สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๑

เอกพจน์ ปานแย้ม เสนอญัตติให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ และข้อดีข้อเสียของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐ เพื่อพิจารณาแก้ไข

นายเอกพจน์ ปานแย้ม ปทุมธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเอกพจน์ ปานแย้ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปทุมธานี พรรคชาติไทย กระผมพร้อมทั้งเพื่อนสมาชิกในนามพรรคชาติไทย ได้ขอเสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้ตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ รวมทั้งข้อดีข้อด้อยของรัฐธรรมนูญ เนื่องจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ได้ใช้บังคับมาในระยะเวลาหนึ่งแล้ว ซึ่งถือเปึนระยะเวลาอันสําคัญยิ่ง ที่ส่งผลต่อการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อันเปึนการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๐ ในหลายประการ ซึ่งมีทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนอันมีผลกระทบ ต่อทางปฏิบัติมากมาย สมควรได้รับการหยิบยกมาเพื่อพิจารณาศึกษาหาแนวทางแก้ไข ข้อบกพร่องในห้วงเวลาอันเหมาะสมต่อไป กราบเรียนท่านประธานว่าญัตติเพื่อขอให้ตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ที่กระผมเองพร้อมทั้งเพื่อนสมาชิกทุกพรรคการเมืองได้นําเสนอต่อสภาในครั้งนี้ ต้องเรียนว่าหลังจากที่เราได้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ตั้งแต่วันที่ ๒๔ สิงหาคม ที่ผ่านมา ถ้านับช่วงเวลาแล้วก็ประมาณ ๙ เดือนเศษของการที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้มี ผลบังคับใช้ การใด ๆ ก็ตามทั้งหลายทั้งปวงที่อยู่ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย ได้ถูกดําเนินการมา แล้วก็ทําให้เราได้มองเห็นถึงสิ่งที่เกิดขึ้นภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของข้อดีและก็ข้อที่เปึนปัญหาในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก่อนที่กระผม จะได้กราบเรียนท่านประธานต่อไปต้องเรียนว่า ผมเชื่อเหลือเกินว่าในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ คงไม่มีใครที่จะปฏิเสธว่ายังมีหลายส่วนที่เปึนปัญหา และแน่นอนที่สุด ก็คงไม่มีใครปฏิเสธว่าบางส่วนก็เปึนเรื่องที่ดี เช่นเดียวกันถ้าเปรียบเทียบกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก็จะเกิดแนวคิดนี้เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นถ้านํารัฐธรรมนูญ ๒ ฉบับ ทั้งป้ ๒๕๔๐ และป้ ๒๕๕๐ มาเทียบเคียงกัน ถ้าจะพูดในลักษณะที่เราจะนํามาผสมผสานกัน ก็อาจจะทําให้เราได้มองเห็นว่าเราสามารถที่จะปรับได้ในเรื่องของการนําเอาข้อดีมารวมกัน แล้วก็ตัดในข้อที่เปึนปัญหาออกไป แต่นั่นก็เปึนเรื่องของอนาคตข้างหน้าที่จะเกิดขึ้น หากคณะกรรมาธิการวิสามัญที่เราจะได้ตั้งกันนี้ ได้พิจารณาเห็นพ้องต้องกันว่าข้อบกพร่อง ที่มีอยู่ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ สมควรที่จะได้รับการแก้ไข ตรงนั้นก็คงจะต้องเปึนแนวคิดต่อไป ที่กระผมเรียนเช่นนี้ก็อาจจะหยิบยกแนวคิด บางประการจากที่ผ่านมา ซึ่งก็มีท่านสมาชิกหลายท่านได้พยายามใช้เอกสิทธิ์ในการที่จะ ยื่นเพื่อขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยใช้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ เปึนช่องทางในการที่จะ รวบรวมจํานวนสมาชิก ๑ ใน ๕ ของทั้ง ๒ สภา เพื่อที่จะขอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่เนื่องจากว่าแน่นอนละครับ หลายกระแสเสียงก็ยังมีปัญหาว่าการดําเนินการเช่นนั้น จะเปึนไปเพื่อประโยชน์ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือไม่ ของตัวเองหรือไม่ อันนั้นก็เปึนปัญหา ที่ตามมา ซึ่งกระผมไม่ขอโต้แย้งในประเด็นนี้นะครับ เพราะผมเชื่อเหลือเกินว่าตรงนี้เปึน ความเห็นที่แตกต่างซึ่งย่อมจะเกิดขึ้นในระบอบประชาธิปไตย