สมเกียรติ อภิปรายวิจารณ์กฎหมาย-อำนาจผู้ตรวจการฯ ชี้ตรวจสอบต้องโปร่งใสและเป็นกลาง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๑

สมเกียรติ ศรลัมพ วิจารณ์ที่มาของกฎหมายว่าไม่สอดคล้องกับระบอบประชาธิปไตย โดยชี้ว่าการตรวจสอบโดยองค์กรอิสระควรเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นกลาง และคัดค้านข้อเสนอให้ประชาชนร้องเรียนด้วยวาจาเพราะมองว่าเป็นหลักฐานที่ไม่ชัดเจนและอาจนำไปสู่การกล่าวหาที่ไม่มีมูลความจริง ต่อมาอภิปรายเรื่องอำนาจหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยเห็นด้วยกับการเพิ่มอำนาจตรวจสอบและเสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ แต่คัดค้านการตัดความสัมพันธ์กับรัฐสภา เพราะมองว่าสมาชิกสภามีบทบาทสำคัญในการรับฟังปัญหาประชาชน และเรียกร้องให้รักษาความเชื่อมโยงระหว่างสภา ๒ สภา เพื่อสร้างกลไกตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ

นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม สมเกียรติ ศรลัมพ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อแผ่นดิน ผมรู้สึกไม่มีความสุขเท่าไรในการอภิปรายกฎหมายฉบับนี้ เพราะว่าอะไรครับ

ประการแรก ผมไม่เห็นด้วยเลยที่สํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา ถูกเปลี่ยนไปเปึน สํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ผมได้ติดตามการร่างรัฐธรรมนูญที่บางแสน ผมได้เห็นภาพการประชุมภายใน เห็นอาจารย์ศรีราชา เห็นแต่ละคนที่พูดที่ดําเนินการ ผมนั่งอยู่ข้างในนะครับ ผมเกิดความรู้สึกว่าเวลาท่านพูดถึงนักการเมืองท่านก็หัวเราะ ท่านรู้สึกไม่ค่อยดีเหมือนกับกลุ่มคนกลุ่มนี้เปึนกลุ่มคนที่ไม่ค่อยรับผิดชอบ ผลของ การร่างรัฐธรรมนูญจึงเกิดมาอย่างนี้ แต่เมื่อเกิดมาแล้วเราจะวางบนบรรทัดฐาน เอาล่ะ ในเมื่อรัฐธรรมนูญเปึนอย่างนี้เราก็ดําเนินการ ผมมาดูรายละเอียดปรัชญาของ ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาคือออมบุดส์แมน ผมเรียนมาตั้งแต่ปริญญาตรี อาจารย์ อมร จันทรสมบูรณ์ เปึนคนผลักดัน สมัยก่อน เมื่อ ๒๐-๓๐ ป้แล้วอยากจะให้ ในประเทศไทยมีออมบุดส์แมน ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา เพราะเปึนกลไก เปึนเครื่องมือเดียวของรัฐสภาเพื่อจะตรวจสอบฝ์ายบริหาร หลังจากรัฐสภาได้ออกกฎหมาย ได้เสนองบประมาณได้ดําเนินการแล้ว ในทางนิติบัญญัติจะได้สามารถใช้ผู้ตรวจการแผ่นดิน เปึนเครื่องมือในการตรวจสอบฝ์ายบริหาร ซึ่งนานาอารยประเทศทั่วโลกก็มีระบบนี้ ผมขอถามท่านนิดหนึ่งว่า ระบบนี้ในโลกมีที่ไหนบ้าง ชื่อนี้นะครับ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ของรัฐสภาที่ไม่ได้เกี่ยวกับตรวจการแผ่นดินภายในประเทศของสํานักนายกรัฐมนตรี หรืออะไรก็ตาม แล้วทําไมท่านถึงเปลี่ยน สภามีเรื่องอะไรน่ารังเกียจขนาดนั้นเชียวหรือ นี่ประเด็นแรก

