สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๑

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตน)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านผู้ใดยังไม่ได้เสียบบัตร แสดงตนบ้างครับ โปรดเสียบบัตรแสดงตน เพราะเวลาล่วงเลยมาพอสมควรแล้วนะครับ ขออนุญาตไม่มีปรึกษาหารืออะไรทั้งสิ้นครับ ท่านผู้ใดยังไม่ได้เสียบบัตรแสดงตน มีไหมครับ เรียบร้อยแล้วกดแสดงตนนะครับ เชิญกดได้ครับ

หม่อมราชวงศ์กิติวัฒนา ไชยันต์ แบบสัดส่วน

กดบัตรแสดงตนแล้ว ไฟไม่ขึ้นค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ยกมือขึ้นครับ ที่ไฟไม่ขึ้น เจ้าหน้าที่ช่วยดูด้วยครับ

นายนริศ ขํานุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานครับ ขออนุญาตท่านประธาน ผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ทราบแล้วอยู่จังหวัดพัทลุง ช่วยกรุณานั่งลงก่อนครับ

นายนริศ ขํานุรักษ์ พัทลุง

อย่างนี้ครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ช่วยกรุณานั่งลงก่อนครับ

นายนริศ ขํานุรักษ์ พัทลุง

ผมไม่ได้ปรึกษาหารือ แต่อยากขอสอบถาม ท่านประธานนิดหนึ่งครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ช่วยกรุณานั่งลงก่อนครับ

นายนริศ ขํานุรักษ์ พัทลุง

แล้วเดี๋ยวท่านประธานต้องอนุญาตนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมยังไม่ฟังครับ ช่วยกรุณา นั่งลงก่อน ด้วยความขอบคุณยิ่งครับ รวมคะแนน แจ้งคะแนนได้ ท่านเลขาธิการครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

ท่านประธานครับ ผมยังกดไม่ได้ เลยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวค่อยบอกว่าเพิ่มอีกคน ก็แล้วกันครับ

นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ สมุทรปราการ

ท่านประธานครับ มีจํานวน มากเลยที่กดไม่ได้ครับ กรุณา

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวค่อยแจ้งเพิ่มก็แล้วกัน เปึนอย่างไรเครื่องเรียบร้อยไหม ผมขอขอบคุณท่าน ส.ส. สมควร โอบอ้อม ส.ส. นครสวรรค์ ที่ได้ให้ความร่วมมือกับสภาเต็มที่ ท่านได้มาตรวจสอบเครื่องเสียงให้เรา ดูแลทุกอย่าง ถ้าบกพร่องประการใดก็ต่อว่ากับ ท่าน ส.ส. สมควรได้ครับ เพราะทางสภาโดยผมได้มอบหมายให้คุณสมควรดูเครื่องเสียง ทั้งหมดครับ ทั้งเครื่องอัตโนมัติในบริเวณห้องประชุมนี้ มอบหมายให้คุณสมควรครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ท่านประธานครับ ผมกลัวองค์ประชุม ไม่ครบ ขอเสนอให้กดใหม่ครับ กดใหม่อีกครั้งหนึ่งนะครับ เริ่มใหม่ครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

กดได้เลยครับ ไม่ต้องกดใหม่ กดได้เลยครับ เพราะกําลังรวมคะแนนอยู่ครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตน)

เรียบร้อยแล้ว ท่านเลขาธิการ เท่าไรครับ ผมยังไม่รับประท้วงเพราะว่ายังไม่ได้เป่ดประชุม อย่าเพิ่งครับ ขอความกรุณา ให้มีระเบียบสักนิดเถอะจะเปึนพระคุณอย่างสูงครับ คุณหมอครับ ได้ไหมท่านเลขาธิการ

(ประธานสภาผู้แทนราษฎรมีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบ)

เพิกถอนการลงคะแนนครั้งแรก ช่วยเสียบบัตรแสดงตนใหม่ครับ ท่าน ส.ส. ที่อยู่ข้างนอกช่วยกรุณาเข้ามาในห้องประชุม เสียบบัตรแสดงตนด้วยนะครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตน)

เรียนให้ทราบเปึนครั้งสุดท้าย ถ้าอย่างนั้นเราก็จะไม่มีการประชุมวันนี้เพราะยังไม่ครบ ก็เรียนให้ทราบอย่างนี้นะครับ อยากจะให้มันเปึนระบบ ช่วยกรุณา

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ท่านไม่ลองขอความร่วมมือจากเพื่อนพรรคประชาธิปัตย์หรือครับ นั่งกันเฉย ๆ ไม่ยอมกด เยอะแยะ ผมเดินไปดูมาแล้วเมื่อกี้นี้ ลองดูสิครับ ขอความร่วมมือกันหน่อย

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านเชาวรินครับ เราทํา ของเราก็พอแล้วไม่ต้องเกี่ยวข้องกับคนอื่นเขา

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ แบบนี้เสียหาย

นายสุทัศน์ เงินหมื่น แบบสัดส่วน

ไม่ได้ครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สิทธิ ช่วยกรุณาป่ดการเสียบบัตร แสดงตนได้นะครับ

นายสุทัศน์ เงินหมื่น แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ไม่ได้ครับท่านประธาน ผมต้องขอให้ถอนคําพูดเมื่อสักครู่นี้ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอความกรุณาเถอะครับ ผมบอกไปแล้วเมื่อกี้ ขอความกรุณาท่านเถอะครับ

นายสุทัศน์ เงินหมื่น แบบสัดส่วน

ไม่ได้ครับ บอกเฉย ๆ ไม่ได้ เรื่องนี้ เรื่องสําคัญมากท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ได้ก็ไม่ได้ครับ ไม่ได้ ก็หยุดก่อน แล้วก็ขอให้จบเปึนขั้นเปึนตอน เชิญครับ

(นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ตอนนี้มีผู้แสดงตน ๒๒๖ ท่าน ไม่ครบองค์ประชุม ๒๓๕ ท่าน

ผมก็มีความจําเปึนที่จะต้องอาศัยระเบียบโดยเคร่งครัด พักการประชุม ๑๐ นาทีครับ

พักการประชุมเวลา ๑๐.๐๖ นาฬิกา

เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๐.๑๔ นาฬิกา

ผู้เข้าประชุมทั้งหมด ๒๘๔ ท่าน ในจํานวน ๔๘๐ ท่าน นอกนั้นถือว่าขาด ยังไม่มาเซ็นชื่อ กระผมขอดําเนินการ นับองค์ประชุมต่อ ช่วยกรุณาเสียบบัตรแสดงตนทุกท่านด้วย เชิญครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตน)

ทุกท่านเสียบบัตรแสดงตน แล้วใช่ไหมครับ โปรดกดแสดงตนได้ เชิญครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตน)
(นายไพจิต ศรีวรขาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ คุณไพจิตมีอะไร ขัดข้องหรืออะไรครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอเสนอ ให้มีการตรวจสอบองค์ประชุมโดยวิธีขานชื่อเปึนรายคน ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอความกรุณาเถอะคุณไพจิต อย่าเพิ่งถึงขนาดนั้นเลยครับ ขอความกรุณาช่วยถอนหน่อยเถอะครับ เพราะว่าอย่างไร ก็ครบครับ ขอความกรุณาหน่อยเถอะครับ เพื่อให้ไปด้วยกันได้สบายทุกฝ์าย ขอความกรุณา ถอนเถอะครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม

ผม ไพจิต ศรีวรขาน ครับ เมื่อยืนยันว่าครบ ก็เกรงจะไม่สามารถดําเนินการประชุมได้ ผมถอนครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คงจะครบครับ เพราะของเรา ๓๐๐ กว่าคน คงจะมาได้ ๒๓๕ คน เสร็จทุกท่านแล้ว โปรดกดแสดงตนได้ รวมคะแนนได้ครับ บัดนี้ทางซีกฝ์าย ๖ พรรคร่วมรัฐบาลได้มาลงคะแนนแล้ว ๒๔๕ ท่าน ครบองค์ประชุม ผมขอดําเนินการประชุมต่อไปครับ

ต่อไปนี้เปึนการพิจารณาเรื่องด่วน สภาผู้แทนราษฎรจะต้องพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. .... ซึ่งเราจะพิจารณา ต่อไป ก็ขอความกรุณาที่ประชุม

(นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท แบบสัดส่วน

ท่านประธานคะ เมื่อกี้นี้ฝ์ายค้าน กดด้วยนะคะ ท่านบอกว่าเฉพาะ ๖ พรรคร่วมรัฐบาลไม่ได้ค่ะ เพราะว่าดิฉันก็กด หลายท่าน ในที่นี้กดหมดเลยค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ถือว่าท่านกดไปอีกคนหนึ่ง

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท แบบสัดส่วน

ไม่ค่ะ ไม่ใช่ หลายคนกดค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๒ คน ๓ คน ๔ คน

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท แบบสัดส่วน

แถวนี้กดหมดค่ะท่าน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

กดทุกคนก็แล้วกันนะครับ ขอดําเนินการประชุม ขอเถอะ ขอความกรุณาเถอะครับ

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท แบบสัดส่วน

ท่านต้องพูดใหม่

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เพราะว่าร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญนี้จะต้องใช้เวลานะครับ

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท แบบสัดส่วน

ท่านต้องพูดให้ครบถ้วนนะคะท่าน ไม่อย่างนั้นเราเสียหาย

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขอความกรุณา ขอคุณหมอ ช่วยนั่งลงและผมจะพูดใหม่ครับ ผมจะพูดใหม่ว่า ขณะนี้มีสมาชิกเข้ามาแสดงตน ในการประชุมที่ห้องประชุม ๒๔๕ ท่าน ครบองค์ประชุม

ขอดําเนินการประชุมต่อไปตามระเบียบวาระดังต่อไปนี้ ร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. .... ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรจะต้อง พิจารณาร่างฉบับนี้ให้เสร็จภายใน ๑๒๐ วัน นับแต่วันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๑ ซึ่งจะ ครบกําหนดในวันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๕๑

ด้วยผู้ตรวจการแผ่นดินได้มีหนังสือขออนุญาตให้ผู้แทนของผู้ตรวจการแผ่นดิน เข้าเปึนผู้แถลงและชี้แจง ผมได้พิจารณาแล้วเห็นว่าเพื่อประโยชน์ในการพิจารณา ผมจึง อนุญาตให้ผู้แทนของผู้ตรวจการแผ่นดินเข้าร่วมแถลง และชี้แจงต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๒๔ ขอเชิญ พลเอก ธีรเดช มีเพียร ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ศาสตราจารย์ศรีราชา เจริญพานิช เลขาธิการสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน คุณปรีดา เวทยาวงศ์ ผู้อํานวยการ สํานักกฎหมาย คุณวีระศักดิ์ แสงสารพันธ์ นิติกรอาวุโส เชิญเข้ามานั่งประจําที่ได้ครับ

(ผู้ชี้แจงเข้าประจําที่)

เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติ ผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. .... นี้มีเสนอ ๒ ร่าง ร่างแรกคือ ร่างพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน (ผู้ตรวจการแผ่นดิน เปึนผู้เสนอ) ร่างที่ ๒ คือ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. ... (นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ กับคณะ เปึนผู้เสนอ) ฉะนั้นผมเห็นว่าเนื้อหาสาระอันเดียวกันก็ขอรวม พิจารณาด้วยกันเลย

ขอเชิญ ท่าน พลเอก ธีรเดช มีเพียร ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินแถลงหลักการ และเหตุผล เชิญครับ

(นายสุทัศน์ เงินหมื่น ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสุทัศน์ เงินหมื่น แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ประท้วงครับ ประท้วงตามข้อ ๖๔ ท่านประธานต้องอนุญาตให้สมาชิกชี้แจงการประท้วงครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

จะประท้วงก็ขอให้จบ ร่างพระราชบัญญัติผู้ตรวจการแผ่นดินก่อนแล้วก็ค่อยประท้วง เชิญครับ

นายสุทัศน์ เงินหมื่น แบบสัดส่วน

ยังเลยครับ ท่านทําผิดข้อบังคับ ประท้วงต้องให้สิทธิครับท่านประธาน ท่านผู้ชี้แจงต้องหยุดก่อน

พลเอก ธีรเดช มีเพียร ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ กระผม พลเอก ธีรเดช มีเพียร ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอกราบเรียนเสนอร่างพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. .... ต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยมีเหตุผลความจําเปึน เนื่องจากมาตรา ๓๐๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ให้ผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ตามวรรคหนึ่ง ดําเนินการปรับปรุง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญเพื่อให้เปึนไปตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ภายใน หนึ่งป้นับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้

(นายสุทัศน์ เงินหมื่น ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสุทัศน์ เงินหมื่น แบบสัดส่วน

ท่านประธาน ถ้าไม่ใช้ข้อบังคับ วุ่นวายแน่นะครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน

ดังนั้นจึงมีความจําเปึน ต้องเสนอร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าว โดยมีหลักการและเหตุผลดังนี้

หลักการ ให้มีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน

เหตุผล โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒๔๒ บัญญัติให้มี ผู้ตรวจการแผ่นดิน และกําหนดให้คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ตรวจการแผ่นดิน เปึนไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน

นายสุทัศน์ เงินหมื่น แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ประท้วงครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน

ดังนั้นเพื่อให้เปึนไปตาม บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงจําเปึนต้องตราพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญนี้ กระผมจึงขอกราบเรียนเสนอร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. .... ต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อกรุณาพิจารณาตามบทบัญญัติของ รัฐธรรมนูญต่อไป ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญคุณนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ กฎหมายฉบับนี้ เคยมีปัญหามาครั้งหนึ่งแล้วในสมัย สนช. เนื่องจากมีองค์ประชุมไม่ครบ แล้วศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีมติว่าเปึนการออกกฎหมายโดยขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นเพื่อไม่ให้มีประวัติศาสตร์ ซ้ํารอยอีกครั้งหนึ่ง ผมขออนุญาตนับองค์ประชุมครับ ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรองถูกต้องให้นับ องค์ประชุมนะครับ ก็ขอนับองค์ประชุม เชิญคุณสุขุมพงศ์ คือคุณนิพิฏฐ์ไม่ติดใจ พระราชบัญญัติฉบับนี้ใช่ไหมครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

ท่านประธานครับ ผมว่าท่านประธาน ต้องตั้งสติฟังผมพูดนะครับ ท่านถามผมใหม่ก็ได้ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมไม่ได้ถามใหม่ ถามเก่า นั่นล่ะครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

ผมไม่ตอบครับ ท่านครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ไม่ถามอีก เชิญคุณสุขุมพงศ์ครับ

นายสุขุมพงศ์ โง่นคํา แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายสุขุมพงศ์ โง่นคํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน จากจังหวัดกาฬสินธุ์ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมก็ได้เข้าประชุมตั้งแต่เช้าก็นึกว่า วันนี้จะได้มาอภิปรายกฎหมายสําคัญของบ้านของเมือง ซึ่งเรารอกันอยู่ตามกําหนด ระยะเวลา ซึ่งเข้าใจว่าก็เปึนการเสนอกฎหมายครั้งแรกขององค์กรนี้ แล้วก็มีกําหนดเวลา ที่เราจะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในเวลา ๑๒๐ วัน ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อสักครู่ได้มีสมาชิกท่านหนึ่งให้นับองค์ประชุม กระผมก็เห็นว่าการนับองค์ประชุมวันนี้ ก็นับมา ๕-๖ ครั้งแล้ว องค์ประชุมเกินแน่นอน กระผมขอยืนยันว่าองค์ประชุมเกินแน่นอน เมื่อสักครู่ก็มีการนับ ถ้าเปึนเอกสิทธิ์ที่ท่านจะขอนับ กระผมก็ขอให้ท่านประธานได้กรุณา นับโดยวิธีขานชื่อเรียงตามลําดับอักษรเพื่อที่จะให้ทราบกันว่าท่านไหนอยู่ในที่ประชุม ท่านไหนไม่มาประชุม เพื่อให้สาธารณชนทราบ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านเสนอให้นับองค์ประชุม

นายสุขุมพงศ์ โง่นคํา แบบสัดส่วน

ให้มีการนับองค์ประชุมโดยวิธีขานชื่อ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านอภิปรายแล้วไม่มีสิทธิ ที่จะเสนอ ต้องคนใหม่ครับ

นายสุขุมพงศ์ โง่นคํา แบบสัดส่วน

มิได้ครับ ท่านประธานครับ การที่จะ อภิปรายประกอบคําเสนอทุกเรื่องทําได้หมดครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือเสนอก่อนแล้วจึงอภิปราย ประกอบครับ

นายสุขุมพงศ์ โง่นคํา แบบสัดส่วน

ยกเว้น ๒ เรื่อง คือการป่ดอภิปราย เท่านั้นครับ ผมยืนยันว่าผมอภิปรายประกอบการเสนอทําได้ครับท่านประธานที่เคารพ ตามข้อบังคับ ข้อ ๔๗

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็อะลุ่มอล่วยแล้วกันครับ

นายสุขุมพงศ์ โง่นคํา แบบสัดส่วน

ขอผู้รับรองด้วยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)

มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ก็ให้ประธานวินิจฉัยเลยไม่ต้องถามนะครับ เพราะว่ามีผู้เสนอให้นับองค์ประชุม แล้วก็มี ผู้เสนอให้ขานชื่อในการนับองค์ประชุม ขอขานชื่อ ท่านเลขาธิการช่วยกรุณาดําเนินการ ด้วยครับ ผมขอเชิญบุคคลเหล่านี้มาเปึนกรรมการนับคะแนน คุณชลน่าน ศรีแก้ว คุณดนุพร ปุณณกันต์ คุณจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ คุณธนิตพล ไชยนันทน์ คุณภราดร ปริศนานันทกุล คุณพิเชษฐ์ ตันเจริญ ๖ ท่านด้วยกัน เชิญครับ เข้านั่งประจําที่ มีอะไรคุณเอกพจน์

นายเอกพจน์ ปานแย้ม ปทุมธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม เอกพจน์ ปานแย้ม จังหวัดปทุมธานี พรรคชาติไทย ขออนุญาตเปลี่ยนบุคคลซึ่งจะเปึน กรรมการนับคะแนนในนามพรรคชาติไทย ซึ่งคุณภราดรตอนนี้ยังไม่อยู่ในที่ประชุมครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าอย่างนั้นก็เอาคุณเอกพจน์ ปานแย้ม แทนไปเลยครับ

นายเอกพจน์ ปานแย้ม ปทุมธานี

ขอเปลี่ยนเปึนท่าน ส.ส. สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เปลี่ยนเปึนใคร

นายเอกพจน์ ปานแย้ม ปทุมธานี

ท่านสิริพงศ์ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสิริพงศ์นะครับ เชิญเข้าประจําที่ครับ

(คณะกรรมการเข้าประจําที่)

พี่น้องประชาชนคนไทยในชาติ ท่านได้ฟังการประชุมของสภาแห่งนี้แล้วท่านก็คิดเอาเองแล้วกันนะครับ ขอบคุณครับ พร้อมหรือยัง ยังขาดอีกกี่ท่าน เชิญครับ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา

ท่านประธานครับ ในช่วงที่ยังไม่เรียบร้อย ผมขออนุญาตหารือท่านประธานสักเล็กน้อยได้ไหมครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมไม่มีหารือครับ ยกเว้น ข้อ ๑๗ แล้วครับ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา

ผมขออนุญาตประท้วงท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ประท้วงก็ไม่มีครับ วันนี้ ไม่มีประท้วง

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา

คืออย่างนี้ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

นับองค์ประชุมก่อนครับ เชิญท่านเลขาธิการอ่านชื่อ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา

ท่านประธานครับ ข้อบังคับการประชุม ป้ ๒๕๕๑ ใช้บังคับกับประธานสภาด้วย

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมทราบครับ แต่ว่า ขอดําเนินการให้ถูกต้องตามระเบียบก่อนครับ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา

ข้อ ๖๓ เมื่อสมาชิกยืนขึ้นยกมือประท้วง ประธานต้องให้โอกาสเขาชี้แจง ไม่ใช่ประธานไม่ฟังนะครับ แปลว่าประธานไม่เคารพ ไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับของสภา ถือว่าประธานบกพร่องอย่างยิ่งครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ตอนนี้ผมยอมบกพร่อง ขอให้นับองค์ประชุมเสร็จก่อนแล้วผมจะให้ท่านประท้วง

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา

เพราะว่ามิฉะนั้นแล้วถ้าประธานไม่เคารพ กฎระเบียบที่เราช่วยกันร่างขึ้นมาสภาก็เดินไม่ได้ ประธานก็จะไม่เปึนที่เคารพของ สมาชิกสภาและพี่น้องประชาชน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญนับ คุณจุฤทธิ์กับคุณธนิตพล เชิญเถอะครับ เดี๋ยวว่าไม่สมบูรณ์แบบอีก เชิญครับคุณธนิตพลกับคุณจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ ถ้า ๒ ท่านไม่มาก็ขอคุณธีระ สลักเพชร กับท่านนริศ ขํานุรักษ์ ท่านวิป (Whip) ใหญ่ เชิญครับ

นายนริศ ขํานุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ถ้าท่านประธานไม่ยึดข้อบังคับโดยเคร่งครัด พวกเรามิอาจร่วมประชุมกับท่านประธานได้ เพราะว่าการประชุมจะไม่เกิดประโยชน์เลยเราจะประชุมอีกสักครั้งหนึ่งก็ต่อเมื่อท่านประธาน ได้ยืนยันว่าประธานจะยึดข้อบังคับโดยเคร่งครัด กราบขอบคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมจะยึดมั่นในหลักการ ของข้อบังคับทุกประการ แต่ที่ร้องขอนี้หมายความว่าให้มันเสร็จเปึนขั้นตอนแล้วจะให้ ดําเนินการตามที่ท่านประท้วง

นายนริศ ขํานุรักษ์ พัทลุง

ที่ผ่านมาท่านประธานไม่ได้ยึดข้อบังคับครับ กรณีที่เพื่อนสมาชิกประท้วงเปึนเอกสิทธิ์ แล้วท่านประธานก็ไม่อนุญาตให้ประท้วง ท่านประธานทําผิดข้อบังคับนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมยอมรับผิดตั้งแต่ต้นแล้ว ผมบอกว่าผมขอความกรุณาให้เสร็จภาระอันนี้แล้วผมจะให้ประท้วง

นายนริศ ขํานุรักษ์ พัทลุง

ไม่ได้ครับ ประท้วงเปึนเอกสิทธิ์ตอนไหน ก็ตอนนั้น ท่านประธานต้องชี้ให้ผู้ประท้วงก่อน ท่านประธานต้องรับปากกับที่ประชุมครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

จะเอาอย่างไรก็บอกมา จะปฏิบัติตามครับท่าน

นายนริศ ขํานุรักษ์ พัทลุง

ก็เอาตามข้อบังคับอย่างเดียวครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ให้ผมปฏิบัติอย่างไร ช่วยกรุณาบอกมา

นายนริศ ขํานุรักษ์ พัทลุง

ก็ตามข้อบังคับที่พวกเราร่างกันมา ผมคิดว่า ท่านประธานคงทราบดีว่าข้อบังคับเปึนอย่างไร ท่านประธานต้องปฏิบัติตามข้อบังคับ เคร่งครัดนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ผมจะเคร่งครัด ช่วยกรุณานั่งประจําที่ทุกท่าน แล้วผมก็จะปฏิบัติโดยเคร่งครัด เพราะว่าท่านเดินไปเดินมา ท่านอยู่นอกห้องประชุมผมไม่รู้จะปฏิบัติอย่างไร เห็นเก้าอี้มันว่างอยู่ไม่รู้จะปฏิบัติอย่างไร ท่านนั่งให้มันเต็มสิ แล้วผมจะปฏิบัติทุกตัวอักษรของข้อบังคับ เชิญคุณชินวรณ์ ใช่ไหมครับ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ผมคิดว่าเมื่อท่านประธาน ได้ให้โอกาสผมพูด ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานอย่างตรงไปตรงมาว่า การดําเนินการประชุมในสภาแห่งนี้เราทุกคนต้องปฏิบัติตามข้อบังคับ และที่สําคัญที่สุด ก็คือประเด็นที่ท่านประธานพูดเมื่อกี้ว่าให้พี่น้องประชาชนนั้นจับตามองดู ผมคิดว่า ประเด็นนี้ล่ะครับเปึนประเด็นที่สําคัญ เพราะท่านประธานมิเพียงแต่ว่านั่งอยู่บนบัลลังก์ เปึนประธานต่อหน้าพวกผมเท่านั้น แต่ท่านประธานจะต้องนั่งอยู่บนบัลลังก์ต่อหน้าพี่น้อง ประชาชนที่จะต้องทําสภาแห่งนี้ให้ศักดิ์สิทธิ์และมีเกียรติยศศักดิ์ศรีในฐานะที่เปึนตัวแทน ของประชาชน ตลอดระยะเวลาในช่วงเช้าที่ผ่านมา ผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนกับ ท่านประธาน เดี๋ยวพี่น้องประชาชนเขาจะเข้าใจผิดว่าทําไมฝ์ายค้านถึงได้ตีรวน ความจริง ไม่มีการตีรวนนะครับ แต่เราพยายามที่จะดึงสภาแห่งนี้ให้เข้ามาสู่การดําเนินการ ตามข้อบังคับตามกลไกของระบอบประชาธิปไตย แต่ท่านประธานจะสังเกตและเห็นชัดเจนว่า ตั้งแต่เริ่มช่วงเช้า การตรวจสอบนับองค์ประชุมโดยการแสดงตน ซึ่งท่านประธานได้กระทํา มาโดยตลอดซึ่งเปึนเงื่อนไขที่ท่านประธานได้สร้างขึ้นมาเอง แต่มีเพื่อนสมาชิกคนหนึ่ง ในสภาแห่งนี้ได้พยายามที่จะพูดโดยไม่เคารพซึ่งกันและกัน เช่น กล่าวอ้างถึงชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ว่าไม่ได้ลงเสียง เพื่อนสมาชิกได้ใช้สิทธิเพื่อที่จะให้ดําเนินการ ตามข้อบังคับก็คือประท้วงผู้ที่พูดโดยไม่รับผิดชอบว่าให้ถอนคําพูด แต่ท่านประธาน กลับไม่ดําเนินการ นี่เปึนประเด็นที่ ๑ ที่ผมอยากชี้ให้ท่านประธานได้เห็นว่าถ้าเปึนอย่างนี้ ท่านประธานเองก็ต้องตระหนักว่าท่านประธานจะต้องดําเนินการตามข้อบังคับ

ประการที่ ๒ เราต้องยอมรับความเปึนจริงว่าเมื่อเวลามีกฎหมายหรือว่า ญัตติสําคัญเข้าสู่สภาแห่งนี้ ในยุคหลังนี้เราต่างคนต้องเคารพต่อองค์ประชุม แน่นอนที่สุด ท่านประธานพูดอยู่เสมอว่าองค์ประชุมนั้นเปึนความรับผิดชอบของเสียงข้างมาก แต่พวกผมที่นั่งอยู่ในองค์ประชุมนี้ก็รับผิดชอบโดยส่วนตนในฐานะที่ต้องทําให้ ครบองค์ประชุมเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นการที่ท่านประธานได้พูดว่าองค์ประชุม

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านครับ ผมเรียนเชิญ ด้วยความเคารพ ท่านนั่งประจําที่เถอะครับ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ที่ท่านประธานได้พูดว่า องค์ประชุม

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญนั่งครับ ผมให้พูดเต็มที่ ไม่ต้องห่วงหรอกครับ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

องค์ประชุมที่ครบองค์ประชุมนั้น เปึนองค์ประชุมที่มาจากเสียงของ ๖ พรรคเสียงข้างมาก การพูดเช่นนี้ผมคิดว่าท่านประธาน ต้องตระหนักว่ามันจะทําให้เกิดความสมานสามัคคีเพื่อให้ดําเนินการตามข้อบังคับ หรือทําให้เกิดความแตกแยก

และแน่นอนที่สุดประเด็นสุดท้าย วันนี้เรากําลังจะพิจารณากฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. .... เพื่อนสมาชิกได้พยายามที่จะ ท้วงติงท่านประธานว่าให้ดําเนินการตามข้อบังคับในการที่จะตรวจสอบองค์ประชุม แล้วก็ให้ท่านประธานได้ให้โอกาสกับเพื่อนสมาชิกจากทุกพรรคทุกฝ์ายให้ได้มีโอกาส แต่ท่านประธานก็ไม่ได้ดําเนินการตามข้อบังคับ หลังสุดเพื่อนสมาชิกในฐานะผู้เสนอ ร่างกฎหมายฉบับนี้เห็นว่าเพื่อที่จะให้กฎหมายฉบับนี้ได้เปึนไปโดยถูกต้องตามกลไก ของกฎหมายรัฐธรรมนูญ ไม่ต้องมีการตรวจสอบเพราะเปึนกฎหมายสําคัญ ก็ให้มี การตรวจสอบองค์ประชุม ซึ่งก็เปึนเอกสิทธิ์ที่เราเคยทํามาโดยตลอด ทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นว่า ท่านประธานไม่ได้ดําเนินการตามข้อบังคับและไม่เคารพซึ่งกันและกันในฐานะที่ ท่านประธานเปึนประธาน พวกผมเปึนสมาชิก ต่างคนต่างก็ทําหน้าที่ ผมจึงกราบเรียน กับท่านประธานว่าเมื่อท่านประธานให้โอกาสเช่นนี้และเพื่อให้การประชุมนี้ได้ดําเนินการ อย่างต่อเนื่องต่อไป ท่านประธานจะต้องยืนยันชัดเจนในวันนี้ก่อนที่จะดําเนินการประชุม ก็คือว่าท่านประธานจะต้องดําเนินการตามข้อบังคับโดยเคร่งครัด และที่สําคัญที่สุด ก็คือว่าท่านประธานจะต้องให้โอกาส โดยเฉพาะเสียงข้างน้อยได้มีโอกาสแสดงออก อย่างเต็มที่ พวกผมยินดีที่จะเคารพในเสียงข้างมาก แต่ท่านประธานต้องให้ความเคารพ ในเสียงข้างน้อยเช่นเดียวกัน ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

รับทราบและถือปฏิบัติครับ เชิญคุณณัฐวุฒิ

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทย ท่านประธานครับ ผมชื่นชมท่านประธานเปึนอย่างยิ่งที่ท่านประธานได้เรียนต่อที่ประชุม แห่งนี้ว่าท่านจะยึดข้อบังคับโดยเคร่งครัด ผมกราบเรียนท่านประธานครับ การเริ่มต้น การประชุมโดยการกดปุ์มแสดงตน ผมกราบเรียนท่านประธานว่าท่านประธานมีความดําริ ที่ดีครับ แต่ไม่เปึนไปตามข้อบังคับ ข้อบังคับ ข้อ ๑๘ เขียนไว้ว่า ก่อนเข้าประชุมทุกครั้ง ให้สมาชิกมาประชุมลงชื่อในเอกสารที่จัดไว้หรือแสดงตนตามระเบียบที่ประธานสภา กําหนด เพราะฉะนั้นนั่นหมายความว่าได้ปฏิบัติตามข้อบังคับแล้ว สําหรับองค์ประชุม มันจะถูกตรวจสอบโดยอัตโนมัติอีกครั้งหนึ่งเมื่อมีการลงมติ ทุกมติจะมีการตรวจสอบ ยกตัวอย่างเช่น กฎหมายที่ผ่านมาจะเปึนการตรวจสอบองค์ประชุม เพราะฉะนั้น ผมกราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ท่านยกเลิกเถอะครับ การกดแสดงตนนี่ ๑. เกิดปัญหาในการที่จะไปประชุมกรรมาธิการด้วย ๐๙.๓๐ นาฬิกา นัดประชุม ก็ไปประชุมไม่ได้ เสียเวลา แล้วเปึนสาเหตุของต้นเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ด้วย ท่านประธานที่เคารพ มีอีกข้อหนึ่งครับ การปรึกษาหารือ ท่านประธานมักจะพูดอยู่เสมอว่า งดเว้นข้อบังคับ ผมกราบเรียนท่านประธานครับ การงดเว้นการใช้ข้อบังคับต้องงดเว้น ในที่ประชุม ไม่ใช่ประธานสั่งงดเว้นข้อบังคับข้อใดข้อหนึ่งได้ ข้อ ๑๗ ยังอยู่ เพราะฉะนั้น ท่านประธานจะงดเว้นข้อบังคับ ข้อ ๑๗ ท่านต้องถามที่ประชุมนะครับ ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ถ้าเรา อภิปรายเดี๋ยวพระราชบัญญัติฉบับนี้จะตก เนื่องจากว่าได้แถลงหลักการและเหตุผล ไปแล้วจากประธานผู้ตรวจการแผ่นดินก็ได้แถลงหลักการและเหตุผลแล้ว ต่อไป คุณนิพิฏฐ์ไม่ติดใจใช่ไหม หรืออย่างไร เปึนวาระของคุณนิพิฏฐ์

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

ผมขออนุญาตถอนการนับองค์ประชุมครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถอนนะครับ ทางฝ์าย คุณสุขุมพงศ์ครับ

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

ท่านประธานครับ ท่านหัวหน้า พรรคชาติไทยจะขออภิปราย ท่านประธานช่วยกรุณาด้วยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านบรรหาร หัวหน้า พรรคชาติไทย เชิญครับ

นายบรรหาร ศิลปอาชา สุพรรณบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผมตั้งปณิธานไว้ว่าจะไม่ลุกขึ้นพูดเลยไม่ว่าเรื่องใดก็แล้วแต่ บังเอิญมามีกรณีปัญหา เกิดขึ้น เมื่อสักครู่นี้ก็หมายความถึงว่าเมื่อเราไปลงชื่อที่เจ้าหน้าที่ แล้วเอาบัตรแสดงตน อย่างที่ท่านณัฐวุฒิว่าถือว่าใช้ได้แล้ว แต่ท่านประธานจะมาให้แสดงตนในที่นี้อีก ความวุ่นวายเกิดขึ้น อันนี้ท่านประธานพิจารณาเถอะ ขอให้พิจารณา ผมไม่ได้ขอร้อง ขอให้พิจารณาก็แล้วกัน อันนี้เปึนสิ่งที่สําคัญ มิฉะนั้นแล้วสภานี้ ผมเรียนตรง ๆ ไม่อยาก พูดหรอกครับ รัฐบาลก็ถูกติติงมาเยอะแล้ว ขอให้สภาอันทรงเกียรติเปึนที่เชื่อถือ แก่ประชาชนโดยทั่วไปเถอะครับ ผมเรียนท่านประธาน ขอโทษผมขอเรียกเหมือนเดิมครับ พี่ชัยครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมเรียนท่านจะให้ผมยกเลิก เรื่องเสียบบัตรแสดงตนเริ่มเข้าประชุมอย่างนั้นใช่ไหมครับ ผมขอทราบจากท่านโดยตรงครับ

นายบรรหาร ศิลปอาชา สุพรรณบุรี

ใช่ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมถามที่ประชุมว่า ควรยกเลิกนะครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ก็ถือปฏิบัติตามท่านหัวหน้า พรรคชาติไทยนะครับ เพราะท่านได้เรียนต่อที่ประชุมแล้วมันมีปัญหาก็ต้องแก้ปัญหา ให้มันตก โดยยกเลิกตั้งแต่วินาทีนี้ แต่ว่าตามร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญนั้น ก่อนที่จะลงมติต้องแสดงตนว่าครบองค์ประชุมหรือไม่ ถ้าไม่อย่างนั้นก็จะตกไปเหมือนกับ ที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยไปแล้ว ๓ ฉบับ ก็เรียนให้ที่ประชุมทราบ เพราะเรื่องกฎหมายสําคัญก่อนที่จะลงมติก็จําเปึนจะต้องนับองค์ประชุมก่อน ท่านสุทัศน์ ผมขอความกรุณาได้ไหมครับ ให้ท่านนิพิฏฐ์ได้แถลงหลักการ เหตุผลก่อน เพราะว่าเดี๋ยว ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะตกไป ได้ไหมครับ

นายสุทัศน์ เงินหมื่น แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ กระผม สุทัศน์ เงินหมื่น แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ คงไม่ต้องรอครับ ผมนิดเดียวเท่านั้นเอง เพราะว่า เมื่อสักครู่นี้มันติดพันท่านประธาน แล้วก็คงไม่ถึงกับทําให้ร่างพระราชบัญญัติตกไป เพราะไม่ใช่ญัตติใหม่ที่จะเสนอเข้ามา เปึนเรื่องการหารือระหว่างการพิจารณาเท่านั้นเอง ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้ถ้าท่านประธานไม่พูดคําว่า ที่ประชุมจะว่าอย่างไร ผมไม่ลุกขึ้นมาพูดหรอกครับ ข้อกําหนดต่าง ๆ ในการเสียบบัตรนั้นเปึนข้อกําหนด ที่ท่านประธานกําหนดขึ้นมาโดยไม่ได้มีในข้อบัญญัติหรือข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นเมื่อท่านประธานจะยกเลิกหรือไม่ยกเลิกไม่ต้องอ้าง ที่ประชุมครับ ท่านตัดสินใจยกเลิกไปได้เลย แล้วก็ขอบคุณท่านประธานที่กรุณาฟังเสียง ท้วงติงจากท่านสมาชิก โดยเฉพาะท่านสมาชิกอาวุโส ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านบรรหาร ศิลปอาชา ขอบคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบพระคุณมากครับ ท่านรัฐมนตรีสุทัศน์ ต้องขอบคุณที่สอนผมด้วยความกรุณาครับ เชิญคุณนิพิฏฐ์

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ กระผม และเพื่อนสมาชิกจากพรรคประชาธิปัตย์ขออนุญาตเสนอร่างพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. ... โดยมีหลักการดังต่อไปนี้

หลักการ ให้มีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน

เหตุผล โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๓๘ บัญญัติ ให้มีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน ประกอบทั้ง รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒๔๒ บัญญัติให้คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม ของผู้ตรวจการแผ่นดินให้เปึนไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ผู้ตรวจการแผ่นดิน และให้มีสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดินเปึนหน่วยงานที่เปึนอิสระ ในการบริหารงานบุคคลการงบประมาณ และการดําเนินการอื่น ๆ ตามที่กฎหมายบัญญัติ จึงจําเปึนต้องตราพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ส่วนรายละเอียดปรากฏ ตามร่างพระราชบัญญัติที่ได้เสนอต่อสภาแห่งนี้แล้ว ผมหวังเปึนอย่างยิ่งว่าสภาผู้แทนราษฎร คงจะอนุมัติหลักการและรับร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ขอกราบ ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้อภิปรายในร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้มี ๑. คุณสุขุมพงศ์ โง่นคํา ๒. คุณพิษณุ หัตถสงเคราะห์ ๓. คุณสงวน พงษ์มณี ๔. คุณจตุพร พรหมพันธุ์ ๕. คุณทองดี มนิสสาร ๖. คุณไพจิต ศรีวรขาน ๗. คุณชลน่าน ศรีแก้ว ๘. คุณนิรมิต สุจารี

(นายชลน่าน ศรีแก้ว ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๙. นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ขออนุญาตท่านประธานนิดเดียวครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ขออนุญาตประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ การประชุม ท่านประธานครับ ในข้อบังคับ ข้อ ๖๑ การอภิปราย ผู้ประสงค์อภิปราย ต้องยกมือแสดงตน ท่านประธานก็อนุญาต ผมคิดว่าการที่ท่านประธานได้ให้ความสะดวก โดยการที่จดชื่อไปถูกต้องกับข้อบังคับ กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ มีชื่อก็ดีเปึนเครื่องช่วยท่านประธาน แต่การอภิปราย สมาชิกจะอภิปรายต้องปฏิบัติตาม ข้อบังคับ คือยกมือขึ้นเพื่อจะอภิปราย และการอภิปราย สมาชิกที่เขาไม่เห็นด้วย เขาอาจจะอภิปรายคัดค้าน ซึ่งท่านประธานก็ต้องให้สิทธิเขาสลับกับผู้ที่มีความเห็น สนับสนุน ถ้าท่านประธานอ่านอย่างนี้นั่นหมายความว่า ลําดับ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ เปึนไปตามนี้มันก็ผิดข้อบังคับอีก ด้วยความเคารพท่านประธานจริง ๆ ครับ ผมเองกราบเรียนขอให้ท่านประธานปฏิบัติตามข้อบังคับ รายชื่อมีเพื่อใช้ประโยชน์ครับ ท่านประธาน สมาชิกที่เขาไม่เห็นด้วยหรือฟากนี้ไม่เห็นด้วยเขาจะอภิปรายคัดค้าน ก็เปึนสิทธิของท่านสมาชิก ขอท่านประธานวินิจฉัยด้วยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณหมอครับ วิปฝ์ายค้าน และฝ์ายรัฐบาลเรามีข้อตกลงระหว่างกันไว้ครับ ก็ขอความกรุณาเอาเงื่อนไขของวิป

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานครับ ประท้วงท่านประธานตาม ข้อบังคับครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญเลยครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ว่าด้วยการอภิปราย ซึ่งผู้ที่ จะอภิปราย ผมขอย้ําท่านประธานครับ ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับ ท่านประธานก็อนุญาต ตามข้อบังคับ ส่วนข้อตกลงของวิปอันนั้นเปึนเครื่องมือที่ช่วยเอื้ออํานวยกับการอภิปราย ของสมาชิกไม่ว่าจะเปึนฝ์ายเสียงข้างมากหรือข้างน้อย จะสลับกันหรือไม่ก็แล้วแต่ ดุลยพินิจของท่านประธาน เพราะว่าข้อบังคับบอกถ้ามีการอภิปรายที่ไม่เห็นด้วย สนับสนุนและคัดค้านให้อภิปรายสลับกัน ถ้าท่านประธานใช้ข้อตกลงของวิปมาเปึน ข้อกําหนดในสภา ผมเกรงว่ามันจะเกิดปัญหาอีกนะครับ สมมติชื่อผมเปึนลําดับที่ ๗ เกิดผมไปนั่งประชุมคณะกรรมาธิการอยู่ท่านประธานเรียก นายชลน่าน ศรีแก้ว เสียหาย กับผมถ้าไม่อยู่ในห้องประชุม ซึ่งมีคนฟัง มีคนติดตามอยู่ประจํา ด้วยความเคารพ ท่านประธานครับ วินิจฉัยตามข้อบังคับและเอื้ออํานวยกับการประชุมแห่งนี้ให้เปึนไปตาม ข้อบังคับ ผมว่าน่าจะดีที่สุดครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมก็ขออ่านข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ที่ท่านอ้างนะครับ การอภิปรายต้องอยู่ในประเด็นหรือเกี่ยวกับประเด็นที่กําลังปรึกษา กันอยู่ ต้องไม่ฟุ์มเฟ๋อย วนเวียน ซ้ําซาก หรือซ้ํากับผู้อื่น และห้ามไม่ให้นําเอกสารใด ๆ มาอ่านให้ที่ประชุมฟังโดยไม่จําเปึน และห้ามไม่ให้นําวัตถุใด ๆ เข้ามาแสดงในที่ประชุม เว้นแต่ประธานจะอนุญาต

ห้ามผู้อภิปรายแสดงกิริยาหรือใช้วาจาอันไม่สุภาพ ใส่ร้าย หรือเสียดสี บุคคลใด และห้ามกล่าวถึงพระมหากษัตริย์หรือออกชื่อสมาชิกหรือบุคคลใดโดยไม่จําเปึน ไม่มีเรื่องยกมือเลยครับ ผมก็ขอความกรุณาด้วยถือปฏิบัติอย่างนี้แต่ไหนแต่ไรมาด้วย ความเคารพนะครับคุณหมอ ทางฝ์ายซีกของคุณนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ก็มีคุณอภิชาต คุณวรงค์ คุณเชน ที่มีมาในมือผมครับ เชิญครับ

นายนริศ ขํานุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพ ผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง กราบเรียนท่านประธานว่ารายชื่อที่ส่งไปเพื่อ ท่านประธานได้ปฏิบัติหน้าที่ แต่ว่าหลักก็คือท่านต้องยึดข้อบังคับ คือถ้ารายชื่อตรงกับ คนที่ยกมืออยู่ท่านต้องเรียกคนที่ยกมืออยู่ข้างล่าง ถ้าคนที่มีรายชื่อแต่ไม่อยู่ในที่ประชุม ท่านเรียกไม่ได้นะครับ เพราะว่าไม่เปึนไปตามข้อบังคับ ท่านต้องยึดข้อบังคับเปึนหลัก คือต้องคนที่ยกมือขึ้นในสภา

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมจะยึดข้อบังคับเปึนหลัก ดังที่ท่านบอก ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณสุขุมพงศ์ โง่นคํา ยกมือแล้วก็อยู่ในห้องประชุม ผมขอเชิญครับ

นายสุขุมพงศ์ โง่นคํา แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสุขุมพงศ์ โง่นคํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน จากจังหวัดกาฬสินธุ์ ท่านประธานที่เคารพครับ เนื่องจากในวันนี้มีองค์กรอิสระ องค์กรหนึ่งซึ่งเรียกว่า ผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งองค์กรนี้เดิมเราก็คุ้น ๆ กันอยู่ว่าชื่อนั้น ไม่ใช่ชื่อนี้ เมื่อก่อนเขาเรียกว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา ความจริงต้องกราบเรียน ท่านสมาชิกและพี่น้องประชาชนว่าเปึนองค์กรเดียวกันนะครับ ก็นับว่าเปึนหลักสําคัญ ที่รัฐธรรมนูญได้กําหนดให้องค์กรดังกล่าวนี้เปึนองค์กรอิสระ ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากนั้นก็บอกว่ากฎหมายเดิมที่เคยมีอยู่ในป้ ๒๕๔๒ ก็ให้ใช้บังคับต่อไป และให้มี การตรวจสอบโดยท่านผู้รักษาการตามกฎหมายฉบับนี้ คือท่านประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งวันนี้เข้าใจว่าท่านให้เกียรติสภาแห่งนี้มาทําหน้าที่เสนอกฎหมายด้วยตนเอง กระผม มีข้อสังเกตและมีข้อซักถามตลอดจนประเด็นที่ไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายฉบับนี้หลายเรื่อง แต่เนื่องจากว่าจะต้องมีผู้อภิปรายทั้งฝ์ายค้าน ฝ์ายสนับสนุน หรือทั้งฝ์ายสนับสนุน และมีข้อสังเกตจํานวนมาก กระผมจึงใคร่ขอเลือกเอาเฉพาะประเด็นที่กระผมเห็นว่า มีความสําคัญที่อยากจะกล่าวต่อท่านประธานฝากไปถึงท่านผู้เสนอกฎหมาย โดยเฉพาะ อย่างยิ่งท่านที่จะเปึนกรรมาธิการไปตรวจแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ เนื่องจากว่ารัฐธรรมนูญ ในมาตรา ๓๐๒ บอกว่า ให้ท่านผู้รักษาการไปตรวจสอบสิว่าในรัฐธรรมนูญฉบับเดิม กับฉบับปัจจุบันนี้มีเนื้อหาสาระที่แตกต่างกันจนถึงขั้นต้องไปแก้ไขกฎหมายลูก คือกฎหมายฉบับนี้ในประเด็นใดบ้างหรือไม่ ต้องไปแก้ไขกฎหมายลูกคือกฎหมายฉบับนี้ในประเด็นใดบ้างหรือไม่ ซึ่งวันนี้ท่านก็ได้ กรุณานําเสนอกลับมา ซึ่งรัฐธรรมนูญเองบอกว่าให้เวลาท่าน ๑ ป้ไปศึกษากฎหมาย ตรวจแก้และเสนอมาที่สภาแห่งนี้ หลักในข้อนี้ถ้าดูในรายละเอียดแล้วก็จะพบว่า อํานาจอธิปไตยของบ้านเมืองเรามีหลักสําคัญ ๆ อยู่ ๓ หลัก หลักที่ ๑ คือหลัก ฝ์ายกฎหมายหรือด้านนิติบัญญัติ ด้านที่ ๒ คือฝ์ายที่นํากฎหมายไปปฏิบัติคือฝ์ายบริหาร และหากเมื่อเกิดข้อขัดแย้งขัดข้อง ฝ์ายตุลาการก็จะเปึนผู้ตัดสิน เอาละรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็กรุณาอนุโลมให้ผู้ตรวจสอบท่านที่เปึนองค์กรอิสระถือว่าเปึนฝ์ายตรวจสอบ ได้มีสิทธิ เสนอกฎหมายได้ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อรัฐธรรมนูญ ป้ ๕๐ ใช้บังคับ ท่านรวดเร็ว จริง ๆ ท่านเสนอกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญฉบันนี้เข้าใจว่าไม่ถึง ๓ เดือนหลังจากที่ กฎหมายใช้บังคับ ท่านได้เสนอกฎหมายมาที่สภาขณะนั้นเปึนสภานิติบัญญัติแห่งชาติอยู่ นอกจากองค์กรท่านก็จะมีองค์กรที่ว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดินและ ป.ป.ช. คือสํานักงาน ปัองกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ท่านก็ได้เสนอกฎหมายมาพร้อม ๆ กัน ๓ ฉบับ แต่ด้วยความบกพร่องอย่างร้ายแรง ขออนุญาตเอ่ยถึงคือ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ท่านก็ประชุมของท่านวาระ ๑ ไป ก็ปรากฏว่าไม่ครบองค์ประชุม นอกจากนั้นในวาระ ๒ บางมาตราก็ไม่ครบองค์ประชุม และในวาระสุดท้าย วาระ ๓ ก็ไม่ครบองค์ประชุมอีก ซึ่งในที่สุดก็นําปัญหานี้มาให้สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งประชาชนเลือกมาวันที่ ๒๓ ธันวาคม มาเปึนผู้แก้ไข ท่านประธานที่เคารพครับ ในการเสนอคราวนี้เปึนที่น่าสังเกตในหนังสือนําส่งที่ ท่านประธาน พลเอก ธีรเดช มีเพียร ขอประทานโทษที่เอ่ยนามท่าน มาถึงท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ท่านบอกว่าท่านเสนอกฎหมาย ๒ ฉบับ ฉบับที่ ๑ ร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. .... และฉบับที่ ๒ ร่างพระราชบัญญัติ สํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. .... แต่ที่ท่านประธานบรรจุท่านบรรจุไว้ฉบับเดียว อีกฉบับหนึ่งไม่รู้หายไปไหน กระผมก็มีความสนใจว่าเสนอกฎหมายมา ๒ ฉบับ ฉบับหนึ่ง เปึนกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ อีกฉบับหนึ่งเปึนกฎหมายสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ก็ไปตรวจสอบฝ์ายธุรการจากสภาก็พบว่าเสนอกฎหมายมา ๒ ฉบับจริง แต่ฉบับที่ ๑ เปึนกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญซึ่งตกไปแล้วเสนอเข้ามาได้ อันนี้ถูกต้องเพราะเปึน อํานาจของท่าน ถึงแม้ว่าบางเนื้อความ บางบทบัญญัติเปึนกฎหมายที่ว่าด้วยการเงิน แต่ก็ได้รับยกเว้นจากข้อบังคับของเราว่า กรณีที่เปึนกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ถึงแม้ว่า เปึนกฎหมายการเงินก็บังคับให้ท่านประธานบรรจุเลย โดยไม่ต้องส่งให้ท่านนายกรัฐมนตรี รับรอง แต่ปรากฏว่าฉบับที่ ๒ ร่างคือพระราชบัญญัติว่าด้วยสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ท่านประธานก็ตรวจสอบ ท่านประธานพบว่าเปึนกฎหมายการเงิน แต่ไม่ใช่กฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญ ท่านจึงส่งไปที่ท่านนายกรัฐมนตรี ปัญหาที่เกิดขึ้นทําไมถึงเกิด ความสับสนวุ่นวายแยกกฎหมายเปึนฉบับ ๒ ฉบับขณะนี้ เมื่อได้สอบถามก็พบข้อเท็จจริง ที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานไปถึงท่านสมาชิกที่จะพิจารณารับหลักการกฎหมาย ฉบับนี้หรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ ตามหลักทั่วไปในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ องค์กรอิสระ ทั้ง ๘ ยกเว้นศาลก็เหลือ ๕ องค์กร องค์กรของท่านเดิมก็ถือว่าเปึนองค์กรอิสระตาม มาตรา ๗๕ ซึ่งกฎหมายที่จะว่าด้วยอํานาจหน้าที่ คุณสมบัติลักษณะต้องห้าม วิธีการ พิจารณา ตลอดจนว่าด้วยสํานักงานของท่านอยู่ในฉบับเดียวคือกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดินหรือผู้ตรวจการแผ่นดิน หรือ ป.ป.ช. แต่อยู่ในฉบับเดียวกัน แต่ไม่รู้ว่าท่านไปคิดพิสดารอย่างไร ไปแยกกฎหมายมาเปึน ๒ ฉบับ แต่ที่ร้ายกว่านั้น ท่านประธานอาจจะยังไม่ทราบ ถ้าท่านประธานทราบ ท่านประธานคงจะไม่บรรจุกฎหมาย เข้ามาในวาระนี้ ขอกราบเรียนท่านประธานว่ามีกฎหมายเข้ามาพร้อมกัน ๒ ฉบับใน สนช. คราวที่แล้ว ฉบับที่ ๑ คือพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. .... ฉบับนั้นผ่าน สนช. แต่รัฐธรรมนูญกําหนดว่าต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญ ท่านก็วินิจฉัยองค์ประกอบไม่ครบจึงตกไป แต่บังเอิญว่าผู้ตรวจการแผ่นดินขณะนั้นเข้าใจว่า ขณะนี้ก็เปึนท่านเดียวกัน ท่านได้แยกเสนอ แทนที่จะเสนอฉบับเดียวเปึนร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญ ท่านก็ไปตีความถ้อยคํากฎหมายเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปวินิจฉัยเสียเองว่าเขา ให้แยก จริง ๆ ไม่ต้องแยก องค์กรไหนเขาก็ไม่แยก ปรากฏว่าเมื่อเสนอ สนช. ในครั้งแรก ท่านทํา ๒ ฉบับเหมือนคราวนี้เลยครับ แต่ปรากฏว่าฉบับนั้นผ่านไปเลย ผ่าน สนช. สนช. เห็นด้วย แต่ไม่จําเปึนต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญ สภาก็ส่งไปอยู่ที่คณะรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีก็พบว่ากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญบอกองค์ประชุมไม่ครบเช่นเดียวกัน หากท่านนายกรัฐมนตรีนําความขึ้นกราบบังคมทูลก็จะเปึนการมิบังควร เพราะกฎหมาย ไม่ครบองค์ประกอบองค์ประชุม ในที่สุดรัฐบาลชุดนี้เข้าใจว่าส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ กําลังวินิจฉัยอยู่ อันนี้หมายถึงอะไรครับ หมายถึงกฎหมายสํานักงานยังไม่ตกไป ยังอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญ แต่ทําไมท่านถึงส่งเข้ามาในสภาแห่งนี้ สภาแห่งนี้ก็รับแล้วนะครับ ท่านประธานก็รับแล้วแต่ไม่ได้บรรจุ ที่ไม่ได้บรรจุเพราะเปึนกฎหมายการเงิน เพราะฉะนั้น ท่านเสนอกฎหมายซ้อนเข้ามา ๒ ฉบับ ถ้าท่านไม่ไปคิดพิสดารแล้ว มันไม่มีทางซ้อนกันได้ สาเหตุนี้เนื่องจากว่าท่านไปแยกกฎหมายเสีย ๒ ฉบับ เท่าที่สอบถามท่านบอกว่า การที่แยก ๒ ฉบับนี่เปึนผลดี ถามว่าเปึนผลดีแก่ใคร เปึนผลดีกับสํานักงานและ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ถ้ามีการปฏิวัติรัฐประหารล้มเลิกรัฐธรรมนูญ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ก็จะตกไป ท่านคิดยาวไปข้างหน้าว่าเขาจะปฏิวัติรัฐประหาร ความคิดเช่นนี้ก็ผิดเสียแล้ว ท่านก็เกรงว่าเมื่อปฏิวัติยกเลิกรัฐธรรมนูญ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญตกไป กฎหมายสํานักงานก็ตกไป ลูกจ้างท่านจะตกงาน ท่านคิดยาวขนาดนั้นเลย ท่านไม่ได้ คํานึงถึงพี่น้องประชาชนประเทศชาติเลย คิดแต่ลูกน้องตัวจะไม่ได้ทํางาน ไม่มีงานทํา คิดว่ากฎหมายตัวเองจะตกไป นี่ละครับท่านประธาน หลักให้องค์กรอิสระมาเสนอ กฎหมายมันผิด คนปฏิบัติตามกฎหมายมาเสนอกฎหมายเอง หลักโบราณในการ ตรากฎหมาย ชาวบ้านเขาก็รู้เขาบอกว่าองค์กรใดผู้ใดเสนอกฎหมายก็เพื่อองค์กรนั้น ชนชั้นนั้น ผมไม่คิดว่าองค์กรท่านจะเอาหลักโบราณ ๆ มาใช้ในการเสนอกฎหมายครั้งนี้ ก็ฝากท่านประธานไปทบทวนก็แล้วกันว่า ขณะนี้มีกฎหมาย ๒ ฉบับซ้อนกันอยู่ ขณะนี้ รัฐบาลส่งไปที่ศาลรัฐธรรมนูญกําลังวินิจฉัย และท่านรับมาแล้วอีกฉบับหนึ่ง ส่งไป ท่านนายกรัฐมนตรีเหมือนกัน ผมเข้าใจว่าฝากถึงท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี ก็แล้วกันว่าส่งกลับมาเสีย หรือมิฉะนั้นสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดินก็ถอนไปเสีย อันนี้ เพื่อความเข้าใจ เอาละครับเมื่อไหน ๆ ท่านเสนอมาแล้ว เปึนความประสงค์ของท่านที่จะ ต้องการให้องค์กรของท่านอยู่ยั่งยืน แม้กระทั่งมีการปฏิวัติรัฐประหารองค์กรท่านก็จะ ยังอยู่ ก็ไม่เปึนไร ท่านเปึนผู้เสนอ เราเปึนผู้พิจารณาว่าเราจะรับหลักการหรือไม่ นั่นอาจจะเปึนสาเหตุหนึ่งนะครับ

ประเด็นที่ ๒ ในเนื้อหาที่ท่านไปแก้ไขมาใหม่นั้น ผมมีประเด็นอยู่ ๒-๓ เรื่อง ที่จะเกริ่น ส่วนรายละเอียดนั้นอาจจะมีสมาชิกหลายท่านแสดงความคิดเห็นต่อจากกระผม

เรื่องแรก ผู้ตรวจการแผ่นดินตามกฎหมายเดิมรัฐธรรมนูญเดิมเขาบอกว่า มีได้ไม่เกิน ๓ คน ลักษณะการทํางานก็เปึนอิสระซึ่งกันและกัน ส่วนจะรับผิดชอบกรมไหน กระทรวงไหน ภูมิภาคไหน ท่านก็ไปแบ่งกันเองตามระเบียบที่ท่านกําหนด แต่คราวนี้ รัฐธรรมนูญบอกว่าให้มีผู้ตรวจการแผ่นดิน ๓ คน คําว่า ไม่เกิน ๓ คน กับ๓ คนนี่ต่างกัน กรณี ๓ คนนั้นก็หมายความว่ารัฐสภาจะให้ความเห็นชอบ ๑ คนก็ได้ ๒ คนก็ได้ ๓ คนก็ได้ ซึ่งเดิมนั้นผู้ตรวจการแผ่นดินยึดโยงอยู่กับสภาผู้แทนราษฎร พวกผมเปึนคนสรรหา มีคณะกรรมการสรรหา ๒๐ กว่าคน สภาผู้แทนราษฎรเลือกขึ้นไปจํานวนหนึ่ง วุฒิสภา ก็มาเลือกจํานวนหนึ่ง ท่านที่นั่งเปึนประธานขณะนี้ก็มาจากพวกกระผมเปึนคนเลือกท่าน ท่านก็ทําหน้าที่ต่อเนื่องมา ถึงแม้ว่าปฏิวัติแล้วแทนที่ท่านจะเลิก คณะปฏิวัติก็ให้ท่านทําต่อ เมื่อมีรัฐธรรมนูญแล้วรัฐธรรมนูญก็ให้ท่านทําต่อจนถึงขณะนี้ ซึ่งขณะนี้กฎหมายรัฐธรรมนูญ บอกว่าต้องมี ๓ คน ก็หมายความว่าเปึนคณะทํางาน ๓ คน ด้วยความเคารพครับ คือการทํางานนั้นท่านร่างมาในมาตรา ๑๑ บอกว่า ท่านจะแยกกันเปึนอิสระท่านจะ ไม่ยุ่งเกี่ยวซึ่งกันและกัน แต่ท่านต้องรับผิดชอบร่วมกัน ปัญหาก็มีว่าการทํางานเช่นนี้ การจัดองค์กรเช่นนี้ องค์กรไหนเขาทํากันบ้าง ท่านประธานที่เคารพครับ ไม่มีองค์กรไหน ที่จะทํางานในลักษณะนี้ กกต. ๕ คน เขาก็เปึนกรรมการเขาก็ทํางานร่วมกัน ศาลรัฐธรรมนูญท่านมีองค์คณะท่านก็ทํางานร่วมกัน สํานักงานตรวจเงินแผ่นดิน ท่านก็มี องค์คณะท่านก็ทํางานร่วมกันของท่าน เดิมท่านแยกกันได้ เพราะเลือกมาคนเดียวก็ทําได้ ๒ คนก็ทําได้ แต่คราวนี้เขาบังคับให้เลือก ๓ คน ให้แต่งตั้ง ๓ คน นอกจากนั้นก็บังคับ ให้มีประธานและมีผู้ตรวจการธรรมดาอีก ๒ คนด้วย เพราะฉะนั้นลักษณะการทํางาน ถ้าจะเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนจริง ๆ ท่านต้องทํางานร่วมกันรับผิดชอบ ในลักษณะคณะกรรมการ กฎหมายฉบับนี้ต้องกําหนดแนวทางในการทํางานของท่าน แต่ก็เปึนที่น่าเสียใจนะครับ ท่านก็ยังคงอยากเปึนอิสระต่อกันอยู่ ท่านใช้ถ้อยคําในการ ทํางานร่วมกันว่าให้มีการหารือ การหารืออาจจะหารือในห้องรับแขก ในห้องน้ํา ห้องรับประทานอาหาร อันนั้นก็เปึนการหารือ การหารือไม่ใช่บทบังคับ การหารือไม่มี ลักษณะทํางานที่สากลโลกเขายอมรับกัน เพราะฉะนั้นกระผมเห็นว่าในเรื่องนี้จะต้องมี การแก้ไขและต้องแก้ไขให้ได้เสียด้วยนะครับ

ประเด็นที่ ๒ ที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานในเรื่องสาระสําคัญที่ท่าน กําหนดไว้ใหม่ เรื่องอํานาจหน้าที่ใหม่ตามรัฐธรรมนูญเขาบอกว่าผู้ตรวจการแผ่นดินนี้ จะต้องมามีส่วนร่วม มีอํานาจหน้าที่มากขึ้น เดิมหน้าที่ท่านมีอย่างเดียวพิจารณา เรื่องร้องทุกข์ พิจารณาเสร็จแล้วก็ส่งให้หน่วยงานนั้นรับผิดชอบ ส่วนเขาจะทํา ไม่ทํา ก็สุดแท้แต่นะครับ อันนี้ก็เปึนอํานาจของท่านมีแค่นั้น คล้าย ๆ กับไปรษณีย์พิเศษ ไปรษณีย์ ทั่วไปก็รับแล้วส่ง รับแล้วส่ง ของท่านรับแล้วก็มาดูแล้วก็ส่ง อันนี้ก็ถือว่าเปึนกรณีที่ไม่มี อํานาจโดยตรงที่จะวินิจฉัยหรือพิพากษาหรือมีความเห็นชี้ขาดในกรณีที่มีการร้องเรียน ผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญก็กรุณาเพิ่มหน้าที่ให้ท่านขึ้นมาอีกหน้าที่หนึ่ง ก็คือว่าให้เปึนผู้แนะนํา การจัดทําประมวลจริยธรรม ซึ่งรัฐธรรมนูญก็กําหนดว่าภายในเวลา ๑ ป้ องค์กรใด ๆ ที่รัฐธรรมนูญกําหนดว่าจะต้องมีจริยธรรมจะต้องไปทําประมวลจริยธรรมนั้น ขณะนี้ ทุกองค์กรกําลังขะมักเขม้นทําอยู่ สภาผู้แทนราษฎรก็กําลังทําอยู่ วุฒิสภาก็กําลังทําอยู่ ผมขอตั้งคําถามสักนิดหนึ่งว่าการที่รัฐธรรมนูญกําหนดให้ท่านเสนอแนะในการจัดทํา ประมวลจริยธรรมดังกล่าวนี้ ขณะนี้กําลังทําอยู่ ท่านเข้ามามีส่วนร่วมอย่างไร ท่านจะ แนะนําอย่างไร

