สมเกียรติ ศรลัมพ์ หารือเรื่องศาลปกครอง โดยวิพากษ์วิจารณ์กระบวนการทำงานของศาลที่ไม่ชัดเจน และไม่มีบรรทัดฐาน ทำให้ประชาชนไม่เชื่อมั่นในความเป็นธรรมของศาล และเรียกร้องให้ศาลมีความกล้าหาญในการตัดสินอย่างไม่เกรงใจฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และเรียกร้องให้องค์กรอิสระที่มารายงานต่อสภาให้ผู้รับผิดชอบมารายงานโดยตรง
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้เกียรติทุกท่านครับ ผม สมเกียรติ ศรลัมพ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อแผ่นดิน ผมได้ฟังการถามของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ผมเห็นใจ เพราะว่าทุกคนตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับศาลปกครอง ผมนี่ได้เฝัาติดตามการทํางาน ของศาลปกครอง ผมเรียนเรื่องศาลปกครองนี่นะครับ มาตั้งแต่สมัยอาจารย์อมร จันทรสมบูรณ์ เปึนคนที่มุ่งมั่นที่จะให้มีศาลปกครองเกิดขึ้น ท่านทราบไหมครับว่า สิ่งที่เราต้องการในทางวิชาการกับสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันของศาลปกครองนั้นต่างกัน โดยลิบลับ ผมไม่รู้ว่าศาลปกครองเอาหลักเกณฑ์อะไรมาพิจารณา ผมเห็นท่านสมาชิก ต่าง ๆ ได้ถามมานี่ วันนี้ผมจะไม่ถามหรอก เพราะผมไม่เชื่อว่าท่านทั้งหลายที่นั่งอยู่นี่ สามารถตอบคําถามได้ เพราะผมเห็นใจในสมัยที่องค์กรสิทธิมนุษยชนมารายงานต่อสภานี่ ครั้งนั้นผมบอกท่านสมาชิกว่าอย่าไปรับ การที่องค์กรอิสระป้หนึ่ง ท่านมาพบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเปึนตัวแทนของประชาชนครั้งเดียว ทําไมจะพบไม่ได้ ท่านให้เลขามาพบ เลขาของแต่ละคณะ เลขานี่เปึนหน่วยงานธุรการ ซึ่งไม่มีอํานาจ วินิจฉัย ไม่มีอํานาจที่จะมีคําตอบเรื่องใด ๆ เลย เกี่ยวกับคําวินิจฉัยนั้น ไม่ว่าท่านพีรพันธุ์ พูดเมื่อสักครู่นี้เปึนสาระสําคัญในการตัดสินในการวินิจฉัยของศาลทั้งสิ้น ผมอยากจะรู้ว่า ทําไมศาลจึงมาที่นี่ไม่ได้ มีกฎหมายรัฐธรรมนูญไหนห้ามบ้าง ที่ในฐานะตัวแทนของ ประชาชนจะสอบถามไม่ใช่ถามคําวินิจฉัยว่าทําอย่างไรคดีนั้นจึงเปึนคดี ไม่ใช่ แต่ถาม บรรทัดฐานของการตัดสิน ผมเชื่อว่าสมาชิกทุกคนได้ถามมาครบถ้วน ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้ ไม่ควรจะเกิดขึ้น ผมขอให้คําพูดต่อสภาครั้งนี้ว่า ขอให้สภาทําว่าองค์กรอิสระที่จะมา