แล้วพอผมมาอ่านรายละเอียดของกฎหมาย พอถึงเรื่องปรัชญา อะไรก็ตาม ในระบบการปกครองระบอบประชาธิปไตยต้องมีความเกี่ยวโยงกับรัฐสภา กับสภาผู้แทนราษฎร ทีนี้มาดูรายละเอียด ท่านมีความเกี่ยวโยงน้อยมาก ผมจะพูดตั้งแต่ปรัชญานะครับ ทีนี้เนื้อหา พอเนื้อหา องค์กรอื่นเขามีที่มาที่ไปคล้าย ๆ กัน ไม่ว่า ป.ป.ช. สตง. กกต. องค์กรอิสระเขาจะมีลักษณะเฉพาะของเขาในการตรวจสอบเรื่องอะไร เรื่องเกี่ยวกับทุจริต เรื่อง ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ แต่ของท่านครอบจักรวาลแล้วก็สามารถตรวจสอบองค์กรอิสระ ได้ด้วย แต่ผมเห็นด้วยกรณีนี้ เพราะเปึนทางออกของประชาชนที่จะให้องค์กรท่านเปึน ศูนย์กลางในการเข้าไปตรวจสอบในสิ่งที่ประชาชนต้องการแล้วก็นําเรื่องเสนอ ศาลรัฐธรรมนูญ อันนี้เห็นด้วยเพราะเปึนกลไกที่ดี ทีนี้มาดูที่มา ท่านเห็นว่าที่มา จะถาม นิดหนึ่งว่า ที่มาของคําร้องได้ระบุไว้ว่า อาจเสนอในทางสื่อหลายประเภท แล้วก็เปึน หนังสือและโดยวาจา ผมถามท่านนิดหนึ่ง ด้วยวาจา หมายถึงว่าให้ประชาชนเดินทาง เข้ามาที่สํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน แล้วก็ร้องด้วยวาจา แล้วก็ทําบันทึกใช่ไหมครับ ถ้าทําบันทึกผมว่ามันเปึนการยากยิ่งสําหรับประชาชน สู้ให้บุคคลใดก็ตามเขียนเปึน คําร้องแล้วเซ็นชื่อมาส่งจะทําให้ประชาชนได้ทํางานง่าย แต่พอด้วยวาจาปุ็บ ๑. ถ้าเปึนวาจาที่เราสามารถโทรศัพท์ได้ อันนี้ผมถือว่าไม่ชอบธรรมอย่างยิ่งเพราะไม่เปึน หลักฐาน อยู่เฉย ๆ ใครจะกล่าวหาว่าใคร ท่านก็นําเรื่องเข้ามาตรวจสอบเหมือนเรื่องที่ เกิดขึ้นใด ๆ ก็ตาม ถ้าไม่มีคนรับผิดชอบ ผมถือว่าแค่คุณจะกล่าวหาเขาคุณจะต้อง แสดงตัวเพื่อรับผิดชอบต่อเขาเหล่านั้น ผมเลยถามท่าน กรณีด้วยวาจานี้เปึนอย่างไร

อีกกรณีหนึ่ง เกี่ยวกับที่มาและอํานาจหน้าที่ ผมเห็นว่ามาตรา ๒๔๔ ที่กําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญก็กําหนดได้สอดคล้องและจํานวนทําให้ครอบคลุม ทําให้ อํานาจหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดินกว้างขวางมากขึ้น อันนี้อย่างที่เรียนแล้วว่าเห็นด้วย แล้วสิ่งหนึ่งที่ผมเสียดายมากคือว่าท่านไปตัด ผมได้อ่านรัฐธรรมนูญมาแล้วตั้งแต่ มาตรา ๒๔๒ ว่าด้วยเรื่องผู้ตรวจการแผ่นดิน เขาก็ไม่ได้เขียนอะไรมาก แต่พอดีท่านไปตัด