ณัฐวุฒิ บัวประทุม แสดงความเห็นต่างในฐานะเสียงข้างน้อยในกรรมาธิการ เรียกร้องให้บรรจุนิยามของคำว่า "ชนเผ่าพื้นเมือง" ลงในร่างกฎหมายเพื่อยืนยันการมีอยู่จริงและสิทธิของชนเผ่าพื้นเมืองอย่างเป็นทางการ พร้อมชี้ให้เห็นความไม่สอดคล้องกับพันธสัญญาสากลที่ไทยให้การรับรอง และเสนอให้กฎหมายรองรับสิทธิในการระบุตัวตน ที่ดิน วัฒนธรรม และสัญชาติ โดยอ้างอิงกฎหมายจากมินดาเนาเป็นตัวอย่างเพื่อสนับสนุนข้อเสนอแนะดังกล่าว
ขอบคุณครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนคนจังหวัดอ่างทอง ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตที่จะเป็นหนึ่งในเสียงข้างน้อยในคณะกรรมาธิการที่สงวน ความเห็นในการแก้ไขมาตรา ๓ ที่พูดถึงนิยาม ก็อาจจะต้องนำเรียนเพื่อนสมาชิกก่อนนะครับ ว่าในกรณีมาตรา ๓ นั้น มีการระบุนิยามความหมายของนิยามก็คือคำที่มีอยู่หลายที่และ ควรจะต้องมีการอธิบายความตั้งแต่ต้นก่อนที่จะนำไปใช้ในรายมาตราว่าหมายถึงแบบใด อย่างไรไว้ทั้งหมดอยู่ ๑๐ ข้อด้วยกัน ในชั้นกรรมาธิการมีการแก้ไขอยู่ทั้งหมด ๔ ใน ๑๐ ข้อ แต่ว่าในส่วนของคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยนั้นถึงแม้จะเห็นชอบในหลักการเกือบทั้งหมด แต่มีอยู่ ๒ ประเด็นที่อาจจำเป็นต้องมีการพิจารณาเพิ่มเติมเข้ามา ๑. คือการแก้ไขเพิ่มเติม ในถ้อยคำในคำว่า กลุ่มชาติพันธุ์ หมายถึงอย่างไร และ ๒. คือมีการขอให้มีการเพิ่มเติมนิยาม คำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง คือใคร อย่างไร เข้าไปเพิ่มเติมในอีกวรรคหนึ่งครับ ซึ่งในตอนท้ายนั้น ผมคิดว่าต้องพิจารณาแยกการลงมติออกจากกัน แต่อย่างไรก็ตามครับผมจำเป็นต้อง อธิบายความหรือเหตุผลถึงความจำเป็นว่าเหตุผลที่ผมจำเป็นต้องสงวนนั้นเป็นเพราะเหตุใด ณ ขณะนี้ในนิยามคำว่า กลุ่มชาติพันธุ์ นั้นท่านจะเห็นได้ว่าถึงแม้จะมีการตัดถ้อยคำ ในตอนท้ายคือคำว่า ทั้งนี้ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด แต่เมื่อพิจารณาเนื้อหาสาระ ทั้งร่างไม่พบว่ามีการระบุคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ไว้ในที่ใด เรายอมรับกันใช่หรือไม่ครับว่า ประเทศไทยแห่งนี้มีชนเผ่าพื้นเมืองอยู่จริง เรายอมรับกันใช่หรือไม่ว่า ณ วันนี้ชนเผ่าพื้นเมือง ที่เคยมีอยู่นั้นก็ยังมีตัวตนอยู่ในภูมิภาค อยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ เรายอมรับกันใช่หรือไม่ว่านิยาม คำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ชนพื้นเมือง ชนดั้งเดิมที่มีอยู่จริงในประเทศไทยนั้นเป็นเรื่องที่เรา สามารถเป็นผู้กำหนดและเขียนขึ้นมาได้ และท้ายที่สุดคำนี้ไม่ว่าจะเป็นในระดับประเทศไทย หรือในระดับสากลมันไม่ได้มีนิยามหรือนัยที่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญแต่ประการใด แน่นอน