รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๒
ครั้งที่ ๖ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง)
วันพุธที่ ๘ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๘
ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา
เรียนท่านสมาชิกครับ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ผมขออนุญาตท่านสมาชิกได้ให้ ท่านสมาชิกปรึกษาหารือตามข้อบังคับการประชุม ข้อ ๒๔ โดยผมจะให้ปรึกษาหารือ ตามลำดับรายชื่อที่ได้ยื่นเข้ามา แล้วก็จะให้เวลาท่านละ ๒ นาทีนะครับ จะแจ้ง ๓ ท่าน ก่อนนะครับ ท่านแรกท่านภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ ท่านที่ ๒ ท่านปรีติ เจริญศิลป์ ท่านที่ ๓ ท่านละออง ติยะไพรัช เชิญท่านภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิจิตร เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมมีเรื่องหารือกับท่านประธานอยู่ ๔ เรื่อง
เรื่องแรกเป็นเรื่องข้าวครับ จังหวัดพิจิตรเกษตรกรส่วนใหญ่เป็นชาวนา ผมได้ลงพื้นที่ไปพบชาวนามีเรื่องหนึ่งที่ชาวนาเดือดร้อนก็คือเรื่องราคาข้าวตกต่ำ ผมจะขอ ฝากท่านประธานนำเรียนไปยังรัฐบาลช่วยแก้ปัญหาเรื่องข้าวราคาตกต่ำด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ ศาลหลักเมืองจังหวัดพิจิตร เดือนที่ผ่านมาศาลหลักเมืองจังหวัด พิจิตรถูกตัดไฟฟ้าครับ สาเหตุบอกว่าเป็นสวนรุกขชาติเลยไม่สามารถรับเงินบริจาคได้ ปัจจุบันทางจังหวัดพิจิตรได้ตั้งคณะกรรมการเข้ามาควบคุมดูแลพื้นที่ศาลหลักเมืองจังหวัด พิจิตรเรียบร้อยแล้ว แต่ผมจะฝากท่านประธานนำเรียนไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม แล้วก็กระทรวงมหาดไทยช่วยดูแลพื้นที่ศาลหลักเมืองจังหวัดพิจิตร ให้เรียบร้อยด้วยครับ
เรื่องที่ ๓ เรื่องน้ำประปาหมู่บ้าน ปัจจุบันประปาหมู่บ้านในจังหวัดพิจิตร ยังหลายพื้นที่ที่ยังไม่สะอาดและยังไม่ทั่วถึง ผมจึงขอฝากท่านประธานนำเรียนไปยัง การประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดพิจิตรเพื่อช่วยขยายแนวเขตการประปาให้ครอบคลุมทั่วทั้ง จังหวัดพิจิตรด้วยครับ
เรื่องที่ ๔ เรื่องประตูระบายน้ำแม่น้ำน่าน ตำบลฆะมัง อำเภอเมือง จังหวัด พิจิตร ประตูระบายน้ำนี้ช่วยกักเก็บน้ำช่วงหน้าแล้งและกักเก็บน้ำช่วงฤดูฝน โครงการนี้ จะเป็นประโยชน์มากสำหรับประชาชนชาวจังหวัดพิจิตรทั้งจังหวัดเลยครับ ผมจึงขอฝาก ท่านประธานนำเรียนไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้เร่งรัดดำเนินการก่อสร้างประตู ระบายน้ำ ตำบลฆะมังด้วยครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไปครับ ท่านปรีติ เจริญศิลป์ เชิญครับ
สวัสดีปีใหม่ท่านประธานและสมาชิก ทุกท่านครับ ปรีติ เจริญศิลป์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนนทบุรี พรรคประชาชน วันนี้มีเรื่องหารือท่านประธาน ๓ เรื่องด้วยกันครับ
เรื่องแรก ผมได้รับการร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องถนนหน้าทางเข้าวัดบางนา ตำบลไทรม้า เทศบาลเมืองไทรม้า บริเวณหน้าหมู่บ้านโกลเด้นทาวน์ ซึ่งได้ก่อสร้างเป็นระยะ เวลานานและเกินกำหนดระยะเวลามาแล้ว ผมได้ลงไปสำรวจพร้อมกับทางเทศบาลมาแล้ว แล้วก็ได้รับแจ้งว่าน่าจะเสร็จภายในมกราคมปี ๒๕๖๘ แต่ปัจจุบันได้รับแจ้งจากประชาชน ในพื้นที่ว่าแนวโน้มน่าจะยังไม่แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาเนื่องจากไม่มีช่างมาทำงานครับ จึงอยากฝากท่านประธานสภาแจ้งไปยังทางท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีให้ช่วยลงมา กำชับ กำกับดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะไม่ทราบว่าติดปัญหาทางเทคนิคอย่างไรนะครับ
เรื่องที่ ๒ เรื่องปัญหาเกี่ยวกับถนนชัยพฤกษ์ บริเวณตำบลอ้อมเกร็ด คลองพระอุดม ที่มีการก่อสร้างแล้วเช่นกันและเสร็จล่าช้า และคาดว่าน่าจะเสร็จภายใน ต้นปีนี้นะครับ แต่ล่าสุดก็ยังดำเนินการก่อสร้างอยู่ อยากจะให้ทางท่านประธานฝากเรื่อง ไปยังอธิบดีกรมทางหลวงชนบทช่วยแจ้งแล้วก็ลงมากำกับดูแลว่าถนนเส้นนี้จะเสร็จเมื่อไร ประชาชนในพื้นที่ก็ได้ร้องเรียนมาหลายรอบแล้วครับ
เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องสำคัญครับ ช่วงนี้จะมีการเลือกตั้ง อบจ. ทั่วประเทศ ผมได้รับแจ้งจากผู้สมัคร สจ. พรรคประชาชนในพื้นที่นนทบุรีว่ามีตำรวจได้โทรมาสอบถาม รายชื่อผู้ช่วยหาเสียงของ สจ. ซึ่งผมก็สงสัยว่าไม่ใช่เป็นหน้าที่ของตำรวจด้วยนะครับ ไม่ทราบว่าถามไปทำไม ซึ่งผู้สมัครก็เกิดความกังวลว่าจะมีการนำรายชื่อไปทำอะไรหรือเปล่า และจึงได้สอบถามไปยัง กกต. ก็บอกว่าไม่ใช่หน้าที่ของตำรวจเช่นกัน จึงอยากจะฝากให้ ท่านประธานแจ้งไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้แจ้งตำรวจทุกพื้นที่ให้วางตัวเป็นกลาง ในการเลือกตั้งด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านที่ ๓ ท่านละออง ติยะไพรัช เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ละออง ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ เมื่อวันอังคารตอนเช้าดิฉันได้ไปที่ตำบลศรีค้ำ ที่แถวหน้าบริเวณโรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพ ตำบลศรีค้ำ เกิดอุบัติเหตุตรงนี้เห็นกับตาเลยค่ะท่านประธาน เพราะว่า เราขอถนนเส้นนี้ของท้องถิ่นไปนานมาก และเป็นเส้นทางที่จะไปไร่ชาฉุยฟง เพราะว่า นักท่องเที่ยวที่ไปเชียงรายจะต้องไปที่ไร่ชาฉุยฟงกันเกือบทุกคน เพราะเป็นวิว และบรรยากาศที่สวยงามแล้วก็มีชาที่คุณภาพดี ดิฉันขอผ่านไปทางกระทรวงมหาดไทย โดยท้องถิ่นช่วยไปทำถนนและไปทำท่อ เพราะว่าที่มันอยู่ใกล้แม่น้ำค่ะท่านประธาน รถมัน สามารถตกไปได้ทุกเมื่อ วันอังคารที่ผ่านมาดิฉันก็เกิดอุบัติเหตุ แล้วตรงหน้าก่อนที่จะเข้า ไร่ชาฉุยฟงก็ขอไปหลายครั้ง แล้วก็พูดในสภานี้หลายครั้งเรื่องสัญญาณจราจรค่ะท่านประธาน ถนนมันคับแคบมาก ตรงนี้ก็ต้องเข้าไปไร่ชาฉุยฟงเหมือนกัน ท่านจะตัดสินใจว่าจะใช้ ไฟจราจรตรงหน้าวัดแม่คำ หรือว่าจะต้องตรงที่ถนนจะเข้าในไร่ชาฉุยฟง ก็ขอให้ทางหลวง ช่วยดูแลแล้วก็ช่วยในการบริหารจัดการแล้วก็ออกแบบเพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุนะคะ
อันที่ ๓ เป็นถนนท้องถิ่นของบ้านตำบลป่าตึงกับตำบลป่าซาง ตั้งแต่หมู่ที่ ๓ ถึงหมู่ที่ ๗ เขาเรียกว่า สันมะแฮะ ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อมาก ซึ่งอยู่ในเมืองที่จะต้องผ่าน เข้าไปในเมืองอำเภอแม่จัน แล้วก็เข้าไปทางแม่อายเชียงใหม่ ถนนสายนี้ประมาณ ๗-๑๐ กิโลเมตร ท่านประธานคะ ก็ขอความกรุณาทางกระทรวงมหาดไทยได้ช่วยหา งบประมาณเพื่อจะจัดการในถนนทั้งจัดสัญญาณจราจรทั้ง ๓ จุดนี้ และตำบลแม่คำ ถนนการเกษตร ตำบลแม่คำ อำเภอแม่จัน เป็นตำบลที่ทำการเกษตรมากก็ขอผ่านไฟฟ้า การเกษตร เดี๋ยวดิฉันขอฝากเอกสารไปให้ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ ขอบคุณค่ะ
๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ท่านพิชัย ชมภูพล แล้วก็ต่อด้วย ท่านศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ เชิญท่านสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ก่อนครับ เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้รับการประสานจากตำรวจอำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งตำรวจนั้นเขาอยู่ที่แฟลต ผมอยากจะนำเรียนว่าสถานีตำรวจภูธรอำเภอกันทรารมย์ มีตำรวจอยู่ ๑๖๗ นาย แต่แฟลตสถานีตำรวจภูธรอำเภอกันทรารมย์นั้นเป็นแฟลตเก่า สร้างมาตั้งแต่ปี ๒๕๒๐ จนถึงขณะนี้แฟลตหลังนี้เก่ามาก ฝนตกหลังคาก็รั่ว ทางตำรวจ ทางผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอำเภอกันทรารมย์ก็ได้ส่งเรื่องขอมายังสำนักงานตำรวจ แห่งชาติหลายครั้งแต่ก็ยังไปไม่ดำเนินการ อยากฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องก็คือกองบัญชาการตำรวจภูธร ๓ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติเร่งดำเนินการ ให้กับตำรวจชั้นผู้น้อยด้วย เพราะว่าเขาจะได้อยู่แฟลตที่ใกล้สถานีตำรวจจะได้ดูแลประชาชน เป็นอย่างดี
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการร้องเรียนจากนายตำรา เงาศรี เรื่องถนนจากบ้านผึ้ง ตำบลทาม อำเภอกันทรารมย์ ไปยังบ้านหนองมุก ตำบลเมืองน้อย อำเภอกันทรารมย์ ชำรุดเสียหายเป็นหลุมเป็นบ่อถนนสายนี้ชาวบ้านสัญจรไปมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งพี่น้องก็ได้ ขนพืชผลทางการเกษตรได้ใช้ถนนสายนี้ ฝากท่านประธานผ่านไปยังองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดศรีสะเกษ กรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่นช่วยดำเนินการให้กับพี่น้องประชาชน ที่เดือดร้อนด้วยครับ ขอขอบคุณครับ
ท่านถัดไปครับ ท่านพิชัย ชมภูพล เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายพิชัย ชมภูพล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี เขต ๖ มีอำเภอ ท่าฉาง ไชยา ท่าชนะ และวิภาวดี พรรคภูมิใจไทย ผมมีเรื่องหารือท่านประธานเรื่องอุบัติเหตุ รถเฉี่ยวชนต้นไม้ใหญ่ร่องกลางถนนทางหลวงหมายเลข ๔๑ ตำบลป่าเว อำเภอไชยา จังหวัด สุราษฎร์ธานี ก่อนอื่นผมต้องขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ ด้วยครับ เนื่องจากเมื่อวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๘ ได้มีรถทัวร์เสียหลักลงร่องกลางถนนชน ต้นไม้ และเมื่อวันที่ ๒ มกราคม ๒๕๖๘ ได้มีรถกระบะเกิดอุบัติเหตุในลักษณะเดียวกัน และเป็นบริเวณใกล้เคียงกัน โดยทั้ง ๒ เหตุการณ์ดังกล่าวนั้นได้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด ๑๒ ราย และมีผู้บาดเจ็บอีก ๓๐ ราย ซึ่งอุบัติเหตุเกิดขึ้นจากถนนบริเวณนั้นมีจุดเสี่ยงไม่มีราวเหล็ก กั้นขอบถนน ไม่มีสัญญาณไฟกระพริบ ไม่มีไฟแสงสว่าง ในบางช่วงไม่มีเส้นจราจรที่สามารถ มองเห็นได้อย่างชัดเจน และการมีต้นไม้ใหญ่บริเวณร่องกลางถนนส่วนใหญ่ทำให้ เกิดอุบัติเหตุรุนแรงและอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นอย่างมาก จึงฝากท่านประธานไปยัง กรมทางหลวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวมีดังนี้ ๑. ทำป้าย เตือนลดความเร็ว ๒. ติดตั้งไฟกระพริบในถนนที่จุดเสี่ยง ๓. ติดตั้งราวกันขอบถนน และทำการตัดต้นไม้ใหญ่บริเวณร่องกลางถนน ที่สำคัญต้องเร่งรีบดำเนินการแก้ไขให้เสร็จสิ้น ก่อนเทศกาลสงกรานต์ เพราะมีพี่น้องจะต้องใช้เส้นทางดังกล่าวเป็นจำนวนมากครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านต่อไปท่านศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี เขต ๔ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ๓ เรื่องครับ
เรื่องแรกได้รับแจ้งจากนายธีระพงศ์ กันสุด นายกเทศมนตรีตำบลสมเด็จเจริญ อำเภอหนองปรือ จังหวัดกาญจนบุรี ว่าถนนสายบ้านป่าคู้บนไปยังบ้านห้วยแม่ระวาง หมู่ที่ ๓ ตำบลสมเด็จเจริญ อำเภอหนองปรือ จังหวัดกาญจนบุรี ประชาชนใช้สัญจรไปมาเพื่อ ส่งสินค้าเกษตร แต่วันนี้ถนนยังเป็นถนนลูกรัง หน้าฝนก็ชำรุดครับ พอเวลาหน้าแล้งมีฝุ่น ก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปก่อสร้างเป็นถนนคอนกรีตหรือถนนลาดยางเพื่อให้ประชาชน ได้สัญจรโดยสะดวกครับ
เรื่องที่ ๒ ได้รับแจ้งจากนางสาวณิรดา ลี้ลหรัตนกุล นายกเทศมนตรี ตำบลหนองปลาไหล อำเภอหนองปรือ จังหวัดกาญจนบุรีครับว่าถนนสายบ้านหนองไผ่ล้อม ไปยังบ้านหนองแกประชาสรรค์ หมู่ที่ ๗ ตำบลหนองปลาไหล อำเภอหนองปรือ จังหวัด กาญจนบุรีว่าเป็นถนนลูกรังอยู่ครับ ประชาชนใช้สัญจรไปมา อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าไปดำเนินการแก้ไขให้เป็นถนนคอนกรีตหรือถนนลาดยางครับ
เรื่องที่ ๓ ได้รับแจ้งจากนายสมควร ดิษเทศ นายกเทศมนตรีตำบลหนองฝ้าย อำเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรีว่าถนนสายบ้านนางงาม ตำบลหนองฝ้าย อำเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี เวลาค่ำคืนไม่มีไฟส่องสว่างอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปติดไฟ ส่องสว่างเพื่อให้ประชาชนใช้ได้สะดวกในเวลาค่ำคืน ขอบคุณท่านประธานครับ
๓ ท่านถัดไปจะเป็นท่านคำพอง เทพาคำ ต่อด้วยท่านพูนศักดิ์ จันทร์จำปี และต่อด้วย ท่านนรินทร์ คลังผา เชิญท่านคำพอง เทพาคำ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม คำพอง เทพาคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน สัดส่วน ภาคอีสานครับ ท่านประธานครับ ผมขอให้มีการเร่งรัดการจัดทำบัตรประชาชนของ พี่น้องราษฎรที่อำเภอโพธิ์ไทร อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี ประมาณ ๒๐ ราย ซึ่งตอนนี้ก็มีการรวบรวมพยานหลักฐานตลอดจนตรวจดีเอ็นเอให้เรียบร้อยแล้วก็มีองค์กร พัฒนาเอกชนเข้าไปช่วยดำเนินการ และทีนี้ปรากฏว่าพอยื่นไปก็ยังไม่มีการอนุมัติให้มี การถ่ายทำบัตรประจำตัวประชาชน ปัญหาก็คือว่ามันจะมีกลุ่มมิจฉาชีพนะครับท่านประธาน ไปเรียกรับเงินจากพี่น้องที่ยิ่งทุกข์ยากลำบากอยู่แล้วก็เป็นช่องว่าง ดังนั้นผมจึงฝากท่านประธาน ไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้เร่งรัดในการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชน ให้กับพี่น้องทั้ง ๒๐ ราย ที่อำเภอโพธิ์ไทรและเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานีด้วยนะครับ
ท่านประธานครับ ขอให้มีการแก้ไขปัญหาระหว่างวัดท่าข้องเหล็ก อำเภอ วารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานีกับวัดสุปัฏนารามวรวิหาร ซึ่งอยู่คนละฟากฝั่งแม่น้ำมูล แต่ปรากฏว่าวัดนี้ก็ตั้งมาตั้งแต่ปี ๒๔๙๕ พอปี ๒๕๒๘ ก็มีการออกโฉนดของวัดสุปัฏนาราม วรวิหาร แต่ปรากฏว่าไปครอบคลุมพื้นที่ของวัดท่าข้องเหล็กทำให้ตอนนี้ก็ยังมีปัญหาคาราคาซัง กันอยู่นะครับ
เรื่องสุดท้ายครับ ขอให้มีการแก้ไขปัญหาน้ำประปาขุ่นที่ตำบลกุดหมากไฟ อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี ซึ่งทั้งแหล่งน้ำก็ไม่มีคุณภาพ อันนี้หลายพรรคการเมือง ทั้งพรรคประชาชนและหลายพรรคหาเสียง นายก อบจ. บอกว่าน้ำสะอาดน้ำประปาดื่มได้ ก็ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หรือ อบจ. ที่จะดำเนินการในโอกาสต่อไปนี้ ได้แก้ไขปัญหาให้พี่น้องสามารถมีน้ำประปาดื่มได้ทั่วประเทศ ขอบคุณครับท่านประธาน
ขอบคุณมากครับ ต่อไปท่านพูนศักดิ์ จันทร์จำปี เชิญครับ
สวัสดีครับ เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรนะครับ ผม พูนศักดิ์ จันทร์จำปี สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขอสไลด์ ด้วยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ในวันนี้ผมมีประเด็นที่จะมา ปรึกษาหารืออยู่ ๒ ประเด็นด้วยกันนะครับ
ประเด็นแรก ก็คือเรื่องของการรักษาความปลอดภัยในรัฐสภาของเราเอง วันนี้สด ๆ ร้อน ๆ เลยนะครับ ผมเข้ามา ๗ โมงครึ่งไม่พบเจ้าหน้าที่ที่จะคอยในการตรวจสอบ อาวุธ หรือแม้กระทั่งมีคนเดินตามหลังผมมาท่านหนึ่งสะพายกระเป๋าเข้ามา แต่ก็ไม่ได้ทำการ สแกนใด ๆ ผมไม่อยากคิดเลยว่าถ้าหากท่านซุกซ่อนปืนเข้ามาในกระเป๋าคงเดินเล่นในรัฐสภา ของเรานี้ได้อย่างสบาย หลาย ๆ ท่านคงจำเหตุการณ์ได้นะครับ การไล่ยิ่งนักเรียน ในสหรัฐอเมริกา การไล่ยิงประชาชนในเขตพื้นที่อะไรต่าง ๆ ผมไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์นี้ ในรัฐสภาไทยของเรานะครับ ซึ่งถ้าเกิดขึ้นมันคงเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลกแน่นอน ผมอยากให้ ท่านประธานช่วยเข้มงวดตำรวจรัฐสภาให้มากขึ้น และที่สำคัญคืออาจจะต้องจ้างผู้เชี่ยวชาญ มาหาจุดบกพร่องของการรักษาความปลอดภัยของรัฐสภาของเรานะครับ
ประเด็นที่ ๒ ในขณะที่ทั่วโลกกำลังลดแล้วก็เร่งรัดในการไม่ให้มีการใช้ขยะ มากขึ้นโดยเฉพาะตัวขยะพลาสติก ซึ่งในอนาคตนี้อาจจะมีการออกระเบียบโลกในการตั้ง กำแพงภาษีในประเทศที่ก่อให้เกิดขยะพลาสติกโดยไม่ได้ดำเนินการจัดการใด ๆ รวมถึง การเกิดเศษอาหารที่เกิดขึ้นด้วยนะครับ ตอนนี้กลับพบว่ารัฐสภาของเราเป็นสถานที่ ที่ก่อให้เกิดขยะเหล่านี้เป็นจำนวนมาก ในปัจจุบันเรายังไม่มีกฎหมายในเรื่องการจัดการขยะ และการบริหารทรัพยากรอย่างจริงจัง เพราะท่านนายกก็ยังดองกฎหมายนี้ของ พรรคประชาชนไปมากกว่า ๑ ปีแล้ว ผมคิดว่า สส. และ สว. ควรเป็นผู้นำในการลดและ การงดการเกิดขยะพลาสติกแล้วก็เศษอาหารในรัฐสภาของเรากันนะครับ เคยปรึกษา ท่านประธานรัฐสภาไปแล้วท่านก็เห็นด้วยในหลักการนะครับ แต่ความล่าช้านั้นอาจจะเกิดขึ้น จากการเกรงใจท่านผู้ทรงเกียรติคือ สส. และ สว. ทั้งหลาย ผมขอเสนอด้วยการว่าเรา อาจจะงดการแจกขวดน้ำพลาสติกในห้องอาหารของ สส. และ สว. และไปพกกระป๋องน้ำ แทนนะครับ ก่อนที่จะขยายไปครอบคลุมทุกพื้นที่ในสภา แต่ในการดำเนินการดังกล่าว ผมต้องของบประมาณท่านในการจัดเตรียมเครื่องทำน้ำเย็นในห้องอาหารของ สส. และ สว. ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ
ต่อไปครับ ท่านนรินทร์ คลังผา เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายนรินทร์ คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี เขต ๔ พรรคภูมิใจไทย กระผม นำข้อร้องเรียนปัญหาความเดือดร้อนของราษฎรจำนวน ๒ เรื่อง
๑. ถนนทางหลวง ลบ. ๒๐๕ ได้มีการซ่อมแซมส่วนที่ชำรุดให้ใช้การได้ดี ในบางช่วง แต่ยังมีอีกหลายช่วงยังไม่ได้รับการซ่อมแซม ช่วงกิโลเมตรที่ ๒๐ ถึงกิโลเมตรที่ ๒๒ ตามรูปภาพนะครับ ช่วงกิโลเมตรที่ ๒๗-๒๙ ถนนชำรุดเสียหายมากสัญจรลำบาก ไฟส่องสว่างในช่วงเวลากลางคืนตั้งแต่กิโลเมตรที่ ๒๐-๒๒ จากเทศบาลตำบลโคกสำโรง ผ่านหน้าโรงเรียน หน้าโรงพยาบาลถึงหน้าทางเข้าตำบลคลองเกตุ และช่วงกิโลเมตรที่ ๓๑-๓๔ เป็นแหล่งชุมชน และวิทยาลัยเทคนิคโคกสำโรงหลอดไฟฟ้าชำรุด แล้วที่มีหลอดไฟฟ้ามีความ สว่างไม่เพียงพอเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุของผู้ใช้รถใช้ถนน กระผมขอความอนุเคราะห์ จากท่านอธิบดีกรมทางหลวง และแขวงการทางลพบุรีที่ ๑ ช่วยจัดสรรงบประมาณในการ ซ่อมแซมถนนและไฟฟ้าส่องสว่าง เพื่อความปลอดภัยของผู้สัญจรไปมาบนถนนเส้นนี้
๒. โครงการซ่อมแซมถนนและขยายไหล่ทาง พร้อมติดตั้งไฟส่องสว่างบริเวณ ทางหลวง ลบ. ๒๓๔๐ ช่วงกิโลเมตรที่ ๓๔-๓๕ หมู่ที่ ๖ บ้านใหม่ศรีอุบล ตำบลโคกแสมสาร อำเภอโคกเจริญ โดยเส้นทางนี้ตัดผ่านหมู่บ้านซึ่งเป็นทางสัญจรไปโรงพยาบาล อำเภอ เวลาค่ำคืนไฟส่องสว่างจะไม่เพียงพอ ถนนมีขนาดเล็ก ไหล่ทางแคบ ทำให้การสัญจรเข้าออก บริเวณจุดนี้ของผู้ใช้ถนนเกิดอันตรายอยู่บ่อยครั้ง จึงขอความอนุเคราะห์จากท่านอธิบดี กรมทางหลวงได้สั่งการให้แขวงการทางลพบุรีที่ ๒ ดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับผู้ใช้เส้นทาง สัญจรเพื่อลดอุบัติเหตุต่อไป ขอขอบคุณครับท่านประธาน
ขอบคุณมากครับ ๓ ท่านต่อไปนะครับ ท่านศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ ต่อด้วยท่านธนพัฒน์ ศรีชนะ และต่อด้วยท่านสมดุลย์ อุตเจริญ เชิญท่านศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาชน อำเภอนครไทย อำเภอชาติตระการ อำเภอวัดโบสถ์ ขอนำปัญหาของพ่อแม่พี่น้องชาวพิษณุโลกเข้าหารือกับ ท่านประธานดังนี้ครับ
เรื่องที่ ๑ เรื่องถนนทางเข้าบ้านห้วยเซิม หมู่ ๒๕ ตำบลหนองกะท้าวอำเภอ นครไทย ทางหลวงชนบทเส้น พล. ๔๐๔๐ แยกจากทางหลวง ๒๐๑๓ กิโลเมตร ๑๓+๔๐๐ ปลายทางถึงบ้านน้ำลัด ระยะทางทั้งหมด ๕๑ กิโลเมตร เป็นทางลูกรัง ๒๓ กิโลเมตร แล้วก็ เป็นลาดยาง ๒๗ กิโลเมตร จากหมู่บ้านหลังเขาเข้ามาถึงหมู่บ้านห้วยเซิมระยะทาง ๕ กิโลเมตรเป็นลาดยางแล้ว ๑ กิโลเมตร มีบางช่วงประมาณ ๒ กิโลเมตรที่เป็นทางลูกรัง สัญจรไปมาลำบาก และอีก ๑ เส้นในตำบลหนองกะท้าวจากบ้านห้วยเซิมไปถึงบ้านนาหนอง เส้น พล. ๔๐๔๐ ระยะทาง ๙ กิโลเมตร เป็นลูกรังทั้งหมดนะครับ ซึ่งทางหลวงชนบทได้หยุด การก่อสร้างตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่ได้มีการก่อสร้างต่อเป็นระยะเวลา ๑๐ ปี แล้วนะครับ ก็ฝากทางหลวงชนบทและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๒ เรื่องไฟส่องสว่างบ้านวัดนาหล่ม ไฟส่องสว่างถนนทางหลวง หมายเลข ๑๑๔๓ บ้านนาตาจูม กิโลเมตรที่ ๔๖+๙๕๐ ช่วงหน้าวัดนาหล่ม หมู่ที่ ๘ ตำบลบ้านดง อำเภอชาติตระการ บริเวณดังกล่าวนี้เป็นโค้งหักศอกไม่มีไฟส่องสว่าง รถหลุดโค้งแล้วก็เกิด อุบัติเหตุบ่อยครั้งนะครับ
เรื่องต่อไปครับ ที่อำเภอวัดโบสถ์ ไฟส่องสว่างของถนนทางหลวงหมายเลข ๑๑ จังหวัดพิษณุโลก - อุตรดิตถ์ กิโลเมตรที่ ๒๕๑ เป็นจุดกลับรถ เป็นจุด U-Turn บ้านคลองช้างใหม่ หมู่ที่ ๑๐ ตำบลวัดโบสถ์ ไฟส่องสว่างถนนดับจำนวน ๖ ต้น แล้วก็เสาไฟหายไปอีก ๑ ต้น ก็ทำให้จุดกลับรถตรงนั้นเป็นจุดที่มืดมาก ๆ เวลากลับรถ U-Turn ก็จะเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งครับ
เรื่องสุดท้ายครับ สถานการณ์มันสำปะหลังตอนนี้ราคายังไม่ดีขึ้นเลยครับ เกษตรกรบ่นมาก ตอนนี้ขาดทุนหนักมาก ฝากกระทรวงเกษตรด้วยนะครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไปท่านธนพัฒน์ ศรีชนะ เชิญครับ
ธนพัฒน์ ศรีชนะ กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายธนพัฒน์ ศรีชนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร เขต ๓ พรรคภูมิใจไทย กระผมขอหารือกับท่านประธานเกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนของ พ่อแม่พี่น้อง จังหวัดยโสธร มีอยู่ ๓ เรื่องดังนี้นะครับ ๑. ขอพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว อ่างเก็บน้ำกกกุง ตำบลหนองแหน อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร สร้างขึ้นโดยรัฐบาลสร้างให้ ราษฎร เมื่อวันที่ ๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๓๖ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในเขตพื้นที่ดูแลของ อบต. หนองแหน ความจุ ๑,๒๒๖ ลูกบาศก์เมตร มีพื้นที่ ๑๙๔ ไร่ อดีตเคยเป็น แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ แต่ปัจจุบันไม่ได้รับการดูแลทรุดโทรม กระผมจึงอยากฝาก ท่านประธานไปยังกระทรวงมหาดไทยให้เร่งผลักดันงบประมาณและเร่งดำเนินการเข้ามา ปรับปรุงแก้ไขถนนทางเข้าและส่งเสริมพัฒนาสถานที่แห่งนี้ให้กลับมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยว อีกครั้งหนึ่งครับ
๒. ของบทำถนนคอนกรีตบ้านหนองหมีไปยังบ้านหนองแคนน้อย ตั้งอยู่ ตำบลหนองหมี อำเภอกุดชุม มีระยะทาง ๑.๕ กิโลเมตร ปัญหาที่พบคือเป็นถนนดินแดง เป็นหลุมเป็นบ่อ หน้าฝนมีน้ำท่วมขังเป็นถนนที่รถบรรทุกไม้วิ่งผ่านเป็นประจำ รถเล็ก เกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง จึงอยากฝากท่านประธานไปยัง อบจ. จังหวัดยโสธร ให้เร่งผลักดัน งบประมาณทำถนนคอนกรีตด้วยนะครับ
๓. ของบทำถนนคอนกรีตบ้านโนนประทาย ตำบลหนองแหน ไปบ้านทรัพย์เจริญ ตำบลศรีแก้ว ระยะทาง ๒ กิโลเมตร บริเวณพื้นที่พบปัญหาคือถนนเดิมชำรุดมีลักษณะ ขรุขระและทรุดตัวเกิดจากการที่รถบรรทุกวิ่งผ่านเป็นประจำ กระผมจึงอยากฝาก ท่านประธานไปยัง อบจ. จังหวัดยโสธร ปรับปรุงซ่อมแซมทำถนนคอนกรีตเพื่อให้ชาวบ้าน จะได้เดินทางสะดวกนะครับ สุดท้ายนี้ผมก็ขอขอบคุณทุกท่านที่ส่งเรื่องเข้ามา ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไปท่านสมดุลย์ อุตเจริญ เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สมดุลย์ อุตเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่ เขต ๗ อำเภอฝาง แม่อาย ไชยปราการ พรรคประชาชน ผมมี ๒ เรื่องที่จะหารือท่านประธานครับ
๑. โครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อส่งเสริมการเกษตรนาแปลงใหญ่ที่สร้างโดยกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม งบประมาณปี ๒๕๖๔ ตั้งอยู่บริเวณบ้านสันป่าค่า หมู่ที่ ๙ ตำบลแม่สาว อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ มีการก่อสร้าง ๓ จุด ซึ่งมีการขุดเจาะ อยู่ ๔ บ่อ ด้วยปริมาณน้ำ ๘ ลูกบาศก์เมตร ๑ บ่อ ๑๐ ลูกบาศก์เมตร ๒ บ่อ และ ๑๕ ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมงอีก ๑ บ่อ ตั้งแต่การก่อสร้างแล้วเสร็จยังไม่สามารถใช้ประโยชน์ กับโครงการนี้ได้เลยครับ ประชาชนได้แจ้งไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบก็ยังไม่ได้รับการ ปรับปรุงแก้ไขปล่อยให้อุปกรณ์ต่าง ๆ ทรุดโทรมไปตามกาลเวลา จึงอยากให้กรมทรัพยากร น้ำบาดาลเข้าไปแก้ไขดูแลด้วยครับ
๒. ขอความอนุเคราะห์ซ่อมแซมระบบท่อส่งน้ำอ่างเก็บน้ำแม่สูนหลวง หมู่ที่ ๓ ตำบลแม่สูน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อปี ๒๕๖๐ เกิดอุทกภัยดินโคลนถล่ม ทำให้ ระบบท่อส่งน้ำเกิดการอุดตันไม่สามารถใช้งานได้ ทำให้ประชาชนในพื้นที่ไม่มีน้ำสำหรับใช้ การเกษตร รวมถึงอุปโภคและบริโภคด้วย จึงใคร่ขอความอนุเคราะห์ไปยังสำนักงาน ชลประทานเชียงใหม่ที่ ๑ เข้าไปแก้ไขฟื้นฟูระบบท่อส่งน้ำแห่งนี้ให้กลับมาใช้งานได้อย่าง ปกติตามเอกสารที่ผมจะส่งให้แนบท้ายนี้ ขอบคุณครับท่านประธาน
ขอบคุณมากครับ ต่อไป ๓ ท่าน ท่านภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ ต่อด้วยท่านศักดินัย นุ่มหนู และต่อด้วยท่านวุฒิพงศ์ ทองเหลา เชิญท่านภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดนครพนม เขต ๑ กระผมขอหารือเรื่อง ขาดแคลนน้ำ น้ำอุปโภคบริโภค น้ำขุ่นแดง น้ำไม่ไหล เพราะใช้น้ำผิวดินเป็นหนองน้ำ เพื่อให้ กรมทรัพยากรน้ำบาดาลไปขุดเจาะบาดาลให้กับพี่น้องประชาชน และต้องขอขอบพระคุณ ท่านประธานสภา ท่านรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ตามที่กระผมได้หารือเรื่องน้ำในสภาผู้แทนราษฎรได้มีหน่วยงานสำนักงานทรัพยากร น้ำบาดาล เขต ๑๐ จังหวัดอุดรธานี ได้ประสานงานผมมาแล้วก็ได้ไปขุดเจาะน้ำบาดาล ให้บ้านนาพระ บ้านโนนห้วยแคน ตำบลนาหว้า อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม เรียบร้อยแล้ว พี่น้องประชาชนขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง และหมู่บ้านที่ยังขาดแคลนน้ำประปาและน้ำดื่ม ซึ่งมีอยู่หลายหมู่บ้านและผมจะส่งรายละเอียดให้กับท่านประธานอีกครั้งหนึ่ง เช่น ที่อำเภอ นาหว้า จังหวัดนครพนม มีตำบลนาหว้า ตำบลท่าเรือ ตำบลนางัว ตำบลเหล่าพัฒนา ตำบล นาคูณใหญ่ ตำบลบ้านเสียว รวม ๖ ตำบล ที่อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม มีตำบล บ้านเอื้อง ตำบลท่าบ่อสงคราม ตำบลบ้านข่า ตำบลนาคำ ตำบลโพนสว่าง ตำบลหาดแพง ตำบลสามผง รวม ๗ ตำบล ที่อำเภอนาทม มีตำบลนาทม ตำบลหนองซน ตำบลดอนเตย และที่อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม มีตำบลโพนทอง ตำบลนางัว ตำบลนาเข ตำบล หนองแวง และตำบลไผ่ล้อม รวม ๕ ตำบล และทางเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากรน้ำบาดาล เขต ๑๐ ได้นัดกระผมจะลงพื้นที่ในวันศุกร์ที่จะถึงนี้เพื่อไปพบผู้นำ พบพี่น้องประชาชน ได้ขุดเจาะน้ำบาดาลและมีโรงผลิตน้ำดื่ม RO ให้แต่ละหมู่บ้าน ซึ่งเป็นนโยบายของท่าน นายกรัฐมนตรีนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ต้องมีน้ำกินน้ำใช้ น้ำเพื่อการเกษตรตลอดปี และต้องมีน้ำดื่มที่มีคุณภาพดี กราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านศักดินัย นุ่มหนู เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคประชาชน ผมก็นำเรื่องน้ำ เช่นกันมาหารือต่อท่านประธานครับ เพราะว่ามีความสำคัญในพื้นที่ของจังหวัดตราด ของผมมาก จึงต้องมีการเตรียมความพร้อมในเรื่องของน้ำ ผมจึงขอนำปัญหาเรื่องของ อ่างเก็บน้ำ ๓ แห่งใน ๓ สภาพปัญหามาหารือต่อท่านประธานครับ
เรื่องที่ ๑ อ่างเก็บน้ำคลองสะพานหินที่ตำบลแหลมกลัด อำเภอเมือง ท่านประธานครับ คืออ่างเก็บน้ำคลองสะพานหินนี้สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ก็มีปัญหา ในเรื่องของระบบท่อส่งน้ำที่มีการแตกมีรูรั่ว ไม่สามารถที่จะไปถึงหมู่บ้านชุมชนที่ต้องการใช้น้ำ ก็แตกหลายจุดเลยทีเดียวครับ ก็อยากให้หน่วยงานชลประทานเร่งซ่อมปรับปรุงเพื่อให้ทัน ในฤดูแล้งที่จะถึงข้างหน้านี้ด้วย สำหรับอ่างเก็บน้ำคลองสะพานหินครับ
เรื่องที่ ๒ คืออ่างเก็บน้ำคลองพร้าวครับท่านประธาน อยู่ที่อำเภอเกาะช้าง โครงการนี้ได้รับการจัดสรรงบประมาณแล้ว ๔๔๔ ล้านบาท แล้วก็ดำเนินการก่อสร้างไปแล้ว บางส่วน ทำ ๆ หยุด ๆ นะครับ ที่ทำหยุดไม่สามารถทำต่อเนื่องได้ก็เนื่องจากว่าติดในเรื่อง ของการขอใช้พื้นที่ของกรมอุทยาน จึงทำให้โครงการนี้มีความล่าช้า ก็อยากให้จะต้องมีการ ใช้มติของ ครม. ในการยกเลิกพื้นที่อุทยานครับท่านประธาน ถึงจะได้ดำเนินการก่อสร้าง อย่างต่อเนื่องได้ จึงขอให้กรมอุทยานเร่งดำเนินเรื่องที่จะนำเข้า ครม. โดยไว เพื่อชาวเกาะช้าง นั้นได้มีน้ำใช้สำหรับการอุปโภคบริโภคครับ
เรื่องที่ ๓ คืออ่างเก็บน้ำห้วยสะตอที่อำเภอเขาสมิง อ่างนี้พูดกันมาทุกปีครับว่า จะทำปีนั้นปีนี้มา ๒๕ ปีแล้วครับท่านประธาน มีงบในการศึกษาผลกระทบอะไรไปก็ ๒ รอบแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้มีการก่อสร้างสักทีหนึ่ง แล้วก็เป็นพื้นที่ที่มีน้ำท่วมน้ำแล้งมาโดยตลอดนะครับ ก็ติดขัดในเรื่องของการที่จะจัดสรรงบประมาณลงไป เรื่องของการส่งมอบพื้นที่ของกรมป่าไม้ จึงอยากให้ทางกรมป่าไม้กับกรมชลประทานได้เร่งดำเนินการส่งมอบพื้นที่อย่างจริงจัง ให้ชาวบ้านที่ตำบลสะตอ อำเภอเขาสมิงนี้ได้มีน้ำใช้เพื่อการเกษตรครับ ขอขอบคุณครับ ท่านประธาน
ขอบคุณมากครับ ต่อไปท่านวุฒิพงศ์ ทองเหลา เชิญครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วุฒิพงศ์ ทองเหลา สมาชิกผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี พรรคชาติพัฒนา วันนี้กระผม มีเรื่องหารือความเดือดร้อนต่อท่านประธาน ๒ เรื่องด้วยกัน ดังนี้
ปัญหาที่ ๑ ปัญหาถนนเส้นบ้านแกล้ง บริเวณแยกครัวสำเนียง ก่อนถึง วัดบ้านแกล้ง หมู่ที่ ๔ ตำบลสำพันตา อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี ถนนเส้นนี้ระยะทางยาว ไม่เกิน ๑ กิโลเมตร แต่เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงบ่อยครั้งครับ ซึ่งในช่วงปีที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตแล้ว ๒ ราย ด้วยถนนเส้นนี้ค่อนข้างแคบ ประกอบกับไม่มีไฟถนนในเวลากลางคืน เบื้องต้น ถนนเส้นนี้ใช้สัญจรหลักร่วมกันถึง ๓ หมู่บ้านครับ ประกอบด้วยหมู่ที่ ๓ หมู่ที่ ๔ และหมู่ที่ ๘ อยู่ภายใต้การดูแลของ อบต. สำพันตา แต่ที่ผ่านมาครับท่านประธาน งบประมาณ อบต. มีเพียงน้อยนิดครับ การแก้ปัญหาเส้นจึงเกินกว่าศักยภาพของ อบต. สำพันตา กระผม จึงอยากฝากท่านประธานถึงหน่วยงานกรมทางหลวงชนบทปราจีนบุรีเร่งรัดเข้ามา ผลักดันแผนเพื่อขยายถนนและติดตั้งไฟส่องสว่างบนถนนเส้นดังกล่าวด้วย
ปัญหาที่ ๒ ปัญหาชาวนาในพื้นที่ปราจีนบุรีราคาข้าวตกต่ำครับ โดยผมได้รับ ร้องเรียนจากชาวนาในอำเภอประจันตคามและอำเภอนาดี ซึ่งส่วนใหญ่เพาะปลูกข้าวนาปี ช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมาถึงปัจจุบันประมาณ ๒ เดือน ผมขออนุญาตยกตัวอย่าง ราคาข้าวพลายงาม อำเภอประจันตคาม ก่อนปีใหม่ข้าวขายได้เกวียนละ ๙,๕๐๐ บาท ชาวนาพอยิ้มออกครับ แต่ปัจจุบันหลังปีใหม่ผ่านมาไม่ถึง ๑ เดือนราคาข้าวตกลงไปมากครับ ท่านประธาน ขายได้เฉลี่ยเกวียนละ ๗,๕๐๐ บาท ทั้งที่เป็นข้าวเมล็ดสวย ไม่ได้เป็นข้าวแดง ข้าวดีด หรือข้าวเด้ง ชาวนาในจังหวัดปราจีนบุรีจึงฝากถามผมมาเรื่องกลไกในการรับซื้อ ข้าวเปลือกจากชาวนาในพื้นที่จังหวัด เพราะว่าอะไรที่ทำให้ราคาข้าวเปลี่ยนแปลงในช่วง ข้ามปี ราคาข้าวชนิดเดียวกัน ๑ เกวียนหายไปตั้ง ๒,๐๐๐ บาทครับท่านประธาน ผมจึงต้อง ฝากถามผ่านท่านประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ดูแลกำกับราคาข้าวให้ช่วยเข้าไปดูแล ชาวนาในจังหวัดปราจีนบุรีและจังหวัดต่าง ๆ ที่มีการเพาะปลูกข้าวด้วยครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณมากครับ ๓ ท่านถัดไปเป็นท่านกรวีร์ สาราคำ ต่อด้วยท่านสาเหะมูหามัด อัลอิดรุส ต่อด้วยท่านพชร จันทรรวงทอง เชิญท่านกรวีร์ สาราคำ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายกรวีร์ สาราคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๕ จังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมมีเรื่องหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
๑. กระผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากดอกเตอร์สุทัศน์ บุญสิทธิ์ นายกเทศบาล ตำบลคอนสาย และสมาชิกสภาเทศบาลตำบลคอนสาย อำเภอกู่แก้ว จังหวัดอุดรธานี เรื่องขอไฟฟ้าส่องสว่างถนนทางหลวงหมายเลข ๒๓๕๐ ช่วงหน้าเทศบาลตำบลคอนสาย ไม่มีไฟฟ้าส่องสว่าง พี่น้องประชาชนในพื้นที่สัญจรไปมาในเวลากลางคืนได้รับอุบัติเหตุ บ่อยครั้งเพราะไม่มีไฟฟ้าส่องสว่าง ผมจึงอยากฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเร่งแก้ไข ปัญหาเหล่านี้ให้ด้วยครับ และผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายมานิตร เชิงดี นายกองค์การ บริหารส่วนตำบลค้อใหญ่ เกี่ยวกับถนนทางหลวงหมายเลข ๒๓๕๐ ช่วงระหว่างบ้านไพจาน ไปบ้านค้อน้อย ถนนชำรุดทรุดโทรม พี่น้องประชาชนสัญจรไปมาลำบาก ทำให้เกิดอุบัติเหตุ บ่อยครั้ง จึงอยากฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเร่งแก้ไขปัญหา ให้ด้วยครับ
๒. กระผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับเส้นทาง บ้านหนองเม็กไปบ้านยางเป็นเส้นทางลัดเชื่อมระหว่างอำเภอหนองหานไปยังอำเภอไชยวาน มีผิวทางขรุขระและเป็นหลุมเป็นบ่อทำให้สัญจรไปมาเกิดความลำบากแก่พี่น้องประชาชน ในพื้นที่ ผมจึงอยากฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยแก้ไขปัญหา ให้ด้วยครับ
๓. กระผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายอุบล พิแสง กำนันตำบลหนองเม็ก และผู้นำชุมชนในพื้นที่เรื่องถนนทางหลวงชนบทหมายเลข อด. ๒๐๑๕ เส้นบ้านหนองเม็ก ไปตำบลหนองหลักเชื่อมไปยังอำเภอศรีธาตุ เส้นทางนี้พี่น้องประชาชนใช้สัญจรไปมาทำให้ เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เนื่องจากถนนเส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่แคบ และไม่มีไฟฟ้าส่องสว่าง ผมจึงอยากฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเร่งแก้ไขปัญหาให้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
ต่อไปครับ ท่านสาเหะมูหามัด เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสาเหะมูหามัด อัลอิดรุส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๕ จังหวัดปัตตานี อำเภอมายอ และอำเภอยะหริ่ง ซึ่งได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักปลายเดือนพฤศจิกายน ที่ผ่านมา จึงเกิดน้ำท่วมขนาดใหญ่ทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยเฉพาะที่อยู่อาศัย เศรษฐกิจ และการเกษตร ดังนั้นก่อนอื่นผมขอขอบพระคุณหน่วยงานรัฐและเอกชน รวมถึงจิตอาสาที่มีส่วนร่วมในการ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยในครั้งนี้ด้วยครับ วันนี้ผมขอหารือท่านประธานดังนี้ เรื่องที่อยู่อาศัย บ้านเรือนเสียหายมากกว่า ๑๐,๐๐๐ กว่าหลัง ทั้งอำเภอมายอและอำเภอยะหริ่งเสียหายมาก บางบ้านต้องรื้อถอนและสร้างใหม่ ผมขอหารือท่านประธานจัดสรรงบประมาณเร่งด่วน เพื่อช่วยเหลือซ่อมแซมบ้านเรือนที่อยู่อาศัยที่เสียหาย และจัดเงินกู้ปราศจากดอกเบี้ยสำหรับ การสร้างบ้านใหม่ผู้ได้รับผลกระทบครับ
เรื่องที่ ๒ เรื่องเศรษฐกิจครับท่านประธาน อาชีพ ตลาด และร้านค้าท้องถิ่น ถูกน้ำท่วม สินค้าและทรัพย์สินเสียหายจำนวนมาก ผมขอเสนอมอบเงินช่วยเหลือและ ให้สินเชื่อปราศจากดอกเบี้ยเพื่อซ่อมแซมร้านค้าและสินค้า ทำให้ตลาดชุมชนฟื้นตัวเร็วขึ้น และจัดโครงการฝึกอาชีพใหม่ให้ประชาชนด้วยครับ
เรื่องที่ ๓ การเกษตรและสัตว์น้ำ พื้นที่เกษตรกรรมถูกน้ำท่วมเสียหาย รวมถึง บ่อเลี้ยงกุ้ง เลี้ยงปลาก็เสียหายจำนวนมาก ผมขอเสนอมอบเมล็ดพันธุ์พืช ปุ๋ย ให้แก่เกษตรกร และพันธุ์ปลาช่วยเหลือชาวประมงพร้อมช่วยเหลือผู้เลี้ยงปลา ฟื้นฟูเพื่อเกษตรกรและ ปรับปรุงระบบชลประทานป้องกันน้ำท่วมซ้ำซาก รวมถึงฟื้นฟูสัตว์น้ำด้วยครับ กรมประมง พื้นบ้าน เรือ และอุปกรณ์เสียหาย ชาวประมงไม่สามารถออกเรือได้ มอบอุปกรณ์ประมงใหม่ และสร้างตลาดชุมชนเพื่อช่วยเหลือชาวประมงฟื้นฟูรายได้ครับ
ดังนั้นผมขอพัฒนาระบบป้องกันภัยน้ำท่วมและอบรมประชาชน สร้างคันกั้นน้ำ และระบบระบายน้ำในพื้นที่เสี่ยงครับ ดังนั้นผมขอขอบพระคุณรัฐบาลที่ให้เงินเยียวยา แก่ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ด้วยครับ ขอขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไปท่านพชร จันทรรวงทอง ท่านออกไปเข้าห้องน้ำนะครับ เดี๋ยวผมย้อน มาใหม่ไม่เป็นไรครับ ๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านกิตติภณ ปานพรหมมาศ ต่อด้วยท่านวีรวุธ รักเที่ยง ต่อด้วยท่านบัญชา เดชเจริญศิริกุล เชิญท่านกิตติภณ ปานพรหมมาศ ครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม กิตติภณ ปานพรหมมาศ ผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม เขต ๔ พรรคประชาชนครับ วันนี้ก็มีเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องชาวจังหวัดนครปฐมมาเรียนท่านประธานไปยัง หน่วยงาน ดังนี้
เรื่องที่ ๑ ปัญหาที่ดินทำกินของเกษตรกรในอำเภอบางเลน มีเกษตรกร มาร้องเรียนกับผมว่าไม่มีที่ดินทำกินมากกว่า ๓๐ ราย จึงต้องเช่าที่ดินทำกินทำให้ต้นทุน สูงขึ้นจึงเรียนท่านประธานไปยังเลขาธิการ ส.ป.ก. ว่าท่านมีนโยบายในการจัดสรรที่ดิน ส.ป.ก. ๔-๐๑ เพื่อพี่น้องชาวนครปฐมอย่างไรบ้างเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องนี้นะครับ
เรื่องที่ ๒ เรื่องไฟถนน ๓๔๖ ก่อนอื่นต้องขอบคุณทางแขวงทางหลวง นครปฐมที่ได้แก้ไขปัญหาบางส่วนที่ผมได้หารือไปในการติดตั้งไฟให้เรียบร้อยนะครับ แต่ก็ยัง มีอีกหลาย ๆ ช่วงที่ยังดับสนิทอยู่ จึงเรียนท่านประธานไปยังหน่วยงานแขวงทางหลวง นครปฐมให้รีบแก้ไขปัญหาให้เสร็จสิ้นเรียบร้อยนะครับ
เรื่องที่ ๓ อันตรายจากจุดกลับถนนทางหลวง ๓๗๕ เป็นแยกทุ่งพิชัย บริเวณนั้น เป็นช่วงกลับรถที่มีขนาดกว้างกว่าปกติ ทำให้เกิดการสัญจรข้ามไปมาระหว่างถนน ๔ เลน ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ซึ่งเป็นซอยทะลุที่ต้องส่งนักเรียนไปยังโรงเรียนวัดทุ่งพิชัยด้วยนะครับ และเนื่องจากยังไม่มีสี่แยกไฟแดงทำให้เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ จึงเรียนไปยังอธิบดีกรมทางหลวง และแขวงทางหลวงนครปฐมให้เร่งแก้ไขปัญหาติดตั้งไฟจราจรสี่แยก รวมถึงออกแบบให้มี ความปลอดภัยนะครับ
เรื่องที่ ๔ ผิวถนน ๓๗๕ ที่ชำรุดหลายจุด ตั้งแต่บริเวณแยก ๓๒๙๗ ถึงบริเวณ แยก ๓๒๙๖ มีลักษณะเป็นคลื่นแล้วเป็นลอนจนเกิดอันตรายแก่ผู้สัญจรไปมา ระยะทางกว่า ๒.๓ กิโลเมตร ตั้งแต่แยกสามง่ามงามผ่านโรงพยาบาลดอนตูม แล้วก็ไปจบที่บริเวณ แยก ๓๒๙๖ ก็ขาดการบำรุงรักษาเป็นเวลานาน จึงขอให้ทางหลวงนครปฐมรีบแก้ไขปัญหา และดำเนินการซ่อมอย่างเร่งด่วนนะครับ
เรื่องสุดท้าย ขอให้ติดตั้งไฟส่องสว่างบนถนน ๓๒๓๓ เพราะว่าทั้งเส้นมีไฟ ส่องสว่างหมดแล้ว ขาดเพียง ๙๐๐ เมตรเท่านั้น ชาวบ้านที่สัญจรระหว่างตำบลดอนพุทราและ ตำบลสามง่าม ก็ได้รับความไม่สะดวกในการสัญจรไปมาครับ อีก ๙๐๐ เมตรเท่านั้น จึงขอให้ทางหลวง นครปฐมแก้ไขปัญหาดังกล่าว แล้วก็ขอเรียนท่านประธานถึงความเดือดร้อนดังนี้ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไปท่านวีรวุธ รักเที่ยง เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วีรวุธ รักเที่ยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตหนองจอก เขตคลองสามวา จากพรรคประชาชน วันนี้ผมมีเรื่องจะปรึกษาหารือกับท่านประธานถึงปัญหาของพี่น้อง ชาวหนองจอก คลองสามวา ดังนี้
เรื่องที่ ๑ เป็นเรื่องที่ถนนสุวินทวงศ์ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากกลุ่มจิตอาสา ทั้งหลายที่เขาดูแลเรื่องของภัยบนท้องถนน พบว่ายังมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นอยู่เป็นประจำที่ถนน เส้นเดิม สุวินทวงศ์ตั้งแต่มีนบุรีวิ่งไปที่ถนนฉะเชิงเทรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งจุดกลับรถเป็นจุดที่ ไฟส่องสว่างไม่ติด ก็อยากให้กรมทางหลวงที่ดูแลช่วยเร่งซ่อมแซมให้เรียบร้อยนะครับ และอีก ๑ จุดเป็นจุดที่เกิดเหตุประจำ ถนนเชื่อมสัมพันธ์ตรงศูนย์พัฒนาอาชีพของเขตหนองจอก
เรื่องถัดไป เป็นเรื่องถนนคลอง ๑๓ และคลอง ๑๔ เป็นเรื่องไฟฟ้าดับครับ ก็เป็นเส้นทางที่มีไฟฟ้าดับอยู่เป็นประจำ แล้วก็ถนนผดุงพันธ์ตอนนี้พุ่มไม้โตหลังจากที่มี ฝนตกผ่านไปแล้ว ตอนนี้ไฟฟ้าค่อนข้างจะมืดมาก ถนน ๒ ข้างทางไฟฟ้าจะอยู่ไหล่ทาง แล้วก็ค่อนข้างมีระยะห่าง ดังนั้นไฟฟ้าส่องสว่างจะค่อนข้างน้อย ก็อยากให้หน่วยงานที่ เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขครับ ถนนอยู่วิทยาที่หมู่บ้านอมรทรัพย์ เป็นหมู่บ้านที่มีผู้อาศัยมากกว่า ๖,๐๐๐ ถนนผุพังตั้งแต่ปากซอยจนถึงท้ายซอยมีระยะทางทั้งหมด ๙๐๐ เมตร เรื่องนี้ได้ หารือไปในสภาแล้วแต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปแก้ไขด้วยครับ ที่บึงนายพล ประชาร่วมใจซอย ๔๓ พบมีผู้ที่เผาสายไฟจากการลักขโมยอยู่รอบบริเวณ บึงนายพล ก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกำกับดูแลด้วยนะครับ เพราะว่าส่งมลพิษ ให้กับพี่น้องที่อยู่บริเวณโดยรอบ ที่เคหะคลอง ๙ เป็นการดูแลของการเคหะนะครับ ไม่ได้ มาดูแลเรื่องของถนนเส้นหลัก เส้นรองที่มีน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำ ก็ฝากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องช่วยแก้ไขด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
ต่อไปท่านบัญชา เดชเจริญศิริกุล เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม บัญชา เดชเจริญศิริกุล สมาชิกผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม ท่านประธานครับ วันนี้ผมมีเรื่องร้องเรียนมาจากพี่น้องเกษตรกรจากหลายจังหวัด ทั่วประเทศไทยเลยในเรื่องของเกษตรกรที่เพาะปลูกมัน จากในช่วงก่อนปีใหม่ก็มีการ ประท้วงกันหลาย ๆ จังหวัดในเรื่องของราคามันที่ตกต่ำ ผมทราบว่ารัฐบาลก็ได้ทราบถึง ปัญหานี้แล้วครับ แต่ว่าจะไปช้าอยู่ที่ขั้นตอนในการประชุมของคณะกรรมการ นบข. เพื่อ ที่ประชุมผ่านคณะอนุกรรมการ นบข. นี้ แล้วก็เพื่อจะเข้า ครม. เพื่อได้อนุมัติให้ช่วยเหลือ เกษตรกรผู้เพาะปลูกมันได้ทันท่วงที ก็เลยฝากกราบเรียนท่านประธานได้เร่งรัดเรื่องนี้ด้วยครับ และอีกส่วนหนึ่งจากผู้ประกอบการลานมันที่เขาได้ฝากผมมาก็คือเรื่องสิ่งเจือปนที่อยู่ในมัน จากที่เกษตรกรเอามันไปขายยังลานมันแล้วก็โรงแป้งนี่ส่วนใหญ่จะมีดินติดไปต่อ ๑ ตัน ประมาณ ๗๐ ๘๐ กิโลกรัมเลยครับ ถ้าลดจากตรงนี้ลงไปราคามันก็สามารถปรับขึ้นได้อีก ตันหนึ่งประมาณสัก ๑๐๐ ๒๐๐ บาท ก็ฝากท่านประธานประชาสัมพันธ์ไปถึงพี่น้อง เกษตรกรที่ปลูกมันด้วยนะครับ บอกฝากเตือนคนที่ขุดมันนิดหนึ่งเพื่อราคามันที่ยั่งยืน ช่วยทำมันที่สะอาด อย่างน้อยเราก็ยังช่วยเหลือตัวเองได้ก่อนที่รัฐบาลจะให้การช่วยเหลือ อันนี้ก็จะเป็นการสร้างราคาสินค้าเกษตรที่ยั่งยืนได้ครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณมากครับ ๓ ท่านถัดไปนะครับ จะเป็นท่านกาญจนา จังหวะ ต่อด้วยท่านวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ และต่อด้วยท่านสหัสวัต คุ้มคง เชิญท่านกาญจนา จังหวะ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวกาญจนา จังหวะ จังหวัดชัยภูมิ เขต ๔ พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันขอนำเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่อำเภอหนองบัวแดงที่ยังได้รับ ความเดือดร้อนจากการใช้สะพานเส้นทางสัญจรเชื่อมตำบลหนองบัวแดงไปยังตำบลหลวงศิริ เนื่องจากประชาชนในพื้นที่มีความต้องการให้ภาครัฐเข้ามาสนับสนุนในการจัดสร้างสะพาน ที่เป็นมาตรฐานเพื่อจะได้สามารถขนส่งสินค้าทางการเกษตรและยกระดับคุณภาพชีวิตในการ สัญจรให้ดีขึ้นกว่านี้ โดยสภาพสะพานปัจจุบันพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้ร่วมกันออก งบประมาณในการจัดสร้างสะพานไม้ที่ไม่ได้มาตรฐานและมีอายุการใช้งานมาอย่างยาวนาน ทำให้เกิดความเสื่อมสภาพ จึงขอร้องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเล็งเห็นความสำคัญปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ไม่สามารถรออีกต่อไปได้ จึงอยากเรียกร้องให้ภาครัฐ พิจารณาเพื่อเร่งรัดในการจัดลำดับความสำคัญของงบประมาณในการจัดสร้างสะพานขึ้นมา ให้เร็วยิ่งขึ้นด้วยค่ะ และอีกปัญหาเรื่องหนึ่งค่ะท่านประธาน ดิฉันขอฝากทวงถามและติดตาม ความก้าวหน้าเรื่องการจัดตั้งอำเภอใหม่ของ ๓ ตำบลที่ประกอบด้วยตำบลนางแดด ตำบล วังชมภู ตำบลถ้ำวัวแดง ซึ่งดิฉันขอทวงถามความคืบหน้าในการพิจารณาของกระทรวง มหาดไทยว่าได้ดำเนินการถึงขั้นตอนใดแล้ว และขอให้กระทรวงมหาดไทยทำการชี้แจงไปยัง พี่น้องประชาชนเพื่อให้เกิดความเข้าใจร่วมกันในการยกฐานะตำบลทั้ง ๓ แห่งนี้ ซึ่งมีจำนวน ประชากรและรายได้ต่อประชากรถึงเกณฑ์ เพราะทุกคนกำลังคาดหวังว่าการได้ยกฐานะ จะทำให้การพัฒนาในพื้นที่มีความเจริญ มีความสามารถได้รับการจัดสรรงบประมาณเพื่อ พัฒนาในพื้นที่ให้มีความเจริญต่อไป จึงขอฝากเรื่องนี้ไปยังท่านประธานไปยังกระทรวง มหาดไทยให้ติดตามเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณมากครับ ต่อไปครับ ท่านวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ผมมี เรื่องจากพี่น้องในพื้นที่ ๒ เรื่องที่อยากจะนำเรียนผ่านท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องนะครับ
เรื่องแรกก็คือเป็นเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องบ้านหมู่ที่ ๔ บ้านแป-ระเหนือ ตำบลแป-ระ อำเภอท่าแพ ได้มีการรวมกลุ่มกันเพื่อที่จะตั้งกลุ่มเพื่อเลี้ยงโค รวมไปถึง ปลูกปาล์มน้ำมันและทำเกษตรชนิดอื่น ๆ ในพื้นที่หมู่บ้านนะครับ แต่ตอนนี้ปัญหาก็คือว่า ในพื้นที่นั้นไฟฟ้าเข้าไม่ถึงครับ และก่อนหน้านี้ทางกลุ่มทางหมู่บ้านเองก็ได้เคยขอขยายเขต การไฟฟ้าเพื่อการเกษตรไปยังการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคไปแล้วนะครับ แต่ก็ไม่เป็นผล จึงอยากจะใช้ช่องทางนี้ในการเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พิจารณาเรื่องนี้ ถ้าสามารถ ขยายเขตการไฟฟ้าเพื่อการเกษตรเข้าไปในพื้นที่เหล่านี้ได้ก็จะทำให้พี่น้องในพื้นที่สามารถ ที่จะต่อยอดการทำงานของกลุ่มให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และสร้างรายได้เพิ่มให้กับ คนในพื้นที่ได้มากขึ้นด้วย
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องที่ท่านนายกจำรัส ฮ่องสาย ท่านนายกองค์การบริหาร ส่วนตำบลละงู ได้ร้องเรียนผ่านผมมาว่าพี่น้องชาวประมงที่บ้านหัวหิน อำเภอละงู และพื้นที่ รอบ ๆ อีกประมาณ ๔-๕ หมู่บ้านเดือดร้อนเรื่องของร่องน้ำที่ใช้ในการเดินเรือ โดยเฉพาะ บริเวณที่เรียกว่าร่องน้ำคลองลิดี เวลาจะเข้าจะออกไปทำการประมงบางทีต้องเอาเรือไป ลอยลำรอหลายชั่วโมงเพราะว่าน้ำมันตื้นมากครับ ถ้าเกิดน้ำไม่สูงพอจริง ๆ ก็วิ่งผ่านไม่ได้ ซึ่งคนที่ได้รับผลกระทบในเรื่องนี้ไม่ใช่น้อยนะครับ หลายร้อยหลังคาเรือน ซึ่งก่อนหน้านี้ กรมเจ้าท่าเองก็ได้เคยตั้งงบประมาณในการขุดลอกร่องน้ำร่องนี้ไปแล้วแต่ก็ทำไม่ได้ เพราะติดเรื่องของปัญหากฎหมายอุทยาน จึงอยากจะเรียนถามท่านประธานผ่านไปยัง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช อยากจะให้เร่งหาวิธีการในการแก้ปัญหานี้ให้กับ พี่น้องในพื้นที่ด้วย ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไปท่านสหัสวัต คุ้มคง เชิญครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สหัสวัต คุ้มคง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๗ อำเภอศรีราชา ๔ ตำบลครับ ตำบลบึง บริเวณบ่อวิน ตำบลเขาคันทรง และตำบลหนองขาม พรรคประชาชน วันนี้มีเรื่องปรึกษาหารือ ท่านประธานจำนวน ๓ เรื่องครับ
เรื่องแรก เรื่องของไฟส่องสว่างถนนครับ ถนน ชบ. ๓๐๐๙ ชบ. ๑๐๓๒ ภายใต้การดูแลของกรมทางหลวงชนบท ไม่มีไฟส่องสว่างครับ โดยเฉพาะ ชบ. ๓๐๐๙ ผมได้ทำหนังสือไปยังกรมทางหลวงชนบทหลายครั้ง ก็ยังไม่มีการแก้ไขนะครับ รวมถึง ไฟส่องสว่างเส้นถนน ๓๓๑ เส้นมาบเอียงครับ ซึ่งเส้นนี้เป็นเส้นที่รถสัญจรไปมาจำนวนมาก แล้วครับ แล้วก็เป็นเส้นที่เศรษฐกิจสำคัญอันนี้อยู่ในภายใต้การดูแลของกรมทางหลวง ฝากปรึกษาหารือท่านประธานผ่านไปยัง ๒ หน่วยงานนี้ให้เร่งแก้ไขครับ
เรื่องที่ ๒ เรื่องปัญหาน้ำประปาในตำบลเขาคันทรง อำเภอศรีราชา ซึ่งมีปัญหาน้ำประปามาสักพักใหญ่ ๆ แล้ว ผมสอบถามไปยัง อบต. เขาคันทรง ก็ได้คำตอบว่า การประปาส่วนภูมิภาคยังไม่ต่อน้ำเข้ามา ซึ่งอันนี้ยังไม่รู้ความชัดเจนครับ ก็เลยปรึกษา ท่านประธานผ่านไปยังการประปาส่วนภูมิภาคและ อบต. เขาคันทรงให้เร่งแก้ไขเพราะเรื่องน้ำนี้ เป็นเรื่องใหญ่ของพี่น้องในเขาคันทรงมาก ๆ ครับ
เรื่องที่ ๓ ปัญหาเรื่องลานจอดตู้ Container ในพื้นที่ของเทศบาลนคร เจ้าพระยาสุรศักดิ์ครับ ซึ่งผมเคยปรึกษาหารือในสภาแห่งนี้ไปแล้ว ๒ ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๓ ก็ยังไม่มีการแก้ไข รถยังจอดกีดขวางการจราจรมีลานตู้อยู่กลางชุมชนวิ่งผ่านถนนชุมชน ใหญ่โตส่งเสียงดังชาวบ้านเดือดร้อนอย่างมากครับ มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นจนถึงแก่ชีวิตหลายครั้ง ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่พี่น้องในพื้นที่ยืนยันว่าเป็นปัญหาอย่างใหญ่หลวง แต่เทศบาล นครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ก็ยังไม่ได้มีมาตรการแก้ไข ไม่ได้บังคับใช้กฎหมายอย่างที่ควรจะเป็น อันนี้ขอปรึกษาหารือท่านประธานผ่านไปยังเทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ให้เร่งแก้ไข โดยด่วนครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ท่านยุทธการ รัตนมาศ และต่อด้วยท่านไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ เชิญท่านศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ครับ
ขอบคุณท่านประธานค่ะ ดิฉัน ทนายแจม ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๑ เขตสายไหม พรรคประชาชน วันนี้มีเรื่องปรึกษาหารือประมาณ ๔ เรื่องด้วยกันนะคะ
เรื่องแรก เป็นเรื่องของถนนจันทรุเบกษาเป็นถนนที่เชื่อมระหว่างถนนหลโยธิน กับถนนสายไหม ตรงบริเวณก่อนถึงทางแยกเข้าถนนสายไหมตรงนั้นชำรุดเป็นเวลานานแล้ว แล้วก็มีการแจ้งทาง Traffy Fondue ไปแล้ววันที่ ๙ กันยายน ๒๕๖๖ ปัจจุบันก็ยังไม่ได้มี การแก้ไขปัญหาให้ดีขึ้น มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นหลายครั้งมาก ๆ นะคะ ก็อยากให้ทางสำนัก การโยธาฝากดำเนินการให้ด้วยนะคะ
เรื่องที่ ๒ ไฟส่องสว่างบริเวณถนนเพิ่มสิน ๒๖ ถึงถนนเพิ่มสิน ๒๖/๑ อันนี้ ดับมานานมาก ๆ มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นหลายครั้งเหมือนกันค่ะ อันนี้อยากให้มีการฝาก ท่านประธานไปยังการไฟฟ้านครหลวงบางเขนช่วยดำเนินการเรื่องของไฟส่องสว่างให้ด้วยค่ะ
เรื่องที่ ๓ ฝากไปถึงสำนักจราจรและขนส่งกรุงเทพมหานครให้ช่วยพิจารณา ติดตั้งสัญญาณไฟบริเวณหน้าหมู่บ้านเอื้ออาทรสายไหม ๓๓/๑ ตรงนี้มีคนเยอะมาก ดิฉันก็ ผ่านบ่อยตรงนี้บ่อยมาก ๆ นะคะ แล้วก็มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นหลายครั้งรถขับค่อนข้างเร็วแล้วก็ ไม่ค่อยหยุดให้คนข้ามด้วยนะคะ ทางประชาชนก็บอกว่าอยากได้ตัวสัญญาณกดไฟมาก ๆ ฝากทาง สจส. ด้วยนะคะ นอกจากนั้นบริเวณทางม้าลายซอยสายไหม ๑๓ อันนี้มีการ ปรับปรุงถนนค่ะ พอปรับปรุงไปแล้วก็ไม่ได้มีการทาสีแดงให้เหมือนเดิมทำให้รถขับมา มองเห็นไม่ชัดล่าสุดก็มีอุบัติเหตุด้วยนะคะ ฝาก สจส. ดำเนินการตรงนี้ด้วยค่ะ
เรื่องที่ ๔ สุดท้ายค่ะ ถนนเพิ่มสินบริเวณหน้าโรงเรียนศิริวัฒน์วิทยาถึงวัดออเงิน ตรงนี้ถนนชำรุดเป็นหย่อมหลายจุดมาก ๆ เกิดอุบัติเหตุหลายครั้งเหมือนกัน จริง ๆ สายไหม เป็นเขตที่มีอุบัติเหตุบ่อยมากนะคะ ชาวบ้านในพื้นที่ชี้มาว่าอยากให้มีการปรับปรุงพื้นถนน ตรงนี้นะคะ ฝากท่านประธานไปยังฝ่ายโยธาสำนักงานเขตสายไหมให้ช่วยดำเนินการด้วยค่ะ
สุดท้ายเรื่องของฝุ่น PM ค่ะท่านประธาน ฟังจากเสียงดิฉันก็ได้ตอนนี้ เป็นภูมิแพ้อากาศค่ะ พอมีฝุ่นก็มีปัญหามาก ๆ ก็อยากฝากทางรัฐบาลให้ช่วยแก้ไขปัญหา เรื่องนี้อย่างจริงจังก่อนที่ สส. ในนี้จะไม่มีเสียงอภิปรายค่ะท่านประธาน ขอบคุณท่านประธานค่ะ
ต่อไปท่านยุทธการ รัตนมาศ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ว่าที่ร้อยโท ยุทธการ รัตนมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เขตเลือกตั้งที่ ๔ อำเภอชะอวด อำเภอเชียรใหญ่ และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ ท่านประธานสภาที่เคารพ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายบุญฤทธิ์ แคล้วแก้ว นายกองค์การบริหารส่วนตำบลชะอวด อำเภอชะอวดจังหวัดนครศรีธรรมราช ถนนทางหลวงชนบท นศ. ๔๐๒๑ บ้านทุ่งขวัญแก้ว บ้านเกาะแซะ ช่วงกิโลเมตรที่ ๑๕ ถึง กิโลเมตรที่ ๑๗ ระหว่างหมู่ที่ ๔ ถึงหมู่ที่ ๗ ตำบลชะอวด อำเภอชะอวด เมื่อมีฝนตกหนัก ติดต่อกันหลายวันหรือเกิดอุทกภัยน้ำท่วมทำให้น้ำท่วมขังผิวถนนระยะทางประมาณ ๒ กิโลเมตรเป็นเวลาหลายวัน เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาเกิดอุทกภัยน้ำท่วม ผมได้ไปเยี่ยม พี่น้องประชาชนผมต้องนั่งเรือหางยาวอยู่บนถนนเส้นนี้ พี่น้องประชาชนที่ใช้รถใช้ถนน มีความเดือดร้อนเป็นอย่างมากครับ ผมจึงเรียนท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคมปรับปรุงก่อสร้างถนน โดยการยกระดับถนนให้สูงขึ้นพร้อมวางท่อตัดถนนเพื่อให้น้ำไหลผ่านได้สะดวก เมื่อมีฝนตกหนัก น้ำจะได้ไม่ท่วมขังบ้านเรือนของพี่น้องประชาชนและไม่ท่วมขังบนผิวถนน ซึ่งเรื่องนี้ นายบุญฤทธิ์ แคล้วแก้ว นายกองค์การบริหารส่วนตำบลชะอวด ได้ทำหนังสือไปยัง กรมทางหลวงชนบท เมื่อวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ แต่บัดนี้ยังไม่มีความคืบหน้า ผมจึง ขอสนับสนุนงบประมาณอย่างเร่งด่วนไปยังกรมทางหลวงชนบทด้วยครับ ขอขอบคุณครับ ท่านประธาน
ขอบคุณมากครับ ต่อไปท่านไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คนจอมทอง ท่าข้าม บางขุนเทียน พรรคไทยก้าวหน้า ขอสไลด์ขึ้นเลยครับท่านประธาน
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผม จำเป็นต้องพูดนะครับ เพราะว่าชาวจีนเขาสวมเครื่องแบบคล้ายกับทหาร มีรูปผม ขอหน้าผม ด้วยนะครับ ข้าราชการไทย อีกหน้าหนึ่งก่อนครับ ชาวจีนสวมเครื่องแบบคล้ายกับทหาร เครื่องแบบคล้ายข้าราชการไทยของสมาคมกำลังสำรองรักษาดินแดนครับ ที่ผมต้องพูด เพราะว่าสมาคมนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่บางขุนเทียนครับ ท่านประธานดูนะครับ ชุดสีเขียวขี้ม้า สีประจำของกองทัพบก ทหารบก อินธนูดูอย่างไรก็คล้าย ๆ กับยศระดับนายร้อย นายพัน ดูนะครับ หน้าต่อไปครับ แล้วกองทัพบกเขาก็บอกว่าฉันไม่เกี่ยวนะ จะไม่เกี่ยวได้อย่างไร นี่เป็นเอกสารที่ออกมานะครับ เป็นเอกสารหน่วยงานองค์กรสำรองที่สนับสนุนกิจกรรม สำรองและท่านดูนะครับ ข้อ ๒ เขียนว่าสมาคมกำลังสำรองรักษาดินแดนจัดตั้งเมื่อ ๒๕๒๒ เป็นหน่วยงานที่บำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคม โดยมิได้ลักษณะที่มีการประกอบธุรกิจหรือ มุ่งหวังผลกำไร ลงชื่อ พลโท วิชิต ไม่หวังผลกำไร ท่านประธานมาดูอีกสไลด์นะครับ นี่คือ ใบสมัครสมาคมกำลังสำรอง ผมขีดฆ่าแดง ๆ แล้วครับเขียนอย่างไร ค่าสมัครเพื่อเข้ารับ การฝึกหลักสูตรผู้กำกับกำลังสำรองรักษาดินแดนจำนวน ๕๔,๕๐๐ บาท โอ้โฮนี่แพงกว่า อาสาตำรวจจีนอีกนะครับ นี่อีก Level นะครับ แล้วเก็บเงินแบบนี้ได้อย่างไร แล้วท่านประธาน ดูนะครับว่ากองกำลังสำรองนี้แต่งกายอย่างไร ดูครับ เครื่องแบบคล้ายกับทหาร เครื่องแบบ คล้ายกับข้าราชการปีกนี่ติด ๒ ปีกเลยนะซ้ายขวา นี่แต่งชุดปกติขาวท่านประธาน ถ้าแต่ง ชุดเต็มยศผมว่าเหรียญต้องพรึบตั้งแต่อกยันไปถึงแขน เอาแหวนขึ้นมาเป็นแหวนรุ่นอีก ท่านประธานครับดูอันนี้ก็ไปจุดเทียนชัยถวายพระพรทำแบบนี้ได้อย่างไร ก็ฝากไปถึง ท่านรัฐมนตรีภูมิธรรมครับท่านประธาน ผมมีคำถามคือ ๑. คือคนจีนมีสิทธิแต่งกาย ชุดปกติขาวหรือชุดคล้ายราชการทหารแบบนี้หรือไม่ ๒. สมาคมมีสิทธิให้สมาชิกแต่งกาย ชุดปกติขาวหรือชุดคล้ายทหารพร้อมกระดานบ่ามีดาวประดับยศคล้ายคลึงกับข้าราชการ หรือไม่ และสุดท้ายนี้ผมฝากถึงท่านภูมิธรรมนะครับ ถ้าท่านอยากจะพัฒนาประเทศก็ไม่ต้อง ไปเกรงใจหน่วยงานไหนหรอกครับ แล้วผู้บังคับบัญชาที่ให้ท้ายสิ่งผิดปกติเหล่านี้ เพราะท้ายที่สุดมีคนที่พยายามให้การเท็จกับสังคมและตัวท่านอยู่แน่นอน ขอบคุณมากครับ
๓ ท่านถัดไปนะครับ จะเป็นท่านเฉลิมพงศ์ แสงดี ท่านปรเมษฐ์ จินา และท่านเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ เชิญท่านเฉลิมพงศ์ แสงดี เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต ๒ พรรคประชาชน วันนี้ ผมขอนำเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนมาหารือเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไข ๓ เรื่อง ดังนี้
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
เรื่องแรกครับ จังหวัดภูเก็ตเป็นเมือง ท่องเที่ยวระดับโลกยังเป็นเป้าหมายของชาวต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาหารายได้ ในประเทศไทย ผมได้นำเรื่องร้องเรียนจำนวนมากเกี่ยวกับเรื่องชาวต่างชาติแย่งงานคนไทย รวมไปถึงปัญหาการจดทะเบียนบริษัทโดยใช้ Nominee คนไทย โดยเฉพาะด้าน อสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจโรงแรมที่พัก และกลุ่มธุรกิจเช่าซื้อ ทำให้ยอดการลงทุนเงินจำนวนมาก ไม่สามารถตรวจสอบได้ และล่าสุดเหตุการณ์คนร้ายทำร้ายนักท่องเที่ยวในคราบนักท่องเที่ยว ในพื้นที่ตำบลกะรน ตรวจสอบนักท่องเที่ยวในโรงแรมพบว่าชาวรัสเซียด้วยกันมีการใช้เชือก มัดมือ ปิดปากด้วยเทปกาวขังในห้องน้ำ ปมอาจจะขัดแย้งจากธุรกิจส่วนตัว เรื่องทำนองนี้ ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว ขอให้เข้มงวดกวดขัน ป้องกันและสร้างความ เชื่อถือให้กับนักท่องเที่ยวและการทำมาหากินของพี่น้องชาวไทยด้วยครับ ฝากท่านประธาน หารือไปยังกระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองครับ
เรื่องที่ ๒ ขณะนี้ประชาชนพื้นที่หมู่ที่ ๕ ซอยหัวควนเหนือ ประมาณ ๕๐ ครัวเรือนในตำบลกมลา จังหวัดภูเก็ต ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำใช้อุปโภคบริโภค เบื้องต้นประชาชนต้องซื้อในราคาแพง บางครัวเรือนฐานะปานกลางลงทุนเจาะบาดาล แต่เจาะขึ้นมาแล้วปรากฏว่าน้ำเป็นสีแดงสนิมไม่สามารถใช้งานได้ จึงขอให้เร่งดำเนินการ ขยายเขตประปาจำหน่ายน้ำให้กับประชาชนเพื่อได้ใช้น้ำสะอาดและบรรเทาความเดือดร้อน ประชาชน ฝากท่านประธานหารือไปยังสำนักงานการประปาส่วนภูมิภาคสาขาจังหวัดภูเก็ตครับ
เรื่องสุดท้ายครับท่านประธาน ผมทราบว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปที่ จังหวัดภูเก็ตวันที่ ๙ มกราคม พรุ่งนี้นะครับ ฝากท่านนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ถนนหลวงปู่สุภา ด้วยครับ มากกว่า ๑ ปีแล้วครับถนนเชื่อมระหว่างตำบลฉลอง ตำบลป่าตอง ชำรุดผุพัง เส้นทางขรุขระเป็นร่องน้ำไม่สามารถสัญจรได้ ไม่ทราบว่าถนนเส้นนี้จะเริ่มดำเนินการเมื่อไร และตอนนี้ความคืบหน้าไปถึงไหนแล้วครับ ขอให้พิจารณาการขออนุญาตจากกรมป่าไม้ ใช้พื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ ฝากท่านประธานหารือไปยัง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อธิบดีกรมป่าไม้ และฝากท่านนายกอุ๊งอิ๊งไปลง พื้นที่จริง ๆ ถ้าท่านไปลงพื้นที่นี้ความคืบหน้าต่าง ๆ อาจจะรวดเร็วขึ้นได้ครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไปท่านปรเมษฐ์ จินา เชิญครับ ยังไม่อยู่นะครับ ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยววน กลับมาใหม่ ต่อด้วยท่านเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม กระผมได้รับ เรื่องร้องเรียนจากนายก อบต. บ้านฟ้า และกำนันตำบลบ้านฟ้า เรื่องขอให้กรมป่าไม้และ กรมที่ดินกันแนวเขตที่ดินทับซ้อนกันอยู่ มีตำบลบ้านฟ้า ตำบลป่าคาหลวง และตำบลสวด ของอำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน อำเภอบ้านหลวงมีอยู่ ๔ ตำบล แต่เป็นป่าสงวน ๓ ตำบล ซึ่งที่ดินดังกล่าวราษฎรเขาอยู่อาศัยในที่ดินมาก่อน ในปี ๒๔๘๔ สมัยปู่ย่าตายาย ซึ่งราษฎร อำเภอบ้านหลวงเข้ามาอยู่ตั้งแต่ปี ๒๔๔๖ เป็นระยะเวลา ๑๒๑ ปี พ.ร.บ. ป่าสงวนออกมา เมื่อปี ๒๔๘๔ และ พ.ร.บ. ป่าสงวน ปี ๒๕๐๗ ซึ่งมาขีดเส้นทับในเขตพื้นที่ราษฎรอำเภอบ้านหลวง ทั้ง ๔ ตำบล เป็นพื้นที่เขตป่าสงวน ๘๐ เปอร์เซ็นต์ และเป็นที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นที่นาปลูกข้าว ราษฎรปลูกบ้านอยู่อาศัย ๘๐ เปอร์เซ็นต์เป็นเขตป่าสงวน ผมจึงขอให้ กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมช่วยไปจัดกันเขตป่าสงวนออกจาก พื้นที่ที่อยู่อาศัยของราษฎร อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่านด้วยครับ ขอบคุณครับ
๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านวิทยา แก้วภราดัย ท่านฐิติมา ฉายแสง แล้วต่อด้วยท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เชิญท่านวิทยา แก้วภราดัย ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วิทยา แก้วภราดัย มีเรื่องจะหารือผ่านไปยังหน่วยงานของราชการ ๓ ๔ หน่วยงาน คือ ๑. กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ๒. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แล้วก็ ๓. กสทช. ปัญหาเรื่องเดิมที่เกิดเขย่าขวัญประชาชนทั้งประเทศจนเดี๋ยวนี้ก็คือ แก๊ง Call Center ผมคิดว่าจะกลายเป็นเรื่องที่ ๒ ของประเทศไทยเหมือน ๆ กับยาเสพติด เรารบแพ้ยาเสพติด คราวนี้ผมเห็นรัฐบาลเปิดศึกกับ Call Center นี้เอาจริงเอาจังมาตลอดครับ จนถึงวันนี้ ปรากฏว่าแนวโน้มเรากำลังจะแพ้แก๊ง Call Center ก่อนปีใหม่ผมก็โดนครับท่าน ประธาน หลังปีใหม่ผมก็โดน โทรศัพท์ที่เข้ามาแต่ละวันจนไม่กล้าจะรับโทรศัพท์ มันเป็น เบอร์ไม่ใช่เบอร์จากประเทศที่เราต้องกังวลเลยครับ เดี๋ยวนี้มันเบอร์ ๐๒ โทรไปที่ผม ก็มาเป็นเรื่องเป็นราว เราได้เบอร์มาก็จดเบอร์ไว้ พอรุ่งขึ้นปีใหม่ไม่เกิน ๓ วันคราวนี้ เบอร์โทรศัพท์ภายในประเทศ หมายเลขแบบเดียวภายในประเทศ ผมก็จำได้ครับว่าเคยมี หน่วยงานราชการดิจิทัลหรือใครมาบอกในสภาครับว่าถ้าโดนกรณีอย่างนี้ให้โทรไป ๑๑๔๔ ผมก็โทรไปครับ คำตอบคือผมขอให้ช่วยตรวจสอบดูว่าเบอร์โทรศัพท์ทั้ง ๒ เบอร์มันเป็นใคร มาจากไหน คำตอบก็คือตรวจสอบไม่ได้ครับ คราวนี้ถ้าท่านประธานอยู่ในภาวะอย่างนี้หน่วยราชการใดไม่สามารถตรวจสอบโทรศัพท์ ที่โทรเข้าไปหาแล้วก่อกวนในทำนองแก๊ง Call Center ผมคิดว่าประชาชนต่อไปก็ไม่มีสิทธิ รับโทรศัพท์เลย กสทช. อย่างน้อยคนที่จ่ายเบอร์โทรศัพท์ไปต้องรู้ว่าหมายเลขทุกหมายเลข ผมมีหมายเลขของผมก็ยังขึ้นทะเบียน อ้ายมนุษย์ประหลาดประเภทไหนที่ไม่ขึ้นทะเบียน จับแก๊ง Call Center ได้ที่จังหวัดนครศรีธรรมราชจนเดี๋ยวนี้สอบใครไม่ได้ เพราะบอกว่า แก๊ง Call Center นครโทรไปหลอกคนจีนกับคนรัสเซีย แต่ที่แก๊ง Call Center อยู่กัน ทั้งหมด คนไทยที่โดนทุกวัน ผมคิดว่าผมได้หารือผ่านท่านประธานสภาไปขอคำตอบจาก กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ กสทช. จะจับมือกันหา เบอร์โทรประหลาดที่ไปข่มขู่ชาวบ้านทั่วประเทศจับมือดมได้หรือยัง ใครเป็นคนให้เบอร์ไป ไปซื้อมาจากไหนที่ละพันเบอร์หมื่นเบอร์ มันโทรกลับมาปั๊บ ผมโทรสวนไปเบอร์มันติดต่อ ไม่ได้ โดยเป็นเบอร์ที่โทรออกได้อย่างเดียวโทรเข้าไม่ได้ ช่วยตอบด้วยครับ แล้วผมอยากได้ คำตอบจากหน่วยงานทั้ง ๓ เป็นเอกสารผ่านท่านประธานกลับมาด้วยครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไปท่านฐิติมา ฉายแสง เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา เขต ๑ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันขอนำเรื่องเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนมาหารือกับท่านประธาน ๔ เรื่องด้วยกัน
เรื่องที่ ๑ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากคุณซินชาวตำบลบางกะไห อำเภอเมือง ฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา เรื่องการจัดการระบบขยะที่ตำบลนี้ไม่มีเลย และในเดือนหน้า ก็จะครบ ๑ ปีแล้วที่ดิฉันทำการหารือให้กับเรื่องนี้ คือตำบลบางกะไหนี้ยังไม่มีการจัดการ เรื่องขยะเลย พี่น้องประชาชนเดือดร้อนมานานแล้วว่าไม่มีถังขยะ แล้วก็ต้องนำขยะนั้นไปทิ้ง ในคลองก็ดี หรือว่าที่ตำบลอื่นก็ฝากถึง อบต. บางกะไห ด้วยค่ะ
เรื่องที่ ๒ คุณมิ้น สุธาวี ก็ร้องเรียนมาทางเฟซบุ๊กบอกว่าถนนสุวินทวงศ์ช่วง หน้าตลาดสุวินทวงศ์ไปถึงสะพานข้ามคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต ทางเดินเท้าชำรุดเสียหาย หลายจุดไม่สามารถเดินข้ามถนนได้ สัญจรไปมาลำบาก ขอให้แขวงการทางจังหวัด ฉะเชิงเทราแก้ปัญหาด้วย
เรื่องที่ ๓ ก็เป็นเรื่องของแขวงการทางจังหวัดฉะเชิงเทรา คือได้รับการ ร้องเรียนจากคุณอาคม จอมพงษ์ ว่าจุดกลับรถถนนสุวินทวงศ์บริเวณหน้าร้านนายก๊วก หมู่ที่ ๓ ตำบลวังตะเคียน ไม่มีไฟส่องสว่างในเวลากลางคืน ทำให้มองไม่เห็นหลักแบ่งเส้น ตรงจุดกลับรถเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ แล้วก็ควรจะมีป้ายแจ้งเตือนช่องจราจรเพื่อให้ทาง แขวงการทางแก้ปัญหาด้วยนะคะ
เรื่องสุดท้ายค่ะท่านประธาน เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับแท็งก์น้ำบาดาลชำรุด เสียหาย ซึ่งแท็งก์นี้อยู่ที่วัดไชยธาราประชาบำรุง (ที่หนึ่ง) แล้วก็โรงเรียนวัดวัดไชยธารา (เกิดศิริประชาสรรค์) แท็งก์นี้ตอนนี้เป็นสนิม ซึ่งตอนแรกทางกรมทรัพยากรน้ำบาดาลเข้าไป แก้เรื่องตู้ควบคุมชำรุด แล้วก็วัสดุบางตัวเสียหายนั้นไปแล้ว แต่ว่าทาง ผอ. โรงเรียนแจ้งไปยัง คุณสมชาย อ้อนประเสริฐ ผู้ช่วย สส. ฐิติมา ฉายแสง ว่ายังคงมีปัญหาเรื่องสนิมผุพังและ อาจจะเป็นอันตรายต่อเด็กได้ก็ขอให้แก้ปัญหานี้ ขอให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้แก้ปัญหาด้วย ขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณมากครับ ต่อไปท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านประธานครับ ผมมีความ เดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี นำกราบเรียนท่านประธาน เพื่อประสานหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้อง ประชาชนชาวจังหวัดราชบุรี ๓ เรื่องด้วยกันครับ
เรื่องแรก ได้รับร้องเรียนจากผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๔ ตำบลคุ้งพยอม อำเภอ บ้านโป่ง ว่าสะพานไม้ข้ามคลองส่งน้ำสายใหญ่ ๒ ขวา กว้าง ๒ เมตร ยาว ๒๐ เมตร ซึ่งเป็น สะพานไม้ชำรุดเสียหาย ปัจจุบันนี้สะพานดังกล่าวอยู่ที่หมู่ที่ ๔ ตำบลคุ้งพยอม พี่น้อง ประชาชนไม่สามารถใช้สัญจรไปมาได้ ปัจจุบันนี้ต้องไปใช้สะพานคอนกรีตที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งห่างออกไปไกล จึงขอให้กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินการสร้าง สะพานใหม่ให้พี่น้องประชาชนด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ ได้รับร้องเรียนจากนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเขาขลุง อำเภอ บ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ว่าถนนสายบ้านรางกระเจียว-บ้านห้วยไร่ หมู่ที่ ๑๐ และถนน สายบ้านไผ่สามเกาะถึงบ้านหนองไก่ขัน ตำบลเขาขลุง อำเภอบ้านโป่ง ชำรุดเสียหาย ปัจจุบันนี้ ได้รับการถ่ายโอนภารกิจไปให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดูแล แต่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น งบประมาณไม่เพียงพอ จึงขอให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ได้สนับสนุนโครงการดังกล่าวเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนในหลาย หมู่บ้านที่ใช้ถนน ๒ เส้นทางดังกล่าวด้วยครับ
๓. ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องในเขตเทศบาลเมืองท่าผาและองค์การ บริหารส่วนตำบลปากแรต อำเภอบ้านโป่งว่าถนนสายแสงชูโตตั้งแต่ตำบลปากแรตถึง ตำบลท่าผา อำเภอบ้านโป่งนั้นไม่มี Footpath และไม่มีท่อระบายน้ำ ปัจจุบันนี้เวลาฝนตก น้ำจากถนนได้ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนพี่น้องประชาชน จึงขอให้กรมทางหลวง กระทรวง คมนาคม ได้ดำเนินการก่อสร้าง Footpath และท่อระบายน้ำให้พี่น้องประชาชนชาวอำเภอ บ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ในถนนเส้นทางดังกล่าวด้วยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณมากครับ ๓ ท่านถัดไปจะเป็นท่านพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ ต่อด้วยท่านเฉลิมชัย กุลาเลิศ แล้วต่อด้วยท่านรัชนก สุขประเสริฐ เชิญท่านพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันขอเสนอปัญหาของพี่น้องจังหวัดพิษณุโลก ๒ ประเด็น ดังนี้ ขอสไลด์ด้วยค่ะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ประเด็นที่ ๑ บริเวณ คลองส่งน้ำ C27 หมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๓ และหมู่ที่ ๗ ตำบลงิ้วงาม อำเภอเมือง และ หมู่ที่ ๖ ตำบลวังอิทก อำเภอบางระกำ พิษณุโลกมีสะพานที่ถูกออกแบบมาสำหรับ คนเดินเท้า ซึ่งมีความกว้างเพียง ๒.๕ เมตรเท่านั้นค่ะท่านประธาน ทำให้เกิดความเสียหาย รถถูกเฉี่ยวชน และถูกใช้งานมากกว่า ๓๐ ปีแล้วค่ะ แต่เนื่องจากว่าการขยายตัวของชุมชน แล้วก็พื้นที่ภาคการเกษตรเพิ่มมากขึ้นทำให้ใช้เส้นทางนี้สำหรับขนส่งผลผลิตทางการเกษตร ประกอบกับคลอง C27 นี้มีระยะทาง ๖ กิโลเมตร มีวัชพืชสะสมเป็นจำนวนมากทำให้ การไหลของน้ำไม่สะดวก พี่น้องเกษตรกรไม่สามารถดึงน้ำใช้ได้อย่างเพียงพอ จึงขอเร่งรัดให้ กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ก่อสร้างสะพานข้ามคลอง และดาดคอนกรีต คลองส่งน้ำ C27 เพื่อให้รองรับการใช้งานที่เหมาะสมและพี่น้องเกษตรกรขนส่งการผลิตได้ดีขึ้น
ประเด็นที่ ๒ สะพานคอนกรีตข้ามคลองชลประทานเช่นเดียวกันค่ะ อยู่ระหว่าง C32 และ C33 บริเวณหมู่ที่ ๔ ตำบลบ้านไร่ อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญมีความคับแคบ นอกจากนั้นยังชำรุดเสียหายอย่างที่เห็นมีเหล็กอันนี้ ใต้ท้องสะพาน และด้านบนพื้นสะพานมีรูทะลุลงไปมองเห็นพื้นน้ำด้านล่าง ทำให้พี่น้อง เกิดความกลัวที่จะใช้เส้นทางนี้ แล้วสะพานนี้ก็พร้อมที่จะพังทลายได้ทุกเมื่อค่ะ จึงส่งผลให้ ผู้ใช้เส้นทางนี้เกิดความรู้สึกไม่ปลอดภัย จึงขอเร่งรัดให้กรมชลประทานและกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ได้ดำเนินการสำรวจออกแบบเพื่อดำเนินการก่อสร้าง และขยายความกว้างของ สะพานข้ามคลองชลประทานหมู่ที่ ๔ ตำบลบ้านไร่ อำเภอบางกระทุ่มเป็นการเร่งด่วนค่ะ ขอบคุณค่ะ
ท่านต่อไปนะครับ ท่านเฉลิมชัย กุลาเลิศ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม เฉลิมชัย กุลาเลิศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ห้วยขวาง วังทองหลาง พรรคประชาชน วันนี้มีเรื่องจะหารือกับท่านประธานอยู่ ๒ เรื่อง ขอสไลด์ขึ้น หน่อยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ประเด็นที่ ๑ จะเป็นประเด็น ในเรื่องของปัญหารถเมล์สาย ๓๖ก ดูจากสไลด์จะเห็นว่าเส้นสีแดงคือเส้นทางเก่า แล้วเส้นสีเขียวคือเส้นทางใหม่ เดี๋ยวผมจะอธิบายว่ามันมีปัญหาอย่างไร ก็คือผมได้รับเรื่อง ร้องเรียนจากประชาชนถึงปัญหารถเมล์ ๓๖ก ที่ปรับเส้นทางเดินรถใหม่เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ที่ปรับเปลี่ยนจากวิ่งผ่านถนนเทียมร่วมมิตรมาใช้เส้นทางถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญผ่านหน้า สำนักงานเขตห้วยขวางและผ่านถนนประชาอุทิศแทนเส้นเดิม นอกจากประชาชนที่ร้องเรียน เข้ามาถึงผมแล้วนะครับ ผมได้หาข้อมูลทั้งใน Social Media และได้ลงพื้นที่ไปมีความ คิดเห็นคล้าย ๆ กันคือ ประชาราษฎร์บำเพ็ญเป็นถนนแคบเพียง ๓ เลน ที่มีการปรับเปลี่ยน เส้นทางวิ่งตามเวลา โดยปกติแล้วรถจะติดมากอยู่แล้ว การที่มีรถเมล์ขนาดใหญ่เข้ามา ยิ่งทำให้การจราจรเคลื่อนตัวได้ยาก อีกปัญหาที่พบคือถนนเส้นนี้ไม่มีป้ายรถเมล์ ปัจจุบัน การจอดรับส่งผู้โดยสารจึงไม่มีจุดที่ชัดเจนนะครับ กดกริ่งตรงไหนก็ลง คนโบกตรงไหนก็รับ มันเหมือนรถสองแถวตามต่างจังหวัด ซึ่งเดิมทีเส้นนี้ก็มีรถสองแถวอยู่แล้ว จึงทำให้รถติดเพิ่ม มากขึ้นไปอีกนะครับ ผมขอฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาทางแก้ปัญหา อาจจะให้ทบทวน เส้นทางเดินรถใหม่ สำรวจว่ามีผู้ใช้เส้นทางนี้เยอะไหมเมื่อเทียบกับปัญหาที่เกิดขึ้นนะครับ
สไลด์ต่อไปในเรื่องสุดท้ายอยากจะหารือ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมเคยหารือ เมื่อ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๗ ถึงปัญหาการไม่มีไฟฟ้าสาธารณะบนทางเดินริมคลองชุมชน หลังโรงเรียนสมาคมไทย-ญี่ปุ่น และชุมชนริมคลองลาดพร้าวประชาอุทิศ ผ่านมาเกือบ ๓ เดือนก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขครับ วันนี้จึงอยากจะมาขอหารือเพิ่มเติมกับท่านประธาน อีกสักรอบหนึ่งเผื่อว่าจะมีการแก้ไขเพิ่มเติมครับ ขอบคุณครับ
ต่อไปนะครับ ท่านรัชนก สุขประเสริฐ เชิญครับ
กราบเรียนประธานสภา ที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางสาวรัชนก สุขประเสริฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัด สมุทรปราการ พรรคประชาชนค่ะท่านประธาน วันนี้ดิฉันมีเรื่องปรึกษาหารือกับ ท่านประธาน ๑ เรื่อง ขอสไลด์ค่ะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
โครงการก่อสร้างของเทศบาล ตำบลแพรกษาเป็นโครงการก่อสร้างสะพานลอยค่ะท่านประธาน โครงการเริ่มก่อสร้าง เมื่อวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ เป็นวันเริ่มทำสัญญา และในกำหนดการวันสิ้นสุดสัญญาคือ วันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๗ ดิฉันย้ำอีกครั้งว่าโครงการจะต้องเสร็จสิ้นวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๗ แต่ปัจจุบันค่ะท่านประธาน แม้แต่เสายังไม่ได้เริ่มลงเลยนะคะ จนล่าสุดนายกคนเก่า ได้ลาออกจากตำแหน่งแล้ว แต่ชาวบ้านยังคงรอคอยสะพานลอยแห่งนี้อยู่นะคะ เพราะบริเวณจุดนี้เป็นจุดที่สำคัญมากมีคนใช้ทางข้ามเป็นจำนวนมาก เพราะว่าอยู่หน้าบริเวณ ของเอื้ออาทรค่ะ แล้วฝั่งตรงข้ามก็มักจะมีโรงเรียน มีหมู่บ้านอื่น ๆ อีกเยอะแยะมากมาย สไลด์ถัดไปให้ด้วยนะคะ ถนนเส้นนี้เป็นถนนเส้นตรง ความยาว ๙.๖ กิโลเมตร ทำให้การ ข้ามถนนของพ่อแม่พี่น้องประชาชนเกิดความยากลำบากอย่างมากค่ะ ถึงแม้เราจะเห็น จากสไลด์เขามีทางม้าลาย คือด้วยความถนนที่มันเป็นเส้นยาวการที่รถจะหยุดชะลอให้ หรือว่าจะเบาลงให้มันยากมากเลย การข้ามถนนของผู้คนถึงมีความลำบากมาก ดิฉันก็ได้แต่ รอคอยว่าเมื่อไรสะพานลอยนี้เสาจะเริ่มตอกสักที ไปตรวจทุกวันค่ะ แต่แม้ปัจจุบันเสาก็ยัง ไม่ลงค่ะ เคยหารือเรื่องนี้ไปแล้วในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ๑ ครั้งแล้ว แต่ความคืบหน้าก็ยัง ไม่ได้มีอะไรคืบหน้าค่ะ ดิฉันได้แต่หวังว่าว่าที่นายกเทศบาลตำบลแพรกษาคนใหม่จะมา สานต่อโครงการเพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ตรงนี้ ขอบคุณค่ะ
๓ ท่านถัดไปจะเป็นท่านอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย ต่อด้วยท่านนายสิริน สงวนสิน ต่อด้วย ท่านปรเมษฐ์ จินา เชิญท่านอภิชาติก่อนครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ดอกเตอร์อภิชาติ ตีรสวัสดิชัย สส. สกลนคร เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ขอนำปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเขตมาเสนอเพื่อให้ท่านประธานได้พิจารณา ดำเนินการช่วยแก้ไขปัญหาอยู่ ๒ ประเด็น
ประเด็นแรก ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องราษฎร บ้านดงชน หมู่ที่ ๒ ตำบลดงชน ที่ประสบปัญหาในการสัญจรไปมาและขนผลผลิตทางด้านการเกษตร ข้ามลำห้วยพุง ช่วงลำห้วยงตอนใหญ่ ไม่มีสะพานที่จะทำให้ผลผลิตทางด้านการเกษตร สามารถที่จะขนผลผลิตในการเกษตรกลับมาสู่พื้นที่หรือว่าไปสู่ตลาดได้ จึงมีความประสงค์ ที่จะให้ทางองค์กรปกครองท้องถิ่น หรือว่ากรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นได้จัดสรร งบประมาณในการสร้างสะพาน คสล. ที่จะแก้ไขปัญหาและอำนวยความสะดวกให้แก่ พี่น้องที่ติดกันในระหว่าง ๒ ฝั่งของลำห้วยน้ำพุง
ในประเด็นที่ ๒ ได้รับคำร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนชาวเขตเทศบาล นครสกลนคร ที่ประสบปัญหาและประสบอุบัติเหตุจากการที่ถนนทางหลวงทางเลี่ยงเมือง สกลนครสายสี่แยกบ้านธาตุนาเวงไปถึงสี่แยกสกลนครกาฬสินธุ์ ประสบปัญหาและประสบ อุบัติเหตุบ่อยครั้ง เนื่องจากจุดที่เกิดอุบัติเหตุนั้นเป็นจุดแยกในระหว่างทางเข้าสู่หมู่บ้าน ของชุมชนบ้านนาเวงและบ้านมะขามป้อม พี่น้องประชาชนจะสัญจรข้ามถนนทางด่วนไป ต้องไปเสี่ยงกับการที่จะต้องตัดหน้ารถที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูง ไม่มีสัญญาณไฟ ไม่มีเกาะ การจราจรที่จะสร้างความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนน จึงขอให้ทางกรมทางหลวงหรือว่า สำนักงานแขวงการทางจังหวัดสกลนครได้พิจารณาในการติดสัญญาณไฟหรือว่าสร้าง เกาะกลางถนนที่ถูกตามหลักวิศวกรรมจราจรในการป้องกันและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องชาวสกลนครด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสิริน สงวนสิน เชิญครับ
