้ว ๗ ป้ ก็คิดว่ายังทําไม่ถ้วนทั่วนะครับ อันนี้ก็อยากจะ กราบเรียนว่าการปัองกันไม่ให้คดีมาสู่ศาลนั้นเปึนนโยบายสําคัญเลยนะครับที่ศาล พยายามที่จะผลักดันให้มันเกิดขึ้นมาให้ได้นะครับ

อีกคําถามหนึ่งนะครับที่บอกว่า กรมชลประทานนั้นถ้าตัดสินคดี ท่านสมาชิกขอคําตอบว่า ถ้าตัดสินคดีรายเดียวแล้วสามารถที่จะจ่ายค่าชดเชยรายอื่นได้ โดยที่รายอื่นไม่ต้องฟัองได้ไหม ต้องเรียนอย่างนี้ครับว่าฟัองไม่ได้ คือศาลจะทํางาน พูดจริง ๆ ว่ายังไม่สามารถที่จะทํางานในเชิงรุกได้ ศาลก็ทําหน้าที่เพียงต้องเปึนผู้ที่จะ รับคําฟัองเข้ามา จะต้องมีผู้ฟัอง ต้องมีคู่กรณี แต่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่ สมมุติว่าตัดสิน รายเดียวผลของคําพิพากษาของศาลปกครองที่ให้ใช้เงินให้กรมชลประทานใช้เงินในกรณี รายอย่างนี้ กรณีแบบนี้มันจะเกิดเปึนบรรทัดฐานขึ้นมา ผู้ที่จะฟัองรายอื่น ๆ ก็สามารถ ที่จะเอาบรรทัดฐานนี้ไปอ้างยันกับกรมชลประทานได้นะครับ และโดยฐานะโดยสภาพของ หน่วยงานของรัฐเมื่อมีคําพิพากษาของศาลตัดสินออกมาเปึนบรรทัดฐานแล้ว ก็มักจะ ไม่ให้เกิดกรณีที่มันซ้ําให้ไปฟัองได้ ฉะนั้นกรมชลประทานก็สามารถที่จะจ่ายสตางค์ ค่าชดเชยให้กับผู้ฟัองคดีที่เขามาอ้างคําบรรทัดฐานนี้ได้ ผมเรียนว่าในฝรั่งเศสนั้น คดีปกครองแทบจะไม่เกิดแล้ว เพราะว่าตั้งมา ๒๐๐ กว่าป้ คําพิพากษาของศาลปกครอง นั้น เมื่อวางบรรทัดฐานไปแล้วหน่วยราชการก็จะดําเนินการตามแล้วก็จะไม่ทําผิด อย่างนั้นอีก คดีที่เคยเปึนความผิดก็จะหมดไป ซึ่งมันไม่เหมือนคดีแพ่งหรือคดีอาญา ซึ่งวันนี้เกิดเหตุอย่างนี้พรุ่งนี้ก็เกิดเหตุอย่างนี้ซ้ําได้อีก สมมุติคนโกงกัน มันก็โกงกันได้ ทุกวัน มันก็เกิดเปึนคดีซ้ําซากกันมาสู่ศาลได้ถูกไหมครับ แต่ว่าถ้าเปึนศาลปกครองพอวาง บรรทัดฐานลงไปแล้วมันจบครับจบ อย่างเช่น เรื่องค่าเช่าบ้านของข้าราชการก็ไม่มีเรื่อง อย่างนั้นมาสู่ศาลอีก อันนี้ก็กราบเรียนเรื่องของกรมชลประทานที่ฝากถาม

อีกอันหนึ่งนะครับคําถามก็คือว่า ยุติธรรมสมานฉันท์ ก็คือไกล่เกลี่ยก่อนที่ คดีจะมาสู่ศาลทําได้ไหม ผมเรียนอย่างนี้ครับว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ที่ยกร่าง เมื่อคราวนั้นที่ผ่านมาแล้วถูกปฏิวัติไป แค่ขนาดรัฐธรรมนูญฉบับนั้นถือว่าเปึนรัฐธรรมนูญ ที่ครบเครื่อง ฝรั่งมาดูเขายกย่องประเทศไทยเลยว่า โอ้โฮ ประเทศไทยนี่เยี่ยมเลย มีกลไก ในการตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐมากมาย อย่างชนิดว่าครบเครื่องในประเทศที่ทันสมัย เขามี จะเห็นว่าเรามีทั้งผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา เรามีทั้งคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชน เรามีทั้งศาลปกครอง เรามีทั้งศาลรัฐธรรมนูญนะครับ กลไกเหล่านี้จะทํา หน้าที่ในการตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐในรูปแบบต่าง ๆ นะครับ ฉะนั้นถ้าเปึนเรื่องของ ข้อพิพาททางปกครอง ผมเรียนอย่างนี้ครับว่าหน่วยงานที่ไกล่เกลี่ยมีอยู่แล้วครับ แล้วทํา หน้าที่ค่อนข้างจะได้ผลด้วยก็คือผู้ตรวจการแผ่นดิน ผู้ตรวจการแผ่นดินจะทําหน้าที่ คล้าย ๆ ในเชิงที่ว่ารับเรื่องร้องทุกข์เหมือนกับกระดิ่งในสมัยพ่อขุนรามคําแหงนะครับ ที่ว่า เวลาคนได้รับทุกข์ร้อนอะไรก็จะมาสั่นกระดิ่งแล้วผู้ตรวจการแผ่นดินก็จะมารับ ถ้าเปึน เรื่องที่สามารถไกล่เกลี่ยได้ผู้ตรวจการแผ่นดินก็จะไกล่เกลี่ย รับเรื่อง โดยเฉพาะในเรื่อง ของราษฎรได้รับความเดือดร้อนจากข้าราชการก็จะมีการไกล่เกลี่ย แต่ถ้าไกล่เกลี่ย ไม่สําเร็จค่อยส่งไปที่ศาลปกครอง ฉะนั้นโดยบทบาทของรัฐธรรมนูญได้แบ่งอํานาจหน้าที่ ไว้ชัดเจนอยู่แล้วนะครับ แล้วเราก็มีองค์กรที่ทําหน้าที่สมานฉันท์อย่างอื่นอีก อย่างเช่น กรณีหน่วยราชการ เพราะว่าการที่จะมาศาลปกครองมันมีคํากล่าวอยู่คําหนึ่งนะครับ ก็คือ ศาลนั้นเปึนที่พึ่งสุดท้ายนะครับ ก็คือหมายถึงว่าถ้าคุณเดือดร้อนมีปัญหาข้อพิพาท กับหน่วยงานของรัฐให้พยายามที่จะหาวิธีการเยียวยากันภายในฝ์ายบริหารให้ได้ จนไม่มีทางที่จะเยียวยาแล้วถึงค่อยมาศาล ฉะนั้นกฎหมายนี้คนที่จะมาศาลปกครองจึงต้องผ่านขั้นตอน กรณีว่าได้รับ ความไม่เปึนธรรมเกี่ยวกับคําสั่งทางปกครอง ก็จะต้องบังคับให้ไปอุทธรณ์ต่อหน่วยงาน ที่ทําให้เดือดร้อนก่อน ตรงนั้นมันก็จะเกิดกระบวนการไตร่ตรองนะครับ แล้วก็ดําเนินการ ทบทวนว่าสิ่งที่ทํามันถูกหรือผิด หรืออะไรนี่ ทําให้หน่วยราชการนั้นมีเวลาที่จะทบทวน นะครับ แล้วก็หลาย ๆ คดีนั้นก็จบไม่ต้องมาถึงศาล เพราะว่าอุทธรณ์แล้วฟังขึ้นนะครับ อันนี้ก็กราบเรียนว่าโดยสภาพกฎหมายขณะนี้ ศาลยังทําอย่างนั้นไม่ได้ แต่ว่า อย่างไรก็แล้วแต่ในกลไกของรัฐธรรมนูญขณะนี้มีกลไกพวกนี้ไว้ค่อนข้างจะครบถ้วนแล้ว นะครับ

ทีนี้สําหรับคําถามต่อไปนะครับ คําถามเกี่ยวกับเรื่องค่าใช้จ่ายในการ ฟัองร้องคดีนั้น ท่านสมาชิกท่านบอกว่าจริง ๆ มันไม่จริง ไม่จริงก็เพราะว่าเวลาไปฟัอง แม้ว่าจะฟัองง่าย พอฟัองส่วนราชการเขาก็สู้คดี พอสู้คดีขึ้นมาชาวบ้านก็เจอข้อกฎหมาย ก็ไม่รู้จะทําอย่างไรนะครับ ก็ต้องไปจ้างทนาย ก็ต้องเสียสตางค์ ผมเรียนอย่างนี้ครับว่า โดยหลักการชาวบ้านบอกเพียงแค่ข้อเท็จจริงเท่านั้นครับว่าตัวเองมันเกิดอะไรขึ้น แล้ว ข้อเท็จจริงมันเปึนอย่างไร ซึ่งการบอกข้อเท็จจริงผมว่าชาวบ้านบอกได้ ไม่ได้บอก ข้อกฎหมาย ไม่ได้คิดแง่มุม เงื่อนแง่ทางกฎหมายที่จะไปหักล้าง เพราะอะไร เพราะว่าเรื่อง ของกฎหมายเปึนหน้าที่ของศาลที่จะค้นหา แสวงหาข้อกฎหมายมาปรับใช้กับข้อเท็จจริง เองนะครับ ศาลเพียงแต่ว่าไต่สวน เพื่อที่ว่าข้อเท็จจริงมันเปึนอย่างไร เขาบอกว่า กระบวนการยุติธรรมทางการปกครองเปึนการให้ความยุติธรรมตามเนื้อผ้าให้มากที่สุด โดยไม่เอาเรื่องเทคนิคเข้ามานะครับ ก็คือถูก-ผิดนั้นว่ากัน ฉะนั้นข้อเท็จจริงเปึนเรื่อง สําคัญ ศาลจึงพยายามที่จะมัดข้อเท็จจริง ให้ทั้ง ๒ ฝ์ายได้ทราบว่าข้อเท็จจริงของแต่ละ ฝ์ายที่อ้างอิงอันนี้มันเปึนอย่างไรกันเท่านั้นเองในกระบวนการนั้น แต่ว่าบางทีอาจจะมี คํากล่าวที่เกินเลยนะครับว่าจะต้องไปให้ทนาย แต่ผมเรียนว่าหลักการไม่ได้เปึนอย่างนั้น นะครับ

ปัญหาอีกอันหนึ่ง ก็คือเรื่องของการเป่ดศาลไม่ครบนะครับ ปัญหา การเป่ดศาลไม่ครบนี่นะครับ อย่างท่านสุวโรชได้กล่าวเอาไว้ ผมเรียนอย่างนี้ครับว่า ปกตินี่นะครับ อย่างที่ผมบอกนะครับว่าธรรมชาติของคดีปกครอง ไม่เหมือนคดีแพ่ง คือ นับวันมันก็จะหมดถูกไหมครับ เพราะว่าอะไร เพราะว่าตัดสินเปรี้ยง ไม่เกิดแล้ว อันนี้ว่าตามทฤษฎีนะครับ เหมือนประเทศฝรั่งเศสตั้งมา ๒๐๐ ป้ แทบจะไม่มีแล้ว เพราะว่าอะไร วางบรรทัดฐาน ๆ วางแนว ๆ ไป ข้าราชการก็ไม่กล้าที่จะไปละเมิดอีกแล้ว ฉะนั้นที่บอกว่าคดีจะเพิ่มไปนี่นะครับ แบบคดีแพ่งไม่เหมือนกันนะครับ อันนั้นเปึนเหตุผล อันหนึ่งนะครับ

อันที่ ๒ ตั้งศาลในภูมิภาคขณะนี้ เราตั้งแล้วขณะนี้ ๗ แห่ง ภาคละ ๒ แห่ง คือเราคํานึงถึงประชากรในพื้นที่นะครับ จํานวนคดีที่ฟัอง ลักษณะภูมิประเทศ เส้นทาง คมนาคม แล้วก็ความหนาแน่นของส่วนราชการ รวมทั้งความพร้อมของพื้นที่ อันนี้เปึน องค์ประกอบในการพิจารณาวิเคราะห์ และในเบื้องต้นเราคิดว่า ๗ ศาล ที่กระจายอยู่ ในภาคละ ๒ แห่ง อย่างภาคเหนือ มีจังหวัดเชียงใหม่กับจังหวัดพิษณุโลก เหนือล่าง เหนือบน ภาคอีสาน มีอีสานบน อีสานล่าง แล้วก็ภาคใต้ ก็มีจังหวัดสงขลา แล้วก็ จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดชุมพรนี่ก็อาจจะอยู่ในข่ายนะครับ ทีนี้ประเด็นก็คือว่า อย่างนี้ครับ ศาลเพิ่มคงไม่เปึนไร ถึงไม่เพิ่มประชาชนก็ฟัองคดีได้ เพราะเขาฟัองทาง ไปรษณีย์ ๔๕ เปอร์เซ็นต์ ขณะนี้ฟัองทางไปรษณีย์ครับ ฉะนั้นการที่มาศาลก็คงไม่เปึนไร อันนี้ก็เปึนประเด็นหนึ่งนะครับ

อีกอันหนึ่ง ที่ผมอยากจะกราบเรียน ก็คือว่าขณะนี้เรากําลังจะเป่ดศาล เพิ่มแล้ว โดยจะเพิ่มอีก ๓ แห่ง ก็คือที่จังหวัดอุดรธานี จังหวัดอุบลราชธานี เพราะว่าเรา ดูแล้วคดีที่ศาลปกครองในทางภาคอีสานจะเปึนภาคที่มีการฟัองคดีปกครองมากที่สุด นะครับ ก็จะเพิ่มที่ทางภาคอีสานอีก ๒ แห่ง ก็คือจังหวัดอุดรธานีกับจังหวัดอุบลราชธานี เพราะว่าดูปริมาณงานแล้วจํานวนมากนะครับ แล้วก็อีกอันหนึ่งนะครับ ทางภาคตะวันตก ขณะนี้ไม่มี เรามีแต่ภาคตะวันออก คือที่จังหวัดระยอง ก็จะไปตั้งที่จังหวัดสุพรรณบุรีก็จะครบส่วนนั้น สําหรับจังหวัดชุมพรนั้นก็คงจะอยู่ในลําดับถัดไปนะครับ ก็คงจะต้องมีการวิเคราะห์ลงมา อีกครั้งหนึ่ง ต้องกราบเรียนข้อเท็จจริงว่าขณะนี้แผนเปึนอย่างนี้นะครับ

คําถามต่อไปนะครับท่าน ที่มีคําถามบอกว่าบางคดีนั้นตัดสินเร็วจี๋เลย แต่บางคดีช้ามาก คดีเร็วจี๋ อย่างเช่น คดีเขาพระวิหาร แต่คดีช้ามาก อย่างเช่น เมื่อสักครู่ ยกตัวอย่าง ท่านยกตัวอย่างท่านปลัดกระทรวงมหาดไทยว่ายังไม่เห็นมีอะไรเลย ผมเรียน อย่างนี้ครับ คดีเร็วจี๋ก็เพราะว่าในเรื่องเขาพระวิหารมันมีเรื่องของการขอให้คุ้มครอง ชั่วคราว ให้ไต่ส่วนด่วนฉุกเฉินนะครับ เพราะศาลนี่รับที่จะไต่ส่วนฉุกเฉิน เพราะเห็นว่า การที่ถ้ายอมให้ประเทศไทยร่วมลงนามแถลงการณ์ร่วมกับกัมพูชานั้นจะทําให้ ประเทศไทยนั้นเสียโอกาส ในการที่จะอ้างแนวสันปันน้ําเปึนเส้นเขตแดน เพราะไปยอมรับ เขาตั้งแต่แรก อันนี้ผมอ่านในคําพิพากษาศาล แล้วผมเห็นว่าศาลใช้เหตุผลอันนี้ในการที่จะ ไต่สวนฉุกเฉินนะครับ แล้วก็ถึงได้ตัดสินคดีได้อย่างรวดเร็ว จริง ๆ แล้วศาลก็มองเห็นว่า ผลกระทบต่อประเทศชาติ ผมคิดว่ายุติธรรมหรือไม่ยุติธรรมคงจะอยู่ที่คนมองนะครับ แต่ผมคิดว่าในนิยามของยุติธรรมผมคิดว่าความยุติธรรมนั้น ก็คือความรู้สึกของคน ส่วนใหญ่ที่มีจิตใจปกติในสังคมเห็นฟัองต้องกันว่าถูกต้อง การที่ประเทศไทยจะเสีย ดินแดนไป ผมว่าไม่มีใครในประเทศไทยคนไหนที่จะไปยอมรับได้ เพราะฉะนั้นผมคิดว่า ศาลไต่สวนฉุกเฉินนั้นเปึนสิ่งที่น่าจะถูกต้องแล้ว อันนี้ผมขออนุญาตก้าวล่วงนิดหนึ่ง แต่ว่า ก็เปึนความเห็น ซึ่งท่านอาจจะไม่เห็นด้วย แต่ถามว่าบางคดีช้ามาก คดีช้ามากก็เกิดจาก

๑. เขาไม่ได้ขอไต่สวนฉุกเฉินมา แล้วก็ปกติคดีปลัดกระทรวงมหาดไทย ผมเรียนนะครับยังไม่ได้มาศาลปกครองครับ เพราะว่าอะไรนะครับ เมื่อสักครู่ผมบอก แล้วว่ากว่าที่จะมาศาลปกครองได้ต้องไปอุทธรณ์ในฝ์ายของฝ์ายปกครองให้มันเรียบร้อย เสียก่อน ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการที่เขาไปร้องที่ ก.พ. นะครับ กรรมการพิทักษ์ระบบ คุณธรรมให้ช่วยที่จะดูในเรื่องนี้ว่ายุติธรรม หรือย้ายอย่างเปึนธรรม หรือไม่เปึนธรรม ยังไม่มาถึงศาลปกครองนะครับ อันนี้ก็กราบเรียน ก็เปึนข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณา

ทีนี้ท่านถามถึงเรื่องของวิธีการชั่วคราวก่อนคําพิพากษา ผมเรียนอย่างนี้ ครับว่าปกติศาลจะไม่ใช้วิธีการชั่วคราวก่อนคําพิพากษาพร่ําเพรื่อนะครับ แต่ไม่ไต่สวน ฉุกเฉินเร็วจี๋อะไรแบบทุกเรื่องนะครับ แล้วก็บางเรื่องต้องไต่สวนฉุกเฉิน แล้วบางเรื่อง ไม่ไต่สวน มันใช้หลักอะไร ผมขออนุญาตเรียนหลักเกณฑ์ที่ศาลจะพิจารณา ก็คือว่า เรื่องกรณีที่ศาลจะไต่สวนฉุกเฉินคุ้มครองชั่วคราว

อันแรก ต้องมาจากที่ว่าศาลเห็นว่ากฎ ส่วนราชการออกกฎ หรือออกคําสั่ง นั้น ตัวกฎหรือ ตัวคําสั่งนั้นมันน่าที่จะไม่ชอบด้วยกฎหมาย คือดูแนวโน้มว่าไม่น่าจะ แฟร์ (Fair : ถูกต้อง) ไม่น่าจะถูกต้อง อันนั้นก็เปึนส่วนหนึ่งที่ศาลจะต้องใช้ไปดู ในเบื้องแรก

อันที่ ๒ การที่ปล่อยให้กฎหรือคําสั่งที่ศาลคิดว่าอาจจะไม่ถูกต้องนั้นมีผล ใช้บังคับต่อไป จะทําให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงยากแก่การเยียวยาในภายหลัง ก็คือหมายถึงว่าถ้าปล่อยไปปล่อยให้มีกฎหรือมีคําสั่งออกไปอย่างนั้น ก็ยากจะแก้ไข

แล้วอันที่ ๓ ก็คือหมายถึงการที่ว่าเมื่อมีการทุเลาการบังคับตามกฎหรือ คําสั่งนั้นแล้ว มันไม่เปึนอุปสรรคต่อการบริหารราชการแผ่นดิน ก็คือว่าถ้าสามารถไม่เปึน อุปสรรค ก็ โอ.เค. นะครับ อย่างเช่น การระงับไม่ให้สร้างอุโมงค์ลอดถนนตรงวงเวียนใหญ่ แล้วก็พักตั้งนาน ทุเลา บังคับเอาไว้ ไม่ให้มีการสร้างต่อ มันไม่ได้เปึนอุปสรรคต่อการบริหารราชการแผ่นดิน ก็เพียงแต่ว่าการก่อสร้างล่าช้า แต่ว่าอย่างกรณีสอบ โอเน็ต (O-net : Ordinary National Education Testing : การทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน) มีเด็กมาร้องบอกว่า ขอให้คุ้มครองชั่วคราวนะครับ อย่าให้เป่ดสอบ อย่างนั้นก็คงไม่ได้นะครับ อันนั้นมันจะ เปึนอุปสรรคต่อการบริหารราชการแผ่นดิน มันจะทําให้เด็กทั่วประเทศไม่ได้สอบ อย่างนี้ ไปร้องขอให้ศาลคุ้มครองศาลก็คงไม่คุ้มครองให้นะครับ อันนี้ก็กราบเรียนนะครับ เพื่อตอบคําถามท่านนะครับ

คําถามอีกคําถามหนึ่งนะครับ ก็คือว่า มีท่าน ส.ส. บอกว่าปกติศาลจะ ไม่ค่อยใกล้ชิดกับประชาชนนะครับ อันนี้ก็ต้องกราบเรียนว่า ธรรมชาติของศาลคงไม่ใช่ ทํางานในเชิงรุก แล้วก็ออกไปหาประชาชนอย่างนั้นคงไม่ใช่นะครับ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ หรือรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้ออกแบบให้ศาลปกครองเกิดขึ้นมาคู่กับตัวสํานักงาน ศาลปกครองนะครับ ตัวสํานักงานศาลปกครองนั้นเปึนส่วนราชการที่มีเลขาธิการ สํานักงานศาลปกครองเปึนหัวหน้าส่วนราชการ ทําหน้าที่เปึนฝ์ายธุรการศาล ทําหน้าที่ใน เรื่องของการเผยแพร่คําพิพากษา ทําหน้าที่ในการวิเคราะห์เหตุแห่งการฟัองคดีนะครับ ทํา หน้าที่ในการอบรมพัฒนาหรือว่างานบริหารทั่วไปต่าง ๆ ของศาล บทบาทที่จะใกล้ชิดกับ ประชาชนนั้นก็เปึนบทบาทของสํานักงานศาลปกครอง ซึ่งต้องเรียนว่าขณะนี้ก็ทํา อย่างเต็มที่แล้ว แล้วทุกวัน ทุกป้ตลอดป้ที่ผ่านมา แล้วได้มีการออกไปเผยแพร่หรือไป พบปะประชาชนนะครับ มีการทําเอกสาร แล้วก็ฝ๊กอบรมอย่างที่ผมกราบเรียนท่านว่า ในเรื่องของการออกเว็บไซต์ ในเรื่องของการให้คําปรึกษาแนะนํากับประชาชน อันนี้ผมเรียนยืนยันนะว่าตัวสํานักงานศาลปกครองได้ทําหน้าที่แทนศาลปกครองอยู่แล้ว นะครับ

คําถามต่อมา ในเรื่องของลูกจ้างชั่วคราวแล้วก็ลูกจ้างประจํานะครับ ซึ่งของศาลปกครองบอกว่าไม่มีได้ไหม ต้องเรียนอย่างนี้ครับว่า โดยปกติการกําหนด ตําแหน่งลูกจ้างชั่วคราว ซึ่งเปึนหน้าที่ของหน่วยงานที่จะกําหนด การกําหนดตําแหน่ง จะต้องดูเรื่องงานเปึนหลัก งานไหนที่มีลักษณะที่มันเกิดขึ้นชั่วครั้งชั่วคราว มีปริมาณ ขึ้น ๆ ลง ๆ มีปริมาณไม่คงที่ มันมีแล้วอาจจะหายไปในอนาคต อย่างนี้ไปให้เปึนข้าราชการ ประจํา ทําไม่ได้ครับ เพราะว่ามันจะเกิดความเสียหายกับงบประมาณของแผ่นดิน เราก็ใช้ วิธีแก้ก็คือต้องจ้างเปึนลูกจ้างชั่วคราว แล้วก็ต่ออายุถ้างานต่อนะครับ เราก็จะทํางาน ในลักษณะที่ไม่มีลักษณะประจํา อันนี้ก็กราบเรียนท่านนะครับว่าอย่างไรก็แล้วแต่ ลูกจ้างชั่วคราวก็คงยังต้องมีอยู่ แต่ลูกจ้างประจํา ขณะนี้ ก.พ. รู้สึกว่าจะกําหนดตําแหน่ง เปึนพนักงานราชการขึ้นมาแทนแล้ว ไม่ให้มีตําแหน่งลูกจ้างประจํานะครับ ซึ่งทาง สํานักงานศาลปกครองก็กําหนดตําแหน่งในทํานองนี้ไว้เหมือนกัน แต่ใช้ชื่อว่า พนักงาน ศาลปกครองนะครับ

แล้วก็คําถามสุดท้าย ที่ผมจดได้ ไม่ทราบยังขาดตกบกพร่องอะไรหรือเปล่า แต่ว่าขอกราบเรียนคําถามสุดท้ายนะครับก็คือว่า ที่ท่านสมาชิกได้กล่าวว่า การตั้งตัวชี้วัด ไม่ถูกต้อง แล้วก็ไม่น่าที่จะตั้งในลักษณะแบบนี้ ผมยอมรับนะครับว่า เรายังอ่อนหัด นะครับในเรื่องของการที่เขาเรียกว่า การเรียนรู้ การบริหารงานที่เขาเรียกว่า บริหารโดยมุ่ง ผลสัมฤทธิ์ที่มันมีตัวชี้วัดในการบริหารจัดการงานเอามาเปึนตัววัดนะครับ ปกติเรา พยายามหลีกเลี่ยงเลยที่เขาบอกว่า ตามทฤษฎีที่เขาบอกว่า ให้พึงหลีกเลี่ยง การตั้งเปัาหมายที่เปึนตัวชี้วัดชนิดไม่ต้องออกแรงนะครับ มันมีตัวชี้วัดอย่างเช่นว่า ถ้าให้เราตั้งตัวชี้วัดว่าอย่างนี้อะไรคือความสําเร็จเรา เราก็ตั้งให้มันง่าย ๆ หมู ๆ นะครับ แล้วก็ให้พึงหลีกเลี่ยงตัวชี้วัดอีกอย่างหนึ่ง ก็คือตัวชี้วัดประเภททําไม่ได้ อย่างนี้ก็ต้องระวัง ทีนี้ระหว่างที่ไม่ต้องออกแรงกับที่ทําไม่ได้มันอยู่ตรงจุดไหน มันเปึนเรื่องที่ว่าถ้าคนที่ ไม่เคยมีประสบการณ์ แล้วมาเริ่มทํามันก็ลําบาก สุดท้ายก็ต้องใช้วิธีระดมสมอง แล้วก็คิดว่าสิ่งเหล่านี้ เราพอจะกําหนดเปึนเกณฑ์ได้ แต่ว่า เมื่อนานเข้ามีสถิติที่มันฟัอง แล้วมันยืนยันมากขึ้น ๆ เราจะค่อย ๆ เคลื่อนเข้าไปหาตัวชี้วัด ที่ถูกต้องได้ ฉะนั้นเรามองผลระยะยาว ตัวชี้วัดที่ปรากฏในรายงานผลการปฏิบัติงาน บางทีดูแล้วมันน่าตลกนะครับว่าบางทีกําหนดไว้ ๕ แต่ได้ถึง ๒๙ อะไรทํานองนี้นะครับ แต่อันนี้ต้องยอมรับ ผมยอมรับ แต่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่ สํานักงานศาลก็พยายามที่จะ แก้ไข ก็เรียนยืนยันว่าเราพยายามจะพัฒนาพวกนี้ออกมาให้ได้ผลสําเร็จนะครับ ต้องกราบขอบพระคุณนะครับ ท่านครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้ประสงค์จะซักถามเพิ่มเติมที่ยกมือไว้นะครับ ๔ ท่าน ตามลําดับดังนี้นะครับ ๑. ดอกเตอร์สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ๒. คุณสุวโรช พะลัง ๓. นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ และคุณชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง เชิญดอกเตอร์สุรพงษ์ก่อนครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธาน กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ที่ผมต้องการถาม คือถามท่านประธานครับ คืออย่างนี้ ครับว่า วันนี้เราจะประชุมรับทราบเรื่องเอสเอ็มอี (SME : Small and Medium Enterprise : วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม) เสร็จแล้วท่านประธานจะป่ดประชุมเหมือน เมื่อครั้งที่ผ่านมาหรือไม่ เพราะผมเองเปึนห่วงพระราชบัญญัติผู้สูงอายุครับ ต้องการถาม ท่านประธาน เพราะว่าเดี๋ยวก็มีซิกแนล (Signal : สัญญาณ) ขึ้นไปบอกว่าพอจบเรื่องนี้ แล้วป่ดเลย ไม่อยากให้เปึนเช่นนั้นนะครับ แล้วก็อยากจะขอร้องเพื่อนสมาชิกที่อยู่ ข้างนอกให้เข้ามาร่วมกันพิจารณาพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ แล้วก็อยากจะเห็นรัฐมนตรี ขึ้นมานั่งบนบัลลังก์ด้วยนะครับ ตอนที่จะพิจารณา ผมต้องการคํายืนยันจากท่านประธาน ก่อนว่าจะไม่ป่ดประชุม และหนีไปก่อน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สรุปแล้วคุณสุรพงษ์ ไม่ได้อภิปรายในเรื่องศาลปกครองใช่ไหมครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

ไม่ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

แต่อย่างไรก็ตามเมื่อหารือขึ้นมา ผมขอตอบอย่างนี้ครับ การที่ประธานจะป่ดประชุม จะต้องมีเหตุผลว่าการอภิปรายได้อภิปรายมาต่อเนื่องยาวนานเปึนเวลาพอสมควร ในครั้งที่ผ่านมาเราได้อภิปรายมา ๔ วัน ๔ คืนแล้วนะครับ ในครั้งนั้นผมจําได้ว่าผมเปึน ผู้ป่ดประชุมเอง แล้วก็ไม่มีท่านผู้ใดจะเสนอโน้ตขึ้นมาจะสั่งให้ผมป่ดประชุมได้นะครับ ผมก็จะต้องปฏิบัติหน้าที่ไปด้วยความมีวิจารณญาณที่ถูกต้องนะครับ วันนี้ก็เช่นเดียวกันครับ เรายังมีวาระรับทราบของธนาคารเอสเอ็มอี มีวาระรับรองรายงานการประชุม อีกหลายวาระ แล้วก็มีจะวาระเลื่อนการพิจารณาต่ออายุคณะกรรมาธิการวิสามัญแก้ไข ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งโดยปกติแล้วในการประชุมวันพุธ เราก็มักจะ ป่ดประชุมกันเวลา ๒๒.๐๐ นาฬิกา เพราะฉะนั้นประธานในแต่ละครั้งก็จะดูเวลา ประกอบด้วยครับ ก็ตอบคําถามของท่านสุรพงษ์แล้วนะครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

ขอบคุณครับ ท่านประธาน ทีนี้ผมเปึนห่วงเรื่ององค์ประชุมด้วยนะครับว่าน่าจะครบ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คืออย่างนี้ท่านสุรพงษ์ครับ ในวาระที่จะมีการเลื่อนญัตติก็จะต้องมีความจําเปึนในการ ถามมติที่ประชุมนะครับ ในวาระนั้นองค์ประชุมมีความสําคัญมากนะครับ ในการจะ พิจารณาให้เลื่อนญัตติ หรือไม่เลื่อนญัตติ แต่ในช่วงนี้เปึนวาระรับทราบนะครับ ผมก็ เห็นว่ามีสมาชิกอยู่ในห้องประชุมทั้ง ๒ ฝ์ายครับ ทั้งฝ์ายรัฐบาลและฝ์ายค้านพอสมควรครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