รายงานประจําป้นี่นะครับ ให้ผู้รับผิดชอบโดยตรงมารายงานโดยตรง ไม่ว่าสภาของ สหรัฐอเมริกา ไม่ว่าสภาของแต่ละประเทศทั่วโลก เขาให้ความสําคัญของสภาผู้แทนราษฎร เพราะว่าทุกคนรับผิดชอบ ทุกคนนี่กินเงินเดือนของภาษีอากรของประชาชน ทําไมท่านจะ ให้คําตอบต่อประชาชนไม่ได้ว่าผลงานการกระทําของท่านนั้นเปึนอย่างไร นี่ผมเห็นด้วย นะครับ ที่ท่านต้องมาบากหน้าตอบคําถามต่าง ๆ ซึ่งท่านก็ตอบไม่ได้ พอตอบไม่ได้ แล้วอะไรเกิดขึ้น ก็เกิดอารมณ์ค้างต่อประชาชน แล้วประชาชนก็อึดอัดขัดข้องใจว่า ความอยุติธรรมมันเกิดขึ้น ผมขอเรียนท่านว่าป้หน้าไม่ว่า
- ๗ ๕ / ๑ องค์กรอิสระต่าง ๆ ใดก็ตามมานี่นะครับ ลองดูสิครับ กฎหมายรัฐธรรมนูญเขียนว่า การเข้าไปก้าวล่วงต่อการปฏิบัติหน้าที่หรือก้าวล่วงต่อการวินิจฉัย อันนั้นเปึนการกระทํา ต่อการก้าวล่วงการทํางานขององค์กรอิสระ แต่ไม่ใช่ว่าการสอบถามถึงความเห็น ถึงกรณีความไม่ชอบธรรมของประชาชนในกระบวนการวิธีการนั้นไม่สามารถกระทําได้ ผมอยากให้สภาได้รับทราบด้วยว่า กระทําได้หรือไม่ ได้ในระดับใด ผมจะยกตัวอย่างเช่นว่า ผมเคยพูดในงบประมาณทีหนึ่งแล้วตอนมาชี้แจงงบประมาณ ซึ่งท่านทั้งหลายก็นั่งอยู่ที่นี้ว่า ศาลปกครองปัจจุบันไปนําข้อขัดแย้งเห็นว่า ถ้าประชาชนเดือดร้อนศาลปกครองมีอํานาจ วินิจฉัยได้ ผมอ่านสาระสําคัญของอํานาจหน้าที่ผมเห็นว่า เขาเขียนไว้ชัดเจนนะครับว่า สาระการทํางานของศาลปกครองมีกรณีใดบ้าง แต่ว่าระเบียบวิธีพิจารณาสิ่งใดต่าง ๆ ถ้าท่านไปตีความหมายความกว้างอะไรที่ประชาชนเดือดร้อน ศาลปกครองเข้าไปก้าวล่วง ได้หมด ผมเชื่อว่าศาลปกครองจะไม่ศักดิ์สิทธิ์หรอก ไปเอาเรื่องขี้หมูราขี้หมาแห้งของ ประชาชนเข้ามา ผมยกตัวอย่างเช่น กรณีมีการวินิจฉัยของคณะกรรมการกําหนดราคา ค่าโดยสารของสมัยที่มีน้ํามันขึ้น ให้รถโดยสารสามารถขึ้นราคาได้ พอคณะกรรมการ มีวินิจฉัยว่า ให้ขึ้นราคาได้ ศาลปกครองไปคุ้มครองชั่วคราวว่า ขึ้นไม่ได้ รถต่าง ๆ เขาเดือดร้อนเขาขาดทุน เขาก็เลยมาร้องกระทรวงคมนาคม ผมยังเรียนเลยมันน่าจะไป ร้องศาลปกครอง ที่ไม่ได้ดูเลยสาระสําคัญกว่าเขาจะถึงขั้นตอนนี้เขาได้ประชุมกัน อย่างไรบ้าง แล้วไปวินิจฉัยแบบนั้นเสร็จแล้ว เปึนอย่างไรครับ ผลที่สุดศาลปกครองก็ต้อง มาวินิจฉัยใหม่ให้ขึ้นได้ ผมถามว่าอย่างนี้มันถูกหรือ ไปคุ้มครองชั่วคราวอย่างนั้น