ความสัมพันธ์กับรัฐสภาออกเกือบหมดเลยในกฎหมายเก่า แม้กระทั่งมาตรา ๒๑ การเสนอคําร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาเดิม ท่านตัดออกหมดเลยว่า หรือส่งคําร้องต่อสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือให้ทําหนังสือต่อ สํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาก็ได้ ท่านตัดหมด ผมถามว่าท่านมีเหตุผลอะไร ถึงตัด ถามว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๔๘๐ คน เปึนคนที่ประชาชนรับว่าสัมผัส ต่อชีวิตเขามากที่สุด เมื่อเขาไปถามสารทุกข์สุขดิบของประชาชน หน่วยงานราชการ ผมว่าท่านยิ่งต้องใส่ ทุกอย่างเหมือนไปตัดมาตรานี้ออก ผมนึกว่าตัดเพราะว่ารัฐธรรมนูญ คงจะเขียนไว้ รังเกียจไม่ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทําอะไร ไม่มีครับ ในนี้ก็ไม่ได้เขียน อะไรมากมาย แต่ผมถามว่าท่านทําไมถึงตัด ทําไมท่านไม่เป่ดกว้าง ความจริงแล้วตั้งแต่ สมัยก่อน ตั้งแต่สมัยรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ผมก็ไม่เคยเสนออะไรกับผู้ตรวจการแผ่นดิน ของรัฐสภา เพราะผมถือว่าเสนอผ่านรัฐสภาก็สูงสุดแล้ว ผ่านคณะกรรมาธิการก็ใช้ได้แล้ว แล้วงานนั้นเมื่อท่านตรวจสอบแล้วท่านก็เอารายงานต่าง ๆ รายงานที่สภาเปึนอันสุด ผมยังติงเลยครับ ครั้งป้ที่แล้วที่อาจารย์ปราโมทย์มาพูดบอกว่า ผมยังไม่เห็นด้วย ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาความจริงบ่มิไก๊ ไม่มีอํานาจอะไรเลย ตรวจสอบกันดูยิ่งใหญ่ แต่เสร็จแล้วก็มาจบที่สภา คณะกรรมาธิการ ซึ่งใช้อะไรไม่ได้ แต่ ณ วันนี้กฎหมายแก้ไข ดีแล้ว ผมเห็นด้วย เพื่อให้ท่านติดดาบ ติดอาวุธ สามารถเสนอเรื่องผ่านศาลรัฐธรรมนูญได้ อันนี้ผมเห็นด้วย แต่เมื่อเห็นด้วยว่าท่านสามารถเปึนกลไกในการทํางานตรวจสอบ ให้ประชาชนแล้ว ท่านกลับไปตัดในมาตรานี้ว่า การเสนอผ่านรัฐสภาทั้งวุฒิสภา และสภาผู้แทนราษฎร ผมถามว่าท่านตัดเพราะเหตุผลอะไร ทําไมท่านไม่ใช้ความสัมพันธ์ระหว่างสภา ๒ สภา นําเสนอเรื่อง ยิ่งถ้าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเห็นความสําคัญท่านว่าเมื่อไปรับเรื่อง จากประชาชน คําร้องเรียนจากราชการแล้วเสนอผ่านกรรมาธิการคณะวิสามัญช่วยไม่ได้ เขาไปใส่ของท่าน ท่านสามารถสร้างความชอบธรรมให้กับประชาชนของเขาอย่างมี ประสิทธิภาพ ผมเชื่อว่าความสัมพันธ์ระหว่างสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ต่อผู้ตรวจการแผ่นดินของท่านจะมีความรู้สึกที่ดีต่อกัน ซึ่งผมอ่านแล้วรัฐธรรมนูญ ก็ไม่ได้ห้าม มาตรา ๒๑ ที่ท่านตัดไปทั้งหมด