สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ โดยเสนอว่าให้ผู้สูงอายุมีสิทธิได้รับเบี้ยยังชีพเป็นรายเดือน 2,000 บาท และเสนอให้คณะกรรมาธิการตรวจสอบเงินช่วยเหลือผู้สูงอายุ โดยเน้นย้ำว่าผู้สูงอายุหลายคนยังรอคอยเงินช่วยเหลืออย่างน้อย 500 บาทต่อเดือน

นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ มุกดาหาร

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมุกดาหาร พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ได้เปึนผู้หนึ่งที่เสนอร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุพร้อมคณะ ทั้งพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ๘ ท่านเลยนะคะ ท่านคุณหมอไกร ดาบธรรม และ ท่านประเสริฐ บุญชัยสุข คุณหมอวรรณรัตน์ ชาญนุกูล ท่านสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ ท่านวินัย ภัทรประสิทธิ์ ท่านวัชรพล โตมรศักดิ์ พรรครวมใจไทย มีความคิดที่อยากจะให้ ผู้สูงอายุนั้นได้เบี้ยยังชีพเปึนรายเดือน ตั้งแต่ที่ตั้งพรรคแล้วก็มีนโยบายที่จะให้ผู้สูงอายุนั้น เดือนละ ๒,๐๐๐ บาท ทั้ง ๆ ที่แต่ก่อนที่เขาได้นะคะ เขาได้อยู่ ๕๐๐ บาท แต่ให้ได้ ไม่ครบ ก็มาเกี่ยวพันกับรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ ที่เอื้อให้กับผู้สูงอายุ ในกฎหมาย รัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๓ กําหนดไว้เด่นชัดเลยว่า กําหนดให้บุคคลซึ่งมีอายุเกิน ๖๐ ป้ บริบูรณ์ และไม่มีรายได้เพียงพอแก่การยังชีพ มีสิทธิได้รับสวัสดิการ สิ่งอํานวยความ สะดวกและความช่วยเหลือที่เหมาะสมจากรัฐ ดังนั้นเพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติของ รัฐธรรมนูญดังกล่าว จึงสมควรแก้ไขเพิ่มเติมให้ผู้สูงอายุมีสิทธิที่จะได้รับเบี้ยยังชีพเปึน รายเดือนจากรัฐ ท่านคะ คําว่า รายเดือน นี้กินใจและให้กําลังใจกับผู้สูงอายุเปึน อย่างมาก ตั้งแต่ที่ดิฉันได้เปึนผู้แทนราษฎรป้ ๒๕๓๘ ได้รับทราบว่าผู้สูงอายุนี้ ควรจะต้อง ได้รับการดูแลจากภาครัฐ โดยให้การดูแลอย่างทั่วถึงและอย่างเปึนธรรม แต่ก็ขาดคําว่า สมศักดิ์ศรี มาในรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ นี้เพิ่มคําว่า สมศักดิ์ศรี ดีใจแทนผู้สูงอายุนะคะ อายุ ๖๐ ป้ขึ้นมา แล้วรู้สึกว่าตัวเองจะอ่อนเปลี้ยเพลียแรง แล้วยิ่งกลับหนักเข้าไปอีกก็คือ มีรายได้ไม่เพียงพอแก่การยังชีพ แล้วในกรณีที่วิกฤติเศรษฐกิจ เดี๋ยวนี้ข้าวของสิ่งของ ต่าง ๆ นั้นขึ้นราคา ท่านคะ เงิน ๕๐๐ บาทที่จัดให้ผู้สูงอายุแต่ละเดือน ๆ นั้น ท่านเหล่านั้น รอคอยมาตลอด แต่สิ่งที่ท่านได้รับนั้นก็คือ ๖ เดือนได้ครั้งหนึ่ง ใน ๖ เดือนกว่าจะได้เงินจากรัฐบาลที่ มอบให้แต่ละรัฐบาลที่คิดบอกว่าจะดูแลผู้สูงอายุซึ่งเปึนผู้ที่ทําให้เราเกิดมีชีวิต ณ ปัจจุบัน ผู้สูงอายุเหล่านี้รอตั้งแต่เริ่มต้นเดือน วันที่ ๑ วันที่ ๒ จนถึงวันที่ ๒๐ ของเดือนถึงจะได้รับ เงินเบี้ยยังชีพ ๕๐๐ บาท พอ ๖ เดือนรวมกันไปจํานวนรายชื่อที่จะให้ผู้สูงอายุนั้น ไม่เพียงพอ เนื่องจากว่าแต่ก่อนนั้นกําหนดให้แต่ละหมู่บ้านนั้นได้หมู่บ้านละ ๕ คน ๑๐ คน ๑๕ คน ทั้ง ๆ ที่ในหมู่บ้านนั้นมีเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ จาก ๑๐ ๒๐ ๓๐ จนเดี๋ยวนี้ ๘๐ คน จะมองเห็นได้จากงบประมาณที่จัดไว้ให้ อย่างแต่ก่อนนี้ป้งบประมาณคราวก่อน นั้นจัดงบประมาณให้กับผู้สูงอายุ ๑ ล้าน ๗ แสนคน พอมาในครั้งนี้จัดให้ในงบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ ๒ ล้าน ๕ แสนคน ท่านคิดดูสิคะ จากจํานวน ๗ ล้าน ๒ แสนคน ไม่ทั่วถึง แน่นอน และผู้สูงอายุที่นั่งรอ ๆ กันอยู่ในหมู่บ้านนั้นมีอยู่ ๕ คน คนเดียวได้ อีก ๔ คน นั่งมองตากันกระพริบ อย่างนี้แหละค่ะ ดิฉันจึงว่านโยบายของพรรครวมใจไทยที่เสนอมา ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมานั้นจัดว่าไม่ควรจะให้ ๕๐๐ บาท ให้เปึน ๒,๐๐๐ บาทไปเลย โครงการต่าง ๆ ที่จัดงบประมาณในการจัดเก็บรายได้สู่กองคลังในแผ่นดิน สามารถที่จะ จัดเกลี่ยให้กับผู้สูงอายุนั้นได้ทั่ว ๆ ถึง ๆ คําว่า สมศักดิ์ศรี นั้น ๕๐๐ บาท ตอนนี้ซื้ออะไร ไม่ได้ แต่อานิสงส์ได้ถึง ถ้ารัฐบาลให้ไปครบทุกเดือน แม้จะแค่ ๕๐๐ บาทก็ดี ในกรณีที่ ดิฉันเสนอกฎหมายนี้ขึ้นมาเพื่อต้องการอยากจะให้ผู้สูงอายุนั้นได้รับเงินเต็มทุกเดือน ๆ ณ ปัจจุบันนี้จัดงบประมาณไปให้ตั้งแต่วันที่ ๓๐ กันยายนถึงปัจจุบัน ๓๐ กันยายน ตุลาคม พฤศจิกายน ธันวาคม มกราคม เข้ากุมภาพันธ์ ๔ เดือน ผู้สูงอายุนั่งรอคอยกันอยู่ แต่ตอนนี้งบประมาณกลางป้ก็บอกว่าจะจัดสรรให้ แต่ได้บอกไปบอกว่าจะจัดให้วันที่ ๒๐ มีนาคม ต้องรอไปอีก ๑ เดือน ท่านคะ ผู้สูงอายุนี้ต้องกินข้าวทุกวันเหมือนกัน ถ้าเขา ไม่มีเงินกินข้าว แล้วเขาจะเอาอะไรมากิน ท่านช่วยเขาเถอะค่ะ กฎหมายตัวนี้ถ้าผ่าน ร่างสภาไปนี้ก็จะเปึนอานิสงส์ให้แก่ผู้สูงอายุทั่วประเทศ ๗ ล้าน ๒ แสนคน แม้จะไม่ทั่วถึง