มานพ คีรีภูวดล ยืนยันการมีอยู่ของชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทยและเรียกร้องให้มีการรับรองสิทธิอย่างเป็นทางการตามข้อมูลวิชาการและพันธกรณีระหว่างประเทศ เพื่อส่งเสริมความหลากหลายทางวัฒนธรรม ป้องกันความขัดแย้ง และผลักดันให้สังคมไทยก้าวสู่การยอมรับในเวทีโลก
ขอบคุณครับท่านประธาน กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน สัดส่วนชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง ท่านประธานครับ ผมคิดว่าเรื่องที่ผม อยากจะสื่อสารกับท่านประธานเป็นเรื่องสำคัญครับ และเป็นเรื่องข้อเท็จจริง แล้วผม ก็เชื่อมั่นว่าสภาแห่งนี้มีความงดงามของผู้แทนราษฎรที่มีความคิดต่างแล้วมาพูดกัน ทั้งหมดนี้ เพื่อที่จะก้าวไปข้างหน้าครับ เราจะไม่ย่ำอยู่ที่หลัง เราจะไม่ย่ำอยู่ที่เดิมกับเรื่องที่เป็นอดีต บางอย่างที่มันทำให้พวกเรามีความขัดแย้งมีปัญหากัน ชนเผ่าพื้นเมืองครับท่านประธาน ผมยืนยันว่าในประเทศไทยนี้มีตัวตนครับ ผมยืนอยู่ตรงนี้เป็นชนเผ่าพี่น้องกะเหรี่ยงปกาเกอะญอ ถ้าผมไม่ใช่ชนเผ่าพื้นเมืองแล้วผมจะเป็นใครครับ ผมเป็นคนไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงซึ่งเป็น ชนเผ่าพื้นเมืองที่ผมได้นิยามตัวเองขึ้นมา ไม่จำเป็นจะต้องให้คนอื่นนิยามให้ผม ผมนิยาม ของผม ผมเอาหลักการที่ไหน ผมเอาวิถีชีวิตของผม ผมเอาตัวตนเครือข่ายความเป็น วัฒนธรรมของผม และสหประชาชาติก็รับรองด้วย ที่ท่านอาจารย์ชูพินิจได้อ่าน ผมอยากให้ ท่าน สส. อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ได้ไปอ่านปฏิญญาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิชนเผ่า พื้นเมืองครับ UNDRIP นะครับท่าน ต้องดูหลายข้อครับ ข้อที่ ๔๖ ชัดเจนครับ UNDRIP เขียนไว้ชัดเจนครับ ข้อ ๔๖ ไม่สามารถที่จะแบ่งแยกตัวเองได้ ผมคิดว่าการพูดในสภาจะต้อง พูดบนพื้นฐานข้อเท็จจริงครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญนะครับ อยากจะฝากท่านสมาชิกที่ได้ อภิปราย ผมไม่อยากจะใช้เวทีนี้ในการปลุกระดมใคร ผมไม่อยากจะใช้เวทีนี้ในการที่จะ สร้างความขัดแย้งในสังคมครับ ผมคิดว่าเราจะก้าวเดินต่อไปเพื่อจะเป็นพื้นที่ที่เราบอกว่า ชาติพันธุ์ไทย ชนเผ่าพื้นเมืองไทยจะต้องมีพื้นที่ในเวทีระดับโลก อันนี้เป็นเรื่องสำคัญครับ ท่านประธาน ผมจะพูดได้อย่างไรครับว่าพี่น้องลัวะอยู่ก่อนที่พระยาเม็งรายจะสร้างเมือง เขาไม่ใช่ชนเผ่าพื้นเมืองแล้วผมจะพูดได้อย่างไร ผมจะพูดได้อย่างไร พี่น้องมานิอยู่มาเป็น หลายพันปีอยู่เทือกเขาบรรทัดไปถึงมาเลเซีย อยู่มาเป็นหลายพันปีถ้าไม่ใช่ชนเผ่าพื้นเมือง แล้วผมจะพูดได้อย่างไรว่าประเทศไทยไม่มีชนเผ่าพื้นเมือง ผมจะพูดได้อย่างไร พี่น้อง ชาวญัฮกุร อยู่ที่เพชรบูรณ์ อยู่ที่ขอนแก่น อยู่ในตั้งแต่วัฒนธรรมทวารวดี ก่อนวัฒนธรรม อีกหลายวัฒนธรรม ผมจะยืนยัน จะพูดได้อย่างไรว่าไม่มี ท่านประธานครับ ผมในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เป็นตัวแทนของพี่น้องชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง ผมยืนยันครับ ว่าประเทศไทยประกอบสร้างด้วยผู้คนหลากหลายกลุ่มจริง ๆ ครับ ก่อนที่จะมีรัฐชาติ ก่อนที่ จะมีการปฏิรูปแบบสมัยใหม่ สมัยรัชกาลที่ ๕ เราประกอบสร้างด้วยวัฒนธรรมต่าง ๆ ขึ้นมา ที่เราเรียกรวม ๆ ว่าเราคือคนไทยที่พูดภาษาไทย เพราะฉะนั้นการสื่อสารโดยตรงไปตรงมา ว่าในข้อเท็จจริงที่ ๑ สังคมไทยเป็นสังคมพหุสังคม พหุวัฒนธรรม ที่มีรากที่ลึกมากครับ มาจากหลากหลายขึ้นมา วันนี้เราดีใจกับพี่น้องชาติพันธุ์ พี่น้องคนจีนที่มาอยู่ในประเทศไทย