จิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ชื่นชมรัฐบาลที่นำหลักการ Global Minimum Tax มาใช้อย่างสมบูรณ์ พร้อมเสนอให้มีมาตรการรองรับเพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการลงทุนและส่งเสริมการลงทุนอย่างเหมาะสมในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดศรีสะเกษครับ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นต้องขออนุญาตชื่นชม ทางรัฐบาลที่มีความกล้าหาญในการนำหลักการ Global Minimum Tax อย่างสมบูรณ์มาใช้ ในประเทศไทยเป็นประเทศแรก ๆ ของโลกเราทำค่อนข้างเร็วเมื่อเทียบกับประเทศต่าง ๆ สาเหตุที่มีการต้องนำระบบนี้มาใช้ก็เนื่องจากว่าเป็นเวลานานแล้วที่บริษัทข้ามชาติใหญ่ ๆ มักจะโอนกำไรไปสู่ประเทศที่มีอัตราภาษีต่ำ ๆ เช่น ประเทศที่มีอัตราภาษีใกล้ ๐ หรือ เป็น ๐ นะครับ ก็ทำให้บริษัทต่าง ๆ เหล่านั้นในที่สุดก็เสียภาษีในอัตราที่ต่ำมาก แล้วก็ ประเทศที่ควรจะได้ภาษีก็ไม่ได้นะครับ ประกอบกับในปัจจุบันมีระบบ Digital Economy ที่ทำให้ กระบวนการจัดเก็บภาษีเป็นไปได้ด้วยความยากลำบากนะครับ ประเทศซึ่งเป็นโออีซีดีประเทศที่ พัฒนาแล้วประมาณ ๓๘ ประเทศ รวมทั้งประเทศ G20 ก็ได้มีการประชุมกัน แล้วก็หาทางแก้ไข ปัญหานี้ โดยออกมาตรการที่เรียกว่า Global Minimum Tax หรือ OECD Pillar 2 ซึ่งก็เป็น วิธีการที่ออกมาเป็นกติกาสากลเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยกำหนดให้ประเทศ ที่เป็นบริษัทข้ามชาติที่มีรายได้ ๗๕๐ ล้านยูโรขึ้นไป หรือประมาณ ๒.๖ ๒.๗ ๒.๘ หมื่นล้านบาท แล้วก็เสียภาษีที่แท้จริงต่ำกว่า ๑๕ เปอร์เซ็นต์ให้เสียภาษีให้ถึง ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งหลักการ ที่ใช้ในการดำเนินการเก็บภาษีดังกล่าวก็มีหลักการใหญ่ ๆ อยู่ ๒ หลักการครับ หลักการหนึ่ง เรียกว่าหลักการ IIR หรือ Income Inclusion Rule กฎการรวมเงินได้นะครับเนื่องจาก กลุ่มบริษัทนิติบุคคลมักจะมีบริษัทแม่มีบริษัทลูก ดังนั้นการรวมเงินได้ของบริษัทในเครือข่าย จึงมีความจำเป็นครับ แล้วกฎที่ ๒ ที่มีความจำเป็นก็คือกฎที่เรียกว่า UTPR หรือ Under Taxed Payment Rule หรือกฎการจัดเก็บภาษีส่วนเพิ่มนะครับ ส่วนของไทยก็แปลว่า กฎการจัดเก็บภาษีส่วนเพิ่มคงเหลือนะครับ ซึ่งเป็นมาตรการหลัก ๆ ประเทศที่จะเข้าร่วม จะต้องถือ ๒ หลักการนี้ อย่างไรก็ดีก็มีหลักการเพิ่มอีกหลักการหนึ่งที่ให้ประเทศต่าง ๆ นำไปใช้โดยอิสระได้ก็คือหลักการ Qualify Domestic Minimum Top Up Tax หรือ ย่อกันว่า QDMTT ซึ่งประเทศของเราก็ใช้ทั้ง ๓ หลักการเลยครับ ก็ถือว่าเรานำมาตรการ ทั้งหมดมาใช้อย่างสมบูรณ์แบบมากที่สุดเป็นประเทศแรก ๆ ของโลกนะครับ ถ้าเทียบกับ ประเทศเวียดนาม สิงคโปร์ หรือมาเลเซีย