สุชาติ เวโรจน อธิบายเขตอำนาจศาล ๗ แห่ง โดยชี้แจงว่าซานติก้าผับไม่อยู่ในการคุ้มครองชั่วคราวเนื่องจากคดียังอยู่ที่ศาลสูง และระบุว่าเรื่องอาคารและทางหนีไฟเป็นหน้าที่ของ กทม. และตำรวจ ไม่ใช่ศาล สุชาติ เวโรจน อธิบายกลไกการอุทธรณ์ภายใน 90 วันก่อนฟ้องศาลปกครอง พร้อมเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับข้อสังเกตเรื่องอัตรากำลังลูกจ้างชั่วคราว โดยหารือประเด็นการชี้แจงของสำนักงานศาลปกครองต่อสภาตามมาตรา ๙๓ ที่กำหนดให้ต้องรายงานผลการทำงาน และอธิบายว่าคดีความเป็นเรื่องที่ต้องตัดสินตามหลักกฎหมายเพื่อให้เป็นยุติ ไม่ใช่ใช้เสียงส่วนใหญ่วิจารณ์ เพราะบางเรื่องถูกผิดขึ้นอยู่กับตัวมันเอง บางเรื่องขึ้นอยู่กับกฎหมาย ซึ่งศาลตัดสินตามกฎหมายจึงไม่ควรนำมาถกเถียงกัน
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผมขออนุญาตตอบไล่เรียงไปทีละ ท่านเลยนะครับ ท่านสุวโรชได้ให้ข้อสังเกตที่มีประโยชน์มากครับ เพราะว่า ในหน้าที่ ๒๐ หน้าที่ ๒๑ นั้นได้บอกเขตอํานาจศาลเอาไว้ซึ่งเปึนของเดิมนะครับ จริง ๆ แล้วในปัจจุบันนี้เรามี ๗ ศาล แล้วก็ได้มีการประกาศเขตอํานาจศาลครอบคลุมศาล ที่ยังไม่ได้เป่ดนะครับ จริง ๆ น่าจะแสดงอันนี้ด้วยเพื่อไม่ให้ประชาชนสับสนนะครับ อันนี้ผมยอมรับผิด นะครับ อย่างไรก็จะเอาไปแก้ไข ท่านประสิทธิ์ท่านถามถึงซานติก้า ผับ ต้องเรียนว่า ซานติก้า ผับนั้นศาลไม่ได้คุ้มครองแล้ว เมื่อไม่ได้คุ้มครองก็ถือว่ายังเป่ดไม่ได้นะครับ แล้วก็ข้อสําคัญคดีก็ยังไม่ถึงที่สิ้นสุดนะครับเพราะว่าคดียังอยู่ที่ศาลสูง ฉะนั้นก็ยังเป่ด ไม่ได้อยู่วันยังค่ํา ต้องกราบเรียนว่าผมไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าทําไมเป่ดมาได้อย่างไร ทีนี้ที่ ท่านสมาชิกได้กรุณาถามผมว่า ศาลไปดูอาคารหรือเปล่าว่ามันไม่มีทางหนีไฟ มันไม่ถูกต้องทําให้เกิดเพลิงไหม้ คืออย่างนี้ครับ เรื่องอาคารมันเปึนเรื่องของ กทม. นะครับ ซึ่งเขาเปึนผู้เชี่ยวชาญโดยตรง แล้วก็เปึนเรื่องของตํารวจที่เขาจะต้องมีหน้าที่ดูแล นะครับ เปึนเจ้าหน้าที่เขตด้วย จะต้องเข้าไปดูแลในเรื่องของว่าแบบนั้นถูกต้องหรือไม่ เหตุที่ศาลคุ้มครองในตอนแรกนั้นก็เพราะว่ากฎหมายเก่าเขาบอกว่า ในขณะที่ยื่นขอ อนุญาตอาคารยังไม่ต้องเสร็จ ฉะนั้นมันไม่มีประเด็นเรื่องอาคารเข้ามาเกี่ยวในเรื่อง คุ้มครองชั่วคราวในช่วงนั้นเลย ศาลก็มองว่าเมื่อกฎหมายเก่าไม่ได้เขียนเอาไว้ แล้วก็ไม่ได้ กําหนดเงื่อนไขเอาไว้ ก็ไม่เข้าเงื่อนไข ต้องไม่คุ้มครองเขา อันนี้ก็กราบเรียนเพื่อ ประกอบการพิจารณานะครับ