ท่านประธานแน่ใจว่า องค์ประชุมพอไปได้นะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมว่าวาระนี้มันเปึนวาระศาลปกครองนะครับ ขอเชิญนั่งเถอะครับ ผมว่ามีผู้ประชุม พอสมควรครับ ขอเชิญนั่งเลยครับ ต่อไปเชิญคุณสุวโรช พะลัง แล้วก็จะเปึน นายแพทย์ประสิทธิ์นะครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ครับ ก็คงมีประเด็นถามผ่าน ท่านประธานไปนิดเดียว เพื่อให้เกิดความชัดเจนเท่านั้นเองในการจัดทํารายงาน ผลการปฏิบัติงานของศาลปกครองในป้ต่อไปนะครับ ถ้าท่านประธานดูในหน้า ๑๙ หน้า ๒๐ ความชัดเจนมันมีความชัดเจนที่ท่านประธานลองอ่านดูแล้วก็เห็นครับ เช่น ศาลชุมพร ตั้งอยู่ที่จังหวัดชุมพร มีเขตที่ทําการทั่วนี่ครับ จังหวัดชุมพร จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดเพชรบุรี แล้วก็จังหวัดระนอง ถ้าพิมพ์มาลักษณะอย่างนี้ครับ มัน จะเข้าใจเปึนอย่างอื่นคงลําบาก เพราะฉะนั้นฝากเปึนข้อสังเกตว่าในการทํารายงานผล การปฏิบัติการของศาลปกครองในป้ต่อไปนี่ครับ ควรจะพูดให้ชัดเจน ว่าตามที่มี พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครอง ให้จัดตั้งทั่วทุกภูมิภาค ๑๖ ศาล เป่ดได้เพียง แค่ ๗ ศาล คือให้มันชัดเจนลักษณะอย่างนี้ คนอ่านอ่านจะได้เข้าใจ เพราะไม่เช่นนั้นพอ เอกสารนี้เผยแพร่ไป พี่น้องประชาชนที่เขาใช้บริการของศาลปกครองเขาเข้าใจผิด เกิดความสับสน แล้วก็ทําให้เขาเกิดค่าใช้จ่ายที่ไม่จําเปึนด้วย ฝากเปึนข้อสังเกตนี้ครับ กราบขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญนายแพทย์ประสิทธิ์ครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ความจริงผมยกมือไว้ตั้งแต่แรก ๆ แต่บังเอิญผมเปึน กรรมาธิการพิจารณางบประมาณก็กลับเข้ามาเกือบไม่ทัน ท่านก็บอกคนสุดท้าย จริง ๆ อยากฝากข้อคิดเห็น ต้องยอมรับว่าศาลปกครองมีการพัฒนาการที่ดีมาก ๗ ป้ ท่านมีสํานักงานของท่าน อิจฉาท่านเหลือเกิน สภาผู้แทนราษฎรหลายสิบป้แล้วครับ ๕๐-๖๐ ป้แล้วยังไม่มีสํานักงานเลย ท่านมีเจ้าหน้าที่แค่พันกว่าคน แต่ท่านได้งบประมาณ ค่อนข้างดี ท่านเจริญและพัฒนา สิ่งนี้ผมยกย่องถึงผู้มีส่วนที่ทําให้ศาลปกครองยิ่งใหญ่ แต่ผมมีเรื่องที่ผมอยากจะเรียนถาม เพราะว่าผมมีความสนใจคือเรื่องกรณีซานติก้า ผับ ต้องยอมรับซานติก้า ผับ เปึนเรื่องที่ผมอึดอัดใจที่สุด ไม่มีอะไรเลยนะครับ ผับแห่งนี้ ผิดกฎหมายทุกอย่าง แต่ปรากฏว่ามันเข้าไปเกี่ยวข้องกับศาลปกครอง เรื่องนี้ผมเลย บอกว่าอยากเรียนถามท่านว่ากรณีซานติก้า ผับ ตามที่ท่านสัมภาษณ์นะครับ นี่เปึน บทสัมภาษณ์ท่านนะครับ เมื่อวันที่ ๑๗ ปรากฏว่ามีทางสํานักงานตํารวจแห่งชาติบอกว่า ทางศาลปกครองมีส่วนเกี่ยวข้องในการสั่งคุ้มครองชั่วคราว แล้วเขาคล้าย ๆ จะโทษท่าน นะครับ ท่านออกมาชี้แจงบอกว่า ศาลปกครองเมื่อวันที่ ๑๗ มีผู้ประกอบการได้ยื่นคําร้อง ต่อศาลปกครองในเรื่องการอนุญาตจัดตั้งสถานบันเทิงของซานติก้า ผับ ปรากฏว่ายื่นต่อ ศาลปกครองกลาง ปรากฏว่ามีการคุ้มครองเมื่อวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๔๗ ทางตํารวจ ก็อุทธรณ์ ภายใน ๓ เดือน วันที่ ๑๔ ตุลาคม ท่านก็ยกเลิก แต่ปรากฏว่าผู้ประกอบการ ก็ฟัองศาลปกครอง ฟัองตํารวจต่ออีกกับศาลปกครอง ผมก็ไม่ทราบว่าทางศาลปกครอง ได้ไปดูไหม เพราะเขามี โซนนิ่ง (Zoning : บริเวณ) ท่านจะยึดเฉพาะใบอนุญาตว่า เนื่องจากอายุ ๒๐ ป้บริบูรณ์อะไรต่ออะไรนี่ ตามกฎหมาย ท่านอ่านเฉพาะกฎหมายหรือ ครับ ท่านได้เข้าไปดูไหมว่าสถานที่นี้มันเปึนอย่างไร จริง ๆ น่าสงสาร ถ้าไม่เกิดเหตุการณ์ ไฟไหม้ซานติก้า ผับ เราจะไม่รู้เลย ผมดูคล้าย ๆ กับผู้ประกอบการเอาศาลปกครองมาเปึน เครื่องมือ ในความคิดผมนะครับ เอาศาลปกครองมาเปึนเครื่องมือต่อรอง ปรากฏตํารวจ เขาก็กลัวครับ ท่านไปสั่งให้ผู้กํากับการแพ้คดี เดี๋ยวนี้แพ้คดีนะครับ ผมอ่านดูที่ท่านชี้แจง ผมตกใจ ผมอยากฝากให้ท่านช่วยดูหน่อย กรณีที่ออกใบอนุญาตสถานบริการ ในสิ่งที่ พูดง่าย ๆ สิ่งที่ไม่ค่อยดี อยากให้ท่านส่งคนไปตรวจก่อนว่าข้อเท็จจริงมันเปึนอย่างไร พูดง่าย ๆ ผมไม่ได้โทษท่านนะครับ ท่านอาจจะถูกผู้ประกอบการใช้ข้อกฎหมาย หลายอย่างที่ท่าน เพราะอํานาจหน้าที่ท่านคลุมทุกอย่าง ทั้งละเมิด ทั้งอะไรต่ออะไร เยอะแยะไปหมดเลย ตรงนี้อยากฝากเปึนข้อสังเกตไว้ว่าถ้าเกิดมีการร้องศาลปกครอง โดยผู้ประกอบการประเภทนี้ ท่านกรุณาไปดูให้ละเอียดนิดหนึ่ง ในความคิดผมนะครับ ถ้ามันไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้เราจะไม่รู้เลยว่ามันเกิดอะไรขึ้น คนตายถึง ๖๕ ศพ ไม่มีอะไรเลยครับ สปริงเกิล (Sprinkle : เครื่องฉีด) อะไร ใบอะไรไม่มีเลยสักอย่าง โซนนิ่ง ตั้งแต่ท่านปุระชัย เปึนมติ ครม. เปึนกฎของ กทม. ท่านต้องคิดถึงทุกอย่างนะครับ ไม่ใช่ท่านอ่านบอกอายุ ๒๐ ป้บริบูรณ์ ไม่อยู่หน้าโรงเรียน ท่านจะดูแค่นี้ ผมว่าในอนาคต สถานบริการนี้ในความคิดผมนะครับ อาจจะใช้ท่านอีก ผมไม่อยากให้เกิดอีกเหมือน ซานติก้า ผับ อยากฝากถึงศาลปกครองนะครับ เรื่องนี้ผมอึดอัดใจมาก แล้วที่ท่านบอกว่า นะครับ ผมดูรูปสัญลักษณ์ของท่านเห็นตาชั่งนี่นะครับ ตรงมากนะครับท่าน ท่านต้องทํา เหมือนตาชั่งนี้นะครับท่าน การตัดสินอะไรทั้งหลายผมอยากให้เปึนมาตรฐานเดียวกัน เหมือนกับที่เพื่อนสมาชิกโดยเฉพาะ ขออภัยที่เอ่ยนาม คือท่านสุนัย จุลพงศธร ตอนนี้ผม ก็เลยกังวลว่าคุ้มครองชั่วคราวนี่มันกี่เดือน ๓ เดือนไหม ซานติก้า ผับ นี่ ๓ เดือนนะครับ มันจะ ๓ ป้หรือเปล่า ผมก็ไม่ทราบ หรือว่าจะ ๓๐ ป้ มันมีมาตรฐานไหมครับ คุ้มครอง ชั่วคราว มันมีมาตรฐานไหม เหมือนกรณีเอเอสทีวีจนป์านนี้ก็คุ้มครองชั่วคราว เราจะ คุ้มครองไปถึงไหนครับ สื่อนี่จะคุ้มครองไปถึงไหน แล้วตอนนี้ดีทีวีท่านจะคุ้มครองเขาไหม จะคุ้มครองเขาได้ไหมถ้าเขายื่นให้คุ้มครองชั่วคราว ก็อยากฝากให้เปึนมาตรฐานเดียวกัน นะครับท่านประธาน แล้วตอนนี้ที่ผมกังวล ข้าราชการตอนนี้ต้องยอมรับครับ กลัวศาล ปกครองมากพอสมควร แต่ข้าราชการการเมืองตอนนี้ยังไม่กลัวเลยครับ ยังไม่กลัวเลย ผม ถึงบอกว่า ทําไม ท่านเฉลิมเคยพูดกับผมนะครับ ว่าท่านปลัดกระทรวงคนเก่า สั่งการอะไร ก็ไม่ค่อยทํา แต่ท่านไม่กล้านะครับ ท่านไม่กล้าจนเกษียณอายุราชการ แต่ตอนนี้ครับ ไม่รู้ ใครย้ายนะ ปลัดกระทรวงมหาดไทยคนนี้ไม่รู้ใครย้ายระหว่างท่านสุเทพกับท่านชวรัตน์ ไม่รู้ใครย้าย ปรากฏว่าจนป์านนี้นะครับ อย่างที่ท่านชี้แจง ผมเห็นใจข้าราชการนะครับ การอุทธรณ์ถ้าเกิดอุทธรณ์ก็ไม่พิจารณาสักที มันไม่กําหนดครับอุทธรณ์ ผมฝากให้ท่าน พิจารณาหน่อย ถ้าเกิดอุทธรณ์ไม่รับสักที ยื่นไป ๓ เดือน ๕ เดือน จนเกษียณจะทํา อย่างไร ผมฝากท่านหน่อยครับ ตรงนี้ท่านจะคุ้มครองฉุกเฉินได้ไหม ให้ข้าราชการเขามี กําลังใจ ผมไม่เห็นด้วยครับ ข้าราชการการเมืองไปย้ายข้าราชการประจํา โดยเฉพาะ ตัดหัวให้เห็นเลย เหมือนกับตัดไม้ข่มนามท่านประธาน แบบนี้ผมดูแล้วยิ่งกว่าสมัยรัฐบาล พวกผม หาว่าพวกผมเปึนเผด็จการ ใครกันแน่ที่เปึนเผด็จการ ก็อยากฝากครับ ตอนนี้ผม อยากกราบเรียนว่าผมไม่มีความคิดที่ว่าศาลควรจะมีอํานาจมากเกินไป ใครก็ช่างครับ ใช้อํานาจมากเกินไป เกินขอบเขตที่ตัวเองมี ผมไม่ชอบครับคําว่า ตุลาการภิวัตน์ เพราะอะไรครับ ท่านใช้อํานาจมากเกินความจําเปึน สักวันหนึ่งครับ ผมไม่อยากให้ สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้จะต้องพิจารณาอนุมัติตําแหน่ง ประธานศาลทุกอย่างจะต้องมา ขอคํารับรองจากรัฐสภา ไม่อยากทําเลยครับ แต่ในอนาคตถ้าเปึนอย่างนี้ครับ ท่านเตรียมตัว เถอะครับ ผมว่าเปึนวิวัฒนาการ บริหาร ตุลาการ นิติบัญญัติเมื่อไรไม่สมดุลกันเมื่อไร ตุลาการแข็งเกินไป ท่านประธานครับ สักวันหนึ่งท่านประธานอาจจะต้องพิจารณา ตําแหน่งประธานศาลต่าง ๆ ต้องได้รับการรับรองจากรัฐสภา ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยนาท ตอนนี้เอ่ยพรรค ได้หรือยังไม่แน่ใจครับ กกต. ยังไม่มีผลรับรองมาถึงผม แล้วก็เลยวันแล้วด้วย ที่ถูกน่าจะมาแล้ว แต่ยังไม่ได้รับ ก็ต้องขอประทานอภัยด้วย ความจริงท่านมีงานเยอะ ผมได้มาก็เพราะท่าน อยากจะกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า เมื่อสักครู่นี้ได้พูดถึงเรื่องรายงาน ผลการปฏิบัติงานของศาลปกครองและสํานักงานศาลปกครอง ประจําป้พุทธศักราช ๒๕๕๐ นะครับ ที่เอ่ยอย่างนี้เพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนหรือคนทั่วไปที่ติดตามไม่ต่อเนื่อง จะได้ทราบนะครับ ในเรื่องที่ท่านได้ชี้แจง ต้องขอกราบเรียนนะครับว่า ท่านยอมรับในเรื่อง ของตัวชี้วัด และในเรื่องของตัวชี้วัดที่จะต้องนําไปแก้ไข ผมจะต้องขอกราบขอบคุณครับ เพราะว่าอะไรก็ตามแต่เราได้แก้ไขได้ก็จะเปึนเรื่องที่ดี ผมเห็นด้วยครับ ต้องแก้ใหม่ครับ ผมเองอ่านนี่ครับ ไม่หัวเราะครับ เพราะประเทศของผม ผมหัวเราะไม่ออกครับ ถ้าผมหัวเราะกันก็ว่ากันเอง แล้วก็เปึนสิ่งที่ไม่เหมาะ แต่ชาติอื่น ประเทศอื่นเขาเห็นแล้ว เขาหัวเราะครับ เขารู้ว่ามาตรฐานเราอยู่ตรงไหน และเขารู้ด้วยครับว่าของเรายังอ่อนด้อย วิชาการขนาดไหนที่จะต้องศึกษา เพราะฉะนั้นอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่า ตรงนี้ต้องแก้ไข ฝ์ายวิชาการต้องเข้าไปศึกษา จริงครับ ไม่มีใครรู้มาก่อนเกิด ต้องเข้าไป ศึกษา แสดงว่าเราทํานี่ยังไม่มีความรู้ ความเข้าใจ เพราะฉะนั้นต้องไปทําครับ เพราะฉะนั้นต่างชาติก็จะอายเขาครับ ก็ขอเรียนอย่างนั้น

ในเรื่องของลูกจ้างก็ดีใจครับ ผมเองได้พูดหลายหน หลายครั้ง และท่าน ก็นําเรียนว่าในขณะนี้ ก.พ. (สํานักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน) ได้อนุมัติใน เรื่องของแท่งของข้าราชการ ต่อไปจะไม่มีลูกจ้างประจํา ก็จะเปึนพนักงานข้าราชการหมด ก็ดีใจ เพราะว่าสิ่งที่ผมต่อสู้มานี่ต้องเรียนว่าตั้งแต่ป้ ๒๕๓๑ ไม่อยากเห็นครับแผ่นดินนี้ ที่เปึนอย่างนี้ ทุกคนต้องเปึนข้าราชการในเบื้องพระยุคลบาททั้งหมดครับ เพื่อความ จงรักภักดี อยากจะกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า อีกเรื่องหนึ่งคือ ลูกจ้างชั่วคราวที่ท่านชี้แจงว่า ยังไม่เห็นด้วย ยังไม่สอดคล้องต้องด้วย เพราะว่าชั่วคราวนี่มันชั่วคราวจริง ๆ ผมเชื่อว่า ไม่ได้หมายความว่าป้นี้ท่านจ้างมาแล้ว ทํางานเรื่องนี้ จ็อบ (Job : งาน) นี้ เรื่องนี้เสร็จ งานนี้เสร็จแล้วท่านละเลย แล้วก็ท่านปล่อยเขาออกไป ไม่ใช่ครับ ผมเชื่อแน่ครับ ในหน่วยงานของท่านนี่ท่านมีลูกจ้างชั่วคราวคอยทํางานให้ท่านเยอะมาก ในตรงนี้ก็มีอยู่ ทั้งหมด ๑๒๐ ท่านด้วยกัน ใน ๑๒๐ ท่านอยากจะเรียนอย่างนี้ครับว่า ท่านก็คงจ้างเขาต่อ ในป้หน้านะครับ หลายคนอาจจะโดนออกไป เพราะท่านเห็นว่าทํางานไม่เข้าขา ไม่ถูกต้อง ขาดความรู้ ขาดอะไร ท่านก็เอาออกไป แต่ว่าส่วนหนึ่งยังอยู่ แล้วท่านก็คงต้องรับใหม่ เชื่อแน่ว่ารายงานต่อไป ในป้ต่อไป ไม่แน่ใจครับ อาจจะมีมากกว่า ๑๒๐ คน ถ้ามองลงไป ลึก ๆ การจ้างชั่วคราวของการจ้างงานก็เชื่อว่า การจ้างนั้นอาจจะจ้างถึง ๑๒ เดือนเต็ม และเช่นเดียวกันนะครับ ถ้าจ้าง ๑๒ เดือนเต็มนี่ แล้วก็มองลึกต่อไปครับ หน่วยงานหรือ งานที่ไปจ้างอาจจะเปึนงานเดิมด้วย โดยเฉพาะน้อง ๆ ที่เรียนมาในด้านธุรการ ต้องเข้าใจ นะครับ ต้องเข้าใจงานทั้งหมด ทั้งหลาย ทั้งปวงที่มันเดินได้นี่เพราะว่าบุคลากรเหล่านี้ ทั้งนั้นเลย แต่เราถูกละเลยครับ บ้านเมืองเราละเลยกับน้อง ๆ เหล่านี้ ที่จะมาเปึน ข้าราชการเหล่านี้ เพราะคนเหล่านี้คือคนที่จะทํางานให้เกิดความสําเร็จ แต่ปรากฏว่า เรากลับไปจ้างเขาเปึนชั่วคราวไป ไม่ได้ครับ ไม่เห็นด้วยครับ ต้องดําเนินการ ขออนุญาต อย่างนี้ครับ ผ่านไปทางท่านประธานสภา ทุกหน่วยงานครับ ถ้าเห็นด้วยกับผมก็ทําไปใน ข้อคิดเห็นต่อ ก.พ. เวลาเขาอนุมัติกรอบในการจ้าง งบประมาณหรืออะไรก็ตามแต่ครับ ท่านเขียนลงไปครับ ความคิดเห็นของสภาผู้แทนราษฎรเมื่อชี้แจงในเรื่องของการตรวจ รายงานการประชุม รายงานการประชุมนี่ได้ติติงหรือให้ข้อสังเกตตรงนี้มาว่า ไม่เห็นสมควรที่จะให้มี และก็เห็นสมควรที่จะเพิ่มเติมให้เขาเหล่านั้นไป อยากจะ กราบเรียนนะครับ คือจริง ๆ แล้วอยากจะเรียนอย่างนี้ท่านประธานครับว่า ถ้าเกิดว่า หน้าที่ของข้าราชการนี่ไม่อยากให้ทํางานเต็มมือ การทํางานเต็มมือนั้นหมายความว่า ไม่ได้เกิดการศึกษาเพิ่มเติมนะครับ ไม่เรียนรู้เพิ่มเติมแล้ว บุคลากรที่เราใช้งานหรือที่เรา ทําอยู่ทุกวันนี้ไม่ใช่ว่ามีอยู่จํานวนเท่านี้ แล้วเราก็ใช้เขาไป แล้วจํานวนวันเท่านี้ แต่ต้องให้เขาศึกษาเพิ่มเติมด้วย เมื่อสักครู่ดีใจนะครับท่านบอกว่ามีในหน่วยงานที่จะต้อง ไปศึกษา แล้วก็มีการอบรมเพิ่มเติมนี่เห็นด้วยนะ แล้วดี แต่ว่าอยากจะขออนุญาตการเพิ่ม วิทยฐานะเพิ่มขึ้น ในการศึกษาเพิ่มขึ้นในอัตรานี่ต่อป้ท่านต้องทําด้วย ผมอยากให้ท่านทํา ในสิ่งเหล่านี้ครับว่า ป้นี้เราจะเพิ่มบุคลากรให้จบปริญญาเอกนี่อีกสักกี่คน ปริญญาโทอีก สักกี่คน ปริญญาตรีสักกี่คน ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อส่งเสริมให้บุคลากรในประเทศของเรา หรือหน่วยงานของท่านนี่มีกําลังแข็งแกร่งให้จงได้ ให้เกิดความรู้ความเข้มแข็งให้จงได้ ตรงนี้ต้องทํานะครับ ผมอยากจะกราบเรียนนะครับว่า คณะกรรมการ ก.พ. คณะกรรมการ ข้าราชการพลเรือนนี่เปึนผู้กําหนดจริง แต่ว่าถ้าหน่วยงานเราทั้งหมดนี้ ทั้งในประเทศนี้ ทุกหน่วยงานมีความเห็นสอดคล้องกันนี่ ผมเชื่อว่าคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ก็ต้องฟังนะครับ ต้องฟัง เมื่อทุกหน่วยงานเขาเห็นสอดคล้องอย่างนี้เปึนขวัญกําลังใจ การเพิ่มประสิทธิภาพของบุคลากรต้องทํา อยากจะกราบเรียนนะครับบางหน่วยงาน ใช้ข้าราชการนี่เต็มอัตรากําลังเลย เต็มอัตรากําลังก็คือจํานวนทุกคนเลย แล้วก็เวลาก็ไม่ ว่างเลย อย่างนี้ไม่ได้ ไม่ถูกต้องครับ เพราะว่าอย่างที่ผมกราบเรียนเมื่อสักครู่ท่านประธาน ครับว่าต้องให้เขามีโอกาสได้ศึกษา และขณะเดียวกันนี่ไม่ได้ศึกษาเปึนลักษณะเพิ่ม วิทยฐานะเท่านั้นนะ ยังต้องศึกษาเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองของเราในโลก ของเราว่าอะไรบ้างที่มันเกิดขึ้น นั่นหมายความว่าเขาต้องมีเวลานะครับ ไม่ใช่ว่าเขา ทํางานเต็มเวลาเลย ไม่ได้พักได้ผ่อนเลย พอกลับไปก็ลูกอีกแล้ว เมียอีกแล้ว สามีอีกแล้ว ต้องดูแลกัน แล้วดูแลหนักอย่างนี้ แล้วเดี๋ยวกลางคืนนอนพอเช้ามาต้องทําอีกแล้ว อย่างนี้ บอกได้เลยท่านประธานครับ พวกเราทั้งหลายนี่ก็อยากจะกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า ท้ายที่สุดข้าราชการก็จะได้ความรู้เก่า ๆ ความรู้สมัยที่ไปเรียนมาในระดับปริญญา ไม่ว่าปริญญาตรี ปริญญาโทหรือปริญญาเอกแล้วก็เท่านั้นก็จบ แต่ไม่ได้ศึกษาเพิ่มเติม ตลอดระยะเวลา เพราะฉะนั้นการให้โอกาสของคนในการไขว่คว้า ในการที่จะศึกษา ตลอดระยะเวลานั้นเปึนเรื่องสําคัญ เพราะว่าการศึกษาที่เพิ่มเติมนั้นไม่ได้หมายความว่า ตัวเขาเองจะได้ คนเรียนนั้นเหน็ดเหนื่อยด้วย เผลอ ๆ ไม่ได้เลยครับ เงินก็เสีย เวลาก็เสีย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันเกิดความรู้ หรือเกิดความรู้เพิ่มเติมต่อบุคลากรแล้วก็ชาติต่อแผ่นดินของเรา เพราะว่าทุกคนนี่ถ้าเกิดว่าเรามีความรู้เพิ่มเติมมากขึ้นเท่าไร แสดงว่าองค์รวมและประเทศ ของเราคนของเรา พลเมืองของเรามีความรู้ หน่วยงานของเรามีความรู้เท่านั้น เพราะฉะนั้นผมอยากจะเห็นสิ่งเหล่านี้ท่านประธานครับ ก็ขอนําเรียนฝากไว้ด้วยครับ กราบขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ยังเหลืออีก ๒ ท่านที่ยกมือค้างไว้นะครับ ดอกเตอร์พีรพันธุ์ พาลุสุข และคุณสมเกียรติ ศรลัมพ์ เชิญดอกเตอร์พีรพันธุ์ก่อนครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานครับ ตามที่ฟังท่านเลขาธิการศาลได้ชี้แจงมาก็น่าเห็นใจท่านอยู่ เนื่องจากว่า ท่านไม่ใช่ฝ์ายตุลาการที่จะมาชี้แจงคําถามบางเรื่องที่เปึนการตีความกฎหมายในการใช้ กฎหมายใช่ไหมครับ แต่ว่าท่านก็พยายามจะบอกพวกเราว่าทําไมศาลจึงต้องเข้ามา เยียวยาในเรื่องที่เห็นว่าประชาชนจะได้รับความเดือดร้อน ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๔๒ ของพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองที่บอก ถ้าผู้ใดได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย หรืออาจจะเดือดร้อนหรือเสียหายอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ จากการกระทําหรือการงดเว้น กระทําของหน่วยงานทางปกครอง หรือมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง อะไรพวกนี้ ก็คือยังวนเวียนอยู่กับเรื่องทางปกครองอยู่ แต่ในบางคดีคือคดีแถลงการณ์ร่วม ผมก็อ่านดูคําวินิจฉัยของศาลปกครองอยู่เหมือนกันนะครับ ท่านก็ไม่ได้ให้เหตุผลเอาไว้ ชัดเจนว่าเรื่องนี้มันเปึนเรื่องการกระทําทางปกครองอย่างไร หรือไม่ ท่านไปพูดถึงโน่นครับ บอกว่าสัญญาดังกล่าวนั้นมันอาจจะเปลี่ยนแปลงเขตพื้นที่ของประเทศไทย เพราะฉะนั้น เมื่อแถลงการณ์ร่วมแล้ว และถ้ายังปล่อยให้มีการใช้ประโยชน์ต่อไปก็จะเปึนการสุ่มเสี่ยง ต่อการกระทําในเรื่องอาณาเขตของประเทศ จะก่อให้เกิดผลกระทบต่อประเทศ ในภายหน้า รวมทั้งทําให้เกิดการแตกแยกในทางสังคมอย่างกว้างขวาง ผมก็บอกแล้วครับ เรื่องนี้เขาเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน ว่าศาลที่พิจารณาเรื่องนี้ คือศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ศาลปกครอง เห็นไหมครับ ฉะนั้นที่พยายามจะพูดเรื่องนี้ก็เพื่อ จะดึงท่านกลับมาสู่ว่าศาลไหนทําหน้าที่อะไร มันจะได้ไม่เกิดปัญหากันขึ้นใน ภายภาคหน้าต่อไป ไม่อย่างนั้นทุกเรื่องท่านก็บอกว่า เปึนเรื่องคนนั้นเสียหาย คนนี้ เสียหาย ตกลงศาลปกครองพิจารณาทุกเรื่อง ผมว่าไม่ใช่ คําถามที่ผมก็ถามไว้ด้วยความ เปึนห่วง เนื่องจากคดีมันเปึนคดีตัวอย่าง ที่อยู่ดี ๆ ก็มีการกลับคําวินิจฉัยของศาลปกครอง สูงสุด เดิมที่วินิจฉัยไว้ก่อนนั้นไม่นานเปึนหลักกฎหมายชัดเจน เหมือนตรงทฤษฎีที่ พวกเราได้เรียนกันมาเลยครับ แต่พอมาเกิดเรื่องนี้ขึ้น ผมต้องเรียนถามว่านี่มีเรื่องอย่างนี้ เกิดขึ้น ที่เขามีถามว่าเมื่อคดีไปสู่ศาลสูงแล้ว ผู้บริหารศาลจ่ายสํานวนไปแล้ว และ องค์คณะพิจารณาไปแล้ว มีมติแล้วด้วย เหลือแต่เขียนคําวินิจฉัยอย่างเดียว ผู้บริหารศาล ไม่พอใจเพราะไม่ตัดสินตามที่ตัวเองต้องการ ก็เลยดึงสํานวนกลับส่งไปให้อีกคณะหนึ่ง พิจารณาตามที่ตัวเองต้องการ ผมก็คิดว่าถ้าปล่อยให้มีเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้น แล้วทางศาล หรือผู้พิพากษาตุลาการด้วยกันไม่นําเรื่องนี้ออกมาสู่สาธารณะ ถ้าปล่อยให้มีการกระทํา อย่างนี้เกิดขึ้นมันเท่ากับมีลักษณะเน่าในองค์กร และถ้ามันเน่าในองค์กรแล้วนี่ประชาชน จะได้รับความเปึนธรรมได้อย่างไร นี่คือด้วยความเปึนห่วง สิ่งที่มันเกิดขึ้นในกระบวนการ พิจารณาว่ามันไม่ควรจะเกิดขึ้นอย่างนี้ ผมถึงถามในตอนต้นว่าเรื่องอย่างนี้มันเกิดขึ้นใน ศาลปกครองสูงสุดเมื่อป้ ๒๕๕๑ หรือไม่ ยังไม่มีคําตอบจากทางผู้ชี้แจงครับ ท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญคุณสมเกียรติ ศรลัมพ์ ครับ

นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้เกียรติทุกท่านครับ ผม สมเกียรติ ศรลัมพ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อแผ่นดิน ผมได้ฟังการถามของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ผมเห็นใจ เพราะว่าทุกคนตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับศาลปกครอง ผมนี่ได้เฝัาติดตามการทํางาน ของศาลปกครอง ผมเรียนเรื่องศาลปกครองนี่นะครับ มาตั้งแต่สมัยอาจารย์อมร จันทรสมบูรณ์ เปึนคนที่มุ่งมั่นที่จะให้มีศาลปกครองเกิดขึ้น ท่านทราบไหมครับว่า สิ่งที่เราต้องการในทางวิชาการกับสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันของศาลปกครองนั้นต่างกัน โดยลิบลับ ผมไม่รู้ว่าศาลปกครองเอาหลักเกณฑ์อะไรมาพิจารณา ผมเห็นท่านสมาชิก ต่าง ๆ ได้ถามมานี่ วันนี้ผมจะไม่ถามหรอก เพราะผมไม่เชื่อว่าท่านทั้งหลายที่นั่งอยู่นี่ สามารถตอบคําถามได้ เพราะผมเห็นใจในสมัยที่องค์กรสิทธิมนุษยชนมารายงานต่อสภานี่ ครั้งนั้นผมบอกท่านสมาชิกว่าอย่าไปรับ การที่องค์กรอิสระป้หนึ่ง ท่านมาพบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเปึนตัวแทนของประชาชนครั้งเดียว ทําไมจะพบไม่ได้ ท่านให้เลขามาพบ เลขาของแต่ละคณะ เลขานี่เปึนหน่วยงานธุรการ ซึ่งไม่มีอํานาจ วินิจฉัย ไม่มีอํานาจที่จะมีคําตอบเรื่องใด ๆ เลย เกี่ยวกับคําวินิจฉัยนั้น ไม่ว่าท่านพีรพันธุ์ พูดเมื่อสักครู่นี้เปึนสาระสําคัญในการตัดสินในการวินิจฉัยของศาลทั้งสิ้น ผมอยากจะรู้ว่า ทําไมศาลจึงมาที่นี่ไม่ได้ มีกฎหมายรัฐธรรมนูญไหนห้ามบ้าง ที่ในฐานะตัวแทนของ ประชาชนจะสอบถามไม่ใช่ถามคําวินิจฉัยว่าทําอย่างไรคดีนั้นจึงเปึนคดี ไม่ใช่ แต่ถาม บรรทัดฐานของการตัดสิน ผมเชื่อว่าสมาชิกทุกคนได้ถามมาครบถ้วน ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้ ไม่ควรจะเกิดขึ้น ผมขอให้คําพูดต่อสภาครั้งนี้ว่า ขอให้สภาทําว่าองค์กรอิสระที่จะมา รายงานประจําป้นี่นะครับ ให้ผู้รับผิดชอบโดยตรงมารายงานโดยตรง ไม่ว่าสภาของ สหรัฐอเมริกา ไม่ว่าสภาของแต่ละประเทศทั่วโลก เขาให้ความสําคัญของสภาผู้แทนราษฎร เพราะว่าทุกคนรับผิดชอบ ทุกคนนี่กินเงินเดือนของภาษีอากรของประชาชน ทําไมท่านจะ ให้คําตอบต่อประชาชนไม่ได้ว่าผลงานการกระทําของท่านนั้นเปึนอย่างไร นี่ผมเห็นด้วย นะครับ ที่ท่านต้องมาบากหน้าตอบคําถามต่าง ๆ ซึ่งท่านก็ตอบไม่ได้ พอตอบไม่ได้ แล้วอะไรเกิดขึ้น ก็เกิดอารมณ์ค้างต่อประชาชน แล้วประชาชนก็อึดอัดขัดข้องใจว่า ความอยุติธรรมมันเกิดขึ้น ผมขอเรียนท่านว่าป้หน้าไม่ว่า

- ๗ ๕ / ๑ องค์กรอิสระต่าง ๆ ใดก็ตามมานี่นะครับ ลองดูสิครับ กฎหมายรัฐธรรมนูญเขียนว่า การเข้าไปก้าวล่วงต่อการปฏิบัติหน้าที่หรือก้าวล่วงต่อการวินิจฉัย อันนั้นเปึนการกระทํา ต่อการก้าวล่วงการทํางานขององค์กรอิสระ แต่ไม่ใช่ว่าการสอบถามถึงความเห็น ถึงกรณีความไม่ชอบธรรมของประชาชนในกระบวนการวิธีการนั้นไม่สามารถกระทําได้ ผมอยากให้สภาได้รับทราบด้วยว่า กระทําได้หรือไม่ ได้ในระดับใด ผมจะยกตัวอย่างเช่นว่า ผมเคยพูดในงบประมาณทีหนึ่งแล้วตอนมาชี้แจงงบประมาณ ซึ่งท่านทั้งหลายก็นั่งอยู่ที่นี้ว่า ศาลปกครองปัจจุบันไปนําข้อขัดแย้งเห็นว่า ถ้าประชาชนเดือดร้อนศาลปกครองมีอํานาจ วินิจฉัยได้ ผมอ่านสาระสําคัญของอํานาจหน้าที่ผมเห็นว่า เขาเขียนไว้ชัดเจนนะครับว่า สาระการทํางานของศาลปกครองมีกรณีใดบ้าง แต่ว่าระเบียบวิธีพิจารณาสิ่งใดต่าง ๆ ถ้าท่านไปตีความหมายความกว้างอะไรที่ประชาชนเดือดร้อน ศาลปกครองเข้าไปก้าวล่วง ได้หมด ผมเชื่อว่าศาลปกครองจะไม่ศักดิ์สิทธิ์หรอก ไปเอาเรื่องขี้หมูราขี้หมาแห้งของ ประชาชนเข้ามา ผมยกตัวอย่างเช่น กรณีมีการวินิจฉัยของคณะกรรมการกําหนดราคา ค่าโดยสารของสมัยที่มีน้ํามันขึ้น ให้รถโดยสารสามารถขึ้นราคาได้ พอคณะกรรมการ มีวินิจฉัยว่า ให้ขึ้นราคาได้ ศาลปกครองไปคุ้มครองชั่วคราวว่า ขึ้นไม่ได้ รถต่าง ๆ เขาเดือดร้อนเขาขาดทุน เขาก็เลยมาร้องกระทรวงคมนาคม ผมยังเรียนเลยมันน่าจะไป ร้องศาลปกครอง ที่ไม่ได้ดูเลยสาระสําคัญกว่าเขาจะถึงขั้นตอนนี้เขาได้ประชุมกัน อย่างไรบ้าง แล้วไปวินิจฉัยแบบนั้นเสร็จแล้ว เปึนอย่างไรครับ ผลที่สุดศาลปกครองก็ต้อง มาวินิจฉัยใหม่ให้ขึ้นได้ ผมถามว่าอย่างนี้มันถูกหรือ ไปคุ้มครองชั่วคราวอย่างนั้น มันไม่ใช่ ถ้าฝ์ายบริหารเขามีกระบวนการขั้นตอนในการทํางานกว่าจะวินิจฉัยในแต่ละ เรื่องแล้ว ครบขั้นตอนท่านต้องให้ เพราะว่าฝ์ายบริหารรับผิดชอบต่อประชาชน ถ้าฝ์ายบริหารที่เลือกมานี่นะครับ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาประชาชนได้ แล้วศาลก็คอยมา อย่างนี้ แล้วบ้านเมืองมันจะอยู่กันอย่างไร ผมเห็นด้วยที่สาระสําคัญของกฎหมายที่เขียน ไว้ว่า คดีกรณีต่าง ๆ นั้นที่เกี่ยวกับการวินิจฉัยที่เกี่ยวข้องการใช้อํานาจปกครองที่สมมุติว่า ให้อํานาจอย่างปัจจุบันที่ท่านสมาชิกพูดนี่ครับ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ท่านไม่ได้รับ ความเปึนธรรมแบบนี้ ท่านก็บอกพยายามจะส่งมา ศาลปกครองต้องรีบวินิจฉัยให้ชัดเจน ว่ากรณีที่การย้าย อันนี้ไม่ใช่เปึนการย้าย เปึนการโยกเข้าไปทํางาน เหมือนกับการโยก อธิบดีกรมตํารวจทั้งหมด สมัยที่ผ่านมาเขาก็จะใช้วิธีเอาไปไว้ที่สํานักนายกรัฐมนตรี ไม่ได้ย้าย ไม่ได้มีความผิด เปึนการวินิจฉัยอันนั้นถูกไหม ถ้าถูกก็บอกว่า ถูก เอาเสียให้จบ ให้ประชาชน ถ้าผิดก็บอกว่า ผิด แล้วก็กลับกันใหม่เสีย นักการเมืองจะได้ไม่กระทํา แต่มีเหตุการณ์แล้วท่านไม่สร้างบรรทัดฐาน แล้วสังคมจะอยู่ได้อย่างไร สิ่งเหล่านี้แหละ เปึนสิ่งที่ต้องการให้ศาลปกครองสร้างบรรทัดฐาน ให้ข้าราชการมีความรู้สึกว่าตัวเองทํา อะไรบ้าง ทําอะไรไม่ได้บ้าง อย่างนี้สิครับจึงจะเปึนที่น่ารักน่าศรัทธา และจะเปึนคนสร้าง บรรทัดฐานให้กับสังคม แต่ว่าท่านกลับไปเอาเรื่องความขัดแย้งเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ มา ผมขอเรียนถามเลยครับว่า คดีศาลปกครองมันเปึนคดีที่เกี่ยวกับการวินิจฉัยสั่งการของ อํานาจของหน้าที่ ของคําสั่งการ เพราะฉะนั้นมันไม่ควรจะมีคดีมาก พอคดีอันนี้เปึน บรรทัดฐานนี่นะครับ พอคดีใหม่ที่มาสร้างเกี่ยวกับบรรทัดฐานเดียวกันต้องวินิจฉัยได้แล้ว ว่ามันซ้ํากับคดีที่เท่านั้น ๆ ได้เคยวินิจฉัยเปึนต้นแบบแล้ว ไม่ใช่คดีแพ่ง คดีอาญาที่มี สภาพข้อเท็จจริงที่ต่างกัน คดีศาลปกครองจะมีเกี่ยวกับเรื่องบรรทัดฐานของข้อกฎหมาย ระเบียบ ที่ชัดเจน เพราะฉะนั้นผมขอกราบเรียนว่าศาลปกครองเมื่ออยู่ไปประมาณ ๓ ป้ ๕ ป้ ๑๐ ป้ จะต้องมีบรรทัดฐานชัดแล้ว ถ้ากรณีใดฟัองที่ตรงกับคําวินิจฉัยเดิมไม่ต้องมา พูดกันเลย เพราะว่าวินิจฉัยไปแล้ว ผมอยากเห็นอย่างนั้น ผมเลยเรียนท่านครับ อันนี้ ท่านต้องมานั่งบากหน้าฟังการระบายความรู้สึกของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเจ็บปวด แทนประชาชน เพราะฉะนั้นแล้วผมขอกราบเรียนท่านครับว่า ในป้หน้านะครับ อยากจะ ให้ศาลผู้รับผิดชอบมาเองเหมือนองค์กรสิทธิมนุษยชนว่า พอเราบอกไม่มาเขามาทันที แล้วศาลจะได้องอาจกล้าหาญตัวเองตัดสินอย่างไร สามารถตอบพี่น้องประชาชนได้ว่าทําไมถึงอย่างนั้น ไม่ใช่บอกว่าเอาเปึนคดีนะครับ เอาเปึนบรรทัดฐานให้เห็น คนจะเกิดความเชื่อมั่น เกิดความศรัทธา แล้วเวลางบประมาณ เข้า อะไรเข้าเราเห็นเลยว่า ถ้าศาลเปึนที่หวังของประชาชนอะไรก็อยากจะสนับสนุน แล้วถ้าศาลก็ตาม องค์กรก็ตามมาเปึนความรู้สึกว่าแปลกแยกกับองค์กรของประชาชน แล้วท่านคิดดูสิครับอนาคตสมาชิกเริ่มพูดแล้วครับ ถ้าอึดอัดต่อไปเปึนแบบอเมริกาไหม จะต้องให้ศาลมารับรองโดยสภาซึ่งผมไม่เห็นด้วย เพราะผมไม่เชื่อว่าในทางการเมืองจะมี ความยุติธรรม การเมืองเปึนเรื่องของการต่อรอง เปึนเรื่องของผลประโยชน์ เพราะฉะนั้น แล้วจะทําให้ระบบศาลไม่ได้มาตรฐานหนักขึ้นไปอีกถ้าเอามาอยู่ในครรลองของการเมือง เพราะฉะนั้นเมื่อมันเปึนอย่างนี้แล้ว ท่านครับ สร้างมาตรฐานของศาลเถอะครับ ให้ชัดเจน แล้วก็มารายงานให้ประชาชน ให้ประชาชนได้เคลียร์ตอบ รัฐบาลดูแลประเทศใหญ่ที่สุด เลยในอํานาจบริหาร รัฐบาลยังต้องมารับผิดชอบต่อสภา ทําไมองค์กรนิติบัญญัติ ก็รับผิดชอบ บริหารก็รับผิดชอบ ตุลาการทําไมไม่รับผิดชอบ ผมอยากให้เปึนอย่างนั้น เมื่อท่านเปึนอย่างนั้นความรู้สึกต่อประชาชน ต่อผู้พิพากษาก็จะมีความชัดเจน มีความ โต้ตอบกันได้ชัดเจน ผมเชื่อครับว่าสังคมเราก็จะมีความสะดวก มีความรู้สึกว่าเรามีความ ใกล้ชิด แต่ถ้าท่านขาลอยต่อประชาชน ไม่รับผิดชอบต่อสภา ผมเชื่อครับว่าในอนาคต ข้างหน้า ความว้าเหว่ ความเหงา ความรู้สึกที่ท่านรู้สึกว่า อย่าไปคิดนะครับท่านมีอํานาจ เหนือประชาชน วันรุ่งขึ้นมีการพัฒนาการมากขึ้นท่านจะไม่มีมวลชนรองรับ แล้วถึงวันนั้น ความรู้สึกของประชาชนที่จะเสียดายบรรทัดฐานของศาลมันจะน้อยลง ซึ่งผมเคารพและ ศรัทธาความรู้สึกที่ศาลได้ให้ความยุติธรรมให้กับคน แต่ว่าถ้าปล่อยไปเรื่อย ๆ แล้วมี ความขัดแย้งมากขึ้นต่อความรู้สึก เราจะสูญเสียความเชื่อมั่นของสถาบันศาลที่มีต่อ ประชาชน ผมขอฝากท่านแค่นี้ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณวัชระ เพชรทอง ครับ

