สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๑

สงวน พงษ์มณี พูดถึงปัญหาการเมือง โดยชี้ว่านักการเมืองในสมัยปัจจุบันไม่ทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชน แต่เป็นเพียงการเมืองแบบเลือกปฏิบัติ และเรียกร้องให้คนที่ไม่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองได้รับการยอมรับว่าเป็นคนดี และยังพูดถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาอํานาจอธิปไตยที่เกิดขึ้นในองค์กรต่างๆ และเรียกร้องให้ทุกคนมาร่วมกันคิดและแก้ไขปัญหาใหญ่ๆ ของแผ่นดิน

นายสงวน พงษ์มณี ลําพูน

กราบเรียนท่านประธาน ผม สงวน พงษ์มณี พรรคพลังประชาชนจากจังหวัดลําพูน วันนี้ผมคิดว่าเปึนโอกาสพิเศษที่ว่าเมื่อมาพูด เรื่องกฎหมายแล้วได้มีปฏิสัมพันธ์กับองค์กรตามรัฐธรรมนูญ วันนี้ดีใจที่ท่านประธาน เดินทางมาเปึนผู้เสนอกฎหมายเอง กฎหมายฉบับนี้มีผู้เสนออยู่ ๒ ท่าน คือทางสมาชิก รัฐสภาท่านหนึ่งก็คือคุณนิพิฏฐ์ ท่านได้กรุณาเสนอประกบ มีหลายเรื่องที่ท่านนิพิฏฐ์เสนอ ผมเห็นด้วย และผมคิดว่าวันนี้ผมค่อนข้างมั่นใจว่าการอภิปรายวันนี้จะมีประโยชน์ กับผู้เสนอกฎหมาย เพราะอะไรครับ เพราะว่าการออกแบบองค์กรของท่าน โดยรัฐธรรมนูญออกแบบให้ท่านมีอํานาจมากที่สุด รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ ซึ่งเรียกว่า เปึนรัฐธรรมนูญของพลเมือง เปึนฉบับของพลเมือง สร้างรัฐให้พลเมือง เขากําหนดให้ รัฐสภาสามารถตรวจสอบองค์กรตามรัฐธรรมนูญได้ วันนี้เขียนชัดเจนว่าคณะทํางาน ของสภาจะตรวจสอบบุคคลซึ่งเปึนกรรมการไม่ได้เลย ซึ่งผมก็คิดว่าองค์กรตามรัฐธรรมนูญ จะไม่มีปฏิสัมพันธ์กับประชาชนเลยหรือ นี่เปึนคําถามแรก องค์กรของท่านมีอํานาจหน้าที่ มากมาย หลายท่านได้พูดไปแล้ว ผมอยากจะชี้บางจุดบางเรื่องที่สําคัญและเปึนเรื่องใหม่ ๒ เรื่อง เรื่องหนึ่ง ท่านสามารถจะตรวจสอบองค์กรอื่นได้ เรื่องที่ ๒ ท่านจะกลายเปึน ผู้กํากับดูแลจริยธรรมของสังคม โดยเฉพาะเรื่องที่ ๒ ผมคิดว่าผมเองเปึนคนหนึ่ง ซึ่งเวลาพูดเรื่องกฎหมาย คนที่ได้ฟังก็บอกว่ามันพูดแปลก พูดในสิ่งที่คนอื่นไม่อยากพูด ผมคิดว่าท่านลองฟังคนที่หน้าตาแปลก ๆ จะพูดเรื่องแปลก ๆ ให้ท่านฟัง ท่านครับ องค์กร ของท่าน ผมดีใจมาก ผมไปอ่านดูมาตรา ๒๙๙ ผมอยากให้ท่านสมาชิกเราดู ท่านเปึน องค์กรซึ่งเกิดจากรัฐธรรมนูญเดิม แล้วท่านเปึนองค์กรเดียวตามรัฐธรรมนูญซึ่งเปึน กระบวนการของประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข นอกนั้นไม่ใช่ ทําไมครับ ท่านดูมาตรา ๒๙๙ มาตรา ๒๙๙ ในความเห็นของผม ผมถือว่าเปึน การสารภาพของผู้ร่างว่าได้ร่างรัฐธรรมนูญ มีบางส่วนที่ไม่ใช่เปึนรัฐธรรมนูญของ ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข ทําไมผมกล่าวหาเช่นนี้ ท่านดูนะครับ ผมขออนุญาตท่านประธานอ่านเอกสารนะครับ ให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน ของรัฐสภาซึ่งดํารงตําแหน่งอยู่ในวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ เปึนผู้ตรวจการแผ่นดิน ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ และให้ดํารงตําแหน่งต่อไปจนกว่าจะสิ้นสุดวาระ โดยให้เริ่มนับวาระตั้งแต่วันที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง ท่านดูตรงนี้นะครับ แต่องค์กรอื่นพระมหากษัตริย์ไม่ได้ทรงแต่งตั้ง องค์กรอื่นในความเห็นผมถือว่าเปึน องค์กรซึ่งแต่งตั้งโดยบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ แต่นักประชาธิปไตยแบบผมกําลังมี ความเคลือบแคลงว่าท่านจะใช้อํานาจอธิปไตยของแผ่นดินได้อย่างไร เพราะว่า พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง การทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง มันมีความหมายต่อเนื่องว่ามีผู้รับสนอง พระบรมราชโองการ วันนี้เปึนคําถามใหญ่ ๆ ของแผ่นดินว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ทําไม เปึนอย่างนี้ ผมพูดถึงประเด็นนี้ทําไมครับ ก็เพราะว่า

ประการแรก ผมกําลังจะบอกท่านว่าท่านเปึนองค์กรที่เหมาะสม มีอํานาจ ตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข ในการตรวจสอบองค์กร ใด ๆ ก็ตามที่ท่านมีอํานาจ ท่านมั่นใจตัวเองนะครับ ผมแปลกใจอยู่เรื่องหนึ่งที่คนในสภา แห่งนี้ เราเปึนสังคมการเมืองที่เรียกว่า สังคมการเมืองแบบตัวแทน แต่วันนี้ตัวแทน ของประชาชนกลายเปึนป่ศาจ การเปึนสมาชิกพรรคการเมืองเปึนความเลวร้าย เปึนสิ่งชั่วร้ายเหลือเกินในสังคมเรา เปึนไปได้อย่างไรครับ ผมไม่เชื่อว่าคนในสภาแห่งนี้ ไม่มีคนที่คิดเปึนกลาง ไม่มีคนที่คิดที่จะทํางานเพื่อบ้านเพื่อเมือง ไม่เชื่อ และผมก็ไม่เชื่อว่า คนที่ไม่เปึนสมาชิกพรรคจะเปึนคนดีเหลือเกิน วันนี้ถ้าเราคิดว่านักการเมืองเปึนคนเลว บ้านนี้เมืองนี้ไม่ต้องมีรัฐสภา เราจะไปหลอกตัวเองทําไมครับ ผมถามว่า อบต. สมาชิก สภาท้องถิ่นเขาเลวหรือครับ วันนี้ต้องแยกให้ออกระหว่างคนทําไม่ดีกับระบบการเมือง เรื่องอย่างนี้หาที่พูดไม่ได้ วันนี้พูดในสภานี้ได้เพราะว่าองค์กรนี้เปึนองค์กรใหญ่

ผมจะพูดอีกเรื่องหนึ่งต่อจากนี้ไป แต่สิ่งหนึ่งที่ผมจะบอกกับท่านประธาน ผ่านไปยังท่านผู้เสนอกฎหมายว่าผมมีความเชื่อโดยส่วนตัว นิยามของคําว่า รัฐ นิยาม ของคําว่า องค์กรต่าง ๆ มันเปลี่ยนไปจากเดิมแล้ว แต่พวกเราส่วนใหญ่ที่มีอํานาจ ในสังคมยังติดอยู่ในนิยามเดิม ผมยกตัวอย่างเรื่องหนึ่ง คนเข้าใจว่าสถาบันทางการเมือง จะมีได้มันต้องอยู่มาหลายสิบป้ มี ๒-๓ ป้มันคือบริษัทซังกะบ๊วย เพราะฉะนั้นยุบมันเสีย ผู้บริหารร้อยกว่าคนให้มันออกไปเสีย นึกว่ามันจะมลายหายสูญ เปึนอย่างไรครับวันนี้ นี่คือนิยามมันเปลี่ยน