แล้วผมขอเรียนท่านมีหลายเรื่อง จริง ๆ แล้ว ในป้หนึ่งผมยังชอบทุกองค์กร เขาจะมารายงานผลการปฏิบัติงานต่อสภา และในช่วง ป้ที่ผ่านมาตั้งแต่ผมเปึนสมาชิกวุฒิสภามา ๖ ป้ ผมก็รับฟังการรายงานจากผู้ตรวจการแผ่นดิน ของรัฐสภามาหลายยุคหลายสมัยว่าท่านได้ทําอะไรบ้างอย่างไร ถึงแม้ว่าโครงสร้าง รัฐธรรมนูญนี้ประธานรัฐสภาไม่ได้เปึนประธาน แล้วกฎหมายรัฐธรรมนูญก็ไม่ได้เขียนเรื่อง ความรังเกียจรังงอนอะไรกับสภา ทําไมน่าที่จะเพิ่มเติมในการที่จะมารายงาน การปฏิบัติงาน เพราะการรายงานนั้นเปึนการประชาสัมพันธ์ตัวเองอย่างเปึนทางการ โดยใช้โครงสร้างรัฐสภา ผมอ่านมาทั้งหมดผมจะไม่ลงรายละเอียดแล้วเราจะได้มา ช่วยกันปรับปรุงให้ดีที่สุด ผมเห็นด้วยต่ออํานาจที่เพิ่มขึ้น ผมไม่เห็นด้วยต่อการตัด ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ตรวจการแผ่นดินกับรัฐสภา ถ้าท่านยังเห็นว่าการปกครอง ระบอบประชาธิปไตย สภานั้นเปึนกลไกสําคัญในการเสนอแนวคิด สัมผัสกับประชาชน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนเปึนคนที่ได้สัมผัสความร้อน ความเย็น ความอบอุ่น ความสุขสดชื่นของประชาชน ท่านต้องมีความสัมพันธ์กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา แต่กระบวนการทั้งหมด ณ วันนี้ท่านเสนอกฎหมายทําให้ท่านห่างไป ท่านเหมือนลูกที่เกิดขึ้นกับรัฐสภาตั้งแต่แรก พอโตขึ้นก็ทิ้งพ่อ ทิ้งแม่ ผมไม่รู้ว่าลูกนี้ เขาเรียกว่าลูกอะไร แต่ขอกราบเรียนท่านว่าไม่ดีหรอกครับ ตราบใดเรามีกลไกของสภา กลไกขององค์กรอิสระ ปัญหาประเทศชาติเรามันต้องใช้ความสมานฉันท์ การมองว่า แต่ละกลไกต่างมีสิทธิ ต่างมีหน้าที่ในการทํางานซึ่งกันและกัน ผมเชื่อว่าท่านมีความรู้สึก อย่างไร ท่านยิ้ม ๆ เหมือนกับมีความรู้สึกว่าผมอภิปรายครั้งนี้เดี๋ยวท่านช่วยตอบด้วยว่า คนอย่างผมคนรุ่นใหม่การทํางาน ท่านอย่าไปมองว่านักการเมืองเปึนผู้แสวงหาผลประโยชน์ นักการเมืองเปึนผู้ทะยานอยากได้มาซึ่งอํานาจ นักการเมืองคือผู้ที่ต้องการการบีบคั้น กลไกต่าง ๆ ของสังคมที่มานี้ผมเชื่อครับนักการเมืองรุ่นใหม่มีมากมาย อย่าไปมอง สิ่งเหล่านั้น แล้วเมื่อเรามีทัศนคติที่ทางลบต่อกันแล้วสังคมเราที่แตกแยกทุกวันข้างถนน เพราะคนไทยมีทัศนคติทางลบต่อกัน ผมยังรักท่าน ผมตามการทํางานของท่าน ผมอยากจะให้สังคมทั้งสังคม ผมก็มององค์กรอิสระจะช่วยงานสภาอย่างไร องค์กรอิสระ ก็ต้องมองว่ารัฐสภาจะช่วยงานของท่านอย่างไร เงินที่เรากินภาษีทั้งหมดไม่ว่าเงินเดือนท่าน เงินเดือนผม เปึนเงินของประชาชนทั้งนั้น เปึนเงินของประชาชนที่ประชาชนมอบให้ ทั้งข้าราชการทั้งหมด แต่เมื่อเรานําเงินของประชาชนมา หน้าที่ของเราคือการทํางาน ให้ประชาชนได้รับผลประโยชน์และได้รับความชอบธรรมสูงสุด แต่ไม่ใช่ว่ามาตั้งถิ่นฐาน ตั้งกรม ตั้งกอง ตั้งหน่วยงานราชการแล้วก็ต่อสู้ซึ่งกันและกัน โดยเรามีพ่อแม่ประชาชน ที่ส่งเสียเรามาเรากลับไม่สนองตอบ ถ้าเรามองว่าองค์กรรัฐสภาก็ตาม ผู้ตรวจการแผ่นดิน ก็ตาม แล้วก็ สตง. ป.