ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง หารือเรื่องการปฏิบัติงานของศาลปกครองและสํานักงานศาลปกครอง ประจําปีพ.ศ. 2550 และการเปลี่ยนแปลงในระบบการจ้างงานข้าราชการ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการให้ข้าราชการได้ศึกษาและพัฒนาทักษะการทำงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและความสามารถในการทํางาน
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยนาท ตอนนี้เอ่ยพรรค ได้หรือยังไม่แน่ใจครับ กกต. ยังไม่มีผลรับรองมาถึงผม แล้วก็เลยวันแล้วด้วย ที่ถูกน่าจะมาแล้ว แต่ยังไม่ได้รับ ก็ต้องขอประทานอภัยด้วย ความจริงท่านมีงานเยอะ ผมได้มาก็เพราะท่าน อยากจะกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า เมื่อสักครู่นี้ได้พูดถึงเรื่องรายงาน ผลการปฏิบัติงานของศาลปกครองและสํานักงานศาลปกครอง ประจําป้พุทธศักราช ๒๕๕๐ นะครับ ที่เอ่ยอย่างนี้เพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนหรือคนทั่วไปที่ติดตามไม่ต่อเนื่อง จะได้ทราบนะครับ ในเรื่องที่ท่านได้ชี้แจง ต้องขอกราบเรียนนะครับว่า ท่านยอมรับในเรื่อง ของตัวชี้วัด และในเรื่องของตัวชี้วัดที่จะต้องนําไปแก้ไข ผมจะต้องขอกราบขอบคุณครับ เพราะว่าอะไรก็ตามแต่เราได้แก้ไขได้ก็จะเปึนเรื่องที่ดี ผมเห็นด้วยครับ ต้องแก้ใหม่ครับ ผมเองอ่านนี่ครับ ไม่หัวเราะครับ เพราะประเทศของผม ผมหัวเราะไม่ออกครับ ถ้าผมหัวเราะกันก็ว่ากันเอง แล้วก็เปึนสิ่งที่ไม่เหมาะ แต่ชาติอื่น ประเทศอื่นเขาเห็นแล้ว เขาหัวเราะครับ เขารู้ว่ามาตรฐานเราอยู่ตรงไหน และเขารู้ด้วยครับว่าของเรายังอ่อนด้อย วิชาการขนาดไหนที่จะต้องศึกษา เพราะฉะนั้นอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่า ตรงนี้ต้องแก้ไข ฝ์ายวิชาการต้องเข้าไปศึกษา จริงครับ ไม่มีใครรู้มาก่อนเกิด ต้องเข้าไป ศึกษา แสดงว่าเราทํานี่ยังไม่มีความรู้ ความเข้าใจ เพราะฉะนั้นต้องไปทําครับ เพราะฉะนั้นต่างชาติก็จะอายเขาครับ ก็ขอเรียนอย่างนั้น
ในเรื่องของลูกจ้างก็ดีใจครับ ผมเองได้พูดหลายหน หลายครั้ง และท่าน ก็นําเรียนว่าในขณะนี้ ก.พ. (สํานักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน) ได้อนุมัติใน เรื่องของแท่งของข้าราชการ ต่อไปจะไม่มีลูกจ้างประจํา ก็จะเปึนพนักงานข้าราชการหมด ก็ดีใจ เพราะว่าสิ่งที่ผมต่อสู้มานี่ต้องเรียนว่าตั้งแต่ป้ ๒๕๓๑ ไม่อยากเห็นครับแผ่นดินนี้ ที่เปึนอย่างนี้ ทุกคนต้องเปึนข้าราชการในเบื้องพระยุคลบาททั้งหมดครับ เพื่อความ จงรักภักดี อยากจะกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า อีกเรื่องหนึ่งคือ ลูกจ้างชั่วคราวที่ท่านชี้แจงว่า ยังไม่เห็นด้วย ยังไม่สอดคล้องต้องด้วย เพราะว่าชั่วคราวนี่มันชั่วคราวจริง ๆ ผมเชื่อว่า ไม่ได้หมายความว่าป้นี้ท่านจ้างมาแล้ว ทํางานเรื่องนี้ จ็อบ (Job : งาน) นี้ เรื่องนี้เสร็จ งานนี้เสร็จแล้วท่านละเลย แล้วก็ท่านปล่อยเขาออกไป ไม่ใช่ครับ ผมเชื่อแน่ครับ ในหน่วยงานของท่านนี่ท่านมีลูกจ้างชั่วคราวคอยทํางานให้ท่านเยอะมาก ในตรงนี้ก็มีอยู่ ทั้งหมด ๑๒๐ ท่านด้วยกัน ใน ๑๒๐ ท่านอยากจะเรียนอย่างนี้ครับว่า ท่านก็คงจ้างเขาต่อ ในป้หน้านะครับ หลายคนอาจจะโดนออกไป เพราะท่านเห็นว่าทํางานไม่เข้าขา ไม่ถูกต้อง ขาดความรู้ ขาดอะไร ท่านก็เอาออกไป แต่ว่าส่วนหนึ่งยังอยู่ แล้วท่านก็คงต้องรับใหม่ เชื่อแน่ว่ารายงานต่อไป ในป้ต่อไป ไม่แน่ใจครับ อาจจะมีมากกว่า ๑๒๐ คน ถ้ามองลงไป ลึก ๆ การจ้างชั่วคราวของการจ้างงานก็เชื่อว่า การจ้างนั้นอาจจะจ้างถึง ๑๒ เดือนเต็ม และเช่นเดียวกันนะครับ ถ้าจ้าง ๑๒ เดือนเต็มนี่ แล้วก็มองลึกต่อไปครับ หน่วยงานหรือ งานที่ไปจ้างอาจจะเปึนงานเดิมด้วย โดยเฉพาะน้อง ๆ ที่เรียนมาในด้านธุรการ ต้องเข้าใจ นะครับ ต้องเข้าใจงานทั้งหมด ทั้งหลาย ทั้งปวงที่มันเดินได้นี่เพราะว่าบุคลากรเหล่านี้ ทั้งนั้นเลย แต่เราถูกละเลยครับ บ้านเมืองเราละเลยกับน้อง ๆ เหล่านี้ ที่จะมาเปึน ข้าราชการเหล่านี้ เพราะคนเหล่านี้คือคนที่จะทํางานให้เกิดความสําเร็จ แต่ปรากฏว่า เรากลับไปจ้างเขาเปึนชั่วคราวไป ไม่ได้ครับ ไม่เห็นด้วยครับ ต้องดําเนินการ ขออนุญาต อย่างนี้ครับ ผ่านไปทางท่านประธานสภา ทุกหน่วยงานครับ ถ้าเห็นด้วยกับผมก็ทําไปใน ข้อคิดเห็นต่อ ก.พ. เวลาเขาอนุมัติกรอบในการจ้าง งบประมาณหรืออะไรก็ตามแต่ครับ ท่านเขียนลงไปครับ ความคิดเห็นของสภาผู้แทนราษฎรเมื่อชี้แจงในเรื่องของการตรวจ รายงานการประชุม รายงานการประชุมนี่ได้ติติงหรือให้ข้อสังเกตตรงนี้มาว่า ไม่เห็นสมควรที่จะให้มี และก็เห็นสมควรที่จะเพิ่มเติมให้เขาเหล่านั้นไป อยากจะ กราบเรียนนะครับ คือจริง ๆ แล้วอยากจะเรียนอย่างนี้ท่านประธานครับว่า ถ้าเกิดว่า หน้าที่ของข้าราชการนี่ไม่อยากให้ทํางานเต็มมือ การทํางานเต็มมือนั้นหมายความว่า ไม่ได้เกิดการศึกษาเพิ่มเติมนะครับ ไม่เรียนรู้เพิ่มเติมแล้ว บุคลากรที่เราใช้งานหรือที่เรา ทําอยู่ทุกวันนี้ไม่ใช่ว่ามีอยู่จํานวนเท่านี้ แล้วเราก็ใช้เขาไป แล้วจํานวนวันเท่านี้ แต่ต้องให้เขาศึกษาเพิ่มเติมด้วย เมื่อสักครู่ดีใจนะครับท่านบอกว่ามีในหน่วยงานที่จะต้อง ไปศึกษา แล้วก็มีการอบรมเพิ่มเติมนี่เห็นด้วยนะ แล้วดี แต่ว่าอยากจะขออนุญาตการเพิ่ม วิทยฐานะเพิ่มขึ้น ในการศึกษาเพิ่มขึ้นในอัตรานี่ต่อป้ท่านต้องทําด้วย