แต่เราไม่เปลี่ยนติดยึดอยู่ในอันเดิม วันนี้คนเปึนนักการเมือง ในสภาแห่งนี้ใครได้ประโยชน์จากการบริหารแผ่นดินถ้าไม่ใช่ประชาชน ไม่ว่าอยู่ฝ์ายไหน ก็มีสํานึกในการบริหารแผ่นดินเหมือนกัน ออกไปข้างนอกเราคุยกันทางยุทธศาสตร์ เราไม่เคยทะเลาะกันเลย แต่เราจะขัดกันเฉพาะเรื่องยุทธวิธีหรือว่าวิธีการทํางาน เท่านั้นเอง ที่ผมพูดเรื่องนี้เพราะอะไรครับ สิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนี้ ความหมายที่ผมพูด เพราะผมเชื่อว่านิยามของคําว่า รัฐ เปลี่ยนไปจากเดิม

พูดเรื่องแรกก่อน เรื่องการทําหน้าที่ขององค์กรที่เรากําลังจะร่างกฎหมายอยู่ เปึนเรื่องแปลกที่ผมเห็นว่ามี ๓ ท่าน ต่างคนต่างทําก็ได้ แต่กฎหมายกลับไปบอกว่า ให้ต่างคนต่างทําเลือกกันเปึนประธานเสียคนหนึ่ง เมื่อมีประธานเสียคนหนึ่งแล้ว ปรัชญาการทํางานจะเปึนอย่างไร อันนี้เปึนเรื่องที่ผมคิดว่าผมอยากรู้และอยากศึกษา และจะขอพูดเรื่องนี้ในวันที่ท่านมาเกี่ยวข้องกับสภา วันไหนครับท่าน วันที่ท่านมารายงาน การทํางานของท่าน ผมอยากจะเห็นว่าท่านจัดความสัมพันธ์อย่างไรกับการแบ่งงาน กันทํา แล้วการนํารวมหมู่ทําอย่างไร แล้วเขียนเปึนสาระสําคัญไว้ด้วยในข้อ ๓ เรื่องนี้ ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ ถ้าองค์กรต้องเปึนเอกภาพในการทํางาน วันนี้คนที่อยากจะทําลาย องค์กรเขาพยายามจะแบ่งแยกว่ากลุ่มนี้เปึนพวกนี้ ๆ เพื่ออะไร เพื่อทําลายศักยภาพ ขององค์กรและให้องค์กรนั้นเปึนง่อยเปลี้ยเสียขาไป อย่างนี้ถามว่าไหวไหม ถ้าไม่ไหวมีปัญหา พรุ่งนี้จะมีการศึกษารัฐธรรมนูญ ถ้าผมได้เปึนคนเข้าไปศึกษาก็จะไป ศึกษาเรื่องนี้อย่างเอาจริงเอาจัง แต่ต้องขอคําแนะนําขอความรู้จากองค์กรของท่านว่า ออกแบบอย่างนี้ทํางานจริง ๆ ทําอย่างไร ครั้งหนึ่งในประเทศนี้ องค์กรนี้มีคนเดียว อยู่ระยะเวลาหลายป้ มาวันนี้มีครบองค์และให้เลือกกันเปึนประธาน ๑ คน แล้วยังให้แยก ทํางานอีก เขียนอย่างนี้แสดงว่าคําว่า นํารวมหมู่ รับผิดชอบโดยบุคคลหายไปจาก กระบวนการบริหารจัดการองค์กร เพราะโดยการนํารวมหมู่และรับผิดชอบโดยบุคคล มันไม่ต้องเขียนอย่างนี้ นี่เปึนการเขียนให้สิทธิและให้หน้าที่ต่างกันออกไปจากเดิม ผมว่าถ้าเราไม่มีความหวาดระแวงเราต้องยึดมั่นแล้วต้องเปึนเอกภาพ เสียงข้างน้อย ขึ้นต่อเสียงข้างมากเสียงข้างมากระมัดระวังไม่ละเมิดสิทธิเสียงข้างน้อย นี่เปึน กระบวนการประชาธิปไตย ต่างจากคําว่า ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเปึนประมุข ผมย้ําตรงนี้เพราะอะไรครับ เพราะอํานาจทุกอย่างในแผ่นดินนี้จะใช้ได้ ต่อเมื่อได้รับโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเท่านั้น พอไหม ยังไม่พอ ต้องมีผู้รับสนอง พระบรมราชโองการด้วย นี่คือระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข ผมย้ําตรงนี้เพราะอะไรครับ วันนี้เราลืมเรื่องนี้ไป แล้วเราก็กล่าวอ้างว่าใครที่ไม่เห็นด้วย กับเรื่องนี้เปึนคนไม่ดี ท่านดูนะครับ ตํารวจได้รับการแต่งตั้งแล้ว ให้ไปอยู่ตรงนั้นตรงนี้แล้ว ไปทําได้ไหม ไม่ได้ ระดับนายพลไม่ได้ ต้องรอโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง รัฐมนตรี มีพิเศษมากกว่า โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งแล้วเข้าไปทํางานได้ไหม ไม่ได้ ต้องเข้าไปถวายสัตย์ถึงเข้าไปทํางานได้ นี่เปึนระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเปึนประมุข แต่วันนี้หลายองค์กรเหลือเกิน ผมยกตัวอย่างสักองค์กรหนึ่งมี ๗-๘ ท่าน เกิดว่ามีอันต้องออกโดยกระบวนการอะไรก็ตาม ต้องมีกระบวนการสรรหาใหม่ เมื่อกระบวนการสรรหาใหม่ก็ต้องไปโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง แล้วใครจะนํา เข้าเฝัา เพราะองค์กรของคุณเองไม่มีใครได้รับการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเลย เห็นปัญหาไหมครับ ผมพูดเรื่องนี้เพราะอะไร เพราะว่าเวลาเราพูดเรื่องอื่น นี่เปึนการพูด เรื่องยุทธศาสตร์ของแผ่นดิน และผมจะย้ําไปที่องค์กรของท่านว่า องค์กรของท่าน เปึนองค์กรที่เปึนความหวังของประชาชน ผมชอบโฆษณาของท่านที่เอาผู้หญิงคนหนึ่ง มาโฆษณาว่าสามารถเข้าถึงได้โดยรวดเร็วเลย ท่านเชื่อไหมครับ เขามั่นใจ มั่นใจมาก เหลือเกิน นี่ผมพูดเรื่องกระบวนการทําหน้าที่ของท่าน เรื่องต่อไปผมจะพูดเรื่องหน้าที่ ท่านครับ แต่ก่อนจะพูดเรื่องหน้าที่ มันมีเรื่องหนึ่งที่อยากจะแลกเปลี่ยน วันหนึ่งผู้ร่าง รัฐธรรมนูญก็ได้ร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ แล้วผู้ร่างซึ่งเปึนเสียงข้างน้อยก็ยื่น ต่อองค์กรที่ไปตีความคือศาลรัฐธรรมนูญ แล้วก็มีกฎหมายฉบับหนึ่งซึ่งบอกว่าไม่ผ่าน ตามรัฐธรรมนูญคือเสียงไม่เกินกึ่งหนึ่ง ผมพูดเรื่องนี้ทําไมท่าน ผมพูดว่าวันนี้เรื่องจริง กับเรื่องเสมือนจริงมันเกิดขึ้นพร้อมกัน ทําไมผมพูดเรื่องนี้ครับ ถ้าสาระนี้เปึนเรื่องจริง คนที่นั่งในสภานี้รวมทั้งท่านเองด้วยเราต้องจบไป เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้หลายมาตรา เหลือเกินไม่ครบองค์ มาตรา ๙ ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเกิดขึ้นจากรัฐธรรมนูญ ชั่วคราว มาตรา ๙ บอกว่า ให้มีสภานิติบัญญัติ แล้วก็บอกต่อว่า ให้มีองค์ประชุมเท่ากับ กึ่งหนึ่ง พอมาตรา ๑๙ ให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ นี่ผมพูดถึงรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว แล้วบอกว่าองค์ประชุมให้เปึนไปตามมาตรา ๙ นั่นก็หมายความว่า สภาร่างรัฐธรรมนูญ จะผ่านรัฐธรรมนูญทุกมาตราต้องมีองค์ประชุมเกินกึ่งหนึ่งคือ ๕๑ หรือ ๕๐ กึ่งหนึ่งคือ ๕๐ อย่างน้อยที่ผมอ่านพบ มาตรา ๑ ไม่ครบองค์ ผ่านไป