อาจจะมีข้อท้วงติงที่ท่านพยายามจะอธิบายว่าลักษณะการลุกขึ้นมาเรียกร้องสิทธิหรือ การต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิของพี่น้องชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทยไม่เหมือนในประเทศอื่น นั่นคืออดีตหรือประวัติศาสตร์ หรือแม้กระทั่งอดีตหรือประวัติศาสตร์ในทางมานุษยวิทยา ในทางโบราณคดี ในทางประวัติศาสตร์ก็ยังมีการถกเถียงกันได้ว่าใครเป็นผู้เขียน ประวัติศาสตร์ ฉะนั้นผมคิดว่านี่เป็นเหตุผลประการที่ ๑ ที่จำเป็นต้องพูดให้ชัดเจนครับว่า ถ้าท่านยอมรับคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง มีอยู่จริงในประเทศไทย เพราะเหตุใดเราถึงไม่สามารถ ที่จะใส่คำนี้ไปในกฎหมายที่กำลังจะพูดถึงสิทธิของเขาไม่ใช่สิทธิของเรานั้นได้
ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ คงเป็นที่ชัดเจนกันจากสิ่งที่กรรมาธิการ เสียงข้างน้อยทั้ง ๔ ท่านได้อธิบายไปก่อนหน้านี้ว่าไม่ว่าจะเป็นอนุสัญญาในระดับระหว่าง ประเทศ เช่น อนุสัญญาขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ ที่เรียกว่า ILO 169 ไม่ว่าจะ เป็นกรณีของปฏิญญาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิชนเผ่าพื้นเมือง ไม่ว่าจะเป็นอนุสัญญาว่าด้วย สิทธิเด็ก อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการ เลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ หรือแม้กระทั่งอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กล้วนมีคำหรือนิยาม ที่บ่งบอกถึงการมีอยู่ของพี่น้องชนเผ่าพื้นเมือง ผมอยากจะ Cuote มาแค่ประเด็นเดียวก็ได้ครับ ในปฏิญญาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิของ ชนเผ่าพื้นเมือง United Nations Declaration on the Rights of Indigenous Peoples หรือ UNDRIP ที่มีการพูดถึงกัน ประเทศไทยเป็น ๑ ใน ๑๔๓ ประเทศครับ เมื่อสักครู่ เราผ่านกฎหมายระหว่างประเทศที่เรียกว่า พ.ร.ก. ภาษีส่วนเพิ่ม ท่านก็บอกว่าเราเป็น ๑ ใน ๑๔๒ ประเทศเราจำเป็นต้องทำตามพันธสัญญาระหว่างประเทศ แต่พอตอนนี้เรา ไปเซ็นเองนะครับ ในปฏิญญาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิของพี่น้องชนเผ่าพื้นเมือง มีตั้ง ๑๔๓ ประเทศ แล้วมีเหตุผลใดเราถึงไม่สามารถบรรจุคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง เข้าไปในร่างกฎหมาย ฉบับนี้ได้ คณะผู้แทนไทยลงคะแนนเสียงให้การรับรองตัวบทครับ และเห็นด้วยกับ จุดมุ่งหมายของปฏิญญาดังกล่าวแม้จะมีหลายวรรคที่อาจจะมีข้อกังวลอยู่ และประเทศไทย ยังยอมรับและตีความว่าปฏิญญาดังกล่าวไม่ได้สร้างสิทธิพิเศษ หรือสิทธิพิเศษอื่นใด หรือผลประโยชน์อื่นใดเป็นพิเศษที่นอกเหนือไปกว่าที่จะมีการบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ และกฎหมายภายในของประเทศเหล่านั้น ก็นี่อย่างไรครับ เรากำลังจะเขียนกฎหมายภายใน เหล่านั้นอยู่ไม่ใช่หรือ นั่นเป็นประการที่ ๒ ครับ
