สุนัย จุลพงศธร หารือเรื่องการดำเนินการของศาลปกครองสูงสุด โดยเฉพาะกรณีการตัดสินคดีของกระทรวงศึกษาธิการ และเรียกร้องให้มีการแก้ไขปัญหานี้อย่างรวดเร็วเพื่อประโยชน์ของสาธารณะ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องความเสียหายต่อศาลปกครองสูงสุดและขอให้เลขาธิการศาลพิจารณาการประชาสัมพันธ์เพื่อชี้แจงและปกป้องบุคลากรของศาล
กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน กรณีที่ผมกราบเรียนนี้จะเปรียบเทียบให้เห็นว่าท่านอาจจะตอบก็ได้ ไม่ได้ตอบก็ได้ แต่ฝากไปว่าอย่างกรณีเขาพระวิหารนี้ท่านตัดสินอย่างรวดเร็วดําเนินการพิจารณาคดี อย่างรวดเร็วแล้วก็ตัดสินมา แต่กรณีของปลัดกระทรวงน่าจะใช้มาตรฐานเดียวกัน เพื่อสร้างขวัญกําลังใจแก่ข้าราชการ เพื่อชี้บรรทัดฐานว่าการกระทําอย่างนี้ผิดหรือไม่ผิด ถ้าผิดรองนายกรัฐมนตรีคนนี้จะได้ออกไปเสียมันจะได้เปึนบรรทัดฐานของการเมืองไทย ท่านประธานครับ ทั้งหมดที่ผมกราบเรียนมานี้ ผมเองก็ไม่คาดหวังแล้วก็คงจะไม่ตําหนิ หรือไปเบลม (Blame : กล่าวโทษ) ว่าอันนี้ผิดหรืออันนี้ถูก เพราะยากมาก เพราะท่าน ก็ต้องอยู่ในโครงสร้างขนาดใหญ่ แต่มีประเด็นหนึ่งเปึนประเด็นใหญ่อีกประเด็นหนึ่ง ที่ผมจะกราบเรียนฝากท่านไปถึงผู้หลักผู้ใหญ่ที่เปึนอาจารย์ของผมในศาลปกครองสูงสุด นี่เปึนเนื้อ ตรงนี้เปึนเนื้อของปกครองสูงสุดนะครับ นั่นคือกรณีการตัดสินคดี วินิจฉัยคดี ของกระทรวงศึกษาธิการ ถ้าเป่ดมาหน้า ๕๓ กระทรวงมหาดไทยเปึนกระทรวงอันดับ ๑ ที่มีคดีมากที่สุด กระทรวงที่ ๒ คือ กระทรวงศึกษาธิการครับ กระทรวงศึกษาธิการอาจจะ ไม่ได้มีบทบาทสําคัญในรูปลักษณะเดียวกับมหาดไทย แต่เปึนรูปลักษณะที่เปึนกระทรวง ที่มีบุคลากรมากเหลือเกิน การตัดสินวินิจฉัยของรัฐมนตรีของฝ์ายบริหารนั้นไม่ว่าจะ ตัดออกแบบไหนแนวโน้มก็จะมีผลกระทบกระเทือน แต่ท่านครับ ผมเข้าใจดีของ หลักปรัชญาของศาลปกครองว่าเปึนการรักษาสิทธิของเอกชนที่ได้รับผลกระทบจากรัฐ แต่ในขณะเดียวกันผมนําเสนอว่าต้องคุ้มครองประโยชน์แห่งสาธารณะด้วย ท่านครับ ขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการไม่น้อยกว่าประมาณเกือบ ๕ ป้นะครับ ตั้งแต่ป้ พ.ศ. ๒๕๔๘ ป้ ๒๕๔๙ ป้ ๒๕๕๐ ป้ ๒๕๕๑ ป้ ๒๕๕๒ ๓ ป้กว่าแล้วครับ ปรากฏว่าจากผลแห่ง การฟัองคดีของข้าราชการครู ซึ่งเปึนสิทธิของเขา เขาใช้สิทธิโดยชอบไม่ได้ตําหนิอะไรเขา แต่เขาได้ร้องขอคุ้มครองชั่วคราว นั่นคือกรณีการสอบคัดเลือกผู้อํานวยการเขต ๒๒ เขต ครับ ปรากฏว่าพอยื่นร้องปัูบ ใช้สิทธิตามกฎหมายชัดเจนครับ และได้ใช้สิทธิคุ้มครอง ชั่วคราวขอไม่ให้มีการสอบคัดเลือกผู้อํานวยการเขตในอีก ๒๒ เขตการศึกษาครับ ตั้งแต่ รัฐมนตรีจาตุรนต์ ฉายแสง มาถึงท่านวิจิตร แล้วก็มาถึงท่านสมชาย แล้วก็มาถึงท่าน คนปัจจุบันนี้ ไม่เอ่ยชื่อเดี๋ยวจะหาว่าพาดพิง ๔ รัฐมนตรีวันนี้ปรากฏว่าศาลท่านก็ได้ ให้ความกรุณาโดยการให้การคุ้มครองชั่วคราว ๒๒ เขตนี้ยังไม่มีผู้อํานวยการเลยครับ ไปถามสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้เลยว่าจากการทําวิจัยแล้ว ปรากฏว่าใน ๒๒ เขตนี้ไม่มีผู้อํานวยการนั้นประสิทธิภาพการบริหารตกลงครับ ความเสียหายอยู่ที่ไหนครับ ใครรับผิดชอบตรงนี้ครับ จริงอยู่ครับ โดยหลักการนั้น ต้องเคารพรักษาสิทธิให้ประโยชน์คุ้มครองสิทธิของข้าราชการที่ไม่ได้รับความเปึนธรรม ในความรู้สึกของเขา เพื่อความสงบสุขของบ้านเมือง เพราะในอดีตไม่มีศาลปกครองอย่างนี้ แก้ปัญหาอย่างไรครับ ประท้วงกัน ดังนั้นสิ่งที่มีศาลปกครองนี้ดีเลิศเลยครับ สุดยอด ดี แต่ผมก็ไม่ทราบว่าการใช้สิทธิ เรื่องการคุ้มครองชั่วคราวนั้นอยู่ในบริบทประสานกับ ปรัชญาการคุ้มครองสิทธิแห่งสาธารณะอย่างไร ปรากฏว่าวันนี้สาธารณะได้เสียหายใน ๒๒ เขต เด็กนักเรียนครูบาอาจารย์ที่อยู่ในเขตการศึกษานั้น สอบไม่ได้ครับ ค้างอยู่ อย่างนั้นแหละครับ ๒๒ เขตนี้ ทางออกมันน่าจะมีอย่างอื่นการคุ้มครองสิทธินี่แน่นอน อาจจะให้รัฐใช้เงินค่าเสียหาย หากไม่สามารถจะกลับสู่สถานะเดิมได้ หรือให้กลับสู่ สถานะเดิมได้หลังจากนั้น แต่ว่าการคุ้มครองชั่วคราวน่าจะชะลอไว้เพื่อให้กลไกของรัฐ ในการบริหารจัดการทางการศึกษามันเคลื่อนไป กรณีอย่างนี้ผมกราบเรียนฝากเปึนข้อคิด ไว้เปึนรูปธรรม ซึ่งบางท่านอาจจะทราบ แต่บางท่านไม่รู้ว่าผลของกระทบนี้เปึนอย่างไร บางท่านอาจจะไม่รู้เรื่องนี้ผมจึงใช้เวลานี้ในการนําเสนอท่าน ผมจึงอยากจะให้ท่านได้มี วิธีการแก้ปัญหาสักนิดหนึ่งได้ไหมครับ นั่นคือบทบาทของศาลปกครองสูงสุดน่าจะมี ผมเข้าใจว่าท่านมีอยู่แล้วหรือเปล่าไม่ทราบนะครับ น่าจะมีโฆษกของศาล โฆษกของศาลนี้ น่าจะได้มีความฉับไวในการแก้ปัญหาครับ ยกตัวอย่างอย่างวันนี้มันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่มีการถ่ายทอดวิทยุไป อันไหนที่เปึนเรื่องความไม่เข้าใจต่อประชาชนท่านก็ให้โฆษกแก้ไป เรื่องเขาพระวิหารทําไมตัดสินเร็วก็แก้ไป ชี้แจงเขาทางข้อกฎหมายไป
และอีกอันหนึ่งซึ่งผมฝากท่านก็คือว่าศาลปกครองสูงสุดนั้นหลีกเลี่ยง ไม่พ้นหรอกครับจากภาวะการเมือง แต่ทําอย่างไรที่จะอยู่ในความร้อนนั้น โดยเราไม่ร้อน ด้วยครับ หลักปรัชญาทางพุทธก็คืออยู่ในที่ร้อนไม่ให้ร้อน อยู่ในที่มีสีไม่ให้ติดสีนั้น โอ้โฮ ไม่ง่ายครับ บังเอิญกรณีเกิดวิกฤตการณ์ก่อนวันที่ ๑๙ กันยายน ป้ ๒๕๔๙ ได้เกิด เหตุการณ์หลายครั้งเกี่ยวกับการเมืองที่มีชื่อของศาลปกครองเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยอยู่เสมอ แต่ผมไม่เห็นโฆษกของศาลปกครองออกมาชี้แจงหรือปกปัองบุคลากรของศาลปกครอง เลย เมื่อท่านไม่ออกมาปกปัองความเข้าใจมันก็ย้ําเตือนไปเรื่อย