มาตรา ๒ ไม่ใช่ชื่อมาตรานะครับ ผมไม่พูดมาตรา เดี๋ยวจะต้องมาถามกันอีกมากมาย พอมาตรา ๒ อ่านจบ ลงครั้งแรกไม่ครบองค์ประชุมอีก พอไม่ครบองค์ประชุม ทําอย่างไร มีการเสนอนับองค์ประชุม ประธานที่นั่ง คนที่พูดออกอากาศดี ๆ นั่งเปึนประธานบอกว่า ไม่ครบองค์ประชุมจริง ๆ มีหลายท่านไปห้องสุขากลับมาครบองค์ประชุมแล้ว เมื่อครบ องค์ประชุมแล้วบันทึกการครบองค์ประชุมก็ไม่ไปลงมติใหม่ นั่นแสดงว่ามาตรานี้ไม่มี การลงมติเลย แล้วนําเสนอผ่านสภาออกมาเปึนรัฐธรรมนูญได้อย่างไร คนกลุ่มเดียวกัน เอาจริงเอาจังกับเรื่ององค์ประชุมทําให้กฎหมายหลายฉบับตกไป ผมพูดเรื่องนี้ทําไม ฟุ๋นฝอยหาตะเข็บหรือเปล่า ไม่ใช่เลย ผมฟุ๋นฝอยหางูเง่าเลยแหละ ทําไมครับ คือผมกําลัง จะบอกกับสังคมผ่านท่านประธานไปยังผู้เสนอว่า วันนี้หลายมาตราที่อยู่ในนี้ต้องแก้ไข หลายมาตราต้องเอาของคุณนิพิฏฐ์บวกเข้าไป ถ้าบวกเข้าไปแล้วท่านจะมีภาระเพิ่มขึ้น ความรับผิดชอบของท่านจะมากขึ้น แต่ว่าหลักประกันของคนในสังคมจะดีขึ้น ท่านนิพิฏฐ์ ท่านเสนอ ต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่านเพราะไม่เสียหาย ท่านเสนอว่าให้ตรวจสอบ อนุกรรมการต่าง ๆ ที่ตั้งขึ้นด้วยที่เกี่ยวข้องกับองค์กรที่ท่านกําลังจะตรวจสอบ เพราะว่า อนุกรรมการก็ทํางานตามอํานาจที่องค์กรนั้นได้ทํา ที่สําคัญท่านบอกว่าไม่มีใครร้อง ไม่มีคนร้อง ถ้าเปึนเรื่องสําคัญมีผลกระทบกับคนทั้งหลาย ท่านก็เรียกเอามาพิจารณาได้ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ กับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มันต่างกันอันหนึ่ง เขาตัดอํานาจท่านไป เรื่องหนึ่ง รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ถ้าผมจําไม่ผิด ทําไมพูดว่าจําไม่ผิด เพราะไม่ได้อ่านซ้ํา กลัวจําผิดเหมือนกัน ในนั้นมันบอกว่า แม้เจ้าหน้าที่ของรัฐทําตามกฎหมาย แต่ประชาชน ไม่ได้รับความเปึนธรรมก็ร้องเรียนได้ ผมอ่านดูแล้วในนี้มันขาดไป ท่านครับ ผมเปึน คนมีเงินหน่อยหนึ่งตั้งร้านขายรถจักรยานยนต์ นาย ก มาซื้อรถผม มีเงินดาวน์เรียบร้อย ในสัญญานั่นระบุว่าต้องมีผู้ค้ําประกัน นาย ข มาค้ําประกัน นาย ก ไม่ส่ง วันนี้ฟัองเอากับ นาย ข ให้ นาย ข มีความผิดเท่ากับผู้ซื้อเท่ากับลูกหนี้ หนี้สินอย่างนี้เต็มบ้านเต็มเมือง พี่น้องประชาชนเดือดร้อนมาก กฎหมายอย่างนี้ท่านต้องเรียกเอามาดู แล้วบอกว่า ต้องแก้ไข ต้องเรียกร้องให้ประเทศนี้มีสัญญาที่เปึนกลางเซ็นทีเดียวมันเหมือนกันหมด ไม่ใช่ว่ามายัดตรงนั้นตรงนี้ แล้วเอาตรงนี้ไปเปึนข้ออ้างทําลายคน ทําลายผู้ค้ําประกัน ทั้งหลายทั้งมวล มิหนําซ้ําวันนี้สหกรณ์เดือดร้อนกันทั่วประเทศ เพราะกฎหมายค้ําประกัน ทั้งหมดที่ผมพูดผมเพียงยกตัวอย่างให้ท่านเห็นว่าเรื่องอย่างนี้ถ้าเรานําองค์ประกอบของ คุณนิพิฏฐ์เข้าไปให้ท่านสามารถเอาเรื่องที่เปึนปัญหาขึ้นมาดูแลได้ แล้วสั่งให้องค์กร ของรัฐไม่ต้องไปเกรงใจเจ้าของธนาคาร วันนี้กฎหมายเรื่องค้ําประกันฉบับนี้ธนาคาร เอาเปรียบประชาชน ฟัองเต็มบ้านเต็มเมืองนี่เรื่องอะไร เรื่องนี้ทั้งนั้น เรื่องค้ําประกัน ทั้งนั้นเลย กฎหมายอย่างนี้มีอยู่ แต่แปลกใจผมอยู่มา ๔-๕ ป้ พยายามจะเขียนแก้ วันนี้ต้องจับมือข้ามพรรค ขออาจารย์หลายคนช่วยกันว่าจะขอแก้กฎหมายฉบับนี้เสียที แต่เรื่องอย่างนี้ผมจะร้องเรียนที่ท่านได้ไหม จริง ๆ ไม่จําเปึนต้องร้องเรียน ท่านรู้อยู่ ท่านน่าจะจับขึ้นมาดู นี่แหละคือการที่ผมพูดเรื่องนี้ยืดยาวเพราะผมอยากจะเห็นว่า องค์กรของท่านเปึนองค์กรสําคัญที่จะดูแลให้เกิดความสมดุลในบ้านในเมือง ที่จริงผมน่าจะจบแล้ว แต่นึกขึ้นได้ ๒ เรื่อง มันติดใจเหลือเกิน อํานาจใหม่ของท่านคือ เรื่องการจะไปกํากับดูแลจริยธรรมของแผ่นดิน ผมอยากให้ท่านจัดสัมมนาและเชิญ คนที่ท่านเห็นว่าจะไปแลกเปลี่ยนเรื่องนี้กันได้ วันนี้ผมไม่ได้เปึนกรรมการยกร่าง ประมวลจริยธรรมของสภา ผมอ่านมาและอ่านของหลายอัน และอ่านของอาจารย์ผม ที่เขียนเปึนศาสดาเรื่องนี้ ผมว่าเรายังแยกคําว่า จริยธรรมของบุคคล กับ จริยธรรม สาธารณะ ไม่ออก พวกผมต้องถูกบังคับโดยจริยธรรมสาธารณะ ไม่ใช่จริยธรรมของบุคคล เท่านั้น แต่วันนี้น่าตกใจกว่านั้นครับท่านประธาน ท่านผู้เสนอร่างครับ ท่านจะรับผิดชอบ เรื่องนี้ได้อย่างไร เพราะเดี๋ยวนี้จริยธรรมของแผ่นดินมันเปึนเรื่องของศีลธรรมล้วน ๆ ศีลธรรมกับจริยธรรมต่างกัน ศีลธรรมเปึนข้อห้ามของศาสดา ในบางเรื่องบางอัน ต่างศาสดาก็ต่างข้อห้าม บางศาสดาไม่ผิด บางศาสดาผิดในเรื่องเดียวกัน บางศาสดา ทําผิดเล็กน้อย ยกเลิกไม่ได้ ไม่มีอโหสิกรรม แต่บางอย่างก็ทําออกมาแล้วเห็นว่าอย่างนี้ ยกเลิกได้ อย่างนี้ให้อภัยได้ นี่เปึนเรื่องของศีลธรรมล้วน ๆ แต่จริยธรรมมันคือมโนธรรม แล้วผิดมโนธรรมเอาความผิดทางกฎหมายเล่นงานไม่ได้ พูดจากระทบกระเทียบ เปรียบเปรย เยาะเย้ย ถากถาง นี่เปึนเรื่องมโนธรรม ซึ่งสูงกว่าศีลธรรม อันนี้ล่ะครับ คือจริยธรรม วันนี้เมื่อพูดถึงเรื่องจริยธรรมแล้ว มันจะต่อเนื่องถึงสิ่งหนึ่งซึ่งเปึนข้อขัดแย้ง ทางสังคม ผมจะกล่าวหาสังคมไทยต่อท่านประธานให้พี่น้องประชาชนทราบ เพราะอะไรครับ เพราะว่าตรงนี้มันเปึนการบันทึกประวัติศาสตร์ กล่าวหาตรงไหนครับ เรากําลังป์วยเจ็บในสังคมกฎหมาย เปึนเรื่องแปลกมาก ผมจะยกตัวอย่างอันหนึ่ง ในประเทศหนึ่ง คนทั่วโลกได้กินเกลือ เกลืออยู่ในดินโป์ง สัตว์กิน คนที่อยู่ไกลทะเล ก็เอาดินโป์งไปต้มและเปึนเกลือ เขาก็กินเพราะร่างกายเราขาดเกลือไม่ได้ บางมุม ของประเทศหลายล้านป้ก่อนเปึนทะเล ใต้ดินก็มีเกลือที่เรียกว่าเกลือสินเธาว์ เขาขุดมาต้ม แล้วมากิน บ้านเราก็มีอย่างอําเภอบ่อพลอยทางอีสาน ในทะเลก็มีน้ําเกลือ ใครอยู่ใกล้ทะเล