มันไม่ใช่ ถ้าฝ์ายบริหารเขามีกระบวนการขั้นตอนในการทํางานกว่าจะวินิจฉัยในแต่ละ เรื่องแล้ว ครบขั้นตอนท่านต้องให้ เพราะว่าฝ์ายบริหารรับผิดชอบต่อประชาชน ถ้าฝ์ายบริหารที่เลือกมานี่นะครับ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาประชาชนได้ แล้วศาลก็คอยมา อย่างนี้ แล้วบ้านเมืองมันจะอยู่กันอย่างไร ผมเห็นด้วยที่สาระสําคัญของกฎหมายที่เขียน ไว้ว่า คดีกรณีต่าง ๆ นั้นที่เกี่ยวกับการวินิจฉัยที่เกี่ยวข้องการใช้อํานาจปกครองที่สมมุติว่า ให้อํานาจอย่างปัจจุบันที่ท่านสมาชิกพูดนี่ครับ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ท่านไม่ได้รับ ความเปึนธรรมแบบนี้ ท่านก็บอกพยายามจะส่งมา ศาลปกครองต้องรีบวินิจฉัยให้ชัดเจน ว่ากรณีที่การย้าย อันนี้ไม่ใช่เปึนการย้าย เปึนการโยกเข้าไปทํางาน เหมือนกับการโยก อธิบดีกรมตํารวจทั้งหมด สมัยที่ผ่านมาเขาก็จะใช้วิธีเอาไปไว้ที่สํานักนายกรัฐมนตรี ไม่ได้ย้าย ไม่ได้มีความผิด เปึนการวินิจฉัยอันนั้นถูกไหม ถ้าถูกก็บอกว่า ถูก เอาเสียให้จบ ให้ประชาชน ถ้าผิดก็บอกว่า ผิด แล้วก็กลับกันใหม่เสีย นักการเมืองจะได้ไม่กระทํา แต่มีเหตุการณ์แล้วท่านไม่สร้างบรรทัดฐาน แล้วสังคมจะอยู่ได้อย่างไร สิ่งเหล่านี้แหละ เปึนสิ่งที่ต้องการให้ศาลปกครองสร้างบรรทัดฐาน ให้ข้าราชการมีความรู้สึกว่าตัวเองทํา อะไรบ้าง ทําอะไรไม่ได้บ้าง อย่างนี้สิครับจึงจะเปึนที่น่ารักน่าศรัทธา และจะเปึนคนสร้าง บรรทัดฐานให้กับสังคม แต่ว่าท่านกลับไปเอาเรื่องความขัดแย้งเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ มา ผมขอเรียนถามเลยครับว่า คดีศาลปกครองมันเปึนคดีที่เกี่ยวกับการวินิจฉัยสั่งการของ อํานาจของหน้าที่ ของคําสั่งการ เพราะฉะนั้นมันไม่ควรจะมีคดีมาก พอคดีอันนี้เปึน บรรทัดฐานนี่นะครับ พอคดีใหม่ที่มาสร้างเกี่ยวกับบรรทัดฐานเดียวกันต้องวินิจฉัยได้แล้ว ว่ามันซ้ํากับคดีที่เท่านั้น ๆ ได้เคยวินิจฉัยเปึนต้นแบบแล้ว ไม่ใช่คดีแพ่ง คดีอาญาที่มี สภาพข้อเท็จจริงที่ต่างกัน คดีศาลปกครองจะมีเกี่ยวกับเรื่องบรรทัดฐานของข้อกฎหมาย ระเบียบ ที่ชัดเจน เพราะฉะนั้นผมขอกราบเรียนว่าศาลปกครองเมื่ออยู่ไปประมาณ ๓ ป้ ๕ ป้ ๑๐ ป้ จะต้องมีบรรทัดฐานชัดแล้ว ถ้ากรณีใดฟัองที่ตรงกับคําวินิจฉัยเดิมไม่ต้องมา พูดกันเลย เพราะว่าวินิจฉัยไปแล้ว