ๆ ครับ อันนี้ก็ต้องฝาก ท่านเลขาธิการไปลองไปพิจารณาดูเถอะครับ ต้องทําหน่วยงานประชาสัมพันธ์นี้ให้ เข้มแข็งแล้วชี้แจง ยกตัวอย่างกรณีพอทันทีที่ก่อนที่จะมีการปฏิวัติวันที่ ๑๙ กันยายน ศาลปกครองก็เข้าไปมีบทบาทในการตัดสินเรื่องคดีปกครองที่ขยายวงไปถึงเรื่องการ เลือกตั้ง เกิดเหตุชุลมุนกันก่อนวันที่ ๑๙ กันยายน พอเกิดเหตุการณ์วันที่ ๑๙ กันยายน รัฐประหาร ปรากฏว่าท่านเชื่อไหมครับ คืนนั้นเลยครับ สํานักข่าว ซีเอ็นเอ็น (CNN) ระบุชื่อบุคคลที่จะไปเปึนนายกรัฐมนตรีคือ ท่านประธานศาลปกครองสูงสุด คืออาจารย์ ของผม คือ อาจารย์อัคราทร ผมไม่รู้ว่ามีใครฟังบ้าง แต่ข่าวอย่างนี้มันไม่เปึนผลดีครับ เพราะท่านเปึนประธานศาลปกครองสูงสุด เปึนสถาบันตุลาการซึ่งไม่เกี่ยวกับฟาก การเมือง แต่สํานักข่าวเอาชื่อท่านไปออกเลยครับ แต่ว่าเวลาขณะนั้นผมก็ไม่อยู่ในฐานะ ที่จะมาชี้แจงได้นะครับ เพราะมันไม่อยู่ในบรรยากาศ และทันทีที่เกิดวิกฤติอีกในรัฐบาล ของท่านสมัคร ปรากฏว่าในวันที่ ๒๖ ตอนเช้า กลุ่มพันธมิตรยกกําลังบุกสถานีวิทยุ เอ็นบีที (NBT) (สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง ๑๑ เดิม) ยกกําลังบุกสถานที่ ราชการต่าง ๆ อึกทึกครึกโครมอย่างรุนแรง หนังสือพิมพ์ก็ลงข่าวชื่อของท่านอีก ไป เกี่ยวข้องกับบุคคลสําคัญอีกคนหนึ่งแถวสี่เสาเทเวศร์ เหตุการณ์ที่ชื่อของบุคคลสําคัญ ๆ ในศาลปกครองเข้าไปเกี่ยวเรื่อย ๆอย่างนี้ ผมเรียนด้วยความเคารพมันทําให้ท่านเสียหาย และเวลามัวหมองมันไม่ได้มัวหมองเฉพาะคน มันพันหมดครับ ตรงนี้จะแก้ได้ด้วยให้ประชาสัมพันธ์ชี้แจง หนังสือพิมพ์อาจจะผิดก็ได้ครับข่าว เพราะ เขาต้องขายข่าวเปึนหลัก ขายเร็วอาจจะผิดก็ได้ แต่ว่าเมื่อมันลงไปแล้ว สังคมไทยเปึน สังคมที่สนุกกับการซุบซิบนินทา ดังนั้นในภาวการณ์แห่งวิกฤติอย่างนี้ เปึน ความละเอียดอ่อนของสถานการณ์ทางการเมือง ซึ่งศาลก็อยู่ในวงจรขณะนี้ อีกทั้งได้มี บุคลากรพยายามจะสร้างปัญหา ใช้คําว่า ตุลาการภิวัตน์ โดยไม่แยกแยะว่าอะไรถูกอะไรผิด จากคําพูดอันที่ไม่เปึนมงคลนามเช่นนี้ แล้วศาลปกครองก็ไม่ได้แสดงบทบาทอย่างนี้เอง ผมเห็นว่าท่านเสียโอกาส นี่คือสิ่งที่ผมในฐานะมิตรของท่านจะนําข้อคิดและเนื้อหา ทางการเมืองที่ผมอยู่ตลอดจะได้นําเสนอแก่ท่าน และผมคิดว่าน่าจะเปึนประโยชน์ แต่วันนี้ด้วยความเคารพ ผมยังเชื่อมั่นในศาล เชื่อมั่นในสถาบันศาลของเรา เชื่อมั่นในตัว ท่านผู้พิพากษา เชื่อมั่นในตัวอาจารย์ของผม แต่สําหรับบุคคลบางคนอาจจะเปิไปบ้าง อย่างไรนั้นเปึนเรื่องที่ท่านจะต้องไปว่ากันเอง แต่โดยหลักการนั้นผมยังยืนอยู่ในจุดที่ เชื่อมั่น และพยายามอย่างยิ่งที่จะทําหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการนําเสนอ สิ่งที่เปึนทางออกและเปึนทางบวกที่ดี ขอบพระคุณครับ