ก็ทํานาเกลือ มาวันหนึ่งผู้มีอํานาจออกกฎหมายห้ามคนในแผ่นดินทําเกลือ กฎหมาย อย่างนี้เขาเรียกว่ากฎหมายใช้ไม่ได้ ทําลายมนุษยชาติ คนที่ต่อสู้คัดค้านกฎหมาย จึงเรียกว่าอารยะขัดขืน แต่วันนี้บ้านเรามันเจ็บป์วยขนาดไหน เอาอนาธิปไตยมาทดแทน คําว่าอารยะขัดขืน อนาธิปไตยมันคนละอย่างกับอารยะขัดขืนนะครับ กฎหมายทุกฉบับ รอนสิทธิชาวบ้านเพื่อรักษารักษาสิทธิของรัฐและรักษาสิทธิคนอื่น รอนสิทธิมากไป ชาวบ้านเดือดร้อนก็มีการโต้แย้งคัดค้านแล้วก็แก้กฎหมาย แต่กฎหมายที่ไม่ได้รอนสิทธิ ชาวบ้านจนเกินเหตุ เช่น เดินถนนหนทางทุกคนก็ต้องใช้ แต่ป่ดไว้บอกว่าใช้อารยะขัดขืน ถ้าสังคมไทยยอมรับอย่างนี้บ้านนี้เมืองนี้ไม่ต้องมีรัฐ ไม่ต้องมีรัฐเลย เพราะอะไรครับ ก็ปกครองแบบโบราณใครจะตั้งรัฐอะไรก็ได้ นี่เขาเรียกว่า อนาธิปไตย ผมพูดเรื่องนี้ หมายความว่าอย่างไร มันเกี่ยวข้องกับองค์กรของท่านอย่างไร องค์กรของท่านต้องเข้าไป ตรวจสอบว่ามีองค์กรไหนในแผ่นดินนี้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ทําตามกฎหมาย นี่เปึนเพราะภาระหน้าที่ของท่านแท้ ๆ ผมคิดว่าวันนี้หลายคนพูด กับผมว่า กฎหมายฉบับนี้เข้าสภาจะพูดเรื่องอะไรดี ผมคิดว่าที่จริงมันเปึนกฎหมาย ยุทธศาสตร์ของการบริหารจัดการแผ่นดิน เราเพิ่งมีองค์กรนี้มาอย่างสมบูรณ์ไม่กี่ป้ การออกแบบของรัฐธรรมนูญนี้ผมก็เห็นว่าเขาออกแบบให้องค์กรนี้มีอํานาจที่สุด ฝากไปยังผู้นําองค์กรด้วย นับจากนี้ไปเมื่อใดที่ท่านทําหน้าที่ให้สมบูรณ์ องค์กรของท่าน จะถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างใหญ่หลวงจากผู้เสียอํานาจในการทํางานของท่าน ผมคนหนึ่ง ที่จะเข้าไปแปรญัตติ ไปดูกฎหมายฉบับนี้เพื่อช่วยให้ท่านมีอํานาจในการจัดการกับแผ่นดิน ให้เกิดความสมดุลแห่งอํานาจ องค์กรของท่านเปึนองค์กรที่เกิดขึ้นมาให้เกิดความสมดุล แห่งอํานาจ ใหญ่มากนะครับ เปึนเพียงองค์กรเดียวเท่านั้นที่มีหน้าที่พิเศษนี้ กฎหมาย ของท่านนี่นะครับ ถ้าท่านยังติดอยู่ในนิยามของรัฐแบบเดิม เขียนกฎหมายอย่างไร ก็ไม่มีประโยชน์ ผมจึงอยากจะขอร้องหรือร้องเรียนหรือขอความกรุณาผ่าน ท่านประธานสภาไปยังท่านประธานองค์กรช่วยจัดสัมมนาพูดเรื่องยุทธศาสตร์ของแผ่นดิน ไม่ใช่ยุทธศาสตร์ขององค์กร การแก้วิกฤติครั้งนี้จะต้องแก้ตรงนี้ท่านประธาน ตราบใดที่ เรายังปกครองโดยระบบศรีธนญชัย เปึนไปไม่ได้ที่เราจะแก้ปัญหาแผ่นดินเราได้ จําไว้อย่างหนึ่ง ประชาธิปไตยคือความสัมพันธ์ระหว่างสิทธิกับหน้าที่ เสรีภาพและวินัย วันนี้เราพูดเรื่องสิทธิกับเสรีภาพ ไม่ได้พูดถึงการทําหน้าที่หรือไม่ได้พูดถึงการใช้เสรีภาพ อย่างมีวินัย นี่เปึนกระบวนการที่เรียกว่า ประชาธิปไตย แต่ถ้าเปึนระบอบการปกครองนั้น มันต้องต่อไปอีกว่า ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข หมายความว่า อย่างไรครับ หมายความว่าบ้านนี้เมืองนี้ กระบวนการต่าง ๆ ที่จะมาใช้อํานาจอธิปไตย ของแผ่นดินต้องผ่านกระบวนการสุดท้ายใน ๒ เรื่อง