เราเกิดเหตุการณ์พลิกผัน ทางการเมือง หลายท่านได้พูดไปแล้วตั้งแต่วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ได้มีการยกเลิก รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ แล้วก็มีการบัญญัติให้มีรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เกิดขึ้น ต้องเรียน ท่านประธานว่าในระหว่างที่มีการนําเสนอหรือมีความพยายามใช้แนวคิดที่จะขอให้มี การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมเชื่อเหลือเกินว่าแนวคิดนั้นมันเกิดมาจากความบริสุทธิ์ใจ ของสมาชิก เพราะถ้าเราไปมองในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ จะเห็นชัดเจนเลยครับว่า สมาชิกมีสิทธิใช้เอกสิทธิ์ในการที่จะได้ดําเนินการให้เปึนไปตามรัฐธรรมนูญนั้นได้ และผมเชื่อเหลือเกินว่าแนวคิดนั้นก็มาจากด้วยความบริสุทธิ์ใจ ในสิ่งที่เรายอมรับ ร่วมกันว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหาอยู่บ้าง เพราะฉะนั้นจะเปึนอย่างไรถ้าเกิดเราเห็นว่า สิ่งที่มันเปึนปัญหาอยู่เราควรจะปล่อยให้มันดําเนินไปอย่างมีปัญหาหรือไม่ หรืออาจจะเกิด ความคิดที่ว่าถ้าอย่างนั้นเราอาศัยช่องทางในมาตรา ๒๙๑ เพื่อที่จะขอให้มีการแก้ไข รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้หรือไม่ ถ้าเรียนตามหลักการนะครับ ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ผมเชื่อว่ากระทําได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็มีหลายความคิดเห็นมากมายว่าอยากให้รัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ ถ้าจะมีการพิจารณา ถ้าจะมีการแก้ไข ควรจะทําในลักษณะที่อาจจะให้มี ความรอบคอบหรือให้มีความชัดเจนว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหาในเรื่องใดบ้าง ก็น่าจะมี การศึกษาก่อนไหม ตรงนั้นก็เปึนเรื่องซึ่งถือว่าถ้าในทางรัฐศาสตร์ผมถือว่าเปึนเรื่องที่มี เหตุผลอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นทุกพรรคการเมืองได้เล็งเห็นถึงประโยชน์ต่อการที่เราจะได้ ร่วมกันในการที่จะศึกษาข้อดีข้อเสียของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ศึกษาเรื่องของการบังคับใช้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ แล้วก็อาจจะมีการนําไปสู่การแก้ไขในวันข้างหน้า เพื่อประโยชน์ เพื่อความรอบคอบ ละเอียดถี่ถ้วน เพราะรัฐธรรมนูญถือว่าเปึนกฎหมายสําคัญของประเทศ จึงได้เกิดแนวคิดว่าถ้าเปึนอย่างนั้นเราคงใช้หลักนิติศาสตร์อย่างเดียวคงไม่ได้ คงจะมี ในเรื่องของรัฐศาสตร์ เรื่องความเห็นแก่ประโยชน์สําคัญ แน่นอนที่สุดผมเชื่อเหลือเกินว่า พี่น้องประชาชนส่วนหนึ่งท่านก็มีความเห็นว่าเปึนไปได้ ถ้าเกิดว่ามีการได้ศึกษา ได้พิจารณาอย่างรอบคอบก็น่าจะเปึนเรื่องดี น่าจะเปึนประโยชน์ในอนาคตข้างหน้าด้วย แม้ว่าจริง ๆ แล้วมีนักวิชาการหลายท่าน มีท่านผู้รู้หลายท่านได้พยายามออกมาบอกว่า ในช่วงที่มีความพยายามในการจะเสนอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยสมาชิกของสภา ก็มีบางท่านบอกว่าถ้าเปึนอย่างนี้ด้วยรัฐธรรมนูญฉบับนี้มาจากการทําประชามติ มาจาก การลงประชามติของพี่น้องประชาชนซึ่งเปึนครั้งแรกในประวัติศาสตร์ วันที่ ๑๙ สิงหาคม ป้ ๒๕๕๐ ได้มีการลงประชามติ จํานวนเสียงก็คงจะทราบกันดีแล้วว่าให้รับรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ ๑๔ ล้านคนเศษ ไม่รับ ๑๐ ล้านคนเศษ ก็ต้องอย่าลืมว่าเราจะยึดถือประชามติ ตรงนั้นเสียอย่างเดียวโดยปราศจากเหตุผลประกอบก็คงจะเปึนไปได้ยาก แม้ว่าการทํา ประชามติจะเปึนไปตามกฎหมายก็ตามที ต้องเข้าใจนะครับว่าการทําประชามติ ในขณะนั้น สิ่งที่เปึนคําถามไปสู่พี่น้องประชาชนเพื่อขอประชามติจากพี่น้องประชาชน มีอยู่ ๒ อย่างเท่านั้น รับหรือไม่รับ เพราะฉะนั้นถ้ามีบางท่านอาจจะบอกว่าพี่น้องประชาชนที่เขารับรัฐธรรมนูญฉนับนี้ นั่นหมายความว่าเขาเข้าใจดีแล้วทั้งหมด ผมคิดว่านั่นคงยังไม่ใช่ข้อยุติ ถ้าประเด็น ที่ถามนําในแต่ละมาตรา ในแต่ละหมวดไปสอบถามพี่น้องประชาชนได้ความเห็นมาแล้ว