ประการที่ ๓ ท่านประธานครับ การดำรงอยู่ของพี่น้องชนเผ่าพื้นเมือง สำคัญอย่างไรครับ สำคัญตรงที่ว่านั่นคือหลักประกันขั้นพื้นฐานที่ต่ำที่สุดครับ เวลาเราพูดถึง ว่าเราทุกคนล้วนเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ เวลาเราพูดถึงว่าเราทุกคนล้วนมีความหลากหลาย ทางเชื้อชาติ ทางพหุวัฒนธรรม ทางความเชื่อประเพณีศาสนา แต่ส่วนที่เล็กที่สุดในสังคม ที่เรียกว่าพี่น้องชนเผ่าพื้นเมืองอยู่ตรงไหนในกฎหมายฉบับนี้ สิทธิในการเข้าถึงที่ดิน อยู่ตรงไหนครับ สิทธิในการดำรงชีวิต สิทธิในการที่จะระบุตัวตนหรือการตัดสินใจด้วยตนเอง ว่าเขาเป็นชนเผ่าพื้นเมืองในผืนแผ่นดินนี้อยู่ตรงไหนครับ สิทธิในการที่จะได้รับสัญชาติ สิทธิในการจะร้องเรียนหรือแก้ไขปัญหาเป็นการเฉพาะเวลาที่มีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเขา ท่านจะระบุหรือรองรับให้พี่น้องมละบริ พี่น้องมอแกน มอแกลน อูรักลาโวยจ พี่น้องมานิ มาร้องเรียนได้อย่างไรถ้าไม่มีการบอกว่าเขาคือตัวตนของชนเผ่าพื้นเมืองที่มีอยู่จริง เราตรวจสอบกฎหมาย กฎหมายประเทศครับ ท่านประธานกรุณาอนุญาตให้ผมเดินทาง ไปเกาะมินดาเนาในกรรมาธิการวิสามัญที่พิจารณาปัญหาชายแดนใต้ มินดาเนาก็มี Indigenous Law หรือกฎหมายว่าด้วยชนเผ่าพื้นเมือง แล้วมันต่างกันอย่างไรครับ เส้นเขา กับเส้นเรา เส้นรุ้ง เส้นแวงเดียวกัน ผิวพรรณเขา ผิวพรรณเรา แบบเดียวกัน ต่างแต่เพียง ผลการแข่งขันฟุตบอลที่เราชนะเขามาได้ในรอบรอง ASEAN Cup นั่นเป็นประการที่ ๓ ครับ
ประการที่ ๔ ท่านประธานครับ ประการที่ ๔ ก็คือว่าสภาแห่งนี้มีนิติวิธีครับ สภาแห่งนี้มีนิติวิธีที่บอกว่าเวลาที่เราจะรับหลักการกฎหมายใด เมื่อมีการรับหลักการ กฎหมายเหล่านั้นมาแล้วเราจะต้องไม่ให้หลักการของกฎหมายเหล่านั้นตกไปในชั้น การพิจารณาในวาระที่สองและวาระที่สาม เพื่อนสมาชิกพูดชัดครับ ทุกท่านที่ลงคะแนนให้ กฎหมายชนเผ่าพื้นเมืองหรือกฎหมายคุ้มครองวิถีชีวิตชาติพันธุ์ในวันแรก ท่านก็ต้อง ย้อนกลับไปทบทวนตัวเองว่าวันที่ลงมติรับหลักการนั้นท่านรับหลักการเรื่องใด ผมย้อน กลับไปพิจารณาว่าเรารับหลักการมาทั้งหมด ๕ ร่างด้วยกัน ร่างของพรรคประชาชน เขียนชัดเจนครับ ในนามพรรคก้าวไกลในวันนั้นบอกว่านี่คือกฎหมายคุ้มครองและส่งเสริม วิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง ร่างของคุณศักดิ์ดา แสนมี่ เขียนชัดเจนว่า นี่คือกฎหมายว่าด้วยสภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย ร่างของคุณสุริยันต์ ทองหนูเอียด ในนาม P-Move ภาคประชาชนเขียนชัดเจนครับว่านี่คือกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองและ ส่งเสริมวิถีชีวิตพี่น้องชนเผ่าพื้นเมือง ๓-๕ เลยนะครับท่านประธาน ๓ ใน ๕ ร่างที่มีการระบุ แล้วเรารับหลักการมา