อนุสรณ์ สนับสนุนภาษีส่วนเพิ่ม ยันเพิ่มรายได้-ยกระดับมาตรฐานสากล

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๘ มกราคม ๒๕๖๘

อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สนับสนุนพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. 2567 โดยเห็นว่าเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยยกระดับมาตรฐานภาษีของประเทศให้สอดคล้องกับเกณฑ์สากล สร้างความเป็นธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ และป้องกันการหลีกเลี่ยงภาษีของบริษัทข้ามชาติ แม้ตัวเลขรายได้ที่คาดการณ์อาจสูงไปบ้าง แต่เชื่อว่าจะช่วยเพิ่มรายได้ให้ประเทศอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อนำไปพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. ๒๕๖๗ เพราะพระราชกำหนดชื่อชัดเจนว่าภาษีส่วนเพิ่ม ซึ่งจะเพิ่มหลายเรื่องครับ ไม่ว่าจะเป็นมิติ ของการเพิ่มประสิทธิภาพ เพิ่มการจัดเก็บรายได้ที่มากขึ้น เพิ่มความเป็นมืออาชีพ เพิ่มความ มีมาตรฐานสากลระดับโลก เพิ่มนักลงทุน เพิ่มเพื่อน เพิ่มความน่าเชื่อถือ เพิ่มทุกมิติครับ ดังนั้นก็ไม่มีเหตุที่เราจะรีรอหรือประวิงเวลา ก็ขอยก ๒ มือสนับสนุนพระราชกำหนดภาษี ส่วนเพิ่ม พ.ศ. ๒๕๖๗ ท่านประธานครับ พระราชกำหนดฉบับนี้ไม่ใช่เพียงแค่กฎหมายภาษีครับ แต่เป็นกุญแจดอกสำคัญที่จะไขไปสู่ประตูการพัฒนาประเทศอย่างก้าวกระโดด เป็นเครื่องมือ ที่จะสร้างความเป็นธรรมในระบบเศรษฐกิจ และเป็นบันไดขั้นสำคัญที่จะยกระดับประเทศไทย ไปสู่เวทีการค้าระดับโลก โดย พ.ร.ก. ฉบับนี้จะสร้างประโยชน์ให้กับประเทศไทยมากมาย หลายประการ แต่ผมจะพูดถึงประการเด่น ๆ สัก ๕ ประการ

ประการที่ ๑ เป็นการป้องกันการสูญเสียรายได้จากภาษี และไม่ปล่อยให้ บริษัทข้ามชาตินั้นโยกย้ายกำไรไปเสียภาษีในประเทศที่มีอัตราภาษีต่ำ ด้วยกลไก Top Up Tax ที่ทำให้ไทยนั้นสามารถจัดเก็บภาษีได้ถึงเกณฑ์ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกณฑ์นี้เป็นเกณฑ์ตาม มาตรฐานสากล รายได้ส่วนนี้จะลดการกัดกร่อนฐานภาษีและนำเม็ดเงินไปพัฒนาประเทศ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ชัดเจนครับ

ประการที่ ๒ เป็นการสร้างความเป็นธรรมทางฐานภาษี ท่านสมาชิก หลายท่านได้พูดถึงบริษัทข้ามชาติ โดยเฉพาะที่ทำเกี่ยวกับแพลตฟอร์มข้ามชาติยักษ์ใหญ่ ถ้าเราผลักดันเรื่องนี้เต็มที่จะเป็นการสร้างความเป็นธรรมและจะทำให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม จะลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจระหว่างธุรกิจขนาดใหญ่และธุรกิจรายย่อย ช่วยส่งเสริม การแข่งขันให้เป็นไปอย่างเท่าเทียมและยุติธรรม มีแต่ได้กับได้ครับ

ประการที่ ๓ เป็นการยกระดับมาตรฐานสากล และกฎหมายนี้สะท้อนความ มุ่งมั่นของประเทศไทยในการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของโอดีซีดีและ G20 ซึ่งเป็นการช่วย ส่งเสริมภาพลักษณ์ในมิติของความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือในสายตาของนักลงทุนทั่วโลก ความจริงท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ท่านเดินทางไปหลายประเทศ ก่อนหน้านี้ ท่านนายกเศรษฐา ทวีสิน ก็ไปหลายประเทศ ดังนั้นถ้าเรามีมาตรฐานภาษีและเป็นการ ยกระดับมาตรฐานสากลนั้นจะทำให้ประเทศไทยที่เนื้อหอมอยู่แล้วเนื้อหอมมากยิ่งขึ้น ด้วยกลไกที่เป็นธรรมมาตรฐานและตรวจสอบได้

