สุนัย จุลพงศธร หารือเรื่องตุลาการภิวัตน์ ซึ่งเขาคิดว่าเป็นคำว่าลบและไม่เหมาะสมกับกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะกรณีความไม่เท่าเทียมกันของศาลปกครอง เช่น การตัดสินคดีที่รวดเร็วแต่ไม่ยุติธรรม และกรณีการย้ายปลัดกระทรวงมหาดไทยที่สะเทือนใจ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน จังหวัดนครสวรรค์ ของพรรคเพื่อไทย วันนี้ก็เปึนการอภิปรายเรื่องที่ผมรู้สึกอึดอัดใจมากอย่างหนึ่ง ไม่ใช่ว่า อึดอัดใจเพราะว่าเรื่องนี้ไม่ดี แต่อึดอัดใจว่าการพูดถึงเรื่องศาลมันเปึนเรื่องที่ละเอียดอ่อน มาก และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบันก็เปึนเรื่องที่ค่อนข้างจะล่อแหลม ประกอบกับกระผมเองก็ประกอบอาชีพเปึนทนายความเดินขึ้นศาลลงศาล และที่สําคัญ ที่สุดคนในแวดวงศาลนั้นก็เปึนคนที่เรารู้จัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งอายุขนาดนี้แล้วดูไป บนบัลลังก์ก็รู้จักเสียหลายคน แต่ว่าถ้าจะไม่พูดเสียก็คิดว่าเรามีหน้าที่ที่จะเก็บรับปัญหา แล้วก็นํามาเสนอกับท่าน และคิดว่าถ้าไม่มีโอกาสเช่นนี้เราก็ไม่รู้จะเอาเวลาไหน จะเอา ความสนิทสนมไปพูดกันก็ไม่อยู่ในฐานะเช่นนั้น ดังนั้นวันนี้ผมต้องกราบเรียน ท่านประธานว่าการนําเสนอนี้ก็คือการทําหน้าที่และจะนําเสนอในส่วนที่เปึนบวก และขอเรียนด้วยความเคารพว่าจะนําเสนอด้วยความคิดที่สร้างสรรค์อย่างยิ่งนะครับ ท่านประธานครับวันนี้เองต้องเรียนตรง ๆ ว่าเรามีศาล ๓ สถาบัน คือ ศาลยุติธรรม ที่มีศาลฎีกาสูงสุด ๒. ศาลปกครอง ที่มีอํานาจสูงสุดก็คือศาลปกครองสูงสุด แล้วก็ ศาลรัฐธรรมนูญ แต่ท่านเชื่อไหมครับว่าประชาชนยังแยกไม่ออก ฟังไปฟังมาก็ศาลทุกที เมื่อสักครู่ยังได้รับคําถามจากเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่า เอ๊ะ ถ้าพูดถึง ศาลยุติธรรมนี่อันเดียวกันรวมทั้งหมดหรือเปล่า ผมบอกไม่ใช่นะ ถ้าพูดถึงศาลยุติธรรม มันอีกกระบวนหนึ่งเลยนะ ว่าด้วยศาลแพ่ง ศาลอาญา ท่านประธานครับ ก็ด้วยเพราะ สังคมไทยเวลาแยกมองศาลมองแยกไม่ออกหรอกครับว่าเปึนอะไร ก็มักเรียกรวมกัน อย่างวันนี้มีคําคําหนึ่ง ซึ่งผมเองอาจจะต้องขอประทานอนุญาตเห็นแย้งกับเพื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อสักครู่ที่ท่านพูดไป คําพูดที่บอกว่าตุลาการภิวัตน์ เขาไม่ได้ แยกว่าศาลปกครองภิวัตน์นะครับ ไม่ได้แยกว่าศาลรัฐธรรมนูญภิวัตน์นะครับ เขาไม่ได้ แยกว่าศาลยุติธรรมภิวัตน์ เขาเรียกรวมหมดเลยครับ ซึ่งผมมีความเห็นที่ค่อนข้างจะแตกต่างจากคนอื่นในภาพรวมว่า คําว่า ตุลาการภิวัตน์ นี้น่าจะเปึนเรื่องลบ เนกกาทีฟ (Negative : การปฏิเสธ) ครับ กับกระบวนการยุติธรรม คําว่า ภิวัตน์ ถ้าจะเทียบเคียงจริง ๆ กับประเทศไทยเราก็คือใช้คําคํานี้ในความหมาย เดียวกับการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ สมัยนั้นเราเรียกว่า ปฏิวัติ แต่ต่อมาได้มีอีกท่านหนึ่งพูดว่า ภิวัตน์ เปึน การอภิวัตน์ ถ้าดูเนื้อหาของคําว่า อภิวัตน์ หรือเอาคําว่า อภิวัตน์ นี้มาบวกกับตุลาการเปึน ตุลาการภิวัตน์ มันก็คือ กระบวนการที่ไม่ใช้หลักกฎหมายเปึนพื้นฐานแล้ว แต่ใช้ความมุ่งหมายเปึนพื้นฐาน และ ปรากฏว่าในทางสังคมก็ถูกคําว่า อภิวัตน์ นี้ไปใช้อีกครับ กลุ่มพันธมิตรไปยึดสนามบิน ไป ยึดทําเนียบก็เรียกตัวเองว่า ประชาภิวัตน์ แล้วจะทําการเมืองแบบ ๗๐ : ๓๐ ซึ่งนอก หลักเกณฑ์ของระบบประชาธิปไตย ก็เรียกว่า การเมืองภิวัตน์ อ้าว เห็นไหมครับ มันคล้าย กับศาลตุลาการภิวัตน์แล้วนะครับ ผมเองยังรู้สึกลึก ๆ ว่าคนที่บัญญัติศัพท์นี้ขึ้นมาเรียก จะมีเจตนาแอบแฝงสิ่งใดหรือเปล่าผมไม่ทราบ ก็ต้องกล่าวไว้ในที่นี้ว่า บางทีท่านอาจจะ ไม่รู้ว่าใครเปึนบัญญัติคนแรก เท่าที่ผมจําได้ชื่อคุณธีรยุทธ บุญมีครับ แล้วหลังจากนั้นก็ใช้กัน ดาษดื่นว่าตุลาการภิวัตน์ ตุลาการภิวัตน์ ยึดทําเนียบรัฐบาลนี่เปึนประชาภิวัตน์ มันถูกต้องที่ไหนล่ะครับ ยึดสนามบินเปึนประชาภิวัตน์ ถูกต้องที่ไหนครับ จะเปลี่ยน การเมืองใหม่เปึนการเมืองภิวัตน์ โดยมีการเลือกตั้ง ๗๐ : ๓๐ ให้เลือกตั้งแค่ ๓๐ แต่งตั้ง ๗๐ มันถูกต้องด้วยกระบวนการทางกฎหมายได้อย่างไรล่ะครับ ดังนั้นวันนี้ผมแปลกใจมาก สื่อมวลชนก็ใช้คําว่า ตุลาการภิวัตน์ ตุลาการภิวัตน์ โดยศาลไม่ว่าสถาบันไหนเงียบเฉย ๆ ครับ เหมือนกับปลาบปลื้มใจว่า เออ เขายกย่องเราหรืออย่างไร ผมมองว่าระยะยาวไม่ดีนะครับ เรื่องศาลนี้พอเรามาเทียบดูกับรูปธรรมต่าง ๆ ผมก็เปึนห่วงว่าประชาชนจะ ไม่เข้าใจเหมือนกัน ยกตัวอย่างครับ นาน ๆ จะตัดสินอดีตนายกรัฐมนตรีให้ติดคุก ติดตะรางได้สักทีหนึ่ง โอ้โฮ บอกตุลาการภิวัตน์แล้ว ตัดสินให้ทักษิณ กรณีที่ดินรัชดา ไปประมูล ๕๐๐ กว่าล้านบาท ศาลตัดสินให้ติดคุก คนที่เกลียดทักษิณก็เชียร์ว่าเปึน