พิษณุ หัตถสงเคราะห์ หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ..... โดยเสนอแนะให้คณะกรรมการผู้ตรวจการแผ่นดินปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้การบัญญัติกฎหมายนี้มุ่งไปสู่ผลสัมฤทธิ์ และเรียกร้องให้มีการกำหนดมาตรฐานชัดเจนเพื่อหลีกเลี่ยงการใช้มาตรฐานในทางที่ผิด นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการถอดถอนผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยเรียกร้องให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีส่วนเกี่ยวข้องในการตรวจสอบและดำเนินการ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองบัวลําภู พรรคพลังประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ต่อร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. .... ซึ่งสภาแห่งนี้ก็กําลังมีการพิจารณากัน ในวาระแรก ท่านประธานครับ ผมมีข้อสังเกต ข้อเสนอแนะที่จะประทานกราบเรียนไปยัง ท่านคณะกรรมการผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อให้การบัญญัติกฎหมายนี้มุ่งไปสู่ผลสัมฤทธิ์ หรือว่าผลสุดท้ายที่จะออกมา ท่านประธานครับ ต่อหลักการและเหตุผลของการร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ขึ้นมา เนื่องจากว่าได้มีการบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ให้มีการตั้ง องค์กรอิสระ นั่นก็คือองค์กรผู้ตรวจการแผ่นดิน ในอดีตนั้นองค์กรนี้เคยใช้ชื่อว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา ซึ่งผมได้เอากฎหมายทั้ง ๒ ฉบับมาเทียบเคียงกันนะครับ ก็มีการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงไปโดยหลักการที่สําคัญอยู่หลายประเด็น ซึ่งจะต้องมี การตั้งข้อสังเกตเพื่อให้คณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะจัดตั้งขึ้นนั้นนําไปปรับปรุงแก้ไข เพื่อประโยชน์สูงสุด หลักการแรก นั่นก็คือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่เกิดจาก การกระทําของเจ้าหน้าที่ของรัฐ จึงจําเปึนที่จะต้องมีผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาในอดีต เพราะเมื่อพี่น้องประชาชนมาร้องเรียนกับรัฐสภา โดยรัฐสภาก็จะมีคณะกรรมาธิการสามัญ คณะต่าง ๆ รับเรื่องร้องเรียนแล้วส่งให้กับผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา แต่เมื่อมี การเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แล้วก็นํามาซึ่งการจัดตั้งผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งจะว่าไปแล้วก็เปึนการขยับวุฒิ ขยับฐานะของผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาขึ้นมา แต่อย่างไรก็ตามแต่ผมตั้งข้อสังเกตว่ากฎหมายฉบับนี้ก็ทําให้องค์กรนี้แตกต่างออกไป ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรหรือว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเองนั้นก็ห่างออกมาจากองค์กร ตรวจการแผ่นดิน และในขณะเดียวกันผู้ตรวจการแผ่นดินก็มีการตรวจสอบกลับมาที่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเช่นเดียวกัน ท่านประธานที่เคารพครับ ในอดีตที่ผ่านมา องค์กรที่ตั้งขึ้นมาก็รับเรื่องราวร้องเรียนจากชาวบ้าน แต่ในขณะเดียวกันองค์กรที่ตั้งขึ้นมา ตามรัฐธรรมนูญหรือว่าองค์กรใหม่ ผู้ตรวจการแผ่นดินใหม่นี้ก็มีบทบาทหน้าที่คล้ายกัน ผมจึงขอกราบเรียนไปยังพี่น้องประชาชนที่หาช่องทางที่จะร้องเรียนเรื่องต่าง ๆ โดยเฉพาะ การกระทําที่มิชอบของเจ้าหน้าที่แห่งรัฐจะได้มีที่พึ่ง นั่นก็คือองค์กรผู้ตรวจการแผ่นดิน อันนี้นะครับ ซึ่งข้อสังเกตที่ชัดเจนนั่นก็คือว่า เจ้าหน้าที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือปฏิบัติตามกฎหมายแล้วก่อให้เกิดความเสียหาย แก่ผู้ร้องเรียนโดยไม่เปึนธรรม และที่สําคัญองค์กรของท่านจะเปึนผู้ตรวจสอบการปฏิบัติ ตามกฎหมายขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งตรงนี้เปึนเรื่องสําคัญที่จะขยายผลต่อไป และอันที่ ๔ องค์กรหรือว่าผู้ตรวจการแผ่นดินนี้ยังมีหน้าที่สําคัญก็คือ ติดตามประเมินผล การปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งถ้าหากว่าการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ นี้ ถ้ามีปัญหา องค์กรนี้ก็จะมีส่วนร่วมในการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญในอนาคต ซึ่งผมถือว่า ก็จะเข้าสู่ภาวะปัจจุบันนี้ซึ่งมีการเสนอขึ้นมาที่จะให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ผมก็เลยขออนุญาตเสนอแนะว่าองค์กรของท่านน่าจะเปึนอีกช่องทางหนึ่งที่จะผ่อนคลาย ความตึงเครียดที่เกิดขึ้นในสังคมแห่งนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตเจาะลงไป รายมาตราซึ่งมีส่วนสําคัญที่จะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขหรือว่าตั้งข้อสังเกตนั่นก็คือ
มาตรา ๒๒ ชุมชนมีสิทธิที่จะร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดินได้ ซึ่งในอดีตนั้น ไม่ได้บัญญัติไว้ในกฎหมาย แต่ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้บัญญัติไว้ ซึ่งผมเห็นว่าเปึนสิ่งที่ดี แต่การบัญญัติคําว่า ชุมชน นั้นก็อยากจะฝากไปทางผู้ที่จะนํา กฎหมายไปปฏิบัตินั่นคือท่านประธานว่า คําว่า ชุมชน นั้นกว้างมาก แล้วท่านเองจะต้อง ทําอย่างไรที่จะสื่อไปถึงชุมชนว่าปัจจุบันนี้เรามีองค์กรนี้เกิดขึ้นมา แล้วชุมชนจะใช้ประโยชน์ จากองค์กรของท่านอย่างไรนะครับ ผมเห็นว่าปัจจุบันนี้ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา ก็มีสํานักงานอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งไม่แน่ใจว่าในอนาคตนั้นจะมีสํานักงานที่ขยาย ออกไปในภูมิภาคมากน้อยเพียงใด แล้วถ้าหากเปึนไปได้ก็ควรที่จะขยายออกไปให้ครบ ในทุกจังหวัดเพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนได้เข้าถึงสื่อของท่านได้ เพราะในอดีตที่ผ่านมา มีพี่น้องประชาชนในต่างจังหวัดจะเดินทางเข้ามาร้องเรียนก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายเปึน จํานวนมาก อันนี้ขออนุญาตฝากไปทางผู้ที่เกี่ยวข้องด้วยในการที่จัดตั้งสํานักงาน ที่เกี่ยวข้องต่อไป
เรื่องที่ ๒ เรื่องของมาตรา ๓๕ และมาตรา ๓๖ ว่าด้วยมาตรฐานจริยธรรม ของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ท่านประธานที่เคารพครับ เขียนคําว่า มาตรฐาน ผมใคร่ขอเสนอแนะว่าขออนุญาตให้กรอบให้ชัดเจน เพราะว่าการกําหนดมาตรฐานนั้น เปึนเรื่องอันตราย บางครั้งถ้าเผื่อว่ากําหนดมาตรฐานต่ําเกินไปหรือสูงเกินไปก็มีโอกาส ที่จะนําไปใช้ในทางที่ผิดหรือในทางที่ไม่ถูกต้องได้ เพราะฉะนั้นตรงนี้ทางผู้เกี่ยวข้อง หรือว่าทางผู้ตรวจการแผ่นดินจะต้องเขียนออกมาให้ชัดเจน คําว่า มาตรฐาน มีขั้นต่ําอะไร แล้วก็มีขั้นสูงอย่างไร ซึ่งฝากให้ทางท่านกรรมาธิการที่จะเข้าไปแก้ไขกฎหมายตัวนี้ได้มี โอกาสพูดคุยตรงนี้ด้วย
อีกมาตราหนึ่งที่ผมเห็นว่าเปึนข้อสังเกตที่ผมไม่ค่อยสบายใจ นั่นก็คือ มาตรา ๖ การถอดถอนผู้ตรวจการแผ่นดินออกจากตําแหน่งได้ กําหนดไว้ให้อํานาจ วุฒิสมาชิก ผมคิดว่าตรงนี้น่าจะเป่ดให้การถอดถอนผู้ดํารงตําแหน่งที่สําคัญอย่างนี้ ควรจะขยายให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีส่วนเกี่ยวข้องได้ หรือจะใช้คําว่า ถอดถอน โดยสมาชิกรัฐสภา สาเหตุที่ผมนําเสนอเรื่องนี้ขึ้นมาเนื่องจากผมไม่สบายใจว่า ถ้าหากว่า มีการใช้ตําแหน่งหน้าที่หรือว่ามีการกดดันให้ผู้ตรวจการแผ่นดินทําในสิ่งที่ไม่ถูกต้องขึ้นมา ก็จะมีเพียงแค่วุฒิสมาชิกเท่านั้นที่จะเปึนคนคานอํานาจ จึงจําเปึนเหลือเกินที่น่าจะขยาย บทบาทในการตรวจสอบหรือว่าในการถอดถอนท่านผู้ตรวจการแผ่นดินนี้ให้ครอบคลุม ครบทั้งสมาชิกในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ สุดท้ายผมก็อยากจะฝากให้ทางคณะกรรมาธิการที่จะจัดให้มี ขึ้นนี้ช่วยกรุณาลงรายละเอียดให้ครบทุกมาตรา โดยเฉพาะเรื่องของการใช้งบประมาณ ในการจัดตั้งทุกอย่าง เนื่องจากว่าเราจะให้ความเปึนอิสระไปยังองค์กรแห่งนี้ก็ขอให้มี การตรวจสอบที่ชัดเจนแล้วก็ยุติธรรมอย่างเต็มที่ ขอขอบคุณท่านประธานครับ