เสียงส่วนใหญ่ออกมาชัดเจนว่ารับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ข้ออ้างตรงนั้นก็อาจจะฟังแล้ว มีเหตุผลอย่างสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ที่กระผมพูดเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่าการทําประชามติ ไม่ถูกต้อง แต่ว่ามีความพยายาม หลาย ๆ ท่านก็มีการเสนอความคิดเห็นว่าอย่างนั้น ถ้าจะมีการยื่นแก้รัฐธรรมนูญให้ย้อนกลับไปถามประชามติก่อนได้ไหม ผมก็เคยแสดง ความคิดเห็นว่าคงจําเปึนถึงขนาดนั้นหรือเปล่า เพราะว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เปึนรัฐธรรมนูญที่มาจากประชามติ เสียงส่วนใหญ่เห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ควรจะมี ผลบังคับใช้ แล้วมาตรา ๒๙๑ ก็เปึนมาตราหนึ่งที่อยู่ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เพราะฉะนั้น ถ้าสมาชิกจะใช้สิทธิตามช่องทางนี้ก็สามารถดําเนินการได้ ไม่ได้ผิดเพี้ยนอะไรไป ไม่ได้ขัด รัฐธรรมนูญเลยครับ เหมือนกับหลาย ๆ ท่าน บางท่านอาจจะบอกว่าอาจจะมีการยื่น แล้วอาจจะมีปัญหาว่าจะขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ เปึนไปได้หรือไม่ แต่กระผมมองว่าไม่ใช่ คงเปึนไปไม่ได้ ถ้าจะพูดตามหลักการนั้นก็สามารถดําเนินการได้ก็ไม่ได้ผิดเพี้ยนอะไรไป แต่เอาล่ะครับโดยข้อสรุปแล้ว โดยความเห็นโดยส่วนรวมผมคิดว่าเปึนเรื่องที่เราสามารถ ยอมรับร่วมกันได้ และคงไม่ได้ใช้เวลามากมายในการที่เราจะพิจารณาร่วมกันในการที่ ถ้าเราจะศึกษารัฐธรรมนูญก่อน ก่อนที่จะมีแนวคิดที่จะยื่นให้มีการแก้ไข แม้ว่าจะมีช่องทาง ตามรัฐธรรมนูญก็ตามที เมื่อเราศึกษาแล้วได้ข้อสรุปโดยคณะกรรมาธิการร่วมกันว่า มีปัญหามีความบกพร่องอยู่บ้าง เราก็อาจจะนําไปสู่การแก้ไขได้ อันนั้นก็เปึนเรื่องที่อาจจะ เกิดขึ้นในอนาคตข้างหน้า กระผมและพรรคชาติไทยมีส่วนร่วมในการที่จะได้เสนอญัตตินี้ เข้าสู่สภา เพื่อให้สภาได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญต่อไป จริง ๆ ก็มีเหตุผลหลายประการ ที่อยากจะกราบเรียนเปึนส่วนประกอบ ผมคิดว่าท่านสมาชิกหลายท่านในที่นี้ท่านก็คงจะ ได้รับผลกระทบบางเรื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้เหมือนกัน ผลในทางที่ดีเราก็รับพร้อมกัน ผลในทางที่เปึนปัญหาเราก็รับพร้อมกัน เพราะเราอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เหมือนกัน จากการที่ได้เคยมีการพิจารณาของคณะกรรมการหลายหน่วยงานได้มีการวิเคราะห์ พิจารณาถึงการบังคับใช้รัฐธรรมนูญมาหลายครั้ง ที่ผ่านมาก็มีข้อสรุปต่าง ๆ นานา มีความเห็นมากมายว่าในรัฐธรรมนูญนี้ยังมีปัญหาอยู่มาก ผมอยากจะใคร่ขออนุญาต ท่านประธานได้หยิบยกปัญหาบางประการที่อยากจะได้กราบเรียนนําฝากไปยัง ท่านกรรมาธิการวิสามัญด้วย ซึ่งในการพิจารณาท่านก็คงจะไปพิจารณา และผมเชื่อว่า ทุกท่านที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาคงทราบปัญหานี้ดีว่าเปึนเรื่องที่ เราคงจะต้องมีการมาตีความมากมาย อันนี้เปึนปัญหาหนึ่งที่ผมอยากจะหยิบยกถึง สิ่งที่เรามองเห็นในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ว่ามันมีปัญหา ในมาตรา ๒๖๖ ถ้าท่านประธาน จะจําได้ ท่านประธานเองก็คงจะได้เคยร่วมในการที่จะพิจารณาในรัฐธรรมนูญมาตรานี้ ซึ่งก็เปึนปัญหา รวมถึงถ้าในอนาคตข้างหน้าเราจะมีคณะกรรมาธิการสามัญเกิดขึ้น มันก็อาจจะรวมไปถึงว่าการทําหน้าที่ของกรรมาธิการสามัญในฐานะที่เปึนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรสามารถที่จะดําเนินการได้หรือไม่ ในมาตรา ๒๖๖ บอกว่า สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาต้องไม่ใช้สถานะหรือตําแหน่งการเปึนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาเข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงเพื่อประโยชน์ ของตนเอง ของผู้อื่น หรือของพรรคการเมือง ไม่ว่าโดยทางตรงและทางอ้อมในเรื่อง ดังต่อไปนี้ ก็จะมีให้พิจารณานะครับ (๑) (๒) (๓)