แม้จะได้เพียงน้อยนิดแค่ ๕๐๐ บาทต่อเดือนตามที่ได้กําหนดไว้ให้แต่ละทุกเดือน ทีนี้ดิฉัน อยากจะเสนอว่าสาระสําคัญในร่างพระราชบัญญัตินี้เกี่ยวแก่กับกรณีกําหนดให้ คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติมีอํานาจหน้าที่ในการกําหนดระเบียบเกี่ยวกับการอนุมัติ การจ่ายเบี้ยยังชีพเปึนรายเดือนแก่ผู้สูงอายุ ดิฉันอยากจะเสนอให้ถ้าหากว่ามีการตั้ง คณะกรรมาธิการ ก็อยากจะเสนอให้ว่าการที่ท่านรัฐบาลได้บอกว่า ให้ผู้สูงอายุนั้นไปขึ้น ทะเบียนผู้สูงอายุแล้วถึงจะจัดเงินผู้สูงอายุให้ ๕๐๐ บาทนั้น ขอร้องเถอะค่ะ ผู้สูงอายุนี้ ไม่รู้เลยว่าจะต้องไปขึ้นทะเบียนที่ไหน อยากจะให้คณะกรรมาธิการกําหนดลงไปเลยว่า ให้กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านนั้นอยู่ที่หมู่บ้านอยู่แล้ว ทะเบียนราษฎรในหมู่บ้านนั้นมี ผู้ใดที่มีอายุ ๖๐ ป้บริบูรณ์ ครบวันไหนจัดเข้าไปให้เลยค่ะ ไม่ต้องให้ผู้สูงอายุไปขอขึ้น หรือเดินไปบอกผู้ใหญ่บ้านว่า ดิฉันหรือตัวผมครับ ถึงอายุครบ ๖๐ ป้แล้วนะครับ จัดชื่อ ผมเข้าหน่อยนะครับ คงไม่มีแรงที่จะไปบอกอย่างนั้น ไม่ใช่นักเรียนเด็กเล็ก ดิฉันอยากจะ ขอให้คณะกรรมาธิการแจ้งระเบียบกันว่าไม่ต้องขึ้นทะเบียน โดยให้จดจาก ทะเบียนราษฎรในหมู่บ้านเลย ครบอายุ ๖๐ ป้ จัดเงินงบประมาณเบี้ยยังชีพให้เปึน รายเดือน ทีนี้ในกรณีที่การขอรับเงินของผู้สูงอายุควรที่จะกําหนดไว้ที่หมู่บ้าน ทุก ๆ เดือน กํานัน ผู้ใหญ่บ้านจะไปประชุมที่อําเภอ ทีนี้ในระเบียบนั้นกําหนดไว้แต่ก่อนว่า ให้โอนเงิน งบประมาณนี้ลงไปที่ อบต. อบต. กว่าจะได้รับเงิน กว่าจะได้ทําเงินเบิกออกมา แล้วก็จัดจ่ายให้กับผู้สูงอายุ ปาเข้าไปครึ่งเดือนไปแล้ว ๑ เดือนได้เงินครึ่งเดือนนะคะ ดิฉันจึงอยากจะขอเสนอในญัตตินี้นะคะว่า การที่จะจ่ายเงินนั้นควรที่จะมอบให้กับ ผู้ใหญ่บ้านในวันที่ท่านมาประชุมทุกวันที่ ๑ วันที่ ๒ ต้นเดือนจะมีการประชุมที่อําเภอ โดยท่านนายอําเภอเปึนผู้ดูแล ท่านคะ เงินผู้สูงอายุจํานวนเท่าไร เปึนเงินเท่าไร โอนให้ หมู่บ้านแล้วก็ให้ท่านผู้ใหญ่บ้านรับผิดชอบในการมอบเงินไป นัดผู้สูงอายุไว้เลยค่ะ ศาลาประชาคมในหมู่บ้าน กลางหมู่บ้านนั้นมีอยู่แล้ว ผู้สูงอายุนัดเวลาห้าโมงเย็น พร้อม ทุกคนละค่ะ ทุกคนที่จะมารับเงินนั้นเตรียมพร้อมไว้รอเลยนะคะ เงินนี้ทุกบาททุกสตางค์ จะตกถึงผู้สูงอายุทันที ณ วันที่ ๒ นะคะ ดิฉันจึงอยากจะขอเสนอเพื่อที่จะให้กรรมาธิการ วิสามัญทั้งหลาย