ประการที่ ๒ นอกจากนั้นท่านยังไปเขียนไว้ในกฎหมายที่ท่านเสนอมาเอง ในข้อที่ ๑ ท่านบอกว่า คณะผู้ตรวจการแผ่นดิน ผู้ตรวจการแผ่นดิน มีอํานาจหน้าที่ ไปกําหนดมาตรฐานในประมวลจริยธรรม ถ้าไปดูในรัฐธรรมนูญแล้วเขาไม่ได้ให้ท่านไป กําหนดมาตรฐาน เมื่อกําหนดแล้วเขาต้องปฏิบัติตาม การจัดทําจริยธรรมเปึนหน้าที่ ขององค์กรนั้น ๆ วุฒิสภาเขาก็ทําเอง สภาผู้แทนราษฎรก็ทําเอง ท่านมีหน้าที่ไปแนะนําว่า ควรจะมีจริยธรรมด้านทั่ว ๆ ไปอย่างไร จริยธรรมเฉพาะด้านอย่างไร ค่านิยมทั่วไป ค่านิยมเฉพาะด้าน ค่านิยมวิชาชีพ ท่านก็แนะนําเขาไป การเขียนเช่นนี้หมายถึงอะไรครับ มันเกินกว่ารัฐธรรมนูญกําหนด ท่านแสดงถึงอํานาจในการไปกําหนดโดยไม่มีอํานาจ อาจจะขัดต่อรัฐธรรมนูญได้ นี่คือเนื้อหาสาระที่กําหนดมาใหม่ คราวนี้ก็เปึนเรื่องเดิม ซึ่งเคยพูดกันในสภาแห่งนี้หลายครั้ง ท่านประธานคงจําได้ ท่านสมาชิกคงจําได้ ในแต่ละป้ท่านจะกรุณามารายงานสภาแห่งนี้ว่าท่านไปทําอะไรมาบ้าง เปึนที่น่าสังเกต ผมอ่านรายงานของท่านทุกป้ ท่านจะมีเรื่องร้องทุกข์ประมาณ ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ เรื่อง สมมุติประมาณ ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ เรื่อง ปรากฏว่าเรื่องยุติด้วยเหตุหนึ่งครับท่านประธาน ด้วยเหตุที่ไม่ใช่เหตุเลย และด้วยเหตุที่ท่านไม่ได้ทําอะไรเลย ความเดือดร้อนของประชาชนก็ไม่ได้รับการแก้ไข ถ้าท่านประธานมีร่างกฎหมายอยู่นะครับ ท่านดูในมาตรา ๒๗ (๕) เขาบอกว่าเรื่องที่ ผู้ตรวจการแผ่นดินวินิจฉัยแล้วมีลักษณะดังต่อไปนี้ ไม่ให้รับไว้พิจารณา หรือให้ยุติ การพิจารณา ถ้าไปดูในรายงาน ๔-๕ ป้ย้อนหลัง ผลงานของท่านมากที่สุดคือ เรื่องยกคําร้อง เพราะผู้ร้องเรียนไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๓ เขาไม่ทราบ ชาวบ้าน ที่เดือดร้อนเขาไม่ทราบครับว่าการที่จะมาร้องเรียนองค์กรท่านจะต้องทําตามข้อ ๒๓ อ่านแล้วยังจําไม่ได้เลยครับท่านประธาน ข้อ ๒๓ เขียนไว้เหมือนกับคําฟัองในคดีอาญา ในคดีแพ่งเลย ข้อ ๒๓ บอกว่า ข้อร้องเรียนต้องทําเปึนหนังสือก็ได้ ด้วยวาจาก็ได้ ด้วยวิธีอื่นก็ได้ แต่ต้องมีสาระสําคัญรายละเอียดอย่างน้อยต้องมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ ๑. ชื่อ ที่อยู่ผู้ร้องเรียน ๒.สาเหตุที่ทําให้ผู้ร้องเรียนพร้อมข้อเท็จจริงพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้อง กับการร้องเรียนตามสมควร ๓. ใช้ถ้อยคําที่สุภาพ ๔.ลงลายมือชื่อผู้ร้องเรียน นี่ล่ะครับ คือผลงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ๔-๕ ป้ที่ผ่านมามากที่สุดเลย ในจํานวน ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ เรื่อง คือยกคําร้อง เพราะร้องเรียนไม่ชอบ ปัญหาคืออะไรครับ ปัญหาก็คือว่าเรื่องร้องเรียน ทั้งหลายกึ่งหนึ่งของแผ่นดินไม่ได้รับการพิจารณาจากผู้ตรวจการแผ่นดิน เพราะฉะนั้น ผมว่าเรื่องนี้ต้องแก้ไข วิธีพิจารณาที่เคร่งครัดคือการทําลายความยุติธรรมของประชาชน นี่คือหลักกฎหมายทั่วไป ก็อยากจะฝากเรียนจะต้องมีการแก้ไขเสียในเรื่องนี้นะครับ

ประเด็นต่อไปที่อยากกราบเรียนท่านประธาน คือเรื่องชื่อของพระราชบัญญัติ ชื่อของพระราชบัญญัติเดิมเรียกว่า พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา คราวนี้ท่านไปเปลี่ยนชื่อใหม่เปึน พระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน ท่านประธานที่เคารพครับ ทําไมชื่อถึงเปลี่ยน คําตอบแรกที่ท่านประธานผู้ตรวจการแผ่นดินจะลุกขึ้นชี้แจง ท่านก็จะตอบสั้น ๆ ครับว่า กฎหมายรัฐธรรมนูญได้เปลี่ยนแปลงชื่อ ได้เปลี่ยนแปลงอํานาจหน้าที่ไว้หลายเรื่อง เพราะฉะนั้นเพื่อให้สอดคล้องกับการตรากฎหมายจึงแก้ไขชื่อให้ถูกต้องเสียตามรัฐธรรมนูญ ถูกต้องเป็ะเลยครับ ถามว่า ๑ กับ ๒ บวกกันได้เท่าไร เปึน ๓ แน่นอน เปึน ๔ เปึน ๕ เปึนไปไม่ได้ ต้องเปึน ๓ แน่นอน อันนี้ก็เช่นเดียวกัน ทําไมผมยกประเด็นนี้ขึ้นพูด ต้องกราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องผู้ตรวจการแผ่นดินเกิดขึ้นสมัยที่ ท่านประธานเปึนผู้แทนราษฎร ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๓๔ ในคราวนั้นมีแนวคิดที่จะแต่งตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดินเหมือนสากลโลกเขา หรือที่เรียกว่า ออมบุดส์แมน (Ombudsman) ซึ่งจะเปึนเครื่องไม้เครื่องมือให้รัฐสภาในการที่จะรับเรื่องราวร้องทุกข์จากพี่น้องประชาชน มาแก้ไขโดยอํานาจของรัฐสภา สากลเขาทํากันเช่นนั้น เราไปลอกเขามา ตอนแรกก็ลอก เช่นนี้นะครับ ในป้ ๒๕๓๘ มีการแก้ไข ก็นําเอาหลักการผู้ตรวจการแผ่นดินของประเทศอื่น มาบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญก่อนป้ ๒๕๔๐ ด้วยซ้ําไป แต่ขณะนั้นก็ยังไม่ได้ใช้บังคับ เพราะมีการจัดทํารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ องค์กรท่านจึงเกิดขึ้นในป้ ๒๕๔๐ เขาต้องการ ให้เกี่ยวโยงยึดโยงกับรัฐสภา เพราะรัฐสภาไม่มีองค์กรในภูมิภาค การปฏิบัติหน้าที่ของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในภูมิภาคมีเขตจํากัด เพราะเปึนการทําหน้าที่ของผู้แทน โดยส่วนตน เปึนการทําหน้าที่ของพรรคการเมืองในส่วนกลาง ไม่สามารถที่จะรับเรื่องราว ร้องทุกข์เดือดร้อนของประชาชนเข้ามาแก้ไขได้ จึงเห็นว่าองค์กรผู้ตรวจการแผ่นดิน น่าจะเปึนเครื่องไม้เครื่องมือให้สภา ถ้าท่านประธานจําได้ครั้งแรกที่ก่อตั้งองค์กรนี้ อยู่ในสภาเรา ผมเข้าใจว่าใช้ห้องใดห้องหนึ่งที่สโมสรเปึนสํานักงาน ถ้าจําผิดพลาด ก็ขออภัย อยู่ที่สภาเราเอง ต่อมาก็มีการขยับขยายออกไป แต่ก็มีการยึดโยงอยู่ใน รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก็ยังใช้ชื่อว่าผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา เมื่อมีเรื่องราวร้องทุกข์ ทั้งหลายก็มารับเรื่องราวร้องทุกข์ที่สภา ให้ผู้แทนเปึนคนยื่นกระทู้ถาม ยื่นญัตติ เสนอกฎหมายเอาความเดือดร้อนมาแก้ไขก็มาทําที่สภาแห่งนี้ ผมก็ไม่ทราบว่าผู้ร่าง รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ท่านไปคิดอะไร ให้องค์กรของท่านเปึนองค์กรซูเปอร์ (Super) องค์กรอิสระ ถามว่าทําไมถึงเรียกซูเปอร์ เพราะสามารถตรวจสอบองค์กรอิสระด้วยกันได้ ตรวจสอบองค์กรในกระบวนการยุติธรรมได้ แต่เมื่อมาดูกฎหมายของท่านแล้ว ท่านก็ไปลอกรัฐธรรมนูญมา ๓ คําเท่านั้นแหละ บอกว่า ให้ตรวจได้ ตรวจได้โดยวิธีรับเรื่องราวร้องทุกข์เหมือนเรื่องอื่นทั่ว ๆ ไป กระผมเห็นว่า เจตนารมณ์ไม่ถูกต้องของการร่างรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ เจตนารมณ์ดั้งเดิมเขาจะ ให้เปึนเครื่องมือฝ์ายรัฐสภาในการแก้ไขปัญหา เมื่อมีการไปเพิ่มเติมอํานาจหน้าที่ ก็ปรากฏว่าท่านก็ไม่รู้ว่าท่านจะไปตรวจสอบองค์กรอิสระด้วยกันได้อย่างไร ท่านก็ไปลอก สั้น ๆ ว่าตรวจอย่างไรก็ตรวจอย่างนั้นแหละ เพราะฉะนั้นก็เปึนปัญหาในทางปฏิบัติอยู่ อย่างเช่น องค์กรตามรัฐธรรมนูญขณะนี้มี ๗ องค์กร หักของท่านเหลืออยู่ ๖ องค์กร ก็มีกรรมการการเลือกตั้ง ป.ป.ช. คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน องค์กรอัยการ องค์กร ที่ปรึกษา แล้วก็องค์กรสํานักงานสิทธิมนุษยชน ซึ่งเปึนองค์กรทั่วไป ท่านจะไปตรวจสอบ เขาอย่างไร ท่านไม่ได้เขียนไว้ในกฎหมายฉบับนี้ เพราะฉะนั้นก็ต้องไปตรวจสอบ ต้องไป แก้ไขเขียนให้ครบถ้วนเสีย นี่ก็เปึนส่วนหนึ่งที่กระผมเห็นว่ามีความจําเปึนที่จะต้องไปแก้ไข ในรายละเอียดของกฎหมายฉบับนี้ กระผมก็ยังเชื่อว่าโดยหลักการแล้วโชคดีอย่างหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ ตอนแรกผมคิดว่าผมจะไม่รับหลักการฉบับนี้ ถึงแม้ว่าจะมี ข้อบกพร่องมากมายเหลือเกิน แต่เมื่อได้ไปดูในหลักการของท่านแล้วเปึนหลักการ ค่อนข้างจะยืดหยุ่น สามารถที่จะแก้รายละเอียดต่าง ๆ ได้เกือบทั้งหมด ยกเว้นที่เขียนไว้ ในรัฐธรรมนูญ หลักการกฎหมายฉบับนี้บอกว่าให้มีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน ก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าโดยส่วนตัวกระผมแล้ว ถึงแม้กระผมจะเห็นว่ากฎหมายมีข้อบกพร่องมากกว่าที่จะเปึนผลดีแก่ประเทศชาติ และประชาชน แต่เปึนกฎหมายที่จะสามารถแก้ไขได้ด้วยความรู้ความสามารถของ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา กระผมจึงเห็นว่าน่าที่รับหลักการไว้ก่อน แล้วนําประเด็นที่กระผมอภิปรายไปแก้ไขหรือหากเห็นว่าสมาชิกท่านใดมีข้อสังเกต ข้อให้แก้ไข ผมเชื่อว่าหลายท่านคงแสดงความคิดเห็นเช่นเดียวกับกระผม ขอบคุณครับ ท่านประธานที่เคารพ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ขอเรียนเชิญ คุณอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ครับ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นาย อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ส.ส. นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. .... อ่านโดย ภาพรวมแล้วก็ต้องขอสนับสนุนหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ ผมเองมีโอกาสได้แสดงความคิดเห็นให้คําแนะนําต่อคณะผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งมารายงานผลการดําเนินงานป้ ๒๕๕๐ ต่อสภาผู้แทนราษฎรเมื่อไม่นานมานี้ เพื่อให้เกิดความชัดเจนและก็เห็นภาพที่จะไปปรากฏอยู่ในกฎหมายซึ่งให้อํานาจหรือว่า เปึนเครื่องมือของผู้ตรวจการแผ่นดินในการทํางานต่อไปในอนาคต ผมขอที่จะแสดง ความคิดเห็น ติติง แล้วก็มีคําแนะนําลงไปในรายมาตรา เพื่อที่ว่าในชั้นคณะกรรมาธิการ วิสามัญจะได้นําไปปรับปรุงต่อไป เราต้องยอมรับว่าคณะผู้ตรวจการแผ่นดินมีบทบาท ที่เพิ่มขึ้นตามรัฐธรรมนูญอยู่ใน ๒ ประเด็นใหญ่ ๑. ก็คือการเพิ่มอํานาจการตรวจสอบ องค์กรตามรัฐธรรมนูญและองค์กรในกระบวนการยุติธรรม ๒. คือการต้องเข้ามา ดําเนินการเกี่ยวกับจริยธรรมของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๙ และมาตรา ๒๘๐ ซึ่งให้อํานาจกับผู้ตรวจการแผ่นดินไว้อย่างชัดเจน ในร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. .... มีประเด็น ที่ผมคิดว่าควรจะหยิบยกขึ้นมาพูดในที่นี้อยู่ ๘-๙ ประเด็น

ประเด็นแรกคือ ในมาตรา ๑๒ เรื่องของอํานาจหน้าที่ก็ต้องขอสนับสนุน เพราะว่ามีประเด็นที่เรียกว่าเปึนอํานาจในการพิจารณาคําร้องเรียนนี้มีอยู่ ๒ กรณี ก็คือ

๑.พิจารณาในส่วนของการร้องเรียนจากผู้ที่เสียหาย ผู้ที่ได้รับผลกระทบ ร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน

๒. ซึ่งเปึนเรื่องสําคัญก็คือ กรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินเห็นว่าการกระทํา ดังกล่าวมีผลกระทบต่อความเสียหายของประชาชนส่วนรวมหรือเพื่อคุ้มครองประโยชน์ สาธารณะ ผู้ตรวจการแผ่นดินอาจพิจารณาสอบสวนโดยไม่มีการร้องเรียนได้ อันนี้ เปึนเรื่องที่สําคัญมาก แล้วผมอยากจะสนับสนุนให้คณะผู้ตรวจการแผ่นดินได้ยึดมั่น ในหน้าที่ในข้อนี้ให้มากกว่าเรื่องของการร้องเรียน เพราะอะไรครับ เพราะวัฒนธรรม ขององค์กรอย่างผู้ตรวจการแผ่นดินต้องยอมรับว่าท่านเองเปึนองค์กรตั้งรับหรือว่า ทําหน้าที่เหมือนไปรษณีย์ ดังที่เพื่อนสมาชิกได้นําเรียนไปเมื่อสักครู่ นั่นก็คือใครร้องเรียนมา ก็นําส่งต่อไปเขาจะว่าอย่างไรก็แล้วแต่เขา ไม่ได้มีบทบาทในเชิงรุกในการหยิบเรื่องที่เปึน ปัญหาของบ้านเมืองมาพิจารณาดําเนินการไปตามกระบวนการเอง ผมจึงสนับสนุนว่า ในการเขียนไว้ในมาตรา ๑๒ วรรคท้าย อยากให้ผลักดันเรื่องนี้อย่างเปึนจริง

ขณะเดียวกัน ในมาตรา ๒๐ เปึนประเด็นปัญหาที่ผมคิดว่าอาจจะ ก่อให้เกิดผลที่เปึนลบในทางปฏิบัติ ในมาตรา ๒๐ เขียนไว้บอกว่า ห้ามมิให้ผู้ใดเป่ดเผย ข้อความ ข้อเท็จจริง หรือข้อมูลที่ได้มาเนื่องจากการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญนี้ เว้นแต่ผู้ตรวจการแผ่นดินจะมอบหมาย หรือเปึนการกระทํา ตามหน้าที่ราชการ อ่านดูเผิน ๆ แล้วก็น่าฟังก็คือใครจะเอาไปเป่ดเผยข้อเท็จจริง โดยไม่เกี่ยวข้องก็ไม่สมควร ผู้ตรวจการแผ่นดินควรจะอนุญาตเสียก่อน แต่ว่ามาตรานี้ มันไปกระทบเปึนดาบสองคมในการทําหน้าที่ของสื่อมวลชนเพราะอะไรครับ เพราะว่า บทบาทหน้าที่ของสื่อมวลชนก็จะต้องมีหน้าที่ในการรายงานข่าวสารข้อเท็จจริง ต้องหยิบ เรื่องราวที่มีการร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดินไปนําเสนอถามว่าถ้าสื่อมวลชนนําเรื่องนี้ ไปนําเสนอเปึนการละเมิดต่อกฎหมายข้อนี้หรือไม่ เปึนการห้ามผู้ใดนําข้อความไปเป่ดเผย ข้อเท็จจริงหรือไม่ ทั้ง ๆ ที่เรื่องของการร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดินหรือเรื่องที่ ผู้ตรวจการแผ่นดินหยิบยกขึ้นมาพิจารณาเองเปึนเรื่องที่มีผลกระทบต่อประโยชน์ ของสาธารณะ สื่อมวลชนมีสิทธิ มีหน้าที่ในการนําเสนอเรื่องนี้ ผมคิดว่ามาตรานี้จะเปึน มาตราที่ก่อให้เกิดความสงสัยและคลุมเครือและอาจจะเปึนการป่ดบังข้อเท็จจริง จะเปึน การซ่อนเร้นเรื่องราวที่สังคมควรรู้ไปอย่างเรียกว่าอาจจะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็ได้ ผมคิดว่า ในมาตรา ๒๐ นี้ถ้าจะทําให้ชัดเจนแล้วก็ต้องการคงเจตนารมณ์ของผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ต้องการจะไม่เป่ดเผยข้อมูลมากนักน่าที่จะระบุให้ชัดเจนว่า เรื่องราวข้อเท็จจริงที่จะ นําไปเป่ดเผย ต้องไม่เป่ดเผยเพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือการเป่ดเผยนั้นไม่เปึนประโยชน์ ต่อส่วนรวมหรือไม่เปึนการคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ ถึงจะเปึนการป่ดกั้นไม่ให้เปึน การละเมิดสิทธิของผู้ร้องเรียนหรือว่าผู้ถูกร้องเรียน

มาตราต่อไป เปึนเรื่องของการรับคําร้องและการยุติคําร้อง ในมาตรา ๒๓ และมาตรา ๒๘ ซึ่งการระบุหลักเกณฑ์ ระบุเงื่อนไขในการร้องเรียนทั้งหลายทั้งปวง ที่ค่อนข้างจะเต็มไปด้วยระเบียบแบบแผนก็อาจจะเปึนอุปสรรคสําคัญในการทําให้ผู้คน หรือผู้เดือดร้อนในแผ่นดินนี้เขาไม่อยากใช้บริการผู้ตรวจการแผ่นดินก็ได้ ก็อยากจะให้ ไปทบทวนอย่างในมาตรา ๒๓

มาตรา ๒๘ มีข้อจะต้องพิจารณาอยู่ ๒-๓ ประเด็น ผู้ตรวจการแผ่นดิน อาจไม่รับพิจารณาหรืออาจยุติการพิจารณาเรื่องดังต่อไปนี้

เรื่องแรกคือ เรื่องที่เกี่ยวกับการทุจริตหรือประพฤติมิชอบในวงราชการ ฟังดูก็อาจจะไม่ใช่หน้าที่ของท่าน เปึนหน้าที่ของ ป.ป.ช. ท่านเขียนกันไว้ก่อนเลยก็เปึนความชอบธรรม แต่ถ้าท่านไปดู ในมาตรา ๓๓ ซึ่งท่านร่างมาเอง ฟังดูแล้วมันก็ขัดกัน ก็คือมาตรา ๓๓ บอกว่า เมื่อผู้ตรวจการแผ่นดินเห็นว่าเรื่องใดมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ ในวงราชการ หรือมีมูลความผิดทางอาญา หรือมีมูลทางผิดทางวินัย ให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน แจ้งให้หน่วยงานที่มีอํานาจสอบสวนเรื่องนั้น ๆ แต่มาตรา ๒๘ (๑) บอกว่า อาจไม่รับ พิจารณาหรืออาจยุติการพิจารณาในเรื่องของการทุจริตประพฤติมิชอบในวงราชการ อันนี้มันขัดแย้งกัน ใน (๒) เรื่องที่ผู้ร้องเรียนมิได้เปึนผู้มีส่วนได้เสีย อันนี้เปึนเรื่องสําคัญ เรื่องบางเรื่องถ้ามันเปึนประโยชน์กับสาธารณะ องค์กรหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง ผู้ที่ทํางาน ในแต่ละด้านเขาเห็นเรื่องราวที่มันเกี่ยวข้องหรือเปึนอํานาจหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดิน แล้วหยิบยกขึ้นมาร้องเรียนต่อท่าน ท่านบอกว่าไม่ได้เปึนผู้มีส่วนได้เสีย ท่านก็ไม่พิจารณา ทั้ง ๆ ที่บางทีเรื่องนั้นอาจจะเปึนประโยชน์ต่อสาธารณะ เปึนประโยชน์ต่อส่วนรวม ท่านบอกว่าเปึนเงื่อนไขที่จะไม่รับพิจารณา ซึ่งเปึนเรื่องที่จะต้องกลับไปทบทวนนะครับ หรือเรื่องที่ผู้ร้องเรียนได้ยื่นเมื่อพ้นกําหนด ๒ ป้นับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่ง การร้องเรียน อันนี้ก็เปึนการกําหนดเงื่อนเวลาที่เข้าใจว่าผู้ตรวจการแผ่นดินก็ไม่อยาก จะให้ยุ่งยากที่จะต้องไปตามเรื่องที่มันเลยมาแล้วถึง ๒ ป้ อาจจะทําให้เสียเวลา เปึนความยุ่งยากของท่านเอง แต่ผมคิดว่าประเด็นการร้องเรียนมันไม่เกี่ยวกับเรื่องของ เงื่อนเวลาหรอกครับ ถ้ามันเปึนประโยชน์ก่อให้เกิดความเปึนธรรมในสังคมนี้ได้ กี่ป้ก็ต้อง รับเรื่องร้องเรียนอันนี้ไว้ ไม่ควรจะไปกําหนดไว้ว่าเงื่อนเวลาแบบนี้ควรจะเท่าไรนะครับ

เรื่องต่อมาในมาตรา ๒๙ อันนี้ก็เปึนเรื่องสําคัญอันหนึ่งบอกว่า เรื่องใด ที่ผู้ตรวจการแผ่นดินไม่รับไว้พิจารณาตามมาตรา ๒๗ และเรื่องที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน อาจไม่รับพิจารณาตามมาตรา ๒๘ ผู้ตรวจการแผ่นดินจะส่งเรื่องนั้นให้หน่วยงานราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ และราชการส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องเพื่อดําเนินการต่อไป ตามควรแก่กรณีก็ได้ คําถามก็คือว่า ถ้าท่านไม่รับพิจารณาแล้วและท่านยุติเรื่อง การพิจารณาแล้ว ท่านส่งไปให้หน่วยงานอื่น หน่วยงานอื่นเขาจะทําตามท่านหรือครับ เพราะตัวท่านเองท่านก็ไม่เห็นความสําคัญอยู่แล้ว ไม่มีหน่วยงานไหนเขาอยากจะทําหรอกครับ เพราะฉะนั้นผู้ร้องเรียน ถ้าเมื่อท่านยุติเรื่องหรือท่านไม่รับพิจารณาแล้วเขาก็หมดสิ้น หนทางแล้ว เขาก็ไม่พึ่งบริการท่านแล้ว อยากให้ไปทบทวนเรื่องนี้ เขียนไว้แล้วมันไม่มีผล ในทางปฏิบัตินี่ผมคิดว่าไม่มีประโยชน์

มาตรา ๓๒ ในกรณีที่ข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่นไม่ปฏิบัติตามความเห็นหรือ ข้อเสนอแนะของผู้ตรวจการแผ่นดินเรื่องใดในเวลาอันควร ให้ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่อง ดังกล่าวไปยังนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีหรือผู้ควบคุม และให้รายงานผลการดําเนินการ ให้ผู้ตรวจการแผ่นดินทราบโดยไม่ชักช้า กับเมื่อเห็นว่าระยะเวลาได้ล่วงเลยผ่านไป พอสมควร ผู้ตรวจการแผ่นดินอาจรายงานเรื่องนั้นเสนอต่อคณะรัฐมนตรี สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา เปึนกรณีรีบด่วนก็ได้ หมายความว่าไม่ทําก็ได้ หรือถ้ามองจากวรรคแรก บอกว่าให้รายงานผลการดําเนินการให้ผู้ตรวจการแผ่นดินทราบโดยไม่ชักช้า ก็ไม่ได้ กําหนดเงื่อนเวลาเอาไว้ ผมคิดว่ามาตรา ๓๒ นี่สําคัญ ถ้าท่านได้มีความเห็นไปแล้ว แล้วไม่ปฏิบัติตามความเห็นหรือข้อเสนอแนะ ผมคิดว่าเปึนเรื่องที่สําคัญ เปึนเรื่องที่ ร้ายแรงเพราะหมายความว่าท่านก็ไม่มีน้ํายาอะไรเลย เขาร้องเรียนมาแล้ว ท่านพิจารณา ตรวจสอบเรียบร้อยแล้วเห็นว่าหน่วยงานต่าง ๆ ควรดําเนินการ แล้วเขาไม่ดําเนินการ ก็แสดงว่าท่านไม่มีน้ํายาเลย เรื่องแบบนี้ต้องเขียนให้เข้มงวด หน่วยงานต่าง ๆ ถ้าไม่ปฏิบัติตามต้องดําเนินการส่งเรื่องให้นายกรัฐมนตรีหรือผู้ควบคุมสั่งการโดยเร็ว และต้องรายงานผลให้ผู้ตรวจการแผ่นดินทราบภายในระยะเวลาที่รวดเร็วด้วย ท่านกําหนดไปเลยภายใน ๓๐ วัน อันนี้เปึนเงื่อนเวลาที่มีความจําเปึนนะครับ

ในมาตรา ๓๕ และมาตรา ๓๖ หมวด ๔ ก็คือ เรื่อง จริยธรรมของผู้ดํารง ตําแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ อันนี้เปึนอํานาจหน้าที่ของท่านที่รัฐธรรมนูญให้ไว้ดังที่ผมได้เรียนให้ท่านทราบแล้ว ในเบื้องต้นว่า รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๙ และมาตรา ๒๘๐ ให้อํานาจท่านในการไป ดําเนินการให้องค์กรต่าง ๆ ในการจัดทําจริยธรรมประมวลจริยธรรมหรือปรับปรุงประมวล จริยธรรมทั้งหลาย ประเด็นปัญหาก็คือว่า ท่านได้ส่งคนหรือว่าได้ให้คําแนะนําต่อองค์กร ที่จัดทําประมวลจริยธรรมนี้อย่างไรบ้าง ผมเปึนกรรมาธิการยกร่างประมวลจริยธรรม สภาผู้แทนราษฎรฉบับที่กําลังพิจารณาอยู่เวลานี้ แรกสุดเราก็เห็นว่าผู้ตรวจการแผ่นดิน มีความจําเปึน มีความสําคัญ เนื่องจากเกี่ยวข้องตามรัฐธรรมนูญ เราจึงเชิญท่านมา ให้คําแนะนําก็เอาเอกสารมาไม่กี่แผ่นหรอกครับ ก็เอาเรื่องราวประมวลจริยธรรม ของหน่วยงานอื่น ๆ ที่ผู้ตรวจการแผ่นดินไปเห็นไปพบมาก็นําเสนอ ซึ่งก็ไม่ได้มีคําแนะนํา อะไรเปึนพิเศษสําหรับสภาผู้แทนราษฎร ขณะเดียวกันเมื่อหมดภาระตรงนั้นแล้วก็จบ กรรมการประมวลจริยธรรมก็เห็นว่าเพื่อให้การทํางานของท่านต่อเนื่อง เราเชิญท่านมา เปึนที่ปรึกษาของคณะกรรมการประมวลจริยธรรม ไม่ได้เปึนข้อเสนอของท่านเอง เราเปึนคนเชิญท่านมา แล้วให้ท่านมานั่งดูว่าประมวลจริยธรรมที่สภาผู้แทนราษฎรร่างกัน มันมีอะไรขัดหรือแย้งต่ออํานาจหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดินบ้างหรือว่ามีอะไรที่จะเปึน ข้อแนะนําบ้าง แต่อย่างว่าแหละครับ วัฒนธรรมองค์กรของท่านก็อาจจะไม่ค่อยอยากจะ ขัดแย้งกับใคร ก็อาจจะทําให้เกิดความเกร็งที่จะนําเสนอข้อเสนอแนะที่เปึนประโยชน์ ต่อการจัดทําประมวลจริยธรรม ซึ่งเปึนเรื่องที่สําคัญครับ ผู้ตรวจการแผ่นดินมีอํานาจ ตามรัฐธรรมนูญและมีอํานาจให้คุณ ให้โทษในการนําเสนอถอดถอนผู้กระทําผิดประมวล จริยธรรมถึงขั้นเสนอ ป.ป.ช. ถอดถอน ท่านต้องมีความกล้าหาญที่จะไปแนะนํา ไปให้คําปรึกษากับเขาอย่างไม่ต้องเกรงกลัวอิทธิพลอํานาจทางการเมืองใด ๆ นี่เปึนประเด็น ที่ฝากไว้

มาตรา ๓๙ เปึนเรื่องที่ใหญ่มาก เพราะว่าเปึนเรื่องของการติดตาม การประเมินผลการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญก็นับว่าเปึนประเด็นที่มีความก้าวหน้า แต่ว่าคําถามเดิม ๆ ก็คือว่าท่านมีความกล้าหาญจริง ๆ หรือไม่ที่จะหยิบยกมาว่ามันมี หน่วยงานไหนบ้างที่ไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ละเลยการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ตรวจสอบแล้วท่านจะต้องหยิบยกขึ้นมา แล้วก็ต้องเป่ดเผยกับสาธารณะด้วยซ้ําไป ที่สําคัญก็คือหน่วยงานหรือองค์กรที่มักจะละเลยการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญก็คือ รัฐบาลเองท่านกล้าที่จะปฏิเสธตรงนั้นหรือไม่

สุดท้ายในมาตรา ๔๒ ให้ผู้ตรวจการแผ่นดินทํารายงานประจําป้เสนอต่อ คณะรัฐมนตรี สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาภายในเดือนมีนาคมของทุกป้ ก็มีรายละเอียด ๕-๖ ประเด็นที่ผู้ตรวจการแผ่นดินจะต้องทํารายงานประจําป้ แต่เราได้เห็นว่าในรายงาน ประจําป้ ๒๕๕๐ ที่ท่านทํามาเราเห็นเปึนตัวอย่าง แล้วก็อยากจะให้เปึนบทเรียนว่า การจัดทํารายงานแบบนั้นมันค่อนข้างจะสรุปรวบยอดและไม่เห็นรายละเอียดมากนัก บทรายงานประจําป้ของท่านเปึนคล้าย ๆ กับหนังสือชี้ชวนการลงทุนมากกว่า นั่นก็คือ เปึนรายงานในเชิงประชาสัมพันธ์บอกตัวเลขเพียงว่าท่านได้รับมากี่เรื่อง พิจารณาไปแล้ว กี่เรื่อง ค้างอยู่กี่เรื่อง แต่ว่าในรายงานประจําป้ที่เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภา ต้องเปึนรายงานที่มีความละเอียดมากกว่านั้น สิ่งที่เรานําเสนอท่านไปในวันนั้น อย่างน้อยที่สุดเรื่องของบุคลากรที่มาผลักดันการปฏิบัติงานของท่านหรืองบประมาณ การใช้จ่ายต่าง ๆ ในองค์กรผู้ตรวจการแผ่นดินว่าได้ใช้จ่ายงบประมาณไปอย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัด ตรงเปัาประเด็นสนองวัตถุประสงค์ในการทํางานมากน้อยแค่ไหน นี่เปึนเรื่องที่ จะต้องฝากท่านไว้ แต่ที่เปึนห่วงก็คือว่า ท่านอาจจะบอกว่าในมาตรา ๑๖ ซึ่งเขียนค่อนข้างจะเปึนการป่ดกั้น ไม่ให้ท่านได้เขียนอะไรเป่ดเผยข้อเท็จจริงอะไรได้มาก ซึ่งผมคิดว่ามาตรา ๑๖ นี้ก็ควรจะ ไปทบทวนที่บอกว่า การจัดทํารายงานตามมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๒ ให้กระทําเปึนการสรุป โดยมิให้ระบุรายละเอียดอันเปึนการเป่ดเผยความลับของบุคคล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยไม่จําเปึน ผมคิดว่าถ้ามันเปึนประโยชน์กับสาธารณะจําเปึนครับ จําเปึนต้องเป่ดเผย ๑. ก็คือให้สาธารณชนได้รับรู้ ๒. เพื่อประโยชน์ในการที่จะไม่ให้เกิดกรณีเช่นนี้ขึ้นอีก ในอนาคตนะครับ เปึนบทเรียนที่สังคมจะได้ร่วมกันรับรู้

สุดท้ายอีกนิดหนึ่ง ที่มันต่อเนื่องกันมาก็คือในมาตรา ๔๓ นั่นล่ะครับ ที่บอกว่า ให้นําความในมาตรา ๑๖ มาบังคับใช้กับการจัดทํารายงานตามมาตรา ๔๒ ผมคิดว่ามาตรานี้ไม่จําเปึน ดีไม่ดีอาจจะต้องตัดทิ้งไป เพราะว่ามันเปึนอุปสรรคในการ ที่จะทําให้รายงานของท่านไม่สมบูรณ์ ไม่ครบถ้วน ก็นําเรียนท่านไว้ในที่นี้ แล้วผมก็จะไป ผลักดันในการแก้ไขในชั้นคณะกรรมาธิการต่อไป กราบขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปเชิญคุณพิษณุ หัตถสงเคราะห์

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ หนองบัวลําภู 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองบัวลําภู พรรคพลังประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ต่อร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. .... ซึ่งสภาแห่งนี้ก็กําลังมีการพิจารณากัน ในวาระแรก ท่านประธานครับ ผมมีข้อสังเกต ข้อเสนอแนะที่จะประทานกราบเรียนไปยัง ท่านคณะกรรมการผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อให้การบัญญัติกฎหมายนี้มุ่งไปสู่ผลสัมฤทธิ์ หรือว่าผลสุดท้ายที่จะออกมา ท่านประธานครับ ต่อหลักการและเหตุผลของการร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ขึ้นมา เนื่องจากว่าได้มีการบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ให้มีการตั้ง องค์กรอิสระ นั่นก็คือองค์กรผู้ตรวจการแผ่นดิน ในอดีตนั้นองค์กรนี้เคยใช้ชื่อว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา ซึ่งผมได้เอากฎหมายทั้ง ๒ ฉบับมาเทียบเคียงกันนะครับ ก็มีการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงไปโดยหลักการที่สําคัญอยู่หลายประเด็น ซึ่งจะต้องมี การตั้งข้อสังเกตเพื่อให้คณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะจัดตั้งขึ้นนั้นนําไปปรับปรุงแก้ไข เพื่อประโยชน์สูงสุด หลักการแรก นั่นก็คือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่เกิดจาก การกระทําของเจ้าหน้าที่ของรัฐ จึงจําเปึนที่จะต้องมีผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาในอดีต เพราะเมื่อพี่น้องประชาชนมาร้องเรียนกับรัฐสภา โดยรัฐสภาก็จะมีคณะกรรมาธิการสามัญ คณะต่าง ๆ รับเรื่องร้องเรียนแล้วส่งให้กับผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา แต่เมื่อมี การเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แล้วก็นํามาซึ่งการจัดตั้งผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งจะว่าไปแล้วก็เปึนการขยับวุฒิ ขยับฐานะของผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาขึ้นมา แต่อย่างไรก็ตามแต่ผมตั้งข้อสังเกตว่ากฎหมายฉบับนี้ก็ทําให้องค์กรนี้แตกต่างออกไป ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรหรือว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเองนั้นก็ห่างออกมาจากองค์กร ตรวจการแผ่นดิน และในขณะเดียวกันผู้ตรวจการแผ่นดินก็มีการตรวจสอบกลับมาที่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเช่นเดียวกัน ท่านประธานที่เคารพครับ ในอดีตที่ผ่านมา องค์กรที่ตั้งขึ้นมาก็รับเรื่องราวร้องเรียนจากชาวบ้าน แต่ในขณะเดียวกันองค์กรที่ตั้งขึ้นมา ตามรัฐธรรมนูญหรือว่าองค์กรใหม่ ผู้ตรวจการแผ่นดินใหม่นี้ก็มีบทบาทหน้าที่คล้ายกัน ผมจึงขอกราบเรียนไปยังพี่น้องประชาชนที่หาช่องทางที่จะร้องเรียนเรื่องต่าง ๆ โดยเฉพาะ การกระทําที่มิชอบของเจ้าหน้าที่แห่งรัฐจะได้มีที่พึ่ง นั่นก็คือองค์กรผู้ตรวจการแผ่นดิน อันนี้นะครับ ซึ่งข้อสังเกตที่ชัดเจนนั่นก็คือว่า เจ้าหน้าที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือปฏิบัติตามกฎหมายแล้วก่อให้เกิดความเสียหาย แก่ผู้ร้องเรียนโดยไม่เปึนธรรม และที่สําคัญองค์กรของท่านจะเปึนผู้ตรวจสอบการปฏิบัติ ตามกฎหมายขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งตรงนี้เปึนเรื่องสําคัญที่จะขยายผลต่อไป และอันที่ ๔ องค์กรหรือว่าผู้ตรวจการแผ่นดินนี้ยังมีหน้าที่สําคัญก็คือ ติดตามประเมินผล การปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งถ้าหากว่าการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ นี้ ถ้ามีปัญหา องค์กรนี้ก็จะมีส่วนร่วมในการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญในอนาคต ซึ่งผมถือว่า ก็จะเข้าสู่ภาวะปัจจุบันนี้ซึ่งมีการเสนอขึ้นมาที่จะให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ผมก็เลยขออนุญาตเสนอแนะว่าองค์กรของท่านน่าจะเปึนอีกช่องทางหนึ่งที่จะผ่อนคลาย ความตึงเครียดที่เกิดขึ้นในสังคมแห่งนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตเจาะลงไป รายมาตราซึ่งมีส่วนสําคัญที่จะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขหรือว่าตั้งข้อสังเกตนั่นก็คือ

มาตรา ๒๒ ชุมชนมีสิทธิที่จะร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดินได้ ซึ่งในอดีตนั้น ไม่ได้บัญญัติไว้ในกฎหมาย แต่ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้บัญญัติไว้ ซึ่งผมเห็นว่าเปึนสิ่งที่ดี แต่การบัญญัติคําว่า ชุมชน นั้นก็อยากจะฝากไปทางผู้ที่จะนํา กฎหมายไปปฏิบัตินั่นคือท่านประธานว่า คําว่า ชุมชน นั้นกว้างมาก แล้วท่านเองจะต้อง ทําอย่างไรที่จะสื่อไปถึงชุมชนว่าปัจจุบันนี้เรามีองค์กรนี้เกิดขึ้นมา แล้วชุมชนจะใช้ประโยชน์ จากองค์กรของท่านอย่างไรนะครับ ผมเห็นว่าปัจจุบันนี้ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา ก็มีสํานักงานอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งไม่แน่ใจว่าในอนาคตนั้นจะมีสํานักงานที่ขยาย ออกไปในภูมิภาคมากน้อยเพียงใด แล้วถ้าหากเปึนไปได้ก็ควรที่จะขยายออกไปให้ครบ ในทุกจังหวัดเพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนได้เข้าถึงสื่อของท่านได้ เพราะในอดีตที่ผ่านมา มีพี่น้องประชาชนในต่างจังหวัดจะเดินทางเข้ามาร้องเรียนก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายเปึน จํานวนมาก อันนี้ขออนุญาตฝากไปทางผู้ที่เกี่ยวข้องด้วยในการที่จัดตั้งสํานักงาน ที่เกี่ยวข้องต่อไป

เรื่องที่ ๒ เรื่องของมาตรา ๓๕ และมาตรา ๓๖ ว่าด้วยมาตรฐานจริยธรรม ของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ท่านประธานที่เคารพครับ เขียนคําว่า มาตรฐาน ผมใคร่ขอเสนอแนะว่าขออนุญาตให้กรอบให้ชัดเจน เพราะว่าการกําหนดมาตรฐานนั้น เปึนเรื่องอันตราย บางครั้งถ้าเผื่อว่ากําหนดมาตรฐานต่ําเกินไปหรือสูงเกินไปก็มีโอกาส ที่จะนําไปใช้ในทางที่ผิดหรือในทางที่ไม่ถูกต้องได้ เพราะฉะนั้นตรงนี้ทางผู้เกี่ยวข้อง หรือว่าทางผู้ตรวจการแผ่นดินจะต้องเขียนออกมาให้ชัดเจน คําว่า มาตรฐาน มีขั้นต่ําอะไร แล้วก็มีขั้นสูงอย่างไร ซึ่งฝากให้ทางท่านกรรมาธิการที่จะเข้าไปแก้ไขกฎหมายตัวนี้ได้มี โอกาสพูดคุยตรงนี้ด้วย

อีกมาตราหนึ่งที่ผมเห็นว่าเปึนข้อสังเกตที่ผมไม่ค่อยสบายใจ นั่นก็คือ มาตรา ๖ การถอดถอนผู้ตรวจการแผ่นดินออกจากตําแหน่งได้ กําหนดไว้ให้อํานาจ วุฒิสมาชิก ผมคิดว่าตรงนี้น่าจะเป่ดให้การถอดถอนผู้ดํารงตําแหน่งที่สําคัญอย่างนี้ ควรจะขยายให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีส่วนเกี่ยวข้องได้ หรือจะใช้คําว่า ถอดถอน โดยสมาชิกรัฐสภา สาเหตุที่ผมนําเสนอเรื่องนี้ขึ้นมาเนื่องจากผมไม่สบายใจว่า ถ้าหากว่า มีการใช้ตําแหน่งหน้าที่หรือว่ามีการกดดันให้ผู้ตรวจการแผ่นดินทําในสิ่งที่ไม่ถูกต้องขึ้นมา ก็จะมีเพียงแค่วุฒิสมาชิกเท่านั้นที่จะเปึนคนคานอํานาจ จึงจําเปึนเหลือเกินที่น่าจะขยาย บทบาทในการตรวจสอบหรือว่าในการถอดถอนท่านผู้ตรวจการแผ่นดินนี้ให้ครอบคลุม ครบทั้งสมาชิกในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ สุดท้ายผมก็อยากจะฝากให้ทางคณะกรรมาธิการที่จะจัดให้มี ขึ้นนี้ช่วยกรุณาลงรายละเอียดให้ครบทุกมาตรา โดยเฉพาะเรื่องของการใช้งบประมาณ ในการจัดตั้งทุกอย่าง เนื่องจากว่าเราจะให้ความเปึนอิสระไปยังองค์กรแห่งนี้ก็ขอให้มี การตรวจสอบที่ชัดเจนแล้วก็ยุติธรรมอย่างเต็มที่ ขอขอบคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญนายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก 🔗

กราบเรียนประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัด พิษณุโลก วันนี้ผมเห็นด้วยเปึนอย่างยิ่งว่าร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. .... ได้นําเสนอสู่สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถ้าดูตามเจตนารมณ์ ของรัฐธรรมนูญแล้ว ดูเจตนารมณ์ของผู้ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ออกมาแล้วชี้ให้เห็นว่าวันนี้ ผู้ตรวจการแผ่นดินนั้นมีนัยสําคัญเปึนอย่างยิ่ง สังคมกําลังฝากความหวังไว้กับ ผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อให้เปึนองค์กรอิสระในการถ่วงดุลองค์กรอิสระต่าง ๆ และมีส่วน ในการตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐของระบบราชการ เหตุที่ผมพูดอย่างนี้เนื่องจากว่า ในมาตรา ๑๒ ได้กําหนดอํานาจหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดินไว้อย่างกว้างขวาง ซึ่งผม จะสรุปเปึนประเด็นสั้น ๆ เพื่อจะโยงไปสู่ประเด็นอื่นต่อไป ในมาตรา ๑๒ ได้ขยายอํานาจ หน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดิน อาทิเช่น การตรวจสอบการใช้อํานาจของข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้างหน่วยงานของรัฐในการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือปฏิบัตินอกเหนือ อํานาจหน้าที่ ตรวจสอบการปฏิบัติหรือการละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐ หรือแม้กระทั่งการตรวจสอบองค์กรตามรัฐธรรมนูญ จุดสําคัญที่ผมมีความรู้สึกว่า ทั้งห่วงใยและกังวลใจว่าผู้ตรวจการแผ่นดินจะทําเรื่องนี้ได้ดีหรือไม่ก็คือ มาตรา ๑๒ (๒) ที่กําหนดไว้ว่า ให้ดําเนินการเกี่ยวกับจริยธรรมของผู้ดํารงทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ ของรัฐตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ผมต้องย้ําว่าเนื่องจากว่าขณะนี้ปัญหาเรื่องคุณธรรม จริยธรรมของนักการเมืองนั้นเปึนส่วนสําคัญอย่างยิ่งในการนําพาสังคมไทยให้ก้าวต่อไป เรื่อย ๆ ว่าจะผ่านไปได้หรือไม่ ดังนั้นบทบาทของผู้ตรวจการแผ่นดินจึงถูกท้าทาย เปึนอย่างยิ่งในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่ให้อํานาจแก่ท่านเข้ามาตรวจสอบ ผมกําลังจะย้ํา ให้เห็นว่าในมาตรา ๑๓ ก็ได้ขยายอํานาจหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดินสามารถส่งเรื่อง ต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองได้ ดังนั้นประเด็นมันอยู่ตรงนี้ครับว่า วันนี้บทบาท อํานาจหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดินถูกขยายกว้างขวางมากยิ่งขึ้น สังคมฝากความหวัง ไว้กับท่านมากยิ่งขึ้น คําถามจึงอยู่ที่ว่าทําอย่างไรที่จะได้คนที่มีคุณสมบัติที่สามารถ ทําอํานาจหน้าที่เหล่านี้ให้เปึนจริงได้ ถ้าผมดูตามอํานาจหน้าที่เมื่อกี้ที่ผมกล่าวไปแล้วว่า คนที่มีอํานาจหน้าที่ใหญ่ ๆ อย่างนี้ควรจะมีองค์ประกอบของคุณสมบัติดังนี้คือ คนคนนี้ จะต้องเปึนคนกล้า เมื่อสักครู่ผมได้ยินสมาชิกท่านหนึ่งบอกว่าวันนี้ผู้ตรวจการแผ่นดิน จะกลัวความขัดแย้งกับสังคมไม่ได้ ผู้ตรวจการแผ่นดินจะกลัวว่าไม่อยากจะมีเรื่องมีราว กับองค์กรอิสระหน่วยงานอื่น ไม่อยากมีเรื่องมีราวกับหน่วยงานราชการเปึนไปไม่ได้ครับ ในเมื่อรัฐธรรมนูญได้กําหนดว่าท่านต้องทํา นอกจากท่านต้องเปึนคนกล้าแล้วท่านต้อง เปึนคนเก่ง ท่านต้องเปึนคนดี และที่สําคัญก็คือต้องเปึนคนที่มีคุณธรรมจริยธรรม ผมคิดตามประมวลที่เขียนไว้ชัดเจนว่าใน พ.ร.บ. ฉบับนี้กําหนดหน้าที่ของท่านอย่างนี้ ท่านควรจะมีองค์ประกอบของคุณสมบัติตามที่ผมพูด ปรากฏว่าในมาตรา ๗ ผู้ตรวจการแผ่นดินต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ เขียนเอาไว้ทั้งหมด ๑๓ ข้อ ผมอ่านดู ๑๓ ข้อ ผมไม่แน่ใจว่า ๑๓ ข้อเหล่านี้เปึน ๑๓ ข้อทั่ว ๆ ไป เวลาอ่านดูแล้วเหมือนกับ การคัดเลือกสมัครพนักงานเจ้าหน้าที่ทั่ว ๆ ไป ผมไม่แน่ใจว่าสังคมจะได้คนกล้า คนเก่ง คนดี คนมีคุณธรรมจริยธรรมเข้ามาเปึนผู้ตรวจการแผ่นดินหรือไม่ เหตุผลที่ผมจะต้องย้ํา ประเด็นนี้เยอะ ๆ เนื่องจากว่าบทบาทของท่านนั้นมากจริง ๆ และบทบาทของท่าน ไม่ใช่เปึนบทบาทที่เปึนองค์กรอิสระลอยไปก็ลอยมา แต่เปึนองค์กรอิสระที่ตรวจสอบ องค์กรอิสระซึ่งกันและกัน และมีจุดสําคัญในการตรวจสอบการใช้กลไกอํานาจรัฐ ของหน่วยงานราชการ พนักงานของรัฐและรัฐวิสาหกิจ ดังนั้นท่านต้องกล้า ท่านต้องเก่ง ท่านต้องดี ท่านต้องมีคุณธรรมจริยธรรม ดังนั้นเปึนไปได้ไหมว่าทําอย่างไรที่จะให้ มาตรา ๗ ที่กําหนดคุณสมบัตินั้นได้คนอย่างนี้จริง ๆ ไม่ใช่ได้คนธรรมดาคนหนึ่งเข้ามา นั่งในตําแหน่งนี้ ผมจึงอยากจะฝากท่านว่าท่านจะเพิ่มไหมว่าข้อที่สําคัญที่สุดคือ จะต้องได้คนที่มีคุณธรรมจริยธรรมโดยประจักษ์ เพิ่มเข้ามาอีก ๑ ข้อ และมีอยู่อีก ๑ ข้อ ที่ผมกังวลคือในมาตรา ๗ (๗) ที่กําหนดไว้ว่า ไม่เปึนหรือเคยเปึนสมาชิกพรรคการเมือง หรือผู้มีตําแหน่งอื่นของพรรคการเมืองในระยะ ๓ ป้ ก่อนการสรรหา

– ๒๕/๑ ผมต้องย้ําข้อนี้เนื่องจากว่าวันนี้องค์กรผู้ตรวจการแผ่นดินนั้นเปึนองค์กรที่มีบทบาทสําคัญ อย่างยิ่ง และมีส่วนในการชี้ความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ความใกล้ชิด ของพรรคการเมืองหรือนักการเมืองของผู้ตรวจการแผ่นดินจะเปึนจุดสําคัญอย่างยิ่ง ในการตัดสินใจว่าท่านจะกล้าหรือไม่กล้า ดังนั้นผมคิดว่าการที่กําหนดว่าผู้ตรวจการแผ่นดิน ต้องไม่เปึนสมาชิกพรรคการเมืองหรืออะไรก็แล้วแต่ไม่เกิน ๓ ป้ มันน้อยเกินไปครับ การที่จะทําให้ท่านกล้าท่านต้องห่างการเมืองมากกว่านี้ ผมจึงคิดว่าอย่างน้อย ๆ คนที่ จะมาเปึนผู้ตรวจการแผ่นดินและสามารถตัดสินใจในประเด็นที่เปึนประเด็นทางสังคมได้ อย่างไม่เกรงกลัวอิทธิพล ควรจะห่างการเมืองมาไม่น้อยกว่า ๕ ป้ ผมเลยอยากจะอิง เหมือน ส.ว. เพราะ ส.ว. เขากําหนดไว้ชัดเจนว่า ส.ว. จะต้องเปึนบุคคลที่อิสระทางการเมือง ตัดสินใจไม่เข้าข้างฝ์ายใดฝ์ายหนึ่ง ส.ว. ให้ห่างมา ๕ ป้ครับ ผมจึงคิดว่าผู้ตรวจการแผ่นดิน ๓ ป้ไม่พอครับ ผมอยากให้ผู้ตรวจการแผ่นดินอย่างน้อยสัก ๕ ป้ขึ้นไป เพื่อให้ห่างไกลกับ องค์กรทางการเมืองไปเลย นี่คือประเด็นที่ผมอยากจะฝาก และอยากจะฝากทาง ผู้ตรวจการแผ่นดินที่มาในวันนี้ว่า สังคมฝากความหวังไว้กับท่านเยอะ ท่านต้องมี ความกล้า มีความเก่ง มีความดี และมีคุณธรรมจริยธรรม

ประเด็นถัดไปที่ผมอยากจะฝากท่านเปึนข้อพิจารณาคือ ในมาตรา ๒๓ ผมดีใจว่าวันนี้ช่องทางในการเข้าถึงองค์กรผู้ตรวจการแผ่นดินนั้นง่ายขึ้น นอกจากมี การทําหนังสือ ท่านสามารถรับคําร้องเรียนด้วยวาจา ซึ่งในหนังสือนี้เขียนไว้ชัดเจน ในมาตรา ๒๓ ทั้ง (๑) (๒) (๓) (๔) ว่า ให้ระบุชื่อและที่อยู่ของผู้ร้องเรียน ระบุเหตุ ใช้ถ้อยคําสุภาพ และลงลายมือชื่อผู้ร้องเรียน แต่ผมกังวลใจว่าการร้องเรียนด้วยวาจา มันเปึนช่องทางที่ทําให้ประชาชนเข้าถึงท่านได้ง่ายก็จริง แต่ก็อาจจะเปึนเหตุให้มี การกลั่นแกล้งกันได้ อันนี้เปึนข้อสังเกตว่าเปึนไปได้ไหมว่าถ้าท่านสามารถชี้แจงว่าขณะนี้ ผู้ตรวจการแผ่นดินได้มีเขียนระเบียบคร่าว ๆ ไว้แล้ว ลองชี้แจงให้กับท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรในที่นี้ได้รับทราบว่าท่านมีแนวคิดอย่างไรในการรับร้องเรียนด้วยวาจา เพื่อไม่ให้เกิดข้อครหาในการกลั่นแกล้งซึ่งกันและกัน

ประเด็นถัดมาที่อยากจะฝากกับผู้ตรวจการแผ่นดินก็คือ ในมาตรา ๓๑ และมาตรา ๓๒ เนื่องจากว่าวันนี้รัฐธรรมนูญฝากความหวังไว้กับผู้ตรวจการแผ่นดิน ในการเข้ามาตรวจสอบทั้งองค์กรอิสระหรืออะไรอื่น ๆ รวมทั้งการใช้อํานาจรัฐของ คณะรัฐมนตรี ของข้าราชการ ของพนักงานของรัฐ และรัฐวิสาหกิจ แต่จุดที่ผมกังวลใจ หลังจากอ่านมาตรา ๓๑ และมาตรา ๓๒ แล้ว เกรงว่าท่านอุตส่าห์ทํางานมาแล้ว มีข้อสรุปออกมาแล้วมันจะใช้ไม่ได้ผล เหตุผลที่ผมเกรงว่ามันจะไม่ได้ผล เพราะผมอ่านดู แล้วมันแทบจะไม่มีผลบังคับใช้จริง ๆ ในเรื่องเกี่ยวกับการใช้อํานาจของหน่วยงานราชการ ในมาตรา ๓๑ เขียนว่า เมื่อผู้ตรวจการแผ่นดินได้พิจารณาและสอบสวนหาข้อเท็จจริงแล้ว ให้รายงานต่อหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่งตรงไปตรงมาครับ ท่านตรวจสอบที่จังหวัด ก ท่านก็รายงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่หลังจากที่รายงานแล้วเกิดถ้าเขาทําตาม จบครับ ผมไม่กังวล ถ้าหลังจากที่ท่านรายงาน ไปแล้วเขาไม่ทําตาม ในมาตรา ๓๒ เขียนไว้ว่า ในกรณีที่ไม่ทําตามให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งเรื่องดังกล่าวไปยังนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี หรือผู้ควบคุมหรือกํากับดูแลหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ เท่ากับว่าหลังจากที่ท่านได้รับเรื่องร้องเรียนปุ็บ ท่านตรวจสอบปัูบ แล้วก็มีข้อสรุปว่าวันนี้มีความผิดอย่างไรบ้าง ควรจะดําเนินการอย่างไร ท่านแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในช่วงระยะเวลาหนึ่งถ้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ดําเนินการตามที่ผู้ตรวจการแผ่นดินมีข้อสรุป ท่านสามารถรายงานนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีผู้เกี่ยวข้อง ตลอดจนผู้กํากับหน่วยงานภาครัฐนั้น คําถามอยู่ที่ว่า ถ้านายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีนั้นไม่ดําเนินการต่อไป ผมมีสิทธิที่จะกังวลใจเรื่องพวกนี้ เนื่องจากวันนี้หน่วยงานรัฐเองเข้าไปครอบงําส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเยอะมาก และมีผลประโยชน์ซึ่งกันและกันสูงมาก ถ้าหน่วยงานของรัฐก็คือนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ไม่ดําเนินการอย่างไร ในมาตรา ๓๒ วรรคสอง ก็เขียนต่อไปว่า ถ้ายังไม่มีการปฏิบัติตาม ความเห็นหรือข้อเสนอแนะดังกล่าวโดยไม่มีเหตุอันควร ให้ผู้ตรวจการแผ่นดินรายงาน เรื่องนั้นต่อคณะรัฐมนตรี สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา เปึนกรณีรีบด่วน ทําให้ผมคิดว่า ในเมื่อรายงานนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีแล้วไม่ปฏิบัติ ถ้ารายงานคณะรัฐมนตรีถามว่า คณะรัฐมนตรีจะปฏิบัติไหม ผมไม่แน่ใจว่าจะเกิดขึ้นจริงไหม ขณะเดียวกันถ้าท่าน รายงานมาในสภาผู้แทนราษฎร สุดท้ายมันก็จบด้วยเสียงข้างมาก เพราะเนื่องจากว่า สภาผู้แทนราษฎรเสียงข้างมากก็คือเสียงของนายกรัฐมนตรี ดังนั้นผมจึงกังวลใจลึก ๆ ว่า การดําเนินการตรวจสอบหรือการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ในมาตรา ๓๑ ในมาตรา ๓๒ อาจจะทําให้ข้อสรุปของผู้ตรวจการแผ่นดินนั้นไม่เปึนจริง แต่ในส่วนการยื่นต่อองค์กรอิสระ ไม่ว่าจะเปึน ป.ป.ช. ศาลรัฐธรรมนูญ หรือศาลปกครองนั้น ผมเชื่อว่าจะเปึนจริง เนื่องจากว่ามีกฎหมายบังคับไว้ อันนี้จึงฝากข้อสังเกตไว้กับทาง ท่านผู้ตรวจการแผ่นดินครับ

