รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ป้ที่ ๒
ครั้งที่ ๒๑ (สมัยสามัญประจำป้ครั้งที่หนึ่ง) เปึนพิเศษ
วันพุธที่ ๔ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๗
ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา
ประธานมาตรงเวลานะครับ ท่านสมาชิกครับ รีบ ๆ เดินทางกันนะครับ เพราะว่าเรายังมีอีก หลายมาตรานะครับ ทางวิปรัฐบาล วิปฝ์ายค้านก็เร่งให้สมาชิกมาลงชื่อกันนะครับ ตอนนี้ ๑๐๖ ท่าน เหลืออีก ๑๐๐ กว่าท่านนะครับ อย่างไรก็พยายามโทรติดตาม เดี๋ยวให้ครบแล้ว ค่อยกลับมานะครับ วันนี้ยืนยันว่าประธานมาตรงเวลาครับ
เริ่มประชุมเวลา ๐๙.๔๘ นาำิกา
จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๘๕ คน
ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีผู้มาลงชื่อเข้าร่วมประชุม ๒๕๘ ท่านนะครับ ครบองค์ประชุมแล้ว ขอเป่ดการประชุมเพื่อดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มีนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม ไม่มีนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มีนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว
- ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว
จากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ป้ที่ ๒ ครั้งที่ ๒๐ (สมัยสามัญ ประจำป้ครั้งที่หนึ่ง) เปึนพิเศษ ในวันอังคารที่ ๓ กันยายน ๒๕๖๗ ที่ประชุมได้พิจารณา ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ในวาระที่ ๒ โดยพิจารณาตั้งแต่ชื่อร่าง คำปรารภ์ แล้วเรียง ตามลำดับมาตราจนจบมาตรา ๑๓ ประธานของที่ประชุมเห็นว่าที่ประชุมได้พิจารณา เปึ้นเวลาพอสมควรแล้ว จึงได้สั่งป่ดการประชุมเพื่อมาพิจารณาต่อในวันนี้นะครับ ดังนั้น ผมขอดำเนินการต่อนะครับ เชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจำที่นะครับ เชิญท่านเลขาธิการ
มาตรา ๑๔ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงาน ในกำกับ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ
ท่านกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็น ท่านแรก ท่านสหัสวัต คุ้มคง เชิญครับ มาไหมครับ ถ้ายังไม่มาเดี๋ยวเลยไปเลยนะครับ เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม สหัสวัต คุ้มคง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๗ พรรคประชาชน ในฐานะ กรรมาธิการครับ ผมขอมีส่วนร่วมอภิปราย พ.ร.บ. งบประมาณในส่วนของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ครับ โดยเฉพาะในส่วนของสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) ครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ด Presentation)
ท่านประธานครับ นี่คือส่วนที่ผมติดใจ แล้วมีปัญหามาก ๆ ครับ ในส่วนที่ผม Highlight เอาไว้ครับ ในโครงการถ่ายทอดองค์ความรู้ ประยุกต์ใช้ ขยายผล และพัฒนาตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ท่านประธานครับ ถ้าดูจาก รูปมันจะเปึนอย่างนี้เลยครับ งบที่ขอมาคือสื่อภาพยนตร์แอนิเมชั้น ๓๖๐ องศา ๑ เรื่อง แล้วก็ Video Mapping ในอาคารเฉลิมพระเกียรติ ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ๑ ชิ้นงานนะครับ แล้วก็สื่อภาพยนตร์ ๗ มิติ ที่สามารถฉายได้ทั้งรูปแบบ 7D และ 3D ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ที่ผมติดใจเปึนอย่างนี้ครับ
ในประเด็นแรก สื่อภาพยนตร์แอนิเมชัน ๓๖๐ องศา ผมได้สอบถามในชั้น กรรมาธิการไปว่า อันนี้จะมีความยาวเท่าไร ใช้แผนการดำเนินงานอย่างไร แล้วก็จะมี ความชัดอะไร อย่างไร เท่าไรนะครับ ซึ่งในส่วนของสเปกของวิดีโอชิ้นนี้ก็ยังไม่ได้ความชัดเจน แล้วทำไมถึงตั้งงบประมาณมาถึง ๔ ล้านบาท ในการทำวิดีโอ ๓๖๐ องศา เพราะว่า เรื่องความยาวข้องวิดีโอก็จะต้องเกี่ยวข้องกับงบประมาณนะครับ เรื่องนี้ทางพิพิธภัณฑ์เอง ก็ไม่ได้ให้คำตอบอย่างชัดเจนนะครับ
ประเด็นที่ ๒ สื่อ Video Mapping ซึ่งก็จะบอกว่าเปึน Video Mapping ที่สามารถ Interaction กับประชาชนได้กับผู้ร่วมเข้าชมพิพิธภัณฑ์ได้ครับ ตัวนี้ก็ใช้งบ ๒ ล้านบาทครับ ทีนี้ผมถามว่า Video Mapping นี้ทำใหม่ทุกป้หรือไม่ ในชั้นกรรมาธิการ เขาก็ตอบว่าทำใหม่ทุกป้ครับ ซึ่งอันนี้ในขณะที่ผมเข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์ของพิพิธภัณฑ์ กลับไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องนี้ หรือมีการเปลี่ยน Video Mapping ในทุกป้อย่างที่ได้บอกนะครับ
ประเด็นที่ ๓ ประเด็นสำคัญครับ คือสื่อภาพยนตร์ ๗ มิติ ท่านประธานครับ ตอนแรกผมก็งงว่า ๗ มิตินี้มันคืออะไร มันทำอย่างไรบ้าง ทางผู้ชี้แจง ทางพิพิธภัณฑ์ก็ได้ ตอบผมว่า ๗ มิติก็คือ มีทั้งแสง สี เสียง แรงสั่นสะเทือน ฉีดน้ำใส่หน้า อะไรก็ว่าไปใช่ไหมครับ แต่อันนี้เปึนตัวสำคัญครับ เพราะว่าการจะฉายภาพยนตร์ ๗ มิติได้ หมายความว่าคุณต้องมี โรงหนัง ๗ มิติ ปรากฏว่าโรงหนังยังไม่เสร็จครับ อยู่ในอาคารที่ยังก่อสร้างไม่เสร็จครับ แล้วจะสร้างไปทำไมในเมื่ออาคารยังไม่เสร็จครับ แล้วถามไปถามมาก็บอกว่าทดลองฉายก่อน สรุปเสร็จ หรือไม่เสร็จ หรือเป่ดใช้แล้ว หรือทดลองฉายก่อน อะไรอย่างไร ความชัดเจนอันนี้ ในชั้นกรรมาธิการตอบแบบไม่ Clear มาก ๆ ครับ ทำให้ผมติดใจงบประมาณส่วนนี้ครับว่า จะเอาไปทำอะไรกันแน่ แล้วตั้งงบมาแบบนี้ก็ไม่ได้ชี้แจงรายละเอียดว่าวิดีโอกี่นาที ทำอะไร กี่นาที อย่างที่บอกโดยเฉพาะเรื่อง ๗ มิติครับ สรุปอาคารเสร็จแล้วหรือยังครับ แล้วห้องฉาย ๗ มิติพร้อมแล้วหรือยัง อันนี้คือความชัดเจนครับ ถ้ายังให้ความชัดเจนไม่ได้ ผมก็ยังติดใจ งบประมาณส่วนนี้ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
ครับ ขอบคุณครับ ต่อไปท่านผู้แปรญัตตินะครับ ท่านแรก ท่านเลาฟัุง บัณฑิตเทอดสกุล เชิญครับ
เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม เลาฟัุง บัณฑิตเทอดสกุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ข้อมีส่วนร่วมในการอภิปรายในมาตรา ๑๔ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยผมจะ พูดถึงงบประมาณของกรมชลประทานนะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ด Presentation)
ท่านประธานครับ ผมจะขอพูดถึงโครงการที่ผมคิดว่าค่อนข้างที่จะมีปัญหา ไม่ใช่มีปัญหาแค่การจัดสรรงบประมาณ แต่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบในการบริหารจัดการน้ำของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วยนะครับ ก็คือค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการต่างประเทศ ซึ่งมีทั้งหมดอยู่ ๘ โครงการ ก็คือ โครงการไปศึกษาดูงาน อบรม สัมมนาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับน้ำ ไม่ว่าจะเปึ้นที่ประเทศญี่ปุ์น ออสเตรเลีย อเมริกา รวมกันทั้งหมด ๗.๖ ล้านบาทนะครับ
โดยในการไปศึกษาดูงาน อบรม สัมมนาต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ เปัาหมายของ การไปก็คือ เพื่อเรียนรู้การสร้างเขื่อน ตั้งแต่การออกแบบ การก่อสร้างและการดูแลนะครับ รวมทั้งการเรียนรู้การดำเนินงานเกี่ยวกับเขื่อนของอเมริกานะครับ การพัฒนาการจัดการ คุณภาพน้ำและตะกอนในเขื่อนนะครับ หลาย ๆ เรื่องผมคิดว่าเปึ้นเรื่องที่สงสัยอยู่นะครับว่า มันเปึนเรื่องที่จำเปึนหรือเปึนเรื่องที่ยังมีเหตุผลอะไรที่จะต้องไปเพิ่มเติม อย่างเช่น เรื่องของ การออกแบบการสร้างเขื่อน เรื่องของการบริหารจัดการเขื่อน โดยเฉพาะเรื่องของการจัดการ ตะกอนนะครับ ในประเทศไทยเรามีประสบการณ์ในการสร้างเขื่อนไม่ต่ำกว่า ๔๐ ป้แล้วนะครับ ความรู้ในการบริหารจัดการเขื่อน การออกแบบ รวมทั้งการจัดการตะกอน มันเปึนความรู้ ที่เรามีมาแล้วไม่ต่ำกว่า ๔๐ ป้ที่ผ่านมา แต่ว่าก็ยังมีการตั้งงบประมาณเพื่อไปศึกษาดูงาน เกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่นะครับ
ผมอยากจะพาไปดูภาพรวมของน้ำในประเทศไทยสักนิดหนึ่ง เพื่อจะได้เห็น ภาพว่าสภาพการจัดการน้ำของประเทศไทยเปึนอย่างไร โดยเฉพาะน้ำเพื่อการชลประทาน ปริมาณน้ำท่าในประเทศไทยทั้งหมดอยู่ที่ ๒๐๕,๐๐๐ นะครับ ปริมาณความต้องการใช้น้ำ จะอยู่ที่ประมาณ ๑๔๐,๐๐๐ กว่านะครับ
ถ้าเรามาแยกปริมาณความต้องการใช้น้ำในประเทศไทย เมื่อสักครู่ผมบอกว่า ความต้องการในการใช้น้ำอยู่ที่ประมาณ ๑๔๐,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร น้ำเพื่อการเกษตร มีสัดส่วนเยอะที่สุดนะครับ ก็คือ ๑๑๐,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรนะครับ หรือเท่ากับ ๗๗ เปอร์เซ็นต์ของปริมาณความต้องการใช้น้ำนะครับ นอกนั้นก็ลดหลั่นกันไปนะครับ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการอุปโภคบริโภค อุตสาหกรรม แล้วก็การรักษาระบบนิเวศท้ายน้ำ ทั้งหมดเหล่านี้เปึ้นเรื่องของความต้องการ ใช้น้ำทั้งสิ้นนะครับ
ต่อไปมาดูที่การจัดการน้ำเพื่อการเกษตร ในประเทศไทยเรามีพื้นที่ การเกษตรอยู่ประมาณ ๑๕๐ ล้านไร่นะครับ ใน ๑๕๐ ล้านไร่อยู่ในเขตชลประทาน เพียง ๓๓ ล้านไร่ หรือ ๒๒ เปอร์เซ็นต์เองนะครับ ๗๘ เปอร์เซ็นต์เปึนพื้นที่ที่อยู่นอกเขต ชลประทานทั้งสิ้นนะครับ นี่เปึนส่วนหนึ่งที่ทำให้เห็นว่าประเทศไทยเรามีปัญหาในการบริหาร จัดการน้ำเปึนอย่างมาก จะเห็นว่าภาคการเกษตรมีความต้องการใช้น้ำมากที่สุดนะครับ แต่ว่ารัฐสามารถที่จะดูแลเกษตรกรได้เพียงแค่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์แค่นั้นเองนะครับ ยังไม่ถึง ครึ่งหนึ่ง
ผมจะพูดโยงมานะครับว่าปัญหาความต้องการใช้น้ำเพื่อการเกษตรเกี่ยวข้อง อย่างไรกับปัญหาการจัดสรรงบประมาณไปศึกษาดูงานต่างประเทศของรัฐบาลในครั้งนี้ ท่านประธานครับ งบในการศึกษาดูงานครั้งนี้ ๗ ล้านบาท มันเปึนงบจำนวนที่ไม่เยอะนะครับ แต่ว่ามันมีนัยสำคัญอย่างยิ่ง เพราะว่ามันเกี่ยวข้องกับภาพนี้ใช่ไหมครับ ทิศทางหรือว่า นโยบายของรัฐบาลยังพูดถึง หรือว่ายังต้องการที่จะพัฒนาการสร้างเขื่อนอยู่นะครับ โดยเร็ว ๆ นี้ทางผู้แทนของรัฐบาลก็ได้ออกสื่อนะครับว่า มีความต้องการที่จะผลักดันให้มีการ สร้างเขื่อนนะครับ นี่พูดถึงเขื่อนแก่งเสือเต้น หรือว่าเขื่อนน้ำยมนะครับ แต่ว่าคงไม่ใช่แค่ เขื่อนนี้เขื่อนเดียวที่รัฐบาลต้องการที่จะสร้างนะครับ ผมไม่ได้ปฏิเสธนะครับว่าเขื่อน ไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง มันมีประโยชน์แต่ว่าเปึนการจัดการน้ำที่ถูกต้องแล้วหรือไม่ แล้วก็สามารถปัองกันแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำ ไม่ว่าจะเปึนน้ำท่วม น้ำแล้ง ใน ๒ ด้านนะครับ คือ น้ำท่วมและน้ำแล้งได้จริงหรือไม่ อันนี้ก็เปึ้นอีกเรื่องหนึ่งนะครับ ซึ่งก็มีงานศึกษา มีตัวอย่างให้เห็นได้มากมายว่า การสร้างเขื่อนประโยชน์ที่ได้มันไม่คุ้มกับการสูญเสียไป อันนี้ยังไม่รวมถึงความเหลื่อมล้ำในการบริหารจัดการน้ำ การจัดสรรน้ำที่อยู่ในเขื่อนมันก็มี ความเหลื่อมล้ำกันด้วยนะครับ นี่เปึนส่วนหนึ่งหรือเปล่าที่ทำให้รัฐบาลพยายามที่จะตั้ง งบประมาณในการไปศึกษ์ดูงานต่างประเทศ การไปศึกษาดูงานอย่างที่ผมบอกนะครับ งบไม่เยอะ แต่ว่านั่นจะเปึนเรื่องของการตั้งต้น เปึนวิธีการที่พยายามจะหาทางในการสร้าง เขื่อนในประเทศไทยอีกหรือไม่ โครงการจัดการน้ำ แน่นอนครับ มีความต้องการมีความ จำเปึนอย่างยิ่ง แต่เขื่อนขนาดใหญ่ทั่วโลกได้ข้อสรุปแล้วว่าไม่ใช่ทางออก เอาเข้าจริง ๆ ในประเทศที่เขาพัฒนาเขาเลิกสร้างเขื่อนมานานแล้วนะครับ แล้วก็เขื่อนที่มีอยู่ที่หมดอายุ เขาก็ทยอยทุบทำลายเพื่อปล่อยให้แม่น้ำไหลเปึนอิสระไปแล้ว เพราะเขารู้ว่าเขื่อนไม่สามารถ ที่จะตอบโจทย์ปัญหาของน้ำได้ทั้งหมด แล้วความรู้ในยุคสมัยใหม่มีวิธีการอื่นอีกเยอะแยะ มากมายในการบริหารจัดการน้ำ แล้วในประเทศไทยก็มีบุคลากรมีความรู้เพียงพอที่จะเอามา บริหารจัดการน้ำในประเทศไทยเองได้โดยไม่จำเปึนต้องไปศึกษาดูงานอีก เพราะฉะนั้นผมจึง เสนอให้ตัดโครงการทั้ง ๘ โครงการนี้ออกไป ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านธีระชัย แสนแก้ว เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย กระผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานเพื่อที่จะร่วมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ ในวันนี้ ซึ่งกระผมได้แปรญัตติตัด ๑.๕ เปอร์เซ็นต์ เพื่อที่จะขอพูดครับ ถ้าไม่ได้แปรญัตติตัดไม่มีโอกาสที่จะได้พูดครับ เพราะฉะนั้นอย่างไรก็แล้วแต่ขอเรียนกับท่านประธานไว้ก่อนว่า ผมสนับสนุนงบประมาณ ทั้งวาระที่ ๒ และวาระที่ ๓ ท่านประธานที่เคารพครับ ประเทศไทยเปึนเมืองเกษตรก็เปึน ที่ทราบกันดีอยู่แล้วนะครับว่า ผลิตภัณฑ์ทางด้านการเกษตรสร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชน เปึนอย่างมาก และข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งที่เราไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้วันนี้ก็คือ พี่น้องเกษตรกร มีปัญหาขาดทุน เพราะพืชเกษตรหลายตัวที่มีปัญหาสะสมกันมา อาจจะเพิ่งมาฟุ๋นอยู่บ้าง เปึ้นบางตัว เพราะฉะนั้นขาดทุนมา ๕ ป้ มาฟุ๋นป้หนึ่งมันก็เปึ้นเรื่องยากนะครับท่านประธาน ปัญหาต้นทุนแพง ไม่ว่าจะทั้งปุิย ทั้งยาฆ่าแมลง ยาอะไรต่าง ๆ เยอะแยะ วัสดุ อุปกรณ์ต่าง ๆ ทางด้านการเกษตรมันก็เปึนปัญหาดังที่เราได้ทราบกันดี ท่านประธานครับ ป้นี้กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ได้รับงบประมาณเท่าที่ผมอ่านอยู่ตรงจุดนี้นะครับว่า ทั้งหมด ๕๖,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเปึนกระทรวงที่ได้รับงบประมาณ ถ้าพูดถึงน้อยมาก กระทรวงเกษตร และสหกรณ์เปึนกระทรวงใหญ่เช่นเดียวกันนะครับ ถ้าเรานำงบประมาณที่ได้รับมา เปรียบเทียบกับกิจการที่ต้องดูแลพี่น้องประชาชน ตามกิจการต่าง ๆ ๕๖,๐๐๐ ล้านบาท ยังต้องกระจายไปที่หน่วยงานต่าง ๆ อีกไม่ต่ำกว่า ๑๗ หน่วยงานครับท่านประธาน ท่านประธานครับ กระผมเข้าไปดูในเอกสารของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ซึ่งสังกัดอยู่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือ สศก. ผมเข้าไปดูพบว่าการตั้งงบประมาณกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ในกรอบให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ทั้งหมด ๒๖ ประเด็น จาก ๑๔๒ ประเด็นครับท่านประธาน ซึ่งดูแล้วนโยบายทั้งหมดนี้เพื่อสนองต่อเปัาหมายของรัฐบาลชุดนี้ คือเราต้องการขับเคลื่อนทางด้านเกษตรให้เปึ้นรูปธรรม เปัาหมายที่พี่น้องเกษตรกรต้องมี รายได้ ๓ เท่าภายในกี่ป้ ท่านประธานเคยได้ยินมา เกษตรกรต้องมีรายได้ไม่ต่ำกว่า ๓ เท่า ในรอบ ๔ ป้ นี่คือเปัาหมายสำคัญของรัฐบาลชุดนี้ครับท่านประธาน ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมี รัฐบาลชุดไหนที่กล้าประกาศอย่างนี้ ไม่ชัดเจนเท่านี้ นี่เปึนการท้าทายในการที่จะทำ แต่ในขณะเดียวกันเปัาหมายนี้แสดงว่า รัฐบาลชุดนี้มีความตั้งใจในการที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรอย่างตรงไปตรงมาและมีความ จริงจัง ท่านประธานครับ การขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อให้ไปสู่ เปัาหมายได้เปึน ๓ เท่าให้แก่พี่น้องเกษตรกรนั้นได้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น รัฐบาล กระทรวง เกษตรและสหกรณ์จะต้องมีการดำเนินการทั้งนโยบายระยะสั้นไปถึงระยะกลาง ทั้งนโยบาย ระยะกลางและนโยบายระยะยาว ก็คือระยะกลางไปถึงระยะยาว ผมอยากจะขอกราบเรียน เพราะมันเกี่ยวข้องกับเรื่องงบประมาณเช่นเดียวกันนะครับท่านประธาน เมื่อระยะสั้นควรจะ มีการใช้งบประมาณอย่างไรบ้าง คำตอบ ก็คือว่าเราจะต้องมีงบประมาณ ใช้งบประมาณ ในมิติใหม่ ๆ ลบภาพเก่า ๆ ออกไป มีทางเลือกใหม่ วิถีชีวิตจากวิถีเดิม อย่างเช่น นโยบาย ระยะสั้น
อย่างแรก คือการส่งเสริมการท่องเที่ยว ต้องยอมรับกันตรง ๆ ว่าประเทศไทย ได้รับเงินจากการท่องเที่ยวมากกว่าอย่างอื่นทั้งหมด เพราะฉะนั้นกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ควรจะบูรณาการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการท่องเที่ยว ท่านประธาน เวลาเราขับรถ ออกไปตามต่างจังหวัดเราจะเห็นทุ่งนามีร้านกาแฟแล้วท่านประธานครับ มีการจัดทำ ทางด้านการเกษตรโน่น นี่ นั่น ถ้าไปบนภูเขา บนภูเขาก็จะมีร้านอาหารอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ คือเชิงเกษตรครับท่านครับ ฝรั่งเขาไม่เคยเห็นมีคนไถนา เพราะฉะนั้นเขาต้องการจะมาดู เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ ยิ่งตอนนี้การท่องเที่ยวทางการเกษตร ซึ่งเปึนการท่องเที่ยวที่เปึนการ ดึงดูดวิถีชีวิตของชาวต่างชาติมากมาย บ้านเราก็ได้เปรียบทางอื่นครับ เพราะว่าประเทศไทย เราเกือบประมาณไม่ต่ำกว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ก็คือเกษตร เพราะฉะนั้นจะปลูกอะไรก็ได้ แล้วแต่ทุกภาค แล้วแต่พี่น้อง ไม่ว่าจะเปึนภาคกลาง ภาคเหนือ ท่องเที่ยวในส่วนลำไยก็ได้ครับ ท่านครับ นี่มันเปึนโอกาสที่จะเปึนการดึงดูดต่างชาติเข้ามา แล้วก็เรียกความเชื่อมั่นเข้ามาสู่ ประเทศไทย
ระยะสั้นที่ ๒ ท่านประธานครับ ที่กระผมเห็นว่าจะต้องใช้งบประมาณ การใช้ งบประมาณเพื่อหาตลาดสินค้าทางด้านการเกษตรว่า หาตลาดทางด้านการเกษตรเปึนการ ทำงานเชิงรุก อย่างท่านอดีตนายกรัฐมนตรีที่ทำมา แม้กระทั่งท่านภูมิธรรม เวชยชัย ซึ่งอยู่ กระทรวงพาณิชย์ เปึนรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านก็ ไปหาตลาดครับ ไปหาตลาดต่างช่วยกัน เพราะว่าของเราไม่กินหมดหรอกครับ ผลิตขึ้นมา ไม่ว่าจะเปึนข้าว อ้อย มันสำปะหลัง ยางพาราทุกอย่างส่งออกนอกทั้งหมด เรามีรายได้ ตรงจุดนี้ เราจะมีวิธีการอย่างไรถึงจะได้ตรงจุดนี้ เราต้องใช้งบประมาณในการบริหารจัดการ เรื่องนี้ ก็คือว่าเรามีทูตพาณิชย์ ทูตเกษตรก็มีครับท่านประธาน ต้องบูรณาการกัน เกษตรผลิต พาณิชย์ขาย มีทูตทั่วโลกครับ เพราะฉะนั้นตรงจุดนี้ผมอยากจะกราบเรียนว่า การผลิตในแต่ละช่วงเวลาเราก็ต้องเช็กว่าลำไยออกฤดูไหน ทุเรียนออกฤดูไหน ช่วงเวลา ของแต่ละฤดู ผลผลิตผลไม้ ลองกองออกเวลาไหน อะไรออกเวลาไหน ลักษณะอย่างนี้ คือถ้าเราหาตลาดได้ส่งออกได้อย่างมาก ๆ นี่คือเกษตร ผมต้องขอชื่นชมท่านภูมิธรรม เมื่อ ๒ วันก่อน เมื่อวันจันทร์ เพราะฉะนั้นเราได้มีการหารือโดยที่พี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อย ผมเปึนมนุษย์อ้อยนะครับ เพราะฉะนั้นได้ไปพบปะกับท่าน ให้แนวความคิดอะไรต่าง ๆ ท่านก็รับในการที่พิจารณาว่าเราจะสร้างความเจริญก้าวหน้าอย่างไรดีให้มีความปลอดภัย ไม่ว่าจะเปึน PM2.5 ไม่ว่าในอนาคตของเรา เพราะฉะนั้นอยากจะขอกราบเรียนกับท่าน ทั้งหลายว่า เอายกตัวอย่างง่าย ๆ ในภาคอีสานของผม มีอ้อยอยู่ประมาณ ๕๐ ล้านตัน มากกว่าประเทศออสเตรเลียอีก ประเทศออสเตรเลียมีอ้อย เมื่อก่อนเปึนผู้นำโลกเลย ประเทศออสเตรเลีย มีอยู่ ๓๕ ล้านตัน เพราะฉะนั้นในจุดนี้ก็เปึนส่วนหนึ่งในการที่กระทรวง เกษตรและสหกรณ์จะต้องวางล็อกในการว่าภาคนี้จะปลูกอะไร ภาคนี้จะปลูกอะไร เราจะ ส่งเสริมพันธุ์อ้อยดี ๆ หรือจะทำอะไรต่าง ๆ ให้ยางพาราก็ไปได้ดี ข้าว อ้อย มันสำปะหลัง ยาง ๓-๔ อย่างนี้ เพราะฉะนั้นตรงจุดนี้ อยากจะให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มีงบประมาณไปตามกรมต่าง ๆ เยอะแยะไปหมด ตั้งแต่สำนักงานปลัดกระทรวง สศก. กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมอะไรต่าง ๆ เยอะแยะทั้ง ๑๗ หน่วยงาน ให้ออกเอามิติใหม่ ๆ ขึ้นมา เทคโนโลยีใหม่ ๆ แนะนำเข้าในการ ที่จะทำให้เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้เปึ้นที่ประจักษ์ให้กับพี่น้องเกษตรกร ไม่ใช่ว่าให้เกษตรตำบล ไปอบรม พริก มะเขื่อ เกลือ ปลาร้า เล็ก ๆ น้อย ชาวบ้านพื้นฐานก็รู้อยู่แล้ว ก็อบรมอยู่นั่น ละครับ อบรมไปมันไม่มีมรรคมีผลอะไรครับ ต้องทำเรื่องใหญ่ ๆ อย่างกรณีที่น้ำท่วม ภาคเหนือเอาสักหน่อยครับก่อนลงครับ น้ำท่วมภาคเหนือโครงการใหญ่ ๆ ก็ยุบลงมาไปทำ ฝ่ายดินซีเมนต์เสีย เพราะฉะนั้นฝ่ายแกนซีเมนต์ที่ถกเถียงกันอยู่ก็ทำมา โดยเฉพาะภาคอีสาน ของพวกผม แม่น้ำมูล แม่น้ำชี้ ถ้าทำตรงนี้ เพื่อไปทำแก้มลิงอะไรต่าง ๆ เปึนล็อก เปึนล็อก เปึ้นล็อกไป มันจะใช้เงินไม่มาก ถ้าคิดไม่ออกก็เอานโยบายของท่านยิ่งลักษณ์ที่เปึน นายกรัฐมนตรีสมัยนั้น โครงการนี้จะแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้ดี ไม่ใช่ถึงเวลาก็ขุด ขุดแล้วถม ถมแล้วขุดอยู่อย่างนั้น มันไม่มีประโยชน์อะไรครับ ผมขออภิปรายเพียงเท่านี้ เพราะว่าเห็น ท่านประธานยึกยัก ๆ ผมก็เกรงใจครับ ขอขอบคุณครับท่านประธาน ผมขอสนับสนุน มาตรานี้ แล้วก็ทุกมาตราด้วย วาระที่ ๒ วาระที่ ๓ ขอกราบขอบคุณครับ
ขอบคุณครับท่านธีระชัย ต่อไปท่านศนิวาร บัวบาน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน ศนิวาร บัวบาน ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน จากที่ท่านได้ขอสงวนคำแปรญัตติ มาตรา ๑๔ งบประมาณรายจ่ายของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ไว้นั้น ดิฉันขอปรับลดงบประมาณในส่วนของกรมการข้าวค่ะท่านประธาน
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ด Presentation)
ท่านประธานที่เคารพคะ กรมการข้าวได้รับการจัดสรรงบประมาณสูงถึง ๔,๐๐๐ ล้านบาท สูงเปึ้นอันดับ ๒ รองจาก กรมชลประทานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งงบครึ่งหนึ่งของกรมการข้าวนั้นไปลงอยู่ที่ โครงการผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวเกือบ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ส่วนใหญ่ของงบในโครงการนี้ นำไปจัดซื้อจัดหาครุภัณฑ์ค่ะท่านประธาน กว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์ของงบครุภัณฑ์นั้น จะนำไป จัดซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์เพื่อการปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์ข้าว รวมถึงชุดอุบลดความชื้น เมล็ดพันธุ์ข้าว รวมมูลค่าทั้ง ๓ รายการ เกือบ ๑ ล้านบาท นั่นคือ ๙๒๕ ล้านบาท สิ่งที่เรา จะต้องพิจารณาต่อไปก็คือ ความจำเปึน ความคุ้มค่า แล้วก็ความโปร่งใสสำหรับโครงการนี้
ประเด็นแรกเรื่องของความจำเปึนค่ะ ท่านประธานที่เคารพคะ ทุกวันนี้ ปริมาณการบริโภคข้าวในตลาดโลกลดลง ส่วนแบ่งการตลาดการส่งออกข้าวของไทยลดลง แล้วยิ่งดิฉันมาเจอในเล่มขาวคาดแดงก็พบว่า หน่วยงานได้ตั้งเปัาที่จะผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว ลดลงจากป้ ๒๕๖๗ อีก คือดิฉันก็ไม่แน่ใจว่าทางเจ้าหน้าที่ลืม Update ตัวเลขหรืออย่างไร แต่ดิฉันก็ขออภิปรายตามข้อเท็จจริงที่ได้ประสบพบเจอมาในเอกสารค่ะ ท่านประธานคะ คือถ้าตั้งใจจะผลิตข้าวในปริมาณที่ลดลงแล้ว แล้วทางหน่วยงานจะของบประมาณไปเพิ่ม ศักยภาพเครื่องจักรทำไมคะ ในเมื่อเครื่องจักรชุดปัจจุบันก็มีประสิทธิภาพ เพียงพอ ต่อเปัาหมายที่กำหนดไว้อยู่แล้ว นี่มันย้อนแย้งสิ้นดีค่ะท่านประธาน ยิ่งไปกว่านั้นค่ะเรื่องของ ความคุ้มค่า โครงการนี้ดำเนินการมาตั้งแต่ป้ ๒๕๖๑ ซึ่งตลอดระยะเวลาการดำเนินโครงการนี้ ก็ได้มีการทยอยจัดซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์มาเพื่อปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์ข้าวอยู่เรื่อย ๆ ที่ผ่านมาใช้งบประมาณไปแล้วเกือบ ๒,๐๐๐ ล้านบาทสำหรับศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว ๑๕ แห่ง จากทั้งหมด ๓๑ แห่งทั่วประเทศ แต่ที่ผ่านมาเราพบว่าอัตราการเติบโตของผลผลิตข้าวต่อไร่ ของประเทศ ยังคงต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ๐.๑ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แทบจะน้อยที่สุดในทวีปเอเชีย แล้วอย่างนี้ดิฉันจะมั่นใจได้อย่างไรคะว่า การจัดซื้อเครื่องจักร ในครั้งนี้จะส่งผลให้ผลผลิต ข้าวต่อไร่เพิ่มขึ้นได้จริง
มาถึงประเด็นสุดท้ายแต่ไม่ท้ายที่สุดค่ะท่านประธาน เรื่องของความโปร่งใส ในการจัดซื้อนะคะ ดิฉันขอพาทุกท่านย้อนร้อยกลับไปดูโครงการในป้ ๒๕๖๖ ได้จัดซื้อ เครื่องจักรมูลค่า ๙๗ ล้านบาท ซึ่งผู้ชนะประมูลชนะไปที่ราคา ๙๗.๓ ล้านบาท ต่ำกว่าราคา กลางเกือบ ๕ ล้านบาท โดยใน TOR ได้ระบุว่าผู้เสนอราคาจะต้องมีผลงานประเภทเดียวกัน กับการจัดซื้อ ปรับปรุง เพิ่มเติม เครื่องจักรอุปกรณ์ เพื่อการปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์ข้าว ไม่น้อยกว่า ๒๒ ล้านบาท ซึ่งก็ได้มีบริษัทที่ได้ทำการเสนอราคามา นั่นก็คือบริษัท C บริษัท B แล้วก็บริษัท V แต่เมื่อเรามาดูข้อมูลของแต่ละบริษัทพบว่าบริษัท C ซึ่งชนะไปได้รับงานไป มีทุนจดทะเบียน ๔๐๐ ล้านบาท เปึนบริษัทกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ในภาคการเกษตรของประเทศไทย บริษัท B ทุนจดทะเบียนเพียง ๑ ล้านบาท ภาพด้านบนค่ะท่านประธาน ก็คือใช้บ้านเปึน ออฟฟ่ศและเมื่อย้อนมาดูงบกำไรขาดทุนพบว่า ๔ ป้ที่ผ่านมาไม่มีลูกหนี้การค้าเลย และป้ ๒๕๖๕ ก็ไม่ได้มีรายได้เลย แล้วก็มาเสนอข้อรับงานมูลค่าเกือบ ๑๐๐ ล้านบาท ได้อย่างไรคะ บริษัท V บริษัทสุดท้าย ทุนจดทะเบียน ๑๐ ล้านบาท แต่เมื่อสืบค้นข้อมูล เข้าไปแล้ว ทำแต่แขนหุ่นยนต์ค่ะ ทั้ง ๆ ที่ Spec โครงการนี้ประกอบไปด้วยเครื่องจักร อุปกรณ์มากมายนะคะ
นี่คือรูปแบบการจัดซื้อแล้วก็ปรับปรุงแต่ละโรงงานจะประกอบด้วยเครื่องจักร และอุปกรณ์ต่าง ๆ คือพอมาดูข้อมูลของแต่ละบริษัท ดิฉันก็ไม่แน่ใจว่าจะมีศักยภาพในการ ทำงานโครงการมูลค่าเปึน ๑,๐๐๐ ล้านนี้ได้หรือไม่ อย่างไรนะคะ ยิ่งไปกว่านั้นค่ะ ท่านประธานทั้ง ๓ บริษัท ได้ยื่นเสนอราคาเข้ามาในวันเดียวกันอีกต่างหาก บังเอิญไหมคะ อะไรจะพร้อมเพรียงกันขนาดนั้นค่ะ ยิ่งไปกว่านั้นเลขที่ใบเสนอราคาเรียงกันแบบไม่ได้นัดหมาย แปลกใจไหมล่ะคะ ท่านประธานที่เคารพด้วยความเคารพนะคะ คือดิฉันเห็นถึงความจำเปึน ขณะที่ต้องมีการปรับปรุงพันธุ์ข้าวให้มีคุณภาพดี ทนแล้ง ทนโรค เพื่อให้ข้าวไทยแข่งขันได้ ในตลาดโลก แต่การที่ไม่เป่ดให้เกิดการแข่งขันอย่างเปึนธรรมนี้ ทำให้รัฐจะต้องสูญเสีย งบประมาณสูงเกินกว่าที่ควรจะเปึน โดยทางกรรมาธิการได้ทำการปรับลดงบประมาณไปแล้ว เปึ้นจำนวน ๑๔ ล้านบาท ดิฉันขอเสนอให้ปรับลดงบประมาณเพิ่มเปึนจำนวน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของทั้ง ๓ รายการ รวมมูลค่า ๑๘๕ ล้านบาทค่ะ ซึ่งดิฉันมั่นใจว่าทางผู้รับงาน จะสามารถควบคุมต้นทุนให้ต่ำลงได้ เนื่องจากว่าทางบริษัทนี้ได้รับงานโครงการนี้มา ตลอดหลายป้ในระยะเวลาที่ผ่านมา ขอบคุณค่ะท่านประธาน
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านนิพนธ์ คนขยัน เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นิพนธ์ คนขยัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ขออนุญาตอภิปรายในวาระที่ ๒ มาตรา ๑๔ งบประมาณรายจ่ายของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ และหน่วยงานในกำกับ ที่จริงทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ผมดู งบประมาณก็ไม่มาก ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านครับ แต่ท่านประธานอาจจะแปลกใจว่าไม่มากแล้วตัด เขาทำไม วันนี้ผมจะพูดด้วยเรื่องหมวดของกรมส่งเสริมสหกรณ์ ปรับลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่มากแล้วไปปรับลดเขาอีก เขาก็แย่สิ ไม่ใช่ครับท่านประธาน มุมมองของผมคืออย่างนี้ ท่านประธานครับ กราบเรียนว่าวันนี้เกษตรเปึนหัวใจหลักของพี่น้องเกษตรกร ภาคเกษตรกรรม ทั่วประเทศ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ของประเทศ เกษตรกรบึงกาฬบ้านผม ๘๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ดังนั้นวันนี้ผมจะชี้ลงประเด็นที่ว่า ทำไมถึงตัดงบประมาณของกรมส่งเสริมสหกรณ์ ท่านประธานครับ เพราะโรงงานบ้านบึงกาฬได้งบประมาณจากรัฐบาลมา จากกลุ่มจังหวัดมา ๑๐ ป้แล้วครับ ไม่ขับเคลื่อนหมอน ที่นอน น้ำยางพ่น อัดก้อนลูกขุน ยางแผ่นรมควัน ๑๐ ป้ ไม่ขับเคลื่อนเพราะอะไร เพราะในอาคารโรงงานที่เชื่อมไฟในเครื่องจักรไม่มีครับ เครื่องจักร เดินไม่ได้ไม่มีไฟเชื่อมต่อ ขออนุญาตเอ่ยครับ สำนักงบประมาณเคยลงไป และชื่นชมด้วยว่า ต้องต่อยอดังบประมาณอีก เพราะเปึนการแปรรูปเพิ่มมูลค่ายางพาราให้กับพี่น้องเกษตรกร ชาวสวนยางมีรายได้ ท่านประธานเห็นไหมครับ วันนี้ภาคใต้ยางมากที่สุดในประเทศ อีสานรองลงมา คือบึงกาฬและหลายจังหวัด ในอดีตยางเปึนราคาก็มีเงิน วันนี้ก็ดีหน่อย ๓๕-๓๖ บาท แต่ทางราชการต้องส่งเสริม ผมมองไม่เห็นเลยในงบประมาณฉบับนี้ว่า จะไปต่อเติมแก้ไขปัญหาสิ่งที่เดือดร้อนมา ๑๐ ป้ คุณไม่ทำอะไรต่อเลย ได้แต่มองและมีการ ส่งเสริม ส่งเสริมอะไรอีก ส่งเสริมให้นายทุนเอาเครื่องจักรเข้าไปตั้งในโรงงานด้วยซ้ำไป ดังนั้นวันนี้ต้องตัดเพื่อสะท้อนให้รัฐบาลได้เห็นว่ารัฐมนตรีเจ้าของกระทรวง ให้เห็นว่าวันนี้ ต้องไปแก้ปัญหาตรงนี้ ผมอาจจะคิดไปเองว่าในประเทศไทยอาจจะมีมากกว่านี้ บึงกาฬ ที่เดียว ๑๐ ป้และช้ำมาแล้วครับท่านประธาน ดังนั้นต้องเอางบประมาณไปต่อเติม เติมเต็ม เพิ่มมูลค่า เช่น วันนี้ไม่ได้ชมเชยไม่ได้มาย้อนะครับ เมื่อเขาทำจริงก็ต้องชม อย่างวันนี้ เรื่องยางพารา ก็ขออนุญาตพูดในสภาท่านประธานครับ ผู้ใหญ่เพิก เลิศวังพง ประธานบอร์ดว่า พี่กำนัน ผมมั่นใจว่าต้องทำยางพาราได้เปึนราคาแน่ ขออนุญาตเอ่ยอีก ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือรองผู้ว่าการยาง เขาเรียกผม พี่ครับ ขอโทษ พี่กำนันผมต้องช่วย และท่านช่วยอย่างนี้แล้วงบประมาณไม่ให้ไปต่อเติมไปแก้ปัญหา แล้วมันจะช่วยได้อย่างไร ชมเชย เช่น วันนี้ประธานบอร์ดการยาง ท่านรัฐมนตรีธรรมนัส ไปทำล้อรถยนต์ ต้องแปรรูปเพิ่มมูลค่าให้มากที่สุด อย่างวันนี้ยางสติ๊กเส้นหนึ่ง ท่านประธาน ๑๐ บาทแล้ว ๒๐ บาทแล้ว ยางกิโลกรัมหนึ่งวันนี้ ๓๕ บาท ก้อนถ้วย ๓๖ บาท ขอโทษ ถุงยางอนามัยบางนิดเดียวราคาเท่าไร ถุงมือจากยางพารา ถ้าอย่างนั้นต้องเอางบประมาณมา แปรรูปเพิ่มมูลค่าให้มากที่สุด ผมถึงเสนอตัดครับ ตัดจริงมีเงินน้อยแต่ต้องตัดต้องไปทำนะครับ ทำต่อไปมันต้องดีขึ้นเกษตรกร ถ้ายางเปึนราคาภาคใต้ก็สบาย อีสานก็สบายที่มีสวนยาง คนไม่มีสวนยางก็สบายครับไปกรีดรับจ้างก็แบ่งครึ่งได้เงินเยอะ ร้านค้าร้านขายต่าง ๆ ทั่วไป มันหมุนตามอัตโนมัติครับท่านประธาน ด้วยเหตุนี้ละผมถึงขอเสนอตัด ก็ฝากต่อก็แล้วกันนะครับ ท่านใดมาเปึนรัฐมนตรีต้องตามต่อนะครับ ถ้าอย่างนั้นไม่ได้งบประมาณเกือบ ๒๒ ล้านบาท ที่สร้างอยู่บึงกาฬนี่ ๑๐ ป้ใช้อะไรไม่ได้ กรมส่งเสริมสหกรณ์มีหน้าที่ส่งเสริมต้องส่งเสริม อย่าไปคิดอย่างอื่น ไม่ใช่พรรคพวกตัวเองไม่ส่ง ไม่ได้ วันนี้ต้องส่งเสริมทุกคนที่เปึ้นสหกรณ์ เปึ้นเกษตรกรเพื่อพี่น้องเกษตรกรโดยเฉพาะ วันนี้ขออนุญาตเอ่ยอีกครั้งหนึ่ง เมื่อสักครู่นี้ ท่านธีระชัยพูดไปแล้ว ภาคเกษตรราคา ๓ เท่า จะไปขายก้อนถ้วย ก้อนถ้วยมันจะ ๓ เท่า ได้อย่างไร ล้อรถยนต์วันนี้เห็นไหมครับ ที่ผมพูดเมื่อสักครู่นี้ผู้ใหญ่เพิกกับท่านรัฐมนตรีธรรมนัส ทำล้อรถยนต์ ทำเถอะ ทำทุกอย่างแปรรูปให้มากที่สุด เปึนการระบายยางออกจากตลาด และเปึนการเพิ่มมูลค่ายางพารา ดังนั้นวันนี้ก็ขอบคุณกรรมาธิการครับ ไม่ติดใจ แต่ติดใจ ที่ไม่มีงบประมาณที่จะแปรรูปเพิ่มมูลค่าให้กับพี่น้องชาวสวนยางพาราทั้งประเทศจะได้ ลืมตาอ้าปาก จะได้มีเงินมีทอง ท้ายสุดมันจะมาเข้าล็อกนโยบายของพรรคเพื่อไทยเกษตร ๓ เท่า เกษตร ๓ เท่าคนไทยในชาติดีมีราคา พี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศ ผมพูดตลอดครับว่า คนไทยเกิดไหน ๆ ก็ชาติไทยด้วยกัน เปึนคนไทยด้วยกัน เพียงแต่มันเลือกเกิดไม่ได้ ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคกลาง ภาคตะวันออกก็คนไทยเรารักกัน แล้ววันนี้ถ้าภาคเกษตร เปึ้นราคา บ้านเมืองคงมีความสุข ยาบ้าไม่มี มีความสุขครับท่านประธาน กราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนสหบำรุงวิทยา อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับนะครับ ต่อไปท่านอำนาจ วิลาวัลย์ ผู้แปรญัตติท่านต่อไป เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อำนาจ วิลาวัลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ ปราจีนบุรี พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมขอ เสนอตัดลดงบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลง ๐.๕ เปอร์เซ็นต์นะครับ งบประมาณ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ๕๕,๙๓๐ ล้านบาทเศษ ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับจัดสรร กรมการข้าวได้รับจัดสรร ๔๘๙,๓๖๒,๓๐๐ บาท
ผมจะขออภิปรายในยุทธศาสตร์ที่ ๕ คือแนวยุทธศาสตร์จากผลกระทบ การเปลี่ยนแปลงของสภาวะภูมิอากาศ งบ ๖๗,๖๙๘,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ ตอนนี้ ชาวนาได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เปึนการเปลี่ยนแปลงตามภูมิอากาศ ต้นทุนที่ชาวนา ห้องโสตขอภาพตารางต้นทุนด้วยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ด Presentation)
ผมอ่านให้ฟังนะครับ ต้นทุนการผลิต ป้ ๒๕๖๔ ๓,๙๒๐ บาท ป้ ๒๕๖๕ เพิ่มขึ้นมาเปึน ๔,๑๒๐ บาท ป้ ๒๕๖๖ เพิ่มขึ้นมาเปึ้น ๕,๒๑๐ บาท คือต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นทุก ๆ ป้ ๓ ป้ย้อนหลัง แต่ชาวนาได้รับเงินชดเชยี เพียงไร่ละ ๑,๓๔๐ บาท มาเปึนเวลา ๓ ป้ติดต่อกัน อันนี้คือไม่คุ้มกับต้นทุนที่ชาวนาผลิตข้าว ให้เรา ถ้าเกิดมีน้ำท่วม หรือมีอุทกภัย หรือว่ามีภัยพิบัติอะไรที่ทำให้น้าข้าวไม่สามารถเกี่ยวได้ ชาวนาก็ขาดทุนนะครับ เพราะว่าต้นทุนการผลิตกับเงินเยียวยาที่ทางรัฐบาลให้ไปไม่คุ้มค่า
และอีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะทบทวนกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือ เรื่องของเงินเยียวยาไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท เพื่อส่งเสริมปัจจัยการผลิตของชาวนา จำนวน ๒๐ ไร่ เปึ้นเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท ที่ในทุก ๆ ป้ ตั้งแต่สมัยรัฐบาลก่อน ท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านก็ ให้กับชาวนามาโดยตลอด คือ เปึนเงินเพื่อให้ชาวนาได้เอาไปใช้เปึนต้นทุนในการผลิตข้าว ไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท เมื่อป้ที่แล้วก็หายไป ป้นี้ผมก็พลิกดูในงบประมาณของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ดูไปถึงงบกลาง ดูไปถึงงบนายกรัฐมนตรีไม่มีพูดถึงไร่ละ ๑,๐๐๐ บาทเลยนะครับ ก็เลยอยากจะทวงถามให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวนาทั่วประเทศว่า เงินไร่ละ ๑,๐๐๐ บาทนี้ ในป้ ๒๕๖๘ ทางรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธารที่จะเข้ามารับตำแหน่งในอีกไม่กี่สัปดาห์ ข้างหน้านี้ ท่านจะมีนโยบายช่วยเหลือชาวนา ไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท กลับมาหรือไม่นะครับ เพราะว่าป้ที่แล้วสมัยท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐาท่านตัดออกไป ก็เลยอยากจะฝากวิงวอน ไปถึงสำนักงบประมาณนะครับ แล้วก็ทุกท่านที่นั่งอยู่ในงบประมาณให้คำนึงถึงกระดูกสันหลัง ของพวกเราครับ คือชาวนาที่ทำนา ชาวนาประเทศอื่นร่ำรวยทุกประเทศครับ มีแต่ชาวนาไทย ยิ่งทำยิ่งจน ยิ่งทำยิ่งเปึนหนี้ เปึนหนี้ ธ.ก.ส. โครงการพักหนี้ที่ทางรัฐบาลให้ไปก็พักแต่ต้น ไม่พักดอก ดอกก็ออกดอกออกผลยิ่งกว่าจำนวนเมล็ดข้าวอีก ชาวนาก็เปึนหนี้เปึนสินอย่างนี้ ตลอดไป จึงอยากฝากท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็สำนักงบประมาณด้วยครับ ช่วยพิจารณาช่วยเหลือชาวนาด้วยครับในเรื่องของการเยียวยา ไร่ละ ๑,๓๔๐ บาท มันไม่พอ กับต้นทุนแล้วครับ อยากขอให้เพิ่มขึ้นให้สมเหตุสมผลต้นทุนชาวนาที่ผลิตข้าว แล้วก็ไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ซึ่งเปึนปัจจัยการผลิตที่ชาวนาควรจะได้รับ เพื่อเปึนการส่งเสริมให้พี่น้อง เกษตรกรชาวนาได้มีกำลังใจที่จะปลูกข้าวให้กับพวกเรา อย่าให้ชาวนาหมดกำลังใจ แล้วก็ ขายผืนนาไปทำอย่างอื่นกันจนหมดนะครับ แล้วเดี๋ยวประเทศไทยจะไม่มีข้าวให้กับทุกท่าน ท่านนะครับ กราบขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านกรวีร์ ปริศนานันทกุล เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม กรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคภูมิใจไทย คนจังหวัดอ่างทองแท้ ๆ เลยครับ วันนี้อยากจะอภิปรายเรื่องของการพิจารณางบประมาณรายจ่ายป้ ๒๕๖๘ ในวาระที่ ๒ ของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาตรา ๑๔ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รับตั้งงบประมาณ ไว้สูงถึง ๕๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมขอปรับลดเอาไว้ ๒ เปอร์เซ็นต์ครับ เหตุผลที่อยากจะ อภิปรายต่อท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการเพื่อให้ได้กรุณาตอบคำถาม ถ้าหากว่า กรรมาธิการสามารถที่จะชี้แจงและตอบคำถามกับเพื่อนสมาชิกได้ ผมก็คิดว่าคงไม่ได้ติดใจ เพราะรู้ว่างบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่ว่าจะตั้งเปึน ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ป้นี้ขยับขึ้นมา ป้ต่อ ๆ ไปจะตั้ง ๕๐,๐๐๐-๖๐,๐๐๐ ล้านบาทก็แล้วแต่ ทุกอย่างมันลงไปที่ พี่น้องเกษตรกร มันลงไปเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาแล้วก็ดูแลพี่น้องเกษตรกรคนไทยทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นจึงอยากจะแค่ทวงถาม
ประเด็นที่อยากจะถามไปยังกรรมาธิการเปึนประเด็นที่ใกล้เคียงกับเพื่อน สมาชิกที่ของทางพรรคภูมิใจไทยท่าน สส. กบ ที่ได้อภิปรายไปเมื่อสักครู่นี้ พวกเราต้องกังวลครับ แล้วก็ห่วง แล้วผมเชื่อว่าท่านประธานเอง เพื่อนสมาชิกที่อยู่ในชั้นกรรมาธิการเอง ก็น่าจะ ได้ยินเสียงสะท้อนจากเพื่อนสมาชิกจากทั่วทั้งประเทศ ถึงโครงการที่พวกเราตั้งใจอยากจะ เห็นการสนับสนุนและการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรในการลดต้นทุนในการผลิต รวมไปถึง การเพิ่มผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ และยกระดับการทำการเกษตรให้กับพี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะ อย่างยิ่งพี่น้องเกษตรกรชาวนาครับ ในช่วงรัฐบาลชุดที่ผ่านมานั้นมีนโยบายหลักที่สำคัญ ที่ตั้งใจที่จะผลักดันนั้นก็คือโครงการปุิยคนละครึ่ง เอาหลักการก่อนที่บอกว่า เราอยากที่จะเห็น การช่วยเกษตรกรในการลดต้นทุนในการผลิต ผมเชื่อว่าพี่น้องเพื่อนสมาชิกทั้งหมด เห็นตรงกันครับว่าจำเปึ้นที่ต้องช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร แต่วิธีการและนโยบายที่จะไป ช่วยเหลือต่างหากที่เราอาจจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน แต่สิ่งที่ต้องลุกขึ้นมาแล้วก็ ทวงถามไปยังท่านกรรมาธิการครับ พอพลิกเข้าไปในเล่มครับท่านประธาน ของกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ไม่ได้เห็นโครงการในเรื่องของการช่วยเหลือลดต้นทุนของพี่น้องเกษตรกร ได้ตั้งเอาไว้ ก็อดเปึนห่วงไม่ได้ครับ ถึงแม้ว่าเรากำลังจะอยู่ในช่วงของการตั้งรัฐบาลใหม่ ไม่ว่าเราจะเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี เปลี่ยนคณะรัฐมนตรี จะเปลี่ยนหน้ารัฐมนตรีหรือเปล่า ยังไม่ทราบครับ แต่นโยบายที่จะไปช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรตรงนี้ ผมเชื่อว่ามันจำเปึ้นที่ต้อง คงอยู่ แต่หาไม่เจอครับ ก็เลยต้องถามท่านกรรมาธิการว่า ได้มีการพูดคุย ได้มีการสอบถาม กับทางหน่วยงานทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรืองบประมาณที่จะไปช่วยเหลือตรงนี้ ไปอยู่ที่กระทรวงอื่น เอาละ ถ้าหากว่าเราจะมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายเรื่องปุิยคนละครึ่ง ไปเปึนนโยบายอื่น ๆ ที่จะมาช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร มันจะได้มีแหล่งเงิน มันจะได้มีเงิน งบประมาณที่จะเอามาใช้แก้ไขปัญหาสนับสนุนลดต้นทุนให้กับพี่น้องเกษตรกรในส่วนนี้ เพราะฉะนั้นอันนี้เปึนคำถามแรกที่อยากจะถามไปถึงคณะกรรมาธิการว่า ได้มีการพูดคุย และได้มีการจัดเตรียมงบประมาณตรงนี้เอาไว้ตรงส่วนไหนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือเอาไปไว้อยู่ในส่วนอื่นของงบประมาณ
