ศักดิ์ดา แสนมี่ หารือถึงประวัติความเป็นมาและการรับรู้สถานะของชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทย พร้อมเรียกร้องให้รัฐรับรองสิทธิและจัดตั้งกลไกสนับสนุนตามกรอบสิทธิมนุษยชนระดับนานาชาติ โดยเชื่อมโยงกับประเด็นก่อนหน้าและขอให้มีการเปิดสื่อประกอบการอภิปรายเพื่อความเข้าใจที่รอบด้าน
กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ และสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะครับ ผมขอนำสรุปให้เห็นถึงพัฒนาการของการมี ตัวตนและการยอมรับคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ในประเทศไทยพอจะให้เห็นถึงความเชื่อมโยง กับทางผู้นำเสนอทั้ง ๒ ท่านในช่วงต้นนี้ด้วย ขอสไลด์ด้วยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ประเด็นแรก ขออนุญาตกลับมาที่ ประวัติศาสตร์ของรัฐไทยเราได้มีการทำงานกับพี่น้องชนเผ่าพื้นเมือง แต่สมัยก่อนนั้นพวกเรา อาจจะคุ้นเคยกับการทำงานกับชาวเขาตั้งแต่ต้นปี ๒๕๐๐ ต้น ๆ นะครับ โดยเฉพาะในช่วง ปี ๒๕๐๒ มีการตั้งคณะกรรมการสงเคราะห์ชาวเขาก็นำมาสู่เรื่องของการจัดตั้งนิคม สร้างตนเองสงเคราะห์ชาวเขาขึ้นในปี ๒๕๐๒ เช่นกัน จากนั้นก็มีการพัฒนาองค์กรหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน ซึ่งผมจะขออนุญาตยกตัวอย่างเช่นศูนย์วิจัยชาวเขา หรือภายหลังได้กลับมาได้สถาปนาขึ้นเป็นสถาบันวิจัยชาวเขา ก็เป็นหน่วยในการที่จะทำ ข้อมูลวิชาการเพื่อจะสนับสนุนการพัฒนาทั้งหลายนะครับ ในปี ๒๕๐๖ นอกจากนี้ภายใน ศูนย์วิจัยชาวเขามีการพัฒนาพิพิธภัณฑ์ชาวเขาขึ้นมา จากนั้นก็ได้มีการพัฒนาตัวองค์กร ที่สำคัญอีกองค์กรหนึ่งคือศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขาขึ้นอยู่กับในส่วนของ กระทรวงมหาดไทย ในกรมประชาสงเคราะห์ ทั้งหมดนี้ก็มีการเริ่มต้นจนปี ๒๕๐๖ ซึ่งผมอยากซ้อนว่าคำว่า ชาวเขา ในอดีตที่เราใช้อยู่นี้ในภายหลังก็มีการพยายามที่จะนำมาใช้ คำที่มีความรู้สึกไม่แบ่งแยกความเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย มีการใช้คำว่า ชาวไทยภูเขา หรือในส่วนหนึ่งในพวกเราเองภาคประชาชนก็มีการใช้คำว่า ชนเผ่า เป็นคำที่เชื่อมโยง ต่อเนื่อง แต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้ในทางราชการของเราเองก็ใช้คำว่า Tribal People ก็เป็น คำที่เชื่อมโยงไปสู่เรื่องของความเป็นตัวตนชนเผ่าพื้นเมือง ผมอยากจะพักตรงนี้นิดหนึ่ง แล้วกลับมาดูเชื่อมโยงกับประเด็นที่ท่านอาจารย์ชูพินิจได้เกริ่นไว้ในส่วนของเวทีระดับ นานาชาติ โดยเฉพาะสหประชาชาติเองก็ได้เห็นความสำคัญของประชากรที่เป็นชนเผ่าพื้นเมือง นำมาสู่เรื่องของการออกแบบจัดตั้งคณะทำงานว่าด้วยประชากรชนเผ่าพื้นเมือง ตั้งแต่ ปี ๒๕๒๕ อันนี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นในการที่ทำให้เห็นว่ารัฐภาคีประชาคมโลกได้ให้ความสำคัญ กับการมีอยู่ของชนเผ่าพื้นเมืองในเวทีระดับนานาชาติ จนกระทั่งนำมาสู่เรื่องของการประกาศให้มีกลไกหลายตัวเลยนะครับ โดยเฉพาะการประกาศ ให้มีปีสากลชนเผ่าพื้นเมืองโลก เพื่อจะให้รำลึกถึงว่ามีความสำคัญของชนเผ่าพื้นเมือง สิ่งเหล่านี้ก็จะมีการใช้รวมไปถึงเรื่องของการมีอนุสัญญาหลายฉบับที่เริ่มเกิดขึ้นโดยเฉพาะ ในปี ๒๐๓๒ ในอนุสัญญาขององค์การแรงงานระหว่างประเทศว่าด้วยประชากรชนพื้นเมือง และชนเผ่า ผมอยากจะชี้ให้เห็นว่าในทางสากลก็มีการใช้ที่เชื่อมโยงกันว่า Tribal People Indigenous People จนในที่สุดสหประชาชาติหรือตามที่ท่านอาจารย์ชูพินิจได้เกริ่นไว้ เรื่องของผู้แทนพิเศษของสหประชาชาติได้กำหนดในการให้ความหมายของชนเผ่าพื้นเมือง หรือ Indigenous People ที่ครอบคลุมทั้งความเป็น Tribal People แล้วก็ Indigenous People หลอมรวมเป็นใช้คำเดียวก็คือ Indigenous People หลังจากสิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้ ผมอยากจะชวนให้มาดูตัวตนในส่วนที่เป็นของภาคประชาสังคม หรือว่าพี่น้องที่เป็น ชนเผ่าพื้นเมืองเอง เรามีการรวมตัวกันจัดตั้งองค์กรทั้งที่เป็นมูลนิธิ สมาคม แล้วก็ที่สำคัญ เป็นเครือข่ายความร่วมมือ ใช้ชื่อว่า เครือข่ายชนเผ่า นะครับ อันนี้ก็เป็นส่วนแรก ๆ ที่เครือข่ายชาวไทยภูเขา แล้วหลังจากนั้นกลับมาใช้คำว่า สมัชชาชนเผ่าก่อน แล้วก็มาเป็น เครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย ก็จะชี้ให้เห็นว่ากลไกเหล่านี้มันเกิดขึ้นไปพร้อม ๆ กับการเคลื่อนตัวของขบวนชนเผ่าพื้นเมืองในระดับโลก สิ่งนี้ผมอยากจะสะท้อนให้เห็นว่า ในการรวมตัวกันของพี่น้องชนเผ่าพื้นเมืองก็นำมาสู่เรื่องของการเข้ามามีส่วนร่วมในการที่จะ เข้ามาพัฒนาประเทศชาติ รวมไปถึงเข้ามาแก้ไขปัญหาที่ตัวเองประสบอยู่ร่วมกับกลไกต่าง ๆ โดยเฉพาะของหน่วยงานรัฐที่มีการดำเนินการก่อนหน้านั้นมาแล้ว จนในที่สุดในปี ๒๕๕๐ ก็เป็นปีแห่งความสำคัญที่เรามีการจัดตั้งเครือข่ายชนเผ่าพื้นเมือง ซึ่งหลังจากเราจัดตั้งเสร็จ ทางสหประชาชาติเองที่ประชุมใหญ่ก็ได้มีการรับรองปฏิญญาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิ ชนเผ่าพื้นเมือง ก็เป็นตัวตอกย้ำถึงกระบวนการในการก่อเกิดของการมีตัวตนของชนเผ่า พื้นเมืองในประเทศไทยได้ดำเนินการมาก่อน แล้วก็ในส่วนของหน่วยงานโดยเฉพาะ สหประชาชาติเองได้เปิดพื้นที่ที่จะทำให้มีทั้งเครื่องมือ ทั้งกลไกที่เข้ามาสนับสนุน หรือ การรับรองการมีตัวตนของชนเผ่าพื้นเมืองทั่วโลกอันนี้เข้ามาสนับสนุน สิ่งที่ผมอยากจะ ชี้ให้เห็นว่าในการดำเนินงานในประเทศไทย ในช่วงท้ายในช่วงที่มีการเปลี่ยนผ่าน ทางการเมืองเรามีการนำเสนอรายงานให้กับทางคณะกรรมการสิทธิ เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมของคณะกรรมการในกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมนะครับ ในรายงานของประเทศไทยเรานั้นเมื่อทางคณะกรรมการได้พิจารณาแล้ว มีข้อเสนอกลับมาอย่างที่ท่านอาจารย์ชูพินิจได้พูดถึง แต่ว่าสิ่งที่ผมอยากจะเน้นย้ำว่า คำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง เป็นข้อเสนอที่ตอกย้ำให้กลไกของรัฐ หน่วยงานของรัฐเองจำเป็นที่ต้องเข้ามา ผนวกรวมเพราะมีตัวตนอยู่แล้ว เรามีตัวตนมา ๒๐ กว่าปีที่อธิบายคำ ๆ นี้นะครับ ที่เชื่อมโยง ประวัติศาสตร์ที่ทางท่านผู้แทนได้มีการนำเสนอแล้ว สิ่งที่มันระบุชัดเจนผมอยากจะเรียนว่า ในการยกร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับ พ.ศ. ๒๕๕๙ ฉบับแรกก่อนที่จะเป็นรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนี้ ก็มีการระดมความเห็นข้อมูลต่าง ๆ เราก็มีการนำเสนอจนในที่สุดในรัฐธรรมนูญก็ได้นำเอาทั้ง ข้อเสนอของทางหน่วยงาน UN ที่ได้สะท้อนกลับมาคณะกรรมการ รวมไปถึงข้อเสนอของ ภาคประชาชนเข้าไปหลอมรวมอยู่ในบทบัญญัติของร่างรัฐธรรมนูญ ๆ ฉบับนั้น เผอิญฉบับนี้ ไม่ได้ไปต่อ แต่ฉบับปัจจุบันก็ได้หลอมรวมเอาเจตนารมณ์รวมทั้งหลักการ เหตุผล ทั้งหลาย เข้ามาอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ซึ่งนำมาสู่เรื่องของการมีอยู่ของชนเผ่าพื้นเมืองภายใต้ ในนิยามของกลุ่มชาติพันธุ์ จึงอยากจะให้ที่ประชุมได้พิจารณาหลอมรวมชนเผ่าพื้นเมืองให้อยู่ ในความหมายนี้ด้วย ขอบคุณครับ