นายวัชระ เพชรทอง กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร กระผมขออนุญาตพูดประเด็นสั้น ๆ เพียงเล็กน้อยครับ เนื่องจากว่าเวลา ในสภานั้นมีค่ามาก ท่านประธานครับ กระผมขออนุญาตพูดแทนพ่อแม่พี่น้องประชาชน ที่โดยสารรถเมล์ ขสมก. (องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ) ทั่วทั้งกรุงเทพมหานครและเขต ปริมณฑล ซึ่งในกรณีที่มีกลุ่มประชาชนได้ไปยื่นคําร้องต่อศาลปกครองให้วินิจฉัยขอ คุ้มครองชั่วคราวการขึ้นราคาค่าโดยสารรถเมล์ แล้วศาลปกครองได้กรุณาให้ความเมตตา มีคําสั่งคุ้มครองชั่วคราวการขึ้นราคาค่าโดยสารรถเมล์ ขสมก. และรถร่วมบริการนั้น ผมถือว่าศาลปกครองได้ทําหน้าที่ที่สมบูรณ์แบบ ศาลปกครองได้ทําหน้าที่ตามที่ พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองได้บัญญัติไว้ทุกประการ และคําวินิจฉัยใด ๆ ซึ่งอาจ เรียกได้ว่าเปึนคําพิพากษานั้น คือการตัดสินอย่างยุติธรรม เที่ยงธรรม และพี่น้องประชาชน ทั้งประเทศก็ได้สํานึกได้เห็นร่วมกันว่าการตัดสินของศาลปกครองในแต่ละกรณีก็ดี ประชาชนทั่วทั้งประเทศที่มีจิตใจปกตินั้นต่างให้การยอมรับในทุกคดี ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นคําวินิจฉัยของศาลปกครอง แน่นอนมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย มีผู้ที่เห็น แย้งก็เปึนเรื่องธรรมชาติครับ แต่กระผมในฐานะที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็อยากให้ กําลังใจท่านตัวแทนของศาลปกครองที่มาชี้แจงในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ และฝาก ท่านประธานกราบเรียนไปยังตุลาการศาลปกครองทั่วประเทศว่าอย่าได้ลืมพระราชดํารัส ของในหลวงที่ท่านได้ทรงตรัสไว้ ขอกราบขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่มีผู้ประสงค์อภิปรายเพิ่มนะครับ เชิญท่านเลขาธิการ สุชาติ เวโรจน์ ครับ

นายสุชาติ เวโรจน์ เลขาธิการสํานักงานศาลปกครอง 🔗

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผมขออนุญาตตอบไล่เรียงไปทีละ ท่านเลยนะครับ ท่านสุวโรชได้ให้ข้อสังเกตที่มีประโยชน์มากครับ เพราะว่า ในหน้าที่ ๒๐ หน้าที่ ๒๑ นั้นได้บอกเขตอํานาจศาลเอาไว้ซึ่งเปึนของเดิมนะครับ จริง ๆ แล้วในปัจจุบันนี้เรามี ๗ ศาล แล้วก็ได้มีการประกาศเขตอํานาจศาลครอบคลุมศาล ที่ยังไม่ได้เป่ดนะครับ จริง ๆ น่าจะแสดงอันนี้ด้วยเพื่อไม่ให้ประชาชนสับสนนะครับ อันนี้ผมยอมรับผิด นะครับ อย่างไรก็จะเอาไปแก้ไข ท่านประสิทธิ์ท่านถามถึงซานติก้า ผับ ต้องเรียนว่า ซานติก้า ผับนั้นศาลไม่ได้คุ้มครองแล้ว เมื่อไม่ได้คุ้มครองก็ถือว่ายังเป่ดไม่ได้นะครับ แล้วก็ข้อสําคัญคดีก็ยังไม่ถึงที่สิ้นสุดนะครับเพราะว่าคดียังอยู่ที่ศาลสูง ฉะนั้นก็ยังเป่ด ไม่ได้อยู่วันยังค่ํา ต้องกราบเรียนว่าผมไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าทําไมเป่ดมาได้อย่างไร ทีนี้ที่ ท่านสมาชิกได้กรุณาถามผมว่า ศาลไปดูอาคารหรือเปล่าว่ามันไม่มีทางหนีไฟ มันไม่ถูกต้องทําให้เกิดเพลิงไหม้ คืออย่างนี้ครับ เรื่องอาคารมันเปึนเรื่องของ กทม. นะครับ ซึ่งเขาเปึนผู้เชี่ยวชาญโดยตรง แล้วก็เปึนเรื่องของตํารวจที่เขาจะต้องมีหน้าที่ดูแล นะครับ เปึนเจ้าหน้าที่เขตด้วย จะต้องเข้าไปดูแลในเรื่องของว่าแบบนั้นถูกต้องหรือไม่ เหตุที่ศาลคุ้มครองในตอนแรกนั้นก็เพราะว่ากฎหมายเก่าเขาบอกว่า ในขณะที่ยื่นขอ อนุญาตอาคารยังไม่ต้องเสร็จ ฉะนั้นมันไม่มีประเด็นเรื่องอาคารเข้ามาเกี่ยวในเรื่อง คุ้มครองชั่วคราวในช่วงนั้นเลย ศาลก็มองว่าเมื่อกฎหมายเก่าไม่ได้เขียนเอาไว้ แล้วก็ไม่ได้ กําหนดเงื่อนไขเอาไว้ ก็ไม่เข้าเงื่อนไข ต้องไม่คุ้มครองเขา อันนี้ก็กราบเรียนเพื่อ ประกอบการพิจารณานะครับ

ส่วนในเรื่องของอีกคําถามหนึ่งที่ท่านประสิทธิ์ฝากถามก็คือว่า อุทธรณ์นี่ กลัวว่าอุทธรณ์ไปแล้วเมื่อไรจะกลับ ตามกฎหมายเขาบอกเอาไว้นะครับว่าอุทธรณ์แล้ว จะต้องมีคําตอบกลับมาภายใน ๙๐ วัน ฉะนั้นมีกําหนดระยะเวลาไว้หมดนะครับ เวลา ข้าราชการที่ไม่ได้รับความเปึนธรรมหรือว่าราษฎรที่ไม่ได้รับความเปึนธรรมจากเจ้าหน้าที่ ของรัฐก็ให้อุทธรณ์ภายในฝ์ายบริหารเสียก่อน แล้วก็ถ้าไม่มีคําตอบก็คือไม่ตอบมาภายใน กําหนดระยะเวลาที่กฎหมายกําหนดแล้วก็สามารถที่จะมาฟัองศาลปกครองได้เลยนะครับ ฉะนั้นต้องเรียนท่านนะครับ

คําถามต่อไปจากท่านชัยวัฒน์ ก็ต้องกราบขอบพระคุณในเรื่องข้อแนะนํา ในเรื่องอัตรากําลัง ถ้าเจ้าหน้าที่ของ ก.พ. (สํานักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน) มาได้ยิน กระทรวงการคลังมาได้ยิน ก็คงจะเปึนประโยชน์ในการรับข้อสังเกตของท่านไป นะครับ อันนี้ก็กราบเรียนท่านนะครับ ส่วนลูกจ้างชั่วคราวของศาลปกครอง ปกติงานไม่หมดเราก็จะจ้างต่อนะครับ แล้วก็ส่วนใหญ่ถ้าอยู่ไม่นานเขาพยายามที่จะ พัฒนาตัวเองและก็สอบเปึนข้าราชการกันก็เยอะ ในขณะนี้ก็เยอะทีเดียวนะครับ

สําหรับท่านพีรพันธุ์นะครับ ต้องเรียนว่าอย่างนี้ครับ คดีเขาพระวิหาร ท่านบอกว่า ท่านมองไม่เห็นเลยว่ามันเปึนคดีปกครองนะครับ ผมเรียนอย่างนี้ครับว่า จริง ๆ แล้วศาลก็ให้เหตุผลเอาไว้ในคําพิพากษานี่นะครับ ผมขออนุญาตอ่านให้ท่านฟัง นิดหนึ่งแล้วกันว่า ศาลมองว่าอย่างนี้ครับ เหตุผลที่เปึนคดีปกครอง ก็เพราะว่า ๑. กระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีเปึนเจ้าหน้าที่ของรัฐนะครับ เมื่อเปึนเจ้าหน้าที่ ของรัฐ เขาบอกองค์ประกอบของคดีปกครองส่วนหนึ่งให้ดูคู่กรณี ถ้าเปึนเจ้าหน้าที่ของรัฐ โอ.เค. นะครับ ก็เข้าองค์ประกอบ ๒. ให้ดูว่าการกระทํานั้นมันเปึนการกระทําทาง ปกครองหรือไม่ ศาลมองว่ามติที่เห็นชอบในการแถลงการณ์ร่วมไทย–กัมพูชา เปึนการ กระทําทางปกครอง เพราะว่ามติมันกระทบสิทธิแล้วก็ประโยชน์อันชอบธรรมของ ประชาชน ในอันที่จะครอบครอง รักษา อาณาเขตดินแดนแหล่งอารยธรรมและสิทธิในการ ประกอบอาชีพบริเวณชายแดน อันนี้คือเหตุผลที่ศาล ซึ่งท่านจะวิจารณ์ในแง่วิชาการก็ได้ ท่านไม่เห็นด้วยก็ได้ แต่ว่าผมเรียนข้อเท็จจริงให้ท่านฟัง อันนี้ก็อยู่ในคําพิพากษา แล้วส่วนที่ว่าเรื่องที่ลงหนังสือพิมพ์บอกว่ามีการเปลี่ยนองค์คณะ ผมกราบเรียนด้วยความ สัตย์จริงว่าตัวกระผมเองไม่ทราบ ผมก็ทราบจากหนังสือพิมพ์ อ่านจากหนังสือพิมพ์มา ตลอด แล้วก็ไม่ได้เข้าไปละลาบละล้วงหรือว่าไปขุดคุ้ยอะไรนะครับ ต้องกราบเรียนว่า ข้อมูลผมมีแค่นี้จริง ๆ นะครับ แต่ว่าที่ทราบมาก็คือคิดว่าข้อมูลที่รับฟังมามันก็ไม่ได้จริง ตามนั้นนะครับ อันนี้ก็กราบเรียนนะครับ

ท่านต่อไปท่านสมเกียรตินะครับ ท่านสมเกียรติบอกว่า ทําไมศาลไม่มาพบ ทําไมถึงปล่อยให้เลขาธิการมาพบสภานะครับ ทําไมศาลไม่มาชี้แจงเพื่อที่ว่าสภา จะได้ตรวจสอบ ผมเรียนอย่างนี้ครับว่า มาตรา ๙๓ ของกฎหมายจัดตั้งศาลปกครอง นะครับ ได้กําหนดเอาไว้ว่าให้สํานักงานศาลปกครอง ไม่ได้ให้ศาลปกครองนะครับ ให้สํานักงานศาลปกครองนั้นจัดทํารายงานการปฏิบัติงานของศาลปกครองและสํานักงาน ศาลปกครองเสนอต่อคณะรัฐมนตรี สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาป้ละ ๑ ครั้ง เรื่องนี้ กราบเรียนนะครับว่า ในกฎหมายเขียนว่าให้สํานักงานศาลปกครอง นี่คือเหตุผลว่าทําไม เลขาธิการสํานักงานศาลปกครองจึงต้องมาชี้แจงต่อสภานะครับ แล้วผมกราบเรียนว่า จริง ๆ แล้วอย่างที่ได้กราบเรียนตั้งแต่ต้นว่า ปกติถ้าข้อพิพาทในเรื่องของคดีความ ถ้าตัดสินอะไรออกมาแล้วยากที่คนจะเห็นพ้องต้องกันหมด ถ้าเอาเรื่องคดีความชี้ถูก ชี้ผิด มาเถียงกัน ผมว่าเถียงกันทะเลาะกันตายนะครับ ฉะนั้นในสังคมของประชาธิปไตย ทั้งหลาย เขาถึงต้องกําหนดว่าคําพิพากษาศาลให้เปึนยุติ จะเห็นด้วย ไม่เห็นด้วยก็ยุติ นะครับ เพราะตัดสินใจในพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์ในกรณีของศาลไทยเรา นะครับ ฉะนั้นไม่มีประโยชน์ที่จะมาพูดหรือว่าวิจารณ์เพราะว่าได้ตัดสินไปแล้วนะครับ ส่วนการที่ว่าถ้าเอามานั่งถกเถียงกันผมว่าเปึนประเด็นที่ยากที่จะหาข้อยุติได้นะครับ ผมบอกให้ว่า ถ้าคนที่เรียนกฎหมายจะถูกสอนมาตลอดว่าเสียงส่วนใหญ่ไม่ได้บอก ความถูกต้อง แต่เสียงส่วนใหญ่บอกความต้องการต่างหาก ฉะนั้นเราใช้ คนส่วนใหญ่ที่ออกเสียงออกเพื่อแสดงให้เห็นถึงความต้องการว่าต้องการให้เปึนอะไร ต้องการกฎหมายแบบไหน ต้องการนโยบายอย่างไร แต่ถ้าบอกว่ามาชี้ถูก ชี้ผิดในเรื่อง ของกฎหมายด้วยแล้วซึ่งมันต้องเรียนจนได้บัณฑิตนะครับ ผมว่าเอาเสียงส่วนใหญ่ที่เปึน คนทั่วไปมาชี้คงลําบากแล้วก็เถียงกันตาย แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งความถูก ความผิด ในโลกนี้มีอยู่ ๒ ประเภทนะครับ ประเภทแรกนั้น ก็คือถูกผิดโดยตัวของมันเองนะครับ ถูกผิดโดยตัวของมันเองไม่ต้องมีใครมาสอนเรา เราก็รู้ว่ามันถูกมันผิด อย่างนี้ไม่มีปัญหา ครับ เวลาที่เราจะเถียงกันเรื่องถูก เรื่องผิด เพราะว่าสังคมมันสอนเรามาอย่างนั้น อย่างเช่น การไปลักทรัพย์เขา ไปเอาของเขา ไปโกงเขา อย่างนี้ถามทุกคนในห้องนี้ ก็ไม่มีใครบอกว่า สิ่งนั้นผิด สิ่งนั้นถูก ทุกคนรู้อยู่แก่ใจว่า อะไรถูก อะไรผิด อย่างนี้ครับ ถูกผิดในตัวเอง อย่างนี้ไม่มีปัญหาเวลาตัดสิน แต่ว่าบางเรื่องมันถูกผิด เพราะกฎหมาย เขียนให้มันถูกมันผิด มันไม่มีถูกผิดโดยตัวมันเอง หลาย ๆ เรื่องนะครับ ผมยกตัวอย่าง อย่างเช่น ขับรถ ชิดซ้าย ชิดขวานะครับ ถ้าท่านไปเถียงกันท่านเถียงกันตายเลยนะครับ แต่ว่าถูกผิดเพราะอะไร เรารู้ได้อย่างไรว่าชิดซ้ายถูกในเมืองเรา ก็เพราะว่ามันมีกฎหมาย เขียนถูกไหมครับ ฉะนั้นบางเรื่องมันถึงต้องเอากฎหมายเปึนหลัก แต่ว่ามันถูกผิดโดย ตัวของมันเองโดยอะไรมันเถียงกันจนไม่รู้จบแน่นอน ฉะนั้นในเรื่องคดีปกครองผมเรียนว่า มันมีหลาย ๆ เรื่องว่าความถูกผิดนั้นมันเกิดขึ้น เพราะกติกากฎหมายเขียนให้มันถูก มันผิด ศาลตัดสินก็ตัดสินตามกฎหมาย ถ้าจะมาชําแหละกันในเรื่องของบอกว่าความ ถูกผิดโดยความเห็นของแต่ละคน ผมว่าไม่มีที่ยุตินะครับ อันนี้ต้องกราบเรียนนะครับ นี่ก็เปึนเหตุผลส่วนหนึ่งนะครับที่ผมคิดว่า คนร่างกฎหมายก็เลยไม่เอาศาลเข้ามาชี้แจง นะครับ อันนี้ผมไม่ทราบถูกผิดอย่างไรนะครับ แต่ว่าความคิดเห็นผมนะครับ เพราะ ผมไม่ได้อยู่ในตอนที่ร่างกฎหมาย แต่ผมอ่านตามกฎหมายที่เขาเขียนว่าให้สํานักงาน ศาลปกครองนั้นเปึนผู้ที่มาชี้แจงนะครับ ตัวเลขาธิการก็ต้องมาชี้แจงนะครับ

อีกเรื่องหนึ่งต้องกราบเรียนนะครับ ต้องขอบคุณในเรื่องที่ได้เตือนว่า ศาลปกครองไม่ควรเอาเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ มาพิจารณา อย่างเรื่องขึ้นค่ารถเมล์หรืออะไร ผมต้องกราบเรียนอย่างนี้ครับ ในเมืองนอกคดีที่พาดหัวข่าวในหนังสือพิมพ์เมืองนอก มีอยู่ ๒ เรื่องที่เปึนคดีแล้วพาดหัวประจําเลย คดีแรกคือเรื่องคดีอาญา ฆ่ากัน ปล้นกัน ข่มขืน อย่างนี้พาดหัวประจํา และอีกหนึ่งคดี ที่พาดหัวประจําก็คือคดีปกครองครับ แต่ถามว่าทําไมบ้านเราไม่เปึนอย่างนั้น ก็เพราะว่า บ้านเรายังไปไม่ถึงอย่างนั้น คนยังไม่ค่อยเข้าใจว่าการตรวจสอบอํานาจรัฐเปึนสิทธิที่พึงมี พึงได้ พึงกระทําของคนไทย เพราะคนไทยถูกสอนมาอย่างนั้นนะครับ เรื่องการเปึนคดี ขึ้นโรงขึ้นศาล การทะเลาะกับเจ้าหน้าที่ของรัฐเปึนเรื่องที่ไม่พึงกระทํา คนไทยถึงถูกสอน ให้เปึนอย่างนั้น ก็เลยไม่ค่อยมี แต่ผมเรียนยืนยันว่าเมืองนอกคดีเล็กคดีน้อย แค่ขับรถไป แล้วเห็นว่าไฟฟัาข้างทางดับมันเปึนประเด็นข้อขัดแย้งแล้วในเรื่องของประชาชนกับ เจ้าหน้าที่ของรัฐ เพราะเจ้าหน้าที่ของรัฐนั้นละเลย ทําให้ไฟเสีย เขาขับรถเขาอาจจะเกิด อุบัติเหตุก็ได้ อันนี้ผมกราบเรียนนะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องเล็กน้อย เรื่องประเด็นที่คิดว่า เล็ก ๆ น้อย ๆ ผมว่าเปึนประเด็นถ้าเปึนเรื่องความเดือดร้อนของชาวบ้าน เพราะฉะนั้น ศาลปกครองต้องทําครับ อันนี้ผมกราบเรียนเพื่อประกอบการพิจารณานะครับ นอกนั้น ก็คงไม่มีแล้วครับประเด็น ต้องขอขอบคุณท่านวัชระที่พูดแทนคนโดยสารรถเมล์นะครับ ขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มียกมือเพิ่มเติมอีก ๒ ท่านนะครับ ผมต้องขอแต่ละท่านรวบรัดด้วยนะครับ เพราะว่าเดี๋ยว เรายังมีวาระรับทราบธนาคารเอสเอ็มอี (ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจ) รออยู่นะครับ คุณประชา ประสพดี กับคุณวิชาญ มีนชัยนันท์ เชิญคุณประชา ประสพดี ก่อนครับ

นายประชา ประสพดี สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ประชา ประสพดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย สักครู่ก่อนหน้านี้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านดอกเตอร์สุรพงษ์ก็ได้หารือท่านประธานถึง การประชุมในวันนี้ ซึ่งเปึนการรับทราบรายงานของศาลปกครองนะครับ ที่มีความเปึนมา เปึนไป หลายท่านก็ได้ลุกขึ้นอภิปรายแล้วก็ฝากข้อห่วงใยไว้เยอะ ไม่ว่าจะเปึนเรื่อง เอเอสทีวีหรือเรื่องกรณีการคุ้มครองชั่วคราวต่าง ๆ ที่จริงถึงแม้ว่าจะเปึนรายงานรับทราบ มันก็เปึนประโยชน์ที่สําคัญซึ่งผู้แทนราษฎรทุกท่านต้องตระหนักให้ดี ท่านสมาชิก ได้หารือท่านประธานไปสักครู่ถึงความพร้อมของจํานวนสมาชิกในที่ประชุมแห่งนี้ ผมเห็นว่า ยังมีกฎหมายที่จะต้องรอเข้า ไม่ว่าจะเปึนเอสเอ็มอี ซึ่งเปึนเรื่องสําคัญของประเทศชาติ สําคัญที่สุด แล้วก็ยังมีเรื่อง พ.ร.บ. ของผู้สูงอายุอีก ผมเห็นว่าในฐานะสมาชิกก็ขอ กราบเรียนท่านประธานว่าขอให้ท่านประธานได้ตรวจสอบองค์ประชุมด้วยการขอเช็ก องค์ประชุมครับ ท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณประชาครับ เรายังไม่จบวาระรับทราบศาลปกครองเลยนะครับ แล้วก็ผมคิดว่าอย่างที่ ผมได้เรียนไปเมื่อคราวที่แล้วว่าวาระรับทราบนั้นเราไม่ได้มีการลงมตินะครับ เพราะฉะนั้น ไม่มีความจําเปึน และผมเชื่อว่าองค์ประชุมเราขณะนี้ก็ครบนะครับ ขอความกรุณาถอน เถอะครับ

นายประชา ประสพดี สมุทรปราการ

ครับ ท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

แล้วขอท่านวิชาญจะได้อภิปรายให้จบวาระอันนี้ แล้วเดี๋ยวเราก็จะเข้าวาระรับทราบต่อไป นะครับ คือวาระรับทราบของธนาคารเอสเอ็มอี ขอถอนเถอะครับ เพื่อให้บรรยากาศกําลัง เดินไปได้ดีครับ

นายประชา ประสพดี สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธานครับ ถึงแม้ว่าจะเปึนวาระรับทราบนะครับ เราก็ควรที่จะมารับทราบถึงรายงานของ ศาลปกครอง และการขอตรวจสอบองค์ประชุมด้วยการนับองค์ประชุมนั้นก็เปึนเอกสิทธิ์ ที่จะกระทําได้ ผมขอให้ท่านประธานได้วินิจฉัยในเอกสิทธิ์ด้วยการขอตรวจสอบ องค์ประชุมด้วยการนับองค์ประชุมครับท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญคุณเชน เทือกสุบรรณ ครับ

นายเชน เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

ท่านประธานที่เคารพ ผมตั้งใจ นะครับท่านประธานครับ ว่าจะหารือท่านประธานในเรื่องนี้ กรณีที่มีการเสนอนับ องค์ประชุม ผมก็พยายามที่จะพิจารณาดูในเรื่องกฎข้อบังคับของการประชุม รวมทั้ง รัฐธรรมนูญไม่มีข้อใดระบุ โดยเฉพาะระเบียบข้อบังคับการประชุมนะครับ เราระบุไว้ ชัดเจนครับว่าอํานาจในการตรวจสอบการประชุม องค์ประชุมนั้นให้เปึนอํานาจของ ประธานสภา ท่านประธานครับ เพื่อไม่ให้เปึนการพร่ําเพรื่อผมอยากจะเห็นท่านประธานได้กําหนดว่า เราจะใช้การตรวจสอบองค์ประชุมอย่างไรถึงจะเปึนธรรม ไม่อย่างนั้นเราไม่สามารถ ทํางานในสภาได้ต่อไป ท่านประธานครับ การนําองค์ประชุมโดยทุกครั้งไปถ้ามีเหตุมีผล ผมเห็นว่าท่านประธานควรจะกระทํา โดยเฉพาะท่านประธานได้กระทําเสนอก็คือว่า เมื่อจะมีการลงมติ ท่านประธานจะจัดการให้มีการตรวจสอบองค์ประชุม แต่การกระทํา โดยอ้างท่านประธานครับ วันนี้ผมจําเปึนต้องขอให้ท่านประธานวินิจฉัยตามข้อบังคับครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมจะวินิจฉัยอย่างนี้ครับ ในข้อบังคับการประชุมสภาไม่ได้มีพูดถึงเรื่องการนับองค์ประชุม นะครับ ขอให้ลองไปตรวจดูในข้อบังคับทุกข้อไม่มีพูดไว้ แต่มีกล่าวไว้ในกฎหมาย รัฐธรรมนูญว่าองค์ประชุมก็ต้องเปึนเรื่องสําคัญในการพิจารณามติต่าง ๆ แต่อย่างไรก็ตาม ศาลรัฐธรรมนูญได้เคยวินิจฉัยไว้ครั้งหนึ่งว่าเรื่ององค์ประชุมเปึนเรื่องสําคัญ นั่นก็หมายความว่าสภาของเราจะไม่สามารถประชุมได้ถ้าหากว่าองค์ประชุมไม่ครบ แต่อย่างไรก็ตามประธานก็จะต้องวินิจฉัยในแต่ละครั้งว่าความเหมาะสมในการขอนับ องค์ประชุมนั้นมีเหตุผลหรือไม่ อย่างไรก็ตามการนับองค์ประชุมก็เปึนเอกสิทธิ์ของ ฝ์ายค้าน เพราะถือว่าเปึนการตรวจสอบการทํางานของรัฐบาลได้อีกทางหนึ่ง ถ้าหากว่า ฝ์ายค้านนับองค์ประชุมไปแล้วโดยไม่มีเหตุผล แล้วองค์ประชุมครบ ผู้เสนอนับ องค์ประชุมก็จะเสียหายเองในสายตาของประชาชน ซึ่งผมเองก็ได้เรียนขอร้องคุณประชา เพราะว่าขณะนี้ยังเหลืออีกท่านหนึ่งที่ขออภิปราย เรื่องวาระรับทราบรายงาน ผลการปฏิบัติงานของศาลปกครอง เพื่อให้บรรยากาศเดินไปได้ดีขอถอนเถอะครับ แล้วท่านวิชาญพูดจบปัูบ เดี๋ยวเราก็จะเข้าวาระรับทราบของธนาคารเอสเอ็มอีนะครับ ถึงแม้ว่าจะเปึนเอกสิทธิ์ก็ขอเถอะครับ ขอความกรุณาครับ เพื่อให้วาระนี้จบไป แล้วก็เข้า วาระรับทราบของธนาคารเอสเอ็มอี เพราะว่าเจ้าหน้าที่ของธนาคารเอสเอ็มอีมารอ ตั้งแต่บ่าย ๆ แล้วนะครับ ยังไม่ได้มีโอกาสเข้ามาชี้แจง ขอความกรุณาคุณประชา เถอะครับ คุณประชาครับ ขอความกรุณาเถอะครับ

นายประชา ประสพดี สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้ท่านสมาชิกก็ได้กล่าวถึงเรื่องการนับองค์ประชุมนะครับ มันก็อาจจะทําให้ ผมนั้นเกิดความเสียหายได้ แต่การนับองค์ประชุมมันก็ไม่ใช่ความเสียหาย มันเปึนหน้าที่ ที่สมาชิกทุกท่านในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้พึงจะต้องมีนะครับ เราเองไม่ยึดมั่นกติกา เราไปอาศัยเหตุอื่น ที่จริงการนับองค์ประชุมถ้ามีความพร้อมนะครับ เราก็ไม่ต้องไปกังวล นะครับ แต่ว่าผมเองก็ขอยืนยันเพื่อตรวจสอบองค์ประชุม เมื่อองค์ประชุมครบเราก็ ดําเนินการต่อ มันก็ไม่ได้เปึนบรรทัดฐานที่จะก่อให้เกิดความเสียหายแต่ประการใด ท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สรุปแล้วคุณประชาไม่ถอนข้อเสนอให้นับองค์ประชุมใช่ไหมครับ ผมเรียนย้ําอีกครั้งครับ เพราะว่าขณะนี้วาระรับทราบกําลังใกล้จะจบนะครับ แล้วก็จะเหลือผู้อภิปรายอีก ท่านเดียว คือท่านวิชาญ มีนชัยนันท์ นะครับ ก็ขอให้อภิปรายวาระรับทราบนี้จบไปก่อน แล้วจะนับองค์ประชุมก็ว่ากันอีกครั้งหนึ่งได้ไหมครับ

นายประชา ประสพดี สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กรณีนี้กระผมก็ขอใช้สิทธิด้วยการสงวนสิทธิ เมื่อท่านสมาชิก ท่านวิชาญ มีนชัยนันท์ ได้อภิปรายจบ ก็ขอให้ท่านประธานได้ตรวจสอบองค์ประชุมตามที่ผมได้เสนอญัตติไว้ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ถ้าอย่างนั้นเชิญคุณวิชาญ มีนชัยนันท์ และเดี๋ยวพอผ่านวาระรับทราบไป เสร็จแล้วผมจะขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ สักครู่ผมได้อภิปรายแล้วก็สอบถามในเรื่องของคดีซึ่งนําสู่การร้องเรียน ซึ่งได้อ่านเลขคดี ขออนุญาตอ่านอีกครั้งหนึ่งครับ คดีหมายเลขดํา ที่ ๑๓๖๔/๔๙ ซึ่งเปึน คดีลงวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๔๙ นะครับ ร้องโดย นายวิเชียร มหานุกูล นะครับ เกี่ยวกับเรื่องขอให้มีการพิจารณาเพิกถอนสิทธิในการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๔๙ คือการเลือกตั้งสมาชิกสภาเขตท้องถิ่นนะครับ คือต้องทวงถามครับว่า วันนี้ ไม่ได้คําตอบก็ยังไม่เปึนไร แต่ท่านต้องรีบดําเนินการในเรื่องดังกล่าว เพราะคดีดังกล่าว นั้นผมเรียนไปแล้วนะครับว่า เปึนคดีที่มีผู้เสียหาย ที่เขาร้องเรียน เกี่ยวกับเรื่องวิธีการการเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ไม่ปฏิบัติไปตามระเบียบ ของการเลือกตั้ง ซึ่งส่อให้เกิดปัญหา แล้วก็อาจจะนํามาซึ่งความไม่ชอบมาพากลในเรื่อง ดังกล่าว ซึ่งการร้องตรงนี้นั้น ๑๔ เขตนะครับ เบื้องต้นเขาร้อง ๑๔ เขต ฉะนั้นเรื่องนี้มัน ผ่านตั้งแต่ป้ ๒๕๔๙ จะมีการเลือกตั้งอีกครั้งหนึ่งป้ ๒๕๕๓ ผมไม่ทราบว่าเรื่องอย่างนี้ ศาลปกครองการพิจารณาควรจะมีการเร่งรัด เพราะเปึนเรื่องเกี่ยวกับการเลือกหาบุคคลที่ เหมาะสมมาดํารงตําแหน่ง ถึงแม้ว่าจะเปึนสภาเล็ก ๆ แต่ก็อยู่ในกฎหมายในเรื่องของการ กระจายอํานาจ แล้วท่านบอกว่าเรื่องการป่ดทําเนียบรัฐบาลไปคุ้มครอง หรือเรื่องการ ขายหุ้น ซื้อขายหุ้น ปตท. (บริษัท ปตท. จํากัด มหาชน) แล้วไปคุ้มครอง หรือในเรื่องของ รถเมล์หรือจิปาถะต่าง ๆ ถือว่าเปึนเรื่องใหญ่ ท่านจะต้องแบ่งแยกในเรื่องความแตกต่างกัน ว่าอันนี้เปึนเรื่องใหญ่ เรื่องเล็ก ผมว่าไม่ใช่หรอกครับ คดีทุกส่วนนั้นเปึนคดีที่ผู้ร้องนั้น มีความประสงค์ที่อยากจะให้คดีต่าง ๆ เหล่านั้นได้เข้าสู่ศาลและมีการพิจารณา ไม่อย่างนั้นศาลปกครองก็คงไม่ได้ทําหน้าที่ให้เปึนธรรม แล้วก็ให้รวดเร็วอย่างที่ท่านได้ กล่าวไว้ในรายงานการประชุม เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมต้องการคําตอบด้วย อย่างไรแล้ว ท่านก็ช่วยเช็กแล้วก็หาคําตอบให้ด่วนไม่ใช่บอกว่าเขาไปตาม แล้วก็โทรศัพท์ไปถาม ก็ได้คําตอบเพียงแต่ว่ากําลังอยู่ในระหว่างการดําเนินการ ซึ่งเวลาการดําเนินการนั้น มันเลยเวลามานานจนจะมีการเลือกตั้ง อีกป้เศษก็จะมีการเลือกตั้งแล้ว มันจะได้เปึน บรรทัดฐานครับ ถ้าพิจารณาออกมาอย่างไรผมคิดว่าเขาก็เคารพกติกา เคารพสิทธิ แต่วิธีการถ้าท่านคิดว่าเขาไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเลือกตั้งศาลปกครองต้องมีความเห็นให้ ไปถอนข้อระเบียบ ซึ่งมีส่วนในการบังคับใช้แต่ไม่ใช้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง กกต. จะได้ไปดูระเบียบตัวนั้น แล้วก็ยกเลิกไป บอกไม่มีสาระสําคัญทุกอย่างมันเปึนข้อ กฎหมาย แล้วท่านต้องพิจารณาตามตัวบทกฎหมาย ไม่ใช่ท่านจะบอกว่าเอาความเห็นที่ บอกว่าเปึนข้อยุติ ข้อยุติมันพูดได้ครับ แต่ความรู้สึกทางจิตใจบางทีสังคมมันรับไม่ได้ สังคมในที่นี้นั้นก็เปึนตัวบ่งบอกครับว่าการกระทําที่ท่านตัดสินไปบางคดีนั้นท่านอาจจะ บอกว่าท่านถูก แต่บางคดีนั้นที่ตัดสินแล้วประชาชนทุกคนเองนั้นเขามองเปึนตรงข้าม นั่นคือความผิดที่ท่านตัดสินไปในมุมมองที่ท่านคิดว่าถูก ผมก็ยังยืนยันว่าทุกสิ่งทุกอย่างมัน ขึ้นอยู่กับตัวบทกฎหมาย ก็ฝากท่านประธานไปถึงทางตัวแทนทางศาลปกครองให้ช่วยดูคดี ดังกล่าว แล้วช่วยแจ้งผมด้วยครับ เพราะว่าเปึนคดีซึ่งหลายคนที่เขาร้องเรียนเขาสอบถามมา บังเอิญวันนี้มีรายงานเข้าก็เลยต้องสอบถามต่อครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวุฒิพงศ์ต้องการอภิปรายซักถามหรือครับ ขอท่านสุดท้ายนะครับ เพราะว่าเดี๋ยวจะได้ จบวาระรับทราบและอาจจะมีการนับองค์ประชุมก็ว่ากันไปนะครับ ขอท่านสุดท้ายรวบรัด ด้วยครับ

นายวุฒิพงศ์ ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

ผม วุฒิพงศ์ ฉายแสง ครับ พรรคเพื่อไทยครับ จากการที่ผมฟังการถามของท่านพีรพันธุ์ พาลุสุข เกี่ยวกับเรื่อง เขาพระวิหาร แล้วทางท่านเลขาธิการได้ตอบมาว่าลงท้ายก็คือว่ามันสามารถวินิจฉัยได้ เพราะเนื่องจากเปึนการกระทบสิทธิ ถ้าพูดอย่างนี้มันกว้างมาก รัฐบาลหรือ ครม. ทําอะไร ก็แล้วแต่มันจะต้องกระทบสิทธิประชาชนหมดเลย ฉะนั้นท่านก็มีอํานาจเหนือการ บริหารราชการแผ่นดินได้ อันนี้ผมไม่สบายใจว่าท่านพูดอย่างนี้คงไม่ถูกต้อง อาจจะเปึน การเข้าใจผิดของท่านหรือเปล่า ผมเผอิญเปึนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ด้วย นะครับ ก็รู้สึกไม่สบายใจ เพราะว่าท่านพูดอย่างนี้ แล้วก็ทางอาจารย์พีรพันธุ์นั้นเจตนา ที่จะให้รู้ว่าศาลปกครองนั้นมีหน้าที่ขอบเขตเท่าไร แค่ไหนนะครับ แต่ท่านพูดว่าเปึนเรื่อง กระทบสิทธิสามารถทําได้หมดเปึนเรื่องที่ผมมองว่าไม่น่าจะถูกต้องนะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านเลขาสุชาติครับ จะตอบหรือไม่ตอบก็ได้นะครับ

นายสุชาติ เวโรจน์ เลขาธิการสํานักงานศาลปกครอง

คงไม่ตอบ นะครับ เพราะว่ามันเปึนการก้าวล่วงเข้าไปในคําพิพากษาแล้ว อันนี้แล้วแต่ความเห็น นะครับ ในเชิงวิชาการ ท่านก็มีสิทธิที่จะเห็นนะครับ แล้วก็มีเหตุผลของท่านนะครับ ผมเคารพในเหตุผลของท่านครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ เปึนอันว่าสภาผู้แทนราษฎรได้รับทราบรายงานผลการดําเนินงาน ของศาลปกครองและสํานักงานศาลปกครองขอขอบคุณผู้ที่เข้ามาชี้แจงนะครับ ท่านเลขาธิการ สํานักงานศาลปกครอง คุณสุชาติ เวโรจน์ ท่านรองเลขาธิการสํานักงาน ศาลปกครอง คุณกาญจนารัตน์ ลีวิโรจน์ คุณไกรรัช เงยวิจิตร ที่ปรึกษาสํานักงาน ศาลปกครอง คุณสุรพันธ์ บุรานนท์ ที่ปรึกษาสํานักงานศาลปกครอง คุณดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม รักษาการในตําแหน่งที่ปรึกษาสํานักงานศาลปกครอง คุณสุปราณี ห้วยหงษ์ทอง เช่นเดียวกันครับ ขอขอบคุณครับ

ท่านสมาชิกครับ เปึนอันว่าเราจบวาระที่ ๒.๑ นะครับ รับทราบผลการ ปฏิบัติงานประจําป้ของศาลปกครองและสํานักงานศาลปกครองประจําป้ ๒๕๕๐ เรียบร้อยแล้ว เมื่อสักครู่คุณประชา ประสพดี เสนอขอให้นับองค์ประชุมนะครับ ผมก็ จะต้องเรียนถามคุณประชาว่ายังมีความประสงค์ที่จะนับองค์ประชุมต่ออีกหรือไม่ เพราะว่าขณะนี้สมาชิกก็เข้ามาในห้องมากพอสมควรแล้วครับ คุณประชาครับ เราจะได้ ต่อเลยครับ คุณประชาครับ ยังมีความประสงค์จะนับองค์ประชุมต่ออีกหรือไม่ครับ ผมว่า เพื่อบรรยากาศนะครับ ไม่ต้อง ขออนุญาตให้ถอนการนับองค์ประชุมนะครับ คุณประชา ครับ เชิญ

นายประชา ประสพดี สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ด้วยความเคารพท่านประธานนะครับ การขอตรวจสอบองค์ประชุมก็ไม่ได้ใช้เวลานาน แล้วจะเสียหายกับเวลาของการประชุมสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้แต่ประการใด เท่าไรนัก เพราะฉะนั้นก็ต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าการตรวจสอบองค์ประชุม ถ้าแม้ปรากฏว่าหลังการตรวจสอบแล้วองค์ประชุมครบ มันก็เปึนประโยชน์นะครับ การประชุมก็สามารถเริ่มดําเนินการต่อไปได้นะครับ ก็ขอยืนยันท่านประธานตามเดิมครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีผู้เสนอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่ ภายนอกเข้าห้องประชุมและกดปุ์มรายงานตัวด้วยนะครับ

(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย (รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง) มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

ขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้ามาในห้องประชุมด้วยครับ เมื่อท่านสมาชิก เข้ามาห้องประชุมแล้ว กรุณากดปุ์มแสดงตนด้วยครับ ขอเชิญกดปุ์มครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)

ขอเชิญเข้าห้องประชุมนะครับ และกรุณากดปุ์มแสดงตนด้วยครับ ท่านใดยังไม่ได้กดปุ์ม หรือกดแล้วติดขัดก็กรุณาเรียกเจ้าหน้าที่ด้วยนะครับ ท่านใดมีปัญหาเรื่องการแสดงตน กรุณายกมือด้วยนะครับ ป่ดการแสดงตนครับ ขอเจ้าหน้าที่ส่งรายงานผลด้วยนะครับ คุณนริศ ไม่เปึนไรครับ เดี๋ยวรายงานด้วยปากก็ได้ครับ เดี๋ยวบวกคุณนริศ ขํานุรักษ์ อีก ๑ ท่านนะครับ ขณะนี้มีผู้เข้าร่วมประชุม ๒๔๖ ท่านนะครับ รวมคุณนริศ ขํานุรักษ์ เปึน ๒๔๗ นะครับ

นายนริศ ขํานุรักษ์ พัทลุง

ผม นริศ ขํานุรักษ์ ๑๓๕ ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

และท่านประธานชัยท่านมาเพิ่มอีก ๑ เปึน ๒๔๘ นะครับ เปึนอันว่าองค์ประชุมครบ นะครับ ผมขอดําเนินการประชุมต่อครับ ขอขอบคุณท่านสมาชิกทุกท่านนะครับ

นายมานิต นพอมรบดี ราชบุรี

ท่านประธานครับ ผม ๒๕๓ ครับ บัตรมีปัญหาครับ ๒๕๓ นะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ชื่ออะไรนะครับ

นายมานิต นพอมรบดี ราชบุรี

มานิต นพอมรบดี ครับ ราชบุรีครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เพราะว่าจะต้องบันทึกประชุมด้วยนะครับ

ท่านสมาชิกครับ เราได้จบวาระ ๒.๑ ไปแล้วนะครับ

ต่อไปเปึนวาระ ๒.๒ รับทราบผลการดําเนินงานของธนาคารพัฒนา วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก ซึ่งท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ท่านรัฐมนตรีประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ในฐานะที่ดูแลธนาคารแห่งนี้ได้ขออนุญาตต่อสภา นําเจ้าหน้าที่ของธนาคารเข้ามาชี้แจงในสภา และผมอนุญาตดังรายนามต่อไปนี้นะครับ ขอเชิญคุณโสฬส สาครวิศว ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน คุณวรมิตร ครุฑโต ผู้ช่วยกรรมการ ผู้จัดการ คุณสมชัย ตันติธนวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ คุณฉัตรชัย รัตนโอฬาร ผู้เชี่ยวชาญครับ

ขอเชิญเข้าที่ประชุมได้แล้วครับ

(คณะเจ้าหน้าที่ของธนาคารเข้าประจําที่)

มีสมาชิกท่านใดประสงค์จะอภิปรายไหมครับ ขอเชิญคุณชัยวัฒน์ ผมมองตามที่ยกมือ นะครับ ๓ ท่านทันทีนะครับ ก็จะมีคุณชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง คุณจุติ ไกรฤกษ์ คุณเรวัต สิรินุกุล ๓ ท่านแรกก่อน ขอเชิญ คุณชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยนาทครับ ต้องขอกราบเรียน ขอบคุณท่านประธานนะครับ ที่ให้โอกาสผมในการที่จะได้มาสอบถามแล้วก็แสดง ข้อคิดเห็นต่าง ๆ ให้กับหน่วยงานนะครับ ครั้งนี้เปึนการพิจารณานะครับ ท่านประธาน ครับ รายงานประจําป้พุทธศักราช ๒๕๕๐ นะครับ ของหน่วยงานที่เราใช้ภาษาว่า เอสเอ็มอี แบงก์นะครับ หรือธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม แห่งประเทศไทยนะครับ อยากจะกราบเรียนท่านประธานครับ ความจริงแล้วต้องเรียนต่อ ท่านประธานครับว่า ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจแห่งนี้

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องขอความกรุณางดใช้เสียงในห้องประชุมด้วยนะครับ ขอความกรุณาท่านสมาชิก ทุกท่านด้วยครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท 🔗

ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ธนาคารพัฒนารัฐวิสาหกิจแห่งนี้ได้พัฒนาตนเองจนมาอยู่ในระดับหนึ่ง ซึ่งอาจจะเรียกว่า เปึนธนาคารที่ได้แก้ปัญหาตนเอง แล้วก็มุ่งสู่ความเจริญก้าวหน้าขององค์กรตนเอง ก็คือ ของธนาคารเอง เท่านั้นยังไม่พอยังมุ่งหวังในการที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ผู้ประกอบการทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่นะครับ ขนาดกลางและขนาดย่อมให้มีเงินทอง หรือให้มีเม็ดเงินในการที่จะลงทุนเพื่อที่จะพัฒนาเศรษฐกิจในการที่จะเปึนผู้ประกอบการ ที่ดีให้ได้ ความจริงแล้วต้องบอกว่าในการมุ่งสู่การเปึนธนาคารพัฒนาอย่างยั่งยืนโดยมี ธรรมาภิบาลพนักงานที่ดีมีคุณภาพและมีวินัยการเงินอย่างเคร่งครัด ผมเห็นด้วยเปึนอย่างยิ่งที่หน่วยงานได้ดําเนินการ แต่อย่างไรก็ตามแต่ต้องขอกราบเรียน ท่านประธานครับผมเองได้ทราบว่าหน่วยงานนี้ต้องการที่จะพัฒนาตนเองให้เปึนธนาคาร ให้ยิ่งใหญ่ให้ดีสมกับที่จะดูแลพี่น้องประชาชน เพราะว่าธนาคารถ้าขนาดมันเล็กเกินไป ต้นทุนมันสูงในการที่จะใช้ และสิ่งที่สําคัญก็คือธนาคารรัฐวิสาหกิจแห่งนี้สิ่งที่สําคัญก็คือ ไม่สามารถที่จะเป่ดในการที่จะรับเงินฝากจากพี่น้องประชาชนได้ ท่านประธานที่เคารพ ครับ ผมอยากจะสอบถามว่าเมื่อไรแนวทางในการที่จะรับเงินฝากจากพี่น้องประชาชน หรือหน่วยงานขององค์กรภาคต่าง ๆ ไม่ว่าส่วนใดก็ตามแต่ ในการที่จะเปึนการลดต้นทุน ให้กับธนาคารแห่งนี้ เชื่อว่าธนาคารคิดแล้ว ผู้บริหารได้คิดทําแล้ว แต่ถามคําถามที่จะ ทราบก็คือว่าข้อปัญหาติดขัดหรือปัญหาอุปสรรคก็คือ ท่านมีปัญหาอุปสรรคใดหรือ จึงไม่สามารถที่จะรับเงินฝากจากพี่น้องประชาชนได้ ท่านอย่าตอบนะครับว่าองค์กรท่าน ยังเล็กยังไม่พร้อม ถ้าเกิดว่าถ้ารับเงินฝากแล้วท่านบอกว่าท่านจะไม่มีบุคลากรหรือ ไม่มีหน่วยงานอย่างไรก็ตามแต่ ผมว่าคําตอบนั้นท่านไปตอบเพื่อที่จะไม่พัฒนาตนเอง เสียมากกว่า เพราะว่าการตอบอย่างนั้นผมเชื่อว่าท่านตอบเพื่อเอาใจผู้บริหาร ผู้ดําเนิน นโยบายเสียมากกว่า ท่านต้องตอบในสิ่งที่คิดว่ามันเปึนประโยชน์ต่อประเทศชาติ เปึนประโยชน์ต่อหน่วยองค์กรของท่าน และก็เปึนประโยชน์สําคัญกับผู้ประกอบการ โดยทั่วไป สิ่งเหล่านี้ต่างหากล่ะถึงจะเปึนส่วนที่สําคัญอย่างใหญ่หลวง เพราะว่าการที่ ท่านสามารถลดต้นทุนได้นั้นจะทําให้พี่น้องประชาชนหรือผู้ประกอบการนั้นได้อานิสงส์ ในการที่จะได้รับเงินต้นที่ถูกลง ในการที่จะไปกู้เงินในสิ่งเหล่านี้จะทําให้หน่วยงานของ ท่านหรือแบงก์ของท่านนั้นขยายเติบโตมีลูกค้าเพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกัน ยังไม่พอ การควบรวมกิจการผมได้ยินได้ฟังมาว่าท่านจะมีการควบคุมกิจการร่วมกัน ของธนาคารบางธนาคารคงไม่ขอเอ่ยนาม แต่เสร็จเรียบร้อยแล้วปรากฏไม่สามารถ ดําเนินการได้ เปึนเพราะเหตุใด แล้วท่านยังคิดต่อกันหรือไม่ว่าอย่างไรว่าจะทําหรือไม่ อย่างไร ในส่วนเหล่านี้พอดีท่านรัฐมนตรี ท่านประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ได้อยู่ ณ ที่นี้ ซึ่งเปึน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ก็อยากจะสอบถามเช่นเดียวกันว่านโยบาย ในสิ่งเหล่านี้ในการควบรวมกิจการเพื่อให้แบงก์นั้นเติบโตยิ่งขึ้น ให้โตขึ้นแล้วก็สามารถ ที่จะดําเนินการในการที่จะแข่งขันในโอกาสต่อไปได้หรือไม่อย่างไร ผมเองได้อ่านรายงาน มาในส่วนของความเสียหายอันที่จะเกิดขึ้น ซึ่งจะเกิดจากผลการดําเนินงานของแบงก์ ปรากฏว่าอย่างไร ปรากฏว่าลดลง ในสิ่งเหล่านี้เปึนที่ดีใจที่ว่าท่านได้สามารถที่จะพา องค์กรของท่าน ซึ่งเปึนที่คาดหวังของพี่น้องประชาชนนั้นไปสู่ความเข้มแข็งในโอกาส ต่อไป เพราะว่าความเข้มแข็งของท่านนั้นต้องบอกว่าเปึนความเข้มแข็งของผู้ประกอบการ ร่วมกับท่านด้วย ถ้าท่านมีความเสียหาย แน่นอนที่สุดผู้ประกอบการที่อยู่กับแบงก์ท่าน ก็จะเปึนผู้เสียหายตามด้วยเช่นเดียวกัน สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เปึนสิ่งที่เรียกว่าพึ่งพาซึ่งกัน และกัน ในอดีตนั้นต้องเรียนต่อท่านประธานครับว่า ก็มีแบงก์ต่าง ๆ ที่ได้รับความเสียหาย ที่ผ่านมาในอดีตผู้ประกอบการเหล่านั้นก็เช่นเดียวกันล้วนแต่ได้รับความเจ็บปวด แต่อย่างไรก็ตามแต่ท่านก็ได้นํามาเยียวยาแล้วก็ดูแลในสิ่งเหล่านี้ อยากจะกราบเรียน ท่านประธานครับว่า ในส่วนของการขอในการสนับสนุนเม็ดเงิน พอดีผมเองได้เปึน กรรมาธิการวิสามัญงบประมาณเมื่อคราวที่ผ่านมา ปรากฏว่าท่านได้ของบประมาณ ในการที่จะเข้ามาดูแลในส่วนเหล่านี้ในการสนับสนุนเพื่อปล่อยเม็ดเงินกู้ ปรากฏว่าไม่ได้รับ การสนับสนุนเท่าที่ควร ได้น้อยเกินไป ผมอยากจะฟังเหมือนกัน เพราะว่าวันนั้นอาจจะ เรียกว่าอยู่ในกรรมาธิการ เรียกว่าการชี้แจงก็ดี หรือในเรื่องของระยะเวลาก็ตามแต่นั้น มีน้อย แต่วันนี้เปึนเวลาที่ท่านจะต้องชี้แจงให้กับพี่น้องประชาชน ผู้ประกอบการ แล้วก็ พร้อมทั้งโดยเฉพาะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้รับทราบ ผมอยากจะกราบเรียนผ่าน ไปทางท่านประธานว่า จริง ๆ แล้วการที่จะพัฒนาให้ก้าวไกลอย่างแท้จริงเพื่อเปึน ความหวังของพี่น้องประชาชนหรือคนไทยผู้ประกอบการรายเล็ก รายย่อย ท่านได้วางแผน ไว้อย่างไรบ้างในแต่ละก้าวการเดิน และหากทําไปอย่างนั้นแล้วผลสัมฤทธิ์คืออะไร และสิ่งต่าง ๆ ประกอบไปด้วยจะต้องใช้เม็ดเงินสักเท่าไร สิ่งเหล่านี้ถ้าท่านได้มีโอกาส บอกกล่าวกับผู้บริหาร บอกกล่าวกับผู้ดําเนินนโยบาย สิ่งเหล่านี้ก็จะเปึนแผนสานร่วมกัน ในการที่จะก้าวเดินต่อไปในการที่จะทําให้พี่น้องประชาชน หรือผู้ประกอบการต่าง ๆ หรือว่าหน่วยงานของท่านนั้นมีความมั่นคงยิ่งขึ้น ผมก็ขอกราบขอบคุณท่านประธาน นะครับ ขอคําชี้แจงก่อนนะครับ ขอบคุณครับท่าน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญ คุณจุติ ไกรฤกษ์ ครับ เปึนนายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม แทนนะครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งวันนี้ทางกระทรวงการคลังได้มีการนําเสนอประเด็นเกี่ยวกับเรื่อง เอสเอ็มอี ผมดูแล้วในรายละเอียดของหนังสือหรือเอกสารที่ให้มานั้น ทําให้เราได้รับรู้และ มีความเข้าใจหลาย ๆ อย่าง ขณะเดียวกันผมเชื่อว่าสมาชิกทั้งฝ์ายรัฐบาลและฝ์ายค้าน ขณะนี้มีความไม่สบายใจในประเด็นของ พ.ร.บ. ผู้สูงอายุ ซึ่งเพื่อนสมาชิกฝ์ายค้าน จํานวนไม่น้อยก็พยายามที่จะชี้ให้เห็นว่า อยากให้ พ.ร.บ. ผู้สูงอายุเข้าสู่การพิจารณา ของสภา และผมเกรงนะครับท่านประธานครับ วันนี้ฝ์ายค้านอยู่ในสภาน้อยมาก เกรงว่า ฝ์ายค้านจะไม่มีเวลาได้อภิปราย พ.ร.บ. ผู้สูงอายุ จึงขออนุญาตขอป่ดการอภิปราย ในประเด็นที่กําลังพิจารณาอยู่ตอนนี้ครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรองญัตติครบถ้วนนะครับ มีท่านผู้ใดเห็นเปึนอื่นไหมครับ คุณประเสริฐ จันทรรวงทอง ครับ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา

ท่านประธานที่เคารพครับ ประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องรายงานกิจการของธนาคารเอสเอ็มอี แบงก์นั้น ถือว่าเปึน เรื่องสําคัญ และที่สําคัญนั้นท่านสมาชิกเพิ่งอภิปรายได้รายเดียว ถ้าปล่อยให้อภิปราย สักเปึนจํานวนที่พอเหมาะพอควรก่อนและป่ดการอภิปรายนั้น ผมเห็นด้วยครับ แต่ผม ถือว่าถ้าจะมาป่ดการอภิปรายตอนนี้ผมถือว่าเร็วเกินไป ผมยังมีประเด็นซักถามอีก หลายประเด็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการบริหารกิจการ ซึ่งผมถือว่าสภาแห่งนี้ยังมี ความห่วงใยอยู่อีกมาก จริง ๆ แล้วไม่อยากจะเสนอเปึนญัตติให้เป่ดการอภิปรายต่อ นะครับ อยากจะขอร้องเพื่อนสมาชิกจากพรรคประชาธิปัตย์บอกว่าปล่อยให้ได้มีการ อภิปรายสักระยะหนึ่งก่อนนะครับ อยากจะขอความกรุณานะครับ ท่านช่วยอดทนหน่อย สิครับ วันนี้เราอยากจะให้ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่จากการอภิปรายในเรื่องรายงานของ ธุรกิจเอสเอ็มอีในวันนี้ ขอท่านประธานช่วยวินิจฉัยอีกทางหนึ่ง ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมจะวินิจฉัยอย่างนี้ครับ การที่สภาผู้แทนราษฎรของเรามีความจําเปึนจะต้องรับทราบ รายการดําเนินงานของแต่ละองค์กรของรัฐต่าง ๆ นั้น ผมว่ามีความจําเปึนนะครับ เพื่อที่จะเสนอแนะให้องค์กรของรัฐต่าง ๆ เหล่านั้น นําไปปฏิบัติในทางที่สร้างสรรค์ เพราะฉะนั้นจะขอนายแพทย์วรงค์ถอนญัตติ แล้วให้อภิปรายสักฝัืงละ ๒ ท่าน หรือประมาณสัก ๕–๖ ท่าน ผมว่าอย่างน้อยทางธนาคารเอสเอ็มอีก็จะได้รับประโยชน์ ว่าพี่น้องประชาชนเขาคิดอย่างไร ควรจะปรับปรุงวิธีการบริการอย่างไร เพื่อเกิดประโยชน์ แก่พี่น้องประชาชน ขอความกรุณาถอนเถอะครับ แล้วเดี๋ยวเราก็อภิปรายพระราชบัญญัติ ผู้สูงอายุต่อก็แล้วกันนะครับ ยังต้องมีวาระรับทราบอะไรอีกนะครับ ขอถอนได้ไหมครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับว่าวาระของเอสเอ็มอีที่เข้าสู่การ พิจารณาจริง ๆ แล้วในความรู้สึกของเพื่อนสมาชิกทุกคนต้องการอภิปรายปัญหาเรื่องของ พ.ร.บ. ผู้สูงอายุ แล้วขณะนี้ฝ์ายค้านเสนอมาว่าอยากจะให้มีการเป่ดอภิปรายต่อ ถ้าไม่มี วาระที่สําคัญผมไม่ติดใจ แต่อย่างน้อยสิ่งที่ฝ์ายค้านทําวันนี้ผมดูในสภาแล้ว ฝ์ายค้าน มีสมาชิกอยู่ในสภาแค่ ๒๐ คน โดยประมาณนะครับ สะท้อนให้เห็นว่าวันนี้ฝ์ายค้าน ก็ไม่ได้อยากจะอภิปรายปัญหาเรื่องการรายงานของเอสเอ็มอีจริง ๆ ครับ ถ้าฝ์ายค้านอยู่ ในสภาเต็มสภาไปหมด ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเคารพในความคิดเห็นของฝ์ายค้าน ที่นําเสนอ แต่วันนี้ฝ์ายค้านอยู่ในสภาน้อยมากครับ ท่านประธาน ผมยังยืนยันในข้อเสนอ เดิมครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ตกลงคุณหมอวรงค์ ไม่ถอนญัตตินะครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ผมไม่ถอน ขอยืนยันครับ ท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญคุณประเสริฐครับ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา

ท่านประธานที่เคารพครับ ประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ การที่เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติจากพรรคประชาธิปัตย์จะมา กล่าวหาว่าสมาชิกพรรคเพื่อไทยอยู่ในห้องประชุมน้อยนั้น ผมถือว่าเปึนการที่สบประมาท แล้วก็ให้ข้อความที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง สมาชิกหลายท่านยังอยู่นอกห้องประชุมนะครับ แล้วก็ต้องกราบเรียนว่าอยากจะเรียนท่านประธานอีกสักครั้งหนึ่งนะครับว่า การเสนอ ญัตติโดยที่มีผู้อภิปรายเพียงแค่คนเดียวแล้วก็ใช้เวลาไม่มาก ผมคิดว่าถ้าปล่อยให้มีการอภิปรายใช้เวลาอย่างเก่งก็ ๓ ทุ่มนะครับ เรื่องรายงานประจําป้ ของธนาคารเอสเอ็มอี แบงก์นั้นสําคัญ เพื่อนสมาชิกหลายคนเตรียมตัวมาแล้ว อยากจะ ขอความกรุณาทางฝ์ายรัฐบาลนะครับว่า ท่านใช้ความอดทนสักนิดเถอะครับ วันที่ ท่านเคยเปึนฝ์ายค้านเราก็เคยประนีประนอมกันอย่างนี้อยู่สม่ําเสมอ จึงเรียนท่านไว้ด้วย ความเคารพอีกครั้งหนึ่งครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมจะขอวินิจฉัยอย่างนี้ครับ คงไม่ต้องอภิปรายเพิ่มเติมครับ ผมพยายามอย่างยิ่งนะครับ ที่จะสร้างวัฒนธรรมของการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรให้มีคุณภาพนะครับ ในบรรดา ทุกฝ์ายไม่ว่าจะเปึนฝ์ายรัฐบาลซึ่งเปึนฝ์ายค้านเดิม หรือฝ์ายค้านปัจจุบันซึ่งเปึนรัฐบาล เดิม เราน่าจะมีการพูดจากันด้วยเหตุด้วยผลนะครับ ซึ่งเรื่องนี้ผมต้องขอความกรุณาครับ ด้วยเหตุด้วยผลจะขอนายแพทย์วรงค์ ถอนญัตติเถอะครับ เพราะว่าเราอภิปรายกันไป ประมาณสักฝัืงละ ๓ ท่าน ก็ ๖ ท่าน อย่างน้อยธนาคารเอสเอ็มอีก็จะได้รู้ว่าพี่น้อง ประชาชนเขาคิดอย่างไร ควรจะปรับปรุงหรือแก้ไขการบริการอย่างไร มันก็จะเกิด ประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน แล้วก็เปึนบรรทัดฐานของการประชุมในสภาแห่งนี้ด้วย ส่วนการนับองค์ประชุมหรือไม่นับองค์ประชุม ซึ่งเมื่อสักครู่องค์ประชุมครบแล้ว ผมก็ได้ทํา หน้าที่ด้วยความเปึนธรรมแก่ทุกฝ์ายนะครับ ผมไม่ได้ให้นับในระหว่างที่ยังรับทราบ รายงานของศาลปกครองไม่จบ ก็ด้วยเหตุผลว่า มิฉะนั้นเดี๋ยวเกิดองค์ประชุมครบหรือไม่ครบ ก็จะมีส่วนในการกระทบต่อการรับทราบรายงานของศาลปกครอง อันนี้คือดุลยพินิจของ ประธาน ซึ่งเมื่อสักครู่นี้ก็โดนต่อว่าโดย ส.ส. ท่านหนึ่ง บอกว่าครั้งที่แล้วผมป่ดประชุม ผมก็เรียนชี้แจงว่าประธานทุกคนมีดุลยพินิจ บางครั้งการอภิปรายไปถึง ๔ ทุ่มแล้ว แล้วรู้ว่ายังเหลืออีกหลายคนที่จะอภิปรายยังไม่จบ เนื่องจากเวลา ประธานก็จะต้องป่ด การอภิปรายในครั้งนั้น ๆ หรือบางครั้งเมื่อมีเวลาถึง ๒๑.๐๐ นาฬิกา แล้วจะเริ่มวาระใหม่ ซึ่งจะต้องใช้ระยะเวลาในการพิจารณาค่อนข้างมาก ประธานก็สั่งป่ดประชุม อันนี้คือ วินิจฉัยดุลยพินิจของประธาน ผมเคยนั่ง ณ ที่แห่งนี้ ๗ ชั่วโมงเต็มครับ ในการอภิปราย ครั้งหนึ่งของ สตง. (สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน) สาเหตุที่ไม่ป่ดการประชุมก็เพราะว่า การอภิปรายครั้งนั้นยังไม่จบ เพราะฉะนั้นอันนี้คือดุลยพินิจของประธาน ซึ่งจะใช้ดุลยพินิจ ด้วยความเปึนธรรม ก็ต้องขอทุกฝ์าย ทั้งฝ์ายค้าน ทั้งฝ์ายรัฐบาล เรามาร่วมมือกันทํางาน ในสภาผู้แทนราษฎรเปึนตัวอย่างให้พี่น้องประชาชนได้เห็นนะครับ ต้องขอความกรุณา คุณหมอวรงค์ถอนญัตติเถอะครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมขอชื่นชม ท่านประธานครับ ที่ท่านประธานพยายามที่จะประนีประนอมบรรยากาศในสภาให้ทั้ง ฝ์ายค้านและฝ์ายรัฐบาลสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ และผมเชื่อว่าในความขอร้อง ของท่านประธาน ผมยินดีที่จะให้ความร่วมมือกับท่านประธานครับ แต่ขอนิดเดียวครับ ท่านประธานครับ ขณะที่ พรบ. ผู้สูงอายุเข้าสู่การพิจารณาของพวกเราในสภา ขอให้ ฝ์ายค้านอย่านับองค์ประชุมแบบไม่มีเหตุผลนะครับ ผมยินดีถอนญัตติครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ต้องขอขอบคุณนะครับ ขอเชิญท่านต่อไปที่จะอภิปรายครับ คุณจุติ ไกรฤกษ์ ที่ผมจดไว้ นะครับ จะอ่านเรียงลําดับดังนี้นะครับ คุณจุติ ไกรฤกษ์ คุณเรวัต สิรินุกุล คุณนริศ ขํานุรักษ์ ที่จดไว้เท่านี้ก่อนนะครับ เชิญคุณจุติ ไกรฤกษ์ ครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพิษณุโลก ผมได้เห็นรายงานของ ธนาคารวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อมแห่งประเทศไทย รายงานป้ ๒๕๕๐ แล้วครับ ท่านประธานครับ ผมมีข้อกังวลซึ่งผมจะไม่อภิปรายยาวครับ ขอฝากเปึนข้อคําถามให้ รัฐมนตรีทั้ง ๒ ท่านไปดําเนินการแก้ไข

ประการแรกครับ ธนาคารแห่งนี้ตั้งขึ้นมา ผมมองว่าบนฐานที่ไม่แข็งแกร่ง ประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่า ต้นทุนในการระดมทุนของธนาคารแห่งนี้ก็สูงกว่า ธนาคารพาณิชย์อื่น

ประเด็นที่ ๓ ก็คือว่า กลุ่มลูกค้าที่เปึนลูกค้าของธนาคารนี้ ลูกค้าเกรด เอ จะเปึนของธนาคารพาณิชย์เอกชน ส่วนลูกค้าของที่นี่ถ้าเผื่อมีการประนอมหนี้เสร็จแล้ว ธนาคารพาณิชย์ก็จะดึงเอาไป ฉะนั้นธนาคารนี้เนื่องจากต้นทุนสูงก็จะได้ลูกค้าเกรด บี กับ เกรด ซี ตลอดเวลา ทําให้ความเสี่ยงของธนาคารมันสูงมาก

ประเด็นต่อมาก็คือว่าธนาคารแห่งนี้ผมทราบว่าที่ผ่านมาเน้นที่ผ่านมา การเมืองเข้าไปแทรกแซงมากครับ ผมดีใจว่ารัฐมนตรีว่าการนั่งอยู่ตรงนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการนั่งอยู่ตรงนี้ แล้วท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการนี่ละประมาณเกือบป้มาแล้ว ท่านตอบคําถามผมเรื่องธนาคารเอสเอ็มอีนี้ ถึงเรื่องทุจริตในธนาคารนี้ และท่านก็ รับปากผมว่าท่านจะไปดําเนินการหาผู้กระทําผิดและหาผู้รับผิดชอบให้ได้ จนวันนี้เกือบ ป้หนึ่งแล้วครับ ผมก็ต้องขอทวงถามว่าสิ่งที่ผมขอไปนั้นยังไม่มีเกิดผลอะไรขึ้นมาเลย แล้วฝากให้ท่านรัฐมนตรีว่าการได้ไปดูด้วยครับว่า สิ่งที่ทุจริตคือการปล่อยสินเชื่อโดยขาด การบริหารความเสี่ยง แล้วส่วนใหญ่นี่สินเชื่อที่เกิดขึ้นจะเปึนป้ ๒๕๔๗ ต่อป้ ๒๕๔๘ คือก่อนการเลือกตั้ง โน้ตไว้นะครับ ก่อนการเลือกตั้ง แล้วก็สินเชื่อที่เปึนเอ็นพีแอล (NPL : Non Performing Loan : สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้) ทั้งหลายก็มาจากกลุ่มนี้ ผมอยากจะเรียกด้วยซ้ําว่าเปึนสินเชื่อกลุ่มการเมือง แล้วธนาคารก็เสียหายเยอะ แล้วเอ็นพีแอลหรือว่าหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของธนาคารนี้เคยสูงถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ วันนี้ก็ยัง ๔๐ เปอร์เซ็นต์กว่า ๆ ฉะนั้นตรงนี้ผมกราบเรียนตรง ๆ ว่าถ้าไม่แก้ไขที่หัวใจของ เรื่องทุจริตของธนาคารนี้ ผมบอกได้เลยว่าธนาคารนี้ไปไม่รอดครับ เมื่อไปไม่รอดแล้ว ท่านประธานจะจําได้ว่า เมื่อตอนที่งบประมาณประจําป้ ๒๕๕๒ เคยมาขอเพิ่มทุนไปแล้ว ครับ แล้วครั้งนั้นก็อนุมัติให้โดยบอกว่าเพิ่มทุนครั้งนี้แล้วคิดว่าไม่ต้องเพิ่มทุนอีก ทั้ง ๆ ที่ ผมรู้อยู่แก่ใจว่าเพิ่มทุนตอนนั้นมันปริ่มน้ํา ถึงเวลามาก็ต้องเพิ่มทุนอีก เพราะไม่อย่างนั้น มันจะต่ํากว่าบีไอเอส เรโช (BIS Ratio) แต่มาวันนี้ผมก็ทราบว่าในที่สุดก็ต้องมีการเพิ่มทุน ของธนาคารนี้อีกในอนาคตอันใกล้นี้ เพราะฉะนั้นผมจะไม่ขออะไรมากครับ ขอว่าก่อนที่ รายงานฉบับใหม่จะกลับเข้ามาสู่สภาในป้หน้า ผมขอว่าคดี ๗๕-๗๖ คดีที่ค้างอยู่ที่ ธนาคารจัดการเสียให้เสร็จ ทั้งผู้ปล่อยสินเชื่อ ทั้งผู้ที่กู้ ที่เปึนเจตนาของการฉ้อโกงของ ธนาคารแห่งนี้ ขอเอาผู้กระทําผิดนั้นมาดําเนินคดีให้หมด แล้วคดีของธนาคารนี้ทุจริตเปึน พันล้านบาทนะครับ ท่านประธานครับ ไม่ใช่เปึนร้อยล้านบาท เปึนพันล้านบาท เพราะฉะนั้นผมจะไม่ใช้เวลาตรงนี้มาก ผมเชื่อว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็ดี ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการก็ดีนี่ ผมเชื่อว่าทราบปัญหานี้ดี แต่ทราบปัญหาไม่พอครับ ต้องแก้ไขปัญหานี้ด้วย เพราะเงินที่ตั้งนี้เปึนเงินของประชาชนมาจากภาษีประชาชน เงินเพิ่มทุนก็มาจากภาษีของประชาชนครับ ฉะนั้นอย่าให้มีการรั่วไหลเกิดขึ้นอีกแล้วก็ ขอให้อย่ารีรอหรือว่าล่าช้าในการดําเนินคดีกับผู้กระทําผิดทั้งหลาย ผู้รับผิดชอบทั้งหลาย เอาเข้าคุกให้เข็ดครับ ฉะนั้นผมฝากประเด็นเพียงแค่นี้ครับ ขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณเรวัต สิรินุกุล ครับ

นายเรวัต สิรินุกุล แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเรวัต สิรินุกุล ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานครับ จากรายงาน ประจําป้ ๒๕๕๐ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ผมได้ดูในรายงานแล้วครับ งบกําไรขาดทุน ในป้ ๒๕๕๐ เทียบกับป้ ๒๕๔๙ ขาดทุนดีขึ้น ครับ ป้ ๒๕๕๐ ขาดทุน ๑,๐๖๔,๘๐๙,๔๙๗ บาท ๗๖ สตางค์ ป้ ๒๕๔๙ นะครับ ขาดทุน ๒,๘๓๖,๘๗๐,๐๐๐ กว่าบาทนะครับ ป้นี้ขาดทุนน้อยลง ดีขึ้น แล้วมาดูในงบดุลนะครับ ท่านประธาน ท่านประธานดูนะครับ งบดุล ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท ครับ ท่านประธาน ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาทครับ เมื่อป้ ๒๕๔๙ ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธานครับ เงินปล่อยนะครับ ๔๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ขาดทุน ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท เกือบ ๑๒ เปอร์เซ็นต์นะครับ เจ๊งไหมครับอย่างนี้ เจ๊งสุด ๆ เลย เอาเงินภาษีอย่างที่ท่านจุติพูดไปเมื่อสักครู่นี้ ขอโทษนะครับ เอาเงินภาษีอากร มาปล่อย แล้วยังทําไม่ได้ ยังทําไม่ได้ เอาเงินฟรี ๆ นี่เงินเราฝากไว้เอามาปล่อย แล้วอย่างนี้จะบริหารไปได้อย่างไรครับ ท่านประธานครับ แล้วยิ่งมาเขียน ผมสงสัยใหญ่มาเขียนเขียนทําไมครับ มุ่งสู่การเปึน ธนาคาร เปึนไปได้ไหมครับ จะทําไปเพื่ออะไรครับ ท่านประธานอย่างนี้ เลยอยากถาม นะครับว่ากระทรวงการคลังดําเนินการกับธนาคารอย่างนี้อย่างไร จะแก้ปัญหาอย่างไร เมื่อไรถึงจะมีกําไร ความจริงมันง่ายนะครับ ง่ายมาก ๆ เลยการบริหาร เอาเงินเขา มาปล่อยโดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ยเลย เก็บดอกเบี้ยอย่างเดียว แต่ทําแล้วขาดทุน ผมมาดู หนังสือฉบับหนึ่งนะครับ ท่านประธานครับ ของอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ต้องขอประทานโทษ เอ่ยชื่อท่าน คุณหมอสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ท่านมีหนังสือฉบับหนึ่ง ลงวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ท่านรู้ครับ ท่านรู้แล้วว่าธนาคารเอสเอ็มอีจะไปไม่รอด ท่านก็มีหนังสือบันทึกมาฉบับหนึ่ง ผมต้องขออนุญาตท่านประธานนะครับว่า ในข้อ ๕ กระทรวงการคลังขอเรียนเพิ่มเติมว่า สืบเนื่องจากการดําเนินงานในอดีตของเอสเอ็มอี ประสบปัญหาหลายเรื่อง ทั้งในประเด็นของการมีอัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ต่อสินเชื่อในระดับสูง แล้วก็ให้แก้ไขปัญหา

