วิลาศ จันทร์พิทักษ์ หารือเรื่องการปฏิบัติงานของศาลปกครอง โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการพิจารณาคดีให้เร็วขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในหมู่ประชาชน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการเวนคืนและความเป็นธรรมในการจ่ายค่าชดเชยที่ประชาชนได้รับ และกรณีการแต่งตั้งข้าราชการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการ วิลาศ จันทร์พิทักษ์ ยังหารือเรื่องความยุติธรรมในการดำเนินคดีในศาลปกครอง และเรียกร้องให้ประธานสภาตรวจสอบรายงานของศาลปกครอง นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการดำเนินการของศาลปกครองและความยุติธรรม โดยอ้างประสบการณ์ส่วนตัวเกี่ยวกับการรอนสิทธิ์ที่ดินของญาติ และเรียกร้องให้ศาลปกครองหาวิธีการเพื่อบรรเทาความเสียหายให้กับผู้ฟ้องคดี
ท่านประธานสภาที่เคารพ ครับ ผม วิลาศ จันทร์พิทักษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากกรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ วิกฤติของประเทศในช่วง ๓ ป้ที่ผ่านมา ต้องยอมรับความจริงละครับว่าศาลปกครองเปึน องค์กรหนึ่งในไม่กี่องค์กรที่มีส่วนในการแก้ไขปัญหาวิกฤติที่เกิดขึ้นในรอบ ๓ ป้ที่ผ่านมา ซึ่งผมก็ขอชื่นชมแล้วขอขอบคุณผู้เกี่ยวข้องเกี่ยวกับงานของศาลปกครอง แต่ท่านประธาน ครับ ผมคิดว่าถ้างานของศาลปกครองถ้าจะให้สมบูรณ์จริง ๆ สมดังเจตนารมณ์ของ การจัดตั้งศาลปกครอง ผมคิดว่าปัญหาหนึ่งที่ท่านจะต้องดําเนินการแก้ไขคือกรณีการ พิจารณาคดีให้รวดเร็วยิ่งขึ้น ท่านประธานครับ เจตนารมณ์ของการจัดตั้งศาลปกครอง ถ้าเราจะดูจากพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ในมาตรา ๕๕ เขาเขียนไว้ว่า การพิจารณาพิพากษาคดีต้องดําเนินการให้ เสร็จสิ้นไปโดยเร็ว และนอกจากนั้นท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานจะกรุณาอ่าน รายงานการปฏิบัติงานของศาลปกครองและสํานักงานศาลปกครอง ประจําป้ ๒๕๕๐ อย่างน้อยจะมีเจตนารมณ์ที่ต้องการให้การพิจารณาคดีเปึนไปด้วยความรวดเร็วอยู่ ๒ แห่ง คือในหน้าที่ ๗ ครับ สารจากประธานศาลปกครองสูงสุดในวรรคสองท่านเขียนไว้ อย่างนี้ครับ แต่ศาลปกครองยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาและปรับปรุงระบบงานหลาย ๆ อย่าง เพื่อให้สามารถสนับสนุนการพิจารณาพิพากษาคดีเปึนไปด้วยความรวดเร็วและมีคุณภาพ และในหน้า ๓๐ ท่านแสดงว่าพันธกิจของศาลปกครอง ข้อ ๑. พิพากษาคดีด้วยความ เปึนธรรมและรวดเร็ว เพื่อเปึนหลักประกันในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและให้เกิดความ เปึนธรรมแก่คู่กรณี ตรงกันครับท่านประธานครับ เห็นข้อบกพร่องว่าการพิจารณาคดี ถ้าล่าช้าแล้วมันก่อให้เกิดปัญหาของพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ ผมอยากจะ ยกตัวอย่างกรณีการพิพากษาคดีที่ล่าช้า ซึ่งเกิดกับพี่น้องประชาชนบ่อย แล้วก่อให้เกิด ความเสียหายค่อนข้างมากและรุนแรง
กรณีการเวนคืน ท่านประธานครับ เมื่อหน่วยราชการไปเวนคืนที่ ของประชาชนแล้วก็กําหนดราคาที่จะชดเชย ปรากฏว่าประชาชนเห็นว่าไม่ได้รับ ความเปึนธรรมก็นําคดีมาฟัองศาลปกครอง ซึ่งศาลปกครองก็ตัดสินด้วยความเปึนธรรมครับ เปึนราคาที่เปึนธรรมแล้วเขาก็พอใจ ท่านให้ทั้งราคา ทั้งดอกเบี้ย แต่เผอิญราคา ณ วันนั้นเปึนราคาวันฟัอง แต่ถ้าท่านตัดสิน คดีช้า มันไป ๔-๕ ป้นี่ ราคาที่มันขึ้น เขานี่มีเจตนาที่จะไปซื้อบ้านขนาดกี่วา ๆ หรือว่าจะ ไปซื้อที่ทํานา ปรากฏว่าถ้าท่านตัดสินคดีช้านี่นะครับ ราคาที่ดินมันเพิ่ม เขาหมดสิทธิที่จะ ไปทําเลย โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรนี่เขาจะได้ที่ดินไม่พอทํากิน
ประการต่อมาก็คือว่า กรณีการแต่งตั้งข้าราชการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ต่อมาก็มีข้าราชการที่เห็นว่าตัวเองไม่ได้รับความเปึนธรรม ก็มาฟัองศาลปกครอง ขอให้ เพิกถอนคําสั่ง ซึ่งต่อมาศาลปกครองก็พิจารณาว่า โอ.เค. คําสั่งนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย แล้วก็เพิกถอนคําสั่ง แต่ท่านประธานครับ ถ้าท่านพิจารณาคดีช้านี่ ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้ง แล้วคิดว่ามีแนวโน้มว่าตัวเองจะโดนเพิกถอนคําสั่ง ท่านก็พยายามจะแต่งลูกน้องก็ดี หรือคนใกล้ชิดก็ดี ให้เลื่อนตําแหน่งให้สูงขึ้น แล้วตรงไหนที่สามารถหาผลประโยชน์ได้ รีบอนุมัติโครงการที่มีผลประโยชน์ มันก็ก่อให้เกิดความเสียหายกับทางราชการ ถึงแม้ว่า จะโดนเพิกถอนคําสั่ง แต่ความเสียหายเขารีบทํากันหมดแล้ว