ประเด็นที่ ๒ เรื่องของกรมชลประทานครับ กรมชลประทานในป้นี้ได้รับการ จัดสรรมาแน่นอนครับเพื่อที่จะเอามาแก้ไขปัญหาเรื่องของชลประทานของทั้งประเทศ ผมดูในเล่มงบประมาณที่ได้ตั้งงบประมาณเอาไว้ ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท ต้องบอกกับ ท่านประธานว่า ๑๙,๐๐๐ ล้านบาทที่เราจะมาแก้ไขปัญหาระบบน้ำ ทั้งปัองกันน้ำท่วม ทั้งช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรในการทำให้มีน้ำในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม เปึ้นเรื่องที่ สำคัญครับ และผมต้องขอบคุณทางกรรมาธิการครับที่ได้พิจารณา แล้วก็จาก ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท ปรับลดไปเพียงแค่ ๕๗ ล้านบาท ซึ่งต้องบอกนะครับว่าการปรับลดของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางกรมชลประทาน ยิ่งเราปรับลดมากเท่าไรผลงานที่จะเอา มาแก้ไขปัญหาเรื่องระบบน้ำของประเทศมันก็จะได้น้อยลงเท่านั้น แต่อยากที่จะถามไปยัง กรรมาธิการครับว่า ในชั้นของกรรมาธิการได้มีการพูดคุยกันเรื่องของการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง อย่างเปึ้นรูปธรรมหรือไม่ในป้นี้ การที่ได้รับงบประมาณไปเกือบ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท งบประมาณมากกว่ากระทรวงบางกระทรวงเสียอีก สิ่งที่พี่น้องประชาชนคนไทยและเพื่อน สมาชิกทั้งสภาอยากจะเห็นครับ เหมือนกันก็คือเราไม่อยากที่จะให้เจอปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง เดือนนี้เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาเจอกับปัญหาน้ำท่วม อีกไม่กี่เดือนท่านประธานจำไว้เลยนะครับ ผมเชื่อว่าจะเจอกับปัญหาเรื่องของภัยแล้งอีก และมันเกิดแบบนี้วนเวียนซ้ำซาก ในงบประมาณ ๑๙,๐๐๐ ล้านบาทตรงนี้ ทางท่านกรรมาธิการได้สอบถามไปยังหน่วยงาน หรือไม่ว่า มีแผน มีวิธีการอย่างไรที่จะมาแก้ไขปัญหาปัองกันเรื่องของน้ำท่วม น้ำแล้ง อย่างยั่งยืนให้กับพี่น้องประชาชนคนไทย
นั่นเปึน ๒ ประเด็นครับที่ผมเองอยากจะใช้เวลาตรงนี้เพื่อที่จะสอบถามไปยัง ชั้นกรรมาธิการให้ตอบกับทางสภาผู้แทนราษฎรก่อนที่เราจะมีการลงมติในมาตรา ๑๔ ครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ เชิญครับ
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน จากพี่น้องชาวบางบ่อน บางขุนเทียน ท่านประธานครับ ขออนุญาตอภิปรายงบประมาณป้ ๒๕๖๘ ในวาระที่ ๒ ในการปรับลดงบประมาณของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำนวน ๕ เปอร์เซ็นต์ เพราะเหตุผลที่ว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรมประมง เนื่องจากว่าสถานการณ์ปัจจุบันที่เกิดขึ้นเรื่องของปลาหมอคางดำ เราเห็นได้แล้วว่า มันเปึนภัยรุกรานจากสัตว์น้ำต่างถิ่นที่มีมหันตภัยร้ายแรง แล้วก็ทำลายแหล่งน้ำธรรมชาติ ไปแล้วกว่า ๑๙ จังหวัด ๗๖ อำเภอ เกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบเกือบ ๕๐,๐๐๐ ราย นี่คือ สิ่งที่จับต้องได้และเห็นแล้วว่าในป้ ๒๕๖๗ มีผลกระทบอย่างไร แต่ในป้ ๒๕๖๘ งบประมาณ ที่ขอมาครับ ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการเพิ่มผลผลิตในแหล่งน้ำชุมชนเพื่อเพิ่มรายได้ และลดค่าครองชีพให้กับประชาชน จำนวน ๓๐๗ ล้านบาท ถูกปรับลดไป ๕๑ ล้านบาท ท่านประธานครับ ผมเห็นว่ารายการนี้ถ้าหากกรมประมงทำหน้าที่อย่างเต็มที่และปกปัอง แหล่งน้ำ ปกปัองสัตว์น้ำที่อยู่ในการดูแลของกรมประมงเอง ไม่ต้องใช้งบประมาณสูงขนาดนี้ และซ้ำร้ายไปกว่านั้น งบประมาณในการที่จะมาใช้ในการแก้ไขปัญหาวิกฤติที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ซึ่งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่าน ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้ยกเปึนวาระแห่งชาติเปึ้นที่เรียบร้อยแล้ว แต่วาระแห่งชาติอย่างไรครับ ในงบประมาณ ป้ ๒๕๖๘ ไม่มีเลย เพราะฉะนั้นผมคิดว่าในเรื่องของการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ของกรมประมงยังทำได้ไม่ดีพอ ไม่ดีพอไม่เท่าไรท่านประธาน มิหนำซ้ำยังอนุมัติงบประมาณ ไปก่อสร้างศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำที่จังหวัดทางท่านรัฐมนตรีอีก ๒๐๘ ล้านบาท เปึนงบผูกพันป้ ๒๕๖๘ ป้ ๒๕๖๙ ป้ ๒๕๗๐ ป้ ๒๕๖๘ ของบประมาณไป ๔๑ ล้านบาท ผมคิดว่าไม่ควรอย่างยิ่ง ณ วันนี้สถานการณ์วิกฤติที่สุด หน้าที่หลักของกรมประมงที่ต้องทำ เยอะที่สุดและมากที่สุด และควรจะให้น้ำหนัก ไม่ว่าจะเปึ้นในเรื่องของงบประมาณ ในเรื่อง ของบุคลากร ในเรื่องของเวลา และทรัพยากรอื่น ๆ ที่ต้องมุ่งเน้นไป นั่นก็คือเรื่องของวิกฤติ การรุกรานจากปลาต่างถิ่น ซึ่งสถานการณ์ขณะนี้และเอกสารฉบับนี้ไม่มีรายงาน ไม่มีเอกสาร ไม่มีงบประมาณที่จริงใจและจริงจังในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้เลย นอกจากงบสิ่งปลูกสร้าง ศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำในบ้านท่านรัฐมนตรี การขุดลอกกว๊านพะเยาในบ้านท่านรัฐมนตรี และอย่างอื่นไม่มีเลย นั่นหมายความว่าอย่างไรครับท่านประธาน ผมเห็นว่า ณ วันนี้กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมประมงไม่จริงใจต่อการแก้ปัญหาให้กับพี่น้อง ประชาชน เพราะฉะนั้นจึงขอเสนอปรับลดงบประมาณในส่วนของกรมประมงและกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๗ อำเภอนาทวี อำเภอสะบ้าย้อย ตำบลลำไพลของอำเภอเทพา ท่านประธานครับ มาตรา ๑๒๔ งบประมาณ รายจ่ายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานในกำกับ ตั้งงบประมาณไว้ ๕๖,๒๙๗ ล้านบาทโดยประมาณ ผมเองขอปรับลด ๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ เราอภิปรายปรึกษาหารือในเรื่องสินค้าเกษตรเกือบทุกสัปดาห์ครับ ปัญหาเกษตรกรไทย ในอดีตครับท่านประธาน ๑. ขาดความรู้ ๒. ขาดแหล่งเงินทุน ๓. ขาดการสนับสนุนจาก หน่วยงานของรัฐ ๔. ต้องต่อสู้กับธรรมชาติครับ น้ำแล้ง น้ำท่วม และฝนทิ้งช่วง แถมด้วย พายุครับท่านประธาน ๕. ตลาดระบายสินค้าเกษตรถูกพ่อค้าคนกลางกดราคา นี่คือเรื่องราว ในอดีตครับท่านประธาน ปัจจุบันรัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้แก้ปัญหาข้างต้น ไปมากแล้วครับท่านประธาน ผมไม่ได้ติดใจรัฐบาล ไม่ได้ติดใจรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ และไม่ได้ติดใจกรรมาธิการที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ แต่สิ่งที่จะอภิปราย เปึ้นประโยชน์กับพี่น้องเกษตรกรและข้าราชการที่กำลังมอนิเตอร์อยู่ในขณะนี้ว่า จะแก้ปัญหาอย่างไรในรอบหน้า ท่านประธานครับ ผมเองมีคำถามอยู่ในหัวใจตลอดมา ๑. รัฐบาลลืมเกษตรกรรากหญ้าแล้วหรือยัง ๒. โครงการ Megaproject เหมือนที่รัฐบาลได้ทำ โครงการอื่น ๆ Megaproject ในด้านเกษตรแทบจะไม่มีในปัจจุบัน ๓. เราแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ให้กับเกษตรกรทุกป้ พอถึงวงรอบป้พวกผมเองก็ต้องลุกมาอภิปรายในสภาเพื่อให้กระทรวง เกษตรและสหกรณ์และรัฐบาลแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เปึ้นแบบนี้มาเปึ้นสิบ ๆ ป้แล้วครับ ตัวผมเอง ไม่ปลื้มเท่าไร ไม่ปลื้มเรื่องอะไรครับ ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ป้ เพราะที่มาของยุทธศาสตร์ แต่เมื่อไปศึกษายุทธศาสตร์ ๒๐ ป้ครับท่านประธาน ป้ ๒๕๖๐-๒๕๘๐ ในด้านการเกษตร ท่านรู้ไหมครับ เขียนไว้ละเอียดยิบครับ เรามีเกษตรกรที่เกี่ยวข้องกับภาคเกษตรในวันนี้ ๒๔ ล้านคน เกือบครึ่งหนึ่งของประเทศครับ เพราะฉะนั้นยุทธศาสตร์ด้านการเกษตรที่ผมบอกไว้ เขียนไว้ดีมาก ฝากไปยังรัฐบาลใหม่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ท่านใหม่ และเจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในวันนี้นะครับว่า ในอนาคตการจัดทำงบประมาณ ป้ ๒๕๖๙ ท่านอย่าไปอ้างยุทธศาสตร์อย่างเดียว แต่ไปลงในรายละเอียด ผมเชื่อมั่นครับ ท่านประธาน เราสามารถจะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรได้ ผมจะไม่ลงรายละเอียด เพราะเวลามันน้อย เพราะฉะนั้นผมเองจะสะท้อนให้เห็นสินค้าเกษตร ๓ ตัวครับท่านประธาน
ท่านประธานตอนที่อยู่ข้างล่างท่านอภิปรายทุกครั้งผมติดตามตลอด โดยเฉพาะเรื่องข้าวครับท่านประธาน ปรากฏว่าเดือนมกราคมจนถึงเดือนเมษายน ๔ เดือนแรกของป้ ๒๕๖๗ เราส่งออกข้าวไป ๗๐,๑๕๘ ล้านบาท อันดับหนึ่งเลยครับ ต่อไป ก็คือย่างพารา ๓๕,๓๗๗ ล้านบาท ผมไม่ได้เรียงลำดับ แต่มาดูทุเรียนครับท่านประธาน ๔๕,๗๘๐ ล้านบาท ทุเรียนแซงยางพารา มันเกิดอะไรขึ้น เพราะฉะนั้นนี่ก็คือการส่งออก ๔ เดือนแรก ท่านประธานครับ ผมเองเปึนอนุกรรมาธิการฝ๊กอบรมของกรรมาธิการชุดนี้ครับ ปรากฏว่าอธิบดีกรมการข้าวมานั่งในที่ประชุม ผมเองถามว่า ท่านอธิบดี ทำไมประเทศไทย แพ้เวียดนาม ทำไมประเทศไทยแพ้เวียดนามในเรื่องข้าว เราด้อยในเรื่องอะไร ท่านประธาน รู้ไหมครับท่านอธิบดีตอบว่าอย่างไร ท่าน สส. ผมน้ำตาจะไหล น้ำตาจะไหลถ้าพูดถึงเรื่องข้าว เพราะอะไรครับ ประเทศไทยไม่แพ้เวียดนามสักเรื่องครับ ข้าวอร่อย คุณภาพดี งานวิจัย สุดยอด และพันธุ์ข้าวดีที่สุด แต่ท่านประธานครับ ปรากฏว่ามีการไปประกวดข้าว ณ เวทีหนึ่ง ภาคเอกชนของไทยก็เลย เอาข้าวไปส่งประกวด เลยแพ้เวียดนามครับ ไม่ได้ผ่านกรมการข้าว เอาข้าวคุณภาพดีไปแข่ง ปรากฏว่าเวทีนั้นเปึ้นเวทีตัดสินทำให้ข้าวไทยคุณภาพต่ำในตลาดโลก เห็นไหมครับ ผมว่า เอ๊ะ ท่านอธิบดีน้ำตาไหล นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับข้าว เพราะฉะนั้นวันนี้ท่านเดินทางไปทั่วโลกไปดูงาน ปรากฏว่า จาก Shelf มีข้าวของใครครับ เวียดนามครับท่านประธาน เราจะแก้ปัญหาอย่างไร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะแก้อย่างไร กระทรวงพาณิชย์จะแก้ไขอย่างไร
ท่านประธานครับ ไม่พูดเรื่องยาง ไม่ได้ วันนี้พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง ป้ ๒๕๕๗ ท่านประธานจำได้ ปฏิวัติ ปรากฏว่าวันนั้นไปเรียกร้องราคา ๑๒๐ บาท รัฐบาลไม่ได้ ให้แค่ ๙๕ บาท ตั้งแต่ป้ ๒๕๕๗ จนถึงป้ ๒๕๖๗ ๑๐ ป้ครับท่านประธาน พี่น้องเกษตรกร ชาวสวนยางบ้านผม สตางค์หายจากกระเปิาวันละ ๗๐ บาท ทำไมครับ ๑๐๐ บาท เหลือ ๓๐ บาท ๗๐ บาท ออกจากกระเปิาเปึนเวลา ๑๐ ป้ ความมั่งคั่ง ความร่ำรวยมันก็หายไป ๑๐ ป้ เพราะฉะนั้นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ การยางแห่งประเทศไทยต้องไปแก้ วันนี้ยุทธศาสตร์ในเรื่องของยางเราคิดว่าประเทศไทยน่าจะเปึนอันดับ ๑ ในการส่งออก ในการวิจัยพันธุ์ยาง
สุดท้ายครับ ผมขอเวลานิดเดียวครับ เรื่องทุเรียนครับท่านประธาน วันนี้ ๔ เดือนแรกทุเรียนส่งออก ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทครับท่านประธาน ผมก็เห็น เกษตรกร ก็เห็น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เห็นไหมครับ นี่คือช่องทางใหม่ที่จะสร้างรายได้ให้กับ ประเทศไทย ปรากฏว่าต้นฤดูกาลครับท่านประธาน เดือนมีนาคมทุเรียนภาคตะวันออก จังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด ๒๕๐ บาท ขยับมาครับ พอหมดทุเรียน เปึ้นทุเรียนจังหวัดปราจีนบุรี เหลือเท่าไรครับ เหลือ ๒๐๐ บาท ขยับจากทุเรียนจังหวัด ปราจีนบุรีเปึ้นทุเรียนจังหวัดชุมพรครับ เหลือ ๑๘๐ บาท ทีนี้ทุเรียนบ้านผมครับ จังหวัดสงขลาเหลือเท่าไรครับท่านประธาน มันหายไป ๑๐๐ บาท เหลือ ๘๐ บาท เสร็จจาก ทุเรียนบ้านผมเปึ้นทุเรียนจังหวัดยะลาตีขึ้นมา ๒๐๐ บาท ทุเรียนเบตงสุดท้ายนี่คือวงรอบ ทุเรียน เบตง ๒๕๐ บาท หัว ๑๕๐ บาท ปลาย ๒๕๐ บาท ตรงกลางบ้านผมจังหวัดสงขลา ๘๐ บาท เพราะฉะนั้นวันนี้ฝากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร นี่คือสินค้าดาวรุ่ง วันนี้มีปัญหาเรื่องแคดเมียมที่ประเทศจีน ท่านประธานครับ ใครออกมาพูดบ้างครับ ปล่อยให้เกษตรกรช้ำใจว่า ปลูกไปมันจะมีปัญหา ข่าวเพิ่งออกว่าแคดเมียมเจอของไทย ปรากฏว่าคนส่งออกบอกไม่ใช่ มันเปึนของเวียดนาม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะทำอย่างไร
สุดท้ายนี้นะครับ ผมเองฝากรัฐบาลในรอบหน้า โดยเฉพาะวันนี้ผมตัดแค่ ๕ เปอร์เซ็นต์ ก็ถือว่าน้อยไป แต่สิ่งที่อยากจะฝากก็คือ เกษตรคือหัวใจหลักของประเทศ เกษตรก็คือพี่น้องประชาชนในภาคแรงงานสร้างรายได้ นี่ก็คือความยิ่งใหญ่ของประเทศ ก็คือภาคเกษตรกร ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านศุภณัฐ มีนชัยนันท์ เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๙ บางเขน จตุจักร หลักสี่ พรรคประชาชน ขออนุญาตในการแปรญัตติปรับลดงบประมาณของกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ โดยพุ่งเปัาไปที่ ๒ กรม คือกรมการข้าว และกรมชลประทาน
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ด Presentation)
สำหรับกรมการข้าว จะมีทั้งหมด ๒ โครงการด้วยกัน ที่มีพฤติกรรมที่น่าสงสัยที่จะสุ่มเสี่ยงต่อการทุจริต ก็คือ โครงการติดตั้งระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์แบบบาดาล ๑๓ จุด งบประมาณ ๖๒ ล้านบาท ซึ่งมีการปรับลดในชั้นอนุไป ๓๐.๗ ล้านบาท เหลืออยู่ที่ ๓๑.๘ ล้านบาท และโครงการที่ ๒ คือโครงการระบบสูบน้ำเหมือนกัน แต่ว่าเปึนแบบระบบผิวดิน ๔๘๐ ล้านบาท ปรับลด ในชั้นอนุไป ๖๕ ล้านบาท เหลือ ๔๑๕ ล้านบาท รวม ๒ โครงการ จาก ๕๔๓ ล้านบาท เหลือ ๔๔๗ ล้านบาท เดี๋ยวขอเป่ดภาพของโครงการด้วยครับว่าหน้าตาแบบไหน อันนี้ เปึ้นแบบบาดาลก็หน้าตาจะประมาณนี้ครับ ก็มีพวกตัวสูบอะไรต่าง ๆ มีถังเรียบร้อยนะครับ คืออย่างนี้ครับ ตอนที่ผมนั่งในอนุกรรมาธิการที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ก็มีความจำเปึน ที่อยากจะตัดทั้งโครงการ แต่ตัดไม่สำเร็จนะครับ ตัดไปได้รวมแค่ ๙๕ ล้านบาท จึงขอเสนอ แปรญัตติในการปรับลดตัดทั้งโครงการครับ เนื่องจากพฤติกรรมที่ส่อทุจริตหลายอย่าง
พฤติกรรมที่ ๑ คือการได้มาซึ่งราคากลางครับ คือโดยกรมการข้าวไม่ได้ คำนวณทำราคากลางเองนะครับ แต่ว่าใช้การสืบราคาทั้งโครงการครับ แล้วก็ให้เอกชน ๓ เจ้าเสนอราคาแล้วเอาเจ้าที่ต่ำที่สุดมาตั้งเปึนราคากลาง ฟังแล้วปกตินะครับ แต่ต้องบอกว่า ระบบสูบน้ำทั้ง ๒ โครงการนี้ หลัก ๆ แล้วมีส่วนของงานโยธาคืองานโครงสร้างและ งานครุภัณฑ์ ซึ่งปกติแล้วตามหน่วยงานทั่วไป อย่างเช่น กรมทางหลวง กรมโยธาธิการ และผังเมือง กรมชลประทาน ก็ใช้การคำนวณเรื่องของงานโยธาทำด้วยตัวเอง ส่วนงาน ครุภัณฑ์บางอย่างที่เปึนเฉพาะเจาะจงที่ไม่เคยทำมาก่อนถึงจะใช้การสืบราคา แต่ครั้งนี้ กรมการข้าวใช้การสืบราคาทั้งก้อนทั้งโครงการเลยนะครับ ซึ่งวิธีนี้ถามว่าเสี่ยงอย่างไร เสี่ยงเพราะว่ามีโอกาสในการปัุนราคาได้ง่ายกว่าโดยที่ไม่ต้องหาผู้รับผิดชอบใด ๆ เพราะเจ้าหน้าที่ไม่ได้เปึนคนทำราคา แต่ให้เอกชนทำเองหมดเลยทั้งก้อน ซึ่งก็ไม่ต่างอะไร กับโครงการลู่วิ่งของกรุงเทพมหานครที่ ๗๕๐,๐๐๐ ต่อตัว ซึ่งเราก็เอาราคาต่ำสุดมาใช้ แต่กลายเปึนว่าราคาต่ำสุดที่ใช้คือราคาที่แพงสุด ๆ จริง ๆ
พฤติกรรมที่ ๒ คือความน่าเชื่อถือของ ๓ บริษัทที่กรมการข้าวไปสืบราคามา มีปัญหาร้ายแรงตรงที่ว่าทั้ง ๓ บริษัทนั้นมีทุนจดทะเบียนไม่เกิน ๕ ล้านบาท ทั้ง ๓ บริษัท แต่กลับเสนอตัวเองทำโครงการ ๕๔๓ ล้านบาทนะครับ และที่สำคัญครับ ผู้ที่ได้เสนอราคาต่ำ ที่สุดนั้น มีรายได้เพียงแค่ ๒,๖๐๐,๐๐๐ บาท ในป้ ๒๕๖๕ เท่านั้น คุณมีรายได้แค่ ๒,๖๐๐,๐๐๐ ทั้งป้ แต่กำลังทำใบเสนอราคาให้ภาครัฐ ๕๔๓ ล้านบาท มันเปึนไปได้หรือครับ ผมต้องถามว่ากรมการข้าวใช้ดุลยพินิจแบบไหนในการเลือกไปสอบถามบริษัทนี้ตั้งแต่แรก แค่ดูทุนจดทะเบียน แค่ดูรายได้ก็รู้แล้วว่า เขาไม่สามารถจะทำได้อยู่แล้ว ผมไม่ได้ดูถูกบริษัท เขานะครับ แต่เราว่าจากประสบการณ์และกลไกของภาครัฐที่บริษัทเหล่านี้แทบโอกาสน้อย มาก ๆ ที่จะมีสิทธิในการที่จะเข้าประมูลงานของภาครัฐด้วยซ้ำ แล้วทำไมพวกเขาต้องมา เสียเวลาทำใบเสนอราคาให้ภาครัฐฟรี ๆ หรือครับ
และพฤติกรรมที่ ๓ ครับ น่ากลัวกว่านั้นคือ ใบเสนอราคาของทั้ง ๓ บริษัท ที่กรมการข้าวไปเอามาหน้าตาเหมือนกันเป็ะ Format เหมือนกันเป็ะ Font เหมือนกันเป็ะ มันเปึนไปได้อย่างไรที่ ๓ บริษัทจะมีทั้ง Format ทุกอย่าง หน้าตาเหมือนกันเป็ะหมดเลย เพียงอย่างเดียวก็คือ โลโกบริษัทที่เปลี่ยนไปและลายเซ็นกรรมการผู้เซ็น เพราะฉะนั้น นี่แปลว่ามีโอกาสในการปัุนราคาหรือไม่ อย่างไร
พฤติกรรมที่ ๔ คือเรื่องของความชำนาญของหน่วยงานครับ เนื่องจากว่า กรมการข้าวใช้งบประมาณในการทำระบบสูบน้ำแบบบาดาล ตอนแรกนี่คือจุดละ ๔.๘ ล้านบาท แต่ในชั้นอนุเราตรวจพบว่ากรมทรัพยากรน้ำบาดาลที่มีการนำเสนอมาให้เราทำโครงการ คล้าย ๆ กัน ใช้งบประมาณแค่ ๒.๔ ล้านบาท เราเลยนำใบเสนอราคาของกรมทรัพยากรน้ำ ไปให้กรมการข้าวดู แล้วแขวนงบประมาณไป ผ่านไป ๑ สัปดาห์ กรมการข้าวก็กลับมา บอกว่านอนคิดมาทั้งคืนแล้วสามารถปรับลดตัวเองได้ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของโครงการ คือโครงการจุดละ ๔.๘ ล้านบาท ปรับลดได้เหลือ ๒.๔ ล้านบาท ให้มันชนกับกรมทรัพยากร น้ำบาดาล มันแปลว่าอะไร แปลว่าที่ผ่านมามันบวกจนเกินเยอะแยะเต็มไปหมด และบังเอิญ กรรมาธิการจับได้ใช่ไหมก็เลยปรับลดตัวเอง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วบอกว่ายังสามารถทำงาน ได้อยู่ และในส่วนของงานผิวดินเนื่องจากว่ากรรมาธิการไม่ได้มี BOQ ให้กรมการข้าว ไปตรวจสอบ กรมการข้าวก็เลยข้อตัดลดตัวเองลงเพียงแค่ ๕ ล้านบาทต่อจุดเท่านั้น ๑๓ จุด ก็ ๖๕ ล้านบาท ก็คือประมาณสัก ๑๓ เปอร์เซ็นต์ ก็ต้องบอกว่า ถ้าเกิดกรรมาธิการไม่มีการ ทักท้วงก่อนหน้านี้ เงินประมาณ ๙๕ ล้านบาท อาจจะหายวับไปฟรี ๆ และที่สำคัญผมก็ต้องตั้ง ข้อสังเกตว่า ในขณะที่แบบบาดาลมีคู่เทียบแล้วยอมปรับลดได้ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แต่แบบผิวดิน ไม่มีคู่เทียบเลยปรับลดได้แค่ ๑๓ เปอร์เซ็นต์ จริง ๆ แล้วถ้าเกิดมีหน่วยงานอื่นทำ มันอาจจะ ลดได้มากกว่านี้หรือไม่ และนี่เปึนการสะท้อนว่าอะไรครับ สะท้อนว่าหน่วยงานไม่มี ความชำนาญครับ ความชำนาญต่ำเกินไป เพราะตอนออกแบบท่านก็อ้างว่าท่านไม่ได้ออกแบบ ท่านไปให้หน่วยงานอีกช่วยออกแบบให้ ตอนคิดราคาท่านก็ไม่ได้คิดเอง เพราะท่านก็โยนให้ เอกชนเปึนคนคิดทั้งหมดนะครับ และที่สำคัญครับโครงการนี้ต้องบอกว่ามี Spec สินค้า หลายรายการ ซึ่งเดี๋ยว สส. มิ้ง ข้าง ๆ ผม รภัสสรณ์ นี้นะครับ จะเปึนผู้อธิบายในเชิงลึกว่า มันไปล็อกอะไรบ้างอย่างไรนะครับ แต่พูดได้เลยว่าโครงการนี้เปึ้นโครงการที่เสี่ยงทุจริต ชัดเจน แม้ว่าเราจะปรับลดงบประมาณแล้ว ๙๕ ล้านบาท แต่ผมคิดว่าเราไม่สามารถปฏิเสธ พฤติการณ์พฤติกรรมตั้งต้นตั้งแต่แรกว่ามีการสุ่มเสี่ยงการทุจริตได้ ผมจึงต้องข้อเสนอในการ ที่จะตัดโครงการนี้ทั้งโครงการของกรมการข้าวทิ้งนะครับ