และข้อสุดท้ายที่อยากจะฝากกับท่านผู้ตรวจการแผ่นดิน วันนี้เท่าที่ทราบคือ กฎหมายฉบับนี้ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ได้กําหนดให้ผู้ตรวจการแผ่นดินมีแค่ ๓ คน แล้วเท่าที่ผมทราบคือ วันนี้หน่วยงานของผู้ตรวจการแผ่นดินเองก็มีบุคลากรไม่เยอะ คงประมาณไม่เกิน ๒๐๐ คน ขณะนี้ ๑๐๐ กว่าคนอาจจะถึง ๒๐๐ คน แต่ภารกิจของ ผู้ตรวจการแผ่นดินในการดูแลรับฟังปัญหา แก้ไขปัญหาทุกข์สุขของประชาชนนั้น ทั้งประเทศ ผมอยากจะกราบเรียนว่าวันนี้ภาพลักษณ์ของผู้ตรวจการแผ่นดินกับประชาชน ยังห่างไกลครับ บุคคลที่เข้าถึงผู้ตรวจการแผ่นดินมักจะเปึนคนชั้นกลางที่มีการศึกษา ติดตามข้อมูลข่าวสารจะเข้าถึงผู้ตรวจการแผ่นดิน แต่ประชาชนในระดับชาวบ้านธรรมดา ยังห่างไกลผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งผมดูแล้วถ้าประชาชนในระดับพื้นบ้าน ชาวบ้านธรรมดา สามารถรู้จักผู้ตรวจการแผ่นดิน ผมเชื่อจริง ๆ ว่าผู้ตรวจการแผ่นดินจะแก้ปัญหา ความทุกข์ยากของประชาชน โดยเฉพาะเรื่องการใช้อํานาจรัฐที่ไม่เปึนธรรมของหน่วยงาน ราชการได้ดีจริง ๆ ดังนั้นทําอย่างไรล่ะครับว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินกับประชาชนระดับ ชาวบ้านทั่ว ๆ ไปจะเข้าถึงกันได้ง่ายขึ้น ผมมีข้อเสนอดังนี้ครับ ผมเคยเปึนแพทย์ อยู่โรงพยาบาล เคยทํางานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข ใช้อาสาสมัครที่เรียกว่า อสม. ครับ ซึ่งถือว่าเปึนอาสาสมัครที่มีศักยภาพที่สูงที่สุด ในประเทศไทยในปัจจุบันนี้ครับ จึงอยากจะฝากแนวคิดนี้ว่า เปึนไปได้ไหมที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้ขยายโครงสร้างตัวเอง เพราะว่าวันนี้ผู้ตรวจการแผ่นดินอยู่เฉพาะในกรุงเทพฯ ครับ โครงสร้างต่างจังหวัดก็ยังไม่มี เปึนไปได้ไหมว่าผู้ตรวจการแผ่นดินอาจจะเขียนระเบียบ ออกมาชุดหนึ่งในการกําหนดว่าจะมีการสร้างที่เรียกว่า อาสาสมัครผู้ตรวจการแผ่นดิน ขึ้นมา เพื่อทําหน้าที่เปึนปากเปึนเสียง เปึนหูเปึนตา และเปึนช่องทางให้ประชาชน ระดับ พื้นบ้านเราธรรมดาสามารถใช้บริการผู้ตรวจการแผ่นดินได้ง่ายและคล่องตัวมากยิ่งขึ้น และผมเชื่อว่าถ้ามีการกระจายองค์กรเหล่านี้ ก็คืออาสาสมัครเหล่านี้ไปตามพื้นที่ต่าง ๆ ผู้ตรวจการแผ่นดินกับประชาชนระดับพื้นบ้านจะใกล้ชิด แล้วมีความรู้สึกว่าท่านคือ หน่วยงานของประชาชนมากยิ่งขึ้น เหมือนกับที่กระทรวงสาธารณสุขทําสําเร็จมาแล้ว แต่ปัญหามีอยู่ เราต้องยอมรับว่าวันนี้บทบาทหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดินนั้นเยอะจริง ๆ ในเมื่อบทบาทเยอะจริง ๆ ถ้าได้คนไม่ดีเข้ามาองค์กรท่านก็จะวุ่นวาย แล้วก็ไม่เปึนไปตาม เจตนารมณ์ที่รัฐธรรมนูญกําหนดไว้ อยากจะฝากข้อคิดให้ท่านดังนี้ว่า ถ้าท่านมีแนวคิด ที่จะให้หน่วยงานผู้ตรวจการแผ่นดินใกล้ชิดประชาชน ท่านสร้างหน่วยงานที่เรียกว่า อาสาสมัครผู้ตรวจการแผ่นดินขึ้นมาทํางานเปึนหูเปึนตารับเรื่องร้องเรียนแล้วส่งตรงมาถึง ท่าน คนที่จะเข้ามาเปึนอาสาสมัคร ข้อที่ ๑ สําคัญที่สุดคือ ต้องเปึนคนที่มีคุณธรรม จริยธรรมโดยประจักษ์ ซ้ําจะเปึนชาวบ้านที่อยู่ตามหมู่บ้านต่าง ๆ ชาวบ้านเขาจะรู้กันเองว่า ใครเปึนคนมีคุณธรรม คนไหนขี้โกง คนไหนคดโกงอะไรก็แล้วแต่ ฉะนั้นข้อที่ ๑ ที่จะต้อง มีเลยว่า เพราะเนื่องจากว่าการรับสมัครอาสาสมัครชุดอื่น ๆ ไม่ว่าจะเปึน อสม. อปพร. อาสาสมัครตํารวจ เขาอาจจะไม่ได้เขียนข้อนี้ครับ แต่ของผู้ตรวจการแผ่นดินข้อนี้ จะต้องเปึนบรรทัดฐานที่สําคัญที่สุด คือข้อที่ ๑ ว่าต้องเปึนคนที่มีคุณธรรมจริยธรรม เปึนที่ประจักษ์ของประชาชนในพื้นที่นั้นหรือในหมู่บ้าน และจุดข้อกังวลข้อที่ ๒ คือท่านต้องย้ําเลยว่า คนที่จะเปึนอาสาสมัครของหน่วยงานท่าน ถ้าท่านทํานะครับ ต้องไม่สังกัดพรรคการเมืองอย่างน้อย ๕ ป้เหมือนกัน ให้ห่างการเมืองเยอะ ๆ ห่างการเมืองมากเท่าไรยิ่งดีครับ หน่วยงานท่านจะเปึนอิสระมากเท่านั้น อาสาสมัคร ต่าง ๆ ที่ทํางานอยู่ก็จะเปึนปากเปึนเสียงของท่านอย่างเต็มตัวมากเท่านั้น และจุดที่ ๓ ที่ท่านอาจจะไม่รู้จัก แต่พวกผม ส.ส. อาจจะรู้จักส่วนเหล่านี้ดีก็คือ ส่วนที่เรียกว่า ฝ์ายท้องที่และฝ์ายท้องถิ่น คําว่า ฝ์ายท้องที่ หมายถึง กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน และฝ์ายท้องถิ่น หมายถึง สมาชิก อบต. หรือ นายก อบต. ซึ่งถือว่าเปึนเรื่องของท้องถิ่น หรือ ส.จ. หรือ ส.ท. คนที่จะเปึนอาสาสมัครเหล่านี้ท่านต้องให้ห่าง ๆ คนที่อยู่ในตําแหน่งนี้ ต้องไม่เคยดํารงตําแหน่งนี้หรือไม่เคยสมัครในตําแหน่งนี้อย่างน้อย ๕ ป้เช่นกันครับ คนที่เคยสมัคร ส.จ. คนที่เคยสมัครผู้ใหญ่บ้าน สมัครกํานัน เวลาแพ้ไปแล้วมีมิตรมีศัตรู ชัดเจนครับ ดังนั้นคนที่จะเปึนอาสาสมัครของท่าน ถ้าท่านทําอย่าลืมนะครับ ต้องตรวจสอบ ประวัติเลยว่า ต้องไม่เคยสมัครหรือเคยดํารงตําแหน่งสมาชิกองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น หรือฝ์ายท้องที่คือ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยอะไรก็แล้วแต่ ต้องไม่น้อยกว่า ๕ ป้ เหตุผล ที่ผมจะต้องพูดอย่างนี้เนื่องจากว่าคนกลุ่มนี้เปึนคนที่ทรงอิทธิพลสูงสุดในพื้นที่ที่เรียกว่า พื้นที่ชนบท คนกลุ่มนี้มีอิทธิพลสูงมาก ดังนั้นในเมื่อหน่วยงานที่เรียกว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินนั้น เกี่ยวข้องกับเรื่องทุก ๆ เรื่องในสังคมไทย ดังนั้นคนที่มาเปึนอาสาสมัครท่านจะต้องคัดเลือกแล้วก็สกรีน (Screen) อย่างละเอียด ถี่ถ้วนนิดหนึ่ง จึงอยากจะฝากเปึนแนวทางเผื่อเปึนประโยชน์ในช่องทางการทํางาน ให้ผู้ตรวจการแผ่นดินมีช่องทางในการใกล้ชิดประชาชนมากยิ่งขึ้น และประชาชนจะได้มี ความรู้สึกว่าวันนี้ผู้ตรวจการแผ่นดินเปึนของประชาชน และผมหวังเปึนอย่างยิ่งว่า ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ในวันนี้คงจะผ่านวาระ ๑ แน่ ๆ และผมเชื่อขอให้ท่านกล้านะครับ เพราะรัฐธรรมนูญได้ผลักภาระให้กับผู้ตรวจการแผ่นดินในการแก้ไขปัญหาหลาย ๆ อย่าง ในสังคม และขอสนับสนุนและรับหลักการในวาระ ๑ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ คุณสงวน พงษ์มณี แล้วก็คุณสมเกียรติต่อไป เชิญคุณสงวน

นายสงวน พงษ์มณี ลําพูน 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ผม สงวน พงษ์มณี พรรคพลังประชาชนจากจังหวัดลําพูน วันนี้ผมคิดว่าเปึนโอกาสพิเศษที่ว่าเมื่อมาพูด เรื่องกฎหมายแล้วได้มีปฏิสัมพันธ์กับองค์กรตามรัฐธรรมนูญ วันนี้ดีใจที่ท่านประธาน เดินทางมาเปึนผู้เสนอกฎหมายเอง กฎหมายฉบับนี้มีผู้เสนออยู่ ๒ ท่าน คือทางสมาชิก รัฐสภาท่านหนึ่งก็คือคุณนิพิฏฐ์ ท่านได้กรุณาเสนอประกบ มีหลายเรื่องที่ท่านนิพิฏฐ์เสนอ ผมเห็นด้วย และผมคิดว่าวันนี้ผมค่อนข้างมั่นใจว่าการอภิปรายวันนี้จะมีประโยชน์ กับผู้เสนอกฎหมาย เพราะอะไรครับ เพราะว่าการออกแบบองค์กรของท่าน โดยรัฐธรรมนูญออกแบบให้ท่านมีอํานาจมากที่สุด รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ ซึ่งเรียกว่า เปึนรัฐธรรมนูญของพลเมือง เปึนฉบับของพลเมือง สร้างรัฐให้พลเมือง เขากําหนดให้ รัฐสภาสามารถตรวจสอบองค์กรตามรัฐธรรมนูญได้ วันนี้เขียนชัดเจนว่าคณะทํางาน ของสภาจะตรวจสอบบุคคลซึ่งเปึนกรรมการไม่ได้เลย ซึ่งผมก็คิดว่าองค์กรตามรัฐธรรมนูญ จะไม่มีปฏิสัมพันธ์กับประชาชนเลยหรือ นี่เปึนคําถามแรก องค์กรของท่านมีอํานาจหน้าที่ มากมาย หลายท่านได้พูดไปแล้ว ผมอยากจะชี้บางจุดบางเรื่องที่สําคัญและเปึนเรื่องใหม่ ๒ เรื่อง เรื่องหนึ่ง ท่านสามารถจะตรวจสอบองค์กรอื่นได้ เรื่องที่ ๒ ท่านจะกลายเปึน ผู้กํากับดูแลจริยธรรมของสังคม โดยเฉพาะเรื่องที่ ๒ ผมคิดว่าผมเองเปึนคนหนึ่ง ซึ่งเวลาพูดเรื่องกฎหมาย คนที่ได้ฟังก็บอกว่ามันพูดแปลก พูดในสิ่งที่คนอื่นไม่อยากพูด ผมคิดว่าท่านลองฟังคนที่หน้าตาแปลก ๆ จะพูดเรื่องแปลก ๆ ให้ท่านฟัง ท่านครับ องค์กร ของท่าน ผมดีใจมาก ผมไปอ่านดูมาตรา ๒๙๙ ผมอยากให้ท่านสมาชิกเราดู ท่านเปึน องค์กรซึ่งเกิดจากรัฐธรรมนูญเดิม แล้วท่านเปึนองค์กรเดียวตามรัฐธรรมนูญซึ่งเปึน กระบวนการของประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข นอกนั้นไม่ใช่ ทําไมครับ ท่านดูมาตรา ๒๙๙ มาตรา ๒๙๙ ในความเห็นของผม ผมถือว่าเปึน การสารภาพของผู้ร่างว่าได้ร่างรัฐธรรมนูญ มีบางส่วนที่ไม่ใช่เปึนรัฐธรรมนูญของ ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข ทําไมผมกล่าวหาเช่นนี้ ท่านดูนะครับ ผมขออนุญาตท่านประธานอ่านเอกสารนะครับ ให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน ของรัฐสภาซึ่งดํารงตําแหน่งอยู่ในวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ เปึนผู้ตรวจการแผ่นดิน ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ และให้ดํารงตําแหน่งต่อไปจนกว่าจะสิ้นสุดวาระ โดยให้เริ่มนับวาระตั้งแต่วันที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง ท่านดูตรงนี้นะครับ แต่องค์กรอื่นพระมหากษัตริย์ไม่ได้ทรงแต่งตั้ง องค์กรอื่นในความเห็นผมถือว่าเปึน องค์กรซึ่งแต่งตั้งโดยบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ แต่นักประชาธิปไตยแบบผมกําลังมี ความเคลือบแคลงว่าท่านจะใช้อํานาจอธิปไตยของแผ่นดินได้อย่างไร เพราะว่า พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง การทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง มันมีความหมายต่อเนื่องว่ามีผู้รับสนอง พระบรมราชโองการ วันนี้เปึนคําถามใหญ่ ๆ ของแผ่นดินว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ทําไม เปึนอย่างนี้ ผมพูดถึงประเด็นนี้ทําไมครับ ก็เพราะว่า

ประการแรก ผมกําลังจะบอกท่านว่าท่านเปึนองค์กรที่เหมาะสม มีอํานาจ ตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข ในการตรวจสอบองค์กร ใด ๆ ก็ตามที่ท่านมีอํานาจ ท่านมั่นใจตัวเองนะครับ ผมแปลกใจอยู่เรื่องหนึ่งที่คนในสภา แห่งนี้ เราเปึนสังคมการเมืองที่เรียกว่า สังคมการเมืองแบบตัวแทน แต่วันนี้ตัวแทน ของประชาชนกลายเปึนป่ศาจ การเปึนสมาชิกพรรคการเมืองเปึนความเลวร้าย เปึนสิ่งชั่วร้ายเหลือเกินในสังคมเรา เปึนไปได้อย่างไรครับ ผมไม่เชื่อว่าคนในสภาแห่งนี้ ไม่มีคนที่คิดเปึนกลาง ไม่มีคนที่คิดที่จะทํางานเพื่อบ้านเพื่อเมือง ไม่เชื่อ และผมก็ไม่เชื่อว่า คนที่ไม่เปึนสมาชิกพรรคจะเปึนคนดีเหลือเกิน วันนี้ถ้าเราคิดว่านักการเมืองเปึนคนเลว บ้านนี้เมืองนี้ไม่ต้องมีรัฐสภา เราจะไปหลอกตัวเองทําไมครับ ผมถามว่า อบต. สมาชิก สภาท้องถิ่นเขาเลวหรือครับ วันนี้ต้องแยกให้ออกระหว่างคนทําไม่ดีกับระบบการเมือง เรื่องอย่างนี้หาที่พูดไม่ได้ วันนี้พูดในสภานี้ได้เพราะว่าองค์กรนี้เปึนองค์กรใหญ่

ผมจะพูดอีกเรื่องหนึ่งต่อจากนี้ไป แต่สิ่งหนึ่งที่ผมจะบอกกับท่านประธาน ผ่านไปยังท่านผู้เสนอกฎหมายว่าผมมีความเชื่อโดยส่วนตัว นิยามของคําว่า รัฐ นิยาม ของคําว่า องค์กรต่าง ๆ มันเปลี่ยนไปจากเดิมแล้ว แต่พวกเราส่วนใหญ่ที่มีอํานาจ ในสังคมยังติดอยู่ในนิยามเดิม ผมยกตัวอย่างเรื่องหนึ่ง คนเข้าใจว่าสถาบันทางการเมือง จะมีได้มันต้องอยู่มาหลายสิบป้ มี ๒-๓ ป้มันคือบริษัทซังกะบ๊วย เพราะฉะนั้นยุบมันเสีย ผู้บริหารร้อยกว่าคนให้มันออกไปเสีย นึกว่ามันจะมลายหายสูญ เปึนอย่างไรครับวันนี้ นี่คือนิยามมันเปลี่ยน แต่เราไม่เปลี่ยนติดยึดอยู่ในอันเดิม วันนี้คนเปึนนักการเมือง ในสภาแห่งนี้ใครได้ประโยชน์จากการบริหารแผ่นดินถ้าไม่ใช่ประชาชน ไม่ว่าอยู่ฝ์ายไหน ก็มีสํานึกในการบริหารแผ่นดินเหมือนกัน ออกไปข้างนอกเราคุยกันทางยุทธศาสตร์ เราไม่เคยทะเลาะกันเลย แต่เราจะขัดกันเฉพาะเรื่องยุทธวิธีหรือว่าวิธีการทํางาน เท่านั้นเอง ที่ผมพูดเรื่องนี้เพราะอะไรครับ สิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนี้ ความหมายที่ผมพูด เพราะผมเชื่อว่านิยามของคําว่า รัฐ เปลี่ยนไปจากเดิม

พูดเรื่องแรกก่อน เรื่องการทําหน้าที่ขององค์กรที่เรากําลังจะร่างกฎหมายอยู่ เปึนเรื่องแปลกที่ผมเห็นว่ามี ๓ ท่าน ต่างคนต่างทําก็ได้ แต่กฎหมายกลับไปบอกว่า ให้ต่างคนต่างทําเลือกกันเปึนประธานเสียคนหนึ่ง เมื่อมีประธานเสียคนหนึ่งแล้ว ปรัชญาการทํางานจะเปึนอย่างไร อันนี้เปึนเรื่องที่ผมคิดว่าผมอยากรู้และอยากศึกษา และจะขอพูดเรื่องนี้ในวันที่ท่านมาเกี่ยวข้องกับสภา วันไหนครับท่าน วันที่ท่านมารายงาน การทํางานของท่าน ผมอยากจะเห็นว่าท่านจัดความสัมพันธ์อย่างไรกับการแบ่งงาน กันทํา แล้วการนํารวมหมู่ทําอย่างไร แล้วเขียนเปึนสาระสําคัญไว้ด้วยในข้อ ๓ เรื่องนี้ ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ ถ้าองค์กรต้องเปึนเอกภาพในการทํางาน วันนี้คนที่อยากจะทําลาย องค์กรเขาพยายามจะแบ่งแยกว่ากลุ่มนี้เปึนพวกนี้ ๆ เพื่ออะไร เพื่อทําลายศักยภาพ ขององค์กรและให้องค์กรนั้นเปึนง่อยเปลี้ยเสียขาไป อย่างนี้ถามว่าไหวไหม ถ้าไม่ไหวมีปัญหา พรุ่งนี้จะมีการศึกษารัฐธรรมนูญ ถ้าผมได้เปึนคนเข้าไปศึกษาก็จะไป ศึกษาเรื่องนี้อย่างเอาจริงเอาจัง แต่ต้องขอคําแนะนําขอความรู้จากองค์กรของท่านว่า ออกแบบอย่างนี้ทํางานจริง ๆ ทําอย่างไร ครั้งหนึ่งในประเทศนี้ องค์กรนี้มีคนเดียว อยู่ระยะเวลาหลายป้ มาวันนี้มีครบองค์และให้เลือกกันเปึนประธาน ๑ คน แล้วยังให้แยก ทํางานอีก เขียนอย่างนี้แสดงว่าคําว่า นํารวมหมู่ รับผิดชอบโดยบุคคลหายไปจาก กระบวนการบริหารจัดการองค์กร เพราะโดยการนํารวมหมู่และรับผิดชอบโดยบุคคล มันไม่ต้องเขียนอย่างนี้ นี่เปึนการเขียนให้สิทธิและให้หน้าที่ต่างกันออกไปจากเดิม ผมว่าถ้าเราไม่มีความหวาดระแวงเราต้องยึดมั่นแล้วต้องเปึนเอกภาพ เสียงข้างน้อย ขึ้นต่อเสียงข้างมากเสียงข้างมากระมัดระวังไม่ละเมิดสิทธิเสียงข้างน้อย นี่เปึน กระบวนการประชาธิปไตย ต่างจากคําว่า ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเปึนประมุข ผมย้ําตรงนี้เพราะอะไรครับ เพราะอํานาจทุกอย่างในแผ่นดินนี้จะใช้ได้ ต่อเมื่อได้รับโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเท่านั้น พอไหม ยังไม่พอ ต้องมีผู้รับสนอง พระบรมราชโองการด้วย นี่คือระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข ผมย้ําตรงนี้เพราะอะไรครับ วันนี้เราลืมเรื่องนี้ไป แล้วเราก็กล่าวอ้างว่าใครที่ไม่เห็นด้วย กับเรื่องนี้เปึนคนไม่ดี ท่านดูนะครับ ตํารวจได้รับการแต่งตั้งแล้ว ให้ไปอยู่ตรงนั้นตรงนี้แล้ว ไปทําได้ไหม ไม่ได้ ระดับนายพลไม่ได้ ต้องรอโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง รัฐมนตรี มีพิเศษมากกว่า โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งแล้วเข้าไปทํางานได้ไหม ไม่ได้ ต้องเข้าไปถวายสัตย์ถึงเข้าไปทํางานได้ นี่เปึนระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเปึนประมุข แต่วันนี้หลายองค์กรเหลือเกิน ผมยกตัวอย่างสักองค์กรหนึ่งมี ๗-๘ ท่าน เกิดว่ามีอันต้องออกโดยกระบวนการอะไรก็ตาม ต้องมีกระบวนการสรรหาใหม่ เมื่อกระบวนการสรรหาใหม่ก็ต้องไปโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง แล้วใครจะนํา เข้าเฝัา เพราะองค์กรของคุณเองไม่มีใครได้รับการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเลย เห็นปัญหาไหมครับ ผมพูดเรื่องนี้เพราะอะไร เพราะว่าเวลาเราพูดเรื่องอื่น นี่เปึนการพูด เรื่องยุทธศาสตร์ของแผ่นดิน และผมจะย้ําไปที่องค์กรของท่านว่า องค์กรของท่าน เปึนองค์กรที่เปึนความหวังของประชาชน ผมชอบโฆษณาของท่านที่เอาผู้หญิงคนหนึ่ง มาโฆษณาว่าสามารถเข้าถึงได้โดยรวดเร็วเลย ท่านเชื่อไหมครับ เขามั่นใจ มั่นใจมาก เหลือเกิน นี่ผมพูดเรื่องกระบวนการทําหน้าที่ของท่าน เรื่องต่อไปผมจะพูดเรื่องหน้าที่ ท่านครับ แต่ก่อนจะพูดเรื่องหน้าที่ มันมีเรื่องหนึ่งที่อยากจะแลกเปลี่ยน วันหนึ่งผู้ร่าง รัฐธรรมนูญก็ได้ร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ แล้วผู้ร่างซึ่งเปึนเสียงข้างน้อยก็ยื่น ต่อองค์กรที่ไปตีความคือศาลรัฐธรรมนูญ แล้วก็มีกฎหมายฉบับหนึ่งซึ่งบอกว่าไม่ผ่าน ตามรัฐธรรมนูญคือเสียงไม่เกินกึ่งหนึ่ง ผมพูดเรื่องนี้ทําไมท่าน ผมพูดว่าวันนี้เรื่องจริง กับเรื่องเสมือนจริงมันเกิดขึ้นพร้อมกัน ทําไมผมพูดเรื่องนี้ครับ ถ้าสาระนี้เปึนเรื่องจริง คนที่นั่งในสภานี้รวมทั้งท่านเองด้วยเราต้องจบไป เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้หลายมาตรา เหลือเกินไม่ครบองค์ มาตรา ๙ ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเกิดขึ้นจากรัฐธรรมนูญ ชั่วคราว มาตรา ๙ บอกว่า ให้มีสภานิติบัญญัติ แล้วก็บอกต่อว่า ให้มีองค์ประชุมเท่ากับ กึ่งหนึ่ง พอมาตรา ๑๙ ให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ นี่ผมพูดถึงรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว แล้วบอกว่าองค์ประชุมให้เปึนไปตามมาตรา ๙ นั่นก็หมายความว่า สภาร่างรัฐธรรมนูญ จะผ่านรัฐธรรมนูญทุกมาตราต้องมีองค์ประชุมเกินกึ่งหนึ่งคือ ๕๑ หรือ ๕๐ กึ่งหนึ่งคือ ๕๐ อย่างน้อยที่ผมอ่านพบ มาตรา ๑ ไม่ครบองค์ ผ่านไป มาตรา ๒ ไม่ใช่ชื่อมาตรานะครับ ผมไม่พูดมาตรา เดี๋ยวจะต้องมาถามกันอีกมากมาย พอมาตรา ๒ อ่านจบ ลงครั้งแรกไม่ครบองค์ประชุมอีก พอไม่ครบองค์ประชุม ทําอย่างไร มีการเสนอนับองค์ประชุม ประธานที่นั่ง คนที่พูดออกอากาศดี ๆ นั่งเปึนประธานบอกว่า ไม่ครบองค์ประชุมจริง ๆ มีหลายท่านไปห้องสุขากลับมาครบองค์ประชุมแล้ว เมื่อครบ องค์ประชุมแล้วบันทึกการครบองค์ประชุมก็ไม่ไปลงมติใหม่ นั่นแสดงว่ามาตรานี้ไม่มี การลงมติเลย แล้วนําเสนอผ่านสภาออกมาเปึนรัฐธรรมนูญได้อย่างไร คนกลุ่มเดียวกัน เอาจริงเอาจังกับเรื่ององค์ประชุมทําให้กฎหมายหลายฉบับตกไป ผมพูดเรื่องนี้ทําไม ฟุ๋นฝอยหาตะเข็บหรือเปล่า ไม่ใช่เลย ผมฟุ๋นฝอยหางูเง่าเลยแหละ ทําไมครับ คือผมกําลัง จะบอกกับสังคมผ่านท่านประธานไปยังผู้เสนอว่า วันนี้หลายมาตราที่อยู่ในนี้ต้องแก้ไข หลายมาตราต้องเอาของคุณนิพิฏฐ์บวกเข้าไป ถ้าบวกเข้าไปแล้วท่านจะมีภาระเพิ่มขึ้น ความรับผิดชอบของท่านจะมากขึ้น แต่ว่าหลักประกันของคนในสังคมจะดีขึ้น ท่านนิพิฏฐ์ ท่านเสนอ ต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่านเพราะไม่เสียหาย ท่านเสนอว่าให้ตรวจสอบ อนุกรรมการต่าง ๆ ที่ตั้งขึ้นด้วยที่เกี่ยวข้องกับองค์กรที่ท่านกําลังจะตรวจสอบ เพราะว่า อนุกรรมการก็ทํางานตามอํานาจที่องค์กรนั้นได้ทํา ที่สําคัญท่านบอกว่าไม่มีใครร้อง ไม่มีคนร้อง ถ้าเปึนเรื่องสําคัญมีผลกระทบกับคนทั้งหลาย ท่านก็เรียกเอามาพิจารณาได้ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ กับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มันต่างกันอันหนึ่ง เขาตัดอํานาจท่านไป เรื่องหนึ่ง รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ถ้าผมจําไม่ผิด ทําไมพูดว่าจําไม่ผิด เพราะไม่ได้อ่านซ้ํา กลัวจําผิดเหมือนกัน ในนั้นมันบอกว่า แม้เจ้าหน้าที่ของรัฐทําตามกฎหมาย แต่ประชาชน ไม่ได้รับความเปึนธรรมก็ร้องเรียนได้ ผมอ่านดูแล้วในนี้มันขาดไป ท่านครับ ผมเปึน คนมีเงินหน่อยหนึ่งตั้งร้านขายรถจักรยานยนต์ นาย ก มาซื้อรถผม มีเงินดาวน์เรียบร้อย ในสัญญานั่นระบุว่าต้องมีผู้ค้ําประกัน นาย ข มาค้ําประกัน นาย ก ไม่ส่ง วันนี้ฟัองเอากับ นาย ข ให้ นาย ข มีความผิดเท่ากับผู้ซื้อเท่ากับลูกหนี้ หนี้สินอย่างนี้เต็มบ้านเต็มเมือง พี่น้องประชาชนเดือดร้อนมาก กฎหมายอย่างนี้ท่านต้องเรียกเอามาดู แล้วบอกว่า ต้องแก้ไข ต้องเรียกร้องให้ประเทศนี้มีสัญญาที่เปึนกลางเซ็นทีเดียวมันเหมือนกันหมด ไม่ใช่ว่ามายัดตรงนั้นตรงนี้ แล้วเอาตรงนี้ไปเปึนข้ออ้างทําลายคน ทําลายผู้ค้ําประกัน ทั้งหลายทั้งมวล มิหนําซ้ําวันนี้สหกรณ์เดือดร้อนกันทั่วประเทศ เพราะกฎหมายค้ําประกัน ทั้งหมดที่ผมพูดผมเพียงยกตัวอย่างให้ท่านเห็นว่าเรื่องอย่างนี้ถ้าเรานําองค์ประกอบของ คุณนิพิฏฐ์เข้าไปให้ท่านสามารถเอาเรื่องที่เปึนปัญหาขึ้นมาดูแลได้ แล้วสั่งให้องค์กร ของรัฐไม่ต้องไปเกรงใจเจ้าของธนาคาร วันนี้กฎหมายเรื่องค้ําประกันฉบับนี้ธนาคาร เอาเปรียบประชาชน ฟัองเต็มบ้านเต็มเมืองนี่เรื่องอะไร เรื่องนี้ทั้งนั้น เรื่องค้ําประกัน ทั้งนั้นเลย กฎหมายอย่างนี้มีอยู่ แต่แปลกใจผมอยู่มา ๔-๕ ป้ พยายามจะเขียนแก้ วันนี้ต้องจับมือข้ามพรรค ขออาจารย์หลายคนช่วยกันว่าจะขอแก้กฎหมายฉบับนี้เสียที แต่เรื่องอย่างนี้ผมจะร้องเรียนที่ท่านได้ไหม จริง ๆ ไม่จําเปึนต้องร้องเรียน ท่านรู้อยู่ ท่านน่าจะจับขึ้นมาดู นี่แหละคือการที่ผมพูดเรื่องนี้ยืดยาวเพราะผมอยากจะเห็นว่า องค์กรของท่านเปึนองค์กรสําคัญที่จะดูแลให้เกิดความสมดุลในบ้านในเมือง ที่จริงผมน่าจะจบแล้ว แต่นึกขึ้นได้ ๒ เรื่อง มันติดใจเหลือเกิน อํานาจใหม่ของท่านคือ เรื่องการจะไปกํากับดูแลจริยธรรมของแผ่นดิน ผมอยากให้ท่านจัดสัมมนาและเชิญ คนที่ท่านเห็นว่าจะไปแลกเปลี่ยนเรื่องนี้กันได้ วันนี้ผมไม่ได้เปึนกรรมการยกร่าง ประมวลจริยธรรมของสภา ผมอ่านมาและอ่านของหลายอัน และอ่านของอาจารย์ผม ที่เขียนเปึนศาสดาเรื่องนี้ ผมว่าเรายังแยกคําว่า จริยธรรมของบุคคล กับ จริยธรรม สาธารณะ ไม่ออก พวกผมต้องถูกบังคับโดยจริยธรรมสาธารณะ ไม่ใช่จริยธรรมของบุคคล เท่านั้น แต่วันนี้น่าตกใจกว่านั้นครับท่านประธาน ท่านผู้เสนอร่างครับ ท่านจะรับผิดชอบ เรื่องนี้ได้อย่างไร เพราะเดี๋ยวนี้จริยธรรมของแผ่นดินมันเปึนเรื่องของศีลธรรมล้วน ๆ ศีลธรรมกับจริยธรรมต่างกัน ศีลธรรมเปึนข้อห้ามของศาสดา ในบางเรื่องบางอัน ต่างศาสดาก็ต่างข้อห้าม บางศาสดาไม่ผิด บางศาสดาผิดในเรื่องเดียวกัน บางศาสดา ทําผิดเล็กน้อย ยกเลิกไม่ได้ ไม่มีอโหสิกรรม แต่บางอย่างก็ทําออกมาแล้วเห็นว่าอย่างนี้ ยกเลิกได้ อย่างนี้ให้อภัยได้ นี่เปึนเรื่องของศีลธรรมล้วน ๆ แต่จริยธรรมมันคือมโนธรรม แล้วผิดมโนธรรมเอาความผิดทางกฎหมายเล่นงานไม่ได้ พูดจากระทบกระเทียบ เปรียบเปรย เยาะเย้ย ถากถาง นี่เปึนเรื่องมโนธรรม ซึ่งสูงกว่าศีลธรรม อันนี้ล่ะครับ คือจริยธรรม วันนี้เมื่อพูดถึงเรื่องจริยธรรมแล้ว มันจะต่อเนื่องถึงสิ่งหนึ่งซึ่งเปึนข้อขัดแย้ง ทางสังคม ผมจะกล่าวหาสังคมไทยต่อท่านประธานให้พี่น้องประชาชนทราบ เพราะอะไรครับ เพราะว่าตรงนี้มันเปึนการบันทึกประวัติศาสตร์ กล่าวหาตรงไหนครับ เรากําลังป์วยเจ็บในสังคมกฎหมาย เปึนเรื่องแปลกมาก ผมจะยกตัวอย่างอันหนึ่ง ในประเทศหนึ่ง คนทั่วโลกได้กินเกลือ เกลืออยู่ในดินโป์ง สัตว์กิน คนที่อยู่ไกลทะเล ก็เอาดินโป์งไปต้มและเปึนเกลือ เขาก็กินเพราะร่างกายเราขาดเกลือไม่ได้ บางมุม ของประเทศหลายล้านป้ก่อนเปึนทะเล ใต้ดินก็มีเกลือที่เรียกว่าเกลือสินเธาว์ เขาขุดมาต้ม แล้วมากิน บ้านเราก็มีอย่างอําเภอบ่อพลอยทางอีสาน ในทะเลก็มีน้ําเกลือ ใครอยู่ใกล้ทะเล ก็ทํานาเกลือ มาวันหนึ่งผู้มีอํานาจออกกฎหมายห้ามคนในแผ่นดินทําเกลือ กฎหมาย อย่างนี้เขาเรียกว่ากฎหมายใช้ไม่ได้ ทําลายมนุษยชาติ คนที่ต่อสู้คัดค้านกฎหมาย จึงเรียกว่าอารยะขัดขืน แต่วันนี้บ้านเรามันเจ็บป์วยขนาดไหน เอาอนาธิปไตยมาทดแทน คําว่าอารยะขัดขืน อนาธิปไตยมันคนละอย่างกับอารยะขัดขืนนะครับ กฎหมายทุกฉบับ รอนสิทธิชาวบ้านเพื่อรักษารักษาสิทธิของรัฐและรักษาสิทธิคนอื่น รอนสิทธิมากไป ชาวบ้านเดือดร้อนก็มีการโต้แย้งคัดค้านแล้วก็แก้กฎหมาย แต่กฎหมายที่ไม่ได้รอนสิทธิ ชาวบ้านจนเกินเหตุ เช่น เดินถนนหนทางทุกคนก็ต้องใช้ แต่ป่ดไว้บอกว่าใช้อารยะขัดขืน ถ้าสังคมไทยยอมรับอย่างนี้บ้านนี้เมืองนี้ไม่ต้องมีรัฐ ไม่ต้องมีรัฐเลย เพราะอะไรครับ ก็ปกครองแบบโบราณใครจะตั้งรัฐอะไรก็ได้ นี่เขาเรียกว่า อนาธิปไตย ผมพูดเรื่องนี้ หมายความว่าอย่างไร มันเกี่ยวข้องกับองค์กรของท่านอย่างไร องค์กรของท่านต้องเข้าไป ตรวจสอบว่ามีองค์กรไหนในแผ่นดินนี้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ทําตามกฎหมาย นี่เปึนเพราะภาระหน้าที่ของท่านแท้ ๆ ผมคิดว่าวันนี้หลายคนพูด กับผมว่า กฎหมายฉบับนี้เข้าสภาจะพูดเรื่องอะไรดี ผมคิดว่าที่จริงมันเปึนกฎหมาย ยุทธศาสตร์ของการบริหารจัดการแผ่นดิน เราเพิ่งมีองค์กรนี้มาอย่างสมบูรณ์ไม่กี่ป้ การออกแบบของรัฐธรรมนูญนี้ผมก็เห็นว่าเขาออกแบบให้องค์กรนี้มีอํานาจที่สุด ฝากไปยังผู้นําองค์กรด้วย นับจากนี้ไปเมื่อใดที่ท่านทําหน้าที่ให้สมบูรณ์ องค์กรของท่าน จะถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างใหญ่หลวงจากผู้เสียอํานาจในการทํางานของท่าน ผมคนหนึ่ง ที่จะเข้าไปแปรญัตติ ไปดูกฎหมายฉบับนี้เพื่อช่วยให้ท่านมีอํานาจในการจัดการกับแผ่นดิน ให้เกิดความสมดุลแห่งอํานาจ องค์กรของท่านเปึนองค์กรที่เกิดขึ้นมาให้เกิดความสมดุล แห่งอํานาจ ใหญ่มากนะครับ เปึนเพียงองค์กรเดียวเท่านั้นที่มีหน้าที่พิเศษนี้ กฎหมาย ของท่านนี่นะครับ ถ้าท่านยังติดอยู่ในนิยามของรัฐแบบเดิม เขียนกฎหมายอย่างไร ก็ไม่มีประโยชน์ ผมจึงอยากจะขอร้องหรือร้องเรียนหรือขอความกรุณาผ่าน ท่านประธานสภาไปยังท่านประธานองค์กรช่วยจัดสัมมนาพูดเรื่องยุทธศาสตร์ของแผ่นดิน ไม่ใช่ยุทธศาสตร์ขององค์กร การแก้วิกฤติครั้งนี้จะต้องแก้ตรงนี้ท่านประธาน ตราบใดที่ เรายังปกครองโดยระบบศรีธนญชัย เปึนไปไม่ได้ที่เราจะแก้ปัญหาแผ่นดินเราได้ จําไว้อย่างหนึ่ง ประชาธิปไตยคือความสัมพันธ์ระหว่างสิทธิกับหน้าที่ เสรีภาพและวินัย วันนี้เราพูดเรื่องสิทธิกับเสรีภาพ ไม่ได้พูดถึงการทําหน้าที่หรือไม่ได้พูดถึงการใช้เสรีภาพ อย่างมีวินัย นี่เปึนกระบวนการที่เรียกว่า ประชาธิปไตย แต่ถ้าเปึนระบอบการปกครองนั้น มันต้องต่อไปอีกว่า ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข หมายความว่า อย่างไรครับ หมายความว่าบ้านนี้เมืองนี้ กระบวนการต่าง ๆ ที่จะมาใช้อํานาจอธิปไตย ของแผ่นดินต้องผ่านกระบวนการสุดท้ายใน ๒ เรื่อง

เรื่องที่ ๑ คือ อํานาจอธิปไตยที่จะใช้ไปในทุกองค์กร พระมหากษัตริย์ จะต้องเปึนผู้ทรงแต่งตั้ง และในเรื่องนั้น ๆ จะต้องมีผู้รับสนองพระบรมราชโองการ หลายองค์กรซึ่งไม่มีผู้รับสนองพระบรมราชโองการแล้วอยู่ครบวาระ นี่แหละคือปัญหา ที่รัฐธรรมนูญต้องแก้ไข ผมฝากเรื่องนี้ไปยังท่าน แล้วผมคิดว่าท่านคงมีเวลามาดูแล กฎหมาย ผมฝากท่านได้พิจารณาเรื่องที่ทุกคนพูดในนี้แล้วท่านลองคิดว่าถึงเวลาแล้ว หรือยังที่เราจะมาร่วมกันคิดเรื่องใหญ่ ๆ ของแผ่นดิน เรื่องยุทธศาสตร์ของบ้านของเมือง ทําไมผมย้ําเรื่องนี้เหลือเกิน เหตุผลก็เพราะว่าวันนี้เราเปึนสังคมตัวแทน เลือกตัวแทน ประชาชนมาทําหน้าที่นิติบัญญัติ อํานาจอธิปไตยใหญ่หลวงอยู่ที่ชาวบ้านเลือกตัวแทน เข้ามา วันนี้ท่านถูกตรวจสอบโดยคนที่คณะบุคคลสรรหาแต่งตั้งไปครึ่งหนึ่ง ถ้าผม ถามท่านว่าเกิดท่านจะทําอะไรสักอย่างหนึ่งที่กระทบกระเทือนผลประโยชน์ทางสังคม ผมใช้คําว่า ทางสังคม ไม่ใช่ผลประโยชน์เรื่องเงินทอง คือสถานะทางสังคมหวงแหน เหลือเกินใครดูถูกไม่ได้ ใครเหยียดหยามไม่ได้ ถ้าท่านจะทําอย่างนั้นผมเล็งผลร้าย ซึ่งไม่ใช่เรื่องถูกต้อง ทัศนะเล็งผลร้ายก็ไม่ใช่เรื่องถูกต้อง แต่ผมจะเล็งผลร้ายว่า เกิดคน ที่ได้รับการแต่งตั้งเปึนผู้ตรวจสอบท่านร่วมกันแล้วหาเพิ่มอีกนิดหน่อยถอดถอนท่าน ความมั่นคงนี้ก็ไม่เกิด ผมพูดเรื่องนี้เพราะอะไรครับ เพราะว่าวันนี้ผมกําลังจะบอกท่านว่า โครงสร้างของรัฐธรรมนูญซึ่งเปึนตัวกําหนดของทุกอย่างมันมีปัญหา ท่านเปึนองค์กร สําคัญ ผมพูดเรื่องนี้เพราะมันเกี่ยวโยงกับอํานาจหน้าที่ของท่าน ท่านยังมีอํานาจหน้าที่ พิเศษอีกอันหนึ่งคือ ท่านจะต้องให้ความเห็น เสนอความเห็นต่อการแก้ไขเปลี่ยนแปลง รัฐธรรมนูญด้วย อย่านอนหลับเหมือนองค์กรรัฐธรรมนูญเก่า เขาบอก ๕ ป้คุณต้องแก้ไข ไม่มีใครแก้ไขเลย อามะ ภันเต ว่าไม่ต้องแก้ไข วันนี้เปึนอย่างไรครับ รัฐธรรมนูญฉบับเก่า มาตราสุดท้ายเขาบอกเลยว่าครบ ๕ ป้ทุกองค์กร องค์กรนี้ต้องเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่มีใครทํา วันนี้ไปโทษใคร ผมจะจบการพูดลงตรงว่าฝากท่านช่วยดูแลแผ่นดิน ฝากท่าน ช่วยดูแลว่าท่านเองเมื่อท่านจะมาดูแลแผ่นดินท่านจะดูแลตัวเองอย่างไร ท่านต้องดูแล ตัวเองของท่านดีที่สุด คือเลือกคนที่ท่านเห็นว่าจะให้คําแนะนําท่านได้ เลือกคนที่ ไม่เห็นด้วยกับท่านไปสัมมนากัน และท่านฟังเขาว่าองค์กรท่านจะเดินไปทิศทางไหน องค์กรท่านไม่เหมือนองค์กรอื่น องค์กรท่านทําหน้าที่สําคัญแทนรัฐสภาในยุคป้ ๒๕๔๐ วันนี้อํานาจของรัฐสภาที่ไปตรวจสอบองค์กรอิสระเขาตัดออกไปจากรัฐสภาไปมอบให้ท่าน ท่านต้องทําหน้าที่นี้ให้ดี ขอบคุณครับท่านประธาน

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านสมเกียรติ ศรลัมพ์ ครับ

นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม สมเกียรติ ศรลัมพ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อแผ่นดิน ผมรู้สึกไม่มีความสุขเท่าไรในการอภิปรายกฎหมายฉบับนี้ เพราะว่าอะไรครับ

ประการแรก ผมไม่เห็นด้วยเลยที่สํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา ถูกเปลี่ยนไปเปึน สํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ผมได้ติดตามการร่างรัฐธรรมนูญที่บางแสน ผมได้เห็นภาพการประชุมภายใน เห็นอาจารย์ศรีราชา เห็นแต่ละคนที่พูดที่ดําเนินการ ผมนั่งอยู่ข้างในนะครับ ผมเกิดความรู้สึกว่าเวลาท่านพูดถึงนักการเมืองท่านก็หัวเราะ ท่านรู้สึกไม่ค่อยดีเหมือนกับกลุ่มคนกลุ่มนี้เปึนกลุ่มคนที่ไม่ค่อยรับผิดชอบ ผลของ การร่างรัฐธรรมนูญจึงเกิดมาอย่างนี้ แต่เมื่อเกิดมาแล้วเราจะวางบนบรรทัดฐาน เอาล่ะ ในเมื่อรัฐธรรมนูญเปึนอย่างนี้เราก็ดําเนินการ ผมมาดูรายละเอียดปรัชญาของ ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาคือออมบุดส์แมน ผมเรียนมาตั้งแต่ปริญญาตรี อาจารย์ อมร จันทรสมบูรณ์ เปึนคนผลักดัน สมัยก่อน เมื่อ ๒๐-๓๐ ป้แล้วอยากจะให้ ในประเทศไทยมีออมบุดส์แมน ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา เพราะเปึนกลไก เปึนเครื่องมือเดียวของรัฐสภาเพื่อจะตรวจสอบฝ์ายบริหาร หลังจากรัฐสภาได้ออกกฎหมาย ได้เสนองบประมาณได้ดําเนินการแล้ว ในทางนิติบัญญัติจะได้สามารถใช้ผู้ตรวจการแผ่นดิน เปึนเครื่องมือในการตรวจสอบฝ์ายบริหาร ซึ่งนานาอารยประเทศทั่วโลกก็มีระบบนี้ ผมขอถามท่านนิดหนึ่งว่า ระบบนี้ในโลกมีที่ไหนบ้าง ชื่อนี้นะครับ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ของรัฐสภาที่ไม่ได้เกี่ยวกับตรวจการแผ่นดินภายในประเทศของสํานักนายกรัฐมนตรี หรืออะไรก็ตาม แล้วทําไมท่านถึงเปลี่ยน สภามีเรื่องอะไรน่ารังเกียจขนาดนั้นเชียวหรือ นี่ประเด็นแรก

แล้วพอผมมาอ่านรายละเอียดของกฎหมาย พอถึงเรื่องปรัชญา อะไรก็ตาม ในระบบการปกครองระบอบประชาธิปไตยต้องมีความเกี่ยวโยงกับรัฐสภา กับสภาผู้แทนราษฎร ทีนี้มาดูรายละเอียด ท่านมีความเกี่ยวโยงน้อยมาก ผมจะพูดตั้งแต่ปรัชญานะครับ ทีนี้เนื้อหา พอเนื้อหา องค์กรอื่นเขามีที่มาที่ไปคล้าย ๆ กัน ไม่ว่า ป.ป.ช. สตง. กกต. องค์กรอิสระเขาจะมีลักษณะเฉพาะของเขาในการตรวจสอบเรื่องอะไร เรื่องเกี่ยวกับทุจริต เรื่อง ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ แต่ของท่านครอบจักรวาลแล้วก็สามารถตรวจสอบองค์กรอิสระ ได้ด้วย แต่ผมเห็นด้วยกรณีนี้ เพราะเปึนทางออกของประชาชนที่จะให้องค์กรท่านเปึน ศูนย์กลางในการเข้าไปตรวจสอบในสิ่งที่ประชาชนต้องการแล้วก็นําเรื่องเสนอ ศาลรัฐธรรมนูญ อันนี้เห็นด้วยเพราะเปึนกลไกที่ดี ทีนี้มาดูที่มา ท่านเห็นว่าที่มา จะถาม นิดหนึ่งว่า ที่มาของคําร้องได้ระบุไว้ว่า อาจเสนอในทางสื่อหลายประเภท แล้วก็เปึน หนังสือและโดยวาจา ผมถามท่านนิดหนึ่ง ด้วยวาจา หมายถึงว่าให้ประชาชนเดินทาง เข้ามาที่สํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน แล้วก็ร้องด้วยวาจา แล้วก็ทําบันทึกใช่ไหมครับ ถ้าทําบันทึกผมว่ามันเปึนการยากยิ่งสําหรับประชาชน สู้ให้บุคคลใดก็ตามเขียนเปึน คําร้องแล้วเซ็นชื่อมาส่งจะทําให้ประชาชนได้ทํางานง่าย แต่พอด้วยวาจาปุ็บ ๑. ถ้าเปึนวาจาที่เราสามารถโทรศัพท์ได้ อันนี้ผมถือว่าไม่ชอบธรรมอย่างยิ่งเพราะไม่เปึน หลักฐาน อยู่เฉย ๆ ใครจะกล่าวหาว่าใคร ท่านก็นําเรื่องเข้ามาตรวจสอบเหมือนเรื่องที่ เกิดขึ้นใด ๆ ก็ตาม ถ้าไม่มีคนรับผิดชอบ ผมถือว่าแค่คุณจะกล่าวหาเขาคุณจะต้อง แสดงตัวเพื่อรับผิดชอบต่อเขาเหล่านั้น ผมเลยถามท่าน กรณีด้วยวาจานี้เปึนอย่างไร

อีกกรณีหนึ่ง เกี่ยวกับที่มาและอํานาจหน้าที่ ผมเห็นว่ามาตรา ๒๔๔ ที่กําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญก็กําหนดได้สอดคล้องและจํานวนทําให้ครอบคลุม ทําให้ อํานาจหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดินกว้างขวางมากขึ้น อันนี้อย่างที่เรียนแล้วว่าเห็นด้วย แล้วสิ่งหนึ่งที่ผมเสียดายมากคือว่าท่านไปตัด ผมได้อ่านรัฐธรรมนูญมาแล้วตั้งแต่ มาตรา ๒๔๒ ว่าด้วยเรื่องผู้ตรวจการแผ่นดิน เขาก็ไม่ได้เขียนอะไรมาก แต่พอดีท่านไปตัด ความสัมพันธ์กับรัฐสภาออกเกือบหมดเลยในกฎหมายเก่า แม้กระทั่งมาตรา ๒๑ การเสนอคําร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาเดิม ท่านตัดออกหมดเลยว่า หรือส่งคําร้องต่อสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือให้ทําหนังสือต่อ สํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาก็ได้ ท่านตัดหมด ผมถามว่าท่านมีเหตุผลอะไร ถึงตัด ถามว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๔๘๐ คน เปึนคนที่ประชาชนรับว่าสัมผัส ต่อชีวิตเขามากที่สุด เมื่อเขาไปถามสารทุกข์สุขดิบของประชาชน หน่วยงานราชการ ผมว่าท่านยิ่งต้องใส่ ทุกอย่างเหมือนไปตัดมาตรานี้ออก ผมนึกว่าตัดเพราะว่ารัฐธรรมนูญ คงจะเขียนไว้ รังเกียจไม่ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทําอะไร ไม่มีครับ ในนี้ก็ไม่ได้เขียน อะไรมากมาย แต่ผมถามว่าท่านทําไมถึงตัด ทําไมท่านไม่เป่ดกว้าง ความจริงแล้วตั้งแต่ สมัยก่อน ตั้งแต่สมัยรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ผมก็ไม่เคยเสนออะไรกับผู้ตรวจการแผ่นดิน ของรัฐสภา เพราะผมถือว่าเสนอผ่านรัฐสภาก็สูงสุดแล้ว ผ่านคณะกรรมาธิการก็ใช้ได้แล้ว แล้วงานนั้นเมื่อท่านตรวจสอบแล้วท่านก็เอารายงานต่าง ๆ รายงานที่สภาเปึนอันสุด ผมยังติงเลยครับ ครั้งป้ที่แล้วที่อาจารย์ปราโมทย์มาพูดบอกว่า ผมยังไม่เห็นด้วย ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาความจริงบ่มิไก๊ ไม่มีอํานาจอะไรเลย ตรวจสอบกันดูยิ่งใหญ่ แต่เสร็จแล้วก็มาจบที่สภา คณะกรรมาธิการ ซึ่งใช้อะไรไม่ได้ แต่ ณ วันนี้กฎหมายแก้ไข ดีแล้ว ผมเห็นด้วย เพื่อให้ท่านติดดาบ ติดอาวุธ สามารถเสนอเรื่องผ่านศาลรัฐธรรมนูญได้ อันนี้ผมเห็นด้วย แต่เมื่อเห็นด้วยว่าท่านสามารถเปึนกลไกในการทํางานตรวจสอบ ให้ประชาชนแล้ว ท่านกลับไปตัดในมาตรานี้ว่า การเสนอผ่านรัฐสภาทั้งวุฒิสภา และสภาผู้แทนราษฎร ผมถามว่าท่านตัดเพราะเหตุผลอะไร ทําไมท่านไม่ใช้ความสัมพันธ์ระหว่างสภา ๒ สภา นําเสนอเรื่อง ยิ่งถ้าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเห็นความสําคัญท่านว่าเมื่อไปรับเรื่อง จากประชาชน คําร้องเรียนจากราชการแล้วเสนอผ่านกรรมาธิการคณะวิสามัญช่วยไม่ได้ เขาไปใส่ของท่าน ท่านสามารถสร้างความชอบธรรมให้กับประชาชนของเขาอย่างมี ประสิทธิภาพ ผมเชื่อว่าความสัมพันธ์ระหว่างสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ต่อผู้ตรวจการแผ่นดินของท่านจะมีความรู้สึกที่ดีต่อกัน ซึ่งผมอ่านแล้วรัฐธรรมนูญ ก็ไม่ได้ห้าม มาตรา ๒๑ ที่ท่านตัดไปทั้งหมด แล้วผมขอเรียนท่านมีหลายเรื่อง จริง ๆ แล้ว ในป้หนึ่งผมยังชอบทุกองค์กร เขาจะมารายงานผลการปฏิบัติงานต่อสภา และในช่วง ป้ที่ผ่านมาตั้งแต่ผมเปึนสมาชิกวุฒิสภามา ๖ ป้ ผมก็รับฟังการรายงานจากผู้ตรวจการแผ่นดิน ของรัฐสภามาหลายยุคหลายสมัยว่าท่านได้ทําอะไรบ้างอย่างไร ถึงแม้ว่าโครงสร้าง รัฐธรรมนูญนี้ประธานรัฐสภาไม่ได้เปึนประธาน แล้วกฎหมายรัฐธรรมนูญก็ไม่ได้เขียนเรื่อง ความรังเกียจรังงอนอะไรกับสภา ทําไมน่าที่จะเพิ่มเติมในการที่จะมารายงาน การปฏิบัติงาน เพราะการรายงานนั้นเปึนการประชาสัมพันธ์ตัวเองอย่างเปึนทางการ โดยใช้โครงสร้างรัฐสภา ผมอ่านมาทั้งหมดผมจะไม่ลงรายละเอียดแล้วเราจะได้มา ช่วยกันปรับปรุงให้ดีที่สุด ผมเห็นด้วยต่ออํานาจที่เพิ่มขึ้น ผมไม่เห็นด้วยต่อการตัด ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ตรวจการแผ่นดินกับรัฐสภา ถ้าท่านยังเห็นว่าการปกครอง ระบอบประชาธิปไตย สภานั้นเปึนกลไกสําคัญในการเสนอแนวคิด สัมผัสกับประชาชน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนเปึนคนที่ได้สัมผัสความร้อน ความเย็น ความอบอุ่น ความสุขสดชื่นของประชาชน ท่านต้องมีความสัมพันธ์กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา แต่กระบวนการทั้งหมด ณ วันนี้ท่านเสนอกฎหมายทําให้ท่านห่างไป ท่านเหมือนลูกที่เกิดขึ้นกับรัฐสภาตั้งแต่แรก พอโตขึ้นก็ทิ้งพ่อ ทิ้งแม่ ผมไม่รู้ว่าลูกนี้ เขาเรียกว่าลูกอะไร แต่ขอกราบเรียนท่านว่าไม่ดีหรอกครับ ตราบใดเรามีกลไกของสภา กลไกขององค์กรอิสระ ปัญหาประเทศชาติเรามันต้องใช้ความสมานฉันท์ การมองว่า แต่ละกลไกต่างมีสิทธิ ต่างมีหน้าที่ในการทํางานซึ่งกันและกัน ผมเชื่อว่าท่านมีความรู้สึก อย่างไร ท่านยิ้ม ๆ เหมือนกับมีความรู้สึกว่าผมอภิปรายครั้งนี้เดี๋ยวท่านช่วยตอบด้วยว่า คนอย่างผมคนรุ่นใหม่การทํางาน ท่านอย่าไปมองว่านักการเมืองเปึนผู้แสวงหาผลประโยชน์ นักการเมืองเปึนผู้ทะยานอยากได้มาซึ่งอํานาจ นักการเมืองคือผู้ที่ต้องการการบีบคั้น กลไกต่าง ๆ ของสังคมที่มานี้ผมเชื่อครับนักการเมืองรุ่นใหม่มีมากมาย อย่าไปมอง สิ่งเหล่านั้น แล้วเมื่อเรามีทัศนคติที่ทางลบต่อกันแล้วสังคมเราที่แตกแยกทุกวันข้างถนน เพราะคนไทยมีทัศนคติทางลบต่อกัน ผมยังรักท่าน ผมตามการทํางานของท่าน ผมอยากจะให้สังคมทั้งสังคม ผมก็มององค์กรอิสระจะช่วยงานสภาอย่างไร องค์กรอิสระ ก็ต้องมองว่ารัฐสภาจะช่วยงานของท่านอย่างไร เงินที่เรากินภาษีทั้งหมดไม่ว่าเงินเดือนท่าน เงินเดือนผม เปึนเงินของประชาชนทั้งนั้น เปึนเงินของประชาชนที่ประชาชนมอบให้ ทั้งข้าราชการทั้งหมด แต่เมื่อเรานําเงินของประชาชนมา หน้าที่ของเราคือการทํางาน ให้ประชาชนได้รับผลประโยชน์และได้รับความชอบธรรมสูงสุด แต่ไม่ใช่ว่ามาตั้งถิ่นฐาน ตั้งกรม ตั้งกอง ตั้งหน่วยงานราชการแล้วก็ต่อสู้ซึ่งกันและกัน โดยเรามีพ่อแม่ประชาชน ที่ส่งเสียเรามาเรากลับไม่สนองตอบ ถ้าเรามองว่าองค์กรรัฐสภาก็ตาม ผู้ตรวจการแผ่นดิน ก็ตาม แล้วก็ สตง. ป.ป.ช. หรือ คตส. ทั้งหมดนี้เปึนข้าราชการในกระทรวงการคลัง เปึนข้าราชการของประชาชน เมื่อเปึนเช่นนี้ผมเชื่อ ผมยังมีความรู้สึกว่า ณ วันนี้เราเปึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเราได้ทํางาน ยังเสียดายทํางานได้ไม่เต็มที่ เพราะว่า คณะกรรมาธิการสามัญของสภายังไม่ได้ตั้งขึ้นมา ผมเลยใช้โอกาสนี้ฝากบอกท่านสมาชิก ที่ใหญ่กันทั้งหลาย ถ้าองค์กรรัฐสภาไม่มีคณะกรรมาธิการสามัญผมถือว่าเปึน ความบกพร่องของสภาแห่งนี้ที่ท่านไม่ยอมซึ่งกันและกัน ตั้งแต่ป้ ๒๕๗๕ ยังไม่เคยมีสภาใดแล้วก็ไม่มีกรรมาธิการสามัญ จะเปึนรอยด่างพร้อย ท่านลดราวาศอกคุยกันเถอะครับ เรื่องแค่นี้ แค่ไม่กี่กรม ไม่กี่กระทรวง ผมยังมีความรู้สึก เลยว่าถ้าสมาชิกของเราทํางานเรื่องแค่นี้ให้ประชาชนไม่ได้ ท่านจะทําอะไร เอาล่ะ เมื่อผู้ตรวจการแผ่นดินเปึนลูกที่โตขึ้นแล้วจะโตด้วยตัวเอง เมื่อกรรมาธิการผมไม่มี เดี๋ยวผมจะอาศัยท่าน ท่านจะได้ชื่นใจว่าสภาของผมไม่สามารถมีกรรมาธิการสามัญ ๓๐ กว่าคณะ ทํางานไม่ได้ เดี๋ยวเรื่องต่าง ๆ ก็จะไปถึงท่าน ท่านก็เปึนที่พึ่งที่ระลึก ของพวกผม ณ วันที่ผมยังไม่มี แต่ผมขอฝากบอกเพื่อนทั้งหลายครับว่า สภาครั้งนี้ถือเปึน ความบกพร่อง ถือเปึนความอัปยศที่สมาชิกไม่สามารถบริหารจัดการรัฐสภาของตัวเองได้ โดยมีองคาพยพที่สมบูรณ์ ผมไม่ได้ว่าใคร แต่ผมบอกให้คนที่เกี่ยวข้องช่วยเถอะครับ ขอนอกเรื่องเปึนเรื่องสภาของผม แต่อย่างไรก็ตามผมขอฝากบอกท่านครับว่าผมเห็นด้วย กับอํานาจที่เพิ่มขึ้น แต่ผมไม่เห็นด้วยกับสาระต่าง ๆ ที่ท่านทําตัวห่างจากรัฐสภา แน่นอน ที่มานี่ผมเห็นด้วย จะเปึนองค์กรอิสระ ศาลฎีกาอะไร เพื่อไม่ให้เกิดความครอบงํา ทางการเมือง แต่ความสัมพันธ์ ความเกี่ยวเนื่อง การรายงานต่อกัน การรับเรื่องราว ร้องทุกข์ต่อกัน เราเปึนคนไทยด้วยกันอย่าไปมองว่าคนนี้เปึนทัศนคติเชิงลบ คนนี้เปึนสิ่งที่ จะต้องเข้ามาก้าวก่าย คนนี้เราไม่รับงานจากเขา แต่เรารับงานจากประชาชนคนได้หมด แต่เรายกเว้นคนกลุ่มนี้ ผมเชื่อครับ ถ้าท่านมีทัศนคติอย่างนั้นมันก็จะทําให้สังคมไม่เปึน ความสุข ผมก็จะขอลงรายละเอียดในการอภิปรายในวาระ ๒ เราจะได้ลงรายมาตรากัน ไม่อยากให้สภาได้เสียเวลามาก ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านถวิล ไพรสณฑ์ ครับ