อีกประการหนึ่งซึ่งเกิดค่อนข้างบ่อย แล้วก็เกิดกับคนยากคนจน คือกรณี การเช่านา ท่านประธานครับ พระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๒๔ เขาบอกไว้ว่า ผู้ให้เช่านาถ้าประสงค์จะขายที่นาให้แจ้งคณะกรรมการช่วยเหลือเกษตกร ตําบล ชื่อย่อว่า คชก. ตําบล เพื่อให้ คชก. ตําบลไปแจ้งกับเกษตรกรผู้เช่านาว่านาแปลงนี้ จะขายแล้ว ท่านประสงค์จะซื้อหรือไม่ แต่โดยข้อเท็จจริงนี่ผู้ให้เช่านาซึ่งเปึนนายทุน ส่วนใหญ่ก็คิดว่าผู้เช่านาไม่มีศักยภาพพอที่จะฟัอง ก็จะขายเลยโดยไม่แจ้งให้ผู้เช่านา ทราบ มันก็มีผู้เช่านาบางคนซึ่งพอมีความรู้ หรือว่ามีศักยภาพสูงพอที่จะฟัองเพื่อให้ถอน สัญญาการซื้อขายที่นาแปลงนั้น ประเด็นปัญหามันอยู่ตรงนี้ครับ ถ้าสมมุติว่าเราพิพากษา คดีช้านี่ ปรากฏว่าผู้ซื้อนี่พอซื้อเสร็จระหว่างทางนี้ดําเนินคดี ผู้ซื้อก็ไปทําหมู่บ้านจัดสรร บ้าง ไปขุดที่ดินแปลงนั้นทํานากุ้งบ้าง ซ้ําร้ายกว่านั้นคือไปขุดดินขาย ผลที่สุดศาล ปกครอง แน่นอนครับ คดีนี้ตัดสินแน่นอนต้องเพิกถอนคําสั่ง เพิกถอนสัญญาซื้อขาย พอเพิกถอนสัญญาซื้อขาย ท่านประธานลองคิดดูสิครับ ที่นาแปลงนั้นไปขุดขายหน้าดิน ไปหมดแล้ว เหลือแต่บ่อเปึนบ่อดินไปแล้ว แล้วเกษตรกรผู้เช่านาจะเอาไปทําอะไรได้ครับ ท่านประธานครับ นั่นเปึนกรณีตัวอย่างซึ่งเกิดขึ้นบ่อย แล้วก็ก่อให้เกิดปัญหากับ คนยากคนจน ซึ่งผมนํามาเรียนท่านประธาน นอกจากนี้นะครับท่านประธานครับ ถ้าท่านพิจารณาคดีล่าช้า มันยังก่อให้เกิดการพิจารณา ซึ่งอาจจะไม่ได้รับความยุติธรรม เท่าที่ควร อย่างน้อย ๆ ๒ ประการ ท่านประธานครับ คดีในศาลปกครองนี่เกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เต็ม เปึนคดีซึ่งเอกชนฟัองหน่วยงานของรัฐ เพราะฉะนั้นมันก็ต้องมีการ เรียกเอกสารจากหน่วยงานของรัฐไปสู้คดี ทีนี้ถ้าตัดสินกันช้า การเรียกเอกสารนี่หน่วยราชการบางทีเขาอ้างว่า เอกสารหาไม่พบคดี มันนานแล้ว เอกสารทําลายไปแล้ว แล้วมันจะได้รับความยุติธรรมได้อย่างไรล่ะครับ ท่านประธานครับ นอกจากนี้
ประการต่อมาซึ่งอาจจะทําให้การตัดสินคดีขาดความยุติธรรมก็คือว่า การดําเนินคดีในศาลปกครอง ท่านประธานครับ มันเปึนความดีของศาลปกครองคือว่า ท่านไม่ต้องใช้ทนายเลย ไปตัวเปล่า ไปแล้วก็ถ้าท่านเขียนเองก็เขียน ถ้าเขียนไม่ได้ก็จะมี พนักงานปกครองช่วยเขียนให้ ปัญหามันก็เกิดขึ้นตรงว่า พอตาสีตาสาไปฟัองนี่ ให้พนักงานปกครองเขียนก็จริงอยู่ แต่นี่ถ้าท่านทําคดีช้านะครับ การทําคําคัดค้าน การทํา คําให้การก็ดี ทําคําแก้อุทธรณ์ก็ดี เรื่องมันก็ทอดไปนาน คนที่ไปฟัองนั้นมันลืมแล้วว่าเรื่อง มันเปึนอย่างไรบ้าง สู้ไปสู้มาแพ้ ที่แพ้ไม่ใช่เพราะข้อเท็จจริงแพ้นะครับ มันแพ้เพราะว่าช้า