สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

อุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ โดยเสนอแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อให้ผู้สูงอายุมีสิทธิได้รับเบี้ยยังชีพเป็นรายเดือนจากรัฐ และเสนอพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. ๒๕๔๖ เพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญปัจจุบัน และเรียกร้องการสนับสนุนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการดำเนินการดังกล่าว

นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ดิฉันและคณะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรค ภูมิใจไทยได้ร่วมเสนอพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยมีหลักการและ เหตุผลดังนี้ค่ะ

หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ.๒๕๔๖ ดังต่อไปนี้

๑. แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ผู้สูงอายุแห่งชาติ แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๙ (๕)

๒. แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับสิทธิผู้สูงอายุ แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๑๑ (๑๑)

๓. แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการ บริหารกองทุน แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๐ (๒)

เหตุผล โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๕๓ กําหนดให้ บุคคลซึ่งมีอายุเกิน ๖๐ ป้บริบูรณ์และไม่มีรายได้เพียงพอแก่การยังชีพ มีสิทธิได้รับ สวัสดิการ สิ่งอํานวยความสะดวกอันเปึนสาธารณะอย่างสมศักดิ์ศรี และความช่วยเหลือ ที่เหมาะสมจากรัฐ ดังนั้น เพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญดังกล่าว จึงสมควรแก้ไขเพิ่มเติมให้ผู้สูงอายุมีสิทธิที่จะได้รับเบี้ยยังชีพเปึนรายเดือนจากรัฐ จึงจําเปึนต้องตราพระราชบัญญัตินี้

ดิฉันขออภิปรายเพิ่มเติมดังนี้นะคะ พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. ๒๕๔๖ ซึ่งประกาศ ณ วันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๔๖ โดยมีทั้งหมด ๒๔ มาตรา ซึ่งเปึน พระราชบัญญัติที่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๔๐ โดยบัญญัติให้การสงเคราะห์ เบี้ยยังชีพเปึนไปตามความจําเปึนอย่างทั่วถึงและเปึนธรรม แต่รัฐธรรมนูญปัจจุบัน ฉบับป้ ๒๕๕๐ ในมาตรา ๕๓ นี้ได้กําหนดให้ผู้สูงอายุเกิน ๖๐ ป้บริบูรณ์และไม่มีรายได้ เพียงพอแก่การยังชีพมีสิทธิได้รับสวัสดิการ สิ่งอํานวยความสะดวกอันเปึนสาธารณะ อย่างสมศักดิ์ศรี และความช่วยเหลือที่เหมาะสมจากรัฐ ดังนั้นดิฉันและคณะจึงต้องเสนอ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ ค่ะ ท่านประธาน ที่เคารพคะ ดิฉันและเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ดิฉันทราบว่ามีหลายท่านนะคะที่ได้ ลงพื้นที่ได้เจอปัญหาอย่างเช่นดิฉัน ได้ไปเจอผู้สูงอายุที่อยู่ในหมู่บ้านที่มีความยากจน ที่ลูกหลานจะต้องมาทํางานหาเลี้ยงชีพอยู่ที่เมืองใหญ่ แต่พวกเขาเหล่านั้น บางคนยัง ไม่เคยได้รับเบี้ยยังชีพเลย แต่ด้วยความที่ว่าจะต้องดูแลลูกหลานที่ไม่สามารถที่จะ ช่วยเหลือตัวเองได้ ดังนั้นดิฉันว่าสิ่งที่เราจะต้องทําให้ผู้สูงอายุเหล่านั้น ได้รับเบี้ยยังชีพ อย่างทั่วถึงและเปึนธรรม ดิฉันในฐานะที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่สัมผัสกับ ประชาชน ผู้สูงอายุทั้งหลายเปึนปูชนียบุคคล ซึ่งเหนื่อยยากมาจนถึงอายุมาก ท่านเปึน ผู้ที่เปึนร่มโพธิ์ร่มไทรให้กับลูกหลานในหมู่บ้าน ถ้าไม่มีพวกเขาเหล่านั้นก็คงจะไม่มีเราใน วันนี้นะคะท่านประธาน ดิฉันก็อยากจะพูดเกี่ยวกับผู้สูงอายุในปัจจุบันนี้ ได้มีการสํารวจ ตัวเลขออกมาว่า ผู้สูงอายุมีทั้งหมดประมาณ ๗,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคน แต่ผู้ที่ได้รับเบี้ยยังชีพ แล้วนั้นนะคะมีประมาณแค่ ๒,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคนแค่นั้นเองค่ะท่านประธาน อีกประมาณ ๓,๐๐๐,๐๐ คนซึ่งยังไม่เคยได้รับเบี้ยยังชีพเลย แล้วก็อีกจํานวนหนึ่งที่เขาได้รับ บําเหน็จบํานาญหรือเงินที่ได้จากส่วนอื่น ซึ่งไม่ได้นับรวมจากที่เหลือนี้นะคะ นั่นก็คือ จํานวน ๓,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคนที่ยังไม่เคยได้รับเบี้ยยังชีพ ก็อยากจะให้เขาได้รับ แต่ด้วย ความโชคดีนะคะท่านประธาน เพราะว่ารัฐบาลนี้ภายใต้การนําโดยท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านได้เล็งเห็นความสําคัญของผู้สูงอายุได้มีโครงการ แล้วก็เปึนนโยบายเร่งด่วนที่จะ ทําให้ผู้สูงอายุเหล่านั้นได้รับเบี้ยยังชีพเปึนรายเดือน เดือนละ ๕๐๐ บาท จากที่ได้เพิ่ม งบประมาณกลางป้ก็เปึนโครงการสร้างหลักประกันรายได้แก่ผู้สูงอายุ ๓,๐๐๐,๐๐๐ คน นะคะท่านประธาน เปึนจํานวนเงิน ๙,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้ก็จะทําให้ผู้สูงอายุเหล่านั้นได้ มีความหวัง ดิฉันได้พบปะกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เขามีความยินดีแล้วก็ดีใจมากที่จะ ได้รับเบี้ยยังชีพอย่างทั่วถึงแล้วก็เปึนธรรม ดิฉันก็หวังว่าสิ่งที่ทางรัฐบาลได้ทําเปึนนโยบาย เร่งด่วนอันนี้สําเร็จด้วยความร่วมมือของสมาชิกทุกคนที่จะผลักดันและก็สนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ดิฉันต้องขอขอบคุณแทนผู้สูงอายุเหล่านั้นด้วย หวังว่า พระราชบัญญัติฉบับนี้จะได้รับการสนับสนุน แล้วก็เปึนร่างพระราชบัญญัติที่สําคัญที่จะ ดําเนินการต่อไปค่ะท่านประธาน ขอกราบขอบพระคุณค่ะ