ตุลาการภิวัตน์แล้ว แต่ท่านครับสังคมไทยระบบข่าวสารมันชัดเจน มันใกล้เคียงกันมาก อดีตนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งซื้อที่ดินรัชดา ๕๐๐ กว่าล้านบาท จากการประมูล ๗๐๐ กว่าล้านบาท ไม่ใช่ท่านซื้อนะครับ ภรรยาท่านซื้อ ติดคุก แต่อดีตนายกรัฐมนตรีอีกคนหนึ่ง ซื้อที่ยอดเขายายเที่ยง ภรรยาท่านซื้อเหมือนกัน ๕๐,๐๐๐ กว่าบาท ไม่มีคดีครับ พอเทียบ อย่างนี้ ผมว่าถ้าจะพูดตุลาการภิวัตน์ชักยุ่งแล้วครับ แต่ศาลก็ไม่รู้ว่า ประชาชนก็ไม่รู้ว่า กรณีนั้นไม่ใช่ของศาลปกครอง เปึนเรื่องศาลฎีกาแผนกคดีอาญาการเมือง ซึ่งคนที่ตัดสิน นั้นมาจากศาลฎีกา ไม่ได้มาจากท่าน ในขณะเดียวกันศาลตัดสินให้นายกรัฐมนตรี ออกจากตําแหน่งได้ ด้วยเพราะทํากับข้าว คนที่เกลียดคุณสมัครก็บอกดีแล้ว ๆ เห็นไหม ตุลาการภิวัตน์แล้ว คนอีกส่วนหนึ่งมันก็เอาข่าวมาเทียบบอกว่า แล้วทําไมที อดีตนายกรัฐมนตรีหนีการเกณฑ์ทหารไม่เห็นถูกขึ้นศาลล่ะครับ หรือว่าการทํากับข้าวนี้ เปึนความรุนแรงยิ่งกว่าการหนีทหาร เห็นไหมครับ การไปเรียกตุลาการภิวัตน์แล้วเจอ รูปธรรมอย่างนี้อันตรายเลยครับ เช่นเดียวกันครับ คนก็ไม่รู้อีกว่ากรณีนั้นเปึนเรื่องของศาลรัฐธรรมนูญไม่เกี่ยวกับ ศาลปกครอง แต่ชาวบ้านไม่รู้หรอกนะ เพราะมันเรียกหมดแล้วนี่ครับ เรียกว่า ตุลาการภิวัตน์หมดแล้ว กรณีศาลปกครองเพื่อนสมาชิกหลายคนก็มาตําหนิติเตียนท่าน ซึ่งผมก็เห็นในว่าคดีความนั้นจะเอาให้ได้ดั่งใจมันไม่ได้หรอกครับ ต้องใช้เวลา ท่านก็บอก ช้าไป ช้าไป ช้าไป ความล่าช้าเปึนความไม่ยุติธรรมอย่างหนึ่งก็พูดได้ แต่ท่านครับ แต่บังเอิญบางคดีศาลปกครองก็ตัดสินเร็วเหลือเกิน คือคดีเขาพระวิหาร ยื่นฟัอง ๒-๓ วัน ในขณะที่กําลังมีวิกฤติท่านก็ตัดสินเลยเหมือนกัน เร็วจี๋เลย และตัดสินอ่านคําพิพากษา เท่าที่ได้ทราบตี ๒ ครับ โอ้โฮ หรือว่าอันนี้ท่านจะยกให้เปึนตุลาการภิวัตน์ ผมถึงบอกว่า คําว่า ตุลาการภิวัตน์ นี้ด้วยความเคารพจริง ๆ ครับ ฝากท่านเลขา ฝากท่านรองเลขาได้ไป กราบเรียนกับท่านอัคราทร สายตรงของท่านเถอะครับที่เปึนอาจารย์ของผม บอกว่า นายสุนัยลูกศิษย์ท่านฝากมาครับ ขอให้ท่านได้คุยกับท่านประธานศาลฎีกา ขอให้ท่าน ได้คุยกับท่านประธานศาลรัฐธรรมนูญว่า หารือกันเถอะครับว่า ความละเอียดอ่อนของ สถาบันตุลาการนั้นอย่ามาเรียกกันเละ ๆ เทะ ๆ อย่างนี้ครับ อันนี้ด้วยความหวังดีจริง ๆ นะครับ ทําไมผมต้องพูดอย่างนี้ เพราะว่าผมเองมีเปึนตัวเปึนตน เปึนบุญคุณในสังคมไทย ที่ว่าเราได้ดิบได้ดีมาจากวิชาชีพนี้ จากสถาบันเหล่านี้ เราก็ควรจะต้องประคับประคอง ในอดีตที่ผ่านมาผมได้ทําหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการปกปัองสิทธิผลประโยชน์ ของศาลโดยตลอด ไม่ว่าจะเปึนเรื่องผลประโยชน์ สิทธิต่าง ๆ เมื่อเข้ามาผมจะปกปัองให้ ทันที เพราะผมถือว่าบุคคลเหล่านี้เปึนคนที่น่านับถือ แล้วเราเรียนด้วยความเคารพว่าวันนี้ เห็นรูปในศาลปกครองหลายคน ผมเชื่อมั่นครับ เชื่อมั่น เพราะบุคคลเหล่านี้ผมรู้ภูมิหลัง หมด เปึนคนดี เปึนคนที่มีความซื่อสัตย์สุจริตเปึนพื้นฐานเลย หลายคนอยู่ในกฤษฎีกา ที่ทําหน้าที่มา แต่ผมเห็นว่าความอ่อนด้อยทางการเมือง ซึ่งระบบการเมืองนี้มันมีความ สลับซับซ้อนและมันเปึนการช่วงชิงผลประโยชน์ พยายามจะดึงสถาบันนั้นมา ดึงสถาบันนี้มา เวลาได้ประโยชน์ก็เอา เวลาไม่ได้ประโยชน์ก็ใส่ร้ายเขา ตรงนี้อันตรายมากครับ สถาบันหนึ่งที่ได้เห็นชัดเจนเปึนตัวอย่างแล้วและผมสงสารที่สุด คือสถาบันทหารครับ เวลาการเมืองขับเคี่ยว ๆ กันฝ์ายพรรคการเมืองสู้ไม่ไหวแล้วชอบไปดึงทหารมาเล่น แล้วทหารก็ตกกระไดพลอยโจนแล้วก็เสีย ไม่ได้อะไรครับ แล้วพรรคการเมืองนั้นก็ขึ้นมา มีอํานาจแทน สิ่งเหล่านี้ผมถึงบอกว่าเราต้องรักษาสถาบันศาลไว้สัก ๑ สถาบัน อย่าไปยุ่งกับท่าน ให้ท่านว่าของท่านไป มีอะไรก็แนะนําไปเสนอแนะท่านแล้วแต่ท่านจะ ใช้ดุลยพินิจ ดังนั้นกระบวนการตรงนี้ผมมองอย่างนี้ครับว่า เราจะมองกระบวนการ ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง และศาลรัฐธรรมนูญโดยโดด ๆ ไม่ได้ ต้องมองควบคู่ไปกับ พัฒนาการของรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะของโลกาภิวัตน์ ซึ่งการลงทุนต่างประเทศ เปึนเหตุสําคัญเปึนปัจจัยสําคัญของการสร้างงาน เปึนปัจจัยสําคัญของความสงบ เรียบร้อย และเปึนปัจจัยสําคัญแหล่งที่มาแห่งเงินเดือนของผู้พิพากษา เมื่อศาลระบบ ยุติธรรม องค์กรยุติธรรมถูกกล่าวหาอย่างเละ ๆ เทะ ๆ ว่าเปึนศาลปฏิวัติ ถ้าพูดกันตรง ๆ แต่ว่าเรียกเสียไพเราะเชียวว่าตุลาการภิวัตน์จริง ๆ คือ ตุลาการปฏิวัติ มันบวกที่ไหนครับ แล้วยิ่งมีรูปธรรมอย่างนี้เกิดขึ้นในขณะที่ตลาดเปึนของผู้ลงทุนในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ อย่างนี้คนกําเงินจะมาลงทุนประเทศไทยก็ได้ ลงทุนเวียดนามก็ได้ ลงทุนมาเลเซีย สิงคโปร์ก็ได้ เขาเลือกที่ไหนครับ ก็ในเมื่อระบบศาลเปึนระบบความยุติธรรมที่เขาจะต้องเปึนการยืนยันถึงระบบของสังคม นั้นเปึนอย่างนี้เขาจะมาลงทุนกับเราหรือครับ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้มีใครคิดถึงเลย ตัดสินกันไป โดยไม่ได้พิจารณา พอมีหนังสือพิมพ์ มีอาจารย์มหาวิทยาลัยชื่นชมพูดบอก ตุลาการ ภิวัตน์ จริง ๆ เขาชื่นชมท่านจริงหรือเปล่า หรือเขามีอะไรคิดในใจ เราก็ไม่รู้เหมือนกัน ผมบอกว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่เจ็บปวดที่สุดโดยเฉพาะถ้าใครอยู่ในวงการนี้นะครับ ถ้าศึกษา ประวัติศาสตร์ย้อนหลังไปเมื่อร้อยกว่าป้ ประเทศไทยไม่มีเอกราชทางศาลครับ คนไทย ในบังคับอังกฤษ คนไทยในบังคับฝรั่งเศส มีเรื่องกับคนไทย มีเรื่องกับเจ้าหน้าที่ไม่ต้องขึ้น ศาลไทย ไปขึ้นศาลอังกฤษครับ ไปขึ้นศาลฝรั่งเศส พระพุทธเจ้าหลวงของเราคือ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวท่านเจ็บปวดมาก ท่านได้ทรงส่งลูกท่านหลาน เธอทั้งหลายไปเรียนครับ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ เปึนลูกของพระองค์ท่านกลับมาตั้ง สถาบันศาลขึ้น ตั้งแล้วเขาก็ยังไม่เชื่อครับ สุดท้ายต้องแลกด้วยดินแดนครับ ต้องแลกด้วย ดินแดนของประเทศไทย ตัดเนื้อให้เขาเลยครับ เพื่อจะแลกกับสิทธิเอกราชทางศาล แต่วันนี้มีคนมาพูดตุลาการภิวัตน์ ๆ กลายเปึนเรื่องสนุกไปได้เหมือนกัน ท่านประธานครับ ในกระบวนการศึกษาของนิติศาสตร์นั้น มีรูปผู้หญิงคนหนึ่งครับที่เราจะเห็นกันชิน ๆ ถ้าใครไม่รู้จะว่า เอ๊ะ ทําไมคนถึงตาบอดล่ะ ไปยืนถือตาชั่งอยู่ นั่นเปึนรูปของฝรั่งเศสเขา นั่นหมายความว่าความยุติธรรมนั้น จะต้องให้แก่ทุกคนโดยผู้พิพากษาไม่เห็นหน้าคนนั้น ครับ เขาป่ดตาครับ ฟังแต่หูเท่านั้น นั่นก็คือไม่ให้มีอคติอยู่ในกรณีการพิจารณา จะช้า จะเร็ว เปึนเรื่องของเขาว่ากันตามกติกา ไม่ใช่เร็วจริงจะยุติธรรม ช้าจริงไม่ยุติธรรม ไม่แน่ครับ บางทีช้า บางทีเร็วมันแล้วแต่เหตุแต่ผล แต่วันนี้พอถูกใจก็บอกตุลาการภิวัตน์ แล้วคนไม่ถูกใจก็บอก เอ๊ะ อย่างนั้นก็ไม่ดีสิวะ กรณีอย่างนี้ท่านครับ เมื่อลําดับเรื่อง ลงมาถึงเรื่องของศาลปกครองในการพิจารณาที่ท่านนําเสนอที่ผมต้องกราบขออภัยจริง ๆ นะครับที่จะต้องใช้เวลาตรงนี้ได้นําเสนอต่อท่าน