สะถิระ เผือกประพันธุ์ หารือเรื่องภาษีส่วนเพิ่ม ๒๕๖๗ โดยเสนอข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีของบริษัทข้ามชาติ และเรียกร้องให้มีการช่วยเหลือบริษัทลูกของต่างชาติที่ย้ายฐานไปอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนี้ยังขอให้พิจารณาในเรื่องของ พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลัง และการจัดสรรรายได้จากภาษีส่วนเพิ่มให้แก่กองทุนขีดความสามารถ และยังแถลงการณ์ให้รัฐบาลจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีอื่นๆ ได้ตรงตามเป้าหมายและเกินเป้าหมาย เพื่อพัฒนาประเทศและปรับปรุงชีวิตประชาชน
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พรรคกล้าธรรม วันนี้ผมขออภิปรายในส่วนของร่างพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม ๒๕๖๗ ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งกับทางรัฐบาล ฝากท่านประธานไปนำเรียนกับ ทางรัฐบาลด้วยว่าเป็นสิ่งที่ดีสำหรับพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศครับ เพราะอะไรครับ ท่านบอกว่าท่านสามารถจัดเก็บได้ ๑.๒ หมื่นล้านบาท เพื่อมาพัฒนาประเทศและยกระดับ คุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนคนไทย แต่สิ่งที่ผมกำลังจะพูดก็คือเป็นข้อเสนอครับ ๑.๒ หมื่นล้านบาทนั้นท่านจะเก็บได้อย่างไร เก็บได้ตรงเป้าหรือไม่ และตรงนี้คือสิ่งที่ผม เป็นกังวลครับท่านประธาน เพราะว่าท่านต้องไปสู้กับบริษัทข้ามชาติ หรือเขาเรียกว่า MNE Group ที่มีขนาดเงินทุนถึง ๗๕๐ ล้านยูโร ท่านประธานครับ ภาษีส่วนเพิ่มทั้งโลกนี้ประเทศ พัฒนาแล้วจะได้ประโยชน์นะครับ ท่านประธานครับ สหรัฐอเมริกาได้ ๘๙ เปอร์เซ็นต์ ท่านมาดูข้อมูล จีน แอฟริกาใต้ บราซิล ได้เพียง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วที่เหลือเป็นประเทศ กำลังพัฒนานะครับ ได้เพียงแค่ ๑ เปอร์เซ็นต์จากภาษีส่วนเพิ่มเหล่านี้ นี่คือสิ่งที่ผมเป็นกังวล ว่าเราจะเก็บได้ตรงตามเป้าหมายอย่างไร ทีนี้ Global Minimum Tax หรือภาษีส่วนเพิ่ม เกิดขึ้นได้อย่างไร ก็เป็นความร่วมมือระหว่างประเทศเกี่ยวกับการกัดกร่อนภาษีและ การโยกย้ายภาษีหรือโออีซีดี มีทั้งหมด ๑๔๐ ประเทศ แล้วไทยก็เป็นหนึ่งในประเทศที่มี แนวทางตกลงความร่วมมือ อย่างเช่น ๒ แนวทาง หรือเขาเรียกว่า Pillar 1 และ Pillar 2 Pillar 1 ผมขอข้ามไปครับ แต่ Pillar 2 ท่านประธานครับ หรือที่เรียกว่า Global Minimum Tax ที่เขากำหนดว่า การจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลขั้นต่ำสำหรับบริษัทข้ามชาติที่มี ๒ ใน ๔ รอบบัญชี ๗๕๐ ล้านยูโรต้องเสียภาษีที่แท้จริง หรือ Effective Tax Rate ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๑๕ คำถามท่านประธานครับ ประเทศไทยมีบริษัทลูกของบริษัทแม่ประมาณ ๕,๐๐๐ แห่ง ถูกไหมครับท่านประธาน ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ เลย บริษัทเอเสียอยู่แค่ ๕ บาท