และส่วนที่ ๒ ครับ คือเรื่องของกรมชลประทาน ก็ต้องบอกว่าวันนี้ผมก็จะขอ เป่ดโป่ง เรียกว่าเปึนหนึ่งในวิธีการทุจริตก็แล้วกัน งบประมาณของกรมชลประทานให้ ท่านประธานและประชาชนทราบนะครับว่า เจ้าหน้าที่บางคนเขามี Tactic ในการทุจริต งบประมาณกันอย่างไร ต้องบอกอย่างนี้ครับว่า โครงการที่จะมีการทุจริต ส่วนหนึ่งจะเปึ้น โครงการประเภทที่ว่า ซ่อมแซม ปรับปรุง บำรุงปรับปรุงคลองส่งน้ำหรือระบบส่งน้ำ โดยเปึน การทุจริตผ่านค่าแรงคนงาน ถ้าดูใน BOQ เราจะพบว่าโครงการของกรมชลประทาน จะมีรายงาน เช่น งานดินขุด งานดินถม งานบดอัด โดยใช้แรงคน และต้องบอกอย่างนี้ว่า เฉพาะค่าแรงเฉย ๆ มีสัดส่วนกว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าโครงการ อย่างโครงการนี้ ๑๕ ล้านบาท ค่าแรงป่าไปแล้ว ๔.๖ ล้านบาท หรือ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ โครงการนี้ ๑๑ ล้านบาท ค่าแรงป่าไปแล้วกว่า ๓๓ เปอร์เซ็นต์ ค่าแรงขนาดนี้ต้องบอกอย่างนี้ว่าทำถนนได้เลยนะครับ ๑๐ ล้านบาท ค่าแรงป่าไปแล้ว ๔๐ เปอร์เซ็นต์ และเดี๋ยวหน้าถัดไปอันสุดท้ายเลยครับ เหมือนกันครับ ต้องอย่างนี้ครับว่าถ้าเกิดเราสังเกต Rate ของค่าแรง ต้องบอกว่าการใช้ แรงงานคนจะมีอัตรา Rate ต่อหน่วยแพงกว่าการใช้เครื่องจักร ๑๐ เท่า ๑๐ เท่านี่ละคือ ส่วนต่าง หรือบางอันก็ ๑๕ เท่าด้วย ต้องบอกว่าส่วนต่างมหาศาลนี้ในการที่จะใช้แรงงานคน แทนการใช้เครื่องจักรคือส่วนต่างที่เกิดการทุจริต โดย ๒ สาเหตุหลัก ๆ ที่กรมแจ้งว่าทำไม ถึงไม่ใช้เครื่องจักร แต่ใช้แรงงานคน ๑. แน่นอนครับ คือเครื่องจักรเข้าไม่ได้ อันนี้เรารู้กัน และเราเข้าใจว่าบางที่ก็เข้าไม่ได้จริง ๆ ต้องใช้แรงงานคน แต่ถ้าบางที่ไปตรวจจริง ๆ ก็ต้องพบว่าคนเข้าได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือกรมบอกว่าอยากให้ใช้แรงงานคนเพราะอะไร เพราะกรมมองว่าอาจจะเกิดการจ้างงานในพื้นที่ต่าง ๆ เกิดขึ้น แต่ผมมองว่านี่อาจจะเปึน การใช้งบประมาณที่สิ้นเปลืองหรือไม่ในการไปใช้งบประมาณลงกับการจ้างแรงงานคน แทนที่จะใช้เครื่องจักร หนักกว่าครับ คือการใช้งบแรงงานคนนั้น เนื่องจากว่าพอมันมีส่วน ต่างแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นคือไม่ได้จ้างคนจริง ๆ ในทางปฏิบัติก็คือไปเรี่ยไร่เอาบัตรประชาชนของ พี่น้องประชาชนที่เปึนแรงงานนี่ละมา แล้วก็จ่ายสตางค์เขานิดหน่อย จากนั้นส่วนที่เหลือ พูดง่าย ๆ คือนำบัตรเข้ามาเซ็นรับเงิน รับเงินเสร็จปุ็บทำอย่างไร ผมเชื่อว่าท่านประธานและ เพื่อนสมาชิกหลายคนที่อยู่ที่นี่ก็รู้ ๆ อยู่แล้ว ก็ไปจ้างให้ผู้รับเหมามาใช้เครื่องจักรทำงานจริง ๆ และส่วนต่างนี้ก็บอกว่าพอค่าแรงต่างกับการทำงบประมาณด้วยต้นทุน ด้วยเครื่องจักรนี้ ๑๐ เท่า หมายความว่าแต่ละโครงการที่ผมชี้มานี้ ๑,๘๐๐,๐๐๐ บาท ต้นทุนจริง ๆ คือ ๑.๘ ล้านบาท แต่แรงงานคน ๑๘ ล้านบาท ส่วนต่างประมาณ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ก็คือส่วนต่าง ที่เปึนช่องทางในการคอร์รัปชันของเจ้าหน้าที่ แล้วก็ส่งส่วย ผมไม่ได้บอกว่าทุกโครงการที่ใช้ เปึ้นแรงงานคนต้องมีการทุจริต และไม่ได้บอกว่าโครงการที่ผมโชว์ตรงนี้เปึ้นโครงการที่ทุจริต ท่านอย่าเข้าใจผิด แต่ Concept ที่เราใช้อยู่แบบนี้ เปึ้นสารตั้งต้นทำให้เกิดการทุจริต และผม ก็เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ก็รู้ นักการเมืองบางท่านก็รู้แล้ว แต่เรายังไม่มีวิธีการแก้ไขที่มันถูกต้อง เพราะฉะนั้นจากปัญหาที่ทุจริตหรือส่อทุจริตของกรมการข้าวและกรมชลประทาน ผมก็ขอ เสนอในการปรับลดงบประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์ครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ
ต่อไปนะครับ ท่านสมาชิกที่ขออภิปราย เนื่องจากมีการแก้ไขในมาตรานี้ ใช้เวลาท่านละ ๕ นาทีนะครับ ขอให้รักษาเวลาด้วยนะครับ ท่านแรก ท่านรภัสสรณ์ นิยะโมสถ์ เชิญครับ
กราบเรียนประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน รภัสสรณ์ นิยะโมสถ ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดลำปาง พรรคประชาชนค่ะ วันนี้ขอมี ส่วนร่วมในการอภิปรายงบประมาณวาระที่ ๒ มาตรา ๑๔ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องจากดิฉันไม่เห็นด้วยกับการพิจารณาของกรรมาธิการที่มีคำขอโครงการผลิตและกระจาย พันธุ์เมล็ดข้าวในกิจกรรมสร้างแหล่งน้ำ ที่ทาง สส. ศุภณัฐได้อภิปรายก่อนหน้านี้นะคะ เนื่องจากมันไม่สมเหตุสมผลและมีงบประมาณที่สูงเกินไปค่ะ ความไม่สมเหตุสมผลก็คือ กรมการข้าวมีภารกิจคือการวิจัยการข้าวให้มันปลูกง่าย ตายยาก ทนแล้ง ทนโรค แต่ถ้าหาก ท่านต้องการที่จะสร้างแหล่งน้ำ ทำไมถึงไม่ขอใช้แบบก่อสร้างจากกรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ หรือท่านจะอ้างว่าต้องการทำที่สูบน้ำแบบพลังงานแสงอาทิตย์ แต่พอมาดู ที่งบประมาณแล้ว ความคุ้มทุน คุ้มค่ามันไม่สมเหตุสมผลเลยนะคะ
ประเด็นที่ ๒ คืองบประมาณที่สูงเกินไป ดูจากคำของบประมาณนะคะ ขอสไลด์์ด้วยค่ะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ด Presentation)
คำของบประมาณที่ท่านขอมา ๕๔๓ ล้านบาทเศษ ปรับลดแล้ว รวมทั้งค่าก่อสร้างและค่าครุภัณฑ์เหลือ ๓๑๙ ล้านบาทเศษ หายไปกว่า ๕๘ เปอร์เซ็นต์ จึงเปึนข้อสงสัยของดิฉันค่ะว่าหายไปขนาดนี้ ทำไมโครงการ ถึงยังดำเนินต่อได้ พอมาดูในรายละเอียด ป้ศาจอยู่ในรายละเอียดค่ะท่านประธาน แต่ละ Item นี้ต้องบอกว่าโอ้โฮเลยนะคะ เพราะมีราคาที่สูงมาก ๆ และยังมีการกำหนด คุณลักษณะที่เฉพาะที่สูงเกินความจำเปึนอีก
ตัวอย่างแรกเลยค่ะ ถังเก็บน้ำค่ะ ถังเก็บน้ำระบุว่าจะต้องเปึนถังเหล็กจำนวน ๓๐๐ คิว งบประมาณ ๓.๘ ล้านบาท ใช้ร่วมกัน ๔ ถัง งบประมาณรวมกัน ๑๕ ล้านกว่าบาท เปึนข้อสงสัยของดิฉันค่ะว่าทำไมถึงไม่ขอใช้เปึนถังคอนกรีต ถ้าใช้เปึนถัง ค.ส.ล. ๓๐๐ คิว งบประมาณจะอยู่ที่ประมาณ ๑.๕ ให้ Maximum เลยก็ไม่เกิน ๒ ล้านบาท เพราะฉะนั้น งบประมาณรวมกันมันก็จะไม่ถึง ๑๕ ล้านบาทอย่างแน่นอนนะคะ บางท่านอาจจะสงสัยว่า เอ๊ะ เขาไปทำในพื้นที่ห่างไกล พื้นที่ทุรกันดารหรือเปล่า ไกลจากร้านวัสดุก่อสร้าง เลยจำเปึน จะต้องใช้เปึนถังเหล็กนะคะ ไม่ค่ะ คำขอนี้ขอสร้างในพื้นที่กรุงเทพมหานครค่ะ
ตัวอย่างถัดไป งานบดอัดดิน ราคาสูงถึงคิวละ ๕๔๖ บาท แต่เมื่อเปรียบเทียบกัน กับอันด้านล่างนะคะ เปึนงบประมาณของกรมชลประทาน บดอัดคิวความหนาแน่นอยู่ที่ ๙๕ เปอร์เซ็นต์เหมือนกัน เทียบที่ราคาน้ำมันดีเซลสูงถึง ๓๘ บาท ก็ยังต่อคิวเพียง ๕๒ บาท อันนี้ก็ขอตั้งคำถามไปยังกรรมาธิการด้วยว่าท่านได้มีการตั้งข้อสังเกตเหมือนกับดิฉัน หรือเปล่า ที่ราคาบดอัดนี้มันสูง Over ไปมาก ๆ
Item สุดท้ายค่ะ เครื่องสูบน้ำ ตรงนี้กำหนดคุณลักษณะมาว่าจะต้องทำ มาจากวัสดุเหล็กหล่อนะคะ ซึ่งวัสดุเหล็กหล่อเครื่องสูบน้ำแบบนี้โดยมากจะใช้ในโรงงาน อุตสาหกรรมหรือใช้กับน้ำที่มีคุณภาพต่ำ อย่างน้ำที่มันเปึนกรด เปึ้นด่าง ใช้กับน้ำใน ระบบบำบัด น้ำเกรอะอะไรพวกนี้ ซึ่งดิฉันมั่นใจว่ากรมการข้าวก็คงใช้น้ำทั่วไป น้ำจากคลอง ประปาทั่วไปในกรุงเทพมหานครนี่ละค่ะ เหตุใดจึงจะต้องกำหนด Spec มาให้สูงขนาดนี้ เมื่อเทียบกันกับตัวด้านซ้ายมือที่เปึนปัูมน้ำแบบปกตินะคะ ก็คือเปึนแบบ Stainless ซึ่งทางการประปาส่วนภูมิภาค การประปานครหลวง หรือแม้กระทั่งกรมทรัพยากรน้ำก็ใช้ สเปกแบบนี้ ราคาต่างกันถึงเท่าตัว ด้านซ้ายมืออยู่ที่ประมาณแสนกว่าบาท ตัวที่ทาง กรมการข้าวตั้งคำข้อขึ้นมาอยู่ที่ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ทั้งหมดทั้งมวลนี้ก็เปึนข้อสังเกต หลาย ๆ เอ๊ะของดิฉันนะคะ ดิฉันจึงไม่สามารถเห็นด้วยกับกรรมาธิการ และข้อเสนอให้มีการ ตัดลดงบประมาณโครงการนี้ทั้งโครงการเลย ๓๑๙ ล้านบาทเศษ และฝากไปถึงกรรมาธิการ งบประมาณในอนาคตที่จะพิจารณาในป้ ๒๕๖๙ นี้ ดิฉันหวังว่าเราจะไม่เห็นโครงการที่ตีโป์ง โก่งราคาแบบนี้มาอีก เพราะหากดิฉันเปึนกรรมาธิการดิฉันคงไม่ปล่อยผ่านให้เล็ดลอดมาใน วาระที่ ๒ อย่างแน่นอนค่ะ ขอบคุณท่านประธานค่ะ
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านบัญชา เดชเจริญศิริกุล เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม บัญชา เดชเจริญศิริกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคท้องที่ไทย วันนี้ผมขอมีส่วนร่วมอภิปรายในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ ในมาตรา ๑๔ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นะครับ ผมมีข้อสังเกตอย่างนี้ครับ ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องจากมีหลายกรมครับ ก็ยินดีกับการที่จะตัดกับส่วนที่ ไม่ได้เปึนประโยชน์อะไร แล้วก็ขอให้ไปเพิ่มกับในส่วนที่มีประโยชน์จริง ๆ โดยเฉพาะผมจะขอ ไปพูดถึงเรื่องกรมการข้าวนิดหนึ่งครับ เพราะว่ามีเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายเพิ่ม ส่วนที่ตัดออกไปขอมาเพิ่มในส่วนนี้ได้ไหมครับ เพราะว่าในส่วนนี้ยังขาด ในกรมการข้าวนี้ ได้งบประมาณมาแค่เพียง ๔๐๐ กว่าล้านบาทนะครับ สิ่งที่ขาดในกรมการข้าวก็คือกองทุน หมุนเวียนในการผลิตพันธุ์ข้าว พันธุ์ข้าวนี่เปึนปัญหาในประเทศไทยมานานแล้วนะครับ โดยเฉพาะตอนนี้ขาดการควบคุมพันธุ์ข้าวที่ทำกันอยู่ในประเทศไทยตอนนี้ ในพื้นที่ภาคกลาง ส่วนใหญ่เปึนข้าวนาปรัง ซึ่งเปึนพันธุ์ข้าวที่นำเข้ามาจากประเทศเวียดนาม เขาเรียกว่า พันธุ์ข้าวหอมพวง หรือข้าวพันธุ์ ๕๔๕๑ หรือพันธุ์จัสมิน ที่ทำกันทั่วประเทศเลย ณ ปัจจุบัน เนื่องจากขาดการควบคุมจริง ๆ โดยเฉพาะกรมการข้าวก็ไม่สามารถเอาพันธุ์พวกนี้ มาปรับปรุงได้ เนื่องจากงบประมาณไม่เพียงพอ แล้วก็ไม่เพียงพอที่จะผลิตให้กับ พี่น้องเกษตรกรในประเทศไทยด้วย ก็เลยไปเอามาจากประเทศเวียดนาม แล้วก็ปลูก แล้วก็ขายกัน แล้วก็ทำให้เกิดปัญหาขึ้น โดยเฉพาะเมื่อราคาดีปุ็บถ้าเกษตรกรก็จะทำเหมือนกันหมดทั้งประเทศ พอทำเหมือนกันหมดปุ็บ ก็จะทำให้ข้าวชนิดนี้ราคาถูกลงนะครับ ก็เลยเปึนปัญหา ก็อยากให้เพิ่มงบประมาณส่วนนี้ ไปที่กรมการข้าวนิดหนึ่ง เพื่อที่จะผลิตพันธุ์ข้าวออกมาเพื่อให้เพียงพอกับพี่น้องเกษตรกร ไ่ด้ทั้งประเทศ
ในส่วนที่ ๒ ในวงเงินโครงการชะลอการขาย โครงการชะลอขายของกระทรวง เกษตรและสหกรณ์นะครับ จากป้ ๒๕๖๗ ที่จะต้องใช้ภายใน ๓๐ กันยายน ป้ ๒๕๖๗ เดิม ๑ ล้านตัน วงเงิน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งถามว่าเพียงพอไหม ไม่เพียงพอ ผมอยากให้เพิ่มเปึ้น สัก ๒ ล้านตัน วงเงินสัก ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เนื่องจากในภาวะประเทศไทย ณ ตอนนี้เศรษฐกิจ ไม่ค่อยจะดีเลย โดยภาคเกษตร โดยเฉพาะโรงสี ในกลุ่มโรงสีที่จะเข้ามาซื้อข้าวให้กับ พี่น้องเกษตรกร ตอนนี้ถือว่าย่ำแย่แล้วก็ขาดสภาพคล่องกันหมดนะครับ แล้วส่วนใหญ่ ธนาคารที่ปล่อยกู้อยู่ก็ตัดวงเงินกันไปครึ่งหนึ่ง แล้วตรวจ Stock กันเข้มมาก ก็กลายเปึนว่า ขยับหรือทำอะไรกันไม่ได้เลย โครงการชะลอขายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ๑ ล้านตัน วงเงิน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งไม่เพียงพอ ถ้าเพิ่มได้ในส่วนที่ตัดออกไปในส่วนที่ ไม่จำเปึนในโครงการอื่น ก็อยากให้เอามาใส่ตรงนี้เพิ่มเพื่อจะได้ให้พี่น้องเกษตรกรได้รับข้าว ที่ราคาที่เพียงพอ ซึ่งตอนนี้ก็ถือว่าดีแล้วครับ แต่ว่าถ้ามีโครงการดี ๆ ของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ โครงการชะลอขาย ถ้ามันเพิ่มวงเงินไป ๒ ล้านตัน ใช้วงเงินสัก ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็จะทำให้เกษตรกรมีความมั่นคงในอาชีพดีมากเลยนะครับ อันนี้ผมขอสนับสนุนจริง ๆ ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม จักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย เขต ๔ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้อดพูดไม่ได้เพราะเปึนผู้ประสบภัยจังหวัดสุโขทัย สุโขทัยระทม ระทมเพราะอะไร พูดมาเปึน ๑๐๐ ครั้ง ๑,๐๐๐ ครั้ง หลายรัฐบาล เราไม่มีเขื่อน เขื่อนแก่งเสือเต้นผู้หลักผู้ใหญ่ไปเมื่อ ๒ วันนี้ที่สุโขทัย แค่พูดแก่งเสือเต้นพี่น้้องที่อยู่ใน แก่งเสือเต้นหรือสะเอียบก็มีความเดือดร้อนทันที ผมถึงบอกว่าการที่จะโยกย้ายพี่น้อง ชาวสะเอียบลงมานั้น ต้องมีบริหารจัดการครอบครัวให้ดี พาเขาไปดูที่ ๆ เราจะย้ายออกมา ว่าทำมาหากินได้ไหม มีส่วนที่จะใช้ลุ่มน้ำยมที่เขาเสียสละทำกินได้ไหม ถ้าเขามีความพอใจ เขาก็จะลงมา ไม่ใช่ว่าปล่อยเขาไปอยู่ในที่เมืองแพะบ้าง เมืองผีบ้าง ทำมาหากินไม่ได้ เราไม่มี ประตูน้ำเพียงพอ น้ำที่มาจากน่าน พะเยา มาจากอุตรดิตถ์ มาแพร่ ที่ท่วมในตลาดแพร่นั้น มหาศาล ๑,๗๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีมาที่สุโขทัยที่ประตูเดียวคือหาดสะพานจันทร์ ตูมเดียวถึงเลยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ดคลิปภาพ)
มันไม่มีประตูน้ำเอาไว้หน่วง เอาไว้ดึง เอาไว้ปล่อย และบริหารจัดการทีละขั้นบันได้ เราถึงบอกว่าเราต้องการประตูน้ำ ที่เหนือหาดสะพานจันทร์อยู่ที่บ้านหาดเสี้ยว วัดโบสถ์ ๑ ตัว และอยู่ที่แม่สำ บ้านเชียงชื่น ๑ ตัว แล้วก็ที่วังชิ้น วังน้ำเย็น แล้วก็ที่อำเภอลอง หาดอ้อน ๔ ตัวนี้จะทำให้หน่่วงน้ำได้ ไม่ให้วิ่งมาทีเดียว ๑,๗๐๐ มา ๑,๒๐๐ เราก็แย่แล้วครับสุโขทัย ป้นี้มา ๑,๗๐๐ และสิ่งที่ท่าน เห็นในรูปมันล้นตลิ่ง เรามีกระสอบทรายกับเม็ดทรายที่สู้กับเขา พนังที่จะกั้นน้ำเราก็ไม่มี ผมถึงกราบเรียนท่านประธานที่เคารพไว้ว่าต้องให้ชลประทานที่มีงบอยู่ ๕๖,๐๐๐ กว่าล้าน อยู่ในส่วนของกรมชลประทาน ซึ่งเปึนกรมสำคัญนั้น ๓๕,๐๐๐ กว่าล้าน อยู่ที่การบริหาร จัดการน้ำอยู่ ๓๓,๐๐๐ กว่าล้าน มันไม่เยอะครับ เราถือว่าไม่เยอะ แต่งบที่ผูกพัน งบที่ใช้ โครงการระยะยาวนั้นต้องวางแผ่นดี ๆ โดยเฉพาะการสร้างประตูน้ำ ๔ ตัวที่ผมพูดมาตลอด สุโขทัยมีประตูเดียวครับ นี่หาดสะพานจันทร์ ท่านดูขยะมันมากขนาดไหน มันเดือดร้อน ขนาดไหน ๓ ป้แล้ว ๔ ป้แล้วก็เปึนสภานี้ละครับ ประตูเดียว ผมถึงกราบเรียนท่านประธานครับ วันนี้เราต้องสู้ประตูน้ำที่เขาออกแบบเรียบร้อย แค่ลงไปเจาะธรณีนี่ ๒ ป้แล้วครับ ได้รับความกรุณาจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ท่านธรรมนัส พรหมเผ่า ท่านบินไปส่วนตัว บินไปทางการ แล้วก็อนุมัติให้เรา ออกแบบเร่งด่วน วันนี้แค่เจาะธรณีน้ำ ท่านประธานครับ นอกจากประตูน้ำแล้วเรายังมีคลอง ฝัืงซ้าย ฝัืงขวาที่ช่วยระบายน้ำที่จะพุ่งเข้าอำเภอเมืองสุโขทัย พุ่งเข้าที่บางระกำ พิษณุโลก เราต้องทำประตูน้ำด้านซ้าย ประตูน้ำด้านซ้ายได้งบประมาณไปแล้วกำลังก่อสร้าง แต่สิ่งที่ชะงัก อยู่คือการเวนคืนที่หมู่ ๕ หมู่ ๒ หมู่ ๘ หมู่ ๑๑ ตำบลในเมือง ตำบลคลองยาง ตำบลคลองมะพลับ บางหมู่บ้าน ๖๓ ล้านบาท อยากให้กรมชลประทานรีบเร่งหาชดเชยให้เร่งด่วน มิฉะนั้น ท่านจะเห็นเขื่อนที่เดี๋ยวจะปรากฏว่าเปึนปัุนดินยาวถึง ๓ กิโลเมตร วันนี้เราสู้ดินเปึน ช็อกโกแลตเยิ้มแล้วพังเสียหายเปึน ๑,๐๐๐ หลัง เงิน ๖๓ ล้านบาท ไม่ชดเชยให้พี่น้องมา ๒ ป้แล้ว อยากให้รีบดำเนินการนะครับ ก็ฝากไว้ด้วยครับ คลองฝัืงขวาได้งบประมาณ ในป้ ๒๕๖๘ ๓,๓๘๖ ล้านบาท อยากให้กรมชลประทานเร่งรีบการใช้งบประมาณหลังจาก ผ่านงบประมาณในรอบนี้ นี่ครับคลองฝัืงซ้ายน้ำ ที่เห็นยาว ๆ นั่นคือทางรถไฟเสียหายหมดครับ เพราะว่าการบริหารจัดการน้ำ อันนี้คือคันดิน ๓ กิโลเมตรกว่าที่ไม่ได้เวนคืน ๓๖ ล้านบาท อยากให้เว้นคืนและรีบก่อสร้าง จะช่วยการบริหารจัดการน้ำฝัืงซ้าย ฝัืงขวาเพื่อไม่ให้น้ำ วิ่งเข้ากลางอกของจังหวัดสุโขทัย อำเภอเมืองสุโขทัยพื้นที่เศรษฐกิจ ท่านประธานครับ วันนี้นอกจากคลองฝัืงซ้าย ฝัืงขวาแล้ว เรามีความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการที่เราไม่มีพนัง พนังน้ำเราต้องใช้กระสอบทรายยาวไปถึงปากแค่วที่เราขอตั้งแต่ป้ที่แล้ว ที่น้ำท่วมหนัก ที่บ้านปากแคว อำเภอเมือง ยาว ๑,๗๐๐ เมตร ไม่ใช่เขตเลือกตั้งผมครับ แต่ผมโตจากตรงนั้นมา โดยเปึน อบจ. สุโขทัย ยังไม่ได้มีการดำเนินการเลยครับ ๑๕๘ ล้านบาท สร้างเขื่อนตรงนั้น เพื่อปัองกันไม่ให้น้ำท่วมเมือง ยังไม่รู้ว่ากรมโยธาธิการและผังเมืองจะส่งเมื่อไร ส่วนที่ไม่มี ความจำเปึ้นนั้นนำไปใช้ท่านประธานครับ แต่ส่วนที่เดือดร้อนนั้นไม่ก่อสร้างก่อน ขออีกนิดหนึ่ง ครับท่านประธาน ที่เห็นอยู่นี้เปึนฝ่ายแกนซีเมนต์ วันนี้เราไม่ได้เก็บน้ำฝายแกนซีเมนต์ไว้ บนภาคเหนือ ไม่ว่า พะเยา น่าน ซึ่งเปึนตัวอย่างที่ดี กลับถูกบอกว่ามันไม่เกิดประโยชน์ น้ำ ๓๐ กว่าล้าน ๓๐ กว่าแห่งของแกนซีเมนต์นั้นมีประโยชน์คุณค่าสูงสุดที่จะทะลักลงมาจาก พะเยา จากอุตรดิตถ์ จากแพร่ลงมาสุโขทัย ๑,๒๐๐ ล้านกับเครื่องบินลำเดียว ช่วยชาติ ทั้งชาติได้ครึ่งประเทศ ไม่ได้รับการเหลียวแล สิ่งที่ตามมาก็คือพี่น้องชาวทุเรียน ชาวส้ม แม่สิน แม่สำ บ้านตึก ท่านดูครับ ทุเรียนมันตกขนาดไหน ตกแล้วก็ไม่ได้สตางค์ครับ ล้มแล้วก็ไม่ได้สตางค์ ไร่หนึ่งไม่ถึง ๓๐ ต้น ไม่ได้สตางค์ ตกอย่างนี้ก็บอกต้นไม่ตาย ตายไม่สนิท ตกเปึนหมื่น ๆ ลูก มูลค่าเปึน ๑๐ ล้านบาท ส้มยืนตาย ส้มตก ตอนนี้ส้มเริ่มทิ้งลูกแล้ว เพราะว่าลูกไม่แก่เพราะแช่น้ำ ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงหลักการ ในการที่จะชดเชยให้ บอกว่าตายไม่สนิท ตายแบบไม่สิ้นเชิง ก็ให้ไม่ได้ ผมอยากให้กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ไปคิดใหม่ ในส่วนของปลัดว่าการเสียหายพืชผลอย่างนี้ ควรจะยกเว้น ระเบียบใน ครม. แล้วก็ชดเชยเขาไปเรื่องส้มที่กำลังจะหล่นทุกวันนี้ แช่น้ำอยู่ ทุเรียนตก เปึนหมื่นลูก ส่งไปแล้ว ๓-๔ เดือน ท่านรัฐมนตรีธรรมนัส พรหมเผ่า ก็ให้ความเอ็นดู บอกว่า ส่งมาเดี๋ยวจะรีบเข้า พอดีมันมีอุบัติเหตุทางการเมืองก็ยังตกค้างอยู่ ก็ฝากท่านประธานไปถึง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า ให้ดำเนินการแก้ไขระเบียบการชดเชยความเสียหาย จากภัยธรรมชาติตรงนี้ด้วย ขอบคุณครับ
ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ Stand By อยู่ตามห้องก็รับฟังท่านสมาชิกด้วยนะครับ ก็เปึนเรื่องสำคัญนะครับการชดเชย ต่อไปท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ผมขออภิปรายกระทรวง เกษตรและสหกรณ์โดยใช้เวลาไม่มาก ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะว่าเมื่อวานนี้ผมได้ อภิปรายในเรื่องงบกลาง ซึ่งในงบประมาณทั้งหมดที่กรรมาธิการไปพิจารณามา ๓.๗ ล้านล้าน หรือ ๓,๗๕๒,๗๐๐ ล้านบาท ซึ่งก็ไม่ได้น้อย แต่ที่ผมนั่งดูและนั่งฟังมาเมื่อวานทั้งวัน และวันนี้ ก็ได้ประมาณชั่วโมงกว่า ๆ ส่วนใหญ่งบประมาณที่ลงไปให้กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ เปึนงบที่ทำไปจากเบื้องบน เหมือนกับการเลียน้ำแข็ง ไอติม ครับท่านประธาน เราเด็ก ๆ เลียน้ำแข็งแพล็บ แพล็บ แพล็บ ลงไปถึงพื้นที่ชาวบ้านเหลือแต่ไม้ ผมก็เลย เรียกร้องว่า เมื่อวานเงินดิจิทัลที่รัฐบาลจะแจกไปเปึนเงินสดเอาออกจากระบบ Social ออกจากดิจิทัล ผมดีใจเปึนอย่างยิ่ง เพราะจะทำให้งบมันกระตุ้นเศรษฐกิจดีขึ้นมา เมื่อวาน ที่ผมพูด มาถึงวันนี้ผมพูดเรื่องเดียวกัน ท่านประธานครับ วันนี้ทั้งวัน ขอใช้เวลา ๕ นาทีครับ ก็คืองบส่งเสริมการผลิตของพี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะชาวนา ในอดีตที่ผ่านมานี้ชาวนา ได้เงินเล็ก ๆ น้อย ๆ ถ้ามาเปรียบเทียบกับ ๓.๗ ล้านล้านบาท ก็คือไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ที่เขา ทำนาอยู่ ท่านประธาน ชาวนาในภาคอีสานบ้านผมทำนาป้ก็มีแต่หนี้กับซัง ทำนาปรังก็มีแต่ ซังกับหนี้ ท้ายที่สุดก็มีหนี้ตลอด แต่ป้นี้ก็ฟัง ๆ ดูผมเองก็สับสนอยู่ข้อมูลยังไม่แม่นว่า รัฐบาล จะส่งเสริมไปให้ไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ไม่เกิน ๒๐ ไร่เท่าเดิม หรือไม่ให้ ก็ยังไม่ชัด แต่ผมอยาก ขึ้นมาทวงแทนชาวนา เพราะผมเปึนผู้แทนราษฎร ในเขตเลือกตั้งผมนี่ส่วนใหญ่ เปึ้นชาวนา ชาวนาพวกนี้ไม่ใช่ว่าเขาไม่ได้เสียภาษีในวงเงิน ๓.๗ ล้านล้านบาท เขาเข้าเซเว่น เขาเข้าตลาด เขาเข้าร้านค้า เขาก็เสียภาษี เขาอาจจะไม่ได้เสียภาษีรายป้เหมือนพวกเราที่มี ค่าตอบแทนเดือนละเปึ้นแสน เขาลำบากครับ ปุิยคนละครึ่งผมก็เห็นด้วย แต่ขอให้เปึน โครงการเผื่อเลือก แต่ไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ผมว่าวันนี้กับเศรษฐกิจแบบนี้ต้องให้เขาครับ โดยเฉพาะพี่น้องจากภาคเหนือ จังหวัดเชียงรายบ้านท่านประธาน ไล่ลงมาพะเยา ลำปาง เพชรบูรณ์ สุโขทัยระทม ที่ผู้อภิปรายอภิปรายไปน้ำท่วมต้องชดเชยให้เขา แต่สิ่งหนึ่งต้องให้เขา ไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท แล้วจะบวกอะไรก็บวกไป แล้วก็ให้พี่น้องทั้งประเทศด้วย เขาควรจะ ได้รับเงินสายตรงบ้างครับท่านประธาน ผมดูงบทั้งหมดเป่ดมา ๓-๔ เล่มนี้มีอยู่ ๒ อย่างเอง ที่เขาจะไล่ออนไลน์เลย คือสายตรงนี้ ก็คืองบกระตุ้นเศรษฐกิจคนละ ๑๐,๐๐๐ บาท ที่จะแจกให้กับกลุ่มเปราะบางก่อนในปลายเดือนนี้ละครับ แล้วกับผู้พิการ แล้วก็จะแจกไป เรื่อย ๆ คนที่ลงทะเบียนไว้ ๓๐ กว่าล้านบาท และผมเชื่อแน่ว่าอีก ๑๐ กว่าล้านบาทที่เขา รออยู่ ที่เขาไม่ลงทะเบียนให้มันได้ ๕๐ กว่าล้านบาทนั้น เขารอว่ารัฐบาลจะให้ได้จริง หรือเปล่ากับคนกลุ่มนี้ แต่ผมเชื่อว่าวันนี้นางสาวแพทองธาร ชินวัตร พร้อมด้วย ครม. ชุดนี้ คงจะดำเนินการเร็วขึ้น เพราะรัฐบาลที่แล้วก็เตรียมการเร็วอยู่แล้วครับ แต่มันก็สะดุดโน่น สะดุดนี่ ฉะนั้นผมมาเรียกร้องแทนเขานี่เปึนการลดต้นทุนให้เขาอีกก้อนหนึ่งครับท่านประธาน ไม่ได้มากหรอกครับ พี่น้องเกษตรกรที่ลงทะเบียนไว้กับกรมส่งเสริม นี่ผมพูดถึงกรมส่งเสริม ๔.๖๘ ล้านครัวเรือน ไม่ได้มากมาย แต่มันมีคุณค่าสำหรับเขา เมื่อวานนี้ผมพูดเงินร้อยเดียว แต่ละวันที่เขาจะห้ามาได้ แต่ละครอบครัวมันหาได้ยากมากครับท่านประธาน หาได้ยากมาก ที่เขาจะมาใช้ในชีวิตประจำวัน วันนี้ถ้าเขาได้ไปเหมือนเดิม ก็คือไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ครอบครัวหนึ่งไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท ก็คือ ๒๐ ไร่ ก็จะนำความสุขมาให้เขา ผมยังมองไม่เห็น เลยนะครับว่าหมวดไหน มาตราไหนที่มีเงินตรงไปให้เขา เงินอื่นส่วนใหญ่ที่ผมกราบเรียน ท่านประธานครับ ท่านประธานก็คงจะเห็นด้วยกับผมอยู่หรอกครับ เพราะท่านประธานเอง ก็มาจากพี่น้องชาวไร่ชาวนา เรามาจาก เขาเรียกผู้แทนบ้านนอก ผู้แทนมาจากคนยากคนจน ตัวผู้แทนเองก็จนไม่ใช่จนแต่คนเลือก เขาเดือดร้อน เราก็เปึนความลำบากใจ เราลงพื้นที่ แต่ละครั้งเห็นความเปึนอยู่เขากับภาวะเศรษฐกิจขนาดนี้ ฉะนั้นผมก็อยากฝากไปยัง กรมส่งเสริมให้รีบหาเงิน ผมไม่สามารถจะดูในรายละเอียดได้ แล้วไม่ทราบว่า คณะกรรมาธิการได้พูดคุยกันบ้างหรือเปล่า แต่ผมเชื่อว่าคณะกรรมาธิการหลายท่าน ที่ผมดูแล้วหน้าตาดำ ๆ แหล่ ๆ มาจากบ้านนอก เช่น คุณพัฒนา สัพโส อย่างนี้ คงจะเข้าใจ พี่น้องชาวไร่ชาวนา ชาวเกษตรกร เห็นเมื่อวานคุยเรื่องโพนยางคำอยู่ Concept บอกว่า เกษตรผลิต พาณิชย์ขาย เกษตรผลิต ก็คือ ชาวไร่ชาวนา ชาวเกษตรกร เมื่อสักครู่พี่ธีระชัย ก็พูดถึงไร่อ้อย นี่ท่านวันนิวัตินั่งใกล้ผมมาจากจังหวัดขอนแก่นก็บอก พี่ บ้านผมก็จนมาก ผู้แทนจังหวัด ขอนแก่น เรามาจากพี่น้องที่ลำบากทั้งนั้น ฉะนั้นผมฝากเถอะครับ วิงวอนเถอะครับ ๓.๗๗ ล้านบาท มันเปึ้นเงินภาษีชาวไร่ชาวนา ชาวเกษตรกร เขามีส่วนในการเสียด้วย แต่เขาอาจจะไม่ได้เสียทางตรง แต่เสียทางอ้อม วันนี้รีบหาโอกาสคืนไปให้เขา เปึนการซับน้ำตา เหมือนกับน้ำท่วมในภาคเหนือ แต่ภาคอีสานแล้ง มันก็ไม่ต่างกับน้ำท่วม ผมเห็นด้วยครับ ถึงแม้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีงบอยู่ ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เอาเปึนตัวเลขกลม ๆ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท อาจจะมีงบกลางมาสนับสนุนอีก แต่ขอให้เขาคืนไปเถอะครับ ไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ไม่เกิน ๒๐ ไร่ต่อครัวเรือน ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านนพพล เหลืองทองนารา เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิรามครับ ท่านครับ ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งผมเองต้องกราบขออภัยท่านประธานด้วยครับ พอดีผมใส่ช่องผิด จริง ๆ ผมอยู่ในส่วน แปรญัตติ ท่านครับ คือผมเองได้แปรญัตติไว้ขอปรับลดอยู่ ๔ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเปึนเงินอยู่ ๒,๒๐๐ กว่าล้านบาทจากงบที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ได้รับ ผมเองต้องขอบคุณ ทางท่านอนุกรรมาธิการ ทั้งในส่วนของสิ่งก่อสร้าง แล้วก็บูรณาการ ที่ได้ดำเนินการตัดลดงบ ที่ไม่จำเปึนออก ซึ่งก็ได้อยู่ประมาณ ๕๐๐ กว่าล้านบาท ผมเองต้องขอบพระคุณท่านมาก แต่ยังมีบางส่วนที่ผมเองต้องการที่อยากจะให้ปรับลด
ในส่วนแรกเลยก็คือในส่วนของกรมการข้าวที่ได้มีการพูดคุยกัน เพราะว่า แต่ละป้ที่ผ่านมา งบที่ทางรัฐบาลจัดสรรไปโดยความตั้งใจ แล้วก็โดยความที่เปึนห่วงพี่น้อง เกษตรกรนั้น ผมถือว่าท่านดำเนินการนั้นไม่ได้ครบถ้วน ไม่ได้บรรลุประสงค์เลย เอาตั้งแต่ว่า ท่านก็รู้ดีอยู่ว่าความต้องการในพันธุ์ข้าวแต่ละชนิดของเกษตรกรนั้นในแต่ละป้มีอยู่เท่าไรบ้าง แต่ท่านเองก็ไม่เคยได้ทำได้ตามนั้นเลย ป้นี้ท่านทำไม่ได้ ป้หน้ารู้ว่าเกษตรกรต้องการเท่านี้ ท่านก็ควรจะต้องเพิ่ม แต่กลับไม่ใช่เช่นนั้นเลย อัตราการเพิ่มในส่วนนี้น้อยมาก เพราะฉะนั้น ผมถึงอยากจะขอให้ตัดในส่วนของการดำเนินงานให้ลำบากเสียบ้าง ในเมื่อถ้าคุณทำไม่ได้ผล ไม่เอาใจใส่ ก็ต้องอย่างนี้กันละครับ
ในส่วนต่อมา ในส่วนของกรมส่งเสริมการเกษตรนั้น ผมก็ต้องยอมรับว่า ภาระหน้าที่ของท่านมีไม่น้อย แต่ว่าในส่วนที่จะเปึนในเรื่องของการเข้าไปดูแล เมื่อพี่น้องนั้น ได้ประสบภัยพิบัติ หรือภัยใด ๆ ต่าง ๆ ก็ตามที่ทำให้เกิดความเดือดร้อน โดยเฉพาะน้ำท่วม ผมเองสัปดาห์ที่แล้วผมก็พูด อย่างในเรื่องของการเข้าไปดู เข้าไปสำรวจ วันนี้มีเทคโนโลยี ใหม่แล้ว ท่านควรจะต้องใช้เทคโนโลยีให้มันทันสมัย ไม่ใช่ว่าน้ำท่วมไปแล้ว ตอนท่วม ตอนแรกมิดต้นข้าว แต่กว่าท่านจะไปดูน้ำมันลดลงไปแล้ว แล้วเวลาการชดเชยถามว่า พี่น้องเกษตรกรของพวกเรา สส. ทั้งหมด ๕๐๐ คน เขาจะได้รับเงินตามความเปึนจริงหรือ เพราะอย่าลืมว่าท้องข้าว น้ำแค่ท่วมท้องข้าวก็เสียแล้ว แล้วแถมยังมีน้ำขุ่น น้ำใส ถ้าเจอ น้ำขุ่นเข้าก็เรียบร้อย แป็บเดียวก็ไปแล้ว แบบอย่างนี้ท่านจะต้องเข้าไปดำเนินการและแก้ไข ในจุดที่ท่านบกพร่องนะครับ
แล้วก็อีกอย่างหนึ่งครับ เรื่องหลายเรื่องมันน่าจะเปึนหน้าที่ของกับข้าราชการ ส่วนภูมิภาค ไม่ใช่เปึนของข้าราชการส่วนท้องที่ นั่นคือกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รับจดทะเบียนเอย อะไรเอย การเพาะปลูก ท่านครับ แบบนี้มันไม่ถูกต้อง ท่านควรจะปรับปรุงด้วยนะครับ
และสุดท้ายในส่วนของกรมชลประทาน กรมชลประทานนั้นได้รับเงินจาก ในส่วนของที่อยู่ในงบปีกติอยู่ ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็ในส่วนของงบบูรณาการอีก ๔๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท รวมแล้ว ๘๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ว่าเที่ยวนี้ทางกรมชลประทาน ก็โดนตัดงบไปก็หลายร้อยล้านบาทพอสมควร ผมต้องขอชมเชยนะครับ แม้ว่าสถานการณ์ตอนนี้ ผ่านไปแล้วก็ตาม คือในเรื่องอุทกภัยเที่ยวนี้ที่เกิดขึ้นในลุ่มน้ำยม ต้องถือว่ากรมชลประทานนั้น ได้ใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ พร้อมกับทั้งท่าน สส. ทั้งหลายในจังหวัดต่าง ๆ ที่อยู่ในแนว เกิดอุทกภัยได้ร่วมกัน จนวันนี้จริง ๆ แล้วพื้นที่ความเสียหายในความเปึนจริงน้อยกว่าที่พวกเรา คาดการณ์และตั้งใจไว้เยอะ ต้องขอบคุณท่านมาก แต่มันมีในส่วนที่ผมต้องขอปรับลด ในส่วนของท่าน นั่นก็คือในเรื่องของการจ้างออกแบบสำรวจทั้งหลาย ท่านครับ กรมชลประทาน ๑๒๓ ป้ สั่งสมประสบการณ์มากมาย ท่านไม่มีข้าราชการใน กรมชลประทานที่มีอยู่ตั้งหมื่นกว่าคนนี้ ไม่มีวิศวกรที่ออกแบบได้ ไม่มีอะไร ถ้าเปึนโครงการใหญ่ ๆ ผมไม่ว่า นั่นบางที่ต้องใช้เทคโนโลยีและความรู้จากต่างประเทศบ้าง แต่ในส่วนของอย่างนี้ เขื่อนท้ายเมืองที่จังหวัดพิษณุโลก ที่ตำบลงิ้วงาม ซึ่งผมเองกับทางชลประทานจังหวัด เราพูดคุยกันมา เริ่มโครงการมาตั้งแต่ป้ ๒๕๕๘ แต่ตอนนี้ได้รับงบประมาณนะครับ ผมเอง ต้องกราบขอบพระคุณทางท่านนายกเศรษฐาไว้ด้วยนะครับ ที่ได้ให้งบประมาณในการสำรวจ ออกแบบทั้งหมด ๓๕ ล้าน แล้วก็เปึนงบผูกพัน ๓ ป้ แต่ว่าผมสงสัยจริง ๆ ว่าทำไมในส่วน อย่างนี้มันน่าจะอยู่ในความสามารถของกรมชลประทานได้ แต่ทำไมท่านต้องไปจ้าง แล้วค่าจ้างก็ใช่น้อย
ลำดับต่อมาผมจะขอแนะนำนะครับ ในสิ่งที่ท่านสามารถจะประหยัด งบประมาณของชาติได้นะครับ นั่นก็คือว่าในเรื่องไม่ว่าจะภัยแล้งหรือน้ำท่วมนะครับ ในมาตรการที่ออกมาโดย สทนช. แล้วก็ผ่าน กอช. แล้วก็ไปผ่านคณะรัฐมนตรีด้วยนะครับ ในเรื่องของการกำจัดวัชพืชและผักตบชวา ถ้าท่านทำได้ท่านเชื่อเถอะครับว่าการเดินของทางน้ำ จะสะดวก ปัญหาน้ำท่วมก็จะลดน้อยลง และปัญหาน้ำแล้งก็จะลดน้อยลง ท่านนึกดูดี ๆ ผมอยากจะขอแนะนำท่าน ในแต่ละโครงการส่งน้ำจะมีโป็ะที่เอาแบ็กโฮขึ้นไปยืนบนนั้น เพราะอย่าลืมว่าคู คลองต่าง ๆ บางทีมันกว้าง Boom ยาวเท่าไรก็ไม่ถึง ท่านควรจะทำโป็ะ หลาย ๆ ตัว ทุกวันนี้มีโครงการแต่ละสำนักชลประทานมีแค่ ๒ ตัว มันจะไปพออะไร ท่านอย่าลืมนะครับว่าท่านรับผิดชอบ ๒๒ ลุ่มน้ำ ๒๕๔ สาขา เพราะฉะนั้นผมขอเรียกร้อง ตรงนี้ขอให้กรมชลประทานได้ปรับปรุงในส่วนนี้ด้วยเถอะครับ ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะประชาชนชุมชนวัดใหม่ย้ายมอญ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับนะครับ แล้วอีกคณะหนึ่ง สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะผู้บริหารสมาชิกเทศบาลตำบลตระการพืชผลนะครับ อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี ยินดีต้อนรับนะครับ สภาประชาชน สภาของ พี่น้องประชาชนนะครับ
ต่อไปครับท่านวิชัย สุดสวาสดิ์ เชิญครับ ท่านวิชัยอยู่ไหมครับ ตรงกลาง เสียงไม่ได้ยินใช่ไหมครับ
เลยไปเลยครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวุฒิพงษ์ นามบุตร ท่านกรรมาธิการครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วุฒิพงษ์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมเองเปึนกรรมาธิการในสัดส่วนของเสียงข้างน้อย แล้วก็ได้สงวนความเห็นเพื่อที่จะมาพูดในสภาผู้แทนราษฎรในวาระที่ ๒ ขั้นแปรญัตติ บรรยากาศในห้องประชุมครับท่านประธานครับ ผมนำเรียนอย่างนี้ว่า ถึงแม้จะเปึ้น กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ไม่ใช่ว่าจะไม่เห็นชอบทุกโครงการ มีเห็นชอบบ้าง มีเห็นต่างบ้าง มีไม่เห็นชอบบ้าง แม้กระทั่งพรรคเดียวกันก็ยังเห็นต่างนะครับ นี่คือความสวยงามของ ประชาธิปไตย หลาย ๆ ครั้งผมยกมือสนับสนุนรัฐบาล หลาย ๆ ครั้งผมยกมือสนับสนุน ฝ์ายค้าน จนเพื่อนตกใจว่าผมยกผิด ท่านสรวุฒิเพื่อนผม เอาลง ๆ แม้กระทั่งท่านภราดร ว่าที่รองประธานก็บอก เอาลง ๆ ผมบอกเอาลงไม่ได้เพราะผมเปึนฝ์ายค้านแล้วผม ไม่เห็นชอบนะครับ บรรยากาศก็จะเปึนอย่างนี้ แต่ท้ายที่สุดต้องเคารพมติที่ประชุม กรรมาธิการทุก ๆ สิ่งทุก ๆ อย่าง ผมขอลงรายละเอียดในเวลาสั้น ๆ ๗ นาที ๓ กรมด้วยกันครับ ท่านประธานครับ ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมได้มีโอกาสได้ติดตามท่านอดีต รัฐมนตรีเฉลิมชัย ศรีอ่อน แล้วก็ติดตามท่านอดีตรัฐมนตรี ท่านผู้กองธรรมนัส พรหมเผ่า ในช่วง ๔-๕ ป้ที่ผ่านมา จึงทำให้ทราบว่าปัญหาเกษตรในพื้นที่เยอะแยะมากมายเต็มไปหมด มีเงินเท่าไร มีงบประมาณเท่าไร ปัญหาก็เพิ่มขึ้นตามมานะครับ ซึ่งผมรวบรวมประเด็นปัญหา ๓ กรม เพื่อแจ้งกับท่านประธานได้รับทราบ ดังนี้ครับ
กรมแรกก็คือกรมส่งเสริมการเกษตรและกรมวิชาการ ได้รับการร้องเรียน และในเรื่องของงบประมาณที่ทางกรรมาธิการได้ชี้แจงนะครับ ก็คือว่ามันจะมีผู้ปลูก มันสำปะหลังนะครับ ซึ่งเปึนโรคใบด่างระบาดเปึนพื้นที่กว้างขวาง ปัญหานี้งบประมาณ ที่แก้ไขรัฐบาลก็รับปาก มีทุกป้นะครับ เพียงแต่ว่าเก่าไม่ถูกที่คันแก้ปัญหาไม่ตรงจุด เพราะว่า ตอนนี้งบประมาณมีไม่เพียงพอในการจัดหา ซื้อ แล้วจะเยียวยาให้กับพี่น้องเกษตรกร รับปาก มาหลายป้ ท่านไปตั้งไว้ในงบศึกษา แต่งบแก้ปัญหาเยียวยายังมีไม่เท่าที่ควรนะครับ ตรงนี้ ผมจึงยังไม่เห็นชอบในเรื่องของวิธีการแก้ไขการดำเนินการ
กรมที่ ๒ คือเรื่องของกรมการข้าว ซึ่งกรมนี้ทางสมาชิกได้อภิปรายกัน อย่างกว้างขวางเยอะแยะมากมาย ทั้งเรื่องของการก่อสร้างระบบบาดาล การก่อสร้างระบบ กระจายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์แบบบาดาลและแบบผิวดินนะครับ ท่านสมาชิก ก็ได้พูดไปแล้ว ๑๓ แห่ง ๖๒ ล้านบาท แล้วก็ ๔๘๐ ล้านบาท บางท่านอภิปรายว่างบประมาณ แพงเกินไป ไม่เหมาะสม เอื้อประโยชน์กับผู้ประกอบการ แต่ผมมองต่างนะครับ เหตุผลที่ผม มองต่างเพราะว่าในเรื่องของการกระจายน้ำไปสู่การพัฒนาเมล็ดพันธุ์ข้าวยังเปึนสิ่งที่จำเปึน ส่วนราคาจะถูก ราคาจะแพง หรืออะไรก็แล้วแต่ เราจะมีองค์กรอิสระหน่วยตรวจสอบ อีกเยอะแยะมากมาย ทั้ง ป.ป.ช. สตง. ซึ่งทางท่านอธิบดีก็ได้ยืนยันนะครับว่า ในการทำ งบประมาณ บุคลากรในกรมมีไม่เพียงพอก็ต้องอาศัยบุคลากรอย่างอื่น ตรงนี้ผมก็ไม่ติดใจ เพราะว่าท่านได้ปรับลดตัวเองลงมา ติดใจอยู่นิดเดียว เพราะผมได้พูดในกรรมาธิการ หลาย ๆ คณะ หลาย ๆ กรมที่มาชี้แจงก็คือ ในเรื่องของราคากลางอะไรก็แล้วแต่นะครับ ท่านประธานครับ ทุกวันนี้จะมีเยอะมากในเรื่องของราคากลางโซลาร์เซลล์ โซลาร์เซลล์ ระบบไฟฟัาแสงอาทิตย์ พลังงานสะอาด แต่ท่านทราบไหมครับ ราคากลางสเปกแต่ละ หน่วยงานที่นำมาเสนอต่อกรรมาธิการไม่เท่ากันสักหน่วยงาน บางหน่วยงานราคาเท่าตลาด บางหน่วยงานแพงกว่า ๑๐ เท่า บางหน่วยงานสเปกแผงโซลาร์เซลล์กับ Inverter แตกต่างกัน ไม่เหมาะสมกันนะครับ เพราะฉะนั้นผมจึงอยากตั้งประเด็นนี้ให้ผ่านไปยัง กรรมาธิการ ท่านประธาน แล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุก ๆ กรมนะครับว่า เรื่องของวัสดุ อุปกรณ์โซลาร์เซลล์หรืออื่น ๆ ที่ยังไม่มีราคากลางครุภัณฑ์ของกรมบัญชีกลางให้ท่านได้ตั้ง เปึ้นราคากลางครุภัณฑ์มาตรฐานกรมบัญชีกลางนะครับ จะกี่กิโลวัตต์ ๕ กิโลวัตต์ ๑๐ กิโลวัตต์ ก็ให้อยู่ในราคากลางมาตรฐานครุภัณฑ์ของกรมบัญชีกลางเพื่อจะได้ใช้เปึน มาตรฐานเดียวกันในการปรับปรุงงบประมาณในป้ต่อ ๆ ไป และที่สำคัญเมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิก อภิปรายเปึนคนอีสาน ผมก็เปึนคนอีสานครับ เปึนคนอุบล พี่น้องที่อยู่ข้างบนก็พี่น้อง เมืองตระการ คนอุบลคือกันมานั่งฟังที่ประชุมสภา เปึนเรื่องของปากท้องพี่น้องชาวนาครับ ในเรื่องของงบเกี่ยวกับปุิยโครงการคนละครึ่ง และงบเกี่ยวกับช่วยเหลือชาวไร่ชาวนาไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ไม่เกิน ๒๐ ไร่ ประเด็นมีอย่างนี้ครับท่านประธานครับ ปุิยคนละครึ่งรัฐบาล ได้เสนอโครงการมาในป้นี้แต่ว่าได้ยกเลิกไป และดำเนินการต่อในป้ ๒๕๖๘ โดยเจ้าภาพก็คือ กรมการข้าว อธิบดีบิ๊กโจรับปากว่าจะทำปุิยคนละครึ่งอย่างมีประสิทธิภาพและจะทำเอง ตรงนี้ผมประทับใจนะครับ เห็นชอบ เพียงแต่ว่ายังหาตัวเลขเงินงบประมาณโครงการช่วยเหลือ ชาวบ้านไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ยังหาไม่เจอครับท่านประธานครับ ไม่ทราบว่าจะเปลี่ยนชื่อตรงไหน หรือจะเปลี่ยนอย่างไร หรือจะเปลี่ยนแปลงงบประมาณอย่างไรก็แล้วแต่ เพราะเปึ้นสิ่งที่ ชาวบ้านชอบ ไร่ละ ๑,๐๐๐ บาทต่อครัวเรือน ไม่เกิน ๒๐ ไร่ ครัวเรือนหนึ่งก็จะได้อยู่ประมาณ ๒๐,๐๐๐ บาท ตรงนี้ถ้าเปึนไปได้อยากให้กรรมาธิการได้ชี้แจงว่า ในส่วนของคนละครึ่ง และไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท จะมีให้พี่น้องเกษตรกรหรือไม่ หรือจะเปลี่ยนแปลงงบประมาณ ได้อย่างไร
และสุดท้ายในเรื่องของกรมชลประทาน แผนบูรณาการกรมชลประทานครับ ท่านประธาน งบกรมชลประทาน ๘๒,๙๘๙ ล้านบาท ถือว่าเปึนพี่ใหญ่ของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ และท้ายที่สุดครับ งบประมาณส่วนใหญ่จะอยู่ที่การบริหารจัดการน้ำ ทั่วประเทศไทย ที่ผมต้องพูดอย่างนี้เพราะว่าเมื่อ ๓-๔ วันที่แล้วท่านรัฐมนตรีเจ้ากระทรวง ได้นัดประชุมหัวหน้าทุกภาคส่วนที่กรมชลประทาน เพื่อที่จะดูแลแก้ปัญหาการบริหารจัดการน้ำ และเปึนข้อห่วงใยครับ ผมในฐานะพี่น้องลูกหลานชาวเมืองอุบล ท่านกังฟูก็อุบล และ หลาย ๆ ท่านก็อุบลนะครับ พูดอยู่บ่อยครั้ง พูดอยู่หลายครั้ง การบริหารจัดการน้ำต้อง บูรณาการร่วมกัน หลาย ๆ ครั้งก็คือ เขื่อนในสังกัดกรมชลประทานปล่อยน้ำตั้งแต่ปลายน้ำ กลางน้ำ มาจนถึงต้นน้ำนะครับ แต่ปลายเขื่อนที่สังกัดการไฟฟัาฝ์ายผลิต คือเขื่อนปากมูล ป่ดเขื่อนนะครับ ต้นน้ำ กลางน้ำ ระบายน้ำมาท้ายเขื่อน แต่ปลายน้ำป่ดเขื่อนไม่ยอมเป่ีด ประตู ตรงนี้จึงอยากฝากในเรื่องของการบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพราะว่าถ้าเกิดปัญหาไปงบกลางที่เราได้ตั้งไว้หลายแสนล้านบาท แทนที่จะเอาไปลงทุน ให้เกิดประโยชน์ต้องกลับมาสูญเสียในการเยียวยา ช่วยเหลือ ดูแลผู้ประสบภัย ตรงนี้ จึงไม่อยากให้เกิดขึ้นครับ กระทรวงนี้ไม่อยากตัดครับ แต่ต้องพูดตามวาระแปรญัตติไป ผมจึงขอปรับลดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลงมาอีก ๓ เปอร์เซ็นต์ เพื่อจะไปเพิ่ม เสริม เติมในสิ่งที่เปึ้นประโยชน์ที่ผมได้อภิปรายในวันนี้ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ เหลือท่านเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ ท่านจะพูดไหมครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังสังคมใหม่ ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นะครับ กระทรวงเกษตร และสหกรณ์นี้เปึนกระดูกสันหลังของประเทศไทย ได้งบประมาณ ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมว่างบประมาณน้อยนิดนะครับ เพราะต้องมีหลายกรม ส่วนมากก็เปึนเรื่องกรมชลประทาน ก็ได้ ๓๕,๐๐๐ ล้านบาท แล้วกรมการข้าว กรมส่งเสริมการเกษตร พวกนี้จำเปึ้นต้องใช้เงินเยอะ อย่างกรมการข้าวถ้าจะให้ข้าว ทำนาได้ผลผลิตเยอะ ๆ จะต้องใช้เมล็ดพันธุ์ที่ดีและใช้ปุิยที่ดี กรมการข้าวก็มีนโยบายที่จะส่งเสริมปุิยคนละครึ่ง ผมเห็นด้วยครับ เห็นด้วยเปึนอย่างมาก ที่จะทำให้ผลการผลิตข้าวนั้นได้ผลดี ส่วนกรมชลประทานได้งบ ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ไปสร้างเขื่อนได้ไม่กี่เขื่อนก็หมดแล้วครับ แต่ว่ากรมชลประทาน ต้องรับผิดชอบในเรื่องน้ำแล้ง น้ำท่วม น้ำท่วมนี่ส่วนมากเกิดจากไม่มีเขื่อนกั้นน้ำที่จำเปึน แหล่งน้ำอย่างว่าภาคเหนือที่ฝนตกลงมามาก ๆ ต้องมีฝ่ายชะลอน้ำ กั้นน้ำไว้ ถ้าไม่มี ฝ่ายชะลอน้ำน้ำก็ไหลพรวดลงมาที่ลำน้ำน่าน น้ำก็เกิดท่วมกะทันหัน อย่างว่าโครงการ ขุดลอกฝาย ฝายบางฝาย ยกตัวอย่างฝายน้ำและ อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน และฝายสา อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน สร้างมาเมื่อป้ประมาณ ๒๕๒๐ กว่าแล้ว เข้ามาเปึ้น ๓๐-๔๐ ป้ แล้วตอนนี้ไม่เคยขุดลอกหน้าฝ่ายเลย เวลาฝนตกลงมาฝ่ายไม่สามารถที่จะเก็บกักน้ำได้ ก็ทำให้น้ำทะลุไหลพรวดลงไปท่วมในหมู่บ้าน ในพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย เปึ้นอย่างมาก การสร้างฝ่าย การสร้างเขื่อนกั้นน้ำมันมีความสำคัญมากครับ เพราะว่าตอนนี้ รัฐบาลประกาศให้เรื่องน้ำเปึนวาระแห่งชาติ ต้องแก้ปัญหา ถ้าไม่แก้ปัญหาน้ำจะต้องท่วมทุกป้ ไม่ว่าจะสร้างแก่งเสือเต้นเพื่อปัองกันน้ำ ก็หลาย ๆ รัฐบาลคิดมาไม่รู้กี่รัฐบาลเปึน ๒๐ ป้แล้ว ก็สร้างไม่ได้สักที ผมคิดว่าอย่างไรก็ขอให้รัฐบาลชุดนี้ ขอให้สร้างสำเร็จแล้วกันนะครับ แก่งเสือเต้น เพื่อจะแก้ปัญหาน้ำท่วมในหลาย ๆ จังหวัด ไม่ว่าจังหวัดแพร่ จังหวัดสุโขทัย และวันนี้จะได้ลดปัญหาน้ำท่วมให้กับพี่น้องประชาชนต่อไปครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ท่านกรรมาธิการชี้แจงเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วสวรรธน์ กรรมาธิการครับ ก็ขออนุญาตใช้พื้นที่สภาแห่งนี้ตอบท่านกรรมาธิการ