ซึ่งเป็นคู่แข่งของเรานี่นะครับ ประเทศต่าง ๆ เหล่านั้นจะใช้ประมาณ ๒ มาตรการครับ จะยังไม่ใช้มาตรการ UTPR ซึ่งมันก็มีข้อดีข้อเสียครับ การที่เรามีมาตรการที่ครบถ้วนสมบูรณ์แบบนั้นก็ทำให้มาตรการการจัดเก็บภาษีของเรา มีมาตรฐานสูง และมีความเป็นสากลมากกว่าซึ่งเป็นเรื่องดีนะครับ การจะทำอะไรที่เป็นสากลก็จะทำให้ บริษัทต่าง ๆ ประเทศต่าง ๆ เข้าใจได้ง่ายว่าการจัดเก็บภาษีจะทำอย่างไรเป็นสิ่งที่ดีเป็นสิ่งที่ มีประโยชน์ แล้วก็จะมีส่วนช่วยในเรื่องของการดึงดูดการลงทุนให้เข้ามาสู่ประเทศไทย แต่อย่างไรก็ดีการที่เรามีข้อกำหนดต่าง ๆ ที่มีมาตรฐานสูงก็จะทำให้เราขาดความยืดหยุ่น บางประการไปนะครับ เพราะฉะนั้นในการที่เราจะไปแข่งขันในการดึงดูดการลงทุนจาก ประเทศ ขณะที่ประเทศอื่นเขามีข้อจำกัดน้อยกว่าเราอาจจะมีความเสียเปรียบในส่วนนี้ อยู่บ้าง เพราะฉะนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น BOI หรือกระทรวงต่าง ๆ หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องมีมาตรการในการส่งเสริมการลงทุนหรือดึงดูดการลงทุนโดยตรง จากต่างประเทศที่เหมาะสม เนื่องจากปัจจุบันนี้โลกเปลี่ยนไป การดึงดูดการลงทุนโดยอาศัย อัตราดอกเบี้ยศูนย์ไม่สามารถดำเนินการได้แล้วเมื่อมีหลักของ Global Minimum Tax เพราะฉะนั้นมาตรการต่าง ๆ ที่รัฐบาลจะต้องมีการเตรียมการรองรับไว้จึงมีความสำคัญ เป็นอย่างยิ่ง จะนำมาตรการตามพระราชกำหนดมาใช้โดยที่ไม่มีมาตรการรองรับไม่ได้นะครับ กล่าวโดยสรุปผมเห็นว่าพระราชกำหนดนี้เป็นพระราชกำหนดที่มีความจำเป็นและเป็น ประโยชน์กับประเทศไทยที่จะทำให้ระบบการจัดเก็บภาษีของเราเป็นไปตามมาตรฐานสากล ยิ่งขึ้น อันจะทำให้เราสามารถดึงดูดการลงทุนจากประเทศได้มากขึ้น มีโอกาสที่เราจะได้รับ การยอมรับเป็นประเทศโออีซีดีมากขึ้น ปัจจุบันเราเป็นแต่เพียง Applicant ในโออีซีดี ยังไม่เป็นประเทศ Member แต่ถ้าหากว่าเศรษฐกิจของเรามีความเจริญเติบโตมากขึ้น มีกฎหมายระเบียบการดำเนินการต่าง ๆ ได้มาตรฐานมากขึ้น โอกาสที่เราจะได้รับ การยอมรับเป็นประเทศโออีซีดีก็จะมีมากขึ้นครับท่านประธาน แต่สิ่งที่ผมกังวลแล้วก็ ขออนุญาตฝากไปทางรัฐบาลก็คือว่าเมื่อเรามีพระราชกำหนดตัวนี้ขึ้นมาแล้วการส่งเสริม การลงทุนต่าง ๆ การดำเนินการชดเชยผู้ได้รับ BOI ไปแล้วจะต้องมีมาตรการที่ครบถ้วน สมบูรณ์นะครับ จะใช้การชดเชยในเรื่องของอาร์แอนด์ดีก็ดี หรือจะใช้ในเรื่องของมาตรการ การขยายระยะเวลาก็ดี มาตรการต่าง ๆ เหล่านี้จะต้องมีการคิดอย่างครบถ้วนและสมบูรณ์แบบ โดยต้องเปรียบเทียบกับประเทศคู่แข่งด้วย เพื่อที่ว่าเมื่อนักลงทุนต่างประเทศพิจารณาว่า จะลงทุนในประเทศใดแล้วจะได้พิจารณาประเทศไทยเป็นอันดับต้น ๆ ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน