สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๑

วินัย สมพงษ์ หารือเรื่องร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน และเสนอแนะให้ปรับปรุงประสิทธิภาพของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการรับเรื่องร้องทุกข์ร้องสุขของพี่น้องประชาชน

พันเอก วินัย สมพงษ์ แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พันเอก วินัย สมพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออนุญาตอภิปรายร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยย่อ ๆ เฉพาะในประเด็นที่ยังไม่มีท่านใดได้อภิปรายนะครับ ไม่ให้เกิดความซ้ําซ้อน เพื่อเปึนการประหยัดเวลาของสภา ท่านประธานสภาที่เคารพครับ มีคํากล่าวว่า ถ้ารัฐบาลชุดใดสามารถที่จะปัดเป์าบรรเทาทุกข์ของพี่น้องประชาชนได้เปึนอย่างดี รัฐบาลนั้นจะมีอายุยืน ถ้ารัฐบาลใดไม่สามารถปัดเป์าทุกข์ของพี่น้องประชาชนได้ ที่นั่นก็ร้องทุกข์ ที่นี่ก็แห่เข้ามาเดินขบวนมากบ้างน้อยบ้าง ถ้าเปึนอย่างนั้นนั่นแหละครับ เปึนสิ่งบอกเหตุว่าทุกข์ของปวงประชานั้นยังไม่ได้แก้ ยังแก้ไม่ได้ ซึ่งก็จะเปึนตัวกําหนดถึง ความชอบธรรมในการบริหารงานของรัฐบาลชุดนั้น ๆ อันนี้ก็เปึนความจริงที่ปรากฏขึ้น ในทุกยุคทุกสมัย ในอดีตท่านที่เคยอยู่ในสภาแห่งนี้มานาน ๒ สมัย ๓ สมัย หรือนานกว่านั้น เราพอจะสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนว่า การประชุมสภาในอดีตยุคก่อน ๆ ๑๐ ป้ ๑๕ ป้ ๒๐ ป้ หรือก่อนหน้าโน้น เมื่อองค์ประชุมครบท่านประธานก็เป่ดการประชุมสภา ตามข้อบังคับ การหารือของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภานั้นมีไม่มากครับ จําเปึนจริง ๆ ก็อาจจะมีสักท่านสองท่าน ๔-๕ นาที เวลาน้อยมากในการให้ข้อหารือ แต่ปัจจุบันนี้เปึนที่น่าสังเกตว่าการหารือในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรนั้น ครั้งหนึ่ง ก็เกือบ ๆ ชั่วโมงครับ และนับวันจะมากขึ้น ๆ จนกระทั่งการหารือของท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรนั้นกําหนดไว้เปึนข้อบังคับ เรื่องอย่างนี้เปึนสิ่งบอกเหตุว่าถ้าเผื่อ การแก้ปัญหาทุกข์ร้อนของพี่น้องประชาชนนั้นบังเกิดผลดี รัฐบาลแก้ได้ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ข้าราชการหรือผู้ที่ถูกร้องซึ่งต้องถือว่าเปึนข้าราชการ ซิวิล เซอร์เวนท์ (Civil servant) ผู้รับใช้ประชาชน ถ้าผู้ที่ถูกร้องสามารถปัดเป์าบรรเทาทุกข์แก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้ ควรให้ก็ให้ ควรทําก็ทําให้ ให้ความเปึนธรรมสารพัดอย่าง ถ้าเผื่อการแก้ปัญหาอย่างนั้น ได้ดีเราก็คงจะไม่ต้องมาเสียเวลาครั้งละเกือบชั่วโมง การที่มีเรื่องร้องทุกข์ร้องเรียน เอามาหารือในสภานั้นไม่เสียหายหรอกครับ เพียงแต่ว่าเมื่อมีการหารือในสภามากเท่าไร การอภิปรายเรื่องอื่น ญัตติอื่น หรือการพิจารณากฎหมายนั้นมันก็จะได้น้อยได้ช้าลง เท่านั้นเอง มันเปึนสิ่งบอกเหตุว่าเราจะต้องปรับปรุงประสิทธิภาพของหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องกับการรับเรื่องร้องทุกข์ร้องสุขของพี่น้องประชาชน กระผมกราบเรียนเรื่องนี้ ด้วยความเคารพ ท่าน พลเอก ธีรเดช มีเพียร เปึนการส่วนตัวครับ ผมเปึนข้าราชการเก่า ท่านเปึนนายทหารเก่า เราให้ความเคารพนับถือ เปึนคนดี เราได้คนดีมาดํารงตําแหน่ง เปึนประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน แต่ผมจําเปึนจะต้องกราบเรียนให้ข้อคิดความเห็นเพิ่มเติม เพื่อให้กฎหมายฉบับนี้เกิดประโยชน์สูงสุด ท่านประธานสภาครับ กระผมขออนุญาต เล่าเรื่องส่วนตัวสักนิดหนึ่ง เผอิญเปึนเหตุบังเอิญครับ กระผมนั้นไม่เคยเปึนผู้ตรวจการแผ่นดิน แต่ว่าประสบการณ์ในอดีต ๖ ป้ ๑ เดือน ๑๕ วัน ในขณะที่กระผมมีโอกาสเปึนผู้บริหาร กรุงเทพมหานครที่มาจากการเลือกตั้งครั้งแรกของกฎหมายเลือกตั้งผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร กระผมมีโอกาสทํางานรับใช้พี่น้องชาวกรุงเทพฯ ซึ่งตอนนั้นคนกรุงเทพฯ ตามทะเบียนก็ ๖ ล้านคนเศษ ๆ แต่คนที่หลั่งไหลมาจากต่างจังหวัด มาอยู่ในกรุงเทพฯ มาทํามาหากิน มาเรียนหนังสือ สารพัดอย่างอีกประมาณ ๖ ล้านคน รวมแล้ว ๑๒ ล้านคน คนเหล่านี้ ล้วนมีทุกข์และมาร้องทุกข์กับเรา ท่านประธานสภาครับ กระผมอยากจะกราบเรียนว่า แนวคิดของข้าราชการประจําซึ่งก็เปึนผู้ถูกร้องตามมาตรา ๑๒ ท่านดูนะครับ มาตรา ๑๒ นั้น ผู้ถูกร้องในนี้ก็จะมี ข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น คือซิวิล เซอร์เวนท์ คือผู้ถูกร้อง คนเหล่านี้ ข้าราชการ เหล่านี้ ความคิดของคนเหล่านี้กับคนที่เปึนนักการเมืองนั้นไม่เหมือนกันครับ ผมกล้าพูด เพราะว่าผมเปึนอดีตข้าราชการแล้วก็มาเปึนนักการเมือง เปึนลูกจ้างก็เปึน เปึนนักการเมือง ก็เปึน เปึนอดีตข้าราชการประจําด้วย ข้าราชการประจําที่เปึนผู้ถูกร้องทุกข์ เปึนบุคคลที่ ๓ ที่ถูกกล่าวหาว่าไม่ทําให้ กลั่นแกล้งรังแกสารพัดอย่าง คนที่เปึนข้าราชการประจําอย่างนั้น เปึนธรรมดาอยู่เอง ถ้าแม้นว่าเขาถูกร้องทุกข์มากเท่าไร ยิ่งถูกร้องทุกข์มากเท่าไรยิ่งแปลว่า เขาเปึนคนที่ไม่มีประสิทธิภาพเท่านั้น ยิ่งถูกร้องมากก็แปลว่าไม่เอาไหน ไม่ทํางาน เพราะฉะนั้นในตอนแรกที่กระผมมีโอกาสไปบริหารกรุงเทพมหานครเดือนแรก ๆ คนกรุงเทพฯ ตามทะเบียน ๖ ล้านคน นอกทะเบียนอีก ๖ ล้านคน ในสถิติเก่า ๆ ก่อนผมมาเปึนผู้บริหาร กทม. สถิติการร้องทุกข์ของพี่น้องประชาชน กทม. เดือนหนึ่ง ประมาณ ๓๐ ครั้ง ผมมีตัวเลข มีสถิติ ท่านประธานสภาครับ ความคิดของคนที่จะเปึน นักการเมืองไม่เหมือนกับข้าราชการประจํา นักการเมืองนั้นถ้าเผื่อประชาชนมีเรื่องร้องทุกข์ มากเท่าไร เขายิ่งมีความรู้สึกว่านั่นเปึนสิ่งที่ดี เพราะมีความรู้สึกว่าเขาคือที่พึ่งพาอาศัย ของประชาชน ต่างกับข้าราชการประจํา ข้าราชการประจําที่ถูกร้องมากแปลว่าไม่เข้าท่า แปลว่าไม่ทํางาน แปลว่าไม่มีประสิทธิภาพ แต่ฝ์ายการเมืองถูกร้องมากแปลว่าพึ่งพา อาศัยได้ เห็นไหมครับมันต่างกันตรงนี้ ท่านประธานสภาครับ ผมเปึนคนที่ไปเป่ดงาน รับเรื่องร้องทุกข์ในกรุงเทพมหานครเปึนครั้งแรกอย่างเปึนทางการ จัดทีมงานเป่ดเผย บอกพี่น้องประชาชนว่าใครมีเรื่องทุกข์อะไรที่ไม่ได้รับความเปึนธรรมในกิจการงาน ของ กทม. มาร้องทุกข์ จากสถิติเดิม ๓๐ ครั้งโดยประมาณเมื่อผมประกาศออกไป คนแห่มาร้องทุกข์ทุกเดือน ๖๐๐-๗๐๐ ครั้ง ฝนตก น้ําท่วม ส้วมตัน ขยะตกค้าง สารพัดอย่าง ประดังมา และเราก็ได้เอาจริงเอาจังทุ่มเทเวลาแก้ปัญหาให้เขาหัวใจของความสําเร็จ ในเรื่องการรับเรื่องร้องทุกข์หรืองานของผู้ตรวจการ หัวใจของความสําเร็จก็คือ ต้องเอาจริงเอาจังครับ สังคมไทยบ้านเมืองเรากฎหมายหลักเกณฑ์ต่าง ๆ มีมากมาย ก่ายกองจนจําไม่หวาดไม่ไหว แต่ปัญหาไม่ว่าอะไรครับ คือขาดคนเอาจริงเอาจัง งานนี้ ต้องเอาจริงเอาจัง ต้องกัดไม่ปล่อย ต้องขวาชิดหู ต้องครบวงจรครับ ผมดูแลงานร้องทุกข์ ของกรุงเทพมหานคร ผมจะทําสถิติทุก ๒ สัปดาห์ มีเรื่องร้องทุกข์ ๓๐๐ ครั้ง ๓๕๐ ครั้ง มีหน่วยงานไหนบ้าง มีเขตไหนบ้าง มีสํานักงานไหนบ้างถูกร้อง และเมื่อร้องไปแล้ว เขตไหน สํานักไหนแก้ไปได้แค่ไหน ใครไม่แก้ แก้ไม่ได้เพราะอะไร ผมตามขวาชิดหูครับ ๒๔ ชั่วโมง และท่านประธานครับ หัวใจความสําเร็จ ผมเอาผลงานที่เขาปฏิบัติแก้ปัญหา ของพี่น้องประชาชนมาเปึนหน่วยนับ เปึนหน่วยวัดของการปูนบําเหน็จรางวัล แต่งตั้ง ถอดถอน โยกย้าย เห็นไหมครับหัวใจอยู่ตรงนี้ ข้าราชการทุกคนอยากให้นายของเขารู้ว่า