เมื่อครั้งเกิดวิกฤติกรณีการเดินขบวน ต่อเนื่องยาวนาน ๒-๓ ป้ที่ผ่านมา โทรทัศน์ช่องหนึ่ง เอเอสทีวี ได้ใช้ถ้อยคําหยาบคาย อย่างรุนแรงใส่ร้ายอย่างรุนแรง แต่ว่าได้รับการคุ้มครองจากศาลปกครอง ผมก็นั่งอกสั่น ขวัญหายในระหว่างเวลานั้น ท่านนายกรัฐมนตรีสมัครในฐานะเปึนประมุขฝ์ายบริหาร ก็พูดหลายครั้งในวิทยุโทรทัศน์ว่าศาลปกครองเขาคุ้มครอง ๆ ถ้าผมเปึนเลขานุการท่าน ผมจะบอกว่าท่านคํานี้อย่าพูดเลย ไปหาทางนั่งคุยกันดีกว่าระหว่างท่านประธานศาล ปกครองสูงสุดกับท่านนายกรัฐมนตรีหาทางออกเท่าที่มันเปึนไปได้ การที่มาพูดอย่างนั้น มันไม่ดี แต่ถึงวันนี้ครับ โดยหลักการนะครับ ผมยังเห็นด้วยกับศาลปกครองที่คุ้มครอง เอเอสทีวี หลักการนะครับ และหลักการตรงนี้เพราะอะไรครับ เพราะสิทธิแห่งพลเมือง สิทธิในการแสดงความคิดเห็นอาจจะแตกต่างจากรัฐ หรือตอบโต้รัฐนั้น ผมว่าเปึนสิทธิ ขั้นพื้นฐานที่พลเมืองในรัฐนั้นจะมีได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัฐประชาธิปไตย แต่วันนี้ ผมกําลังเฝัามองแล้วก็ยังภาวนาว่าขอให้หลักการคุ้มครองเอเอสทีวี ที่ศาลปกครอง ดําเนินการนี้ช่วยคุ้มครองวิทยุชุมชนและโทรทัศน์ ดีทีวี (DTV) ด้วยเถอะครับ เพราะ ดูท่าทางรัฐแห่งนี้ก็กําลังจะคุกคามแล้วครับ โดยเฉพาะวิทยุชุมชนอันไหนไม่เห็นด้วยกับ รัฐ วิจารณ์รัฐ รัฐก็กําลังทําหน้าที่จะเข้าไปบดขยี้อีกแล้ว ถ้าท่านคุ้มครองเอเอสทีวีด้วยหลักสิทธิแห่งพลเมือง และเท่าที่ผมดูดีทีวีก็ดี โทรทัศน์ ช่องสถานีประชาธิปไตย หรือที่เขาเรียกว่า โทรทัศน์สีแดง หรือโทรทัศน์เพื่อประชาธิปไตย และวิทยุชุมชนต่าง ๆ เหล่านั้นยังไม่ได้ใช้คําหยาบ ยังไม่ได้โค่นล้มรัฐนี้ด้วยกําลังอาวุธ หรือด้วยกองกําลังคนที่มุ่งหมายนอกรัฐธรรมนูญอันเปึนความผิดตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา ๑๑๖ แต่อย่างไร ดังนั้นตรงนี้เองจึงเปึนความยากลําบากอย่างยิ่งของสิ่งที่ เรียกว่า สถาบันตุลาการ นี่คือความยากลําบากอย่างยิ่งที่พวกเราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ต้องให้กําลังใจและต้องเข้าใจท่าน ว่าท่านยืนอยู่ในจุดที่ตัดสินแล้วมันก็จะมีอย่างนี้ จะมีปัญหาคนพอใจและไม่พอใจ แต่ว่าสิ่งเหล่านี้เราก็ต้องเชื่อมั่นในตัวท่าน ขอให้ท่าน ได้ใช้สิทธิการคุ้มครองเอเอสทีวีนี้เช่นเดียวกัน ที่จะต้องมาใช้ในการคุ้มครองโทรทัศน์อื่น