นายถวิล ไพรสณฑ์ กรุงเทพมหานคร 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ถวิล ไพรสณฑ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ โดยส่วนตัวกระผมได้ศึกษาบทบาทของผู้ตรวจการแผ่นดินมามากพอสมควร และในช่วงที่ ได้เปึนสมาชิกวุฒิสภาก็ได้เปึนคณะกรรมาธิการของกิจการองค์กรอิสระ และได้ไปดูงาน ในต่างประเทศมาหลายแห่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้มีโอกาสไปศึกษาดูงานถึงบทบาท หน้าที่ของออมบุดส์แมนหรือผู้ตรวจการแผ่นดิน กระผมมีความเสียดายเหมือนกับที่ ท่าน ส.ส. สมเกียรติ ได่พูดไปแล้วว่ารัฐธรรมนูญไม่น่าจะตัดคําว่า ของรัฐสภา ออกไป เพราะต้องถือว่ารัฐสภานั้นจะต้องมีองค์กรหนึ่งซึ่งทําหน้าที่ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ ขององค์กรอื่น ๆ สักองค์กรหนึ่ง แต่เมื่อตัดออกไปอย่างนี้แล้วก็เท่ากับว่ารัฐสภาเรานั้น ไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือที่จะคอยติดตามการปฏิบัติหน้าที่หรืออะไรก็ตามที่เปึน ความเดือดร้อนของประชาชน ในช่วงที่กระผมได้ศึกษาแล้วก็ได้ติดตามผลการทํางาน ของผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้น ผมได้เห็นบทบาท ของผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาในขณะนั้นว่าได้กระทําอะไรไปบ้าง และจากรายงาน ที่แต่ละป้ขององค์กรอิสระต่าง ๆ รายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรก็ดี ต่อวุฒิสภาก็ดีนั้น ก็ต้องยอมรับประการหนึ่งว่าผลงานของผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาที่ผ่านมานั้น เปึนผลงานที่อาจจะพูดได้เต็มปากว่าจากข้อมูลจริง ๆ นั้นเปึนองค์กรที่ทํางานมีผลสําเร็จ ค่อนข้างมากมาย แต่ก็เปึนที่น่าเสียดายว่าองค์กรนี้ค่อนข้างจะประชาสัมพันธ์ตัวเอง น้อยไปหน่อย ซึ่งผมก็เห็นด้วย คนเราเมื่ออยากทําความดีนั้นไม่จําเปึนต้องโฆษณา ให้คนอื่นเขารับรู้ จากผลงานถึงเดือนพฤษภาคม ป้ ๒๕๕๑ นั้น ผมทราบว่ามีผู้ร้องเรียนถึง ๑๘,๐๐๐ กว่ารายที่ร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ปรากฏว่า ในจํานวนนั้นผู้ตรวจการแผ่นดินได้ดําเนินการแล้วเสร็จไปถึง ๑๗,๐๐๐ กว่าราย นั่นก็ หมายถึงว่าผลงานสําเร็จไปประมาณ ๙๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งผมไม่คิดว่าจะมีองค์กรอิสระใด ที่มีผลงานสําเร็จถึงขนาดนี้ แม้แต่ ป.ป.ช. เองก็มีงานค้างค่อนข้างมากมาย แม้แต่ องค์กรอื่นก็เช่นเดียวกัน แต่องค์กรนี้เปึนองค์กรเดียวที่มีงานค้างอยู่เพียงประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ก็ต้องถือว่าผลงานเหล่านี้เปึนผลงานที่เราควรจะต้องชมเชย เปึนอย่างยิ่ง แล้วเท่าที่ทราบนั้นเรื่องที่ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ทําสําเร็จไปนั้นส่วนใหญ่ เปึนเรื่องที่เกี่ยวกับการร้องเรียนของประชาชน ซึ่งมีค่อนข้างมากและเปึนการร้องเรียน หลากหลายควบคุมไปเกือบจะทุกเรื่องทุกประเด็นที่เปึนปัญหาของพี่น้องประชาชน และส่วนใหญ่ถ้าสรุปแล้วก็เปึนเรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปัญหาที่ดินทํากิน ปัญหาการปฏิบัติหน้าที่ของตํารวจ และปัญหาทางด้านการศึกษา ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทางผู้ตรวจการแผ่นดินก็ได้แก้ปัญหาสําเร็จลุล่วงเปึนส่วนใหญ่ กระผมเอง ได้พยายามเปรียบเทียบอํานาจหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดินระหว่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ กับป้ ๒๕๕๐ ผมมีความรู้สึกดีใจยินดีเปึนอย่างยิ่งว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้น ได้ให้อํานาจเพิ่มขึ้นกับผู้ตรวจการแผ่นดิน เหตุที่ให้อํานาจเพิ่มขึ้นนั้นผมคิดว่าอาจจะเปึน เพราะว่าบทบาทและหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดินนั้นมีแต่การให้คุณ ให้โทษไม่มีครับ ไม่เหมือนองค์กรอื่นซึ่งมีอํานาจให้คุณให้โทษ ไม่ว่าจะเปึน ป.ป.ช. ก็ดี ศาลรัฐธรรมนูญก็ดี มีการให้โทษให้คุณ แต่ว่าองค์กรนี้ให้คุณอย่างเดียว เพราะว่าไม่มีอํานาจหน้าที่ที่จะไป ลงโทษผู้ใด เพียงแต่แก้ปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน ไม่ว่าเปึนความเดือดร้อน ที่เกิดขึ้นจากปัญหาของกฎหมาย หรือระเบียบ หรือคําสั่ง หรือการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ เพราะฉะนั้นการที่อํานาจหน้าที่เพิ่มขึ้นอย่างนี้โดยที่ไม่เพิ่มอํานาจที่เปึนโทษ กระผมคิดว่า น่าจะเหมาะสมด้วยประการทั้งปวงแล้ว เพราะว่าผู้ตรวจการแผ่นดินนั้นต้องถือว่าเปึน ตัวแทนของรัฐสภา ถึงแม้จะไม่มีคําว่า รัฐสภา ก็ตาม ผมเองได้มีโอกาสไปศึกษารายละเอียด ที่ประเทศสวีเดน ซึ่งเปึนต้นแบบของตําแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดินซึ่งเขามีมาช้านาน ตอนที่ผมได้ร่วมเดินทางไปนั้นผมเปึนหัวหน้าคณะ ไปกับคณะกรรมการองค์กรอิสระ ที่ติดตามการทํางานขององค์กรอิสระในเมืองไทย ก็ได้ไปพบกับประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งได้ให้การต้อนรับพวกเรำแล้วก็ได้ให้รายละเอียดต่าง ๆ ในการทํางานขององค์กรอิสระ ที่นั่น ก็ปรากฏว่าเปึนองค์กรหนึ่งที่ประชาชนชาวสวีเดนเองนั้นให้การยอมรับนับถือ เปึนอย่างยิ่ง เพราะว่าเปึนองค์กรที่ผมเรียนไปแล้วก็คือว่าให้แต่คุณไม่ได้ให้โทษกับผู้ใด และประชาชนให้ความเชื่อถือกับองค์กรนี้เปึนอย่างมาก ที่สวีเดนเองนั้นเขามีตําแหน่ง ประธาน ถ้าผมวิเคราะห์จากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนั้น การที่ให้มีตําแหน่งประธาน เกิดขึ้น ซึ่งแตกต่างกับป้ ๒๕๔๐ นั้นอาจจะเปึนเพราะว่ามันมีบางกรณีที่จะต้องมี มติร่วมกัน เช่น การออกระเบียบต่าง ๆ ภายในสํานักงาน ซึ่งจะต้องกระทํากันในรูปของ คณะผู้ตรวจการแผ่นดินทั้งหมดไม่ใช่คนหนึ่งคนใด แต่ว่าความเปึนอิสระในการปฏิบัติ หน้าที่ของผู้ตรวจการนั้นก็ยังคงมีอยู่ และการมีประธานนั้นผมคิดว่าก็มีความจําเปึน นอกเหนือจากที่จําเปึนจะต้องบริหารงานภายในองค์กรแล้ว การประสานงาน การติดต่อกับหน่วยราชการภายนอกนั้นก็จะต้องทํางานในฐานะประธาน อันนี้ก็คงไม่มีปัญหาอะไรทั้งสิ้น อย่างไรก็ตามผมคิดว่าการที่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ได้มอบอํานาจเพิ่มขึ้นนั้นน่าจะเปึนเหตุผลที่ดีที่เราจะได้ขยายบทบาทของผู้ตรวจการแผ่นดิน มากยิ่งขึ้น แต่สิ่งหนึ่งที่ผมยังติดใจอยู่บ้างก็คือว่า ในป้ ๒๕๔๐ ผู้ตรวจการแผ่นดินนั้น ไม่สามารถที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นโดยที่ไม่มีผู้ร้องเรียน ทั้ง ๆ ที่ เรื่องเหล่านั้นเปึนปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่สังคมก็รับรู้ว่าเปึนปัญหา ความเดือดร้อนของประชาชน จริงอยู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้นได้เพิ่มให้แต่เปึนเพียงเพิ่ม ในส่วนน้อย น้อยมาก คือเฉพาะในประเด็นที่เปึนปัญหาสําคัญเท่านั้นเองที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน สามารถเข้าไปเกี่ยวข้องได้โดยที่ไม่ต้องมีการร้องเรียน โดยบัญญัติเอาไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๔๔ วรรคท้าย ซึ่งในวรรคท้ายนี้ขออนุญาตท่านประธานอ่านนิดเดียวครับว่า การใช้อํานาจหน้าที่ตาม (๑) (ก) (ข) (ค) (ง) ให้ผู้ตรวจการแผ่นดินดําเนินการเมื่อมี การร้องเรียน นั่นก็หมายถึงว่าในป้ ๒๕๔๐ นั้น ถ้าไม่มีการร้องเรียนแล้วผู้ตรวจการแผ่นดิน ของรัฐสภาในสมัยนั้นไม่สามารถเข้าไปเกี่ยวข้องได้ แต่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้น ได้เพิ่มเติมขึ้นมานิดหนึ่งก็คือว่า เว้นแต่เปึนกรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินเห็นว่าการกระทํา ดังกล่าวมีผลกระทบต่อความเสียหายของประชาชนส่วนรวม หรือเพื่อคุ้มครองประโยชน์ สาธารณะ ผู้ตรวจการแผ่นดินอาจพิจารณาและสอบสวนโดยไม่มีการร้องเรียนก็ได้ ผมคิดว่าอันนี้ถึงแม้จะเป่ดช่องให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเข้าไปแก้ปัญหา เข้าไปดําเนินการได้ โดยที่ไม่มีผู้ร้องเรียนก็จริง แต่ว่ากลับไปเขียนกําหนดไว้เหมือนกับว่าผู้ตรวจการแผ่นดินนั้น แทบจะไม่สามารถที่จะเข้าไปดําเนินการในเรื่องที่ไม่มีผู้ร้องเรียนเช่นเดิม ซึ่งอันนี้ก็เปึน ที่น่าเสียดายว่าที่จริงแล้วถ้าความเห็นของผมนั้นคิดว่าอะไรก็ตามเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น ที่เปึนปัญหาของประชาชนแท้ ๆ แล้วมีผลกระทบต่อส่วนรวมหรืออะไรก็แล้วแต่ ผู้ตรวจการแผ่นดินน่าจะมีอํานาจเข้าไปเกี่ยวข้องได้ ไปดําเนินการได้ เพราะบางครั้ง บางคราวพี่น้องประชาชนแม้แต่พวกเราเองบางครั้งบางคราวเราก็ไม่ทราบว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินนั้นมีอํานาจหน้าที่อะไรบ้าง นับประสาอะไรกับพี่น้องประชาชน ทั้งประเทศทราบหรือไม่ว่าผู้ตรวจการแผ่นดินนั้นมีอํานาจหน้าที่อย่างไร อย่างไรก็ตาม เมื่อรัฐธรรมนูญไม่เพิ่มอํานาจให้มากมายถึงขนาดนี้ก็ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญต่อไป แต่ถึงกระนั้นก็ตามกระผมคิดว่าในส่วนที่ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ปฏิบัติหน้าที่ไปตามกฎหมาย ที่ผมเห็นว่ามีจุดสําคัญอีกประการหนึ่งก็คือว่า การที่เหมือนกับเปึนตัวแทนยื่นเรื่องราว ไปยังองค์กรที่เกี่ยวข้อง ถ้าหากว่ามีปัญหาในเรื่องของการตีความก็เปึนช่องทางหนึ่ง ที่สามารถยื่นต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน แล้วก็อาจจะยื่นในบางเรื่องให้ตีความถ้ากรณีที่เปึน เรื่องที่ขัดกับรัฐธรรมนูญก็ไปยังศาลรัฐธรรมนูญได้ แล้วก็ยังสามารถเสนอความเห็นเพื่อให้ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องนั้นแก้ไขกฎหมายที่ผู้ตรวจการแผ่นดินเห็นว่ามีผลกระทบกับประชาชน เปึนต้น อันนี้ก็ต้องถือว่าเปึนส่วนสําคัญที่กฎหมายนี้ให้ประโยชน์กับผู้ตรวจการแผ่นดิน สิ่งหนึ่งที่อยากจะฝากท่านประธานที่นั่งตรงนี้ก็คือว่า ผมอยากให้ทางผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้ทําการประชาสัมพันธ์ว่าผลงานที่ผ่านมาที่ท่านได้แก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งเปึนประเด็นที่น่าจะเปึนประโยชน์กับสาธารณชนทั่วไป อย่างเช่น ในกรณีที่ท่านไปช่วย แก้ปัญหาประชาชนเดือดร้อนในบางแห่งซึ่งเปึนตัวอย่างที่ชัดเจนเหล่านี้ ถ้าท่านจะพิมพ์ เปึนเล่มเพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนทั้งประเทศ โดยยกตัวอย่างเปึนเคส (Case) เปึนกรณี ๆ ไป เพื่อเปึนหนทางว่าเรื่องอย่างนี้ถ้าท่านมีปัญหาร้องเรียนกับผู้ตรวจการแผ่นดินได้ ผมว่า น่าจะทําบ้าง อาจจะของบประมาณของรัฐไม่มากนักพิมพ์แจกไป กรณีนี้น่าจะเปึนประโยชน์ อย่างน้อยที่สุดเพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเขารู้ว่ายังมีองค์กรหนึ่งซึ่งเปึนองค์กรที่ ไม่มีอํานาจในการลงโทษคนแต่มีอํานาจที่จะแก้ปัญหาให้ท่าน อันนี้ผมคิดว่าน่าจะต้องทํา โดยสรุปแล้วผมคิดว่าร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่ทางผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้เสนอมานั้นโดยหลักการแล้วกระผมเห็นชอบด้วยเปึนอย่างยิ่ง และก็เปึนที่น่ายินดีว่า ส.ส. หลาย ๆ ท่านยังมีความเห็นเพิ่มเติมว่าควรจะเพิ่มอํานาจให้กับผู้ตรวจการแผ่นดิน มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งอํานาจที่จะเข้าไปถึงคนที่มีปัญหา ซึ่งผมถือว่าเปึนเรื่องใหญ่มาก เพราะสังคมปัจจุบันนั้นพี่น้องประชาชนค่อนข้างจะมีปัญหา แล้วก็ความรู้สึกของพี่น้อง ประชาชนนั้นเมื่อไปหาส่วนราชการ เขามีความรู้สึกว่าเขาจะต้องเสียค่าใช้จ่าย เขาจะต้อง ทําตัวอย่างไร เขาไม่กล้าที่จะไปเข้าไปหาองค์กรเหล่านั้น เปึนต้น แต่ถ้าเขาได้ทราบว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินนั้นมีแต่การให้คุณแล้ว ผมเชื่อว่าหน่วยงานของท่านนั้นจะเปึนประโยชน์ สําหรับพี่น้องประชาชน กระผมเองจึงขอสนับสนุนในหลักการของร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ ขอบคุณมากท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ยินดีต้อนรับท่านนายกเทศมนตรี ตําบลหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ พร้อมทั้งคณะครับ เชิญท่านจตุพรครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน ผมขอ กราบเรียนไปยังท่านประธาน ไปยังผู้ตรวจการแผ่นดินว่าถ้อยคําที่ผมจะอภิปราย ทั้งหมดนั้นต้องการจะบอกกับท่านว่าผมเองไม่มีความประสงค์จะต้องแสดงความอคติ หรือจะต้องไปแสดงชื่นชมเปึนการเฉพาะกับท่าน เหมือนกับกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ฉบับอื่น ๆ ด้วยเหตุผลก็คือว่า ความจริงแล้วร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน และร่างพระราชบัญญัติสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งเปึน ผลพวงจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่หนึ่งในนั้นก็เปึนคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ของรัฐสภาไปทําหน้าที่เปึนสภาร่างรัฐธรรมนูญ ผมเองก็มีความรู้สึกเหมือนบรรดาสมาชิก รัฐสภาว่า ไปตัดคําว่า ของรัฐสภา ออกไปได้อย่างไร ผมมีความรู้สึก และความรู้สึก ผมก็ได้อธิบายความเข้าใจว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินที่ไปเปึนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ขอประทานเอ่ยนาม ท่านอาจารย์ศรีราชา ท่านก็เคยแสดงความคิดเห็นที่จะเสนอ ในมาตราที่ว่า นายกรัฐมนตรีไม่ต้องมาจากการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นเมื่อทัศนคติในเรื่อง ผู้ตรวจการแผ่นดินมีการตัดคําว่า ของรัฐสภา ออก ผมเองก็ไม่มีข้อสงสัย แต่ว่ากฎหมาย ฉบับนี้เปึนกฎหมายที่ให้การศึกษากับพวกเราในหลาย ๆ เรื่อง นั่นก็คือเรื่องที่ว่ากฎหมายใด ที่ผ่าน สนช. ที่เปึนกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่ต้องส่งเรื่องให้ตุลาการรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยก่อนกราบบังคมทูลนั้นมันเปึนเรื่องที่เปึนกรณีศึกษา นี่เปึน ๑ ใน ๓ ฉบับในเรื่อง องค์ประชุมไม่ครบ ท่านประธานที่เคารพ กฎหมายฉบับนี้มีเนื้อหาสาระแม้กระทั่งว่า บทบัญญัติแห่งกฎหมายใดในมาตรา ๑๓ ที่มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ให้เสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยไม่ชักช้าเพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัย เหมือนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดลําพูน คุณสงวน พงษ์มณี ได้อธิบายความ กับท่านประธานว่า แม้กระทั่งตัวรัฐธรรมนูญที่ท่านอาจารย์ศรีราชาเปึนกรรมาธิการร่าง บางมาตราองค์ประชุมก็ไม่ครบ มันจะทําให้รัฐธรรมนูญมีความสมบูรณ์ทั้งฉบับได้อย่างไร กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่ถูกตุลาการรัฐธรรมนูญตีตกนั้น ด้วยหลักการที่องค์ประชุม ไม่ครบ ถ้าใช้มาตรฐานนี้จะมีกฎหมายที่ผ่าน สนช. อีกไม่ต่ํากว่า ๓๐ ฉบับ ที่องค์ประชุม ไม่ครบเหมือนกันก็มีอันจะต้องตกไป แต่วันนี้สภาของเราหลายคนพยายามอธิบายความ กันว่า เมื่อมีพระปรมาภิไธยโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมมาแล้ว ก็ไม่สมควรจะหยิบยก เรื่องนี้ขึ้นมา แต่กรณีกฎหมาย ๓ ฉบับนี้ถ้าวางกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญซึ่งมี เนื้อหาสาระ มีบทบาทรองจากรัฐธรรมนูญและกฎหมายถัดรองไปนั้น เมื่อตุลาการรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่าเมื่อองค์ประชุมไม่ครบ กฎหมายที่เหลืออีก ๓๐ ฉบับ ผมยังไม่แน่ใจว่าใช้ไปได้ อย่างไร ปัญหาก็คือว่าความรับผิดชอบนี้จะเกิดขึ้นโดยใครจะมาเปึนผู้รับผิดชอบ เรื่องรัฐธรรมนูญองค์ประชุมไม่ครบบางมาตรานั้น ผมไม่เคยเห็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ คนใดได้มาแสดงความรับผิดชอบว่ารัฐธรรมนูญเมื่อบางมาตราไม่ครบองค์ประชุมจะทําให้ รัฐธรรมนูญทั้งฉบับนั้นมีปัญหาหรือไม่ ผมไม่เคยเห็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ที่ผ่านมติทั้งกฎหมายฉบับนี้เองด้วยองค์ประชุมไม่ครบ รวมกระทั่งกฎหมายอีก ๓๐ ฉบับ ส่วนที่องค์ประชุมไม่ครบกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญนั้น โชคดีที่ตุลาการรัฐธรรมนูญ ตีตก แต่ทว่ากฎหมายที่ไม่ใช่กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญอีกกว่า ๓๐ ฉบับ ที่ไป กราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวลงพระปรมาภิไธยนั้น จะเปึนความรับผิดชอบ ของผู้รับสนองพระราชโองการคือตัวนายกรัฐมนตรี พลเอก สุรยุทธ จุลานนท์ หรือจะเปึน ความรับผิดชอบของประธาน สนช. มีชัย ฤชุพันธุ์ และสมาชิก สนช. ปรากฏว่าที่ผ่านมา ไม่มีใครแสดงความรับผิดชอบอะไรเลย ผมจึงบอกว่าเมื่อกฎหมายฉบับนี้มันตีกลับมานั้น มันเท่ากับเปึนการประจานอะไรทั้งหมดว่าที่ผ่านมาช่วงที่มีความสนุกอยู่ในการรัฐประหาร ช่วงที่ประเทศไม่เปึนประชาธิปไตยที่คิดว่าทําอะไรกันมาได้นั้น กลไกของในรัฐประหารกันเอง สุดท้ายเมื่อตรวจสอบกันเองความจริงก็ปรากฏ ผมจึงบอกว่าจิตวิญญาณหลาย ๆ เรื่อง ของกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. .... ที่ท่านตัดคําว่า ของรัฐสภา ออกนั้น ท่านเองก็ไปลอกแนวความคิดเรื่องการนิรโทษกรรมเหมือนกับ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๔๙ ต่อด้วย มาตรา ๓๐๙ ของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เอาไว้ในมาตรา ๑๗ ท่านประธานที่เคารพ มาตรา ๑๗ บอกว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่งหรือทางอาญา เนื่องจาก การที่ตนได้ปฏิบัติตามอํานาจหน้าที่โดยสุจริตตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ เมื่อไปดูมาตรา ๓๐๙ ที่มีการพยายามบอกว่าไปแก้เพื่อช่วยอะไรใครนี่นะครับ แต่เจตนา ของมาตรา ๓๐๙ บอกว่า บรรดาการใด ๆ ที่ได้รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๔๙ ว่าเปึนการชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญ รวมทั้ง การกระทําที่เกี่ยวเนื่องกับกรณีดังกล่าวไม่ว่าก่อนหรือหลังวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ ให้ถือว่าการนั้นและการกระทํานั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญนี้ แปลความกันว่า ตัวคณะรัฐประหารเอง วงศ์วานว่านกอองค์กรบริวารต่าง ๆ สามารถกระทําการใด ๆ ก็ได้ ทั้งอดีต ปัจจุบัน อนาคต ไม่มีใครสามารถไปเอาการกระทําความผิดได้เลยตามมาตรา ๓๐๙ ฉบับนี้ แต่ว่าเมื่อมายังกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญซึ่งเปึนกฎหมายลูก ผมก็มีความเชื่อ โดยสุจริตครับว่า ความเชื่อโดยสุจริตครับว่า คณะผู้ตรวจการแผ่นดินไม่มีใครกระทําความผิด แต่การร่าง กฎหมายเอาผ้ายันต์กันเอาไว้ในลักษณะอย่างนี้นั้นมันจะทําให้ท่านเปึนองค์กรอภิสิทธิ์ชน จะเห็นว่ากฎหมายที่ออกมาตามกลไกรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ หรือระหว่างนั้นจะมีการร่าง ในลักษณะแบบนี้ทั้งนั้น แปลความว่าไปกระทําอะไรโดยที่ตัวเองไม่รับผิดชอบ ๓๐๙ มาตราในรัฐธรรมนูญก็ไม่รับผิดชอบ เพราะเข้ามาเปึนกฎหมายลูกบอกว่าตัวเอง ไม่ต้องรับผิดชอบอีก ผมจึงบอกว่าเมื่อท่านยืนด้วยความสุจริตไม่ต้องเขียนมาตรานี้เลย แต่ว่าการเขียนนั้นแปลความว่าการที่เปึนกลไกรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้น มันได้ถ่ายทอด ความไม่รับผิดชอบทั้งทางแพ่งและทางอาญา นี่เปึนประเด็นแรกท่านประธานที่เคารพ ที่ผมต้องขออนุญาตอธิบายความ ผมบอกเลยว่าผมเชื่อในความสุจริตของท่าน แต่มาตรา แบบนี้ไม่สมควรที่จะมีเอาไว้ แม้ว่าจะเปึนกฎหมายฉบับใดก็ตาม รวมกระทั่งไม่ใช่ กฎหมายฉบับนี้ เพราะมันสะท้อนถึงความไม่เสมอภาคทางกฎหมาย ท่านประธาน ที่เคารพ หลายมาตราครับ ผมเองก็เห็นว่าผู้ตรวจการแผ่นดินนั้นเปึนองค์กรที่ดูเหมือนว่า ไม่มีอํานาจอะไร แต่ความจริงเมื่อเราได้ดูร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นั้นจะเห็นว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ซ้อนหรือว่ามีอํานาจต่าง ๆ มากมาย แต่ว่าไม่มีอํานาจในการลงโทษ แต่ว่าเปึนช่องทางในการที่จะไปตรวจสอบองค์กรต่าง ๆ ไม่ว่าเปึนเจ้าหน้าที่รัฐ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ท่านประธานที่เคารพ เพราะวันนี้หลายคนก็มีความสับสน เช่นเดียวกันว่าเกิดเรื่ององค์กรตามรัฐธรรมนูญจะไปร้องที่ไหน เพราะว่าถ้าไม่ร้อง ตามกระบวนการของวุฒิสภาเข้าชื่อถึงประธาน หรือจะไปยื่นต่ออัยการสูงสุดเพื่อจะ ส่งไปศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ถ้ากระบวนการนั้นไม่มี จะไปยื่น ป.ป.ช. บางองค์กรก็ไปเกี่ยวข้องกับคนใน ป.ป.ช. สมมุติ ไม่มีช่องทางจะไป ตรงไหนเลย ผมยกตัวอย่างว่า กรณีผู้ว่า สตง. ทําหน้าที่ คตส. กรณีไปรับเงินบริจาคแทน กลุ่มพันธมิตร ๑ แสนบาท เพราะว่าแต่ละองค์กรที่ท่านบอกว่าจะต้องไปเขียนเรื่อง บทจริยธรรม ไม่ว่าระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี กองทัพอากาศทุกกระทรวง ทบวง กรม เขียนไว้ครบถ้วนหมด แต่กรณีอย่างนี้เอาเข้าองค์กรนี้หรือไม่ อ้างว่ามีคนไปบริจาค โดยไม่ประสงค์จะออกนาม บริจาคผ่านผู้ว่า สตง. ทําหน้าที่ประธานด้วย เปึน คตส. ด้วย ไปคัดเลือกสรรหาวุฒิสภาด้วย อํานาจล้นฟัา การตรวจสอบไม่ได้ แต่ผมยกตัวอย่างว่า การไปรับเงินจากใครก็ไม่รู้ ไม่มีการออกใบเสร็จรับเงินไปรับแทนกลุ่มพันธมิตรที่เขาชุมนุม ขับไล่รัฐบาลนี้ ถามว่าองค์กรอิสระสามารถรับได้หรือไม่ รับแทนมันมีอํานาจอะไร หมวดจริยธรรมว่าด้วยการรับสิ่งของ ของขวัญจะไปเล่นงานได้หรือไม่ ผมจึงบอกว่า ก็กลายเปึนช่องว่าง แต่คนเราพอสร้างมาตรฐาน สื่อมวลชนบอกว่านางฟัาไปตรวจสอบ ไม่ได้เปึนคนสุจริต ชนิดที่ว่าเปึนนางเปาบุ้นจิ้นกันไปเลยทีเดียว ถ้ามีเปาบุ้นจิ้นชาย ก็ต้องมีเปาบุ้นจิ้นหญิง ผมจึงบอกกับท่านประธานว่า อย่างนี้แหละครับมาตรฐานที่ต้องมี การตรวจสอบ หรือแม้แต่กระทั่งการจัดสร้างบ้านหรืออะไรก็ตามนี่นะครับ มันจะต้องมี ข้อพิสูจน์

(นายวรงค์ เดชกิจวิกรม ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจตุพร ขออภัยมีผู้ประท้วงครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

เชิญครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญคุณหมอครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมขออนุญาตประท้วงท่านประธานที่ท่านปล่อยให้ผู้อภิปรายกําลัง อภิปรายขัดข้อบังคับการประชุมของสภา ข้อ ๖๑ ที่มีการกล่าวพาดพิงถึงบุคคลภายนอก โดยไม่จําเปึน ขออนุญาตให้ท่านประธานช่วยวินิจฉัยด้วยครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณคุณหมอครับ ท่านจตุพรช่วยระมัดระวังด้วยนะครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ผมกําลังอธิบายความว่า ตามมาตรา ๑๒ (ค) การตรวจสอบการละเลยการปฏิบัติหน้าที่หรือการปฏิบัติหน้าที่ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ โดยกรณีนี้สามารถใช้ช่องทาง ของผู้ตรวจการแผ่นดินได้หรือไม่ ผมก็ต้องยกตัวอย่างสิท่าน และผมก็รับผิดชอบตัวอย่าง เพราะมันมีกรณีข้อเท็จจริง แล้วก็มีเรื่องนี้ไม่ได้มีความลับอะไรที่จะสร้างความเสียหาย เพราะเปึนข่าวทั่วอยู่แล้ว ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่าองค์กรของท่านจะมีบทบาทสําคัญ รัฐธรรมนูญจะใช้ครบ ๑ ป้ ๒๓ สิงหาคม ที่คณะกรรมาธิการจะศึกษาการใช้ ศึกษา การแก้ไข หรือศึกษาการบังคับใช้ที่จะว่ากันในวันพรุ่งนี้นะครับ แต่องค์กรของท่านอย่างที่ ผมได้เรียนว่า สามารถที่จะดูปัญหาได้ก่อนตามร่างของท่านนี่แหละครับ

ประเด็นต่อมา ส่วนที่เปึนประโยชน์ ความจริงเปึนคลาสสิก (Classic) มาก เรื่องการร้องเรียน การใช้วิธีการแบบสมัยพ่อขุนรามคําแหงเหมือนไปสั่นกระดิ่ง แล้วก็ มาบอกถึงความเดือดร้อนคือการร้องเรียนโดยวาจา เราต้องยอมรับความเปึนจริงว่า มีประชาชนจํานวนหนึ่งที่ไม่รู้หนังสือ แม้จะเหลือจํานวนเพียงน้อยนิดก็ตาม แต่องค์กร ของท่านก็ยังเปึนช่องทาง นี่ต้องเปึนเรื่องที่ให้การสนับสนุน แต่การร้องเรียนทางวาจานั้น ผมว่าโดยหลักการปฏิบัติต้องมีการบันทึกจะเปึนวีซีดี (VCD) หรืออะไรก็ตาม เพราะว่า มันจะใช้เปึนหลักฐานเปึนเหตุผล เพราะคนที่ด้อยโอกาสไม่รู้หนังสือนั้นเขาจะได้รับ ความยุติธรรม แม้กระทั่งมาตรา ๑๔ ต่อมาตรา ๑๕ ในการใช้อํานาจของผู้ตรวจการแผ่นดิน ตามมาตรา ๑๔ ต้องคํานึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัย ของประชาชน หรือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศด้วย ผมถามผู้ตรวจการแผ่นดิน ผ่านท่านประธานว่า กรณีเขาพระวิหารที่อยู่ในปัจจุบันนี้ ผมเชื่อแน่ว่าท่านประธาน ผู้ตรวจการแผ่นดินและพวกเราที่นั่งที่นี่ไม่มีใครยินยอมให้อธิปไตยของชาติเสียไปแม้แต่ ตารางนิ้วเดียวหรือจะเปึนตารางเซนติเมตรเดียว แต่ผมบอกว่าเรื่องเมื่อเกิดขึ้นมีการกล่าวหา เรื่องการเสียดินแดน ท่านประธานที่เคารพ เรื่องนี้สามารถให้องค์กรผู้ตรวจการแผ่นดิน นําไปพิสูจน์หรือไม่ ถ้าบอกว่าทําการพิสูจน์ได้เอาฝ์ายที่กล่าวหา คนที่รับผิดชอบ ใครกระทําผิด สมมุติว่าคนที่รับผิดชอบเขาทําผิด ซึ่งวันนี้เขาประกาศว่าเขาจะลาออก ทันที แต่ว่าคนที่กล่าวหาเขาว่าถ้าเขาไม่ทําเสียดินแดนจริงคนที่กล่าวหาจะแสดง ความรับผิดชอบอย่างไร ผมจึงบอกว่ากระบวนการอย่างนี้มันต้องมีองค์กรที่จะมาเคลียร์ (Clear) ความรู้สึกของประชาชนที่จะสร้างความกระจ่าง เพราะเรื่องนี้มันเซนซิทีฟ (Sensitive) กับอารมณ์ความรู้สึกของประชาชน ป้ ๒๕๐๕ ผมยังไม่ได้เกิดหรอกครับ แต่ไปศึกษา แม้กระทั่งนายกรัฐมนตรีเด็ดขาดเวลานั้น จอมพลผ้าขาวม้าแดงออกโทรทัศน์ด้วยน้ําตา คนไทยมีความรู้สึกว่าต้องเสียดินแดนไป คนไทยเรี่ยไรกันคนละ ๑ บาทรักษาเขาพระวิหาร แล้วประวัติศาสตร์อันนี้ทุกคนก็กลบความรู้สึกและพยายามที่จะไม่พูดถึงกันว่าเราไปเสีย ดินแดนกันเพราะอะไร ผมไม่ไปอธิบายความให้มาประท้วงว่าใครไปว่าความอย่างไร แต่ท่านประธานลองถอยไปดูสิครับว่า แม้กระทั่งนายกรัฐมนตรีบางคนของเรา หัวหน้า พรรคการเมืองบางพรรคเปึนชาวจังหวัดพระตะบองก็มี แต่มันสะท้อนอะไร ผมไม่ได้ สะท้อนว่าวันนี้เขาเปึนคนเขมร มันสะท้อนว่าเมื่อวันก่อนเขาเปึนคนไทยแล้วก็เสียดินแดน อพยพมา มาสร้างตึก สร้างโรงพยาบาลแถวปราจีนบุรี แต่ผมอธิบายความอย่างนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพ

(นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนิพิฏฐ์เชิญครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพัทลุง ความจริงผมไม่อยากจะขัดจังหวะ เพื่อนสมาชิก แต่ว่าท่านประธานได้กรุณาเตือนไปเมื่อสักครู่ เพื่อนสมาชิกที่อภิปรายอยู่ ก็พยายามพาดพิงถึงบุคคลภายนอก ผมเข้าใจเจตนาของท่านว่าที่ท่านพูดถึงเขาพระวิหาร ที่เราเสียดินแดนเมื่อป้ ๒๕๐๕ นั้นเปึนเพราะอะไร ถึงแม้ว่าท่านกล่าวว่าท่านไม่อยากระบุ ด้วยซ้ําว่าใครเปึนคนว่าความในคดีเขาพระวิหาร ผมเข้าใจว่าท่านกําลังจะสื่อเพื่อบอกว่า ผู้ที่ว่าความนั้นคือ หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศนี้ครับ แล้วก็อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แต่ผมกราบเรียนว่าท่านพูดอย่างนี้ทําให้ผู้ที่ถูกพาดพิง ได้รับความเสียหาย ซึ่งไม่ควรจะกระทําอย่างนี้ในสภาผู้แทนราษฎร เหตุการณ์เขาพระวิหาร เมื่อป้ ๒๕๐๕ ผมจําไม่ได้หรอกครับ ผมยังเล็ก ๆ อยู่ แต่ผมเชื่อว่าในขณะนั้นท่านหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ได้ทําหน้าที่ เปึนคณะทนายความของรัฐบาลไทยอย่างเต็มกําลังความสามารถ บางครั้งเหตุผล ในการแพ้ การชนะในทางคดีนั้น มันแพ้ชนะกันด้วยข้อกฎหมาย ถึงแม้ว่าข้อเท็จจริง เปึนอย่างไรก็ตาม แต่ถ้าข้อกฎหมายเราแพ้เราก็แพ้ครับ ผมคิดว่าพยานหลักฐาน ในขณะนั้นเปึนสิ่งหนึ่งที่ทําให้เราแพ้คดี ผมไม่อยากให้ท่านพูดถึงบุคคลภายนอก โดยเฉพาะที่ท่านพูดว่าไม่อยากจะพูดว่าใครเปึนผู้ว่าความ ผมบอก ท่านก็ทราบครับ หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ผมขอให้ท่านลบคําอภิปรายของท่านทั้งหมดออกจาก การบันทึกของสภาผู้แทนราษฎรที่กล่าวถึงเรื่องเขาพระวิหาร และกล่าวถึงว่าใครเปึน ผู้ว่าความในคดีนี้ออกทั้งหมด ผมเรียนท่านประธานอีกสักครั้งหนึ่งว่า เวลามีพี่น้อง ประชาชนแสดงความคิดเห็นอยู่ข้างนอก เราไปบอกเขาว่าเปึนนักการเมืองข้างถนน ไปอภิปราย ไปแสดงความคิดอยู่ข้างถนน แต่ท่านพยายามบอกว่าลากปัญหาทั้งหมด มาที่รัฐสภาแห่งนี้ แต่ว่าเรากําลังพูดถึงคนข้างนอก เราพูดกลับกลอกอย่างนั้นไม่ได้ครับ เราบอกเอาเรื่องทั้งหลายมาพูดกันในสภา แต่ว่าในสภาขณะเดียวกันเราพูดถึงคนข้างนอก อย่างเสียหาย ท่านกําลังพูดถึงผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินด้วย ซึ่งไม่ควรจะพูดอย่างนั้นเลย อย่าใช้จังหวะอย่างนี้ จังหวะท่านมีมาก ท่านเคยทําเกียรติประวัติของท่านข้างนอก เยอะแยะแล้ว อย่าฉวยโอกาสเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างนี้ครับ และผมเรียนว่าลักษณะอย่างนี้ มันจะติดตัวท่าน ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณท่านนิพิฏฐ์ ท่านจตุพรครับ ที่จริงก็ไม่ได้ระบุชื่อ ผมขอวินิจฉัยให้ท่านระมัดระวัง สักนิดหนึ่ง คงไม่ถึงขั้นต้องให้ถอนนะครับ ให้ช่วยระมัดระวังนิดหนึ่ง

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ ผมเองได้พูด ประเด็นนี้เพราะว่ามันมีสถานการณ์ มีข้อเท็จจริง แล้วผมก็พร้อมที่จะรับผิดชอบทุกประการ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจตุพรครับ ผมเพียงแต่เตือนให้ท่านระมัดระวังเท่านั้นเอง เชิญต่อเถอะครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

คือเขากล่าวหาว่าผมจะทําเรื่องนี้ ข้างนอก ข้างใน สร้างวีรกรรมเดี๋ยวจะติดตัว ผมบอกว่าผมกําลังทําหน้าที่สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร ผมไล่ตามมาตราว่ามันเกี่ยวข้องเกี่ยวพันกันอย่างไร และก็ไม่ได้เข้า

(นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมได้วินิจฉัยแล้วนะครับ ท่านต่อของท่านเถอะครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

ท่านประธานครับ ผมนิดเดียว ผมไม่โต้แย้ง คําวินิจฉัยของท่านประธาน ท่านประธานวินิจฉัยว่าไม่เสียหายก็แล้วแต่ แต่ว่าคําพูด ที่บอกว่าไม่อยากจะกล่าวถึงว่าใครเปึนผู้ว่าความ ผมคิดว่าต้องลบออกครับ ท่านจะพูดถึง เขาพระวิหารอย่างไรก็พูดถึงเถอะครับ แต่ว่าอย่าไปพูดเพื่อที่จะสื่อความหมายว่า หมายถึงใคร อย่างนี้เขาก็รู้อยู่แล้วครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ ผมขอแก้

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมถือว่าผมวินิจฉัยแล้ว จบแล้วนะครับ ท่านเชิญต่อเลย ท่านนิพิฏฐ์จบเถอะครับ เชิญ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง

ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ท่านประธาน คงได้ยิน ผมพยายามพูดเพื่อเล่าข้อเท็จจริงทั้งหมด ท่านประธานได้ยินไหมครับ เมื่อสักครู่ นี้ท่านจตุพรเขาบอกว่าหม่อมราชวงศ์

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านครับ เมื่อกี้ผมป่ดเสียงแล้ว เสียงไม่ได้ออก ขอให้จบเถอะนะครับ ผมป่ดเสียง ผมยืนยัน ท่านต่อเถอะครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ เพราะสิ่งที่ ผมกําลังอภิปรายอยู่นั้น เมื่อผมเห็นว่าองค์กรนี้สามารถหาทางออกกับสังคมในบางเรื่องได้ บางเรื่องก็ต้องสร้างความกระจ่างกับความรู้สึกของพี่น้องประชาชน ประวัติศาสตร์ เปึนประวัติศาสตร์วันยังค่ํา แต่ผมอธิบายความกับท่านประธานว่าเมื่อประวัติศาสตร์เรา ต้องถือเปึนบทเรียนสําหรับปัจจุบัน และเพื่อไม่ให้เกิดขึ้นในอนาคตนั้น อย่างน้อยองค์กรนี้ จะมีช่องทางที่จะเยียวยากันอย่างไร เพราะวันนี้กล่าวหากันเหลือเกิน กําลังจะทําเหมือนกับ ประเทศนี้จะต้องไปเสียดินแดนกันอย่างนั้น เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพ เมื่อองค์กร ผู้ตรวจการแผ่นดินมีอํานาจหน้าที่ที่จะเปึนตัวกลางสามารถกระทําได้ ถ้าโดยตาม มาตรา ๑๔ ต่อมาตรา ๑๕ นั้นมันก็จะเปึนประโยชน์กับประเทศชาติบ้านเมือง หลายเรื่อง ในสภาผู้แทนราษฎร เช่น หมวด ๔ จริยธรรมของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองและ เจ้าหน้าที่ของรัฐ ผมเชื่อว่าทุกวันนี้องค์กรมีหน้าที่จะต้องไปร่างข้อบังคับที่ว่าด้วยจริยธรรม ไม่ว่าจะเปึน หน่วยงานของรัฐ มีทั้งระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี มีทั้งกระทรวงต่าง ๆ ก็แยกไป แม้กระทั่งกองทัพผมต้องไปค้นมาว่าแต่ละองค์กรเขาดําเนินการกันอย่างไร แต่ทว่า องค์กรอิสระเองไม่มี คือหมายความว่ามันไม่มีเรื่องนี้ ผมไม่ทราบว่าข้อเท็จจริงมีหรือไม่ เพราะว่าถ้าไม่มีหรือมี เวลาที่จะมีการพิจารณาตามหมวด ๔ นั้น ทางผู้ตรวจการแผ่นดิน ก็สามารถพิจารณา เช่นว่า ข้าราชการสังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีไปคัดก็ได้ รู้ว่ามีจริยธรรมระเบียบปฏิบัติเหมือนระเบียบประจําสํานักนายกรัฐมนตรีที่ไปล้อกันมา ก็จะรู้ว่าจะพิจารณาตามระเบียบของอันไหน เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่าแล้วองค์กรอิสระ องค์กรที่ตั้งขึ้นภายใต้ของ คมช. เองมีเรื่องนี้หรือไม่ เพราะว่าถ้าองค์กรดังกล่าวไม่มี จริยธรรมของตัวเอง ส่วนของผู้ตรวจการแผ่นดินก็ไม่สามารถหยิบยกมาพิจารณากันได้ เพราะในหมวด ๔ ระบุอย่างชัดเจนว่า เพื่อประโยชน์แห่งการดําเนินการตามหมวดนี้ ให้หน่วยงานราชการ หน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจ และราชการส่วนท้องถิ่นส่งประมวล จริยธรรมที่จัดทําขึ้นไปยังสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดินภายในหกสิบวันนับแต่ที่จัดทํา ประมวลจริยธรรมดังกล่าวเสร็จ ท่านประธานที่เคารพ ผมจึงบอกว่า คําว่า จริยธรรม จริง ๆ นั้นมันเปึนอาวุธที่ร้ายกาจ แม้นว่าคําว่า จริยธรรม จะเปึนนามธรรม แต่เมื่อกล่าวหา ใครนั้นมันต้องมีคุณสมบัติ มีเนื้อหา มีมาตรฐานที่จะดําเนินการ ผมจึงเรียนท่านประธาน ไปยังคณะกรรมการว่าทุกกระบวนการ เมื่อองค์กรนี้จัดตั้งขึ้นก็ควรที่จะตรวจด้วย ความเสมอภาคกัน อย่างน้อยที่สุดองค์กรนี้จะมีทางออกหนึ่งของสังคมที่บอกว่า เปึนองค์กรที่มีทางเปึนคุณมากกว่าเปึนโทษ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผมจึงเห็นว่ามีความสําคัญ

ส่วนเรื่องร่างพระราชบัญญัติสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. .... ผมจึงมี ความเห็นอยู่ข้อเดียวแหละครับว่า คณะกรรมการผู้ตรวจการแผ่นดินนั้นเรามีบทเรียน ของสภาในการเลือกผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินไปร่าง ระเบียบปฏิบัติวิธีการสรรหา วิธีการคัดเลือก แล้ววันดีคืนดีก็คือว่าเมื่อร่างระเบียบกําหนด คุณสมบัติของผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน คนที่เปึนคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินที่ไป ร่างระเบียบอยู่ด้วยนั้นดันลาออกมาสมัครเปึนผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน จนกระทั่ง เกิดปัญหาเสนอ ๓ คนให้ ส.ว. ความจริงให้เสนอคนเดียว กลายเปึนปัญหาไม่จบสิ้น เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่าเมื่อร่างพระราชบัญญัติสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งให้ อํานาจคณะกรรมการผู้ตรวจการแผ่นดินเปึนผู้เลือกนั้น จะร่างระเบียบอย่างไรก็ตาม อย่าให้เกิดปัญหาเหมือนกับคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินที่ระเบียบปฏิบัติ เพราะเรา เคยมีปัญหา ปัญหาเวลาจะเอามาตรฐานทางกฎหมายมันก็ไปแก้ไขกับทุกคนไม่ได้ บางคนใช้มาตรฐานทางกฎหมายไปแก้ได้ บางคนมีมาตรฐานเหนือกว่ากฎหมายก็ไป แก้ไขอะไรไม่ได้ เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่านี่จะเปึนบทเรียนที่สําคัญ

ประเด็นที่ผมฝากเปึนประเด็นสุดท้ายก็คือว่า ร่างพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. .... รวมกระทั่งร่าง พ.ร.บ. สํานักงาน ผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. .... นั้น ความจริงน่าจะอยู่ด้วยกัน แต่ว่าทั้ง ๒ ส่วนนี้จะเปึน ประโยชน์ และขณะเดียวกันอย่างที่ผมบอกว่าโดยเนื้อหาสาระมีประโยชน์มากกว่า ที่จะเปึนโทษกับใคร เพราะองค์กรนี้มันเปึนเรื่องของคนที่จะเกิดขึ้นกับประโยชน์ แต่หลาย ๆ บางมาตรานั้นก็คงจะต้องไปแปรญัตติกันในขั้นของกรรมาธิการ โดยเฉพาะ อย่างที่ผมบอกว่าในมาตรา ๑๗ ผมไม่อยากให้มี จะเปึนกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ฉบับใดที่จะไปละเว้นให้กับผู้ปฏิบัติ เพราะผมเชื่อว่าถ้าผู้ปฏิบัติมีหน้าที่ปฏิบัติ และปฏิบัติชอบ ไม่จําเปึนจะต้องมีมาตรานี้เลย ขอขอบพระคุณมากครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านสุวโรชครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม สุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ผมขออภิปรายเพื่อสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. .... ท่านประธานที่เคารพ เราต้องยอมรับความจริงครับว่า องค์กรผู้ตรวจการแผ่นดินนั้นเปึนองค์กรที่มีคุณค่าและมีประโยชน์ ประโยชน์ในที่นี้ ต้องกราบเรียนครับว่าประเทศไทยไม่ใช่มีเฉพาะกรุงเทพมหานคร กรุงเทพมหานครไม่ใช่ ประเทศไทย แต่ประเทศไทยคือคนทั้ง ๗๖ จังหวัด ผมสะท้อนปัญหาตรงนี้เพื่อจะ กราบเรียนว่าจริงอยู่ชื่อองค์กรผู้ตรวจการแผ่นดินเปึนไปตามเกียรติในระบบกฎหมาย รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันคือ ป้ ๒๕๕๐ เดิมนั้นมีคําว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา เพราะฉะนั้นองค์กรนี้ไม่ใช่องค์กรใหม่แต่ประการใด ต้องยอมรับความเปึนจริงว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้นท่านได้สร้างประโยชน์ในการสร้างความเปึนธรรมให้กับ พี่น้องประชาชนในการเข้าถึงข้อมูล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งในส่วนตรงนี้จริงอยู่หลายเรื่อง ถ้าหากอยู่ในกระบวนการยุติธรรมท่านไม่สามารถเข้าไป เกี่ยวข้องหรือเข้าไปก้าวล่วงในสิ่งดังกล่าวนั้นได้ก็จริงอยู่ แต่ท่านได้กรุณาให้ข้อเสนอแนะ ให้ความเปึนธรรมกับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องประชาชนที่อยู่ในภูมิภาค ต่าง ๆ ผมกราบเรียนตรงนี้เพื่อจะเรียนกับท่านประธานว่า ผมเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในสภาแห่งนี้มานานพอสมควร และองค์กรตรงนี้เปึนองค์กรที่มีประโยชน์ต่อพี่น้อง ประชาชน ผมแสดงความคิดเห็นเรื่องดังกล่าวนี้ด้วยเจตนาที่สุจริต ไม่มีเจตนาแอบแฝง ประการใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นทางการเมืองสําหรับผมไม่มี กระผมกราบเรียนว่า สิ่งที่ผมเปึนห่วงและผมกังวลต่อร่างกฎหมายฉบับนี้ก็คือ ทําอย่างไรที่จะให้มีเครือข่าย ในการที่จะออกไปบริการในการรับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในการเข้าถึง การบริการรับใช้ขององค์กรของท่านให้มากขึ้น ซึ่งเมื่อสักครู่นี้ผมก็ได้กราบเรียน ต่ออาจารย์ศรีราชาไป เปึนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นสําหรับพี่น้องประชาชนที่อยู่ในต่างจังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคต่าง ๆ จังหวัดชุมพรก็เปึนจังหวัดหนึ่งที่ต้องการ ความยุติธรรมจากผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งการที่จะไปรับเรื่องราวร้องทุกข์ของพี่น้อง ประชาชนเหล่านี้ในบางครั้งเขามาด้วยความยาก มาด้วยความลําบาก ทําอย่างไรที่เขา จะเข้าถึงองค์กรของท่าน การสร้างเครือข่ายของผู้ตรวจการแผ่นดินตรงนี้เปึนเรื่องที่ผมมี ความกังวลเพราะอยากจะให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ในภูมิภาคในต่างจังหวัดได้มีโอกาส ใช้องค์กรผู้ตรวจการแผ่นดินในการสร้างความเปึนธรรมให้เกิดขึ้นในสังคม ประเด็นของ ปัญหาก็คือว่าเครือข่ายต่าง ๆ ขององค์กรของท่านในขณะนี้ ผมยังมองว่าตลอดระยะเวลานั้น ยังไม่ครอบคลุมกว้างไกลแล้วก็ทั่วถึงให้กับพี่น้องประชาชนได้ดีเท่าที่ควร ดังนั้นเปึนประเด็น ของปัญหาที่อยากกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังผู้เสนอร่างกฎหมายฉบับนี้ว่า ผมอยากจะฟังจากท่านว่าท่านมีแนวคิดในการที่จะบริการในการรับความเปึนธรรม ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่อยู่ในภูมิภาคต่าง ๆ ได้อย่างไรให้ทั่วถึง เท่าเทียม และมีความยุติธรรม แล้วสิ่งที่ผมกราบเรียนต่ออาจารย์ศรีราชาไปเมื่อสักครู่นี้ครับ ถ้าท่านจะได้กรุณาตอบในที่ประชุมสภาแห่งนี้ว่าเรื่องดังกล่าวของชาวบ้านที่ฝากผมมายัง ผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งใช้เวลาประมาณเกือบเดือนแล้วชาวบ้านเขาเดือดร้อนครับ แล้วเปึนประเด็น ๒ แง่ ๒ ง่าม แง่หนึ่งก็คือเปึนเรื่องตรวจสอบนโยบายของรัฐบาล เกี่ยวกับการตัดไม้ทําลายป์าตามนโยบายของรัฐบาล แต่พี่น้องประชาชนครับ เวลาเขาไปปลูกปาล์มปลูกยางไม่มีใครว่า เวลาใส่ปุิยก็ไม่มีใครว่า แต่เวลาเขาจะเอาปาล์ม ไปขาย เขาจะเอาน้ํายางพาราไปขายเพื่อเลี้ยงครอบครัวของเขาเขาถูกจับ มันจะเปึนธรรม กับเขาหรือครับ สิ่งดังกล่าวเหล่านี้เขาไม่รู้จะพึ่งใคร เพราะกระบวนการในการดําเนินการ ในเรื่องนี้ก็คือมาจากท่านผู้ว่าราชการจังหวัด มาจากท่านนายอําเภอซึ่งรับนโยบายมาจาก รัฐบาล เพราะฉะนั้นการแถลงนโยบายของรัฐบาลเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวนี้มันต้องหมิ่นเหม่ว่า อยู่ในอํานาจของผู้ตรวจการแผ่นดินหรือไม่ ดังนั้นจะออกมุมแดงหรือมุมดําหรือมุมขาว ผมคิดว่าระยะเวลาที่เขาร้องเรียนมายังผู้ตรวจการแผ่นดินตรงนี้แหละควรจะมีข้อจํากัด เกี่ยวกับเวลาในการรับเรื่อง แล้วจะตอบรับในเรื่องดังกล่าวว่าอยู่ในกรอบอํานาจหน้าที่ ของท่านแค่ไหนเพียงไรในระยะเวลาพอสมควรด้วย และผมดีใจครับ ในร่างกฎหมาย ฉบับใหม่ การร้องเรียนไม่จําเปึนจะต้องร้องเรียนเปึนลายลักษณ์อักษร ท่านสามารถ เป่ดเกมรุกกับปัญหาได้เลย เมื่อเห็นว่าปัญหาดังกล่าวนั้นเปึนปัญหาที่มีความจําเปึนในการสร้างความเปึนธรรม ให้เกิดขึ้นกับส่วนรวม ท่านสามารถที่จะดําเนินการในการสืบสวนสอบสวนเรื่องดังกล่าวได้ ตรงนี้ก็จะเปึนอีกส่วนหนึ่งในการที่จะทําให้สังคมได้รับความเปึนธรรมจากองค์กรของท่าน แต่ประเด็นของปัญหาก็คือว่า ความจําเปึน ความสําคัญในเรื่องดังกล่าวนั้นแค่ไหน เพียงใด ผมเปึนห่วงตรงนี้ว่าท่านกล้าจริงหรือเปล่า เมื่อเกิดปัญหาขึ้นมาท่านกล้า ที่จะไปรับลูกเพื่อสร้างความเปึนธรรมในความสําคัญต่อส่วนรวมตรงนั้นได้จริงหรือไม่ เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังผู้เสนอร่างด้วยข้อจํากัด ทางด้านเวลาเพียงแค่นี้ครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านทองดีครับ

นายทองดี มนิสสาร อุดรธานี 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายทองดี มนิสสาร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคพลังประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. .... ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๔๒ ที่ได้บัญญัติการตรากฎหมาย ผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้ตัด ของรัฐสภา ออกไป พระราชบัญญัติฉบับนี้ที่เข้าสู่สภานั้น หลายท่านได้อภิปรายไปแล้วเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดิน เพราะฉะนั้น การที่หน่วยงานภาครัฐหรือหน่วยราชการที่ปฏิบัติตามกฎหมายบางครั้งบางเวลานั้น การที่กระจายอํานาจหรือการให้ข้อมูลตรงนี้ไปกับพี่น้องประชาชนส่วนรอบนอกหรือว่า ผู้ที่อยู่ห่างไกลนั้น จะเปึนไปได้ไหมที่จะควบคุมถึงที่หลายท่านได้อภิปรายไปแล้วว่า หน่วยงานหลายหน่วยงานที่ถูกร้องเรียนอยู่เดี๋ยวนี้มีปัญหามาก อย่างเช่น องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นหรืออํานาจหน้าที่ของพี่น้องประชาชนได้ถูกตัดสิทธิลิดรอนไปนั้น มาตรา ๒๖๖ ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญได้ห้ามตัวแทนของพี่น้องประชาชนหรือสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแทรกแซงเพื่อประโยชน์ของตนเองหรือผู้อื่น ตรงนี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้รับหนังสือร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนมากที่สุดก็คือ ๑. การหลอกลวงไปทํางาน ต่างประเทศ ตรงนี้ทางผู้ตรวจการแผ่นดินนั้นจะได้รุกเข้าไปถึงไหม เข้าตรวจสอบได้ไหม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นคือองค์กรหนึ่งซึ่งเปึนองค์กรที่ผมอยู่ในพื้นที่มาตลอดนั้น ไม่ใช่ว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกองค์กรจะมีการทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption) แต่ตรงนี้เปึนการล่อแหลมมากที่สุด เพราะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นคือเปึนผู้บริหาร งบประมาณ ดูแลทุกข์สุขพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นมาตรา ๒๗๙ มาตรา ๒๘๐ ของกฎหมายรัฐธรรมนูญ ผมคนหนึ่งที่ได้เปึนคณะกรรมาธิการวิสามัญประมวลจริยธรรม ซึ่งพิจารณาจบตอนเช้านี้ มาตรา ๒๗๙ นั้น ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญได้กําหนดชัดเจนว่า มาตรฐานทางจริยธรรมของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่ละประเภท เพราะฉะนั้นส่วนนี้ก็ถือว่าผู้ตรวจการแผ่นดินมีอํานาจในการที่จะดูแล หมวดประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นตัวผู้ที่เปึนประธานผู้ตรวจการแผ่นดินนั้น อิสระขนาดไหนเพียงใดที่ท่านจะ ตรวจสอบองค์กรที่จะเปึนองค์กรของรัฐที่มีอํานาจในตรงนี้ หลายภาคส่วนหลายท่าน ได้ออกมาชี้แจงแล้วก็ออกมาอภิปรายในสภาแล้วว่า องค์กรอิสระมีอํานาจในการตรวจสอบ หน่วยงานแต่ละหน่วยงานที่จะดําเนินการเพื่อความเปึนอยู่ ความบริสุทธิ์ของพี่น้อง ประชาชน ที่ผ่านมาเมื่อกี้นี้หลายท่านก็ได้อภิปรายไปแล้วว่า บุคคลที่เปึนตัวแทนของ หน่วยงานของรัฐหรือเปึนองค์กรอิสระโดยตรงนั้นก็ยังออกมาแสดงพฤติกรรมที่เราดูว่า ล่อแหลมต่อการเสี่ยงที่จะถูกพี่น้องประชาชนได้จับตาดูว่าท่านบริสุทธิ์จริงไหม ถ้าได้ ทําตามที่ท่านมีอํานาจหน้าที่จริงไหมหรือท่านมีอํานาจอื่นแฝงอยู่ คําว่า จริยธรรม หรือหมวด ๑๓ จริยธรรมของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐเหมือนกันว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพวกเราที่อยู่ตรงนี้ ที่ตัดคําว่า รัฐสภา ออกไปผมเสียใจตรงนี้ เพราะฉะนั้นคําว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คือตัวแทนของพี่น้องประชาชน ๔๘๐ ท่าน ในตรงนี้ทุกคนที่มาก็คือมาจากตัวแทนของพี่น้องประชาชนทั้งนั้น เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ ก็ถือว่าการดูแลตรงนี้ผมเห็นด้วยว่าเราจะกระจายถึงท้องถิ่นถึงภูมิภาคได้ขนาดไหนเพียงไร อยากเห็นว่าหน่วยงานของรัฐ พี่น้องประชาชนกว่าจะเดินทางมาร้องเรียนตรงนี้ได้นะครับ ปัญหาในพื้นที่ในชนบทนั้นเปึนที่ห่างไกลจากหน่วยงานที่ผู้ตรวจการแผ่นดินอยู่ตรงนี้ เพราะฉะนั้นในเมื่ออํานาจต่าง ๆ ที่เราได้ให้อํานาจแก่ท่านแล้ว ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่กําหนดไว้ เพราะฉะนั้นกว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะเข้ามาสู่ สภาผู้แทนราษฎรเพื่อจะนําไปสู่การปฏิบัติ พี่น้องประชาชนเดี๋ยวนี้กว่าถั่วสุกงาก็ไหม้ เพราะกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ผ่านมานั้นได้กําหนดทิศทางมาดีแล้วว่า คําว่า สภา คือตัวแทน ของพี่น้องประชาชน คําว่า แผ่นดิน ก็คือแผ่นดินของพี่น้องประชาชน แต่พี่น้องประชาชน จะได้มีการเข้าถึงตรงนี้ได้ขนาดไหนเพียงไร ใครเปึนคนร้องทุกข์ ใครเปึนเจ้าภาพ ใครที่เปึน ผู้ดําเนินการในส่วนนี้ เพราะฉะนั้นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเปึนตัวแทนของพี่น้อง ประชาชนได้ไหม ในภาคส่วนนี้จะเข้ามาเปึนตัวแทนในการร้องทุกข์หรือให้พี่น้อง ประชาชนร้องเอง ถ้ามาร้องเองก็ถือว่าเปึนการแทรกแซงตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๖ ไหมครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้คือตราสังที่กําหนดให้สมาชิกหรือสภาผู้แทนราษฎร ตัวแทนพี่น้องประชาชน ๖๐ กว่าล้านคน ไม่สามารถที่จะดําเนินการอะไรตามความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนได้ ท่านประธานที่เคารพ เมื่อกี้นี้ผมก็ได้รับโทรศัพท์ความจําเปึน เดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเดี๋ยวนี้ถูกลอยแพอยู่ต่างประเทศ ๒ ป้ที่ผ่านมาการหลอกลวง แรงงานต่างประเทศจะมีมากที่สุดในพื้นที่ในท้องถิ่น แล้วก็มีการที่เปึนแรงงานแฝง เกี่ยวกับการแต่งงานกับชาวต่างประเทศ มีนายหน้าค้ามนุษย์ เพราะฉะนั้นผู้ตรวจการแผ่นดิน มีส่วนตรงนี้ไหม ใครจะเปึนเจ้าภาพในการร้องตัวแทนพี่น้องประชาชน ปัญหาเกิดในพื้นที่ ท้องถิ่นที่มีปัญหาที่เราถูกร้องเรียนมากที่สุดคือ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น กรุงเทพมหานคร พัทยา องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาลหรือองค์การบริหาร ส่วนตําบลคือล้วนแต่เปึนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น เพราะฉะนั้นภาคส่วนใดที่มี อํานาจในการบริหารมากเท่าไร องค์กรนั้นจะมีอํานาจในการตรวจสอบและก็มีการกล่าวหา มากที่สุด เพราะฉะนั้นขอฝากกับท่านประธานด้วยว่า ปัญหาของพี่น้องประชาชนจะได้รับ การแก้ไขนั้น เพราะฉะนั้นในวันนี้กระผมในฐานะที่ได้เปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชน หรือเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนหนึ่งที่ได้มีโอกาสอภิปรายเกี่ยวกับพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. ....เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ขออนุญาตว่า กระผมขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่เข้าสู่สภา เพื่อให้นําไปสู่การปฏิบัติ เพื่อจะได้ดูแลทุกข์สุขพี่น้องประชาชนที่มีปัญหาในเรื่องความเดือดร้อนของตัวเอง หรือของส่วนรวมที่มีก็จะได้นําไปสู่การปฏิบัติในโอกาสต่อไป เพราะฉะนั้นกระผมขออนุญาตอ่านประมวลจริยธรรมข้อ ๙ ให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน มีอํานาจดังต่อไปนี้ (๑) กําหนดแนวทางเกี่ยวกับการจัดทํามาตรฐานทางจริยธรรม (๒) เสนอแนะหรือให้คําแนะนําในการจัดทําหรือปรับปรุงประมวลจริยธรรมของ ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐแต่ละประเภท ตรงนี้สําคัญมากครับ เพราะฉะนั้นการที่มีจริยธรรมนั้นมันเปึนศีล ๕ ข้อ หรือว่าพรหมวิหาร ๔ หิริโอตตัปปะ ความเกรงกลัวต่อบาป ความเกรงกลัวการกระทําผิด เพราะฉะนั้นตรงนี้มันกว้างที่สุด ในคําว่า ประมวลจริยธรรม เพราะฉะนั้นขอให้ท่านที่เปึนองค์กรอิสระมีประมวลจริยธรรม ตรงนี้ด้วย แล้วก็ขอให้ตรวจสอบว่า แม้แต่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีสถานะที่เปึน ตัวแทนพี่น้องประชาชนในสภาผู้แทนราษฎรที่ออกไปสนับสนุนในองค์กรอื่นหรือองค์กร นอกกฎหมายแสดงแนวความคิดเห็นอยู่ข้างถนนนั้นมีความผิดประมวลจริยธรรมตรงนี้ไหม ท่านตรวจสอบได้ไหม ถ้ากฎหมายหรือว่าร่างพระราชบัญญัติตรงนี้ผ่านสภาผู้แทนราษฎร วาระ ๒ วาระ ๓ ไปแล้ว ขอฝากถึงท่านกรรมาธิการที่จะไปยกร่างหรือไปแก้ไขปรับปรุง ตรงนี้ให้ดูว่าหมวดจริยธรรมทั้งหมดมันเปึนภาพกว้างของจริยธรรมคือศีลธรรมอันดีงาม ของบุคคล เพราะฉะนั้นก็ถือว่าทุกหน่วยงานที่ท่านได้ดูแลตรวจสอบตรงนี้จะสําคัญ มากที่สุดคือหมวดจริยธรรม เพราะว่าเปึนการดูแลเพื่อจะให้สังคมมีความสงบสุข และอยู่ดีกินดีของพี่น้อง ขอกราบขอบคุณที่มีโอกาสได้แสดงออกแล้วก็ได้อภิปราย ในส่วนนี้ ขอกราบขอบคุณท่านประธานอีกครั้งหนึ่ง ขอบคุณครับ สวัสดีครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านชินวรณ์ครับ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ต่อร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. .... ผมคิดว่า เปึนกฎหมายที่ผมมีความประสงค์ที่จะได้อภิปรายเพื่อจะได้บันทึกไว้ในสภาแห่งนี้ ด้วยเหตุผลซึ่งเปึนเหตุบันดาลใจมีอยู่ ๒ เรื่องที่จะต้องอภิปรายกฎหมายฉบับนี้

ประการแรก ผมคิดว่าเรานั่งอยู่ในสภาแห่งนี้เราก็จะเห็นอย่างชัดเจนว่า การที่เราต้องการจะสร้างกลไกในทางอํานาจประชาธิปไตยเพื่อให้สนองตอบต่อ ความถูกต้องความเปึนธรรมในแผ่นดินนั้น เราได้ต่อสู้กันในสภาแห่งนี้อย่างยาวนาน เดิมทีเดียวเราต้องการที่จะเห็นกฎหมายศาลปกครองซึ่งยกฐานะของกรรมการกฤษฎีกา ขึ้นมา ท่านประธานก็ต้องยอมรับว่าในช่วง ๑๐ กว่าป้ที่ผ่านมานั้นเปึนเรื่องที่ได้มี การต่อต้านกันพอสมควร แต่หลังจากที่เรามีกฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งผมคิดว่าหลายคน ไม่ได้เอ่ยชื่อถึงนะครับ แต่ผมคิดว่าเปึนจุดเริ่มต้น นั่นคือกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ได้มี การแก้ไข ๒๕ ประเด็น ผมคิดว่าท่านประธานคงจําได้ และบังเอิญผมก็ไปเปึนกรรมาธิการ กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งมาจากคณะกรรมการพัฒนาประชาธิปไตยที่ได้ดําเนินการ ตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาศึกษาแล้วก็มีการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ และโดยเหตุที่ กฎหมายรัฐธรรมนูญดังกล่าวนั้นมีผลบังคับใช้ เราจึงได้มีองค์กรที่เรียกว่าเปึนองค์กร ที่รักษาความเปึนธรรมขึ้นมาอีกองค์กรหนึ่งในกลไกในระบอบประชาธิปไตยของเรา นั่นคือผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาหรือที่เราพูดกันว่าเปึนออมบุดส์แมน แน่นอนที่สุด องค์กรเหล่านี้เกิดขึ้นภายใต้การเมืองในระบอบประชาธิปไตยของเรานั้นมีพรรคข้าราชการ ที่เข้มแข็ง เมื่อเรามีพรรคข้าราชการที่เข้มแข็ง มองอีกมุมหนึ่งก็คือว่าความไม่เปึนธรรม ก็ย่อมที่จะเกิดขึ้นอย่างมากมาย ถ้าเราไปดูพี่น้องประชาชนเราก็จะพบความจริงว่าก่อนที่เราจะมีองค์กรต่าง ๆ ที่จะเข้าไป ตรวจสอบนั้น เราได้พบว่าพี่น้องประชาชนนั้นได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติหน้าที่ ของทางฝ์ายราชการอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเรื่องของการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย หรือปฏิบัติเกินขอบเขตของกฎหมาย หรือไม่ให้ความเปึนธรรมตามกฎหมายที่ประชาชน พึงมีสิทธิได้รับ มาวันนี้ล่วงเลยมา ๑๐ กว่าป้ เรามีกฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ที่ได้มี บทบัญญัติของผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาไว้ชัดเจน และวันนี้ก็เปึนที่น่าดีใจที่เปึน เหตุบันดาลใจให้ผมต้องมาพูดก็คือว่า กฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นได้มีบทบัญญัติ เกี่ยวกับผู้ตรวจการแผ่นดิน ถึงแม้ท่านจะตัดคําว่า ของรัฐสภา ไป ผมก็ไม่ขัดข้อง อันนั้น เปึนเพียงถ้อยคํา แต่ว่าเนื้อหาสาระสําคัญในวันนี้ก็คือว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินได้มีบทบาท มีอํานาจหน้าที่เพิ่มขึ้นตามบทบัญญัติของกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๔๒ นี่คือสิ่งที่ ผมเห็นความก้าวหน้าที่เกิดขึ้นมา ผมอยากเรียนเรื่องนี้ผ่านไปทางเจ้าหน้าที่และ คณะกรรมการผู้ตรวจการแผ่นดินว่า วันนี้เปึนวันเริ่มต้นที่ประชาชนเขาเริ่มเข้าใจว่า ถ้าเขาไปพบที่มาของอํานาจที่ไม่ถูกต้อง เขาต้องมีส่วนสําคัญที่จะต้องมาร้องเรียนกับ กกต. คือคณะกรรมการการเลือกตั้ง นั่นคือต้นทางของอํานาจอธิปไตยในระบอบ ประชาธิปไตยของเรา และถ้าเมื่อไรเขารู้ว่าผู้เข้ามามีอํานาจเข้ามาทุจริตคอร์รัปชัน เขาก็ต้องร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. ซึ่งก็เปึนองค์กรอิสระที่จะต้องมาดําเนินการในเรื่องนี้ และวันนี้มีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้นที่เรามีการพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมืองในตําแหน่งระดับสูงขึ้นมา โดยมีกฎหมายที่รองรับชัดเจน แน่นอนที่สุด ถ้าประชาชนทราบว่าไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเขาก็ต้องฟัองศาลปกครอง ในขณะนี้เขาก็มี ความรู้ในส่วนนี้ และที่ผ่านมาก็พบความเปึนจริงว่าถ้าพี่น้องประชาชนพบว่าข้าราชการ หรือบุคคลที่มีอํานาจทางการเมืองร่ํารวยผิดปกติเขาก็จะฟัอง ปปง. อันนี้ก็เปึนส่วนที่ ประชาชนได้เห็นถึงบทบาทของส่วนนี้ แต่ผู้ตรวจการแผ่นดินนั้นนั่นคือส่วนที่พี่น้อง ประชาชนจะต้องทําความเข้าใจเพิ่มมากขึ้น นี่แหละครับเปึนประเด็นแรกที่ผมอยากจะฝาก ผู้ตรวจการแผ่นดินว่าหน้าที่ของท่านคือต้องประชาสัมพันธ์ เพราะว่าในกรณีที่ข้าราชการ ปฏิบัติตามหน้าที่หรือเว้นการปฏิบัติตามหน้าที่โดยพี่น้องประชาชนไม่ได้รับความเปึนธรรม เขาจึงมีส่วนที่จะร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดินเพราะฉะนั้นผู้ตรวจการแผ่นดินจึงเปึน องค์กรที่มีความสําคัญที่จะมีอํานาจหน้าที่ตามมาตรา ๑๒ นั่นคือ พิจารณาและสอบสวน หาข้อเท็จจริงตามคําร้องเรียนในกรณี การไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย หรือปฏิบัตินอกเหนือ อํานาจหน้าที่ตามกฎหมาย และละเลยไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ของข้าราชการ ซึ่งมีประเด็น สําคัญก็คือว่าผู้ร้องเรียนหรือประชาชนไม่ได้รับความเปึนธรรม นี่แหละครับจึงจะเข้า กรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินจะต้องดําเนินการ เรื่องเหล่านี้ในสังคมโดยทั่วไปของเรา ท่านประธานครับ เราจะพบความเปึนจริงว่าได้เกิดขึ้นกับประชาชนคนแล้วคนเล่า โดยเฉพาะประชาชนที่อยู่ในชนบทห่างไกล ประชาชนที่ขาดความรู้ความเข้าใจ ในสังคม ของเรานั้นแน่นอนที่สุดเมื่อเขาไม่ได้รับความเปึนธรรมเช่นนี้ไม่มีหนทางที่จะไป เพราะคนที่ไม่ได้รับความเปึนธรรมนั้นส่วนใหญ่ก็จะเปึนคนที่ด้อยโอกาสอยู่แล้ว

ประการที่ ๒ นอกจากว่าผมจะฝากผู้ตรวจการแผ่นดินในเรื่องประชาสัมพันธ์ ให้พี่น้องประชาชนได้รู้จักบทบาทอํานาจหน้าที่ของท่านแล้ว ก็คือว่าต้องให้รู้จัก กระบวนการในการที่จะร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน แน่นอนที่สุด โดยความเคยชิน ของพี่น้องประชาชน เวลาเรามีปัญหาในทางข้อกฎหมาย มีปัญหาในทางคดีเราก็ต้อง ไปหาทนายความแล้วจึงจะได้ดําเนินการตามกระบวนการยุติธรรม แต่ว่าท่านเปึน ผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งท่านจะต้องดําเนินการในเรื่องของความไม่เปึนธรรม ผมคิดว่า นี่แหละคือยุทธศาสตร์ในเชิงรุก เมื่อกี้มีเพื่อนสมาชิกในสภานี้อภิปรายว่าทําอย่างไร ที่จะให้ผู้ตรวจการแผ่นดินนั้นใช้อํานาจหน้าที่ของท่านที่มีอยู่นี้เข้าไปค้นหาความเปึนจริง หรือสร้างเครือข่ายในวงการของพี่น้องประชาชนที่เขาไม่ได้รับความเปึนธรรม ให้เขาสามารถ ที่จะได้รับความเปึนธรรมได้ ถึงแม้ว่าโดยกฎหมายที่มีบทบัญญัติเอาไว้ในการที่จะร้องเรียน ที่จะกระทําได้โดยง่าย ผมเข้าใจว่าก็เปึนกระบวนการที่สามารถที่จะร้องเรียนเปึนหนังสือ หรือว่าร้องเรียนด้วยวาจา หรือวิธีการอื่นได้อยู่แล้วตามที่ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน จะเปึนคนกําหนด แต่อย่างไรก็ตามผมคิดว่าคนที่ด้อยโอกาสนั้นแม้แต่โอกาสที่เขาจะ ร้องเรียนนั้นก็มีน้อยมาก ถ้าเราจะไปค้นหาความเปึนธรรมจริง ๆ ถ้าผู้ตรวจการแผ่นดิน จะดํารงไว้ซึ่งความเปึนธรรมจริง ๆ อันนี้จะเปึนเรื่องที่สําคัญ เปึนประเด็นที่สองทั้งหมดนี้ ที่ผมอยากจะกราบเรียน เพราะว่ากระทบต่อความเปึนอยู่และวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชน ที่ผู้ตรวจการแผ่นดินควรจะให้ความเปึนธรรม และเป่ดยุทธการเชิงรุกและมีการประชาสัมพันธ์ อย่างทั่วถึงจริง ๆ

ประการที่ ๓ ที่ผมคิดว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นได้ให้อํานาจ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งผมคิดว่าก็เปึนอํานาจใหม่ที่จะทําให้ผู้ตรวจการแผ่นดินนั้น ได้เปึนที่รู้จักกว้างขวางมากขึ้น นั่นคืออํานาจที่ผู้ตรวจการแผ่นดินอาจเสนอเรื่องต่อ ศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองได้ ตรงนี้สําคัญครับ วันนี้จะต้องยอมรับความเปึนจริง เช่น ผมเองนั้นใกล้ชิดกับศาลปกครองจังหวัดนครศรีธรรมราช เราก็พบความเปึนจริงว่า ท่านต้องดูแลเขตบริการทางคดีหลายจังหวัดในส่วนที่รับผิดชอบ แน่นอนที่สุดครับ ยังมีบางคดีที่หลงเหลืออยู่ ที่ประชาชนนั้นเห็นว่าไม่กล้าที่จะนําไปฟัองต่อศาลปกครอง ผมคิดว่าตรงนี้จึงเปึนเรื่องที่ทางผู้ตรวจการแผ่นดินสามารถที่จะไปอุดช่องโหว่ ในการดําเนินการว่า กฎ ข้อบังคับ หรือระเบียบ คําสั่ง หรือการกระทําอื่นใดของบุคคล ตามมาตรา ๑๒ มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบธรรมด้วยรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมาย หรือในกรณีที่จะต้องดําเนินการในการที่จะต้องให้ศาลปกครองได้พิจารณา ผมคิดว่า ตรงนี้ผู้ตรวจการแผ่นดินเหมือนกับเปึนโจทก์ร่วมให้กับพี่น้องประชาชนได้ ผมจึงอยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่า ถ้าหากว่าผู้ตรวจการแผ่นดินจะได้เป่ดยุทธการในเชิงรุกเช่นนี้ ก็จะเปึนการสร้างประโยชน์

ประการสุดท้ายที่ผมอยากจะกราบเรียน และผมคิดว่าคงเปึนความคาดหวัง ที่ค่อนข้างจะยากมาก ผมเรียนแบบตรงไปตรงมาว่า ถึงแม้จะมีบทบัญญัติไว้ชัดเจน ที่จะให้ผู้ตรวจการแผ่นดินนั้นมีอํานาจในการตรวจสอบจริยธรรม มีอํานาจหน้าที่ในการ ดําเนินการเกี่ยวกับจริยธรรมของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามมาตรา ๒๗๙ วรรคสาม และมาตรา ๒๘๐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมืองในขณะนี้เราต้องยอมรับความเปึนจริงว่า เริ่มต้นจากท้องถิ่นขนาดเล็กที่สุด ก็คือ องค์การบริหารส่วนตําบล เทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด จนมาถึงนักการเมือง ในสภาแห่งนี้ การที่เราจะวางแบบทางจริยธรรม ผมคิดว่าเปึนเรื่องที่ค่อนข้างจะมี ความสําคัญในสังคมไทยในขณะนี้ แม้แต่เพื่อนสมาชิกหลายฝ์ายที่อภิปรายในสภานี้ เราก็พบความเปึนจริงว่าบางทีการที่เราจะเข้าใจถึงการสร้างแม่แบบทางจริยธรรมนั้น ยังมืดมน เพราะในวันนี้การตัดสินปัญหาในเชิงสังคมและโครงสร้างทางสังคมนั้น สังคมไทยมักจะเปึนสีเทา ผมน้อยใจมากที่มีเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ใช้คําพูด ในการดําเนินการทางการเมืองของพี่น้องประชาชนว่า ข้างถนน ผมคิดว่าความจริง การดําเนินการทางการเมืองในภาคประชาชนนั้นก็จะมีส่วนสําคัญไม่ว่าเขาจะดําเนินการ ทางการเมืองในรูปแบบใด แต่ว่าเราในฐานะที่เปึนนักการเมืองในระบบ เราก็มี ความจําเปึนที่จะต้องมาทําหน้าที่ในส่วนของนักการเมืองในระบบนั้นให้เกิดแม่แบบ ทางจริยธรรมได้อย่างไร ผมคิดว่าตรงนี้ผมอยากจะฝากไปยังผู้ตรวจการแผ่นดินว่า ท่านควรจะดําเนินการในส่วนของการที่จะกําหนดการตรวจสอบจริยธรรมของผู้ดํารง ตําแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ถ้าไม่สามารถที่จะดําเนินการตรงนี้ได้ ผมคิดว่าอํานาจหน้าที่ที่บทบัญญัติของกฎหมายรัฐธรรมนูญได้กําหนดเปึนบทบัญญัติ ที่ให้เพิ่มขึ้นแตกต่างจากบทบัญญัติเดิมนั้นก็คงจะไร้ความหมายไป ผมจึงขออนุญาต ที่จะฝากย้ําและให้กําลังใจกับผู้ตรวจการแผ่นดินที่จะดําเนินการให้เปึนไปตามบทบัญญัติ ของกฎหมายรัฐธรรมนูญ และบทบัญญัติในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เรากําลัง จะเห็นด้วยในหลักการในวันนี้ครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านไพจิตครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน นครพนม 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคพลังประชาชน ร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. .... ฉบับนี้ปึนกฎหมายที่นักการเมือง ที่สัมพันธ์อยู่กับพี่น้องประชาชนเฝัารอคอยจากการที่ได้เห็นการปฏิบัติต่อพี่น้องประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อนในการทําหน้าที่ของผู้แทนราษฎร ผมเห็นว่าเจตนารมณ์หลัก ของกฎหมายผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาเดิมยังเปึนภารกิจหลักของร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้อยู่ เราเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นก็ปรึกษาหารือกันว่าจะทําอย่างไรเมื่อข้าราชการ ที่ทําภาระปฏิบัติหน้าที่ไม่ตรงไปตรงมา ร้องผู้แทน มีคณะกรรมาธิการศึกษาให้แก้ไข ก็ไม่ค่อยไปไม่ค่อยมา ท้ายสุดเราก็มีกฎหมายผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาขึ้นสังกัด ผูกพันซึมซับต่อจิตวิญญาณในการทําหน้าที่เฉกเช่นความเดือดร้อนของผู้แทนราษฎร ผมภูมิใจในช่วงที่เห็นภารกิจที่ท่านทํามาจากป้ ๒๕๔๒ มาจนถึงป้ ๒๕๕๐ เวลา ๘ ป้ ภารกิจเหล่านี้เขาเรียกว่าผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา ชุดนี้เปึนชุดที่ ๒ ก็ได้ทํา คุณประโยชน์กับคนยากคนจนอยู่เยอะ ถ้าดูภารกิจในการที่ท่านทํารายงานต่อสภา แต่ก็น่าเสียดายนะครับ มี ๓ ท่าน คณะกรรมการผู้ตรวจการแผ่นดิน ตัวท่านประธาน ต้องเคารพว่าท่านได้ทุ่มเททํางาน แล้วก็มีข้อที่น่ายกย่องทั้ง ๓ ท่าน แต่กรอบงานปัญหา ของประชาชนไม่ได้ลดน้อยถอยลง มันเปึนเพียงเบรก มันเปึนจุดเปลี่ยนที่จะไปกํากับ ควบคุมเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ผู้แทนราษฎรไปเจอ ประชาชนไปเจอไปพบ เพราะฉะนั้นเมื่อตัด คําว่า ของรัฐสภา ออกไป ถ้าย้อนหลังไปดู ผมเข้าใจว่าคณะสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ คงจะเห็นว่าถ้าผูกพันกับเพียงรัฐสภา ภารกิจของประชาชนมันค่อนข้างมีมาก แต่ว่า ก็อยากให้มีกรอบงานที่เพิ่มขึ้นอีก ๓-๔ ส่วนที่เปึนงานใหญ่ ๆ ทั้งนั้น ผมไม่เห็นด้วย หรอกครับท่านประธาน ผมยังอยากให้องค์กรนี้ทุ่มเทเกี่ยวกับการร้องทุกข์แก้ปัญหา ของพี่น้องประชาชนที่ได้รับการปฏิบัติจากบรรดาส่วนราชการ ส่วนงานที่เกี่ยวข้อง ที่เกิดความเดือดร้อนต่อพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ เรื่องที่ต้องทําเพิ่มเติม ซึ่งเปึนเรื่องใหญ่ผมก็ไม่ได้ขัดข้อง ถ้าความเปึนมาว่าเลขาธิการสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เผอิญได้รับแต่งตั้งไปเปึนคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ แล้วก็เอาภารกิจอีก ๓-๔ อย่างมาเพิ่มเติมตามร่างกฎหมายที่เสนอเข้ามา เพื่อจะให้เปึนองค์กรที่ไปทําภารกิจ เพิ่มขึ้น ถ้าหากสามารถทําตามภารกิจอันที่ ๑ ได้ลุล่วง ปัญหาของพี่น้องประชาชนที่เรา ได้เฝัาได้คิดได้ยกร่างตั้งตุ๊กตาจนเปึนยกร่างกฎหมาย ต้องขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานว่า เมื่อป้ ๒๕๓๘ ผมเปึนประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร มีท่านวันมูหะมัดนอร์ มะทา เปึนประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้มีโอกาสไปดูงานการยกร่าง การทํา เพื่อจะแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนในเรื่องของผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา หลายประเทศ เสร็จแล้วก็เห็นภารกิจการเติบโตที่เกิดขึ้นก็ยังไม่ได้ประเมินว่าได้บรรลุ ภารกิจหลัก ก็คือการร้องทุกข์ต่อการแก้ปัญหาแล้ว เพราะหลายส่วนที่ท่านไปตรวจไปดู ก็เกิดการตื่นเต้น เกิดการที่จะแก้ไข แต่หลายส่วนก็ยังไม่ได้ทําให้เกิดสมประสงค์กับพี่น้อง ประชาชนต่อสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น ผมยกตัวอย่างครับท่านประธาน ผมอยากฝาก เรื่องการบุกรุกที่สาธารณะดงคัดเค้า ตําบลนาหนาด อําเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม ที่ท่านคณะกรรมการผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาเดิมไปตรวจสอบ วันนี้ก็ยังบุกรุก เจ้าหน้าที่ตํารวจไม่กล้าจับกุม ท้ายสุดก็จะเปึนการยักย้ายถ่ายเขาไปยังกลุ่มนายทุน ปัญหาเหล่านี้มีเยอะแยะครับ ท่านประธานผู้ตรวจการแผ่นดินกรุณาช่วยติดตามดูว่า ภารกิจเหล่านี้อย่าให้เปึนลมพัดผ่าน พอท่านตรวจเสร็จเสนอข้อแก้ไข แล้วมีการติดตาม เพื่อจะไปทําให้มันเกิดการสมประโยชน์ของประชาชน นั่นคือความสําเร็จของเจตนารมณ์ ของกฎหมายในการมีผู้ตรวจการแผ่นดิน แม้นจะได้พัฒนามาเปึนผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ตัดคําว่า ของรัฐสภา ออก ในชั้นของการทํางานผมยังเชื่อว่าภารกิจการร้องทุกข์ร้องเรียน ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับจากเจ้าหน้าที่ของรัฐยังเปึนเรื่องหลักอยู่ ยังเปึนงานหลักของคณะกรรมการผู้ตรวจการแผ่นดิน ท่านประธานครับ ผมไม่เห็นด้วย ที่จะต้องเพิ่มภารกิจในเรื่องการที่จะต้องทําการตรวจสอบดําเนินการเกี่ยวกับจริยธรรม ตามภารกิจเพิ่มเติมมาของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ฝากคณะกรรมาธิการได้ทบทวน ด้วยครับ แม้นว่าเราไม่สามารถที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะมีปัญหาอุปสรรค มากมาย แต่ว่าก็ยังเปึนภารกิจที่ไม่อยากให้เปึนภาระเพิ่มเติมเข้ามา เขียนไว้ค่อนข้าง ชัดว่าจะต้องกําหนดมาตรฐานแนวทางเกี่ยวกับการจัดทํามาตรฐานทางจริยธรรม ผมเข้าใจว่าแม้นท่านจะบอกว่าทํากรอบกว้าง ๆ แต่ว่าให้องค์กรที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเปึน นักการเมืองหรือข้าราชการได้ไปกําหนดทํากันเอง แต่ว่าภารกิจอันนี้มันเปึนเรื่องละเอียดอ่อน ผมเข้าใจว่าแม้นจะเปึนนโยบายของรัฐบาลที่ผ่านมา มีการยกร่างว่าจะต้องยกมาตรฐาน คุณธรรมก็เปึนที่ถกเถียงกันอยู่ ผมคิดว่านักการเมืองก็มีสถาบัน นักการเมืองก็มีเกียรติ ไม่ใช่ผู้ร้ายชายโจร คนที่ใฝ์ฝันที่อยากเปึนนักการเมืองในหัวใจของประชาชนก็มี กรอบจริยธรรมที่เปึนแบบฉบับอยู่ไม่น้อย สภาผู้แทนราษฎรผมเข้าใจว่าวันนี้คณะกรรมการ ประมวลจริยธรรมที่ยกร่างกัน แม้นมีมาอยู่ทุกยุคทุกสมัย แต่คราวนี้ก็ทําละเอียดรอบคอบ จากสัดส่วนพรรคการเมือง ผมคิดว่าน่าจะเปึนมาตรการที่จะกํากับควบคุม หรือเปึนจารีต ที่จะกําหนดกรอบความประพฤติของฝ์ายการเมืองเรา แม้นบทลงโทษที่บอกว่าจะต้อง ดําเนินการในการจับกุม คุมขัง ดําเนินคดี ถ้าหากฝ์าฝ๋นมันมิได้เปึนรูปธรรม แต่ผมเชื่อว่า สถานะขององค์กรแต่ละองค์กรมีบรรทัดฐานในการดําเนินการ ท่านประธานครับ การกําหนดแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงต้องเปึนไปตามระบบคุณธรรม นี่ก็เขียนไว้อีก ระบบคุณธรรม จริยธรรมขององค์กรเขามีผู้บริหารองค์กรนะครับ ผู้ตรวจการแผ่นดิน เข้าไปควบคุม เผลอ ๆ พวกเราที่จะไปยักย้ายถ่ายคนซึ่งเปึนภาระในการบริหารงานบุคคลเหมือนกัน ถ้าจะต้องเคร่งครัดตามกฎหมายมันจะไม่ก้าวล่วงเข้าไปแทรกแซงกันหรือ แล้วองค์กร จะอยู่อย่างไร กรอบมาตรฐานพวกนี้เปึนรายละเอียดทั้งหมด ผมจึงคิดว่าภารกิจเดิม ของผู้ตรวจการแผ่นดินก็หนักหนาสาหัสอยู่แล้ว ภารกิจในการที่จะมาเปึนผู้ดําเนินการ ทางวัฒนธรรมของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองและข้าราชการทั่วไป ผมคิดว่าเปึนภารกิจ ที่กว้างขวาง แบกโลกทั้งโลกเช่นเดียวกัน ท่านมีหัว ๆ ที่เขาเรียกว่า สูงสุดขององค์กรคือ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ๓ ท่านครับ แค่เรื่องที่เปึนเรื่องร้องทุกข์ร้องเรียน ความทุกข์ของ ประชาชนที่ไม่ได้รับความเปึนธรรม ข้าราชการปฏิบัติไม่ถูก ปัญหาทั้งหลายก็ยังไม่ได้รับ การคลี่คลาย แม้นว่าจะได้พัฒนาขึ้น ๆ เปึนช่องความหวังที่ประชาชนได้มีเจ้าภาพ ในการแก้ปัญหา

เรื่องสุดท้าย ที่ผมเห็นว่าเปึนภารกิจที่เกินขีดความสามารถขององค์กรนี้ จะต้องเข้าไปทํา ไม่ว่าจะเปึนการตรวจสอบการละเลยการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ด้วยกฎหมายขององค์กรตามรัฐธรรมนูญหรือองค์กรกระบวนการยุติธรรม นี่มีผู้บริหาร ชั้นยอดอยู่ ๓ คน ภารกิจเหล่านี้ที่จะไปตรวจองค์กรอิสระ ซึ่งพวกเราที่เปึนนักการเมือง เราก็ระมัดระวัง พูดคุยนําปัญหาเหล่านี้มาเพื่อจะให้เห็นว่ามันจะต้องมีการกํากับควบคุม ผมไม่เชื่อว่าองค์กรนี้จะเข้าไปตรวจสอบการปฏิบัติองค์กรตามรัฐธรรมนูญและกระบวนการ ยุติธรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพเลย ผมฝากเรื่องนี้ให้กับคณะกรรมาธิการของพรรคการเมือง ที่จะต้องเข้าไปดูแลในรายละเอียด ท่านประธานครับ ความเปึนนักการเมืองก็อึดอัด ผมถามว่าทําไมต้องเขียนแบบนี้ ภารกิจเดิม ๆ มีแล้ว ผู้เสนอกฎหมายก็บอกเขียนตาม รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เราไม่สามารถที่จะก้าวไปสู่เหตุของปัญหา แต่ขณะเดียวกันบรรดา พรรคการเมืองพวกเรานี่แหละก็ต้องมาออกกฎหมายเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายแม่ กฎหมายหลักคือรัฐธรรมนูญที่เราเห็นว่ายังจําเปึนต้องแก้ไขอยู่ ก็ไม่ทราบว่าจะเปึน ประการใด แม้นว่าในชั้นของการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. ....องค์กรได้เสนอกฎหมายต่อสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ แล้วก็ผ่านการพิจารณาวาระ ๑ วาระ ๒ วาระ ๓ แต่ว่าองค์ประชุมไม่ครบ ผมกราบเรียน ต่อท่านประธานต่อท่านผู้บริหารองค์กรว่า มาตรฐานที่ผ่านสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เช่นไร ก็โปรดอย่าได้ถือว่าสภาผู้แทนราษฎรจะต้องมีมาตรฐานแบบนั้น เรามีที่มาที่ต่าง ซึมซับต่อปัญหา แม้นว่าจะไม่สามารถลบภารกิจที่ ๒ เรื่องควบคุมจริยธรรม ลบภารกิจที่ ๓ ในการที่จะควบคุมตรวจสอบองค์กรอิสระและกระบวนการยุติธรรมเพิ่มเติมเข้ามา แต่ว่าขอให้ดูภารกิจหลัง ๆ ให้มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ไปสู่ภารกิจหลักที่เราไม่มีที่พึ่ง ผมก็หวังว่าคณะกรรมาธิการจะได้ใช้เวลาในการพิจารณาแทนพวกกระผมซึ่งเสนอ ความเห็นไว้เพียงเท่านี้แม้ว่าจะไม่รับทั้งหมด แต่ว่าผู้แทนราษฎรก็เห็นว่าเปึนกฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญ เสียงหนึ่งที่หายไปก็มีความสําคัญ ผมไม่อยากให้ผ่านสภา แบบเสียงไม่ครบ เพราะฉะนั้นก็มีความระมัดระวังกันว่าการเสนอในวาระ ๑ วาระ ๓ กลับมา ส่วนใดที่ปรับออกได้ให้ปรับออก ส่วนใดที่แก้ไขให้เปึนประชาธิปไตยให้ทําเต็มกําลัง ความสามารถ ผมหวังเช่นนั้นครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านวินัย สมพงษ์ ครับ

พันเอก วินัย สมพงษ์ แบบสัดส่วน 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พันเอก วินัย สมพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออนุญาตอภิปรายร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยย่อ ๆ เฉพาะในประเด็นที่ยังไม่มีท่านใดได้อภิปรายนะครับ ไม่ให้เกิดความซ้ําซ้อน เพื่อเปึนการประหยัดเวลาของสภา ท่านประธานสภาที่เคารพครับ มีคํากล่าวว่า ถ้ารัฐบาลชุดใดสามารถที่จะปัดเป์าบรรเทาทุกข์ของพี่น้องประชาชนได้เปึนอย่างดี รัฐบาลนั้นจะมีอายุยืน ถ้ารัฐบาลใดไม่สามารถปัดเป์าทุกข์ของพี่น้องประชาชนได้ ที่นั่นก็ร้องทุกข์ ที่นี่ก็แห่เข้ามาเดินขบวนมากบ้างน้อยบ้าง ถ้าเปึนอย่างนั้นนั่นแหละครับ เปึนสิ่งบอกเหตุว่าทุกข์ของปวงประชานั้นยังไม่ได้แก้ ยังแก้ไม่ได้ ซึ่งก็จะเปึนตัวกําหนดถึง ความชอบธรรมในการบริหารงานของรัฐบาลชุดนั้น ๆ อันนี้ก็เปึนความจริงที่ปรากฏขึ้น ในทุกยุคทุกสมัย ในอดีตท่านที่เคยอยู่ในสภาแห่งนี้มานาน ๒ สมัย ๓ สมัย หรือนานกว่านั้น เราพอจะสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนว่า การประชุมสภาในอดีตยุคก่อน ๆ ๑๐ ป้ ๑๕ ป้ ๒๐ ป้ หรือก่อนหน้าโน้น เมื่อองค์ประชุมครบท่านประธานก็เป่ดการประชุมสภา ตามข้อบังคับ การหารือของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภานั้นมีไม่มากครับ จําเปึนจริง ๆ ก็อาจจะมีสักท่านสองท่าน ๔-๕ นาที เวลาน้อยมากในการให้ข้อหารือ แต่ปัจจุบันนี้เปึนที่น่าสังเกตว่าการหารือในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรนั้น ครั้งหนึ่ง ก็เกือบ ๆ ชั่วโมงครับ และนับวันจะมากขึ้น ๆ จนกระทั่งการหารือของท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรนั้นกําหนดไว้เปึนข้อบังคับ เรื่องอย่างนี้เปึนสิ่งบอกเหตุว่าถ้าเผื่อ การแก้ปัญหาทุกข์ร้อนของพี่น้องประชาชนนั้นบังเกิดผลดี รัฐบาลแก้ได้ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ข้าราชการหรือผู้ที่ถูกร้องซึ่งต้องถือว่าเปึนข้าราชการ ซิวิล เซอร์เวนท์ (Civil servant) ผู้รับใช้ประชาชน ถ้าผู้ที่ถูกร้องสามารถปัดเป์าบรรเทาทุกข์แก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้ ควรให้ก็ให้ ควรทําก็ทําให้ ให้ความเปึนธรรมสารพัดอย่าง ถ้าเผื่อการแก้ปัญหาอย่างนั้น ได้ดีเราก็คงจะไม่ต้องมาเสียเวลาครั้งละเกือบชั่วโมง การที่มีเรื่องร้องทุกข์ร้องเรียน เอามาหารือในสภานั้นไม่เสียหายหรอกครับ เพียงแต่ว่าเมื่อมีการหารือในสภามากเท่าไร การอภิปรายเรื่องอื่น ญัตติอื่น หรือการพิจารณากฎหมายนั้นมันก็จะได้น้อยได้ช้าลง เท่านั้นเอง มันเปึนสิ่งบอกเหตุว่าเราจะต้องปรับปรุงประสิทธิภาพของหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องกับการรับเรื่องร้องทุกข์ร้องสุขของพี่น้องประชาชน กระผมกราบเรียนเรื่องนี้ ด้วยความเคารพ ท่าน พลเอก ธีรเดช มีเพียร เปึนการส่วนตัวครับ ผมเปึนข้าราชการเก่า ท่านเปึนนายทหารเก่า เราให้ความเคารพนับถือ เปึนคนดี เราได้คนดีมาดํารงตําแหน่ง เปึนประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน แต่ผมจําเปึนจะต้องกราบเรียนให้ข้อคิดความเห็นเพิ่มเติม เพื่อให้กฎหมายฉบับนี้เกิดประโยชน์สูงสุด ท่านประธานสภาครับ กระผมขออนุญาต เล่าเรื่องส่วนตัวสักนิดหนึ่ง เผอิญเปึนเหตุบังเอิญครับ กระผมนั้นไม่เคยเปึนผู้ตรวจการแผ่นดิน แต่ว่าประสบการณ์ในอดีต ๖ ป้ ๑ เดือน ๑๕ วัน ในขณะที่กระผมมีโอกาสเปึนผู้บริหาร กรุงเทพมหานครที่มาจากการเลือกตั้งครั้งแรกของกฎหมายเลือกตั้งผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร กระผมมีโอกาสทํางานรับใช้พี่น้องชาวกรุงเทพฯ ซึ่งตอนนั้นคนกรุงเทพฯ ตามทะเบียนก็ ๖ ล้านคนเศษ ๆ แต่คนที่หลั่งไหลมาจากต่างจังหวัด มาอยู่ในกรุงเทพฯ มาทํามาหากิน มาเรียนหนังสือ สารพัดอย่างอีกประมาณ ๖ ล้านคน รวมแล้ว ๑๒ ล้านคน คนเหล่านี้ ล้วนมีทุกข์และมาร้องทุกข์กับเรา ท่านประธานสภาครับ กระผมอยากจะกราบเรียนว่า แนวคิดของข้าราชการประจําซึ่งก็เปึนผู้ถูกร้องตามมาตรา ๑๒ ท่านดูนะครับ มาตรา ๑๒ นั้น ผู้ถูกร้องในนี้ก็จะมี ข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น คือซิวิล เซอร์เวนท์ คือผู้ถูกร้อง คนเหล่านี้ ข้าราชการ เหล่านี้ ความคิดของคนเหล่านี้กับคนที่เปึนนักการเมืองนั้นไม่เหมือนกันครับ ผมกล้าพูด เพราะว่าผมเปึนอดีตข้าราชการแล้วก็มาเปึนนักการเมือง เปึนลูกจ้างก็เปึน เปึนนักการเมือง ก็เปึน เปึนอดีตข้าราชการประจําด้วย ข้าราชการประจําที่เปึนผู้ถูกร้องทุกข์ เปึนบุคคลที่ ๓ ที่ถูกกล่าวหาว่าไม่ทําให้ กลั่นแกล้งรังแกสารพัดอย่าง คนที่เปึนข้าราชการประจําอย่างนั้น เปึนธรรมดาอยู่เอง ถ้าแม้นว่าเขาถูกร้องทุกข์มากเท่าไร ยิ่งถูกร้องทุกข์มากเท่าไรยิ่งแปลว่า เขาเปึนคนที่ไม่มีประสิทธิภาพเท่านั้น ยิ่งถูกร้องมากก็แปลว่าไม่เอาไหน ไม่ทํางาน เพราะฉะนั้นในตอนแรกที่กระผมมีโอกาสไปบริหารกรุงเทพมหานครเดือนแรก ๆ คนกรุงเทพฯ ตามทะเบียน ๖ ล้านคน นอกทะเบียนอีก ๖ ล้านคน ในสถิติเก่า ๆ ก่อนผมมาเปึนผู้บริหาร กทม. สถิติการร้องทุกข์ของพี่น้องประชาชน กทม. เดือนหนึ่ง ประมาณ ๓๐ ครั้ง ผมมีตัวเลข มีสถิติ ท่านประธานสภาครับ ความคิดของคนที่จะเปึน นักการเมืองไม่เหมือนกับข้าราชการประจํา นักการเมืองนั้นถ้าเผื่อประชาชนมีเรื่องร้องทุกข์ มากเท่าไร เขายิ่งมีความรู้สึกว่านั่นเปึนสิ่งที่ดี เพราะมีความรู้สึกว่าเขาคือที่พึ่งพาอาศัย ของประชาชน ต่างกับข้าราชการประจํา ข้าราชการประจําที่ถูกร้องมากแปลว่าไม่เข้าท่า แปลว่าไม่ทํางาน แปลว่าไม่มีประสิทธิภาพ แต่ฝ์ายการเมืองถูกร้องมากแปลว่าพึ่งพา อาศัยได้ เห็นไหมครับมันต่างกันตรงนี้ ท่านประธานสภาครับ ผมเปึนคนที่ไปเป่ดงาน รับเรื่องร้องทุกข์ในกรุงเทพมหานครเปึนครั้งแรกอย่างเปึนทางการ จัดทีมงานเป่ดเผย บอกพี่น้องประชาชนว่าใครมีเรื่องทุกข์อะไรที่ไม่ได้รับความเปึนธรรมในกิจการงาน ของ กทม. มาร้องทุกข์ จากสถิติเดิม ๓๐ ครั้งโดยประมาณเมื่อผมประกาศออกไป คนแห่มาร้องทุกข์ทุกเดือน ๖๐๐-๗๐๐ ครั้ง ฝนตก น้ําท่วม ส้วมตัน ขยะตกค้าง สารพัดอย่าง ประดังมา และเราก็ได้เอาจริงเอาจังทุ่มเทเวลาแก้ปัญหาให้เขาหัวใจของความสําเร็จ ในเรื่องการรับเรื่องร้องทุกข์หรืองานของผู้ตรวจการ หัวใจของความสําเร็จก็คือ ต้องเอาจริงเอาจังครับ สังคมไทยบ้านเมืองเรากฎหมายหลักเกณฑ์ต่าง ๆ มีมากมาย ก่ายกองจนจําไม่หวาดไม่ไหว แต่ปัญหาไม่ว่าอะไรครับ คือขาดคนเอาจริงเอาจัง งานนี้ ต้องเอาจริงเอาจัง ต้องกัดไม่ปล่อย ต้องขวาชิดหู ต้องครบวงจรครับ ผมดูแลงานร้องทุกข์ ของกรุงเทพมหานคร ผมจะทําสถิติทุก ๒ สัปดาห์ มีเรื่องร้องทุกข์ ๓๐๐ ครั้ง ๓๕๐ ครั้ง มีหน่วยงานไหนบ้าง มีเขตไหนบ้าง มีสํานักงานไหนบ้างถูกร้อง และเมื่อร้องไปแล้ว เขตไหน สํานักไหนแก้ไปได้แค่ไหน ใครไม่แก้ แก้ไม่ได้เพราะอะไร ผมตามขวาชิดหูครับ ๒๔ ชั่วโมง และท่านประธานครับ หัวใจความสําเร็จ ผมเอาผลงานที่เขาปฏิบัติแก้ปัญหา ของพี่น้องประชาชนมาเปึนหน่วยนับ เปึนหน่วยวัดของการปูนบําเหน็จรางวัล แต่งตั้ง ถอดถอน โยกย้าย เห็นไหมครับหัวใจอยู่ตรงนี้ ข้าราชการทุกคนอยากให้นายของเขารู้ว่า เขาเปึนคนทํางาน เขาเปึนคนขยัน เอาผลงานเขามาดู แล้วก็เอาผลงานที่เขาทํา เปึนตัวกําหนดในการแต่งตั้ง ถอดถอน โยกย้าย แปลว่าคนทํางานเรื่องนี้จะต้องมีอํานาจ พระเดชพระคุณด้วย ท่านครับ ผมพูดตรงนี้ผมขอโยงไป มาตรา ๓๒ ทันทีเลยครับ ขอแตะมาตราเดียว ผู้ที่ถูกร้องก็คือข้าราชการ ๔-๕ กลุ่ม ที่ผมอ่านแล้วจะไม่ซ้ําอีก มาตรา ๓๒ ที่ผมอยากจะติง อยากจะให้ข้อคิดความเห็น เพื่อให้ผลงานของท่านมันมีประสิทธิภาพมากที่สุด มาตรา ๓๒ ผมเห็นว่าอย่างนี้ ถ้าเผื่อหน่วยราชการพนักงานรับเรื่องร้องทุกข์แล้ว ท่านเห็นว่าพนักงานหรือข้าราชการนั้น มีความผิดควรจะต้องทําอย่างโน้นอย่างนี้ เมื่อท่านสรุปว่าควรทําอย่างไรผิดถูกแล้ว ผมเห็นว่าท่านควรจะต้องส่งเรื่องนั้นไปให้ผู้บังคับบัญชาของเขา ผู้มีอํานาจเต็ม เช่น ส่งไปให้รัฐมนตรี ส่งไปให้อธิบดีผู้มีอํานาจให้คุณให้โทษ เห็นไหมครับ แต่ถ้าเผื่อท่านทําตาม มาตรา ๓๒ ท่านส่งแจ้งไปให้เขาข้าราชการไปแก้ไขเสีย เขาเฉย ถ้าเผื่อเขาไม่ทํา ไม่ปฏิบัติ ตามสิ่งที่ท่านเห็นว่าควรแก้ ควรจะต้องบําบัดทุกข์ แล้วจึงเอาเรื่องนั้นมาส่งให้รัฐมนตรี ส่งให้ผู้มีอํานาจอย่างนี้ เขาก็อาจจะไม่เกรงใจ แต่ถ้าเผื่อรู้ว่าใครผิด เอาเรื่องที่ผิดส่งให้ ผู้บังคับบัญชาของเขา คนมีอํานาจให้คุณให้โทษรู้ เขาสั่งการเอง ผมว่าหัวใจความสําเร็จ อยู่ตรงนี้ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผมอยากจะให้งานชิ้นนี้ซึ่งเปึนงานใหญ่ ของบ้านเมืองประสบความสําเร็จ เพราะไม่มียุคใดสมัยใดที่พี่น้องประชาชนมีความรู้สึก รังเกียจรังงอนเกลียดชังนักการเมืองอย่างในยุคปัจจุบัน ถ้าเผื่อนักการเมืองรับเรื่อง ร้องทุกข์มาแล้วสามารถแก้ไขปัญหาทุกข์ของเขาได้ เราก็จะมีสง่าราศีเปึนที่เคารพนับถือ เปึนเกียรติกับหมู่พวกเรา ไม่มีสังคมใดในโลกที่ปลอดจากการเมือง ไม่ว่านรก ไม่ว่าสวรรค์ มันต้องมีการเมืองครับ ที่ปลอดการเมืองก็คือประเทศที่เปึนเมืองขึ้น เพราะฉะนั้น เมื่อต้องมีการเมืองในทุกสังคม ทําอย่างไรที่การเมืองจะได้รับความยอมรับนับถือ กระผมเห็นว่าหน่วยงานผู้ตรวจการแผ่นดินนี่เองจะเปึนเครื่องมือที่สําคัญให้กับ ฝ์ายการเมือง ทําอย่างไรที่ผู้ตรวจการแผ่นดินนั้นจะมารับเอาเรื่องร้องทุกข์จากสภา แบ่งเบาภาระหน้าที่ของประธานสภา เพื่อที่เราจะได้เหลือเวลามาก ๆ ในการพิจารณา กฎหมายให้กับสังคม กระผมขอกราบเรียนเสนอข้อคิดเห็นสั้น ๆ แต่เพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญคุณหมอประสิทธิ์ครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคพลังประชาชน ท่านประธานครับ ตามที่ทางผู้ตรวจการแผ่นดินได้เสนอกฎหมาย ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. .... ในความคิดเห็น ของผม ผมก็มีความคิดเห็นที่แตกต่างจากเพื่อนสมาชิกพอสมควร เพราะว่าผมก็ยืนยัน กับท่านประธานว่าผมเปึนคนหนึ่งที่ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ผมถึงไม่สามารถ ที่จะเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เหตุผล ท่านประธานครับ เราต้องยอมรับว่า ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. .... มีส่วนดีไหม มีครับส่วนดี แต่ปรากฏว่าให้อํานาจมากมายมหาศาล อํานาจที่ท่านได้มากมายท่านจะ ทําได้ไหมก็ยังไม่มีใครรู้ แต่ผมอยากเรียนว่าผมมีความเห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ คือผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา ต้องยอมรับว่าผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาทําชื่อเสียง เปึนตัวช่วยสร้างชื่อสร้างเสียงให้แก่สภาแห่งนี้ ทําหน้าที่ตรวจสอบ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาเปึนผู้ช่วย พวกเราตั้งให้ท่านเปึนครูบาอาจารย์ ในการที่จะไปเสาะแสวงหาข้อผิดข้อถูกแล้วนํามารายงานแล้วแจ้งให้หน่วยงาน แล้วก็สามารถดําเนินการได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงานที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ทั่วถึง ก็คือ สตง. ตรวจสอบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เคยมารายงานว่าไม่มีความสามารถที่จะตรวจสอบ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ ท่านผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภาก็เอาเรื่องนี้มาตรวจสอบ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ท่านทํามาหลายป้ก็ประสบผลสําเร็จ สามารถช่วยเหลือ ตรวจสอบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องยอมรับครับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มันมากหลายพันหน่วย จําเปึนจะต้องมีหน่วยงานขึ้นมาตรวจสอบ ไม่ว่าจะเรื่องหนังสือ ที่พิมพ์กันผิดระเบียบ การใช้เงินไปท่องเที่ยวกันเยอะแยะไปหมด ปรากฏว่าผู้ตรวจการแผ่นดิน ก็ผ่อนคลายหน้าที่นี้อย่างดี ท่านเปึนครูอยู่ดี ๆ แต่ปรากฏว่าพอปฏิวัติรัฐประหาร คมช. ก็เอาเขี้ยว เอากระบอง เอาหัวยักษ์มาให้ท่าน จากครูก็กลายเปึนยักษ์ ผมยังกลัว ถ้าเกิดท่านเปึนยักษ์ทศกัณฑ์ยุ่งเลย ถ้าเปึนยักษ์วัดโพธิ์หรือยักษ์วัดแจ้ง เปึนยักษ์ไทยใจดี แล้วก็ยุติธรรม แต่ถ้าเปึนยักษ์ทศกัณฑ์ผมกลัวนะครับ ตอนนี้ต้องยอมรับว่าการตรวจสอบ อะไรที่ตรวจสอบมากเกินไปในความเห็นผมนะครับ ถ้ามีแต่เรื่องตรวจสอบมันทํางาน ไม่ได้หรอก จนถึงวันนี้ท่านประธานก็ทราบ คอมพิวเตอร์ยังซื้อไม่ได้ เพราะตรวจสอบ กันจริง เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ตรวจสอบกันจนไม่ต้องทํางาน ท่านประธานครับ ฝ์ายนิติบัญญัติ ฝ์ายบริหาร ฝ์ายตุลาการและฝ์ายตรวจสอบ ถ้ามีการถ่วงดุลกันที่เหมาะสม ถ้าถ่วงดุลกัน อย่างพอสมควร ผมเชื่อว่าประเทศชาติเดินไปได้ แต่ว่าถ้าถ่วงดุลกันรุนแรงอย่างที่เกิดขึ้น ในขณะนี้ประเทศชาติเดินยาก อยากเรียนท่านประธานว่าการตรวจสอบตามอํานาจ หน้าที่ มาตรา ๑๒ ผมอ่านแล้วอํานาจมากมายมหาศาล ต้องยอมรับว่าการตรวจสอบ เปึนสิ่งที่ดี แต่ต้องตรวจสอบอย่างสมดุล รัฐบาลถูกตรวจสอบไม่รู้กี่ด้าน รัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ การตรวจสอบเข้มข้นที่สุดจากฝ์ายค้าน เดี๋ยวนี้ใช้แค่ ๑ ใน ๕ ก็อภิปราย นายกรัฐมนตรีได้ ๑ ใน ๖ ก็อภิปราย ครม. วุฒิสภา ๑ ใน ๓ ก็เรียกมาชี้แจง ป.ป.ช. อีก ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ศาลรัฐธรรมนูญ มีภาคประชาชน แล้วนี่เราจะเพิ่มผู้ตรวจการแผ่นดินอีก ใครทํางานผมว่าลําบาก วันนี้รัฐบาลภายใต้การนํา ของพรรคพลังประชาชนถูกตรวจสอบ แต่ไม่มีรัฐบาลพรรคไหนที่จะอยู่ยงคงกระพัน มันก็ผลัดเปลี่ยนกันเปึน เดี๋ยวผมก็ไปอยู่ซีกโน้น ซีกขวา ซีกซ้าย ก็แบ่งกันเปึนไป แล้วแต่ว่า ใครสามารถให้นโยบายที่ดีกับประชาชน ประชาชนก็จะเลือกเข้ามาเพื่อบริหารบ้านเมือง แต่ถ้าท่านเอาการตรวจสอบที่เข้มข้นแบบนี้รัฐบาลไหนก็เดินไม่เปึน เหมือนกันนี่นะครับ

อยากฝากท่านประธานอีกเรื่องหนึ่งก็คือ ตอนนี้ผมอยากเรียน แม้แต่วิสามัญ ผมเปึน ส.ส. ตั้งแต่ป้ ๒๕๒๙ เป่ดวิสามัญผมยังไม่เคยเห็นมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ มีอยู่ครั้งเดียว แต่มันไม่ใช่ประเพณีปฏิบัติ วิสามัญส่วนใหญ่เปึนเรื่องงบประมาณ แต่ตอนนี้กําลังจะให้วิสามัญเปึนประเพณีปฏิบัติต่อไปต้องอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างนั้นหรือ ผมดูแล้วไม่ค่อยเข้าสู่ระบบที่พอสมควร การตรวจสอบตอนนี้ต้องยอมรับ ภาคประชาชน มีความเข้มแข็ง เราต้องยอมรับ แต่มันต้องมีข้อจํากัดในการตรวจสอบ ซึ่งถ้าเปึนแบบนี้ ต่อไป ผมบอกท่านประธานเลยมันจะวุ่นวายและสับสน

และอีกประการหนึ่งที่ผมอยากกราบเรียนท่านประธาน หลายคนโดยเฉพาะ นักวิชาการชอบพูดตลอด คนร่างกฎหมายต้องเปึนคนที่ไม่ได้ใช้กฎหมาย คนร่างอย่ามาใช้ อย่ามาเปึน แต่ผมอยากเรียนถามฝากไปถึงท่านศรีราชา เจริญพานิช ท่านเปึน สนช. ท่านเปึน สสร. ตอนนี้ท่านมาเปึนเลขาธิการสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน มันเปึนอย่างไรผมไม่ทราบ สายวิชาการเขาจะว่าไหมครับ ทั้งชงเอง เปึนเอง และดําเนินการเองผมว่ามันถูกต้องไหม ผมก็ไม่เข้าใจ ความคิดมันเปึนอย่างไรผมก็ไม่เข้าใจ ท่านมีความคิดที่แปลกที่สุด นายกรัฐมนตรีต้องมาจากใครก็ได้ ไม่ต้องมาจากการเลือกตั้ง ผมถึงบอกว่าความคิด ของท่านแค่นี้ท่านมาเปึนเลขาธิการ ผมก็ไม่เข้าใจว่ามันจะทําอย่างไร มันจะเอียงข้างไหม ผมไม่มั่นใจ ถึงอยากฝากท่านประธาน ผมห่วงใยการให้อํานาจมากเกินไป ไม่ดีหรอกครับ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ท่านบอกตรวจสอบไม่ได้ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ตรวจสอบกัน เละตุ้มเป็ะ รัฐบาลไม่ต้องทํางาน ทํางานมา ๒-๓ เดือนเดินไม่เปึน เอาแล้ว ตรวจแล้ว ตรวจสอบ กล่าวหากันแล้วครับ ยังไม่ทํางานเลย ปรากฏว่ารถเมล์ได้กําไร ๖,๐๐๐ ล้านบาท คิดได้อย่างไรครับ ทุจริตกัน ๑๐ ป้ข้างหน้า งวดที่แล้วก็บอกทุจริตเชิงนโยบาย งวดนี้ จะกลายเปึนทุจริตเชิงอนาคตหรืออย่างไร ผมไม่เข้าใจถึงอยากฝากท่านประธานเกี่ยวกับ เรื่องนี้ ก็ฝากข้อความไว้แค่นี้ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอหารือป่ดการอภิปรายดีไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ไม่มีท่านใดขัดข้อง ถือว่าที่ประชุมมีมติให้มีการป่ดอภิปรายครับ ท่านจะใช้สิทธิอภิปรายสรุป เชิญครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พัทลุง 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้รับฟังเพื่อนสมาชิกได้เสนอแนะ แล้วก็ท้วงติง ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. .... ด้วยความคิดที่หลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นที่เพื่อนสมาชิกบางท่านได้กรุณา แสดงความเห็นว่า ร่าง พ.ร.บ. สํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. .... นั้นควรจะอยู่ใน กฎหมายฉบับนี้ด้วย อันนี้เปึนสิ่งที่ต้องยอมรับไว้ว่าความเห็นเราแตกต่างกันได้ในเรื่องเหล่านี้ ผมเรียนท่านประธานว่าผมและพรรคประชาธิปัตย์ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ขึ้นมา ๒ ร่างพระราชบัญญัติด้วยกัน คือร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. .... แล้วก็ร่างพระราชบัญญัติ สํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. .... แต่ว่าร่างพระราชบัญญัติสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. .... นั้น ท่านประธานได้วินิจฉัยว่าเปึนกฎหมายที่เกี่ยวกับการเงิน ท่านประธาน ก็ได้ส่งเรื่องไปยังนายกรัฐมนตรีเพื่อรับรอง เพราะฉะนั้นวันนี้เราก็ได้พิจารณาเฉพาะ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. .... แต่อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่ากฎหมายว่าด้วยสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. .... ยังไม่ได้รับการพิจารณา ในขณะนี้ เมื่อเราผ่านกฎหมายฉบับนี้ไปสํานักงานของผู้ตรวจการแผ่นดินที่เปึนอยู่ ที่มีอยู่ในขณะนี้ก็สามารถปฏิบัติภารกิจของท่านได้ ก็ต้องรอกฎหมายอีกฉบับหนึ่ง เข้ามาพิจารณา ปัญหาว่าเมื่อเราได้ผ่านร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไปแล้ว เราจะไปแก้ไข เพิ่มเติมเพื่อบรรจุในส่วนของสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดินไว้ในกฎหมายฉบับนี้ได้หรือไม่ ผมคิดว่าเปึนเรื่องที่ต้องพิจารณากันในชั้นรายละเอียด แต่ก็ต้องยอมรับว่าสิ่งนี้เปึนสิ่งที่ เรามีความเห็นต่างกันในเรื่องของการออกกฎหมาย

ท่านประธานที่เคารพครับ กฎหมายฉบับนี้ได้มีผู้เสนอ ๒ ร่างด้วยกันคือ ร่างของสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดินและร่างของกระผมและเพื่อนสมาชิกจากพรรคประชาธิปัตย์ แต่ว่าไม่มีร่างของพรรคการเมืองอื่นใดรวมทั้งพรรคการเมืองในซีกของรัฐบาลได้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นมา เราใช้เวลาในการเป่ดสมัยประชุมวิสามัญมายาวนาน พอสมควรครับ เหตุผลหนึ่งที่รัฐบาลได้ใช้เวลาในการเป่ดสมัยวิสามัญมาค่อนข้างจะยาว ในขณะนี้ รัฐบาลบอกว่ารัฐบาลจําเปึนต้องเป่ดประชุมสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณากฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญ และกระผมคิดว่าเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ก็ให้ความร่วมมือกับรัฐบาลว่า เราจะพิจารณา กฎหมายฉบับนี้กันแค่นี้ในวันนี้ หลังจากนั้นก็จะลงมติเพื่อได้มีเวลา สภาแห่งนี้จะได้นํา กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่รัฐบาลต้องการ และก็ประกาศกับสาธารณะว่า จะนํามาพิจารณาคือ ร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและปราบปราม การทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. .... ผมคิดว่าอีกสักครู่หนึ่งถ้าเปึนไปตามที่นโยบายที่รัฐบาลได้แถลงไว้เราก็คงจะได้ พิจารณากฎหมายฉบับนี้ในวันนี้ต่อไปครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าความจริงแล้ว ผมไม่ตั้งใจที่จะยืนขึ้นเพื่ออภิปรายสรุปกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน เนื่องจากได้รับฟังความเห็นของเพื่อนสมาชิกก็คิดว่าครอบคลุม และเพื่อนสมาชิกคงจะให้ การรับรองและรับหลักการกฎหมายฉบับนี้ เพราะไม่มีเหตุผลใดครับที่สภาแห่งนี้จะไม่รับ หลักการร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ แต่ว่าเมื่อสักครู่ก่อนที่ผมจะลุกขึ้นอภิปราย เพื่อนสมาชิกได้กรุณาอภิปรายเลยไปในหลายเรื่องครับ ซึ่งบางเรื่องนั้นต้องกราบเรียน ท่านประธานว่าได้กระทบถึงบุคคลภายนอก และโดยเฉพาะอย่างยิ่งได้กระทบถึง พรรคประชาธิปัตย์ ได้กระทบถึงอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผมใช้สิทธิประท้วงไปแล้ว แต่ไม่เปึนไรครับ ท่านประธานบอกว่าไม่ได้เอ่ยชื่อไม่มีการเสียหาย ผมก็ไม่ว่าครับ แต่ว่าในขณะนี้ผมไม่ได้ใช้สิทธิประท้วงครับ เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายถึงเรื่องเขาพระวิหาร ได้อภิปรายถึงความไม่ชอบธรรมของรัฐธรรมนูญ ได้อภิปรายฝากผู้ตรวจการแผ่นดินว่า ให้ไปตรวจสอบการว่าความในเรื่องการเสียดินแดนของประเทศไทยในกรณีเขาพระวิหาร เมื่อป้ ๒๕๐๕ และได้พาดพิงว่าผู้ที่ว่าความและเราเสียดินแดนไปในขณะนั้นคือ หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรี อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ท่านได้พูดในลักษณะทํานองว่าเราเสียดินแดน เพราะหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกมนตรีว่าความและแพ้คดีขณะนั้น ซึ่งผมพยายาม ชี้แจงกับท่านประธานในขณะนั้นว่าเวลาเขาว่าความกันนั้นมันมีทั้งข้อเท็จจริงและมีทั้ง ข้อกฎหมาย ผมทราบว่าที่เราแพ้คดีในศาลโลกเพราะว่ารัฐบาลในขณะนั้นไม่ได้โต้แย้ง สนธิสัญญาเรื่องอาณาเขตระหว่างประเทศไทยกับประเทศเขมร เราไม่ได้โต้แย้งสนธิสัญญา ที่ประเทศฝรั่งเศสทําไว้ครับ เมื่อข้อเท็จจริงเปึนอย่างนั้นในขณะนั้นไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าเราก็ต้องแพ้คดีอย่างที่เกิดขึ้นมาแล้ว แต่สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนครับว่า เพื่อนสมาชิกได้พูดไปทํานองว่าเราแพ้คดีเรื่องอะไร ท่านพูดฝากในลักษณะทํานองว่า ให้ผู้ตรวจการแผ่นดินไปดูสิว่าในป้ ๒๕๐๕ เราแพ้คดีเขาพระวิหารเพราะอะไร ผมเรียน ท่านประธานว่าในร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ความจริงท่านไม่ควร อภิปรายอย่างนั้นครับ เพราะว่าในร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนั้นเราเขียน เพียงแค่ว่าเรื่องใดก็ตามที่เกิดล่วงเลยระยะเวลา ๒ ป้แล้ว เราจะไม่สอบสวนครับ ผู้ตรวจการแผ่นดินจะไม่มีอํานาจในการพิจารณาเรื่องเหล่านั้นที่มีอายุเลยมา เกิดขึ้น เกิน ๒ ป้มาแล้ว แต่ว่าท่านได้กรุณาพูดไปถึงป้ ๒๕๐๕ ท่านประธานครับ ผมลุกขึ้นมา เพื่อที่จะกล่าวสรุปกับท่านประธานว่า เพื่อนสมาชิกคงจะรับหลักการร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ และผมลุกขึ้นมาเพื่อจะกราบเรียนท่านประธานว่าผมภูมิใจที่มีอดีตหัวหน้าพรรคชื่อ หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช และผมภูมิใจที่อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช เคยเปึนนายกรัฐมนตรีของประเทศนี้ ผมภูมิใจที่จะกราบเรียนท่านประธาน ฝากไปถึงพี่น้องประชาชนทั่วประเทศว่าที่เราภูมิใจเพราะว่าอดีตนายกรัฐมนตรีเสนีย์ ปราโมช ท่านได้เสียชีวิตอย่างสงบสุขในประเทศนี้ และท่านใช้ชีวิตอย่างสงบสุขในประเทศนี้ ผมเชื่อมั่นว่าทุกคนในประเทศนี้ไม่มีใครระแวงสงสัยในความซื่อสัตย์สุจริตของ หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ผู้พิพากษา ตุลาการทุกท่านยกย่องหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช เปึนบูรพาจารย์ เปึนครูบาอาจารย์ของผู้พิพากษาทุกคนทุกผู้ทุกนามครับ นั่นคือสิ่งที่ผมคิดว่าสมาชิกแห่งพรรคนี้เราภาคภูมิใจ และที่ภาคภูมิใจนอกเหนือไปจากนั้น ผมคิดว่าตลอดชีวิตของท่านและจนถึงวันนี้ วันที่ผมยืนขึ้นอภิปรายต่อท่านประธาน ในสภานี้ ผมไม่เคยได้ยินว่ามีการกล่าวหาว่าหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช อดีตหัวหน้า พรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกรัฐมนตรีทุจริต ผมไม่เคยได้ยินว่าหัวหน้าพรรคของผม อดีตนายกรัฐมนตรีของผม หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช โกงภาษีหรือทุจริตด้วย ประการใดก็ตาม ผมเรียนย้ํากับท่านประธานตรงนี้ว่าในทางการเมืองนั้นเราสร้าง ดาวคนละดวงได้ครับ ผมก็มีสิทธิสร้างดาวของผม ท่านมีความเชื่ออย่างหนึ่ง ท่านก็สร้าง ดาวของท่านได้ เรานับถือพระเจ้ากันคนละองค์ได้ครับ แต่ว่าผมลุกขึ้นมาเรียนยืนยัน กับท่านประธานว่าเราภูมิใจที่หัวหน้าพรรคนี้ไม่เคยคิดทรยศต่อบ้านเมืองแล้วไม่เคย โกงภาษี ผมไม่กล่าวประณามถึงหัวพรรคอื่นครับ แต่ว่าหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่เคยเปึนอย่างนั้น ขอบพระคุณครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์ เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานจะแถลง สรุปอะไรตามข้อบังคับ ข้อ ๖๗ เชิญครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผมขออนุญาตกราบเรียนเพิ่มเติมว่า ในการพิจารณา ปรับปรุงร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับที่ได้กราบเรียนนําเสนอในวันนี้นั้น ได้ยึดถือพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา ป้ ๒๕๔๒ เปึนหลัก แล้วก็เพิ่มเติมด้วยอํานาจหน้าที่ใหม่ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐

สําหรับข้อสังเกต ข้อห่วงใยที่เกี่ยวกับการดําเนินงานของสํานักงาน ผู้ตรวจการแผ่นดินในเรื่องของจริยธรรมและเครือข่ายที่จะเปึนช่องทางให้ถึงประชาชน ผู้ได้รับความเดือดร้อนนั้น ทั้ง ๒ เรื่องนี้สํานักงานได้ดําเนินการไปมากพอสมควรแล้วครับ กระผมอยากจะขออนุญาตท่านประธานให้ท่านเลขาธิการสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดินคือ ท่านศาสตราจารย์ศรีราชา เจริญพานิช ได้เรียนให้กับที่ประชุมทราบครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เรียนเชิญท่านศาสตราจารย์ศรีราชา เจริญพานิช

ศาสตราจารย์ศรีราชา เจริญพานิช เลขาธิการสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน 🔗