ป.ช. หรือ คตส. ทั้งหมดนี้เปึนข้าราชการในกระทรวงการคลัง เปึนข้าราชการของประชาชน เมื่อเปึนเช่นนี้ผมเชื่อ ผมยังมีความรู้สึกว่า ณ วันนี้เราเปึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเราได้ทํางาน ยังเสียดายทํางานได้ไม่เต็มที่ เพราะว่า คณะกรรมาธิการสามัญของสภายังไม่ได้ตั้งขึ้นมา ผมเลยใช้โอกาสนี้ฝากบอกท่านสมาชิก ที่ใหญ่กันทั้งหลาย ถ้าองค์กรรัฐสภาไม่มีคณะกรรมาธิการสามัญผมถือว่าเปึน ความบกพร่องของสภาแห่งนี้ที่ท่านไม่ยอมซึ่งกันและกัน ตั้งแต่ป้ ๒๕๗๕ ยังไม่เคยมีสภาใดแล้วก็ไม่มีกรรมาธิการสามัญ จะเปึนรอยด่างพร้อย ท่านลดราวาศอกคุยกันเถอะครับ เรื่องแค่นี้ แค่ไม่กี่กรม ไม่กี่กระทรวง ผมยังมีความรู้สึก เลยว่าถ้าสมาชิกของเราทํางานเรื่องแค่นี้ให้ประชาชนไม่ได้ ท่านจะทําอะไร เอาล่ะ เมื่อผู้ตรวจการแผ่นดินเปึนลูกที่โตขึ้นแล้วจะโตด้วยตัวเอง เมื่อกรรมาธิการผมไม่มี เดี๋ยวผมจะอาศัยท่าน ท่านจะได้ชื่นใจว่าสภาของผมไม่สามารถมีกรรมาธิการสามัญ ๓๐ กว่าคณะ ทํางานไม่ได้ เดี๋ยวเรื่องต่าง ๆ ก็จะไปถึงท่าน ท่านก็เปึนที่พึ่งที่ระลึก ของพวกผม ณ วันที่ผมยังไม่มี แต่ผมขอฝากบอกเพื่อนทั้งหลายครับว่า สภาครั้งนี้ถือเปึน ความบกพร่อง ถือเปึนความอัปยศที่สมาชิกไม่สามารถบริหารจัดการรัฐสภาของตัวเองได้ โดยมีองคาพยพที่สมบูรณ์ ผมไม่ได้ว่าใคร แต่ผมบอกให้คนที่เกี่ยวข้องช่วยเถอะครับ ขอนอกเรื่องเปึนเรื่องสภาของผม แต่อย่างไรก็ตามผมขอฝากบอกท่านครับว่าผมเห็นด้วย กับอํานาจที่เพิ่มขึ้น แต่ผมไม่เห็นด้วยกับสาระต่าง ๆ ที่ท่านทําตัวห่างจากรัฐสภา แน่นอน ที่มานี่ผมเห็นด้วย จะเปึนองค์กรอิสระ ศาลฎีกาอะไร เพื่อไม่ให้เกิดความครอบงํา ทางการเมือง แต่ความสัมพันธ์ ความเกี่ยวเนื่อง การรายงานต่อกัน การรับเรื่องราว ร้องทุกข์ต่อกัน เราเปึนคนไทยด้วยกันอย่าไปมองว่าคนนี้เปึนทัศนคติเชิงลบ คนนี้เปึนสิ่งที่ จะต้องเข้ามาก้าวก่าย คนนี้เราไม่รับงานจากเขา แต่เรารับงานจากประชาชนคนได้หมด แต่เรายกเว้นคนกลุ่มนี้ ผมเชื่อครับ ถ้าท่านมีทัศนคติอย่างนั้นมันก็จะทําให้สังคมไม่เปึน ความสุข ผมก็จะขอลงรายละเอียดในการอภิปรายในวาระ ๒ เราจะได้ลงรายมาตรากัน ไม่อยากให้สภาได้เสียเวลามาก ขอบคุณครับ