สุกิจ อัถโถปกรณ์ หารือเรื่องความรวดเร็วในการพิจารณาคดีของศาลปกครอง และเรียกร้องการแก้ไขเพื่อให้ความยุติธรรมไม่ล่าช้า โดยแถลงว่าศาลปกครองมีค่าใช้จ่ายที่แท้จริงและเสนอให้ใช้กรณีคนไข้ฟ้องหมอเป็นบรรทัดฐานในการอธิบายให้กับประชาชน เพื่อลดการฟ้องร้องศาล
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมถือว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่สําคัญมากนะครับต่อประเทศชาติ เพราะว่าศาลปกครองได้เคย แก้ปัญหาวิกฤติให้กับประเทศมามากแล้วนะครับ แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งศาลปกครอง ก็ยังถือว่าเปึนที่พึ่งของพี่น้องประชาชนในการที่จะเรียกร้องความเปึนธรรม ผมคงมี ประเด็นไม่มากนัก แต่ว่าจําเปึนต้องพูดครับ เพราะว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่สําคัญดังที่ผม กราบเรียนไปแล้ว และผมก็คงจะไม่ได้มีพื้นฐานในเรื่องของกฎหมายมากพอ เพราะฉะนั้น ก็ถือว่าเปึนการพูดในฐานะที่เปึนชาวบ้านคนหนึ่ง ในฐานะที่เปึนตัวแทนของชาวบ้าน นะครับ
ประเด็นแรกก็คงจะเหมือนกับที่หลายท่านได้พูดมาแล้วนะครับ คือเรื่อง ของความรวดเร็วในการพิจารณาคดี ผมว่าศาลปกครองต้องรับฟังแล้วละครับ เพราะว่า สมาชิกเกือบทุกท่านที่ขึ้นมาพูดในวันนี้ก็พูดเปึนเสียงเดียวกันว่ามีความล่าช้านะครับ จากสถิติที่ท่านให้มาว่าใน ๑ ป้ เสร็จไปร้อยละ ๗๘ แต่เมื่อผมไปคุยกับผู้ที่มีประสบการณ์ เกี่ยวกับศาลปกครองมามากพอสมควร สิ่งแรกที่เขาพูดถึงเมื่อพูดถึงศาลปกครอง คําพูด แรกที่เขาพูดก็คือคําว่า ช้า ครับ เขาบอกว่าช้ามาก ช้ากว่าศาลปกติ ผมเอาสถิติไปเล่าให้ เขาฟังแบบที่พูดเมื่อสักครู่นี้ครับว่า ร้อยละ ๗๘ เสร็จใน ๑ ป้ เขาบอกว่าไม่น่าเชื่อ เหมือนกับที่ท่านสมาชิก ๑ คน จากพรรคประชาธิปัตย์ ก็บอกว่าดูแล้วก็ไม่น่าเชื่อ ผมไม่ได้ มีเจตนาเปึนอย่างอื่นครับ ก็คือมาเล่าสู่กันฟังเพื่อว่าท่านจะได้หาวิธีที่จะแก้ไขต่อไป นะครับ ท่านบอกไว้เองนะครับว่า ความยุติธรรมที่ล่าช้าคือความไม่ยุติธรรม เพราะฉะนั้น เรื่องนี้เปึนเรื่องที่น่าคิดนะครับ
เรื่องต่อไปผมรวบรัดครับ ใช้เวลาไม่มากนัก คือเรื่องของค่าใช้จ่าย เปึนที่ รับรู้สําหรับพี่น้องประชาชนโดยทั่วไปว่า ฟัองศาลปกครองไม่มีค่าใช้จ่าย เพียงแต่เอา เศษกระดาษ เอากระดาษจากหน้ากลางของสมุดการบ้านของลูกเขียนฟัองใส่ซอง ป่ดแสตมปี แล้วก็ส่ง ก็สามารถที่จะฟัองได้ ไม่มีค่าใช้จ่ายอย่างอื่นอีก แต่จริง ๆ แล้วมัน ไม่ได้เปึนเช่นนั้นครับ เขาบอกว่าหลังจากที่ฟัองไปแล้ว หน่วยราชการหน่วยงานที่ถูกฟัอง ธรรมดาก็คือต้องสู้ แล้วก็เปึนปกติครับเขาต้องสู้ทุกราย เมื่อนั้นละครับค่าใช้จ่ายก็จะ เกิดขึ้น เพราะว่าเมื่อมีการแก้ต่าง มีการสู้กัน หน่วยราชการก็จะอ้างกฎหมาย อ้างกฎระเบียบต่าง ๆ นานา ซึ่งชาวบ้านทั่วไปเขาไม่รู้ละครับ เขาตามไม่ทัน เขาอ่าน เขายังอ่านไม่เข้าใจครับ เหมือนผมอ่านรายงานของท่านผมก็อ่านด้วยความยากลําบาก เพราะไม่คุ้นเคยกับศัพท์แสงอะไรต่าง ๆ ชาวบ้านก็เหมือนกันครับ เขาก็อ่านแล้วเขาก็ ไม่เข้าใจ เมื่อไม่เข้าใจสิ่งที่เขาต้องทําก็คือต้องหาผู้รู้ นั่นก็คือทนายนั่นเองครับ เพราะฉะนั้นที่บอกว่าเมื่อฟัองศาลปกครองแล้วไม่ต้องใช้ทนาย ก็ไม่ใช่ความจริงทั้งหมดครับ ชาวบ้านส่วนใหญ่ที่เมื่อสู้ไปแล้วถึงระดับหนึ่งไม่อยากถอยหลังกลับละครับ ไม่อยากแพ้ด้วย เพราะฉะนั้นเดินหน้าแล้วก็ต้องเดินหน้าต่อ ก็เลยต้องลงเอยด้วยการจ้างทนาย แล้วเมื่อนั้นละครับค่าใช้จ่ายก็ตามมา เพราะฉะนั้นในประเด็นนี้นะครับผมก็ยังอยากเห็น เหมือนเดิมครับ เหมือนกับความตั้งใจเดิมของศาลปกครองก็คือ ไม่อยากให้ พี่น้องประชาชนมีค่าใช้จ่าย เพราะฉะนั้นผมขอฝากท่านว่า ท่านช่วยหาวิธีครับว่า ทําอย่างไรถึงจะตัดประเด็นอย่างนี้ออกไปได้ อาจจะให้คดีมันจบเร็ว ๆ อันนั้นก็คงจะเหมือนกับที่ท่านสมาชิก ท่านวิลาศ ขออภัยที่เอ่ยนาม ว่าถ้าทําคดีเร็วก็ อาจจะเปึนการประหยัดค่าใช้จ่ายนะครับ เรื่องของการประชาสัมพันธ์ผมคิดว่าท่านทําได้ ดีมากครับ ทุกวันนี้ก็คงไม่มีพี่น้องประชาชนคนไหนที่ไม่เคยได้ยินชื่อของศาลปกครอง แต่ผมก็เรียนถามผู้ที่มีประสบการณ์ครับว่า ส่วนใหญ่แล้วพี่น้องประชาชนที่ไปฟัองศาล ปกครองเขาเอาความรู้มาจากไหน วิธีการฟัองเขาทําอย่างไร ท่านก็บอกว่ามาก ๆ ที่สุด แล้วก็คือส่วนราชการเองที่เปึนคนแนะนํานะครับ อาจจะด้วยความหวังดี ใจดี ก็แนะนํา ให้ฟัอง ถ้าใช้อารมณ์หน่อยก็คือตกลงกันไม่ได้ก็ท้าให้ไปฟัอง อันนี้คือสิ่งที่ประชาชนได้รับรู้ ว่าเขาจะมีวิธีการฟัองศาลปกครองได้อย่างไรนะครับ แล้วประชาชนส่วนใหญ่ ตาสีตาสา คนที่ความรู้น้อยทั่ว ๆ ไปก็คงจะกลัว ผมเองก็กลัวครับเมื่อรู้ว่าต้องไปขึ้นศาล เพราะฉะนั้น ถ้าหลีกเลี่ยงได้นี่ประชาชนเขาจะไม่ไปขึ้นนะครับ ไม่ไปฟัองร้อง ไม่ว่าจะเปึนศาลไหน ทั้งนั้น เพราะเขาก็ไม่เข้าใจละครับว่าศาลปกครองต้องทําอย่างไร คนส่วนใหญ่ที่ใช้บริการ ก็คือ คนชั้นกลางขึ้นไปนะครับ นี่ผมเรียนถามจากผู้รู้นะครับ เพราะฉะนั้นเชื่อว่าปัญหาที่ เกิดขึ้นก็คงไม่ใช่มีเฉพาะคนชั้นกลางละครับ คนชั้นที่ล่างลงไปจากนั้นก็คงจะมี แต่ว่า ทําอย่างไรให้คนเหล่านั้นได้เข้าถึงศาลปกครอง อันนี้ผมก็ขอฝากท่านไปด้วยนะครับ
ประเด็นสุดท้ายครับ ที่น่าคิดก็คือที่ท่านสมาชิกคุณหมอบรรพตได้พูดไป เมื่อสักครู่นี้นะครับ ขออภัยที่เอ่ยนามครับ ก็คือว่าคดีศาลปกครองดูแล้วว่ามากเหลือเกิน คดีจุกจิกอะไรต่าง ๆ ที่คนพอที่จะมีความสามารถในการฟัองเขาก็จะฟัอง เพราะฉะนั้นผม ได้อ่านรายงานที่แจกมานะครับ ผมว่ามีหลายเรื่องที่เปึนประโยชน์ อาจจะเปึน บรรทัดฐานให้พวกเราเอาไปใช้ได้ อย่างเช่น กรณีที่คนไข้ฟัองหมอ หมอที่ผ่าตัดเข้าไปแล้ว ปรากฏว่าไม่ได้เปึนโรคอย่างที่เขาคิด แล้วก็เย็บป่ดเหมือนเดิม ศาลปกครองรู้สึกว่าจะ ไม่รับทําคดีนี้นะครับ ให้เปึนเรื่องของการไปเรียกร้องกับศาลยุติธรรม ผมคิดว่าเรื่องนี้ ผมเองได้เจอบ่อยครับ มีคนมาปรึกษาเรื่องนี้บ่อย เรื่องที่จะฟัองหมอนะครับ ในฐานะที่ ผมเปึนหมอ เพราะฉะนั้นถ้าจะเอาเรื่องเหล่านี้ไปเปึนบรรทัดฐานนะครับ พวกเราได้ ช่วยกันคนละไม้คนละมือไปอธิบายให้กับชาวบ้านที่เขามีปัญหาได้เข้าใจประเด็นนะครับ ผมว่าอาจจะช่วยลดการทํางานของศาลปกครองไปได้มากทีเดียว ผมก็มีประเด็น เพียงแค่นี้ครับ ก็ยังคิดและก็ยังหวังครับว่า ศาลปกครองจะเปึนที่พึ่งของพี่น้องประชาชน เปึนที่พึ่งของสังคม และช่วยแก้วิกฤติให้กับประเทศชาติของเราต่อไปครับ ขอบคุณครับ