ชินวรณ์ บุณยเกียรติ เสนอการอภิปรายเรื่องร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญในการป้องกันการกระทำที่ผิดกฎหมายของรัฐวิสาหกิจและตรวจสอบจริยธรรมของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ต่อร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. .... ผมคิดว่า เปึนกฎหมายที่ผมมีความประสงค์ที่จะได้อภิปรายเพื่อจะได้บันทึกไว้ในสภาแห่งนี้ ด้วยเหตุผลซึ่งเปึนเหตุบันดาลใจมีอยู่ ๒ เรื่องที่จะต้องอภิปรายกฎหมายฉบับนี้
ประการแรก ผมคิดว่าเรานั่งอยู่ในสภาแห่งนี้เราก็จะเห็นอย่างชัดเจนว่า การที่เราต้องการจะสร้างกลไกในทางอํานาจประชาธิปไตยเพื่อให้สนองตอบต่อ ความถูกต้องความเปึนธรรมในแผ่นดินนั้น เราได้ต่อสู้กันในสภาแห่งนี้อย่างยาวนาน เดิมทีเดียวเราต้องการที่จะเห็นกฎหมายศาลปกครองซึ่งยกฐานะของกรรมการกฤษฎีกา ขึ้นมา ท่านประธานก็ต้องยอมรับว่าในช่วง ๑๐ กว่าป้ที่ผ่านมานั้นเปึนเรื่องที่ได้มี การต่อต้านกันพอสมควร แต่หลังจากที่เรามีกฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งผมคิดว่าหลายคน ไม่ได้เอ่ยชื่อถึงนะครับ แต่ผมคิดว่าเปึนจุดเริ่มต้น นั่นคือกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ได้มี การแก้ไข ๒๕ ประเด็น ผมคิดว่าท่านประธานคงจําได้ และบังเอิญผมก็ไปเปึนกรรมาธิการ กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งมาจากคณะกรรมการพัฒนาประชาธิปไตยที่ได้ดําเนินการ ตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาศึกษาแล้วก็มีการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ และโดยเหตุที่ กฎหมายรัฐธรรมนูญดังกล่าวนั้นมีผลบังคับใช้ เราจึงได้มีองค์กรที่เรียกว่าเปึนองค์กร ที่รักษาความเปึนธรรมขึ้นมาอีกองค์กรหนึ่งในกลไกในระบอบประชาธิปไตยของเรา นั่นคือผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาหรือที่เราพูดกันว่าเปึนออมบุดส์แมน แน่นอนที่สุด องค์กรเหล่านี้เกิดขึ้นภายใต้การเมืองในระบอบประชาธิปไตยของเรานั้นมีพรรคข้าราชการ ที่เข้มแข็ง เมื่อเรามีพรรคข้าราชการที่เข้มแข็ง มองอีกมุมหนึ่งก็คือว่าความไม่เปึนธรรม ก็ย่อมที่จะเกิดขึ้นอย่างมากมาย ถ้าเราไปดูพี่น้องประชาชนเราก็จะพบความจริงว่าก่อนที่เราจะมีองค์กรต่าง ๆ ที่จะเข้าไป ตรวจสอบนั้น เราได้พบว่าพี่น้องประชาชนนั้นได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติหน้าที่ ของทางฝ์ายราชการอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเรื่องของการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย หรือปฏิบัติเกินขอบเขตของกฎหมาย หรือไม่ให้ความเปึนธรรมตามกฎหมายที่ประชาชน พึงมีสิทธิได้รับ มาวันนี้ล่วงเลยมา ๑๐ กว่าป้ เรามีกฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ที่ได้มี บทบัญญัติของผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาไว้ชัดเจน