กราบขอบพระคุณท่านประธานที่เคารพอย่างสูงครับ แล้วก็ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพทุกท่าน กระผมอยากกราบเรียนสั้น ๆ ว่าในเรื่องของการดําเนินการในด้าน จริยธรรมนั้นเปึนเรื่องที่สําคัญอย่างยิ่ง แล้วทางสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดินก็ได้มี การดําเนินการไปโดยหารือกับทาง ก.พ. และ ก.พ.ร. ซึ่งได้ดําเนินการในเรื่องนี้ไปบางส่วน แล้วก็ได้ข้อยุติง่าย ๆ ว่าในการที่จะจัดทําประมวลจริยธรรมตามมาตรา ๒๗๙ วรรคแรกนั้น เราจะใช้หลักของการมีส่วนร่วม ก็คือให้แต่ละส่วนราชการกับผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ซึ่งอาจจะเปึนท่าน ส.ส. แล้วก็ ส.ว. มีส่วนร่วมในการจัดทํา โดยที่ตัวสํานักงาน ผู้ตรวจการแผ่นดินนี้จะคงทําเฉพาะในส่วนที่เขาเรียกว่าค่านิยมหลัก คือเปึน คอร์ แวลู (Core value) คือหมายความว่าเปึนค่านิยมที่จะพึงมีในทุกส่วนราชการหรือแม้กระทั่ง ในสภาแห่งนี้ ซึ่งอันนี้ได้ตกลงกันในเชิงหลักการเรียบร้อยแล้ว แล้วจริง ๆ ก็ได้ประสานงาน กับทางคณะกรรมาธิการของสภาแห่งนี้ และได้ทราบว่าเมื่อเช้านี้ก็ได้มีการประชุมเรื่องนี้ แล้วก็สรุปเรื่องราวเรียบร้อยแล้วครับ ก็เปึนการประสานงานแล้วก็ได้รับความร่วมมือ อย่างดียิ่งจากท่านคณะกรรมาธิการและท่าน ส.ส. ค่านิยมหลักเหล่านี้ก็จะเปึนพื้นฐาน ที่ทุกคนควรจะพึงปฏิบัติ แล้วสําหรับแต่ละส่วนราชการ หน่วยราชการต่าง ๆ หรือตัวสภา แห่งนี้ หรือวุฒิสภา หากท่านจะมีค่านิยมที่สมควรจะพึงปฏิบัติท่านก็จะสามารถผนวก เข้าไปอยู่ในค่านิยมหลักนะครับ สมควรจะพึงปฏิบัติท่านก็จะสามารถผนวกเข้าไปอยู่ในค่านิยมหลักนะครับ รวมกัน ก็จะเปึนประมวลจริยธรรม และนอกจากนั้นหากท่านมีจรรยาวิชาชีพหรือจรรยาบรรณ ของ ส.ส. ที่ท่านจะรวมเข้าไปอีกก็อาจจะผนวกเข้าไปอีกได้ เพราะฉะนั้นค่านิยม ตัวประมวลจริยธรรมก็จะประกอบไปด้วยอย่างน้อย ๒ หรือ ๓ ส่วนตามที่ผมกราบเรียน ไปแล้วก็คือส่วนที่เปึนค่านิยมหลักและก็ส่วนที่เปึนค่านิยมเฉพาะขององค์กร แล้วก็ อาจจะเพิ่มด้วยส่วนที่ ๓ คือจรรยาวิชาชีพ ถ้าเผื่อท่านเห็นว่าจําเปึน อันนี้คือประการแรก ที่อยากจะเรียน

ประการที่ ๒ หลายท่านได้กรุณาอภิปรายและฝากข้อที่ว่าทําอย่างไร สํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดินจะสามารถเชื่อมโยงกับประชาชนได้ยิ่งขึ้นและเชื่อมโยง กับท่านทั้งหลาย ขอกราบเรียนว่าในมาตรา ๒๔ ของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็เขียนไว้ว่า อาจจะมอบหมายบุคคลอื่นใดที่จะให้เข้ามายื่นเรื่องราวนี้ผ่านได้ เพราะฉะนั้นในทางปฏิบัติแล้ว กระผมในฐานะที่ทํางานให้สํานักงานก็ขอกราบเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียติทุกท่านว่า ท่านสามารถที่จะยื่นเรื่องราวได้เลยครับ แล้วถ้าเผื่อหากท่านคิดว่ามีความจําเปึน เราก็จะมารับเรื่องราวที่นี่ก็ได้ในวันที่ท่านประชุมสภา เราอาจจะจัดส่งตัวแทนมารับ เปึนช่วงเพื่อประสานงานกับท่านก็สามารถทําได้ครับ

ประการที่ ๓ ตัวนี้อาจจะกลายเปึนภาระที่ท่านจะต้องทําหน้าที่เพิ่มเติม ก็ไม่อยากจะเปึนภาระนะครับ ผมอยากขอกราบเรียนท่านว่าทางสํานักงานได้มีโครงการ ที่จะทําเรื่องเกี่ยวกับโครงข่ายที่จะเปึนเครือข่ายเรียกว่า อาสาสมัครผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งเราจะกราบเรียนท่านว่าจะได้เชิญชวนและสรรหาบุคคลที่มีความเชื่อถือในสังคม ในชุมชนนั้นอย่างสูง ในท้องถิ่นแต่ละท้องถิ่นมาเปึนเครือข่ายผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อจะช่วยกันอีกส่วนหนึ่งที่จะเปึนหูเปึนตาแล้วก็ช่วยงานของท่านด้วยโดยปริยาย โดยที่ว่าถ้าเผื่อเราพิสูจน์ได้ว่าท่านเหล่านั้นเปึนบุคคลที่ชุมชนยอมรับนับถือและเปึน บุคคลที่ดีมีอุดมการณ์จริง เราจะแต่งตั้งให้ท่านเหล่านั้นเปึนตัวแทนหรือเปึนอาสาสมัคร ของผู้ตรวจการแผ่นดินและสามารถรับเรื่องราวจากท้องถิ่นนั้นส่งมาสู่ส่วนกลางได้ ซึ่งการนี้จะสามารถทําได้อย่างกว้างขวางแล้วไม่ต้องใช้งบประมาณแผ่นดิน เพราะเราจะไม่มีเงินเดือนให้อาสาสมัคร แต่อาจจะมีค่าใช้จ่ายที่จําเปึนบางอย่างให้บ้าง แล้วแต่กรณี อันนี้เปึนสิ่งที่จะกราบเรียนว่าโครงการนี้กําลังเริ่มเดินอยู่นะครับ เพราะว่า กระผมขอกราบเรียนว่าได้ไปดูงานเรื่องของเครือข่ายอาสาสมัครที่ญี่ปุ์นมา แล้วก็เปึน ประโยชน์อย่างยิ่งที่จะนําแนวความคิดนี้มาใช้นะครับ

ประการสุดท้าย ผมขอกราบเรียนถึงท่าน ส.ส. จังหวัดชัยภูมินิดหนึ่งว่า ผมไม่ได้มีความเชื่อมโยงกับ สนช. ขอกราบเรียนท่านว่าผมไม่ได้เปึนสมาชิก สนช. แล้วก็การที่ผมมาทํางานที่สํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดินแห่งนี้ก็ไม่ได้มีความเชื่อมโยง กับทางการเมือง ผมเกษียณอายุมาจากมหาวิทยาลัยก็ได้รับคัดเลือกมาเปึนเลขาธิการ แล้วก็ด้วยความบังเอิญที่ถูกส่งชื่อไปเปึนสมัชชาครับ และบังเอิญก็อาจจะมีลูกศิษย์ลูกหา ก็เลยถูกคัดชื่อติดไปด้วย ก็เลยเปึนความบังเอิญครับ เพราะจริง ๆ ไม่ได้ตั้งใจจะไป เล่นการเมืองใด ๆ ทั้งสิ้น ผมขอกราบเรียนชี้แจงด้วยความเคารพ ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านช่วยตอบที่คุณสุวโรช พะลัง ได้เรียนถามท่าน

ศาสตราจารย์ศรีราชา เจริญพานิช เลขาธิการสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน

สําหรับเรื่องที่คุณ สุวโรช พะลัง ผมได้ตรวจสอบกลับไปที่สํานักงานแล้ว ปรากฏว่าขณะนี้ เรื่องอยู่ในระหว่างดําเนินการ แล้วเราได้ติดต่อไปที่ทางอุทยานก็คือเจ้าหน้าที่ทรัพยากร จังหวัดชุมพร เพื่อจะขอให้ชะลอเรื่องที่จะไปรื้อถอนหรือไปตัดต้นไม้เขาเอาไว้ก่อนจนกว่า เราจะวินิจฉัยว่าข้อเท็จจริงเปึนอย่างไร ก็ได้ดําเนินการไปแล้วครับ กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ บัดนี้ การอภิปรายก็ถือว่าสิ้นสุดแล้วในร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับนี้

ต่อไปผมจะขอมติว่าจะรับหลักการหรือไม่ แต่ก่อนที่จะดําเนินการนั้น เนื่องจากว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เปึนร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ เปึนสิ่งสําคัญยิ่ง จําเปึนที่จะขออนุญาตต่อที่ประชุมนี้ขอตรวจสอบองค์ประชุม ผมขออนุญาตขอตรวจสอบองค์ประชุม ขอให้ทุกท่านได้ใช้บัตรของท่านแสดงตน

(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ ช่วยกรุณาเสียบบัตรของท่านเพื่อแสดงตน คงพร้อมแล้วทุกท่าน กดแสดงตนได้เลยครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตน)

เรียบร้อยแล้วนะครับ ท่านผู้ใดขัดข้องเรื่องกดแสดงตนมีไหมครับ

นายนิรมิต สุจารี ร้อยเอ็ด

ท่านประธานที่เคารพครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายนิรมิต สุจารี ร้อยเอ็ด

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นิรมิต สุจารี เครื่องไม่แสดงตนเลยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เจ้าหน้าที่ช่วยดูด้วยครับ มีท่านใดอีกไหมครับ เรียบร้อยแล้ว รวมคะแนนแสดงตนได้ครับ ได้แสดงตนทั้งหมด ๓๔๕ ท่านด้วยกัน แสดงว่าครบองค์ประชุมครับ

ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุม จะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง ๒ ฉบับ ในวาระ๑ หรือไม่ ผู้ใดเห็นควรรับหลักการ โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าไม่ควรรับหลักการ โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ์ม งดออกเสียง เชิญลงมติได้ครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

สมาชิกท่านใดยังไม่ได้ลง มีไหมครับ ก็แสดงว่าครบแล้ว งดการลงมติ รวมคะแนนได้ครับ ผมขอประกาศให้ทราบ จํานวนผู้เข้าประชุม ๓๓๙ ท่าน เห็นด้วย ๓๓๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๗ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ถือว่าที่ประชุมนี้รับหลักการร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับ

ผมเรียนถามว่าจะเอาร่างพระราชบัญญัติฉบับไหนเปึนหลักครับ เชิญท่านสามารถครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย เชียงราย

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สามารถ แก้วมีชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคพลังประชาชน ผมขอเสนอ ให้ใช้ร่างของผู้ตรวจการแผ่นดินเปึนหลักในการพิจารณา ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎ

มีผู้รับรองถูกต้อง ท่านผู้ใด มีความเห็นเปึนอย่างอื่นไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ไม่มี ถือว่าที่ประชุมนี้ เอาร่างของผู้ตรวจการแผ่นดินเปึนหลัก

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปตั้งคณะกรรมาธิการ เชิญท่านวิทยาครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

ขออนุญาตท่านประธานครับ กระผม วิทยา บุรณศิริ พรรคพลังประชาชนจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผมใคร่ขอเสนอ จํานวนกรรมาธิการ ๓๖ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ท่านผู้ใดมีความเห็นเปึนอย่างอื่นมีไหมครับ คุณนิพิฏฐ์มีไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ไม่มีนะครับ คณะกรรมาธิการ วิสามัญ ๓๖ ท่าน ประกอบไปด้วยสัดส่วนดังต่อไปนี้ คณะรัฐมนตรี ๕ ท่าน พรรคพลังประชาชน ๑๕ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๑๑ ท่าน พรรคชาติไทย ๒ ท่าน พรรคเพื่อแผ่นดิน ๑ ท่าน พรรคมัชฌิมาธิปไตย ๑ ท่าน พรรครวมใจไทยชาติพัฒนาและพรรคประชาราช ๑ ท่าน รวม ๓๖ ท่าน เชิญคณะรัฐมนตรีเสนอก่อนครับ

นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจํา สํานักนายกรัฐมนตรี ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของ คณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. .... โดยมีรายนามดังต่อไปนี้ ๑. นายศรีเมือง เจริญศิริ ๒. นายนิกร จํานง ๓. ศาสตราจารย์ศรีราชา เจริญพานิช ๔. นายวีระศักดิ์ แสงสารพันธ์ และ ๕. นายนิพนธ์ ฮะกีมี

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญพรรคพลังประชาชน

นายสาธิต เทพวงศ์ศิริรัตน์ สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพ ผม สาธิต เทพวงศ์ศิริรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ พรรคพลังประชาชน ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคพลังประชาชน ๑. นายอนันต์ ผลอํานวย ๒. นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ๓. นายกฤษดาภรณ์ เสียมภักดี ๔. นายอุดมเดช รัตนเสถียร ๕. นายอิทธิ ศิริลัทธยากร ๖. นายอนุชา สะสมทรัพย์ ๗. นายวัฒนา เซ่งไพเราะ ๘. นายยืนหยัด ใจสมุทร ๙. นายเทวฤทธิ์ นิกรเทศ ๑๐. นายปวีณ แซ่จึง ๑๑. ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช ๑๒. นายไชยวัฒน์ ติณรัตน์ ๑๓. นายกมล บันไดเพชร ๑๔. นางอนุสรา ยังตรง ๑๕. นายสงวน พงษ์มณี ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปเรียนเชิญพรรคประชาธิปัตย์ครับ

นางสาวปรีชญา ขําเจริญ ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวปรีชญา ขําเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ดังต่อไปนี้ ๑. นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ๒. นายสุรันต์ จันทร์พิทักษ์ ๓. นายสราวุธ อ่อนละมัย ๔. นายถวิล ไพรสณฑ์ ๕. นายวิรัช ร่มเย็น ๖. นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ๗. นายวุฒิพงษ์ นามบุตร ๘. นายประกอบ รัตนพันธ์ ๙. นายอนุชา บูรพชัยศรี ๑๐. พันเอก วินัย สมพงษ์ ๑๑. นายโกวิทย์ ธารณา ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญพรรคชาติไทยครับ

นายเสมอกัน เที่ยงธรรม สุพรรณบุรี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เสมอกัน เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุพรรณบุรีจากพรรคชาติไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคชาติไทย ๒ ท่าน ได้แก่ ๑. นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ๒. รองศาสตราจารย์ดอกเตอร์สุจิตรา เหลืองอมรเลิศ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคเพื่อแผ่นดินครับ เชิญครับ

นายนพดล พลซื่อ ร้อยเอ็ด

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นพดล พลซื่อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดร้อยเอ็ด พรรคเพื่อแผ่นดิน ขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อแผ่นดิน ๑ ท่าน คือ นายแพทย์อลงกต มณีกาศ ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปพรรคมัชฌิมาธิปไตยครับ

นายมาโนช เฮงยศมาก บุรีรัมย์

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายมาโนช เฮงยศมาก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดบุรีรัมย์ พรรคมัชฌิมาธิปไตย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคมัชฌิมาธิปไตย ๑ ท่าน คือ นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปก็เชิญพรรครวมใจไทยชาติพัฒนาและพรรคประชาราช ๑ ท่านครับ

นายไกร ดาบธรรม เชียงใหม่

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์ ไกร ดาบธรรม จังหวัดเชียงใหม่ พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ขอเสนอ นายประเสริฐ บุญชัยสุข เปึนคณะกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา และพรรคประชาราช ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ เชิญท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อคณะกรรมาธิการทั้ง ๓๖ ท่านครับ

นายวิจักขณ์ นาควัชระ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

รายนามคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. .... จํานวน ๓๖ ท่าน ๑. นายศรีเมือง เจริญศิริ ๒. นายนิกร จํานง ๓. ศาสตราจารย์ศรีราชา เจริญพานิช ๔. นายวีระศักดิ์ แสงสารพันธ์ ๕. นายนิพนธ์ ฮะกีมี ๖. นายอนันต์ ผลอํานวย ๗. นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ๘. นายกฤษดาภรณ์ เสียมภักดี ๙. นายอุดมเดช รัตนเสถียร ๑๐. นายอิทธิ ศิริลัทธยากร ๑๑. นายอนุชา สะสมทรัพย์ ๑๒. นายวัฒนา เซ่งไพเราะ ๑๓. นายยืนหยัด ใจสมุทร ๑๔. นายเทวฤทธิ์ นิกรเทศ ๑๕. นายปวีณ แซ่จึง ๑๖. ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช ๑๗. นายไชยวัฒน์ ติณรัตน์ ๑๘. นายกมล บันไดเพชร ๑๙. นางอนุสรา ยังตรง ๒๐. นายสงวน พงษ์มณี ๒๑. นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ๒๒. นายสุรันต์ จันทร์พิทักษ์ ๒๓. นายสราวุธ อ่อนละมัย ๒๔. นายถวิล ไพรสณฑ์ ๒๕. นายวิรัช ร่มเย็น ๒๖. นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ๒๗. นายวุฒิพงษ์ นามบุตร ๒๘. นายประกอบ รัตนพันธ์ ๒๙. นายอนุชา บูรพชัยศรี ๓๐. พันเอก วินัย สมพงษ์ ๓๑. นายโกวิทย์ ธารณา ๓๒. นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ๓๓. รองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์สุจิตรา เหลืองอมรเลิศ ๓๔. นายแพทย์อลงกต มณีกาศ ๓๕. นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ และ ๓๖. นายประเสริฐ บุญชัยสุข ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ได้คณะกรรมาธิการวิสามัญ ๓๖ ท่าน ถูกต้องแล้ว เรียนถามว่าจะแปรญัตติภายในกี่วัน เชิญครับ คุณวิทยา

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วิทยา บุรณศิริ ผมขอเสนอให้เปึนไปตามข้อบังคับ แปรญัตติ ๗ วันครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านผู้ใดมีความเห็นเปึนอย่างอื่น มีไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ไม่มีนะครับ ก็ถือว่าที่ประชุมนี้ ได้ผ่านการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับนี้ไปแล้วนะครับ

ผมขอเรียนต่อที่ประชุมนะครับ เนื่องจากว่าเวลามันจํากัดก็เลยต้องเรียน ตรงนี้เลย ด้วยสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้คัดเลือกให้บริษัท เอเพ็กซ์ ประกันสุขภาพ จํากัด รับประกันสุขภาพท่านสมาชิกในป้งบประมาณ ๒๕๕๑ โดยเริ่ม คุ้มครองตั้งแต่วันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๕๑ เวลา ๑๒.๐๐ น. สิ้นสุดวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๑ เวลา ๑๒.๐๐ น. จึงขอให้ท่านสมาชิกทุกท่านแจ้งความประสงค์ว่าจะขอรับประกัน สุขภาพจากบริษัท เอเพ็กซ์ประกันสุขภาพ จํากัด หรือไม่ โดยให้ยื่นเอกสารได้ที่ สํานักงานการคลังและงบประมาณ ชั้น ๑ อาคารรัฐสภา ๑ และที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ หน้าห้องประชุมรัฐสภา ภายในวันศุกร์ที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๑

เรื่องที่ ๒ คือเรื่องขอให้ท่านรับเอกสารงบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๒ ได้ทุกท่าน พยายามที่จะเร่งรัดเขาเต็มที่ ผมได้ร้องขอให้ทางรัฐบาลรีบส่งมาให้ หมด และวันนี้ได้ส่งมาหมดแล้ว ขอให้ท่านรับไปศึกษาดูด้วยนะครับ คุณวิทยามีอะไร เชิญครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม วิทยา บุรณศิริ พรรคพลังประชาชนจากจังหวัด พระนครศรีอยุธยา ผมใคร่ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าได้ตรวจสอบรายละเอียด ของการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในเรื่องที่ได้บรรจุไว้ในกรณีของเรื่องด่วน ได้ตรวจสอบ ญัตติเรื่องด่วน มีท่านสมาชิกหลายพรรคการเมืองได้ขอยื่นเรื่องญัตติด่วนไว้ในหัวข้อที่ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ซึ่งประกอบไปด้วยหลายพรรคการเมือง เพื่อให้ ส.ส. และสมาชิกของแต่ละพรรคการเมืองได้มีโอกาสนําเรื่องด่วน ญัตติด่วนที่เสนอต่อ ที่ประชุมสภาแห่งนี้ได้มีโอกาสได้ใช้เวลาอันมีน้อยนิดในสมัยประชุมวิสามัญนี้ได้มีโอกาส ได้พิจารณา ผมจึงขออนุญาตที่ประชุมขอเลื่อนระเบียบวาระที่ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ และเรื่องอื่น ๆ อีกเรื่องหนึ่ง เรื่อง เลือกตั้งกรรมาธิการสามัญประจําสภา เพื่อขึ้นมา พิจารณาก่อน ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

ขอบคุณครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านผู้ใดมีความเห็นเปึนอย่างอื่น เชิญครับท่านนริศ

นายนริศ ขํานุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมไม่ได้เสนอเปึนอย่างอื่น แต่ขอสอบถามว่าตามระเบียบวาระที่ได้บรรจุเอาไว้แล้วเรื่องร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ซึ่งเปึนเรื่องสําคัญแล้วก็มีระยะเวลากําหนดเอาไว้ว่าต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จ แล้วก็ ทางรัฐบาลก็เป่ดประชุมวิสามัญเพื่อการนี้ด้วย ผมขอทราบเหตุผลว่าทําไมไม่พิจารณา เรื่องนี้หรือไม่พิจารณาไปตามลําดับ ขออนุญาตสอบถามเหตุผลจากฝ์ายรัฐบาลด้วยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญชี้แจงครับคุณวิทยา

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม วิทยา บุรณศิริ พรรคพลังประชาชนจากจังหวัด พระนครศรีอยุธยา ต้องขอขอบคุณท่านนริศ ขออนุญาตเอ่ยนาม ว่าในชั้นวิปผมเรียน ตามตรงว่าได้มีการหารือและมีการตรวจสอบแล้วก็ตั้งคณะทํางานขึ้นไปตรวจสอบ เราเห็นด้วยนะครับว่าร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกัน และปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นั้นก็เปึนเรื่องที่มีความจําเปึน แต่ระยะเวลานั้นเรียนตามตรงว่ายังมีระยะเวลาอยู่ในกรอบ ๑๒๐ วัน ผมคิดว่ายังทันอยู่ ในเรื่องนั้น แต่เรื่องที่เพื่อนสมาชิกได้มีความกังวลหรือมีความเปึนห่วง จนกระทั่งเปึน ประเด็นปัญหาค้างคาใจของพี่น้องประชาชน เปึนญัตติที่ยื่นกันเข้ามามาก ผมเลยเห็นว่า มีความจําเปึนอยู่ จึงขออนุญาตนําเรียนท่านนริศด้วยความเคารพนะครับว่าอยากจะให้ ญัตติเสียงส่วนใหญ่ที่นําเสนอเข้ามาได้มีโอกาสพิจารณาก่อน ขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ส่วนอีกญัตติหนึ่งคือญัตติ เรื่องตั้งคณะกรรมาธิการสามัญในข้อ ๗ ก่อนป่ดสมัยประชุมครั้งที่แล้วผมได้พูดกับ ที่ประชุมว่าจะพยายามดําเนินการให้แล้วเสร็จในสมัยประชุมวิสามัญนี้ผมก็จําเปึน ที่จะต้องดําเนินการครับ คือดําเนินการตามระเบียบข้อบังคับไป เชิญคุณนริศครับ

นายนริศ ขํานุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอให้ทางรัฐบาล ได้ยืนยันครับว่ากฎหมายฉบับดังกล่าว ป.ป.ช. จะพิจารณาให้แล้วเสร็จในวาระ ๑ ในสมัย วิสามัญนี้ ขอคํายืนยันจากรัฐบาลครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

รัฐบาลไม่มีสักคนอยู่ตรงนี้ ไม่รู้จะให้ใครชี้แจง ผมก็เปึนผู้แทนเหมือนกัน

นายนริศ ขํานุรักษ์ พัทลุง

วิปรัฐบาลครับ อยากจะสอบถามวิปรัฐบาล

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

วิปรัฐบาลช่วยชี้แจงด้วย คุณสามารถครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย เชียงราย

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สามารถ แก้วมีชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคพลังประชาชน วิปรัฐบาลอยากกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังฝ์ายค้านว่าเราได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ดังกล่าวแล้วเห็นว่าเปึนร่างพระราชบัญญัติที่มีความสําคัญ มีสาระมีรายละเอียดมาก เราคิดว่าถ้าเราจะพิจารณาในสมัยประชุมวิสามัญในช่วงบ่ายนี้ก็คงไม่รอบคอบรัดกุม มันอาจจะต้องข้ามไปวันพรุ่งนี้ ซึ่งเรายังมีญัตติเรื่องตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญอยู่อีกตั้ง ๗ ญัตติ เราก็เกรงว่าหากเราพิจารณา ไปก่อนเกรงว่าจะไม่รอบคอบ และประกอบกับได้พิจารณาดูเงื่อนเวลาตามรัฐธรรมนูญแล้ว หลังจากที่สภาเราได้รับร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมาเรามีเวลาอยู่ ๑๒๐ วัน ซึ่งจะครบ ๑๒๐ วันก็เดือนตุลาคม เราคิดว่าเดือนสิงหาคมเราจะเป่ดการประชุมสมัยสามัญ นิติบัญญัติอยู่แล้ว ถึงตอนนั้นพวกเราจะได้ช่วยกันพิจารณาให้รอบคอบ ช่วงป่ด สมัยประชุมนี้ทุกพรรคก็จะได้ไปศึกษารายละเอียดต่าง ๆ ฉะนั้นกราบเรียนท่านประธานว่า เรามีเหตุผลดังกล่าวถึงยังไม่หยิบยกขึ้นมาพิจารณาครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณนริศครับ ท่านได้ฟังไหม ก็คงจะเข้าใจนะครับ เชิญท่านพีระพันธุ์ครับ

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กรุงเทพมหานคร เขต ๓ พรรคประชาธิปัตย์ ผมเปึนผู้หนึ่งที่เสนอร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกัน และปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ที่อยู่ในระเบียบวาระ แล้วถ้าจําไม่ผิดก็เปึนฉบับแรกด้วยซ้ําไปกระมังของสภาแห่งนี้ที่เสนอนะครับ ผมอยาก กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกและท่านวิปรัฐบาลว่า ความจริงกฎหมาย ทุกฉบับสําคัญเท่ากันหมด เพียงแต่ว่ากฎหมายที่พิจารณาจบไปเมื่อสักครู่คือ เรื่องผู้ตรวจการแผ่นดินกับกฎหมายที่กําลังหารือกันอยู่ขณะนี้คือร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการ ป.ป.ช. เปึนกฎหมายที่กําหนดในรัฐธรรมนูญ ให้ดําเนินการ ซึ่งที่ผ่านมาทางรัฐบาลก็ใช้เหตุนี้ล่ะครับ เมื่อสักครู่ตอนช่วงเช้า ท่านประธานก็ได้บอกเลยว่าที่ต้องเอากฎหมายผู้ตรวจการแผ่นดินเข้ามาก่อนเพราะว่า รัฐธรรมนูญกําหนดให้แก้ไขให้เสร็จสิ้นภายใน ๑ ป้แล้วก็ทําเสร็จมาแล้ว เพราะฉะนั้น เหตุผลเดียวกันนี้ก็ใช้กับ ป.ป.ช. ซึ่งเสนอมาก่อนกฎหมายที่เราเพิ่งพิจารณาเสร็จไป ด้วยซ้ําไป

ประการที่ ๒ ก็คือว่ากฎหมายฉบับนี้แม้จะเปึนเรื่องสําคัญก็จริงอยู่ แล้วก็ สมัยประชุมวิสามัญอันนี้ทางรัฐบาลก็เป่ดมาเพื่อที่จะดําเนินการกฎหมายในส่วนนี้ ให้เสร็จสิ้น แล้วขณะนี้ก็เพิ่งจะบ่าย ๓ โมง ซึ่งผมมั่นใจว่าพวกผมทางซีกฝ์ายค้าน เราก็ทําหน้าที่กันมาเปึนประจํา เราก็พร้อมจะทําหน้าที่พิจารณากฎหมายฉบับนี้ จะเสร็จเที่ยงคืน ตีหนึ่งก็ไม่เปึนไร เพราะฉะนั้นตรงนี้ไม่เปึนปัญหาสําหรับพวกผมอยู่แล้ว ถ้าหากว่าจะหยิบ ๒ เรื่องนั้นขึ้นมาก็ไม่เปึนไรครับ เดี๋ยวพิจารณากฎหมายนี้ให้จบ แล้วเอาอีก ๒ เรื่องที่ทางวิปรัฐบาลเสนอมาต่อก็ได้นะครับ เพราะว่าพรุ่งนี้เดี๋ยวก็ไป ติดเรื่องของที่ต้องพิจารณาคณะกรรมาธิการวิสามัญเรื่องศึกษากรณีว่าจะแก้ไขปรับปรุง รัฐธรรมนูญอย่างไรหรือไม่ ก็จะทําให้กฎหมายฉบับนี้ล่าช้า จริงอยู่ครับสมัยหน้าจะเปึน สมัยนิติบัญญัติแล้วก็สามารถหยิบยกกฎหมายฉบับนี้มาพิจารณาได้ แต่ทําไมเราจะต้อง เสียเวลาไปอีก ๒-๓ เดือน ถึงแม้ว่าอีก ๒-๓ เดือนในแต่ละพรรคจะไปศึกษาเหมือนที่ ท่านได้ยกเหตุผลขึ้นมา แต่ถ้าสามารถไปศึกษาในคณะกรรมาธิการวิสามัญ มันก็คือ ศึกษาแล้วออกมาเปึนรูปธรรมได้ทันที แต่ถ้าหากว่าเราทิ้งช่วงเวลาไว้ ๒-๓ เดือน แล้วต่างคนต่างไปศึกษาในพรรค ซึ่งวันนี้เราเสนอกฎหมายเข้าสภาแล้วศึกษามาแล้ว รอบหนึ่งก็เท่ากับเสียเวลาไปโดยสิ้นเชิง และเหตุผลตรงนี้ผมคิดว่าถ้าใช้เหตุผลที่ ท่านประธานได้กรุณาหยิบยกขึ้นมาเพื่อนํากฎหมายผู้ตรวจการแผ่นดินเข้ามาพิจารณา จนจบสิ้นไปแล้วก็เปึนเหตุผลเดียวกัน ผมจึงคิดว่าท่านประธานน่าจะให้เราหยิบกฎหมาย ฉบับนี้ขึ้นมาพิจารณาตามระเบียบวาระด้วย เสร็จแล้วจะเอาอีก ๒ เรื่องที่เสนอเพิ่มเติม เมื่อกี้ยกขึ้นมาก็ไม่เปึนไรครับ ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมว่าเนื่องจากมีผู้เสนอ ญัตติให้เลื่อน แล้วก็มีผู้รับรองถูกต้อง แล้วถ้าเราจะเอาตามระเบียบวาระก็ต้องเสนอ เชิญคุณพีระพันธุ์ครับ

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กรุงเทพมหานคร

ถ้าอย่างนั้น ผมขอ อนุญาตเสนอให้คงระเบียบวาระตามเดิมพิจารณากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย คณะกรรมการ ป.ป.ช. ครับ ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็มีผู้รับรองถูกต้องครับ ก็ต้องถามมติที่ประชุม ฝ์ายรัฐบาลจะถอนไหม เชิญคุณวิทยา

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผมยังเล็งเห็นถึงความสําคัญตามที่ผมได้นําเรียนต่อที่ประชุมแห่งนี้ และญัตติด่วน ตั้งแต่ลําดับที่ ๙ ถึง ๑๕ ก็เปึนญัตติด่วนที่แม้กระทั่งพรรคฝ์ายค้านก็เปึนผู้นําเสนอ ระยะเวลาในการอภิปรายก็ค่อนข้างจะเยอะแล้วก็ยาว และผมคิดว่าเปึนความสนใจ ของพี่น้องประชาชน ผมยังขออนุญาตยืนครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ยืนใช่ไหมครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าอย่างนั้นผมก็ต้อง ถามมติล่ะครับ เชิญท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานครับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ บังเอิญผมไม่แน่ใจว่า เข้าใจตรงกันหรือไม่ที่ทางรัฐบาลเสนอคือเรื่องรัฐธรรมนูญกับเรื่องคณะกรรมาธิการสามัญ ซึ่งทางเราก็ไม่ได้ขัดข้อง แต่ว่าเข้าใจว่าท่านต้องการจะพิจารณาวันพรุ่งนี้ใช่ไหม หรือว่า จะพิจารณาในขณะนี้เลยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผมยืนยันแล้วก็ขอให้ท่านประธานวินิจฉัย แล้วก็ปฏิบัติไปตามระเบียบข้อบังคับ ของสภาครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เขาเอาอย่างนั้น ท่านผู้นําฝ์ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรจะให้ผมทําอย่างไร

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

คือสอบถาม เพียงแค่ว่าที่เลื่อนขึ้นมา หมายถึงพิจารณาวันนี้หรือพรุ่งนี้ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

จะพิจารณาวันนี้หรือพรุ่งนี้

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

ผมคิดว่าถ้าสภาแห่งนี้พร้อม ก็อยู่ที่ดุลยพินิจของท่านประธานครับ เพราะว่าผมก็พร้อมที่จะอภิปราย

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เราก็มีเวลาคิดว่าถึง ๕ โมง เราก็จะหยุดได้ ก็มีเวลาอยู่ครับ ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรท่านมีความเห็น อย่างไรครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

หมายความว่า ท่านจะเริ่มพิจารณาต่อไปเลยใช่ไหมครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

เพราะว่า เดิมผมได้รับทราบจากการประสานงานว่าจะเปึนวันพรุ่งนี้ แต่ถ้าท่านจะเริ่มวันนี้ ผมก็คิดว่าก็ไม่น่าจะหยุดแค่ ๕ โมงหรอกครับ คือกราบเรียนท่านประธานว่า กฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญ แม้ว่าพวกเราจะมีความคิดเห็นที่หลากหลายอย่างไร ผมสังเกตจาก การอภิปรายกฎหมายลักษณะเดียวกัน ๒-๓ ฉบับที่ผ่านมา หลายท่านก็ไม่สบายใจ กับบทบัญญัติซึ่งหน่วยงานต่าง ๆ เสนอมา แต่ในที่สุดก็หนีไม่พ้นต้องรับหลักการ แล้วเรา ก็ต้องไปแก้ไขกันในชั้นกรรมาธิการอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นผมก็คิดว่าเพื่อประโยชน์สูงสุด ของสภาครับ ถ้าเราจะตกลงกันว่าทั้งเรื่องรัฐธรรมนูญ ทั้งเรื่องกรรมาธิการสามัญ ทั้งเรื่อง ของกฎหมาย ป.ป.ช. ให้รับหลักการกันไปก่อน ภายในวันพรุ่งนี้น่าจะเปึนประโยชน์สูงสุด แล้วก็ตรงตามที่กระผมเคยหารือกับท่านประธานไว้ว่ากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ กับเรื่องของญัตติรัฐธรรมนูญและการตั้งกรรมาธิการเปึนเปัาหมายหลักที่เราต้องการ จะดําเนินการให้เสร็จสิ้น ผมเกรงว่าถ้ามีกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญตกหล่นไป เรามาพิจารณารับหลักการกันในอีก ๒ เดือนข้างหน้า มันก็จะมีลักษณะที่รัดหรือว่าผูกมัด ตัวเองมากยิ่งขึ้น ถ้าหากว่าทางรัฐบาลจะกรุณายืนยันว่าเราทํา ๓ เรื่องนี้ภายในวันพรุ่งนี้ ผมก็คิดว่าทางฝ์ายเราก็ไม่มีปัญหาครับว่าจะเรียงลําดับอย่างไร

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ฝ์ายรัฐบาลอย่างไร เชิญครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วิทยา บุรณศิริ พรรคพลังประชาชนจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผมนําเรียนท่านประธานแล้วก็ที่ประชุมด้วยความเคารพผ่านทางท่านผู้นําฝ์ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร ส่วนของกรรมาธิการสามัญผมเล็งเห็นว่าเปึนสิ่งที่สําคัญก็คือ ในวันพรุ่งนี้น่าจะเปึนวาระที่เหมาะสม แต่อย่างไรก็แล้วแต่ในชั้นสภาผู้แทนราษฎร ในการประชุมครั้งนี้ ญัตติด่วนตั้งแต่ลําดับที่ ๙-๑๕ ท่านก็อภิปรายกันในวันพรุ่งนี้ก็ได้ ไม่มีปัญหานะครับ แต่ว่าเรื่องของกรรมาธิการสามัญนั้นผมเห็นว่า ผมได้มีการนัดหมาย กันในช่วง ๔ โมงเย็นเพื่อมีการพูดคุยกัน ผมคิดว่าในส่วนของกรรมาธิการนั้นน่าจะเปึน วันพรุ่งนี้ที่เหมาะสม ส่วนวาระที่ผมได้นําเสนอนั้นญัตติด่วนตั้งแต่ลําดับที่ ๙-๑๕ นั้น ผมยังยืนยันให้พิจารณา แต่อีกเรื่องหนึ่งที่เรียนตามตรงที่ท่านประธานสามารถ แก้วมีชัย ก็ได้ชี้แจงในเรื่องของกฎหมายปราบปรามทุจริตนั้น กฎหมายที่ยื่นเข้ามามีความจําเปึน ต้องรอบคอบและละเอียดในการตรวจสอบในขั้นตอน และผมก็ได้นําเรียนแล้วว่าในชั้นวิป เราได้มอบหมายให้คณะอนุกลั่นกรองได้ตรวจสอบรายละเอียดแล้ว พบบางประเด็นที่เปึน ปัญหาละเอียดอ่อนขององค์กรอยู่ จึงขออนุญาตว่าในระเบียบวาระที่ ๒ นั้นยังไม่ขอพิจารณา ขออนุญาตท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมก็ไม่รู้จะบังคับกันได้อย่างไร อย่างนี้ก็ต้องถามมติแล้วครับ ผมจะขอถามมตินะครับ ท่านผู้ใดเห็นด้วยที่คุณวิทยาเสนอ เรื่องญัตติด่วนขอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการใช้และบังคับตาม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ตั้งแต่ลําดับที่ ๙ จนถึงลําดับที่ ๑๕ ก็ให้กดว่า เห็นด้วย นะครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

ขออนุญาตครับท่านประธาน และระเบียบวาระอื่น ๆ เรื่องการตั้งกรรมาธิการสามัญ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เพิ่มเข้าไปด้วย และเรื่องอื่น ๆ ที่ตั้งคณะกรรมาธิการสามัญ เพิ่มแล้วนะครับ แล้วก็ลําดับที่ ๒ คือหมายความว่าถ้าใคร เห็นตามระเบียบวาระ ตั้งแต่วาระที่ ๒ วาระที่ ๓ ไปตามลําดับที่ท่านผู้นําฝ์ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรได้เรียนเมื่อสักครู่นี้ แล้วก็ที่คุณพีระพันธุ์เปึนคนเสนอ ผมก็ขอให้ กดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ๒ อย่าง

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กรุงเทพมหานคร

ท่านประธาน ขออนุญาต นิดหนึ่งครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ คุณพีระพันธุ์

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กรุงเทพมหานคร

เพื่อให้เกิดความชัดเจน เหมือนที่ท่าน ขออภัยเอ่ยนาม ท่านวิทยาได้กล่าวว่าในส่วนของซีกที่ท่านวิทยาเสนอ ท่านเสนออย่างไร ในส่วนของกระผมขออนุญาตนําเรียนท่านประธานว่า ผมเสนอ ให้พิจารณาตามระเบียบวาระ ร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช. แล้วก็ ตามด้วยคณะกรรมาธิการศึกษาเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วก็ตามด้วยเรื่องอื่น ๆ เรื่องตั้งกรรมาธิการสามัญครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็เอาตามที่คุณพีระพันธุ์เสนอ เปึนอีกเรื่องหนึ่ง คุณวิทยาเสนออีกเรื่องหนึ่ง จะเอาฝ์ายคุณวิทยาหรือเอาฝ์ายคุณพีระพันธุ์ ก็ลงมติตามที่ผมเรียน หมายความว่าเห็นด้วยตามคุณวิทยาก็กด เห็นด้วย ถ้าเห็นด้วย ตามคุณพีระพันธุ์ก็ให้กดว่า ไม่เห็นด้วย ๒ อย่างนะครับ

(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุม ช่วยกรุณาเข้ามาลงมติด้วย ก็ถือว่าคงจะมีแค่นี้กระมังครับ กรุณากดลงคะแนนได้ครับ ใครเอาตามคุณวิทยา ก็กดปุ์ม เห็นด้วย ใครเห็นตามคุณพีระพันธุ์ ก็ให้กดปุ์ม ไม่เห็นด้วย เชิญครับ กดได้ครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

ลงคะแนนกันเสร็จหมดแล้ว ใช่ไหมครับ มีท่านใดยังไม่ได้ลงครับ เร็วหน่อยครับ มัวแต่ไปหลับในที่ไหนไม่รู้ หมดการลงมติ แล้วนะครับ ขอยุติการลงมติได้ครับ ต่อไปก็รวมคะแนนครับ ผมขอประกาศให้ทราบ ผู้เข้าประชุม ๓๒๙ ท่าน เห็นด้วย ๒๑๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๑๑ ท่าน ก็ต้องเอาตาม คุณวิทยานะครับ

ขอให้ดําเนินการต่อไปดังนี้ญัตติที่รวมทั้งหมด ๖ ญัตติ คือ

ญัตติที่ ๙ เรื่องด่วน เรื่อง ขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาการใช้และปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ (นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย กับคณะ เปึนผู้เสนอ)

ญัตติที่ ๑๐ ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาปัญหาการบังคับใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ เพื่อการแก้ไขเพิ่มเติม (นายจุมพฏ บุญใหญ่ กับคณะ เปึนผู้เสนอ)

ญัตติที่ ๑๑ ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ และข้อดีข้อด้อยของรัฐธรรมนูญ (นายเอกพจน์ ปานแย้ม กับคณะ เปึนผู้เสนอ)

ญัตติที่ ๑๒ ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาการบังคับใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ (นายเกียรติกร พากเพียรศิลปี และพันตํารวจโท นุกูล แสงศิริ เปึนผู้เสนอ)

ญัตติที่ ๑๓ ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาการบังคับใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ (นายวินัย ภัทรประสิทธิ์ กับคณะ เปึนผู้เสนอ)

ญัตติที่ ๑๔ ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้แต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาปัญหาและอุปสรรคในการใช้และปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ (นายไชยยศ จิรเมธากร และนายรณฤทธิชัย คานเขต เปึนผู้เสนอ)

ญัตติที่ ๑๕ ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้ที่ประชุมสภาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ (นายสุทิน คลังแสง กับคณะ เปึนผู้เสนอ)

ต่อไป ขอเชิญ ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย กับคณะ (เปึนผู้เสนอ) เชิญครับ

นายทิวา เงินยวง กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ผม ทิวา เงินยวง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ผู้ร่วมเสนอญัตติ ขอเสนอแทนคุณสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ท่านประธานที่เคารพครับ ญัตติเรื่อง ขอให้ตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการใช้และปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ เนื่องจากปัจจุบันนี้มีการประกาศใช้ รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ที่เกิดขึ้นมาจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เมื่อ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ซึ่งมีการยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ หลังจากนั้นก็มี กระบวนการในการจัดทํารัฐธรรมนูญในรูปของสภาร่างรัฐธรรมนูญ และได้ประกาศใช้ เมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ นั้นมีกรอบ มีบทบัญญัติ และเจตนารมณ์ที่เปึนประโยชน์ต่อประเทศชาติหลายเรื่อง มีความก้าวหน้า ซึ่งเปึน บทบัญญัติที่ได้แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการบังคับใช้รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ นอกจากนั้นรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ นั้นยังได้นํากระบวนการในการรับรองรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ โดยการลงประชามติเมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งมีผู้ออกเสียง ลงประชามติให้ความเห็นชอบถึง ๑๔ ล้านเสียงเศษ ไม่เห็นชอบ ๑๐ ล้านเสียงเศษ อย่างไรก็ตามเมื่อมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแล้ว รัฐสภาต้องมีการตรากฎหมาย เพื่อบังคับใช้ให้เปึนไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้หลายฉบับ ในขณะนี้ได้มี ข้อกังวลของหลายฝ์าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝ์ายการเมืองเกรงว่าบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ทําให้การปฏิบัติหน้าที่มิได้เปึนการจํากัดบทบาทของตน บ้างก็วิตกว่ารัฐธรรมนูญ ทําให้เกิดความสับสน นอกจากนั้นการบังคับใช้รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ในช่วง ๗-๘ เดือนที่ผ่านมานําไปสู่การเลือกตั้ง แล้วก็การจัดตั้งรัฐบาล รวมทั้งการทําหน้าที่ ของฝ์ายนิติบัญญัติ จนมาถึงวันนี้ได้มีเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นซึ่งเปึนที่ประจักษ์ต่อ พี่น้องประชาชนนะครับ ในขณะนี้ได้มีการพยายามที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งผลที่ตามมาในการแสดงออกทางสังคมของหลายฝ์ายต่าง ๆ นั้น จะเห็นได้ว่าความเห็น ที่แตกต่างกันเกิดขึ้นในสังคมไทยเราในขณะนี้ ดังนั้นเพื่อเปึนการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ในขณะนี้ไม่ว่าจะเปึนความขัดแย้งทางด้านการเมืองก็ดี ความขัดแย้งซึ่งอาจจะนําไปสู่ ความขัดแย้งของคนในชาติ จึงเห็นสมควรที่สภาผู้แทนราษฎรจะได้ทําหน้าที่ ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญเปึนสื่อกลางระหว่างนักการเมืองในสภาผู้แทนราษฎร กับภาคส่วนต่าง ๆ ในสังคม ไม่ว่าจะเปึนภาคประชาชน ภาคราชการ นักวิชาการ องค์กรเอกชน รวมทั้งผู้ที่สนใจในปัญหาต่าง ๆ ทางด้านการเมืองและการปกครอง ดังนั้นในการนี้จึงเห็นควรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาการใช้และปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ โดยมีองค์ประกอบจากทุกฝ์ายร่วมกันพิจารณาศึกษาการบังคับใช้และการปฏิบัติตาม รัฐธรรมนูญ ซึ่งการศึกษาถึงอุปสรรคและปัญหาของการบังคับใช้ในช่วงที่ผ่านมา รวมทั้งการศึกษาที่จะศึกษาถึงการบังคับใช้ในอนาคตสําหรับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ทั้งฉบับ ด้วยเหตุนี้จึงขอเสนอญัตติด่วนดังกล่าวตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อ ๔๑ และข้อ ๔๒ เพื่อขอให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการใช้และปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ส่วนเหตุผลและรายละเอียดได้ชี้แจง ในที่ประชุมเรียบร้อยแล้ว ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปเชิญคุณจุมพฏ บุญใหญ่ ญัตติด่วนที่ ๑๐ เชิญครับ

นายจุมพฏ บุญใหญ่ สกลนคร 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายจุมพฏ บุญใหญ่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชาชน จังหวัดสกลนคร เขตเลือกตั้งที่ ๒ ในฐานะผู้เสนอญัตติร่วมกับคณะ ท่านประธานครับ นับตั้งแต่ได้มีการยึดอํานาจการปกครองแผ่นดินเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ และได้ ยกเลิกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ซึ่งเปึนรัฐธรรมนูญ ฉบับประชาชน ทั้งเปึนรัฐธรรมนูญที่ยอมรับกันทั่วประเทศว่าเปึนฉบับที่ดีที่สุดในการใช้ ปกครองประเทศนับเท่าที่เคยมีมา คณะผู้ยึดอํานาจได้ดําเนินการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ซึ่งยกร่างขึ้นโดยคณะบุคคลที่มาจาก การแต่งตั้งของหัวหน้าคณะผู้ยึดอํานาจแต่เพียงคนเดียว นําไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์ อย่างกว้างขวางทั่วประเทศว่าที่มาของรัฐธรรมนูญมิได้มาจากปวงชนชาวไทยที่แท้จริง ถึงแม้จะได้มีการนํารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ เสนอต่อ ประชาชนเพื่อลงประชามติก่อนการบังคับใช้ก็ตาม แต่เปึนการทําประชามติภายใต้ กฎอัยการศึก และมีการชี้นําประชาชนผู้ลงประชามติว่าขอให้รับรัฐธรรมนูญไปก่อน เพื่อให้มีการเลือกตั้งแล้วจึงแก้ไขเพิ่มเติมภายหลัง เมื่อมีรัฐสภาซึ่งมาจากประชาชนแล้ว แม้กระนั้นก็ตามยังมีประชาชนที่เห็นข้อบกพร่องของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ว่าไม่เหมาะสมที่จะใช้ปกครองประเทศ ได้ออกเสียงประชามติ คัดค้านไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญแห่งอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ถึงกว่า ๑๐ ล้านคน เมื่อได้มีรัฐสภามาจากการเลือกตั้งแล้ว มีสมาชิกรัฐสภาที่มีความรักและเชื่อมั่นในการ ปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข ได้ขอเสนอญัตติ เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญซึ่งมิได้เปึนไปตามหลักการปกครองประชาธิปไตย และมิได้ เปึนไปตามหลักนิติธรรม แต่ปรากฏว่าได้มีประชาชนบางกลุ่มและมีคณะบุคคลบางคณะ ซึ่งรวมทั้งมีสมาชิกรัฐสภาบางท่านจากบางพรรคการเมืองได้ใช้วิธีการคัดค้านโดย การป่ดถนน แต่ไม่ได้ใช้วิธีการคัดค้านในวิถีทางของรัฐสภา อันจะนําไปสู่ความแตกแยก ของพี่น้องประชาชนในบ้านเมือง กระผมและคณะซึ่งเห็นว่าเพื่อดับปัญหาความแตกแยก ทางความคิดมิให้เกิดกลียุคหรือมิให้เกิดความร้าวฉานขึ้นในประเทศ จึงได้เสนอญัตติ เพื่อให้สภาแห่งนี้ได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้น เพื่อศึกษาปัญหาการบังคับใช้ รัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ เพื่อนําไปสู่การแก้ไขเพิ่มเติมต่อไป ท่านประธานที่เคารพ กระผม จะขออนุญาตอภิปรายชี้จุดและประเด็นให้เห็นว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นไม่เหมาะสมที่จะใช้บังคับในการปกครองประเทศชาติของเรา ต่อไปอย่างไร โดยจะชี้ให้เห็นเฉพาะจุดที่มีข้อบกพร่องภายใต้หลักของการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยและหลักนิติธรรม ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนได้มีคําถาม กับกระผมเปึนจํานวนมากว่าประเทศชาติของเราได้ล่มจมแล้วหรือ จึงมีขบวนการกู้ชาติ ถ้าประเทศชาติของเรายังไม่ได้ล่มจมเหตุใดจึงมีขบวนการกู้ชาติที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ ในประวัติศาสตร์ชาติไทยประเทศของเราเคยล่มจมในสมัยกรุงศรีอยุธยา เมื่อป้ ๒๓๑๐ อันเนื่องมาจากความแตกแยกของพี่น้องประชาชน ในขณะนี้เพื่อดับปัญหาความแตกแยก กระผมอยากจะขอหยิบยกถ้อยคําในพระไตรป่ฎก ซึ่งเปึนธรรมะอันพระพุทธเจ้าได้ตรัส สอนเจ้าวัชชีในการปกครองที่เรียกว่า ราชะอปริหานิยธรรมหรือธรรมสําหรับผู้ปกครอง บ้านเมือง มีทั้งหมด ๗ ประการครับ แต่กระผมจะขอยกขึ้นมา ในประการที่ ๓ พระพุทธองค์ ได้ตรัสสอนชาวแคว้นวัชชีว่า แคว้นวัชชีจะมีแต่ความเจริญถ่ายเดียวโดยไม่มีความเสื่อมเลย ถ้า ๑. ไม่ล้มล้างสิ่งที่บัญญัติไว้ ท่านประธานครับ ประเทศไทยนับแต่มีการเปลี่ยนแปลง การปกครองเปึนต้นมา นับแต่มีรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๔๗๕ เปึนต้นมา ได้มีประวัติของ การล้มล้างรัฐธรรมนูญที่เรียกว่าการปฏิวัติรัฐประหารบ้าง ที่เรียกว่าการปฏิรูป การปกครองแผ่นดินบ้าง เปึนการยึดอํานาจการปกครองไปจากประชาชน และล้มล้าง รัฐธรรมนูญนับจํานวนหลายครั้งมากมาย นั่นคือสิ่งที่ทําให้ประเทศไทยของเราไม่พัฒนา ไปเท่าที่ควร ซึ่งเปึนการกระทําที่ขัดกับหลักธรรมของผู้ปกครอง ท่านประธานที่เคารพ ท่านพระพุทธองค์ได้ตรัสสอนหลักในข้อที่ ๓ ต่อไปว่า เมื่อมีการปกครองแคว้นวัชชี หรือเจ้าวัชชีจะต้องไม่บัญญัติสิ่งที่มิได้บัญญัติไว้ เมื่อคณะยึดอํานาจได้ยึดอํานาจ การปกครองแผ่นดินแล้ว ล้มล้างรัฐธรรมนูญแล้วก็ยังได้กระทําการบัญญัติบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญอันมิได้เปึนไปตามหลักนิติธรรม ซึ่งกระผมจะกล่าวในรายละเอียดต่อไป และจะมีเพื่อนสมาชิกท่านอื่น ๆ ลุกขึ้นอภิปรายสนับสนุน นอกจากนั้นในหลักธรรมข้อ ๓ นี้ พระพุทธองค์ได้บอกว่าแคว้นวัชชีต้องปฏิบัติมั่นในวัชชีธรรม ประเทศไทยในขณะนี้ มิได้ปฏิบัติมั่นในการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งต้องปฏิบัติตามมติ ของเสียงข้างมาก โดยเสียงข้างน้อยได้รับการคุ้มครองและได้รับการรับฟัง ในขณะนี้ ได้มีขบวนการพยายามที่จะเอาเสียงข้างน้อยขึ้นมาข่มขู่บังคับเสียงข้างมาก นี่คือ ความเสื่อมที่กําลังจะเกิดขึ้นในประเทศไทย เพราะไม่ได้ปฏิบัติตามหลักธรรม อันพระพุทธองค์ได้สอนไว้ ท่านประธานครับ นี่คือปัญหาที่กระผมและคณะจําเปึน ต้องนําเสนอญัตตินี้ ปัญหาทุกปัญหาบางท่านอาจจะบอกว่าขณะนี้ประเทศไทยมาถึง ทางตัน แต่กระผมเห็นว่าทุกปัญหาแก้ได้ครับ ปัญหาในโลกนี้มีอยู่ ๒ ประการเท่านั้น ถ้ากระผมจะถามท่านประธานว่า ไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกัน ปัญหาอย่างนี้เถียงกันไป ไม่มีประโยชน์ สังคมแห่งนี้ ประเทศแห่งนี้ก็ไม่ควรจะหยิบยกเอาปัญหาเช่นนี้ขึ้นมา ถกเถียงกัน ปัญหาต่อไปครับ มันจะแยกออกเปึนปัญหาที่ไม่สามารถจะใช้เสียงข้างมาก มาชี้ขาดตัดสินได้ นั่นคือปัญหาที่เรียกว่าภาวะวิสัยคือปัญหาที่สามารถพิสูจน์ ความเปึนความมีอยู่ได้โดยอายตนะ ๖ หู ตา จมูก ลิ้น กาย ใจ หรือใช้วิธีวิทยาศาสตร์ พิสูจน์

ปัญหาประการที่ ๒ คือปัญหาที่เรียกว่าอัตวิสัยหรือปัญหาที่เกี่ยวกับ ความเห็น เช่น ปัญหาเกี่ยวกับศาสนา ถ้าท่านประธานนับถือพระพุทธศาสนาท่านเชื่อว่าใครทําดีได้ดี ใครทําชั่วได้ชั่ว ถ้ากระผม นับถือศาสนาที่มีพระเจ้า ผมเชื่อว่าถ้าผมเคารพนับถือพระเจ้า ผมจะได้ไปเฝัาพระเจ้า เมื่อผมสิ้นชีวิต แต่ท่านประธานครับ ไม่สามารถที่จะออกกฎหมายบังคับหรือใช้เสียง ข้างมากมาลงมติให้กระผมไปนับถือศาสนาของท่านประธาน หรือบังคับท่านประธาน ให้มานับถือศาสนาที่กระผมนับถือได้ ปัญหาเช่นนี้เขาเรียกว่า อัตวิสัย และเปึนปัญหา ที่เปึนสิทธิเสรีภาพของประชาชนในรัฐ รัฐจะไปบังคับไม่ได้ ถ้าเราจะอยู่ด้วยกันได้ในสังคม ต้องต่างคนต่างแยกกันปฏิบัติกิจของศาสนาที่ตนนับถือ

ปัญหาประการต่อมาคือปัญหาข้อกฎหมาย ถ้าสมมุติว่าในการเลือกตั้ง มีเจ้าหน้าที่จับเงินได้จากผู้สมัครรับเลือกตั้ง มีการซื้อเสียงจริงหรือไม่ ปัญหาเหล่านี้ จะต้องพิสูจน์ได้ด้วยพยานหลักฐาน แต่หลังจากที่พิสูจน์ด้วยพยานหลักฐานแล้วว่า มีเงินซื้อเสียง ท่านประธานที่เคารพ ถ้าสมมุติว่าที่จังหวัดเพชรบูรณ์มีพรรคการเมือง พรรคหนึ่งถูกจับได้ว่ามีเงินซื้อเสียง ๑,๓๐๐,๐๐๐ บาท นั่นคือข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้ ด้วยหลักวิทยาศาสตร์ ไม่อาจใช้ความเห็นที่จะไปตัดสินได้ว่าเงินนั้นจะซื้อเสียงหรือ ไม่ซื้อเสียง เมื่อข้อเท็จจริงนี้ได้ยุติแล้วว่าเปึนอยู่และมีอยู่ ปัญหาที่จะตัดสินต่อไปคือ ความเห็นทางกฎหมายว่าควรให้ใบเหลืองหรือให้ใบแดง ปัญหาตรงนี้เราไม่อาจจะไป ชี้ได้ว่าคนที่ลงมติให้ใบเหลืองเปึนคนเลว ไม่อาจจะไปชี้ได้ว่าคนที่ลงมติให้ใบแดงเปึนคนดี ทําไม่ได้ครับ เพราะนั่นคือปัญหาที่เปึนอัตวิสัย ปัญหาสําคัญที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ขณะนี้คือปัญหาการเมืองการปกครอง การเมืองการปกครองมันเปึนปัญหาอัตวิสัย ความคิดเห็นทางการเมืองการปกครองของคนนั้นแตกต่างกันได้ แล้วเราจะตัดสินปัญหา ด้วยวิธีใดครับ ถ้าในอดีตการปกครองในระบอบราชาธิปไตยหรือสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เขาให้คน ๆ เดียวตัดสินปัญหาครับ แต่ประเทศไทยขณะนี้โดยรัฐธรรมนูญบอกว่า ปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยให้ใช้เสียงข้างมากในการตัดสินปัญหา แต่เสียง ข้างน้อยจะต้องได้รับการคุ้มครองและได้รับการรับฟัง นี่คือหลักครับ ดังนั้นรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ จะได้รับการแก้ไขหรือไม่ หลังจากการที่เราได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ขึ้นพิจารณาศึกษาแล้วควรที่จะได้ใช้เสียงข้างมากเปึนตัวชี้ขาดตัดสิน เสียงข้างน้อย ยังคงได้รับการรับฟังและได้รับการคุ้มครอง ถ้าประเทศแห่งนี้จะใช้ขบวนการชุมนุม เพื่อที่จะไม่รับฟังเสียงข้างมาก หรือการกระทําตามเสียงข้างมาก กระผมเห็นว่าญัตติ การแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ไม่มีประโยชน์เลย แล้วรัฐธรรมนูญบัญญัติไม่เปึนไปตาม หลักนิติธรรมอย่างไร กระผมจะขอหยิบยกหลักนิติธรรมขึ้นมาสัก ๒-๓ ข้อครับ จริง ๆ แล้ว หลักนิติธรรมถ้าจะสรุปแล้วก็มีประมาณ ๕ ข้อ

อันที่ ๑ ประเทศใดก็ตามอย่าปกครองโดยคน ให้ปกครองโดยกฎหมาย แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ปกครองโดยคน ดูถูกคน ดูหมิ่นเหยียดหยามว่านักการเมืองทุกคน ที่เข้าสู่สภาแห่งนี้ ล้วนแต่เปึนผู้ที่ชั่วร้าย ทุจริต คอร์รัปชัน นี่คือการปกครองโดยคน ซึ่งขัดกับหลักนิติธรรม และขัดกับหลักที่กระผมขอกราบเรียนว่า พระพุทธองค์ได้ให้ หลักการปกครองนี้มาตั้งแต่สมัยพุทธกาลแล้ว พระเทวทัตเคยไปขออํานาจการปกครอง หมู่สงฆ์จากพระพุทธองค์ พระพุทธองค์บอกว่า เทวทัตอย่าว่าแต่เธอเลยแม้แต่. พระสารีบุตรและโมคคัลลานะ อัครสาวกขวาและซ้าย พระพุทธองค์ยังไม่มอบอํานาจ ให้เลย และก่อนที่จะปรินิพพานพระพุทธองค์ได้ตรัสกับพระอานนท์ว่า อานนท์ เมื่อเราตถาคตปรินิพพานแล้ว เธออาจจะคิดว่าพวกเธอไม่มีศาสดา อานนท์อย่าคิด อย่างนั้นเลย คําใด วินัยใดที่เราตรัสสอนแล้ว คํานั้น วินัยนั้นคือศาสดาปกครองพวกเธอ ทั้งหลายสืบไป ท่านประธานที่เคารพ นี่คือหลักของการปกครองบ้านเมืองที่พระพุทธองค์ได้มอบให้เปึน มรดกของโลกครับ ประเทศฝรั่งมังค่าทั้งหลายเรียนตามหลังพระพุทธเจ้าครับ รัฐธรรมนูญ แห่งนี้ไม่ปกครองโดยหลักกฎหมายอย่างไร ปกครองโดยคนอย่างไร จะเห็นได้ว่าใครก็ตาม ถ้าเปึนประธานศาลฎีกา ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธาน กกต. ท่านประธานทั้งหลายเหล่านี้มีอํานาจมากกว่าประชาชนเจ้าของอํานาจอธิปไตย สามารถสรรหา ส.ว. ได้ สามารถแต่งตั้งผู้ตรวจการแผ่นดินได้ ป.ป.ช. ได้ทั้งหมดทั้งสิ้น ซึ่งท่านเหล่านั้นมิได้ยึดโยงกับหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตย หลักนิติธรรม ตัวนี้