ทีนี้เขาต้อง เสียอีก ๑๐ บาทถูกต้องไหมครับ เพื่อเป็นร้อยละ แต่ถ้าเขาต้องเสีย ๓๐ บาทเพื่อเป็น Effective Tax Rate ล่ะท่านจะเก็บเพิ่มเขาได้อย่างไร อันนี้ท่านต้องไปสู้กับบริษัทข้ามชาติ ระดับใหญ่ถูกไหมครับ เขาเสีย ๕ บาท เขาร้อยละ ๑๕ ต้องเสียเพิ่มอีก ๑๐ บาท แต่เขาต้อง เสียจริง ๆ ๒๐ บาทล่ะเราจะทำอย่างไร อันนี้ผมคิดง่าย ๆ นะครับ ทีนี้ผมก็มีข้อสังเกตว่า มีอยู่ ๖ ประเด็นท่านประธานครับ
ประเด็นแรก อย่างที่ผมบอกไปถ้าต่างชาติหรือว่าประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่ในภาคี เขาคิดร้อยละ ๑๐ ล่ะครับ เราต้องตัด Campaign มันจะข้ามไปประเด็นที่ ๒ เลยว่าถ้าเขา คิดร้อยละ ๑๐ เขาจะย้ายฐานลงทุนบริษัทลูกเหล่านี้ที่มี ๕,๐๐๐ แห่งย้ายไปอยู่ประเทศ เพื่อนบ้านหรือไม่ อย่างไร อันนี้คือประเด็นแรก
ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ เมื่อมีการย้ายแล้วท่านจะดึงเขากลับมา อย่างไร อย่างแรกครับท่านประธานฝากท่านประธานไปถามท่านรัฐมนตรีด้วยว่าเราต้องมี การช่วยเหลือถูกต้องหรือไม่ มีการจัด Campaign เพื่อช่วยเหลือบริษัทลูกเหล่านั้นหรือไม่ อย่างไร เขาต้องมี Campaign ครับ แล้ว Campaign ที่ท่านใช้นั้นท่านใช้งบประมาณ จากที่ใดเพราะเป็นภาษีของพี่น้องประชาชนครับ อันนี้ ๒ ประเด็นแล้วครับท่านประธาน
ประเด็นที่ ๓ บางประเทศภาษีส่วนเพิ่มเขาจัดเก็บเป็นภาษีเงินได้ และ บางประเทศไม่ใช่ภาษีเงินได้ ไม่ทราบว่ากรมสรรพากรและกระทรวงการคลังพิจารณา เป็นแบบไหน ประเด็นที่ ๓
ประเด็นที่ ๔ การจัดสรรรายได้จากภาษีส่วนเพิ่มให้แก่กองทุนขีดความสามารถ อันนี้ผมขอให้ทุกท่านพิจารณาในเรื่องของ พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังด้วยเช่นกัน อันนี้ เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งท่านประธานครับ แล้วกองทุนขีดความสามารถนั้นจะเน้นในลักษณะ ใด เพราะว่ากองทุนนี้จะได้งบประมาณจากการเก็บภาษีนี้หลักหมื่นล้านบาท ถ้าท่านเก็บได้ อันนี้ประเด็นที่ ๔ นะครับ
ประเด็นต่อมาครับ การจัดเก็บภาษีส่วนเพิ่มนี้ท่านประธานครับ เราจัดเก็บ มาจากภาษีต่างชาติ เขาชำระเป็นเงินสกุลใด เพราะเงินมันมีขึ้นมีลงครับท่านประธาน ตรงนี้ เราต้องกำหนดหรือไม่อย่างไร อันนี้ผมอยากขอข้อมูลด้วยนะครับ
แล้วสุดท้ายท่านประธานครับ ท่านพร้อมแล้วหรือยัง ผมว่าอย่างที่ผมบอก ทั่วโลกจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีเพิ่ม อเมริกาเท่านั้นที่ได้ประโยชน์ ผมให้กำลังใจ ทางรัฐบาล อยากให้จัดเก็บได้ตรงตามเป้าหมายและเกินเป้าหมายด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ ท่านต้องทำก็คืออะไรครับ ผมเป็นกำลังใจให้ทุกท่าน โดยเฉพาะกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง ว่าขอให้ทำหน้าที่ด้วยความสุจริตและโปร่งใส แล้วเพื่อนำงบประมาณเหล่านี้หรือภาษีเหล่านี้ มาพัฒนาประเทศและยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนไทยครับ ขอบคุณครับ