ผมอยากเห็นอย่างนั้น ผมเลยเรียนท่านครับ อันนี้ ท่านต้องมานั่งบากหน้าฟังการระบายความรู้สึกของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเจ็บปวด แทนประชาชน เพราะฉะนั้นแล้วผมขอกราบเรียนท่านครับว่า ในป้หน้านะครับ อยากจะ ให้ศาลผู้รับผิดชอบมาเองเหมือนองค์กรสิทธิมนุษยชนว่า พอเราบอกไม่มาเขามาทันที แล้วศาลจะได้องอาจกล้าหาญตัวเองตัดสินอย่างไร สามารถตอบพี่น้องประชาชนได้ว่าทําไมถึงอย่างนั้น ไม่ใช่บอกว่าเอาเปึนคดีนะครับ เอาเปึนบรรทัดฐานให้เห็น คนจะเกิดความเชื่อมั่น เกิดความศรัทธา แล้วเวลางบประมาณ เข้า อะไรเข้าเราเห็นเลยว่า ถ้าศาลเปึนที่หวังของประชาชนอะไรก็อยากจะสนับสนุน แล้วถ้าศาลก็ตาม องค์กรก็ตามมาเปึนความรู้สึกว่าแปลกแยกกับองค์กรของประชาชน แล้วท่านคิดดูสิครับอนาคตสมาชิกเริ่มพูดแล้วครับ ถ้าอึดอัดต่อไปเปึนแบบอเมริกาไหม จะต้องให้ศาลมารับรองโดยสภาซึ่งผมไม่เห็นด้วย เพราะผมไม่เชื่อว่าในทางการเมืองจะมี ความยุติธรรม การเมืองเปึนเรื่องของการต่อรอง เปึนเรื่องของผลประโยชน์ เพราะฉะนั้น แล้วจะทําให้ระบบศาลไม่ได้มาตรฐานหนักขึ้นไปอีกถ้าเอามาอยู่ในครรลองของการเมือง เพราะฉะนั้นเมื่อมันเปึนอย่างนี้แล้ว ท่านครับ สร้างมาตรฐานของศาลเถอะครับ ให้ชัดเจน แล้วก็มารายงานให้ประชาชน ให้ประชาชนได้เคลียร์ตอบ รัฐบาลดูแลประเทศใหญ่ที่สุด เลยในอํานาจบริหาร รัฐบาลยังต้องมารับผิดชอบต่อสภา ทําไมองค์กรนิติบัญญัติ ก็รับผิดชอบ บริหารก็รับผิดชอบ ตุลาการทําไมไม่รับผิดชอบ ผมอยากให้เปึนอย่างนั้น เมื่อท่านเปึนอย่างนั้นความรู้สึกต่อประชาชน ต่อผู้พิพากษาก็จะมีความชัดเจน มีความ โต้ตอบกันได้ชัดเจน ผมเชื่อครับว่าสังคมเราก็จะมีความสะดวก มีความรู้สึกว่าเรามีความ ใกล้ชิด แต่ถ้าท่านขาลอยต่อประชาชน ไม่รับผิดชอบต่อสภา ผมเชื่อครับว่าในอนาคต ข้างหน้า ความว้าเหว่ ความเหงา ความรู้สึกที่ท่านรู้สึกว่า อย่าไปคิดนะครับท่านมีอํานาจ เหนือประชาชน วันรุ่งขึ้นมีการพัฒนาการมากขึ้นท่านจะไม่มีมวลชนรองรับ แล้วถึงวันนั้น ความรู้สึกของประชาชนที่จะเสียดายบรรทัดฐานของศาลมันจะน้อยลง ซึ่งผมเคารพและ ศรัทธาความรู้สึกที่ศาลได้ให้ความยุติธรรมให้กับคน แต่ว่าถ้าปล่อยไปเรื่อย ๆ แล้วมี ความขัดแย้งมากขึ้นต่อความรู้สึก เราจะสูญเสียความเชื่อมั่นของสถาบันศาลที่มีต่อ ประชาชน ผมขอฝากท่านแค่นี้ครับ