ประการที่ ๔ เป็นการพัฒนาระบบภาษีให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ เป็นการกระตุ้นให้หน่วยงานภาครัฐและภาคธุรกิจมาร่วมกันพัฒนากระบวนการที่เป็น มาตรฐานทางบัญชี ทั้งมิติของการตรวจสอบการรายงานภาษีให้มีความโปร่งใส และที่สำคัญ เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพที่ผมกล่าวไว้ในตอนต้น และเป็นการลดโอกาสการทุจริตและเป็น การสร้างระบบที่สามารถตรวจสอบได้

ประการที่ ๕ เป็นประการสำคัญ ความจริงทุกประการสำคัญครับ แต่ว่า ประการที่ ๕ ขอ Highlight ว่าจะเป็นการเพิ่มรายได้ในการมีเม็ดเงินเข้ามาในประเทศ เพื่อนำไปสู่การจัดเก็บรายได้ และมีรายได้เพิ่มจากภาษีส่วนเพิ่มที่คาดว่าตัวเลขจะสูงถึง ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท ท่านสมาชิกหลายท่านก็กังวลว่าประเมินอย่างไรถึง ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท ในความเป็นจริงแม้เราวางเป้าหมายไปถึงดวงจันทร์ ถ้ามันไม่ถึงดวงจันทร์มันก็ยังตกท่ามกลาง หมู่ดาวครับ ไม่ถึง ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท มันก็ ๑๑,๐๐๐ ล้านบาทครับ ไม่ ๑๑,๐๐๐ ล้านบาท ก็ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ดังนั้นไม่ใช่เรื่องต้องไปกังวล แต่ตัวเลข ๑๒,๐๐๐ ล้านบาทต่อปีถ้าเรา จัดเก็บได้จะถูกนำมาใช้ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในการยกระดับการพัฒนาแบบก้าว กระโดดในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นระบบพื้นฐานการศึกษา พื้นฐานคมนาคมขนส่ง พื้นฐาน สาธารณสุข และการขยายโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ แล้วก็เป็นการยกระดับ ระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง ผมนั่งฟังท่านรัฐมนตรีจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ได้กล่าวเมื่อสักครู่ก็เห็นด้วยนะครับว่าเป็นประโยชน์ในหลายสถานหลายประการ ด้วยกัน แล้วก็เห็นด้วยว่ามาตรการนี้จะเป็นการส่งเสริมนโยบายที่สอดคล้องกับ Campaign สำคัญของรัฐบาลที่ท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ได้แถลงไว้ นั่นก็คือ Campaign โอกาสไทยทำได้จริง นี่ละครับเป็นโอกาสครั้งสำคัญ ความจริงมี ๔๐ ประเทศที่เขาเริ่มไปแล้ว ถ้าเราเริ่มในช่วงนี้ก็ถือว่าเป็นกลุ่มนำของโลกที่เราใส่ใจและให้ความสำคัญในการยกระดับ เรื่องของภาษีที่เป็นมาตรฐานสากล ที่สำคัญผมไม่อยากให้เรามองเพียงแค่ว่าพระราชกำหนด ฉบับนี้เป็นการปรับตัวไปตามกลไกโลกเท่านั้น เราไม่เพียงแค่ปรับตัวครับ แต่ครั้งนี้จะเป็น โอกาสสำคัญในการที่เราจะยกระดับสิทธิประโยชน์ทางภาษีของไทยให้มีความเป็น มาตรฐานสากลทัดเทียมนานาอารยประเทศ จะทำให้เกิดการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม ซึ่งนั่นก็หมายความว่าประเทศไทยสามารถที่จะเสริมศักยภาพการแข่งขันของประเทศ ให้มีโอกาส นอกจากจะมีที่ยืนในเวทีการค้าโลกแล้วยังจะเป็นการพัฒนาอย่างมั่นคงและ ยั่งยืน ดังนั้นผมจึงขอกล่าวในตอนสรุปนี้ว่าผมขอสนับสนุนพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. ๒๕๖๗ อย่างเต็มที่ ขอบคุณครับ