มีโอกาสพัฒนาด้านการศึกษาได้เติบโตในทางเศรษฐกิจ ในทางการเมือง ในบทบาททั้งสังคม เยอะแยะมากมาย แล้วผมก็เชื่อว่าในสภานี้ทุกคนมีที่มาที่ไป แล้วผมยังยืนยันว่ายังมีพี่น้องที่เป็นชนเผ่าพื้นเมืองดั้งเดิมจริง ๆ ที่เราไม่ได้พูดเรื่องเขตแดน เขตแดนเราพูดปี ๒๔๑๐ สมัยรัชกาลที่ ๔ นี่เองที่เราแบ่งกับประเทศอังกฤษเมื่อก่อนไม่มี เขตแดนข้ามไปข้ามมาทำมาหากินร่วมกัน เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผมคิดว่าผมยืนยันร่วมกับ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยและผมอยากจะให้สภาได้บันทึกไว้ว่าวันนี้ตัวแทนของผู้แทนราษฎร ที่เป็นชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองได้ยืนยันตัวตนในสภาแห่งนี้ ถึงแม้ว่าในมาตรานี้ผลการโหวต จะเป็นอย่างไร แต่เราก็ยืนยันว่ากฎหมายฉบับนี้อย่างไรก็ต้องเดินหน้า เพราะว่าเวลาของ ประเทศไทยจะต้องไปอยู่ในเวทีของโลกเป็นเรื่องจำเป็น แล้วก็เป็นก้าวสำคัญของสังคมไทย ที่เราจะไปบอกเพื่อนในโลกว่าเราจะอยู่ร่วมกับสังคมโลกที่มีความแตกต่างอย่างไร
ท่านประธานครับ ในประเด็นที่ ๒ ที่ผมอยากจะยืนยันนะครับว่าเหมือนกับ ท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม ได้คุยไปแล้วนะครับ ท่านอาจารย์ชูพินิจได้พูดไปแล้วว่าประเทศไทย ได้ไปลงนามว่าด้วยปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ตรงนี้ท่านประธานสิ่งที่มันเกิดก็คือว่า อีกขาหนึ่งเราบอกว่าเราไปลงนามเรื่องนี้ อีกขาหนึ่งบอกว่าเราไม่มี ซึ่งมันเป็นความย้อนแย้ง กันสิ่งที่มันเกิดขึ้นคืออะไรครับท่านประธาน อันที่ ๑ ก็คือว่าเรากำลังจะบอกตัวเองว่า เรากำลังจะมีและไม่มี ซึ่งอันนี้ผมได้คุยกับทั้งสภาความมั่นคงและคุยกับกระทรวง การต่างประเทศ ผมเข้าใจในความจำเป็นในอดีตที่ผ่านมาในบางเรื่องบางราว และผมเข้าใจ ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนได้ถกเถียงกันด้วยเหตุและผล ด้วยตรรกะ ด้วยมีวุฒิภาวะ ของความเป็นผู้แทนในกรรมาธิการ ทีนี้สิ่งที่จะเกิดความเสียหายหากว่าไม่มีในตัวนี้นะครับ ท่านอาจารย์ชูพินิจได้เอาหลักวิชาการ ข้อตกลงต่าง ๆ ในข้อตกลงระหว่างประเทศ ชัดเจนแล้วครับ ถ้าหากว่าเราไม่มีอะไรจะเสียโอกาสอะไร ท่านประธานครับ การมีคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ผมยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องเรื่องความมั่นคง สถาบันทางวิชาการศูนย์ มานุษยวิทยาสิรินธรได้ศึกษาแล้วว่าชนเผ่าพื้นเมืองกลุ่มชาติพันธุ์ทั้งหมด อาจจะไม่ได้รวม ที่เรียกตัวเองว่าชนพื้นเมืองมีอยู่ประมาณ ๖๐ กลุ่ม รวมทั้งหมดมีประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ประมาณก็คือ ๖ ล้านคน กลุ่มเล็ก ๆ ที่เรียกตัวเองว่าชนพื้นเมือง พี่น้องมานิวันนี้ประชากร ผมคิดว่ายังไม่ถึง ๓,๐๐๐ คนเลยครับ พี่น้องชาวญัฮกุรวันนี้ประชากรยังไม่ถึง ๔,๐๐๐ คน เลยครับ และประเด็นอะไรที่คุณจะมาบอกว่าเป็นเรื่องของความมั่นคง มันก็อยู่ใน อบต. มันก็อยู่ในหมู่บ้าน มันก็อยู่ในอำเภอนี่ล่ะครับ แนวคิดเรื่องนี้ผมคิดว่าเป็นแนวคิดที่เราอาจจะ ต้องมาทบทวน แนวคิดเรื่องนี้เป็นแนวคิดที่พวกเราจะต้องหยิบขึ้นมาพูดเชิงข้อมูล และวิชาการแบบจริง ๆ จัง ๆ ถ้าไม่อย่างนั้นท่านประธานครับเรากำลังจะเดินย้อนรอย ประวัติศาสตร์และสร้างความแตกต่างที่จะนำไปสู่ความขัดแย้ง แต่วันนี้ผมยืนยันและผมยินดี ที่จะให้กฎหมายฉบับนี้ผ่าน แต่ในฐานะผู้แทนราษฎร ในฐานะที่เป็นตัวแทนผมก็ยืนยันว่า ประเทศนี้มีชนเผ่าพื้นเมืองและมีตัวตนจริง ๆ ขอบคุณมากครับท่านประธาน