สวัสดีปีใหม่ท่านประธานและ ท่านสมาชิกทุกท่านนะครับ ผม สิริน สงวนสิน สมาชิกสภาผู้แทนชาวตลิ่งชันและทวีวัฒนา พรรคประชาชน ท่านประธานครับ พวกเราชาว กทม. เรามีบ้านอยู่ติดกับแม่น้ำหลายจุด เพราะว่าเราเคยมีวิถีชีวิตเลียบคลองมาก่อนครับ ท่านประธานครับ ๑ ปีที่ผ่านมาในตลิ่งชัน มีไฟไหม้ชุมชนหลายชุมชนมาก ๆ ครับ ที่สำคัญนะครับเดือนธันวาคมที่ผ่านมาก็มีไฟไหม้ ชุมชนวัดไก่เตี้ยอันเป็นที่รักของพวกเรานะครับ ไฟไหม้วอดไปหลายหลังนะครับ จริง ๆ แล้ว ปัญหาคือรถดับเพลิงเข้าถึงพื้นที่ยากมาก ผมเลยอยากจะนำเสนอให้เรามี Water Cannon Station ติดกับชุมชนที่อยู่ใกล้คลองทุก ๆ ที่ ผมว่ามันคุ้มค่ามากกว่าการที่เราจะใช้ เรือดับเพลิงนะครับ แล้วมันก็จะทันทวงทีมากกว่าครับ ท่านประธานครับ สไลด์ด้านซ้าย เมื่อสักครู่นี้ขอย้อนกลับมานิดหนึ่งได้ไหมครับ อันนี้คือจุดถนนพุทธมณฑลสาย ๑ ท่านประธานเห็นไหมครับว่าไฟด้านซ้ายมือนี้เป็นการต่อไฟที่แย่มาก ๆ นะครับ จริง ๆ แล้ว ถ้าเป็นชาวบ้านทำเรายังเข้าใจได้ แต่อันนี้เป็นผู้รับเหมานะครับ ผู้รับเหมาระดับร้อยล้าน ทำขยายถนนพุทธมณฑลสาย ๑ ทั้งเส้น แต่มาต่อไฟอย่างนี้ครับ ซึ่งด้านขวาคือบ้านของ ชาวบ้านที่เขาโดนไฟลัดวงจรมา ๒ รอบนะครับ จนรอบที่ ๓ ช่วยไม่ทันครับ ไฟไหม้จริง ๆ แล้วรูปด้านซ้ายนี้ก็คือการต่อไฟที่ผู้รับเหมาเขามาต่อนะครับ อันนี้คือไฟต่ออยู่ที่วัดเป็น เขตภาษีเจริญ ก็อยากจะฝากท่านประธานช่วยกำชับผู้รับเหมาหน่อยนะครับ แล้วผมก็ อยากจะขอไฟส่องสว่างนะครับ ถนนพุทธมณฑลสาย ๑ ตอนนี้ไฟดับทั้งเส้นเลยนะครับ แล้วก็อยากจะขอสะพานลอยเพิ่มด้วยสำหรับพี่น้องประชาชนให้สัญจรอย่างปลอดภัยนะครับ
เรื่องที่ ๒ ผมมีโครงการประชาสัมพันธ์ครับ เป็นโครงการ Feeder ที่ ท่านผู้ว่าชัชชาติทำร่วมกับ ส.ก. เขตทวีวัฒนา ส.ก. ยิ่งยงค์ ตอนนี้เรามีรถไฟฟ้า Bus EV ขึ้น ฟรีตั้งแต่ทวีวัฒนายาวถึงเพชรเกษม ผมชอบโครงการนี้มาก แล้วก็อยากให้ทุกคนเข้ามาใช้ แต่ก็อยากจะขอโครงการแบบนี้ให้มันเกิดขึ้นกับสถานีรถไฟฟ้าตลิ่งชัน รถไฟฟ้าสายสีแดงมา สุดที่ตลิ่งชัน แต่ไม่มี Feeder ต่อเลยนะครับ มาลงถึงสถานีตลิ่งชันแล้วเดินทางไปหลายต่อ ลำบากมาก ๆ ขอให้พิจารณาโครงการ Feeder สำหรับตลิ่งชันด้วยครับ ขอบคุณครับ
ท่านสุดท้ายนะครับ ท่านปรเมษฐ์ จินา เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ปรเมษฐ์ จินา พรรครวมไทยสร้างชาติ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เขต ๕ วันนี้ก็จะมีเรื่องที่ เกี่ยวข้องกับหน่วยงานซึ่งเสนอผ่านมายังผมให้ผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
หน่วยงานแรกก็เป็นกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นนะครับ เนื่องจากว่า มีการเชิญชวนให้พี่น้อง รพ.สต. ถ่ายโอนไปอยู่กับกระทรวงมหาดไทย แล้วก็พอเข้าไปแล้ว ในเรื่องของการพัฒนาศักยภาพบุคลากรรองรับไม่ค่อยได้มีเท่าที่ควร อยากจะให้ทางกรม ได้จัดอบรมพัฒนาศักยภาพสำนักปลัดในส่วนของกองการเจ้าหน้าที่ กองสาธารณสุข เพื่ออำนวยความสะดวกแล้วก็แนะแนวในส่วนของการทำระดับชำนาญการเป็นชำนาญการ พิเศษของบุคลากรถ่ายโอน ซึ่งขั้นตอนค่อนข้างที่จะยุ่งยากแล้วก็เป็นเรื่องใหม่สำหรับ บุคลากรที่ปฏิบัติงานอยู่ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดนะครับ
หน่วยงานที่ ๒ ที่จะนำเรียนผ่านท่านประธานก็คือในส่วนของ ก.พ. สืบเนื่องจากว่ามันมี พ.ร.บ. วิชาชีพ ที่เกิดขึ้นใหม่ นั่นก็คือ พ.ร.บ. วิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน แล้วตอนนี้ก็ได้ปรับเปลี่ยนเป็นนักสาธารณสุข วิชาชีพอื่น ๆ ในกระทรวงสาธารณสุข ไม่ว่า จะเป็นแพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล เภสัช หรือว่าล่าสุดเป็นแพทย์แผนไทยเขาก็ได้มีการ แก้กฎกระทรวงเพื่อที่จะให้มีค่าตอบแทนของบุคลากร หมายถึงว่าถ้าเป็นระดับชำนาญการ เดือนละ ๓,๕๐๐ บาท ระดับชำนาญการพิเศษ เดือนละ ๕,๖๐๐ บาท อันนี้ก็นำเรียนผ่าน ไปยัง ก.พ. ช่วยดูแล แล้วก็ช่วยปรับกฎกระทรวงตรงนี้ให้ด้วยนะครับ
เรื่องสุดท้าย ก็คงจะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นทั่วประเทศนะครับ แล้วก็คงจะเป็น ปัญหาที่หลายท่านก็พูดคุยมาแล้วแต่ว่าบางจังหวัดไม่ได้ดำเนินการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในส่วนที่ผมลงไปในพื้นที่ไปในงานต่าง ๆ ก็จะมีผู้ปกครอง แล้วก็ผู้สูงอายุก็เข้ามากระซิบว่า สส. ช่วยแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยลงไปดำเนินการแก้ปัญหาเรื่องยาเสพติดหน่อย เพราะว่าตอนนี้เข้าถึงง่ายแล้วก็มีทั่วถึงนะครับ ผมก็ชื่นชมนะจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งดูข้อมูลเมื่อเช้าเขาได้ดำเนินการอย่างเข้มแข็งแล้วก็เป็นต้นแบบในระดับประเทศ ก็อยากจะให้แต่ละจังหวัดนะครับ ทางกระทรวงมหาดไทย แล้วก็ทางท่านผู้ว่า ทาง ป.ป.ส. ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติช่วยกำชับหน่อยเขาเฝ้าติดตาม แล้วชาวบ้านเขาก็รอความหวัง อยู่ครับ ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณมากครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับนะครับ คณะครูและนักเรียนระดับชั้น ม. ๔ และ ม. ๕ แผนการเรียนนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการนนทบุรี อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ยินดีต้อนรับทุกท่านนะครับ
จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๖๗ คน
ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีผู้มาลงชื่อเข้าร่วมประชุมแล้วทั้งสิ้น ๒๙๙ ท่าน ถือว่าครบ องค์ประชุมแล้ว ผมขอเปิดการประชุมและดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระต่อไปเลยนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี
ท่านสมาชิกครับ ด้วยทางคณะรัฐมนตรีได้เสนอพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พุทธศักราช ๒๕๖๗ มายังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๒ และท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรนั้นได้บรรจุไว้ในระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๗ เรียบร้อยแล้ว ซึ่งในการพิจารณาพระราชกำหนดของสภาผู้แทนราษฎรเรา รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๒ วรรคเจ็ด ได้กำหนดว่าจะต้องกระทำในโอกาสแรกที่มีการประชุมสภา ดังนั้นเพื่อให้การพิจารณา พระราชกำหนดเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ผมจึงต้องขอปรึกษาหารือที่ประชุมเพื่อที่จะขอนำ ระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๗ ขึ้นมาพิจารณาก่อนเป็นลำดับแรก ก็จะถามที่ประชุมครับว่า ที่ประชุมมีความเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ หากไม่มีผมก็จะดำเนินการตามนี้นะครับ ต่อไปเป็น การพิจารณาเรื่องด่วน
เรื่องด่วน
- พระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. ๒๕๖๗ คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ (ในวาระเรื่องด่วนที่ ๗)
ตามที่ได้มีประกาศใช้พระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. ๒๕๖๗ เป็น กฎหมายแล้วตั้งแต่เมื่อปีใหม่ วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๘ คณะรัฐมนตรีจึงได้เสนอพระราชกำหนด ดังกล่าวมาเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรเราพิจารณาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๒ ในการนี้ได้ อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจงข้อเท็จจริงต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๗๖ ซึ่งมีรายนามทั้งสิ้น ๗ ท่านด้วยกัน ก็ขอเชิญผู้มีรายนามดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจง ในที่ประชุมนะครับ ๑. ท่านปิ่นสาย สุรัสวดี ท่านอธิบดีกรมสรรพากร ๒. ท่านสมศักดิ์ อนันทวัฒน์ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี กลุ่มธุรกิจพลังงาน กรมสรรพากร ๓. นายมงคล ขนาดนิด ผู้อำนวยการกองกฎหมาย กรมสรรพากร ๔. นางสาวเสาวคนธ์ มีแสง ผู้อำนวยการกองวิชาการแผนภาษี กรมสรรพากร ๕. นางสาวเสาวลักษณ์ บุญเอี่ยม นักวิชาการภาษีชำนาญการพิเศษ กรมสรรพากร ๖. นายอินทัช ปิยะนาวิน นิติกรชำนาญการพิเศษ กรมสรรพากร ๗. นางศิรสา ไชยหมาน ผู้อำนวยการกองกฎหมายการเงินการคลัง สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และท่านที่ ๘ เพิ่มเติมคือนางอุทัยวรรณ วัฒนสุวกุล ผู้อำนวยการกองส่งเสริมสร้างขีดความสามารถในการ แข่งขัน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ผู้ชี้แจงพร้อมนะครับ ขอเชิญผู้เสนอ ได้แถลงเหตุผลครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ขอกราบเรียนว่า วันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๖๗ ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีได้มีการอนุมัติหลักการ ร่างพระราชกำหนดการจัดเก็บภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. .... ซึ่งต่อมานายกรัฐมนตรีได้นำกฎหมาย ขึ้นทูลเกล้าเพื่อลงพระปรมาภิไธยและประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗ โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๘ เป็นต้นไป ท่านประธานที่เคารพครับ โดยที่บทบัญญัติตามมาตรา ๑๗๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติว่า ในกรณีเพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะ พระมหากษัตริย์ จะทรงตราพระราชกำหนดให้ใช้บังคับดังเช่นพระราชบัญญัติก็ได้ และในการประชุมรัฐสภา คราวต่อไป ให้คณะรัฐมนตรีเสนอพระราชกำหนดนั้นต่อรัฐสภาเพื่อพิจารณาโดยไม่ชักช้า ในโอกาสนี้รัฐบาลจึงขอกราบเรียนต่อสภาผู้แทนราษฎรถึงเหตุผลและความจำเป็น ตลอดจน สาระสำคัญของร่างพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พุทธศักราช ๒๕๖๗ โดยสรุปดังนี้ครับ
เหตุผลและความจำเป็น มาตรการป้องกันการกัดกร่อนฐานภาษีระหว่าง ประเทศ Global Anti-Base Erosion Rules ซึ่งแนวทางสากลที่เห็นชอบร่วมกันระหว่าง ภาคีสมาชิกของกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศเกี่ยวกับการกัดกร่อนฐานภาษีและ การโอนกำไร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรับรองว่าอัตราภาษีที่แท้จริงของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติ ขนาดใหญ่ จากการประกอบกิจการในแต่ละประเทศนั้นต้องไม่น้อยกว่า ๑๕ เปอร์เซ็นต์ หากน้อยกว่าจำนวนดังกล่าวในประเทศใด ประเทศอื่นที่ปรับใช้มาตรการดังกล่าวมีสิทธิ จัดเก็บภาษีส่วนที่ยังขาดอยู่ หรือที่เรียกว่าภาษีส่วนเพิ่ม Top Up Tax แทนได้ ซึ่งปัจจุบัน หลายประเทศมีมาตรการในการตรากฎหมายเพื่อจัดเก็บภาษีส่วนเพิ่มจากกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติ ขนาดใหญ่แล้ว ดังนั้นเพื่อเป็นการรักษาผลประโยชน์ของประเทศไทยในการจัดเก็บภาษีส่วนเพิ่ม ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย และเป็นการรักษาสิทธิในการจัดเก็บภาษีของประเทศไทยจากภาษี ส่วนเพิ่มที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ ซึ่งจะต้องเริ่มคำนวณภาษีส่วนเพิ่มตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๖๘ จึงเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นเร่งด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ เพื่อประโยชน์ในการ ที่จะรักษาความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกำหนดนี้ สาระสำคัญสรุปได้ดังนี้ครับ
๑. กำหนดให้กลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติซึ่งตั้งอยู่ในประเทศไทย ไม่ว่ากลุ่ม นิติบุคคลข้ามชาติของไทยที่ลงทุนในต่างประเทศ หรือกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติของ ต่างประเทศที่ลงทุนในประเทศไทย ที่มีรายได้ตามงบการเงินรวมของบริษัทแม่ ลำดับสูงสุด ไม่น้อยกว่า ๗๕๐ ล้านยูโร อย่างน้อย ๒ ใน ๔ รอบระยะเวลาบัญชีก่อนหน้าที่พิจารณาหน้าที่ ในการเสียภาษีส่วนเพิ่มจะต้องเสียภาษีในอัตราภาษีที่แท้จริง ร้อยละ ๑๕
๒. กำหนดให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีส่วนเพิ่มจะต้องแจ้งข้อมูลยื่นรายงาน GloBE Information Return และยื่นแบบแสดงรายการพร้อมทั้งชำระภาษีส่วนเพิ่มภายใน ๑๕ เดือนนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีของนิติบุคคลแม่ลำดับสูงสุดของกลุ่ม นิติบุคคลข้ามชาติ อย่างไรก็ดีหากเป็นรอบระยะเวลาบัญชีแรกของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติ ที่อยู่ในบังคับต้องปฏิบัติตามกฎหมายภาษีส่วนเพิ่มให้ขยายเวลาเป็น ๑๘ เดือนนับตั้งแต่ วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีของนิติบุคคลแม่ลำดับสูงสุดของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติ ทั้งนี้พระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. ๒๕๖๗ เป็นไปตามแนวทางมาตรการมาตรฐานที่ องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาโออีซีดีจัดทำขึ้น จากการปฏิบัติตามกฎหมายภาษีส่วนเพิ่มของประเทศไทยจึงเป็นไปในแนวทางเดียวกันกับ การปฏิบัติตามกฎหมายภาษีส่วนเพิ่มของนานาประเทศ ท่านประธานครับ ผมขออธิบาย เพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องของความเป็นมาและความจำเป็นที่ต้องตราพระราชกำหนดนี้ กล่าวคือ
๑. ที่ผ่านมานานาประเทศมีการแข่งขันกันให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี โดยการ ลดหรือยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ซึ่งทำให้กลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติถ่ายโอนกำไรไปยัง ประเทศที่มีอัตราภาษีต่ำ โดยที่ไม่มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศนั้น ๆ หรือมีกิจกรรม ทางเศรษฐกิจในประเทศนั้น ๆ น้อย อันกระทบกับความยั่งยืนทางการคลังของประเทศ ต่าง ๆ
๒. เมื่อวันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๖๔ ที่ประชุมโออีซีดีซึ่งไทยเป็นสมาชิกได้มีมติ เห็นชอบแนวทาง Two Pillar Solution เพื่อจัดการกับความท้าทายทางภาษีที่เกิดขึ้น ของโลก โดยแบ่งเป็น Pillar 1 ซึ่งเป็นการจัดสรรสิทธิการจัดเก็บภาษีให้กับประเทศที่ กลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจอยู่ และพิจารณา Pillar 2 หรือ Global Minimum Tax ซึ่งเป็นการกำหนดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลขั้นต่ำของกลุ่มนิติบุคคล ข้ามชาติที่อัตราร้อยละ ๑๕
๓. ประเทศที่ต้องการจัดเก็บภาษีขั้นต่ำตามมาตรการ Global Minimum Tax สามารถดำเนินการได้โดยการออกกฎหมายภายในของประเทศตน ซึ่ง Inclusive Framework ได้จัดทำกฎเกณฑ์ที่เรียกว่ามาตรการป้องกันการกัดกร่อนฐานภาษีระหว่าง ประเทศ เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ ดำเนินการอย่างสอดคล้องแล้วมีการประสานงานกัน โดยกฎหมายของทุกประเทศจะเป็นไปตาม GLOBE Rules ทั้งสิ้น ประเทศสมาชิก Inclusive Framework จะนำ GLOBE Rules ไปใช้หรือไม่ก็ได้ แต่หากไม่นำไปใช้จะต้องยอมรับการใช้ GLOBE Rules ของประเทศสมาชิกอื่น ๆ ประเทศที่ไม่ออกกฎหมายเพื่อนำไปใช้จึงจะ เสียสิทธิในการจัดเก็บภาษีให้กับประเทศที่นำไปใช้
๔. ปัจจุบันไม่ว่ากลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติไปลงทุนในประเทศใดก็จะอยู่ภายใต้ มาตรการ Global Minimum Tax เพราะมีประเทศที่ตกลงจะดำเนินการมาตรการนี้แล้ว รวมทั้งสิ้น ๑๔๒ ประเทศ
๕. ประเทศที่มีกฎหมายบังคับ ใช้ตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชี ปี ๒๕๖๗ มี ๒๘ ประเทศ เช่น กรีซ เกาหลีใต้ แคนาดา ญี่ปุ่น เดนมาร์ก ตุรกี เนเธอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ ฝรั่งเศส ฟินแลนด์ เยอรมัน สเปน สวีเดน สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย อิตาลี ไอร์แลนด์ เวียดนาม และประเทศที่คาดว่าจะมีกฎหมายบังคับใช้ตั้งแต่รอบระยะเวลาปีบัญชี ๒๕๖๘ เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และเขตบริหารพิเศษฮ่องกง
ท่านประธานที่เคารพท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ กระผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาอนุมัติพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่มพุทธศักราช ๒๕๖๗ เพื่อรักษาสิทธิของประเทศไทยในการจัดเก็บภาษีตามมาตรการป้องกันการกัดกร่อนฐานภาษี ระหว่างประเทศ อันเป็นการรักษาผลประโยชน์แห่งชาติและความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของ ประเทศ ในการนี้หากท่านสมาชิกได้มีการอภิปรายและมีข้อซักถามทางรัฐบาลและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องมีความพร้อมที่จะตอบ แล้วก็รับข้อห่วงใยของท่านเพื่อไปดำเนินการให้เกิด ประสิทธิผล แล้วก็เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศต่อไป ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีนะครับ มีผู้ลงชื่อขออภิปรายด้วยกันหลายท่านนะครับ ผมเริ่มขานชื่อ ทีละ ๒ ท่านนะครับ ท่านจะได้เตรียมตัว ท่านแรกครับ ท่านศิริกัญญา ตันสกุล ต่อด้วย ท่านรวี เล็กอุทัย เชิญท่านศิริกัญญาครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพค่ะ ศิริกัญญา ตันสกุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ก็จะขอ มีส่วนร่วมในการอภิปรายนะคะตัว พ.ร.ก. ภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. ๒๕๖๗ จริง ๆ ดิฉันเอง ก็ติดตามเรื่องของการที่จะมีกฎหมายเกี่ยวกับภาษีส่วนเพิ่มมาโดยตลอดนะคะ ซึ่งจริง ๆ แล้ว เราไม่ได้เห็นตัวร่างกฎหมายนี้ในตอนที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาครั้งแรกนะคะ จริง ๆ แล้วได้มีการยื่นตัวร่าง พ.ร.ก. ภาษีส่วนเพิ่มให้เข้าสู่การพิจารณา แล้วก็มีการรับฟัง ความคิดเห็นมาตั้งแต่ประมาณเดือนมีนาคม ปี ๒๕๖๗ ด้วยความที่เรารู้ล่วงหน้ากันอยู่แล้ว ว่าจำเป็นที่จะต้องมีผลบังคับใช้ในวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๘ ดังนั้นเหตุผลและความจำเป็นที่ท่านรัฐมนตรีได้กล่าวถึงว่าเราจำเป็นที่จะต้องออกเป็น พ.ร.ก. นั้นดิฉันยังคิดว่าฟังไม่ขึ้นนะคะว่ามันมีความฉุกเฉิน ทั้ง ๆ ที่ตัวร่าง พ.ร.บ. ก็เคยมีการ พิจารณาออกสู่สาธารณะไปเรียบร้อยแล้ว จริง ๆ ควรจะต้องนำเข้าสู่การพิจารณาของสภา ไปตามขั้นตอนนะคะ แต่ว่าก็ต้องขอติติงในเรื่องนี้เอาไว้ก่อนนะคะ แต่ว่าอย่างไรก็ตามร่างที่มี การปรากฏก่อนหน้าตอนที่เป็น พ.ร.บ. ก็มีความแตกต่างจากตัวร่าง พ.ร.ก. ที่ได้มีการ ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเดี๋ยวจะมีการพูดคุยกันในขั้นต่อไปนะคะ
สำหรับการเก็บภาษีส่วนเพิ่มในครั้งนี้ดิฉันเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งนะคะ ว่าจำเป็นที่จะต้องมีการทำ ไม่ใช่เพียงแค่ว่าเราจะต้องการที่จะเข้าสู่การเป็นภาคีของโออีซีดี แล้วก็จำเป็นที่จะต้องปฏิบัติตามต่าง ๆ แต่ว่าภาคีนี้เราได้เข้าร่วมมาก่อนหน้านี้แล้วนะคะ แล้วก็เป็นความพยายามที่จะมีการปฏิรูปภาษีในระดับโลก ระดับระหว่างประเทศ เพื่อให้ ไม่ต้องมีการที่จะแข่งกันเพื่อที่จะดึงดูดนักลงทุนด้วยการลดภาษีกันจนกลายเป็นสถานการณ์ ที่เรียกว่า แข่งกันวิ่งลงเหวหรือว่า Race To The Bottom ทุก ๆ ประเทศต่างก็พยายาม ที่จะตัดภาษีของตัวเองให้น้อยลงเรื่อย ๆ ยืดระยะเวลาของการมีการยกเว้นภาษีหรือว่า Tax Holiday ยาวออกไปเรื่อย ๆ โดยที่อาจจะไม่ได้มาโฟกัสที่การพัฒนาความสามารถ ในการแข่งขันที่แท้จริงที่ไม่ใช่เรื่องของการแข่งกันลดภาษีนะคะ ดังนั้นการที่โออีซีดีมี Initiative มีความริเริ่มในเรื่องนี้ว่าเราจะไม่จัดเก็บภาษีให้ต่ำกว่า ๑๕ เปอร์เซ็นต์ที่เป็น Rate เดียวกันทั่วโลกดิฉันคิดว่าเป็นเรื่องดีนะคะ ถึงแม้ว่าผลประโยชน์ของการจัดเก็บภาษีส่วนเพิ่ม ในครั้งนี้อาจจะไม่ใช่ประเทศไทยที่จะได้ภาษีเพิ่มเป็นหลัก แต่ว่าเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว เป็นประเทศในกลุ่มที่มีรายได้สูงอยู่แล้วที่จะได้เป็นหลัก แต่ว่าจะช่วยทำให้เราไม่จำเป็น ที่จะต้องแข่งกันลดภาษีอีกต่อไปนะคะ แน่นอนว่าภาษีเงินได้ที่เราจะจัดเก็บได้จากตรงนี้ก็จะ เพิ่มขึ้นด้วยนะคะ แต่ว่าปัญหามันอยู่ตรงนี้ค่ะท่านประธาน ตอนที่รัฐบาลจะนำ พ.ร.ก. เข้าสู่ การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีนี่มีข่าวออกมาตั้งแต่วันที่ ๑๑ ธันวาคมว่าจะมีตัว พ.ร.ก. ทั้งหมด ๒ ฉบับ เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ฉบับแรกก็คือตัวร่าง พ.ร.ก. ภาษี ส่วนเพิ่มที่เรากำลังคุยกันอยู่ตอนนี้ และอีกร่างหนึ่งเป็นร่างพระราชกำหนดแก้ไข พระราชบัญญัติการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรม เป้าหมาย แต่ว่าขาออกค่ะท่านประธานทราบไหมคะว่ามันออกมาแค่ฉบับเดียวก็คือ ฉบับ พ.ร.ก. ภาษีส่วนเพิ่มนะคะ ในส่วนที่มีความแตกต่างกันของ พ.ร.ก. ภาษีส่วนเพิ่ม กับร่าง พ.ร.ก. ภาษีส่วนเพิ่ม ที่สำคัญที่สุดอันหนึ่งก็คือว่ามันเคยมีถ้อยคำที่ระบุว่าภาษี ที่เก็บได้ส่วนเพิ่มจะถูกจัดเก็บเข้ากองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันตาม พ.ร.บ. การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ข้อความส่วนนั้นก็หายไปด้วย ก่อนหน้านี้มีความ เข้าใจมาโดยตลอดว่าภาษีส่วนเพิ่มนี้จะถูกจัดเก็บแบ่ง ๖๐-๗๐ เปอร์เซ็นต์ เข้าสู่กองทุนเพิ่ม ขีดความสามารถในการแข่งขันนะคะ ดิฉันก็เลยเดาว่านะคะ เพราะไม่มีใครเห็นตัวร่าง พ.ร.ก. แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ. เพิ่มขีดว่ามีหน้าตาเป็นอย่างไร แล้วก็เดาว่าน่าจะเป็นในส่วนที่จะทำให้ เราสามารถที่จะจัดสรรภาษีเข้ากองทุนได้นะคะ ในส่วนตรงนั้นก็เลยหายไปเลยจากการที่เรา ไม่ได้มี พ.ร.ก. อีกฉบับออกมา สืบเสาะหาเหตุผลก็ได้ความว่าไม่สามารถทำได้เนื่องจากว่าผิด พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลัง เดาว่าน่าจะเป็นมาตรา ๓๕ ใช่หรือไม่ที่กล่าวว่าการกันเงินรายได้ ให้หน่วยงานของรัฐนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ของหน่วยงานนั้นเป็นการเฉพาะจะกระทำมิได้ แต่ก็ยังไม่เข้าใจค่ะ เพราะว่าในวรรคสุดท้ายของมาตรา ๓๕ ก็บอกว่า เว้นแต่จะอาศัยอำนาจ ตามกฎหมาย ซึ่งถ้ามีการตรากฎหมายอนุญาตให้มีการทำอย่างนี้เรียกว่า Earmark ใช่ไหมคะ การทำ Earmark แบบนี้มันก็น่าจะสามารถที่จะทำได้เช่นเดียวกันก็อยากจะสอบถามไปยัง ท่านรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงเรื่องนี้ว่าทำไมเข้า ๒ ถึงได้ออกมาแค่ ๑ นะคะ แล้วพอกฎหมายไม่ชัดเจนแบบนี้สิ่งที่เราคาดว่ามันจะกลายมาเป็นมาตรการที่จะรองรับ เยียวยานักลงทุนที่อาจจะไม่มั่นใจว่าเขาจะมีมาตรการอื่น ๆ ที่จะใช้ในการที่จะดึงดูดพวกเขา เหล่านั้นยังอยู่หรือไม่ ก็เลยทำให้เกิดความตื่นตระหนกแล้วก็วิตกกังวลตามมานะคะ ถ้าเรา จะเห็นว่าการเปิดปีใหม่มาสำหรับตลาดหุ้นเราก็พบว่ามีหุ้นหลายตัวในตลาดหลักทรัพย์ที่มี นักลงทุนที่มีความกังวลว่าอาจจำเป็นที่จะต้องเสียภาษีเพิ่มในจำนวนมากนะคะ แล้วอาจจะไม่ได้มีมาตรการอื่น ๆ ที่จะมาคงสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ที่ไม่ใช่ภาษีให้กับพวกเขาไว้ ด้วยนะคะ ก็ทำให้มีหุ้นหลายตัวที่เข้าข่ายว่าเป็นบริษัทข้ามชาติที่มีรายได้เกิน ๗๕๐ ล้านยูโร หรือว่า ๒๘,๐๐๐ ล้านบาท ได้รับผลกระทบมีราคาที่ตกลงเป็นจำนวนมาก ตรงนี้ล่ะค่ะที่เป็น ความไม่ชัดเจนที่อยากจะสอบถามว่าสุดท้ายท้ายที่สุดถึงแม้ว่ากฎหมายจะกระทำไม่ได้ แต่เราก็ควรจะต้องมีการแถลงแผนที่จะรองรับในส่วนนี้นะคะ เข้าใจดีว่าสุดท้ายก็คงจะใช้เงิน ในกองทุนเพิ่มขีดนั่นล่ะ แต่ว่าได้มีการวางแผนไว้หรือไม่ว่าจะมีการจัดสรรงบประมาณ ในกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันเป็นเม็ดเงินเท่าไรเพื่อที่จะชดเชยกับภาษี ส่วนเพิ่มที่มันจะต้องมาเป็นภาระของบริษัทข้ามชาติที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย มาตรการ แบบนี้ในหลายประเทศที่เขาก็ประกาศใช้ภาษีส่วนเพิ่มอย่างเรา อย่างเช่น สิงคโปร์เขาก็มีการ เตรียมการไว้นะคะ อย่างเช่นสิงคโปร์ก็มีมาตรการ Refundable Investment Credit ก็คือ เป็นเครดิตภาษีประเภทหนึ่งสำหรับการที่หักไว้สำหรับส่วนที่เป็นค่าใช้จ่ายในการลงทุน ของประเทศไทยได้มีการเตรียมการไว้หรือไม่ แล้วเรายังจะสามารถคงความสามารถในการ แข่งขันในการดึงดูดนักลงทุนเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศไว้ได้อย่างไร แผนงานเหล่านี้ดิฉัน อาจจะรอฟังวันนี้ก็ได้ แต่สิ่งที่ท่านควรทำก็คือประกาศต่อสาธารณะไปตั้งแต่เมื่ออาทิตย์ ที่แล้วที่ได้มีการประกาศใช้ พ.ร.ก. ฉบับนี้ให้มีผลใช้ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม เพื่อทำให้ นักลงทุนคลายกังวล วางแผนการลงทุนได้แม่นยำ แล้วก็ไม่หนีไปจากประเทศไทย แล้วก็ ขนเงินไปลงทุนในประเทศอื่นที่มีการเตรียมความพร้อมดีกว่าประเทศเราค่ะ ขอบพระคุณค่ะ ท่านประธาน
ขอบคุณมากครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะนักศึกษาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต ระดับผู้บริหาร มหาวิทยาลัยชิงหัว สาธารณรัฐประชาชนจีน นำโดย ท่าน สส. วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ สส. จังหวัดเชียงราย ยินดีต้อนรับทุกท่านนะครับ ต่อไปท่าน รวี เล็กอุทัย เชิญครับ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายรวี เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตมีส่วนร่วมในการอภิปรายสนับสนุนพระราชกำหนดภาษี ส่วนเพิ่ม พุทธศักราช ๒๕๖๗ ฉบับนี้ของรัฐบาลครับ โดยมีเหตุผลสนับสนุนดังนี้ ขอสไลด์ ขึ้นด้วยนะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
สไลด์ถัดไปได้เลยครับ ท่านประธานครับ ความสำคัญของเรื่องนี้ต้องย้อนไปตั้งแต่วันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๖๔ ตามที่ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจง ไปว่าจากการประชุมร่วมกันของกลุ่มโออีซีดี มีประเทศสมาชิกอยู่กว่า ๑๔๐ ประเทศ ซึ่งได้มี การลงมติเห็นชอบร่วมกันในแนวทางการลดการแข่งขันทางด้านภาษี ผ่าน ๒ มาตรการ การจัดเก็บภาษีที่สำคัญครับ นั่นก็คือ Pillar 1 และ Pillar 2 ในส่วนของ Pillar 1 นั่นคือการ จัดสรรกำไรและสิทธิการจัดเก็บภาษีจากบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่เพื่อให้มีความเป็นธรรม มากยิ่งขึ้น ในขณะที่ Pillar 2 คือการจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลขั้นต่ำ หรือ Global Minimum Tax จากกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติขนาดใหญ่ เพื่อลดการแข่งขันทางภาษีระหว่าง ประเทศ โดยกำหนดให้กลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติขนาดใหญ่นั้นจะต้องเสียภาษีเงินได้ในอัตรา ภาษีที่แท้จริงหรือ Effective Tax Rate ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๑๕ หรือหมายความว่า กลุ่มบริษัทขนาดใหญ่จะต้องเสียภาษีในแต่ละประเทศที่ได้ประกอบกิจการอยู่ อย่างน้อย ๑๕ เปอร์เซ็นต์ของกำไรที่เกิดจากการประกอบกิจการในประเทศนั้น ๆ ท่านประธานครับ โดยเฉพาะในเสาหลักที่ ๒ หรือ Pillar 2 ซึ่งเป็นหลักการและที่มาสำคัญของการออก พ.ร.ก. ฉบับนี้ เพื่อทำให้ประเทศไทยของเราสามารถรักษาสิทธิ ในการจัดเก็บภาษีตามที่ได้ทำความ ตกลงร่วมกันไว้กับนานาประเทศไว้ได้ เนื่องจากหลักเกณฑ์ของการจัดเก็บภาษีตามความ ตกลงนี้นะครับ หากกลุ่มบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ไม่เสียภาษีส่วนเพิ่ม ๑๕ เปอร์เซ็นต์ให้กับ ประเทศไทย เขาก็จะต้องถูกเก็บภาษีในอัตราที่เท่ากันจากประเทศแม่ของบริษัทเหล่านั้น อยู่ดี ดังนั้น พ.ร.ก. ฉบับนี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะทำให้เราไม่เสียเปรียบประเทศอื่นที่มี กฎหมายจัดเก็บภาษีส่วนเพิ่ม ขอสไลด์ถัดไปครับ เมื่อดูตั้งแต่ช่วงปี ๒๕๖๗ ที่ผ่านมามีถึง ๒๘ ประเทศที่ได้มีการออกบังคับใช้กฎหมายลักษณะนี้ไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเกาหลีใต้ แคนาดา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย หรือเวียดนาม ในขณะที่ปี ๒๕๖๘ หรือ ปีนี้นั้นก็มีการคาดการณ์ว่าจะมีประเทศอย่างมาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และฮ่องกง ตามที่ท่านรัฐมนตรีได้กล่าวไปจะมีการบังคับใช้กฎหมายลักษณะนี้เช่นเดียวกัน ถัดไปครับ ดังนั้นเพื่อให้ประเทศไทยของเราไม่ตกขบวนของการเห็นชอบหลักการร่วมกันระหว่าง นานาประเทศที่มีความต้องการจะลดการแข่งขันทางภาษี และเพื่อให้ประเทศไทยของเรา มีโอกาสในการเก็บภาษีหารายได้เข้าประเทศได้มากยิ่งขึ้น เราจำเป็นที่จะต้องมีกฎหมาย ที่สอดคล้องกับหลักกฎกติกาสากลเพื่อเป็นการรักษาสิทธิ สร้างความเป็นธรรม และป้องกัน พี่น้องประชาชนผู้ประกอบการภายในประเทศไม่ให้ถูกเอาเปรียบได้อีกด้วยครับ ขอสไลด์ ถัดไปท่านประธานครับ เพราะกฎหมายฉบับนี้จะทำให้บริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ที่มีรายได้ รวมไม่น้อยกว่า ๗๕๐ ล้านยูโร จะต้องเสียภาษีส่วนเพิ่มในอัตราที่ไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๑๕ ซึ่งประมาณการได้ว่าประเทศไทยของเราจะมีบริษัทข้ามชาติที่ต้องเสียภาษีส่วนเพิ่ม ตามกฎหมายฉบับนี้อยู่กว่า ๑,๒๐๐ กลุ่มบริษัท คิดเป็นรายได้ที่จัดเก็บภาษีส่วนเพิ่มขึ้นได้ เป็น ๑๒,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี และเงินก้อนนี้ก็จะสามารถนำมาพัฒนาประเทศได้ต่อไป รวมถึงจะทำให้การแข่งขันมาตรการภาษีเงินได้นิติบุคคลระหว่างประเทศนั้นลดลง ส่งผลดีต่อ ภาพรวมในการรักษาความสามารถในการแข่งขัน ท่านประธานครับ ดังนั้นผมจึงขอสนับสนุน และเห็นด้วยกับพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่มที่รัฐบาลจะออก แต่อย่างไรก็ดีเมื่อเราไม่มี มาตรการภาษีมาเป็นเครื่องจูงใจให้แก่นักลงทุนหรือบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่อีกต่อไปแล้ว ผมจึงอยากขอฝากทางส่วนราชการโดยเฉพาะกรมสรรพากรและสำนักงานคณะกรรมการ ส่งเสริมการลงทุนโปรดช่วยพิจารณาหามาตรการ หรือแนวทางอื่น ๆ ในการจูงใจให้นักลงทุน หรือบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ทั้งหลายยังคงให้ความสนใจที่จะมาลงทุนในประเทศไทย ของเราอยู่ครับ ยกตัวอย่างเช่นการส่งเสริมและพัฒนาแหล่งพลังงานสะอาดของชาติ ซึ่งเป็น โครงสร้างพลังงานที่สำคัญและมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการลงทุนประกอบธุรกิจในอนาคต ของโลกเรา รวมไปจนถึงการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ที่มีความสำคัญและ จะช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่นักลงทุนที่จะเข้ามาในประเทศไทยของเรา มาตรการต่าง ๆ เหล่านี้ควรจะเป็นสิ่งที่รัฐบาลและหน่วยงานราชการต่าง ๆ ให้ความสำคัญในการที่ยังจะ ดึงดูดสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนให้มาลงทุนในประเทศไทยของเราได้ต่อไป ก็ขอฝาก เอาไว้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
๒ ท่านถัดไป ท่านสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล และท่านลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ เชิญท่านสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล ก่อนครับ เชิญครับ
เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม สิทธิพล วิบูลย์ธนากุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน วันนี้ ผมขอมีส่วนร่วมอภิปรายในโอกาสที่รัฐบาลนำเสนอพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. ๒๕๖๗ ต่อสภาแห่งนี้ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมต้องเรียนว่าผมเห็นด้วยในหลักการ ของกฎหมายฉบับนี้ เพราะเป็นการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษี แล้วก็ลด ช่องโหว่ที่แต่เดิมเคยมีโดยเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่ไม่ว่าจะเป็นไทยหรือต่างชาติที่หลบเลี่ยง ภาษีได้ง่าย โดยเฉพาะมักโยกย้ายกำไรไปอยู่ในประเทศที่เก็บภาษีต่ำ ๆ หรือไม่ต้องเสียภาษี ถ้าเราไม่ทำอะไรหรือไม่ออกกฎหมายฉบับนี้จะกลับกลายเป็นว่าภาษีที่เราควรเก็บได้จะกลาย ไปเป็นของประเทศอื่นด้วยซ้ำ ดังที่กรมสรรพากรหรือเมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกท่านรวี เล็กอุทัย อภิปรายไปนะครับ กรมสรรพากรประเมินว่ากฎหมายนี้ช่วยเพิ่มรายได้ภาษีได้มากถึง ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านต่อปี ท่านประธานครับ เอาเข้าจริงแล้วหากทุกประเทศร่วมมือกันอย่างดี แลกเปลี่ยนข้อมูลกันอย่างครบถ้วน ประเทศไทยน่าจะเก็บภาษีจากกฎหมายฉบับนี้ ได้มากกว่านี้ด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตามผลพวงจากกฎหมายฉบับนี้มีประเด็นปัญหา หรือคำถาม ๔ ๕ ประการที่ผมอยากขอให้รัฐบาลชี้แจงว่ามีการเตรียมการรองรับหรือไม่จากการ ออกกฎหมายฉบับนี้
ประการที่ ๑ ดังเช่นเพื่อนสมาชิกของผม คุณศิริกัญญา ตันสกุล อภิปราย ไปว่าผลของกฎหมายฉบับนี้จะทำให้อนาคตมาตรการส่งเสริมการลงทุนที่รัฐบาลเคยใช้ หรือใช้อยู่มีประสิทธิภาพลดลงหรือไม่มีผลเลย แต่เดิมรัฐบาลใช้มาตรการลดหย่อนภาษี หรือกระทั่งยกเว้นภาษีเพื่อจูงใจให้บริษัทต่างชาติมาลงทุนในบ้านเรา มาสร้างงานสร้างรายได้ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าบริษัทเหล่านี้ส่วนหนึ่งที่เขามาลงทุนก็เพราะแรงจูงใจทางภาษีเหล่านี้ ซึ่งหากดูเงื่อนไขบริษัทข้ามชาติที่เข้าข่ายต้องเจอกฎหมายฉบับนี้ คือมีรายได้ทั่วโลกมากกว่า ๗๕๐ ล้านยูโร คำนวณคร่าว ๆ เป็นเงินไทยก็คือประมาณ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ต้องบอกว่า บริษัททั้งหลายที่ท่านนายกชวนมาลงทุน Semiconductor ก็ดี EV ก็ดี Data Center ก็ดี ล้วนมีรายได้ทั่วโลกเข้าข่ายต้องเสียภาษีฉบับนี้ทั้งนั้น คำถามคือรัฐบาลมีการเตรียมการรับมือ ผลกระทบนี้อย่างไร จะปรับมาตรการส่งเสริมการลงทุนอย่างไร เตรียมหรือยังในเมื่อ มาตรการที่เราเคยใช้กำลังจะใช้ไม่ได้อีกแล้ว
ประการที่ ๒ ทางเลือกที่เรามีอยู่ก็คือกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการ แข่งขัน เปลี่ยนจากการลดหย่อนภาษีไปให้เงินสนับสนุนโดยตรง กองทุนนี้มีแล้ว กฎหมาย มีแล้วใช้ได้ทันที ซึ่งแต่เดิมรัฐบาลก็ตั้งใจเอาเงินที่เก็บจากภาษีนี้ไปใส่เข้ากองทุนเพิ่มขีด แต่ในเมื่อกฤษฎีกาท้วงติงว่าเสี่ยงขัดกฎหมาย วินัยการเงินการคลัง รัฐบาลก็ตัดออกไป คำถามคือแล้วรัฐบาลมีการวางแผนหรือยัง ในเมื่อต้องกลับมาใช้งบประมาณปกติในขณะที่ มาตรการลดหย่อนภาษีก็ประสิทธิภาพแย่ลง รัฐบาลมีการวางแผนหรือไม่เพื่อชดเชย ผลกระทบจากกฎหมายฉบับนี้ เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันดึงดูดนักลงทุน กองทุน ต้องการเงินเท่าไรในระยะ ๒ ๓ ปีข้างหน้า เพราะเกี่ยวข้องกับการจัดสรรงบประมาณโดยตรง และเป็นเครื่องมือสำคัญในเวลานี้ที่มาตรการทางภาษีใช้ไม่ได้แล้ว ที่สำคัญอยากจะฝากทาง รัฐบาลไปประเมินความคุ้มค่าของกองทุนเพิ่มขีดในช่วงที่ผ่านมาเพื่อเป็นการยืนยันว่า งบประมาณผ่านกองทุนเพิ่มขีดมีความคุ้มค่าและสร้างประโยชน์ให้ประเทศได้เต็มที่
ประการที่ ๓ เช่นที่ในหลายประเทศทำ และเป็นสิ่งที่เราคาดหวังว่ารัฐบาล น่าจะออกมาพร้อม ๆ กับกฎหมายฉบับนี้คือเครื่องมือใหม่ ๆ วันนี้เรายังไม่มีนะครับ กองทุน เพิ่มขีดเรามีแล้วแต่เครื่องมือใหม่ ๆ ที่เรายังไม่มี ผมเข้าใจว่ากรมสรรพากรก็อยู่ในช่วงเวลา ของการหารือหรือคิดที่จะทำอยู่ คำถามคือจะออกมาเมื่อไร เช่น การให้เครดิตภาษี หลายประเทศอย่างเช่นที่เมื่อสักครู่คุณศิริกัญญาอภิปรายไปสิงคโปร์ทำ วันนี้เวียดนาม ก็กำลังทำอยู่นะครับ นักลงทุนวันนี้เขามองอยู่ว่าเราจะมีมาตรการอะไรมาชดเชยสิ่งที่หายไป ดังนั้นถ้าเรายิ่งออกเร็วก็ยิ่งดี ทำให้นักลงทุนเขาตัดสินใจง่ายนะครับ
ประการที่ ๔ ประการถัดมาที่อยากให้รัฐบาลตอบคำถามก็คือวันนี้บริษัท แพลตฟอร์มทั้งหลายที่ค้าขายกับคนไทย และกำลังส่งผลกระทบอย่างชัดเจนกับผู้ค้ารายย่อย กับ SMEs กฎหมายนี้ครอบคลุมเข้าไปจัดการได้หรือไม่ ไปเก็บภาษีได้หรือไม่ สาเหตุที่ต้องถาม ก็เพราะว่าในการประชุมเมื่อวานนี้ในห้องประชุมวิปฝ่ายค้านมีการซักถามประเด็นนี้กับ หน่วยงานที่มาชี้แจง หน่วยงานแจ้งว่าแพลตฟอร์มเหล่านี้จะเข้าข่าย ถ้าอะไร ๑. รายได้เกิน ๒. จดทะเบียนหรือเป็นนิติบุคคลในไทย ถ้าไม่เข้าข่าย ๒ อันนี้กฎหมายนี้เอาไปใช้ไม่ได้ ยกตัวอย่างที่เราพูดกันบ่อย ๆ Temu ผมไปหามารายได้ทั่วโลกปี ๒๕๖๖ ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ปีที่แล้วครึ่งปีแรก ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในเชิงรายได้เข้าข่ายแน่นอน คำถามคือบริษัท ลักษณะนี้เขาจดทะเบียนนิติบุคคลในไทยหรือยัง ถ้ายังไม่จดรัฐบาลจะไปทำให้เขาจด ได้อย่างไรเพื่อทำให้อำนาจของกฎหมายนี้เข้าถึง
ประการสุดท้าย ผมคิดว่าในขณะเดียวกันรัฐบาลต้องสามารถตอบคำถาม ได้ว่าท่านมีความสามารถในการตรวจทานภาษีที่เอกชนนำส่งหรือเปล่า ต้องบอกว่าระบบภาษี ปัจจุบันเราให้เอกชนเป็นคนนำส่ง แต่ด้วยความที่บริษัทเหล่านี้มีสาขาเครือข่ายมากมาย แน่นอนถ้าตั้งอยู่ในประเทศที่เป็นภาคีสมาชิกของโออีซีดีเราสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลได้แล้ว ถ้าเขาตั้งอยู่ในพื้นที่อื่น ๆ หมู่เกาะต่าง ๆ เราจะทำอย่างไร ปัจจุบันมีความท้าทายหลายอย่าง โดยเฉพาะในยุคดิจิทัล เส้นทางทางการเงินโอนเป็น Cryptocurrency แบบนี้เราจะไป ตรวจทานอย่างไร เป็นสิ่งที่รัฐบาลควรจะต้องตอบคำถามหรือชี้แจงเพื่อยืนยันว่าหลักการ ของกฎหมายฉบับนี้ที่สภากำลังจะลงมติกันเมื่อผ่านออกไปใช้แล้วรัฐบาล โดยกระทรวง การคลังสามารถปฏิบัติได้อย่างครบถ้วนเต็มอำนาจหน้าที่ของกฎหมายฉบับนี้ ขอบคุณ ท่านประธานครับ