ประเด็นแรกท่านแรกครับ ท่านณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ในเรื่องของประเด็น ปลาหมอคางดำ ผมเห็นด้วยกับท่านณัฐชาในเรื่องของปัญหาปลาหมอคางดำ ไม่ว่าจะเปึน ทางกรรมาธิการเสียงข้างมากหรือเสียงข้างน้อยก็ล้วนแล้วแต่ตั้งประเด็นนี้เปึนประเด็นที่ใหญ่ แล้วก็เปึนปัญหาระดับประเทศครับ โครงการปลาหมอคางดำ ตั้งแต่ป้ ๒๕๖๑ จนถึงปัจจุบัน ใช้งบประมาณไปแค่ ๑๖,๓๖๒,๒๐๐ บาท ซึ่งไม่เพียงพอครับท่านประธาน ตอนนี้ก็ระบาด ไปหนัก เพราะฉะนั้นดังนั้นทางกรรมาธิการเองก็ได้ตั้งข้อสังเกตว่า เราควรจะใช้งบประมาณ มากขึ้นในการกำจัดปลาหมอคางดำ ระยะแรกเปึนการเฝัาระวังแพร่กระจายและศึกษา ผลกระทบ งบประมาณตรงนี้ครับท่านประธาน ๗,๒๘๐,๘๐๐ บาทครับท่านประธาน แต่ก็ยัง ไม่เพียงพอครับท่านประธาน ดังนั้นกรมประมงก็ยังได้จัดทำแผนพัฒนาในการแก้ไขปัญหา การแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในระยะเร่งด่วน หรือว่า Quick Win อีก ๑๘๑ ล้านบาท
ต่อมาในประเด็นเรื่องของท่านกรรมาธิการวุฒิพงษ์ นามบุตร ในเรื่องของ มันสำปะหลังใบด่างครับท่านประธาน จริง ๆ แล้วมันสำปะหลังใบด่างเปึนปัญหา ที่มีความสำคัญ แล้วก็ถ้าเปรียบเสมือนโควิดก็เกิดกับคน แต่ว่ามันสำปะหลังใบด่าง เกิดขึ้นกับมันสำปะหลัง ทั้งนี้ทั้งนั้นทางกรมวิชาการเกษตรกับกรมส่งเสริมการเกษตร ก็ตั้งงบประมาณไว้สำหรับป้ ๒๕๖๘ ในระยะกลางเปึ้นจำนวนเงิน ๑๙๔,๔๒๒,๐๐๐ บาทถ้วน ในการที่จะไปขยายแพร่พันธุ์ใบด่างที่จะเปึนพันธุ์ต้านท่านโรค ไม่ว่าจะเปึ้นพันธุ์อิทธิ ๑ อิทธิ ๒ อิทธิ ๓ ผมเองก็อยากจะใช้พื้นที่แห่งนี้ขอบคุณไปยังมูลนิธิสถาบันพัฒนา มันสำปะหลังแห่งประเทศไทย ที่ได้ช่วยเอาพันธุ์ที่ต้านท่านโรคเพื่อที่จะขยายพันธุ์ให้ทาง ภาครัฐขยายพันธุ์แล้วก็แจกจ่ายให้กับพี่น้องเกษตรกรต่อไป ไม่ว่าจะเปึนกรรมาธิการ เสียงข้างมากหรือเสียงข้างน้อย ก็เห็นด้วยกับทั้ง ๒ ประเด็นนี้ว่า จะแก้ไขปัญหาให้กับ เกษตรกรต่อไป ขอบคุณครับท่านประธาน
เชิญท่านกรรมาธิการครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม สรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ในฐานะกรรมาธิการสัดส่วน ครม. ขออนุญาตตอบปัญหา ท่านสมาชิกที่ได้กรุณาอภิปรายในหลาย ๆ ประเด็น
ในภาพรวมครับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอตั้งงบประมาณใน มาตรา ๑๔ รวมทั้งสิ้น ๑๗ หน่วยรับงบประมาณ ๕๖,๒๙๗,๔๐๖,๗๐๐ บาท เพื่อดำเนิน ภารกิจเกี่ยวกับการเกษตรกรรม พัฒนาการผลิตสินค้าเกษตร ทั้งพืช ประมง ปศุสัตว์ จัดหาแหล่งน้ำ และพัฒนาระบบชลประทาน ส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรสถาบันเกษตรกร และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการด้านการเกษตร สำหรับกรณีที่มีผู้แปรญัตติ และขอสงวนคำแปรญัตติ ปรับลดงบประมาณทั้งมาตราจำนวนตั้งแต่ ๑-๒๐ เปอร์เซ็นต์นั้น จะส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติภารกิจและผลสัมฤทธิ์ของหน่วยงาน นำไปสู่การด้อยประสิทธิภาพ ในการเพิ่มและสร้างมูลค่าเพิ่มในสินค้าและบริการการเกษตร ซึ่งทุกคนเราก็ห่วงกันอยู่แล้วว่า เกษตรกรในขณะนี้มีรายได้ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย แล้วก็ส่งผลกระทบต่อการสร้างความสามารถ ในการแข่งขัน เพราะฉะนั้นในภาพรวมคณะกรรมาธิการได้มีการพิจารณาแล้ว มีมติปรับลด งบประมาณ ๓๖๗,๔๐๐,๙๐๐ บาท คิดเปึน ๐.๖๕ เหตุผลในการปรับลดก็เปึนการประหยัด ค่าใช้จ่าย โครงการไหนที่ไม่จำเปึนตามที่ท่านสมาชิกได้ช่วยกรุณาอภิปราย ก็เปึนตามเหตุผล ที่กรรมาธิการได้มาพิจารณาในการปรับลด
เรื่องที่ ๒ มีประเด็นคำถามว่าโครงการถ่ายทอดองค์ความรู้เศรษฐกิจพอเพียง ยังไม่มีความพร้อมและความชัดเจน แต่มีการตั้งงบประมาณไว้นะครับ ผมขออนุญาตชี้แจง รายละเอียดว่า วัตถุประสงค์ของโครงการนี้เปึนการดำเนินการเพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณ และพระอัจฉริยภาพในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทุกรัชกาลและพระบรมวงศานุวงศ์ ด้านการเกษตร จึงให้มีการศึกษา ค้นคว้า รวบรวมเกี่ยวกับวิวัฒนาการภูมิปัญญา นวัตกรรม และการพัฒนาการเกษตรของประเทศไทย การจัดแสดงพิพิธภัณฑ์ รวมทั้งส่งเสริม สนับสนุน ประสานความร่วมมือ แลกเปลี่ยน และถ่ายทอดความรู้ครับ
ส่วนรายการครุภัณฑ์ป้เดียวที่มีการเสนอตั้งงบประมาณในป้ ๒๕๖๘ จำนวน ทั้งสิ้น ๓ รายการครับ วงเงิน ๑๒ ล้านบาท โดยการตั้งงบประมาณใช้วิธีการสอบเทียบราคา จากใบเสนอราคาต่ำสุดตามเกณฑ์ของสำนักงบประมาณ ประกอบด้วย ๑. สื่อภาพยนตร์ แอนิเมชั้น ๓๖๐ องศา ๑ เรื่อง เกี่ยวกับพระอัจฉริยภาพด้านการจัดการดินเพื่อการเกษตร อยู่ที่ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี จำนวน ๔ ล้านบาท ในการจ้าง ผลิตภาพยนตร์ความยาวไม่ต่ำกว่า ๑๒ นาที เรื่องพระอัจฉริยภาพด้านการจัดการที่ดิน เพื่อการเกษตร ๑ เรื่อง เรื่องที่ ๒ เปึนเรื่องสื่อ Video Mapping อยู่ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ ๓ ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานีเช่นกันครับ ระยะการดำเนินการ ๒๑๐ วัน เพื่อจ้างผลิตสื่อดังกล่าวแบบ Interactive ความยาวไม่น้อยกว่า ๑๐ นาที เกี่ยวกับ พระอัจฉริยภาพด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรไทยของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ ส่วนที่ ๓ เปึนสื่อภาพยนตร์ ๗ มิติ ซึ่งสามารถจัดฉายได้ทั้งรูปแบบ 7D และ 3D ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง เสนอตั้ง ๖ ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ ๒๖๐ วัน เพื่อจ้างผลิตภาพยนตร์ความยาวไม่ต่ำกว่า ๑๐ นาที เพื่อนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับพระเกียรติคุณ พระอัจฉริยภาพของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย ด้านนวัตกรรมและการเกษตรครับ
สำหรับประเด็นที่ผมจะกล่าวกับท่านสมาชิกเรื่องสุดท้าย เปึนเรื่องที่ท่านสมาชิก ได้กรุณาอภิปรายเยอะมากครับ ต้องขอบคุณท่านสมาชิกที่ได้กรุณาสะท้อนข้อมูลท้วงติง ให้เกิดมีการปรับปรุงกระบวนการการจัดตั้งงบประมาณของประเทศเรานะครับ รวมทั้ง การอนุมัติงบต่าง ๆ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและผลตกอยู่กับพี่น้องประชาชนทุกคน นั่นก็คือกรมการข้าวครับ ในป้นี้ผมขออนุญาตเท้าความนิดหนึ่งว่า อาจจะแบ่งการพิจารณา เปึน ๒ เรื่องนะครับ
เรื่องแรก คือเรื่องด้านการพัฒนา ทุกคนคงทราบดีว่าตั้งแต่ตั้งกรมการข้าวมา ตั้งแต่เปึนกรมช่างไหมเมื่อป้ ๒๔๔๔ จนกระทั่งเปลี่ยนมาเปึนกรมเพาะปลูก แล้วก็สถาปนา กรมการข้าวในป้ ๒๔๙๖ กรมการข้าวจัดเปึนกรมที่มีความสำคัญของประเทศ เคยมีคำ เปรียบเปรยว่า ชาวนาคือกระดูกสันหลังของประเทศเช่นไร กรมการข้าวก็มีภารกิจสำคัญ เช่นนั้น แต่หลายสิบป้ที่ผ่านมาเราจะเห็นว่าขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย ด้านการผลิตข้าวนั้นต่ำลงเรื่อย ๆ ดังนั้นเปึนที่มาของการตั้งงบประมาณหลาย ๆ ป้ที่ผ่านมาว่า เราอยากจะส่งเสริมทำให้เกษตรกรไทย คนไทยที่เปึนกระดูกสันหลังของชาติไม่ได้เปึนแต่ ลมปาก แต่เราจัดการจริงด้านการพัฒนาโดยการจัดตั้งงบประมาณ
อีกส่วนหนึ่งซึ่งสำคัญไม่แพ้กันคือเรื่องการตรวจสอบอนุมัติ ซึ่งเปึนอำนาจของ ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่อยู่ที่นี่นะครับ เปึนหน้าที่โดยตรงอยู่แล้ว แล้วก็มีอีก ช่องทางหนึ่งครับ ถ้าท่านไม่สบายใจอาจจะไป สตง. ป.ป.ช. หน่วยงานอิสระที่ช่วยกันตรวจสอบ ก็เปึนสิ่งที่พึงจะทำนะครับ ผมขอชี้แจงอย่างนี้ครับว่า ครุภัณฑ์ที่จัดซื้อในกรมการข้าวในป้นี้ มีครุภัณฑ์ที่น่าสนใจหลายประการครับ และดูแล้วเปึ้นสิ่งที่สร้างสรรค์ แล้วก็จะเปึนประโยชน์ อย่างมากต่อพี่น้องประชาชนที่เปึนชาวนา แล้วก็เกษตรกร เช่น Drone สำรวจเฝั้าการ ระบาดของโรคพืชและแมลงศัตรูพืช เพื่อควบคุมกำจัดโรคแมลงได้ทันทีนะครับ ในส่วนนี้ สามารถดูได้ว่าจากปริมาณแสงอาทิตย์ที่ตกกระทบต่อใบพืชจะมีความเข้มข้นของสารอาหาร ที่ต้องการเมื่อไร จะมีความอ่อนไหวต่อการโจมตีของศัตรูพืชประเภทใด การใช้ Drone ตรงนี้ ลดการประมาณการด้วยสายตา ด้วยภูมิปัญญาของชาวนาซึ่งไม่เท่ากันครับ ตรงนี้เปึนการใช้ เทคโนโลยีในการจัดการแปลงเกษตรเพื่อให้ก้าวทันสมัยทั่วโลกนะครับ
ในส่วนของครุภัณฑ์โรงงานครับ ที่ท่านสมาชิกหลายท่าน ขออนุญาตไม่เอ่ยนาม ไม่ต่ำกว่า ๕ ท่าน พูดถึงเรื่องโครงการของโรงงาน OECF นะครับ ซึ่งเดิมใช้เงินกู้จากกองทุน ความร่วมมือทางเศรษฐกิจโพ้นทะเลแห่งญี่ปุ์นครับ ผมเองขอชี้แจงเพื่อให้ท่านสมาชิก ได้สบายใจนะครับว่า ทำไมครุภัณฑ์ที่ประกอบรายการตรงนี้เปึนครุภัณฑ์ที่ประกอบด้วย กระจายไป ๗ พื้นที่ของประเทศไทยนะครับ พื้นที่ ได้แก่ จังหวัดพะเยา อุบลราชธานี อุดรธานี ขอนแก่น กาฬสินธุ์ ลำปาง และสุโขทัยครับ ส่วนนี้เปึนการตั้งงบประมาณป้เดียว เปึ้นครุภัณฑ์โรงงาน ซึ่งถ้าผมจะไล่ครุภัณฑ์โรงงานท่านจะได้เข้าใจว่าวิธีการได้มาของ โครงการนี้เปึนอย่างไร เนื่องจากจำนวนงบประมาณที่ตั้ง ๓ ที่ ตก ๓๓๐ ล้านบาท อีก ๔ ที่ ตก ๕๕๐ ล้านบาทนะครับ ตรงนี้มันไม่ใช่โรงงานปกติครับ นอกจากเครื่องจักรกลหลักแล้ว ยังมีระบบลำเลียง ระบบกำจัดฝุ์น ถังพัก หลุมเมล็ดพันธุ์ ซึ่งแต่ละ Item ที่ผมพูดเปึ้นหลัก มีรายการย่อยอีกหลายสิบโครงการครับ มีครุภัณฑ์วิทยาศาสตร์ มีการดำเนินการ วิศวกรรมเครื่องกล มีครุภัณฑ์ไฟฟัาซึ่งเปึนการประกอบรายการชนิดใหญ่ครับ ตรงนี้จำเปึน อย่างไร ก็เหมือนที่ท่านสมาชิกหลายท่านได้กรุณาอภิปรายว่าเราเองมีความอ่อนแอ เรื่องขีด ความสามารถในการแข่งขัน ปัจจัยที่เปึนที่ดิน ถ้ามีการปลูกซ้ำ ผมคิดว่าทุกท่านคงทราบดีว่า พืชถ้าปลูกซ้ำในพื้นที่เดิมธาตุอาหารที่จำเปึนก็ลดลงครับ พืชก็ดูดอาหารที่จำเปึนต่อการหล่อ เลี้ยงตัวเอง ถ้าเปึนพืชชนิดไหน เช่นเปึนข้าวอยากจะได้พืชไนโตรเจนเยอะ เพราะไปเลี้ยงใบ แต่ P กับ K ก็อาจจะน้อยหน่อย แต่ในส่วนนี้ครับ เราเองสามารถเอาชนะคนอื่นได้ โดยเทคโนโลยีครับ การปรับปรุงเมล็ดพันธุ์ตรงนี้จะสามารถทำให้พี่น้องประชาชนที่เปึน ชาวนาและเกษตรกรนั้นมีความสามารถมากขึ้น เพราะลำพังกำลังของชาวนาแต่ละครอบครัว แต่ละครัวเรือนนั้นไม่สามารถดำเนินการปรับปรุงเมล็ดพันธุ์ได้ด้วยตัวเองครับ ดังนั้น เปึ้นหน้าที่ของรัฐบาล โดยเฉพาะเปึนภารกิจของกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่จะต้องดำเนินการเรื่องเหล่านี้ให้เปึนภารกิจสำคัญนะครับ แล้วผมเองต้องขอบคุณ ท่านสมาชิกทุกท่านที่ได้กรุณาอภิปรายข้อมูลที่เปึนประโยชน์นะครับ ส่วนที่หลาย ๆ ท่าน อภิปรายข้อมูลในกรมอื่น เดี๋ยวจะมีเพื่อนสมาชิกได้อภิปราย แล้วก็อยู่ในข้อสังเกตของ กรรมาธิการครับ ขอบคุณครับ
ครับ ขอบคุณท่านกรรมาธิการครับ
ท่านประธานครับ สรุปนิดหนึ่งครับ ท่านประธานนิดเดียวครับ
เดี๋ยวขอต้อนรับก่อนนะครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะนักเรียนระดับชั้น มัธยมศึกษาป้ที่ ๔ และครูผู้ควบคุม โรงเรียนมารีวิทย์สัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับนะครับ เชิญท่านกรรมาธิการครับ
ขอบคุณท่านประธาน ผม พัฒนา สัพโส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร ในฐานะกรรมาธิการ กราบเรียนท่านประธานครับ แล้วทางท่านประธานวิปไม่ต้องเปึนห่วงจะใช้เวลาอย่างคุ้มค่า แล้วก็ไม่นาน
ตอบคำถามของท่านศุภณัฐในเรื่องกรมการข้าวนะครับ เพราะว่าวันนี้ เกิน ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ทุกคนให้ความสนใจกับกรมการข้าวนะครับ ที่ท่านศุภณัฐบอกว่า เรื่องราคานะครับ เปึนห่วงเรื่องราคา ท่านศุภณัฐเองก็เปึนอนุกรรมาธิการในคณะอนุ กรรมาธิการที่ดิน สิ่งก่อสร้าง และรัฐวิสาหกิจ พิจารณาคำของบประมาณของกรมการข้าว ด้วยกัน ผมก็นั่งเปึนประธาน เราทำหน้าที่ด้วยความละเอียด อันนี้ต้องชื่นชมท่านศุภณัฐ แล้วก็อนุกรรมาธิการทุกท่านเลยนะครับ ที่ได้ปรับลดไปทั้งหมด ๙๕ ล้านบาท หลาย ๆ ท่าน อย่างท่านศุภณัฐ ผมไม่ได้ยินในห้องว่าจะปรับลดทั้งโครงการนะครับ ถ้าเสนอขึ้นมาตรงนั้น ก็คงจะต้องมีการลงมติ แต่ว่าอนุกรรมาธิการไม่มีการลงมติใด ๆ เห็นด้วยในการปรับลด ๙๕ ล้านบาท ของกรมการข้าวซึ่งในรายละเอียด ผมเชื่อว่าท่านศุภณัฐกับเพื่อนสมาชิก ก็ได้ชี้แจงให้เพื่อนสมาชิกได้รับรู้รับทราบนะครับ ผมอยากจะบอกเพื่อนสมาชิกทุกท่านว่า คำถามแรกในฐานะประธาน ผมถามอธิบดีกรมการข้าวกับเจ้าหน้าที่ว่า มีความจำเปึ้น มากน้อยเพียงใดถึงจะต้องก่อสร้างบ่อบาดาลและโรงสูบน้ำนะครับ งบประมาณทั้งหมดเกือบ ๆ ๗๐๐ ล้านบาท ท่านอธิบดีตอบว่า ประเทศไทยเราตอนนี้เรื่องพันธุ์ข้าวมันล้าหลังเวียดนาม ซึ่งผมก็ได้ยินเพื่อนสมาชิกหลายท่านก็เปรียบเปรยไปแล้วว่า ส่งพันธุ์ข้าวไปแข่งขันเดี๋ยวนี้ สู้เวียดนามไม่ได้ นั่นละครับคือสาเหตุของบ่อบาดาลกับโรงสูบน้ำอันนี้ เพื่อที่จะไปประจำการ ให้กับศูนย์วิจัยข้าวทั่วประเทศ นี่คือคำตอบของอธิบดี ผมได้ยินคำตอบเช่นนั้นเราก็อยากจะพัฒนาพันธุ์ข้าวเพื่อพี่น้องเกษตรกร คนไทยอยู่แล้ว ก็ได้ให้ทางหน่วยงานชี้แจงว่า สิ่งที่อนุกรรมาธิการท่านได้เกิดข้อสงสัย ให้ท่าน นำเอกสารอะไรต่าง ๆ มาชี้แจง จึงเปึ้นที่มาในการปรับลดไป ๙๕ ล้านบาท ไม่ใช่น้อยนะครับ เพราะฉะนั้นประเด็นตรงนี้ผมต้องฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเปึนหน่วยทำคำขอ ขึ้นมาตรงต่อสำนักงบประมาณเอง ผู้ที่รับผิดชอบของสำนักงบประมาณก็ต้องช่วยกันดู ช่วยกันพิจารณาในป้ถัด ๆ ไปว่า อันไหนที่มันราคาสูงซึ่งหน่วยงานไม่มีผู้เชี่ยวชาญ ต้องยอมรับว่ากรมการข้าวไม่มีผู้เชี่ยวชาญ เรื่องแบบ เรื่องวิศวกร ตรงนี้เปึนสาเหตุนะครับ แต่ว่าวัตถุประสงค์โครงการผมให้สอบผ่าน นี่คือคำตอบนะครับท่านศุภณัฐ เหตุผลที่ผมเอง จำเปึนต้องยืนตามกรรมาธิการเสียงข้างมากในประเด็นเรื่องราคาที่ท่านศุภณัฐได้อภิปรายนะครับ
เรื่องที่ ๒ เรื่องกรมชลประทาน ท่านศุภณัฐบอกว่ากรมชลประทาน เรื่องบัตรประชาชน อันนี้นอกเหนืออำนาจหน้าที่กรรมาธิการ ผมไม่ก้าวล่วง ผมมีหน้าที่ พิจารณาในคำของบประมาณป้ ๒๕๖๘ เท่านั้น แต่อย่างน้อยก็เปึนสิ่งที่ดี ๆ ที่จะส่งสัญญาณ ไปให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเปึน สตง. ป.ป.ช. หรือแม้กระทั่งฝ์ายบริหาร รัฐมนตรีนำไป ปรับปรุงแก้ไขนะครับ
แล้วก็ของท่านรภัสสรณ์ก็กรมการข้าวอีก บอกว่า ทำไมไม่ใช้ถังคอนกรีต ทำไมต้องใช้ถังเหล็ก ตรงนี้ก็อยู่หน่วยคำขอนะครับไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของกรรมาธิการอีก ผมคงไม่ต้องไปถามเขาหรอกว่าทำไมต้องใช้ถังเหล็กหรือถังคอนกรีตนะครับ ถังระดับ ๓๐๐ คิว ราคา ๓ ล้านกว่าบาท ในฐานะที่เปึนช่างผมว่ามันไม่แพงนะครับ ท่านต้องดู ในรายละเอียดก่อนว่าถังท่านเขาความหน้าเท่าไร อย่างไร ฐานราก็เปึนแบบไหน มีเสาเข็มไหม เปึ้นฐานราก็ชนิดใด เปึนคำถามที่ควรจะถาม แต่ว่าคำถามที่บอกว่าทำไมไม่ใช้ถังคอนกรีต แต่ไปใช้ถังเหล็ก ผมว่าไม่ใช่หน้าที่ของกรรมาธิการ แต่เปึนข้อสังเกตและข้อแนะนำได้นะครับ เปึนเรื่องที่ดีถ้ามันถูกนะครับ
และอีกประเด็นหนึ่งที่ท่านบอกว่าบดอัดดิน ผมไม่แน่ใจว่าโครงการไหน แต่บอกว่าต่อคิว ๕๐๐ บาท แล้วบางที่ ๕๐ กว่าบาทไปเปรียบเทียบกรมชลประทาน ผมว่าตรงนั้นผมเชื่อมั่นในหน่วยงานที่ทำคำขอ แล้วก็เชื่อมั่นในสำนักงบประมาณที่ตรวจ คำขอก่อนที่จะมาถึงชั้นของกรรมาธิการ เราต้องไปดูนะครับ บางที่บดอัด ๕๐๐ บาท มันเปึนบดอัดประเภทไหน ๕๐๐ บาท มันรวมวัสดุไหม แล้วก็เปึนวัสดุประเภทใด ตอนนี้ ท่านประธานวิปก็ส่งสัญญาณแล้วครับ ผมรักษาเวลาครับ แต่ว่าทุกสิ่งทุกอย่างผมอยากบอก ทุกท่านว่าเรามี สตง. มีหน่วยงานตรวจสอบ แล้วก็ต้องขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่เปึนห่วง ในเรื่องราคา เรื่องรูปแบบอะไรต่าง ๆ ก็ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในป้ถัดไป ก็ให้มีมาตรการ ในการที่จะตรวจสอบในคำของบประมาณ แล้วก็ขอยืนยันว่าเห็นตามกรรมาธิการเสียงข้างมาก ขอบคุณครับ
เนื่องจากมาตรานี้คณะกรรมาธิการมีการแก้ไข ดังนั้นผมจะถามมติจากที่ประชุมก่อนว่า จะเห็นควรให้มีการแก้ไขหรือไม่ กรณีที่ที่ประชุมมีมติเห็นควรให้มีการแก้ไข ผมคงจะถาม
ขออนุญาตท่านประธาน ขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงครับท่านประธานครับ ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ครับ
พอแล้วกระมังครับ เพราะว่าเดี๋ยวก็ไปตรวจสอบ ให้ ป.ป.ช. สตง. เขาตรวจสอบดีกว่าจะครับ
เดี๋ยวประชาชนอาจจะเข้าใจผิดได้ เล็กน้อยครับ ท่านประธานครับ ขออนุญาตใช้สิทธิไม่เกิน ๑ นาที
เชิญครับ สั้น ๆ นะครับ
ขออนุญาตท่านประธานครับ ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ในฐานะ สส. กรุงเทพมหานคร แล้วก็เปึ้นอนุกรรมาธิการที่ดิน สิ่งสร้าง และรัฐวิสาหกิจ นิดเดียวครับด้วยความเคารพท่านพัฒนานะครับ คือท่านพัฒนาอาจจะบอกว่า ผมไม่ได้เสนอตัดโครงการนี้ทิ้งของกรมการข้าว ต้องพูดอย่างนี้ครับว่ามันมีการพูดคุยกัน ทั้งในที่ประชุมกรรมาธิการและหลังบ้านว่าจะขอตัด แต่ก็พูดประมาณว่า ถ้าตัดนี่คือแน่นอน เนื่องจากองค์ประชุมอะไรต่าง ๆ อย่างไรก็ตัดไม่ได้ อันนี้ส่วนที่ ๑ และส่วนที่ ๒ ถ้าเกิด ตัดขึ้นมาแย่แน่นอน คือพูดประมาณนี้ ผมก็เลยคิดว่า ถ้าเกิดในเมื่อตัดไม่ได้ก็ต้อง Lean ให้มันต่ำที่สุดนะครับ ก็ขอให้เปึ้นบันทึกครับท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ เนื่องจากว่ามาตรานี้คณะกรรมาธิการมีการแก้ไขนะครับ ดังนั้นผมจะถามมติ จากที่ประชุมก่อนว่าเห็นควรให้มีการแก้ไขหรือไม่ กรณีที่ประชุมมีมติเห็นควรให้มีการแก้ไข ผมจึงจะถามมติจากที่ประชุมต่อไปว่า จะเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ เสียงข้างมากหรือของกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นและผู้แปรญัตติที่ขอสงวนคำแปรญัตติ ต่อไปผมจะถามมติจากที่ประชุมว่า จะเห็นควรให้มีการแก้ไขหรือไม่นะครับ ก่อนลงมติ ขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ
(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
ท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตนได้เลยนะครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ๒๑ แ๊สดงตนครับ
๒๑ แสดงตนนะครับ
ท่านประธานครับ ๔๙๘ แ๊สดงตนครับ
๔๙๘ แสดงตนนะครับ
๑๕๓ แสดงตนค่ะ
๑๕๓ นะครับ
๓๒๒ แสดงตนค่ะ
๓๒๒ นะครับ
๐๑๔ แสดงตนครับ
๐๑๔ นะครับ แสดงตนกันเรียบร้อยแล้วขอป่ดการแสดงตนครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลด้วยครับ จำนวน ผู้เข้าร่วมประชุม ๔๒๙ ท่าน บวกอีก ๕ เปึน ๔๓๔ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ
ต่อไปเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ผู้ใดเห็นควรให้มีการแก้ไข โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นควรให้มีการแก้ไขโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควร ให้มีการงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง นะครับ เชิญท่านสมาชิกลงคะแนนได้เลยครับ
ท่านประธานครับ ๒๑ เห็นด้วยครับ
๒๑ เห็นด้วยนะครับ ทุกท่านลงคะแนนแล้วนะครับ ขอป่ดการลงคะแนนครับ จำนวนผู้ลงมติ ๔๓๒ ท่าน เห็นด้วย ๔๓๐ ท่าน บวก ๑ เปึน ๔๓๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นควรให้มีการแก้ไขนะครับ
ต่อไปผมจะถามมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการเสียงข้างมาก หรือของกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นและผู้แปรญัตติที่ขอสงวนคำแปรญัตติ ก่อนลงมติ ขอตรวจสอบองค์ประชุมอีกครั้งนะครับ เชิญท่านสมาชิกกดปุ์มแสดงตนเลยครับ
กราบเรียนท่านประธาน ๒๑ แสดงตนครับ
๒๑ แสดงตนนะครับ ทุกท่านแสดงตนเรียบร้อยนะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวน ผู้เข้าร่วมประชุม ๔๓๒ ท่านนะครับ ครบองค์ประชุมนะครับ
ต่อไปเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นและผู้แปรญัตติ ที่ขอสงวนคำแปรญัตติโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกลงคะแนนได้เลยครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ๒๑ เห็นด้วย
๒๑ เห็นด้วยนะครับ ลงคะแนนเรียบร้อยนะครับ ขอป่ดการลงคะแนนครับ เจ้าหน้าที่ แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๔๓๗ ท่าน เห็นด้วย ๒๙๔ ท่าน บวก ๑ เปึน ๒๙๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๔๑ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน เปึนอันว่าที่ประชุม มีมติเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการนะครับ
ต่อไปท่านเลขาธิการครับ
มาตรา ๑๕ กระทรวงคมนาคม และหน่วยงานในกำกับ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ
มีท่านกรรมาธิการขอสงวนความเห็นนะครับ ท่านสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน วันนี้ผมขอร่วมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ ในส่วนของมาตรา ๑๕ กระทรวงคมนาคมนะครับ ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจกันว่า งบประมาณที่อยู่ในมาตรานี้เปึนเพียง Subset ของงบประมาณทั้งหมดของกระทรวงคมนาคม เพราะว่างบประมาณส่วนมากก็ถูกนำไปแปะไว้ตามที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมาตรา ๓๗ งบประมาณรายจ่ายสำหรับแผนบูรณาการคมนาคมก็จะอยู่ในนั้น แต่ว่าก็ไม่ได้มีการบูรณาการจริง แต่ว่าไว้เรื่องของโครงการใหญ่ ๆ เดี๋ยวคงจะต้องรอมาตรา ๓๗ ก่อน อย่างไรก็ตามวันนี้ถึงแม้ จะพูดถึงโครงการที่ไม่ได้ใหญ่มาก แต่ถ้าเราสั่งเกตดูก็มีความสำคัญอย่างยิ่งนะครับ เพราะว่า เปึ้นเรื่องของการขนส่งสาธารณะที่จะอภิปรายในวันนี้ โดยการพิจารณาจากเพื่อนกรรมาธิการ ที่ไปช่วยกันพิจารณาปรับลด ก็ปรับลดจาก ๘๓,๕๔๖ ล้านบาท เหลือ ๘๓,๔๖๘ ล้านบาท หรือว่าปรับลดไปเพียง ๐.๐๙ เปอร์เซ็นต์ คือพูดแบบง่าย ๆ ก็คือแทบไม่ได้ปรับอะไรจากสิ่งที่ รัฐมนตรีขอมาในวาระแรกที่เราพิจารณากันในสภาแห่งนี้ ดังนั้นผมแล้วก็เพื่อนสมาชิก จากพรรคประชาชนก็ได้สงวนความเห็นไว้ตามมาตรา ๑๕ โดยผมก็ขอให้ปรับลดเหลือ ๗๙,๓๖๙ ล้านบาท ดังแสดงในเอกสารที่พิจารณากันในวันนี้ในเล่มที่ ๑ นะครับ ก็แน่นอนนะครับว่าหากต้องลงรายละเอียดกันเปึน Item ก็จะใช้เวลายาว เพราะฉะนั้น ด้วยเวลาที่จำกัด วันนี้ผมจะพูดถึงประเด็นของโครงการค่าศึกษารูปแบบการอุดหนุนของรัฐ ที่ยั่งยืนในระบบรถโดยสารสาธารณะ ซึ่งเปึนงบปกติตามระบบราชการ มีการจ้างที่ปรึกษามา ๑๐ ล้านบาท ความน่าสนใจของ งบประมาณก้อนนี้มันอยู่ที่ตรงนี้ครับท่านประธาน เมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม สภาของเราได้มีการ พิจารณาวาระในเรื่องของร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางบกที่ผมและพรรคก้าวไกล ในวันนั้นได้นำเสนอเข้าสู่สภา หรือว่าเรียกเปึนชื่อง่าย ๆ ว่า กระจายอำนาจขนส่ง ซึ่งมันเปึน รูปธรรมของการกระจายอำนาจอันที่จะเปึนคำตอบของการจ้างที่ปรึกษาในเรื่องของ การให้บริการรถเมล์คันละ ๑-๓ ล้านบาท โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเปึน เทศบาล อบต. กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา ที่จะให้อำนาจกับท้องถิ่นในการจัดทำแล้ว ก็จัดการระบบขนส่งสาธารณะ และเรื่องนี้ก็มีการอภิปรายอย่างกว้างขวางในวันที่ ๗ และวันที่ ๒๑ สิงหาคม แล้วก็ลงมติกันไปในวันที่ ๒๘ สิงหาคม ก็แน่นอนนะครับ เห็นตรง เห็นต่างเปึนเรื่องธรรมดา การลงมตินี้ต้องบอกว่าเปึนการลงมติเพื่อรับหลักการที่ว่า เพื่อเพิ่ม อำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถจัดทำบริการขนส่งสาธารณะและมีบทบาท ในการจัดการระบบขนส่งสาธารณะในท้องที่ของตัวเองได้มากยิ่งขึ้น แค่นี้นะครับหลักการ ก็จารึกกันไว้ว่าเสียงที่เห็นด้วย รวมถึงพรรคประชาชน ๑๕๑ เสียง แต่ไม่เห็นด้วย ๒๕๔ เสียง แต่ต่อมาสังคมก็เกิดอาการ เขาเรียกว่า ทัวร์ลง ก็มาถามกันว่าใครเปึนคนเหนี่ยวรั้ง การกระจายอำนาจ ขัดขวางการให้อำนาจกับท้องถิ่นในการให้บริการรถเมล์อะไร ก็ต้อง รับผิดชอบทางการเมืองกันไปนะครับ โดยที่ความน่าสนใจของเรื่องก็คือ มีการอ้างถึงการจ้าง โครงการ จ้างที่ปรึกษา ๑๐ ล้านบาทนี้นะครับ ถูกนำมาโดยใช้ในการโหนปัองกันกระแสทัวร์ลง เดี๋ยวห้องโสตขอสไลด์ขึ้นให้ดูนะครับว่าโครงการนี้จริง ๆ จะทำอะไร
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ด Presentation)
แล้วก็ยังมีคำตอบสุดท้าย ก็อย่างที่ผมบอกครับ ศึกษาเพื่อเปึนสิ่งที่พรรคก้าวไกลเสนออยู่แล้วว่าควรจะกระจายอำนาจ แล้วก็มีรูปธรรมอยู่แล้วว่าร่าง พ.ร.บ. เปึ้นอย่างไร แล้วทำไมไม่ใช้อำนาจนิติบัญญัติพิจารณา กันนะครับ สไลด์ถัดไปเลยนะครับ นี่ครับเปึนการจ้างที่ปรึกษา ผมเอารายละเอียดมาให้ ดูนะครับ ใคร Scan เข้าไปใน QR Code ก็คือรายละเอียดที่ห้องอนุที่ไปพิจารณาในเรื่องนี้ จ้างที่ปรึกษา ๑๐ ล้านบาท แต่ Claim แบบเวอร์วังอลังการมาก ในพรรคร่วมรัฐบาลที่กำกับ ดูแลกระทรวงก็บอกว่า ขนส่งท้องถิ่นทำได้เลย คือยังทำไม่ได้ครับ คือมันต้องไปขอ มีอำนาจกับข้อนี่ไม่เหมือนกันนะครับ แล้วก็บอกเผยตั้งงบ ๒๕๖๘ แล้ว เพื่อศึกษา อุดหนุน สร้างความยั่งยืน ตรงนี้ก็อย่าเข้าใจผิดกันนะครับ เปึนการจ้างที่ปรึกษานะครับ ไม่ได้มีเรื่อง ของเงินอุดหนุนอะไร เพียงแต่ว่าเขายังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ก็เลยไปศึกษาว่าจะอุดหนุน อย่างไร อันนี้ก็เอารายละเอียดของการจ้างที่ปรึกษามาให้เพื่อนสมาชิกได้ดูกันนะครับ ก็มีการจ้างบุคลากร ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์วิศวกรรม เศรษฐศาสตร์การเงิน อะไรต่าง ๆ แล้วสิ่งที่จะต้องถามนะครับ ก็ต้องถามทางกรรมาธิการว่าได้ถามไหมว่าข้าราชการไม่รู้ว่า จะทำอย่างไรหรือเลยต้องจ้าง คือคนที่มีความใกล้ชิดกับอำนาจ กับ พ.ร.บ. กับกลไกในเรื่องนี้ ทำไมต้องจ้างที่ปรึกษา และจะจ้างใครครับ จะจ้างที่มจากพรรคเพื่อไทยตามที่โฆษณา หาเสียงไว้ก็คงไม่ใช่นะครับ มันก็ผิดรัฐธรรมนูญใช่ไหมครับ แต่นี่เปึนงบจ้างที่ปรึกษาตาม กระบวนการปกติจะมาโหนทำไม รายละเอียดอันอื่นก็เปึนการเก็บข้อมูลอะไรไป ซึ่งจริง ๆ กรมการขนส่งทางบกก็มีพนักงานอะไรอยู่ทั่วประเทศหลายพันคนนะครับ ฉะนั้นมาดูกันนะครับ
ประเด็นที่ ๑ ตามที่อ้างกฎกระทรวง คือ วิธีการขอ อันนี้ย้ำเลยนะครับ รัฐบาลบอกว่ามีการออกกฎกระทรวง (ฉบับที่ ๖๔) พ.ศ. ๒๕๖๗ ให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นสามารถเข้ามามีส่วนร่วมเปึนผู้ดำเนินการให้บริการระบบการขนส่งโดย รถโดยสารสาธารณะเองนะครับ คือกฎกระทรวงที่อ้างถึงนี้ผมก็เคยอภิปรายไปแล้วนะครับ อันนี้ให้คลิป ให้สไลด์ไปนะครับ สไลด์ที่ ๑๒ ว่ามันเปึนวิธีการขอ ไม่ได้มีอำนาจ มันต่างกัน การที่จะต้องไปขอกับการมีอำนาจ โครงสร้างอำนาจยังเหมือนเดิม อยู่ที่รัฐราชการร่วมศูนย์ ตามร่าง พ.ร.บ. ฉะนั้นก็ต้องถามว่าแล้วที่จะไปจ้างศึกษากันสุดท้ายผลจะเปึนอย่างไรครับ ก็ต้องมาแก้ พ.ร.บ. ถ้าจะกระจายอำนาจ หรือท่านไม่อยากกระจายอำนาจก็บอกมาชัด ๆ
ประเด็นที่ ๒ โครงสร้างอำนาจไม่ยึดโยงกับประชาชนนะครับ โดยรัฐบาล ก็ชี้แจงว่าปัจจุบันคณะกรรมการกลาง หรือว่าขนส่งทางบกกลางตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ ได้ถ่ายโอนอำนาจการกำหนดราคาค่าโดยสารและการออกใบอนุญาตประกอบการ ให้คณะกรรมการในระดับจังหวัดเปึนผู้ดำเนินการแทน แต่อันนี้ก็เปึนสิ่งที่ผมได้อภิปรายไปว่า การขออะไรต่าง ๆ แทบไม่ยึดโยงกับประชาชนในพื้นที่เลย แล้วยังต้องไปผ่านส่วนกลาง อีกรอบนะครับ
ประเด็นที่ ๓ งบ ๒๕๖๘ เปึนแค่การจ้างที่ปรึกษา ผมย้ำนะครับว่าเปึนแค่ การจ้างที่ปรึกษาครับ ที่ไปอ้างไปโหนโครงการนี้ คือจ้าง ๑๐ ล้านบาท รอผลการศึกษา ๑ ป้ แล้วพรรคประชาชนก็ศึกษามาแล้วว่าควรจะเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจอย่างไรนะครับ เสนอเปึนรูปธรรมผ่านร่าง พ.ร.บ. มาแล้ว แต่ก็โดนพรรคร่วมรัฐบาลปัดตกไป โดยไม่ได้ มีข้อเสนอที่เปึนรูปธรรมอ้างว่าจะศึกษาตัวนี้นะครับ
ประเด็นสุดท้าย ประเด็นที่ ๔ รัฐบาลบอกว่าทุกอย่างมีการดำเนินการอยู่นะครับ ไม่ใช่ว่ารัฐบาลจะไม่ทำอะไร และไม่ช้าเกินไปหากในเวลานั้นเราจะหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณา กันอีกครั้งในแง่มุมที่ครบถ้วนรอบด้านมากขึ้น ก็ต้องลองถามประชาชนดูครับว่า ๑ ป้ ที่รัฐบาลอยู่มาขนส่งสาธารณะในท้องถิ่นดีขึ้นบ้างไหม ความฝันที่ท้องถิ่นจะมีรถเมล์ดี ๆ ต้องรออีกนานเท่าไร หากรัฐบาลไม่จริงใจกับการกระจายอำนาจ เพราะฉะนั้นโดยสรุปกับ งบประมาณเพียง ๑๐ ล้านบาท จริง ๆ ผมก็ไม่ถึงกับติดใจนักกับเม็ดเงินนะครับ แต่ติดใจว่า แล้วทำไมต้องจ้างครับ ข้าราชการเก่ง ๆ ก็มีไม่น้อย ทำไมต้องเสียเวลาช้าออกไปอีกเปึนป้ แทนที่จะรับหลักการแล้วมาร่วมกันแก้ไขปัญหาโดยใช้กลไกนิติบัญญัติ และสิ่งที่สำคัญกว่านั้น เรื่องนี้ทำให้เห็นชัดเจนถึงความไม่จริงใจของรัฐบาลในการกระจายอำนาจ นี่ขนาดมีรูปธรรม มาวางอยู่ตรงหน้าเปึนร่าง พ.ร.บ. ที่ชัดเจน เขียนหลักการไว้ชัดเจน แค่โหวตเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยนะครับ แต่นี่ก็เลือกที่จะปล่อยให้ประชาชนรอรถเมล์กันต่อไป ศึกษากันไป อีกเปึนป้ ฉะนั้นขอให้เพื่อนสมาชิกในวันนี้ก็ลงมติปรับลดงบประมาณเพิ่มเติมจากร่าง ของกรรมาธิการด้วย แล้วก็ใช้กลไกนิติบัญญัติให้เกิดการกระจายอำนาจอย่างเปึ้นรูปธรรม กันเถอะครับ ขอบคุณครับ
ต่อไปเปึน ผู้แปรญัตติที่สงวนคำแปรญัตติ ท่านแรกขอเชิญ ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ ครับ
เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดภูเก็ต เขต ๑ พรรคประชาชน ขอสไลด์แผ่นที่ ๑ ด้วยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ด Presentation)
ท่านประธานครับ วันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๖ ป้ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมทางลอดแยกดาราสมุทร จังหวัดภูเก็ต เนื่องจากเครื่องสูบน้ำเสียพร้อมกันทุกเครื่องครับท่านประธาน นับว่าโชคดีครับ ในวันดังกล่าวไม่เกิดการสูญเสีย ไม่มีผู้สูญเสียชีวิตเกิดขึ้น แขวงการทางภูเก็ต กรมทางหลวง ได้ออกมาแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ด้วยวิธีการอย่างไรครับ ก็ด้วยการไปยืมเครื่องสูบน้ำ จาก อบจ. ภูเก็ตมาใช้สูบน้ำแทนในบริเวณทางลอดดังกล่าว ท่านประธานครับ เนื่องจาก เครื่องสูบน้ำทางลอดนั้นเปึนอุปกรณ์ที่มีความสำคัญจะต้องทำงานได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ผมย้ำนะครับท่านประธาน จะต้องทำงานได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เราจะปล่อยให้เครื่องสูบน้ำ เสียพร้อม ๆ กันอย่างนี้บริเวณทางลอดไม่ได้ครับท่านประธาน เพราะมีความเสี่ยงที่จะ ก่อให้เกิดความสูญเสียต่อทรัพย์สินและต่อชีวิตของพ่อแม่พี่น้องประชาชน รวมถึง นักท่องเที่ยวด้วยครับ ผมได้ยื่นกระทู้ถามทั้งกระทรวงคมนาคมไปเมื่อวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๖ ที่ผ่านมาหลังจากที่รับตำแหน่ง สส. ได้ไม่นานครับ ผมได้นำเสนอถึงวิธีการซ่อมบำรุง เชิงปัองกัน หรือที่เรียกว่า Preventive Maintenance ซึ่งเปึนการแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้อง และอย่างถาวรครับท่านประธาน ทางท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ขออนุญาต เอ่ยนามครับ ท่านมนพร เจริญศรี ได้กรุณาตอบกระทู้ผมในวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๖ ว่า กระทรวงคมนาคมเห็นด้วยกับมาตรการ กับวิธีการที่ผมได้ตั้งกระทู้ถามและได้นำเสนอให้กับ กระทรวงคมนาคม เพราะเปึนการแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุดครับท่านประธาน และกระทรวง คมนาคมเองยังรับว่าจะนำวิธีการนี้ไปใช้กับทางลอด หรือกับอุโมงค์ทางลอด ทางแยก ทั่วทั้งประเทศ ท่านประธานลองเป่ดคลิปย้อนหลังกลับไปดูได้ครับ การตอบกระทู้ในวันนั้นของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมทำให้ผมมีความรู้สึก สบายใจและอุ่นใจเปึนอย่างมากครับ ที่พี่น้องประชาชนภูเก็ตจะมีความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินจากการดูแลอย่างดีของกระทรวงคมนาคม แต่หลังจากที่ผมมีความรู้สึกอุ่นใจ สบายใจอยู่ได้เพียงแค่ ๘ เดือนเท่านั้นครับท่านประธาน ก็พบว่าวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๖๗ ที่ผ่านมาไม่เท่าไรนี้เองครับ เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมอุโมงค์ดังกล่าว ทางลอดเดิมเลยครับ ท่านประธาน และแขวงการทางภูเก็ต กรมทางหลวง ก็ใช้วิธีการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แบบเดิม ๆ ด้วยการไปยืมเครื่องสูบน้ำจาก อบจ. ภูเก็ต มาใช้สูบน้ำแทนเปึนการชั่วคราว ผมจึงมีคำถามกรมทางหลวงว่า กรมทางหลวงได้เรียนรู้อะไรจากเหตุการณ์น้ำท่วมทางลอด เมื่อป้ ๒๕๖๖ บ้างหรือไม่ครับ เหตุใดจึงปล่อยให้เกิดปัญหาเดิม ๆ ซ้ำร้อยเดิม ในป้ ๒๕๖๗ และการแก้ปัญหาก็ยังเปึนรูปแบบเดิม ๆ ครับท่านประธาน โดยการยืม เครื่องสูบน้ำจากหน่วยงานอื่นมาใช้งานเปึนการชั่วคราว ทางลอดแยกดาราสมุทรนี้ เปึ้นทางลอดแห่งแรกที่ก่อสร้างขึ้นในจังหวัดภูเก็ต แต่ท่านประธานทราบหรือไม่ครับว่า จังหวัดภูเก็ตเรายังมีทางลอดอีก ๔ แห่ง รวมแยกดาราสมุทรเปึน ๕ แห่ง ผมคาดว่าเครื่องสูบน้ำ ที่เหลือในอุโมงค์ทางลอดอีก ๔ แห่ง ก็ใกล้ที่จะถึงกำหนดอายุการใช้งานแล้วครับ ท่านประธาน จึงเปึนคำถามว่า กรมทางหลวงจะรับมือกับเรื่องเหล่านี้อย่างไรครับ เพราะว่า อะไรครับ เพราะว่าผมไม่พบงบซ่อมบำรุงเครื่องสูบน้ำทางลอดทั้ง ๕ แห่งในร่าง พระราชบัญญัติงบประมาณป้ ๒๕๖๘ แม้แต่นิดเดียวครับท่านประธาน และหากน้ำท่วม พร้อม ๆ กันทุกอุโมงค์ ท่านประธานคิดว่าทาง อบจ. ภูเก็ตจะมีเครื่องสูบน้ำให้กรมทางหลวง ยืมไปใช้งานได้หรือไม่ครับ ที่น่าวิตกไปกว่านั้นครับท่านประธาน นอกจากจะไม่พบ งบซ่อมบำรุงเครื่องสูบน้ำของทางลอดทั้ง ๕ แห่ง ในจังหวัดภูเก็ตแล้ว ผมกลับพบว่า มีงบจัดตั้งศูนย์ควบคุมเฝั้าระวังและสั่งการระยะไกล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเมืองอัจฉริยะ อุโมงค์ทางลอดจังหวัดภูเก็ต ตำบลวิชิต อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต ๑ แห่่ง จำนวน ๕๐ ล้านบาท ในเอกสารงบประมาณ ฉบับที่ ๓ งบประมาณรายจ่ายประจำป้ ๒๕๖๘ เล่มที่ ๑๓ (๑) หน้า ๔๑๘ ครับ ท่านประธานครับ เปึนคำถามว่า มันคืองบอะไร ๕๐ ล้านบาท ตั้งงบมาเพื่อให้ระบบ AI มาช่วยเฝั้าระวังน้ำท่วมอย่างนั้นหรือครับ แล้วสุดท้ายกรมทางหลวง ก็ต้องไปยืมเครื่องสูบน้ำจาก อบจ. ภูเก็ตอีกใช่หรือไม่ครับ แล้วเพราะเหตุใดจึงไม่นำงบประมาณ จำนวน ๕๐ ล้านบาทก้อนนี้ไปใช้ในการแก้ไขปัญหาของพ่อแม่พี่น้องประชาชนภูเก็ตอย่างแท้จริง ก็คือการนำงบการนำเงินก้อนนี้ไปทำการซ่อมบำรุงเครื่องสูบน้ำของทางลอดทั้ง ๕ แห่ง ซึ่งผมเชื่อว่าจะเปึนประโยชน์ต่อพ่อแม่พี่น้องประชาชนภูเก็ตมากกว่าครับ ขอบคุณครับ
ต่อไปขอเชิญ คุณเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทย สร้างชาติ วันนี้ผมขอร่วมอภิปรายงบประมาณของกระทรวงคมนาคม โดยเมื่อครั้งที่ได้รับ หลักการในวาระแรกนั้น ผมได้ฝากกรรมาธิการงบประมาณไปว่า ขอให้ท่านได้ตัดงบลง ประมาณ ๕-๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็เพราะว่าโครงการที่หน่วยงานในกำกับกระทรวงคมนาคมนั้น ได้จัดงบประมาณที่เหลื่อมล้ำ โดยจัดงบประมาณให้กับผู้ประกอบการรายใหญ่เปึนจำนวนมาก ทำให้ผู้ประกอบการชั้นอื่น ๆ นั้นไม่ได้รับการเข้าเสนอราคา เพราะว่าชั้นรองลงมานั้น มีเพียงแค่ ๑๐ กว่าโครงการ เหตุที่ผมเสนอให้กรรมาธิการได้ตัดงบลงมาก็เพื่อว่า ให้ซอย งบประมาณที่เกิน ๖๐๐ ล้านบาทไปนั้นได้ลงมาต่ำ ๖๐๐ ล้านบาท เพื่อผู้ประกอบการชั้นอื่น ๆ ได้มีสิทธิเข้าเสนอราคาในครั้งนั้น แต่กรรมาธิการก็ไม่ได้ดำเนินการในส่วนนี้ ก็ยังมีโครงการใหญ่ ๆ นับร้อยโครงการเช่นเดิม ในโครงการใหญ่ ๆ นั้นระยะทางประมาณสัก ๒๐-๓๐ กิโลเมตร แต่ถ้าเกิดทางหน่วยงาน ในกำกับของท่าน โดยเฉพาะกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท ถ้าจะแบ่งตอนให้เปึ้น ตอน ๑ ตอน ๒ ให้เหลือระยะทาง ๑๐-๑๕ กิโลเมตร ก็จะเปึ้นราคาที่ต่ำกว่า ๖๐๐ ล้านบาท ลงมา ก็จะทำให้ผู้ประกอบการนั้นได้เข้าถึงทุก ๆ ชั้น ซึ่งผู้ประกอบการรายใหญ่นั้นมีเพียง ประมาณ ๗๐ ราย แต่มีโครงการนับร้อยโครงการ ผู้ประกอบการชั้นรอง ๆ ลงมามีประมาณ ๗๐ รายเหมือนกัน แต่มีโครงการเพียง ๑๐ กว่าโครงการเท่านั้นเอง ถ้าเทียบเมื่อสมัยก่อนนี้ ที่เอ่ยชื่อท่าน ท่านอธิบดีธานินทร์ สมบูรณ์ อดีตอธิบดีกรมทางหลวง ท่านก็จะแบ่งงาน ให้กับหลาย ๆ ชั้น เพื่อให้ผู้ประกอบการได้เข้าถึงทุก ๆ ชั้นด้วยกัน ในครั้งนี้ก็จะฝาก ท่านกรรมาธิการซึ่งท่านเปึ้นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมด้วย คือท่านสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ว่าในฐานะที่ท่านกำกับดูแลหน่วยงานของกระทรวงคมนาคม ก็ขอให้ท่าน ได้จัดสรรงบประมาณ โดยแบ่งให้กับผู้ประกอบการนั้นได้ใกล้เคียงกัน หรือครบทุก ๆ ชั้น เพื่อเปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจและกระตุ้นรายได้ให้ผู้ประกอบการไม่ได้ไปกระจุกตัว เฉพาะผู้ประกอบการรายใหญ่ ๆ เพียงอย่างเดียว ก็หวังว่าในงบประมาณป้ ๒๕๖๙ นั้น ทางกระทรวงคมนาคม โดยเฉพาะกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท ก็จะได้จัด งบประมาณที่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำให้น้อยลงหรือน้อยที่สุด เพื่อพยุงไว้ซึ่งผู้ประกอบการ ทุก ๆ ชั้นและทุกประเภท และเพื่อความมั่นคงของผู้ประกอบการที่จะเจริญก้าวหน้าในการ เลื่อนชั้นขึ้นไปอีก ก็ขอฝากทางกระทรวงคมนาคมด้วย ขอบคุณมากครับ