๑. กระทรวงการคลังได้กําชับให้คณะกรรมการธนาคารดําเนินการแก้ไข ปัญหาหนี้เสียอย่างเข้มงวด ให้เกิดผลอย่างเปึนรูปธรรมภายในป้ ๒๕๕๐ ถึงป้ ๒๕๕๓ ก็เหลือเวลาอีกป้เศษ ๆ นะครับ ก็เลยอยากจะเรียนถามท่านคณะกรรมการว่าท่านจะ ทําได้ไหมครับอย่างนี้ จะแก้ไขได้ไหมเหลือป้กว่า ๆ ทําได้ไหมครับ

๒. กระทรวงการคลังอยู่ในระหว่างพิจารณาปรับปรุงสถานะการเงินของ ธนาคารให้มีความเข้มแข็งทั้งด้านการเงิน ทุนและสภาพคล่องให้เปึนภาระต่อรัฐบาลน้อย ที่สุด ซึ่งแนวทางการดําเนินงานจะชัดเจนในไตรมาสที่ ๓ ของป้นี้ ชัดเจนไหมครับ มีอะไร ชัดเจนไหมครับ ท่านคณะกรรมการครับ มีอะไรชัดเจนไหมครับ

๓. กระทรวงการคลังได้กําชับให้คณะกรรมการธนาคารแก้ไขปัญหาการทํา สัญญาตราสารครุภัณฑ์กับธนาคารต่างประเทศจนเกิดความเสียหายกับธนาคาร โดยยึด หลักกฎหมายอย่างเคร่งครัด ขณะนี้อยู่ในระหว่างการดําเนินงานของคณะกรรมการและ กระทรวงการคลังจะติดตามผลการดําเนินการอย่างใกล้ชิด ติดตามอย่างไรไม่ทราบครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ติดตามไปถึงไหนแล้วครับ

๔. กระทรวงการคลัง ได้กําชับให้คณะกรรมการธนาคารดําเนินการ เอาผิดทั้งทางวินัยทางแพ่งและอาญาต่อผู้ที่กระทําความเสียหายกับธนาคาร โดยได้ตั้ง คณะกรรมการสอบสวนขึ้น ซึ่งบัดนี้ได้สรุปผลการสอบสวนเปึนที่เรียบร้อยแล้ว แต่ผมดู ในนี้ไม่มีเลยนะครับ ไม่มีเลยครับ ข้อสรุปต่าง ๆ ที่บอกไว้ในนี้ที่รัฐมนตรีท่านคุณหมอ สุรพงษ์ได้ให้ดําเนินการ ไม่มีครับ เพราะฉะนั้นก็อยากจะเรียนถามว่าตรงนี้ความเรียบร้อย นั้นอยู่ตรงไหน ส่งรายละเอียดให้ดูได้ไหมครับ ท่านประธานครับ เรื่องนี้เปึนเรื่องใหญ่ นะครับ ธนาคารเอสเอ็มอีเปึนเรื่องใหญ่ แล้วที่สําคัญที่สุดนะครับ ผมก็ไม่ทราบว่า ท่านรัฐมนตรีทั้งสองที่ดูแลเรื่องนี้อยู่ก็มีคนกล่าวกันมาก เวลาไปขอกู้ กู้ยากนะครับ เล่นพรรคเล่นพวกมากธนาคารนี้กว่าจะได้กู้ก็ลําบากต้องมีเส้นครับ ต้องมีเส้นสาย เส้นใหญ่ครับ อย่างนี้เปึนต้น เลยอยากจะเรียนถามว่าพวกที่หนี้เสียต่าง ๆ เหล่านี้มีรายชื่อ พวกที่มีเส้นทั้งหลายนี้อยู่ไหม ท่านมีรายละเอียดรายชื่อต่าง ๆ เหล่านี้มอบให้ไหม อย่างนี้เปึนต้นนะครับ ท่านประธานครับ ผมเองอยากจะกราบเรียนต่อไปว่า ในเรื่องของธนาคารเอสเอ็มอีอย่าไปขยาย อย่าไป ทําอะไรให้ใหญ่โตมากเลยครับ เพราะทําไปแล้วจริง ๆ แล้วยิ่งเสียหาย ยิ่งไม่ก่อเกิด ประโยชน์ให้กับ ถึงแม้จะก่อเกิดแต่ก่อเกิดประโยชน์ให้กับส่วนหนึ่ง คนส่วนน้อย แต่ ส่วนใหญ่แล้วยังไม่ได้รับการช่วยเหลือดูแล เพราะฉะนั้นท่านรัฐมนตรีครับ ทั้ง ๒ ท่านว่า ธนาคารแห่งนี้ท่านจะดูแลอย่างไร และจะปล่อยให้คณะกรรมการทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ ดําเนินการไปต่อหรือปล่อยให้ขาดทุนไปเรื่อย ๆ ให้ดําเนินการเสียหายไปเรื่อย ๆ อย่างนี้ หรืออย่างไร วิธีการแก้ไขนั้นลองบอกสิครับว่าจะแก้ไขอย่างไร เมื่อไรจะมีกําไรครับ ท่านประธานครับ ถ้าหากว่าไม่สามารถทําได้ แล้วก็หนังสือฉบับของท่านอดีตรัฐมนตรีเก่า ตรงนี้เปึนเรื่องที่กระผมเห็นว่าเปึนเรื่องสําคัญ แล้วจริง ๆ ที่ท่านเขียนมาท่านรู้เรื่องนะครับ แล้วจะปฏิบัติตามอย่างนี้ไหม อีกป้กว่า ๆ จะสามารถฟุ๋นฟูธนาคารนี้ได้ไหม นี่คือสิ่งที่ กระผมอยากจะได้รับทราบนะครับ ก็ขอเรียนถามไว้แค่นี้ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณสมเกียรติ ศรลัมพ์ และต่อไปจะเปึนคุณประเสริฐ จันทรรวงทอง นะครับ คุณสมเกียรติ ศรลัมพ์

นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ วันนี้ผมได้อ่านสาระสําคัญของการที่จะพิจารณา ผลการดําเนินงานของเอสเอ็มอีนั้น ท่านทําสวย แล้วก็ดูเปึนการโชว์ เรื่องรายละเอียดของ ทางบัญชีเสียมากกว่า ทีนี้ผมจะขออนุญาตที่จะเรียนกับท่านว่า ผมนี่แหละคือลูกค้าของ เอสเอ็มอี แล้วก็ผมจะสะท้อนให้เห็นว่าปัจจุบันนี้เอสเอ็มอี แบงก์ทําอะไรอย่างไรบ้าง ลูกค้ามีความรู้สึกกับท่านอย่างไร

เรื่องแรกนะครับ การบริหารจัดการในเอสเอ็มอียังติดระบบข้าราชการ ประจํา ท่านครับ สมัยก่อนบอร์ดกับเอ็มดี (MD : Managing Director : กรรมการ ผู้จัดการ) มีความขัดแย้งกัน จนทําให้เอสเอ็มอีหายนะจนถึงปัจจุบัน ผมขอขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีที่ได้เปลี่ยนเอ็มดีมาใหม่ ๒ เดือน ผมก็ไม่รู้จะ คอมเมนท์ (Comment : ข้อคิดเห็น) ท่านอย่างไร ผมคาดหวังว่า ท่านคงจะแก้ไขปัญหาอันนี้ดีแล้วครับ ที่ท่าน เปลี่ยนบอร์ด แล้วเอ็มดีท่านใหม่หมด ทําให้เกิดความรู้สึกว่าน่าจะทํางานเปึนทีมงาน เดียวกันได้ ในอดีตที่ผ่านมามีความขัดแย้งกันโดยตลอด ผมก็ไม่อยากจะยกตัวอย่าง รายชื่อ ซึ่งทุกคนก็มีความรู้สึกว่า ถ้าองค์กรของรัฐ บอร์ดกับเอ็มดีขัดกันปัญหาเกิดขึ้น นะครับ แม้ในรัฐวิสาหกิจอื่นทั่วไปก็เกิดขึ้น บอร์ดจัดตั้งมาโดยอํานาจทางการเมืองส่ง คนโน้นมาคนนี้มา เสร็จแล้วเอ็มดีก็มาจากผู้เชี่ยวชาญ ไม่สามารถทํางานสอดคล้องกันได้ ณ วันนี้ผมเชื่อมั่นในท่านรัฐมนตรีที่ท่านได้เปลี่ยนและได้จัดการใหม่ ผมหวังว่าคงเปึน อย่างนั้นได้ ผมก็เลยไม่คอมเมนท์เรื่องผู้บริหารระดับสูง แต่จะคอมเมนท์ถึงเรื่องของ ผู้บริหารระดับองค์กรนะครับ องค์กรของท่านยังทํางานแบบข้าราชการประจํา ท่านครับ เดี๋ยวนี้ธนาคารเอกชนไม่ว่าเปึนธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย หรือว่าธนาคารอาคาร สงเคราะห์ เขาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงใหม่แล้ว เขาดูแลลูกค้า เขาดูแลประชาชน และก็ โดยเฉพาะธนาคารไทยพาณิชย์ท่านเห็นไหมครับ เขาปรับลุค (Look : การมอง) ใหม่ เอ็มดีของเขาผู้จัดการเขาไม่มานั่งห้องหลืบเหมือนกับข้าราชการประจําใหญ่โต เขามาอยู่ ข้างหน้ามาคอยดูแถวว่าใครบริการอะไร เขามีทริส (TRIS) มีองค์กรมาคอยประเมินถาม ไปทางผู้ค้าว่าสาขานี้ใครเปึนอย่างไร จนสามารถที่จะโยกย้ายลูกค้ากับผู้บริการได้ สิ่งเหล่านี้ท่านต้องทํานะครับ ท่านต้องปรับปรุง เพราะผมได้สะท้อนมานะครับ ว่า ๑. ลูกค้ามาติดต่อก็ไม่ดูแล ยังเปึนระบบข้าราชการประจํา แล้ว ๒. เวลาวินิจฉัยแทนที่จะ วินิจฉัยมีบรรทัดฐานว่าไม่เกิน ๔๕ วัน ใช้เวลาเปึนเดือน ๆ แล้วคนที่ทําเอสเอ็มอีที่มาขอ ความช่วยเหลือจากท่าน คือคนที่อ่อนแออยู่แล้ว คนที่เริ่มต้นธุรกิจอยู่แล้ว ไม่ได้รับ การประคบประหงมดูแลแบบข้าราชการประจําก็แย่ นี่ประเด็นข้อเท็จจริง ข้อ ๓ คือลูกค้า รายใหญ่ท่านไม่สนใจ สนใจลูกค้ารายเล็ก คือ ๓ ล้านบาท ถึง ๕ ล้านบาท เพราะว่าเปึนอํานาจของสาขา แล้วท่านก็ปล่อยให้รายใหญ่หาโดยทางกรุงเทพฯ ไปหา มันหาไม่ได้เพราะสาขาไม่ส่งมา เพราะสาขามันยุ่งยากต้องทําฟ้ซ ต้องดําเนินการข้อมูล ต่าง ๆ ทุกคนก็ทําตามกรอบหน้าที่ของตนเอง เมื่อลูกค้ารายใหญ่ไม่มี ตั้งแต่ ๑๐ ล้านบาท ถึง ๑๐๐ ล้านบาท ไม่มี งานภารกิจของท่านก็จะดูแต่รายย่อยที่อ่อนแอ นี่ประเด็นแรก ที่ข้อเท็จจริงเลย เสร็จแล้วการปรับโครงสร้างหนี้ที่เกิดขึ้นท่านหยุมหยิมเกินไป ทุกคนกลัว แทนที่จะแฮร์ คัท (Hair cut : การตัดออก) ให้ชัดเจน มีระเบียบการจัดการอยู่แล้ว แต่ไปใช้การพักหนี้ คนที่อ่อนแอก็อ่อนแอไปใหญ่ เพราะท่านไม่ช่วยจริง ๆ ท่านครับ ท่านเปึนรัฐวิสาหกิจของรัฐไม่จําเปึนต้องกําไร แต่ทําอย่างไรให้ลูกค้าสามารถก้าวเดินได้ นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้นขององค์กรของท่าน แล้วปัญหาอีกอันหนึ่งที่เกิดขึ้นกับผมเลย ลูกค้า ที่ดีนี่นะครับ สามารถผ่อนส่งท่านจนเสร็จสิ้นกระบวนความ ท่านไม่ดูแล ท่านเหมือนกับ ว่าท่านไม่รักษาลูกค้าที่มีความซื่อสัตย์ เหมือนลูกที่ท่านอุ้มชูให้เกิดขึ้น พอเขาโตแล้ว แทนที่เขาจะไปใช้เหมือนกตัญ็ูต่อพ่อแม่นะครับ ตอนนี้ธนาคารอื่น ๆ โทรมาหาเต็มเลย เงื่อนไขก็ดี เหมือนกับลูกที่ท่านทําให้โตแล้ว เข้มแข็งแล้วท่านไม่ดูแล เขาก็ไปเปึนลูกค้าอื่น แต่ตอนเขาอ่อนแอธนาคารใหญ่ไม่ดูแล ท่านก็ดูแล ทําไมลูกค้าที่มีความเข้มแข็งผ่อนส่ง ท่านจนครบถ้วนกระบวนความ ท่านทราบไหมครับว่าผมผ่อนส่งท่านหมดแล้ว เปึนป้ ๆ แล้ว ก่อนหมด ๒ เดือนความจริงท่านน่าจะมีคนมาโทรหาแล้ว จะเอาอีกไหม อะไรไหมอย่างไร ลูกค้าดี ๆ อย่างนี้ ผมไม่ได้พูดเพื่อตัวเองนะ เพราะผมไม่กู้ท่านแล้ว ผมจะถอนทุกอย่าง คืนหมดแล้ว เพราะว่าอะไร ท่านไม่ดูแลลูกค้าที่ท่านอุ้มชูจนโตแข็งแรง แล้วจะได้เปึน ลูกค้าที่ดี เสร็จแล้วท่านมาทรีท (Treat : จัดการ) ดอกเบี้ยเหมือนกับรายใหม่ ๆ มันไม่ใช่ ท่านต้องจัดเลเวล (Level : ระดับ) ของลูกค้าว่าอันไหนลูกค้าชั้นดี อันไหนลูกค้าชั้นกลาง อันไหนที่มีปัญหา ชั้นดีท่านให้อินเทนซีฟ (Intensive : เข้มข้น) เลย เพราะอันนี้แหละ เข้มแข็ง จะได้มาอุ้มชูให้ดอกเบี้ยสู้ลูกค้ารายใหม่ ๆ สิ่งเหล่านี้นะครับ ผมอยากให้ท่าน ปรับปรุงระบบการทํางานของเอสเอ็มอี แล้วผมเชื่อว่าท่านจะได้ลูกค้าที่ดีเปึนลูกค้าเก่า ท่านลองดูนะครับ เขาจะได้เปึนลูกค้า ถ้าท่านเอาแต่รายใหม่ ๆ ท่านก็ได้คนอ่อนแอ ตลอดเวลา แล้วมันจะไม่เจ๊งได้อย่างไร ผมเลยอยากให้ท่านว่า ผมเชื่อท่านมาใหม่ ผม อยากให้ท่านปฏิวัติการทํางานของระบบข้าราชการประจําไปเสีย แล้วระบบการจัดการ ผมเชื่อว่าเอสเอ็มอีจะเปึนที่พึ่งที่หวังของประชาชนและของรัฐบาลในการใช้นโยบายช่วย ประชาชนต่อไป ขอบคุณครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภา ผู้แทนราษฎร ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณประเสริฐ จันทรรวงทอง

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ รายงานการประกอบการของธนาคารเอสเอ็มอี แบงก์ในวันนี้นั้น จริง ๆ แล้วดูแล้วก็มีข้อน่ากังวลหลายอย่างนะครับ แม้ว่าการจัดอันดับ ต่าง ๆ ที่องค์กรหลักต่าง ๆ ได้จัดอันดับไว้ ไม่ว่าจะเปึนมูดดี้ส์ (Moodys) ก็ดี หรือทริสก็ดี นะครับ ได้จัดอันดับความน่าเชื่อถือของธนาคารเอสเอ็มอี แบงก์ไว้ที่ ดีเอเอ ๑ (DAA ๑) นะครับ จริง ๆ แล้วก็เปึนการจัดลําดับเดียวกับที่รัฐบาลได้รับความเชื่อถือ ส่วนหนึ่งอาจจะเปึนเพราะกระทรวงการคลังถือหุ้นในธนาคารแห่งนี้ถึง ๙๗ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมถือว่าธุรกิจเอสเอ็มอีนั้นเคยมีความรุ่งเรือง สมัยป้ ๒๕๔๖ ซึ่งเปึนยุคที่การบริหารประเทศนั้นเกิดขึ้นมีนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร แต่ในขณะที่ธุรกิจเอสเอ็มอีกําลังเดินไปด้วยดี มีการปฏิวัติ มีการยึดอํานาจในวันที่ ๑๙ กันยายน แล้วก็มีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารประเทศ รัฐบาลภายใต้ของการนําของ ท่านพลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ในขณะนั้นก็ได้มาบริหารประเทศต่อ แล้วก็ธุรกิจเอสเอ็มอี ก็เริ่มสั่นคลอนตั้งแต่บัดนั้นเปึนต้นไป ท่านประธานที่เคารพครับ อย่างไรก็ตามผมมี ข้อสังเกตหลาย ๆ เรื่องที่อยากจะกราบเรียนเปึนข้อคิดให้กับผู้ที่มาทําการเสนอรายงาน ในวันนี้

เรื่องแรกนั้นก็คือเรื่องของโครงการแปลงสินทรัพย์ให้เปึนทุน อยากจะเรียนถาม ผู้มาชี้แจงว่าโครงการนี้เปึนโครงการที่มีประโยชน์อย่างยิ่ง แล้วก็ไม่ทราบว่าธนาคาร เอสเอ็มอี แบงก์ขณะนี้นั้น ได้ดําเนินธุรกรรมเกี่ยวกับเรื่องโครงการแปลงสินทรัพย์ให้เปึน ทุนหรือไม่ เพราะว่าผมเองพอจะทราบข่าวว่าสํานักงานแปลงสินทรัพย์ให้เปึนทุนนั้นได้ถูก ยุบตัวลงไป เกรงว่าผู้ประกอบการหลายรายที่เคยพึ่งในเรื่องโครงการแปลงสินทรัพย์ ให้เปึนทุนนั้นอาจจะได้รับผลกระทบในเรื่องดังกล่าว

ข้อสังเกตประเด็นถัดมานั้นก็คือเรื่องของผลการดําเนินการ ผลการ ดําเนินการด้านการเงินสิ้นสุด ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๐ ธนาคารมีรายได้ ๒,๗๕๘ ล้านบาท มีรายจ่าย ๒,๙๙๐ ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ ๑,๐๖๔ ล้านบาท จริง ๆ แล้ว ผมคิดว่าธนาคารขาดทุนมากกว่า ๑,๐๖๔ ล้านบาท เพราะว่าดูรายงานในเบื้องต้นแล้ว ท่านตั้งหนี้สูญ และหนี้สงสัยจะสูญไว้ในป้ ๒๕๕๐ แค่ ๘๐๐ กว่าล้านบาท แต่ท่านตั้งหนี้ สงสัยจะสูญในป้ ๒๕๔๙ ถึง ๓,๑๘๐ ล้านบาท ผมกราบเรียนว่าถ้าปรับตัวเลขนี้ให้มาเปึน ระดับที่ใกล้เคียงกันแล้ว ธนาคารเอสเอ็มอีนั้นก็จะขาดทุนในระดับที่ใกล้เคียงกับ ป้ ๒๕๔๙ ซึ่งน่าเปึนห่วงอย่างยิ่งนะครับ ว่าการขาดทุนในระดับนี้นั้นเปึนการขาดทุน ในระดับที่สูงอย่างยิ่ง

ประเด็นถัดมาก็คือเรื่องหนี้เอ็นพีแอล หนี้เอ็นพีแอล ซึ่งสูงถึง ๔๔ เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ธนาคารพาณิชย์อื่น ๆ นั้นมีหนี้เอ็นพีแอลประมาณ ๗ เปอร์เซ็นต์ กว่า ๆ ผมถือว่าสิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในเรื่องการบริหารจัดการของ ท่านเอง และยิ่งมีข่าวบอกว่า ถ้าใครวิ่ง ถ้าใครรู้จักผู้บริหารนั้นก็จะได้รับการพิจารณา เปึนพิเศษ ก็ยิ่งทําให้ธุรกิจ ทําให้ธนาคารแห่งนี้ได้รับการสบประมาทอีกทาง ท่านประธาน ที่เคารพครับ จากข้อสังเกตที่กระผมได้กราบเรียนในเรื่องดังกล่าว ๓-๔ ประเด็นนั้น จริง ๆ แล้วอยากจะได้รับฟังแผนการปรับปรุงของธนาคารวิสาหกิจชุมชนแห่งนี้ว่าท่านมี แผนอะไร ผมดูจากรายงานแล้วท่านบริหารปัจจัยความเสี่ยงก็ดี ท่านบริหารลูกค้า ที่ประสบภาวะขาดทุนก็ดี แต่แผนงานต่าง ๆ ที่ท่านได้ทํามานั้นก็ยังไม่ส่งผลให้ธุรกิจของ ท่านดีขึ้นแต่อย่างใด เพราะฉะนั้นอยากจะเรียนถามสุดท้ายนะครับ ว่าแผน การปรับปรุงที่ชัดเจน เรื่องหนี้เอ็นพีแอลก็ดี เรื่องโครงการต่าง ๆ ตามนโยบายรัฐบาลก็ดี รัฐบาลก็ดี ที่ได้กราบเรียนในเบื้องต้น อยากเห็นธุรกิจเอสเอ็มแอลของพี่น้องประชาชน ที่ได้กู้เงินไปจากท่านได้ประสบความสําเร็จเหมือนกับยุคที่รัฐบาลเคยบริหารงานในยุค พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอคนสุดท้ายเถอะนะครับ คุณวุฒิพงศ์ ฉายแสงครับ เชิญครับ

นายวุฒิพงศ์ ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

ผม วุฒิพงศ์ ฉายแสง พรรคเพื่อไทยครับ ผมเผอิญเห็นว่ามีผู้บริหารระดับสูงของเอสเอ็มอีมาก็เลยอยากจะถาม แล้วก็เล่าเรื่องบางอย่างให้ฟัง เนื่องจากว่าป้ ๒๕๔๗ ผมนั้นได้สิทธิบัตรเรื่องการทําไม้ ขึ้นมา แล้วก็ได้นวัตกรรมแห่งชาติด้วย พอช่วงปฏิวัติผมก็ตกงานไม่สามารถไปเปึนผู้แทน ได้ ก็ไปยื่นกู้เอสเอ็มอี ปรากฏว่าเอสเอ็มอีช่วงนั้นเจ้าหน้าที่ก็บอกผมในทํานองว่าผมทําสู้ บริษัทอื่นเขาไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่ผมได้นวัตกรรมแห่งชาติ รัฐต้องออกเงินให้ ถ้าหากผม ประกอบการจะต้องออกเงินช่วยเหลือผมประมาณ ๕ ล้านบาท แต่ปรากฏว่าเขาพูดสั้น ๆ แ ค่ นี้ ผมไม่ทราบว่าความคิดของเอสเอ็มอีคิดอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องการบริหารทางด้านคนที่มี ความรู้ ความสามารถ เนื่องจากผมไปเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีผมก็คุมนวัตกรรมแห่งชาติด้วย ก็ยังบอกเรื่องนโยบายว่า คนคิดนวัตกรรมได้ เขาคิดบัญชีไม่เปึน เขาสร้างโรงงานไม่เปึน เขาไม่มีนักการตลาด ภาครัฐซึ่งเปึนเอสเอ็มอี ก็ต้องโดดลงมาช่วยเขาเหมือนกันอันนี้ แต่นี่พอผมได้แล้วปรากฏว่า บอกว่าผมทําสู้คนอื่น เขาไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่ผมมีสิทธิบัตรเฉพาะของผมคนเดียวในโลกไม่เหมือนใคร แล้วก็ได้ นวัตกรรมแห่งชาติด้วย ก็ยังพูดกับผมอย่างนี้ แต่ผมก็ขอถามท่านนิดหนึ่งว่า เจ้าหน้าที่ที่ คุยกับผมนั้นเกรงกลัวคณะปฏิวัติหรือเปล่า เพราะเนื่องจากว่าผมนามสกุล ฉายแสง นะครับ ถ้าเกรงกลัวอย่าไปลงโทษเขา เพราะว่าการปฏิวัตินั้นถือว่าเปึนของเถื่อน แต่ถ้าหากว่าไม่ได้เกรงกลัวคณะปฏิวัติแล้วมาพิจารณาผมลักษณะแบบนี้ ท่านก็ต้อง พิจารณาเหมือนกันว่าที่ท่านปล่อยกู้ไปแล้วเจ๊ง เจ๊ง เจ๊ง คนที่คิดได้นวัตกรรมแห่งชาติแล้ว ท่านไม่ให้มันก็ต้องเจ๊งแน่นอนแล้วธนาคารนี้นะครับ ก็ขอฝากท่านไปพิจารณา ๒ ประเด็น นะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณอดุลย์เอาสักเล็กน้อย ครับ

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ แม่ฮ่องสอน

ครับ เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตจังหวัดแม่ฮ่องสอน พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ รายงานเอสเอ็มอี แบงก์ฉบับนี้เข้ามาแล้วจะเห็นว่า มีประโยชน์อย่างมาก ยิ่งได้ฟังท่านผู้แทนหลายท่านที่ได้อภิปรายไปแล้ว จะเห็นว่า รายงานที่เข้ามาแล้วมีการอภิปรายเปึนการทําหน้าที่ของ ส.ส. การทําหน้าที่ของ ส.ส. ไม่ว่าจะเปึนการออกฎหมาย พิจารณากฎหมาย หรือการพิจารณารายงานก็เปึนสิ่งที่มี ประโยชน์ทั้งนั้น การทําหน้าที่ในการพิจารณารายงานของเอสเอ็มอี แบงก์ ฉบับนี้ก็เปึน การรักษาผลประโยชน์ของประชาชน จะเห็นว่ามีการอภิปรายว่ายังมีปัญหาการทุจริต เปึนจํานวนมากที่ยังไม่ได้มีการตรวจสอบหรือรายงาน ทั้งที่มีผู้ถามกลับเข้ามาและมีการ ฝากกันไว้ มีการพูดกันถึงผลงาน นั่นหมายถึงการดําเนินงานของผู้บริหารของเอสเอ็มอี ที่แสดงออกมาในรูปของผลงาน การกําไร การขาดทุน การบริหารที่มีความโปร่งใสแค่ไหน หรือแม้แต่การที่เอสเอ็มอีได้ให้บริการกับลูกค้าอย่างไร อันนี้เปึนข้อวิพากษ์วิจารณ์และ เปึนข้อเสนอแนะที่มีประโยชน์และสมควรที่ผู้แทนราษฎรควรจะได้ทําหน้าที่ในการรักษา ผลประโยชน์ของประชาชน ท่านประธานครับ ไม่ว่ากฎหมาย ไม่ว่าพระราชบัญญัติ รัฐธรรมนูญหรือรายงานทุกฉบับที่เข้ามาในสภาแห่งนี้ ผมเห็นว่ามีความสําคัญทั้งนั้น และ มีความสําคัญเหมือนกันทุกฉบับไม่ว่าเปึนกฎหมายหรือรายงาน ถ้าหากว่าผู้แทนราษฎร ท่านใดหรือสภานี้เห็นว่ามันไม่มีความสําคัญ ก็ไม่จําเปึนที่จะต้องเอามาในสภานี้ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ผมเห็นมีการกระทําของท่านผู้แทนราษฎรท่านหนึ่งไม่ขอ ออกนาม ท่านประธานครับ ผมไม่ทราบว่าถูกตามข้อบังคับการประชุมหรือไม่ ยังไม่มีการ อภิปรายเลยขอเสนอป่ดการอภิปราย อันนี้ผมจําเปึนจะต้องพูด

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านอดุลย์ครับ

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ แม่ฮ่องสอน

เพราะเมื่อสักครู่มีการต่อรอง กัน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านอดุลย์ไม่ต้อง

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ แม่ฮ่องสอน

โดยไม่จําเปึนจะต้องมีการ ต่อรอง

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือเอาเนื้อหาสาระของ เรื่อง

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ แม่ฮ่องสอน

ท่านประธานครับ ผมกําลังจะ พูดว่ารายงานทุกฉบับที่เข้าสภานี่มีความสําคัญ เพราะถ้าเกิดมันไม่มีความสําคัญ ไม่ต้อง เอาเข้ามา เราไม่จําเปึนต้องเสียเวลาที่จะต้องมาพิจารณากันทําไมท่านประธาน เพราะฉะนั้นเมื่อเข้ามาแล้วเราก็คงจะต้องทําหน้าที่กันบ้าง การทําหน้าที่ในการอภิปราย หรือว่าการนับองค์ประชุมไม่ใช่ว่าเพื่อตีรวน เปึนการกระทําเพื่อให้ฝ์ายรัฐบาล

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขอความกรุณา เถอะครับ เรากําลังจะเรียบร้อยไปข้างหน้า

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ แม่ฮ่องสอน

ครับ ก็อันนี้ละครับ ท่านประธาน เพราะว่าจําเปึนที่จะต้องพูดให้ท่านต้องเข้าใจว่าสิ่งที่เรากําลังทํา เราทําหน้าที่ที่จะตรวจสอบรัฐบาล ท่านรองประธานซึ่งขึ้นมาทําหน้าที่ประธานเมื่อสักครู่นี้ ก็เคยพูดว่าการนับองค์ประชุมของฝ์ายค้านคือการตรวจสอบการทํางานของฝ์ายรัฐบาล แล้วก็ทําให้รัฐบาลมีความกระตือรือร้น แล้วก็สามารถที่จะมาพูดในสภานี้เพื่อให้มีผลงาน ออกไปสู่ประชาชน ซึ่งไม่ใช่เปึนเรื่องที่เสียหายอะไรเลย ท่านประธานครับ และทุกอย่าง ที่ทํามาทั้งหมด ท่านประธาน มันก็เรียนรู้มาจากอาจารย์ที่เคยสอนมาทั้งนั้น ก็คือ ฝ์ายรัฐบาลปัจจุบันที่เคยเปึนฝ์ายค้าน เปึนอาจารย์ของฝ์ายค้านในตอนนี้ก็ทําตามที่ ท่านเคยทํานั่นละ ท่านไม่จําเปึนต้องเดือดร้อนอะไรเลย ท่านประธานอีกนิดเดียวผมจะจบ อยู่แล้ว ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ผมขอเรียนตามตรงว่า ผมไม่เอ่ยชื่อเพื่อไม่ให้ กระทบกระเทือนต่อท่าน แต่การที่กระทําเช่นนั้นมันไม่สมควรเลย มันไม่สมควรจริง ๆ ท่านประธาน ตอนนี้ฝ์ายค้านเดิมนั้นเปึนฝ์ายรัฐบาลแล้วท่านต้องรู้ว่าท่านกําลังทําหน้าที่ ฝ์ายรัฐบาล ท่านอย่าคิดว่าตัวท่านเปึนฝ์ายค้านอยู่ เพราะฉะนั้นทําอะไรอย่าใช้อารมณ์

(นายวรงค์ เดชกิจวิกรม ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านประธานครับขออนุญาต ประท้วงใช้สิทธิพาดพิง

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอความกรุณาทุกฝ์าย เถอะครับ ผมว่าเราจะไม่ได้พระราชบัญญัติผู้สูงอายุนะครับ ก็อยากจะขอความกรุณา ให้มันเรียบร้อย เดี๋ยวคุณอดุลย์ก็จะจบแล้วคุณวรงค์ คุณอดุลย์เชิญครับ

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ แม่ฮ่องสอน

ท่านประธานครับ คืออยากจะ เรียนตามตรงว่าการกระทําแบบที่ผมเห็นว่าใช้พวกมากลากไปถ้าเกิดยังพยายามกระทํา เช่นนั้น ต่อไปสภานี้ไม่จําเปึนจะต้องมีฝ์ายค้านท่านประธาน รัฐบาลไม่จําเปึนจะต้องเอา เรื่องเข้าสภาเลย

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขอความกรุณาแล้ว นะครับ คุณอดุลย์ ผมว่าให้หยุดเรื่องที่นอกเรื่องนะครับ เอาเรื่องเนื้อ ๆ ว่ามีอะไรที่จะถาม

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ แม่ฮ่องสอน

เมื่อสักครู่ผมรักษามารยาท เพราะว่าพอดีท่านผู้อภิปรายคือ คุณจุติ ไกรฤกษ์

(นายเจะอามิง โตะตาหยง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณเจะอามิงมีอะไรครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานว่าผู้ที่กําลังอภิปรายอยู่ในขณะนี้กําลังกระทําผิด ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรโดยใช้คํากล่าวที่เสียดสีโดยใช้คําว่า พวกมากลากไป ซึ่งไม่เปึนการสมควรที่จะใช้ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ กระผมขออนุญาตให้ท่านประธาน ได้กรุณาวินิจฉัยให้ถอนคําพูดด้วยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ไม่ถึงกับขนาดนั้น นะครับ มันก็พลั้งเผลอไปบ้างนะครับ ผมจะวินิจฉัย คุณอดุลย์ผมว่าพอแล้วกระมังครับ

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ แม่ฮ่องสอน

ท่านประธานครับ กําลังจะ จบแล้ว คือที่ผมเรียนนี่เพื่อว่าที่จะให้สภานี้ดําเนินการต่อไปได้ดียิ่งขึ้น ท่านประธาน มันถูกต้องแล้วที่คําว่า พวกมากลากไป เพราะฝ์ายรัฐบาลมีเสียงมากกว่าฝ์ายค้านอยู่แล้ว เพราะถ้าหากว่าเสนอป่ดการอภิปรายเมื่อไรมันก็ป่ดได้ทั้งนั้น ท่านประธานอันนี้เปึน เหตุผลที่เปึนความจริง

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขอความกรุณาวินิจฉัย ว่าพอแล้วครับ คือว่าพูดกันกลาง ๆ ก็พอแล้ว

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ แม่ฮ่องสอน

ครับท่านประธานครับผมจะจบ เดี๋ยวนี้แล้วครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวจะต้องมีการถอน อะไรกันมันก็จะไปกันใหญ่ครับ อยากจะขอความกรุณาแค่นี้ก่อนนะครับ คุณเจะอามิง ผมขอความกรุณาท่านนั่งลงเถอะครับ คุณอดุลย์จบนะครับ

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ แม่ฮ่องสอน

ท่านประธานครับ อยากที่จะ เรียนก็คือว่า ผมขออย่าให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้นมาอีก เพราะถ้าหากแบบนั้นปัูบสภานี้ ก็ไม่จําเปึนที่จะต้องมีฝ์ายค้าน แล้วรัฐบาลก็ไม่จําเปึนจะต้องเสนอเรื่องมาในสภานี้ เพราะถ้าเกิดเอาเข้ามาปัูบก็ยกมือแล้วก็จบ ฝ์ายค้านก็ไม่ต้องมีมันอาจจะไม่ต้องมีสภา ก็ได้ เพราะฉะนั้นเราจะทําหน้าที่ด้วยกันต่อไป ขออย่าใช้อารมณ์ขอให้มีสตินะครับ ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ผมว่า พอแล้วการอภิปราย ให้ท่านรัฐมนตรีคลังจะตอบหรือว่าให้ทางเจ้าหน้าที่ตอบครับ เชิญครับท่านรัฐมนตรีประดิษฐ์ครับ

นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังในฐานะกํากับดูแลธนาคารเอสเอ็มอี ก่อนอื่นครับ ต้องขอขอบพระคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ได้อ่านรายงานของ ธนาคารเอสเอ็มอี และได้ให้ข้อแนะนําซึ่งเปึนประโยชน์กับผม กระทรวงการคลัง และผู้บริหารของธนาคาร เอสเอ็มอีเปึนอย่างยิ่งครับ ทุกข้อทุกประเด็นได้จดเอาไว้ และจะไปดําเนินการตาม คําแนะนําของท่านเพื่อนสมาชิกนะครับ ผมคงจะไม่ใช้เวลานานมาก จะกล่าวเพียงสั้น ๆ ว่าผมเองคงจะปฏิเสธการรับผิดชอบธนาคารแห่งนี้ไม่ได้ เพราะตลอดระยะเวลาเกือบ ๑ ป้ที่ได้เข้ามากํากับดูแล และได้มอบหมายจากท่านอดีตรัฐมนตรี ๒ ท่าน และ รัฐมนตรีว่าการปัจจุบัน ๑ ท่าน ทั้ง ๓ ท่านนะครับ ผมรับทราบถึงปัญหามาโดยตลอด และเราเอง ทุกท่านเองก็รับทราบถึงปัญหาของธนาคารเอสเอ็มอี ว่าเปึนธนาคารที่มี ภาพพจน์ไม่ดีเลย เปึนธนาคารที่ขาดทุน เปึนธนาคารที่มีหนี้เสียมาก ฉะนั้นตั้งแต่เข้ามา ก็ได้พยายามแก้ไขปัญหาให้ดีมาโดยตลอด และวันนี้ก็อยากจะรายงานท่านประธาน ผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกว่า เราได้ดําเนินการเปึนขั้นเปึนตอน และได้ดําเนินการกันอย่างเร็ว ที่สุดแล้วครับ ขั้นแรกที่ดําเนินการไปแล้ว ตามที่เพื่อนสมาชิกได้กล่าวไปแล้ว คือผมได้ ดําเนินการปรับปรุงเปลี่ยนคณะกรรมการยกชุดทั้งหมด และล่าสุดเราได้ตัวกรรมการ ผู้จัดการท่านใหม่ ซึ่งสด ๆ ร้อน ได้มีการสรรหาและแต่งตั้งจากคณะกรรมการบอร์ดแล้ว เมื่อ ๒ อาทิตย์ที่ผ่านมา และผมหวังเปึนอย่างยิ่งว่าสิ่งนี้จะเปึนการเริ่มต้น จุดเริ่มต้น จุดใหม่ และก้าวใหม่ของธนาคารเอสเอ็มอี ตามที่พวกเราหวังไว้ว่าจะเปึนธนาคารที่จะให้ การบริการกับอุตสาหกรรมขนาดกลาง ขนาดเล็ก และขนาดย่อม แผนการดําเนินการนั้น มีหมดครับ ทางกระทรวงการคลัง ทางผมเอง ทางคณะผู้บริหารมีหมดแล้วว่าเราจะ ดําเนินการเพิ่มทุนของธนาคารเอสเอ็มอี ในการที่จะให้ธนาคารเดินหน้าต่อไป การแก้ไข ปัญหาโดยการแยกหนี้เสียออกมา ถ้าเรายังรวมหนี้เสียอยู่กับหนี้ดี หรือเงินกู้ที่ดีนั้น ธนาคารนี้ไม่สามารถจะเดินได้ ฉะนั้นจะได้ดําเนินการแยกหนี้เสียออกมา หรือตั้งเอเอ็มซี (AMC) หรือไปบริหารหนี้เสียนั้น ไม่ว่าจะเปึนธนาคารเอสเอ็มอีทําเอง หรือจะโอนไปให้ ในเครือของรัฐ เอเอ็มซีของรัฐดําเนินการนั้น นั่นกําลังดําเนินการศึกษาอยู่นะครับ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ผมกับท่านรัฐมนตรีว่าการก็ปรึกษากันโดยตลอด และรับนโยบายมา ดําเนินการนะครับ ผมอยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกนะครับว่า ธนาคารเอสเอ็มอีนั้น ถ้าจะเปรียบเหมือนสินค้าก็จะเปึนสินค้าที่ลดราคา ผมหมายความ ว่าอย่างไรครับ หมายความว่า เปึนธนาคารที่จะต้องทําตามนโยบายรัฐบาล คือ ปล่อยให้กับอุตสาหกรรมที่อ่อนแอ แต่รัฐบาลต้องการให้ปล่อยเพื่อจะได้ให้อุตสาหกรรม นั้น ๆ รอด แต่ในอดีตที่ผ่านมา สินค้าตัวนี้ไม่ได้ใช้เปึนสินค้าที่ลดราคา ใช้เปึนสินค้าที่ให้ ฟรี แจกฟรีว่าอย่างนั้นเถอะ แต่จากนี้ไปจะไม่มีเหตุการณ์เหล่านั้นที่จะเกิดขึ้นแล้วนะครับ ฉะนั้นผมอยากเรียนว่า เรื่องของการดําเนินการ ไม่ว่าจะเปึนการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงนั้น ได้ดําเนินการแล้วนะครับ และคิดว่าแผนงานนั้นได้มีการประชุมกับคณะกรรมการบริหาร และกรรมการ รวมทั้งผู้บริหารชุดใหม่ไปเรียบร้อยแล้วนะครับ ผมจะตอบคําถามเลย นะครับ ท่านแรก คือท่าน ส.ส. ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ว่า ได้ทราบข่าวว่าจะควบรวม กิจการระหว่างเอสเอ็มอี กับ บสย. (บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม) นั้น ยังคิดว่าจะควบรวมอยู่หรือเปล่า ได้เข้าคณะรัฐมนตรีเมื่อรัฐบาลชุดที่แล้วว่าจะควบรวม เหตุผลที่ผมเสนอควบรวม เพราะว่าไม่ต้องการที่จะเพิ่มทุน เพราะในช่วงนั้นรัฐบาล ไม่ต้องการจะเอาเงินมาเพิ่มทุนก็ควบรวมระหว่างเอสเอ็มอี กับ บสย. เข้าไป ก็จะใช้ ทุนร่วมกัน แล้วก็ดําเนินการปล่อยสินเชื่อได้ แต่เมื่อมีรัฐบาลใหม่ มีนโยบายใหม่ว่า ไม่ต้องการจะควบรวม แต่จะนําเงินเพิ่มทุนมาเพิ่มทุนทั้งเอสเอ็มอี และ บสย. นั้นได้ ก็ไม่มีความจําเปึนที่จะ ควบรวม เปึนนโยบายนะครับ ซึ่งวันนี้ก็ได้ชะลอการควบรวมเอาไว้ก่อน วันนี้ธนาคาร เอสเอ็มอี กับ บสย. บริษัทสินเชื่อค้ําประกันนี่นะครับก็จะดําเนินการแยกส่วนกันไป ก็ตอบ ข้อซักถามของคุณชัยวัฒน์นะครับ

ส่วนเรื่องคุณจุตินะครับ คดีทุจริต ผมรับปากคุณจุตินะครับว่าจะ ดําเนินการเรื่องคดีทุจริตมาโดยตลอด แล้ววันนี้ได้ข้อสรุปไปมากมายครับ มีกลุ่มลูกหนี้ ทั้งหมด ๒๖ บริษัท จํานวน ๘๐๒ ล้านบาท ได้ดําเนินการกระทําผิดวินัยไปแล้วร้ายแรง ๒ ราย ไม่ร้ายแรง ๓๘ ราย กล่าวตักเตือนอีก ๒ ราย กลุ่มลูกหนี้ ๒๗ บริษัท จํานวนเงิน ๖๓๐ ล้านบาท กระทําผิดวินัยร้ายแรง ๖ ราย กระทําผิดวินัยไม่ร้ายแรง ๖ ราย กล่าวตักเตือนอีก ๘ ราย และฟัองเรียกร้องทางแพ่งกับพนักงานอีก ๓ ราย ส่วนกลุ่มสุดท้ายอันนี้รุนแรงมากนะครับ กลุ่มลูกหนี้ ๒๕ บริษัท จํานวน ๑,๑๕๕ ล้านบาท ซึ่งกลุ่มนี้อยู่ระหว่างการดําเนินการอยู่และทราบข่าวว่ามันไปเชื่อมโยงกับกลุ่ม ๒ กลุ่ม ที่ผมได้กราบเรียนมาแล้ว ฉะนั้นเขากําลังดําเนินการอยู่และได้มีการส่งเรื่องให้กับ ป.ป.ช. สําหรับผู้บริหารระดับสูงที่ได้ตรวจสอบแล้วว่ามีการกระทําผิด ผมจะส่งรายงานให้กับ ท่านประธานแล้วก็ส่งไปถึงคุณจุติและเพื่อนสมาชิกที่อยากจะทราบนะครับ เรื่องนี้ได้ ดําเนินการอย่างต่อเนื่อง และผมยืนยันกับคุณจุตินะครับว่าไม่มีการไม่ดําเนินการ จะดําเนินการอย่างถึงที่สุดนะครับ คุณเรวัตครับ ขาดทุนติดต่อกันจะดําเนินการอย่างไร แก้หนี้เสียอย่างไร ผมได้ตอบไปแล้วนะครับ ความชัดเจนการสอบสวนคดีทุจริตและ จะสามารถฟุ๋นฟูได้ไหม ฟุ๋นฟูได้ครับ ถ้าเราแยกหนี้เสียออกมาจากแบงก์แล้วมันก็จะ กลายเปึนกู๊ด แบงก์ (Good Bank : ธนาคารที่ดี) ส่วนหนี้เสียนั้นก็จะไปบริหารโดยเอเอ็มซี นะครับ คุณสมเกียรติ ศรลัมพ์ นะครับ ต้องขอกราบขอบพระคุณนะครับที่บอกว่าได้มีการ ดําเนินการเปลี่ยนบอร์ด เปลี่ยนเอ็มดีใหม่ แล้ววันนี้เดี๋ยวผมจะให้ผู้จัดการใหญ่ท่านใหม่ พูดถึงรายละเอียดสักเล็กน้อยสั้น ๆ ว่าจะดําเนินการอย่างไร และให้ความเชื่อมั่นกับ เพื่อนสมาชิกอย่างไรว่าเอสเอ็มอี แบงก์นั้นจะสามารถเดินต่อและเปึนที่พึ่งหวังของ พวกเราได้นะครับ และคุณสมเกียรติก็ขอร้องว่าอย่าหนีแบงก์ไปนะครับ แบงก์ยังต้องการ ลูกค้าดี ๆ อย่างคุณสมเกียรตินะครับ ส่วนคุณประเสริฐบอกว่าโครงการแปลงสินทรัพย์ เปึนทุน เดี๋ยวผมจะให้ทางผู้บริหารตอบ ขาดทุนมากเอ็นพีแอล (NPL : สินเชื่อที่ ไม่ก่อให้เกิดรายได้) มากก็บอกไปแล้วว่าจะดําเนินการแยกเรื่องขาดทุนออกมานะครับ ทั้งหมดนี้ผมอยากจะเรียนตอบอีกเรื่องหนึ่งที่คุณเรวัตบอกว่าทางอดีตรัฐมนตรีสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ได้มีหนังสือถึงธนาคารเอสเอ็มอี แล้วก็บอกว่าเรื่องการดําเนินการสอบสวนคดี เอฟอาร์ซีดี (FRCD) หรืออัตราแลกเปลี่ยนดําเนินการไปถึงไหนแล้ว การดําเนินการ สอบสวนคดีเอฟอาร์ซีดี

๑. พบความผิดปกติในขั้นตอนการดําเนินงานจัดจ้างและกระทําธุรกรรม อนุพันธ์ที่เปึนความผิดทางอาญาตามกฎหมายว่าด้วยความผิดการเสนอราคา ต่อหน่วยงานภาครัฐและความผิดว่าด้วยพนักงานของรัฐ

๒. ธพว. (ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศ ไทย) ได้ส่งเรื่องดังกล่าวให้ ป.ป.ช. (คณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริต แห่งชาติ) ดําเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง ผลการพิจารณาเบื้องต้นของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นว่าคดีมีมูลตามที่ทาง ธพว. ร้องเรียนไปและได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อไต่ สวนกรณีดังกล่าวแล้ว เรื่องนี้ก็ดําเนินการไปตามขั้นตอน เรื่องอยู่ที่ ป.ป.ช. แล้วนะครับ ท่านประธานครับ ท่านเพื่อนสมาชิกครับคงจะไม่รบกวนเวลาสภาต่อไปอีก ผมเพียง อยากจะบอกว่าตลอดระยะเวลา ๑ ป้ มาพอดิบพอดี ณ วันนี้เราได้มีแผนที่ชัดเจนในการ แก้ไขปัญหา ธพว. แล้ว และวันนี้ได้เปลี่ยนการบริหารจัดการอยู่ที่คณะกรรมการจัดการ ชุดใหม่ที่นั่งอยู่ข้างหน้าท่านเพื่อนสมาชิก ณ แห่งนี้ แล้วผมก็ได้กํากับดูแลอยู่และได้เรียน คณะกรรมการชุดใหม่ไปแล้วว่า ในเวลา ๖ เดือนจะต้องเห็นหน้าเห็นหลัง ไม่เห็นหน้า เห็นหลังไม่ได้ เพราะเมื่อแยกหนี้เสียออกมาแล้วมีแต่หนี้ที่ไม่เสีย มีแต่กิจการที่ไม่มีปัญหา อะไรแล้ว นับหนึ่งใหม่แล้ว วันนี้เราควรจะดําเนินงานของเราได้อย่างดี โดยให้การบริการ กับเอสเอ็มอีอย่างเปึนไปตามนโยบายที่รัฐบาลต้องการนะครับ ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกครับ ก็ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ให้ความคิดเห็นและ ความคิดเห็นที่รวบรวมมาผมจะติดตามแล้วก็พยายามดําเนินการให้ดีที่สุด ก็ขอถือโอกาส นี้ให้ท่านกรรมการผู้จัดการท่านใหม่ได้สรุปสั้น ๆ ว่าจะทําอะไรให้กับท่านประธานและ เพื่อนสมาชิกครับ ขอขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ สั้น ๆ ครับ

นายโสฬส สาครวิศว กรรมการผู้จัดการธนาคารเอสเอ็มอี

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม โสฬส สาครวิศว เพิ่งมารับตําแหน่งผู้จัดการคนใหม่เร็ว ๆ นี้นะครับ ซึ่งหลังจากที่เข้ามาผมก็ได้มาดูปัญหาของทางเอสเอ็มอีนะครับ ซึ่งจากที่ ดูแล้วปัญหาของเอสเอ็มอีก็เยอะมากนะครับ สิ่งแรกที่เราเข้าไปดูตามที่ท่านสมาชิก เรียนว่าปัญหาเรื่องต้นทุน อันนี้ผมเรียนเลยว่าต้นทุนของเอสเอ็มอีที่ผ่านมาสูงมากครับ เพราะฉะนั้นแนวทางในการแก้ไขของเรา เรามีแนวทางแก้ไขชัดเจน ขั้นแรกคือในเรื่องของ การระดมเงินฝากนะครับ ปัจจุบันนี้เรามีการระดมเงินฝากแล้วนะครับ จากลูกค้าของ ธนาคาร จากหน่วยงานราชการ รวมทั้งนิติบุคคลรายใหญ่นะครับ ซึ่งในอนาคตอันใกล้นี้ เราคงจะต้องระดมเงินทุนจากประชาชนรายย่อยทั่วไปเพื่อที่จะทําให้ต้นทุนของธนาคาร ดีขึ้น และสามารถที่จะรองรับลูกค้าของเราได้ดีขึ้นนะครับ

ส่วนที่ ๒ ที่เรากําลังดําเนินการอยู่ เพราะว่าเท่าที่ผ่านมาเรื่องอํานวยการ สินเชื่อตามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กล่าวว่าอาจจะช้ามากนะครับ ซึ่งในขณะนี้เอง เราก็คงกําลังอยู่ในแผนการที่ปรับปรุงกระบวนการนะครับ การอํานวยสินเชื่อแก่เอสเอ็มอี ให้เร็วขึ้น นอกจากนั้นเองขอเรียนว่าเราก็จะปรับระบบงาน พนักงานของเราจะไม่ทําตัว เหมือนราชการอีกต่อไป พนักงานของธนาคารเอสเอ็มอีก็จะเปึนเหมือนพนักงานของ ธนาคารพาณิชย์ทั่วไปที่ให้บริการกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้ทุกระดับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมว่าพอกระมังครับ เชิญ เอาสักนิดหนึ่งนะครับ นิดเดียวฝากก็แล้วกัน

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท

ขอบคุณท่านประธานเปึน อย่างยิ่งครับ ผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยนาทครับ เมื่อสักครู่นี้ต้องกราบขอบคุณท่านประธานครับ ว่าท่านรัฐมนตรีท่านได้ตอบข้อซักถามผม ในบางข้อเท่านั้นเอง แต่ว่าบางข้อนั้นยังตกหล่นก็ขอทบทวนนิดหนึ่งนะครับ คือ ถ้าเราจะพิจารณาโดยต้นทุนของเงิน ถ้าเกิดว่าเอสเอ็มอี แบงก์ สามารถที่จะรับเงินฝาก จากลูกค้าได้มันก็จะเปึนต้นทุนที่ต่ําอย่างยิ่งเลย แล้วถ้าเกิดว่าเอสเอ็มอี แบงก์ ต้องไป รับเงินจากตรงอื่นมา โดยเฉพาะเงินจากภาครัฐเข้าไป ข้อดี ข้อเสีย หรือว่าจุดที่ไม่คิดทํา เพราะว่าท่านไม่ตอบอาจจะลืมหรือว่าเพราะว่าไม่ได้คิดทําก็ไม่แน่ใจ เพราะว่าการที่ให้ เอสเอ็มอี แบงก์ สามารถที่จะรับเงินฝากด้วยตัวเอง ต่อไปเอสเอ็มอี แบงก์ จะสามารถ หล่อเลี้ยงตัวเองได้ และยืนบนขาตัวเองได้โดยความแข็งแกร่งของตนเอง แล้วถ้าเกิด บอกว่าเราก็บอกว่าให้เอสเอ็มอี แบงก์ ไม่อยากถูกแทรกแซงจากภาครัฐ ไม่อยากจะให้ แทรกแซงจากภาคนโยบายของรัฐเข้าไปมันเปึนไปไม่ได้เลยเพราะว่าอะไร เพราะว่า เอสเอ็มอี แบงก์ ยังอยู่ในการสนับสนุนงบประมาณแผ่นดินจากงบประมาณ เพราะฉะนั้น แน่นอนที่สุดก็ต้องทําตามนโยบายของรัฐบาลตรงนี้หรือท่านรัฐมนตรี ซึ่งมันก็จะเปึน สวนทางกันกับทางท่านผู้บริหารทางเอสเอ็มอี แบงก์ ที่ประสงค์ที่จะดําเนินธุรกิจหรือ ดําเนินงานให้เอสเอ็มอี แบงก์ นั้นแข็งแกร่ง เพราะฉะนั้นมันสวนทางกันก็ขอความเห็นว่า ในสิ่งเหล่านี้ท่านจะแก้โดยวิธีการอย่างไร

อีกข้อหนึ่งที่ท่านตอบแล้ว แต่ว่าผมยังติดใจ นั่นก็คือท่านบอกว่าควบรวม ไม่ควบรวม เนื่องจากว่ารัฐบาลที่แล้วคิดควบรวม ท่านรัฐมนตรีก็อยู่ในรัฐบาลที่แล้วก็บอก ควบรวมก็ควบรวม ท่านก็ทําตามนโยบายของรัฐบาล แต่ครั้งนี้นโยบายของรัฐบาล ท่านรัฐมนตรีว่าการท่านก็อยู่ในที่นี้นะครับ ต้องขออนุญาตนะครับ ไม่ได้พาดพิง เดี๋ยวจะบอกว่าพาดพิง ก็ขออนุญาตอย่างนี้ว่า ข้อดี ข้อเสีย มันเปึนอย่างไร การควบรวม ไม่ควบรวม คือควบรวมมันอาจจะไม่ดีสําหรับเอสเอ็มอีก็ได้ถ้าท่านจะตอบ แต่ว่าอาจจะ เปึนผลดีต่อ ขอประทานเอ่ยนามก็คือ บสย. ก็ได้ หรืออาจจะเปึนผลดีต่อ บสย. ก็ได้ และไม่เปึนผลดีต่อเอสเอ็มอีก็ได้ แต่ต้องเข้าใจว่าทั้งเอสเอ็มอี และ บสย. นั้นเปึน หน่วยงานของภาคของราชการหรือภาคของรัฐเรา ซึ่งรัฐต้องเข้าไปดูแล จะขาดทุนหรือ จะอะไรก็ตามแต่ จะดีจะงามอะไรก็ต้องรับผลตรงนั้น เราทําไมไม่ระดมสิ่งเหล่านี้ให้เปึน สิ่งที่ดีที่สุดสําหรับในการที่จะใช้ในตรงนี้ ก็อยากจะฟังความคิดเห็นว่า ข้อดี ข้อเสียมันเปึน อย่างไร จุดอ่อนจุดแข็งมันเปึนอย่างไร แล้วท่านวิเคราะห์อย่างไร ส่วนในความเห็นผมมี จะได้เรียนต่อไปว่า เพราะอะไร อย่างไร กราบขอบคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมว่ามันจะไม่ได้เข้า พระราชบัญญัติที่เรากําลังรออยู่นะครับ ท่านจะตอบก็ตอบสัก ๑ นาที ๒ นาทีครับ

นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

ผมนิดเดียวครับ ท่านประธานครับ เรื่องเงินฝากนี่นะครับ ทางท่านกรรมการผู้จัดการใหญ่ ก็ได้เรียนไปแล้วว่า มีความคิดที่จะรับเงินฝาก แต่ ณ วันนี้เราต้องดูอย่างที่ผมเรียน โดยไม่อายเลยว่า เราต้องดูว่าความพร้อมเรามีหรือเปล่า ณ วันนี้เราปล่อยกู้เรายังมี เอ็นพีแอล แล้วเราเอาเงินฝากของเขามารับผิดชอบเขานี่มันจะยิ่งเปึนปัญหาใหญ่ แต่ที่ท่านสมาชิกพูดนี่ ท่านชัยวัฒน์พูดนี่ถูกต้องครับ ต้นทุนสูงจะต้องเอาเงินฝากเข้ามา อันนั้นเปึนแผนงานของเราที่จะทํา แต่เราจะต้องพร้อมทั้งทางด้านบุคลากร พร้อมทั้ง ทางด้านนโยบาย พร้อมทั้งทางด้านหน่วยงานต่าง ๆ สาขาต่าง ๆ ที่จะต้องมีไปทั่วประเทศ ที่จะระดมเงินฝากนี่จะต้องพร้อม เปึนสิ่งที่ถูกต้องที่ท่านสมาชิกท่านชัยวัฒน์พูดนี่ถูกต้อง ครับ ในเรื่องนี้ก็อยู่ในแผนที่จะดําเนินงาน แต่ว่าเมื่อไรเท่านั้นเอง ส่วนเรื่องควบรวมหรือไม่ นี่นะครับ ผมได้เรียนไปแล้วว่า ในรัฐบาลชุดที่แล้ว เหตุผลที่ผมตัดสินใจควบรวมเปึน เพราะว่าเราไม่ต้องการเพิ่มทุน แต่ ณ วันนี้รัฐบาลมีนโยบายที่จะเพิ่มทุนธนาคารของรัฐ เพื่อที่จะไปปล่อยกู้ในสภาวะเศรษฐกิจที่เกิดปัญหานี่ก็แยกกันได้ ธพว. ก็ไปดําเนินการ เพิ่มทุนตัว ธพว. ส่วน บสย. ก็ไปดําเนินการเพิ่มทุนให้ บสย. แล้ว บสย. ก็ไปดําเนินการ ค้ําประกันลูกค้าของธนาคารพาณิชย์ได้นะครับ ซึ่งผมได้ปรึกษากับท่านรัฐมนตรีว่าการ แล้วว่า ถ้าไปเปึนในแนวทางนี้ก็ไม่มีปัญหา ไม่มีปัญหาครับ เรื่องนี้เปึนสิ่งที่สามารถจะ ทําได้ เมื่อมีเงินทุนมาเพิ่มทั้ง ๒ แห่งก็ไม่มีปัญหา แต่ก่อนนี้ไม่มีนโยบายที่จะเพิ่มทุน เข้าไป ผมก็บวกควบรวมไปแล้วก็ใช้ทุนของทั้ง ๒ แห่งรวมกัน เปึนสิ่งที่ทําได้ทั้ง ๒ อย่าง ครับ ขอบคุณครับ คุณชัยวัฒน์ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถือว่าเปึนการจบ การอภิปรายงบดุลและบัญชีกําไรขาดทุนของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและ ขนาดย่อมแห่งประเทศไทยแล้วนะครับ ขอขอบคุณท่านผู้ชี้แจงทุกท่านครับ ขอบคุณครับ

ต่อไประเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม รายงานการประชุม สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ป้ที่ ๑ จํานวน ๔๑ ครั้ง คือสมัยสามัญทั่วไป เริ่มตั้งแต่ครั้งที่ ๑ ถึงครั้งที่ ๒๖ ครับ แล้วก็สมัยวิสามัญ ตั้งแต่ครั้งที่ ๑ ถึงครั้งที่ ๗ แล้วสมัยนิติบัญญัติ ครั้งที่ ๑ ถึงครั้งที่ ๘ รวม ๔๑ ครั้ง ซึ่งได้วางไว้ให้ท่านสมาชิกตรวจดู แล้วนะครับ ท่านผู้ใดจะมีการแก้ไขเพิ่มเติมข้อความในรายงานการประชุมทั้ง ๔๑ ฉบับ ครั้งที่เท่าไร อย่างไรบ้างครับ มีไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมนี้ รับรองบันทึกการประชุมของสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ป้ที่ ๑ จํานวน ๔๑ ครั้ง ขอขอบคุณครับ ผ่านไปนะครับ

ต่อไปมีอยู่เรื่องหนึ่งครับ เรื่องนี้ก็ได้รับหนังสือจากคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอขยายเวลา การศึกษา ซึ่งเคยขอขยายเวลาการศึกษามาแล้ว ๔ ครั้งครับ ครั้งที่ ๑ ๑๒๐ วัน ครั้งที่ ๒ ๖๐ วัน ครั้งที่ ๓ ๖๐ วัน ครั้งที่ ๔ ซึ่งกําลังขอนี้ ๑๒๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๒ ครบกําหนดวันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๒ ท่านผู้ใดมีความเห็นจะให้ขยายหรือ ไม่ให้ขยายครับ เชิญครับ คุณชัยวัฒน์ครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท

ท่านประธานครับ คือการขยาย ไม่ขยายนั้นก็คือขึ้นอยู่ที่เหตุผลว่าทางคณะกรรมาธิการ ผมเองก็เคยเปึนประธาน คณะกรรมาธิการและก็เคยขอขยาย แต่ว่าขึ้นอยู่กับเหตุผลครับท่านประธาน เพราะว่า การที่สภาผู้แทนราษฎรให้กรรมาธิการนั้นไปศึกษานี่ ก็อยากจะได้ผลของการศึกษา แต่ว่า การขยายเวลานั้นก็มีเหตุจําเปึน เพราะว่าบางครั้งก็มีเหตุจําเปึน เพราะว่าเนื่องจากว่า ระยะเวลาไม่ทัน ข้อมูลเยอะหรืออะไรก็ตามแต่ไม่สามารถที่จะศึกษาได้ครอบคลุม เพราะว่าระยะเวลาก็เปึนตัวกําหนดสําคัญเหมือนกัน การศึกษานั้นจะได้มีคุณภาพได้ดี อย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นอยากจะฟังเหตุผลของคณะกรรมาธิการว่า เหตุใดถึงขยายเวลา ได้ทราบจากท่านประธานว่าขยายถึง ๔ ครั้ง

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครั้งนี้เปึนครั้งที่ ๔

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท

ในครั้งนี้เปึนครั้งที่ ๔ ก็ขยาย หลายครั้ง ทีนี้ก็อยากจะเห็นว่าการศึกษานั้นไปถึงไหนอย่างไร แล้วก็ที่ต้องขยายนี่ เพราะเหตุจําเปึนอย่างไร สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้จึงได้เห็นว่าเห็นควรหรือไม่อย่างไร มิเช่นนั้นผมไม่แน่ใจว่าเนื้อแท้อยากจะฟังเหมือนกันว่าที่ขยายเวลาทั้งหมดท่านไป ประชุมกันทั้งหมดกี่ครั้ง ในกี่ครั้งแล้วท่านเข้าไปศึกษาอย่างไรบ้าง ติดตามผลเปึน อย่างไรบ้าง ทั้งหมดกี่ครั้ง กี่หนอย่างไร อยากจะได้ข้อสรุปอย่างนั้นท่านประธาน แล้วมี เหตุอะไรที่ต้องเข้าไปศึกษาอีกมากน้อยขนาดไหนในเนื้อหาจึงต้องขอขยายเวลาในครั้งนี้ แล้วก็การขยายเวลาครั้งนี้ก็พอสมควรทีเดียว ผมเองไม่ติดขัดครับท่านประธาน ไม่ใช่ผม ติดขัดว่าถ้าเหตุผลมีก็ โอ.เค. ครับ ได้ครับ ถ้าเหตุผลยังไม่เพียงพอ ผมไม่แน่ใจครับ เพราะว่าระยะเวลาเปึนตัวสําคัญเหมือนกัน เพราะว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องสําคัญ เพราะว่า เปึนเรื่องของภาคใต้ เราต้องเร่งรัดในการที่จะศึกษาแล้วก็นํามาในการที่จะใช้เปึน ประโยชน์ครับ ท่านประธานครับ กราบขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณนัจมุดดีน ที่ขอขยาย อยู่ไหมครับ เจ้าของเรื่อง

นายนัจมุดดีน อูมา นราธิวาส

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายนัจมุดดีน อูมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส ในฐานะกรรมาธิการ วิสามัญศึกษาปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยความเคารพครับ ผู้อภิปรายเมื่อสักครู่อยากจะเรียนว่า คณะกรรมาธิการชุดนี้ได้ขยายมาแล้ว ๔ ครั้ง บัดนี้ การพิจารณาของคณะกรรมาธิการซึ่งมีคณะอนุทั้งหมด ๗ อนุ ใกล้จะเสร็จสิ้นแล้ว ครั้งนี้ ขอขยายเปึนครั้งสุดท้าย เพราะว่าเรามีภารกิจอยู่ ๒ อย่าง ก็คือ ๑. เรื่องการจัดทํารายงาน การประชุม อันที่ ๒ เราจะได้มีการจัดสัมมนาเพื่อเสนอต่อรัฐบาลและเสนอต่อสภาแห่งนี้ ต่อไป ซึ่งมีความจําเปึนที่ผมเรียนเมื่อสักครู่ขออนุญาตสภาแห่งนี้เพื่อจะขอขยายเปึน ครั้งสุดท้ายจริง ๆ นะครับ ขอบคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่าน พลเอก สมชาย เชิญครับ มีท่านนิพนธ์ยกมือ เชิญท่านนิพนธ์ครับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าการขอขยายเวลาในครั้งนี้เปึนการขอขยายเวลาเพื่อที่จะได้ จัดทําสรุปผลของการศึกษาในแต่ละอนุกรรมาธิการ ซึ่งขณะนี้ผมทราบว่าติดค้างอยู่ เฉพาะบางอนุกรรมาธิการเท่านั้น แล้วก็ประการที่ ๒ ก็คือว่าเดิมกรรมาธิการวิสามัญได้ ตกลงกันว่า หลังจากที่ได้ทําการศึกษา แต่ละอนุไปศึกษาแล้วก็ทํารายงานจบสิ้นแล้วก็จะ ทําการสัมมนาเพื่อที่จะได้เอาผลการศึกษามานําเสนอรัฐบาล แล้วก็เชิญฝ์ายที่รับผิดชอบ ในเชิงนโยบายมารับฟังผลการศึกษา เพื่อจะได้ทราบว่าปัญหาต่าง ๆ เราเสนอแนะวิธีการ แก้ไขอย่างไร ที่ต้องทําอย่างนี้เพราะว่าเรามีการศึกษาปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้มาหลายคณะ แต่ว่าเราไม่เคยได้นําเอาผลการศึกษานั้นมาชี้แจงต่อพี่น้องประชาชนหรือว่าหน่วยราชการ เพราะฉะนั้นครั้งนี้ถ้าคิดว่า ๑๒๐ วันในความเห็นของผม ถ้ามากไปก็ขอสัก ๙๐ วัน ท่านประธานครับ เพื่อที่จะได้ทําให้การศึกษาได้จบสิ้นได้สมบูรณ์แล้วก็ได้เกิดประโยชน์ สูงสุดต่อการตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้ครับท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณชัยวัฒน์เอา ๙๐ วัน พอกระมังนะครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท

ท่านประธานครับ ความจริง ก็เพื่อนฝูงนะครับ โดยเฉพาะท่านประธานแล้วก็ท่านนิพนธ์นี่ก็ด้วยความเคารพและ เกรงใจ ๙๐ วัน ผมไม่แน่ใจ ท่านขอมา ๑๒๐ วัน ท่านบอกว่า ๙๐ วันก็คงได้ ผมเห็น อย่างนี้ครับท่านประธานครับว่า ถ้าท่านขอ ๑๒๐ วัน กับ ๙๐ วันไม่แตกต่างครับ ท่านประธาน สาเหตุที่ไม่แตกต่างเพราะว่าอะไรไหมท่านประธานครับ เพราะว่าสภา ในสามัญมันก็จะสิ้นสุด เพราะว่าผลการศึกษาแล้วท่านก็ไม่สามารถเอาเข้ามาในสภา แห่งนี้ได้ การเอาเข้ามาก็ไม่ได้การพิจารณา สมัยหน้าก็จะเปึนสมัยนิติบัญญัติก็ไม่ได้ พิจารณาอยู่ดีครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นมันก็ต้องเลยออกไปข้ามป้ คือถ้าท่านเสนอ ครั้งนี้ทันมันก็จะอยู่ในป้นี้เราก็ได้ใช้เลย แต่ถ้าท่านขยายออกไป ๙๐ วันหรือ ๑๒๐ วัน ในที่จะถึงนี้ท่านประธาน มันก็ต้องเปึนป้หน้าถึงได้ผลได้ใช้ครับ เพราะฉะนั้นการศึกษา ของท่านก็จะสัมฤทธิ์ผลช้าไป ๑ ป้ครับ เพราะฉะนั้นขออนุญาตเถอะครับท่าน ถ้าจะเร่งรัด กันได้ไหมว่าขอสัก ๖๐ วันท่านประธาน ถ้า ๖๐ วันท่านนําเสนอเข้ามามันก็จะใช้ได้ผล นะครับ ท่านประธานครับ ขออนุญาตอย่างนั้นครับ ทําได้ไหมครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณนิพนธ์ครับ

นายนัจมุดดีน อูมา นราธิวาส

เรียนท่านประธานครับ ผม นายนัจมุดดีน อูมา ในฐานะกรรมาธิการครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

จะเอาคุณนิพนธ์หรือ คุณนัจมุดดีน

นายนัจมุดดีน อูมา นราธิวาส

คุณนิพนธ์ยกมือใช่ไหมครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ผมชี้คุณนิพนธ์ก่อนครับ

นายนัจมุดดีน อูมา นราธิวาส

ขอโทษด้วยนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณนัจมุดดีนนั่งลงก่อน ครับ เชิญครับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี สาเหตุที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานไปเมื่อสักครู่ว่าจะขอ เวลาประมาณสัก ๙๐ วันก็ได้ เพราะว่าผมได้มีโอกาสไปกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรี เพื่อที่จะขอกราบเรียนเชิญให้ท่านมาเปึนประธานในพิธีป่ดสัมมนา ซึ่งท่านก็ได้รับปากไว้ ประมาณช่วงวันที่ ๒๐ มีนาคมครับ เพราะฉะนั้นถ้าเราจะไปป่ดก่อนวันที่ ๒๐ มีนาคม ก็คงจะไม่ทันท่านประธานครับ ก็คิดว่าหลังจากที่ท่านได้สัมมนาเสร็จปัูบก็มาสรุป การสัมมนาทั้งหมดอีกรอบหนึ่ง เวลาประมาณสัก ๒ อาทิตย์ ก็คิดว่าเวลา ๙๐ วันอยู่ใน วิสัยที่จะทําให้ทุกอย่างได้เสร็จสมบูรณ์ครับ ผมจึงกราบเรียนท่านประธานด้วย ความเคารพครับ ขอยืนยัน ๙๐ วันท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณนัจมุดดีนเอา

นายนัจมุดดีน อูมา นราธิวาส

เรียนท่านประธานครับ ผม นัจมุดดีน อูมา ในฐานะกรรมาธิการครับ ขอสนับสนุนให้ขยาย ๙๐ วันครับ เพราะว่าเราจะมีการจัด สัมมนาและก็จัดทํารายงานสรุปต่อสภานี้ต่อไป ขอบคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณชัยวัฒน์พอจะ ออมชอมกันได้ไหมครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ครับ ด้วยความเคารพคณะกรรมาธิการ ทั้งท่านประธาน อย่างนี้ ครับท่านประธานครับ เหตุผลที่บอกมาว่าจะมีการสัมมนาแล้วก็จะเชิญ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไปเปึนประธานในการเป่ดงานนั้น จริง ๆ แล้ว กรรมาธิการสามารถที่จะเอาเข้ามาก่อนได้ สรุปแล้วเข้ามาก่อนได้ เข้ามาแล้วก็อาจยัง ไม่พิจารณา ถึงแม้พิจารณาแล้วท่านก็สามารถไปจัดงานได้ครับ ไม่ได้เกี่ยวข้องกันเลย ท่านประธานครับ การดึงออกไปแล้วก็บอกว่า เพื่อที่จะให้ท่านนายกรัฐมนตรีมาเป่ดงาน สัมมนา มันไม่ใช่ครับ ท่านเอาเข้ามาเดือนกุมภาพันธ์นี้ มกราคม กุมภาพันธ์หรือช่วงอะไร ก็ตามแต่ให้ทันพิจารณาในคราวนี้หรือมีนาคมต้น ๆ เพราะว่าปลายมีนาคมนี้มันจะป่ด ท่านก็สามารถไปจัดงานได้ ไม่เกี่ยวกันเลยท่านประธานครับ แม้ว่าคณะกรรมาธิการ ศึกษาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผ่านสภาเรียบร้อยหรืออะไร ก็สามารถที่จะไปจัดงานได้ครับ ท่านประธาน มันไม่เกี่ยวข้องเลยท่านประธาน หรือท่านประธานว่าจัดไม่ได้ท่านประธาน เพราะฉะนั้นเหตุผลที่ยกมา ไม่ใช่ครับท่านประธาน ไม่ถูกต้องละครับ ผมอยากจะให้ยึด ข้อระเบียบวิธีการทางการดําเนินการมากกว่าครับท่าน ขอบคุณครับท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านซูการ์โน มะทา เชิญครับ