ขอบคุณมากครับ ต่อไปท่านลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขอร่วมอภิปรายในการสนับสนุนวาระพิจารณาร่างพระราชกำหนด ภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. ๒๕๖๗ ท่านประธานที่เคารพคะ แม้ขณะนี้พระราชกำหนดฉบับนี้ คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบไปแล้วตั้งแต่วันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๖๗ และมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๘ แต่ดิฉันขอร่วมเป็นอีก ๑ เสียงที่จะยืนยันว่าพระราชกำหนด ภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. ๒๕๖๗ มีความเร่งด่วนที่สุด ไม่ใช่เพื่อประเทศชาติเพียงอย่างเดียวค่ะ แต่เพื่อพี่น้องประชาชนที่เป็นหัวใจของรัฐบาลเพื่อไทย เพราะพระราชกำหนดฉบับนี้จะทำให้ ประเทศไทยสามารถรักษาสิทธิในการจัดเก็บภาษี มาตรการการป้องกันและการกัดกร่อนฐาน ภาษีระหว่างประเทศ ถ้าดิฉันจะกล่าวให้เห็นภาพก็คือพระราชกำหนดฉบับนี้คือประการเหล็ก ที่รัฐบาลจะจัดตั้งเพื่อรักษาระบบภาษีของเราจากปัจจัยภายนอก เพื่อรักษาผลประโยชน์ แห่งชาติและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญที่รัฐบาลต้องทำ ภายใต้บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ และนโยบายของคณะรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร แถลงต่อรัฐสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ สอดคล้องกันอย่างไรคะ วันนี้ดิฉันขอมาขยายความ ให้ชัดเจนให้เห็นภาพกันยิ่งขึ้น พระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. ๒๕๖๗ จะกระทบภาษี เงินได้นิติบุคคลทั่วไปร้อยละ ๑๕ หรือไม่ คำตอบคือไม่นะคะ เพราะพระราชกำหนดฉบับนี้ กำหนดให้กลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติขนาดใหญ่ที่มีรายได้ตามงบการเงินรวมของบริษัทแม่ลำดับ สูงสุดไม่น้อยกว่า ๗๕๐ ล้านยูโรต้องเสียภาษีที่แท้จริงในอัตราร้อยละ ๑๕ ถามว่าทำไมต้อง ร้อยละ ๑๕ ตัวเลขนี้รัฐบาลไม่ได้คิดขึ้นมาลอย ๆ นะคะ แต่ได้คำนวณมาจากผลรวมของภาษี ที่อยู่ในขอบข่ายภายหลังการปรับปรุงของนิติบุคคลในเครือแต่ละรายในส่วนประกอบกิจการ ในประเทศ แล้วก็หารด้วยเงินรวมสุทธิของกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติในส่วนที่ประกอบกิจการ ในประเทศไทยค่ะ นอกจากนี้อัตราร้อยละ ๑๕ ยังเป็นผลมาจากความเห็นชอบเมื่อวันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๖๔ ของภาคีสมาชิกโออีซีดีด้วยค่ะ ซึ่งมีมากกว่า ๑๔๐ ประเทศและเขตเศรษฐกิจ รวมถึงประเทศไทยเราด้วย สรรพากรจึงได้ยกร่างพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. ๒๕๖๗ ตามตัวแบบคำอธิบายและแนวปฏิบัติของโออีซีดีที่จัดทำขึ้นค่ะ ดิฉันจึงยืนยันได้เลยว่า ตัวเลขที่ปรากฏอยู่ในพระราชบัญญัติภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. ๒๕๖๗ ในการจัดเก็บภาษีตรงนี้ รัฐบาลกำลังทำให้ประเทศไทยของเราสอดคล้องกับบรรทัดฐานสากลตามนานา อารยประเทศค่ะ ตามพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. ๒๕๖๗ นี้ค่ะท่านประธาน จึงเป็น การปูทางการเข้าสู่การเป็นสมาชิกโออีซีดีอีกขั้นหนึ่งด้วย และที่สำคัญยิ่งเพราะการเข้าเป็น สมาชิกโออีซีดีของไทยจะมีส่วนช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ สร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เหมาะสมและยั่งยืนกับการลงทุนให้มีคุณภาพสูงขึ้น และยัง ยกระดับมาตรฐานในด้านต่าง ๆ เช่น เรื่องของธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และสิ่งแวดล้อม และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของไทยในการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ร่วมกับประเทศสมาชิกโออีซีดีต่อไปค่ะ เป็นการเปิดประตูเชื่อมไทยสู่โลกตามเป้าหมายของ รัฐบาลนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ค่ะ และนี่คือผลประโยชน์ระยะยาวที่ไทยจะได้รับ จากการตราพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. ๒๕๖๗ แต่ถ้าเรามองย้อนกลับไปค่ะ ผลประโยชน์ระยะใกล้ที่เราจะได้รับตรงหน้านี่ค่ะท่านประธาน ประชาชนจะได้รับทันทีจาก การบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้อย่างน้อย ๆ มี ๓ เรื่องด้วยกันค่ะท่านประธาน
ข้อแรก ประเทศไทยจะได้รายได้ภาษีเพิ่ม และสามารถรักษาสิทธิการจัดเก็บ ภาษีในฐานะประเทศแหล่งเงินได้ตามพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. ๒๕๖๗ โดยคาดว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นปีละ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท ตามที่เพื่อนสมาชิกหลายคน ได้อภิปรายในที่นี้นะคะ นอกจากนี้การจัดเก็บภาษีส่วนนี้ยังเป็นเครื่องมือที่รัฐบาลจะใช้ ขับเคลื่อนในการพัฒนาด้านต่าง ๆ และส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของพี่น้องประชาชนต่อไปค่ะ
ข้อที่ ๒ ที่เราจะได้อย่างแน่นอนก็คือการกัดกร่อนฐานภาษีและการถ่ายโอน กำไรของนิติบุคคลข้ามชาติจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญค่ะ ความยั่งยืนทางการคลังของประเทศ จึงเพิ่มขึ้น ลดความเสี่ยงที่ไทยจะถูกจัดอยู่ในบัญชีดำ หรือประเทศที่ไม่มีความน่าเชื่อถือ คือแหล่งการฟอกเงินหรือการเลี่ยงภาษี และในทางกลับกันพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. ๒๕๖๗ จะช่วยให้ไทยยังคงสถานะเป็นประเทศที่มีระบบภาษีที่โปร่งใสและได้รับการ ยอมรับในเวทีโลก
ข้อที่ ๓ การแข่งขันมาตรการทางภาษีเงินได้นิติบุคคลระหว่างประเทศลดลง อย่างมีนัยสำคัญ ประเทศไทยจึงสามารถรักษาความสามารถในการแข่งขันควบคู่ไปกับความ ยั่งยืนทางการคลัง เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นในการลงทุนและหน่วยงานระหว่างประเทศ ทั้งหมดนี้ ไม่ใช่แค่ประเทศไทยที่เห็นคุณค่าของหลักการจัดเก็บภาษีตามพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. ๒๕๖๗ เท่านั้น แต่หลาย ๆ ประเทศในยุโรปที่พูดไปไม่ว่าจะเป็นฝรั่งเศส เยอรมนี สหราชอาณาจักร หรือแม้แต่สหรัฐอเมริกาก็ได้เริ่มทำกฎหมายฉบับนี้แล้ว ทั้งหมดนี้จึงเห็น ได้ว่าโลกกำลังเดินไปในทิศทางเดียวกันค่ะท่านประธาน พระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. ๒๕๖๗ จะทำให้ประเทศไทยไม่ตกขบวนเป็นไปตามมาตรฐานการจัดเก็บภาษีโลก ดิฉันจึงขอเป็นส่วนหนึ่งและเป็นอีก ๑ เสียงที่จะผลักดันให้ทุกท่านร่วมกันสนับสนุน พระราชกำหนดฉบับนี้เพื่อให้ประเทศไทยก้าวไปอีกขั้นสำหรับความก้าวหน้าทางระบบภาษี ทัดเทียมนานาอารยประเทศต่อไปขอบคุณค่ะท่านประธาน
ขอบคุณมากครับ ๒ ท่านถัดไปจะเป็นท่านจุลพงศ์ อยู่เกษ แล้วต่อด้วยท่านจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ เชิญท่านจุลพงศ์ ครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน ผม จุลพงศ์ อยู่เกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนนะครับ ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายพระราชกำหนดฉบับนี้นะครับ แต่ก่อนอื่นผมขอชมเชย ข้าราชการที่ร่างพระราชกำหนดฉบับนี้ที่ส่วนใหญ่มาจากสมการคณิตศาสตร์ทางบัญชี และภาษีนะครับ ให้ออกมาเป็นตัวหนังสือตามที่ปรากฏในตัวบทพระราชกำหนดฉบับนี้ ไม่ใช่ เรื่องง่ายครับ คือไม่ว่าจะการถอดสมการภาษีส่วนเพิ่มที่เกิดขึ้นในประเทศที่จัดเก็บภาษีต่ำ หรือเรียกว่า Jurisdiction Top up Tax หรือไม่ว่าจะเป็นการถอดสมการภาษีส่วนเพิ่ม คงเหลือในประเทศไทยที่ได้รับปันส่วนออกมาเป็นตัวหนังสือต้องขอชมเชย แต่ข้อท้วงติง นิดเดียวครับเรื่องคำจำกัดความ ๓ คำจำกัดความของนิติบุคคล ผมอ่านไม่น้อยกว่า ๕ รอบ จนกว่าจะเข้าใจนะครับ อย่างไรก็ตามผมขออภิปรายในเรื่องแผนการรองรับผลกระทบ ที่เกิดจากการออกพระราชกำหนดฉบับนี้ อย่าเพิ่งขึ้นสไลด์นะครับ ยังไม่ต้องขึ้นสไลด์ การที่รัฐบาลเลือกใช้ช่องทางการออกพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พุทธศักราช ๒๕๖๗ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๒ ของรัฐบาลในครั้งนี้ ผมเห็นว่ารัฐบาลยังขาดการวางแผน การทำงานโดยองค์รวมในด้านการรองรับถึงผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งการลงทุนจากต่างประเทศ โดยผมจะขออนุญาตอภิปรายให้เหตุผลดังต่อไปนี้ครับ ในปัจจุบันบริษัททั่วไปในประเทศไทยเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราร้อยละ ๒๐ แต่ยังมี บริษัทบางประเภทที่เป็นบริษัทข้ามชาติที่รัฐบาลชักชวนเข้าไปลงทุนในประเทศไทย และ ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือ BOI โดยได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีเงินได้เลยนะครับ คือเรียกว่าเสียภาษีร้อยละ ๐ หลังจาก ที่พระราชกำหนดฉบับนี้ใช้บังคับ คือตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคมที่ผ่านมาทำให้ประเทศไทยยอมรับ มาตรฐานที่สรุปเรียกว่า Global Minimum Tax ที่เก็บภาษีนิติบุคคลข้ามชาติขนาดใหญ่ที่มา ลงทุนในประเทศไทยในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๑๕ ดังนั้นจึงเกิดคำถามครับ บริษัทข้ามชาติที่มาลงทุนในประเทศไทยและ BOI ให้การส่งเสริม การลงทุน โดยได้รับการยกเว้นภาษีนิติบุคคลคือเสียภาษีนิติบุคคลในอัตราร้อยละ ๐ จะเกิดผลกระทบกับเขาอย่างไรครับ เพราะต่อไปนี้บริษัทนิติบุคคลพวกนี้จะต้องเสียภาษี ต่ำสุดร้อยละ ๑๕ รัฐบาลจะชดเชยให้เขาอย่างไรครับ เพราะเดิมเขาไม่เสียภาษีเพราะได้รับ การส่งเสริมการลงทุน ตอนนี้กลับต้องมาเสียภาษี และบริษัทข้ามชาติที่ยังไม่ลงทุนจะชะงัก ไหมครับ เพราะเขาไม่ได้รับการยกเว้นการเสียภาษีต่อไปแล้วจากผลที่พระราชกำหนดฉบับนี้ ใช้บังคับ เดิมทีเดียวรัฐบาลบอกว่าจะแก้กฎหมาย BOI นะครับ โดยออกพระราชกำหนด ไปพร้อม ๆ กันเพื่อชดเชยให้บริษัทข้ามชาติเหล่านี้และนำเงินจากภาษีส่วนเพิ่มเข้ากองทุน ส่งเสริมการแข่งขัน ครม. เห็นชอบในพระราชกำหนด ๒ ฉบับ คือพระราชกำหนดฉบับนี้ ที่เรากำลังพิจารณาอยู่และพระราชกำหนดกำหนดการแก้ไขพระราชบัญญัติการเพิ่ม ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ สำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยรัฐบาลอ้างว่า จะนำเงินภาษีที่รัฐบาลได้รับมาเข้ากองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ สำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย แต่ทำไมจึงมีการออกพระราชกำหนดที่เรากำลังพิจารณาอยู่ ฉบับนี้ฉบับเดียวครับ ผมขอตั้งคำถามถึงท่านรัฐมนตรีนะครับ ถ้าพระราชกำหนดการออก พระราชบัญญัติการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย ประกาศใช้แล้วทำไมจึงไม่เอาเข้ามาอนุมัติในสภาแห่งนี้ตามรัฐธรรมนูญหรือรัฐบาลจะเอาเงิน หมื่นกว่าล้านที่อ้างว่าได้จากภาษีส่วนเพิ่มเอาไปใช้อย่างอื่นครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ในปัจจุบันประเทศไทยไม่มีความสามารถแข่งขันกับประเทศอื่นในเรื่องการดึงดูดการลงทุน จากต่างประเทศได้อีกต่อไป เพราะเรามีปัญหาเรื่องการศึกษาครับ เราขาดแคลนแรงงานที่มี ทักษะทางภาษาต่างประเทศและด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม หรือที่เรียกย่อ ๆ ว่า STEM ประเทศคู่แข่ง เช่น มาเลเซีย เวียดนาม จึงดึงดูดการลงทุนจากบริษัทข้ามชาติ ขนาดใหญ่จากประเทศไทยไปเป็นจำนวนมาก บริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ไม่ว่าจะเป็น Microsoft NVIDIA หรือ Google ใครเขาจะสนใจที่จะลงทุนในประเทศไทยอีกต่อไปครับ บริษัทข้ามชาตินี้เขาไม่ได้ลงทุนในประเทศไทยเพราะเรามีอาหารอร่อย ผู้คนยิ้มแย้ม ชายหาด สวยงามตามที่คนในรัฐบาลชอบออกมาพูดนะครับ จากนี้ไปภาระการดึงนักลงทุนบริษัท ข้ามชาติขนาดใหญ่จากต่างประเทศจะตกเป็นภาระหนักของ BOI เพราะการทำงานของ รัฐบาลที่ไม่มีแผนการรองรับผลกระทบล่วงหน้า ผมจึงขอตั้งคำถามเหมือนกับเพื่อนสมาชิก จากพรรคประชาชนว่ารัฐบาลมีแผนรองรับอย่างไรครับ ขอขึ้นสไลด์หน้าที่ ๒ นะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ขยายนิดหนึ่งได้ไหมครับ ท่านประธานที่เคารพครับ สิงคโปร์กับมาเลเซียได้ตกลงกัน ๒-๓ วันก่อนตั้ง Special Economic Zone แล้วท่านเห็นในรูปนี้ไหมครับ ท่านเห็นในรูปถึงการแข่งขันจากประเทศ เหล่านี้ไหมครับ พูดถึงการศึกษามีอยู่หลายจุดครับ มีเรื่องไหนที่เรามีแล้วเขาไม่มี แม้กระทั่ง การท่องเที่ยว แล้วเราจะไปแข่งขันอย่างไรในสภาพการณ์ที่เราขาดแคลนบุคลากร ในสภาพการณ์ที่การบังคับใช้กฎหมายของเราดูอ่อนแอ อีกประเด็นเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ผมอาจจะคิดมากไปนะครับ ตามมาตรา ๒๓ ของพระราชกำหนด ฝากตัวแทนจากกฤษฎีกา ชี้แจงด้วย มาตรา ๒๓ ของพระราชกำหนดบัญญัติว่า กรณีที่เกิดปัญหาการตีความตาม บทบัญญัติแห่งพระราชกำหนดนี้ให้ตีความโดยคำนึงถึงเจตนารมณ์และวัตถุประสงค์ของ มาตรการป้องกันการกัดกร่อนภาษีระหว่างประเทศ ท่านประธานที่เคารพครับ เราทุกคน ในที่นี้ทราบว่าองค์การที่ใช้และตีความกฎหมายในประเทศไทยคือศาลเท่านั้น เพราะตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๘ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่าการพิจารณาอรรถคดีศาลต้องดำเนินการ ให้เป็นไปตามกฎหมาย ผมขอเวลาอีกนิดนะครับ และปรมาจารย์ทางกฎหมายได้บอกว่า กฎหมายนี้คือกฎหมายภายในของประเทศไทย และ พ.ร.ก. นี้มีโทษทางอาญากำหนดไว้ด้วย ผมถามนิดหนึ่งครับมาตรการตามมาตรา ๒๓ ที่ท่านอ้างถึงนี้เป็นกฎหมายระหว่างประเทศ หรือเปล่าครับ แล้วท่านจะให้ศาลไทยไปใช้มาตรการ ซึ่งแม้แต่เป็นกฎหมายระหว่างประเทศก็ไม่ใช่ นี่เป็นภาระของใครที่จะต้องพิสูจน์ในเรื่องนี้ กรณีที่เอกชนมาฟ้องในคดีอาญาภาระการพิสูจน์ อยู่ที่เอกชน ภาระเอกชนเขาต้องไปพิสูจน์เรื่องมาตรการเหล่านี้หรือครับ ผมจึงเห็นว่า มาตรา ๒๓ ของพระราชกำหนดฉบับนี้มีปัญหากับการขัดรัฐธรรมนูญ รัฐบาลยื่น พ.ร.ก. นี้ ตามมาตรา ๑๗๒ วรรคหนึ่งกับวรรคสอง ถ้าผมอ่านภาพรวม ท่านลืมไปหรือเปล่าครับ มาตรา ๑๗๓ เปิดโอกาสให้มีการยื่นตีความได้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๒ วรรคหนึ่ง สรุปแล้วขอย้ำอีกทีว่าผมไม่คัดค้านเนื้อหาของตัวพระราชกำหนดฉบับนี้ แต่ผมคัดค้านและ ตั้งคำถามเกี่ยวกับวิธีการทำงานของรัฐบาล ผมตั้งคำถามเกี่ยวกับความรอบคอบของ การตีความพระราชกำหนดฉบับนี้ ขอบคุณครับท่านประธาน
ขอบคุณมากครับ ต่อไปท่านจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดศรีสะเกษครับ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นต้องขออนุญาตชื่นชม ทางรัฐบาลที่มีความกล้าหาญในการนำหลักการ Global Minimum Tax อย่างสมบูรณ์มาใช้ ในประเทศไทยเป็นประเทศแรก ๆ ของโลกเราทำค่อนข้างเร็วเมื่อเทียบกับประเทศต่าง ๆ สาเหตุที่มีการต้องนำระบบนี้มาใช้ก็เนื่องจากว่าเป็นเวลานานแล้วที่บริษัทข้ามชาติใหญ่ ๆ มักจะโอนกำไรไปสู่ประเทศที่มีอัตราภาษีต่ำ ๆ เช่น ประเทศที่มีอัตราภาษีใกล้ ๐ หรือ เป็น ๐ นะครับ ก็ทำให้บริษัทต่าง ๆ เหล่านั้นในที่สุดก็เสียภาษีในอัตราที่ต่ำมาก แล้วก็ ประเทศที่ควรจะได้ภาษีก็ไม่ได้นะครับ ประกอบกับในปัจจุบันมีระบบ Digital Economy ที่ทำให้ กระบวนการจัดเก็บภาษีเป็นไปได้ด้วยความยากลำบากนะครับ ประเทศซึ่งเป็นโออีซีดีประเทศที่ พัฒนาแล้วประมาณ ๓๘ ประเทศ รวมทั้งประเทศ G20 ก็ได้มีการประชุมกัน แล้วก็หาทางแก้ไข ปัญหานี้ โดยออกมาตรการที่เรียกว่า Global Minimum Tax หรือ OECD Pillar 2 ซึ่งก็เป็น วิธีการที่ออกมาเป็นกติกาสากลเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยกำหนดให้ประเทศ ที่เป็นบริษัทข้ามชาติที่มีรายได้ ๗๕๐ ล้านยูโรขึ้นไป หรือประมาณ ๒.๖ ๒.๗ ๒.๘ หมื่นล้านบาท แล้วก็เสียภาษีที่แท้จริงต่ำกว่า ๑๕ เปอร์เซ็นต์ให้เสียภาษีให้ถึง ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งหลักการ ที่ใช้ในการดำเนินการเก็บภาษีดังกล่าวก็มีหลักการใหญ่ ๆ อยู่ ๒ หลักการครับ หลักการหนึ่ง เรียกว่าหลักการ IIR หรือ Income Inclusion Rule กฎการรวมเงินได้นะครับเนื่องจาก กลุ่มบริษัทนิติบุคคลมักจะมีบริษัทแม่มีบริษัทลูก ดังนั้นการรวมเงินได้ของบริษัทในเครือข่าย จึงมีความจำเป็นครับ แล้วกฎที่ ๒ ที่มีความจำเป็นก็คือกฎที่เรียกว่า UTPR หรือ Under Taxed Payment Rule หรือกฎการจัดเก็บภาษีส่วนเพิ่มนะครับ ส่วนของไทยก็แปลว่า กฎการจัดเก็บภาษีส่วนเพิ่มคงเหลือนะครับ ซึ่งเป็นมาตรการหลัก ๆ ประเทศที่จะเข้าร่วม จะต้องถือ ๒ หลักการนี้ อย่างไรก็ดีก็มีหลักการเพิ่มอีกหลักการหนึ่งที่ให้ประเทศต่าง ๆ นำไปใช้โดยอิสระได้ก็คือหลักการ Qualify Domestic Minimum Top Up Tax หรือ ย่อกันว่า QDMTT ซึ่งประเทศของเราก็ใช้ทั้ง ๓ หลักการเลยครับ ก็ถือว่าเรานำมาตรการ ทั้งหมดมาใช้อย่างสมบูรณ์แบบมากที่สุดเป็นประเทศแรก ๆ ของโลกนะครับ ถ้าเทียบกับ ประเทศเวียดนาม สิงคโปร์ หรือมาเลเซีย ซึ่งเป็นคู่แข่งของเรานี่นะครับ ประเทศต่าง ๆ เหล่านั้นจะใช้ประมาณ ๒ มาตรการครับ จะยังไม่ใช้มาตรการ UTPR ซึ่งมันก็มีข้อดีข้อเสียครับ การที่เรามีมาตรการที่ครบถ้วนสมบูรณ์แบบนั้นก็ทำให้มาตรการการจัดเก็บภาษีของเรา มีมาตรฐานสูง และมีความเป็นสากลมากกว่าซึ่งเป็นเรื่องดีนะครับ การจะทำอะไรที่เป็นสากลก็จะทำให้ บริษัทต่าง ๆ ประเทศต่าง ๆ เข้าใจได้ง่ายว่าการจัดเก็บภาษีจะทำอย่างไรเป็นสิ่งที่ดีเป็นสิ่งที่ มีประโยชน์ แล้วก็จะมีส่วนช่วยในเรื่องของการดึงดูดการลงทุนให้เข้ามาสู่ประเทศไทย แต่อย่างไรก็ดีการที่เรามีข้อกำหนดต่าง ๆ ที่มีมาตรฐานสูงก็จะทำให้เราขาดความยืดหยุ่น บางประการไปนะครับ เพราะฉะนั้นในการที่เราจะไปแข่งขันในการดึงดูดการลงทุนจาก ประเทศ ขณะที่ประเทศอื่นเขามีข้อจำกัดน้อยกว่าเราอาจจะมีความเสียเปรียบในส่วนนี้ อยู่บ้าง เพราะฉะนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น BOI หรือกระทรวงต่าง ๆ หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องมีมาตรการในการส่งเสริมการลงทุนหรือดึงดูดการลงทุนโดยตรง จากต่างประเทศที่เหมาะสม เนื่องจากปัจจุบันนี้โลกเปลี่ยนไป การดึงดูดการลงทุนโดยอาศัย อัตราดอกเบี้ยศูนย์ไม่สามารถดำเนินการได้แล้วเมื่อมีหลักของ Global Minimum Tax เพราะฉะนั้นมาตรการต่าง ๆ ที่รัฐบาลจะต้องมีการเตรียมการรองรับไว้จึงมีความสำคัญ เป็นอย่างยิ่ง จะนำมาตรการตามพระราชกำหนดมาใช้โดยที่ไม่มีมาตรการรองรับไม่ได้นะครับ กล่าวโดยสรุปผมเห็นว่าพระราชกำหนดนี้เป็นพระราชกำหนดที่มีความจำเป็นและเป็น ประโยชน์กับประเทศไทยที่จะทำให้ระบบการจัดเก็บภาษีของเราเป็นไปตามมาตรฐานสากล ยิ่งขึ้น อันจะทำให้เราสามารถดึงดูดการลงทุนจากประเทศได้มากขึ้น มีโอกาสที่เราจะได้รับ การยอมรับเป็นประเทศโออีซีดีมากขึ้น ปัจจุบันเราเป็นแต่เพียง Applicant ในโออีซีดี ยังไม่เป็นประเทศ Member แต่ถ้าหากว่าเศรษฐกิจของเรามีความเจริญเติบโตมากขึ้น มีกฎหมายระเบียบการดำเนินการต่าง ๆ ได้มาตรฐานมากขึ้น โอกาสที่เราจะได้รับ การยอมรับเป็นประเทศโออีซีดีก็จะมีมากขึ้นครับท่านประธาน แต่สิ่งที่ผมกังวลแล้วก็ ขออนุญาตฝากไปทางรัฐบาลก็คือว่าเมื่อเรามีพระราชกำหนดตัวนี้ขึ้นมาแล้วการส่งเสริม การลงทุนต่าง ๆ การดำเนินการชดเชยผู้ได้รับ BOI ไปแล้วจะต้องมีมาตรการที่ครบถ้วน สมบูรณ์นะครับ จะใช้การชดเชยในเรื่องของอาร์แอนด์ดีก็ดี หรือจะใช้ในเรื่องของมาตรการ การขยายระยะเวลาก็ดี มาตรการต่าง ๆ เหล่านี้จะต้องมีการคิดอย่างครบถ้วนและสมบูรณ์แบบ โดยต้องเปรียบเทียบกับประเทศคู่แข่งด้วย เพื่อที่ว่าเมื่อนักลงทุนต่างประเทศพิจารณาว่า จะลงทุนในประเทศใดแล้วจะได้พิจารณาประเทศไทยเป็นอันดับต้น ๆ ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน
ขอบคุณมากครับ ต่อไป ๒ ท่านนะครับ ท่านนิติพล ผิวเหมาะ และต่อด้วยท่านสะถิระ เผือกประพันธุ์ เชิญท่านนิติพล ผิวเหมาะ ครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิติพล ผิวเหมาะ บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในการอภิปรายครั้งนี้ผมก็นั่งคิดกัน มาแล้วครับท่านประธานว่าภาษีส่วนเพิ่มปีละ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาทเอาไปทำอะไรได้บ้าง ต่อปี ปีละ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท คิดเร็ว ๆ ก็คืออย่างน้อยอย่างแรกเลยคือสามารถทำให้คนไทย เก่งขึ้นแน่นอนนะครับ ไม่ว่าจะเป็นการ Upskill Reskill อะไรต่าง ๆ แต่ว่าถ้า ๑๒,๐๐๐ ล้านบาทนี้ เข้าไปอยู่ในกองทุนเพิ่มขีดความสามารถก็คิดว่าน่าจะเป็นการส่งผลดีต่ออุตสาหกรรม เป้าหมายในประเทศไทย แต่ว่าก็ได้คำตอบอย่างชัดเจนแล้วว่าเงินปีละ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาทนี้ คงไม่ได้เข้าไปทำให้อุตสาหกรรมเป้าหมายของเราได้พัฒนาต่อไปอะไรอย่างไรสักเท่าไรนะครับ ก็ต้องเป็นคำถามใหญ่ ๆ ที่สำคัญว่าตัว พ.ร.ก. ฉบับนี้บ้างก็ว่ามีความจำเป็นเร่งด่วน ซึ่งตรงนั้น ผมก็ไม่ได้มีข้อติดใจอะไรนะครับ แต่ที่รู้สึกว่าต้องตั้งคำถามก็คือว่าดูแล้วมันรีบร้อนเหลือเกิน ตัว พ.ร.ก. ฉบับนี้ท่านประธานทราบไหมครับว่าใช้เวลาในกฤษฎีกา ๕ วัน ดูเร่งรีบไปเสีย ทุกสิ่งทุกอย่างเลยใช้เวลาในกฤษฎีกาเพียงแค่ ๕ วัน โอเคเมื่อวานมีการชี้แจงในการประชุม วิปฝ่ายค้านว่าได้มีการศึกษากันมาก่อนแล้วต่าง ๆ นานา จริง ๆ ผมก็อยากจะให้กฤษฎีกา ใช้มาตรฐานนี้กับกฎหมายฉบับอื่น ๆ ด้วยเพื่อที่ว่ามันจะได้ออกมาเร็วเช่นนี้นะครับ ทีนี้ไปกันต่อครับ ที่ผมบอกว่าน่าเสียดายที่มันไม่เข้าไปอยู่ในกองทุนเพิ่มขีดความสามารถนี่ เอาจริง ๆ กองทุนเพิ่มขีดความสามารถในทางปฏิบัติถ้าทำให้ดีกว่านี้ได้ผู้ประกอบการ หลาย ๆ เจ้าเขาก็จะสามารถยกระดับในการผลิตในการทำธุรกิจต่าง ๆ ให้ได้ดีมากยิ่งขึ้น ในการสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรม ผมใช้วิธีว่าผมได้มีโอกาสได้พูดคุยกับผู้ประกอบการ หลายเจ้านะครับ คำถามที่เขาตั้งเป็นคำถามก่อนที่จะเข้าสภาในวันนี้ก็คือเขาก็ยังงง ๆ กันอยู่ ว่าเงินภาษีส่วนเพิ่มปีละหมื่นกว่าล้านไปที่ไหน จนกระทั่งมาได้คำตอบจากการประชุมในวันนี้ ก็เลยต้องเอามาถามกันต่อว่าถ้าเขาจะต้องจ่ายภาษีอยู่แล้ว เอากันจริง ๆ ตัว ๑๕ เปอร์เซ็นต์ มันต้องจ่ายอยู่แล้ว แต่สำคัญคือว่าเขาจะไปจ่ายประเทศไหน เขาเลือกที่จะจ่ายในประเทศไทย หรือเปล่าใช่ไหมครับ ถ้าเขาไม่จำเป็นที่ต้องจ่ายประเทศไทย เพราะว่าประเทศไทยไม่ได้มีการ ให้การสนับสนุนให้ธุรกิจเขาไปได้เร็วยิ่งขึ้น เติบโตได้เร็วยิ่งขึ้น เขาก็มีช่องทางอื่นที่จะเลือก ที่จะไปจ่ายในประเทศที่สำนักงานใหญ่เขาตั้งอยู่ได้ใช่ไหมครับ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาทนี่เรา อาจจะไม่ได้ตามเป้าหมาย ๑๒,๐๐๐ ล้านบาทที่เราตั้งเป้าเอาไว้เสียด้วยซ้ำนะ ถ้าเขามอง แล้วว่าการสนับสนุนของผู้ประกอบการของอุตสาหกรรมต่าง ๆ นานาแล้วเขาไม่สามารถที่จะ ทำให้ธุรกิจเขาก้าวกระโดดไปได้ ทำไมเขาต้องมาจ่ายค่าไฟแพง ๆ ที่ประเทศไทยเขาเลือกไป ลงทุนที่เวียดนามไม่ดีกว่าหรือซึ่งค่าไฟก็ถูกกว่าใช่ไหมครับ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ที่ประเทศไทย คิดว่าน่าจะได้จากภาษีส่วนเพิ่มนี่อาจจะไม่ได้ พอไม่ได้เสร็จปุ๊บส่งอะไรต่อไป ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท ที่ตั้งเป้าเอาไว้ว่าจะได้ปีละ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท อาจจะไม่ได้ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท นั่นเป็น ส่วนที่ผมว่าเพื่อนสมาชิกหลายท่านของพรรคประชาชนก็ได้พูดถึงข้อน่ากังวลตรงนี้นะครับ ในขณะเดียวกันผมก็อยากจะทราบความชัดเจนว่าถ้าเก็บได้จริง ๆ ปีละ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท แล้วไม่ได้ไปเข้าที่กองทุนเพิ่มขีดความสามารถแล้วเข้าคลัง ท่านมีวิธีการ ท่านมีกระบวนการ จัดการกับภาษีส่วนเพิ่มแบบนี้อย่างไร ในขณะเดียวกันครับนั่งอ่านในตัว พ.ร.ก. มีประเด็นที่ ผมอยากจะฝากและอยากจะตั้งเป็นคำถามเผื่อไว้สักนิดหนึ่งก็แล้วกันว่าเราจะมีการเก็บ ภาษีจากกิจการที่เป็น Joint Venture แต่ในขณะเดียวกันมันก็มีลักษณะคล้าย ๆ กัน ไม่เหมือนกันเสียทีเดียวก็คือ Consortium แต่ว่าไม่ได้มีการเก็บในส่วนของ Consortium ในภาษี ส่วนเพิ่มตรงนี้นะครับ ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งเผื่อท่านจะได้ตรงตามเป้าใน ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท ในกรณีที่ผู้ประกอบการมองแล้วว่าจ่าย ๑๕ เปอร์เซ็นต์ในประเทศไทยแล้วไม่ได้ทำให้ธุรกิจ เขาเติบโตและเข้าไปสู่ในตลาดโลกหรือว่าอะไรต่าง ๆ ได้ เขาก็อาจจะเลือกที่จะไปเสียภาษี ในส่วนเพิ่มตรงนี้ให้กับประเทศที่สำนักงานใหญ่เขาตั้งอยู่นะครับ ขอบพระคุณมากครับ ท่านประธาน
ต่อด้วย ท่านสะถิระ เผือกประพันธุ์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พรรคกล้าธรรม วันนี้ผมขออภิปรายในส่วนของร่างพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม ๒๕๖๗ ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งกับทางรัฐบาล ฝากท่านประธานไปนำเรียนกับ ทางรัฐบาลด้วยว่าเป็นสิ่งที่ดีสำหรับพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศครับ เพราะอะไรครับ ท่านบอกว่าท่านสามารถจัดเก็บได้ ๑.๒ หมื่นล้านบาท เพื่อมาพัฒนาประเทศและยกระดับ คุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนคนไทย แต่สิ่งที่ผมกำลังจะพูดก็คือเป็นข้อเสนอครับ ๑.๒ หมื่นล้านบาทนั้นท่านจะเก็บได้อย่างไร เก็บได้ตรงเป้าหรือไม่ และตรงนี้คือสิ่งที่ผม เป็นกังวลครับท่านประธาน เพราะว่าท่านต้องไปสู้กับบริษัทข้ามชาติ หรือเขาเรียกว่า MNE Group ที่มีขนาดเงินทุนถึง ๗๕๐ ล้านยูโร ท่านประธานครับ ภาษีส่วนเพิ่มทั้งโลกนี้ประเทศ พัฒนาแล้วจะได้ประโยชน์นะครับ ท่านประธานครับ สหรัฐอเมริกาได้ ๘๙ เปอร์เซ็นต์ ท่านมาดูข้อมูล จีน แอฟริกาใต้ บราซิล ได้เพียง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วที่เหลือเป็นประเทศ กำลังพัฒนานะครับ ได้เพียงแค่ ๑ เปอร์เซ็นต์จากภาษีส่วนเพิ่มเหล่านี้ นี่คือสิ่งที่ผมเป็นกังวล ว่าเราจะเก็บได้ตรงตามเป้าหมายอย่างไร ทีนี้ Global Minimum Tax หรือภาษีส่วนเพิ่ม เกิดขึ้นได้อย่างไร ก็เป็นความร่วมมือระหว่างประเทศเกี่ยวกับการกัดกร่อนภาษีและ การโยกย้ายภาษีหรือโออีซีดี มีทั้งหมด ๑๔๐ ประเทศ แล้วไทยก็เป็นหนึ่งในประเทศที่มี แนวทางตกลงความร่วมมือ อย่างเช่น ๒ แนวทาง หรือเขาเรียกว่า Pillar 1 และ Pillar 2 Pillar 1 ผมขอข้ามไปครับ แต่ Pillar 2 ท่านประธานครับ หรือที่เรียกว่า Global Minimum Tax ที่เขากำหนดว่า การจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลขั้นต่ำสำหรับบริษัทข้ามชาติที่มี ๒ ใน ๔ รอบบัญชี ๗๕๐ ล้านยูโรต้องเสียภาษีที่แท้จริง หรือ Effective Tax Rate ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๑๕ คำถามท่านประธานครับ ประเทศไทยมีบริษัทลูกของบริษัทแม่ประมาณ ๕,๐๐๐ แห่ง ถูกไหมครับท่านประธาน ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ เลย บริษัทเอเสียอยู่แค่ ๕ บาท ทีนี้เขาต้อง เสียอีก ๑๐ บาทถูกต้องไหมครับ เพื่อเป็นร้อยละ แต่ถ้าเขาต้องเสีย ๓๐ บาทเพื่อเป็น Effective Tax Rate ล่ะท่านจะเก็บเพิ่มเขาได้อย่างไร อันนี้ท่านต้องไปสู้กับบริษัทข้ามชาติ ระดับใหญ่ถูกไหมครับ เขาเสีย ๕ บาท เขาร้อยละ ๑๕ ต้องเสียเพิ่มอีก ๑๐ บาท แต่เขาต้อง เสียจริง ๆ ๒๐ บาทล่ะเราจะทำอย่างไร อันนี้ผมคิดง่าย ๆ นะครับ ทีนี้ผมก็มีข้อสังเกตว่า มีอยู่ ๖ ประเด็นท่านประธานครับ
ประเด็นแรก อย่างที่ผมบอกไปถ้าต่างชาติหรือว่าประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่ในภาคี เขาคิดร้อยละ ๑๐ ล่ะครับ เราต้องตัด Campaign มันจะข้ามไปประเด็นที่ ๒ เลยว่าถ้าเขา คิดร้อยละ ๑๐ เขาจะย้ายฐานลงทุนบริษัทลูกเหล่านี้ที่มี ๕,๐๐๐ แห่งย้ายไปอยู่ประเทศ เพื่อนบ้านหรือไม่ อย่างไร อันนี้คือประเด็นแรก
ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ เมื่อมีการย้ายแล้วท่านจะดึงเขากลับมา อย่างไร อย่างแรกครับท่านประธานฝากท่านประธานไปถามท่านรัฐมนตรีด้วยว่าเราต้องมี การช่วยเหลือถูกต้องหรือไม่ มีการจัด Campaign เพื่อช่วยเหลือบริษัทลูกเหล่านั้นหรือไม่ อย่างไร เขาต้องมี Campaign ครับ แล้ว Campaign ที่ท่านใช้นั้นท่านใช้งบประมาณ จากที่ใดเพราะเป็นภาษีของพี่น้องประชาชนครับ อันนี้ ๒ ประเด็นแล้วครับท่านประธาน
ประเด็นที่ ๓ บางประเทศภาษีส่วนเพิ่มเขาจัดเก็บเป็นภาษีเงินได้ และ บางประเทศไม่ใช่ภาษีเงินได้ ไม่ทราบว่ากรมสรรพากรและกระทรวงการคลังพิจารณา เป็นแบบไหน ประเด็นที่ ๓
ประเด็นที่ ๔ การจัดสรรรายได้จากภาษีส่วนเพิ่มให้แก่กองทุนขีดความสามารถ อันนี้ผมขอให้ทุกท่านพิจารณาในเรื่องของ พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังด้วยเช่นกัน อันนี้ เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งท่านประธานครับ แล้วกองทุนขีดความสามารถนั้นจะเน้นในลักษณะ ใด เพราะว่ากองทุนนี้จะได้งบประมาณจากการเก็บภาษีนี้หลักหมื่นล้านบาท ถ้าท่านเก็บได้ อันนี้ประเด็นที่ ๔ นะครับ
ประเด็นต่อมาครับ การจัดเก็บภาษีส่วนเพิ่มนี้ท่านประธานครับ เราจัดเก็บ มาจากภาษีต่างชาติ เขาชำระเป็นเงินสกุลใด เพราะเงินมันมีขึ้นมีลงครับท่านประธาน ตรงนี้ เราต้องกำหนดหรือไม่อย่างไร อันนี้ผมอยากขอข้อมูลด้วยนะครับ
แล้วสุดท้ายท่านประธานครับ ท่านพร้อมแล้วหรือยัง ผมว่าอย่างที่ผมบอก ทั่วโลกจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีเพิ่ม อเมริกาเท่านั้นที่ได้ประโยชน์ ผมให้กำลังใจ ทางรัฐบาล อยากให้จัดเก็บได้ตรงตามเป้าหมายและเกินเป้าหมายด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ ท่านต้องทำก็คืออะไรครับ ผมเป็นกำลังใจให้ทุกท่าน โดยเฉพาะกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง ว่าขอให้ทำหน้าที่ด้วยความสุจริตและโปร่งใส แล้วเพื่อนำงบประมาณเหล่านี้หรือภาษีเหล่านี้ มาพัฒนาประเทศและยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนไทยครับ ขอบคุณครับ
๒ ท่านต่อไปนะครับ ท่านภัณฑิล น่วมเจิม แล้วต่อด้วยท่านเชิดชัย ตันติศิรินทร์ เชิญครับ
เรียนท่านประธานครับ ผม ภัณฑิล น่วมเจิม ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตวัฒนาและเขตคลองเตย พรรคประชาชน ก็ขอร่วมอภิปรายในร่างพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม ๒๕๖๗ ผมมีข้อกังวล มีข้อสงสัยว่าตัวเลขที่ท่านประมาณการ ทางสรรพากรประมาณการว่าจะเก็บได้เพิ่มจาก มาตรการจากกฎหมายฉบับนี้ ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี่มันจะเป็นไปอย่างที่ท่านคาดการณ์ หรือเปล่านะครับ ก็อยากจะให้ท่านตอบคำถามและชี้แจงครับ ยกตัวอย่างง่าย ๆ ให้ ประชาชนทั่วไปเข้าใจ บริษัทโซเซียลมีเดียแพลตฟอร์มชื่อดัง ความจริงก็เอ่ยชื่อได้นะครับ อย่างเมื่อก่อนเฟซบุ๊กเขาก็มีจดเป็น Rep. Office เป็นตัวแทนในเมืองไทย ปัจจุบันจดเป็น META Corporation ซึ่งก็เข้าข่ายคำจำกัดความของท่านกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติ ซึ่งหมายความว่าเป็นกลุ่มนิติบุคคลที่มีอย่างน้อยรายหนึ่งหรือสถานประกอบการถาวร อย่างหนึ่ง เขามีการจ้างงานอยู่นะครับ แล้วกิจการของเขาก็หารายได้จากการโฆษณา ในประเทศไทยนะครับ ซึ่งก็มาเถียงกันได้ว่ากิจการหรือตัวโฆษณามันเกิดขึ้นที่เมืองไทย หรือมันเกิดที่อื่นนะครับ แต่แน่นอนเขามีนิติบุคคลในเมืองไทย แล้วก็มีการจ้างงาน มีสถาน ประกอบการในเมืองไทยชัดเจนนะครับ ปัจจุบันผมก็ไม่แน่ใจว่าท่านเก็บได้มากน้อยแค่ไหน แต่ในโลกของการแข่งขัน Office พวกนี้เขาสามารถไปเปิดได้ทุกที่ถูกไหมครับ เดิมทียุโรป กับไอซ์แลนด์เขาก็ทะเลาะกัน เฟซบุ๊กไปจดที่ไอซ์แลนด์ แล้วสุดท้ายเขาก็พยายาม จะต้องโยกกลับมาให้จดในยุโรปเพื่อจะกลับมาเสียภาษีในยุโรป เหมือนกันเมื่อก่อน หลายบริษัทดิจิทัล บริษัทมีเดียก็ไปเสียภาษีที่สิงคโปร์ ท่านก็เก็บเขาไม่ได้ ท่านมีมาตรการ อย่างไร เพราะปัจจุบันในการแข่งขันประเทศไทยไม่ได้อยู่ในลำดับที่ดีที่สุดนะครับ คือเขา มีอิสระในการที่จะไปเสียภาษีที่ไหนก็ได้ ต่อให้เรื่อง Tax ตรงนี้มันเท่ากันหรือไม่ได้มีใคร เสียเปรียบได้เปรียบอีกต่อไป แต่มันก็มีมาตรการจูงใจอย่างอื่นนะครับ เรามีมาตรการรองรับ หรือยัง กฎหมายหลายท่านก็อภิปรายไปแล้วเรื่อง Earmark ที่จะเข้ากองทุนเพิ่ม ขีดความสามารถในการแข่งขันมันก็หายไปนะครับ อันนี้ผมก็เป็นกังวลเผลอ ๆ แทนที่เราจะเพิ่มโอกาสในการจัดเก็บรายได้ได้นี่มันเสียนะครับ กลายเป็นเสียโอกาสในการจ้างงาน อันนี้ท่านไม่ได้เขียนไว้ในรายงานซึ่งผมก็เป็นกังวลนะครับ ก็อยากจะให้ท่านตอบว่ามันมีมาตรการอะไรมารองรับเพื่อไม่ให้เขาย้ายออกไป หรือสุดท้ายแล้ว บริษัทข้ามชาติก็มีการโอนถ่ายกำไรไปได้อยู่ดีในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ท่านมีเขียนมาตรการ รองรับไว้หรือยัง ขอบคุณมากครับ
ต่อไปท่านเชิดชัย ตันติศิรินทร์ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายสนับสนุน พ.ร.ก. เรื่องภาษี ตามมาตรา ๑๗๒ มาตรา ๑๗๒ พ.ร.ก. นี้มีผลเรียบร้อยเพราะว่ามีประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗ ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๒ กำหนดว่า เพื่อประโยชน์อันที่จะรักษา ความปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ พระมหากษัตริย์จะทรงตราพระราชกำหนดให้ใช้บังคับ เช่น พ.ร.บ. ก็ได้ แต่ท่านประธานครับ การตราพระราชกำหนดตามวรรคหนึ่งให้กระทำได้เฉพาะเมื่อ ครม. เห็นว่าเป็นกรณีฉุกเฉิน ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ แต่มีข้อแม้ว่าต้องนำแจ้งให้ทางสภาได้รับทราบ โดยไม่ชักช้า ถ้าปิดประชุมสภาก็อาจจะมีขอให้เปิดวิสามัญเพื่อพิจารณาอนุมัติ วันนี้ ทางรัฐบาลก็ได้ส่งมา ซึ่งอย่างไรก็มีผลตามกฎหมายเรียบร้อยครับ แต่จะทำต่อหรือเปล่าก็อยู่ที่ พวกเรา ผมขอสนับสนุนนะครับ เพราะว่าอะไรท่านประธานครับ เมืองไทยตอนนี้ไม่มีสตางค์ เก็บภาษีก็ไม่ตรงเป้า คนจนมันเยอะ แรงงานต่าง ๆ ที่มีอยู่ในประเทศก็เป็นแรงงานแฝง คนรวยก็พยายามจะมีช่องลดหย่อนภาษี หรือว่ามีส่วนลดบริจาคนั่นบริจาคนี่ ก็ไปลดฐานภาษี ลงไปอีก แล้วเราจะเก็บภาษีได้อย่างไรครับ ท่านประธานครับ รัฐบาลก็มีมาตรการที่จะ กระตุ้นเศรษฐกิจเยอะแยะเต็มไปหมด อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ต้องการที่อยากจะได้ภาษี เข้ามานะครับ ซึ่งตรงไปตรงมา ท่านประธานครับ ในโลกนี้เขานับถือ เคารพประเทศที่เป็น ประชาธิปไตย เมื่อเราเป็นประชาธิปไตยแล้วเราก็ควรจะทำตามมาตรการที่เขาทำกันครับ เรื่องเกี่ยวกับการเก็บภาษีของบริษัทนายทุนข้ามชาติเป็นเรื่องที่เรายังไม่มีกฎหมาย ต่างชาติ เขาทำมาแล้ว แต่เราก็ไม่น้อยหน้านะครับ เพราะว่าเราชอบประชาธิปไตย ต้องทัดเทียมเขา แล้วก็มีความเจริญทางเทคโนโลยี เขามีการตกลงเรียกว่าจะเก็บ Global Minimum Tax เรียบร้อย ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งอันนี้เป็นสิ่งที่ดีนะครับ เพื่อที่จะได้มีที่เขาใช้คำว่า Erosion คือเก็บภาษีไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ทำให้เกิดการกัดกร่อนฐานภาษี Erosion ผมว่าฟัง ๆ แล้วก็ แปลกดี ซึ่งก็ถูกต้องครับ เพราะว่าเขาเสียไปแล้วเขาไปเสียภาษีให้เรา ท่านประธานครับ ผมดูในมาตรา ๒๖ ของพระราชกำหนดนี้ คนที่มีหน้าที่เสียภาษีเขาไม่ได้เก็บทุนเล็กทุนน้อย เรียกว่านายทุนใหญ่เลยก็แล้วกันครับ คือมีจำนวนเงินไม่น้อยกว่าจำนวนเงินตราไทย เทียบเท่า ๗๕๐ ล้านยูโรในอย่างน้อย ๒ รอบเวลาภาษี นี่ล่ะครับ แล้วการเก็บภาษีนี้ก็เป็นไป ตามมาตรฐานที่เขากำหนดกันก็คือมาตรา ๒๘ มีการคำนวณที่ถูกต้องที่เขาเรียกว่า Effective Tax Rate เพื่อจะมาใช้คำนวณว่าบริษัทนั้นควรจะต้องเสียภาษีเท่าไร ถ้าเราเก็บภาษีไม่ถึง ๑๕ เปอร์เซ็นต์ก็เก็บเพิ่มได้ อันนี้เรียกว่าภาษีส่วนเพิ่ม ท่านประธานครับ จะเก็บเขาได้ต้องมีกฎหมาย ถ้าไม่มีกฎหมายก็เก็บไม่ได้ก็เป็นเถื่อน เมื่อเถื่อนเขาก็ไม่รับครับ เหมือนการรัฐประหารก็เถื่อน ๆ แต่พวกเราก็รับกันเองแต่ต่างชาติเขาไม่ค้าขายด้วย ดังนั้น การที่เราออกพระราชกำหนดนี้จึงเป็นการที่ทันต่อเวลานะครับ เพราะรอบภาษีแต่ละครั้งก็ใช้ สิ้นปีก็จะได้เก็บได้ทันที ซึ่งรัฐบาลก็มาเสนอในช่วงนี้ ท่านประธานครับ การเก็บภาษีไปแล้ว จริงอยู่เราพึ่งต่างชาติที่มาลงทุน แต่เมื่อเขาเสียภาษีแล้วถ้าเรามีการเก็บภาษีจะมีข้อกังวลว่า เขาจะย้ายไปลงทุนที่อื่นไหม ผมคิดง่าย ๆ ว่าถ้าประเทศเรานี้มีการพัฒนาเอาเงินที่เราเก็บได้ ประมาณ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาทที่มีการสงสัยกันว่าจะทำอะไรนะครับ เอาไปปรับปรุง Infrastructure ไปปรับปรุงการศึกษาให้มหาวิทยาลัยได้มีการได้ทุนพัฒนา Skill ของ นักศึกษาที่จบมาเพื่อให้ตรงกับที่เขาต้องการนั้นก็จะเป็นทางหนึ่ง หรือแม้กระทั่งไปสนับสนุน พื้นฐานเรื่อง Environment เพื่อให้มีความน่าอยู่ขึ้น มีมลพิษน้อยลงต่าง ๆ ก็จะได้มี ประโยชน์เป็นในทางอ้อม ซึ่งคล้าย ๆ กับ Sin Tax ที่เราเคยเก็บภาษีบาป แล้วเราก็มาใช้ ในการรณรงค์รักษาสุขภาพหรือดูแลในภาพรวมทั้งหมด อันนี้ผมคิดว่านักลงทุนถ้าเห็น บรรยากาศเป็นประชาธิปไตย มี Infrastructure ที่ดีพร้อม มีแรงงานที่มี Skill สูงเขาก็พอ รับได้ที่จะมาลงทุนในประเทศไทย โดยเฉพาะประเทศไทยอุปนิสัยคนยิ้มแย้มพูดง่าย ซื่อสัตย์ อยู่แล้วครับ เพราะฉะนั้นผมขอสนับสนุนรับรองพระราชกำหนดฉบับนี้ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ๒ ท่านถัดไปจะเป็น ๒ ท่านสุดท้ายก่อนที่ทางคณะรัฐมนตรีจะตอบนะครับ เป็นท่านอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด กับ ท่านขัตติยา สวัสดิผล เชิญท่านอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ก่อนเชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. ๒๕๖๗ เพราะพระราชกำหนดชื่อชัดเจนว่าภาษีส่วนเพิ่ม ซึ่งจะเพิ่มหลายเรื่องครับ ไม่ว่าจะเป็นมิติ ของการเพิ่มประสิทธิภาพ เพิ่มการจัดเก็บรายได้ที่มากขึ้น เพิ่มความเป็นมืออาชีพ เพิ่มความ มีมาตรฐานสากลระดับโลก เพิ่มนักลงทุน เพิ่มเพื่อน เพิ่มความน่าเชื่อถือ เพิ่มทุกมิติครับ ดังนั้นก็ไม่มีเหตุที่เราจะรีรอหรือประวิงเวลา ก็ขอยก ๒ มือสนับสนุนพระราชกำหนดภาษี ส่วนเพิ่ม พ.ศ. ๒๕๖๗ ท่านประธานครับ พระราชกำหนดฉบับนี้ไม่ใช่เพียงแค่กฎหมายภาษีครับ แต่เป็นกุญแจดอกสำคัญที่จะไขไปสู่ประตูการพัฒนาประเทศอย่างก้าวกระโดด เป็นเครื่องมือ ที่จะสร้างความเป็นธรรมในระบบเศรษฐกิจ และเป็นบันไดขั้นสำคัญที่จะยกระดับประเทศไทย ไปสู่เวทีการค้าระดับโลก โดย พ.ร.ก. ฉบับนี้จะสร้างประโยชน์ให้กับประเทศไทยมากมาย หลายประการ แต่ผมจะพูดถึงประการเด่น ๆ สัก ๕ ประการ
ประการที่ ๑ เป็นการป้องกันการสูญเสียรายได้จากภาษี และไม่ปล่อยให้ บริษัทข้ามชาตินั้นโยกย้ายกำไรไปเสียภาษีในประเทศที่มีอัตราภาษีต่ำ ด้วยกลไก Top Up Tax ที่ทำให้ไทยนั้นสามารถจัดเก็บภาษีได้ถึงเกณฑ์ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกณฑ์นี้เป็นเกณฑ์ตาม มาตรฐานสากล รายได้ส่วนนี้จะลดการกัดกร่อนฐานภาษีและนำเม็ดเงินไปพัฒนาประเทศ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ชัดเจนครับ
ประการที่ ๒ เป็นการสร้างความเป็นธรรมทางฐานภาษี ท่านสมาชิก หลายท่านได้พูดถึงบริษัทข้ามชาติ โดยเฉพาะที่ทำเกี่ยวกับแพลตฟอร์มข้ามชาติยักษ์ใหญ่ ถ้าเราผลักดันเรื่องนี้เต็มที่จะเป็นการสร้างความเป็นธรรมและจะทำให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม จะลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจระหว่างธุรกิจขนาดใหญ่และธุรกิจรายย่อย ช่วยส่งเสริม การแข่งขันให้เป็นไปอย่างเท่าเทียมและยุติธรรม มีแต่ได้กับได้ครับ
