สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

จุติ ไกรฤกษ์ หารือเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ เพื่อให้ผู้สูงอายุมีสิทธิได้รับเบี้ยยังชีพเป็นรายเดือนจากรัฐ โดยเสนอร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ และขอให้สภาอนุมัติให้มีการจ่ายเบี้ยยังชีพแก่ผู้สูงอายุรายเดือน เพื่อให้ผู้สูงอายุมีสิทธิและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

นายจุติ ไกรฤกษ์ พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก กระผมได้รับมอบหมายจาก พรรคประชาธิปัตย์ครับ ร่วมกับท่าน ส.ส. พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ท่านหัวหน้าพรรค อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แล้วก็ท่านสมาชิกอีก ๓๐ กว่าท่านเปึนผู้ร่วมเสนอพระราชบัญญัติ ผู้สูงอายุ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธานครับ

เหตุผลของการเสนอก็คือว่า รัฐธรรมนูญไทยมาตรา ๕๓ กําหนดให้บุคคล ซึ่งมีอายุเกิน ๖๐ ป้บริบูรณ์ และไม่มีรายได้เพียงพอแก่การยังชีพมีสิทธิได้รับสวัสดิการ และความช่วยเหลือที่เหมาะสมจากรัฐ จึงสมควรแก้ไขเพิ่มเติมให้ผู้สูงอายุมีสิทธิที่จะ ได้รับเบี้ยยังชีพเปึนรายเดือนจากรัฐ

ท่านประธานครับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่า คอยค้างอยู่ในวาระเปึนเวลานานมาก พวกกระผม พรรคประชาธิปัตย์เสนอมาตั้งแต่ วันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ อีกเพียงแค่ ๒ อาทิตย์เศษ ๓ อาทิตย์ก็จะถึงครบป้พอดี แล้วก็มีร่างจากเพื่อนสมาชิกอีก ๔ ร่างท่านประธานครับที่ร่วมเสนอมาด้วย วันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๑ แล้วก็วันที่ล่าสุด คือวันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๕๒ แต่ทั้งหมดนั้นมี วัตถุประสงค์อันเดียวกันเปัาหมายเดียวกัน คือ ดูแลผู้สูงอายุที่มีอายุเกิน ๖๐ ป้บริบูรณ์ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าตามรัฐธรรมนูญไทยแล้วยังมีสิทธิของผู้สูงอายุตามหลักการ ของสหประชาชาติ ซึ่งประเทศไทยนั้นเปึนประเทศสมาชิกด้วย ข้อแรกครับของสิทธิของ ผู้สูงอายุตามหลักการสหประชาชาติซึ่งมีทั้งหมด ๑๗ ข้อ ผมเอ่ยแค่ข้อแรก คือ ผู้สูงอายุ พึงมีสิทธิจะได้รับอาหาร น้ํา ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม และการดูแลสุขภาพอย่างเพียงพอ ทั้งจากการจัดสรรรายได้ การสนับสนุนช่วยเหลือจากครอบครัวและชุมชน ตลอดจน การช่วยเหลือตนเอง นี่คือ ๑ ใน ๑๗ ข้อของสิทธิของผู้สูงอายุตามหลักการของ สหประชาชาติ ท่านประธานครับ ถ้าจะดูมาผู้สูงอายุก็ขาดการเหลียวแลมานาน พอสมควร ผมลําดับความท่านประธานได้ทราบว่า ครั้งแรกที่รัฐบาลไทยได้คํานึงถึง ผู้สูงอายุนั้นเกิดขึ้นเมื่อป้ ๒๕๓๖ ก็ต้องยกความดีให้รัฐบาลขณะนั้น คือ รัฐบาลท่านชวน หลีกภัย ขณะนั้นหมู่บ้านทุกหมู่บ้านได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเพียงหมู่บ้านละ ๒–๓ คน เท่านั้น เพราะว่างบประมาณไม่พอ แล้วก็จํากัดให้เฉพาะคนที่ยากจนจริง ๆ แล้ว ในขณะนั้น ป้ ๒๕๓๖ นั้นเขาได้รับเดือนละ ๒๐๐ บาท หลังจากนั้นมาก็ได้รับมาเรื่อย ๆ จนเมื่อป้ ๒๕๔๒ รัฐบาลท่านชวน หลีกภัย เหมือนกันเปึนชวน ๒ ก็ได้ให้เบี้ยยังชีพ ผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นจาก ๒๐๐ บาท เปึน ๓๐๐ บาท แต่จํานวนคนที่ให้นั้นก็ยังคงเดิม เพราะว่าขณะนั้นรัฐบาลมีปัญหาวิกฤติด้านการคลัง คือ วิกฤติต้มยํากุ้ง แต่ต่อมา ป้ ๒๕๔๕ รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณก็ได้รวมว่าเดือนละ ๓๐๐ บาทนั้นมาจ่าย รวมกัน ๖ เดือน เปึน ๑,๘๐๐ บาท ป้หนึ่งรับ ๒ ครั้ง แต่ว่ารายเดือนนั้นไม่ได้ขึ้นให้มา ต่อมาเมื่อป้ ๒๕๕๐ ครับท่านประธาน รัฐบาลของท่าน พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ได้เพิ่มเบี้ยยังชีพของผู้สูงอายุให้เปึนเดือนละ ๕๐๐ บาทต่อคนต่อเดือน ผมกราบเรียนท่านประธานว่าเรื่องของการช่วยเหลือผู้สูงอายุนั้นเปึนเรื่องที่ต้องให้ ความสนใจเปึนอันมาก เพราะถ้าท่านประธานไปดูสถิติของประชากรของประเทศไทย นะครับ ท่านประธานจะดูได้เลยว่าเฉลี่ยแล้วทุก ๆ ๕ ป้ จะมีผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นตามสัดส่วน ประชากรร้อยละ ๑ ทุก ๆ ๕ ป้ ผมยกตัวอย่างตัวเลขให้ประธานเห็นครับ เมื่อป้ ๒๕๓๘ มีผู้สูงอายุร้อยละ ๘ ครับ ที่อายุเกิน ๖๐ ป้ ตามคําจํากัดความของกฎหมายฉบับนี้ ป้ ๒๕๔๓ มีผู้สูงอายุร้อยละ ๙.๑๙ ที่ตามสัดส่วนของประชากร ป้ ๒๕๔๘ มีผู้สูงอายุ ร้อยละ ๑๐.๑๗ ส่วนป้หน้าครับ ป้ ๒๕๕๓ ตามสํานักงานสถิติแห่งชาติมีการคาดการณ์ว่า ผู้สูงอายุนั้นจะมีร้อยละ ๑๑.๓๖ ตามสถิติแห่งชาติที่ได้สํารวจมา ท่านประธานครับ ๑๑.๓๖ นั้น ผมก็หวังว่าผู้สูงอายุทั้งหลายนั้นจะไม่มีใครล้มหายตายจากไป เหมือนกับ ผู้สูงอายุที่ผมนั้นพยายามบอกว่าให้แกคอยมา ผมกราบเรียนท่านประธานว่ารัฐบาล ท่านชวน หลีกภัย ก็ดี รัฐบาลท่าน พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ก็ดี รัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ ก็ดีนี่ ได้มอบว่านี่คือนโยบายของรัฐบาล แต่หากสภาแห่งนี้จะได้ช่วยกรุณาอนุมัติหลักการผ่าน ร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุให้ นโยบายของรัฐบาลที่จะให้เปึนครั้งคราวนั้นก็จะยกเลิกไป เพราะว่าทุกรัฐบาลนั้นจะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ก็คือว่าเมื่อกฎหมายของ ร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุนี้ประกาศใช้ ผู้สูงอายุที่มีอายุ ๖๐ ป้ขึ้นไปไม่ว่าชายหรือหญิง นั้น ทุกคนจะมีสิทธิได้รับเบี้ยยังชีพรายเดือนตามกฎหมาย ฉะนั้นผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าตรงนี้ล่ะครับ คือจุดที่ผมอยากจะให้เกิด ความมั่นคง แล้วเกิดความแน่นอนกับผู้สูงอายุทั่วประเทศไทย ซึ่งขณะนี้มีอยู่๗ ล้าน ๒ แสนคน แต่ใน ๗ ล้าน ๒ แสนท่านนั้น