อันที่ ๒ รัฐบาลต้องอยู่ภายใต้กฎหมายและปฏิบัติตามกฎหมาย และกฎหมายนั้น รัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๙ เปึนมาตราที่ขัดกับหลักนิติธรรม เพราะเปึน การให้อํานาจคนอยู่เหนือกฎหมาย สามารถทําอะไรในอดีต ปัจจุบัน และอนาคตได้ โดยไม่มีความผิดใด ๆ ทั้งสิ้น การปกครองบ้านเมืองโดยกฎหมายนั้น กฎหมายจะต้องให้ ผู้ที่ถูกรัฐกล่าวหาว่าเขากระทําการละเมิดกฎหมายได้มีโอกาสต่อสู้คดีความ เพื่อพิสูจน์ ความบริสุทธิ์ของเขา ไม่ใช่จํากัด แต่มาตรา ๓๐๙ ได้จํากัดมิให้บุคคลใดยกเอาการกระทํา อันไม่ชอบด้วยกฎหมายขององค์กรที่ คมช. ตั้งขึ้นในการร่างรัฐธรรมนูญนั้นไปต่อสู้เขา ได้เลย นี่คือบทบัญญัติที่ขัดกับหลักนิติธรรม นอกจากนั้นรัฐธรรมนูญนี้ยังมิได้เปึนไปตาม หลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตย การปกครองในระบอบประชาธิปไตยนั้น อํานาจอธิปไตยย่อมเปึนของปวงชน องค์กรทุกองค์กรที่กําหนดให้มีขึ้นในรัฐธรรมนูญ จะต้องสามารถยึดโยงและเชื่อมต่อกับอํานาจอธิปไตยของประชาชนได้ทุกองค์กร องค์กรอิสระจักต้องไม่มีในการปกครองในระบบรัฐสภา อํานาจอธิปไตยนั้นแบ่งแยกไม่ได้ แต่องค์กรที่ใช้อํานาจอธิปไตยนั้นต้องแบ่งแยกออกเพื่อมีการตรวจสอบและถ่วงดุล ซึ่งกันและกัน โดยทุกองค์กรที่กําหนดขึ้นในรัฐธรรมนูญจักต้องถูกอํานาจอธิปไตย หรือปวงชนสามารถเข้าไปตรวจสอบได้ หรือยึดโยงได้ว่าอํานาจที่ท่านมีนั้นมาจากประชาชน แต่คณะกรรมการสรรหา ส.ว. ไม่มีครับ ไม่สามารถตอบได้เลยว่าเอาอํานาจมาจาก ประชาชนหรือไม่ เพียงแต่ท่านได้รับการสันนิษฐานจากสังคมว่าท่านเปึนผู้สุจริต ซื่อสัตย์ เปึนที่ประจักษ์ กระผมได้กราบเรียนแล้วว่าสังคมใดก็ตามอย่าปกครองโดยคนนะครับ ถ้าคนแล้วยุ่งครับ ท่านประธานที่เคารพ กระผมอยากจะกราบเรียนว่าแม้บุคคลที่ ประกอบอาชีพเปึนผู้พิพากษาก็ยังมีบางคนที่สามารถกระทําผิดได้ แม้บุคคลที่จะได้รับ การแต่งตั้งมาจากที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกา ในวันนี้ซึ่งท่านเหล่านั้นก็มีประวัติ ความซื่อสัตย์สุจริตเปึนที่ประจักษ์ได้ถูกกลุ่มผู้ชุมนุมขับไล่ ๒ คน แล้วก็สรรเสริญ ๓ คน นี่คือพฤติกรรมและการกระทําที่ไม่เคารพกฎหมาย ในอดีตเคยมีผู้พิพากษาระดับ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาถูกไล่ออกหรือถูกให้พ้นจากตําแหน่ง เพราะให้ประกันตัว ผู้ต้องหาในคดียาเสพติดโดยมิชอบด้วยกฎหมาย รับสินบน ๔๐ ล้านบาท ในอดีตเคยมี ประธานศาลฎีกาไล่ผู้พิพากษาออก ๑๗ ราย เพราะทุจริตต่อหน้าที่ แต่ไม่เคยปรากฏ เปึนข่าวเลยว่าคณะกรรมการตุลาการได้ดําเนินคดีกับผู้พิพากษาที่ถูกไล่ออกจากราชการ เพราะการทุจริตต่อหน้าที่เหล่านั้นหรือไม่ คณะกรรมการตุลาการได้ละเว้นการปฏิบัติ หน้าที่หรือไม่ครับ ควรที่จะไปแจ้งความร้องทุกข์ให้ผู้พิพากษาที่ถูกไล่ออกเพราะทุจริต ต่อหน้าที่เหล่านั้นได้รับโทษตามกบิลเมืองหรือไม่ครับ ท่านประธานที่เคารพ เราไม่สามารถที่จะตัดสินได้ว่าผู้ที่มีความเห็นแตกต่างไม่ตรงกับ ตนนั้นเปึนคนเลว และเราไม่สามารถตัดสินได้ว่าผู้ที่มีความเห็นตรงกับเรานั้นเปึนคนดี แต่เราจะตัดสินได้ว่าบุคคลเหล่านั้นได้กระทําการอันฝ์าฝ๋นและขัดต่อหลักกฎหมายหรือไม่ ท่านประธานครับ เพื่อให้ประเทศของเรา เพื่อให้ชาติของเราได้ล่วงพ้นวิกฤติทางการเมือง ในขณะนี้ เพื่อไม่ให้เกิดความแตกแยก กระผมและคณะจึงได้เสนอญัตติขอให้สภาแห่งนี้ ได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นเพื่อศึกษาว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ได้มีบทบัญญัติอันขัดต่อหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตย และขัดต่อหลักนิติธรรมในบทมาตราใดบ้าง แล้วนําไปสู่การแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อแก้ปัญหา ของประเทศชาติสืบไป ขอบคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณ เอกพจน์ ปานแย้ม

นายเอกพจน์ ปานแย้ม ปทุมธานี 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเอกพจน์ ปานแย้ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปทุมธานี พรรคชาติไทย กระผมพร้อมทั้งเพื่อนสมาชิกในนามพรรคชาติไทย ได้ขอเสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้ตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ รวมทั้งข้อดีข้อด้อยของรัฐธรรมนูญ เนื่องจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ได้ใช้บังคับมาในระยะเวลาหนึ่งแล้ว ซึ่งถือเปึนระยะเวลาอันสําคัญยิ่ง ที่ส่งผลต่อการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อันเปึนการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๐ ในหลายประการ ซึ่งมีทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนอันมีผลกระทบ ต่อทางปฏิบัติมากมาย สมควรได้รับการหยิบยกมาเพื่อพิจารณาศึกษาหาแนวทางแก้ไข ข้อบกพร่องในห้วงเวลาอันเหมาะสมต่อไป กราบเรียนท่านประธานว่าญัตติเพื่อขอให้ตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ที่กระผมเองพร้อมทั้งเพื่อนสมาชิกทุกพรรคการเมืองได้นําเสนอต่อสภาในครั้งนี้ ต้องเรียนว่าหลังจากที่เราได้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ตั้งแต่วันที่ ๒๔ สิงหาคม ที่ผ่านมา ถ้านับช่วงเวลาแล้วก็ประมาณ ๙ เดือนเศษของการที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้มี ผลบังคับใช้ การใด ๆ ก็ตามทั้งหลายทั้งปวงที่อยู่ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย ได้ถูกดําเนินการมา แล้วก็ทําให้เราได้มองเห็นถึงสิ่งที่เกิดขึ้นภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของข้อดีและก็ข้อที่เปึนปัญหาในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก่อนที่กระผม จะได้กราบเรียนท่านประธานต่อไปต้องเรียนว่า ผมเชื่อเหลือเกินว่าในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ คงไม่มีใครที่จะปฏิเสธว่ายังมีหลายส่วนที่เปึนปัญหา และแน่นอนที่สุด ก็คงไม่มีใครปฏิเสธว่าบางส่วนก็เปึนเรื่องที่ดี เช่นเดียวกันถ้าเปรียบเทียบกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก็จะเกิดแนวคิดนี้เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นถ้านํารัฐธรรมนูญ ๒ ฉบับ ทั้งป้ ๒๕๔๐ และป้ ๒๕๕๐ มาเทียบเคียงกัน ถ้าจะพูดในลักษณะที่เราจะนํามาผสมผสานกัน ก็อาจจะทําให้เราได้มองเห็นว่าเราสามารถที่จะปรับได้ในเรื่องของการนําเอาข้อดีมารวมกัน แล้วก็ตัดในข้อที่เปึนปัญหาออกไป แต่นั่นก็เปึนเรื่องของอนาคตข้างหน้าที่จะเกิดขึ้น หากคณะกรรมาธิการวิสามัญที่เราจะได้ตั้งกันนี้ ได้พิจารณาเห็นพ้องต้องกันว่าข้อบกพร่อง ที่มีอยู่ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ สมควรที่จะได้รับการแก้ไข ตรงนั้นก็คงจะต้องเปึนแนวคิดต่อไป ที่กระผมเรียนเช่นนี้ก็อาจจะหยิบยกแนวคิด บางประการจากที่ผ่านมา ซึ่งก็มีท่านสมาชิกหลายท่านได้พยายามใช้เอกสิทธิ์ในการที่จะ ยื่นเพื่อขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยใช้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ เปึนช่องทางในการที่จะ รวบรวมจํานวนสมาชิก ๑ ใน ๕ ของทั้ง ๒ สภา เพื่อที่จะขอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่เนื่องจากว่าแน่นอนละครับ หลายกระแสเสียงก็ยังมีปัญหาว่าการดําเนินการเช่นนั้น จะเปึนไปเพื่อประโยชน์ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือไม่ ของตัวเองหรือไม่ อันนั้นก็เปึนปัญหา ที่ตามมา ซึ่งกระผมไม่ขอโต้แย้งในประเด็นนี้นะครับ เพราะผมเชื่อเหลือเกินว่าตรงนี้เปึน ความเห็นที่แตกต่างซึ่งย่อมจะเกิดขึ้นในระบอบประชาธิปไตย เราเกิดเหตุการณ์พลิกผัน ทางการเมือง หลายท่านได้พูดไปแล้วตั้งแต่วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ได้มีการยกเลิก รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ แล้วก็มีการบัญญัติให้มีรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เกิดขึ้น ต้องเรียน ท่านประธานว่าในระหว่างที่มีการนําเสนอหรือมีความพยายามใช้แนวคิดที่จะขอให้มี การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมเชื่อเหลือเกินว่าแนวคิดนั้นมันเกิดมาจากความบริสุทธิ์ใจ ของสมาชิก เพราะถ้าเราไปมองในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ จะเห็นชัดเจนเลยครับว่า สมาชิกมีสิทธิใช้เอกสิทธิ์ในการที่จะได้ดําเนินการให้เปึนไปตามรัฐธรรมนูญนั้นได้ และผมเชื่อเหลือเกินว่าแนวคิดนั้นก็มาจากด้วยความบริสุทธิ์ใจ ในสิ่งที่เรายอมรับ ร่วมกันว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหาอยู่บ้าง เพราะฉะนั้นจะเปึนอย่างไรถ้าเกิดเราเห็นว่า สิ่งที่มันเปึนปัญหาอยู่เราควรจะปล่อยให้มันดําเนินไปอย่างมีปัญหาหรือไม่ หรืออาจจะเกิด ความคิดที่ว่าถ้าอย่างนั้นเราอาศัยช่องทางในมาตรา ๒๙๑ เพื่อที่จะขอให้มีการแก้ไข รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้หรือไม่ ถ้าเรียนตามหลักการนะครับ ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ผมเชื่อว่ากระทําได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็มีหลายความคิดเห็นมากมายว่าอยากให้รัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ ถ้าจะมีการพิจารณา ถ้าจะมีการแก้ไข ควรจะทําในลักษณะที่อาจจะให้มี ความรอบคอบหรือให้มีความชัดเจนว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหาในเรื่องใดบ้าง ก็น่าจะมี การศึกษาก่อนไหม ตรงนั้นก็เปึนเรื่องซึ่งถือว่าถ้าในทางรัฐศาสตร์ผมถือว่าเปึนเรื่องที่มี เหตุผลอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นทุกพรรคการเมืองได้เล็งเห็นถึงประโยชน์ต่อการที่เราจะได้ ร่วมกันในการที่จะศึกษาข้อดีข้อเสียของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ศึกษาเรื่องของการบังคับใช้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ แล้วก็อาจจะมีการนําไปสู่การแก้ไขในวันข้างหน้า เพื่อประโยชน์ เพื่อความรอบคอบ ละเอียดถี่ถ้วน เพราะรัฐธรรมนูญถือว่าเปึนกฎหมายสําคัญของประเทศ จึงได้เกิดแนวคิดว่าถ้าเปึนอย่างนั้นเราคงใช้หลักนิติศาสตร์อย่างเดียวคงไม่ได้ คงจะมี ในเรื่องของรัฐศาสตร์ เรื่องความเห็นแก่ประโยชน์สําคัญ แน่นอนที่สุดผมเชื่อเหลือเกินว่า พี่น้องประชาชนส่วนหนึ่งท่านก็มีความเห็นว่าเปึนไปได้ ถ้าเกิดว่ามีการได้ศึกษา ได้พิจารณาอย่างรอบคอบก็น่าจะเปึนเรื่องดี น่าจะเปึนประโยชน์ในอนาคตข้างหน้าด้วย แม้ว่าจริง ๆ แล้วมีนักวิชาการหลายท่าน มีท่านผู้รู้หลายท่านได้พยายามออกมาบอกว่า ในช่วงที่มีความพยายามในการจะเสนอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยสมาชิกของสภา ก็มีบางท่านบอกว่าถ้าเปึนอย่างนี้ด้วยรัฐธรรมนูญฉบับนี้มาจากการทําประชามติ มาจาก การลงประชามติของพี่น้องประชาชนซึ่งเปึนครั้งแรกในประวัติศาสตร์ วันที่ ๑๙ สิงหาคม ป้ ๒๕๕๐ ได้มีการลงประชามติ จํานวนเสียงก็คงจะทราบกันดีแล้วว่าให้รับรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ ๑๔ ล้านคนเศษ ไม่รับ ๑๐ ล้านคนเศษ ก็ต้องอย่าลืมว่าเราจะยึดถือประชามติ ตรงนั้นเสียอย่างเดียวโดยปราศจากเหตุผลประกอบก็คงจะเปึนไปได้ยาก แม้ว่าการทํา ประชามติจะเปึนไปตามกฎหมายก็ตามที ต้องเข้าใจนะครับว่าการทําประชามติ ในขณะนั้น สิ่งที่เปึนคําถามไปสู่พี่น้องประชาชนเพื่อขอประชามติจากพี่น้องประชาชน มีอยู่ ๒ อย่างเท่านั้น รับหรือไม่รับ เพราะฉะนั้นถ้ามีบางท่านอาจจะบอกว่าพี่น้องประชาชนที่เขารับรัฐธรรมนูญฉนับนี้ นั่นหมายความว่าเขาเข้าใจดีแล้วทั้งหมด ผมคิดว่านั่นคงยังไม่ใช่ข้อยุติ ถ้าประเด็น ที่ถามนําในแต่ละมาตรา ในแต่ละหมวดไปสอบถามพี่น้องประชาชนได้ความเห็นมาแล้ว เสียงส่วนใหญ่ออกมาชัดเจนว่ารับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ข้ออ้างตรงนั้นก็อาจจะฟังแล้ว มีเหตุผลอย่างสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ที่กระผมพูดเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่าการทําประชามติ ไม่ถูกต้อง แต่ว่ามีความพยายาม หลาย ๆ ท่านก็มีการเสนอความคิดเห็นว่าอย่างนั้น ถ้าจะมีการยื่นแก้รัฐธรรมนูญให้ย้อนกลับไปถามประชามติก่อนได้ไหม ผมก็เคยแสดง ความคิดเห็นว่าคงจําเปึนถึงขนาดนั้นหรือเปล่า เพราะว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เปึนรัฐธรรมนูญที่มาจากประชามติ เสียงส่วนใหญ่เห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ควรจะมี ผลบังคับใช้ แล้วมาตรา ๒๙๑ ก็เปึนมาตราหนึ่งที่อยู่ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เพราะฉะนั้น ถ้าสมาชิกจะใช้สิทธิตามช่องทางนี้ก็สามารถดําเนินการได้ ไม่ได้ผิดเพี้ยนอะไรไป ไม่ได้ขัด รัฐธรรมนูญเลยครับ เหมือนกับหลาย ๆ ท่าน บางท่านอาจจะบอกว่าอาจจะมีการยื่น แล้วอาจจะมีปัญหาว่าจะขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ เปึนไปได้หรือไม่ แต่กระผมมองว่าไม่ใช่ คงเปึนไปไม่ได้ ถ้าจะพูดตามหลักการนั้นก็สามารถดําเนินการได้ก็ไม่ได้ผิดเพี้ยนอะไรไป แต่เอาล่ะครับโดยข้อสรุปแล้ว โดยความเห็นโดยส่วนรวมผมคิดว่าเปึนเรื่องที่เราสามารถ ยอมรับร่วมกันได้ และคงไม่ได้ใช้เวลามากมายในการที่เราจะพิจารณาร่วมกันในการที่ ถ้าเราจะศึกษารัฐธรรมนูญก่อน ก่อนที่จะมีแนวคิดที่จะยื่นให้มีการแก้ไข แม้ว่าจะมีช่องทาง ตามรัฐธรรมนูญก็ตามที เมื่อเราศึกษาแล้วได้ข้อสรุปโดยคณะกรรมาธิการร่วมกันว่า มีปัญหามีความบกพร่องอยู่บ้าง เราก็อาจจะนําไปสู่การแก้ไขได้ อันนั้นก็เปึนเรื่องที่อาจจะ เกิดขึ้นในอนาคตข้างหน้า กระผมและพรรคชาติไทยมีส่วนร่วมในการที่จะได้เสนอญัตตินี้ เข้าสู่สภา เพื่อให้สภาได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญต่อไป จริง ๆ ก็มีเหตุผลหลายประการ ที่อยากจะกราบเรียนเปึนส่วนประกอบ ผมคิดว่าท่านสมาชิกหลายท่านในที่นี้ท่านก็คงจะ ได้รับผลกระทบบางเรื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้เหมือนกัน ผลในทางที่ดีเราก็รับพร้อมกัน ผลในทางที่เปึนปัญหาเราก็รับพร้อมกัน เพราะเราอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เหมือนกัน จากการที่ได้เคยมีการพิจารณาของคณะกรรมการหลายหน่วยงานได้มีการวิเคราะห์ พิจารณาถึงการบังคับใช้รัฐธรรมนูญมาหลายครั้ง ที่ผ่านมาก็มีข้อสรุปต่าง ๆ นานา มีความเห็นมากมายว่าในรัฐธรรมนูญนี้ยังมีปัญหาอยู่มาก ผมอยากจะใคร่ขออนุญาต ท่านประธานได้หยิบยกปัญหาบางประการที่อยากจะได้กราบเรียนนําฝากไปยัง ท่านกรรมาธิการวิสามัญด้วย ซึ่งในการพิจารณาท่านก็คงจะไปพิจารณา และผมเชื่อว่า ทุกท่านที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาคงทราบปัญหานี้ดีว่าเปึนเรื่องที่ เราคงจะต้องมีการมาตีความมากมาย อันนี้เปึนปัญหาหนึ่งที่ผมอยากจะหยิบยกถึง สิ่งที่เรามองเห็นในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ว่ามันมีปัญหา ในมาตรา ๒๖๖ ถ้าท่านประธาน จะจําได้ ท่านประธานเองก็คงจะได้เคยร่วมในการที่จะพิจารณาในรัฐธรรมนูญมาตรานี้ ซึ่งก็เปึนปัญหา รวมถึงถ้าในอนาคตข้างหน้าเราจะมีคณะกรรมาธิการสามัญเกิดขึ้น มันก็อาจจะรวมไปถึงว่าการทําหน้าที่ของกรรมาธิการสามัญในฐานะที่เปึนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรสามารถที่จะดําเนินการได้หรือไม่ ในมาตรา ๒๖๖ บอกว่า สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาต้องไม่ใช้สถานะหรือตําแหน่งการเปึนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาเข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงเพื่อประโยชน์ ของตนเอง ของผู้อื่น หรือของพรรคการเมือง ไม่ว่าโดยทางตรงและทางอ้อมในเรื่อง ดังต่อไปนี้ ก็จะมีให้พิจารณานะครับ (๑) (๒) (๓)

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขออนุญาตคุณเอกพจน์ สักนิด ขณะนี้นักศึกษาระดับปริญญาตรี พร้อมทั้งคณาจารย์และเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัย ซานติอาโก สเตท สหรัฐอเมริกา ๑๙ ท่าน ได้มาเยี่ยมชมสภานะครับ ขอต้อนรับ เชิญต่อ คุณเอกพจน์

นายเอกพจน์ ปานแย้ม ปทุมธานี 🔗

ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียน ในมาตรา ๒๖๖ ซึ่งถือว่าเปึนตัวอย่างหนึ่งที่คงจะนําไปประกอบกับการพิจารณาได้ ประเด็นที่กระผมมีความรู้สึกไม่สบายใจต่อการทําหน้าที่ของสมาชิกในรัฐสภาแห่งนี้ ในส่วนของเรื่องที่จะห้ามไม่ให้สมาชิกได้เข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงกระผมไม่ติดใจ กระผมติดใจในเรื่องที่ว่า ห้ามสมาชิกเข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงเพื่อประโยชน์ของตนเอง ของผู้อื่น คําว่า ของผู้อื่น นี่ล่ะครับคงจะต้องตีความกันพอสมควร ถ้า ของตนเอง ยังพอ เข้าใจได้ว่าเปึนของตัวเรา ของพรรคการเมือง ก็พอเข้าใจได้ว่าเปึนของพรรคการเมือง ที่เราได้สังกัด แต่ ของผู้อื่น จะตีความเปึนอย่างอื่นไม่ได้หรอกครับ ผู้อื่นคือคนทั่วไป แล้วที่จะเปึนปัญหาตามมาที่ความเข้าใจของผมก็คือพี่น้องประชาชนด้วยเหมือนกัน เพราะฉะนั้นที่จะเปึนปัญหาต่อไปท่านประธานท่านคงทราบและเข้าใจดีว่าสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจะมีอยู่ ๒ หน้าที่หลัก ๆ หน้าที่สําคัญคือหน้าที่ในทางนิติบัญญัติ ในสภาผู้แทนราษฎร หน้าที่อีกหน้าที่หนึ่งซึ่งผมเชื่อว่าผู้แทนที่มาจากการเลือกตั้ง โดยพี่น้องประชาชนคงไม่มีใครปฏิเสธว่าหน้าที่ที่เราจะต้องรับผิดชอบต่อพี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชนมีปัญหาเดือดร้อน คนที่เขานึกถึงคนแรกคือผู้แทนราษฎรของเขา มีปัญหาเรื่องน้ํา มีปัญหาเรื่องไฟ เรื่องถนนหนทาง หลาย ๆ เรื่องด้วยกันที่เปึนปัญหา เขาก็จะร้องเรียนมา เขาก็จะบอกผ่านมายังผู้แทนราษฎรของเขา แต่เดิมเราสามารถที่จะ ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ เราสามารถทําหนังสือแจ้งไป เราสามารถขอให้ หน่วยงานนั้นลงมาตรวจสอบ เราสามารถที่จะเข้าไปร่วมประชุม ร่วมหารือกับหน่วยงาน ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเหล่านั้นเพื่อจะหาข้อยุติกับปัญหาต่าง ๆ ถ้ารวมไปถึงคณะกรรมาธิการ สามัญที่อาจจะเกิดขึ้นในวันข้างหน้านี้ หน้าที่กรรมาธิการสามัญท่านประธานก็คงทราบดี เวลาพี่น้องประชาชนเดือดร้อนมาร้องเรียนกรรมาธิการ กรรมาธิการก็จะเชิญส่วนราชการ ที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจง ก็เกิดคําถามว่า ถ้ารัฐธรรมนูญเขียนไว้แบบนี้เรายังสามารถจะ ดําเนินการอย่างนั้นได้หรือไม่ ใครจะเปึนคนบอกถ้าเกิดเหตุการณ์อย่างนั้น เกิดจะต้องมี การตีความ และผมเชื่อเหลือเกินว่าประโยคเช่นนี้จะตีความเปึนอย่างอื่นคงเปึนไปได้ยาก ผมก็ไม่แน่ใจว่าผู้ที่ร่างคิดอย่างไร เพราะฉะนั้นก็จะเปึนปัญหาอย่างมากในการที่เราจะ ทําหน้าที่เพื่อสนองตอบให้กับพี่น้องประชาชน นั่นหมายความว่าผู้แทนราษฎร สิ่งที่เรา พึงจะต้องทําเราก็ไม่สามารถที่จะดําเนินการได้ หรือจะทํา ทําได้ก็เฉพาะบางช่องทาง เท่านั้น อย่างเช่นเสนอยื่นกระทู้ถาม หารือกับท่านประธานเท่านั้นเอง แต่มันก็คงไม่ได้ ข้อยุติ มันก็คงไม่ใช่ประสิทธิภาพที่แท้จริงของการทําหน้าที่ของผู้แทนราษฎร นี่คือเรื่องหนึ่ง ที่กระผมอยากจะกราบเรียนว่าเราน่าจะต้องมีการพิจารณาดูในเหตุผลตรงนี้ด้วย

อีกส่วนหนึ่งท่านประธานครับ จริง ๆ ผมก็ไม่อยากกราบเรียนเรื่องนี้ เวลาพูดเรื่องนี้ทีไร เพราะว่าพรรคที่กระผมได้สังกัดอยู่ก็ถือว่าเปึนพรรคหนึ่งที่มีส่วนได้เสีย หัวหน้าพรรคเองท่านก็ออกมาพูดอยู่หลายครั้ง แต่กระผมคิดว่าบางเรื่องเราทําในสิ่งที่ มันถูกต้องเราก็สามารถทําได้ แล้วการที่เราจะศึกษารัฐธรรมนูญถ้าเกิดว่าอาจจะต้องมี การแก้ไขต่อไปมันก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะทําเฉพาะการแก้ปัญหาวันข้างหน้า ระยะใกล้เท่านั้น อาจจะมองไปถึงการแก้ปัญหาในอนาคตที่อาจจะเกิดขึ้นได้ มาตราที่ หลายคนพูดถึงได้มีการวิพากษ์วิจารณ์ทั้งในทางที่ดีและในทางที่อาจจะไม่ดีก็ตามที ในมาตราที่ผมเชื่อว่าทุกท่านก็คงจะคุ้นเคย คือมาตรา ๒๓๗ ที่เปึนปัญหาอย่างยิ่ง ผมเชื่อว่าทุกพรรคการเมืองไม่มีใครไม่หวาดวิตกกังวลในเรื่องเหล่านี้ที่เกิดขึ้น พรรคชาติไทย ถือว่าเปึนพรรคหนึ่งที่มีส่วนได้เสีย ซึ่งผมคิดว่าถ้าพูดเช่นนี้ แน่นอนอาจจะมองไปอย่างนั้น ก็ได้ แต่ผมขออนุญาตพูดในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนหนึ่งที่มีสิทธิในการที่จะ นําเสนอความเห็น ส่วนหนึ่งที่อาจจะเปึนปัญหาในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพื่อเปึนข้อสังเกต ในการที่จะนําไปสู่การพิจารณาต่อไป มาตรา ๒๓๗ สรุปง่าย ๆ ใครกระทําความผิด คนหนึ่งทําให้เชื่อได้ว่า สมควรเชื่อได้ว่า ไม่ใช่ผู้ที่กระทําความผิดเท่านั้นที่จะต้อง ถูกเพิกถอนสิทธิ แต่กลับโยงใยไปถึงคณะกรรมการบริหารพรรคคนอื่น ๆ ด้วย แล้วก็ รวมไปถึงอาจทําให้มีการยุบพรรคการเมืองนั้นได้ เรื่องนี้เปึนเรื่องที่ร้ายแรง และผมเชื่อ เหลือเกินว่าสมควรอย่างยิ่งที่จะต้องมีการพูดจา ได้มีการพิจารณากันในเรื่องนี้ คําว่า ควรเชื่อได้ว่า เหตุอันควรเชื่อได้ว่า เท่านั้น มันได้ส่งผลต่อการที่อาจจะถึงขั้น ยุบพรรคการเมืองที่ก่อตั้งมาหลายสิบป้ ผมไม่ได้พูดเช่นนี้เพราะด้วยความเปึนห่วงพรรค ที่ผมสังกัดอยู่เท่านั้น แต่ผมห่วงพรรคการเมืองทุกพรรคการเมือง ซึ่งถ้ากฎหมาย ยังคงดํารงอยู่จากนี้ไป การเลือกตั้งครั้งต่อไปก็ไม่ใช่ว่าปัญหาจะหมด แน่นอนที่สุดครับ เราไม่ทราบหรอกว่าผู้สมัครคนหนึ่ง สมาชิกคนหนึ่งจะไปกระทําความผิดจริงหรือไม่ เราคงทราบได้ยาก และเมื่อเราจะทราบว่าเขากระทําความผิดนั้นหมายความว่า ถ้าในกฎหมายนี้บอก ก็หมายความว่า กกต. ได้มีคําตัดสินมาแล้ว ได้มีคําวินิจฉัยมาแล้ว ให้ใบเหลืองหรือให้ใบแดง นั่นคือเรารู้ว่าเขากระทําความผิด เราทราบว่าเขากระทําความผิด เพราะคณะกรรมการการเลือกตั้งวินิจฉัยมีคําสั่งให้ใบเหลืองหรือใบแดง รัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ในมาตรา ๒๓๗ บอกว่า ถ้ารู้แล้วยังไม่ยับยั้งถือว่ามีความผิดด้วย ผมถามว่า เมื่อเรารับทราบ หนทางเดียวที่เรารับทราบได้คือเรารับทราบเมื่อเขามีคําสั่งมาแล้วว่า มีความผิดจะยับยั้งตอนไหน อันนี้คือปัญหาที่เกิดขึ้น มาตรา ๒๓๗ โยงไปถึงมาตรา ๖๘ เรื่องการกระทําที่อาจจะเปึนปรปักษ์กับการปกครองระบอบประชาธิปไตย เช่นเดียวกัน ๒ มาตรานี้ก็จะโยงกัน ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า จริง ๆ แล้วยังมีอีกหลายประเด็นด้วยกันในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่ยังมีปัญหา บางมาตรา ก็เปึนเรื่องที่ดี เปึนเรื่องที่เราก็อาจจะได้มีการหยิบยกขึ้นมาได้พิจารณา ได้มีความคิดเห็น ร่วมกันว่าอันนี้เปึนเรื่องที่ดีเราก็สามารถที่จะประมวลเก็บไว้ได้ แต่เรื่องที่เปึนปัญหา ผมหยิบยกเรื่องที่เปึนปัญหาขึ้นมาเพราะผมมองว่าสิ่งที่เราจะพิจารณาเราต้องการที่จะหา ข้อบกพร่อง ถ้าสิ่งไหนดีแล้วผมเชื่อว่าเราต้องเก็บไว้ ต้องรักษาไว้แน่นอน แต่สิ่งใด ที่เปึนปัญหา เรื่องไหนที่เปึนปัญหา เราควรจะมุ่งเน้นในการที่จะเข้าไปดู เพื่ออาจจะ นําไปสู่การแก้ไขในรัฐธรรมนูญนี้ในอนาคตข้างหน้าต่อไป จริง ๆ แล้วผมเชื่อว่ายังมี ท่านสมาชิกอีกหลาย ๆ ท่านที่คงจะได้มีการอภิปรายในเรื่องเหล่านี้ แล้วอาจจะมี การลงรายละเอียดเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ด้วย คืออาจจะฝากเปึนข้อสังเกตไว้ ในการที่จะให้คณะกรรมาธิการวิสามัญ ถ้าเราจะมีการตั้งขึ้นไปพิจารณาอย่างละเอียด รอบคอบให้ได้ประโยชน์สูงสุดต่อการที่เราจะได้มีรัฐธรรมนูญได้ใช้บังคับต่อไป ในภายภาคหน้าด้วย ดังนั้นกระผมจึงขอเสนอญัตติดังกล่าวนี้ตามข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อ ๔๑ และข้อ ๔๒ เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณา แต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติตาม รัฐธรรมนูญ หรือศึกษาข้อดี ข้อเสียของบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญเพื่อประกอบในการให้มี การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในโอกาสต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ขอเชิญ คุณเกียรติกร พากเพียรศิลปี ครับ

นายเกียรติกร พากเพียรศิลปี ปราจีนบุรี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม เกียรติกร พากเพียรศิลปี พรรคมัชฌิมาธิปไตย จังหวัดปราจีนบุรี เรื่องการแก้ไข รัฐธรรมนูญที่ผมได้ยื่นญัตติไว้ก็มีประเด็นอยู่ว่า วันที่ ๒๕ พฤษภาคม มีพันธมิตร ที่จังหวัดปราจีนบุรีได้เดินขบวนต่อว่าผม แจกใบปลิวถามผมว่ายื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อพวกพ้อง ในนามผมเปึน ส.ส. พรรคมัชฌิมาธิปไตย แต่ที่ผมลงชื่อไปนั้นทางพรรค ไม่เกี่ยวข้องเลย ผมลงไว้อยู่คนเดียวซึ่งพรรคก็ไม่รู้ด้วยซ้ํา แต่ที่ผมลงรายชื่อครั้งแรก ตอนที่ยังไม่ได้ถอนผมก็ยืนหยัด อย่างไรผมก็ไม่ถอน แต่พันธมิตรที่จังหวัดปราจีนบุรี ก็ได้เดินขบวน วันที่ ๒๕ พฤษภาคม ก่อนที่จะมารวมตัวที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ ต่อว่าประณามผม เขียนใบปลิว ผมถ่ายวิดีโอไว้หมดทุกคําพูดที่ว่าผม แล้วก็มีทุกช่อง ไปสัมภาษณ์ผมว่ายื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อใคร ผมบอกว่าผมเปึน ส.ส. ผมทําตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ ผมมีสิทธิยื่น ผมออกความเห็นว่ามาตราที่ผมไม่ชอบ เหมือนท่านเอกพจน์ที่เอ่ยนามคือ มาตรา ๒๖๖ ผมเปึน ส.ส. ใหม่ ผมต้องการพัฒนา บ้านเมืองของผม ไปถามข้อมูลต่าง ๆ จากหน่วยราชการ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ หน่วยราชการจะไม่ค่อยสนใจ เพราะบางทีผมอยากรู้เรื่องถนนหนทาง เรื่องการแก้ไข ปัญหาที่มันมีมานานแล้วและยังไม่ได้แก้ไข ก็ได้รับคําตอบหรือการอนุเคราะห์โดยไม่เต็มที่ แต่ผมตั้งใจทํางาน ที่เซ็นชื่อลงไปยื่นญัตติก็คือ มาตรา ๒๖๖ แต่พอถึงวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ได้โดนโจมตี เดินขบวนว่าผมเปึน ส.ส. อัปรีย์ ส.ส. ลามก แจกใบปลิวทั่วทั้งจังหวัด ซึ่งผมรับได้ คนที่ว่าผมผมไม่โกรธ เพราะผมเปึนประชาธิปไตยมาจากการเลือกตั้ง การว่าคนในระบอบประชาธิปไตย ผมว่าการใส่ร้ายปัายสีก็ผิดกฎหมายอยู่แล้ว แต่ผมถือว่าผมมาจากประชาชน ถึงพรรคผมจะมีส่วนเกี่ยวข้องในการยุบพรรค ผมก็พูดว่า รองหัวหน้าพรรคผมที่โดนใบแดง ท่านสุนทร วิลาวัลย์ ขอโทษด้วยที่เอ่ยนาม ผมพูดว่า มันไม่ยุติธรรม เพราะลูกสาวของเขาก็เคยเปึนอดีต ส.ส. เปึนกรรมการบริหารพรรคด้วย คือโดนทั้งพ่อทั้งลูก ทุกคนตอนเลือกตั้งที่พรรคก็ประชุมกันแล้วว่าทําให้ถูกต้อง เวลานั้น ใครทําอะไร กรรมการบริหารพรรคทุกคนย่อมไม่รู้แต่ก็ต้องผิดด้วยกัน เชื่อได้ว่าเหมือนที่ ท่านเอกพจน์พูดนะครับ ซึ่งพรรคผมมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ที่ผมลงญัตติยื่นแก้ไขนั้น ไม่เกี่ยวกับพรรคโดยสัตย์จริง แต่ผมโดนโจมตีทุกวันเพราะที่จังหวัดปราจีนบุรีก็มีพันธมิตร เหมือนกัน ผมก็ตกใจมีคนโทรศัพท์มาบอกว่ามีพันธมิตรเดินขบวนวันที่ ๒๕ ผมบอกว่า ไม่เปึนไรหรอก เขาบอกที่บ้านเรา ผมก็เลยงงว่าบ้านผมมีพันธมิตรด้วย ก็พอดีเปึนคนชื่อเสียง โด่งดังแต่ไม่อยากเอ่ยนาม นามสกุลก็ดัง พูดปุ็บทุกคนต้องรู้จัก แต่ผมก็ให้สัมภาษณ์ ไปแล้วว่าผมไม่โกรธไม่เคืองนะครับ แต่ทุกวันนี้ก็ยังไม่หยุด เขาบอกว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ คนที่จังหวัดปราจีนบุรีรับร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เนื่องจากว่าทุกคน อยากให้มีการเลือกตั้งโดยความสัตย์จริง บางครั้งชาวบ้านทั่วไปไปถามได้เลย ที่รับร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เพราะต้องการให้มีการเลือกตั้ง มีระบอบประชาธิปไตยที่ดี ต้องการมี ส.ส. ต้องการมีกฎหมายที่ดี ให้ ส.ส. ทําหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร ไม่ใช่ใช้ระบบนอกสภา คิดจะว่าใคร จะด่าใคร ตามอําเภอใจก็ทํา ผมไม่เคยด่าใครง่าย ๆ แต่เมื่อผมโดนว่าโดนกล่าวแล้วผมบันทึกเทปไว้ สักวันจะเอามาฉายให้ทางสภาดู ซึ่งเปึน ส.ส. ตัวเล็กคนเดียวอยู่ในจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งอีก ๒ ท่านก็เปึนพรรคพลังประชาชน แต่ที่ผมลงชื่อไปด้วยความสัตย์จริงอยากให้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนรู้ว่าผมทําในนามสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งผม กับทุกพรรค ผมเปึนคนที่ไม่มีปัญหากับพรรคไหน แต่ที่ผมต้องยื่นญัตติในครั้งนั้น ความบอบช้ําก็คือตระกูลของผมในจังหวัดผมไม่เคยมีอะไรเสียหาย แต่หนังสือฉบับนั้น ว่าทั้งตระกูล ผมก็เสียใจ เพราะว่าบิดาผมก็เสียชีวิตแล้ว ถ้าท่านรู้ท่านคงลุกมาแล้วครับ ก็อยากจะบอกว่าผมอยากให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาและแก้ไข รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ขอบคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านวินัย ภัทรประสิทธิ์

นายวินัย ภัทรประสิทธิ์ พิจิตร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วินัย ภัทรประสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิจิตร พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ผมและคณะขอเสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา การบังคับใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ เนื่องจากในปัจจุบัน ได้เกิดวิกฤติทางความคิดของประชาชนเกี่ยวกับการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ โดยมีฝ์ายที่ เห็นด้วยและเห็นสมควรให้มีการแก้ไข ซึ่งปัจจุบันความขัดแย้งได้ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ดังจะเห็นได้จากการรวมตัวของกลุ่มผู้เรียกร้องต่าง ๆ จากเหตุการณ์ดังกล่าวทําให้เกิด ความวิตกกังวลของประชาชนทั่วไป เนื่องจากมีผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง และความมั่นคงของการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข ท่านประธานสภาที่เคารพครับ เราต้องยอมรับว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่เราใช้กันอยู่ปัจจุบันนี้มันเปึนปัญหามาตั้งแต่ เริ่มของการตั้ง สสร. เพราะเนื่องจากว่าการตั้ง สสร. เราเลือกมาจาก ๑,๐๐๐ คน เหลือ ๑๐๐ คน ซึ่งเราก็ยอมรับกันว่าที่ตั้งมา ๑๐๐ คน ก็เลือกมาจาก คปค. ซึ่งต้อง ยอมรับว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มีทั้งข้อดีและข้อเสีย สําหรับข้อดีที่ผมอยากจะกล่าว ในที่นี้ก็คงเปึนเรื่องของการเพิ่มสิทธิและเสรีภาพให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งมีหลายมาตรา ที่ผมอยากจะกล่าว ในมาตรา ๓๕ มาตรา ๔๐ และมาตรา ๒๘ ซึ่งผมจะไม่ลงในรายละเอียด เพื่อไม่ให้เปึนการเสียเวลาแก่สภา ส่วนข้อเสียของรัฐธรรมนูญที่เราถกเถียงกันมาก ไม่ว่าจะก่อนการลงประชามติหรือหลังการลงประชามติ แม้กระทั่งเราได้มีการยื่นขอแก้ไข รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ในสภาแห่งนี้และได้มีการถอนเรื่องออกไป ซึ่งต้องบอกว่าข้อเสีย ของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ถ้าจะมาพูดกันก็คงเปึนเรื่องของที่มาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ ๔๐๐ คน เขตเดียวเบอร์เดียว ปัจจุบันนี้ ๔๐๐ คน เขตใหญ่ บางจังหวัด ๑ เขต ๓ คน บางจังหวัด ๑ เขต ๑ คน ซึ่งสิทธิเสรีภาพของบุคคล ถ้าเราจะมองแล้ว ๑ คนมีสิทธิออก ๑ เสียง แล้วก็ควรจะเลือกได้ ๑ คน อีกระบบหนึ่งคือแบบสัดส่วนที่เราเลือกกันในสมัยรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ แบบสัดส่วน ๑๐๐ คน เลือกทั้งประเทศ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ได้มีแบบสัดส่วนแบ่งเปึน ๘ เขต เขตละ ๑๐ คน

อีกประเด็นหนึ่งที่ผมคิดว่าเปึนประเด็นสําคัญ คือที่มาของวุฒิสมาชิก รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ กําหนดโดย ส.ว. มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด แต่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ได้แบ่ง ส.ว. เปึน ๒ ประเภท ประเภทหนึ่งก็คือเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน จาก ๗๖ จังหวัด คือ ๗๖ คน แล้วก็มาจากการสรรหา ๗๔ คน รวมเปึน ๑๕๐ คน ซึ่งที่มา แตกต่างกัน แต่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ กําหนดให้ ส.ว. มีอํานาจมากเหลือเกิน ถ้าจะให้มี อํานาจมากอย่างนี้ ผมคิดว่าวุฒิสภาควรจะมาจากการเลือกตั้ง

อีกประเด็นหนึ่ง ในมาตรา ๑๙๐ เรื่องของรัฐธรรมนูญในข้อตกลงระหว่าง ประเทศ กําหนดให้ต้องขอความเห็นชอบจากรัฐสภา และขอรับฟังความคิดเห็นจาก ประชาชน ซึ่งประเด็นนี้เราเปึนประเทศที่เจรจาการค้ากับต่างประเทศ ปัญหาเหล่านี้ ผมคิดว่าเราควรที่จะต้องหยิบยกนําเข้ามาพิจารณาในเรื่องของการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐

ประเด็นสุดท้าย ผมขอกล่าวในเรื่องของมาตรา ๓๐๙ ที่เปึนปัญหาในปัจจุบัน เรื่องที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองได้ส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาในเรื่องของการดําเนินคดีกับผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองของ คตส. ซึ่งเปึน ประเด็นที่ผมคิดว่าเราควรต้องหยิบยกมาพูดคุยกัน

สุดท้ายครับ เพื่อให้เปึนการแก้ไขการขัดแย้งและความแตกแยกของคน ในชาติ ผมคิดว่าพรรคทุกพรรคที่เสนอญัตติเรื่องขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อศึกษาแก้ไขข้อบังคับการใช้รัฐธรรมนูญ ผมคิดว่าเปึนนิมิตหมายที่ดีสําหรับสภาแห่งนี้ ผมจึงขอเสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาบังคับใช้ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ตามข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อ ๕๑ และข้อ ๕๒ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณไชยยศ ถ้าคุณไชยยศ ไม่อยู่ คุณรณฤทธิชัย เชิญครับ

นายรณฤทธิชัย คานเขต ยโสธร 🔗

ขอบคุณท่านประธานที่เคารพครับ ผม รณฤทธิชัย คานเขต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยโสธร พรรคเพื่อแผ่นดิน ท่านประธานครับ สิ่งที่ทางสภาเรากําลังพิจารณาอยู่ตอนนี้คือญัตติเกี่ยวกับเรื่องขอให้ แต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาและอุปสรรคในการใช้และปฏิบัติตาม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ก็ฟังเพื่อนสมาชิกที่ยื่นญัตติ ที่มีโอกาสได้พูด ผมว่ามันเปึนการสะท้อนให้เห็นว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่ถูกร่างขึ้นมา มาจากการที่ทางคณะปฏิวัติได้แต่งตั้งคณะผู้ร่างตามความต้องการ ของคณะผู้ปฏิวัติ โดยเอารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มาเปรียบเทียบให้เห็นกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มีอยู่หลายมาตราที่เห็นว่ามันเปึนความขัดแย้งกันโดยสิ้นเชิง จะเห็นว่าอย่างที่ คุณเอกพจน์ ทางพรรคชาติไทยได้พูดถึงมาตรา ๒๖๖ ร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ได้ร่าง มาตรานี้ขึ้นมาเหมือนเสมือนหนึ่งว่าไม่ต้องการให้ผู้แทนราษฎรได้มีโอกาสและเข้าไป ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนโดยตรงได้เลย ทั้ง ๆ ที่ในอดีตที่ผ่านมาการที่พี่น้องประชาชน เลือกตัวแทนของตัวเองขึ้นมาก็เพื่อต้องการอยากจะให้คนซึ่งเปึนผู้แทนราษฎรเข้าไป แก้ไขปัญหาที่เขามีอยู่ เขาไม่เคยคิดหวังพึ่งในส่วนราชการได้เต็มที่ เพราะว่าคนของ ส่วนราชการเวลาไปประจําจังหวัดไหนก็ตามแต่ อยู่ได้ป้สองป้สามป้ก็ต้องย้าย เพราะฉะนั้นการที่จะเอาจิตใจเข้าไปเอาใจใส่ดูแลปัญหาของพี่น้องประชาชนโดยแท้จริง ผมว่าอย่างไรมันก็เปรียบเทียบกับคนซึ่งเปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ไม่ได้ ปัญหาภายในพื้นที่เปึนปัญหาที่พี่น้องประชาชนให้ความไว้วางใจคนซึ่งเปึนผู้แทนราษฎร มาตลอด เวลามีปัญหาก็ยื่นเรื่องเสนอเข้ามาที่ผู้แทนราษฎร ในสมัยก่อนก่อนที่จะมี พระราชบัญญัติเรื่องของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ พอพี่น้องประชาชนยื่นปัญหาเสนอมา ให้กับผู้แทนราษฎร ผู้แทนราษฎรก็สามารถที่จะเอาปัญหานั้นทําใบปะหน้ายื่นเสนอให้กับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจะได้นําไปพิจารณาแก้ไขต่อไปได้ สมมุติว่าอย่างเรื่องน้ํา ซึ่งปัจจุบันนี้เปึนปัญหาใหญ่ของพี่น้องเกษตรกร เพราะว่าน้ําไม่สามารถที่จะส่งไปถึงไร่นา ของพี่น้องประชาชนได้ ถ้าชาวบ้านเองพื้นที่ตรงไหนที่เปึนเขตพื้นที่น้ําท่วม หรือเขตตรงไหน ที่เปึนเขตพื้นที่ภัยแล้ง พี่น้องประชาชนอยากจะให้ส่วนราชการหรือให้กับทางรัฐบาลเอง ได้แก้ไข เขายื่นเสนอเข้ามาถึงผู้แทนราษฎร ผู้แทนราษฎรก็สามารถที่จะทําเรื่องเสนอ ไปถึงทางอธิบดีกรมชลประทาน หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ แต่ว่ามาตรา ๒๖๖ ที่เขียนไว้เปึนสิ่งที่เหมือนกับเสมือนหนึ่งกีดกันไม่ให้ผู้แทนราษฎร เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องโครงการและงบประมาณของรัฐได้เลย มาตรา ๒๖๖ ชัดเจนครับ เพื่อนสมาชิกหลายคนพูดถึงเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นการที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ มันมีเหตุผลเพียงพอในการที่จะขอแก้เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ขึ้น แก้เพื่อให้เกิดประโยชน์ กับพี่น้องประชาชนและบ้านเมือง ผมเปึนคนหนึ่งที่ลงรายชื่อขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ จนกระทั่งมีส่วนที่กําลังมีปัญหาอยู่ที่กรุงเทพมหานครในตอนนี้ ก็ยื่นเรื่องฟัองไปทางวุฒิสมาชิก ยังไม่รู้ว่าเขาจะดําเนินการอย่างไร แต่ผมเชื่อ ในความบริสุทธิ์ใจของคนที่ลงรายชื่อเพื่อเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมเชื่อ ด้วยความบริสุทธิ์ใจว่าทุกคนซึ่งเปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชน เราต้องการที่จะแก้ไข ในสิ่งที่สามารถทําให้มันดีขึ้น ไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับไหนในประเทศไทยหรอกครับ ที่มันจะสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ เมื่อใช้แล้วเราเห็นว่ามันมีข้อบกพร่อง มันก็ต้องสามารถที่จะแก้ไขได้ เพราะฉะนั้นเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญผมถือว่า เปึนความชอบ แต่จะแก้ไขมาตราไหนทางสภาเองคงจะต้องตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ในการที่จะพิจารณาแก้ไข อาจจะแก้ไขเปึนบางมาตราที่เห็นว่ามันมีเหตุมีผล รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ไม่ใช่ว่ามันจะเลวไปทั้งหมด ในส่วนที่ดีก็มี เพราะฉะนั้นในส่วนที่ดีเราก็เก็บไว้ และส่วนไหนที่มันมีปัญหาในการที่ถูกนําเอามาใช้ มันก็จําเปึนที่จะต้องมีการแก้ไข เพื่อให้มันสมบูรณ์ดีขึ้น ก็ขอฝากผ่านท่านประธานไปถึงเพื่อนสมาชิกที่มีโอกาสจะได้เปึน กรรมาธิการวิสามัญ ขอให้มองเห็นถึงผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเปึนหลัก ขอให้รัฐธรรมนูญที่จะแก้ไขกันให้มันเกิดประโยชน์สูงสุดให้กับชาติบ้านเมือง และสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้เปึนสภาที่รวมตัวแทนของพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ เอามาไว้ตรงที่สภาแห่งนี้ เพราะฉะนั้นปัญหาอะไรก็ตามแต่ที่มันจะมีผลกระทบ กับส่วนร่วม สภาแห่งนี้จะต้องเปึนคนดําเนินการในการที่จะพิจารณาและแก้ไข ไม่ใช่ว่า รัฐธรรมนูญเพิ่งใช้ทําไมต้องแก้ ก็ในเมื่อมันมีข้อบกพร่องมันก็จําเปึนจะต้องแก้กันละครับ ผมยกตัวอย่างแค่มาตรา ๒๖๖ มาตราเดียวที่ผมมองเห็นว่ามันมีผลกระทบกับการที่ ตัวแทนของพี่น้องประชาชนคือผู้แทนราษฎร แม้กระทั่งวุฒิสมาชิกเองไม่สามารถที่จะ ทําหน้าที่ของตัวเองแทนพี่น้องประชาชนได้ เพราะมาตรา ๒๖๖ วงเล็บแรกเขียนไว้ ชัดเจนเลย ห้ามก้าวก่ายการทํางานของรัฐ ผมถึงกราบเรียนท่านประธานว่า ถ้าสมมุติ รัฐเอง เจ้าหน้าที่ของรัฐเองไม่สามารถที่จะเข้าถึงปัญหาของพี่น้องประชาชนได้ แล้วทําไม ต้องมากีดกันคนซึ่งเปึนผู้แทนราษฎร ซึ่งเปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชนจะเข้าไปช่วยเหลือ เพื่อที่จะแก้ไขร่วมกับทางเจ้าหน้าที่ของรัฐเอง ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาเราเคยทําได้อย่างนี้ แต่มาตรา ๒๖๖ ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ไม่เป่ดโอกาสให้เราทําเลย เพราะถ้าสมมุติ เราเข้าไปก้าวก่าย ส่วนราชการที่เราเข้าไปด้วยเจตนาบริสุทธิ์ของเราเพื่อจะแก้ไขปัญหา ให้พี่น้องประชาชน แต่ว่าตัวเขาเองเขายกเอามาตรา ๒๖๖ ขึ้นมาปุ็บ เราเข้าไปก้าวก่าย เราไม่สามารถเข้าไปปรึกษาหารือด้วยซ้ําไปได้ เราทําไม่ได้เลย ผมเองโดนกับตัวเองมา เกี่ยวกับปัญหาเรื่องน้ํา พอเรายื่นเสนอแนวทางในการแก้ไข เขาบอกว่าไม่ใช่หน้าที่ ของนักการเมือง เปึนหน้าที่ของส่วนราชการ ผมโดนมากับตัวเองผมก็ต้องถอยออกมา เพราะถ้าสมมุติว่าผมเข้าไปแล้วเกิดไปพูดไปคุยเขาอัดเทป (Tape) ไว้เขาสามารถ ถอดถอนผมได้ตามมาตรา ๒๖๖ เพราะฉะนั้นผมถือว่ามาตรานี้มาตราเดียวมันก็จําเปึน ในการที่จะต้องแก้ไข แต่โชคดีที่บ้านผมที่จังหวัดยโสธร ข้าราชการส่วนใหญ่ซึ่งเราเคย ทํางานร่วมกันในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน เขาเข้าใจเรื่องนี้สามารถพูดคุยได้ แต่ว่าบางคนไม่ทราบด้วยเจตนารมณ์ว่าต้องการที่จะใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้เกิดประโยชน์ กับตัวเองมากน้อยแค่ไหนอย่างไรผมไม่ทราบ มีบางคนพยายามที่จะกีดกันไม่ให้ คนซึ่งเปึนนักการเมืองเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับงานของส่วนราชการ ก็คิดว่าคนที่ยื่นญัตติเข้ามา ก็คงจะมีโอกาสได้พูดกระจาย ๆ กันไป แต่ว่าสําหรับผมเองแค่มาตราเดียวก็จําเปึน ต้องแก้แล้ว

ขออีกสักอันหนึ่งก็คือ เรื่องของการเลือกตัวแทนของพี่น้องประชาชน ในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ กําหนดให้การเลือกแบ่งเปึน ๒ อย่าง อย่างหนึ่งคือเลือกโดยพี่น้องประชาชน จังหวัดละ ๑ คน อีกส่วนหนึ่งมาจาก คณะกรรมการสรรหาอีก ๗๔ คน คณะกรรมการสรรหาแต่งตั้งมา ๗ คน แต่รัฐธรรมนูญ เราพูดกันอยู่ตลอดเวลาว่ารัฐธรรมนูญต้องมาจากฉันทานุมัติของพี่น้องประชาชน รัฐธรรมนูญต้องเขียนโดยคนของพี่น้องประชาชนคัดเลือกให้มาเขียน การเลือกตั้ง จะเปึนประชาธิปไตยต้องมาจากปวงชนชาวไทย แต่การเลือก ส.ว. แบ่งเปึน ๒ อย่าง อย่างหนึ่งคือให้พี่น้องประชาชนเลือกจังหวัดละ ๑ คน ผมถามว่าความเสมอภาค มันอยู่ตรงไหน ขอประทานอภัย จังหวัดระนองเลือก ส.ว. ได้ ๑ คน ยกตัวอย่างเปรียบเทียบ กรุงเทพมหานครเคยมี ส.ว. ๑๘ คน แต่พี่น้องคนกรุงเทพฯ ทั้งหมดแทนที่จะมีตัวแทน ของตัวเอง ๑๘ คน กลับมีตัวแทนของตัวเองแค่คนเดียว แต่อีกส่วนหนึ่งถูกสรรหาโดยมี คณะกรรมการสรรหาเลือกมาอีก ๗๔ คน ผมถามว่าคณะกรรมการสรรหารู้ได้อย่างไรว่า ๗๔ คน คือคนที่เลือกมาแล้วจะสามารถทํางานให้กับพี่น้องประชาชนได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะไม่ได้มาจากพี่น้องประชาชนโดยตรง ก็ไหนบอกประชาธิปไตยมาจากปวงชนชาวไทย แล้ว ๗ คน คุณเปึนตัวแทนของคนทั้งประเทศ ๖๓ ล้านคน คุณแน่ใจหรือว่าเขาเปึน คนแต่งตั้งคุณ เพราะคณะกรรมการสรรหาถูกแต่งตั้งโดย คมช. ผมถึงบอกก็ต้องแก้ ทําไมเลือกจากประชาชนไม่ได้หรือ ไม่เชื่อใจพี่น้องประชาชนหรือ แต่ก่อนแบ่งเขตละ ๑ คน วันนี้แบ่งเปึนเขตใหญ่เขตละ ๓ คน สมัยก่อนเขตละ ๑ คน ๒ เขตได้ตัวแทน ส.ว. ๑ คน บ้านผมจังหวัดยโสธรแบ่งเปึน ๔ เขต มี ส.ว. ๒ คน วันนี้มี ส.ว. ๑ คน เวลาทํางาน สมัยก่อนเราทํางานร่วมกัน แทนที่ผมจะมี ส.ว. มานั่งคุยปรึกษาหารือกันในการแก้ไข ปัญหาให้กับพี่น้องคนจังหวัดยโสธร วันนี้ผมมี ส.ว. คนเดียว อีกคนหนึ่งไม่มีแล้ว เพราะคณะกรรมการสรรหาเปึนคนเลือก และถามว่า ๗๔ คน วันนี้รู้ไหมว่าประเทศไทย กําลังเกิดอะไรขึ้น รู้ไหมว่าจังหวัดยโสธรบ้านผมเมื่อป้ที่แล้วนี้น้ําท่วมไป ๓ แสนกว่าไร่ ป้นี้มันจะท่วมอีกไหม ผมถึงบอกว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ใครเขียนรัฐธรรมนูญ หรือเขียนกฎหมายมักจะเขียนให้เปึนประโยชน์กับพวกของตัวเองทั้งนั้น เพราะฉะนั้น รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มีความจําเปึนจะต้องแก้เพื่อให้มันถูกต้องเสีย ผมถึงกราบเรียนว่า อันไหนดีเก็บไว้ อันดี ๆ มีเยอะในเรื่องของการให้สิทธิเสรีภาพของปวงชนชาวไทย อย่างนี้ดี เพราะมันไม่เกี่ยวกับนักการเมือง ไม่เกี่ยวกับพรรคการเมือง แต่ตัวไหน ที่มันเกี่ยวกับพรรคการเมือง เกี่ยวกับนักการเมือง รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เหยียบติดดินเลย ต้องแก้ แล้วผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้มีแนวความนึกคิดไม่แตกต่างกันหรอกครับ เรามาทํางานตรงนี้เราไม่ใช่โจร เราเปึนคนที่มีเกียรติที่พี่น้องประชาชนเลือกเข้ามา เราต้องสามารถจะใช้สิทธิเสรีภาพของความเปึนผู้แทนราษฎร ความเปึนตัวแทนของ พี่น้องประชาชนต้องสามารถทําหน้าที่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ในการที่จะแก้ไขปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นผมว่าสิ่งที่ผมพูดก็น่าจะสะท้อนให้กับพี่น้องประชาชน คนที่ฟังอยู่ทางบ้านให้เข้าใจว่าการที่ส่วนหนึ่งเซ็นชื่อยื่นญัตติเข้าไปเพื่อขอแก้ไข รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ไม่ใช่สิ่งที่ผิดเลย ไม่ใช่สิ่งที่ผิด เพราะมันมีข้อบกพร่องจริง เพราะฉะนั้นกราบเรียนท่านประธาน กราบเรียน พี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่ทางบ้านด้วย เราจะแก้ให้มันดีที่สุดเพื่อเปึนรัฐธรรมนูญที่ สามารถใช้ปกครองประเทศได้ เพราะรัฐธรรมนูญคือกฎหมายสูงสุดของประเทศ ต้องมี กฎหมายลูกตามออกมาอีกเปึนกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ก็คิดว่าสิ่งที่ผมเสนอ ให้กับทางท่านประธานแล้วก็พี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่ทางบ้านก็คงจะเปึนส่วนของ แนวความคิดที่มีโอกาสได้ประสบกับตัวเองแล้วก็เห็นข้อบกพร่องของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็น่าจะนําไปสู่การแก้ไขเพื่อให้มันเกิดประโยชน์สูงสุดของประเทศ ขอกราบเรียน ท่านประธานแค่นี้ครับ ขอบพระคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณสุทิน คลังแสง

นายสุทิน คลังแสง มหาสารคาม 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทิน คลังแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม พรรคพลังประชาชน ในฐานะ ผู้เสนอญัตติ ท่านประธานครับ ในบรรดา ๗ ญัตติของผมอาจจะดูแปลกแตกต่างไปจาก ๖ ญัตติ ซึ่งจะต้องกราบเรียนให้ท่านสมาชิกได้ทราบ เดี๋ยวอาจจะดูเหมือนว่าทุกญัตติ เหมือนกันทั้งหมด จะสังเกตได้จากชื่อญัตติทั้ง ๖ ญัตติที่ว่ามานั้นจะมี คําว่า ศึกษา การบังคับใช้รัฐธรรมนูญ การบังคับใช้ บางญัตติก็แถมว่า เพื่อแก้ไขเพิ่มเติม อันนี้ก็ชัดว่า ดูเจตนารมณ์จะต้องแก้ไข แต่บางญัตติอาจจะด้วยอย่างไรก็ไม่ทราบ แต่บอกว่า เพื่อศึกษาการบังคับใช้ แต่ของผมนั้นไม่ได้ศึกษาเพื่อบังคับใช้นะครับ ศึกษาเพื่อแก้ไข นั่นก็หมายความว่าโดยเจตนารมณ์ของกระผมและพรรคพวกที่เสนอนั้น ต้องการจะแก้ไข รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ส่วนจะแก้ไขอย่างไร ประเด็นใด นั่นแหละคือเจตนาว่าจะต้อง ขอให้สภานี้ตั้งคณะกรรมาธิการมาศึกษา เพราะฉะนั้นจุดยืนและเจตนาของญัตติคือ ต้องแก้ไข ซึ่งตรงนี้ผมจะต้องขออธิบายเพิ่มเติมว่าทําไมต้องเจตนาอย่างนั้น ท่านประธาน ที่เคารพครับ บนสถานการณ์วันนี้เรื่องนี้เปึนเรื่องใหญ่ เปึนประเด็นทางสังคม เพื่อนสมาชิกหลายคนบอกว่าตรงนี้จะนําไปสู่วิกฤติ บางคนบอกว่านี่คือกลไกในการที่จะ แก้ไขปัญหาเปึนการหาทางออกให้กับสังคม ก็ดูจะเปึนอย่างนั้น แต่วันนี้ท่านสมาชิก ที่คิดอย่างนั้นก็เปึนการคิดด้วยเจตนาบริสุทธิ์ แต่ก็อย่าลืมว่าให้คิดไว้ด้วยว่าการแก้ไข รัฐธรรมนูญฉบับนี้ แม้เราจะพยายามคิดแล้วทํากันเต็มที่เพื่อให้เปึนทางออกจริง ๆ แต่สุดท้ายวันนี้ปัญหาบ้านเมืองมันเคลื่อนตัวไปแล้ว มันเลยการแก้ไขรัฐธรรมนูญไปแล้ว แม้วันนี้เราจะแก้อย่างไรเราก็ต้องไม่ประมาท ปัญหาของประเทศอาจจะยังมีอยู่ และอาจจะเปึนเงื่อนไขใหม่ อันนี้ทราบกันดี ที่ผมบอกว่าต้องแก้ อันนี้ก็ต้องอธิบาย บนเจตนารมณ์ว่าต้องแก้ และมีเพื่อนสมาชิกหลายส่วนได้เคยลงชื่อไปแล้วว่าขอแก้ไข รัฐธรรมนูญ คล้อยหลังมาอาจจะมีการถอนบ้างด้วยเหตุผลซึ่งก็เคารพกัน ไม่ว่า ผมถึงขออธิบายว่าบนความกล่าวหากันวันนี้

๑. แก้รัฐธรรมนูญจะแก้เพื่อผลประโยชน์ของตัวเองหรือไม่ หลายคน กล่าวหาว่าแก้เพื่อผลประโยชน์ตัวเอง โดยเฉพาะพรรคที่กําลังจะถูกยุบ นี่ต้องพูดกันตรง ๆ