เพื่อถ้าหากว่ามีการตั้งกรรมาธิการก็พิจารณาให้คณะกรรมการนี้ จัดระเบียบเปึนอย่างนี้นะคะ ดิฉันอยากจะขอบอกว่าการรับเงินนั้นอยากจะบอกผ่าน กรรมาธิการให้ทราบว่า ควรจะตั้งกําหนดว่า ห้ามรับแทน ผู้สูงอายุอายุ ๖๐ ป้ ๖๐ ป้ ๗๐ ป้ ๘๐ ป้ ๙๐ ป้นะคะ ในจังหวัดมุกดาหารอายุ ๘๐ กว่าป้ ๙๐ ป้นี้ยังนั่งทอผ้าและ สามารถที่เดินมารับเงินได้ ไม่ควรที่จะให้มีลูกหลานหรือมารับแทน พอให้ลูกหลานมา รับแทนปัูบ ไม่ถึงบ้านค่ะท่าน หลังจากศาลาประชาคมกลางหมู่บ้านเดินไปถึงบ้านจาก ๕๐๐ บาท เหลืออยู่ ๓๕๐ บาทนะคะ ไม่ทราบว่าจะตกหล่นไปที่ไหนแต่ก็คงลูกหลานเก็บ เอาไว้ แต่ก็ดีนะคะลูกหลานเก็บเอาไว้ แต่ก็ไม่ดีสําหรับผู้สูงอายุที่ได้รับเงินน้อยลงไปนะคะ อยากจะขอฝากว่าคณะกรรมาธิการที่ควรจะให้มอบเงินให้กับผู้สูงอายุนั้นเปึนรายเดือน ควรจะให้ทุก ๆ เดือน ไม่ใช่เหมือนที่ผ่านมา ๓ เดือน ๖ เดือน แล้วพอการจ่ายเงินนี้ให้ ถ้าจะให้สมศักดิ์ศรีตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ กําหนดเอาไว้ ก็ควรจะให้ได้ทุก ๆ คนนะคะ ไม่ควรที่จะจัดจาก ๕๐๐ บาท อบต. เห็น ๕๐๐ บาท พอไม่ครบไปจัดลงไปเหลือ ๓๐๐ บาท เอาไปมอบให้ กลับเปึนคําครหาของผู้สูงอายุ ทั้ง ๆ ที่รัฐบาลจัดให้ ๕๐๐ บาท ทําไม อบต. เอามาให้แค่ ๓๐๐ บาท อบต. โดนว่านะคะ

ดิฉันอยากจะขอเสนออีกเรื่องหนึ่งนะคะ ในกรณีในการตั้ง คณะกรรมาธิการในการตรวจสอบว่าผู้สูงอายุนั้นจะได้เงินครบหรือไม่ ควรจะให้ นายอําเภอเปึนตัวแทนแล้วก็นายก อบต. นะคะ เปึนกรรมการและกํานันแล้วก็ผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มบุคคลเหล่านี้จะต้องผ่านการเลือกตั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านนายก อบต. แล้วก็ อบต. ในหมู่บ้านนั้น ๆ กํานัน ผู้ใหญ่บ้านก็ต้องผ่านการเลือกตั้ง ถ้าท่านยักยอกเงินของ ผู้สูงอายุท่านก็ไม่ได้รับเลือกตั้งแน่นะคะ ดิฉันจึงอยากจะขอเสนอท่านนะคะ ในกรณีที่ยื่น ญัตตินี้สาระสําคัญเปึนสิ่งที่ดิฉันอยากจะให้ผู้สูงอายุนั้นได้รับเงินทั่ว ๆ ถึง ๆ และให้อย่าง สมศักดิ์ศรี ท่านเหล่านั้นรอคอยมาตั้งนาน ดิฉันเปึนผู้แทนราษฎรตั้งแต่ป้ ๒๕๓๘ จนถึง ปัจจุบัน เห็นผู้สูงอายุนั้นบอกคําเดียวนะคะ บอกได้แค่คําเดียว ขอเถอะลูกเอย ๕๐๐ บาท แค่นั้นเนาะนะคะ แค่นี้ค่ะ ทุกวัน ๆ ที่เข้าไปพื้นที่ คําพูดของผู้สูงอายุนั้นยังตรึงอยู่ในใจ อยู่นะคะว่าแค่ ๕๐๐ บาท แค่ ๕๐๐ บาทนะคะ แค่ ๕๐๐ บาทเท่านั้นเอง ถ้าหากว่า รัฐบาล