และวันนี้ก็เปึนที่น่าดีใจที่เปึน เหตุบันดาลใจให้ผมต้องมาพูดก็คือว่า กฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นได้มีบทบัญญัติ เกี่ยวกับผู้ตรวจการแผ่นดิน ถึงแม้ท่านจะตัดคําว่า ของรัฐสภา ไป ผมก็ไม่ขัดข้อง อันนั้น เปึนเพียงถ้อยคํา แต่ว่าเนื้อหาสาระสําคัญในวันนี้ก็คือว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินได้มีบทบาท มีอํานาจหน้าที่เพิ่มขึ้นตามบทบัญญัติของกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๔๒ นี่คือสิ่งที่ ผมเห็นความก้าวหน้าที่เกิดขึ้นมา ผมอยากเรียนเรื่องนี้ผ่านไปทางเจ้าหน้าที่และ คณะกรรมการผู้ตรวจการแผ่นดินว่า วันนี้เปึนวันเริ่มต้นที่ประชาชนเขาเริ่มเข้าใจว่า ถ้าเขาไปพบที่มาของอํานาจที่ไม่ถูกต้อง เขาต้องมีส่วนสําคัญที่จะต้องมาร้องเรียนกับ กกต. คือคณะกรรมการการเลือกตั้ง นั่นคือต้นทางของอํานาจอธิปไตยในระบอบ ประชาธิปไตยของเรา และถ้าเมื่อไรเขารู้ว่าผู้เข้ามามีอํานาจเข้ามาทุจริตคอร์รัปชัน เขาก็ต้องร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. ซึ่งก็เปึนองค์กรอิสระที่จะต้องมาดําเนินการในเรื่องนี้ และวันนี้มีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้นที่เรามีการพิจารณาคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมืองในตําแหน่งระดับสูงขึ้นมา โดยมีกฎหมายที่รองรับชัดเจน แน่นอนที่สุด ถ้าประชาชนทราบว่าไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเขาก็ต้องฟัองศาลปกครอง ในขณะนี้เขาก็มี ความรู้ในส่วนนี้ และที่ผ่านมาก็พบความเปึนจริงว่าถ้าพี่น้องประชาชนพบว่าข้าราชการ หรือบุคคลที่มีอํานาจทางการเมืองร่ํารวยผิดปกติเขาก็จะฟัอง ปปง. อันนี้ก็เปึนส่วนที่ ประชาชนได้เห็นถึงบทบาทของส่วนนี้ แต่ผู้ตรวจการแผ่นดินนั้นนั่นคือส่วนที่พี่น้อง ประชาชนจะต้องทําความเข้าใจเพิ่มมากขึ้น นี่แหละครับเปึนประเด็นแรกที่ผมอยากจะฝาก ผู้ตรวจการแผ่นดินว่าหน้าที่ของท่านคือต้องประชาสัมพันธ์ เพราะว่าในกรณีที่ข้าราชการ ปฏิบัติตามหน้าที่หรือเว้นการปฏิบัติตามหน้าที่โดยพี่น้องประชาชนไม่ได้รับความเปึนธรรม เขาจึงมีส่วนที่จะร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดินเพราะฉะนั้นผู้ตรวจการแผ่นดินจึงเปึน องค์กรที่มีความสําคัญที่จะมีอํานาจหน้าที่ตามมาตรา ๑๒ นั่นคือ พิจารณาและสอบสวน หาข้อเท็จจริงตามคําร้องเรียนในกรณี การไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย หรือปฏิบัตินอกเหนือ อํานาจหน้าที่ตามกฎหมาย และละเลยไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ของข้าราชการ ซึ่งมีประเด็น สําคัญก็คือว่าผู้ร้องเรียนหรือประชาชนไม่ได้รับความเปึนธรรม นี่แหละครับจึงจะเข้า กรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินจะต้องดําเนินการ เรื่องเหล่านี้ในสังคมโดยทั่วไปของเรา ท่านประธานครับ เราจะพบความเปึนจริงว่าได้เกิดขึ้นกับประชาชนคนแล้วคนเล่า โดยเฉพาะประชาชนที่อยู่ในชนบทห่างไกล ประชาชนที่ขาดความรู้ความเข้าใจ ในสังคม ของเรานั้นแน่นอนที่สุดเมื่อเขาไม่ได้รับความเปึนธรรมเช่นนี้ไม่มีหนทางที่จะไป เพราะคนที่ไม่ได้รับความเปึนธรรมนั้นส่วนใหญ่ก็จะเปึนคนที่ด้อยโอกาสอยู่แล้ว