๒. แก้บุคคลใดบุคคลหนึ่ง เพื่อให้คนใดคนหนึ่งรอดพ้นคดี นี่พูดกันมาก กล่าวหากันมาก ผมก็จะต้องพูดเพื่อให้ญัตติของผมได้เห็นว่า ผมแก้โดยไม่มีเหตุผล ตรงนั้นเลย ผมเรียนท่านประธานฝากไปยังเพื่อนสมาชิกที่ยังคิดแบบนี้อยู่ แล้วก็ฝากไปถึง พี่น้องประชาชนซึ่งยังฟังอยู่ ทั้งกลุ่มที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย การที่จะแก้รัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ เรียนตรง ๆ ว่าถ้าเรายังไม่ลืมเรายังมีความจําที่ดี เมื่อรัฐประหาร วันที่ ๑๙ กันยายน เราไม่เห็นด้วยตั้งแต่ต้นว่าการรัฐประหารนั้นคือการฆาตกรรมรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ ซึ่งเปึนฉบับซึ่งเราคิดว่าดีที่สุดและมีที่มาที่ชอบธรรมที่สุด เพราะฉะนั้นเราประกาศยืนยัน ชัดเจน ผมในนามอดีต ส.ส. พรรคไทยรักไทย และวันนี้พรรคพลังประชาชน เราได้ยืน ประกาศว่าเราไม่เห็นด้วย ถ้าใครปฏิวัติเข้ามาแล้วจะมาเขียนรัฐธรรมนูญขึ้น เพราะฉะนั้น เปึนรูปธรรมชัดเจนก็คือว่าเราได้มีการประกาศชัดเจนว่าเราจะรณรงค์ไม่เห็นด้วยคือ โน โหวต (No Vote) ที่พูดตรงนี้เพราะหลายคนบอกว่า เราเห็นว่าจะมีการยุบพรรค ถึงลุกลี้ลุกลนจะมาแก้ มิได้ วันนั้นเรายังไม่รู้หรอกว่าจะยุบหรือไม่ยุบ คุณกําลังเขียน ผมบอกว่า ๑. ที่มาของคุณไม่ชอบ ผมไม่รับ เทียบกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มิได้ เพราะฉะนั้นที่มานั่นเราไม่รับ และหลังจากเราประกาศจุดยืนว่า เราจะโน โหวต เราก็รณรงค์ออกชัดเจนไม่ได้มีการทําแบบลับ ๆ ล่อ ๆ ก็บอกประชาชน แล้วก็ให้เหตุผลชัดเจน และอีกระดับหนึ่งซึ่งเปึนความชัดเจนทางการเมือง เราบรรจุ เปึนนโยบายของพรรค พรรคของกระผมคือพรรคพลังประชาชนนี่ล่ะครับท่านประธาน เราเอาเรื่องนี้เข้าไปให้สังคมวิพากษ์วิจารณ์เลย แล้วก็บอกมาสิว่าพรรคเรามีนโยบาย ที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญนี่แหละ จะเลือกเราไหม เพราะฉะนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เปึนนโยบายหนึ่งของพรรคที่กระผมสังกัดคือพรรคพลังประชาชน วันนั้นยังไม่รู้หรอกว่า จะถูกยุบพรรค ยังไม่รู้ว่าใครจะถูกเล่นงานอย่างไรด้วย แล้วประชาชนก็เลือกพวกกระผมมา ซึ่งก็อนุมานได้ในทางการเมือง ยังไม่ถือว่าชัดเจนสะเด็ดน้ํา ก็มาว่ากันอีกทีหนึ่ง เมื่อมาเปึนรัฐบาลแล้วสิ่งซึ่งได้สัญญากับประชาชนทุกนโยบาย พวกกระผมเอง ในฐานะสมาชิกพรรคก็ผลักดันให้พรรคได้ทําไปเกือบทุกนโยบาย รวมทั้งการจะแก้ไข รัฐธรรมนูญซึ่งเปึนเรื่องที่ได้สัญญากับประชาชนไว้ เปึนนโยบายของพรรคชัดเจน เพราะฉะนั้นไม่มีทางเปึนอื่นถ้าคนที่มาจากการเปึนตัวแทนของประชาชน รับปาก ประชาชนมาแล้วก็ต้องแก้ เพราะฉะนั้นการขับเคลื่อน เคลื่อนไหวในการที่จะเสนอญัตติ แก้ไขรัฐธรรมนูญ มันมีความเปึนมาและมีลําดับประวัติศาสตร์อันสั้นตรวจสอบกันได้ มิได้คิดขึ้นเมื่อจะมีการยุบพรรค แล้ววันนี้ก็ไม่รู้ว่ากว่าจะศึกษาและแก้เสร็จแล้ว ไม่รู้จะทันหรือเปล่าเรื่องยุบพรรค อาจจะไปก่อนก็ได้ วันนี้เมื่อเราคิดว่าจะยื่นญัตติแก้ไข รัฐธรรมนูญก็ได้เกิดการต่อต้านทั้งจากซีกสมาชิกในสภาของเราเอง ซึ่งบอกว่ามาจาก ประชาชนเช่นกัน อันนี้ก็ไม่ว่ากัน เคารพกัน ข้างนอกก็ก่อตัวกันขึ้น ถามว่าเราดึงดันไหม ก็มีคนบอกว่าเราหลับหูหลับตา เราดึงดันไม่ฟังเสียงประชาชน จนเปึนข้อกล่าวหาหนึ่ง วันนี้ซึ่งจะต้องอภิปรายรัฐบาล ผมจึงขออนุญาตชี้ให้เห็นว่าเราก็ได้โอนอ่อนผ่อนตาม มาตลอด เดิมทีผมบอกว่าจะแก้ไขกันเสียสัก ๒ ประเด็น เอาเรื่องยุบพรรคนั่นแหละ ทําไมถึงเอาตรงนั้น ก็บอกยุบพรรคทีคนก็หวั่นไหวที ต่างประเทศก็ไม่เกิดความเชื่อมั่น การแก้ปัญหารัฐบาลแก้ไม่ได้ ก็คิดว่าเอาล่ะพูดกันตรงไปตรงมา ถ้าหากว่ามันจะ บรรจบพบกันก็จะแก้ที่มาตรา ๒๗๑ มาตรา ๓๐๙ ก็คิดว่าจําเปึนต้องแก้ ๒ ประเด็น ก็ท้วงติงบอกว่าแก้ ๒ มาตรานี้ก็เพื่อตัวเอง เอาล่ะครับ เราก็โอนอ่อนผ่อนตามรับฟังเสียง ประชาชน เอามันทั้งฉบับ ซึ่งคนเรียกร้องก็เอาทั้งฉบับ พอเราจะแก้ทั้งฉบับก็มีเสียงมาอีกว่า ก็ยังเปึนเผด็จการ ก็ยังเปึนเพื่อตัวเอง ถ้าอย่างนั้นคุณเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คุณจะแก้เอง แม้รัฐธรรมนูญให้อํานาจ หลายคนก็ท้วงติงว่ามันไม่ชอบด้วยกระบวนการ ประชาธิปไตย คุณมาจากการเลือกตั้งก็จริง ไม่ควรแก้ ตรงนี้ผมต้องพูดครับ พูดเพื่อให้ ทุกคนซึ่งเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและเปึนสมาชิกรัฐสภาได้เห็นศักดิ์ศรี ได้ตระหนัก ในหน้าที่ของตัวเอง ก็รัฐธรรมนูญฉบับที่เราบอกไม่ชอบนี่แหละ รัฐธรรมนูญฉบับที่ ฝ์ายบอกว่าชอบและปกปัอง เราก็ทําตามมาตรานั่นแหละครับ เดินตามมาตรา ๒๙๑ ทุกประการ โดย ส.ส. ส.ว. มีสิทธิแก้ แต่ก็มีคนมาพยายามลดความชอบธรรมของพวกเราว่า แม้คุณจะมาจากการเลือกตั้ง คุณแก้เอง คุณจะแก้เพื่อตัวเอง นี่ก็ประการหนึ่ง และไม่ธรรมดาด้วย มีกลุ่มคนเคลื่อนไหวจะถอดถอนเราด้วยซ้ําไป ทั้ง ๆ ที่เราจะทําหน้าที่ นิติบัญญัติของเราตามมาตรา ๒๙๑ ซึ่งคนเหล่านั้นคิดว่าเปึนธรรมนูญที่เขาชอบ เราก็จะเดินตามรัฐธรรมนูญที่เขาชอบ แม้เราไม่ชอบ แต่จะทําตามรัฐธรรมนูญที่คุณชอบ แต่ก็จะถอดถอนเสียแล้ว ตรงนี้ต้องคิดว่าความเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขาให้มา ทําหน้าที่ฝ์ายนิติบัญญัติ เมื่อเห็นรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายซึ่งมันไม่ชอบ เราจะแก้ คนบอกแก้ไม่ได้แล้วคุกคามถึงขั้นจะถอดถอน ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้เรื่องเหล่านี้ จึงเปึนมูลเหตุที่ผมคิดว่าเอาล่ะเราโอนอ่อนผ่อนตามรับฟังเสียงจากประชาชน เอาประชามติ ถ้าเห็นว่าพวกเราแก้เพราะพวกเราทํากันเอง ถามประชาชนไหม ที่จริงขั้นหนึ่งประชาชน เลือกนโยบายพรรคเรามา เราก็พูดได้ว่าเอาล่ะเขาเห็นชอบ แต่เอาเพื่อให้สะเด็ดน้ํา เพื่อให้ชัดเจน ทําประชามติก็แสดงว่าที่นี่ก็เปึนเพียงธุรการที่จะทํารัฐธรรมนูญขึ้นมา แล้วก็ต้องถามประชาชนคนทั้งประเทศอีกครั้งหนึ่งว่าเอาหรือไม่เอา แก้หรือไม่แก้ นั่นก็คือการยอมรับวิถีประชาชนคนส่วนใหญ่ของเรานั้นคือจะทําประชามติ วันนี้ก็มี คนออกมาปฏิเสธอีกแล้ว ประชามติไม่เอา ประชามติเปึนความไม่ชอบธรรม สิ้นเปลือง ผมก็บอกว่ามีคนเรียกร้องเหมือนกันว่าจะเอาสภาร่างรัฐธรรมนูญ ผมกราบเรียนครับว่า จะสภาร่างรัฐธรรมนูญก็ตาม มันก็คือตัวแทนที่จะต้องไปสรรหากัน ข้อครหาก็จะต้อง ตามมาอีก คุณไปสรรหาใครมา ไปบล็อกโหวตกันหรือเปล่า ถ้าพูดกันในเชิงวิชาการ สภาร่างรัฐธรรมนูญมันก็จะเปึนการคัดตัวแทนมา เขาเรียกว่า ดีโมเครซี (Democracy) แบบเรฟพรีเซนเททีฟ (Representative) คือแบบตัวแทนเอาประชามติไหม เขาเรียกว่า ไดเรคท์ ดีโมเครซี (Direct democracy) คือประชาธิปไตยทางตรง เราก็ยอม วันนี้จะเอา ประชามติ เอาล่ะท่านประธานครับ ผมพูดตรงนี้เพื่อจะให้เห็นว่าเราได้โอนอ่อนผ่อนตามมา เรารับฟังเสียงประชาชน ฟังเสียงสังคมมาจนถึงขั้นนี้ก็คือขั้นที่เรียกว่าไม่รู้จะได้แก้หรือเปล่า เพราะเราต้องรอประชามติ แต่ให้เราตั้งคณะกรรมาธิการศึกษากันหน่อยในฐานะของสภา อันไหนควร ไม่ควร เกิดประชามติบอกว่าให้แก้ ประชาชนทั้งประเทศบอกว่าให้แก้ เราจะแก้อะไร วันนี้คือขั้นตอนซึ่งเราคุยกัน คือขั้นตอนซึ่งผมได้เสนอญัตตินี้เข้ามา ท่านประธานครับ ถ้าหากวันนี้มีมติว่าให้ศึกษา ตั้งขึ้นมาศึกษา ผมก็จะถือโอกาสนี้ ได้อภิปรายเพื่อฝากประเด็นไปยังคณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นเพื่อนําไปประกอบ การศึกษาบ้าง ท่านจะเห็นอย่างไรก็สุดแท้แต่คณะกรรมาธิการ ผมเรียนอย่างนี้ว่า ความไม่ชอบมาพากลหรือความที่กระผมไม่รับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นมีที่มาที่ฝาก คณะกรรมาธิการไปพิจารณาดังนี้ครับ

ประการที่ ๑ ผู้ร่างหรือที่มาของผู้ร่าง ผมกราบเรียนว่าระบอบประชาธิปไตย ไม่ว่าสังคมใด กฎหมายนั้นจะต้องถูกเขียนด้วยประชาชน ถ้าประชาชนมาเขียนทั้งหมด ไม่ได้ ต้องมีระบบตัวแทนหรือยึดโยงไปถึงประชาชน นั่นก็คือการเลือกตั้งหรือการสรรหา ก็ว่ากันไป แต่รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ปฏิวัติกันมา ตั้งกันมาเอง มาเขียน ถามว่า ผมรังเกียจไหม ตอบตรงไปตรงมา รังเกียจครับ ทําไมถึงรังเกียจ ก็วันนี้บ้านเมือง เดินเข้ามาแล้วมาบอกว่าเปึนยุคประชาธิปไตย แล้วกฎหมายรัฐธรรมนูญเปึนแม่บท ของประเทศ แล้วให้ใครมาเขียนล่ะครับ คนใดคนหนึ่งปฏิวัติแล้วตั้งขึ้นมาแล้วเขียนเอง ทุกคนก็พูดกันไม่ใช่หรือครับว่าชนชั้นใดเขียนกฎหมายก็ตอบสนองชนชั้นนั้น และวันนี้ ก็เห็นชัดเจนแล้วออกผลด้วย ซึ่งผมจะได้เรียนให้ท่านประธานทราบฝากไปยังคณะกรรมาธิการ ที่จะตั้งขึ้น รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ สสร. สรรหาจากประชาชนแล้วเขียนกันมา ตรงนี้ไม่ใช่ ผมไปตั้งข้อรังเกียจรังงอนกันโดยอคติครับท่านประธาน คนเขียนซึ่งมาจากประชาชน และคนเขียนซึ่งไม่ได้มาจากประชาชน มันขลังต่างกัน มันจะทําให้รัฐธรรมนูญมีภูมิคุ้มกัน ต่างกัน ความศักดิ์สิทธิ์ต่างกัน สถานะมันต่างกัน ถ้ารัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชนเขียน คนจะฉีกทิ้ง คนจะละเมิด ผมคิดว่าอาจจะต้องเคารพคนเขียน คิดหน้าคิดหลังแล้วก็ ให้เกียรติประชาชนมากหน่อย ยกเว้นคนที่ไม่เห็นความสําคัญของประชาชนก็ช่างเขา แต่ถ้ารัฐธรรมนูญที่ไม่ได้เขียนมาจากประชาชนคนส่วนใหญ่ร่วมกันร่าง ใครก็ได้นึกขึ้น มาเขียน ผมว่าอันนั้นล่ะครับอยากฉีกเมื่อไรฉีกได้ตามใจ อยากละเมิดเมื่อไรละเมิดได้ตามใจ ความขลังมันต่างกัน ตรงนี้ผมอยากให้มี เอาล่ะเมื่อที่มาผมคิดว่าไม่ได้จากประชาชน ก็ไม่ควรจะเปึนกฎหมายที่ปกครองประชาชน ถ้าเปึนช่วงใดช่วงหนึ่งไม่ว่ากัน แต่ถ้าบ้านเมือง เข้าสู่ทางตรงทางประชาธิปไตยแล้ว กฎหมายซึ่งมาจากบุคคลใดบุคคลหนึ่งควรจะยุบเลิก ทิ้งไปเสียถ้าหากกระทําได้ ซึ่งวันนี้เราคิดว่าน่าจะกระทําได้ เรื่องบรรยากาศ สภาพแวดล้อม และบริบทของสังคมขณะเขียนกฎหมาย อันนี้สําคัญครับท่านประธาน ในการเขียนกฎหมาย ในการเลือกตั้ง ในการลงประชามติ ในสังคมประชาธิปไตยหรือในทฤษฎีทางวิชาการ ทางรัฐศาสตร์เขาเขียนไว้ครับ การเลือกตั้งหรือการเขียนกฎหมาย การบัญญัติกฎหมาย ถ้าไม่อยู่ในบรรยากาศซึ่งประชาชนมีสิทธิเสรีภาพกันเต็มแล้ว อย่าไปคิดว่ากฎหมาย หรืออย่าไปคิดว่าการเลือกตั้งครั้งนั้นจะบริสุทธิ์ หรือสื่อถึงความมีเสรีภาพ หรือสื่อถึง ความต้องการที่แท้จริงของคนในสังคม ใครจะเถียงผมล่ะครับว่าการเขียนกฎหมาย รัฐธรรมนูญฉบับนี้อยู่ในสภาพประกาศกฎอัยการศึก ใครปฏิเสธล่ะครับว่าวันนั้น คนไม่กล้าพูด องค์กรวิชาการ นักการเมืองพูดได้สักกี่คนครับ ใครปฏิเสธว่ากฎอัยการศึกนั้นมันมีผล ค้ําคอป่ดปากคนในสังคม เพราะฉะนั้นบรรยากาศที่ร่างนั้นอยู่ภายใต้กฎอัยการศึก สังคมใดจะยอมรับว่าเปึนกฎหมายซึ่งเปึนประชาธิปไตยบ้าง แล้วไม่เพียงเท่านั้นครับ คนที่ร่างก็พยายามอธิบายว่า แม้จะอยู่ภายใต้กฎอัยการศึก แม้จะอยู่ภายใต้การปฏิวัติ รัฐประหาร แต่คณะกรรมาธิการซึ่งไปฟังเสียงประชาชนจากทั่วประเทศได้ไปฟังเสียง ประชาชนมาอย่างครบถ้วน ประชาชนต้องการอะไรเรารับฟังมาหมด ไม่ต้องมาบอกว่า เราไม่ฟังเสียงประชาชน ไม่จริงนะครับ เรื่องสําคัญ ๆ ที่เพื่อนได้อธิบายไปแล้ว ผมจะยกตัวอย่างให้ฟัง ๒ ประเด็น และผมถามทุกเวทีวิชาการไม่มีใครตอบผมได้หรือ แม้แต่คนร่างซึ่งอยู่ที่นี่ ถ้ายังมีตอบผมหน่อยผมจะได้สบายใจและอาจจะไม่แก้ด้วย ถ้าตอบผมได้ไปฟังเสียงประชาชนถามว่าเขาอยากให้เลือกตั้งแบบไหน เขตเดียวเบอร์เดียว หรือเขตใหญ่เรียงเบอร์หรือแบบยกพวง งานวิจัยก็บอกว่าเขาต้องการเขตเดียวเบอร์เดียว ไปฟังทุกเวทีสรุปชัดเจนว่าต้องการเขตเดียวเบอร์เดียว ทุกสังคมในโลกวันนี้ก็ไปแล้วครับ เขตเดียวเบอร์เดียวชัดเจน แต่พอมาเขียนปัูบออกเขตเดียวแต่เรียงเบอร์ เขตใหญ่เรียงเบอร์ ถามว่าฟังประชาชนตรงไหน แล้วตรงนี้เปึนเรื่องใหญ่ด้วย มันจะโยงมาถึงเสถียรภาพ ของรัฐบาล มันโยงมาถึงความอ่อนแอของพรรคการเมืองด้วย ท่านประธานครับ อีกประเด็นหนึ่ง ส.ว. งานวิจัยก็ดี ไปฟังเสียงประชาชนมาก็ตาม ผมติดตามมาตลอด คณะกรรมการฟังเสียงประชาชนสรุปว่าเขาต้องการเลือกตั้ง ส.ว. แต่พอออกมาแล้วปัูบ ทําอย่างไรครับ ครึ่งหนึ่งเลือกตั้งจังหวัดละคนอีกครึ่งหนึ่งสรรหา แล้วเผอิญอ้ายเจ้าสรรหา ก็ตั้งนายกรัฐมนตรีด้วย ปลดนายกรัฐมนตรีได้ด้วย ไปเลือกองค์กรอิสระได้เต็มและอํานาจ ล้นฟัาอีก ถามว่าอํานาจนี้ไม่ยึดโยงกับประชาชน บอกว่าเปึนประชาธิปไตยอย่างไร นี่ตัวอย่าง ๒ ตัวอย่างที่ผมบอกว่าในบรรยากาศวันนั้น การร่างรัฐธรรมนูญและการฟังเสียง ประชาชนนั้นไม่จริง นี่คือที่มาและบรรยากาศ อันต่อมาซึ่งผมอยากจะบอก ทีนี้ก็มาถึงเนื้อหา หลายคนพูดกันว่าคุณไปรังเกียจคนเขียน คุณไปติงแค่บรรยากาศ ทําไมคุณไม่ได้ดูที่ แก่นสารเนื้อหาล่ะ คุณไปเอาอะไรกับเปลือก เอาอะไรมัน แก่นสารทําไมไม่ดู ดูครับ ดูแล้วยิ่งเห็นชัดเจนว่าเนื้อหาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้มันสะท้อนคนเขียน มันสะท้อน บรรยากาศ แล้ววันนี้ออกฤทธิ์ออกเดชแล้วด้วยซ้ําไป

ประการแรก เนื้อหาซึ่งผมคิดว่าไม่ถูกต้องและห่างไกลความเปึนประชาธิปไตยคือ เปึนรัฐธรรมนูญฉบับที่ลดอํานาจประชาชนลง ไปเพิ่มอํานาจข้าราชการชัดเจน ผมถามว่า วันนี้องค์กรอิสระซึ่งบอกว่าอิสระมากแล้วได้สิทธิพิเศษขึ้นมาได้เปึนคนเสนอกฎหมาย เข้าสภาได้ด้วย เปึนครั้งแรกในประวัติศาสตร์ แล้วไม่ค่อยมีประเทศใดเขาทําหรอก ที่ตุลาการแล้วก็องค์กรอิสระเสนอกฎหมายด้วย แต่สภาของเรายังมีสป่ริต (Spirit) รับหลักการทั้ง ๓ ฉบับด้วยความขมขื่นอยู่ในตัวผม แต่ท่านประธานครับ องค์กรอิสระ เหล่านี้ถามว่าเปึนอิสระจากใคร จากประชาชนครับ ไม่ได้เปึนอิสระจากอํานาจราชการ อํานาจอย่างอื่น แต่เปึนอิสระจากประชาชน เพราะใครครับ สรรหามาโดย ๗ คน ผ่าน ส.ว. มา แล้วถูกถอดถอนก็ประชาชนไม่ได้เอื้อมมือมาถึงเลยครับ นี่คืออิสระ จากประชาชน ไม่ได้อิสระจากอํานาจเผด็จการ ไม่อิสระจากอํานาจคนตั้ง สสร. ไม่ได้อิสระจากคนปฏิวัติมาเสียเลย ที่จริงเวลาถ้ามีมากอยากพูดยาว ๆ แล้วจะว่ากัน ในกรรมาธิการ ท่านประธานครับ อํานาจประชาชนถูกลิดรอน เรื่อง ส.ว. ก็พูดกันแล้ว ส.ว. สรรหา ถามว่าประชาชนไม่ได้เอื้อมถึงเลยกลุ่มคนกรุงเทพฯ ขอประทานโทษ คุณรณฤทธิชัยพูดแล้ว จังหวัดใหญ่ได้เลือก ส.ว. คนเดียว จังหวัดระนองก็คนเดียว แต่คน ๗ คน ซึ่งมาจากตุลาการและมาจากใครซึ่งเปึนสายสืบทอดโยงไปถึงคนปฏิวัติ ได้เลือก ส.ว. ๗๔ คน แล้ว ๗๔ คนอํานาจล้นฟัาครับ ปลดนายกรัฐมนตรีได้วันพรุ่งนี้ด้วย ปลดแม้กระทั่ง ส.ส. ด้วย ครม. ยังปลดได้ด้วย แต่ประชาชนทั้งประเทศปลดได้ไหมครับ ยากเย็นแสนเข็ญครับ ท่านประธานครับ เมื่อห่างไกล เมื่อกันประชาชนออกจากอํานาจแล้ว ไปเพิ่มให้ใครครับ เพิ่มให้กับข้าราชการและอํามาตย์พูดกันมาก วันนี้ข้าราชการกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเปึนผู้มีอํานาจสูงขึ้นเราไมได้อิจฉา เราไม่ได้มองในแง่ร้าย แต่มันเปึนการผิดหลักการและจะทําให้เกิดผลเสียต่อประเทศ ในอนาคต ข้าราชการฝ์ายตุลาการ เราเคารพท่าน และเปึนสถาบันหลักของสังคม แต่วันนี้ ไปเพิ่มอํานาจให้ท่านมากมายมหาศาล คนซึ่งตั้ง ส.ว. ๗๔ คน ไล่โยงใยไปสิครับ ไม่พ้น ตุลาการทั้งนั้นเปึนคนตั้ง ตั้งดีก็ดีครับ ถ้าพลาดขึ้นมาแล้วผลเสียมันจะตามไปถึงคนตั้ง อย่าไปคิดว่าจะไม่เสียนะครับ กกต. ชุดที่แล้วที่อยู่ในภาวะวันนี้จะจมน้ํามิจมน้ําแหล่ ก็ตั้งมาจากตุลาการนี่แหละ ท่านประธานครับ กรอบนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐเขียนไว้ รัดกุมมาก ผมไม่แน่ใจว่าเปึนรัฐธรรมนูญหรือกฎกระทรวง หรือเปึนแผนเศรษฐกิจ ของสํานักใด รัฐบาลวันนี้ นักการเมืองวันนี้เข้ามาในสภาไม่มีอิสระหรือว่าเบียดตัวได้ แคบมากที่จะไปริเริ่มในการที่จะบริหารบ้านเมืองไปตามนโยบายหรือความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งนักการเมืองไม่ได้ครับ เพราะกรอบแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐเขียนไว้ละเอียดกว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เขียนจนแทบว่ารัฐบาลกระดิกตัวไม่ได้ นั่นก็คืออํานาจในการ กําหนดทิศทางของประเทศถูกตีกรอบไว้แล้วโดยข้าราชการและโดยคนร่าง ท่านประธาน ที่เคารพครับ หลักการถ่วงดุลอํานาจของประเทศวันนี้เอียง วันก่อนผมชอบคุณสุนัย อภิปรายให้เห็นภาพก้อนเส้า ๓ ก้อน ก้อนนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ วันนี้ก้อนตุลาการ ใหญ่มาก ใหญ่บนความอันตรายนะครับท่านประธาน วันนี้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ของผู้ดํารงตําแหน่งการเมืองตั้งคณะไต่สวนขึ้นมาได้ ไม่ต้องฟังอัยการ ไม่ต้องฟัง กระบวนการยุติธรรมอีก ตั้งกระบวนการยุติธรรมหน่อใหม่แขนงใหม่ขึ้นมา แล้วตัดสินด้วย ศาลชั้นเดียว นักการเมืองมีสิทธิเข้าตะแลงแกง มีความเปึนพลเมืองน้อยกว่าคนอื่น คือคนอื่นเขาขึ้นศาลได้ ๓ ศาล นักการเมือง ๒ ศาล มีบางคนอภิปรายวันนั้นบอกว่า อ้าวถ้าไม่ผิดไปกลัวอะไรล่ะ ถ้าคุณบริสุทธิ์อย่าไปกลัว ศาลชั้นเดียวคุณก็อย่าไปกลัว ถ้าคุณผิดสิคุณกลัว ผมถามครับว่าศาลบ้านเราตั้งมามีไหมที่เอาคนผิดเข้าคุก ที่จะต้อง ออกกฎหมาย ต้องชดเชยค่าจับคนผิด พิพากษาคนผิดไปถึงกรมราชทัณฑ์ นั่นก็คือ การยอมรับความล้มเหลว ความผิดพลาดที่เกิดขึ้น นี่ไม่ได้ตําหนิศาล แต่บางครั้ง กระบวนการได้มาซึ่งพยานหลักฐานมันบูดเบี้ยวมาแต่ต้น ศาลท่านก็พิพากษาผิด อันนี้ผมยกตัวอย่างให้เห็นว่าดุลอํานาจมันเปลี่ยนไป แล้วมันส่งผลอะไรครับ ส่งผลให้ พรรคการเมืองอ่อนแอ รัฐบาลอ่อนแอ วันนี้เห็นแล้ว การเลือกตั้งทั้งระบบเขตเรียงเบอร์ บวกกับบทบัญญัติซึ่งบอกว่า ต่อไปนี้ ส.ส. ย้ายพรรคได้ภายใน ๓๐ วัน ในขณะที่ยุบสภา หรือลาออก เลือกตั้งใน ๔๕ วันถึง ๖๐ วัน นั่นก็แสดงว่าแม้แต่สมัครเลือกตั้งผู้แทนราษฎร แล้วยังย้ายพรรคได้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้สมัคร ส.ส. แล้วยังย้ายพรรคได้ หาพรรคสังกัดได้ ภายใน ๓๐ วัน แต่กฎหมายบอกให้เลือกตั้งภายใน ๔๕ วันด้วยซ้ําไป เพราะฉะนั้น ความอ่อนแอเกิดขึ้นแน่ ภาพอัปลักษณ์ของนักการเมืองจะถูกสร้างให้มันเกิด วิ่งย้ายพรรค วุ่นกัน ต่อไปจะเห็นแล้วครับท่านประธาน นี่คือความจงใจที่จะทําให้การเมืองอ่อนแอ พรรคการเมืองและรัฐบาลล้มได้ง่าย ประเด็นซึ่งชี้ชัดให้เห็นว่ารัฐบาลต่อไปนี้อ่อนแอ แน่นอน ระบบการเลือกตั้งซึ่งให้ควงพรรคเดียวแล้วเลือกเรียงเบอร์ นํามาซึ่งรัฐบาล เบี้ยหัวแตก นํามาซึ่งสภาเบี้ยหัวแตก รัฐบาลผสมเสียงปริ่มน้ํา วันนี้เราก็เห็นแล้วครับ แตกต่างจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ชัดเจน นี่ยังไม่รวมถึงการเป่ดอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐบาล ซึ่งไปเขียนไว้ว่า ให้อภิปรายกันง่าย ท่านประธานครับ การอภิปรายรัฐบาล รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ได้เห็นแล้วว่ามันเปึนข้อปัญหาของประเทศ ทําให้รัฐบาล ไม่มีเสถียรภาพ บ้านเมืองล้มลุกคลุกคลานจึงได้บัญญัติว่าให้อภิปรายยาก ตัวนายกรัฐมนตรี ก็ให้ยากขึ้น อภิปรายรัฐมนตรีก็ยากหน่อย แล้วแถมไปแบ่งไว้อีกเสร็จสรรพว่า สมัยสามัญนิติบัญญัติห้ามอภิปรายไม่ไว้วางใจ ส่วนสมัยสามัญทั่วไปถึงอภิปรายได้ แต่วันนี้พอรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ไม่เขียน เห็นไหมล่ะครับเมื่อวานยื่นกันแล้ว ๓ เดือน ยื่นแล้ว วิสามัญก็ยังไม่เว้นครับ นี่ไม่ได้โทษใคร แต่กฎหมายเป่ดช่องไว้ท่านก็ต้องใช้สิทธิ ผมไม่ว่าท่าน แต่สิ่งซึ่งมันจะเกิดต่อไปนี้ บ้านเมืองอภิปรายกันได้ง่ายแล้วก็ว่ากันตลอด อึมครึมอยู่อย่างเดียว เพราะฉะนั้นล้มได้ง่าย ท่านประธานที่เคารพครับ อีกต่อมาซึ่งผมเห็นว่าเปึนปัญหาที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้สร้างไว้ ไม่เคยมีรัฐธรรมนูญฉบับใดหรอกครับ หลักการเขียนกฎหมายเขาปัองกันทั้งนั้นแหละว่า คนมาร่างกฎหมาย คนมาเขียนรัฐธรรมนูญ อย่าเป่ดช่องให้เขียนแล้วตัวเองจะได้ประโยชน์ คนที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ไม่ต้องเอ่ยชื่อใครหรอก พอร่างเสร็จตัวเองได้ตําแหน่ง กันทั้งนั้น เพราะบทเฉพาะกาลได้สนองไว้ต่ออายุคนเปึนองค์กรอิสระ ๙ ป้ ๑๐ป้ คือคนเขียน ทั้งนั้นแหละที่ได้ประโยชน์วันนี้ ซึ่งอันนี้ผิดหลักการกฎหมายมาก ท่านจะได้อ่านหรือ ท่านจะสังเกตหรือไม่ มันมีคน ๆ หนึ่งสวมหมวก ๔ ใบ เกิดจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เปึนผู้ว่าการ สตง. เปึนกรรมการ สตง. เปึนประธานกรรมการ สตง. และเปึนกรรมการ สรรหา ส.ว. คนคนเดียว ๔ ตําแหน่ง เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ นี่ถ้าตรวจสอบไปอีกจะเห็น หลายคนซึ่งสวมหมวกไม่รู้กี่ใบ และคนเหล่านี้เขียนรัฐธรรมนูญเองทั้งนั้น ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้มุ่งให้พรรคการเมืองอ่อนแอ การเมืองอ่อนแอ และแยกนักการเมือง ออกจากประชาชน นี่ความเห็นของผมนะครับ สิ่งใดซึ่งประชาชนจะรัก จะชอบ จะเห็น คุณค่าของนักการเมือง เห็นคุณค่าของประชาธิปไตยระบบสภาทําลายเลย มาตรา ๒๖๕ หรือมาตรา ๒๖๖ เพื่อนพูดไปเยอะ เขียนได้อย่างไร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือ ส.ว. ห้ามไปก้าวก่ายการทํางานของข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ และท้องถิ่นที่เปึนคุณแก่ตัวเอง และเปึนคุณแก่คนอื่น มองอย่างไรมันก็ผิดหมด รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ยังพอรับได้ เขียนไว้ชัดเจนว่าไปยุ่งเกี่ยวในการบรรจุ โอนย้าย แต่งตั้ง เอาล่ะตรงนั้นเราไม่ว่า แต่การอื่นซึ่งเราจะไปทํา เช่น ไปทําถนนให้ชาวบ้าน ไปเสนอขุดคลอง ขอให้เราทําหน่อย ได้ไหม แต่ฉบับนี้ทําไม่ได้ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ยังเว้นไว้ให้นะครับ นี่คืออะไรครับ นี่ก็คือทําให้ ส.ส. ไม่มีคุณค่าในสายตาประชาชน เลือกทําไม เลือกทําไม่ได้ ส.ส. เลือก ทําไมนั่งเครื่องบิน เอาเงินเดือนกลับบ้าน ชาวบ้านมาหาก็บอกอันนี้ก็ทําไม่ได้ ๆ ไปก้าวก่ายเขา ส.ส. อ้างมาก สุดท้ายอย่าเลือกมันเลย พึ่งใครครับ พึ่งราชการครับ พึ่งองค์กรอื่นไปเลย อย่างนี้เขาเรียกว่า กันพื้นที่นักการเมืองออกจากประชาชน เราไม่โง่ แต่วันนี้จะแก้ไหม เท่านั้นแหละ ถ้าไม่แก้เพราะเหตุอะไร แก้เพราะว่าคนนี้เสนอยื่น สุดท้ายผมถึงบอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มุ่งทําให้การเมืองอ่อนแอ สถาปนารัฐ ข้าราชการขึ้นมา แล้วนักการเมืองด้วยกันคุณอาจจะมองเห็น แต่เราเห็นแต่ท่าน เพราะเปึนไก่อยู่ในชะลอมเดียวกัน ถ้าแก้กับคุณคุณจะได้หน้า แต่สุดท้ายเขายกชะลอมไก่ โยนลงน้ําตายทั้งหมด ท่านประธานครับ มาตรา ๓๐๙ พูดกันมาก ถ้าแก้วันนี้มีอันเปึนไปแน่ มีคนหวงแหนกันมาก แล้วบอกเซนซิทีฟมาก อ่อนไหวมาก อย่าไปแตะนะ ถ้าแตะแล้ว มีอันเปึนไป แตะก็ตาย ไม่แตะก็ตาย ถ้าผมเปึนนักการเมือง ผมแตะก็ตาย ไม่แตะก็ตาย ผมไม่กลัวหรอกครับ แต่ว่าเมื่อตายแล้วมรดกนี้ตกไปให้กับสังคมคนรุ่นหลัง เราจะทํา หรือครับ ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่า มาตรานี้คือการนิรโทษกรรมให้กับคนกระทํา รัฐประหาร แต่ในอดีตมีไหม มี แต่เขานิรโทษกรรมย้อนหลังเท่านั้น สิ่งใดที่กระทํามา ในอดีตให้ยกเลิก ก็ยังหลับหูหลับตาพอรับกันได้ด้วยความขมขื่น แต่ฉบับนี้นิรโทษกรรม ล่วงหน้า และบรรดาการใด ๆ ที่จะทําต่อไปในอนาคต ท่านประธานครับ นักกฎหมาย ระดับเกจิอาจารย์ซึ่งผมไปปรึกษาท่าน ท่านบอกว่าเรื่องนี้จะมีผลคุ้มครองไปจนอายุของ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เลยทีเดียว ป้ ๒๕๕๐ มันใช้ ๒๐ ป้ ก็คุ้มครองได้ ๒๐ ป้ มีที่ไหนในโลก เท่านั้นยังไม่พอ ผมมองลึกไปถึงขั้นว่าเรื่องนี้มันเปึนเรื่องของจิตสํานึก เปึนเรื่องจะสร้าง วัฒนธรรมอันผิด ๆ ไม่ใช่จะเกิดเฉพาะยุคเราเท่านั้น วัฒนธรรมอะไรท่านประธานครับ ผมสอนหนังสือมา ประชาธิปไตยไม่ใช่กฎหมายอย่างเดียว มันต้องเปึนกระบวนการ สร้างให้เปึนวัฒนธรรม ซึ่งวันนี้กําลังมีคนทําลายวัฒนธรรม ๑. ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง ๒. เอากฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย ๓. เปึนวัฒนธรรมที่ไม่ยอมรับคนที่มาจากการเลือกตั้ง ถ้าคนปฏิวัติแล้วสามารถออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้ตัวเองทั้งย้อนหลังและไปหน้า ต่อไปคนจะปฏิวัติสบายครับ ใครจะคิดทําเรื่องนี้ไม่วิตกครับ ทําได้อีก ทําแล้วก็ทําเหมือนคราวก่อน มันจะไม่เปึน ภูมิคุ้มกัน แต่มันจะเปึนการสร้างวัฒนธรรมที่เอื้อเป่ดประตูให้กับคนมาฉีกรัฐธรรมนูญ และทํารัฐประหารได้ง่ายเพราะเคยทําไว้แล้ว เรื่องนี้อย่ามองแคบ ๆ สั้น ๆ เพียงว่า จะเอื้อให้คนนั้นเอื้อให้คนนี้ ผมกราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ช่วยอธิบาย ให้ผมฟังหน่อย ใครที่แตกฉานเรื่องนี้ว่า ถ้าแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๙ แล้วมันไปทําให้ คดีคนอื่นเขาหลุดได้อย่างไร คดีซึ่งพูดถึงกันมากก็อดีตนายกรัฐมนตรีนี่ล่ะ วันนี้คดีที่ คตส. เสนอขึ้นไปสู่ศาลแล้วผมก็พยายามถามนักกฎหมายครับ เมื่อมันเข้าสู่กระบวนการ ยุติธรรมแล้ว คุณจะแก้อย่างไรก็แล้วแต่ไปดึงมันออกมาไม่ได้หรอกครับ แล้ววันนี้ ก็พูดกันมาก ผมต้องพูดถึงเพราะเมื่อผมเสนอญัตตินี้และคราวหน้าถ้าผมจะเสนอ ญัตติแก้ไขก็จะมีคนบอกว่าผมทําเพื่อคนใดคนหนึ่ง ผมก็ต้องอธิบายเสียเวทีนี้แหละ บอกกันมากว่าทําไมไม่แก้เสียตอนคดีอดีตนายกรัฐมนตรีจบ ทําไมถ้าคุณจะแสดง ความบริสุทธิ์ใจจริง ๆ ให้คดีเขาขึ้นสู่ศาลและจบกระบวนการก่อน คุณถึงยื่นได้ไหม ถ้าแน่จริง ได้ครับ แต่ใครจะบอกกับผมได้ว่าคดีซึ่งขึ้นสู่ศาลกี่ป้จะจบ ใครตอบแทนศาล ได้ว่า ๒ ป้จบ ใครตอบแทนศาลได้ว่าในช่วงที่คุณเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ ถ้าคุณอยู่ครบ ๑๐ ป้ คุณจะได้แก้เพราะคดีจะจบก่อน ไม่มีทางครับ ใครตอบแทนศาลได้ เอกสารกี่หมื่นหน้า พยานกี่ปาก ๑๐ ป้จะจบหรือเปล่า อันนี้เปึนเหตุผลหนึ่งซึ่งผมต้องบอก มีเวลาผมขอทําควบคู่ไปกับการให้รัฐบาลแก้ปัญหาเศรษฐกิจก็ทําไป และพูดกันมากว่า วันนี้แก้เพื่อให้คนอื่นไม่ขู่กระบวนการยุติธรรม ก็อดีตนายกรัฐมนตรีเขาก็ขึ้นศาลแล้วนี่ครับ เรื่องคดีเข้าสู่ศาล ประกันตัวก็มาตามนัดทุกนัด แก้แล้วจะทําอะไรกับเขาได้ ดึงเขาออก จากศาลได้อย่างไร ผมไม่เห็น แต่ตรงกันข้ามต้องฟังครับ ผมขออนุญาตครับ แม้ว่าเรา ไม่แก้รัฐธรรมนูญวันนี้ คตส. ก็จะหมดอายุแล้ว คนที่บอกว่าทําเพื่อคน ๆ หนึ่งอธิบายมากว่า เราแก้วันนี้จะทําให้ คตส. หมดอายุ บรรดาสํานวนความผิดต่าง ๆ ก็จะหมดไปกับ คตส. ท่านประธานครับ ผมถามผ่านไปยังคนซึ่งคัดค้านแล้วกล่าวหาประเด็นนี้หน่อยว่า วันนี้แม้เราไม่ทําอะไรกับรัฐธรรมนูญเลย ผมนอนอยู่บ้าน คตส. ก็จะหมดอายุไปไม่กี่วันนี้ และแม้ คตส. ไม่หมดอายุ ช่วยกันคิดหน่อยครับ ด้วยความเปึนธรรม บรรดาคดีซึ่ง คตส. ได้ทําขึ้นไปแล้วขึ้นสู่ศาลนั้น ขนาด คตส. ยังไม่หมดอายุยังมีคนท้วงติงว่าที่คุณต่ออายุ ตัวเองมานี่ชอบธรรมไหม ยังมีคนติดใจข้องใจว่าที่คุณต่ออายุมานี่ชอบธรรมไหม ใครติดใจครับท่านประธาน นายสุทินหรือเปล่า ผมไม่เคยถาม พรรคพลังประชาชน ไม่เคยถาม แต่ศาลรัฐธรรมนูญครับ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมืองเขาถามกลับไปครับ ถามว่าให้ศาลรัฐธรรมนูญไปตีความสิว่าสถานภาพ ของ คตส. ชอบไหมที่ต่อมา ถ้าบอกไม่ชอบ บรรดาคดีต่าง ๆ ขึ้นสู่ศาลมีอันเปึนไป แต่ถ้าชอบเดินหน้าต่อ วันนี้แม้เราไม่แก้รัฐธรรมนูญ คตส. ก็ยืนอยู่ด้วยความชอบ มิชอบ ถูกตั้งเปึนประเด็นขึ้นมาแล้วจากใครครับ จากคนซึ่งเราคิดว่าเปึนธรรมที่สุด เปึนกลางที่สุด ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองต้องตีกลับไปไม่รับคดี หวยกองสลาก อย่างนี้สิครับท่านประธาน อยากเรียกร้องให้พิจารณาด้วยความเปึนธรรม หน่อยว่า พวกเราซึ่งเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเพราะมีที่มาเปึนลําดับ ๆ ตั้งแต่ตอนรัฐประหาร มาถึงวันนี้คนก็พยายามสร้างประเด็นเบี่ยงเบนกันมาก จะแก้เพื่อคนคนนั้น คนคนนั้น ตอกย้ําจนทําให้คนซึ่งฟังไม่ได้ศัพท์ ตอกย้ําเสียคนไม่ได้อ่านจริง ๆ เชื่อ ทั้ง ๆ ที่จริง คดีเขาก็ขึ้นศาลไปแล้ว เขาก็ไปรายงานตัวแล้ว ศาลก็ให้ประกันตัวก็เดินไปเปึนปกติแล้ว

ท่านประธานที่เคารพครับ สุดท้ายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ซึ่งผมคิดว่ารับไม่ได้ ทําลายพรรคการเมืองอย่างโหดร้าย ไร้มนุษยธรรมก็คือการยุบพรรค ถามสิครับ คนสอน หนังสือหนังหา ถามนักประชาธิปไตยทั่วโลกสิครับ มีบ้านใดเมืองใดซึ่งเขาบอกว่าเขาปกครองโดยระบอบประชาธิปไตย แล้วพรรคการเมือง เปราะบางอย่างนี้ พรรคการเมืองโดนยุบได้ง่ายอย่างนี้มีไหมครับ ไปหามาให้ผมดูสิครับ คุณก็จะยกตัวอย่างได้แค่ลาว พม่าแถวนี้ แต่บ้านเมืองซึ่งเขาเปึนประชาธิปไตยมีใครทํา ผมพูดตรงนี้มิได้หมายความว่ามันจะโดนเฉพาะพรรคของผม วันนี้โดนไป ๓ พรรค แล้วผมพูดเผื่อด้วยซ้ําไปว่าพรรคที่เหลืออย่าเพิ่งนิ่งนอนใจมั่นใจว่าจะไม่โดน วันนี้คิดว่า มีของขลังก็ดีใจไป แต่วันหนึ่งมันไม่แน่ แต่ผมพูดเผื่อนักการเมืองเผื่อพรรคการเมือง ทุกพรรค ไม่ได้เห็นแก่ตัว แต่เพียงความผิดที่เกิดจากใครคนใดคนหนึ่งโยงไปให้เปึน ความผิดของคนทุกคน โยงไปจนถึงขาดความชอบธรรมให้กับพรรคแล้วปึนเหตุให้ยุบ ตัดสิทธิเขา นี่ล่ะครับ ผมถือว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้นักการเมืองเดินอยู่วันนี้ไม่ใช่เดินอยู่ บนเส้นด้ายครับ เดินอยู่บนคมหอกคมดาบ ไหนจะเขียนไว้ว่านักการเมืองหรือ นายกรัฐมนตรีถ้าโดนคดีอาญา แล้วมีคําพิพากษาว่ามีความผิดแม้ให้รอลงอาญา คุณก็หมดอํานาจ คุณหลุดทันที เหล่านี้คือเรื่องเปราะบางมาก ผมถึงกราบเรียน ท่านประธานว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่มาก็ไม่ชอบบรรยากาศก็ไม่ให้ เนื้อหาสาระก็สะท้อน ที่มาและบรรยากาศ และวันนี้ก็ออกฤทธิ์ออกเดชแล้วด้วย ผมถึงได้ขอวิงวอนเพื่อนสมาชิก รัฐสภาของเราครับว่า ผมได้นําเรื่องนี้เข้ามาแล้วพร้อมกับเพื่อนอีก ๗ ฉบับ ๗ ญัตติ ขอพวกเราได้พิจารณาด้วยความเปึนกลางเปึนธรรมเถอะ เรื่องคนใดคนหนึ่ง เรื่องความโกรธ เรื่องมิจฉาทิฐิมันเกิดขึ้นได้ในบางช่วงบางโอกาส ถ้าหากว่ามันได้ผ่าน ไปแล้ว เมฆหมอกไปแล้ว ผ่านทางโค้งแล้วเข้าสู่ทางตรง เรามาพิจารณาเรื่องเหล่านี้ ด้วยความเปึนกลางเปึนธรรม แล้วตัดเอาเรื่องคนใดคนหนึ่งที่มาหลอกหลอนอยู่ให้ออกไป ให้มันเกิดปัญญา แล้วเราจะได้สร้างมรดกอันดีไว้กับคนในสังคมต่อไป วันนี้ผมเชื่อว่า เพื่อนสมาชิกทุกคนคิดเหมือนกันกับผมว่า วันนี้อายุของเราไม่รู้จะถึงวันไหน ประชาชน ถามมากจะอยู่ได้กี่วัน แต่จะอยู่ได้กี่วันก็ถือว่าเราเดินมาบนเส้นทางนี้แล้ว บนความเสี่ยง เราไม่มีทางปฏิเสธ เปึนกรรมเปึนเวรของนักการเมืองไทยที่อายุเปึนไม้ล้มลุก เกิดง่าย แล้วก็ตายเร็ว แต่ช่วงเวลาอันสั้นที่มีแม้ผมจะได้อยู่อีก ๕ วัน ๑๐ วัน ขอสร้างระบบที่ดี ขอสร้างรัฐธรรมนูญที่เปึนประชาธิปไตยไว้ให้กับสังคมกับคนรุ่นหลังได้ไหมครับ ผีตนหนึ่งตนใดมาหลอกหลอนผมคิดว่าเราแคบเกินไปหรือเปล่า ผมจึงหวังว่าญัตตินี้ จะเปึนการทํางานร่วมกันของเพื่อนสมาชิกทุกพรรค เอาประโยชน์ของประเทศชาติ มองการณ์ไกล ๆ และเผื่อมันจะได้แก้ปัญหาให้กับสังคมวันนี้ได้บ้าง แม้คนซึ่งเปึน ตัวปัญหาเขาจะไม่ชําเลืองมามองรัฐธรรมนูญแล้ว วันนี้เขาไม่ชําเลืองมามองญัตติ เราหรอกครับ เขาไปไกลกว่านี้แล้ว แต่ทําให้ถึงที่สุด ทําดีที่สุดเท่าที่กรอบอํานาจและเวลา ที่มีให้เราทํา ขอขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้เสนอญัตติรวมเบ็ดเสร็จแล้ว ราวประมาณ ๘๐ ท่าน ก็จะต้องกินเวลาพรุ่งนี้อีกวันหนึ่ง แต่ว่าคุณวิรัตน์ กัลยาศิริ ท่านได้เสนออันดับที่ ๑๙ ของพรรคประชาธิปัตย ก็ให้เกียรติท่าน เพราะท่านต้องการ ที่จะพูด ยกมือตลอดครับ เรียนเชิญเลยครับ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา 🔗

ขอบพระคุณท่านประธานครับ ผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสงขลา ในฐานะผู้เสนอ ญัตติครับ กระผมถือว่าผลประโยชน์ของชาติและประชาชนส่วนใหญ่น่าจะสําคัญกว่า สิ่งอื่นใด เพราะฉะนั้นเมื่อคิดถึงว่าผลประโยชน์ของชาติและประชาชนส่วนใหญ่เหนือกว่า สิ่งอื่นใด ผมจึงเห็นว่ากฎหมายใด ๆ ไม่ว่ากฎหมายเล็กกฎหมายน้อย พระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญหรือแม้แต่รัฐธรรมนูญ ก็จะต้องออกให้สอดคล้องกับการแก้ปัญหา ให้สามารถแก้ปัญหาที่สาเหตุ ให้สามารถตอบสนองความต้องการของมหาชน ถึงที่สุดก็คือประชาชนส่วนใหญ่ และประเทศชาติได้ประโยชน์ ที่กระผมจําเปึนจะต้องกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ เพราะว่าต้องยอมรับความจริงครับ เราปฏิเสธความจริงไม่ได้ว่าเงินและอํานาจ กราบเรียนย้ําครับ เงินและอํานาจเปึนตัวที่สร้างปัญหาให้กับการเมืองไทยหลายป้ ก่อนหน้านี้ แล้วถ้าไม่แก้ก็จะต้องดํารงอยู่อีกต่อไป ต้องกราบเรียนความเปึนจริงครับว่า ณ วันนี้คนไทยแบ่งแยกเปึน ๒ ฝัก ๒ ฝ์ายอย่างชัดแจ้งที่ไม่เคยมีมาก่อน สะพานมัฆวานรังสรรค์กลุ่มหนึ่ง สนามหลวงกลุ่มหนึ่ง โพกศีรษะหรือใส่เสื้อสีขาว อีกกลุ่มหนึ่ง ต้องยอมรับความจริงครับว่ามีการทุจริตจากการเลือกตั้งอย่างมโหฬาร จับได้บ้าง จับไม่ได้บ้าง ที่ผมกล้ายืนยันก็เพราะว่า กกต. ติดคุกอย่างน้อย ๒ คดี ๖ ป้ มีการทุจริตเชิงนโยบายเปึนจํานวนหลายหมื่นล้าน เอาว่า คตส. ที่ทุกคนจะชอบ หรือไม่ชอบสามารถดําเนินคดีกับนักการเมืองบางคน ไม่ว่าเปึนที่ดินรัชดาภิเษก เปึนคดีซีทีเอ็กซ์ (CTX) เปึนคดีเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) หรืออะไรก็แล้วแต่ มีกรณี ครอบงําองค์กรอิสระ มีการครอบงําศาลรัฐธรรมนูญจนถึงสามารถวินิจฉัยข้อความสําคัญ ได้ว่าเปึนการบกพร่องโดยสุจริต มีการครอบงํา กกต. กกต. ติดคุกไปแล้ว มีการครอบงํา ป.ป.ช. ป.ป.ช. จะช่วยเหลือผู้มีอํานาจแล้วก็ไปแกล้งอีกฝัืงหนึ่ง มีการครอบ ส.ว. โดยพรรคการเมืองเข้าไปมีส่วนในการได้มาซึ่ง ส.ว. ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ครับ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ต้องยอมรับว่าที่มาดูสวย รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ หลายคนบอกว่า มาจากรัฐประหาร แต่ต้องยอมรับความจริงว่ามาจากสมัชชา ๒,๐๐๐ คน เลือกกันเอง เหลือ ๒๐๐ คน สมัชชา ๒,๐๐๐ คนก็มาจากพี่น้องประชาชนทั่วประเทศแล้วก็มา เลือกกันเอง เพราะฉะนั้นผมถึงอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ท่านผู้ฟังทางบ้านที่ฟังอยู่ จะได้เห็นว่าที่มาที่ไปมันไม่ได้เลวร้ายถึงขนาดรับไม่ได้นะครับ เหตุผลที่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มีปัญหาหลัก ๆ ก็เพราะว่าใครก็ตามที่สามารถครอบงํา ส.ว. ได้จะโดยซื้อ จะโดยให้เงินเปึนรายเดือน จะโดยเข้าไปในห้องน้ําแล้วยัดใส่กระเปิากางเกงอะไรก็แล้วแต่ ถ้าครอบงํา ส.ว. ได้เกินร้อยละ ๒๐ เขาก็สามารถครอบงํา กกต. เพราะ ส.ว. เปึนที่มา กกต. เมื่อครอบงํา กกต. ได้ก็สามารถทุจริตการเลือกตั้ง เมื่อเกิดจากการเลือกตั้งที่ทุจริต แน่นอนครับ นั่นไม่ใช่ที่มาของพี่น้องประชาชนโดยแท้จริง นั่นไม่ใช่ที่มาของความต้องการ ของประชาชนที่แท้จริง เอาละครับ เมื่อได้มาแล้วก็ใช้อํานาจบิดเบือนทําประโยชน์เข้าตัว แล้วใครล่ะครับไปตรวจสอบ เมื่อ ป.ป.ช. เปึนพวก เพราะว่า ส.ว. สามารถสรรหา ป.ป.ช. ป.ป.ช. ก็จะช่วยเหลือผู้มีอํานาจแล้วก็ไปแกล้งอีกฝัืง สุดท้ายทําอย่างไรที่จะปลอดภัยที่สุด ก็ต้องไปจัดการลอบบี้ (Lobby) ศาลรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นในที่มาที่ไปของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ จึงต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังพี่น้องประชาชนชาวไทยว่ากรณีที่มี การบิดเบือนเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ทั้งที่เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ต้องยอมรับว่าพยายามเขียนว่าให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ให้ประชาชน เข้ามาตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐ แต่ท่านประธานครับ ใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ตั้งแต่ ป้ ๒๕๔๐ มาจนถึงป้ ๒๕๔๘ เห็นได้ชัดเจนว่า มันมีช่องว่างของรัฐธรรมนูญจนเกิดเหตุวิกฤติในชาติก็เพราะเหตุว่ามีการใช้เงินและมี การใช้อํานาจอย่างที่ผมกราบเรียน เพราะฉะนั้นช่องทางไหนที่จะเปึนการสกัดการใช้เงิน ช่องทางไหนที่ต้องการปกปัองไม่ให้มีการแทรกแซงองค์กรอิสระ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ จึงพยายามหาช่องทาง ส.ว. แต่งตั้ง ๗๔ คน เอาละครับ หลายท่านก็อภิปรายไปบอกว่า มีที่มาที่ไปจาก ๖-๗ คน แต่มาถึงวันนี้มีใครบอกว่า ๗๔ คน ไม่ชอบ ไม่สุจริต คดโกง หรือไม่น่าเชื่อถือ ไม่มีครับ แล้วถามว่าถ้ามีการเลือกทั้ง ๑๕๐ คน หรือ ๑๘๐ คน ขนาดว่า แต่งตั้งมา ๗๔ คน ก็ยังมีข่าวคราวว่ามีรถเบนซ์มีเงินดาวน์ และมีเงินเปึนรายเดือน ถึงขนาดหลุดออกมาในสื่อสารมวลชน ถ้าไม่มีที่มาที่ไปหรือไม่มีฝอยสักนิด ผมไม่เชื่อว่า เรื่องนี้จะหลุดออกมาได้ นี่ขนาด ๗๔ คน มาจากการสรรหา ถามว่าถ้า ๑๕๐ คน มาแนวนั้นหมดอะไรจะเกิดขึ้น เพราะประธานวุฒิสภาจะเปึนตัวกุมกลไกสําคัญ ของบ้านเมือง เพราะฉะนั้นวิธีการที่จะปัองกันการทุจริตการเลือกตั้ง การทุจริตเชิงนโยบาย การครอบงําองค์กรอิสระหรือปัองกันการซื้อเสียง การซื้อพรรคหรือการซื้อตําแหน่ง รัฐธรรมนูญจึงจําเปึนจะต้องหาข้อบกพร่อง เมื่อได้ข้อบกพร่องก็มายกร่าง ในขณะที่หา ข้อบกพร่องครับ ออกไปทุกจังหวัด ในจังหวัดสงขลาบ้านผมไป ๒-๓ รอบ นอกจากนั้นแล้ว ก็ทําประชามติ ซึ่งเปึนครั้งแรก ทําทุกจังหวัด ทําทุกเขตเลือกตั้ง ทําทุกหน่วย อย่าลืมว่า ไม่ว่าจะอยู่ในระบอบใดหรือมีกฎคณะอะไร แต่ว่าการทําประชามติเปึนเรื่องของพี่น้อง ประชาชนทุกคนที่มีสิทธิเลือกตั้ง และผลเปึนอย่างไรครับ ๑๔ ล้านเสียงเห็นชอบ เอาละ ยอมรับว่า ๑๐ ล้านเสียงไม่เห็นชอบ แต่ขบวนการไม่เห็นชอบมีขบวนการใส่เสื้อแดง มีกระบวนการที่สําคัญที่ออกมาต่อต้านโดยชัดเจน ซึ่งก็รับได้ ฟังได้ว่าฝ์ายเห็นด้วย ก็ออกมาสนับสนุน ฝ์ายไม่เห็นด้วยก็ออกมาสนับสนุน เพราะฉะนั้น ๑๔ ล้านเสียง กับ ๑๐ ล้านเสียง จึงมีที่มาที่มีนัยสําคัญ จึงกราบเรียนท่านประธานได้ว่าพี่น้องประชาชน ชาวไทยส่วนใหญ่สนับสนุนรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ อย่างน้อยในฉบับป้ ๒๕๕๐ ก็ได้เปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญฉบับกึ่งประธานาธิบดีมาเปึนรัฐสภาตามปกติ คําว่า กึ่งประธานาธิบดี ผมไม่ได้เขียนขึ้นเองครับ ระดับผู้อํานวยการกลุ่มงานบริหาร วิชาการ ๑ สํานักวิชาการของสภาผู้แทนราษฎร คุณตวงรัตน์ เลาหัตถพงษ์ภูริ เปึนคนกําหนดขึ้น เขียนขึ้น เพราะท่านอยู่ในสภากับพวกเรานี่แหละ เพราะฉะนั้นคําว่า กึ่งประธานาธิบดี จึงไม่ใช่การกล่าวหาที่เกินเลย รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ให้ชุมชน ฟัองหน่วยงานของรัฐได้ ให้ประชาชนฟัองต่อศาลรัฐธรรมนูญ มีที่ไหนในโลก เปึนเรื่อง การเป่ดสิทธิเสรีภาพให้กับพี่น้องประชาชนอย่างชัดแจ้งอย่างเป่ดเผย แล้วสําคัญที่สุด แต่เดิมใครจะสมัคร ส.ส. ต้องจบปริญญาตรี รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ บอกไม่ต้อง ป. ๔ ได้เลย อันนี้จะไม่เปึนประชาธิปไตยหรือครับ คนจบ ป. ๔ จบการศึกษาภาคบังคับ สมัคร ส.ส. ได้ ไม่ต้องจบปริญญาตรี ไม่ต้องไปซื้อปริญญาจากนครศรีธรรมราชมา จนถูกศาลเพิกถอน จนอะไรเกิดขึ้น ไม่ต้อง การที่เป่ดโอกาสให้ประชาชน ๑๐,๐๐๐ คน สามารถเสนอยกร่างกฎหมาย การที่ให้ประชาชน ๒๐,๐๐๐ คนถอดถอนนักการเมือง ผมถือว่านี่คือการให้สิทธิแก่พี่น้องประชาชนที่เปึนนัยสําคัญ ประชาชนในจังหวัดใด จังหวัดหนึ่งก็ได้ครับ เกิน ๑๐,๐๐๐ คนอยู่แล้ว ประชาชนในเขตเลือกตั้ง ๓ แสนคน ถึง ๔ แสนคน อาจจะตําบลเล็ก ๆ ในเขตเลือกตั้งผม ตําบลคอหงส์ ตําบลหาดใหญ่ ตําบลควนลัง ซึ่งมีประชาชน ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ คน เอาแค่ ๑๐,๐๐๐ คน ก็สามารถ เสนอกฎหมายได้ หรือไม่ชอบใจ ส.ส. วิรัตน์ ไม่ชอบใจท่านประธานชัย ขอประทานโทษ ๒๐,๐๐๐ ชื่อก็ถอดถอนมา อันนี้แหละครับเปึนประชาธิปไตยที่แท้จริง แล้วที่สําคัญ การไม่เป่ดโอกาสให้มีการถลุงเงินนอกงบประมาณเอาไปถลุงเพื่อหาเสียง รัฐธรรมนูญ ฉบับนี้เขียนชัดเจนต้องเอาเข้ามาด้วย นักการเมืองผู้ใดก็ไม่สามารถถลุงเงินนอกงบประมาณ ได้อีกต่อไป จึงเปึนข้อดีของการใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ อย่างชัดแจ้ง แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อสังคมแตกแยกเปึน ๒ ฝ์าย ฝ์ายอยากจะแก้ อีกฝ์ายหนึ่งบอกดีแล้ว จึงเปึนเรื่องที่ สภาผู้แทนราษฎรซึ่งมาจากทุกฝ์าย มาจากพี่น้องประชาชนทั่วประเทศจะได้ตั้ง คณะกรรมาธิการขึ้นมาศึกษาว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มีข้อดีตรงไหน มีข้อไม่ดีตรงไหน แต่สิ่งที่ผมอยากจะฝากคณะกรรมาธิการซึ่งจะตั้งขึ้น ขอให้พี่น้องประชาชนได้มีข้อมูล ครบถ้วน ด้านดีว่าไป ดีตรงไหน ด้านไม่ดีอธิบายให้ครบถ้วน ให้เขาได้รู้จริง เพราะว่า ถ้าไม่รู้จริงแล้ว กํานันบอกรับ กํานันอีกแห่งบอกไม่รับ มันไม่ใช่เจตจํานงที่แท้จริง ของพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นกระผมเห็นว่าการที่ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ขึ้นมาศึกษาการบังคับใช้รัฐธรรมนูญจึงเปึนสิ่งที่เกิดประโยชน์ ส่วนจะแก้หรือไม่แก้ ให้ไปรอผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการที่ว่า แต่สําคัญที่สุดจะต้องให้พี่น้องประชาชน เจ้าของสิทธิเข้าใจโดยถ่องแท้ทั้งบวกและลบของรัฐธรรมนูญ ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมอยากจะขอความกรุณา เนื่องจากผู้เสนอเหลืออยู่ ๗๘ ท่าน ผมขอเลื่อนการพิจารณาเปึนวันพรุ่งนี้ครับ ขอป่ดประชุมครับ

เลิกประชุมเวลา ๑๗.๔๘ นาฬิกา