ผมอยากให้ท่านทํา ในสิ่งเหล่านี้ครับว่า ป้นี้เราจะเพิ่มบุคลากรให้จบปริญญาเอกนี่อีกสักกี่คน ปริญญาโทอีก สักกี่คน ปริญญาตรีสักกี่คน ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อส่งเสริมให้บุคลากรในประเทศของเรา หรือหน่วยงานของท่านนี่มีกําลังแข็งแกร่งให้จงได้ ให้เกิดความรู้ความเข้มแข็งให้จงได้ ตรงนี้ต้องทํานะครับ ผมอยากจะกราบเรียนนะครับว่า คณะกรรมการ ก.พ. คณะกรรมการ ข้าราชการพลเรือนนี่เปึนผู้กําหนดจริง แต่ว่าถ้าหน่วยงานเราทั้งหมดนี้ ทั้งในประเทศนี้ ทุกหน่วยงานมีความเห็นสอดคล้องกันนี่ ผมเชื่อว่าคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ก็ต้องฟังนะครับ ต้องฟัง เมื่อทุกหน่วยงานเขาเห็นสอดคล้องอย่างนี้เปึนขวัญกําลังใจ การเพิ่มประสิทธิภาพของบุคลากรต้องทํา อยากจะกราบเรียนนะครับบางหน่วยงาน ใช้ข้าราชการนี่เต็มอัตรากําลังเลย เต็มอัตรากําลังก็คือจํานวนทุกคนเลย แล้วก็เวลาก็ไม่ ว่างเลย อย่างนี้ไม่ได้ ไม่ถูกต้องครับ เพราะว่าอย่างที่ผมกราบเรียนเมื่อสักครู่ท่านประธาน ครับว่าต้องให้เขามีโอกาสได้ศึกษา และขณะเดียวกันนี่ไม่ได้ศึกษาเปึนลักษณะเพิ่ม วิทยฐานะเท่านั้นนะ ยังต้องศึกษาเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองของเราในโลก ของเราว่าอะไรบ้างที่มันเกิดขึ้น นั่นหมายความว่าเขาต้องมีเวลานะครับ ไม่ใช่ว่าเขา ทํางานเต็มเวลาเลย ไม่ได้พักได้ผ่อนเลย พอกลับไปก็ลูกอีกแล้ว เมียอีกแล้ว สามีอีกแล้ว ต้องดูแลกัน แล้วดูแลหนักอย่างนี้ แล้วเดี๋ยวกลางคืนนอนพอเช้ามาต้องทําอีกแล้ว อย่างนี้ บอกได้เลยท่านประธานครับ พวกเราทั้งหลายนี่ก็อยากจะกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า ท้ายที่สุดข้าราชการก็จะได้ความรู้เก่า ๆ ความรู้สมัยที่ไปเรียนมาในระดับปริญญา ไม่ว่าปริญญาตรี ปริญญาโทหรือปริญญาเอกแล้วก็เท่านั้นก็จบ แต่ไม่ได้ศึกษาเพิ่มเติม ตลอดระยะเวลา เพราะฉะนั้นการให้โอกาสของคนในการไขว่คว้า ในการที่จะศึกษา ตลอดระยะเวลานั้นเปึนเรื่องสําคัญ เพราะว่าการศึกษาที่เพิ่มเติมนั้นไม่ได้หมายความว่า ตัวเขาเองจะได้ คนเรียนนั้นเหน็ดเหนื่อยด้วย เผลอ ๆ ไม่ได้เลยครับ เงินก็เสีย เวลาก็เสีย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันเกิดความรู้ หรือเกิดความรู้เพิ่มเติมต่อบุคลากรแล้วก็ชาติต่อแผ่นดินของเรา เพราะว่าทุกคนนี่ถ้าเกิดว่าเรามีความรู้เพิ่มเติมมากขึ้นเท่าไร แสดงว่าองค์รวมและประเทศ ของเราคนของเรา พลเมืองของเรามีความรู้ หน่วยงานของเรามีความรู้เท่านั้น เพราะฉะนั้นผมอยากจะเห็นสิ่งเหล่านี้ท่านประธานครับ ก็ขอนําเรียนฝากไว้ด้วยครับ กราบขอบคุณครับ