นายซูการ์โน มะทา ยะลา

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา ขออนุญาตท่านผู้อภิปรายเมื่อสักครู่ เนื่องจากว่าปัญหาของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างที่พวกเราทราบว่า วันนี้ก็ยังถือว่า ยังเปึนปัญหาที่เปึนวาระที่เราจะต้องช่วยกันแก้ปัญหาและก็ปัจจุบันนี้ทางกรรมาธิการก็ได้ ดําเนินการอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายคือ ตามที่ท่านนัจมุดดี อูมา กล่าวก็คือ เราเหลือแค่สรุปรายงานและก็จัดสัมมนาในเชิงของการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซึ่งจะมี ทั้งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องร่วม และจะมีภาคส่วนของภาคประชาชนที่ ทําเนียบรัฐบาล เงื่อนไขเวลาที่เราขอไปที่ ๑๒๐ วัน ก็เนื่องจากภารกิจของ ท่านนายกรัฐมนตรีไม่สามารถที่จะยืดเวลามาให้เราได้ถ้าติดภารกิจตรงนี้ คือ ถ้าการสัมมนาต่าง ๆ แล้วเราไม่สามารถนําเสนอให้กับส่วนราชการ วันนี้ผมคิดว่า ในกรรมาธิการ ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น เรามีหลายส่วนที่เข้ามา มีส่วนร่วมในการที่จะระดมความคิด ในการที่จะพยายามแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมถึงขอความกรุณาจากเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ว่า เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และถือเปึนการ ขยายเวลาเปึนครั้งสุดท้ายในระยะเวลาที่ขอจากสภานะครับ ขอความเห็นใจจาก เพื่อนสมาชิกด้วยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือ ๒ ท่านบอกว่า ๙๐ วัน แล้วท่านเสนอ

นายซูการ์โน มะทา ยะลา

๙๐ วันครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๙๐ เหมือนกันใช่ไหมครับ ทั้ง ๓ ท่าน เห็นใจเพื่อนฝูงเถอะครับท่านชัยวัฒน์

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท

ท่านประธานที่เคารพ ผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ขออนุญาตต่อรอง ๖๐ วันครับ เพื่อให้ผลการพิจารณานี้เสร็จ เพราะว่าสาเหตุที่บอกว่าขอขยาย ๙๐ วัน บอกว่าจะไปจัดงานนั้น มันไม่เปึนเหตุผล นะครับ และเหตุผลนั้นมันก็ไม่เปึนเหตุผลที่น่าจะนํามาใช้ด้วย เพราะว่าสาเหตุ ไม่น่านํามาใช้ เพราะว่าแม้ว่าศึกษาเสร็จแล้ว เข้ามาสู่สภานี้แล้ว ก็ยังไม่ได้หมายความว่า จะได้รับการพิจารณาเลยท่านประธาน ยังสามารถไปจัดงานได้ต่อ แม้ว่าพิจารณาแล้วก็ ไม่ได้หมายความว่าจัดงานไม่ได้ ท่านนายกรัฐมนตรีไปไม่ได้ มันก็ยังจัดได้อยู่ เพราะฉะนั้นมันไม่เปึนเหตุผล ตรรกะมันไม่มี เพราะฉะนั้นผมถึงบอกว่ามันไม่ใช่ เอาเหตุผลอื่น ถ้าบอกว่าเหตุผลบอกว่ามันยังศึกษาไม่เสร็จเพราะอย่างนี้ เพราะอย่างนั้น ยังเปึนไปได้ แต่ถ้าเหตุผลจัดงานนี่ให้ไม่ได้เลยครับท่านประธาน ขออย่างนี้ครับ ขอ ๖๐ วันครับท่านประธาน ถ้าจะไปจัดงาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณซูการ์โน เชิญอีกที

นายซูการ์โน มะทา ยะลา

ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา พรรคเพื่อไทย เนื่องจากว่ามีผู้เสนอเปึน ๒ มติ ผมอยากขอมติจากสภานะครับว่า ๙๐ วัน หรือว่า ๖๐ วันนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านชํานิยังติดใจไหม ท่านชํานิเชิญครับ

นายชํานิ ศักดิเศรษฐ์ แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ชํานิ ศักดิเศรษฐ์ ด้วยความเคารพต่อท่านชัยวัฒน์นะครับ คือท่านก็ไม่ได้เปึน กรรมาธิการชุดนี้ครับ แล้วผมคิดว่าท่านก็ใช้ความรู้สึกแท้ ๆ มาพูด นั่นก็คือว่า เขาขออนุญาตขยายเวลา และด้วยความเกรงใจต่อสภาเต็มทนครับ เพราะ คณะกรรมาธิการเรื่องปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นี่เราได้ขยายเวลามาแล้ว หลายครั้ง แต่ครั้งนี้จําเปึนต้องขออีกก็ด้วยความเกรงใจต่อสภา เกรงใจต่อท่านประธาน ครับ แต่ว่าเมื่อขอมา ๑๒๐ วัน แล้วท่านนิพนธ์บอกว่าเราใช้เวลาสัก ๙๐ วันก็พอซึ่ง คณะกรรมาธิการด้วยกัน ทั้งท่านนัจมุดดีน ท่านซูการ์โน แล้วก็บอกว่า ๙๐ วันนี่เราพอ ก็ด้วยความเกรงใจอย่างนี้ท่านครับจึงลดมา แล้วท่านก็เรื่อยเป๋ือยไปหา ๖๐ วันก็ได้ อะไรก็ได้ ท่านไม่ได้เข้าใจเรื่องนี้เลย พูดทําไมก็ไม่รู้ ซึ่งผมยังบอกกับท่านประธานที่เคารพ ท่านประธานตัดสินใจได้เลยละครับว่า ในที่สุดคณะกรรมาธิการก็ขอมา ๑๒๐ วัน ต่อรอง กันได้ ๙๐ วัน ปล่อยให้คณะกรรมาธิการชุดนี้ไปทํางาน และก็สัญญากับท่านประธาน ครับว่าเที่ยวนี้ขอเปึนครั้งสุดท้ายจริง ๆ เพื่อต้องการให้ภารกิจของเราได้ทํากันไว้ให้ เสร็จสิ้น กราบเรียนท่านประธานเพื่อการตัดสินใจของเราได้แล้วครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณชัยวัฒน์

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท

ท่านประธานครับ ผมเองด้วย ความเคารพนะครับท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ท่านอดีตรัฐมนตรีซึ่งผมเคารพนะครับ ก็บอกเรื่อยเป๋ือย เหลือ ๖๐ วัน ไม่เรื่อยเป๋ือยครับ เปึนเหตุผลครับ สภาแห่งนี้เปึนเหตุผล นะท่านประธาน ผมรับไม่ได้ครับ ผมทราบนะครับ สมาชิกนี่เพื่อนฝูงทั้งนั้นนะครับ เพื่อน ๆ ผมทั้งนั้นนะครับ อยู่ในพรรคเดียวกันก็มี ต่างพรรคก็มี เพื่อนผมทั้งนั้นนะครับ โดยเฉพาะในภาคใต้ ผมกราบเรียนครับท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านยังยืนยันนะครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท

คือเหตุผลนี่ ถ้าเปลี่ยนเหตุผลให้ ผมใหม่สิ ไม่ใช่เหตุผลไปจัดงาน ท่านนายกรัฐมนตรีจะไปงาน แล้วจัดงาน ระยะเวลาของ แผนของท่านนายกรัฐมนตรีไม่ว่าง อย่างนั้นไม่ได้ ท่านนายกรัฐมนตรีฟังไว้เสียหาย นะครับ เสียหายท่านนายกรัฐมนตรีด้วยนะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือหนังสือที่เขาทําถึงผมนี่

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท

ท่านนยกรัฐมนตรีไม่ให้ ความสําคัญหรือเรื่องนี้ถึงขยาย ถึงต้องเลื่อนออกไปอย่างนี้ แล้วงานอื่น ท่านนายกรัฐมนตรีไปทําอะไร คือมันเสียหายนะท่านประธาน แล้วลูกหลานฟังนี่คนทั่วไป เขาฟังเอาเหตุผลอย่างนี้หรือสภา

(นายประมวล เอมเป้ย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายประมวล เอมเป้ย ชลบุรี

ท่านประธานครับ ผมประท้วง ท่านผู้อภิปรายครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท

มันไม่ได้นะ เอาเหตุผลอื่นแล้วผม จะยอม ถ้าเหตุผลบอกว่าเพราะจัดงานนี่ อย่างไรก็ ๖๐ วันครับท่านประธาน ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณชัยวัฒน์ มีผู้ประท้วง ประท้วงอะไรครับ

นายประมวล เอมเป้ย ชลบุรี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ประมวล เอมเป้ย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมประท้วง ท่านผู้อภิปรายครับ กล่าวหาท่านนายกรัฐมนตรีว่าไม่มีงานทําหรืออย่างไรครับ ก็เห็น ๆ อยู่ว่าท่านนายกรัฐมนตรีทําอะไรอยู่นะครับ ผมอยากให้ท่านถอนคําพูดเถอะครับ พรรคเดียวกันยังตกลงกันไม่ได้เลยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาอีกแล้ว เอาเถอะนะ คุณนัจมุดดีน ท่านซูการ์โน หยุดเถอะแค่นั้นก่อนนะครับ เดี๋ยวผมจะวินิจฉัยเรื่องที่เขา ขอให้คุณชัยวัฒน์ถอนนะครับ ก็ถอนเสียนิดหน่อยเถอะครับ ท่านงานเยอะจนไม่มีเวลาได้ ปลีกตัวหรอกครับ ช่วยกรุณาถอนเถอะครับ อย่าไปก้าวถึงบุคคล

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท

ท่านประธานครับ ขออนุญาต อย่างนี้ครับ ผมไม่อยากให้ใช้เหตุผลว่าท่านนายกรัฐมนตรีไม่ว่าง แล้วผมไม่ใช้เหตุผลว่า ขยายเวลานี่เพราะว่านายกรัฐมนตรีมีแผนงานเต็ม แล้วจะจัดงานอย่างนี้ไม่เอา ขอเปลี่ยน ใหม่ได้ไหมนะครับ ขอเปลี่ยนเปึนว่างานนี่มันยังศึกษาไม่เสร็จ แล้วงานมันยังมีอีกเยอะ ถ้าอย่างนี้เปึนเหตุผล เปึนตรรกะที่ได้

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมเรียนให้ทราบนะครับ คุณนัจมุดดีนนี่ทําหนังสือถึงผมนะครับ เพิ่งได้รับเมื่อวานนี้นะครับ แล้วเขาก็อ้างเหตุผลว่า มันยังไม่เสร็จสมบูรณ์เนื่องจากว่ายังมีคณะอนุกรรมาธิการบางคณะยังส่งรายละเอียดมา ไม่ทัน แล้วก็สรุปรายงานไม่ทันก็ขอขยายระยะเวลา ไม่ได้อ้างถึงนายกรัฐมนตรีหรอกครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท

ถ้าอย่างนี้ได้ครับท่านประธาน ครับ อย่างท่านประธานนี่บันทึกไปตามนี่ได้ครับ แต่ว่าบันทึกตามเพื่อนผมไม่ได้ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อย่างนี้ผมยืนยันครับ ขอให้เขาเถอะ ๙๐ วันนะครับ ไม่ติดใจเราจะได้ดําเนินการเรื่องพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ ต่อไปครับ ขอขอบคุณครับ ไม่ต้องนับคะแนนนับอะไรกัน พอแล้วครับ นั่งลงครับ

นายประมวล เอมเป้ย ชลบุรี

ท่านประธานครับ ต้องให้ถอนคําพูดก่อน ครับ ต้องถอนคําพูดก่อนครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

จะให้ทําอย่างไรอีก นะครับ เดี๋ยวนี้ผมก็พยายามเคลียร์ปัญหาหมดแล้วนะครับ จะเอาอะไรอีกล่ะครับ ท่านประธานวิปไปไหนแล้วครับ ช่วยเจรจาต้าอ่วยกันหน่อยครับ ก็ถือว่าที่ประชุมนี้นะครับ อนุมัติ ๙๐ วันนะครับ

ต่อไปเปึนการพิจารณาเรื่องที่ที่ประชุมมีมติให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน ร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ (ฉบับที่..) พ.ศ. .... นะครับ มีร่างพระราชบัญญัติในทํานอง เดียวกันรวม ๕ ฉบับ ฉบับแรก คุณจุติ ไกรฤกษ์ กับคณะเปึนผู้เสนอ ฉบับที่ ๒ คุณวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ กับคณะเปึนผู้เสนอ ฉบับที่ ๓ คุณอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ กับคณะ เปึนผู้เสนอ ฉบับที่ ๔ ร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุของคุณอํานวย คลังผา กับคณะ เปึนผู้เสนอ ฉบับที่ ๕ ร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุซึ่ง คุณนิยม วรปัญญา กับคณะ เปึนผู้เสนอ รวมทั้งหมด ๕ ฉบับด้วยกัน ขออนุญาตที่ประชุมนะครับ ขออนุมัติให้รวมกัน พิจารณานะครับ เพื่อไม่ให้เสียเวลานะครับ ขอเชิญเจ้าของร่างฉบับแรก เชิญครับคุณจุติ ครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ พิษณุโลก 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก กระผมได้รับมอบหมายจาก พรรคประชาธิปัตย์ครับ ร่วมกับท่าน ส.ส. พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ท่านหัวหน้าพรรค อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แล้วก็ท่านสมาชิกอีก ๓๐ กว่าท่านเปึนผู้ร่วมเสนอพระราชบัญญัติ ผู้สูงอายุ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธานครับ

เหตุผลของการเสนอก็คือว่า รัฐธรรมนูญไทยมาตรา ๕๓ กําหนดให้บุคคล ซึ่งมีอายุเกิน ๖๐ ป้บริบูรณ์ และไม่มีรายได้เพียงพอแก่การยังชีพมีสิทธิได้รับสวัสดิการ และความช่วยเหลือที่เหมาะสมจากรัฐ จึงสมควรแก้ไขเพิ่มเติมให้ผู้สูงอายุมีสิทธิที่จะ ได้รับเบี้ยยังชีพเปึนรายเดือนจากรัฐ

ท่านประธานครับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่า คอยค้างอยู่ในวาระเปึนเวลานานมาก พวกกระผม พรรคประชาธิปัตย์เสนอมาตั้งแต่ วันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ อีกเพียงแค่ ๒ อาทิตย์เศษ ๓ อาทิตย์ก็จะถึงครบป้พอดี แล้วก็มีร่างจากเพื่อนสมาชิกอีก ๔ ร่างท่านประธานครับที่ร่วมเสนอมาด้วย วันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๑ แล้วก็วันที่ล่าสุด คือวันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๕๒ แต่ทั้งหมดนั้นมี วัตถุประสงค์อันเดียวกันเปัาหมายเดียวกัน คือ ดูแลผู้สูงอายุที่มีอายุเกิน ๖๐ ป้บริบูรณ์ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าตามรัฐธรรมนูญไทยแล้วยังมีสิทธิของผู้สูงอายุตามหลักการ ของสหประชาชาติ ซึ่งประเทศไทยนั้นเปึนประเทศสมาชิกด้วย ข้อแรกครับของสิทธิของ ผู้สูงอายุตามหลักการสหประชาชาติซึ่งมีทั้งหมด ๑๗ ข้อ ผมเอ่ยแค่ข้อแรก คือ ผู้สูงอายุ พึงมีสิทธิจะได้รับอาหาร น้ํา ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม และการดูแลสุขภาพอย่างเพียงพอ ทั้งจากการจัดสรรรายได้ การสนับสนุนช่วยเหลือจากครอบครัวและชุมชน ตลอดจน การช่วยเหลือตนเอง นี่คือ ๑ ใน ๑๗ ข้อของสิทธิของผู้สูงอายุตามหลักการของ สหประชาชาติ ท่านประธานครับ ถ้าจะดูมาผู้สูงอายุก็ขาดการเหลียวแลมานาน พอสมควร ผมลําดับความท่านประธานได้ทราบว่า ครั้งแรกที่รัฐบาลไทยได้คํานึงถึง ผู้สูงอายุนั้นเกิดขึ้นเมื่อป้ ๒๕๓๖ ก็ต้องยกความดีให้รัฐบาลขณะนั้น คือ รัฐบาลท่านชวน หลีกภัย ขณะนั้นหมู่บ้านทุกหมู่บ้านได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเพียงหมู่บ้านละ ๒–๓ คน เท่านั้น เพราะว่างบประมาณไม่พอ แล้วก็จํากัดให้เฉพาะคนที่ยากจนจริง ๆ แล้ว ในขณะนั้น ป้ ๒๕๓๖ นั้นเขาได้รับเดือนละ ๒๐๐ บาท หลังจากนั้นมาก็ได้รับมาเรื่อย ๆ จนเมื่อป้ ๒๕๔๒ รัฐบาลท่านชวน หลีกภัย เหมือนกันเปึนชวน ๒ ก็ได้ให้เบี้ยยังชีพ ผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นจาก ๒๐๐ บาท เปึน ๓๐๐ บาท แต่จํานวนคนที่ให้นั้นก็ยังคงเดิม เพราะว่าขณะนั้นรัฐบาลมีปัญหาวิกฤติด้านการคลัง คือ วิกฤติต้มยํากุ้ง แต่ต่อมา ป้ ๒๕๔๕ รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณก็ได้รวมว่าเดือนละ ๓๐๐ บาทนั้นมาจ่าย รวมกัน ๖ เดือน เปึน ๑,๘๐๐ บาท ป้หนึ่งรับ ๒ ครั้ง แต่ว่ารายเดือนนั้นไม่ได้ขึ้นให้มา ต่อมาเมื่อป้ ๒๕๕๐ ครับท่านประธาน รัฐบาลของท่าน พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ได้เพิ่มเบี้ยยังชีพของผู้สูงอายุให้เปึนเดือนละ ๕๐๐ บาทต่อคนต่อเดือน ผมกราบเรียนท่านประธานว่าเรื่องของการช่วยเหลือผู้สูงอายุนั้นเปึนเรื่องที่ต้องให้ ความสนใจเปึนอันมาก เพราะถ้าท่านประธานไปดูสถิติของประชากรของประเทศไทย นะครับ ท่านประธานจะดูได้เลยว่าเฉลี่ยแล้วทุก ๆ ๕ ป้ จะมีผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นตามสัดส่วน ประชากรร้อยละ ๑ ทุก ๆ ๕ ป้ ผมยกตัวอย่างตัวเลขให้ประธานเห็นครับ เมื่อป้ ๒๕๓๘ มีผู้สูงอายุร้อยละ ๘ ครับ ที่อายุเกิน ๖๐ ป้ ตามคําจํากัดความของกฎหมายฉบับนี้ ป้ ๒๕๔๓ มีผู้สูงอายุร้อยละ ๙.๑๙ ที่ตามสัดส่วนของประชากร ป้ ๒๕๔๘ มีผู้สูงอายุ ร้อยละ ๑๐.๑๗ ส่วนป้หน้าครับ ป้ ๒๕๕๓ ตามสํานักงานสถิติแห่งชาติมีการคาดการณ์ว่า ผู้สูงอายุนั้นจะมีร้อยละ ๑๑.๓๖ ตามสถิติแห่งชาติที่ได้สํารวจมา ท่านประธานครับ ๑๑.๓๖ นั้น ผมก็หวังว่าผู้สูงอายุทั้งหลายนั้นจะไม่มีใครล้มหายตายจากไป เหมือนกับ ผู้สูงอายุที่ผมนั้นพยายามบอกว่าให้แกคอยมา ผมกราบเรียนท่านประธานว่ารัฐบาล ท่านชวน หลีกภัย ก็ดี รัฐบาลท่าน พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ก็ดี รัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ ก็ดีนี่ ได้มอบว่านี่คือนโยบายของรัฐบาล แต่หากสภาแห่งนี้จะได้ช่วยกรุณาอนุมัติหลักการผ่าน ร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุให้ นโยบายของรัฐบาลที่จะให้เปึนครั้งคราวนั้นก็จะยกเลิกไป เพราะว่าทุกรัฐบาลนั้นจะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ก็คือว่าเมื่อกฎหมายของ ร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุนี้ประกาศใช้ ผู้สูงอายุที่มีอายุ ๖๐ ป้ขึ้นไปไม่ว่าชายหรือหญิง นั้น ทุกคนจะมีสิทธิได้รับเบี้ยยังชีพรายเดือนตามกฎหมาย ฉะนั้นผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าตรงนี้ล่ะครับ คือจุดที่ผมอยากจะให้เกิด ความมั่นคง แล้วเกิดความแน่นอนกับผู้สูงอายุทั่วประเทศไทย ซึ่งขณะนี้มีอยู่๗ ล้าน ๒ แสนคน แต่ใน ๗ ล้าน ๒ แสนท่านนั้น ขณะนี้ก็อยู่ในระบบประกันสังคมบ้าง อยู่ในระบบของกองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการบ้างนะครับ แล้วก็มีท่านผู้สูงอายุ ที่ได้รับการช่วยเหลือจากองค์การบริหารส่วนตําบลอีกต่างหาก ฉะนั้นถึงแม้ว่าป้นี้รัฐบาล ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยการนําเงินงบประมาณนั้น มาให้กับผู้สูงอายุเดือนละ ๕๐๐ บาท เปึนรายเดือน แล้วให้เปึนจํานวนเพิ่มส่วนที่ขาดอีก ประมาณ ๓ ล้านคนเศษ ก็ยังเปึนเพียงแค่นโยบาย แต่ยังไม่มีหลักประกันอะไรที่มั่นคงว่า รัฐบาลนั้นจะต้องทําต่อไปเรื่อย ๆ หรือไม่ ฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานว่า พ.ร.บ. ในหลักการและเหตุผลของผมนั้นก็ได้กําหนดให้คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติมีอํานาจ หน้าที่ในการกําหนดระเบียบเกี่ยวกับการอนุมัติการจ่ายเบี้ยยังชีพเปึนรายเดือนแก่ ผู้สูงอายุ กําหนดให้ผู้สูงอายุมีสิทธิได้รับเบี้ยยังชีพเปึนรายเดือนจากรัฐ แล้วก็ข้อแก้ไข ข้อที่ ๓ ก็คือกําหนดให้คณะกรรมการบริหารกองทุน มีอํานาจหน้าที่พิจารณาอนุมัติ การจ่ายเบี้ยยังชีพเปึนรายเดือนแก่ผู้สูงอายุ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานก็คือว่า ผมอยากให้สภาแห่งนี้ได้เร่งรัดการพิจารณาแล้วก็ผ่านกฎหมาย ฉบับนี้โดยเร็วที่สุด เพราะว่าผู้สูงอายุนั้นไม่แน่นอนละครับว่าท่านจะเสียชีวิตจะจากเราไป เมื่อไรนะครับ ผมให้ท่านประธานได้ดูตัวอย่างว่า น้าสําลีผมรู้จักคนหนึ่งอยู่ที่อําเภอ บางกระทุ่ม แกก็นั่งคอยวันคอยคืนว่าเมื่อไรแกจะได้เบี้ยยังชีพจากรัฐบาลสักทีเดือนละ ๕๐๐ บาท ก็ปรากฏว่าโชคร้ายของแกว่าแกคอยไม่ไหวแกสิ้นใจ คือเสียชีวิตไปเมื่อต้นป้นี้ เอง ยายคํา อายุ ๙๖ ป้ครับ เพิ่งเสียชีวิตอาทิตย์ที่แล้วที่อําเภอวังทอง ยังมีตัวอย่าง ผู้สูงอายุอีกคนหนึ่ง หมอเล็ก อําเภอพรหมพิราม อายุ ๘๒ ป้ยังมีชีวิตอยู่ ผมทราบว่า ท่านนั่งเป่ดวิทยุฟังบอกว่าเมื่อไรรัฐบาลนี้หรือว่ารัฐสภาแห่งนี้จะผ่านกฎหมายฉบับนี้ ก็อยากจะบอกกับผู้สูงอายุทั่วประเทศว่าใจเย็นไว้ ใจแข็งไว้ อย่าเพิ่งตายจากกันครับ ผมเชื่อว่ารัฐสภานี้ผ่านร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุให้กับท่านแน่นนอน สุดท้ายนี้ ท่านประธานครับ ผมและพรรคประชาธิปัตย์นั้นขอขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกทุกท่าน ที่จะให้การสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้และขอขอบคุณรัฐบาลที่ผ่านมา ท่านรัฐบาลชวน หลีกภัย ท่านรัฐบาลพลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ และท่านรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ได้กรุณาสนับสนุนผู้สูงอายุด้วย แต่กฎหมายฉบับนี้จะทําให้นโยบายนั้นต้อง ศักดิ์สิทธิ์ คือทุกคนต้องทําตามกฎหมายไม่ว่าจะเปึนรัฐบาลใคร ผมจึงขอวิงวอนให้ ท่านสมาชิกทุกท่านได้ช่วยกรุณาลงมติสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ เจ้าของร่าง เชิญครับ

นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ มุกดาหาร 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมุกดาหาร พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ได้เปึนผู้หนึ่งที่เสนอร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุพร้อมคณะ ทั้งพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ๘ ท่านเลยนะคะ ท่านคุณหมอไกร ดาบธรรม และ ท่านประเสริฐ บุญชัยสุข คุณหมอวรรณรัตน์ ชาญนุกูล ท่านสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ ท่านวินัย ภัทรประสิทธิ์ ท่านวัชรพล โตมรศักดิ์ พรรครวมใจไทย มีความคิดที่อยากจะให้ ผู้สูงอายุนั้นได้เบี้ยยังชีพเปึนรายเดือน ตั้งแต่ที่ตั้งพรรคแล้วก็มีนโยบายที่จะให้ผู้สูงอายุนั้น เดือนละ ๒,๐๐๐ บาท ทั้ง ๆ ที่แต่ก่อนที่เขาได้นะคะ เขาได้อยู่ ๕๐๐ บาท แต่ให้ได้ ไม่ครบ ก็มาเกี่ยวพันกับรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ ที่เอื้อให้กับผู้สูงอายุ ในกฎหมาย รัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๓ กําหนดไว้เด่นชัดเลยว่า กําหนดให้บุคคลซึ่งมีอายุเกิน ๖๐ ป้ บริบูรณ์ และไม่มีรายได้เพียงพอแก่การยังชีพ มีสิทธิได้รับสวัสดิการ สิ่งอํานวยความ สะดวกและความช่วยเหลือที่เหมาะสมจากรัฐ ดังนั้นเพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติของ รัฐธรรมนูญดังกล่าว จึงสมควรแก้ไขเพิ่มเติมให้ผู้สูงอายุมีสิทธิที่จะได้รับเบี้ยยังชีพเปึน รายเดือนจากรัฐ ท่านคะ คําว่า รายเดือน นี้กินใจและให้กําลังใจกับผู้สูงอายุเปึน อย่างมาก ตั้งแต่ที่ดิฉันได้เปึนผู้แทนราษฎรป้ ๒๕๓๘ ได้รับทราบว่าผู้สูงอายุนี้ ควรจะต้อง ได้รับการดูแลจากภาครัฐ โดยให้การดูแลอย่างทั่วถึงและอย่างเปึนธรรม แต่ก็ขาดคําว่า สมศักดิ์ศรี มาในรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ นี้เพิ่มคําว่า สมศักดิ์ศรี ดีใจแทนผู้สูงอายุนะคะ อายุ ๖๐ ป้ขึ้นมา แล้วรู้สึกว่าตัวเองจะอ่อนเปลี้ยเพลียแรง แล้วยิ่งกลับหนักเข้าไปอีกก็คือ มีรายได้ไม่เพียงพอแก่การยังชีพ แล้วในกรณีที่วิกฤติเศรษฐกิจ เดี๋ยวนี้ข้าวของสิ่งของ ต่าง ๆ นั้นขึ้นราคา ท่านคะ เงิน ๕๐๐ บาทที่จัดให้ผู้สูงอายุแต่ละเดือน ๆ นั้น ท่านเหล่านั้น รอคอยมาตลอด แต่สิ่งที่ท่านได้รับนั้นก็คือ ๖ เดือนได้ครั้งหนึ่ง ใน ๖ เดือนกว่าจะได้เงินจากรัฐบาลที่ มอบให้แต่ละรัฐบาลที่คิดบอกว่าจะดูแลผู้สูงอายุซึ่งเปึนผู้ที่ทําให้เราเกิดมีชีวิต ณ ปัจจุบัน ผู้สูงอายุเหล่านี้รอตั้งแต่เริ่มต้นเดือน วันที่ ๑ วันที่ ๒ จนถึงวันที่ ๒๐ ของเดือนถึงจะได้รับ เงินเบี้ยยังชีพ ๕๐๐ บาท พอ ๖ เดือนรวมกันไปจํานวนรายชื่อที่จะให้ผู้สูงอายุนั้น ไม่เพียงพอ เนื่องจากว่าแต่ก่อนนั้นกําหนดให้แต่ละหมู่บ้านนั้นได้หมู่บ้านละ ๕ คน ๑๐ คน ๑๕ คน ทั้ง ๆ ที่ในหมู่บ้านนั้นมีเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ จาก ๑๐ ๒๐ ๓๐ จนเดี๋ยวนี้ ๘๐ คน จะมองเห็นได้จากงบประมาณที่จัดไว้ให้ อย่างแต่ก่อนนี้ป้งบประมาณคราวก่อน นั้นจัดงบประมาณให้กับผู้สูงอายุ ๑ ล้าน ๗ แสนคน พอมาในครั้งนี้จัดให้ในงบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ ๒ ล้าน ๕ แสนคน ท่านคิดดูสิคะ จากจํานวน ๗ ล้าน ๒ แสนคน ไม่ทั่วถึง แน่นอน และผู้สูงอายุที่นั่งรอ ๆ กันอยู่ในหมู่บ้านนั้นมีอยู่ ๕ คน คนเดียวได้ อีก ๔ คน นั่งมองตากันกระพริบ อย่างนี้แหละค่ะ ดิฉันจึงว่านโยบายของพรรครวมใจไทยที่เสนอมา ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมานั้นจัดว่าไม่ควรจะให้ ๕๐๐ บาท ให้เปึน ๒,๐๐๐ บาทไปเลย โครงการต่าง ๆ ที่จัดงบประมาณในการจัดเก็บรายได้สู่กองคลังในแผ่นดิน สามารถที่จะ จัดเกลี่ยให้กับผู้สูงอายุนั้นได้ทั่ว ๆ ถึง ๆ คําว่า สมศักดิ์ศรี นั้น ๕๐๐ บาท ตอนนี้ซื้ออะไร ไม่ได้ แต่อานิสงส์ได้ถึง ถ้ารัฐบาลให้ไปครบทุกเดือน แม้จะแค่ ๕๐๐ บาทก็ดี ในกรณีที่ ดิฉันเสนอกฎหมายนี้ขึ้นมาเพื่อต้องการอยากจะให้ผู้สูงอายุนั้นได้รับเงินเต็มทุกเดือน ๆ ณ ปัจจุบันนี้จัดงบประมาณไปให้ตั้งแต่วันที่ ๓๐ กันยายนถึงปัจจุบัน ๓๐ กันยายน ตุลาคม พฤศจิกายน ธันวาคม มกราคม เข้ากุมภาพันธ์ ๔ เดือน ผู้สูงอายุนั่งรอคอยกันอยู่ แต่ตอนนี้งบประมาณกลางป้ก็บอกว่าจะจัดสรรให้ แต่ได้บอกไปบอกว่าจะจัดให้วันที่ ๒๐ มีนาคม ต้องรอไปอีก ๑ เดือน ท่านคะ ผู้สูงอายุนี้ต้องกินข้าวทุกวันเหมือนกัน ถ้าเขา ไม่มีเงินกินข้าว แล้วเขาจะเอาอะไรมากิน ท่านช่วยเขาเถอะค่ะ กฎหมายตัวนี้ถ้าผ่าน ร่างสภาไปนี้ก็จะเปึนอานิสงส์ให้แก่ผู้สูงอายุทั่วประเทศ ๗ ล้าน ๒ แสนคน แม้จะไม่ทั่วถึง แม้จะได้เพียงน้อยนิดแค่ ๕๐๐ บาทต่อเดือนตามที่ได้กําหนดไว้ให้แต่ละทุกเดือน ทีนี้ดิฉัน อยากจะเสนอว่าสาระสําคัญในร่างพระราชบัญญัตินี้เกี่ยวแก่กับกรณีกําหนดให้ คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติมีอํานาจหน้าที่ในการกําหนดระเบียบเกี่ยวกับการอนุมัติ การจ่ายเบี้ยยังชีพเปึนรายเดือนแก่ผู้สูงอายุ ดิฉันอยากจะเสนอให้ถ้าหากว่ามีการตั้ง คณะกรรมาธิการ ก็อยากจะเสนอให้ว่าการที่ท่านรัฐบาลได้บอกว่า ให้ผู้สูงอายุนั้นไปขึ้น ทะเบียนผู้สูงอายุแล้วถึงจะจัดเงินผู้สูงอายุให้ ๕๐๐ บาทนั้น ขอร้องเถอะค่ะ ผู้สูงอายุนี้ ไม่รู้เลยว่าจะต้องไปขึ้นทะเบียนที่ไหน อยากจะให้คณะกรรมาธิการกําหนดลงไปเลยว่า ให้กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านนั้นอยู่ที่หมู่บ้านอยู่แล้ว ทะเบียนราษฎรในหมู่บ้านนั้นมี ผู้ใดที่มีอายุ ๖๐ ป้บริบูรณ์ ครบวันไหนจัดเข้าไปให้เลยค่ะ ไม่ต้องให้ผู้สูงอายุไปขอขึ้น หรือเดินไปบอกผู้ใหญ่บ้านว่า ดิฉันหรือตัวผมครับ ถึงอายุครบ ๖๐ ป้แล้วนะครับ จัดชื่อ ผมเข้าหน่อยนะครับ คงไม่มีแรงที่จะไปบอกอย่างนั้น ไม่ใช่นักเรียนเด็กเล็ก ดิฉันอยากจะ ขอให้คณะกรรมาธิการแจ้งระเบียบกันว่าไม่ต้องขึ้นทะเบียน โดยให้จดจาก ทะเบียนราษฎรในหมู่บ้านเลย ครบอายุ ๖๐ ป้ จัดเงินงบประมาณเบี้ยยังชีพให้เปึน รายเดือน ทีนี้ในกรณีที่การขอรับเงินของผู้สูงอายุควรที่จะกําหนดไว้ที่หมู่บ้าน ทุก ๆ เดือน กํานัน ผู้ใหญ่บ้านจะไปประชุมที่อําเภอ ทีนี้ในระเบียบนั้นกําหนดไว้แต่ก่อนว่า ให้โอนเงิน งบประมาณนี้ลงไปที่ อบต. อบต. กว่าจะได้รับเงิน กว่าจะได้ทําเงินเบิกออกมา แล้วก็จัดจ่ายให้กับผู้สูงอายุ ปาเข้าไปครึ่งเดือนไปแล้ว ๑ เดือนได้เงินครึ่งเดือนนะคะ ดิฉันจึงอยากจะขอเสนอในญัตตินี้นะคะว่า การที่จะจ่ายเงินนั้นควรที่จะมอบให้กับ ผู้ใหญ่บ้านในวันที่ท่านมาประชุมทุกวันที่ ๑ วันที่ ๒ ต้นเดือนจะมีการประชุมที่อําเภอ โดยท่านนายอําเภอเปึนผู้ดูแล ท่านคะ เงินผู้สูงอายุจํานวนเท่าไร เปึนเงินเท่าไร โอนให้ หมู่บ้านแล้วก็ให้ท่านผู้ใหญ่บ้านรับผิดชอบในการมอบเงินไป นัดผู้สูงอายุไว้เลยค่ะ ศาลาประชาคมในหมู่บ้าน กลางหมู่บ้านนั้นมีอยู่แล้ว ผู้สูงอายุนัดเวลาห้าโมงเย็น พร้อม ทุกคนละค่ะ ทุกคนที่จะมารับเงินนั้นเตรียมพร้อมไว้รอเลยนะคะ เงินนี้ทุกบาททุกสตางค์ จะตกถึงผู้สูงอายุทันที ณ วันที่ ๒ นะคะ ดิฉันจึงอยากจะขอเสนอเพื่อที่จะให้กรรมาธิการ วิสามัญทั้งหลาย เพื่อถ้าหากว่ามีการตั้งกรรมาธิการก็พิจารณาให้คณะกรรมการนี้ จัดระเบียบเปึนอย่างนี้นะคะ ดิฉันอยากจะขอบอกว่าการรับเงินนั้นอยากจะบอกผ่าน กรรมาธิการให้ทราบว่า ควรจะตั้งกําหนดว่า ห้ามรับแทน ผู้สูงอายุอายุ ๖๐ ป้ ๖๐ ป้ ๗๐ ป้ ๘๐ ป้ ๙๐ ป้นะคะ ในจังหวัดมุกดาหารอายุ ๘๐ กว่าป้ ๙๐ ป้นี้ยังนั่งทอผ้าและ สามารถที่เดินมารับเงินได้ ไม่ควรที่จะให้มีลูกหลานหรือมารับแทน พอให้ลูกหลานมา รับแทนปัูบ ไม่ถึงบ้านค่ะท่าน หลังจากศาลาประชาคมกลางหมู่บ้านเดินไปถึงบ้านจาก ๕๐๐ บาท เหลืออยู่ ๓๕๐ บาทนะคะ ไม่ทราบว่าจะตกหล่นไปที่ไหนแต่ก็คงลูกหลานเก็บ เอาไว้ แต่ก็ดีนะคะลูกหลานเก็บเอาไว้ แต่ก็ไม่ดีสําหรับผู้สูงอายุที่ได้รับเงินน้อยลงไปนะคะ อยากจะขอฝากว่าคณะกรรมาธิการที่ควรจะให้มอบเงินให้กับผู้สูงอายุนั้นเปึนรายเดือน ควรจะให้ทุก ๆ เดือน ไม่ใช่เหมือนที่ผ่านมา ๓ เดือน ๖ เดือน แล้วพอการจ่ายเงินนี้ให้ ถ้าจะให้สมศักดิ์ศรีตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ กําหนดเอาไว้ ก็ควรจะให้ได้ทุก ๆ คนนะคะ ไม่ควรที่จะจัดจาก ๕๐๐ บาท อบต. เห็น ๕๐๐ บาท พอไม่ครบไปจัดลงไปเหลือ ๓๐๐ บาท เอาไปมอบให้ กลับเปึนคําครหาของผู้สูงอายุ ทั้ง ๆ ที่รัฐบาลจัดให้ ๕๐๐ บาท ทําไม อบต. เอามาให้แค่ ๓๐๐ บาท อบต. โดนว่านะคะ