แล้วเลยลืมเรื่องที่จะไปสู้ ใครมันจะจําได้ล่ะครับ เรื่อง ๔-๕ ป้สู้กัน ชาวนาไม่ได้เปึนคนที่มี ความรู้ขนาดที่ไปจําเรื่องเรื่องหนึ่งเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ๔-๕ ป้ มันจําไม่ได้ละครับ ท่านประธานครับ ผมขอเรียนท่านประธานในประเด็นต่อไปคือ ท่านประธานลองกรุณาดู จากรายงานของศาลปกครองฉบับนี้นะครับ ในหน้า ๔๙ ผมรบกวนท่านประธานนิดเดียว นะครับ ผมขออ่านรายงานนะครับ
ศาลปกครองได้ตระหนักในเรื่องเวลาที่ใช้ในการพิจารณาคดีเปึนอย่างยิ่ง เนื่องจากมีปณิธานในการดําเนินการพิจารณาคดีว่า ความยุติธรรมที่ล่าช้า คือความไม่ ยุติธรรม ผลการพิจารณาแล้วเสร็จตั้งแต่เป่ดทําการถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๐ คดีส่วนใหญ่ คือจํานวน ๒๔,๘๑๓ คดี หรือคิดเปึนร้อยละ ๗๘.๑๘ สามารถพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน ๑ ป้ สําหรับคดีที่ใช้เวลามากกว่า ๑ ป้ แต่ไม่เกิน ๒ ป้ มีจํานวน ๓,๖๖๓ คดี หรือ คิดเปึน ๑๑.๕๔ เปอร์เซ็นต์ และมากกว่า ๒ ป้แต่ไม่เกิน ๓ ป้ มีจํานวน ๒,๑๒๒ คดี หรือ ร้อยละ ๖.๖๙ เท่านั้น ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมอ่านไป ถ้าจะพูดกันย่อ ๆ ก็เปึนอันว่าคดี ที่ขึ้นศาลปกครองมีคดีที่พิจารณาเสร็จภายใน ๑ ป้ อยู่ ๗๘.๑๘ เปอร์เซ็นต์ คดีที่พิจารณา เสร็จ ๑ ป้ แต่ไม่เกิน ๒ ป้ ๑๑.๕๔ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็คดีที่พิจารณาเกินกว่า ๒ ป้แต่ไม่ถึง ๓ ป้ ๖.๖๙ เปอร์เซ็นต์ ก็เปึนอันว่าคดีที่พิจารณาเสร็จภายใน ๓ ป้นี้จับรวมกัน มันก็จะได้ ๙๖.๔๑ เปอร์เซ็นต์ ถ้าจากตัวเลขตรงนี้ถ้าท่านทําถูกจริงนะครับ ก็จะมีคดีที่ศาลปกครอง ตัดสินเสร็จเกินกว่า ๓ ป้อยู่ทั้งหมด ๑๐๐ ลบด้วย ๙๖.๔๑ ก็คือ ๓.๔๙ เปอร์เซ็นต์ ผมต้องเรียนท่านประธานนะครับว่า ผมไม่ค่อยมั่นใจกับรายงานฉบับนี้เท่าไร ต้องเรียน อย่างนี้เพราะว่าประสบการณ์นี้มันเกิดจากตัวผมเองเลย เผอิญมีญาติผมคนหนึ่งเขาไป ซื้อที่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ป้ ๒๕๔๐ แต่ก่อนหน้านั้นนะครับ ๒ เดือน การไฟฟัาฝ์ายผลิต แห่งประเทศไทยได้ประกาศที่บริเวณนี้เปึนเขตเดินสายไฟฟัา แล้วก็ไม่มีการจดแจ้งในหลัง โฉนดเลยว่าประกาศเปึนเขตเดินสายไฟฟัา ปรากฏว่าพอไปซื้อที่ก็เลยไม่รู้อะไรทั้งสิ้น แล้ว เรื่องก็ไม่มีการทําอะไรเลย จนกระทั่งประมาณเดือนมีนาคมป้ ๒๕๔๕ อยู่ดี ๆ การไฟฟัาฝ์ายผลิตก็ไปวางสายพาดผ่าน ก่อให้เกิดการรอนสิทธิในการใช้ที่ดิน พอเจ้าของที่เขารู้ว่ามีสายไฟฟัาพาดผ่านก็มาบอกผม ผมก็ลองคุยกับทางผู้ว่าการไฟฟัาส่วนภูมิภาค ผู้ว่าการไฟฟัาก็ยืนยันนะครับว่า กรณีอย่างนี้ ต้องจ่ายค่ารอนสิทธิให้กับผู้ที่มีที่ดินในขณะที่มีการวางสายพาดผ่าน แต่ปรากฏว่าพอผู้ว่า การไฟฟัาไปปรึกษาฝ์ายกฎหมาย กองนิติการของการไฟฟัา กองนิติการบอกว่าธรรมเนียม ปฏิบัติจ่ายให้กับคนดั้งเดิมมาตลอด จะรู้หรือไม่รู้ก็จ่ายอย่างนั้น แล้วถ้าสมมุติว่าถ้าฝ์าย ผู้ซื้อฝ์ายผู้เสียหายนี่ต้องการเงินค่าถูกรอนสิทธิก็ไปฟัองคดีเอา เผอิญมีการเปลี่ยนผู้ว่า การไฟฟัา ผู้ว่าการไฟฟัาอีกคนหนึ่งก็พูดทํานองเดียวกัน แล้วก็บอกว่าก็อยากให้ไปฟัองคดี ที่ศาลปกครองเหมือนกันจะได้มีบรรทัดฐานเพื่อใช้ในการพิจารณาการจ่ายเงินชดเชยใน โอกาสต่อไป ผมเรียนขอรบกวนท่านประธานนะครับ ขออ่านรายละเอียดนิดเดียวสั้น ๆ ครับ คดี ผมไม่บอกนะครับว่าเลขดํา เลขแดงเท่าไร เพราะผมไม่ปรารถนาที่จะมาใช้เวทีนี้เพื่อ เปึนประโยชน์กับตัวเอง ผมต้องการเรียนเพียงแต่ว่าอยากให้ศาลปกครองนี่หาวิธีการว่า ทําอย่างไร เพื่อให้เกิดความยุติธรรมแล้วก็บรรเทาความเสียหายให้ผู้ฟัองคดี
ท่านประธานครับ คดีนี้ยื่นฟัองเมื่อวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ป้ ๒๕๔๕ การไฟฟัาฝ์ายผลิตยื่นคําให้การเมื่อวันที่ ๑๒ มีนาคม ป้ ๒๕๔๖ เกือบ ๔ เดือน ฝ์ายผู้ฟัอง ทําคําคัดค้านคําให้การวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๔๖ ก็คือภายใน ๓๐ วัน ทางการไฟฟัา ทําคําให้การเพิ่มเติมวันที่ ๙ มิถุนายน ป้ ๒๕๔๖ จากนั้นคดีนี้ก็อยู่ในกระบวนการของ การไต่สวนของศาลปกครอง ซึ่งก็ถูกต้องแล้วครับเพื่อก่อให้เกิดความยุติธรรม คดีมัน มาถึงวันที่ ๘ มีนาคม ป้ ๒๕๔๙ ครับ ศาลปกครองกลางออกนั่งบัลลังก์พิจารณาครั้งแรก และให้ผู้ฟัองคดีแถลงด้วยวาจา และศาลนัดพิพากษาคดีวันที่ ๒๘ มีนาคม ป้ ๒๕๔๙ ซึ่ง ผู้ฟัองคดีชนะ จากนั้นผู้ถูกฟัองคดีคือการไฟฟัาฝ์ายผลิตก็มาอุทธรณ์ เมื่อวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๔๙ ก็คืออุทธรณ์ภายใน ๓๐ วัน วันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๔๙ ครับ ทางผู้ฟัอง ได้รับคําสั่งจากศาลให้ทําคําแก้อุทธรณ์ ผู้ฟัองคดีได้ยื่นอุทธรณ์เมื่อวันที่ ๓ กันยายน ป้ ๒๕๔๙ ท่านประธานครับ เกือบ ๓ ป้แล้วครับวันนี้ ยังไม่รู้เลยว่าตั้งแต่วันที่ ๓ กันยายน ๒๕๔๙ ซึ่งผู้ฟัองคดียื่นอุทธรณ์ไป จนวันนี้เกือบ ๓ ป้แล้วครับ ยังไม่รู้เลยว่าคดีนี่ไปอยู่ใน มุมมืดตรงไหน หล่นไปหรือยังก็ไม่รู้ ผมขอเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับ ผมจะสรุปว่า คดีนี้นะครับ อยู่ในศาลชั้นต้นตั้งแต่วันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๔๕ คือเปึนวันฟัอง แล้วก็ถึง วันที่ ๒๘ มีนาคม ป้ ๒๕๔๙ เปึนวันตัดสินของศาลปกครองกลาง รวมเวลาที่อยู่ในศาลชั้นต้นทั้งหมด ๓ ป้ ๓ เดือน ๑๘ วัน คดีนี้อยู่ในศาลปกครองสูงสุด ตั้งแต่วันที่ ๒๖ เมษายน๒๕๔๙ คือวันที่การไฟฟัาฝ์ายผลิตอุทธรณ์ ถึงปัจจุบันรวมเวลา ๒ ป้ ๙ เดือน ๑๐ วันเพราะฉะนั้นคดีนี้ตั้งแต่วันที่ฟัองศาลชั้นต้น วันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๔๕ จนถึงวันนี้รวมเวลาทั้งสิ้น ๖ ป้ ๒ เดือน ๑๗ วัน ยังไม่รู้เมื่อไร ท่านประธาน ลองคิดสิครับถ้าคดีนี้มันเปึนคดีซึ่งฟัองกันตรง ๆ เลยว่าอ่านกฎหมายว่ากรณีนี้สายไฟฟัา พาดผ่านที่มันควรจะให้ที่ใคร จริง ๆ อ่านมาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙ แล้วก็ไปไต่สวนเพิ่มเติม ว่าเปึนที่ดินจริง ไม่จริง มันไม่น่าจะถึง ๖ ป้กว่า แล้วท่านบอกว่ารายงานของท่านที่เกิน ๓ ป้ ๓ เปอร์เซ็นต์กว่า ๆ ผมคิดว่าท่านอาจจะต้องตรวจสอบครับว่ารายงานของท่านมันมี ผิดพลาดหรือเปล่า ผมต้องเรียนนะครับ แล้วถ้าเปึนกรณีชาวบ้านธรรมดา คดีที่ฟัองกัน แล้วเขาทําอะไรไม่ได้นะครับ เพราะที่แปลงนี้ถูกลิดรอนสิทธิ ใช้เวลาไป ๖ ป้กว่านี้มันรอไหว หรือครับ ถึงแม้ว่าคดีนี้ถ้าเปึนตาสีตาสาจะไม่ต้องใช้ทนาย แต่ท่านดําเนินกระบวนการ พิจารณายาวนานอย่างนี้ ผมถามเถอะ ใครมันจะไปจําได้ครับว่าเรื่องที่ป้นั้นซื้อกันวันไหน ซื้อเพราะเหตุไร มันจําไม่ได้ละครับ ท่านประธานครับ ผมก็อยากจะฟังคําตอบของท่าน ในประเด็นนี้ว่าคดีที่มันช้าอย่างนี้มันเพราะอะไร แล้วรายงานของท่านมันมีข้อถูกต้องมาก น้อยแค่ไหน ท่านประธานครับ ในรายงานนี้เขาเขียนบอกว่าเหตุผลของความล่าช้าที่ ศาลปกครองพิจารณาคดีแล้วมันล่าช้า เขาบอกไว้ ๔ ข้อครับ
ข้อที่ ๑ เปึนคดีที่อยู่ระหว่างรอการพิจารณาของคณะกรรมการวินิจฉัย ชี้ขาดเขตอํานาจหน้าที่ระหว่างศาล เรื่องเมื่อสักครู่นี้ไม่เกี่ยว
ข้อที่ ๒ เปึนคดีที่คู่ความเสียชีวิต ก็คู่ความอยู่ครบบริบูรณ์
ข้อที่ ๓ เปึนคดีที่มีความซับซ้อน มีความเกี่ยวข้องกันกับหน่วยงาน หลายหน่วยงาน ก็ยังหาไม่เจอว่ามันซับซ้อนตรงไหน