ประการที่ ๓ เป็นการยกระดับมาตรฐานสากล และกฎหมายนี้สะท้อนความ มุ่งมั่นของประเทศไทยในการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของโอดีซีดีและ G20 ซึ่งเป็นการช่วย ส่งเสริมภาพลักษณ์ในมิติของความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือในสายตาของนักลงทุนทั่วโลก ความจริงท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ท่านเดินทางไปหลายประเทศ ก่อนหน้านี้ ท่านนายกเศรษฐา ทวีสิน ก็ไปหลายประเทศ ดังนั้นถ้าเรามีมาตรฐานภาษีและเป็นการ ยกระดับมาตรฐานสากลนั้นจะทำให้ประเทศไทยที่เนื้อหอมอยู่แล้วเนื้อหอมมากยิ่งขึ้น ด้วยกลไกที่เป็นธรรมมาตรฐานและตรวจสอบได้
ประการที่ ๔ เป็นการพัฒนาระบบภาษีให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ เป็นการกระตุ้นให้หน่วยงานภาครัฐและภาคธุรกิจมาร่วมกันพัฒนากระบวนการที่เป็น มาตรฐานทางบัญชี ทั้งมิติของการตรวจสอบการรายงานภาษีให้มีความโปร่งใส และที่สำคัญ เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพที่ผมกล่าวไว้ในตอนต้น และเป็นการลดโอกาสการทุจริตและเป็น การสร้างระบบที่สามารถตรวจสอบได้
ประการที่ ๕ เป็นประการสำคัญ ความจริงทุกประการสำคัญครับ แต่ว่า ประการที่ ๕ ขอ Highlight ว่าจะเป็นการเพิ่มรายได้ในการมีเม็ดเงินเข้ามาในประเทศ เพื่อนำไปสู่การจัดเก็บรายได้ และมีรายได้เพิ่มจากภาษีส่วนเพิ่มที่คาดว่าตัวเลขจะสูงถึง ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท ท่านสมาชิกหลายท่านก็กังวลว่าประเมินอย่างไรถึง ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท ในความเป็นจริงแม้เราวางเป้าหมายไปถึงดวงจันทร์ ถ้ามันไม่ถึงดวงจันทร์มันก็ยังตกท่ามกลาง หมู่ดาวครับ ไม่ถึง ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท มันก็ ๑๑,๐๐๐ ล้านบาทครับ ไม่ ๑๑,๐๐๐ ล้านบาท ก็ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ดังนั้นไม่ใช่เรื่องต้องไปกังวล แต่ตัวเลข ๑๒,๐๐๐ ล้านบาทต่อปีถ้าเรา จัดเก็บได้จะถูกนำมาใช้ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในการยกระดับการพัฒนาแบบก้าว กระโดดในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นระบบพื้นฐานการศึกษา พื้นฐานคมนาคมขนส่ง พื้นฐาน สาธารณสุข และการขยายโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ แล้วก็เป็นการยกระดับ ระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง ผมนั่งฟังท่านรัฐมนตรีจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ได้กล่าวเมื่อสักครู่ก็เห็นด้วยนะครับว่าเป็นประโยชน์ในหลายสถานหลายประการ ด้วยกัน แล้วก็เห็นด้วยว่ามาตรการนี้จะเป็นการส่งเสริมนโยบายที่สอดคล้องกับ Campaign สำคัญของรัฐบาลที่ท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ได้แถลงไว้ นั่นก็คือ Campaign โอกาสไทยทำได้จริง นี่ละครับเป็นโอกาสครั้งสำคัญ ความจริงมี ๔๐ ประเทศที่เขาเริ่มไปแล้ว ถ้าเราเริ่มในช่วงนี้ก็ถือว่าเป็นกลุ่มนำของโลกที่เราใส่ใจและให้ความสำคัญในการยกระดับ เรื่องของภาษีที่เป็นมาตรฐานสากล ที่สำคัญผมไม่อยากให้เรามองเพียงแค่ว่าพระราชกำหนด ฉบับนี้เป็นการปรับตัวไปตามกลไกโลกเท่านั้น เราไม่เพียงแค่ปรับตัวครับ แต่ครั้งนี้จะเป็น โอกาสสำคัญในการที่เราจะยกระดับสิทธิประโยชน์ทางภาษีของไทยให้มีความเป็น มาตรฐานสากลทัดเทียมนานาอารยประเทศ จะทำให้เกิดการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม ซึ่งนั่นก็หมายความว่าประเทศไทยสามารถที่จะเสริมศักยภาพการแข่งขันของประเทศ ให้มีโอกาส นอกจากจะมีที่ยืนในเวทีการค้าโลกแล้วยังจะเป็นการพัฒนาอย่างมั่นคงและ ยั่งยืน ดังนั้นผมจึงขอกล่าวในตอนสรุปนี้ว่าผมขอสนับสนุนพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. ๒๕๖๗ อย่างเต็มที่ ขอบคุณครับ
ขอเชิญ ท่านสุดท้ายครับ คุณขัตติยา สวัสดิผล ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ขัตติยา สวัสดิผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอใช้โอกาสนี้ ในการอภิปรายรับทราบและสนับสนุนพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. ๒๕๖๗ ซึ่งถือเป็น ก้าวสำคัญในการพัฒนาระบบฐานภาษีของประเทศไทยให้ทันสมัย และให้สอดคล้องกับ มาตรฐานของการแข่งขันทางเศรษฐกิจในระดับสากลค่ะ โดยในส่วนแรกดิฉันอยากจะ ขออภิปรายถึงแนวคิดเบื้องหลังว่าเพราะเหตุใดประเทศไทยและอีกหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก จำเป็นต้องออกกฎหมายซึ่งเป็นพระราชกำหนดฉบับนี้มาบังคับใช้ แน่นอนว่าพระราชกำหนด ฉบับนี้เป็นผลมาจากการที่ประเทศไทยนั้นได้เข้าร่วมข้อตกลงกรอบความร่วมมือเกี่ยวกับการ ป้องกันการโยกย้ายฐานภาษีของกลุ่มบริษัทข้ามชาติขององค์กรเพื่อความร่วมมือ ทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือที่เราเรียกกันว่าโออีซีดีนะคะ ซึ่งได้กำหนดให้ประเทศ สมาชิกต้องนำมาตรการป้องกันการกัดกร่อนฐานภาษีระหว่างประเทศ หรือที่เราเรียกว่า Pillar 2 นั้นมาบังคับใช้ โดยให้ประเทศสมาชิกต้องเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลขั้นต่ำจำนวน ๑๕ เปอร์เซ็นต์จากบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ที่มีรายได้ตั้งแต่ ๗๕๐ ล้านยูโรขึ้นไป โดยหลักคิด ของมาตรการนี้มีขึ้นก็เพื่อที่จะตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของการแข่งขันทางเศรษฐกิจ ระหว่างประเทศในยุคโลกาภิวัตน์นะคะ ซึ่งเป็นยุคที่ระบบเศรษฐกิจของทุกประเทศทั่วโลกนั้น เชื่อมโยงกันจนแทบเรียกได้ว่าโลกทั้งใบนั้นมีตลาดเศรษฐกิจเดียวกันที่มีการเปิดเสรีทางด้าน การค้า แล้วก็การลงทุนนะคะ เกิดการเคลื่อนที่ของเม็ดเงินจำนวนมหาศาลจากภาคเอกชน จากทั่วโลกไปยังประเทศต่าง ๆ ที่คาดว่าจะสามารถสร้างประโยชน์และผลกำไรให้มากที่สุด ส่งผลให้ที่ผ่านมาหลายประเทศได้ใช้สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีเพื่อดึงดูดเงินลงทุน แล้วก็ เม็ดเงินจากบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ให้เขามาลงทุนในประเทศของตัวเอง แต่มาตรการ ดังกล่าวกลับนำไปสู่ความได้เปรียบแล้วก็เสียเปรียบในการแข่งขันระหว่างประเทศ เพราะ แต่ละประเทศต่างก็มีต้นทุนในด้านศักยภาพของการแข่งขันทางด้านโครงสร้างพื้นฐาน แล้วก็ ทางด้านทรัพยากรที่แตกต่างกัน ซึ่งมันไม่สอดคล้องกับหัวใจของทุนนิยมตลาดเสรีที่ต้องการ ให้มีการแข่งขันที่เสรีและเป็นธรรมมากที่สุด ด้วยเหตุนี้แนวคิดในการกำหนดอัตราภาษีขั้นต่ำ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ตามมาตรการของโออีซีดีนั้นเพื่อให้ประเทศสมาชิกต้องปฏิบัติตามค่ะ จึงถือ เป็นมาตรการที่วางอยู่บนแนวความคิดที่ต้องการจะลดความได้เปรียบแล้วก็ความเสียเปรียบ ของประเทศต่าง ๆ ซึ่งเป็นผู้แข่งขันในตลาดโลกอันจะนำไปสู่การสร้างความเป็นธรรมในการ แข่งขันทางการค้าระหว่างประเทศให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น ดังนั้นการออกพระราชกำหนดฉบับนี้ ของประเทศไทยนอกจากจะเป็นการปฏิบัติตามกติกาของการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจในระดับ สากลแล้วที่เราได้เข้าเป็นสมาชิกเราก็ได้ยอมรับข้อตกลงเอาไว้ค่ะ มันยังเป็นการที่จะช่วย ส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันทางการค้าระหว่างประเทศที่เป็นธรรมมากขึ้นอีกด้วย ในส่วนที่ ๒ ท่านประธานคะ ดิฉันอยากจะอภิปรายเพื่อที่จะช่วยคลายความกังวลให้กับประชาชน แล้วก็ ภาคเอกชนจำนวนหนึ่งที่ได้แสดงความห่วงว่าพระราชกำหนดฉบับนี้มันจะสร้างผลกระทบ ต่อการทำมาหากินต่อสภาพเศรษฐกิจ แล้วก็การลงทุนของประเทศเราหรือไม่ ดิฉันอยากจะ ขออธิบายไปทีละประเด็นดังนี้ค่ะ
ประการแรก พระราชกำหนดฉบับนี้จะเป็นการสร้างภาระต่อการประกอบ ธุรกิจของประชาชนทั่วไปหรือไม่ ซึ่งหากเราดูจากหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ออกมาเราก็จะ เห็นว่าบริษัทที่จะถูกจัดเก็บภาษีนั้นจะต้องมีองค์ประกอบดังต่อไปนี้ ๑. คือเป็นบริษัท ข้ามชาติขนาดใหญ่ ๒. ต้องมีรายได้มากกว่า ๗๕๐ ล้านยูโรขึ้นไป และ ๓. มีอัตราภาษี จ่ายจริงในปัจจุบันต่ำกว่า ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจากหลักเกณฑ์ดังกล่าวมันจะทำให้เห็นว่า จำนวนบริษัทในประเทศไทยที่จะเข้าเงื่อนไขนี้มีจำนวนไม่มาก จึงไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อ ภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในประเทศ แต่อย่างไรก็ดีรัฐบาลก็ยังคงมีหน้าที่ที่จะต้อง ป้องกันแล้วก็ช่วยบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดแก่ประชาชนทั่วไปให้เหลือน้อยที่สุดนะคะ เช่น กรณีว่าผู้ประกอบการบางส่วนอาจผลักภาระทางภาษีไปยังผู้บริโภค โดยการขึ้น ค่าสินค้าและค่าบริการ ดังนั้นรัฐบาลก็ควรที่จะมีมาตรการคู่ขนานอื่น ๆ มาเพื่อที่จะ ควบคุมดูแลไปด้วย
ประการที่ ๒ พระราชกำหนดฉบับนี้จะเป็นการลดขีดความสามารถในการ แข่งขันของประเทศหรือไม่ ซึ่งเมื่อเราไปดูประเทศคู่ค้าของไทยรวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเกาหลีใต้ แคนาดา ญี่ปุ่น ตุรกี นิวซีแลนด์ สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย เวียดนาม แล้วก็ประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป เราจะพบว่าประเทศเหล่านี้ต่างก็มีกฎหมายเพื่อจัดเก็บ ภาษีส่วนเพิ่มในรูปแบบเดียวกันกับพระราชกำหนดฉบับนี้นะคะ รวมทั้งมาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย แล้วก็ฮ่องกงที่ก็จะมีการประกาศใช้ในปี ๒๕๖๘ นี้ด้วย ดังนั้นพระราชกำหนด ฉบับนี้มันจึงไม่ใช่เหตุปัจจัยที่จะทำให้ประเทศไทยนั้นมีขีดความสามารถในการแข่งขันลดลง แล้วก็ไม่ได้ทำให้เราเสียเปรียบต่อประเทศคู่ค้าอื่น ๆ ในทางกลับกันค่ะ การออกพระราชกำหนด ฉบับนี้มันจะเป็นการช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนว่า ประเทศไทยจะเป็นหมุดหมาย สำคัญของการลงทุน เพราะว่าเราสนับสนุนความเป็นธรรมในการแข่งขันด้านการค้าระหว่าง ประเทศ แล้วก็ปฏิรูประบบภาษีให้เป็นมาตรฐานที่สอดคล้องกับระดับสากล ซึ่งมันจะเป็น ปัจจัยหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจลงทุนของบริษัทข้ามชาติอีกเป็นจำนวนมากนะคะ
ในส่วนสุดท้ายค่ะท่านประธาน พระราชกำหนดฉบับนี้นอกจากมันจะไม่ได้ สร้างผลกระทบที่น่ากังวลต่อเศรษฐกิจและการลงทุนของไทยแล้ว ดิฉันยังเห็นว่า หากประเทศไทยสามารถดำเนินมาตรการการเก็บภาษีส่วนเพิ่มได้สำเร็จมันจะส่งผลดี ๒ ประการด้วยกันค่ะ
ประการแรก พระราชกำหนดฉบับนี้มันจะช่วยเพิ่มระดับการจัดเก็บรายได้ ของภาครัฐ แล้วก็จะช่วยลดปัญหาการขาดดุลงบประมาณที่เรากำลังเผชิญมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากประเทศไทยสามารถจัดเก็บภาษีจากกลุ่มบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นตาม กฎหมายฉบับนี้ได้ มีการประเมินว่าเบื้องต้นภาครัฐน่าจะสามารถจัดเก็บภาษีเพิ่มขึ้นได้ ประมาณ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี และการจัดเก็บภาษีนี้มันไม่ได้เป็นการเพิ่มภาระให้กับ ประชาชนทั่วไปหรือว่าธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง แต่ว่าจะช่วยทำให้รัฐบาลนำภาษี ที่เก็บเพิ่มขึ้นได้มาจัดทำเป็นนโยบายเพื่อที่จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ แล้วก็เพิ่ม ศักยภาพให้กับภาคเอกชนไทยได้มากขึ้น
ประการที่ ๒ พระราชกำหนดฉบับนี้จะช่วยสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ในระยะยาว เพราะรายได้จำนวนมหาศาลที่รัฐจัดเก็บเพิ่มขึ้นจะถูกนำไปใช้ในโครงสร้าง พื้นฐานและทรัพยากรมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นด้านคมนาคม ด้านสาธารณสุข แล้วก็ ด้านการศึกษา ท่านประธานคะ เป็นที่ทราบกันดีว่าการพิจารณาถึงการลงทุนของบริษัทข้ามชาติ ในปัจจุบัน แม้เรื่องสิทธิประโยชน์ทางภาษีจะถูกหยิบขึ้นมาพิจารณา แต่ว่ามันก็ไม่ได้ เป็นปัจจัยหลักเพียงเรื่องเดียวนะคะ มันยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่สำคัญกว่าไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ พลังงานสะอาด หรือว่าประเทศนั้น ๆ มีข้อตกลงทางการค้ามากน้อยแค่ไหน นี่จึงเป็นโจทย์ที่ ท้าทายของประเทศไทยที่เราจะต้องหาทางดึงดูดนักลงทุนจากต่างประเทศด้วยกลไก มาตรการแล้วก็เครื่องมืออื่น ๆ เพื่อมาทดแทนการให้สิทธิประโยชน์ในด้านภาษีแบบที่เรา เคยทำมาก่อนค่ะ เพราะการใช้วิธีการกำหนดอัตราภาษีบุคคลต่ำ ๆ หรือให้สิทธิประโยชน์ ทางด้านภาษีแบบเดิมนี้มันอาจจะดึงดูดนักลงทุนไม่ได้อีกต่อไปแล้วนะคะ ดังนั้น ในสถานการณ์ที่เรากำลังเผชิญกับทั้งโอกาสแล้วก็ความเสี่ยงในเวลาเดียวกัน เป็นหน้าที่ของ รัฐบาลที่จะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะคว้าโอกาสที่อยู่ตรงหน้าให้กลายเป็นประโยชน์กับ ประเทศไทยได้มากที่สุด และในขณะเดียวกันก็ต้องเร่งออกมาตรการเพื่อที่จะป้องกัน ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนคู่ขนานไปด้วยค่ะ ดิฉันจึงขอเห็นด้วยแล้วก็ สนับสนุนพระราชกำหนดฉบับนี้ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
สมาชิกได้ อภิปรายจบแล้วนะครับ ขอเชิญท่านรัฐมนตรีได้กล่าวสรุปและชี้แจงเพิ่มเติมด้วยครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ก็ขออนุญาต ใช้เวลาสักเล็กน้อยในการตอบคำถามแล้วก็รับเอาข้อสังเกตของท่านสมาชิกเกี่ยวกับร่าง ของพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พุทธศักราช ๒๕๖๗ ซึ่งได้ประกาศใช้แล้ว ก็ด้วยความยินดี จากที่ได้รับฟังมาทุกท่านเห็นชอบในหลักการ แล้วก็เห็นชอบในเรื่องของการที่รัฐบาล เดินหน้าในเรื่องของการออกกฎหมายฉบับนี้นะครับ ถ้าไม่ติดตามขั้นตอนข้อบังคับ การประชุมและรัฐธรรมนูญก็จะขอให้ใช้มาตรา ๘๘ ไปเลยนะครับ แต่ว่าติดที่เป็น พ.ร.ก. ก็คงต้องลงมติกัน แต่อย่างไรก็ตามจากการรับฟังนี้มีข้อห่วงใยบางข้อ แล้วก็ต้อง กราบขอบพระคุณท่านสมาชิกที่ได้มีความเข้าใจในความจำเป็นและประโยชน์ของการ ออกกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมา ซึ่งจะเกิดประโยชน์กับประเทศไทยในการจัดเก็บภาษีได้เพิ่มขึ้นจากบริษัทข้ามชาตินี้ ไม่ต่ำกว่าปีละ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาทก็เป็นประโยชน์อย่างมหาศาล แล้วก็ยังจะทำให้ประเทศไทย สร้างจุดยืนทางด้านเศรษฐกิจ จุดยืนทางด้านนานาชาติอยู่ในระดับเดียวกันกับประเทศที่อยู่ ในแนวหน้า เราเป็นประเทศแรก ๆ ที่ขยับเคลื่อนตัวในเรื่องของกฎหมายฉบับนี้ ทำให้เรา เป็นผู้นำหนึ่งในผู้นำที่จะสามารถยืดอกได้ในการที่จะเข้าร่วมเจรจาความระหว่างประเทศ ต้องเรียนต่อท่านสมาชิก ซึ่งมีท่านสมาชิกหลายท่านได้พูดแล้วนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร เอง ท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน เองที่ผ่านมาได้เดินทางไป ต่างประเทศมีการไปเจรจาความระหว่างประเทศเวลาพูดคุยกับผู้นำระดับนานาชาติ ในการ พูดคุยกับบริษัทข้ามชาติต่าง ๆ ในการที่จะไปดึงให้เขามาลงทุนในประเภทต่าง ๆ ทุกคน ถามถึงเรื่องของ Pillar 2 ว่าเมื่อไรไทยจะออก เราจะออกให้ทันภายในสิ้นปี ๒๕๖๗ ได้หรือไม่นะครับ เป็นคำถามที่ตรงกันหมด สาเหตุก็คือด้วยกลไกที่จะเกิดขึ้นไม่ต้องห่วง ล่ะครับว่าจะเป็นจุดที่ทำให้ประเทศไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน เพราะใน ข้อเท็จจริงแล้วการที่เราออกกฎหมาย Pillar 2 หรือว่าภาษีส่วนเพิ่มนี้ขึ้นมากลับจะทำให้ ประเทศไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น เพราะบริษัทข้ามชาติที่จะมาลงทุน จะสามารถตัดสินใจเลือกได้ว่าจะเสียภาษีในประเทศไทยหรือเสียภาษีในประเทศบ้านเกิด ซึ่งวันนี้แม้ว่าเขาจะมากินสิทธิประโยชน์ ถ้าเขาเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่มีรายได้เกินกว่า ๗๕๐ ล้านยูโร หากเขากินสิทธิประโยชน์ที่ต่ำกว่า ๑๕ เปอร์เซ็นต์ในประเทศไทยหรือในที่ใด ก็ตาม สุดท้ายเขาต้องเสียภาษีในประเทศใดประเทศหนึ่ง เพราะว่าประเทศหลัก ๆ ในโลก อย่างที่ผมได้เรียนไปแล้ว วันนี้ ๑๔๒ ประเทศทั่วโลกเข้าสู่กระบวนการที่ยอมรับในเรื่องของ ภาษีส่วนเพิ่มนี้แล้ว ในขณะนี้มีราว ๆ ๔๐ ประเทศที่ได้ออกกฎหมายเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งต้อง เรียนด้วยความเคารพว่าสุดท้ายไม่ว่าอย่างไรก็ตามต้นทางเขาบังคับกฎหมายอยู่นะครับ หากเขาไม่มาเลือกเสียที่เมืองไทยเขาก็ต้องไปเสียที่ต่างประเทศเช่นเดียวกัน วันนี้เราเปิด ทางเลือกให้และเป็นประโยชน์กับประเทศไทยอย่างยิ่งที่เราจะสามารถมีโอกาสที่จะรับภาษี เหล่านั้นเอาเข้ามาพัฒนาประเทศ เอามาพัฒนาอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องเพื่อให้ประเทศไทย สามารถขับเคลื่อนต่อไปได้
ส่วนคำถามข้อห่วงใยหลายท่านที่ผมรับฟัง ประเด็นแรกเลยก็คือเหตุใด จึงออกเป็นพระราชกำหนด ผมต้องเรียนด้วยความเคารพว่าอันนี้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๔ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๔ กำหนดว่าในกรณีที่มีความจำเป็นต้องมีกฎหมาย เกี่ยวด้วยภาษีอากรหรือเงินตรา ซึ่งต้องได้รับการพิจารณาโดยด่วนและลับเพื่อรักษา ประโยชน์ของแผ่นดิน พระมหากษัตริย์จะทรงตราพระราชกำหนดให้ใช้บังคับดังเช่น พระราชบัญญัติก็ได้ อันนี้เป็นสาเหตุหลักอย่างหนึ่งที่เราตัดสินใจบอกว่าในที่สุดแล้วเรื่องนี้ มันเกี่ยวเนื่องกับภาษีครับ เพราะในเรื่องของภาษีที่ผ่านมาถ้าท่านจะมีประสบการณ์ ในการทำกฎหมายในเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับภาษีส่วนมากเราจะใช้กลไกในเรื่องของการออก พระราชกำหนดเป็นหลัก สาเหตุก็เพื่อไม่ให้มันเกิดการเก็งกำไร ไม่ให้เกิดการคาดการณ์ ไปล่วงหน้า เมื่อออกมาแล้วมีผลบังคับใช้ทันทีจะทำให้ลดความเสี่ยงในเรื่องของเศรษฐกิจ ลงไปได้อย่างมีนัย อันนี้เป็นกลไกที่เราได้ตัดสินใจเลือกเดินนะครับ
ส่วนที่ ๒ ก็คือต้องเรียนด้วยความเคารพว่าเรื่องนี้มีความจำเป็นเร่งด่วน แล้วก็เป็นเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจท่านเห็นได้ชัดเจนอยู่แล้ว อันนี้ไม่ต้องอธิบายกันมาก แต่ในเรื่องของความจำเป็นเร่งด่วนรอบปีบัญชีของบริษัททั่วไป ก็คือมกราคมถึงธันวาคม หากเราไม่สามารถออกได้ก่อนปลายปีที่ผ่านมาเราจะเสียโอกาส ในการจัดเก็บภาษี ๑๒,๐๐๐ ล้านบาทโดยประมาณที่ได้เรียนต่อท่านสมาชิกทุกท่านไปอีก ๑ ปี เราต้องไปเริ่มเอาปี ๒๕๖๙ กลไกในการเดินหน้าในขณะแรกเราก็เคยคิดว่าเราจะ ออกเป็นพระราชบัญญัติหรือไม่ แต่ติดด้วยข้อจำกัดหลายอย่างโดยเฉพาะในเรื่องของ ห้วงเวลา เพราะว่าเหลือเวลาค่อนข้างจำกัด ในที่สุดการตัดสินใจเป็นพระราชกำหนดจึงเป็น ความจำเป็น แล้วก็ได้มีการพิจารณาโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กฤษฎีกาอย่างละเอียด ถี่ถ้วน ที่ท่านสมาชิกท่านนิติพลเป็นห่วงว่ากฤษฎีกาดูแค่ ๕ วันเป็นขั้นตอนหลังจากการ ส่งกฎหมายเข้าสู่คณะรัฐมนตรีครับ แต่ด้วยความเคารพกลไกในการออกกฎหมายของ ฝ่ายราชการไทยที่ผ่านมาโดยตลอด มีคณะกรรมการกฤษฎีกาอยู่ร่วมด้วยโดยตลอด แล้วก็ มีการพูดคุยกันตั้งแต่ในเบื้องต้นจนกระทั่งออกเป็นกฎหมาย แล้วเราจึงส่งไปที่คณะรัฐมนตรี และส่งไปกฤษฎีกา ซึ่งจะใช้คำว่า ได้มีการตรวจร่างล่วงหน้าแล้ว คือเขาได้ดูไว้ก่อนแล้ว ซึ่งในระเบียบทั้งหมดในข้อทั้งหมดได้ผ่านขั้นตอนการตรวจกฎหมายอย่างละเอียดถี่ถ้วน
ในส่วนของมาตรา ๒๓ ที่ท่านจุลพงศ์ได้มีข้อห่วงใย ผมก็ต้องเรียนว่ามันเป็น วิธีร่างกฎหมายเป็นพิธีการทางกฎหมายที่ให้คำนึงถึงเจตนารมณ์และวัตถุประสงค์ของ การร่างกฎหมายเท่านั้นนะครับ แล้วก็ยืนยันว่าสิ่งใดที่มันขัดต่อกฎหมายแม่บทหรือ พ.ร.ก. ฉบับนี้สุดท้ายมันก็จะไม่มีผลบังคับใช้ ตัวอย่างที่เราเขียนลักษณะนี้ในมาตรา ๒๓ ยกตัวอย่าง เช่น มาตรา ๔ ของประมวลกฎหมายแพ่งก็ไม่ได้มีความแตกต่างหรือพิเศษไปก็เป็นการ บังคับใช้กฎหมายตามปกติ
ในส่วนข้อห่วงใยในเรื่องของ Assumption หรือว่าสมมุติฐานที่เราได้นำ ตัวเลข ๑๒,๐๐๐ ล้านบาทมา ผมต้องเรียนอย่างนี้ว่าเราใช้ฐานข้อมูลจาก ADB ครับ Asian Development Bank ซึ่งได้ให้ TA กับประเทศไทย Technical Assistance กับประเทศไทย โดยข้อมูลนี้มาจากระบบฐาน Orbix ซึ่งเป็นฐานข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของการจัดเก็บภาษี การเงินของบริษัททั่วโลก อาจจะไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์แต่เป็นฐานข้อมูลที่เรียกว่าใหญ่ที่สุด เราใช้ฐานข้อมูลนี้มาแล้วก็ดำเนินการในเรื่องของการทำ Simulation ซึ่งด้วยฐานข้อมูลนี้ และด้วยกลไกที่เราทำเรามีความเชื่อมั่นว่าตัวเลขนี้ค่อนข้างเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียง ผมก็คง ไม่ถึงขนาดจะมายืนตอบท่านแล้วก็สัญญากับท่านว่าสุดท้ายเราจะได้ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท เพราะว่ามันอาจจะกลายเป็น ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทก็ได้ มันอาจจะกลายเป็น ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ได้ เพราะนี่ก็คือการประมาณการ แต่อย่างไรก็ตามมีความเชื่อมั่นได้ว่าฐานข้อมูลที่เราใช้ ในส่วนนี้เป็นจุดที่มีความมั่นคงแล้วก็เชื่อถือได้ ในส่วนของบริษัทข้ามชาติหลาย ๆ ประเภท ผมต้องเรียนอธิบายอย่างนี้ว่าบางท่านห่วงใยในเรื่องของบริษัทที่เป็นแพลตฟอร์มข้ามชาติ เอ่ยชื่อก็ได้อย่างเช่น Temu เป็นต้น เราก็เรียนด้วยความเคารพครับ เราเคยพูดคุยกันในสภา แห่งนี้ ผมเองเคยเป็นคนที่มาตอบในสภาแห่งนี้ด้วยว่ารัฐบาลไม่ได้ละเลย แล้วก็เป็นห่วง อยู่ตลอดในเรื่องของบริษัทข้ามชาติเหล่านี้ที่มาทำธุรกรรมในประเทศไทยแล้วก็เกิดประโยชน์ โภคผล แต่ว่าคนไทยอาจจะไม่ได้รับประโยชน์นักและสินค้ากลับเข้ามาตีสินค้าไทย ซึ่งอันนี้ เป็นอีกเรื่องหนึ่งเราคงจะใช้อีกเวทีหนึ่งในการมานั่งคุยกันว่ากลไกที่รัฐบาลใช้คืออะไรบ้าง เช่น กลไกในการที่เราจะใช้ Non-Tariff Barriers หรือว่าใช้กลไกทางด้านศุลกากร กลไก ทางด้านการตรวจคุณภาพสินค้า ต่าง ๆ เหล่านี้มีกลไกที่เราได้วางไว้แล้วและดำเนินการอยู่ แต่อย่างไรก็ตามในบริษัทที่เป็นแพลตฟอร์มเหล่านี้ที่ท่านเป็นห่วงไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Meta หรือว่าเป็นเรื่องของ Temu ก็ตาม ผมเรียนอย่างนี้ว่าข้อตกลงระหว่างประเทศที่เราคุยกัน มันมีอยู่ ๒ แท่ง แท่งแรกคือ Pillar 1 แท่งที่ ๒ คือ Pillar 2 ที่เราคุยกันอยู่ Pillar 2 เป็นการ พูดถึงภาษีส่วนเพิ่มว่าบริษัทซึ่งมีการจดทะเบียนอยู่ในทั้ง ๒ ประเทศไม่สามารถที่จะ หลบเลี่ยงภาษีให้มันต่ำกว่า Global Minimum Tax คือ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ได้ อย่างไรก็ตาม อยู่ที่ใดที่หนึ่งต้องเสียให้ถึง ๑๕ Pillar 1 เป็นการพูดถึงเรื่องของ Profit Sharing ก็คือ การแบ่งปันผลกำไร หมายความว่าลักษณะของบริษัทที่เป็นแพลตฟอร์มที่ดำเนินกิจกรรม อยู่ในประเทศไทยอาจจะไม่ได้มีการจดทะเบียนบริษัทหรืออย่างไรก็ตาม สุดท้ายจะต้อง มีผลกำไรกลับมาแบ่งปันผลประโยชน์กลับมาที่ประเทศเราที่เป็นฐานที่มั่นที่เขาใช้ในการ ทำธุรกรรมแล้วก็ประกอบธุรกิจนี้กลับมาบางส่วน ซึ่ง Pillar 1 มันต่างกับ Pillar 2 ตรงนี้ครับ Pillar 2 สามารถดำเนินการได้ ภาษีส่วนเพิ่มนี้สามารถดำเนินการได้ โดยการออกกฎหมาย ในประเทศของประเทศต่าง ๆ เราก็ดำเนินการเช่นนี้ในวันนี้ แต่ในส่วนของ Pillar 1 ต้องมี ข้อตกลงและยุติร่วมกันระหว่างประเทศต่าง ๆ ซึ่งในขณะนี้ก็อยู่ในขั้นตอนหลักคิดในเรื่อง ของ Pillar 1 อยู่ในขั้นตอนที่นานาประเทศกำลังเจรจาความกันเพื่อให้มันได้ข้อตกลงสรุปยุติ หากสรุปยุติเมื่อไรสุดท้ายก็จะมีกฎหมายออกมาอีก ๑ ฉบับ เพื่อที่จะสามารถดำเนินการ เก็บภาษีกับบริษัทลักษณะแพลตฟอร์มที่ข้ามชาติแล้วมาดำเนินธุรกรรมในประเทศไทย ได้ต่อไป ต้องเข้าใจว่าทั้ง ๒ แท่งมันสามารถจับเอาบริษัทที่ทำธุรกรรมข้ามชาติได้คนละกลุ่ม คนละประเภท แต่สุดท้ายถ้าทั้ง ๒ ข้อนี้ผ่านการดำเนินการในเรื่องของภาษีจะเกิด ประสิทธิภาพ แล้วก็จะเกิดประโยชน์กับประเทศไทยต่อไปนะครับ
ในส่วนของข้อห่วงใยอื่น ๆ ในเรื่องของการเตรียมการ ผมเรียนอย่างนี้ว่า ขณะนี้ทางหน่วยงานเตรียมความพร้อมทุกอย่างนะครับ เราออกกฎหมายในช่วงปลายปี ที่ผ่านมา ขณะนี้ทางกรมสรรพากรเองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็เตรียมออกกฎหมายลูก ระดับประกาศหรือว่าเป็นกฎกระทรวงอีก ๒๐ กว่าฉบับ เพื่อที่จะให้มันมาล้อกับเรื่องของ พระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่มนี้ แต่อย่างไรก็ตามในเรื่องของการที่จะมอบคืนสิทธิประโยชน์ ให้กับบริษัทข้ามชาติเหล่านี้ในบางประเด็นนะครับ
ประเด็นแรกเลยการที่เราจะออกเป็นกฎหมายมันติดขัดจริง ๆ ท่านศิริกัญญา บอกว่าเอ๊ะทำไมไปติดมาตรา ๓๕ ของ พ.ร.บ. วินัย หรือไม่ จริง ๆ ไม่ใช่ครับ ติดมาตรา ๒๕ มาตรา ๒๕ เป็นการพูดถึงในการเสนอกฎหมายให้หน่วยงานรัฐไม่ต้องนำเงินรายได้ส่งคลัง จะทำได้เฉพาะกรณีจำเป็นและเกิดประโยชน์ในการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของตน ซึ่งตรงนี้เป็นข้อจำกัดที่อยู่ใน พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลัง ด้วยข้อจำกัดนี้สุดท้ายเราก็บอกว่า เอ๊ะเราจะหาวิธีการอย่างไร วันนี้เราคุยกันอย่างจริงจังในเรื่องของการออก QRTC หรือว่า เป็น Tax Credit นั่นล่ะ เป็น Qualified Refundable Tax Credits ซึ่งทางกรมสรรพากรเอง ก็รับหน้าที่มาพูดคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น BOI ซึ่งก็มาในวันนี้ด้วยว่าสุดท้ายแล้ว ตัวนี้เราจะออกเป็นกฎหมายลักษณะใดและเป็นรูปแบบใดโดยเฉพาะ กำลังอยู่ในขั้นตอน ซึ่งเรารับทราบถึงประเด็นที่มีความจำเป็นเร่งด่วนขณะนี้ เราจะเร่งทำให้เร็วที่สุดแล้วก็คงจะ เป็นพระราชบัญญัติแล้วกลับมาพูดคุยกันในสภาแห่งนี้ในเร็ววัน สุดท้ายนี้ต้องเรียน ด้วยความเคารพว่ารัฐบาลยืนยันว่าพระราชกำหนดฉบับนี้เป็นกฎหมายที่มีความจำเป็น และจะเปลี่ยนโฉมประเทศไทยให้เป็นประเทศหนึ่งในประเทศแนวหน้าระดับโลก และเป็น ข้อผูกพันหนึ่งในการที่ประเทศไทยกำลังจะเข้าร่วมกับการเป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศที่อยู่ใน โออีซีดีด้วย เราก็เดินหน้าอย่างเต็มตัวเพื่อที่จะเกิดประโยชน์กับประเทศชาติ และแน่นอนว่า ในเบื้องต้นเรามีความเชื่อมั่นว่าปี ๒๕๖๙ อย่างน้อยยังจะจัดเก็บรายได้ได้เพิ่มเติมขึ้นมาอีก ไม่ต่ำกว่า ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท ตรงนี้เป็นประโยชน์ที่เราเห็นได้ชัดอย่างปัจจุบันทันด่วน ก็อยากจะขอความกรุณาจากท่านสมาชิกทุกท่านให้การสนับสนุน แล้วก็เห็นชอบกับ ร่างพระราชกำหนดที่รัฐบาลได้นำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ ส่วนข้อห่วงใย และข้อสังเกตอื่นใด ผมในนามของตัวแทนรัฐบาลขอรับไว้แล้วก็จะไปดำเนินการให้เกิด ประโยชน์สูงสุดกับประเทศชาติต่อไป ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังนะครับ เชิญครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม จุลพงศ์ อยู่เกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ต้องขอรบกวน ท่านรัฐมนตรีนะครับ คือผมได้สอบถามเกี่ยวกับการเตรียมเรื่องผลกระทบ ผมไม่ค่อยได้ยิน ข้างหลังผมเลยต้องเลื่อนมาข้างหน้านี้นะครับ ท่านบอกว่าไม่ต้องห่วงรัฐบาลได้เตรียมการ ผมไม่ทราบว่าท่านพอจะเปิดเผยแผนการกระมังครับ แล้วกรณีที่บริษัท BOI ที่เขาต้อง กลับมาเสียภาษี ท่านมีมาตรการในการช่วยเหลือหรือบรรเทาอย่างไรบ้าง เพราะตามข่าว เห็นบอกว่าจะออกพระราชกำหนด ๒ ฉบับ ผมเข้าใจ รวมทั้งมีเรื่องบรรเทาให้กับบริษัทที่ได้ BOI แล้วก็ได้รับการส่งเสริมเสียภาษีต่ำ ๒ เรื่องครับ ผลกระทบในเชิงรูปธรรมไม่ทราบ ผมนี่ทำงานเรื่องการลงทุนระหว่างประเทศมาตลอดชีวิตนะท่าน ก็เป็นห่วงเรื่องการลงทุน ในภาพพจน์ของประเทศไทย คือทำงานที่ต่างประเทศมานะครับ ก็เลยอยากจะฝากรบกวน ท่านรัฐมนตรีฝากผ่านท่านประธาน ๒ เรื่อง คือผลกระทบในเรื่องการลงทุนจากต่างประเทศ ทางท่านรัฐมนตรีได้มีแนวความคิดเช่นใด แล้วกรณีที่บริษัทที่เขาได้ BOI อยู่แล้ว ได้รับ การยกเว้นภาษีอยู่แล้ว แล้วมีรายรับรวมนะครับ เขาไม่ใช้คำว่า รายได้รวมทางบัญชี ต้องเรียกว่ารายรับรวมของบริษัทแม่ บริษัทในเครือ ทั้งหมดนี้เกิน ๗๕๐ ล้านยูโร ผมไม่ทราบว่า ท่านจะมีแนวทางที่จะช่วยเหลือเพื่อให้เกิดความมั่นใจในการลงทุนในประเทศไทยเช่นไร ขอบคุณครับท่านประธาน
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ก็เรียนด้วยความเคารพว่าเป็นข้อห่วงใยของเราเช่นเดียวกันนะครับ แต่ในประเด็นแรกเลย ผมต้องเรียนอย่างนี้ว่าบริษัทข้ามชาติเหล่านั้นหากเขาเข้าเกณฑ์ ๗๕๐ ล้านยูโร ไม่ว่าอย่างไร เขาก็ต้องเสียสักที่ใดที่หนึ่ง ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ในขณะนี้ถ้าเขากินผลประโยชน์ของการที่ได้รับ สิทธิประโยชน์ทาง BOI ในประเทศไทย หากเราไม่ออกกฎหมายฉบับนี้เขาก็ต้องกลับบ้าน ไปจ่าย ๑๕ เปอร์เซ็นต์ แต่วันนี้เราเปิดช่องทางให้เขาสามารถเลือกได้ที่จะจ่ายในประเทศไทย แต่แน่นอนว่ากลไกที่เราได้พูดคุยกันสิ่งหนึ่งซึ่งยืนยันได้เราก็มองในเรื่องของช่องทาง แต่กลไก และข้อตกลงของ BOI มีข้อจำกัดบางอย่าง เช่น ห้ามการที่เราเก็บภาษี Global Minimum Tax ตัวนี้ แล้วจ่ายคืน Direct ตรงไปยังบริษัทนั้น ๆ คือเป็น Direct Incentive นี่ทำไม่ได้นะครับ แต่ว่าเขาก็ไม่ได้ห้ามครับ ซึ่งมีข้อแนะนำมา ในเรื่องของการให้เป็นการทั่วไปหรือเป็นการพัฒนาในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนา ในเรื่องของอุตสาหกรรมนั้น ๆ รวมถึงเรื่องของการให้ Expenditure Based Incentive เช่น เรื่องของ R&D เรื่องของการใช้จ่ายในด้านที่รัฐให้การสนับสนุน เรื่องของความ Green เรื่องของความ Carbon Free พวกนี้เราทำได้ ตรงนี้ในรายละเอียดก็คงต้องขอความกรุณา ท่านจุลพงศ์ว่าสุดท้ายมันไม่มีอะไรลึกลับซับซ้อน ทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งกำกับดูแลทั้ง BOI แล้วก็ทั้งเรื่องของกรมจัดเก็บด้วย สุดท้ายก็คงจะมีการประชุมต่อเนื่อง ตอนนี้ BOI เองก็มีการพูดคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่าง ๆ เข้มข้น แล้วก็คงจะมี การประกาศออกมาให้ชัดเจน เพราะว่าสิ่งหนึ่งที่ต่างประเทศเขาก็อยากเห็นนะครับ แน่นอน เขาอยากมีตัวเลือกว่าจะจ่ายที่ไหน แต่สุดท้ายการเลือกว่าจะจ่ายที่ใด ก็อยู่ที่ว่าเขามองว่า จ่ายที่ไหนแล้วสุดท้ายประโยชน์มันจะเกิดกับเขามากที่สุดนะครับ ซึ่งเราก็สามารถที่จะ ดำเนินการเพื่อที่จะสร้างเหตุและผลประกอบให้เขาตัดสินใจว่าประเทศไทยมีความเหมาะสม ที่เขาจะเลือกว่าจะต้องมาจ่ายภาษีที่เรา เพราะเรายังจะต้องมีการพูดคุยกันเขาต่อเนื่องว่า สุดท้ายสิ่งที่เขาสูญเสียไปเราจะสามารถคืนกลับไปในรูปแบบใดที่ไม่ขัดต่อข้อตกลงระหว่าง ประเทศ แต่ในขณะเดียวกันเกิดประโยชน์กับประเทศไทยและการจัดเก็บภาษีนี้กลับมาที่เรา ได้มากขึ้น หากเราสามารถสร้างกลไกนี้ให้ได้ดี ๑๒,๐๐๐ ล้านบาทไม่ใช่ปัญหา ผมเชื่อว่า มากกว่านั้นด้วยนะครับ ตรงนี้เราจะต้องทำกันต่อครับ แล้วก็ขอความกรุณาถ้าท่านมี ข้อคิดเห็นดี ๆ ทาง BOI น่าจะพร้อมที่จะรับฟัง ทางรัฐบาลพร้อมจะรับฟังท่านในเรื่องของ ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ ขอบพระคุณครับ
เชิญครับ ที่ยกมือ ข้างหลังครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ นิติพล ผิวเหมาะ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ ก็ใจเขาใจเราครับท่านประธาน ในส่วนของ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ผมไม่ได้มีข้อติดขัดตรงไหน แต่ว่าอยากจะได้คำตอบชัด ๆ จากท่านรัฐมนตรีนะครับ เพราะว่ามีการพูดกับผู้ประกอบการกับเจ้าของธุรกิจหลายท่านว่า ถ้าเขาจะต้องเสีย ๑๕ เปอร์เซ็นต์แล้วประเทศไทยจะได้ปีละ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท ท่านมี มาตรการอย่างไรที่จะสามารถคงปีละ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาทจากภาษีส่วนเพิ่มนี้ได้นะครับ ก็ถามแทนผู้ประกอบการเจ้าของกิจการหลายท่านนะครับ ขอความชัดเจนนิดหนึ่งครับ ขอบคุณครับ
เชิญชี้แจงเพิ่มเติมครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สัตหีบ จังหวัดชลบุรี พรรคกล้าธรรมครับ ผมขอฝาก เป็นข้อสังเกตอีกข้อหนึ่ง ในเรื่องของ Effective Tax Rate คือภาษีที่แท้จริง ถ้าบริษัท ข้ามชาติภาษีที่แท้จริงเขาน้อยกว่า ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านจะทำอย่างไร อันนี้เป็นสิ่งที่ผมก็เป็น กังวลอยู่เหมือนกันนะครับ แต่ผมเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลชุดนี้สามารถจัดเก็บภาษีได้ มากกว่า ๑.๒ หมื่นล้านบาทแน่นอน อันนี้คือเรื่องหนึ่ง
เรื่องที่ ๒ คือเรื่องสิทธิบัตร ผมว่ามันเป็นความซ้ำซ้อนกันระหว่างถ้าเขาอ้าง สิทธิบัตรขึ้นมาเราจะทำอย่างไร ขอบคุณครับท่านประธาน
ขอบคุณ ทั้ง ๒ ท่านครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในประเด็นแรกนะครับ ท่านสะถิระ ในกรณีที่มีสิทธิบัตรอยู่แล้ว แต่ในขณะนี้ข้อตกลง ระหว่างประเทศ พื้นฐานของตลาดโลกเปลี่ยนไป ทุกคนมาตกลงกันในเรื่องของข้อตกลง ตาม Pillar 2 นั่นก็คือภาษีส่วนเพิ่ม เขาก็ไม่สามารถหลบเลี่ยงได้หากทั้ง ๒ ประเทศ ออกกฎหมายแล้ว ซึ่งในขณะนี้ประเทศต้นทางเกือบทั้งหมด หมายความว่าประเทศที่เป็น ผู้ลงทุน ไม่ว่าจะเป็นอเมริกา ญี่ปุ่น อังกฤษ ได้ออกกฎหมายตัวนี้มาเรียบร้อย เพราะฉะนั้น เขาไม่สามารถที่จะหลบเลี่ยงได้อย่างน้อยสุดท้ายก็ต้องกลับไปเสียที่บ้าน วันนี้เราเพียงแค่ เปิดช่องทางเพื่อให้ประเทศไทยสามารถได้รับประโยชน์แล้วก็อยู่ในการแข่งขันได้นะครับ
ส่วนเรื่องของการที่ท่านนิติพลได้สอบถาม ผมเรียนอย่างนี้ครับว่าเราจะเร่งทำ อย่างที่บอกเมื่อสักครู่ที่เรียกว่า QRTC นะครับ แนวทางที่โออีซีดีแนะนำก็คือ QRTC หรือ Qualified Refundable Tax Credits ซึ่งมันก็คือการที่บริษัทถ้าได้ลงทุนหรือมีค่าใช้จ่าย ที่กำหนดก็จะได้รับเครดิตภาษีคืนและสามารถนำเครดิตภาษีไปจ่ายแทนภาษีเงินได้ แต่ถ้า ใช้ไม่หมดภายใน ๔ ปีก็สามารถขอคืนเป็นเงินสด นี่คือหลักคิดที่ได้วางกรอบเอาไว้ วันนี้อยู่ใน ขั้นตอนของการที่ทางหน่วยงานจะต้องไปดำเนินการด้านการร่างกฎหมายให้ครบถ้วน ตรวจสอบกับกฤษฎีกา ส่งเข้ามาทางสภาเพื่อที่พวกเราจะได้มาพิจารณากันว่ากฎหมายตัวนี้ สุดท้ายจะได้รับการประกาศใช้หรือไม่ ซึ่งเมื่อถึงเวลาก็ขอการสนับสนุนจากท่านสมาชิก ทุกท่านอีกครั้งหนึ่งด้วยนะครับ อันนี้เป็นแนวทางที่จะดำเนินการในเร็ววันครับ
ผมคิดว่าหมด ประเด็นครับ ทั้งผู้ซักถามและท่านรัฐมนตรีได้ตอบแล้วนะครับ ต่อไปนี้ก็จะเป็นการลงมติ ว่าจะอนุมัติหรือไม่อนุมัติพระราชกำหนดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๒ ก่อนจะลงมติ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ ขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกหรือห้องกรรมาธิการ หรือ ห้องอาหารเพราะว่าตอนนี้เที่ยงขอเชิญมาลงมติก่อนครับ ผมขอเวลานิดหนึ่งขอให้เข้ามาครับ
(นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
ขอเชิญครับ ท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกนะครับ กรุณาเข้ามาเพื่อลงมติพระราชกำหนดนะครับ สำหรับ ท่านที่เข้ามาแล้วกรุณาเสียบบัตรแล้วก็กดปุ่มแสดงตนครับ เชิญเลยครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
รอเวลานิดหนึ่ง ท่านสมาชิกกำลังทยอยเข้ามาครับ ที่เข้ามาแล้วกรุณาเสียบบัตรแสดงตนได้เลยนะครับ ถ้ามีปัญหาเรื่องเสียบบัตรแจ้งเจ้าหน้าที่ด้วยนะครับ ท่านสมาชิกได้เสียบบัตรแสดงตน ทุกท่านแล้วนะครับ กำลังเดินมาเชิญเข้ามาเลยครับแล้วก็กดบัตรได้ มีท่านสมาชิกท่านใด ยังไม่ได้แสดงตนไหมครับ แสดงตนทุกท่านแล้วผมขอปิดการแสดงตนนะครับ เจ้าหน้าที่ แสดงผลได้ครับ มีผู้มาแสดงตน ๔๐๗ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุม ขอบคุณครับ
ต่อไปจะถามมติ จากที่ประชุมนะครับว่าจะอนุมัติพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. ๒๕๖๗ หรือไม่ ท่านผู้ใด เห็นว่าสมควรอนุมัติกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าไม่ควรอนุมัติกรุณากดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงกรุณากดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงมติได้นะครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ท่านสมาชิก ท่านใดยังไม่ได้ลงมติบ้างครับ ลงมติแล้วนะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ มีผู้เข้าประชุม ลงมติ ๔๒๐ ท่าน เห็นด้วย ๔๑๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๔ ท่าน ก็เป็นอันว่าที่ประชุมนี้เห็นสมควรอนุมัติพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. ๒๕๖๗ แล้วนะครับ
ท่านประธานครับ สมาชิกหมายเลข ๔๒๐ เห็นชอบครับ
เชิญครับ ตอนนี้ ปิดการลงมติ ท่านแสดงเพื่อบันทึกได้ครับ ท่านเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย เชิญครับ
ท่านประธานครับ ๐๑๒ เห็นด้วยครับ เมื่อสักครู่บัตรมีปัญหาครับ
ครับ ๐๑๒ เห็นด้วยนะครับ
ท่านประธานคะ ๔๕๕ เห็นด้วยค่ะ
๔๕๕ เห็นด้วย บันทึกไว้นะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ๑๓๓ เห็นด้วยครับ
ครับ
ท่านประธานครับ ๐๑๔ เห็นด้วยครับ
๐๑๔ เห็นด้วย ก็บันทึกไว้นะครับ จบวาระการพิจารณาพระราชกำหนดนะครับ
ท่านประธานครับ ๒๙๒ เห็นด้วยครับ
๒๙๒ เห็นด้วย ก็บันทึกนะครับ
ระเบียบวาระ ต่อไปนะครับ
เรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน
- ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
เป็นเรื่องที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมและส่งคืนมายังสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พุทธศักราช ๒๕๖๒ ข้อ ๑๓๗
ด้วยประธานวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑ สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง เมื่อวันจันทร์ที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๖๗ ที่ประชุมได้ลงมติให้แก้ไข เพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จึงส่งร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมายังสภาผู้แทนราษฎร เพื่อดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๗ (๓) ต่อไป ทั้งนี้ถ้าสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบกับการแก้ไขเพิ่มเติมก็จะได้ ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๑ ต่อไป แต่ในกรณีที่สภาผู้แทนราษฎรไม่เห็นชอบด้วย ก็ให้แต่ละสภาตั้งบุคคลประกอบเป็นคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณาเสนอรายงานต่อ สภาทั้งสองเพื่อพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง โดยถ้าสภาทั้งสองต่างก็เห็นชอบก็ดำเนินการต่อไป ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๑ ถ้าสภาใดสภาหนึ่งไม่เห็นชอบด้วยก็ให้ยับยั้งพระราชบัญญัตินี้ ไว้ก่อนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๗ (๓) เชิญท่านสมาชิกจะอภิปรายเรื่องนี้อย่างไรครับ มีท่านสมาชิกประสงค์จะอภิปรายไหมครับ มีรายชื่อไหมข้างหน้า ไม่มีผู้ใดประสงค์ จะอภิปรายนะครับ ก็จะเป็นการลงมติต่อไปนะครับว่าจะเห็นชอบกับที่วุฒิสภาได้แก้ไข หรือไม่นะครับ ก็ต้องแสดงตนก่อน ขอเชิญท่านสมาชิกเข้ามาในห้องประชุมเพื่อตรวจสอบ องค์ประชุมอีกครั้งหนึ่งนะครับ
(นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
ท่านสมาชิก ที่เข้ามาแล้วกรุณาเสียบบัตรแสดงตนนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเข้ามา อีกครั้งหนึ่งเพื่อลงมติกับร่างพระราชบัญญัติที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม ท่านที่เข้ามาแล้ว กรุณาเสียบบัตรแสดงตนนะครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
มีท่านสมาชิกผู้ใด ยังไม่ได้เสียบบัตรแสดงตนนะครับ ถ้าแสดงตนทุกท่านแล้วเจ้าหน้าที่กรุณาแสดงผลด้วยครับ
๓๙๖ แสดงตนครับ
๓๙๖ แสดงตน ก็นับไว้ด้วยครับ มีอีกไหมครับ
ท่านประธานครับ ๒๑๑ แสดงตนครับ
๒๑๑ แสดงตน ๒ ท่านแล้วนะครับ เชิญครับ ไม่มีนะครับ ก็เป็นอันว่ามีผู้แสดงตนเข้าร่วมประชุม ๓๙๒ ท่าน บวก ๒ ท่าน เป็น ๓๙๔ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ
ผมก็จะถามมติ จากที่ประชุมนะครับว่าจะเห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภาหรือไม่ ท่านผู้ใด เห็นชอบกับการแก้ไขของวุฒิสภากรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบกับการแก้ไข กรุณากดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกรุณากดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงมติ ได้ครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
มีสมาชิกท่านใด ยังไม่ลงมติครับ ไม่มีนะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลได้ครับ มีผู้แสดงตนในห้องประชุมนี้เข้าร่วม ประชุมแล้ว ๔๑๓ ท่าน เห็นด้วยกับการแก้ไขของวุฒิสภา ๔๐๗ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มีนะครับ งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๕ ท่าน ก็เป็นอันว่าที่ประชุมนี้มีมติเห็นชอบด้วยกับ การแก้ไขของวุฒิสภา จบระเบียบวาระนี้นะครับ ขอบคุณสมาชิกครับ
ต่อไป
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว
- ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว
ผมขอเชิญคณะกรรมาธิการร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิต กลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. .... เข้าประจำที่นะครับ แล้วในการนี้คณะกรรมาธิการขออนุญาตมีบุคคล เข้ามาชี้แจงเพิ่มเติม ๓ ท่าน คือ ๑. รองศาสตราจารย์จักรพันธ์ วิลาสินีกุล รักษาการแทน ผู้อำนวยการศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ๒. คุณอัญชลี ทำนุรัฐ ผู้อำนวยการกองกฎหมาย สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม และ ๓. คุณชนากานต์ หนูพริก นิติกรปฏิบัติการ สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เชิญคณะกรรมาธิการและผู้ชี้แจงทั้ง ๓ ท่านด้วยนะครับ ถ้าพร้อมแล้วขอเชิญประธานคณะกรรมาธิการแถลงได้ครับ ประธานมีอะไรจะแถลง หรือเปล่าครับ รอสักครู่ เชิญแถลงได้มีอะไรเชิญครับ
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. .... ขอเสนอรายงานของคณะกรรมาธิการ ฉบับปรับปรุงต่อที่ประชุมดังนี้
ตามที่ในคราวประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๒๖ สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง วันพุธที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๖๗ คณะกรรมาธิการได้ขอถอน ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. .... เพื่อนำมาพิจารณา ทบทวนใหม่ เนื่องจากมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้อภิปรายแล้วก็ตั้งข้อสังเกตต่อการแก้ไข เพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติในหลายประเด็นเกี่ยวกับการกำหนดกลไกการปฏิบัติการตาม ร่างพระราชบัญญัติอันนี้ให้สมบูรณ์ให้สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างแท้จริง โดยมี งบประมาณที่เพียงพอต่อการคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ได้อย่าง มีประสิทธิภาพ ซึ่งที่ประชุมได้มีมติยินยอมให้ถอนร่างพระราชบัญญัตินี้ตามที่ร้องขอ และในขณะนี้ทางคณะกรรมาธิการได้พิจารณาปรับปรุงร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวโดยได้ นัดประชุมเพิ่มเติมจำนวนทั้งหมด ๑๐ ครั้ง ตั้งแต่เมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๖๗ จนถึงวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๖๗ โดยได้แก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติในหลายประเด็น โดยคำนึงถึง ข้อสังเกตที่ได้รับจากการอภิปรายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อปรับปรุงให้ ร่างพระราชบัญญัตินี้มีความครบถ้วนสมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยการแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าวเป็นไปตาม หลักการและเหตุผลแห่งร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. .... ทั้ง ๕ ร่างที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติรับหลักการไว้ ในการเสนอรายงานขอคณะกรรมาธิการ ครั้งนี้คณะกรรมาธิการได้ปรับปรุงร่างพระราชบัญญัติในประเด็นดังต่อไปนี้ การปรับปรุง หน่วยงานธุรการของคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ โดยกำหนดให้ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรมเป็นกรรมการและเลขานุการ แล้วให้สำนักงานปลัดกระทรวง วัฒนธรรมทำหน้าที่รับผิดชอบงานธุรการของคณะกรรมการ โดยให้ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) มีหน้าที่สนับสนุนและช่วยเหลือสำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรมในการ ดำเนินการดังกล่าว รวมถึงการเปลี่ยนชื่อสมัชชากลุ่มชาติพันธุ์แห่งประเทศไทยเป็นสภา คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์แห่งประเทศไทย พร้อมทั้งปรับปรุงโครงสร้างและ การดำเนินงานให้มีความเหมาะสม โดยกำหนดให้มีสมาชิกสภาจำนวนรวมแล้วไม่เกิน ๓๐๐ คน ทั้งนี้ปรากฏผลตามรายงานของคณะกรรมาธิการฉบับปรับปรุงพร้อมข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการตามที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม ดิฉันและกรรมาธิการทุกท่านเรายังยืนยัน อย่างเต็มที่ว่าพวกเรากรรมาธิการทุกท่านพร้อมที่จะชี้แจงต่อสภาในทุก ๆ ประเด็น เพื่อให้ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นก้าวแรกที่มั่นคงต่อพ่อแม่พี่น้องชาติพันธุ์ของพวกเรา ทั่วประเทศ จึงกราบเรียนมาเพื่อที่ประชุมได้พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณครับ ประธานคณะกรรมาธิการครับ ต่อไปขอเชิญท่านเลขาธิการดำเนินการต่อนะครับ
ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข
คำปรารภ ไม่มีการแก้ไข
มาตรา ๑ ไม่มีการแก้ไข
มาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไข
มาตรา ๓ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น
มาตรา ๓ มีการแก้ไข คณะกรรมาธิการขอสงวนความเห็น ขอเชิญคณะกรรมาธิการที่สงวนความเห็น ได้อภิปรายก่อนครับ เชิญท่านแรก ท่านชูพินิจ เกษมณี เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ก่อนอื่น ผมขออนุญาตให้ข้อมูลเกี่ยวกับชื่อเรียกที่เป็นปัญหาสับสนอยู่นี่นะครับ เพราะว่าในส่วนของ ภาคประชาชนเราเห็นว่ามีความสำคัญมาก ก็จะขอเท้าความไปในช่วงประมาณปี ๒๕๒๙ ที่นายโฮเซ่ อาร์ มาติเนซ โคโบ (Jośe R. Matinez Cobo) ได้รับมอบหมายจากสหประชาชาติ ให้ศึกษาสถานการณ์ของกลุ่มชนเหล่านี้ในหลายประเทศ แล้วเขาก็ได้เสนอนิยามคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ขอภาพสไลด์ขึ้นเลยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
อันนี้เป็นนิยามที่โคโบ (Cobo) นำเสนอ ในรายงานต่อสหประชาชาติของเขานะครับ ผมจะไม่ขออ่านรายละเอียด แต่ว่านิยามนี้ จะเป็นตัวตั้งก็เหมือนการบัญญัติศัพท์ใหม่ที่ต่างไปจากพจนานุกรม เป็นตัวตั้งที่ทำให้ หน่วยงานของสหประชาชาติทั้งหลายก็ใช้นิยามนี้เป็นต้นแบบแล้วก็พัฒนารายละเอียด เพิ่มเติม ผมจะขอยกตัวอย่างเพียงหน่วยงานเดียวเพราะมันเยอะมาก ขอภาพถัดไปเลยครับ หน่วยงานนี้ชื่อแผนงานสิ่งแวดล้อมของสหประชาชาติเรียกชื่อย่อ UNEP เขาก็นำเอานิยาม ของโคโบ (Cobo) มาใช้แล้วก็จะเห็น Highlight สีเหลืองจุดเน้นมากก็คือเรื่องของ การอยู่ร่วมกับวัฒนธรรมอื่น ๆ ในช่วงของการก่อตัวของรัฐชาติ แล้วก็ยังคงรักษา บุคลิกลักษณะเฉพาะทั้งของภาษา วัฒนธรรม และสังคมไว้ได้ แล้วก็ยังคงรักษาความแตกต่าง บางระดับจากประชากรที่แวดล้อมและวัฒนธรรมที่ครอบงำของรัฐชาติ ที่สำคัญก็คือว่า หลาย ๆ องค์กรจะพูดตรงกันว่าเป็นการระบุตนเองว่าเขาเป็นชนเผ่าพื้นเมืองและเป็น ผู้ที่ได้รับการยอมรับจากคนกลุ่มอื่น ๆ ด้วย อันนี้ก็จะตรงกันในหลาย ๆ หน่วยงานของ สหประชาชาตินะครับ ขอภาพถัดไปเลยครับ ทีนี้ในอดีตที่ผ่านมาก็มีคณะกรรมการพันธกรณี ระหว่างประเทศ ๒ ฉบับที่ให้ข้อสังเกตไว้กับรัฐไทยในฐานะที่เป็นภาคี ฉบับแรก ก็คือกติกา ระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ฉบับที่ ๒ ก็จะเป็น อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติทุกรูปแบบ เขาให้ ข้อสังเกตด้วยความกังวลว่ายังมีการขาดการยอมรับชนเผ่าพื้นเมืองโดยรัฐภาคี ซึ่งในที่นี้ ก็หมายถึงประเทศไทยที่เป็นภาคี คณะกรรมการก็เลยเชิญชวนรัฐภาคีให้พิจารณาทบทวน จุดยืนของตนแล้วให้การรับรองทางกฎหมายและการเมืองแก่ชนเผ่าพื้นเมืองของตน บนพื้นฐานของการระบุตนเอง อันนี้เป็นข้อสังเกตของ ๒ ฉบับของคณะกรรมการที่ผ่านมา ไม่นานนี้เอง ขอภาพถัดไปเลยครับ ตรงนี้เองที่คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดเราท่ามกลาง ความสับสนในชื่อเรียก โดยท่านประธานคณะกรรมาธิการก็ได้ทำหนังสือขอความเห็นไปยัง สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชน สำนักงานเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เขาก็ส่ง ความเห็นมาอย่างดีทั้งแปลเป็นภาษาไทยด้วย ทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาไทย ขอภาพถัดไปเลยครับ เขาขอย้ำนะครับ เขาบอกว่าสำนักงานขอย้ำถึงความสำคัญในการ ทำให้ร่างพระบัญญัตินี้สอดคล้องกับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ และโดยเฉพาะ อย่างยิ่งปฏิญญาว่าด้วยสิทธิของชนเผ่าพื้นเมืองซึ่งปัจจุบันนี้ก็ใช้อยู่ โดยที่ประเทศไทย ก็ร่วมรับรองปฏิญญาฉบับนี้ด้วยแล้ว แล้วก็ในประโยคต่อไปคือเขาเขียนมาตั้ง ๑๐ กว่าหน้า ผมยกมาเพียงเล็กน้อย เขาบอกสำนักงานขอแนะนำให้มีการรวมคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ไว้ใน พระราชบัญญัตินี้ เพื่อให้การดำเนินการตามร่างพระราชบัญญัตินี้มีความสอดคล้องกับ มาตรฐานสากลที่ได้รับการรับรองเกี่ยวกับสิทธิของชนเผ่าพื้นเมืองที่สำคัญที่ผม Highlight สีเหลืองไว้เขาเขียนเลยว่า ซึ่งคำว่า กลุ่มชาติพันธุ์ ไม่สามารถนำมาใช้ได้ในระดับสากล เพราะฉะนั้นสิทธิของชนเผ่าพื้นเมืองมันจะอยู่ในกฎหมายระหว่างประเทศหลายฉบับที่ เกี่ยวข้อง ขอภาพถัดไปเลยครับ แล้วก็ในช่วงเวลาหนึ่งเขาก็มีข่าวลือออกมาว่าการที่เรา ไปปฏิบัติตามปฏิญญาสหประชาชาติดังกล่าวนี้จะทำให้เกิดความแตกแยกอะไรต่าง ๆ ถ้าดูมาตรา ๔๖ ของปฏิญญา เขาจะเขียนไว้เลยว่าปฏิญญาฉบับนี้ไม่อนุญาตให้ใครเอา ข้อความในปฏิญญาไปใช้เพื่อให้เกิดความแตกแยกได้ เพราะฉะนั้นเขียนกันไว้เลยว่า ไม่เกี่ยวกับเรื่องของการแบ่งแยกหรือแตกแยกต่าง ๆ อันนี้ก็คิดว่าบางหน่วยงานก็ไม่ได้อ่าน รายละเอียดในเรื่องนี้ ขอภาพถัดไปเลยครับ ทีนี้ผมอยากสรุปง่าย ๆ ว่าการที่เราเป็นชนเผ่า พื้นเมือง ไม่ใช่เป็นเพียงกลุ่มชาติพันธุ์เท่านั้น ลูกหลานก็จะมีสิทธิและโอกาสต่าง ๆ ในเวที ระดับนานาชาติ เริ่มตั้งแต่โอกาสได้รับการสนับสนุนทรัพยากรแหล่งทุนต่าง ๆ มากมาย ตามที่ท่านเห็นชื่อเหล่านี้นะครับ เป็นแหล่งทุนระดับนานาชาติที่องค์กรของชนเผ่าพื้นเมือง สามารถที่จะขอนำมาใช้ในการพัฒนาอะไรต่าง ๆ ได้ แล้วก็โอกาสในการเข้าร่วมในเวทีถาวร ว่าด้วยประเด็นชนเผ่าพื้นเมือง ซึ่งเวทีถาวรเขาจะมีบทบาทเป็นที่ปรึกษาขององค์การ สหประชาชาติทุกองค์การที่เกี่ยวข้อง แล้วก็จะมีตัวแทนของชนเผ่าพื้นเมืองเข้าไปนั่งร่วมเป็น สมาชิกได้ มีวาระดำรงหน้าที่อยู่ประมาณครั้งละ ๔ ปี แล้วก็มีโอกาสที่ได้รับการแต่งตั้ง เป็นผู้รายงานพิเศษว่าด้วยสิทธิของชนเผ่าพื้นเมือง อันนี้ก็ต้องเป็นตัวแทนของชนเผ่าพื้นเมือง ที่จะเป็นผู้รายงานพิเศษได้ รวมทั้งกฎหมายระหว่างประเทศที่เอื้อในเรื่องของการคุ้มครองสิทธิ ในเรื่องของที่ดินทรัพยากรอะไรต่าง ๆ ซึ่งกฎหมายระหว่างประเทศมันก้าวหน้ามาก กฎหมายเรานี้ยังตามไม่ทัน ขอภาพถัดไปเลยครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมจะสรุปก็มาจาก การนำเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ครั้งแรก แล้วมี สส. บางท่านที่ให้ความเห็นที่ผมคิดว่า ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ท่านบอกว่าในบางพื้นที่ก็มีชื่อเรียกแตกต่างกันไป ผมจึงนำเสนอข้อสงวนในเรื่องของมาตรา ๓ ในนิยามกลุ่มชาติพันธุ์นี้ผมก็เอาคงไว้ตามเดิม ที่ได้ผ่านไปแล้ว แต่ต่อท้ายว่า ทั้งนี้ให้หมายรวมถึงกลุ่มคนที่ระบุตนเองว่าเป็นชนเผ่า ชนเผ่า พื้นเมือง ชนพื้นเมือง ชนพื้นเมืองดั้งเดิม หรือชนพื้นถิ่นด้วย เพื่อจะให้ครอบคลุม ทุกกลุ่มทุกพื้นที่ที่มีการเรียกชื่อที่แตกต่างกัน แล้วก็มีโอกาสในการที่จะเข้าไปนั่งในเวที สหประชาชาติในประเด็นที่เกี่ยวข้องด้วยนะครับ ขอขอบคุณมากครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปกรรมาธิการที่สงวนคำแปร ก็มีทั้งหมดที่ขออภิปราย ๔ ท่าน แต่ว่าเพิ่มเติมก็บอกมา แล้วกันครับ ท่านที่ ๒ คุณเกรียงไกร ชีช่วง ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ขออนุญาตสวัสดีท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม เกรียงไกร ชีช่วง โฆษก กรรมาธิการครับ ตรงนี้ก็ต้องขออภัยด้วยตอนแรกเราตั้งใจจะเรียงลำดับเพื่อจะให้เนื้อหาได้ สอดคล้องกันจากกรรมาธิการที่ขอสงวนไว้ ๓-๔ ท่าน แต่ก็พยายามจะกระชับเวลาตรงนี้ ให้ได้มากที่สุดนะครับ เบื้องต้นก็คงจะต้องขออนุญาตขอบคุณท่านประธานกรรมาธิการ แล้วก็คณะกรรมาธิการที่เป็นผู้แทนจากฝ่ายการเมืองทุกพรรคที่ร่วมเสนอเข้ามา ร่วมกัน ในการหาจุดร่วมตรงนี้ แล้วก็กรรมาธิการที่เป็นภาคประชาชน ขออนุญาตสไลด์ของผมเลยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ผมก็เลยขออนุญาตนำข้อเท็จจริง บางส่วนเพื่ออาจจะเป็นย้ำให้เห็นว่าสิ่งที่เราพยายามจะพัฒนาพระราชบัญญัติส่งเสริมและ คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์นี้เรากำลังฝันไปได้ไกลหรือว่าไปได้สุดได้ขนาดไหนนะครับ ก็เลยขออนุญาตย้ำอย่างนี้นะครับ เรื่องหนึ่งที่ผมขออนุญาตใช้ก็คือว่าความจริงที่เราจะโอบรับ หรือว่าโอบรัดพี่น้องได้จริงทุกกลุ่มไหม ผมขออนุญาตเริ่มต้นว่าโดยเนื้อหาของประเทศเรา เราย้ำตลอดนะครับประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย แล้วก็มันเป็นสิ่งที่งดงามมากว่า ภายในสภานี้ทุกท่านก็ยอมรับในเรื่องนี้ แล้วที่ผ่านมาก็มีการพูดในมิติแบบนี้อย่างเข้าใจ ในส่วนของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ โดยเฉพาะมาตรา ๗๐ ตรงนี้ผมอยากจะมองว่าโดยเนื้อหา เราแทบจะเชื่อมั่นว่ามันหมายถึงพวกเราที่ระบุตัวตนว่าเป็นชนเผ่าพื้นเมืองด้วยถึงแม้จะไม่ได้ มีคำนี้นะครับ ซึ่งหลังจากนั้นกระบวนการต่าง ๆ ต้องบอกว่ามีกรรมาธิการในนี้หลายท่าน หรือภาคประชาชนในนี้หลายท่านอยู่ในกระบวนการร่วมพัฒนาเส้นทางของกระบวนการ ประชาธิปไตย การยกร่างรัฐธรรมนูญในแต่ละครั้งแต่ละเรื่อง การร่วมในกระบวนการของ สภาเศรษฐกิจและสังคม หรืออื่น ๆ อีกมากมาย เราพยายามเข้าไปสื่อสารเรื่องนี้แล้วก็ ตอกย้ำว่ามีคนที่ระบุตัวเองว่าเป็นชนเผ่าพื้นเมือง เป็นคำร่วมที่ระบุตัวเองว่าชนเผ่าพื้นเมืองอยู่ ที่สำคัญครับหลังจากเราเห็นสถานการณ์และปรากฏการณ์ด้านสังคม อย่างน้อยใน ๕ ร่างนี้ เรามี ๓ ร่างที่ยืนยันว่าควรจะมีคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง หน้าที่ ๒ ได้เลยครับ ข้อเท็จจริงเรื่องหนึ่ง อันนี้ผมขออนุญาตนำรายงานของไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ หรือกระบวนการของภาคประชาชนทั้งระดับภายในประเทศ และระหว่างประเทศที่ยืนยันว่าเรายังมีข้อเท็จจริงที่อยากจะขออนุญาตยกเป็นตัวอย่าง บางส่วนมาเป็นการอธิบายว่าสถานการณ์เปราะบางนี้จะเกิดความสุ่มเสี่ยงที่เราจะเสีย อัตลักษณ์ภูมิปัญญา องค์ความรู้ในการจัดการทรัพยากรและอื่น ๆ ตัวอย่างอาจจะมีท่าน สส. จากภาคเหนือเราก็รู้ว่าที่น่านหรือจังหวัดใกล้เคียงต่าง ๆ เรามีพี่น้องมละบริ นอกจากพี่น้อง ที่รัฐส่วนกลางพยายามจะเรียกชาวเขา หรือว่ากลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ เหล่านี้ อันนี้ก็คือรู้อยู่แล้ว ว่าเป็นพี่น้องชนเผาที่อยู่ติดพื้นที่อยู่ติดผืนดินกับทรัพยากรตรงนั้นนะครับ หรืออาจจะมี ท่าน สส. จากภาคอีสานเอง ท่านก็น่าจะทราบว่ามีพี่น้องญัฮกุร พี่น้องกะเลิง พี่น้องญ้อ ที่เหลือกลุ่มเล็กกลุ่มน้อยแล้วนะครับ แต่ทั้งหมดนี้ก็ยังมีทั้งองค์ความรู้ ทั้งภูมิปัญญาในการ อยู่ร่วมกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ความหลากหลายทางชีวภาพ ทิศตะวันตก พี่น้องปกาเกอญอ พี่น้องกระเหรี่ยงที่ทั้งเรียกตัวเองว่าปกาเกอญอ พี่น้องโพล่ง มีความ แตกต่างทั้งมีความเชื่อแบบเจ้าวัด หรือฤาษี ต่าง ๆ มันก็ยังมีคุณค่าและความงดงามตรงนั้น อยู่นะครับ ที่สำคัญเรื่องความเชื่อตรงนี้ จิตวิญญาณตรงนี้มันไปอิงแอบหรือว่าไปอยู่ร่วมกับ ทรัพยากรธรรมชาติตรงนั้น และยังสามารถทำให้ดำรงอยู่ได้อย่างปกติสุข หรือภาคตะวันออกเอง พี่น้องชองที่มีองค์ความรู้เรื่องของสมุนไพร ต่าง ๆ เหล่านี้เราก็แทบจะเสียไป พี่น้องภาคใต้ โดยเฉพาะท่าน สส. อาจจะเห็นว่าเรามีพี่น้องมานิใช่ไหมครับ พี่น้องมอแกน พี่น้องมอแกลน อูรักลาโวยจอีกต่าง ๆ เหล่านี้ที่กำลังจะเจอไม่ใช่แค่การเข้าไม่ถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน นะครับ ไม่ใช่แค่ความเหลื่อมล้ำเรื่องคุณภาพชีวิต แต่อย่างพี่น้องภาคใต้เรากำลังเจอทุนใหญ่ อำนาจของภาคเอกชนที่ปะทะเข้าไปอีก อันนี้คือข้อเท็จจริงที่ว่าเป็นพี่น้องชนเผ่าที่อยู่ติดทั้ง แผ่นดิน ทั้งผืนน้ำ และดำรงชีวิตอยู่นะครับ ขอหน้าสุดท้ายครับ ปรากฏการณ์ที่มีอยู่นี้เราในส่วนของกรรมาธิการเสียงส่วนน้อยก็เลย มีความเห็นว่าถ้าไม่มีคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง อยู่ในจุดไหนบ้างเลย เราก็เลยมีความกังวลครับ ท่าน สส. ผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับว่ามันจะยังมีสถานการณ์ที่เราถูกดูหมิ่นเหยียดหยาม ด้อยค่าทางเชื้อชาติอยู่ เรายังคิดว่าเราจะไม่สามารถแก้วงจรการละเมิดสิทธิและถูกเลือก ปฏิบัติได้ไปจนสุดทางนะครับ หรือการเข้าไม่ถึงบริการสาธารณะ หรือเงื่อนไขของการที่มี ความสุ่มเสี่ยงจ่ออยู่แล้ว วันนี้ไม่ว่าจะเป็นอัยการของพี่น้องบางกลอยหรือว่าที่ผ่านมาที่ถูก ผลักดันอพยพถูกไล่รื้อเผาบ้านต่าง ๆ เหล่านี้ มันจะยังมีโอกาสเกิดขึ้นถ้าเราไม่สามารถ มีคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง อยู่ใน พ.ร.บ. นี้บ้าง และเรื่องของคุณภาพชีวิต ที่สุดแล้วผมก็คงจะใช้ โอกาสนี้ที่พยายามจะยืนยันว่าที่ผ่านมาขบวนการของเครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองถึงแม้ จะเป็นภาคประชาชนเราก็ได้พยายามเป็นหน่วยหนึ่ง ขาหนึ่ง ที่ช่วยกลไกรัฐ ช่วยภาครัฐ ภาคการเมืองในการปกป้องคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตพี่น้องชนเผ่าพื้นเมือง แต่ต้องยอมรับว่า เราพยายามมากที่สุดแล้วก็ยังไม่ได้นะครับ จึงเห็นว่าโอกาสนี้ถ้าเป็นไปได้อยากให้ผู้มีเกียรติ ทุกท่านลองดูว่าถ้าจะมีคำนี้จริง ๆ แทรกเข้าไปในของคำว่า กลุ่มชาติพันธุ์ ให้หมายรวมถึง ชนเผ่าพื้นเมืองได้ด้วยไหมก็จะเป็นการดีอย่างยิ่งนะครับ ขอบพระคุณครับ
ต่อไปขอเชิญ คุณศักดิ์ดา แสนมี่ ครับ
กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ และสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะครับ ผมขอนำสรุปให้เห็นถึงพัฒนาการของการมี ตัวตนและการยอมรับคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ในประเทศไทยพอจะให้เห็นถึงความเชื่อมโยง กับทางผู้นำเสนอทั้ง ๒ ท่านในช่วงต้นนี้ด้วย ขอสไลด์ด้วยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ประเด็นแรก ขออนุญาตกลับมาที่ ประวัติศาสตร์ของรัฐไทยเราได้มีการทำงานกับพี่น้องชนเผ่าพื้นเมือง แต่สมัยก่อนนั้นพวกเรา อาจจะคุ้นเคยกับการทำงานกับชาวเขาตั้งแต่ต้นปี ๒๕๐๐ ต้น ๆ นะครับ โดยเฉพาะในช่วง ปี ๒๕๐๒ มีการตั้งคณะกรรมการสงเคราะห์ชาวเขาก็นำมาสู่เรื่องของการจัดตั้งนิคม สร้างตนเองสงเคราะห์ชาวเขาขึ้นในปี ๒๕๐๒ เช่นกัน จากนั้นก็มีการพัฒนาองค์กรหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน ซึ่งผมจะขออนุญาตยกตัวอย่างเช่นศูนย์วิจัยชาวเขา หรือภายหลังได้กลับมาได้สถาปนาขึ้นเป็นสถาบันวิจัยชาวเขา ก็เป็นหน่วยในการที่จะทำ ข้อมูลวิชาการเพื่อจะสนับสนุนการพัฒนาทั้งหลายนะครับ ในปี ๒๕๐๖ นอกจากนี้ภายใน ศูนย์วิจัยชาวเขามีการพัฒนาพิพิธภัณฑ์ชาวเขาขึ้นมา จากนั้นก็ได้มีการพัฒนาตัวองค์กร ที่สำคัญอีกองค์กรหนึ่งคือศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขาขึ้นอยู่กับในส่วนของ กระทรวงมหาดไทย ในกรมประชาสงเคราะห์ ทั้งหมดนี้ก็มีการเริ่มต้นจนปี ๒๕๐๖ ซึ่งผมอยากซ้อนว่าคำว่า ชาวเขา ในอดีตที่เราใช้อยู่นี้ในภายหลังก็มีการพยายามที่จะนำมาใช้ คำที่มีความรู้สึกไม่แบ่งแยกความเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย มีการใช้คำว่า ชาวไทยภูเขา หรือในส่วนหนึ่งในพวกเราเองภาคประชาชนก็มีการใช้คำว่า ชนเผ่า เป็นคำที่เชื่อมโยง ต่อเนื่อง แต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้ในทางราชการของเราเองก็ใช้คำว่า Tribal People ก็เป็น คำที่เชื่อมโยงไปสู่เรื่องของความเป็นตัวตนชนเผ่าพื้นเมือง ผมอยากจะพักตรงนี้นิดหนึ่ง แล้วกลับมาดูเชื่อมโยงกับประเด็นที่ท่านอาจารย์ชูพินิจได้เกริ่นไว้ในส่วนของเวทีระดับ นานาชาติ โดยเฉพาะสหประชาชาติเองก็ได้เห็นความสำคัญของประชากรที่เป็นชนเผ่าพื้นเมือง นำมาสู่เรื่องของการออกแบบจัดตั้งคณะทำงานว่าด้วยประชากรชนเผ่าพื้นเมือง ตั้งแต่ ปี ๒๕๒๕ อันนี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นในการที่ทำให้เห็นว่ารัฐภาคีประชาคมโลกได้ให้ความสำคัญ กับการมีอยู่ของชนเผ่าพื้นเมืองในเวทีระดับนานาชาติ จนกระทั่งนำมาสู่เรื่องของการประกาศให้มีกลไกหลายตัวเลยนะครับ โดยเฉพาะการประกาศ ให้มีปีสากลชนเผ่าพื้นเมืองโลก เพื่อจะให้รำลึกถึงว่ามีความสำคัญของชนเผ่าพื้นเมือง สิ่งเหล่านี้ก็จะมีการใช้รวมไปถึงเรื่องของการมีอนุสัญญาหลายฉบับที่เริ่มเกิดขึ้นโดยเฉพาะ ในปี ๒๐๓๒ ในอนุสัญญาขององค์การแรงงานระหว่างประเทศว่าด้วยประชากรชนพื้นเมือง และชนเผ่า ผมอยากจะชี้ให้เห็นว่าในทางสากลก็มีการใช้ที่เชื่อมโยงกันว่า Tribal People Indigenous People จนในที่สุดสหประชาชาติหรือตามที่ท่านอาจารย์ชูพินิจได้เกริ่นไว้ เรื่องของผู้แทนพิเศษของสหประชาชาติได้กำหนดในการให้ความหมายของชนเผ่าพื้นเมือง หรือ Indigenous People ที่ครอบคลุมทั้งความเป็น Tribal People แล้วก็ Indigenous People หลอมรวมเป็นใช้คำเดียวก็คือ Indigenous People หลังจากสิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้ ผมอยากจะชวนให้มาดูตัวตนในส่วนที่เป็นของภาคประชาสังคม หรือว่าพี่น้องที่เป็น ชนเผ่าพื้นเมืองเอง เรามีการรวมตัวกันจัดตั้งองค์กรทั้งที่เป็นมูลนิธิ สมาคม แล้วก็ที่สำคัญ เป็นเครือข่ายความร่วมมือ ใช้ชื่อว่า เครือข่ายชนเผ่า นะครับ อันนี้ก็เป็นส่วนแรก ๆ ที่เครือข่ายชาวไทยภูเขา แล้วหลังจากนั้นกลับมาใช้คำว่า สมัชชาชนเผ่าก่อน แล้วก็มาเป็น เครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย ก็จะชี้ให้เห็นว่ากลไกเหล่านี้มันเกิดขึ้นไปพร้อม ๆ กับการเคลื่อนตัวของขบวนชนเผ่าพื้นเมืองในระดับโลก สิ่งนี้ผมอยากจะสะท้อนให้เห็นว่า ในการรวมตัวกันของพี่น้องชนเผ่าพื้นเมืองก็นำมาสู่เรื่องของการเข้ามามีส่วนร่วมในการที่จะ เข้ามาพัฒนาประเทศชาติ รวมไปถึงเข้ามาแก้ไขปัญหาที่ตัวเองประสบอยู่ร่วมกับกลไกต่าง ๆ โดยเฉพาะของหน่วยงานรัฐที่มีการดำเนินการก่อนหน้านั้นมาแล้ว จนในที่สุดในปี ๒๕๕๐ ก็เป็นปีแห่งความสำคัญที่เรามีการจัดตั้งเครือข่ายชนเผ่าพื้นเมือง ซึ่งหลังจากเราจัดตั้งเสร็จ ทางสหประชาชาติเองที่ประชุมใหญ่ก็ได้มีการรับรองปฏิญญาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิ ชนเผ่าพื้นเมือง ก็เป็นตัวตอกย้ำถึงกระบวนการในการก่อเกิดของการมีตัวตนของชนเผ่า พื้นเมืองในประเทศไทยได้ดำเนินการมาก่อน แล้วก็ในส่วนของหน่วยงานโดยเฉพาะ สหประชาชาติเองได้เปิดพื้นที่ที่จะทำให้มีทั้งเครื่องมือ ทั้งกลไกที่เข้ามาสนับสนุน หรือ การรับรองการมีตัวตนของชนเผ่าพื้นเมืองทั่วโลกอันนี้เข้ามาสนับสนุน สิ่งที่ผมอยากจะ ชี้ให้เห็นว่าในการดำเนินงานในประเทศไทย ในช่วงท้ายในช่วงที่มีการเปลี่ยนผ่าน ทางการเมืองเรามีการนำเสนอรายงานให้กับทางคณะกรรมการสิทธิ เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมของคณะกรรมการในกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมนะครับ ในรายงานของประเทศไทยเรานั้นเมื่อทางคณะกรรมการได้พิจารณาแล้ว มีข้อเสนอกลับมาอย่างที่ท่านอาจารย์ชูพินิจได้พูดถึง แต่ว่าสิ่งที่ผมอยากจะเน้นย้ำว่า คำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง เป็นข้อเสนอที่ตอกย้ำให้กลไกของรัฐ หน่วยงานของรัฐเองจำเป็นที่ต้องเข้ามา ผนวกรวมเพราะมีตัวตนอยู่แล้ว เรามีตัวตนมา ๒๐ กว่าปีที่อธิบายคำ ๆ นี้นะครับ ที่เชื่อมโยง ประวัติศาสตร์ที่ทางท่านผู้แทนได้มีการนำเสนอแล้ว สิ่งที่มันระบุชัดเจนผมอยากจะเรียนว่า ในการยกร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับ พ.ศ. ๒๕๕๙ ฉบับแรกก่อนที่จะเป็นรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนี้ ก็มีการระดมความเห็นข้อมูลต่าง ๆ เราก็มีการนำเสนอจนในที่สุดในรัฐธรรมนูญก็ได้นำเอาทั้ง ข้อเสนอของทางหน่วยงาน UN ที่ได้สะท้อนกลับมาคณะกรรมการ รวมไปถึงข้อเสนอของ ภาคประชาชนเข้าไปหลอมรวมอยู่ในบทบัญญัติของร่างรัฐธรรมนูญ ๆ ฉบับนั้น เผอิญฉบับนี้ ไม่ได้ไปต่อ แต่ฉบับปัจจุบันก็ได้หลอมรวมเอาเจตนารมณ์รวมทั้งหลักการ เหตุผล ทั้งหลาย เข้ามาอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ซึ่งนำมาสู่เรื่องของการมีอยู่ของชนเผ่าพื้นเมืองภายใต้ ในนิยามของกลุ่มชาติพันธุ์ จึงอยากจะให้ที่ประชุมได้พิจารณาหลอมรวมชนเผ่าพื้นเมืองให้อยู่ ในความหมายนี้ด้วย ขอบคุณครับ
ต่อไปขอเชิญ คุณสุนี ไชยรส ครับ
กราบเรียนประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉันในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ซึ่งขอสงวนความเห็นเอาไว้เกี่ยวกับเรื่องมาตรา ๓ ขอให้มีคำว่า ทั้งนี้ให้รวมหมายถึงนิยามของกลุ่มชาติพันธุ์ ให้รวมคำว่ากลุ่มที่ระบุตนเองว่า เป็นชนเผ่าพื้นเมือง ซึ่งเคยดำรงอยู่ในร่าง ๕ ร่างที่เสนอเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ตอนนั้นมี ๕ ร่าง ๓ ร่างมีคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ด้วย แต่ว่าหลังจากที่มีการปรับปรุงแก้ไข ล่าสุดจึงทำให้ในนิยามของกลุ่มชาติพันธุ์ไม่มีเรื่องของคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง นี่เป็นประเด็น สำคัญที่ขอหารือ ขออนุญาตต่อท่านสมาชิกสภาทุกท่านนะคะว่า
ประเด็นที่ ๑ เราอยู่ในจุดที่ขอทบทวนได้ไหมว่าสิ่งที่ประเทศไทยได้รับเกียรติ อันดีงามว่าเราเป็นหนึ่งในคณะมนตรีเกี่ยวกับเรื่องสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ ซึ่งเรา มีถึง ๓ ปีที่จะดำรงตำแหน่งเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจ แล้วก็น่าจะเป็นโอกาสอันดีงามที่เรา จะได้ทำให้สอดคล้องกับสิ่งที่อนุสัญญากติการะหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปฏิญญา สหประชาชาติว่าด้วยสิทธิชนเผ่าพื้นเมือง
ประเด็นที่ ๒ ก็คือรัฐธรรมนูญที่ระบุคำว่า กลุ่มชาติพันธุ์ ในนี้มีการเปิดโอกาส ให้ร่าง ๕ ร่างที่ได้เรียนเบื้องต้นได้เข้ามาสู่สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งรับหลักการทั้ง ๕ ร่างไปแล้ว คราวนี้สิ่งที่อยากจะโยงว่าทำไมเราจึงต้องมาขอยืนยันว่าควรจะใช้คำว่า ทั้งนี้ให้รวมถึงกลุ่มที่ ระบุตนเองว่าเป็นชนเผ่าพื้นเมือง ก็เนื่องจากว่าปฏิญญาชนเผ่าพื้นเมืองของสหประชาชาติ แท้ที่จริงแล้วเชื่อมโยงไปถึงอนุสัญญากติการะหว่างประเทศที่ประเทศไทยรับรองมาเกือบ ทุกฉบับที่เป็นอนุสัญญาหลัก เราจึงควรอย่างยิ่งที่จะเชื่อมโยงกลับไปที่ปฏิญญานั้น ให้สอดคล้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทยก็เข้าไปเป็นคณะมนตรีความมั่นคงแห่ง สหประชาชาติด้วย ทำไมจึงต้องยืนยันสิ่งที่ในกติการะหว่างประเทศเกือบทุกฉบับพูดถึง ก็คือว่า กลุ่มชนเผ่าพื้นเมือง คือต้องขออนุญาตอย่างนี้ก่อนว่า ๑. เรายอมรับว่ากลุ่มชาติพันธุ์ นั้นได้คลุมมาถึงชนเผ่าพื้นเมืองอยู่แล้วโดยธรรมชาติของมัน เพราะเราทุกคนเป็นหนึ่งในกลุ่ม ชาติพันธุ์ ไม่ว่าเราจะอยู่ในชนเผ่าพื้นเมืองใดหรือไม่ได้อยู่ในชนเผ่า แต่ชนเผ่าพื้นเมือง ก็มีเอกลักษณ์มีเรื่องราวที่จะต้องได้รับการคุ้มครองส่งเสริมเป็นพิเศษ การที่เราโยงไปถึง กติการะหว่างประเทศทุกฉบับที่ประเทศไทยได้รับรองเป็นภาคีนั้นไม่ได้หมายถึงว่า กลุ่มชนเผ่าพื้นเมืองขออภิสิทธิ์ใด ๆ แต่มันหมายถึงว่าเป็นการสร้างทำให้เรื่องราวของ กลุ่มชนเผ่าพื้นเมืองได้รับการดูแล คุ้มครอง ส่งเสริม ไม่ใช่เพียงแต่มองว่าเป็นประเพณี วัฒนธรรมของบางคน บางกลุ่ม แล้วก็นำไปสู่กระบวนการท่องเที่ยวหรือดูแลเรื่องวัฒนธรรม แบบฉาบฉวย แต่ว่าวิถีชีวิตของกลุ่มชนเผ่าพื้นเมืองซึ่งขอเพิ่มในคำนิยามเอาไว้จึงมี ความหมายมากว่าถ้าไม่ดำเนินการให้ชัดเจนกลุ่มเหล่านี้จะถูกกลืนหรือว่าเข้าสู่ความเสี่ยง ในการที่ถูกครอบงำ ถูกกดขี่ กระทั่งถูกเสื่อมถอยในเรื่องของภาษาและวัฒนธรรมในอนาคต และเชื่อมโยงไปทั้งทุกมาตราในร่างกฎหมายฉบับนี้ เช่น เรื่องของการที่จะต้องเสมอภาค ไม่ถูกเลือกปฏิบัติ มีโอกาสที่จะระบุตนเอง มีโอกาสสิทธิร่วมในการตัดสินใจ สิทธิในการพัฒนา หรือกระทั่งเรื่องเกี่ยวกับการจัดการที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ เพียงแต่ขอเพิ่มคำว่า ให้ยอมรับ รวมถึงกลุ่มที่ระบุตนเองเป็นชนเผ่าพื้นเมืองเพียงเท่านี้ค่ะ แล้วก็จะไปสอดรับกับสิ่งที่มีหลายท่านอภิปรายแล้วว่าท่านที่กังวลคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง จะนำไปสู่ความขัดแย้งหรือไม่เข้าใจของผู้คน หรือกระทั่งอื่น ๆ อาจารย์ชูพินิจได้ชี้ให้เห็น ชัดเจนว่าปฏิญญาชนเผ่าพื้นเมืองระบุไว้ว่าในมาตรา ๔๖ ว่าไม่เกี่ยวข้องเลยว่าถูกนำไป อ้างอิงในเรื่องของการทำให้เกิดความแบ่งแยก หรือแตกแยก หรือกระทั่งอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง กับสิทธิเสรีภาพที่หลายท่านกังวลใจ หน่วยราชการกังวลใจ ดิฉันคิดว่าสิ่งที่เราควรจะ ก้าวข้ามให้ได้เพราะว่ามันเป็นโอกาสที่ดีงาม สถานการณ์ตอนนี้สภาผู้แทนราษฎรเองได้ผ่าน กฎหมายที่ก้าวหน้า ข้ามนอกกรอบเดิมอยู่ตลอดเวลาหลาย ๆ กฎหมาย รวมทั้งกฎหมาย ที่พูดกันถึงเรื่องกฎหมายตีเด็กเมื่อสักครู่นี้ หรือหรือแม้กระทั่งกฎหมายสมรสเท่าเทียม รัฐธรรมนูญไทยเขียนเอาไว้แค่คำว่า ชาติพันธุ์ ก็จริงในมาตรา ๗๐ แต่ไม่ได้หมายถึงว่า การเขียนเอาไว้นั้นจะมาจำกัดกรอบว่าเราไม่สามารถที่จะเขียนคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ลงไป ในร่างกฎหมายที่ออกมาตามมาตรา ๗๐ ซึ่งถือว่าอันนี้เป็นความก้าวหน้าในประเด็นที่ ๓ ที่เราพูดกัน
ประเด็นแรก ประเทศไทยอยู่ในฐานะคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ซึ่งเราควรจะได้พิสูจน์ตัวเองว่าเราเข้าใจถึงกรอบกติกาสากล แล้วเราก็นำมาสู่การแก้ กฎหมายให้เป็นรูปธรรมออกกฎหมายที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าอยู่ในจุดที่ใน ๕ ร่าง เรามี ๓ ร่างแล้วที่พูดถึงคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง เป็นกฎหมายเข้าชื่อของประชาชนซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้กรุณารับหลักการ เพราะฉะนั้นขอให้ผ่านทางออกไปก็จะทำให้กฎหมายนี้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น มิได้ต้องการอภิสิทธิ์ใด ๆ มิได้ต้องการให้ชนเผ่าพื้นเมืองกลายมาเป็นกลุ่มที่เบี่ยงเบนเรื่องอะไรก็ตามในสังคม แต่หมายถึงว่าสภาได้เปิดโอกาสให้ชนเผ่าพื้นเมืองซึ่งระบุตนเอง ยอมรับตัวเอง และเป็น ที่ยอมรับของชุมชนด้วยสามารถที่จะดำเนินการในสิ่งที่พวกเขารักษาประเพณีประวัติศาสตร์ อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม วิถีชีวิตของพวกเขาอย่างเต็มที่ แล้วประเทศไทยเองก็สามารถที่จะ จัดวางระเบียบกำหนดการอื่น ๆ เพื่อทั้งคุ้มครองและส่งเสริมให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของ ร่างกฎหมายฉบับนี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ
ต่อไปขอเชิญ คุณณัฐวุฒิ บัวประทุม ครับ
ขอบคุณครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนคนจังหวัดอ่างทอง ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตที่จะเป็นหนึ่งในเสียงข้างน้อยในคณะกรรมาธิการที่สงวน ความเห็นในการแก้ไขมาตรา ๓ ที่พูดถึงนิยาม ก็อาจจะต้องนำเรียนเพื่อนสมาชิกก่อนนะครับ ว่าในกรณีมาตรา ๓ นั้น มีการระบุนิยามความหมายของนิยามก็คือคำที่มีอยู่หลายที่และ ควรจะต้องมีการอธิบายความตั้งแต่ต้นก่อนที่จะนำไปใช้ในรายมาตราว่าหมายถึงแบบใด อย่างไรไว้ทั้งหมดอยู่ ๑๐ ข้อด้วยกัน ในชั้นกรรมาธิการมีการแก้ไขอยู่ทั้งหมด ๔ ใน ๑๐ ข้อ แต่ว่าในส่วนของคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยนั้นถึงแม้จะเห็นชอบในหลักการเกือบทั้งหมด แต่มีอยู่ ๒ ประเด็นที่อาจจำเป็นต้องมีการพิจารณาเพิ่มเติมเข้ามา ๑. คือการแก้ไขเพิ่มเติม ในถ้อยคำในคำว่า กลุ่มชาติพันธุ์ หมายถึงอย่างไร และ ๒. คือมีการขอให้มีการเพิ่มเติมนิยาม คำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง คือใคร อย่างไร เข้าไปเพิ่มเติมในอีกวรรคหนึ่งครับ ซึ่งในตอนท้ายนั้น ผมคิดว่าต้องพิจารณาแยกการลงมติออกจากกัน แต่อย่างไรก็ตามครับผมจำเป็นต้อง อธิบายความหรือเหตุผลถึงความจำเป็นว่าเหตุผลที่ผมจำเป็นต้องสงวนนั้นเป็นเพราะเหตุใด ณ ขณะนี้ในนิยามคำว่า กลุ่มชาติพันธุ์ นั้นท่านจะเห็นได้ว่าถึงแม้จะมีการตัดถ้อยคำ ในตอนท้ายคือคำว่า ทั้งนี้ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด แต่เมื่อพิจารณาเนื้อหาสาระ ทั้งร่างไม่พบว่ามีการระบุคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ไว้ในที่ใด เรายอมรับกันใช่หรือไม่ครับว่า ประเทศไทยแห่งนี้มีชนเผ่าพื้นเมืองอยู่จริง เรายอมรับกันใช่หรือไม่ว่า ณ วันนี้ชนเผ่าพื้นเมือง ที่เคยมีอยู่นั้นก็ยังมีตัวตนอยู่ในภูมิภาค อยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ เรายอมรับกันใช่หรือไม่ว่านิยาม คำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ชนพื้นเมือง ชนดั้งเดิมที่มีอยู่จริงในประเทศไทยนั้นเป็นเรื่องที่เรา สามารถเป็นผู้กำหนดและเขียนขึ้นมาได้ และท้ายที่สุดคำนี้ไม่ว่าจะเป็นในระดับประเทศไทย หรือในระดับสากลมันไม่ได้มีนิยามหรือนัยที่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญแต่ประการใด แน่นอน อาจจะมีข้อท้วงติงที่ท่านพยายามจะอธิบายว่าลักษณะการลุกขึ้นมาเรียกร้องสิทธิหรือ การต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิของพี่น้องชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทยไม่เหมือนในประเทศอื่น นั่นคืออดีตหรือประวัติศาสตร์ หรือแม้กระทั่งอดีตหรือประวัติศาสตร์ในทางมานุษยวิทยา ในทางโบราณคดี ในทางประวัติศาสตร์ก็ยังมีการถกเถียงกันได้ว่าใครเป็นผู้เขียน ประวัติศาสตร์ ฉะนั้นผมคิดว่านี่เป็นเหตุผลประการที่ ๑ ที่จำเป็นต้องพูดให้ชัดเจนครับว่า ถ้าท่านยอมรับคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง มีอยู่จริงในประเทศไทย เพราะเหตุใดเราถึงไม่สามารถ ที่จะใส่คำนี้ไปในกฎหมายที่กำลังจะพูดถึงสิทธิของเขาไม่ใช่สิทธิของเรานั้นได้
ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ คงเป็นที่ชัดเจนกันจากสิ่งที่กรรมาธิการ เสียงข้างน้อยทั้ง ๔ ท่านได้อธิบายไปก่อนหน้านี้ว่าไม่ว่าจะเป็นอนุสัญญาในระดับระหว่าง ประเทศ เช่น อนุสัญญาขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ ที่เรียกว่า ILO 169 ไม่ว่าจะ เป็นกรณีของปฏิญญาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิชนเผ่าพื้นเมือง ไม่ว่าจะเป็นอนุสัญญาว่าด้วย สิทธิเด็ก อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการ เลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ หรือแม้กระทั่งอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กล้วนมีคำหรือนิยาม ที่บ่งบอกถึงการมีอยู่ของพี่น้องชนเผ่าพื้นเมือง ผมอยากจะ Cuote มาแค่ประเด็นเดียวก็ได้ครับ ในปฏิญญาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิของ ชนเผ่าพื้นเมือง United Nations Declaration on the Rights of Indigenous Peoples หรือ UNDRIP ที่มีการพูดถึงกัน ประเทศไทยเป็น ๑ ใน ๑๔๓ ประเทศครับ เมื่อสักครู่ เราผ่านกฎหมายระหว่างประเทศที่เรียกว่า พ.ร.ก. ภาษีส่วนเพิ่ม ท่านก็บอกว่าเราเป็น ๑ ใน ๑๔๒ ประเทศเราจำเป็นต้องทำตามพันธสัญญาระหว่างประเทศ แต่พอตอนนี้เรา ไปเซ็นเองนะครับ ในปฏิญญาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิของพี่น้องชนเผ่าพื้นเมือง มีตั้ง ๑๔๓ ประเทศ แล้วมีเหตุผลใดเราถึงไม่สามารถบรรจุคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง เข้าไปในร่างกฎหมาย ฉบับนี้ได้ คณะผู้แทนไทยลงคะแนนเสียงให้การรับรองตัวบทครับ และเห็นด้วยกับ จุดมุ่งหมายของปฏิญญาดังกล่าวแม้จะมีหลายวรรคที่อาจจะมีข้อกังวลอยู่ และประเทศไทย ยังยอมรับและตีความว่าปฏิญญาดังกล่าวไม่ได้สร้างสิทธิพิเศษ หรือสิทธิพิเศษอื่นใด หรือผลประโยชน์อื่นใดเป็นพิเศษที่นอกเหนือไปกว่าที่จะมีการบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ และกฎหมายภายในของประเทศเหล่านั้น ก็นี่อย่างไรครับ เรากำลังจะเขียนกฎหมายภายใน เหล่านั้นอยู่ไม่ใช่หรือ นั่นเป็นประการที่ ๒ ครับ
