ชลน่าน ศรีแก้ว หารือเรื่องกระบวนการลงมติในสภา และเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยเสนอว่าควรแยกประเด็นลงมติแต่ไม่ต้องการเสนอเป็นญัตติ และอธิบายเหตุผลเกี่ยวกับการไม่เห็นด้วยกับการเติมคำว่า "ชนเผ่าพื้นเมือง" ลงในกฎหมาย เพื่อให้กฎหมายฉบับนี้ขับเคลื่อนไปโดยเร็ว
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ประเด็นข้อหารือท่านประธาน เรื่องของกระบวนการวิธีการที่จะลงมติ ผมไม่ก้าวล่วงไปอภิปรายเรื่องของสาระแม้จะมี การแก้ไขของเพื่อนสมาชิก แต่ประเด็นที่ผมอยากอภิปรายไม่ใช่ประเด็นเป็นการแก้ไข ประเด็นที่ท่านประธานหารือว่าจะลงมติอย่างไร เพื่อนสมาชิกเสนอว่าขอแยกลงมติกรณี เป็นกรณีไปเกี่ยวกับการแปรญัตติหรือสงวนความเห็นของเพื่อนสมาชิก เอาประเด็นนั้น ๆ มาแยกลงมติ ตามข้อบังคับทำได้ครับ ทำได้ ถ้าเสียงข้างมากในสภาแห่งนี้เห็นชอบด้วยว่า ทำได้ ก็คือเป็นมติ การเสนอเป็นญัตติก็ต้องมีมติว่าจะแยกลงมติหรือไม่ แต่ถ้าเสียงข้างมาก บอกว่าไม่จำเป็นต้องแยกลงมติ ลงมติรวมได้ ก็ลงมติรวม กระบวนการก็เป็นอย่างนั้น ไม่ได้ ซับซ้อนอะไรเสนอได้ครับ ก็เสนอเป็นญัตติมา แต่ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ผมเอง ไม่อยากให้เสนอเป็นญัตติเพื่อจะแยกประเด็นลงมติ
เหตุผลที่ ๑ ประเด็นเรื่องชนเผ่าพื้นเมือง เราเคยมีการอภิปรายมาครั้งหนึ่งแล้ว ถ้าท่านจำได้กฎหมายฉบับนี้เข้ามาถึงมาตรา ๓ อภิปรายเรื่องของคำนิยามว่า ชนเผ่าพื้นเมือง เพื่อนสมาชิกสภาแห่งนี้อภิปรายไปเยอะมาก และที่สำคัญมีการลงมติด้วย ลงมติในครั้งนั้น สภาแห่งนี้มีมติว่าไม่เห็นด้วยกับที่จะเติมคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ลงไปในกฎหมายฉบับนี้ ด้วยเหตุผลทั้ง ๒ ฝ่ายที่ฟังกันได้นะครับ เหตุผลทั้ง ๒ ฝ่ายที่ฟังกันได้ด้วยเสียงข้างมาก จบลงที่ว่าไม่ควรเติมลงไป อันนี้คือเสียงข้างมากครับ มีลงมติไปแล้วผมจะไม่ย้อนไปว่า ด้วยเหตุผลอะไรนะครับ เพราะว่ามันเป็นความเห็นทางข้อกฎหมาย จะยกประเทศโน้นประเทศนี้ มาเปรียบเทียบ แต่นี่คือประเทศไทยนะครับ ตาผมเป็นคนพื้นเมือง คนพื้นเมืองเหมือนกับ ชาวที่อยู่ทางพื้นถิ่นนะครับ ยายผมเป็นคนลาวเยอะแยะไปหมดที่จะให้เหตุผลกัน แล้วใคร คือชนพื้นเมืองสำหรับเมืองไทย มีคนอพยพมาอยู่ที่นี่ มารุกราน มาแย่งพื้นที่เขาแล้วตั้งเป็น ประเทศเหมือนกับประเทศอื่นไหม อะไรต่าง ๆ พวกนี้เราพูดกันมาเยอะแล้วครับ แต่บทบัญญัติที่สำคัญที่สุดคือคำตอบของกรรมาธิการที่มาจากกฤษฎีกา ต้องขอบคุณท่านครับ ที่เอาประเด็นที่ได้มีการหารือแล้วพูดคุยกันในกรรมาธิการได้มาตอบในสภาแห่งนี้ สำคัญที่สุด คือบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญที่เราถือกันขณะนี้นะครับ ตราบใดถ้าไม่มีคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง อยู่ในนี้ บรรดากฎหมายต่าง ๆ ที่จะบัญญัติขึ้นมารองรับมันเป็นไปไม่ได้หรอกครับ มันเป็นไป ไม่ได้ นี่เขียนเฉพาะชาติพันธุ์นะครับ ถ้าท่านอยากเป็นท่านไปแก้รัฐธรรมนูญ บัญญัติ ในรัฐธรรมนูญครับ ถ้าให้มีคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง เป็นที่ยอมรับในรัฐธรรมนูญแล้ว ทุกอย่าง กฎหมายลำดับรองลงมารองรับได้หมดครับ และที่สำคัญโดยโครงสร้างของกฎหมายท่านเติมคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง เป็นคำนิยาม เฉพาะคำนิยามไม่มีบทบัญญัติรองรับความเป็นชนเผ่าพื้นเมืองเลย เขียนไปทำไม พูดกัน เยอะครับเรื่องพวกนี้ เพราะฉะนั้นผมเองไม่เห็นด้วยกับการแยกประเด็นที่จะลงมติ แต่ให้สิทธิ ถ้ามีการเสนอญัตติพวกเราก็พร้อมโหวตที่จะเอาว่าจะลงแยกประเด็นหรือไม่แยกประเด็น หลังจากนั้นก็ค่อยมาลงกัน นั่นเหตุผลที่ ๑ นะครับ
เหตุผลที่ ๒ กรณีเสียงข้างมากเขาได้ปรึกษาหารือกันมาแล้วเขามีความเห็นว่า เขาเห็นชอบกับการแก้ไขของกรรมาธิการเสียงข้างมาก ตามร่างของกรรมาธิการเสียงข้างมาก เพราะฉะนั้นท่านจะแยกลงไม่แยกลง มติออกมาเหมือนเดิมครับ เพิ่มเติมคือเสียเวลากับ สภาแห่งนี้เท่านั้นเอง และสมาชิกก็คาดการณ์ว่าจะ ๕ ทุ่มไหมกฎหมายฉบับนี้วันนี้ หลายคน ก็มีงานเยอะนะครับ ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ด้วยเหตุผลเหล่านี้ไม่ควรแยกครับ เว้นแต่เมื่อร่างกรรมาธิการกลับมาที่สภาแล้วมีการปรึกษาหารือเสียงข้างมากคล้อยตามว่า กรรมาธิการเสียงข้างน้อยแปรญัตติหรือสงวนความเห็นมามีเหตุและผลที่ดี อันนั้นเราใช้กลไก ของการแยกประเด็นลงมติ แล้วเสียงข้างมากเป็นใจให้ท่าน มีมติให้แยกตรงนั้นไปได้เลยครับ ก็กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ เพื่อให้กฎหมายฉบับนี้ขับเคลื่อนไปโดยเร็ว ผมว่าโหวตมาตรานี้ ท่านก็ถาม ๒ คำถามเหมือนเดิมครับ เห็นด้วยกับการแก้ไขไหม ผมเชื่อว่า สภาแห่งนี้เห็นด้วยกับการแก้ไข หลังจากนั้นท่านก็ถามต่อว่าจะเห็นด้วยกับเสียงข้างมาก หรือเสียงข้างน้อยก็จบแค่นี้ครับ ขอบพระคุณครับ