ส่วนในเรื่องของอีกคําถามหนึ่งที่ท่านประสิทธิ์ฝากถามก็คือว่า อุทธรณ์นี่ กลัวว่าอุทธรณ์ไปแล้วเมื่อไรจะกลับ ตามกฎหมายเขาบอกเอาไว้นะครับว่าอุทธรณ์แล้ว จะต้องมีคําตอบกลับมาภายใน ๙๐ วัน ฉะนั้นมีกําหนดระยะเวลาไว้หมดนะครับ เวลา ข้าราชการที่ไม่ได้รับความเปึนธรรมหรือว่าราษฎรที่ไม่ได้รับความเปึนธรรมจากเจ้าหน้าที่ ของรัฐก็ให้อุทธรณ์ภายในฝ์ายบริหารเสียก่อน แล้วก็ถ้าไม่มีคําตอบก็คือไม่ตอบมาภายใน กําหนดระยะเวลาที่กฎหมายกําหนดแล้วก็สามารถที่จะมาฟัองศาลปกครองได้เลยนะครับ ฉะนั้นต้องเรียนท่านนะครับ
คําถามต่อไปจากท่านชัยวัฒน์ ก็ต้องกราบขอบพระคุณในเรื่องข้อแนะนํา ในเรื่องอัตรากําลัง ถ้าเจ้าหน้าที่ของ ก.พ. (สํานักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน) มาได้ยิน กระทรวงการคลังมาได้ยิน ก็คงจะเปึนประโยชน์ในการรับข้อสังเกตของท่านไป นะครับ อันนี้ก็กราบเรียนท่านนะครับ ส่วนลูกจ้างชั่วคราวของศาลปกครอง ปกติงานไม่หมดเราก็จะจ้างต่อนะครับ แล้วก็ส่วนใหญ่ถ้าอยู่ไม่นานเขาพยายามที่จะ พัฒนาตัวเองและก็สอบเปึนข้าราชการกันก็เยอะ ในขณะนี้ก็เยอะทีเดียวนะครับ
สําหรับท่านพีรพันธุ์นะครับ ต้องเรียนว่าอย่างนี้ครับ คดีเขาพระวิหาร ท่านบอกว่า ท่านมองไม่เห็นเลยว่ามันเปึนคดีปกครองนะครับ ผมเรียนอย่างนี้ครับว่า จริง ๆ แล้วศาลก็ให้เหตุผลเอาไว้ในคําพิพากษานี่นะครับ ผมขออนุญาตอ่านให้ท่านฟัง นิดหนึ่งแล้วกันว่า ศาลมองว่าอย่างนี้ครับ เหตุผลที่เปึนคดีปกครอง ก็เพราะว่า ๑. กระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีเปึนเจ้าหน้าที่ของรัฐนะครับ เมื่อเปึนเจ้าหน้าที่ ของรัฐ เขาบอกองค์ประกอบของคดีปกครองส่วนหนึ่งให้ดูคู่กรณี ถ้าเปึนเจ้าหน้าที่ของรัฐ โอ.เค. นะครับ ก็เข้าองค์ประกอบ ๒. ให้ดูว่าการกระทํานั้นมันเปึนการกระทําทาง ปกครองหรือไม่ ศาลมองว่ามติที่เห็นชอบในการแถลงการณ์ร่วมไทย–กัมพูชา เปึนการ กระทําทางปกครอง เพราะว่ามติมันกระทบสิทธิแล้วก็ประโยชน์อันชอบธรรมของ ประชาชน ในอันที่จะครอบครอง รักษา อาณาเขตดินแดนแหล่งอารยธรรมและสิทธิในการ ประกอบอาชีพบริเวณชายแดน อันนี้คือเหตุผลที่ศาล ซึ่งท่านจะวิจารณ์ในแง่วิชาการก็ได้ ท่านไม่เห็นด้วยก็ได้ แต่ว่าผมเรียนข้อเท็จจริงให้ท่านฟัง อันนี้ก็อยู่ในคําพิพากษา แล้วส่วนที่ว่าเรื่องที่ลงหนังสือพิมพ์บอกว่ามีการเปลี่ยนองค์คณะ ผมกราบเรียนด้วยความ สัตย์จริงว่าตัวกระผมเองไม่ทราบ ผมก็ทราบจากหนังสือพิมพ์ อ่านจากหนังสือพิมพ์มา ตลอด แล้วก็ไม่ได้เข้าไปละลาบละล้วงหรือว่าไปขุดคุ้ยอะไรนะครับ ต้องกราบเรียนว่า ข้อมูลผมมีแค่นี้จริง ๆ นะครับ แต่ว่าที่ทราบมาก็คือคิดว่าข้อมูลที่รับฟังมามันก็ไม่ได้จริง ตามนั้นนะครับ อันนี้ก็กราบเรียนนะครับ