ประการที่ ๒ นอกจากว่าผมจะฝากผู้ตรวจการแผ่นดินในเรื่องประชาสัมพันธ์ ให้พี่น้องประชาชนได้รู้จักบทบาทอํานาจหน้าที่ของท่านแล้ว ก็คือว่าต้องให้รู้จัก กระบวนการในการที่จะร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน แน่นอนที่สุด โดยความเคยชิน ของพี่น้องประชาชน เวลาเรามีปัญหาในทางข้อกฎหมาย มีปัญหาในทางคดีเราก็ต้อง ไปหาทนายความแล้วจึงจะได้ดําเนินการตามกระบวนการยุติธรรม แต่ว่าท่านเปึน ผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งท่านจะต้องดําเนินการในเรื่องของความไม่เปึนธรรม ผมคิดว่า นี่แหละคือยุทธศาสตร์ในเชิงรุก เมื่อกี้มีเพื่อนสมาชิกในสภานี้อภิปรายว่าทําอย่างไร ที่จะให้ผู้ตรวจการแผ่นดินนั้นใช้อํานาจหน้าที่ของท่านที่มีอยู่นี้เข้าไปค้นหาความเปึนจริง หรือสร้างเครือข่ายในวงการของพี่น้องประชาชนที่เขาไม่ได้รับความเปึนธรรม ให้เขาสามารถ ที่จะได้รับความเปึนธรรมได้ ถึงแม้ว่าโดยกฎหมายที่มีบทบัญญัติเอาไว้ในการที่จะร้องเรียน ที่จะกระทําได้โดยง่าย ผมเข้าใจว่าก็เปึนกระบวนการที่สามารถที่จะร้องเรียนเปึนหนังสือ หรือว่าร้องเรียนด้วยวาจา หรือวิธีการอื่นได้อยู่แล้วตามที่ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน จะเปึนคนกําหนด แต่อย่างไรก็ตามผมคิดว่าคนที่ด้อยโอกาสนั้นแม้แต่โอกาสที่เขาจะ ร้องเรียนนั้นก็มีน้อยมาก ถ้าเราจะไปค้นหาความเปึนธรรมจริง ๆ ถ้าผู้ตรวจการแผ่นดิน จะดํารงไว้ซึ่งความเปึนธรรมจริง ๆ อันนี้จะเปึนเรื่องที่สําคัญ เปึนประเด็นที่สองทั้งหมดนี้ ที่ผมอยากจะกราบเรียน เพราะว่ากระทบต่อความเปึนอยู่และวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชน ที่ผู้ตรวจการแผ่นดินควรจะให้ความเปึนธรรม และเป่ดยุทธการเชิงรุกและมีการประชาสัมพันธ์ อย่างทั่วถึงจริง ๆ
ประการที่ ๓ ที่ผมคิดว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นได้ให้อํานาจ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งผมคิดว่าก็เปึนอํานาจใหม่ที่จะทําให้ผู้ตรวจการแผ่นดินนั้น ได้เปึนที่รู้จักกว้างขวางมากขึ้น นั่นคืออํานาจที่ผู้ตรวจการแผ่นดินอาจเสนอเรื่องต่อ ศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองได้ ตรงนี้สําคัญครับ วันนี้จะต้องยอมรับความเปึนจริง เช่น ผมเองนั้นใกล้ชิดกับศาลปกครองจังหวัดนครศรีธรรมราช เราก็พบความเปึนจริงว่า ท่านต้องดูแลเขตบริการทางคดีหลายจังหวัดในส่วนที่รับผิดชอบ แน่นอนที่สุดครับ ยังมีบางคดีที่หลงเหลืออยู่ ที่ประชาชนนั้นเห็นว่าไม่กล้าที่จะนําไปฟัองต่อศาลปกครอง ผมคิดว่าตรงนี้จึงเปึนเรื่องที่ทางผู้ตรวจการแผ่นดินสามารถที่จะไปอุดช่องโหว่ ในการดําเนินการว่า กฎ ข้อบังคับ หรือระเบียบ คําสั่ง หรือการกระทําอื่นใดของบุคคล ตามมาตรา ๑๒ มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบธรรมด้วยรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมาย หรือในกรณีที่จะต้องดําเนินการในการที่จะต้องให้ศาลปกครองได้พิจารณา ผมคิดว่า ตรงนี้ผู้ตรวจการแผ่นดินเหมือนกับเปึนโจทก์ร่วมให้กับพี่น้องประชาชนได้ ผมจึงอยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่า ถ้าหากว่าผู้ตรวจการแผ่นดินจะได้เป่ดยุทธการในเชิงรุกเช่นนี้ ก็จะเปึนการสร้างประโยชน์
ประการสุดท้ายที่ผมอยากจะกราบเรียน และผมคิดว่าคงเปึนความคาดหวัง ที่ค่อนข้างจะยากมาก ผมเรียนแบบตรงไปตรงมาว่า ถึงแม้จะมีบทบัญญัติไว้ชัดเจน ที่จะให้ผู้ตรวจการแผ่นดินนั้นมีอํานาจในการตรวจสอบจริยธรรม มีอํานาจหน้าที่ในการ ดําเนินการเกี่ยวกับจริยธรรมของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามมาตรา ๒๗๙ วรรคสาม และมาตรา ๒๘๐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมืองในขณะนี้เราต้องยอมรับความเปึนจริงว่า เริ่มต้นจากท้องถิ่นขนาดเล็กที่สุด ก็คือ องค์การบริหารส่วนตําบล เทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด จนมาถึงนักการเมือง ในสภาแห่งนี้ การที่เราจะวางแบบทางจริยธรรม ผมคิดว่าเปึนเรื่องที่ค่อนข้างจะมี ความสําคัญในสังคมไทยในขณะนี้ แม้แต่เพื่อนสมาชิกหลายฝ์ายที่อภิปรายในสภานี้ เราก็พบความเปึนจริงว่าบางทีการที่เราจะเข้าใจถึงการสร้างแม่แบบทางจริยธรรมนั้น ยังมืดมน เพราะในวันนี้การตัดสินปัญหาในเชิงสังคมและโครงสร้างทางสังคมนั้น สังคมไทยมักจะเปึนสีเทา ผมน้อยใจมากที่มีเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ใช้คําพูด ในการดําเนินการทางการเมืองของพี่น้องประชาชนว่า ข้างถนน ผมคิดว่าความจริง การดําเนินการทางการเมืองในภาคประชาชนนั้นก็จะมีส่วนสําคัญไม่ว่าเขาจะดําเนินการ ทางการเมืองในรูปแบบใด แต่ว่าเราในฐานะที่เปึนนักการเมืองในระบบ เราก็มี ความจําเปึนที่จะต้องมาทําหน้าที่ในส่วนของนักการเมืองในระบบนั้นให้เกิดแม่แบบ ทางจริยธรรมได้อย่างไร ผมคิดว่าตรงนี้ผมอยากจะฝากไปยังผู้ตรวจการแผ่นดินว่า ท่านควรจะดําเนินการในส่วนของการที่จะกําหนดการตรวจสอบจริยธรรมของผู้ดํารง ตําแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ถ้าไม่สามารถที่จะดําเนินการตรงนี้ได้ ผมคิดว่าอํานาจหน้าที่ที่บทบัญญัติของกฎหมายรัฐธรรมนูญได้กําหนดเปึนบทบัญญัติ ที่ให้เพิ่มขึ้นแตกต่างจากบทบัญญัติเดิมนั้นก็คงจะไร้ความหมายไป ผมจึงขออนุญาต ที่จะฝากย้ําและให้กําลังใจกับผู้ตรวจการแผ่นดินที่จะดําเนินการให้เปึนไปตามบทบัญญัติ ของกฎหมายรัฐธรรมนูญ และบทบัญญัติในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เรากําลัง จะเห็นด้วยในหลักการในวันนี้ครับ ขอบคุณครับ