เขาเปึนคนทํางาน เขาเปึนคนขยัน เอาผลงานเขามาดู แล้วก็เอาผลงานที่เขาทํา เปึนตัวกําหนดในการแต่งตั้ง ถอดถอน โยกย้าย แปลว่าคนทํางานเรื่องนี้จะต้องมีอํานาจ พระเดชพระคุณด้วย ท่านครับ ผมพูดตรงนี้ผมขอโยงไป มาตรา ๓๒ ทันทีเลยครับ ขอแตะมาตราเดียว ผู้ที่ถูกร้องก็คือข้าราชการ ๔-๕ กลุ่ม ที่ผมอ่านแล้วจะไม่ซ้ําอีก มาตรา ๓๒ ที่ผมอยากจะติง อยากจะให้ข้อคิดความเห็น เพื่อให้ผลงานของท่านมันมีประสิทธิภาพมากที่สุด มาตรา ๓๒ ผมเห็นว่าอย่างนี้ ถ้าเผื่อหน่วยราชการพนักงานรับเรื่องร้องทุกข์แล้ว ท่านเห็นว่าพนักงานหรือข้าราชการนั้น มีความผิดควรจะต้องทําอย่างโน้นอย่างนี้ เมื่อท่านสรุปว่าควรทําอย่างไรผิดถูกแล้ว ผมเห็นว่าท่านควรจะต้องส่งเรื่องนั้นไปให้ผู้บังคับบัญชาของเขา ผู้มีอํานาจเต็ม เช่น ส่งไปให้รัฐมนตรี ส่งไปให้อธิบดีผู้มีอํานาจให้คุณให้โทษ เห็นไหมครับ แต่ถ้าเผื่อท่านทําตาม มาตรา ๓๒ ท่านส่งแจ้งไปให้เขาข้าราชการไปแก้ไขเสีย เขาเฉย ถ้าเผื่อเขาไม่ทํา ไม่ปฏิบัติ ตามสิ่งที่ท่านเห็นว่าควรแก้ ควรจะต้องบําบัดทุกข์ แล้วจึงเอาเรื่องนั้นมาส่งให้รัฐมนตรี ส่งให้ผู้มีอํานาจอย่างนี้ เขาก็อาจจะไม่เกรงใจ แต่ถ้าเผื่อรู้ว่าใครผิด เอาเรื่องที่ผิดส่งให้ ผู้บังคับบัญชาของเขา คนมีอํานาจให้คุณให้โทษรู้ เขาสั่งการเอง ผมว่าหัวใจความสําเร็จ อยู่ตรงนี้ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผมอยากจะให้งานชิ้นนี้ซึ่งเปึนงานใหญ่ ของบ้านเมืองประสบความสําเร็จ เพราะไม่มียุคใดสมัยใดที่พี่น้องประชาชนมีความรู้สึก รังเกียจรังงอนเกลียดชังนักการเมืองอย่างในยุคปัจจุบัน ถ้าเผื่อนักการเมืองรับเรื่อง ร้องทุกข์มาแล้วสามารถแก้ไขปัญหาทุกข์ของเขาได้ เราก็จะมีสง่าราศีเปึนที่เคารพนับถือ เปึนเกียรติกับหมู่พวกเรา ไม่มีสังคมใดในโลกที่ปลอดจากการเมือง ไม่ว่านรก ไม่ว่าสวรรค์ มันต้องมีการเมืองครับ ที่ปลอดการเมืองก็คือประเทศที่เปึนเมืองขึ้น เพราะฉะนั้น เมื่อต้องมีการเมืองในทุกสังคม ทําอย่างไรที่การเมืองจะได้รับความยอมรับนับถือ กระผมเห็นว่าหน่วยงานผู้ตรวจการแผ่นดินนี่เองจะเปึนเครื่องมือที่สําคัญให้กับ ฝ์ายการเมือง ทําอย่างไรที่ผู้ตรวจการแผ่นดินนั้นจะมารับเอาเรื่องร้องทุกข์จากสภา แบ่งเบาภาระหน้าที่ของประธานสภา เพื่อที่เราจะได้เหลือเวลามาก ๆ ในการพิจารณา กฎหมายให้กับสังคม กระผมขอกราบเรียนเสนอข้อคิดเห็นสั้น ๆ แต่เพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