เรื่องที่ ๑ คือ อํานาจอธิปไตยที่จะใช้ไปในทุกองค์กร พระมหากษัตริย์ จะต้องเปึนผู้ทรงแต่งตั้ง และในเรื่องนั้น ๆ จะต้องมีผู้รับสนองพระบรมราชโองการ หลายองค์กรซึ่งไม่มีผู้รับสนองพระบรมราชโองการแล้วอยู่ครบวาระ นี่แหละคือปัญหา ที่รัฐธรรมนูญต้องแก้ไข ผมฝากเรื่องนี้ไปยังท่าน แล้วผมคิดว่าท่านคงมีเวลามาดูแล กฎหมาย ผมฝากท่านได้พิจารณาเรื่องที่ทุกคนพูดในนี้แล้วท่านลองคิดว่าถึงเวลาแล้ว หรือยังที่เราจะมาร่วมกันคิดเรื่องใหญ่ ๆ ของแผ่นดิน เรื่องยุทธศาสตร์ของบ้านของเมือง ทําไมผมย้ําเรื่องนี้เหลือเกิน เหตุผลก็เพราะว่าวันนี้เราเปึนสังคมตัวแทน เลือกตัวแทน ประชาชนมาทําหน้าที่นิติบัญญัติ อํานาจอธิปไตยใหญ่หลวงอยู่ที่ชาวบ้านเลือกตัวแทน เข้ามา วันนี้ท่านถูกตรวจสอบโดยคนที่คณะบุคคลสรรหาแต่งตั้งไปครึ่งหนึ่ง ถ้าผม ถามท่านว่าเกิดท่านจะทําอะไรสักอย่างหนึ่งที่กระทบกระเทือนผลประโยชน์ทางสังคม ผมใช้คําว่า ทางสังคม ไม่ใช่ผลประโยชน์เรื่องเงินทอง คือสถานะทางสังคมหวงแหน เหลือเกินใครดูถูกไม่ได้ ใครเหยียดหยามไม่ได้ ถ้าท่านจะทําอย่างนั้นผมเล็งผลร้าย ซึ่งไม่ใช่เรื่องถูกต้อง ทัศนะเล็งผลร้ายก็ไม่ใช่เรื่องถูกต้อง แต่ผมจะเล็งผลร้ายว่า เกิดคน ที่ได้รับการแต่งตั้งเปึนผู้ตรวจสอบท่านร่วมกันแล้วหาเพิ่มอีกนิดหน่อยถอดถอนท่าน ความมั่นคงนี้ก็ไม่เกิด ผมพูดเรื่องนี้เพราะอะไรครับ เพราะว่าวันนี้ผมกําลังจะบอกท่านว่า โครงสร้างของรัฐธรรมนูญซึ่งเปึนตัวกําหนดของทุกอย่างมันมีปัญหา ท่านเปึนองค์กร สําคัญ ผมพูดเรื่องนี้เพราะมันเกี่ยวโยงกับอํานาจหน้าที่ของท่าน ท่านยังมีอํานาจหน้าที่ พิเศษอีกอันหนึ่งคือ ท่านจะต้องให้ความเห็น เสนอความเห็นต่อการแก้ไขเปลี่ยนแปลง รัฐธรรมนูญด้วย อย่านอนหลับเหมือนองค์กรรัฐธรรมนูญเก่า เขาบอก ๕ ป้คุณต้องแก้ไข ไม่มีใครแก้ไขเลย อามะ ภันเต ว่าไม่ต้องแก้ไข วันนี้เปึนอย่างไรครับ รัฐธรรมนูญฉบับเก่า มาตราสุดท้ายเขาบอกเลยว่าครบ ๕ ป้ทุกองค์กร องค์กรนี้ต้องเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่มีใครทํา วันนี้ไปโทษใคร ผมจะจบการพูดลงตรงว่าฝากท่านช่วยดูแลแผ่นดิน ฝากท่าน ช่วยดูแลว่าท่านเองเมื่อท่านจะมาดูแลแผ่นดินท่านจะดูแลตัวเองอย่างไร ท่านต้องดูแล ตัวเองของท่านดีที่สุด คือเลือกคนที่ท่านเห็นว่าจะให้คําแนะนําท่านได้ เลือกคนที่ ไม่เห็นด้วยกับท่านไปสัมมนากัน และท่านฟังเขาว่าองค์กรท่านจะเดินไปทิศทางไหน องค์กรท่านไม่เหมือนองค์กรอื่น องค์กรท่านทําหน้าที่สําคัญแทนรัฐสภาในยุคป้ ๒๕๔๐ วันนี้อํานาจของรัฐสภาที่ไปตรวจสอบองค์กรอิสระเขาตัดออกไปจากรัฐสภาไปมอบให้ท่าน ท่านต้องทําหน้าที่นี้ให้ดี ขอบคุณครับท่านประธาน