ประการที่ ๓ ท่านประธานครับ การดำรงอยู่ของพี่น้องชนเผ่าพื้นเมือง สำคัญอย่างไรครับ สำคัญตรงที่ว่านั่นคือหลักประกันขั้นพื้นฐานที่ต่ำที่สุดครับ เวลาเราพูดถึง ว่าเราทุกคนล้วนเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ เวลาเราพูดถึงว่าเราทุกคนล้วนมีความหลากหลาย ทางเชื้อชาติ ทางพหุวัฒนธรรม ทางความเชื่อประเพณีศาสนา แต่ส่วนที่เล็กที่สุดในสังคม ที่เรียกว่าพี่น้องชนเผ่าพื้นเมืองอยู่ตรงไหนในกฎหมายฉบับนี้ สิทธิในการเข้าถึงที่ดิน อยู่ตรงไหนครับ สิทธิในการดำรงชีวิต สิทธิในการที่จะระบุตัวตนหรือการตัดสินใจด้วยตนเอง ว่าเขาเป็นชนเผ่าพื้นเมืองในผืนแผ่นดินนี้อยู่ตรงไหนครับ สิทธิในการที่จะได้รับสัญชาติ สิทธิในการจะร้องเรียนหรือแก้ไขปัญหาเป็นการเฉพาะเวลาที่มีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเขา ท่านจะระบุหรือรองรับให้พี่น้องมละบริ พี่น้องมอแกน มอแกลน อูรักลาโวยจ พี่น้องมานิ มาร้องเรียนได้อย่างไรถ้าไม่มีการบอกว่าเขาคือตัวตนของชนเผ่าพื้นเมืองที่มีอยู่จริง เราตรวจสอบกฎหมาย กฎหมายประเทศครับ ท่านประธานกรุณาอนุญาตให้ผมเดินทาง ไปเกาะมินดาเนาในกรรมาธิการวิสามัญที่พิจารณาปัญหาชายแดนใต้ มินดาเนาก็มี Indigenous Law หรือกฎหมายว่าด้วยชนเผ่าพื้นเมือง แล้วมันต่างกันอย่างไรครับ เส้นเขา กับเส้นเรา เส้นรุ้ง เส้นแวงเดียวกัน ผิวพรรณเขา ผิวพรรณเรา แบบเดียวกัน ต่างแต่เพียง ผลการแข่งขันฟุตบอลที่เราชนะเขามาได้ในรอบรอง ASEAN Cup นั่นเป็นประการที่ ๓ ครับ
ประการที่ ๔ ท่านประธานครับ ประการที่ ๔ ก็คือว่าสภาแห่งนี้มีนิติวิธีครับ สภาแห่งนี้มีนิติวิธีที่บอกว่าเวลาที่เราจะรับหลักการกฎหมายใด เมื่อมีการรับหลักการ กฎหมายเหล่านั้นมาแล้วเราจะต้องไม่ให้หลักการของกฎหมายเหล่านั้นตกไปในชั้น การพิจารณาในวาระที่สองและวาระที่สาม เพื่อนสมาชิกพูดชัดครับ ทุกท่านที่ลงคะแนนให้ กฎหมายชนเผ่าพื้นเมืองหรือกฎหมายคุ้มครองวิถีชีวิตชาติพันธุ์ในวันแรก ท่านก็ต้อง ย้อนกลับไปทบทวนตัวเองว่าวันที่ลงมติรับหลักการนั้นท่านรับหลักการเรื่องใด ผมย้อน กลับไปพิจารณาว่าเรารับหลักการมาทั้งหมด ๕ ร่างด้วยกัน ร่างของพรรคประชาชน เขียนชัดเจนครับ ในนามพรรคก้าวไกลในวันนั้นบอกว่านี่คือกฎหมายคุ้มครองและส่งเสริม วิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง ร่างของคุณศักดิ์ดา แสนมี่ เขียนชัดเจนว่า นี่คือกฎหมายว่าด้วยสภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย ร่างของคุณสุริยันต์ ทองหนูเอียด ในนาม P-Move ภาคประชาชนเขียนชัดเจนครับว่านี่คือกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองและ ส่งเสริมวิถีชีวิตพี่น้องชนเผ่าพื้นเมือง ๓-๕ เลยนะครับท่านประธาน ๓ ใน ๕ ร่างที่มีการระบุ แล้วเรารับหลักการมา ฉะนั้นเราจะตอบตัวเราเอง อย่าเพิ่งไปตอบต่อพี่น้องชาติพันธุ์ อย่าเพิ่งไปตอบต่อพี่น้อง ชนเผ่าพื้นเมือง อย่าเพิ่งไปตอบต่อพี่น้องประชาชน อย่าเพิ่งไปตอบต่อนักกฎหมาย ที่เคร่งครัดในนิติวิธี หรือแม้กระทั่งเพื่อนสมาชิกอาวุโสในสภาของเราเป็นจำนวนมากที่ท่าน ผ่านประสบการณ์ในการผ่านกฎหมายมาเยอะแยะไปหมด แต่ท่านตอบตัวท่านเองก่อนว่า วันที่ท่านรับหลักการคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง หัวเข้ามาแบบนี้ แต่พอหางกฎหมายจะ ออกมาแล้วมันไม่มีคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ได้อย่างไร ฉะนั้นด้วยเหตุผลที่ผมนำเรียนมาทั้งหมด ครับท่านประธาน อาจจะมีข้อโต้แย้งบางประการว่าการไม่เขียนไว้คำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มชาติพันธุ์อยู่แล้ว ผมก็ไม่เถียงครับ แต่หากจะเป็นไปได้การเขียน กฎหมายแล้วมีคำนี้ไว้จะเป็นสิ่งที่ดีกว่าไม่ใช่หรือ การเขียนหรือการระบุไว้อย่างจำเพาะเจาะจง ไม่ต้องนำไปสู่การตีความของผู้บังคับใช้กฎหมายในอนาคต ตอบพี่น้องชนเผ่าพื้นเมืองได้ ตอบพี่น้องชาติพันธุ์ ตอบพี่น้องในประเทศได้ ตอบประชาคมระหว่างประเทศได้ ในมือผมนี่ มีเต็มไปหมดเลยนะครับ United Nations Human Rights สำนักงานคณะกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติ คณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง สมาชิกวุฒิสภา ล้วนเห็นตรงกันหมดว่า เราต้องมีการนิยามคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณี United Nations Human Rights นี่เขียนชัดเจนเลยว่าให้เพิ่มคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง เข้าไปในร่างกฎหมาย ฉะนั้น ด้วยเหตุผลที่ผมนำเรียนทั้งหมดท่านประธานครับ ผมจึงจำเป็นต้องขอสงวนความเห็นว่า ขอให้มีการเพิ่มคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ต่อท้ายในท้ายที่สุดของนิยามความหมายของคำว่า กลุ่มชาติพันธุ์ และหากเป็นไปได้ก็อาจจะปรึกษาหารือเพื่อนกรรมาธิการเสียงข้างน้อยว่า ถ้าสภาแห่งนี้ผ่านวรรคนี้ให้ท่านโดยไม่จำเป็นต้องมาเขียนต่อว่า ชนเผ่าพื้นเมืองคือใคร อาจจะเป็นอีก ๑ ทางออกครับ แต่หากวันนี้สภาแห่งนี้ไม่มีทางออกให้พี่น้องชนเผ่าพื้นเมือง ให้มีตัวตนในกฎหมายฉบับนี้ผมคงผิดหวังอย่างยิ่งที่ไม่สามารถรักษาสิทธิ และปกป้องสิทธิ ให้พี่น้องชนเผ่าพื้นเมืองที่เขามีตัวตนอยู่จริง และกฎหมายฉบับนี้ควรจะคิดถึงเขามากที่สุด ได้อย่างไร ผมคงละอายที่จะตอบต่อพี่น้องแบบนั้น ก็คงต้องฝากที่ประชุมให้ช่วยพิจารณา อย่างถี่ถ้วนถึงความเป็นไปได้ในการแยกลงมติ ๒ คำนี้ออกจากกัน และความเป็นไปได้ในการ ใส่คำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง อย่างน้อยที่สุดให้มีพื้นที่ที่เขาควรมีอยู่จริงในลายลักษณ์อักษร ในกฎหมายฉบับนี้ที่จะผ่านสภาในวันนี้ ขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นสมาชิกที่สงวนคำแปรญัตติ มี ๑ ท่าน ขอเชิญคุณอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรจังหวัดราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตได้อภิปราย ในการเสนอคำแปรญัตติในพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ จริง ๆ แล้วเรื่องที่ท่านกรรมาธิการได้อภิปรายมานี้ถ้าท่านประธานจำได้ว่าเราอภิปราย มาแล้วครับ แล้วเราก็อภิปรายมาหลายครั้ง จริง ๆ แล้วเราทำความเข้าใจกันมาเยอะแล้ว แต่ว่าในเมื่อทางกรรมาธิการอภิปรายมาแล้ววันนี้จะมีการลงมติหรือไม่ ถ้ามีการลงมติ ผมก็ต้องเป็นตัวแทนของฝั่งที่สนับสนุนให้มีการตัดคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ออกจากกฎหมาย ฉบับนี้ ก็ต้องชี้แจงให้พี่น้องประชาชนที่ติดตามตลอดจนสื่อมวลชนได้ติดตามการอภิปราย ในการออกกฎหมายฉบับนี้ได้เข้าใจอีกครั้งหนึ่งครับท่านประธาน ซึ่งก็คงจะต้องใช้เวลา เท่ากับท่านณัฐวุฒิประมาณ ๑๐ นาที ท่านประธานผมอยากจะเรียนว่า คำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง มันเป็นศัพท์ที่ทางกรรมาธิการก็ได้ชี้แจงแล้วว่าประเทศไทยเราไปลงปฏิญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยสิทธิชนเผ่าพื้นเมือง ชนเผ่าพื้นเมืองก็คือกลุ่มคนที่เคยอยู่เดิมมาแล้ว แล้วถูกคน กลุ่มใหม่เข้ามายึดครองพื้นที่ ยกตัวอย่างเช่น สหรัฐอเมริกามีชนเผ่าอินเดียนแดงเสร็จแล้วก็มี ชนผิวขาวเข้ามายึดครองพื้นที่ ชนเผ่าอินเดียนแดงก็คือชนเผ่าพื้นเมือง แต่ประเทศไทยไม่ใช่ครับ ท่านประธาน ประเทศไทยเราไม่มีชนเผ่าพื้นเมืองครับ ประเทศไทยเราอยู่อย่างนี้มาตาม ประวัติศาสตร์อยู่มาตั้งแต่สมัยโบราณกาล คือเผ่าไทยนะครับ เรามีเผ่าไทยอยู่ตรงนี้ รวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย ผมพูดหลายครั้งครับ อันนี้คือเผ่าไทย แต่พี่น้องที่อยู่ตามชายขอบนั่นคือกลุ่มชาติพันธุ์ ผมแล้วก็พรรครวมไทยสร้างชาติเคารพ ทุกเชื้อชาติ ทุกศาสนา ทุกเผ่าพันธุ์ เราไม่เคยปฏิเสธ การออกกฎหมายฉบับนี้เป็นการ ออกกฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ ท่านต้องคิดดี ๆ ว่ากฎหมายฉบับนี้ มีเพื่ออะไร มีเพื่อคุ้มครองสิทธิของกลุ่มพี่น้องชายขอบที่เป็นที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ ทุกท่าน อยากเป็นคนไทยหมด ไม่มีใครที่อยากจะเป็นคนชนเผ่าหรอกครับ ทุกคนมาก็อยากมี บัตรประชาชนคนไทย ผมเอง หลายท่านเองก็เป็นคนชาติพันธุ์ครับ เป็นชาติพันธุ์จีน ชาติพันธุ์มลายู ชาติพันธุ์ม้ง ชาติพันธุ์เขมร ชาติพันธุ์ลาว ประเทศไทยมีความหลากหลาย ทางชาติพันธุ์ เราไม่ปฏิเสธชาติพันธุ์ครับ แต่วันนี้เรากำลังออกกฎหมายเพื่อคุ้มครอง กลุ่มชาติพันธุ์ กฎหมายฉบับนี้ก็จะคุ้มครองความเป็นตัวตนของกลุ่มชาติพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็น สิทธิในที่ดินทำกินที่ท่านเรียกร้องมานานแสนนานก็จะสำเร็จในกฎหมายฉบับนี้ ในรัฐบาลนี้ กฎหมายในสิทธิการศึกษา สิทธิการรักษาพยาบาล สิทธิในการคุ้มครองความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สิน และสิทธิในความเป็นคนไทย กฎหมายฉบับนี้คุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ ทั้งหมด แต่ครับท่านประธาน ทำไมเราถึงต้องตัดคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ออก ผมอธิบาย ให้ท่านประธานฟังแล้วว่ารัฐบาลไทยไปลงนามในปฏิญญาว่าด้วยชนเผ่าพื้นเมือง ในปฏิญญานี้ ถ้าเรายอมรับว่ามีชนเผ่าพื้นเมือง ชนเผ่าพื้นเมืองสามารถแยกออกไปปกครองตนเองได้ นี่คือเหตุผลความมั่นคง หน่วยราชการก็มาชี้แจงเราในวิปรัฐบาลว่าถ้ามีคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง มันเป็นความมั่นคง วันนี้เราไม่อยากจะให้สภาแห่งนี้ออกกฎหมายไปอีก ๒๐ ๓๐ ๕๐ ปี ข้างหน้า แล้วถูกลูกหลานกลับมาตราหน้าว่าสภาแห่งนี้ออกกฎหมายทำลายความมั่นคง ของชาติ วัตถุประสงค์ในการออกกฎหมายฉบับนี้ท่านที่นั่งอยู่ข้างบนท่านต้องการอะไรครับ ท่านต้องการสิทธิ ท่านต้องการสิทธิที่ท่านไม่เคยได้ให้กลับมาเหมือนกับคนไทย วันนี้กฎหมาย ฉบับนี้ให้ท่าน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ไม่มีขาดตกบกพร่อง แต่ทำไมการออกกฎหมาย ต้องแบ่งแยก ต้องบอกว่าต้องมีชนเผ่าพื้นเมือง ต้องมีคนเผ่านั้นคนเผ่านี้ ทำไมท่านไม่เป็น เผ่าเดียวล่ะครับ เป็นเผ่าไทย ท่านทำไมไม่ภูมิใจในความเป็นคนไทยล่ะครับ ท่านอยากมี บัตรประชาชนไทย ท่านอยากเป็นคนไทย ท่านก็คือคนไทยแต่ชาติพันธุ์ที่ท่านเป็นอยู่ มีวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามในแต่ละชาติพันธุ์ กฎหมายฉบับนี้ก็คุ้มครองในชาติพันธุ์ของท่าน วัฒนธรรมของท่าน ประเพณีที่ท่านจะสืบสานมา ความเป็นตัวตนของท่าน สิทธิของท่าน กฎหมายฉบับนี้คุ้มครองหมด แต่ทำไมท่านไม่คิดถึงความมั่นคงของชาติล่ะครับ ท่านไม่คิดถึง อนาคตลูกหลานล่ะครับว่าสิ่งที่เราทำในวันนี้ในอนาคตมันจะกระทบความมั่นคงของชาติไหม อนาคตจะมีใครไปแบ่งแยกการปกครองไหม อย่างที่ฝ่ายความมั่นคงมีความเป็นห่วงในภาคใต้ แล้วอนาคตเกิดลุกลามไปล่ะครับ สภาแห่งนี้เราออกกฎหมายอะไรครับ ทำลายความมั่นคง ของชาติหรือครับ ท่านได้สิทธิของท่านครบหมด ถ้าท่านตัดคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ออกไป ประเทศได้อะไรมาอีกครับ ประเทศได้ความมั่นคงมาครับ ทำไมท่านต้องเอาประเทศไปเสี่ยง กับความมั่นคงในอนาคต ทำไมท่านต้องออกกฎหมายที่ตอกย้ำความแตกต่าง ทำไมท่าน ไม่ออกกฎหมายที่สร้างความกลมเกลียว สร้างความสามัคคี สร้างความเป็นหนึ่งเดียวในชาติไทย สร้างความภูมิใจในความเป็นคนไทย เป็นเผ่าไทย ท่านไม่เคยฟังเพลงชาติหรือครับ ประเทศไทย รวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย ประเทศไทยมีเผ่าเดียวคือเผ่าไทย นี่คือสิ่งที่อยากให้ท่านยอมรับ แต่เราแตกต่างในชาติพันธุ์ เราเคารพในชาติพันธุ์ แล้ววันนี้กฎหมายฉบับนี้คุ้มครองสิทธิ ของพี่น้องชาติพันธุ์ทุกชาติพันธุ์ครบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ยืนยันกับท่านประธานเป็นครั้งที่ ๒ ฉะนั้นวันนี้ขอบคุณท่านประธานคณะกรรมาธิการและกรรมาธิการเสียงข้างมากที่ได้ลงมติ ตัดคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง เพื่อความมั่นคงของประเทศชาติ อยากจะเรียนครับท่านประธานว่าวันนี้ทุกชาติพันธุ์เข้ามาอยู่ในประเทศไทย มาอยู่ใต้ พระบรมโพธิสมภาร มาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร เราต้องสร้างความเป็นหนึ่งเดียวครับ เราต้อง ช่วยกันออกกฎหมายที่สร้างความมั่นคงของคนในชาติ อย่าสร้างความแตกต่าง อย่าออก กฎหมายทำลายความสามัคคีของคนในชาติ ฉะนั้นอยากจะเรียนท่านประธานครับว่าวันนี้ ผมแล้วก็เพื่อนสมาชิกที่จะลงมติต่อไปนี้ที่ลงมติให้ตัดคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ออก เคารพ ในสิทธิของทุกชาติพันธุ์ แล้วก็เคารพในทุกความแตกต่าง แต่เรากำลังออกกฎหมายเพื่อสร้าง ความมั่นคงของคนในชาติและคำนึงถึงอนาคตของลูกหลานเรา ขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะสมาชิกชมรมคุ้มครองผู้บริโภค กรุงเทพมหานคร เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร ซึ่งกำลังเข้าฟังการประชุมอยู่ชั้น ๔ ในขณะนี้ ขอต้อนรับทุกท่านนะครับ ต่อไปก็มีสมาชิกขออภิปรายอีก ๓ ท่าน เนื่องจากว่ามาตรานี้มีการแก้ไข เพราะฉะนั้น ก็ให้สมาชิกอภิปรายได้ แต่ก็ขอให้อภิปรายเฉพาะถ้อยคำที่กรรมาธิการได้แก้ไขจาก ร่างเดิมนะครับ ท่านแรกขอเชิญ คุณมานพ คีรีภูวดล ครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน สัดส่วนชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง ท่านประธานครับ ผมคิดว่าเรื่องที่ผม อยากจะสื่อสารกับท่านประธานเป็นเรื่องสำคัญครับ และเป็นเรื่องข้อเท็จจริง แล้วผม ก็เชื่อมั่นว่าสภาแห่งนี้มีความงดงามของผู้แทนราษฎรที่มีความคิดต่างแล้วมาพูดกัน ทั้งหมดนี้ เพื่อที่จะก้าวไปข้างหน้าครับ เราจะไม่ย่ำอยู่ที่หลัง เราจะไม่ย่ำอยู่ที่เดิมกับเรื่องที่เป็นอดีต บางอย่างที่มันทำให้พวกเรามีความขัดแย้งมีปัญหากัน ชนเผ่าพื้นเมืองครับท่านประธาน ผมยืนยันว่าในประเทศไทยนี้มีตัวตนครับ ผมยืนอยู่ตรงนี้เป็นชนเผ่าพี่น้องกะเหรี่ยงปกาเกอะญอ ถ้าผมไม่ใช่ชนเผ่าพื้นเมืองแล้วผมจะเป็นใครครับ ผมเป็นคนไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงซึ่งเป็น ชนเผ่าพื้นเมืองที่ผมได้นิยามตัวเองขึ้นมา ไม่จำเป็นจะต้องให้คนอื่นนิยามให้ผม ผมนิยาม ของผม ผมเอาหลักการที่ไหน ผมเอาวิถีชีวิตของผม ผมเอาตัวตนเครือข่ายความเป็น วัฒนธรรมของผม และสหประชาชาติก็รับรองด้วย ที่ท่านอาจารย์ชูพินิจได้อ่าน ผมอยากให้ ท่าน สส. อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ได้ไปอ่านปฏิญญาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิชนเผ่า พื้นเมืองครับ UNDRIP นะครับท่าน ต้องดูหลายข้อครับ ข้อที่ ๔๖ ชัดเจนครับ UNDRIP เขียนไว้ชัดเจนครับ ข้อ ๔๖ ไม่สามารถที่จะแบ่งแยกตัวเองได้ ผมคิดว่าการพูดในสภาจะต้อง พูดบนพื้นฐานข้อเท็จจริงครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญนะครับ อยากจะฝากท่านสมาชิกที่ได้ อภิปราย ผมไม่อยากจะใช้เวทีนี้ในการปลุกระดมใคร ผมไม่อยากจะใช้เวทีนี้ในการที่จะ สร้างความขัดแย้งในสังคมครับ ผมคิดว่าเราจะก้าวเดินต่อไปเพื่อจะเป็นพื้นที่ที่เราบอกว่า ชาติพันธุ์ไทย ชนเผ่าพื้นเมืองไทยจะต้องมีพื้นที่ในเวทีระดับโลก อันนี้เป็นเรื่องสำคัญครับ ท่านประธาน ผมจะพูดได้อย่างไรครับว่าพี่น้องลัวะอยู่ก่อนที่พระยาเม็งรายจะสร้างเมือง เขาไม่ใช่ชนเผ่าพื้นเมืองแล้วผมจะพูดได้อย่างไร ผมจะพูดได้อย่างไร พี่น้องมานิอยู่มาเป็น หลายพันปีอยู่เทือกเขาบรรทัดไปถึงมาเลเซีย อยู่มาเป็นหลายพันปีถ้าไม่ใช่ชนเผ่าพื้นเมือง แล้วผมจะพูดได้อย่างไรว่าประเทศไทยไม่มีชนเผ่าพื้นเมือง ผมจะพูดได้อย่างไร พี่น้อง ชาวญัฮกุร อยู่ที่เพชรบูรณ์ อยู่ที่ขอนแก่น อยู่ในตั้งแต่วัฒนธรรมทวารวดี ก่อนวัฒนธรรม อีกหลายวัฒนธรรม ผมจะยืนยัน จะพูดได้อย่างไรว่าไม่มี ท่านประธานครับ ผมในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เป็นตัวแทนของพี่น้องชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง ผมยืนยันครับ ว่าประเทศไทยประกอบสร้างด้วยผู้คนหลากหลายกลุ่มจริง ๆ ครับ ก่อนที่จะมีรัฐชาติ ก่อนที่ จะมีการปฏิรูปแบบสมัยใหม่ สมัยรัชกาลที่ ๕ เราประกอบสร้างด้วยวัฒนธรรมต่าง ๆ ขึ้นมา ที่เราเรียกรวม ๆ ว่าเราคือคนไทยที่พูดภาษาไทย เพราะฉะนั้นการสื่อสารโดยตรงไปตรงมา ว่าในข้อเท็จจริงที่ ๑ สังคมไทยเป็นสังคมพหุสังคม พหุวัฒนธรรม ที่มีรากที่ลึกมากครับ มาจากหลากหลายขึ้นมา วันนี้เราดีใจกับพี่น้องชาติพันธุ์ พี่น้องคนจีนที่มาอยู่ในประเทศไทย มีโอกาสพัฒนาด้านการศึกษาได้เติบโตในทางเศรษฐกิจ ในทางการเมือง ในบทบาททั้งสังคม เยอะแยะมากมาย แล้วผมก็เชื่อว่าในสภานี้ทุกคนมีที่มาที่ไป แล้วผมยังยืนยันว่ายังมีพี่น้องที่เป็นชนเผ่าพื้นเมืองดั้งเดิมจริง ๆ ที่เราไม่ได้พูดเรื่องเขตแดน เขตแดนเราพูดปี ๒๔๑๐ สมัยรัชกาลที่ ๔ นี่เองที่เราแบ่งกับประเทศอังกฤษเมื่อก่อนไม่มี เขตแดนข้ามไปข้ามมาทำมาหากินร่วมกัน เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผมคิดว่าผมยืนยันร่วมกับ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยและผมอยากจะให้สภาได้บันทึกไว้ว่าวันนี้ตัวแทนของผู้แทนราษฎร ที่เป็นชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองได้ยืนยันตัวตนในสภาแห่งนี้ ถึงแม้ว่าในมาตรานี้ผลการโหวต จะเป็นอย่างไร แต่เราก็ยืนยันว่ากฎหมายฉบับนี้อย่างไรก็ต้องเดินหน้า เพราะว่าเวลาของ ประเทศไทยจะต้องไปอยู่ในเวทีของโลกเป็นเรื่องจำเป็น แล้วก็เป็นก้าวสำคัญของสังคมไทย ที่เราจะไปบอกเพื่อนในโลกว่าเราจะอยู่ร่วมกับสังคมโลกที่มีความแตกต่างอย่างไร
ท่านประธานครับ ในประเด็นที่ ๒ ที่ผมอยากจะยืนยันนะครับว่าเหมือนกับ ท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม ได้คุยไปแล้วนะครับ ท่านอาจารย์ชูพินิจได้พูดไปแล้วว่าประเทศไทย ได้ไปลงนามว่าด้วยปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ตรงนี้ท่านประธานสิ่งที่มันเกิดก็คือว่า อีกขาหนึ่งเราบอกว่าเราไปลงนามเรื่องนี้ อีกขาหนึ่งบอกว่าเราไม่มี ซึ่งมันเป็นความย้อนแย้ง กันสิ่งที่มันเกิดขึ้นคืออะไรครับท่านประธาน อันที่ ๑ ก็คือว่าเรากำลังจะบอกตัวเองว่า เรากำลังจะมีและไม่มี ซึ่งอันนี้ผมได้คุยกับทั้งสภาความมั่นคงและคุยกับกระทรวง การต่างประเทศ ผมเข้าใจในความจำเป็นในอดีตที่ผ่านมาในบางเรื่องบางราว และผมเข้าใจ ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนได้ถกเถียงกันด้วยเหตุและผล ด้วยตรรกะ ด้วยมีวุฒิภาวะ ของความเป็นผู้แทนในกรรมาธิการ ทีนี้สิ่งที่จะเกิดความเสียหายหากว่าไม่มีในตัวนี้นะครับ ท่านอาจารย์ชูพินิจได้เอาหลักวิชาการ ข้อตกลงต่าง ๆ ในข้อตกลงระหว่างประเทศ ชัดเจนแล้วครับ ถ้าหากว่าเราไม่มีอะไรจะเสียโอกาสอะไร ท่านประธานครับ การมีคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ผมยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องเรื่องความมั่นคง สถาบันทางวิชาการศูนย์ มานุษยวิทยาสิรินธรได้ศึกษาแล้วว่าชนเผ่าพื้นเมืองกลุ่มชาติพันธุ์ทั้งหมด อาจจะไม่ได้รวม ที่เรียกตัวเองว่าชนพื้นเมืองมีอยู่ประมาณ ๖๐ กลุ่ม รวมทั้งหมดมีประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ประมาณก็คือ ๖ ล้านคน กลุ่มเล็ก ๆ ที่เรียกตัวเองว่าชนพื้นเมือง พี่น้องมานิวันนี้ประชากร ผมคิดว่ายังไม่ถึง ๓,๐๐๐ คนเลยครับ พี่น้องชาวญัฮกุรวันนี้ประชากรยังไม่ถึง ๔,๐๐๐ คน เลยครับ และประเด็นอะไรที่คุณจะมาบอกว่าเป็นเรื่องของความมั่นคง มันก็อยู่ใน อบต. มันก็อยู่ในหมู่บ้าน มันก็อยู่ในอำเภอนี่ล่ะครับ แนวคิดเรื่องนี้ผมคิดว่าเป็นแนวคิดที่เราอาจจะ ต้องมาทบทวน แนวคิดเรื่องนี้เป็นแนวคิดที่พวกเราจะต้องหยิบขึ้นมาพูดเชิงข้อมูล และวิชาการแบบจริง ๆ จัง ๆ ถ้าไม่อย่างนั้นท่านประธานครับเรากำลังจะเดินย้อนรอย ประวัติศาสตร์และสร้างความแตกต่างที่จะนำไปสู่ความขัดแย้ง แต่วันนี้ผมยืนยันและผมยินดี ที่จะให้กฎหมายฉบับนี้ผ่าน แต่ในฐานะผู้แทนราษฎร ในฐานะที่เป็นตัวแทนผมก็ยืนยันว่า ประเทศนี้มีชนเผ่าพื้นเมืองและมีตัวตนจริง ๆ ขอบคุณมากครับท่านประธาน
ท่านประธานครับ ผม อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ขออนุญาตท่านประธานใช้สิทธิพาดพิงสักครู่ครับ สักครู่นี้เพื่อนสมาชิก
จริง ๆ ไม่ได้ เสียหาย อนุญาตให้สั้น ๆ ครับ
นิดเดียวสั้น ๆ ครับท่านประธาน ผม อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ จังหวัดราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิกพาดพิงว่าผมอ่านปฏิญญาไม่ครบ ผมเรียนให้ท่านประธานครับ ก็ผมนี่อ่านครบครับ ถ้าผมอ่านไม่ครบผมไม่มาตัดล่ะครับชนเผ่าพื้นเมือง เพราะผมอ่านปฏิญญาของ สหประชาชาติครบทุกข้อครับ แล้วก็ประชุมร่วมกับทางผู้แทนของกระทรวงวัฒนธรรม จึงต้องมาผลักดันพรรครวมไทยสร้างชาติแล้วก็พรรคร่วมรัฐบาลให้ตัดคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ออก แล้ววันนี้ก็คือความสำเร็จที่ท่านกรรมาธิการเสียงข้างมากตัดคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ออก เพื่อความมั่นคงของประเทศ เรียนกับท่านประธานว่าผมอ่านครบทุกข้อครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญว่าที่ร้อยตรี อรพรรณ จันตาเรือง
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน อรพรรณ จันตาเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๖ คนอำเภอเชียงดาว เวียงแหง พร้าว ไชยปราการ อดีตพรรคก้าวไกล ปัจจุบันพรรคประชาชน ท่านประธานคะ ในพื้นที่ของดิฉันทั้ง ๔-๕ อำเภอ ส่วนมากเป็นพี่น้องชาติพันธุ์ทั้งหมดนะคะ วันนี้ดิฉันก็ขออนุญาตมีส่วนร่วมเกี่ยวกับการอภิปราย มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้ ประเด็นที่พูดว่าทำไมจะต้องคงคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ไว้ สิ่งที่สำคัญที่ต้องคงไว้ก็คือ การยอมรับในเรื่องของอัตลักษณ์และวัฒนธรรม ประเพณีของชนเผ่าพื้นเมือง สะท้อนถึง การยอมรับว่าชนเผ่าพื้นเมืองมีความเชื่อ มีประเพณี มีวิถีชีวิตที่มีความแตกต่างจากกระแสหลัก ซึ่งเป็นการให้เกียรติและการยอมรับความหลากหลายทางวัฒนธรรมและสังคม การยอมรับ แบบนี้ในระดับกฎหมายสร้างให้ชนเผ่าพื้นเมืองสามารถแสดงออกถึงตัวตนของเขา แสดงอัตลักษณ์ให้เป็นตัวของเขาที่เขาไม่สามารถกดทับได้ ไม่ถูกกดทับค่ะ
เรื่องที่ ๒ เรื่องของสิทธิในการกำหนดชีวิตของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นวิถีชีวิต ประเพณีและการครอบงำอำนาจจากภายนอก เป็นการสร้างหลักประกันว่ากลุ่มชาติพันธุ์ สามารถมีส่วนร่วมการตัดสินใจต่อการมีผลชีวิตของพวกเขา
เรื่องที่ ๓ การคุ้มครองในเรื่องสิทธิประวัติศาสตร์ไม่ว่าจะเป็นชนเผ่าพื้นเมือง ขอช่วยยืนยันในข้อนี้ว่าไม่ว่าจะเป็นการครอบครองที่ดิน ที่อยู่อาศัย ทรัพยากรธรรมชาติ ที่เขาอยู่ดั้งเดิม และยังไม่พอพันธสัญญาเกี่ยวกับกฎหมายระหว่างประเทศจะเห็นได้ว่า ประเทศที่มีชนเผ่าพื้นเมืองได้ลงนามแล้วข้อตกลงระหว่างประเทศปฏิญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยสิทธิพื้นเมืองและอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับ ๑๖๙ การมีคำนี้ ในกฎหมายประเทศจะช่วยให้รัฐปฏิบัติพันธะดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพ ประเทศไทย ถึงแม้ว่ายังไม่ได้รับรองอนุสัญญา ฉบับ ๑๖๙ นี้ แต่เริ่มใช้กฎหมายและการแสดงออกมุ่งมั่น ต่อสิทธิในเวทีโลกอยู่แล้ว และการสร้างเวทีที่เท่าเทียมกันชนเผ่าพื้นเมืองมักเผชิญกับ ความเหลื่อมล้ำค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงการศึกษา ระบบสาธารณสุขและการพัฒนา เศรษฐกิจ การใช้คำนี้ในกฎหมายเน้นย้ำถึงว่าจำเป็นจะต้องปกป้องและส่งเสริมให้เข้าถึง ทรัพยากรอย่างเป็นธรรมค่ะ ยกตัวอย่างในพื้นที่ของดิฉันนะคะ ด้วยที่มีความหลากหลาย ทางชาติพันธุ์การเข้าถึงทรัพยากรทางธรรมชาติแม้ว่าไม่พูดถึงในเรื่องสาธารณสุข โรงพยาบาลอะไรหลาย ๆ อย่าง การพูดคุย การให้เกียรติซึ่งกันมันจะมีการเหลื่อมล้ำ กันพอสมควร และการป้องกันการถูกลบเลือนทางวัฒนธรรม กระแสโลกาภิวัตน์และ การพัฒนา ชนเผ่าพื้นเมืองมีโอกาสที่จะสูญเสียวัฒนธรรมอย่างเช่นภาษาของเขา คำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ในกฎหมายเป็นเครื่องมือในการคุ้มครองสิ่งเหล่านี้เพื่อให้เขาไม่ถูกลบเลือนไป อ่า คือ โบ โมะ ขอบคุณมาก ๆ ค่ะท่านประธาน
ต่อไปขอเชิญ คุณธิษะณา ชุณหะวัณ ครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ธิษะณา ชุณหะวัณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตกรุงเทพมหานคร เขต ๒ หรือเขตปทุมวัน สาทร และราชเทวี พรรคประชาชนค่ะ ท่านคะจากรายงานคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตชาติพันธุ์ พ.ศ. .... หลังการ พิจารณาดิฉันเห็นว่ามีประเด็นที่ต้องถกเถียงกันเพิ่มเติมในมาตรา ๓ เนื่องจากว่าการแก้ไข พ.ร.บ. ดังกล่าวเกรงว่าอาจจะไม่ตอบโจทย์ต่อความต้องการของพี่น้องชนเผ่าพื้นเมือง ในประเด็นการยอมรับสิทธิในการจัดการที่ดินของชนพื้นเมืองและการใช้คำว่า ชนเผ่า พื้นเมือง แทนคำว่า ชาติพันธุ์ ค่ะท่านประธาน ขออนุญาตสไลด์ค่ะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
สไลด์ที่ ๒ ค่ะ หากว่าด้วย ตามปฏิญญาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิชนเผ่าพื้นเมือง หรือ UNDRIP ประเทศไทยเอง ก็ได้โหวตรับรองโดยฉันทามติมี ๑๔๓ ประเทศที่โหวตเห็นชอบ ๔ ประเทศที่โหวตไม่เห็นชอบ และเพียงแค่ ๑๑ ประเทศที่งดออกเสียง ซึ่งก็หมายความว่าสมาชิกของสหประชาชาติ ส่วนใหญ่นั้นโหวตเห็นชอบต่อปฏิญญาดังกล่าวและได้ฉันทามติ รวมถึงประเทศไทยเอง ฉบับดั้งเดิมก็ใช้คำว่า Indigenous People หรือคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง แล้วเหตุใดเราจึง จะต้องตัดคำนี้ออกจากร่างคะ เพราะดิฉันก็ไม่เห็นว่าคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง จะเป็นปัญหาต่อ พ.ร.บ. นี้เลยค่ะ นี่เรากำลังพูดถึงเพียงแค่หลักการนะคะ พูดถึงสิทธิที่พวกเขาพึงจะมีแต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ การให้อำนาจที่มีผลกระทบต่อบูรณภาพแห่งดินแดนที่ท่านอาจจะเป็นกังวลนะคะ หรือ เอกภาพทางการเมืองขององค์อธิปัตย์และรัฐเอกราชเลย แม้แต่ มาตรา ๔๖ ในปฏิญญาก็ ระบุไว้อย่างชัดเจนและทางสหประชาชาติก็ได้กล่าวไว้ว่า มนุษย์ทุกคนควรที่จะได้รับรองสิทธิ ในฐานะมนุษย์คนหนึ่งอย่างเท่าเทียมกันและเป็นสิทธิที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิดหรือเรียกว่า Universal Life ดิฉันเชื่อว่าประเทศไทยก็ควรจะมีความมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามใต้ข้อตกลง ของสหประชาชาติที่เราได้ลงสัตยาบันไว้ ท่านประธานคิดอย่างนั้นไหมคะ อีกปัญหาหนึ่ง ก็คือเมื่อ พ.ร.บ. ดังกล่าวจะมีผลต่อพี่น้องชนเผ่าพื้นเมือง จึงอยากให้เพิ่มอัตราผู้ที่มีความเป็น ชนเผ่าพื้นเมืองได้มีส่วนร่วมมากกว่านี้ นอกจากการแสดงความคิดเห็นค่ะผู้ที่มีความเป็น ชนเผ่าพื้นเมืองก็คิดว่าสมควรเช่นเดียวกันนะคะ
ขอสไลด์ที่ ๓ นะคะ ในกรณีของประเทศที่มีประชากรชนเผ่าพื้นเมือง มีสัดส่วนสูงต่อประชากรทั้งหมด อย่างเช่น ประเทศนิวซีแลนด์เป็นต้น ก็มีประชากรที่เป็น ชนเผ่าพื้นเมืองราว ๆ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ได้มีกฎหมายที่ส่งเสริมความเป็นชนเผ่าพื้นเมือง ภายในประเทศ แต่หากเทียบกับประเทศไทยที่มีชนเผ่าพื้นเมืองเช่นเดียวกัน ประชากร ชนเผ่าพื้นเมืองกลับได้รับสิทธิทางพลเมืองที่น้อยกว่าพลเมืองทั่วไปในประเทศเรา เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศต่าง ๆ ในโลกแล้วตำแหน่งของชนเผ่าพื้นเมืองในนิวซีแลนด์นั้น อยู่ในสถานภาพที่มีอำนาจต่อรองกับรัฐได้ระดับดีระดับหนึ่ง เพราะสนธิสัญญาไวตางี ปี ๑๘๔๐ ที่ระบุถึงการยอมรับ หนึ่งในความเป็นหุ้นส่วนระหว่างกันหรือที่เรียกว่า Partnership การเคารพซึ่งกันและกัน หรือที่เรียกว่า Mutual Respect การให้ความร่วมมือกัน ของผู้แทนเจ้าอาณานิคมอังกฤษและผู้นำชนเผ่าพื้นเมือง การสร้าง Cooperation หรือ ความร่วมมือให้กับชาวเมารีที่เป็นชนเผ่าพื้นเมืองได้มีกลไกในการต่อรองกับภาครัฐ ไม่ว่าจะ เป็นการแก้ไขปัญหาแต่ก็ยังเป็นเครื่องมือทางการเมืองที่สำคัญของพี่น้องชนเผ่าเมารีเป็นการ สร้างความชอบธรรมให้กับพวกเขาในเวทีการเมืองระดับชาติ ซึ่งเอกสารดังกล่าวเป็นรากฐาน ประวัติศาสตร์ในประเทศนิวซีแลนด์ ต่อมาได้ช่วยรับรองสิทธิของชาวนิวซีแลนด์ทุกคน ในปี ๑๙๗๕ ได้มีการออกพระราชบัญญัติสนธิสัญญา Waitangi โดยอ้างอิงถึงสนธิสัญญาไว้เป็น กรอบกฎหมายใช้ในการศึกษาและพิจารณาปัญหาที่จะนำไปสู่ศาล Waitangi และเมื่อไม่นานมานี้ ในปี ๒๐๑๐ ประเทศนิวซีแลนด์ก็ได้มีการทบทวนและให้สัตยาบันต่อปฏิญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยสิทธิชนเผ่าพื้นเมืองอีกด้วยค่ะ โดยรวมแล้วไม่ว่าจะเป็นสนธิสัญญา ปฏิญญา และประเทศที่ยึดถือในหลักปฏิบัติต่อประชาชน ต้องคำนึงถึงเนื้อหาสาระและนัยสำคัญ ในเอกสารที่ประเทศนั้นได้ลงนามไว้ค่ะท่านประธาน ยอมรับโดยฉันทามติของทั่วโลกให้เป็น สัตยาบันเป็นภาคีและควรนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนทุกคน
ขอสไลด์ที่ ๔ ค่ะ นอกจากในประเด็นสิทธิที่ดินทำกินของพี่น้องชนเผ่า พื้นเมืองที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของพี่น้องชนเผ่าพื้นเมืองแล้วยังมีประเด็นที่พี่น้อง ชนเผ่าพื้นเมืองถูกลดทอนความเป็นมนุษย์ โดยที่พี่น้องชนเผ่าพื้นเมืองถูกห้ามไม่ให้ใช้คำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง แต่ให้ใช้คำว่า ชาติพันธุ์ แทนในทางราชการ ซึ่งคำ ๆ นี้ก็นำมาลดทอนคุณค่า ความเป็นมนุษย์และกลืนวิถีชีวิตเชิงประเพณีวัฒนธรรม ซึ่งตามปฏิญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยสิทธิชนพื้นเมืองก็ยังใช้คำว่า ชนพื้นเมือง หรือคำว่า Indigenous People ไม่ใช่ กลุ่มชาติพันธุ์ หรือที่เรียกว่า Ethnic Group เป็นคนละกลุ่มไม่เท่ากันนะคะท่านประธาน ระหว่างคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง กับ กลุ่มชาติพันธุ์ ไม่ใช่คนกลุ่มเดียวกันค่ะ อันเนื่องจากทุกคน ไม่ว่าจะเป็นท่านหรือดิฉันก็เป็นกลุ่มชาติพันธุ์เช่นเดียวกันค่ะ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะ มีความเป็นชนเผ่าพื้นเมือง โดยชนเผ่าพื้นเมืองมักจะเป็นผู้ที่ถูกลดทอนวัฒนธรรมที่ปฏิบัติมา อย่างช้านานกดขี่จากโครงสร้างอำนาจทางสังคมทั้ง ๆ ที่พวกเขาควรจะได้รับการปฏิบัติและ ยอมรับจากประชากรส่วนใหญ่ในฐานะมนุษย์เท่ากันค่ะ ท่านคะ ดิฉันได้ทำการอภิปรายเรื่อง พี่น้องชนเผ่าพื้นเมืองมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง และดิฉันอยากจะให้ท่านไม่เข้าใจผิดในการที่ ชนเผ่าพื้นเมืองนั้นจะมีสิทธิในการกำหนดตนเอง ไม่ได้หมายความว่าจะมีสิทธิในการแบ่งแยก ดินแดนเสมอไปนะคะท่านประธาน เพราะสิทธิในการกำหนดตนเองนั้นมี ๒ รูปแบบค่ะ ท่านประธาน ๑. คือการปกครองตนเองแบบพิเศษ หรือที่เรียกว่า Internal Self-Determination เคยเกิดขึ้นในไอร์แลนด์ ไอซ์แลนด์ ในปี ๑๙๒๑ ตัดสินโดย League of Nation ที่ไม่ใช่เป็น รูปแบบการแบ่งแยกดินแดน แต่เป็นรูปแบบการปกครองแบบพิเศษที่มีเสรีภาพในวัฒนธรรม ในการใช้ภาษาและการจัดเก็บภาษี รวมถึงการมีสภาท้องถิ่นค่ะท่านประธาน เพื่อจะปกครองตนเองและชนเผ่าพื้นเมืองนั้นก็ได้ใช้ภาษาที่แตกต่างจากคนส่วนมาก ซึ่งเป็น Swedish Speaking หรือว่าพูดภาษาสวีเดนแทนที่จะพูดภาษาฟินแลนด์ แต่ก็ยังอยู่ใน ประเทศฟินแลนด์ อันนี้เรียกว่าการปกครองตนเองในรูปแบบพิเศษที่สามารถแสดงถึง อัตลักษณ์ความเป็นตนเองหรือความเป็นชนเผ่าพื้นเมืองนั้นออกมาได้ค่ะท่านประธาน ดิฉัน จึงอยากให้พวกเรามองเห็นถึงความเป็นมนุษย์ของพี่น้องชนเผ่าพื้นเมืองที่มีวิถีชีวิตที่สืบทอด เป็นประเพณีวัฒนธรรมมาอย่างยาวนานและไม่ให้พวกเขาต้องละทิ้งความสวยงามของ วิถีชีวิตความเป็นอยู่ค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ
ต่อไปขอเชิญ คุณกัณวีร์ สืบแสง ครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายกัณวีร์ สืบแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม ท่านประธานครับ วันนี้ขออนุญาตลุกขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งสนับสนุนกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่จะ คงไว้คำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ท่านประธานครับ ครั้งที่แล้วก็พูดเรื่องนี้มาตรานี้ มาตรา ๓ ในเรื่อง เกี่ยวกับการคงไว้ซึ่งคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง จริง ๆ แล้วผมก็ไม่ทราบว่าจะต้องพูดอะไรมากมาย มากกว่านี้กับเพื่อนทุกคนที่ลุกขึ้นมาสนับสนุนกรรมาธิการเสียงข้างน้อย แต่ขออนุญาตอ่าน รายชื่อประเทศให้ท่านประธานรับทราบ เดนมาร์ก เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ สวิสเซอร์แลนด์ อังกฤษ ตุรกี สหรัฐอเมริกา อุรุกวัย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ โบลิเวีย บอตสวานา บราซิล แคนาดา โคลัมเบีย อินเดีย อินโดนีเซีย อิรัก ญี่ปุ่น มาเลเซีย เม็กซิโก นามิเบีย ไนจีเรีย นอร์เวย์ เปรู รัสเซีย ไต้หวัน ท่านประธานครับ ทุกประเทศที่ผมได้บอกมาได้กล่าวไว้ อภิปรายไว้ ทุกประเทศท่านจะเห็นว่ามีการต่อสู้ของพี่น้องของชนเผ่าพื้นเมืองเขาต่อสู้มา อย่างยาวนาน เขาไม่ได้ต่อสู้เพื่ออะไรครับท่านประธาน เขาต่อสู้เพื่อการมีตัวตน การแสดง ให้เห็นว่าเขามีตัวตนในประเทศนั้น ๆ การต่อสู้กับจักรวรรดินิยม การต่อสู้กับลัทธิ ล่าอาณานิคมมันเป็น Legacy มันเป็นมรดกตกทอดออกมาที่ทำให้การต่อสู้นี้มันยังคงอยู่ ในโลกใบนี้ เราไม่สามารถปฏิเสธได้ถึงการมีตัวตนของคนที่เรียกว่าชนเผ่าพื้นเมือง วันนี้ ผมขออนุญาตจะพูดในเรื่องเกี่ยวกับความมั่นคง เมื่อสักครู่เพิ่งได้ยินในเรื่องเกี่ยวกับว่าถ้าหาก คงคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ไว้อาจจะมีปัญหาเรื่องความมั่นคง ผมไม่อยากจะเรียนท่านประธาน ผมก็คงเป็นหนึ่งในคนหลาย ๆ คนที่ทำงานทางด้านความมั่นคงไว้ ความมั่นคงในปัจจุบันนี้ เชื่อผมเถอะครับท่านประธาน ไม่ใช่ความมั่นคงในเรื่องอนุรักษ์นิยม ความมั่นคง ณ ปัจจุบันนี้ คือความมั่นคงของมนุษย์ หากขาดไร้ซึ่งความมั่นคงของมนุษย์แล้วประเทศจะแตกสลาย สังคมโลกคงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีความสงบสุข เพราะฉะนั้นเราได้ยินครับเพื่อนสมาชิกได้พูด เรื่องปฏิญญาสากลของสหประชาชาติ จริง ๆ แล้วมันมี ๓ หลักเท่านั้นที่สำคัญ หลักแรก Freedom อิสรภาพ หลักที่ ๒ Peace สันติ หลักสุดท้ายเป็นหลักที่น่าสนใจที่สุดคือ Security ความปลอดภัย ความมั่นคง เพราะฉะนั้น ๓ หลักนี้เองที่บอกถึงเรื่องเกี่ยวกับ ชนเผ่าพื้นเมือง เราจะทิ้งไว้ได้อย่างไรกับ ๓ หลักนี้ ประเทศไทยเราคงไม่สามารถเป็น ประเทศที่อยู่ในกะลาได้ เราเป็นสมาชิกของเวทีระหว่างประเทศ เราเป็นสมาชิกในภูมิภาค ของพวกเรา ถ้าเราบอกว่าเราไม่สนใจใครแล้วในโลกนี้ เราตัดได้แล้วในโลกนี้สมาชิกภาพเรา ไม่ต้องเป็นคำว่า เผ่าไทย คงเป็นไปได้ แต่ผมยังเชื่อมั่นเราไม่สามารถมีเผ่าเดียวคือเผ่าไทย ชนเผ่าพื้นเมืองคือชนเผ่าที่บอกว่าตัวตนของท่านคือใคร ที่ดินของท่านอยู่ที่ไหน ชีวิตอัตลักษณ์ ของท่านอยู่ตรงไหนท่านประธานทราบดี ครั้งที่แล้วผมก็เรียนโชคดีที่มีท่านประธานอยู่ตรงนี้ ท่านประธานก็ทราบดีครับ ในพื้นที่ของพวกเราเราต้องมีตัวตนครับท่านประธาน ขาดไร้ซึ่ง ตัวตนแล้วเราจะอยู่อย่างไรในโลกใบนี้ ในสังคมใบนี้ เพราะฉะนั้นคืนกลับไว้ครับ คืนกลับไป ให้พี่น้องชนเผ่าพื้นเมืองได้มีตัวตนได้มีการแสดงออกซึ่งอัตลักษณ์ของพวกเขา ให้มีการ แสดงออกซึ่งเป็นวิถีชีวิตของพวกเขาซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่อย่างแท้จริง วันนี้คงจะขอพูดให้ เพื่อน ๆ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทรงเกียรติแห่งนี้รับทราบกันทุกคนครับว่าเรามีความจำเป็น มาตรา ๓ นี้ ชนเผ่าพื้นเมืองให้ไว้ครับ ซึ่งอัตลักษณ์ของพวกเขา เชิดชูไว้ครับสิ่งที่เรียกว่า อิสรภาพ สิ่งที่เรียกว่าสันติภาพ และสิ่งที่เรียกว่าความมั่นคงปลอดภัยของบุคคล ขอบคุณครับ ท่านประธาน
ผมจะให้สมาชิก ที่จะขออภิปรายอีก ๑ ท่านแล้วจะให้กรรมาธิการได้ชี้แจงต่อไปนะครับ เชิญครับท่านสมาชิก ได้อภิปรายสัก ๑ ท่าน ท่านรอมฎอน ปันจอร์ ขอโทษครับคุณรอมฎอนนิดเดียวครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับประชาชนตำบลทะเลน้อย อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ซึ่งกำลังนั่งฟังประชุมอยู่ชั้น ๔ ขอต้อนรับทุกท่านครับ ต่อไปขอเชิญคุณรอมฎอนครับ