ขณะนี้ก็อยู่ในระบบประกันสังคมบ้าง อยู่ในระบบของกองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการบ้างนะครับ แล้วก็มีท่านผู้สูงอายุ ที่ได้รับการช่วยเหลือจากองค์การบริหารส่วนตําบลอีกต่างหาก ฉะนั้นถึงแม้ว่าป้นี้รัฐบาล ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยการนําเงินงบประมาณนั้น มาให้กับผู้สูงอายุเดือนละ ๕๐๐ บาท เปึนรายเดือน แล้วให้เปึนจํานวนเพิ่มส่วนที่ขาดอีก ประมาณ ๓ ล้านคนเศษ ก็ยังเปึนเพียงแค่นโยบาย แต่ยังไม่มีหลักประกันอะไรที่มั่นคงว่า รัฐบาลนั้นจะต้องทําต่อไปเรื่อย ๆ หรือไม่ ฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานว่า พ.ร.บ. ในหลักการและเหตุผลของผมนั้นก็ได้กําหนดให้คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติมีอํานาจ หน้าที่ในการกําหนดระเบียบเกี่ยวกับการอนุมัติการจ่ายเบี้ยยังชีพเปึนรายเดือนแก่ ผู้สูงอายุ กําหนดให้ผู้สูงอายุมีสิทธิได้รับเบี้ยยังชีพเปึนรายเดือนจากรัฐ แล้วก็ข้อแก้ไข ข้อที่ ๓ ก็คือกําหนดให้คณะกรรมการบริหารกองทุน มีอํานาจหน้าที่พิจารณาอนุมัติ การจ่ายเบี้ยยังชีพเปึนรายเดือนแก่ผู้สูงอายุ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานก็คือว่า ผมอยากให้สภาแห่งนี้ได้เร่งรัดการพิจารณาแล้วก็ผ่านกฎหมาย ฉบับนี้โดยเร็วที่สุด เพราะว่าผู้สูงอายุนั้นไม่แน่นอนละครับว่าท่านจะเสียชีวิตจะจากเราไป เมื่อไรนะครับ ผมให้ท่านประธานได้ดูตัวอย่างว่า น้าสําลีผมรู้จักคนหนึ่งอยู่ที่อําเภอ บางกระทุ่ม แกก็นั่งคอยวันคอยคืนว่าเมื่อไรแกจะได้เบี้ยยังชีพจากรัฐบาลสักทีเดือนละ ๕๐๐ บาท ก็ปรากฏว่าโชคร้ายของแกว่าแกคอยไม่ไหวแกสิ้นใจ คือเสียชีวิตไปเมื่อต้นป้นี้ เอง ยายคํา อายุ ๙๖ ป้ครับ เพิ่งเสียชีวิตอาทิตย์ที่แล้วที่อําเภอวังทอง ยังมีตัวอย่าง ผู้สูงอายุอีกคนหนึ่ง หมอเล็ก อําเภอพรหมพิราม อายุ ๘๒ ป้ยังมีชีวิตอยู่ ผมทราบว่า ท่านนั่งเป่ดวิทยุฟังบอกว่าเมื่อไรรัฐบาลนี้หรือว่ารัฐสภาแห่งนี้จะผ่านกฎหมายฉบับนี้ ก็อยากจะบอกกับผู้สูงอายุทั่วประเทศว่าใจเย็นไว้ ใจแข็งไว้ อย่าเพิ่งตายจากกันครับ ผมเชื่อว่ารัฐสภานี้ผ่านร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุให้กับท่านแน่นนอน สุดท้ายนี้ ท่านประธานครับ ผมและพรรคประชาธิปัตย์นั้นขอขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกทุกท่าน ที่จะให้การสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้และขอขอบคุณรัฐบาลที่ผ่านมา ท่านรัฐบาลชวน หลีกภัย ท่านรัฐบาลพลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ และท่านรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ได้กรุณาสนับสนุนผู้สูงอายุด้วย แต่กฎหมายฉบับนี้จะทําให้นโยบายนั้นต้อง ศักดิ์สิทธิ์ คือทุกคนต้องทําตามกฎหมายไม่ว่าจะเปึนรัฐบาลใคร ผมจึงขอวิงวอนให้ ท่านสมาชิกทุกท่านได้ช่วยกรุณาลงมติสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