ดิฉันอยากจะขอเสนออีกเรื่องหนึ่งนะคะ ในกรณีในการตั้ง คณะกรรมาธิการในการตรวจสอบว่าผู้สูงอายุนั้นจะได้เงินครบหรือไม่ ควรจะให้ นายอําเภอเปึนตัวแทนแล้วก็นายก อบต. นะคะ เปึนกรรมการและกํานันแล้วก็ผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มบุคคลเหล่านี้จะต้องผ่านการเลือกตั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านนายก อบต. แล้วก็ อบต. ในหมู่บ้านนั้น ๆ กํานัน ผู้ใหญ่บ้านก็ต้องผ่านการเลือกตั้ง ถ้าท่านยักยอกเงินของ ผู้สูงอายุท่านก็ไม่ได้รับเลือกตั้งแน่นะคะ ดิฉันจึงอยากจะขอเสนอท่านนะคะ ในกรณีที่ยื่น ญัตตินี้สาระสําคัญเปึนสิ่งที่ดิฉันอยากจะให้ผู้สูงอายุนั้นได้รับเงินทั่ว ๆ ถึง ๆ และให้อย่าง สมศักดิ์ศรี ท่านเหล่านั้นรอคอยมาตั้งนาน ดิฉันเปึนผู้แทนราษฎรตั้งแต่ป้ ๒๕๓๘ จนถึง ปัจจุบัน เห็นผู้สูงอายุนั้นบอกคําเดียวนะคะ บอกได้แค่คําเดียว ขอเถอะลูกเอย ๕๐๐ บาท แค่นั้นเนาะนะคะ แค่นี้ค่ะ ทุกวัน ๆ ที่เข้าไปพื้นที่ คําพูดของผู้สูงอายุนั้นยังตรึงอยู่ในใจ อยู่นะคะว่าแค่ ๕๐๐ บาท แค่ ๕๐๐ บาทนะคะ แค่ ๕๐๐ บาทเท่านั้นเอง ถ้าหากว่า รัฐบาล

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พอสรุปได้แล้ว

นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ มุกดาหาร

เห็นว่าเงินคงคลังนี้ยังมีอยู่เยอะ จัดให้ ๒,๐๐๐ บาทตามนโยบายของพรรครวมใจไทยก็ได้นะคะ ขอขอบคุณค่ะ ท่านประธาน ว่าญัตตินี้กฎหมายนี้ถ้าได้เข้าสู่สภาก็ขอให้เปึนถาวรต่อไปโดยไม่ต้องรอ นโยบายของแต่ละพรรคที่อยากจะต้องการให้ผู้สูงอายุนั้นได้รับเงินนะคะ ขอขอบคุณ ท่านประธานที่เคารพค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์

นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ ศรีสะเกษ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ดิฉันและคณะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรค ภูมิใจไทยได้ร่วมเสนอพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยมีหลักการและ เหตุผลดังนี้ค่ะ

หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ.๒๕๔๖ ดังต่อไปนี้

๑. แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ผู้สูงอายุแห่งชาติ แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๙ (๕)

๒. แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับสิทธิผู้สูงอายุ แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๑๑ (๑๑)

๓. แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการ บริหารกองทุน แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๐ (๒)

เหตุผล โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๕๓ กําหนดให้ บุคคลซึ่งมีอายุเกิน ๖๐ ป้บริบูรณ์และไม่มีรายได้เพียงพอแก่การยังชีพ มีสิทธิได้รับ สวัสดิการ สิ่งอํานวยความสะดวกอันเปึนสาธารณะอย่างสมศักดิ์ศรี และความช่วยเหลือ ที่เหมาะสมจากรัฐ ดังนั้น เพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญดังกล่าว จึงสมควรแก้ไขเพิ่มเติมให้ผู้สูงอายุมีสิทธิที่จะได้รับเบี้ยยังชีพเปึนรายเดือนจากรัฐ จึงจําเปึนต้องตราพระราชบัญญัตินี้

ดิฉันขออภิปรายเพิ่มเติมดังนี้นะคะ พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. ๒๕๔๖ ซึ่งประกาศ ณ วันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๔๖ โดยมีทั้งหมด ๒๔ มาตรา ซึ่งเปึน พระราชบัญญัติที่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๔๐ โดยบัญญัติให้การสงเคราะห์ เบี้ยยังชีพเปึนไปตามความจําเปึนอย่างทั่วถึงและเปึนธรรม แต่รัฐธรรมนูญปัจจุบัน ฉบับป้ ๒๕๕๐ ในมาตรา ๕๓ นี้ได้กําหนดให้ผู้สูงอายุเกิน ๖๐ ป้บริบูรณ์และไม่มีรายได้ เพียงพอแก่การยังชีพมีสิทธิได้รับสวัสดิการ สิ่งอํานวยความสะดวกอันเปึนสาธารณะ อย่างสมศักดิ์ศรี และความช่วยเหลือที่เหมาะสมจากรัฐ ดังนั้นดิฉันและคณะจึงต้องเสนอ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ ค่ะ ท่านประธาน ที่เคารพคะ ดิฉันและเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ดิฉันทราบว่ามีหลายท่านนะคะที่ได้ ลงพื้นที่ได้เจอปัญหาอย่างเช่นดิฉัน ได้ไปเจอผู้สูงอายุที่อยู่ในหมู่บ้านที่มีความยากจน ที่ลูกหลานจะต้องมาทํางานหาเลี้ยงชีพอยู่ที่เมืองใหญ่ แต่พวกเขาเหล่านั้น บางคนยัง ไม่เคยได้รับเบี้ยยังชีพเลย แต่ด้วยความที่ว่าจะต้องดูแลลูกหลานที่ไม่สามารถที่จะ ช่วยเหลือตัวเองได้ ดังนั้นดิฉันว่าสิ่งที่เราจะต้องทําให้ผู้สูงอายุเหล่านั้น ได้รับเบี้ยยังชีพ อย่างทั่วถึงและเปึนธรรม ดิฉันในฐานะที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่สัมผัสกับ ประชาชน ผู้สูงอายุทั้งหลายเปึนปูชนียบุคคล ซึ่งเหนื่อยยากมาจนถึงอายุมาก ท่านเปึน ผู้ที่เปึนร่มโพธิ์ร่มไทรให้กับลูกหลานในหมู่บ้าน ถ้าไม่มีพวกเขาเหล่านั้นก็คงจะไม่มีเราใน วันนี้นะคะท่านประธาน ดิฉันก็อยากจะพูดเกี่ยวกับผู้สูงอายุในปัจจุบันนี้ ได้มีการสํารวจ ตัวเลขออกมาว่า ผู้สูงอายุมีทั้งหมดประมาณ ๗,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคน แต่ผู้ที่ได้รับเบี้ยยังชีพ แล้วนั้นนะคะมีประมาณแค่ ๒,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคนแค่นั้นเองค่ะท่านประธาน อีกประมาณ ๓,๐๐๐,๐๐ คนซึ่งยังไม่เคยได้รับเบี้ยยังชีพเลย แล้วก็อีกจํานวนหนึ่งที่เขาได้รับ บําเหน็จบํานาญหรือเงินที่ได้จากส่วนอื่น ซึ่งไม่ได้นับรวมจากที่เหลือนี้นะคะ นั่นก็คือ จํานวน ๓,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคนที่ยังไม่เคยได้รับเบี้ยยังชีพ ก็อยากจะให้เขาได้รับ แต่ด้วย ความโชคดีนะคะท่านประธาน เพราะว่ารัฐบาลนี้ภายใต้การนําโดยท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านได้เล็งเห็นความสําคัญของผู้สูงอายุได้มีโครงการ แล้วก็เปึนนโยบายเร่งด่วนที่จะ ทําให้ผู้สูงอายุเหล่านั้นได้รับเบี้ยยังชีพเปึนรายเดือน เดือนละ ๕๐๐ บาท จากที่ได้เพิ่ม งบประมาณกลางป้ก็เปึนโครงการสร้างหลักประกันรายได้แก่ผู้สูงอายุ ๓,๐๐๐,๐๐๐ คน นะคะท่านประธาน เปึนจํานวนเงิน ๙,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้ก็จะทําให้ผู้สูงอายุเหล่านั้นได้ มีความหวัง ดิฉันได้พบปะกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เขามีความยินดีแล้วก็ดีใจมากที่จะ ได้รับเบี้ยยังชีพอย่างทั่วถึงแล้วก็เปึนธรรม ดิฉันก็หวังว่าสิ่งที่ทางรัฐบาลได้ทําเปึนนโยบาย เร่งด่วนอันนี้สําเร็จด้วยความร่วมมือของสมาชิกทุกคนที่จะผลักดันและก็สนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ดิฉันต้องขอขอบคุณแทนผู้สูงอายุเหล่านั้นด้วย หวังว่า พระราชบัญญัติฉบับนี้จะได้รับการสนับสนุน แล้วก็เปึนร่างพระราชบัญญัติที่สําคัญที่จะ ดําเนินการต่อไปค่ะท่านประธาน ขอกราบขอบพระคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณอํานวย คลังผา

นายอํานวย คลังผา ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ขอเสนอร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....ซึ่งมีผู้เสนอทั้งหมดนะครับ มีท่านอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ นายเรวัต สิรินุกุล ท่านสุรเชษฐ์ ชัยโกศล ท่านสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ท่านประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย ท่านวิชาญ มีนชัยนันท์ เปึนผู้เสนอ

หลักการและเหตุผล ท่านประธานครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระราชบัญญัติผู้สูงอายุดังกล่าวนั้นเมื่อป้ ๒๕๔๖ นั้น พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร เปึนรัฐบาลในขณะนั้นได้ให้ความสําคัญกับ พ.ร.บ. ผู้สูงอายุดังกล่าวนะครับ

เหตุผล โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๕๓ กําหนดให้บุคคลซึ่งมีอายุหกสิบป้บริบูรณ์และไม่มีรายได้เพียงพอแก่การ ยังชีพนั้น และโดยเฉพาะอย่างยิ่งร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวนั้นมีความสําคัญกับ ผู้สูงอายุเปึนอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาระสําคัญ พระราชบัญญัติผู้สูงอายุนั้นได้มีการ แก้ไขเพิ่มเติมให้ผู้สูงอายุนั้นมีสิทธิได้รับเบี้ยยังชีพตามรัฐที่เปึนรายเดือน โดยกําหนดให้ คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ กําหนดให้ผู้สูงอายุมีสิทธิได้รับเบี้ยยังชีพเปึนรายเดือน จากภาครัฐ และกําหนดให้คณะกรรมการบริหารกองทุนมีอํานาจหน้าที่อนุมัติการเบิกจ่าย เบี้ยยังชีพเปึนรายเดือนจากกองทุน ผมขอสรุปเพียงแค่นี้ครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณนิยม วรปัญญา

นายนิยม วรปัญญา ลพบุรี

ท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม วรปัญญา ส.ส. ลพบุรี เขต ๒ พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมได้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติรวมกับเพื่อน ๒๐ ท่าน เพื่อให้รัฐช่วยให้สวัสดิการกับผู้ที่มีอายุสูงเกิน กว่า ๖๐ ป้ เพราะในช่วงระยะในชีวิตบั้นปลายสุขภาพร่างกายบางท่านอาจจะมีโรคภัย ไข้เจ็บไม่สามารถจะไปประกอบอาชีพได้สมบูรณ์เหมือนอย่างหนุ่มแน่นอยู่ ส่วนข้าราชการก็ได้รับบําเหน็จบํานาญก็ได้ทําหน้าที่เหมือนกันครับ ราษฎรในชนบทนั้น การศึกษาก็ไม่มีโอกาส การศึกษาก็ต่ํา และอยู่ในชนบทสวัสดิการของรัฐ ด้านสาธารณูปโภค ถนนหนทางก็ไม่ดีเท่าที่ควร ต้องได้รับความยากลําบาก ทั้งที่พวกเหล่านี้ก็ได้ทําหน้าที่เพื่อปกปัองแผ่นดินเหมือนกัน คือประเทศนั้นก็ประกอบด้วยดินแดนและประชากร เอกราชอธิปไตย พวกเหล่านี้บางครั้ง ก็เคยเปึนทหารรับใช้ชาติมา รักษาเอกราชอธิปไตยมา แต่เขาไม่ได้รับการช่วยเหลือ เท่าที่ควร ผมเห็นว่ามีความจําเปึนที่จะต้องแก้ไขพระราชบัญญัติว่าด้วยการสวัสดิการ ให้กับผู้สูงอายุ ดังปรากฏตามร่างที่ได้เสนอมานี้ รวมจํานวน ๒๑ ท่าน ท่านประธาน ที่เคารพ พวกเหล่านี้ในด้านการรักษาพยาบาลเขาก็ต้องเสียเงิน มาได้รับอานิสงส์ตอนที่ รักษา ๓๐ บาททุกโรคในสมัยรัฐบาลท่านทักษิณ ชินวัตร ก็ได้รับความเข้มแข็ง สุขภาพ ร่างกายก็ดีขึ้น เพราะว่ามีการตรวจโรค ตรวจทั้งภายในทรวงอกและร่างกายส่วนต่าง ๆ ได้ เพียงเสียเงิน ๓๐ บาท ถ้าจะรักษาหรือตรวจโรคตามปกติก็ต้องมีเงินหมื่นบาทถึงจะไป ตรวจได้ อันนี้ก็ได้อานิสงส์มา แต่บางคนลูกโตแล้ว เรียนจบแล้วก็ไปทํามาหากินอยู่ ต่างจังหวัด ไม่ได้มีโอกาสได้ดูแลพ่อแม่ พ่อแม่ก็เดือดร้อนขาดเหลือ บางครั้งก็อดบ้าง กินบ้าง เปึนบางมื้อบางวัน ผมเห็นว่ามีความจําเปึนที่จะต้องยกร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ขึ้นมา และแก้ไขในเรื่องสวัสดิการให้เขาได้รับประโยชน์พอเปึนการยังชีพ พวกเหล่านี้ นอกจากที่จะช่วยในด้านพัฒนาประเทศแล้ว ก็ยังช่วยให้เปึนผู้นําทางศาสนาวัฒนธรรม เพื่อให้ประชาชนอยู่ดีกินดีมีสุข ฉะนั้นผมจึงได้เสนอพระราชบัญญัตินี้ขึ้น เพื่อให้มี พระราชบัญญัติว่าด้วยการให้สวัสดิการผู้สูงอายุ แล้วก็ได้เคยเสนอมาแล้วหลายครั้งแต่ก็ ไม่เคยผ่าน วันนี้หลายท่านชี้แจง ผมดีใจมาก คิดว่าคงจะผ่านได้แน่ เพราะว่า มีพระราชบัญญัติหลายฉบับ แล้วก็ขอฝากเพื่อนสมาชิกทุกท่านด้วยครับ ขอให้เห็นแก่ ประเทศชาติ เพราะประชาชนเหล่านี้ถ้ามีการได้เงินสวัสดิการพวกนี้ออกไป ผู้ที่อยู่ตาม บ้าน วัยชราถึงแม้จะนั่งอยู่กับบ้าน ก็จะทํางานเบาที่สามารถจะเปึนการพัฒนาประเทศได้ และอย่างน้อยก็ได้ดูแลบุตรหลานของเขา ลูกเขาจะได้ไปทํามาหากินได้เต็มที่ มีคนดูแล ไม่ต้องไปรับจ้างทํางานวันละ ๔๐ บาท ๕๐ บาท หรือ ๑๐๐ บาท ถ้าได้เดือนหนึ่งสัก ๓,๐๐๐ บาท ก็จะได้วันละ ๑๐๐ บาท ถ้าได้ ๑,๐๐๐ บาท ก็จะได้สัก ๓๐ กว่าบาท ก็ยัง พอประทังชีวิตได้ และผมอยากจะให้มีผลไปถึงเรื่องการรักษาพยาบาลด้วย แต่ใน สวัสดิการนี้เขาเขียนไว้เพียงเงินค่าตอบแทนไว้ก่อน เพราะฉะนั้นผมขอเพื่อนสมาชิก ทุกท่านได้โปรดกรุณาให้การสนับสนุนพระราชบัญญัติฉบับนี้ ขอให้ผ่านการพิจารณาของ สภา และประกาศใช้โดยเร็วด้วยครับ ขอขอบคุณท่านผู้ที่ให้การสนับสนุนพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ทุกท่าน สวัสดีครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้เสนอได้เสนอครบทั้ง ๕ ฉบับแล้วนะครับ เนื่องจากมีผู้อภิปรายเพื่อจะให้พี่น้องประชาชนที่มีอายุทั่วประเทศ ได้รับทราบมีจํานวนมาก ซึ่งสมาชิกของสภานี้สนใจในเรื่องพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมจึง ขออนุมัติที่ประชุม ขอจํากัดเวลาครับ เพราะเวลาก็ล่วงเลยพอสมควรให้จบวันนี้ ก็ขอ คนละ ๓ นาทีก่อนครับ ลองดูนะครับ ก็เอาให้เต็มที่ก็แล้วกัน ๓ นาทีนะครับ เดี๋ยวครับ เชิญคุณสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ก่อนครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส. เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานให้ ๓ นาที นี้น้อยไป ผมรอมา ๓ อาทิตย์แล้วครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ลองดูก่อนครับ ลองดูก่อน

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

ไม่ต้องลองได้ไหมครับ ท่านประธาน ผมมีเนื้อหา

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ คุณลองดูก่อนก็แล้ว ครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

ผมลองก็ได้ครับ ท่านประธาน ครับ สิ่งที่ผมเปึนห่วงเกี่ยวกับพระราชบัญญัติผู้สูงอายุที่สําคัญที่สุดคือ ท่านรัฐมนตรี วิฑูรย์ นามบุตร ขออนุญาตเอ่ยนามท่านที่ท่านได้ลาออกไปแล้วนะครับ ท่านเปึนประธาน การประชุมคณะอนุกรรมการกําหนดหลักเกณฑ์การดําเนินงานนโยบายเร่งด่วน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสุรพงษ์ครับ เมื่อสักครู่ท่านไม่ได้เอ่ยนาม เอ่ยชื่อ ส.ส. จังหวัดเขตนี้ เขตนั้น ให้มันเสร็จทีเดียว ไม่เอ่ย หรือครับ ควรเอ่ยผมให้ย้อนหลังครับ เชิญครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

คืออย่างนี้ครับ ผมจะให้ทัน ๓ นาทีที่ท่านประธานว่าก็เลยรีบหน่อยครับท่านประธาน คืออย่างนี้ครับท่านประธาน ผมเปึนห่วงคือ ท่านวิฑูรย์ นามบุตร อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ ท่านได้เปึนประธานการประชุมคณะอนุกรรมการกําหนด หลักเกณฑ์การดําเนินงานนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ในการจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ซึ่งได้มีการประชุมไปแล้วนะครับ เมื่อวันที่ ๓๐ มกราคมที่ผ่านมา ท่านประธานคือ สิ่งต่าง ๆ ที่คณะอนุกรรมการคณะนี้กําลังทํา คือได้กําหนดหลักเกณฑ์แล้วก็ได้เชิญชวนให้ ผู้สูงอายุมาลงทะเบียน เพื่อที่จะรับเบี้ยยังชีพ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือว่าเมื่อผู้สูงอายุ มาลงทะเบียนแล้ว เกิดว่ากฎหมายฉบับที่เรากําลังพิจารณานี้ผ่านขึ้นมามีหลักเกณฑ์ ที่ทําให้ผู้สูงอายุบางท่านไม่สามารถรับเบี้ยยังชีพได้ ท่านประธานรู้ไหมครับว่าคนชรา มักจะนอนน้อยนอนดึกตื่นเช้า ตื่นมาไม่มีอะไรทําก็คิด คิดก็เปึนวิตกกังวล แล้วสิ่งที่รัฐบาล บอกว่าจะ ๕๐๐ บาท เขาก็สร้างความหวังขึ้นในจิตใจของคนชราคนที่มีอายุหวังว่าจะได้ สิ่งเหล่านี้ แต่พอไม่ได้ขึ้นมาท่านประธาน คนแก่หงุดหงิดครับ ก็จะต่อว่าลูกหลาน หงุดหงิดไปหมด ผมเกือบจะแก่ผมรู้ครับ เคยไปนอนอยู่ในโรงพยาบาลเปึนเดือนตื่นมา ไม่มีอะไรทําก็ดูทีวีก็คิดสารตะ สิ่งที่รัฐบาลกําลังจะทําแล้วก็จ่ายเบี้ยยังชีพให้ผู้สูงอายุ ไม่ทั่วถึงนี่นะครับ อันนี้จะสร้างปัญหาให้เกิดความแตกแยกในสังคม คุณปู์ คุณย่า ก็จะด่า ลูกหลานเกิดการทะเลาะเบาะแว้งกันขึ้นในครัวเรือน อย่างนี้ไม่ได้ครับ เพราะอะไร เพราะว่าคณะอนุกรรมการชุดนี้ให้ข้อมูลมาครับว่าผู้สูงอายุในประเทศไทย ณ ป้ ๒๕๕๒ นี้ มีทั้งหมด ๗,๕๐๐,๐๐๐ คน แล้วรัฐบาลที่ผ่านมาให้เบี้ยยังชีพไปแล้ว ๒,๔๐๐,๐๐๐ คน ยังขาดอีก ๕,๑๐๐,๐๐๐ คน ที่ยังไม่ได้รับเบี้ยยังชีพ แต่ปรากฏว่าใน ๕,๑๐๐,๐๐๐ คน มีประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ คน ที่ได้บําเหน็จบํานาญ แล้วก็รัฐบาลก็คาดการณ์ว่าจะมี ผู้ไม่ประสงค์รับเบี้ยยังชีพอีก ๑,๗๐๐,๐๐๐ คน เพราะฉะนั้นเอา ๑,๗๐๐,๐๐๐ คนบวก ๔๐๐,๐๐๐ คน ก็เปึน ๒,๑๐๐,๐๐๐ คน ไปลบออกจาก ๕,๐๐๐,๐๐๐ คน ก็มีอีก ๓,๐๐๐,๐๐๐ คน ที่รัฐบาลจะจ่ายเบี้ยยังชีพคนละ ๕๐๐ บาท ผมจึงอยากถามว่า ทําไมครับไม่จ่ายมันให้ทั่วถึงอีก ๒,๑๐๐,๐๐๐ คน เอามันให้ทั่วถึงทั้งหมดไม่ว่าจะเปึน คนที่มีเบี้ยบํานาญหรือไม่ก็ตาม เพราะว่าผู้สูงอายุเหล่านี้เกษียณอายุมาแล้วเคยทํา ประโยชน์ให้กับบ้านเมืองมากมาย ถ้าเราให้ทั่วถึง การให้สิทธิทั่วถึงกัน เขาก็ไม่เกิดความ อิจฉาริษยากัน ความแตกแยกก็ไม่เกิดขึ้น ผมกับท่านอํานวย คลังผา กับเพื่อนสมาชิกของ พรรคเพื่อไทยก็เสนอกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมา เห็นด้วยครับกับรัฐบาลที่กําลังจะจัด งบประมาณกลางป้เพิ่มเติมไปให้ผู้สูงอายุ แต่อยากจะเรียกร้องว่าให้ผู้สูงอายุทุกคนได้ เท่ากันหมด คนรวยอย่างไรก็ให้เขาครับ แต่ถ้าคนรวยเขาจะเอา ๕๐๐ บาทก็เปึนสิทธิ ของเขา ผมคิดว่าเปึนสิทธิอันพึงได้ของผู้สูงอายุ มันเหมือนกับคนหนุ่มครับก็มีสิทธิ มีหน้าที่ที่จะต้องไปเกณฑ์ทหาร ไม่ใช่ว่าใครเลือกที่จะไม่เกณฑ์ก็ได้ หรือหนีทหารก็ได้ มันผิดกฎหมาย วันนี้เราพูดถึงผู้สูงอายุ เรากําลังบอกว่า ๖๐ ป้ขึ้นไปได้เบี้ยยังชีพ เราก็ให้ หมดทุกคนมันจะไปเสียหายอย่างไร เงินอีกไม่กี่สตางค์ที่จะมาจ่ายให้ผู้สูงอายุและสิ่งที่ เกิดขึ้นคือ ผู้สูงอายุเราช่วยท่าน เราได้อานิสงส์ เราเปึนคนหนุ่ม ผมยังไม่ถึง ๖๐ ป้ แต่ผมก็ทํางานเสียภาษี เงินภาษีผมก็ไปเลี้ยงผู้สูงอายุ เปึนประโยชน์ต่อบ้านเมือง ผมไม่อยากให้รัฐบาล ๑. นะครับ ไม่จัดให้ทั่วถึงเปึนการฆ่า คนแก่ทางอ้อม และก็ทําลายจิตใจผู้สูงอายุอย่างที่ผมได้เรียนทําให้ผู้สูงอายุคิดมาก ใจน้อย หงุดหงิด และก็สร้างความแตกแยกในสังคม ในครัวเรือน ไม่อยากเห็นสิ่งเหล่านี้ หรอกครับ และที่สําคัญที่สุดถ้าจ่ายไม่ทั่วถึง การรั่วไหลเกิดขึ้นครับ เพราะว่าจะมีการสวมชื่อ ผู้สูงอายุเพื่อไปขอเงิน ๕๐๐ บาทต่อเดือน ป้หนึ่ง ๖,๐๐๐ บาทครับท่านประธาน ผมอยากจะฝากท่านประธานไว้ครับว่า ผมเห็นด้วยเปึนอย่างยิ่งที่จะให้พระราชบัญญัติ ผู้สูงอายุนี้ไปถึงผู้สูงอายุได้รับอานิสงส์ได้รับเบี้ยยังชีพทุกคนเลยครับ คณะกรรมการ ๒-๓ คณะ ไม่ต้องตั้งเลยครับ ใคร ๖๐ ป้ ให้หมดเปึนประโยชน์อย่างยิ่งเลยครับ ขอบคุณ ครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พิจารณาเต็มสภาให้เสร็จ คืนนี้เลยอย่างนั้นใช่ไหมครับ

นายวิฑูรย์ นามบุตร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผมขอใช้สิทธิ พาดพิงนิดหน่อย

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวครับ ชื่อท่านมี อยู่แล้วครับ

นายวิฑูรย์ นามบุตร แบบสัดส่วน

เวลาผ่านเลยไป

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ครับ มีชื่ออยู่แล้วครับ

นายวิฑูรย์ นามบุตร แบบสัดส่วน

ไม่ใช่ครับท่านประธานครับ เกรงว่าเวลาจะผ่านเลยไป

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอความกรุณา ท่านรัฐมนตรี ขอความกรุณาเอาไปตามลําดับดีกว่าครับ เดี๋ยวพอถึงพาดพิงแล้วก็ว่าไป คุณไกร ดาบธรรม ต่อไปครับ ผมทราบแล้วครับ แต่ละท่านก็มีชื่อหมดแล้วครับ

นายประชา ประสพดี สมุทรปราการ

ท่านประธานครับ เดี๋ยวขอ อนุญาตท่านประธานสั้น ๆ นิดเดียวครับ เปึนเรื่องสําคัญครับท่านประธาน ท่านประธาน ช่วยกรุณาอนุญาตผมหน่อย

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สําคัญแค่ไหนครับ สําคัญ พอที่จะต้อง

นายประชา ประสพดี สมุทรปราการ

สําคัญนะครับ มันเปึน ประโยชน์ต่อสภาผู้แทนราษฎรอันทรงเกียรติ และตัวท่านประธานที่จะกระทําหน้าที่ต่อไป จนเสร็จสิ้นในค่ําคืนวันนี้ครับท่านประธานครับ มีเหตุผลนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีอะไรก็ว่ามา เดี๋ยวนี้ ท่านพูดแล้ว ผมไม่ได้ป่ดว่าไม่ให้ท่านพูดเลย

นายประชา ประสพดี สมุทรปราการ

ต้องขอบคุณท่านประธาน ท่านประธานเปึนคนน่ารักเสมอครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายประชา ประสพดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ก่อนหน้าที่ ท่านประธานจะเข้ามาทําหน้าที่ประธานในที่ประชุมแห่งนี้ ผมได้มีข้อสังเกต โดยสืบจาก ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ปรึกษาท่านประธานในเรื่ององค์ประชุม และผมก็ขอใช้เอกสิทธิ์ ส่วนตัวที่จะขอตรวจสอบองค์ประชุม เพราะว่าในขณะเรารับฟังรายงานจากศาลปกครองนั้น ผมเห็นว่าเปึนเรื่องสําคัญที่เราจะต้องมารับฟังรายงาน ผมก็เลยขอใช้เอกสิทธิ์ตรวจสอบ องค์ประชุมนะครับ ต่อจากนั้นมีท่านสมาชิกก็ได้ขึ้นมาทักท้วงว่า การนับ องค์ประชุมนั้นเปึนการนับพร่ําเพรื่อ และถ้าจะมีการตรจสอบองค์ประชุมอีกก็ขอให้มีเหตุ มีผล เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตท่านประธานขอตรวจสอบองค์ประชุมโดยการขานชื่อ ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณประชาครับ ผมก็ อายุมากแล้วครับ ก็อยากจะได้ให้พระราชบัญญัติผู้สูงอายุนี้ผ่านนะครับ ก็อยากจะขอ ความกรุณาอย่าเพิ่งไป ให้ได้อภิปรายไปก่อนเถอะครับ ก็หวังว่าคุณประชาคงเห็นแก่ ผู้สูงอายุนะครับ ถอนเถอะครับ อย่าไป มันเดินไปได้แล้ว ก็ให้เดินไปเรื่อย ๆ จะดีกว่าครับ จะเปึนพระคุณอย่างสูงครับ

นายประชา ประสพดี สมุทรปราการ

ครับ ด้วยความเคารพ ท่านประธาน ต้องกราบเรียนท่านประธานว่า พ.ร.บ. ผู้สูงอายุนั้นมีความสําคัญอย่างยิ่ง และผมก็ให้การสนับสนุนผมไปด้วย แต่การนับองค์ประชุมนั้นผมมีเหตุมีผล ด้วย การขานชื่อ ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าการนับองค์ประชุมในครั้งที่ผ่านมานั้นมี ประเด็นเปึนข้อสงสัยเกิดขึ้นในสภาแห่งนี้ เมื่อครั้งหนึ่งในการประชุมสภาในสมัยที่ผ่าน มานะครับ พรรคฝ์ายค้านเองก็เคยเสนอนับองค์ประชุมด้วยการขานชื่อ แล้วมีการทักท้วง ในเรื่องของการใช้สิทธิการกดบัตรแสดงตนแทนกันนะครับ หลักฐานก็อยู่ในมือผมที่ผมอยู่ เดี๋ยวผมจะมอบให้ท่านประธาน ก็ขอให้ท่านประธานได้โปรดวินิจฉัย ผมขอใช้สิทธิในการ นับองค์ประชุมด้วยการขานชื่อ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เพราะมันเอกสิทธิ์ของ ท่าน

นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ มุกดาหาร

ท่านประธานคะ ดิฉัน วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีอะไร

นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ มุกดาหาร

ท่านประธานคะ อยากจะขอร้องค่ะ เพราะกฎหมายผู้สูงอายุนี้ก็บรรจุในสภานี้นานแล้วตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์จนถึงเดี๋ยวนี้นะคะ อยากจะขอร้องค่ะ ท่านสมาชิกที่เคารพทุก ๆ ท่านนะคะ ว่าขอให้มันผ่านพ้นไปวันนี้ เพื่อที่จะให้กรรมาธิการวิสามัญนั้นได้พิจารณาแล้วร่างนี้จะได้บังคับใช้ต่อไป เห็นแก่ ผู้สูงอายุทั่วประเทศเถอะค่ะ ท่านคะ ขอร้องจริง ๆ ค่ะท่านสมาชิกค่ะ ดิฉันขอร้องจริง ๆ ค่ะ เพราะกฎหมายนี้ยื่นเข้ามาแล้ว ท่านก็ทราบดีว่า การนับองค์ประชุมนั้นเปึนเพราะผลดี ในสภา เพราะทุก ๆ คนก็อยากจะทํางานในหน้าที่ของทุกท่าน เพียงแต่ว่าในขณะนี้เวลานี้ จะห้าทุ่มแล้วนะคะ อย่างไรก็ขอท่านนะคะ ว่าผู้ที่อภิปรายยังเหลืออีก ๔–๕ ท่าน ถ้าอภิปรายไปถึงเที่ยงคืนก็คงจะดึกนะคะ อย่างไรก็ไม่ต้องนับองค์ประชุมค่ะ เสียเวลา เฉย ๆ นะคะ ขอร้องจริง ๆ ค่ะท่าน ขอบคุณค่ะท่านประธาน

นายประชา ประสพดี สมุทรปราการ

ท่านประธานอนุญาตให้ผม ต่อหน่อยนะครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติท่านพูดน่ารักเมื่อกี้นี้นะครับ พูดก็มีเหตุมีผล คืออย่างนี้ครับท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุนั้นมีความสําคัญ เมื่อในสมัยรัฐบาลที่แล้วที่มาจากการยึดอํานาจก็มีการผ่านมติลงมติในสภาแห่งนี้ กฎหมายหลายฉบับด้วยองค์ประชุมที่ไม่ชอบ และเปึนองค์ประชุมที่ไม่ครบ ก็เกิดประเด็น ความเสียหายเกิดขึ้น มีการส่งตีความ เหตุที่ผมหารือท่านประธานก็เพราะว่า บันทึก การใช้สิทธิโหวตลงคะแนนนั้น เมื่อเวลา ๒๐.๒๕ นาฬิกา ในมือผมนะครับ ไม่อย่างนั้น ผมจะได้รับความเสียหาย เนื่องจากว่าผมขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ แล้วมีการ ถ่ายทอดไปทั่วประเทศ ปรากฏในหลักฐานว่า ตัวบุคคลที่อยู่ในที่ประชุมแห่งนี้ก็ได้ใช้สิทธิ ลงคะแนน แต่มีท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติไม่ได้อยู่ในที่ประชุม มีการใช้สิทธิกดบัตร ลงคะแนนอยู่ในมือผมนะครับ ได้มีการตรวจสอบไป เจ้าตัวยอมรับอยู่ในพื้นที่ กําลังอยู่ใน งานที่หมอลํานะครับ เมื่อเวลา ๒๐.๒๕ นาฬิกา เพราะฉะนั้นวันนี้อย่างไรเสียสภาเราก็ จะต้องผ่านร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ แต่ถ้าหากผ่านไปแล้วองค์ประชุมไม่ครบ ปรากฏความเสียหายเกิดขึ้นในวันต่อไป ถามว่าใครจะรับผิดชอบ ผมจึงขอกราบเรียน ท่านประธานด้วยการขอนับองค์ประชุมด้วยการขานชื่อครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เหตุผลมีครับ เหตุผลมี เมื่อมีผู้เสนอนับองค์ประชุมโดยการขานชื่อ ผมขอเลื่อนการพิจารณาไปวันพรุ่งนี้ครับ ขอป่ดประชุมครับ

เลิกประชุมเวลา ๒๒.๔๗ นาฬิกา