ยินดีต้อนรับนะครับ ท่านประธานครับ ผม รอมฎอน ปันจอร์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ผมฟังการ สนทนาของพวกเราในสภาแห่งนี้ด้วยความตื่นเต้นครับท่านประธาน เป็นการตื่นเต้น อีกครั้งหนึ่ง แล้วก็ผมคิดว่าประเด็นที่น่าจะถกเถียงตกไปแล้วแต่ก็ยังกลับมาเป็นประเด็น ในกฎหมายที่เราเชื่อว่ากฎหมายฉบับนี้จะเป็นกฎหมายที่สร้างอนาคตของประเทศนี้ คือการ ก้าวไปสู่การ ผมใช้คำสำคัญ ๒ คำนะครับ คือการเคารพ Respect ครับ กับอีกคำหนึ่งคือ การเคารพยอมรับหรือว่าการ Recognition การให้ความเคารพ การเห็นหัวต่อผู้คนกลุ่มหนึ่ง ที่อยู่ในประเทศเราครับ แต่ที่ผ่านมาพวกเขาถูกกันออก ถูกขีดออก ถูกทำให้เป็นชายขอบ มาโดยตลอด นั่นคือชนเผ่าพื้นเมืองครับ เรากำลังถกเถียงถึงมาตรา ๓ ซึ่งเพื่อนสมาชิก ของผมก็มีการตั้งข้อสงวนเอาไว้ อยากจะเติมคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง กลับเข้าไป แล้วมี เพื่อนสมาชิกของผมอีกเหมือนกันที่เห็นแย้งตั้งแต่คราวที่แล้วและรอบนี้ก็ยังยืนกรานว่า จริง ๆ แล้วประเทศนี้มีแค่ชนเผ่าเดียวคือชนเผ่าไทย ผมว่าประเด็นนี้เป็นประเด็นที่น่าสนใจ ครับท่านประธาน และผมเองก็พยายามจะรับฟังความคิดเห็นที่ยืนกรานว่าไม่มีเหตุผลที่เชื่อ ว่าไม่มีสิ่งที่เรียกว่าชนเผ่าพื้นเมืองอยู่ในประเทศนี้มีเหตุผลมีน้ำหนักอย่างไร ผมพยายาม ทำความเข้าใจและรับฟังท่าน พยายามทำความเข้าใจท่านด้วยว่าอาจจะเป็นไปได้ครับว่า อุดมการณ์ ความคิด คือจำเป็นที่จะต้องมีเสียงที่มีความเห็นอย่างนี้นะครับ และโดยเฉพาะ อย่างยิ่งจากเพื่อนสมาชิกที่มาจากพรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งน่าจะเป็นแกนกลางของ อุดมการณ์ทางการเมืองของพรรคการเมืองด้วยมีเหตุมีผลที่จะต้องโต้แย้งกัน แต่อย่างที่ เพื่อนสมาชิกจากพรรคประชาชน จากพรรคเป็นธรรม จากเพื่อน ๆ หลายคนที่ยืนกราน เหมือนกันครับว่าเรื่องนี้จำเป็นอย่างยิ่งครับ โลกเดินทางไปไกลเรายอมรับ เคารพต่อคนที่ มีเสียงส่วนน้อย ที่เป็นชนกลุ่มน้อยเยอะแยะมากมายครับเรากำลังเดินไปสู่อนาคตแบบนั้น ข้อโต้แย้งยังกลับมาอีกครับว่าเรื่องนี้จะสัมพันธ์หรือว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องความมั่นคง ผมต้องเรียนอย่างนี้นะครับท่านประธาน ผมอาจไม่ได้ทำงานอยู่ในหน่วยงานความมั่นคง มาก่อนอย่างเพื่อนสมาชิกของผมคุณกัณวีร์ แต่ผมอยู่ในกรรมาธิการความมั่นคงครับ และ ในกรรมาธิการความมั่นคงเรามีท่านมานพนั่งอยู่ด้วยนะครับ เป็นความมั่นคงในความหมาย ของเราคือความมั่นใจครับท่านประธาน เป็นความมั่นใจที่ยืนกรานว่าประเทศนี้เรามี ความแตกต่างหลากหลายได้ และความแตกต่างหลากหลายนั้นไม่ได้ไปกระทบหรือว่าไม่ได้ นำไปสู่ความแตกแยก ในทางกลับกันครับท่านประธานการยอมรับว่ามีความแตกต่าง หลากหลายอยู่ในประเทศนี้ต่างหากที่สร้างความมั่นอกมั่นใจ สร้างการเมืองของประเทศนี้ ให้โอบรับความแตกต่างหลากหลาย ความมั่นใจเหล่านั้นละครับที่เราอยากเห็นในประเทศนี้ ไม่ใช่ว่าในทางกลับกันเลยนะครับ การยืนกรานว่าประเทศนี้มีเพียงชาติพันธุ์ใดชาติพันธุ์หนึ่ง ที่เป็นใหญ่ มีกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่เป็นใหญ่และกีดกันคนอื่น ๆ ต่างหากที่สะท้อนความอ่อนแอ สะท้อนความไม่มั่นคงจากข้างใน และผมคิดว่ากฎหมายฉบับนี้ถ้าเราจะยืนกรานและเดินไปสู่ อนาคตที่จะสร้างบ้านที่มีความหลากหลายของผู้คนอยู่ในบ้านหลังนี้ด้วยกัน การเคารพ ยอมรับการเห็นหัวพี่น้องชนกลุ่มน้อยแม้ว่าจะมีคนไม่กี่พันคนในประเทศนี้ แต่การที่เราเคารพเขา เคารพยอมรับในความเป็นตัวตนของเขา การเคารพยอมรับในประวัติศาสตร์ที่มาของการตั้ง ถิ่นฐานของพวกเขาคือการสร้างความมั่นคงไปพร้อม ๆ กับการสร้างความเป็นเอกภาพครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราต้องถกเถียงกันทางความคิดครับ แล้วผมอยากจะให้เพื่อนสมาชิก จากพรรคต่าง ๆ พิจารณาใคร่ครวญถึงเหตุผลแบบนี้ครับ มันไม่ใช่เป็นเหตุผลแล้วว่าพอเรา แตกต่างการพูดกันคนละภาษา อยู่คนละวิถีชีวิตแล้วเราจะแตกแยกกันแล้วเราจะนำไปสู่ ความไม่มั่นคง กลับกันในมือของผมบังเอิญเลยนะครับท่านประธาน มีหนังสืออยู่เล่มหนึ่ง ผมก็แนะนำหนังสืออีกแล้วนะครับ ความมั่นคงบนรอยร้าวครับท่านประธาน อันนี้เป็น รวมงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกอ้างอิงถึง เรื่องภาคใต้ด้วย ที่มันอยู่บนรอยร้าวท่านประธานครับ ท่านประธานคงทราบดีแล้วผม ก็อยากจะชี้แจงเล่าให้ฟังด้วยจากเพื่อนสมาชิก ที่มันอยู่บนรอยร้าวเพราะว่าเราพยายาม บีบบังคับให้คนจำนวนหนึ่งซึ่งรู้สึกว่าเขามีความเป็นตัวตนที่แตกต่างออกไปจากความเป็นไทย ได้มีที่ยืน ได้มีโอกาสในการที่จะบอกว่าตัวเขาเป็นใคร ตัวเขามีที่มาที่ไปอย่างไร แต่เมื่อ รัฐไทยไม่ยอมรับสิ่งนั้น เมื่อรัฐไทยไม่เคารพยอมรับสิ่งนั้นละครับรอยร้าวมันจะเกิดขึ้น ผมจึง อยากเห็นครับว่าในอนาคตประเทศนี้จะมีความสามารถในการโอบอุ้มความแตกต่าง หลากหลายเหล่านั้นไว้ได้ และความมั่นคงอย่างที่เราอยากจะเห็นมันจะเกิดขึ้นในประเทศนี้ ครับท่านประธาน ก็ฝากท่านสมาชิกนะครับ ตัดสินใจสร้างประเทศใหม่ สร้างประเทศนี้ ไปด้วยกันนะครับโดยการเคารพยอมรับ แม้กระทั่งคนกลุ่มที่น้อยที่สุดในประเทศนี้จะได้รับ การเห็นหัว ได้รับการเคารพยอมรับครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
เป็นอันจบผู้อภิปรายนะครับ ต่อไปเป็นทางกรรมาธิการท่านขอชี้แจงนะครับ เรียนเชิญ ท่านอุดมลักษณ์ เป็นตัวแทนของกรรมาธิการชี้แจง เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ดิฉัน นางสาวอุดมลักษณ์ บุญสว่าง กรรมาธิการ ผู้แทนจากกฤษฎีกา ขอเรียนว่าที่ประชุมเสียงข้างมากของคณะกรรมาธิการเห็นควรใช้คำว่า กลุ่มชาติพันธุ์ เนื่องจากสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๗๐ และ คำว่า กลุ่มชาติพันธุ์ นั้น เป็นคำกลางที่ครอบคลุมกลุ่มทุกคนอยู่แล้ว ซึ่งคำว่า กลุ่มชาติพันธุ์ หมายความว่ากลุ่มคนที่อาศัยอยู่เป็นกลุ่มเดียวกันหลายกลุ่ม ซึ่งมีถิ่นฐานในประเทศไทย และมีประวัติศาสตร์อัตลักษณ์และการสั่งสมทางวัฒนธรรม ภาษา วิถีชีวิต และความเชื่อ ตามจารีตประเพณีร่วมกัน ขอบคุณค่ะ
ท่านกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผู้แปรญัตติ และท่านสมาชิกที่ติดใจสอบถามเมื่อสักครู่นี้ ทางกรรมาธิการได้ตอบแล้วท่านเห็นอย่างไรบ้าง กรรมาธิการเสียงข้างน้อยยังติดใจไหมครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คนจังหวัดอ่างทอง บ้านเดียวกับ ท่านประธาน ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานว่าก็แน่นอนครับ ในมาตรา ๓ นี้มีการแก้ไขทั้งหมดอยู่ ๔ วงเล็บของนิยามด้วยกันนะครับ ฉะนั้นในส่วนที่ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยทั้ง ๕ ๖ ท่านที่มีการสงวนไว้ สงวนไว้เฉพาะกรณีของ ๒ วงเล็บ ก็คือประเด็นเรื่องของนิยามกลุ่มชาติพันธุ์แล้วก็อยากจะให้เพิ่มความหมายคำว่า ชนเผ่าพื้นเมืองคือใคร เข้าไป ฉะนั้นอย่างไรเสียก็คงจะยังต้องขอติดใจครับ อยากจะให้ สภาลงมติ แต่อย่างไรก็ตามขอปรึกษาท่านประธานเผื่อไว้นิดหนึ่งได้ไหมครับว่าในกรณี การลงมติ หากเป็นไปได้ว่าจะมีการแยกลงมติโดยเริ่มจากการลงมติคำว่า กลุ่มชาติพันธุ์ แล้วก็พิจารณาประเด็นที่เสียงข้างน้อยได้ตั้งประเด็นว่า ทั้งนี้ให้หมายรวมถึงชนเผ่าพื้นเมืองด้วย ซึ่งถ้าที่ประชุมพิจารณาลงมติอันนี้ก็คิดว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเห็นพ้องต้องตรงกันพวกผม ก็จะไม่ติดใจในการจะลงมตินิยามคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง แต่ถ้าเกิดว่าไม่มีความเป็นไปได้ว่า จะมีการแยกลงมติเป็นคำหรือไม่มีความเป็นไปได้ว่าจะยอมรับการดำรงอยู่ของชนเผ่า พื้นเมืองก็คงต้องลงมติแยกกันทีละอนุวงเล็บเป็น ๒ ครั้งด้วยกันครับ ก็ขออนุญาต ยืนยันครับ แต่ขอเสนอทางเลือกให้ท่านประธานว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ในการลงมติด้วยครับ ท่านประธาน ขอบคุณครับ
ท่านอื่นว่าอย่างไรครับ
กราบเรียนท่านประธานค่ะ อยู่ข้างล่างนี้ค่ะ สุนี ไชยรส กรรมาธิการเสียงข้างน้อยค่ะ
เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ สืบเนื่องจาก ที่ท่านณัฐวุฒิในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยได้หารือนะคะ พวกเรามีการเสนอ ๒ ประเด็น ใช่ไหมคะว่าส่วนหนึ่งขอให้เพิ่มคำว่า ทั้งนี้ให้หมายถึงกลุ่มที่ระบุตนเองเป็นชนเผ่าพื้นเมือง ส่วนอีกมติหนึ่งที่มีนิยามคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ๔ ๕ คนที่อยู่ตรงนี้เห็นด้วยกับคุณณัฐวุฒิ และอยากจะเรียนหารือท่านประธานว่าถ้ามีโหวตแบบนั้นพวกเราก็ไม่ได้ติดใจเรื่องที่จะต้องมี นิยามชนเผ่าพื้นเมือง ให้เหลือแต่ประเด็นเดียวคือขอนิยามคำว่า ชาติพันธุ์ให้รวมถึงกลุ่มที่ ระบุตนเองเป็นชนเผ่าพื้นเมืองด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
ท่านสมาชิกครับ ผมดูแล้วมันค่อนข้างที่จะสลับซับซ้อนพอสมควรนะครับ เพราะว่าทาง กรรมาธิการที่ได้แก้ไขไปเขาได้แก้ไขไปหลายส่วนด้วยกัน แต่ว่าทางผู้แปรญัตติท่านติดใจ เพียงประเด็นคำนิยามของกลุ่มชาติพันธุ์เท่านั้น ทีนี้ทางกรรมาธิการเสียงข้างน้อยเขาก็ ต้องการที่จะลงมติในส่วนที่เขาแปรญัตติไว้ก็คือตรงคำนิยามของกลุ่มชาติพันธุ์ ทีนี้ถ้าหากว่า เราไปลงมติว่าเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากหรือไม่ ถ้ากรรมาธิการเสียงข้างมากชนะ นั่นหมายความว่าในส่วนของที่กรรมาธิการเสียงข้างน้อยเขาได้ติดใจไว้ส่วนติ่งนิดเดียว มันก็จะไม่สามารถที่จะแยกลงมติได้ เพราะฉะนั้นก็จะลองถามทางเพื่อนสมาชิกดูครับ ว่าเราพอจะมีแนวทางอย่างไรได้บ้าง ก็จะลองถามท่านสมาชิกขอความเห็นท่านอื่นดูครับ ท่านศรัณย์เชิญครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ต่อเรื่องที่ท่านประธานหารือ จริง ๆ ผมเห็นตามท่านประธานว่าจริง ๆ แล้วการแก้ไขของกรรมาธิการและการลงคะแนน เราก็ทำมาโดยมีรูปแบบ มีแบบแผนที่ชัดเจนอยู่แล้ว อย่างแรกเราก็ถามว่าการแก้ไข แก้ไขหรือไม่ อย่างที่ ๒ แก้ไข แก้ไขตามใคร ผมว่ามันก็ควรจะต้องเป็นแบบนั้น ไม่อย่างนั้น เดี๋ยวในอนาคตเราอาจจะต้องมีการคุยเรื่องนี้ให้มันละเอียดมากขึ้น เพียงแต่ว่าจากทั้งหมด ที่เราทำมาจากทุกกฎหมายเราก็ใช้วิธีการแบบนี้มาโดยตลอด ผมก็ยืนยันว่าเราก็ควรจะคงไว้ ซึ่งรูปแบบวิธีการในการพิจารณาของเรานะครับ
ท่านประธานครับ
ท่านณัฐวุฒิเชิญครับ
ขอบคุณครับ ท่านประธานที่เคารพ ณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ ท่านประธานครับ ก็ขออนุญาต นำเรียนว่าผมคิดว่าการจะลงมติอย่างไรเป็นเรื่องที่เราพูดคุยแล้วก็ตกลงกันได้นะครับ แล้วก็ต้องยอมรับว่าหลายกฎหมายประสบการณ์ผมอาจจะไม่มาก แต่ ๕ ๖ ปีที่อยู่ในสภา หลายกฎหมายที่มีประเด็นเรื่องนิยามที่มีคำย่อยเป็นจำนวนมากเราก็เคยมีการลงมติแยกกันมา ไม่ใช่ไม่มีเสียทีเดียว ฉะนั้นตอบประเด็นแรกกับท่านผู้แทนวิปรัฐบาลว่าคงไม่ใช่ไม่เคยเกิดขึ้น เกิดขึ้นได้ครับ แต่อย่างไรก็ตามอันนี้ผมต้องหารือนะครับว่า ณ ขณะนี้เมื่อสักครู่ที่ฟัง การอภิปรายเพื่อนสมาชิกส่วนใหญ่คงไม่ได้หมายถึงทุกท่านไม่ได้ติดใจ แล้วก็ยอมรับว่า ประเทศไทยมีชนเผ่าพื้นเมืองอยู่จริง ท่านมานพ คีรีภูวดล ยืนยันกับผม ผมยืนอยู่นี่ ชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทย ฉะนั้นพอเป็นไปได้ไหมครับว่าผมขออนุญาตท่านประธานปรึกษาทางวิปรัฐบาลด้วยว่า ผมหาทางออกให้ครับว่าหากท่านพิจารณาถึงสิ่งที่เสียงข้างน้อยขอเรียกร้องให้เพิ่มตอนท้าย ของกลุ่มชาติพันธุ์นิดเดียวเป็นว่า ทั้งนี้ให้หมายรวมถึงกลุ่มที่ระบุตนเองไม่ได้ว่าทั่วไปนะครับ กลุ่มที่ระบุตนเองว่าเป็นชนเผ่าพื้นเมืองด้วย แล้วผ่านกันไปตรงนี้ลงมติเห็นชอบด้วยนี้ แยกกันลงมติเราก็จะไม่ติดใจนิยามคำว่า ชนเผ่าพื้นเมืองคือใคร เพราะว่าในท้ายที่สุดนี้ก็ต้อง ยอมรับว่าเนื้อหาสาระของกฎหมายทั้งหมดที่เหลือมันไม่ได้มีคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง อยู่นะครับ ผมคิดว่าอันนี้จะเป็นทางออกที่พอเป็นไปได้แล้วก็สง่างามที่สุดที่เราจะช่วยกันเคารพ แล้วก็ ปกป้องสิทธิของพี่น้องชนเผ่าพื้นเมืองครับท่านประธาน ขออนุญาตหารืออย่างจริงจังจริงใจ อาจจะต้องใช้เวลานิดหนึ่ง แต่คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อสภาที่สุด ขอบพระคุณครับ
ไม่เป็นอะไรครับ ช้า ๆ ได้ครับ ประเด็นนี้ค่อนข้างจะสลับซับซ้อนนิดหนึ่ง ก็ขอฟังหลาย ๆ ท่าน เชิญคุณหมอชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ประเด็นข้อหารือท่านประธาน เรื่องของกระบวนการวิธีการที่จะลงมติ ผมไม่ก้าวล่วงไปอภิปรายเรื่องของสาระแม้จะมี การแก้ไขของเพื่อนสมาชิก แต่ประเด็นที่ผมอยากอภิปรายไม่ใช่ประเด็นเป็นการแก้ไข ประเด็นที่ท่านประธานหารือว่าจะลงมติอย่างไร เพื่อนสมาชิกเสนอว่าขอแยกลงมติกรณี เป็นกรณีไปเกี่ยวกับการแปรญัตติหรือสงวนความเห็นของเพื่อนสมาชิก เอาประเด็นนั้น ๆ มาแยกลงมติ ตามข้อบังคับทำได้ครับ ทำได้ ถ้าเสียงข้างมากในสภาแห่งนี้เห็นชอบด้วยว่า ทำได้ ก็คือเป็นมติ การเสนอเป็นญัตติก็ต้องมีมติว่าจะแยกลงมติหรือไม่ แต่ถ้าเสียงข้างมาก บอกว่าไม่จำเป็นต้องแยกลงมติ ลงมติรวมได้ ก็ลงมติรวม กระบวนการก็เป็นอย่างนั้น ไม่ได้ ซับซ้อนอะไรเสนอได้ครับ ก็เสนอเป็นญัตติมา แต่ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ผมเอง ไม่อยากให้เสนอเป็นญัตติเพื่อจะแยกประเด็นลงมติ
เหตุผลที่ ๑ ประเด็นเรื่องชนเผ่าพื้นเมือง เราเคยมีการอภิปรายมาครั้งหนึ่งแล้ว ถ้าท่านจำได้กฎหมายฉบับนี้เข้ามาถึงมาตรา ๓ อภิปรายเรื่องของคำนิยามว่า ชนเผ่าพื้นเมือง เพื่อนสมาชิกสภาแห่งนี้อภิปรายไปเยอะมาก และที่สำคัญมีการลงมติด้วย ลงมติในครั้งนั้น สภาแห่งนี้มีมติว่าไม่เห็นด้วยกับที่จะเติมคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ลงไปในกฎหมายฉบับนี้ ด้วยเหตุผลทั้ง ๒ ฝ่ายที่ฟังกันได้นะครับ เหตุผลทั้ง ๒ ฝ่ายที่ฟังกันได้ด้วยเสียงข้างมาก จบลงที่ว่าไม่ควรเติมลงไป อันนี้คือเสียงข้างมากครับ มีลงมติไปแล้วผมจะไม่ย้อนไปว่า ด้วยเหตุผลอะไรนะครับ เพราะว่ามันเป็นความเห็นทางข้อกฎหมาย จะยกประเทศโน้นประเทศนี้ มาเปรียบเทียบ แต่นี่คือประเทศไทยนะครับ ตาผมเป็นคนพื้นเมือง คนพื้นเมืองเหมือนกับ ชาวที่อยู่ทางพื้นถิ่นนะครับ ยายผมเป็นคนลาวเยอะแยะไปหมดที่จะให้เหตุผลกัน แล้วใคร คือชนพื้นเมืองสำหรับเมืองไทย มีคนอพยพมาอยู่ที่นี่ มารุกราน มาแย่งพื้นที่เขาแล้วตั้งเป็น ประเทศเหมือนกับประเทศอื่นไหม อะไรต่าง ๆ พวกนี้เราพูดกันมาเยอะแล้วครับ แต่บทบัญญัติที่สำคัญที่สุดคือคำตอบของกรรมาธิการที่มาจากกฤษฎีกา ต้องขอบคุณท่านครับ ที่เอาประเด็นที่ได้มีการหารือแล้วพูดคุยกันในกรรมาธิการได้มาตอบในสภาแห่งนี้ สำคัญที่สุด คือบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญที่เราถือกันขณะนี้นะครับ ตราบใดถ้าไม่มีคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง อยู่ในนี้ บรรดากฎหมายต่าง ๆ ที่จะบัญญัติขึ้นมารองรับมันเป็นไปไม่ได้หรอกครับ มันเป็นไป ไม่ได้ นี่เขียนเฉพาะชาติพันธุ์นะครับ ถ้าท่านอยากเป็นท่านไปแก้รัฐธรรมนูญ บัญญัติ ในรัฐธรรมนูญครับ ถ้าให้มีคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง เป็นที่ยอมรับในรัฐธรรมนูญแล้ว ทุกอย่าง กฎหมายลำดับรองลงมารองรับได้หมดครับ และที่สำคัญโดยโครงสร้างของกฎหมายท่านเติมคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง เป็นคำนิยาม เฉพาะคำนิยามไม่มีบทบัญญัติรองรับความเป็นชนเผ่าพื้นเมืองเลย เขียนไปทำไม พูดกัน เยอะครับเรื่องพวกนี้ เพราะฉะนั้นผมเองไม่เห็นด้วยกับการแยกประเด็นที่จะลงมติ แต่ให้สิทธิ ถ้ามีการเสนอญัตติพวกเราก็พร้อมโหวตที่จะเอาว่าจะลงแยกประเด็นหรือไม่แยกประเด็น หลังจากนั้นก็ค่อยมาลงกัน นั่นเหตุผลที่ ๑ นะครับ
เหตุผลที่ ๒ กรณีเสียงข้างมากเขาได้ปรึกษาหารือกันมาแล้วเขามีความเห็นว่า เขาเห็นชอบกับการแก้ไขของกรรมาธิการเสียงข้างมาก ตามร่างของกรรมาธิการเสียงข้างมาก เพราะฉะนั้นท่านจะแยกลงไม่แยกลง มติออกมาเหมือนเดิมครับ เพิ่มเติมคือเสียเวลากับ สภาแห่งนี้เท่านั้นเอง และสมาชิกก็คาดการณ์ว่าจะ ๕ ทุ่มไหมกฎหมายฉบับนี้วันนี้ หลายคน ก็มีงานเยอะนะครับ ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ด้วยเหตุผลเหล่านี้ไม่ควรแยกครับ เว้นแต่เมื่อร่างกรรมาธิการกลับมาที่สภาแล้วมีการปรึกษาหารือเสียงข้างมากคล้อยตามว่า กรรมาธิการเสียงข้างน้อยแปรญัตติหรือสงวนความเห็นมามีเหตุและผลที่ดี อันนั้นเราใช้กลไก ของการแยกประเด็นลงมติ แล้วเสียงข้างมากเป็นใจให้ท่าน มีมติให้แยกตรงนั้นไปได้เลยครับ ก็กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ เพื่อให้กฎหมายฉบับนี้ขับเคลื่อนไปโดยเร็ว ผมว่าโหวตมาตรานี้ ท่านก็ถาม ๒ คำถามเหมือนเดิมครับ เห็นด้วยกับการแก้ไขไหม ผมเชื่อว่า สภาแห่งนี้เห็นด้วยกับการแก้ไข หลังจากนั้นท่านก็ถามต่อว่าจะเห็นด้วยกับเสียงข้างมาก หรือเสียงข้างน้อยก็จบแค่นี้ครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณทั้ง ๒ ๓ ท่านที่ได้แสดงความคิดเห็นนะครับ ระหว่างที่ท่านแสดงความคิดเห็น ผมก็มาอ่านชัด ๆ แล้วพอทำความเข้าใจก็พอจะเห็นว่าสามารถที่จะลงมติได้แล้วครับ ในกรรมาธิการเสียงข้างน้อยในกลุ่มของท่านณัฐวุฒิท่านได้สงวนความเห็นโดยขอแปรญัตติ ในส่วนของกลุ่มชาติพันธุ์ไว้โดยเพิ่มคำนิยามในช่วงท้าย พูดง่าย ๆ ว่าให้มีชนเผ่าพื้นเมือง เข้าไปด้วย แต่ว่าในตัวร่างแก้ไขของกรรมาธิการเสียงข้างมากเขาไม่มี เพราะฉะนั้น นั่นหมายความว่าก็สามารถที่จะถามได้ว่าเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากหรือเห็นด้วยกับ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่ขอสงวนความเห็นไว้ คือกลุ่มของท่านณัฐวุฒิ ถ้าเสียงข้างมาก ของสภาเห็นด้วยกับการแก้ไขและเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการเสียงข้างมาก ก็แปลว่าคำสงวนความเห็นของท่านณัฐวุฒิตกไปในกลุ่มของกลุ่มชาติพันธุ์ เมื่อกลุ่มชาติพันธุ์ตก ในคำนิยามว่า ชนเผ่าพื้นเมือง หมายความว่าอะไร ซึ่งมันอยู่ในตอนท้ายของกลุ่มชาติพันธุ์ เมื่อกลุ่มชาติพันธุ์ของท่านณัฐวุฒิตกไปแล้ว กลุ่มชนเผ่าพื้นเมืองก็ไม่จำเป็นต้องถาม ก็เอาเป็นแบบนี้นะครับ เพราะฉะนั้นผมจะถามคำถามแค่ ๒ ครั้งเหมือนเดิมคือ เห็นด้วย กับการแก้ไขหรือไม่ ถ้าเห็นด้วยกับการแก้ไขก็จะถามครั้งที่ ๒ ว่าเห็นด้วยกับการแก้ไขของ กรรมาธิการเสียงข้างมากหรือของกลุ่มที่ได้สงวนความเห็นไว้ คือกลุ่มของท่านณัฐวุฒิ ก็จะถาม ๒ คำถามแบบนี้ ท่านณัฐวุฒิ เชิญครับ
ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ณัฐวุฒิ บัวประทุม ท่านประธานครับ เนื่องจากว่าจริง ๆ ประเด็นนี้มันไม่ใช่มีแค่เรื่องของ กลุ่มชาติพันธุ์กับชนเผ่าพื้นเมือง ในตัวนิยามยังมีประเด็นเรื่องของสภากลุ่มชาติพันธุ์อีก มันมีทั้งหมด พูดง่าย ๆ ก็คือกรรมาธิการรับไปก็มีการแก้ไขมาทั้งหมด ๔ จุด ทางเสียงข้างน้อย ไม่เห็นชอบด้วย ๑ จุด และขอเพิ่มเข้าไปอีก ๑ จุด รวมมันเป็น ๕ จุด ฉะนั้นมันอยู่ที่ว่า เราจะลงมติคลุมทั้งมาตราหรือว่าจะมีการแยก ถ้าแยกจะแยกเป็นรายคำหรือจะแยกเป็นกลุ่ม เพราะว่าประเด็นที่ท่านพูดอาจจะไม่ได้เป็นไปด้วยกัน คือถ้าเอากันเป็นกลุ่มเช่น กลุ่มชาติพันธุ์กับชนเผ่าพื้นเมือง ๑ กลุ่ม กับคำที่เหลืออีก ๑ กลุ่มยังพอเป็นไปได้เลย แต่ผมคิดว่าจะไปบอกว่าจะเอาแค่คำนี้แล้วคำนี้ตกไปไม่เอาอีกคำหนึ่งที่มีเสียงข้างน้อย ก็คงจะไม่ใช่ เพราะว่าเวลาที่แปรสงวนไว้ท่านจะเห็นได้ว่าเขาก็แยกกันไม่ได้ต่อเนื่องกัน เว้นแต่ว่าถ้าที่ประชุมจะพิจารณาลงมติมาตรานี้รวมทั้งหมด ณ นาทีนี้ พวกผมไม่ได้ติดใจ ถึงขนาดที่จะให้เสนอเป็นญัตติขอให้แยกการลงมติก็สามารถทำได้ในการลงมติรวมทั้งหมด ก็ได้ครับ แต่แสดงจุดยืนทั้งหมดนะครับว่าเราคิดว่า ชนเผ่าพื้นเมือง นั้นมีอยู่จริงในสังคม ในประเทศไทยครับ
ท่านณัฐวุฒิอย่างนี้ครับ คือมีการแก้ไขมี ๕ ประเด็นด้วยกัน แต่ว่าที่เห็นไม่เหมือนกันมีแค่ ๒ ประเด็นครับ คือประเด็นกลุ่มชาติพันธุ์กับประเด็นคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ซึ่งประเด็น การตัดคำว่า สมัชชา กลุ่มที่ขอเป็นเสียงข้างน้อยของท่านนี่ท่านไม่ได้ติดใจ เพราะฉะนั้นผมก็ คิดว่าเราสามารถที่จะลงมติรวมได้นะครับ หมายความว่าถ้าลงมติรวมเห็นด้วยกับ กรรมาธิการเสียงข้างมากแล้ว ในส่วนที่ท่านขอสงวนความเห็นไว้ซึ่งขอเพิ่มเติม ชนเผ่าพื้นเมืองไปด้วยอันนี้มันก็ตกไป เมื่ออันนี้ตกไปคำแปรญัตติอีกอันหนึ่งที่ท่านได้ แปรญัตติเอาไว้ โดยเขียนชนเผ่าพื้นเมืองมันก็ไม่สามารถที่จะไปลงมติเฉพาะชนเผ่าพื้นเมืองได้ เพราะในตัวบทก่อนหน้า มันไม่ได้มีอ้างถึงชนเผ่าพื้นเมือง เพราะฉะนั้นจะมาแยกลงมติเฉพาะ ชนเผ่าพื้นเมืองนี้ผมเห็นว่าไม่สามารถที่จะลงได้ ก็ขอเป็นว่าเป็นการลงมติแบบทั้งมาตรา แล้วก็ถาม ๒ ครั้งเหมือนที่เราเคยปฏิบัติ ท่านสมาชิกครับ ก่อนลงมติผมขออนุญาตตรวจสอบ องค์ประชุมครับ
(นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
เชิญแสดงตนครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
พอสมควรแล้วนะครับ ขอปิดการแสดงตนครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลเลยครับ มีเข้าประชุม ทั้งสิ้น ๓๘๓ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมครับ
ท่านสมาชิกเนื่องจากว่ามาตรานี้มีการแก้ไข ผมจะถามในคำถามแรกนะครับว่าท่านเห็นด้วย กับการแก้ไขหรือไม่ ถ้าเห็นด้วยก็กดปุ่ม เห็นด้วย ถ้าไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขนั่นหมายความว่า ให้คงไว้ตามร่างเดิมให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงกรุณากดปุ่ม งดออกเสียง เชิญใช้สิทธิครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิบ้างครับ ครบถ้วนแล้วนะครับ ปิดการลงมติ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ มีจำนวนผู้ลงมติทั้งสิ้น ๔๐๘ ท่าน เห็นด้วย ๔๐๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๐ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๓ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับการแก้ไขนะครับ
ทีนี้จะถามในคำถามที่ ๒ ครับว่าท่านเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก หรือเห็นด้วยกับ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่สงวนความเห็นไว้นะครับ ถ้าท่านเห็นด้วยกับกรรมาธิการ เสียงข้างมากให้กดปุ่ม เห็นด้วย เห็นด้วยกับกรรมาธิการที่สงวนความเห็นไว้ให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ใครต้องการงดออกเสียงกรุณากดปุ่ม งดออกเสียงครับ เชิญใช้สิทธิครับ ขออนุญาตแสดงตนด้วยครับ
(นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
เชิญแสดงตนครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
ท่านสมาชิกแสดงตนก่อนนะครับ ปิดการแสดงตนครับ มีผู้เข้าประชุมทั้งสิ้น ๔๐๑ ท่านครับ
ต่อไปจะเป็นการลงมติ ผมขอถามมติจากที่ประชุมครับว่าท่านสมาชิกท่านใดเห็นด้วยกับ กรรมาธิการเสียงข้างมากกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างน้อย กรุณากดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดต้องการงดออกเสียงกรุณากดปุ่ม งดออกเสียง เชิญใช้สิทธิครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
มีท่านใดยังไม่ใช้สิทธิไหมครับ ใช้สิทธิครบถ้วนแล้วนะครับ ปิดการลงมติครับ เจ้าหน้าที่ แสดงผลครับ มีจำนวนผู้ลงมติทั้งสิ้น ๔๐๙ ท่าน เห็นด้วย ๒๕๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๕๓ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมเห็นด้วยกับกรรมาธิการ เสียงข้างมากนะครับ
ท่านประธานครับ ผม สุทิน คลังแสง หมายเลข ๔๓๐ เห็นด้วยครับ
ปิดการลงมติไปแล้วครับ ไม่เป็นอะไรครับ บันทึกไว้นะครับ ต่อไปครับเป็นอันว่าจบมาตรา ๓ ต่อไปเชิญท่านเลขาธิการครับ
มาตรา ๔ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น
มาตรา ๔ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น ๑ ท่าน คือท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม เชิญครับ
ขอบคุณครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนคนจังหวัดอ่างทอง ท่านประธานครับ กรณีของมาตรา ๔ ที่ผมได้สงวนความคิดเห็นไว้นั้น เป็นประเด็นเรื่อง อำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้รักษาการตามกฎหมายฉบับนี้ แน่นอนครับว่าในขณะที่มีร่างแรกที่เข้ามาสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการนั้นมีการพูดถึง รัฐมนตรีอยู่ทั้งหมด ๒ ส่วนด้วยกัน ก็คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งก็คงมีบทบาท ที่แตกต่างกันครับ แต่อย่างไรก็ตามในชั้นกรรมาธิการนั้น กรรมาธิการเสียงข้างมากไปตัด ผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ออก ซึ่งท่านก็คงมีเหตุผลที่จะชี้แจงต่อที่ประชุมสภาว่าเพราะเหตุใดท่านถึงตัดออกไป ตรงนั้น ผมเองก็เห็นชอบด้วยครับไม่ได้มี ข้อติดข้องหมองใจแต่ประการใด แต่สิ่งที่ผมได้สงวน ความเห็นไว้และขออยากจะให้มีการเพิ่มเข้าไปในรัฐมนตรีที่มีอำนาจหน้าที่เป็นผู้รักษาการ ตามกฎหมายฉบับนี้ ก็คือเพิ่มนายกรัฐมนตรีครับ ถามว่าทำไมต้องเพิ่มอำนาจหน้าที่ของ นายกรัฐมนตรี ผมเองก็มีอยู่ทั้งหมด ๔ เหตุผลที่จะประกอบด้วยกัน
ประการที่ ๑ เมื่อพิจารณาอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายฉบับนี้ทั้งหมดเวลาเรา พูดต้องพูดถึงภาพรวมทั้งหมด ไม่ใช่แค่อำนาจในฐานะประธานหรือใด ๆ อย่างใดอย่างหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าในหมวดที่ ๒ ที่ว่าด้วยคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริม วิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์นั้นมีการให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมามีทั้งหมด ๓๕ ท่านด้วยกัน และ คนที่นั่งเป็นประธานก็คือนายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมาย เป็นประธาน ฉะนั้นนั่นเป็นเหตุผลประการที่ ๑ ครับ ในเมื่อเจตนารมณ์ของเนื้อหากฎหมาย ยังบอกเลยว่าประธานคณะกรรมการควรเป็นนายกรัฐมนตรี แล้วเพราะเหตุใดเราถึงไม่ใส่ นายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาการตามกฎหมายฉบับนี้ครับ
เหตุผลประการที่ ๒ เป็นเหตุผลสำคัญก็คือว่าเวลาเราพูดถึงพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ ณ ขณะนี้เราบอกว่าอาจจะมีรวมถึงประมาณ ๖๐ กว่ากลุ่มเป็นต้นไปด้วยกัน และในกลุ่ม เหล่านั้นมีพี่น้องประชาชนที่อยู่ในกลุ่มพี่น้องชาติพันธุ์เยอะแยะไปหมดครับ เอาเฉพาะที่เขา ระบุตนเอง เขาอยากมีส่วนในการที่จะเข้ามามีการขับเคลื่อนกฎหมายฉบับนี้ การดูแลพื้นที่ การอนุรักษ์อัตลักษณ์ วัฒนธรรม ประเพณีของเขาก็เกือบ ๆ ๑๐ ล้านคน ฉะนั้นในกรณี กฎหมายใดกฎหมายหนึ่งที่มีผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และเอาเข้าจริง ๆ เป็นหน้าที่ของพวกเรา ด้วยที่ต้องมีส่วนสนับสนุนแล้วก็คุ้มครอง และอีกด้านหนึ่งก็ไม่ไปละเมิดสิทธิของพี่น้อง กลุ่มชาติพันธุ์ดังกล่าวมันไม่น่าจะเสียหายอะไร แล้วเป็นสิ่งที่ดีด้วยซ้ำที่จะให้นายกรัฐมนตรี มาเป็นผู้รักษาการตามกฎหมายเพิ่มเติมเข้ามา สะท้อนให้เห็นว่าเราให้ความสำคัญต่อ กฎหมายฉบับนี้อย่างไร
เหตุผลประการที่ ๓ เป็นเหตุผลที่เกี่ยวข้องกับกรณีที่ไปเกี่ยวพันกับสิ่งที่เรา เป็นภาคีสมาชิกของกฎหมายระหว่างประเทศเป็นจำนวนมาก เวลาที่เราพูดถึงกฎหมาย ระหว่างประเทศท่านอย่านึกแต่กฎหมายได้เชิงสิทธิมนุษยชนนะครับ อย่านึกแต่ประเด็น ปฏิญญาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิชนเผ่าพื้นเมือง ไอแอลโอของพี่น้องแรงงาน ท่านสหัสวัต คุ้มคง ไอแอลโอ ๑๖๙ หรืออนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติที่ท่านชลธิชา แจ้งเร็ว ก็ดูแลอยู่ แต่ว่าเราต้องคิดถึงประเด็นมิติทางเศรษฐกิจ มิติในเรื่องของโลกร้อน มิติของการเปลี่ยนแปลงทางโลกร้อนต่าง ๆ Climate Change ที่ท่าน สส. ศนิวาร บัวบาน ท่านก็ดูแลเรื่องเหล่านี้อยู่ และเราพบว่าเวลาที่เราไปเป็นภาคีสมาชิก หรือมีส่วนในเรื่อง เหล่านี้ในระดับนานาอารยประเทศนั้นหลายครั้งคนที่ไปแสดงบทบาทในเวทีระหว่างประเทศ ว่าเขามีส่วนในการจะคุ้มครองสิทธิของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์นั้นคือนายกรัฐมนตรี อันนี้ก็เป็น เหตุผลประการที่ ๓ ที่ควรจะระบุอำนาจหน้าที่ให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาการตามกฎหมาย ฉบับนี้ด้วยครับ
เหตุผลประการที่ ๔ เป็นประการสุดท้าย ก็คือว่าเมื่อพิจารณาในเชิงเนื้อหา รายละเอียดทั้งหมดปกติแล้วข้อโต้แย้งสำคัญที่ท่านมักยกขึ้นมาโต้แย้งในกรณีของรัฐมนตรี รักษาการคือการไปออกกฎหมายลำดับรอง ออกกฎกระทรวง ประกาศ ระเบียบ ข้อบังคับ แบบนั้นแบบนี้ และถ้าเขาไม่ได้มีหน้าที่ก็ไม่จำเป็นต้องใส่เข้าไป แน่นอนครับในกฎหมาย ฉบับนี้หลายครั้งเป็นการออกประกาศในนามคณะกรรมการ หลายครั้งเป็นการออกระเบียบ ในนามของกระทรวงวัฒนธรรม หลายครั้งเป็นการออกข้อบังคับ ข้อบัญญัติต่าง ๆ ที่เป็น กฎหมายลำดับรองในการที่ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรท่านจะเป็นผู้ดูแล ผมเข้าใจและ ตระหนักดีครับ แต่ท่านจะเห็นว่าแม้กระทั่งการออกประกาศของคณะกรรมการ ที่พูดถึง การคุ้มครองในระดับนานาชาติ ในระดับชาติ ก็ให้นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน แล้วเขา เป็นคนออกกฎหมายหรือรับรองกฎหมายลำดับรองนั้น แล้วมีเหตุผลใดที่จะไม่ใส่ นายกรัฐมนตรีเข้าไปเป็นผู้รักษาการตามกฎหมายฉบับนี้ครับ
ฉะนั้นด้วยเหตุผลที่ผมนำเรียนต่อท่านประธานมาทั้งหมด ๔ ประการ ผมพยายามจะเน้นย้ำให้เห็นความสำคัญครับว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่ใช่แต่เพียงกฎหมาย ที่คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มพี่น้องชาติพันธุ์ แต่กฎหมายฉบับนี้จะละเลยชนเผ่า พื้นเมืองที่อยู่ในประเทศไทยไม่ได้ กฎหมายฉบับนี้ไม่ใช่ดูกลุ่มชาติพันธุ์แต่เพียง ๖๐ กลุ่ม ๖-๑๐ ล้านคนเศษ แต่กฎหมายฉบับนี้ยังเกี่ยวพันต่อพี่น้องประชาชนอื่น ๆ กฎหมายฉบับนี้ ไม่ใช่ขอบเขตหรือบริบทเพียงแต่ในประเทศไทย แต่กฎหมายฉบับนี้ยังมีความสำคัญและ ส่งผลต่อสถานะของไทยในเวทีระหว่างประเทศ แม้กระทั่งกรณีที่ไทยเพิ่งได้นั่งในคณะมนตรี สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉะนั้นด้วยเหตุผลดังกล่าวผมเข้าใจและตระหนักดีถึงภารกิจของนายกรัฐมนตรีว่าท่านมี มากมาย แต่ว่าการที่มีกฎหมายสำคัญแบบนี้เกิดขึ้นมา การที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาการ ขึ้นมาเพิ่มเติมนั้นก็ไม่ควรจะเสียหายอย่างไร แต่อย่างไรก็ตามในเมื่อวันนี้สถานการณ์ของ การผ่านกฎหมายฉบับนี้เป็นเรื่องสำคัญและจำเป็น ฉะนั้นผมคิดว่าวันนี้ให้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงวัฒนธรรมเป็นผู้ดูแลไปก่อน แล้วมีองคาพยพอื่น ๆ ในการสนับสนุนนั้นก็ยัง สามารถทำหน้าที่ได้ดี ส่วนกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ผมไม่ติดใจ แต่ประการใดครับ ฉะนั้นสิ่งที่ผมได้อภิปรายทั้งหมดถึงแม้ผมจะเป็นผู้สงวนประเด็นเรื่อง นายกรัฐมนตรีไว้ แต่เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการลงมติมาตรานี้ในวันนี้ ผมขอไม่ติดใจ ข้อสงวนที่ผมได้สงวนไว้ครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณมากครับ กรรมาธิการไม่ชี้แจงนะครับ ท่านณัฐวุฒิยังติดใจไหมครับ ไม่ติดใจนะครับ เมื่อผู้สงวนความเห็นไม่ติดใจ แต่ว่าอย่างไรก็ดีก็ยังต้องลงมติเพราะว่ามาตรานี้มีการแก้ไข ก็จะถามมติแค่ครั้งเดียวว่าท่านเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการหรือไม่ ก่อนจะลงมติ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ
(นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
ท่านสมาชิกครับ ในมาตราถัดไปสำหรับผู้แปรญัตติหรือผู้สงวนความเห็นผมขอให้ทาง เจ้าหน้าที่ตั้งเวลาไว้สัก ๕ นาที ถ้ามากกว่านั้นก็ขยับขยายไปได้ แต่ขอตั้งไว้ ๕ นาทีนะครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
ปิดการแสดงตน เจ้าหน้าที่แสดงผลเลยครับ มีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น ๓๕๖ ท่าน
ผมจะถามมติจากที่ประชุมว่า ท่านเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการในมาตรา ๔ หรือไม่ ถ้าเห็นด้วยกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ถ้าไม่เห็นด้วยกรุณากดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ถ้าต้องการ งดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงมติครับ
ท่านประธานจะไม่ขึ้นจอเสียหน่อย หรือครับ
ยังอยู่ในช่วงลงมติครับ ยังไม่ลงมติหลายท่านเลยนะครับ พอสมควรนะครับ ผมขอปิดการ ลงมติ เชิญเจ้าหน้าที่แสดงผลครับ มีจำนวนผู้ลงมติทั้งสิ้น ๓๗๗ ท่าน เห็นด้วย ๓๗๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๐ ท่าน งดออกเสียง ๐ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๔ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุม มีมติเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการในมาตรา ๔ นะครับ
ต่อไปเชิญท่านเลขาธิการครับ
หมวด ๑ บททั่วไป ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๕ มีการแก้ไข
มาตรา ๕ มีการแก้ไขนะครับ ไม่มีผู้สงวนความเห็น ไม่มีผู้แปรญัตติ และไม่มีท่านสมาชิก ติดใจ แต่ว่ามีการแก้ไขต้องลงมตินะครับ ก่อนลงมติขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ
(นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
ท่านสมาชิกครับ การลงมติครั้งถัด ๆ ไปค่อนข้างที่จะเร็ว เพราะฉะนั้นท่านสมาชิกอย่าลุก ไปไหนนะครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
ปิดการแสดงตนครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ มีจำนวนผู้เข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น ๓๖๒ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ
จะถามมติจากที่ประชุมในมาตรา ๕ ที่มีการแก้ไข ก็จะถามว่าที่ประชุมเห็นด้วยกับการแก้ไข ของกรรมาธิการหรือไม่ ถ้าหากว่าเห็นด้วยก็กดปุ่ม เห็นด้วย ถ้าไม่เห็นด้วยกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดต้องการงดออกเสียงกรุณากดปุ่ม งดออกเสียง เชิญใช้สิทธิได้เลยครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ลงมติครบถ้วนแล้วขอปิดการลงมติครับ เชิญเจ้าหน้าที่แสดงผลครับ มีจำนวนผู้ลงมติทั้งสิ้น ๓๘๓ ท่าน เห็นด้วย ๓๘๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๐ ท่าน งดออกเสียง ๐ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการในมาตรา ๕ ครับ
ต่อไปเชิญท่านเลขาธิการครับ
มาตรา ๕/๑ คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่
มาตรา ๕/๑ กรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่ครับ ก็จะต้องถามมติจากที่ประชุมว่าเห็นด้วยกับ การเพิ่มขึ้นใหม่ของคณะกรรมาธิการหรือไม่ ก่อนถามมติขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ
(นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
ขอเชิญสมาชิกแสดงตนครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
ขอปิดการแสดงตนนะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลเลยครับ มีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น ๓๗๗ ท่าน ครบองค์ประชุม
ผมขอถามมติจากที่ประชุมว่าท่านเห็นด้วยกับการเพิ่มขึ้นใหม่ของคณะกรรมาธิการ ในมาตรา ๕/๑ หรือไม่ หากเห็นด้วยกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ไม่เห็นด้วยกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ต้องการงดออกเสียงกรุณากดปุ่ม งดออกเสียง เชิญใช้สิทธิเลยครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ขอปิดการลงมตินะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ มีจำนวนผู้ลงมติทั้งสิ้น ๓๘๒ ท่าน เห็นด้วย ๓๗๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๐ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๖ ท่าน เป็นอันว่า ที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับการเพิ่มขึ้นใหม่ของกรรมาธิการในมาตรา ๕/๑ นะครับ
ต่อไปครับท่านเลขาธิการครับ
มาตรา ๕/๒ คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่
มาตรา ๕/๒ คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่ ก็จะถามมติจากที่ประชุมว่าเห็นด้วยกับ การเพิ่มขึ้นใหม่ของกรรมาธิการหรือไม่ ก่อนลงมติขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ
(นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
ผมขอไปเร็ว ๆ นิดหนึ่งตามให้ทันนะครับท่านสมาชิก เพราะว่าเดี๋ยวไม่อย่างนั้นคืนนี้ จะดึกกันนะครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เจ้าหน้าที่ปิดการแสดงตนเลยครับ แสดงผลเลยครับ มีจำนวนผู้เข้าประชุมทั้งสิ้น ๓๘๑ ท่านครับ
จะถามมติจากที่ประชุมครับว่าท่านเห็นด้วยกับการเพิ่มขึ้นใหม่ของคณะกรรมาธิการ ในมาตรา ๕/๒ หรือไม่ หากเห็นด้วยกดปุ่ม สีเขียว ไม่เห็นด้วยกดปุ่ม สีแดง ถ้างดออกเสียง กดปุ่ม สีเหลือง เชิญใช้สิทธิครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ปิดการลงมติครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลเลยครับ มีจำนวนผู้ลงมติทั้งสิ้น ๓๗๗ ท่านครับ เห็นด้วย ๓๗๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๐ ท่าน งดออกเสียง ๐ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๕ ท่านครับ เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับการเพิ่มขึ้นใหม่ของคณะกรรมาธิการนะครับ
ต่อไปท่านเลขาธิการครับ
มาตรา ๕/๓ คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่
มาตรา ๕/๓ กรรมาธิการเพิ่มขึ้นไหมครับ จะถามมติจากที่ประชุมครับว่าเห็นด้วยหรือไม่ กับการเพิ่มขึ้นใหม่ ก่อนลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ
(นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
เชิญแสดงตนครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
ปิดการแสดงตนนะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลเลยครับ มีจำนวนผู้เข้าประชุม ๓๖๒ ท่านครับ ถือว่าครบองค์ประชุมครับ
ต่อไปจะถามมติจากที่ประชุมนะครับว่าท่านเห็นด้วยกับการเพิ่มขึ้นใหม่ของคณะกรรมาธิการ ในมาตรา ๕/๓ หรือไม่ หากเห็นด้วยกรุณากดปุ่ม สีเขียว ไม่เห็นด้วยกดปุ่ม สีแดง งดออกเสียง กดปุ่ม สีเหลือง ใช้สิทธิได้เลยครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ปิดการลงมติครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลเลยครับ มีจำนวนผู้ลงมติทั้งสิ้น ๓๗๒ ท่านครับ เห็นด้วย ๓๖๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๐ ท่าน งดออกเสียง ๐ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๓ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมเห็นด้วยกับการเพิ่มขึ้นใหม่ของกรรมาธิการในมาตรา ๕/๓ ครับ
เชิญท่านเลขาธิการครับ
มาตรา ๕/๔ คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่
มาตรา ๕/๔ กรรมาธิการเพิ่มขึ้นไหมครับ ต้องลงมตินะครับ ก่อนลงมติขอตรวจสอบ องค์ประชุมครับ
(นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
เชิญแสดงตนครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
ขอปิดการแสดงตนครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ มีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น ๓๖๘ ท่าน ถือว่า ครบองค์ประชุมครับ
ต่อไปจะถามมตินะครับว่าท่านเห็นด้วยหรือไม่กับการเพิ่มขึ้นใหม่ของกรรมาธิการในมาตรานี้ หากเห็นด้วยกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ไม่เห็นด้วยกรุณากดปุ่ม ไม่เห็นด้วย งดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงมติครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ขอปิดการลงมติครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติทั้งสิ้น ๓๗๙ ท่านครับ เห็นด้วย ๓๗๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๐ ท่าน งดออกเสียง ๐ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๗ ท่าน เป็นอันว่า ที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่เพิ่มขึ้นใหม่ในมาตรานี้นะครับ