ข้อที่ ๔ เปึนคดีที่เปึนข้อจํากัดของคู่กรณีเกี่ยวกับการพิจารณาคดี ผมว่า ฝ้มือมันเท่า ๆ กันเลย ท่านให้ทําอย่างไรนี้ ทั้ง ๒ ฝ์ายยื่นตามกติกาทั้งหมด ไม่ได้ทําถ่วงเวลา หรือว่ามีสักครั้งหนึ่งไปขอเลื่อนเวลาว่า โอ.เค. ทําคําให้การไม่ทัน ทําคําอุทธรณ์ ไม่ทันขอเลื่อน ก็ไม่มีอีก เพราะฉะนั้นผมว่าตรงนี้ละครับ มันเปึนเหตุหนึ่งซึ่งผมตั้งประเด็น สงสัยว่าท่านเขียนรายงานที่บอกว่า ๑ ป้ มันจริงเท็จแค่ไหน
ในประการสุดท้ายครับท่านประธานครับ ผมอยากจะให้ท่านประธาน ลองอ่านดูรายงานหน้า ๔๘ รายงานของศาลปกครอง มันเปึนกราฟ (Graph : แสดงด้วย กราฟ) เขาจะบอกเลยว่าตั้งแต่เป่ดศาลปกครองป้ ๒๕๔๔ มีคดีรับเข้า คดีแล้วเสร็จเท่าไร ผมจะอ่านตั้งแต่ป้ ๒๕๔๔มันก็จะเสียเวลาสภานะครับ ผมจะขอย่อ ๆ เฉพาะเริ่ม ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๘ ป้ ๒๕๔๙ ป้ ๒๕๕๐ ๓ ป้เท่านั้นล่ะครับ สั้น ๆ ท่านประธานครับ ป้ ๒๕๔๘ นี้นะครับ มันมีคดีรับเข้าทั้งหมด ๖,๑๕๗ คดี ถ้าเรารวมคดีตั้งแต่เป่ดทําการ ป้ ๒๕๔๔ จะรวมเปึน ๒๗,๖๓๖ คดี มีคดีแล้วเสร็จ ในป้ ๒๕๔๘ จํานวน ๕,๐๕๓ คดี มีคดีแล้วเสร็จรวมทั้งหมดตั้งแต่ ป้ ๒๕๔๔ จํานวน ๒๐,๔๐๖ คดี แปลว่าตั้งแต่เป่ดศาลถึงป้ ๒๕๔๘ มีคดีค้างทั้งสิ้น ๗,๒๓๐ คดี ในทํานองเดียวกันนะครับ ท่านประธานครับ ป้ ๒๕๔๙ ทําเหมือน ป้ ๒๕๔๘ มีคดีค้าง ทั้งสิ้น ๘,๗๒๗ คดี แล้วก็ ป้ ๒๕๕๐ คดีรับเข้า ๖,๘๘๗ คดี แล้วก็กระบวนการ อย่างเดียวกันครับ มีคดีค้างทั้งหมด ๙,๘๕๓ คดี ท่านประธานครับ ถ้าดูแนวโน้มคดีจาก ป้ ๒๕๔๘ ถึงป้ ๒๕๕๐ เพิ่มขึ้นประมาณ ๒,๖๐๐ กว่าคดี แล้วแนวโน้มก็ไม่ต้องสงสัยครับ มันคงจะเพิ่มอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ ปัญหาก็มีอยู่ว่า ถ้าคดีมันยังไปอย่างนี้ มันก็ยิ่งจะมีคดีค้าง แล้วก็ก่อปัญหาให้พี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ ผมก็อยากจะเรียนทางท่านประธาน ไปถึงผู้ชี้แจงครับว่า ผมว่าท่านต้องแก้ไขครับ แล้วผมคิดว่าแนวทางที่ผมจากการอ่าน รายงานก็ดี จากการศึกษาปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ผมคิดว่าแนวทางในความเห็นผมที่จะ แก้ไข ๔ ข้ออย่างน้อย ๆ