ท่านต่อไปท่านสมเกียรตินะครับ ท่านสมเกียรติบอกว่า ทําไมศาลไม่มาพบ ทําไมถึงปล่อยให้เลขาธิการมาพบสภานะครับ ทําไมศาลไม่มาชี้แจงเพื่อที่ว่าสภา จะได้ตรวจสอบ ผมเรียนอย่างนี้ครับว่า มาตรา ๙๓ ของกฎหมายจัดตั้งศาลปกครอง นะครับ ได้กําหนดเอาไว้ว่าให้สํานักงานศาลปกครอง ไม่ได้ให้ศาลปกครองนะครับ ให้สํานักงานศาลปกครองนั้นจัดทํารายงานการปฏิบัติงานของศาลปกครองและสํานักงาน ศาลปกครองเสนอต่อคณะรัฐมนตรี สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาป้ละ ๑ ครั้ง เรื่องนี้ กราบเรียนนะครับว่า ในกฎหมายเขียนว่าให้สํานักงานศาลปกครอง นี่คือเหตุผลว่าทําไม เลขาธิการสํานักงานศาลปกครองจึงต้องมาชี้แจงต่อสภานะครับ แล้วผมกราบเรียนว่า จริง ๆ แล้วอย่างที่ได้กราบเรียนตั้งแต่ต้นว่า ปกติถ้าข้อพิพาทในเรื่องของคดีความ ถ้าตัดสินอะไรออกมาแล้วยากที่คนจะเห็นพ้องต้องกันหมด ถ้าเอาเรื่องคดีความชี้ถูก ชี้ผิด มาเถียงกัน ผมว่าเถียงกันทะเลาะกันตายนะครับ ฉะนั้นในสังคมของประชาธิปไตย ทั้งหลาย เขาถึงต้องกําหนดว่าคําพิพากษาศาลให้เปึนยุติ จะเห็นด้วย ไม่เห็นด้วยก็ยุติ นะครับ เพราะตัดสินใจในพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์ในกรณีของศาลไทยเรา นะครับ ฉะนั้นไม่มีประโยชน์ที่จะมาพูดหรือว่าวิจารณ์เพราะว่าได้ตัดสินไปแล้วนะครับ ส่วนการที่ว่าถ้าเอามานั่งถกเถียงกันผมว่าเปึนประเด็นที่ยากที่จะหาข้อยุติได้นะครับ ผมบอกให้ว่า ถ้าคนที่เรียนกฎหมายจะถูกสอนมาตลอดว่าเสียงส่วนใหญ่ไม่ได้บอก ความถูกต้อง แต่เสียงส่วนใหญ่บอกความต้องการต่างหาก ฉะนั้นเราใช้ คนส่วนใหญ่ที่ออกเสียงออกเพื่อแสดงให้เห็นถึงความต้องการว่าต้องการให้เปึนอะไร ต้องการกฎหมายแบบไหน ต้องการนโยบายอย่างไร แต่ถ้าบอกว่ามาชี้ถูก ชี้ผิดในเรื่อง ของกฎหมายด้วยแล้วซึ่งมันต้องเรียนจนได้บัณฑิตนะครับ ผมว่าเอาเสียงส่วนใหญ่ที่เปึน คนทั่วไปมาชี้คงลําบากแล้วก็เถียงกันตาย แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งความถูก ความผิด ในโลกนี้มีอยู่ ๒ ประเภทนะครับ ประเภทแรกนั้น ก็คือถูกผิดโดยตัวของมันเองนะครับ ถูกผิดโดยตัวของมันเองไม่ต้องมีใครมาสอนเรา เราก็รู้ว่ามันถูกมันผิด อย่างนี้ไม่มีปัญหา ครับ เวลาที่เราจะเถียงกันเรื่องถูก เรื่องผิด เพราะว่าสังคมมันสอนเรามาอย่างนั้น อย่างเช่น การไปลักทรัพย์เขา ไปเอาของเขา ไปโกงเขา อย่างนี้ถามทุกคนในห้องนี้ ก็ไม่มีใครบอกว่า สิ่งนั้นผิด สิ่งนั้นถูก ทุกคนรู้อยู่แก่ใจว่า อะไรถูก อะไรผิด อย่างนี้ครับ ถูกผิดในตัวเอง อย่างนี้ไม่มีปัญหาเวลาตัดสิน แต่ว่าบางเรื่องมันถูกผิด เพราะกฎหมาย เขียนให้มันถูกมันผิด มันไม่มีถูกผิดโดยตัวมันเอง หลาย ๆ เรื่องนะครับ ผมยกตัวอย่าง อย่างเช่น ขับรถ ชิดซ้าย ชิดขวานะครับ ถ้าท่านไปเถียงกันท่านเถียงกันตายเลยนะครับ แต่ว่าถูกผิดเพราะอะไร เรารู้ได้อย่างไรว่าชิดซ้ายถูกในเมืองเรา ก็เพราะว่ามันมีกฎหมาย เขียนถูกไหมครับ ฉะนั้นบางเรื่องมันถึงต้องเอากฎหมายเปึนหลัก แต่ว่ามันถูกผิดโดย ตัวของมันเองโดยอะไรมันเถียงกันจนไม่รู้จบแน่นอน ฉะนั้นในเรื่องคดีปกครองผมเรียนว่า มันมีหลาย ๆ เรื่องว่าความถูกผิดนั้นมันเกิดขึ้น เพราะกติกากฎหมายเขียนให้มันถูก มันผิด ศาลตัดสินก็ตัดสินตามกฎหมาย ถ้าจะมาชําแหละกันในเรื่องของบอกว่าความ ถูกผิดโดยความเห็นของแต่ละคน ผมว่าไม่มีที่ยุตินะครับ อันนี้ต้องกราบเรียนนะครับ นี่ก็เปึนเหตุผลส่วนหนึ่งนะครับที่ผมคิดว่า คนร่างกฎหมายก็เลยไม่เอาศาลเข้ามาชี้แจง นะครับ อันนี้ผมไม่ทราบถูกผิดอย่างไรนะครับ แต่ว่าความคิดเห็นผมนะครับ เพราะ ผมไม่ได้อยู่ในตอนที่ร่างกฎหมาย แต่ผมอ่านตามกฎหมายที่เขาเขียนว่าให้สํานักงาน ศาลปกครองนั้นเปึนผู้ที่มาชี้แจงนะครับ ตัวเลขาธิการก็ต้องมาชี้แจงนะครับ
อีกเรื่องหนึ่งต้องกราบเรียนนะครับ ต้องขอบคุณในเรื่องที่ได้เตือนว่า ศาลปกครองไม่ควรเอาเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ มาพิจารณา อย่างเรื่องขึ้นค่ารถเมล์หรืออะไร ผมต้องกราบเรียนอย่างนี้ครับ ในเมืองนอกคดีที่พาดหัวข่าวในหนังสือพิมพ์เมืองนอก มีอยู่ ๒ เรื่องที่เปึนคดีแล้วพาดหัวประจําเลย คดีแรกคือเรื่องคดีอาญา ฆ่ากัน ปล้นกัน ข่มขืน อย่างนี้พาดหัวประจํา และอีกหนึ่งคดี ที่พาดหัวประจําก็คือคดีปกครองครับ แต่ถามว่าทําไมบ้านเราไม่เปึนอย่างนั้น ก็เพราะว่า บ้านเรายังไปไม่ถึงอย่างนั้น คนยังไม่ค่อยเข้าใจว่าการตรวจสอบอํานาจรัฐเปึนสิทธิที่พึงมี พึงได้ พึงกระทําของคนไทย เพราะคนไทยถูกสอนมาอย่างนั้นนะครับ เรื่องการเปึนคดี ขึ้นโรงขึ้นศาล การทะเลาะกับเจ้าหน้าที่ของรัฐเปึนเรื่องที่ไม่พึงกระทํา คนไทยถึงถูกสอน ให้เปึนอย่างนั้น ก็เลยไม่ค่อยมี แต่ผมเรียนยืนยันว่าเมืองนอกคดีเล็กคดีน้อย แค่ขับรถไป แล้วเห็นว่าไฟฟัาข้างทางดับมันเปึนประเด็นข้อขัดแย้งแล้วในเรื่องของประชาชนกับ เจ้าหน้าที่ของรัฐ เพราะเจ้าหน้าที่ของรัฐนั้นละเลย ทําให้ไฟเสีย เขาขับรถเขาอาจจะเกิด อุบัติเหตุก็ได้ อันนี้ผมกราบเรียนนะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องเล็กน้อย เรื่องประเด็นที่คิดว่า เล็ก ๆ น้อย ๆ ผมว่าเปึนประเด็นถ้าเปึนเรื่องความเดือดร้อนของชาวบ้าน เพราะฉะนั้น ศาลปกครองต้องทําครับ อันนี้ผมกราบเรียนเพื่อประกอบการพิจารณานะครับ นอกนั้น ก็คงไม่มีแล้วครับประเด็น ต้องขอขอบคุณท่านวัชระที่พูดแทนคนโดยสารรถเมล์นะครับ ขอบพระคุณครับ