เพราะอะไรครับ รัฐนี้แท้จริงแล้วเปึนรัฐมีลักษณะผูกขาดแห่งทุนครับ เมื่อกุมความคิด ประชาชนได้ด้วยโทรทัศน์ฟรีทีวี ๕ ช่องเป่ดไม่ได้อีก ก็กุมตลาด กุมสินค้า กุมความคิด อันเปึนสื่อแห่งกุมผลประโยชน์ ดังนั้นการที่ศาลปกครองคุ้มครองเอเอสทีวีนั้น กระผมเห็นด้วย ณ เวลานี้ผมขอยืนยัน แต่ขอให้ใช้สิทธินี้อย่างเสมอภาคกันทั้งหมด และเป่ดเสรีภาพแห่ง การแสดงความคิดเห็น เป่ดเสรีภาพแห่งสิทธิพลเมืองให้เท่าเทียมกันเถอะครับ แล้วสังคม มันจะขับเคลื่อนไปเอง
กรณีของศาลปกครอง บางทีผมเองที่อยู่ในวงการตุลาการ ที่เปึน ทนายความแท้ ๆ รู้กฎหมาย บางทีอธิบายไม่ออกเหมือนกัน อย่างกรณีการตัดสินคดี เขาพระวิหาร ศาลปกครองตัดสินอย่างรวดเร็วมาก ถ้าจําไม่ผิดสักวันสองวันเท่านั้น ครับ ตัดสิน แล้วก็พันธมิตรประกาศเลยครับ ประกาศตอนตีสามเลยครับ ว่าศาลตัดสิน แล้วตอนตีสอง อย่างนี้ไม่รู้เหตุผลอะไร ทําไมมันเร็วเช่นนั้น
อย่างกรณีอีกกรณีหนึ่งครับ เนื่องจากว่าศาลปกครองนั้นแยกไม่ออก เลยครับ ต่อหน้าที่ของท่านที่จะต้องเกี่ยวข้อง ๒ ส่วน คือส่วนเกี่ยวกับเรื่องผลประโยชน์ มหาชน และส่วนที่เกี่ยวกับผลประโยชน์ของเอกชนที่ถูกกระทําจากรัฐ ในส่วนที่เกี่ยวกับ ผลประโยชน์ของมหาชนฟากซ้ายมือนี้ ก็แยกไม่ออกที่มันหมิ่นเหม่ต่อเรื่องของความ เกี่ยวข้องทางการเมือง ดังนั้นตรงนี้เองครับ อย่างขณะนี้ครับ มีเรื่องดัง ๆ ที่ กระทบกระเทือนใจของคนเหมือนกัน แต่บังเอิญบุคคลท่านนี้ก็แปลก เปึนข้าราชการ จริง ๆ ผมโทรศัพท์ไปถามท่านหลายทีบอกท่านปลัดกระทรวงครับ ท่านไม่ได้รับความ เปึนธรรมอย่างไร เรื่องนี้ผมฟัองศาลปกครองเขาแล้ว นั่นสิ ให้ผมดําเนินการอย่างไรไหม ครับ ให้ช่วยในทางสภาไหม ไม่เปึนไร ไม่เปึนไรน้อง ขอบคุณมาก นั่นก็คือการเข้ามา บริหารประเทศของรัฐบาลนี้เพียงไม่กี่วัน ก็ย้ายปลัดกระทรวงมหาดไทยทันทีครับ สะเทือนใจ ถ้าเราจะบอกว่าคดีเขาพระวิหารเปึนคดีที่มีความจําเปึนทางการเมือง มีความ สะเทือนใจปลัดกระทรวงมหาดไทยถือว่าเปึนซุปเปอร์ปลัดกระทรวง เพราะปลัดกระทรวง มหาดไทยนั้นเปึนกระทรวงใหญ่ที่บําบัดทุกข์บํารุงสุขอย่างทั่วด้านกว้างขวางมาก เหลือเกิน แต่ว่ารองนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่งที่หน้าตาดํา ๆ ตาโปน ๆ ก็ดันชัดเจนครับ ว่าไปย้ายเขา พูดจาคนก็รู้ทันที พออ้าปากเขาก็รู้ว่าอะไรเปึนอะไร