ฉะนั้นเราจะตอบตัวเราเอง อย่าเพิ่งไปตอบต่อพี่น้องชาติพันธุ์ อย่าเพิ่งไปตอบต่อพี่น้อง ชนเผ่าพื้นเมือง อย่าเพิ่งไปตอบต่อพี่น้องประชาชน อย่าเพิ่งไปตอบต่อนักกฎหมาย ที่เคร่งครัดในนิติวิธี หรือแม้กระทั่งเพื่อนสมาชิกอาวุโสในสภาของเราเป็นจำนวนมากที่ท่าน ผ่านประสบการณ์ในการผ่านกฎหมายมาเยอะแยะไปหมด แต่ท่านตอบตัวท่านเองก่อนว่า วันที่ท่านรับหลักการคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง หัวเข้ามาแบบนี้ แต่พอหางกฎหมายจะ ออกมาแล้วมันไม่มีคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ได้อย่างไร ฉะนั้นด้วยเหตุผลที่ผมนำเรียนมาทั้งหมด ครับท่านประธาน อาจจะมีข้อโต้แย้งบางประการว่าการไม่เขียนไว้คำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มชาติพันธุ์อยู่แล้ว ผมก็ไม่เถียงครับ แต่หากจะเป็นไปได้การเขียน กฎหมายแล้วมีคำนี้ไว้จะเป็นสิ่งที่ดีกว่าไม่ใช่หรือ การเขียนหรือการระบุไว้อย่างจำเพาะเจาะจง ไม่ต้องนำไปสู่การตีความของผู้บังคับใช้กฎหมายในอนาคต ตอบพี่น้องชนเผ่าพื้นเมืองได้ ตอบพี่น้องชาติพันธุ์ ตอบพี่น้องในประเทศได้ ตอบประชาคมระหว่างประเทศได้ ในมือผมนี่ มีเต็มไปหมดเลยนะครับ United Nations Human Rights สำนักงานคณะกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติ คณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง สมาชิกวุฒิสภา ล้วนเห็นตรงกันหมดว่า เราต้องมีการนิยามคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณี United Nations Human Rights นี่เขียนชัดเจนเลยว่าให้เพิ่มคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง เข้าไปในร่างกฎหมาย ฉะนั้น ด้วยเหตุผลที่ผมนำเรียนทั้งหมดท่านประธานครับ ผมจึงจำเป็นต้องขอสงวนความเห็นว่า ขอให้มีการเพิ่มคำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ต่อท้ายในท้ายที่สุดของนิยามความหมายของคำว่า กลุ่มชาติพันธุ์ และหากเป็นไปได้ก็อาจจะปรึกษาหารือเพื่อนกรรมาธิการเสียงข้างน้อยว่า ถ้าสภาแห่งนี้ผ่านวรรคนี้ให้ท่านโดยไม่จำเป็นต้องมาเขียนต่อว่า ชนเผ่าพื้นเมืองคือใคร อาจจะเป็นอีก ๑ ทางออกครับ แต่หากวันนี้สภาแห่งนี้ไม่มีทางออกให้พี่น้องชนเผ่าพื้นเมือง ให้มีตัวตนในกฎหมายฉบับนี้ผมคงผิดหวังอย่างยิ่งที่ไม่สามารถรักษาสิทธิ และปกป้องสิทธิ ให้พี่น้องชนเผ่าพื้นเมืองที่เขามีตัวตนอยู่จริง และกฎหมายฉบับนี้ควรจะคิดถึงเขามากที่สุด ได้อย่างไร ผมคงละอายที่จะตอบต่อพี่น้องแบบนั้น ก็คงต้องฝากที่ประชุมให้ช่วยพิจารณา อย่างถี่ถ้วนถึงความเป็นไปได้ในการแยกลงมติ ๒ คำนี้ออกจากกัน และความเป็นไปได้ในการ ใส่คำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง อย่างน้อยที่สุดให้มีพื้นที่ที่เขาควรมีอยู่จริงในลายลักษณ์อักษร ในกฎหมายฉบับนี้ที่จะผ่านสภาในวันนี้ ขอบคุณท่านประธานครับ