ในข้อที่ ๑ ก็คือว่า การบริหารจัดการกระบวนการพิจารณาของทางศาล ผมคิดว่าท่านต้องแก้ไขปรับปรุงครับ เพราะว่าท่านดูนะครับ จากวันฟัองคดีแล้วท่านไป พิจารณาว่าคดีนี้ควรจะรับฟัองหรือไม่ฟัอง แล้วส่งไปให้เขาทําคําให้การกลับมานี่ นะครับ ๔ เดือนกว่า ประมาณ ๔ เดือน ผมว่าช่วงนี้ถ้าท่านทําให้ไวขึ้น มันก็จะลดไปได้ อีกส่วนหนึ่ง แล้วก็กระบวนการประสานงานเรียกเอกสารการไต่สวนเพิ่มเติมของท่าน ถ้าท่านจะเร่งรัดคดี ผมเข้าใจว่ามันจะทําให้คดีเร็วขึ้น
ในประการที่ ๒ ที่ผมอยากจะเปึนข้อเสนอแนะก็คือว่า ตุลาการ ศาลปกครองสูงสุดนี่ครับ ผมคิดว่าวันนี้ท่านต้องเพิ่ม ของเดิมในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เขาบอกว่า ให้มีตุลาการศาลปกครองสูงสุด ๒๓ ท่าน ท่านเปึนประธานไป ๑ ท่าน เปึน รองประธานอีก ๒ ท่าน ไปเปึนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอีก ๒ ท่าน ๕ ท่านแล้วนะครับ แล้วยังไม่นับที่ปลดเกษียณไป ท่านเหลืออยู่ ๑๘ ท่าน นี่หมายความว่าครบบริบูรณ์ วันนี้ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นี่เขาเป่ดช่องให้ท่านทําแล้ว ผมคิดว่าท่านรีบทํานะครับ
ประการที่ ๓ ท่านประธานครับ ผมว่าท่านต้องประสานงานกับ กระทรวงการคลัง กรณีการอุทธรณ์ มันมีระเบียบกระทรวงการคลังครับว่าถ้าจะชดใช้เงิน มันต้องให้ถึงที่สุด ผมคิดว่ากรณีที่ว่าอัยการซึ่งเปึนทนายแผ่นดิน เขามองแล้ว เขาเห็นแล้วว่า คดีนี้สู้ไปมันก็แพ้แหง ๆ เสียเวลาเปล่า ๆ ก็ตกลงกันให้เรียบร้อยว่าถ้าอัยการเขาเห็น อย่างนั้นแล้ว อย่าไปทําให้คดีมันรกที่ศาลของท่านเลยครับ แล้วก็มันจะก่อประโยชน์กับ พี่น้องประชาชน
ในประการสุดท้ายครับ ผมต้องเรียกร้องความเสียสละของท่านตุลาการ ทั้งหลายครับ ไม่ว่าจะเปึนตุลาการศาลชั้นต้น หรือตุลาการศาลปกครองสูงสุด ท่านประธานครับ วันนี้ผมเชื่อนะครับว่าท่านตุลาการทั้งหลายไม่ได้เดือดร้อน ไม่มีความ จําเปึนในเรื่องเงิน เงินเดือนท่านประมาณ ๑ แสนบาท ค่าชดเชยการใช้รถประมาณ ๔๐,๐๐๐ บาท ท่านได้รับเดือนหนึ่งประมาณ ๑๔๐,๐๐๐ บาท ผมคิดว่าท่านพอใช้ แล้วผมก็เชื่อว่าท่านตุลาการทั้งหลายนี่สมถะอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นที่ ท่านจะไปสอนหนังสือหรืออะไรก็แล้วแต่ ผมเชื่อว่าอันนั้นเปึนประโยชน์ครับ เปึนวิทยาการ แต่จะเปึนไปได้ไหมครับ ท่านจะตกลงกันสักนิดหนึ่งว่า ถ้าท่านจะไปสอน หนังสืออะไรนี่ ก็ขออย่าให้มันไปทําให้คดีมันล่าช้าเพิ่มขึ้นไปอีก ท่านประธานครับ ผมพูด มาทั้งหมดก็ด้วยความปรารถนาดี อยากจะเห็นศาลปกครองเปึนที่ชื่นชมของพี่น้อง ประชาชนยิ่งขึ้น ผมก็มีข้อวิพากษ์วิจารณ์แล้วก็ข้อเสนอแนะเพียงเท่านี้ละครับ ขอบพระคุณครับ