ต่อไปขอเชิญ คุณกัณตภัณ ดวงอัมพร ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายกัณตภณ ดวงอัมพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ตัวแทนของพี่น้องชาวพญาไท ดินแดงครับ วันนี้ผมขอสงวนคำแปรญัตติ เกี่ยวกับงบประมาณ มาตรา ๑๕ ของกระทรวงคมนาคม วันนี้ผมจะขออภิปรายในส่วนของ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือเรียกว่า สนข. ในป้งบประมาณ ๒๕๖๘ กระทรวงคมนาคมได้รับการจัดสรรงบรวมทั้งสิ้น ๘๓,๔๖๘,๐๘๐,๔๐๐ บาท ซึ่งถือว่าสูงมาก เมื่อเทียบกับงบประมาณแผ่นดิน ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ ๒.๒๒ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณ แผ่นดินครับ ในจำนวนนี้ สนข. ได้รับงบประมาณ ๑๓๓,๘๐๓,๔๐๐ บาท เพื่อดำเนินการ ด้านการวางแผนนโยบายขนส่งและการจราจรทั่วประเทศ โดย สนข. ได้ตั้งงบประมาณ ในการจัดทำโครงการพัฒนาระบบคมนาคมที่มีความปลอดภัยเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม และเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่งทุกมิติ โดยมีงบลงทุนจ้างบริษัทมาเปึนที่ปรึกษา เพื่อให้ดำเนินการศึกษาพัฒนาระบบคมนาคม เพื่อเพิ่มสัดส่วนการเดินทางด้วยระบบขนส่ง สาธารณะในพื้นที่กรุงเทพมหานครและพื้นที่ต่อเนื่อง โดยเปึนงบผูกพัน ๒ ป้ คือจะศึกษา ๒ ป้ โดยเปึนเงินในป้นี้ทั้งสิ้น ๘,๙๖๗,๕๐๐ บาท วัตถุประสงค์ของโครงการนี้คืออะไรครับ คือจัดทำแผนโครงการพื้นฐานระบบขนส่งสาธารณะรูปแบบเพื่อเพิ่มสัดส่วนในการใช้ระบบ ขนส่งสาธารณะในพื้นที่กรุงเทพมหานครและพื้นที่ต่อเนื่อง และเพื่อเสนอแนะแนวทาง ปรับปรุงระบบขนส่งสาธารณะให้เข้าถึงและเชื่อมต่อสนับสนุนระบบรถไฟฟัาในเขต กรุงเทพมหานครและพื้นที่ต่อเนื่องตามแนวรถไฟฟัา ผมชวนทุกท่านตั้งคำถามว่าปัจจุบัน ระบบขนส่งสาธารณะในกรุงเทพมหานครไม่มีประสิทธิภาพใช่หรือไม่ครับ ในเมื่อที่ผ่านมา สนข. ก็ได้ทำการศึกษาปัญหาในพื้นที่ กทม. มาแล้ว ท่านได้นำไปใช้ให้เกิดผลลัพธ์จริง ๆ หรือไม่ครับ ขณะที่หน่วยงานอื่นหลายหน่วยงานต้องเผชิญกับการตัดลดงบประมาณ แต่ สนข. กลับไม่ได้รับผลกระทบเลยครับ ซึ่งผมเห็นว่าควรได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบครับ เนื่องจากเปึนเรื่องที่สำคัญนะครับ ที่งบประมาณดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ในการแก้ไขปัญหาจราจรอย่างแท้จริงครับ หน้าที่หลัก ของ สนข. คือการศึกษา วางแผน แก้ไขปัญหาการจราจรในประเทศ โดยเฉพาะในเขต กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีพื้นที่การจราจรหนักหน่วงที่สุดในประเทศ อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานของ สนข. ในช่วงที่ผ่านมากลับไม่ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนครับ สถานการณ์การจราจรในกรุงเทพมหานครเปึนปัญหาที่ซ้ำซ้อน มีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ก็ไม่ได้เชื่อมโยงกันอย่างมีประสิทธิภาพ จากการวิจัยและการศึกษามากมายของเล่ม สนข. สิ่งที่ขาดหาย คือการนำแผนเหล่านั้นไปใช้จนเกิดผลที่ตรงเปัา อาจจะเปึนเหตุเพราะศึกษา มากมายเท่าไร แต่ยังขาดสภาพการบังคับ หน่วยงานอาจไม่ทำตาม หรือผู้บริหารบางหน่วยงาน ที่ไม่เห็นด้วยก็ไม่ทำตามครับ ในหลายประเทศก็เผชิญปัญหาการจราจรเช่นเดียวกับกรุงเทพฯ แต่ก็ได้นำผลการศึกษาของเข้าไปใช้พัฒนาระบบขนส่งโครงสร้างพื้นฐานเพื่อแก้ไขปัญหา ยกตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือกรุงโซล เกาหลีใต้ ซึ่งได้พัฒนาระบบขนส่งที่ครอบคลุม และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ประชาชนของเขาได้มีทางเลือกในการที่จะเดินทางสะดวก และรวดเร็วขึ้น นอกจากนี้แล้วการใช้ระบบขนส่งสาธารณะยังช่วยลดปริมาณรถยนต์ บนท้องถนน และลดการปล่อยมลพิษในอากาศอีกด้วยครับ อีกตัวอย่างหนึ่ง คือกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่ให้ความสำคัญกับการเดินเท้าและการใช้จักรยานในการเดินทาง ภายใต้นโยบายที่สนับสนุน เพื่อส่งเสริมการเดินทางที่ปลอดภัยและเปึนมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้ง ๒ กรณีดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าการศึกษาวิจัยที่ถูกนำมาใช้จะสามารถแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง สามารถทำให้เกิดประโยชน์ที่แท้จริงและยั่งยืน สิ่งที่ผมจะตั้งข้อสังเกตนะครับ เหตุใด งบประมาณของ สนข. จึงไม่ได้รับการตัดเลย ทั้ง ๆ ที่ผลการดำเนินการยังไม่เปึ้นที่น่าพอใจ นี่คือคำถามที่ผมอยากจะถามไปถึงคณะกรรมาธิการและผู้เกี่ยวข้องให้ได้ชี้แจง เพราะว่า การจัดสรรงบประมาณควรพิจารณาจากผลลัพธ์และความคุ้มค่าในการจ่ายเงินภาษีของ พี่น้องประชาชน หากไม่มีการชี้แจงที่ชัดเจนผมเห็นว่าการคงงบประมาณเต็มจำนวนแบบนี้ คงไม่ใช่เรื่องที่จะเหมาะสม นอกจากนี้ ผมขอเสนอให้รัฐบาลพิจารณาเรื่องการกระจาย อำนาจให้ท้องถิ่น ยกตัวอย่างในพื้นที่กรุงเทพฯ หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจราจร ในพื้นที่ ไม่ว่าจะเปึนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเกี่ยวกับตำรวจจราจร กรมการขนส่งทางบก กรมทางหลวง การทางพิเศษ รฟม. หรืออื่น ๆ ควรขึ้นตรงกับ กทม. เพื่อที่จะให้อำนาจ ในการบริหารจัดการช่วยแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพจริง ๆ และตอบสนอง ความต้องการของประชาชนในพื้นที่ได้ดีกว่าครับ และการศึกษานั้นจะได้ถูกนำไปใช้ อย่างมีประสิทธิภาพ หรือง่าย ๆ เรียกว่า มีสภาพบังคับ หรือไม่อย่างนั้นรัฐบาลก็ควรที่จะตั้ง ๑ หน่วยงาน ที่มีอำนาจควบคุมหน่วยงานทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับจราจรในพื้นที่กรุงเทพฯ ได้ ท่านประธานครับ การกระจายอำนาจในการบริหารจัดการการจราจรไม่เพียงแต่ช่วยในการ แก้ไขปัญหาให้อย่างรวดเร็วและตรงจุดนะครับ แต่เปึนการสร้างเสริมความสามารถ ในการบริหารจัดการตัวเองของท้องถิ่น ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับพื้นที่ด้วย ท่านประธานครับ การลงทุนในโครงการควรที่จะสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้และเปึ้นประโยชน์ กับพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง ควรที่จะมีการตั้งเปัาหมายหลักในการจัดสรรงบประมาณ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเงินทุกบาทจะไปสร้างผลลัพธ์ที่ชัดเจนในการแก้ไขปัญหาจราจรได้ ไม่เพียงแต่นำเงินในส่วนนี้ ถ้าเกิดไม่ได้ผลก็คือเอาเงินไปละลาย ผลลัพธ์ก็ไม่เปึนรูปธรรม ผมจึงขอเสนอให้ตัดงบของ สนข. ในส่วนของโครงการดังกล่าวเปึนจำนวน ๕ เปอร์เซ็นต์ และผมหวังว่าทุกท่านจะพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยคำนึงถึงประโยชน์ระยะยาวของการ ใช้จ่ายงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาจราจรครับ ขอบคุณครับ
ต่อไปขอเชิญ คุณบุญเลิศ ์แสงพันธุ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายบุญเลิศ แสงพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๗ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ อำเภอพระประแดง เฉพาะตำบลบางจาก พรรคประชาชน วันนี้ผมขอร่วมอภิปราย ในมาตรา ๑๕ งบประมาณรายจ่ายทั้งหมดของกระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกรรมาธิการเสียงข้างมากได้ปรับลดลงมาอยู่ที่ ๘๓,๕๔๕ ล้านบาท
ท่านประธานครับ โครงการศึกษาและจัดทำมาตรการกำกับดูแลการปล่อยก๊าซ เรือนกระจกและลดมลภาวะทางอากาศ ในภาคการขนส่งทางรางของกรมการขนส่งทางราง เปึนโครงการผูกพันป้งบประมาณมาจากป้ ๒๕๖๗ มาป้ ๒๕๖๘ ระยะเวลาในการดำเนินการ ๔๒๐ วัน วงเงินทั้งสิ้น ๑๔,๖๔๐,๕๐๐ บาท ป้ที่แล้วตั้งงบผูกพันไว้ที่ ๒,๙๒๘,๑๐๐ บาท ป้นี้ท่านตั้งขอมาเต็มวงเงินเลยกว่า ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ทั้งสิ้นนะครับ ส่วนหนึ่งผมเข้าใจว่า กว่าจะลงนามในสัญญาและเริ่มศึกษาได้ก็ป่าเข้าไปเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๗ ก็เกือบจะหมด ป้งบประมาณแล้ว ก็เลยตั้งโครงการผูกพันมาในป้งบประมาณป้หน้านะครับ โดยใน รายละเอียดโครงการนั้นในเอกสารชี้แจงของหน่วยงานกล่าวไว้ประมาณว่า เพื่อที่จะศึกษา แล้วรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก มลภาวะทางอากาศของไทย รวมทั้งข้อกำหนด กฎระเบียบ กฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ เพื่อนำมาจัดทำแผน ร่างมาตรการข้อกำหนดกฎหมายในการกำกับดูแลก๊าซเรือนกระจกและมลภาวะทางอากาศ ถือว่าเปึนเรื่องดีที่จะห้ามาตรการในการกำกับดูแลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลภาวะ ทางอากาศ ซึ่งปัญหามลภาวะทางอากาศไทยเรานั้น อย่างที่รู้ ๆ กันว่า ประสบปัญหาฝุ์นพิษ PM2.5 อยู่แล้ว ซึ่งปัจจุบันสำคัญก็มาจากการใช้เครื่องยนต์สันดาป ซึ่งก็เปึนเรื่องที่น่าท้าทาย นะครับว่า โครงการดังกล่าวกว่าจะศึกษาเพื่อแก้ไขปัญหามลภาวะดังกล่าวถือว่าเปึนเรื่องที่ดี มาก ๆ เลย เพราะเราได้ใช้รถเครื่องจักรดีเซลไฟฟัาเปึนหลัก ซึ่งเปึนการใช้เครื่องยนต์ดีเซล ซึ่งตัวใหม่ที่สุดของเครื่องจักรดีเซลไฟฟัา QSY ที่ซึ่งซื้อมาจากจีนเมื่อป้ ๒๕๖๕ ซึ่งมา ประจำการทั้งหมด ๕๐ คัน ที่เก่าสุดตอนนี้คือรถจากดีเซลไฟฟัา GE ที่ซื้อมาประจำการ ตั้งแต่ ๒๕๐๗ ประจำการอยู่ ๔๕ คัน ท่านประธานครับ อายุของมันป่าเข้าไป ๖๐ ป้แล้ว ที่สำคัญมันยังวิ่งประจำการอยู่เลยทุกวันนี้ เรื่องควันไม่ต้องพูดถึงตลบอบอวลไปทั้งขบวน และอาคารผู้โดยสาร ก็เปึนภาพอย่างนี้ที่ได้เห็นตามข่าว จนการรถไฟฟัาแห่งประเทศไทย สั่งเร่งป่ดการใช้งานอุโมงค์ดังกล่าว ซึ่งจากเหตุผลที่กล่าวมาก็ดูจะเข้าท่ากับโครงการที่จะมา แก้ไขปัญหาดังกล่าว แต่ผมมีความกังวลต่อโครงการดังกล่าวว่าแผนและร่างมาตรการ ข้อกำหนดต่าง ๆ ในการศึกษาและจัดทำจะไม่ถูกนำมาควบคุมและปฏิบัติอย่างจริงจัง และจะเอาเงินงบประมาณไปเสียเปล่า เพราะตราบใดที่รถไฟฟัาไทยยังคงใช้เครื่องจักรดีเซล ที่มาจากพลังงานฟอสซิลเปึนหลักต่อไป แต่การที่ยังไม่สามารถเปลี่ยนผ่านมาใช้พลังงานสะอาด ได้อย่างจริงจัง ข้อบังคับต่าง ๆ ที่ร่างมาและอาจจะต้องใช้ได้อย่างจริงจังเพียงไม่กี่ข้อเอง
ถัดไปครับ โครงการศึกษาจัดทำมาตรฐานการตรวจสอบสภาพรถขนส่งทางราง ของผู้ตรวจสอบและรับรองรถขนส่งทางราง มูลค่าทั้งโครงการ ๑๓,๐๐๐ กว่าล้านบาทนะครับ ผูกพันมาจากป้งบประมาณป้ที่แล้ว ๒,๖๑๙,๒๐๐ บาท ตั้งมา ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านนะครับ น่าแปลกใจครับ เรามีการเดินทางด้วยรถไฟฟัามาเปึน ๑๐๐ ป้ แต่ยังไม่มีมาตรการกลาง สำหรับการตรวจสอบและรับรองรถขนส่งทางราง ซึ่งก็ตามมาด้วยปัญหาต่าง ๆ มากมาย เช่น มาตรฐานในการกำหนดรถที่มีเหตุขัดข้องอยู่บ่อย ๆ ที่ออกข่าว ไม่ว่าจะเปึนรถไฟฟั้า สายสีเหลืองที่ล้อหลุดในจังหวัดสมุทรปราการ แล้วก็นาทีประตูเป่ด รางรถไฟร่วงหล่น นี่ก็เปึนปัญหาอีกมากมายที่เราพบเห็นกันอยู่ปัจจุบัน นี่ก็ยังโชคดีที่รถไฟรางยังไม่เข้าเขต จังหวัดสมุทรปราการ ในอำเภอพระสมุทรเจดีย์นะครับ เห็นกำลังก่อสร้างอยู่ก็คือรถไฟ สายสีม่วง ก็จะแล้วเสร็จประมาณป้ ๒๕๗๐ แล้วก็จะมีการสร้างต่อไปตามสถานีไปยังท่าเรือ พระสมุทรเจดีย์ ในประมาณป้ ๒๕๗๒ ป้ ๒๕๗๓ ก็เปึนข่าวดี แต่เมื่อมองงบประมาณ ทั้ง ๒ โครงการจำนวนดังกล่าวที่ได้นำเสนอมานั้นถือว่าเปึนจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว แล้วสุดท้ายครับที่สำคัญมาก อันที่จริงในรายงานวิเคราะห์ของสำนักงบประมาณก็ได้ให้ ความเห็นไว้ดังอำนาจหน้าที่ของกรมการขนส่งทางราง ที่ต้องเปึนหน่วยงานที่กำกับดูแล ระบบขนส่งทางรางด้วยความปลอดภัย และคุณภาพในการบริการต้องเร่งดำเนินการจัดทำ มาตรฐานเกี่ยวกับการขนส่งทางรางให้ครอบคลุมได้ทุกด้านนะครับ ไม่ว่าจะเปึนมาตรฐาน ต่าง ๆ ผมในฐานะผู้แปรญัตติก็ขอตัดงบประมาณ ๒ เปอร์เซ็นต์ครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน
ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคณะกรรมาธิการได้ตอบชี้แจง เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจำป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ จากประเด็นคำถามภาพรวมทั้งหมดของกระทรวง คมนาคม เราเสนอตั้งงบประมาณในมาตรา ๑๕ เฉพาะแผนพื้นฐาน แล้วก็แผนงานยุทธศาสตร์ รวม ๙ หน่วยงานนะคะ หน่วยรับงบประมาณทั้งสิ้นเปึ้นจำนวน ๘๓,๕๔๘,๔๐๐ บาท ซึ่ง ดำเนินภารกิจเกี่ยวกับการปรับปรุงและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งให้เกิดประโยชน์ สูงสุด แล้วก็มีประสิทธิภาพ สนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรม เกษตรกรรม ท่องเที่ยว การ แก้ไขปัญหาการจราจร ยกระดับและเพิ่มขีดความสามารถระบบราง ส่งเสริม สนับสนุนระบบ ขนส่งที่ยั่งยืนและเปึนมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รองรับทุกคนตามแนวคิดของเศรษฐกิจชีวภาพ สนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียนนะคะ สำหรับกรณีที่ผู้เสนอแปรญัตติสงวนคำแปรญัตติปรับลด งบประมาณ ประมาณ ๐.๑-๒๐ เปอร์เซ็นต์นั้น ก็จะทำให้มีผลกระทบต่อการพัฒนาทางด้าน คมนาคม แล้วก็ระบบโลจิสติกส์ โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานที่จะนำมาก่อสร้างถนน ไม่ว่าจะเปึนถนนเลียบชายฝัืง ก่อสร้างถนนปรับปรุงงานด้านการอำนวยความปลอดภัย รวมทั้งเรื่องของการคมนาคมทางน้ำที่จะมีการก่อสร้างปรับปรุงท่าเทียบเรือ โครงการขุดลอก ร่องน้ำชายฝัืง การก่อสร้างเขื่อนปัองกันตลิ่ง รวมทั้งงานปัองกันการกัดเซาะชายฝัืง ถึงอย่างไรก็ดีค่ะ รวมทั้งการดำเนินการต่าง ๆ ที่ท่านสมาชิกให้ข้อเสนอแนะนะคะ ทางกระทรวงคมนาคมก็พร้อม แล้วก็ยินดีที่จะพัฒนาในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน แล้วก็ศักยภาพให้สอดคล้องกับความต้องการของพี่น้องประชาชนค่ะ
ขออนุญาตตอบคำถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ประเด็นของ ท่านอาจารย์สุรเชษฐ์นะคะ เรื่องของการเสนอร่างของ พ.ร.บ. การขนส่งทางบกที่ทาง สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติไปแล้วนะคะ ขออนุญาตว่าข้อเสนอของอาจารย์สุรเชษฐ์ในเรื่องของ กระบวนการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนในการที่จะร่าง พ.ร.บ. การขนส่งทางบก ข้อเสนออาจารย์สุรเชษฐ์เปึนข้อเสนอที่ดี แล้วก็คิดว่ากระทรวงคมนาคมก็มีคณะกรรมการใน การที่จะออกพระราชบัญญัติการขนส่งทางบกเมื่อป้ ๒๕๒๒ ซึ่งปัจจุบันในลักษณะดังกล่าว ก็เปึนการกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอยู่แล้วนะคะ แล้วก็นอกจากนั้น ก็ยังมีบทบัญญัติให้อำนาจรัฐมนตรีในกระทรวงคมนาคม แต่งตั้งบุคคลที่ไม่เกิน ๕ คน โดยมีนายกเทศมนตรีของจังหวัดนั้น ๆ รวมอยู่ด้วย ๑ คน ประกอบกับคณะกรรมการควบคุม การขนส่งทางบกกลางก็มอบอำนาจให้กับคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกประจำ จังหวัดเพื่อดำเนินการขนส่งภายในจังหวัดได้นะคะ ซึ่งการกระจายอำนาจเช่นนี้นั่นหมายถึง การสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของท้องถิ่นนะคะ ซึ่งจริง ๆ แล้วรัฐบาลภายใต้การนำของ ท่านแพทองธาร ชินวัตร ก็มีความมุ่งมั่นที่จะกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น เพราะเชื่อมั่นว่า การพัฒนาที่ตอบโจทย์ความต้องการของพี่น้องประชาชนก็คือ การเลือกตั้งที่ผ่านตัวแทนของ พี่น้องประชาชนในท้องถิ่นค่ะ นอกจากนั้นท่านสมาชิกจากจังหวัดภูเก็ตได้พูดถึงปัญหาของจังหวัดภูเก็ตนะคะ ทางกระทรวงคมนาคมเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจนะคะ แล้วก็เตรียมแผนงานที่จะลงไปช่วย พี่น้องประชาชนในเรื่องเครื่องดูดน้ำที่ท่านสมาชิกได้กรุณาตั้งกระทู้ถาม ดิฉันได้มาตอบ ให้ท่านสมาชิกถึง ๒ ครั้ง รวมทั้งกรมทางหลวงชนบทหรือว่ากรมทางหลวงก็ได้เตรียมในการ ที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าว นอกจากนั้นก็ยังมีโครงข่ายของการขยายเส้นทางของจังหวัดภูเก็ต ไม่ว่าโครงข่ายเส้นทางในเรื่องของทางด่วน ในเรื่องของสนามบิน ในเรื่องของการทำอุโมงค์ ซึ่งจังหวัดภูเก็ตขณะนี้อยู่ในระหว่างการศึกษา และอยู่ในระหว่างที่จะเวนคืนที่ดิน ก็ขออนุญาตนำเรียนความคืบหน้า จังหวัดภูเก็ตก็เปึ้นอีก ๑ จังหวัดที่กระทรวงคมนาคม ได้ให้ความสำคัญ เพราะเปึนจังหวัดที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาในเรื่องของการท่องเที่ยว แล้วก็เปึ้นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยว ซึ่งขณะนี้จะเห็นว่าตอนที่ท่านเศรษฐา ทวีสิน ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ท่านลงไปสั่งการ แล้วก็ไปดูความคืบหน้าของโครงการ รวมทั้ง ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ท่านให้ความสำคัญของโครงสร้างพื้นฐาน จังหวัดภูเก็ตเปึ้นอันดับต้น ๆ ของประเทศไทยนะคะ นอกจากนั้นค่ะ ภาพรวมของท่าน สมาชิกท่านอื่นที่ให้ความห่วงใยในเรื่องของการขึ้นชั้นของผู้รับจ้างเองก็ตามนะคะ ซึ่งเราคำนึงถึงว่าการขึ้นชั้นผู้รับจ้างเองเปึนระเบียบ เปึนกติกาที่ทางท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรื่องกิจ มีความห่วงใย เนื่องจากทางผู้รับจ้างเองได้มีการทิ้งงาน ไม่ว่าจะเปึน เรื่องของเส้นที่พระราม ๒ หรือว่าเส้นที่ M6 นะคะ ท่านบอกว่าการจะมีสมุดพก ก็คือ ถ้าผู้รับจ้างท่านใดที่ทิ้งงาน แล้วก็ไม่ทำงานไปตามแผนงานก็จะลดชั้น ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่าง ที่กระทรวงคมนาคมได้ดำเนินแผนนี้ร่วมกับกรมบัญชีกลางอยู่นะคะ ข้อแนะนำของ ท่านสมาชิกก็จะเก็บไว้เปึนข้อมูลในการปรับปรุงแผนงานการทำงานของกระทรวงคมนาคม ต่่อไปนะคะ
นอกจากนั้นในภาพรวมที่ท่านสมาชิก ไม่ว่าเรื่องของระบบราง ท่านสมาชิก จากสมุทรปราการ ก็จะขอน้อมรับคำแนะนำของสมาชิกทุกท่านที่ได้อภิปรายในภาพรวมของ กระทรวงคมนาคม
ท้ายที่สุด ดิฉันต้องขอบคุณที่ท่านสมาชิกทุกท่านได้ให้ความห่วงใย กระทรวง คมนาคมเราก็จะมีนโยบายพัฒนาในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานในทุกมิติ ไม่ว่าจะเปึ้นทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ แล้วก็ทางราง ก็ขอบคุณท่านสมาชิกทุกท่านอีกครั้งหนึ่งค่ะ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณ คณะกรรมาธิการครับ เนื่องจากมาตรานี้คณะกรรมาธิการมีการแก้ไข ดังนั้นผมจึงจะขอถาม มติจากที่ประชุม เชิญกรรมาธิการอีกท่านจะชี้แจง เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ สมาชิกผู้ทรงเกียรติ ดิฉัน กุลวลี นพอมรบดี ในฐานะกรรมาธิการ ขออนุญาตเสริม ประเด็นของท่านรัฐมนตรีมนพร เจริญศรี ในประเด็นที่ท่าน สส. เกชา ศักดิ์สมบูรณ์ ได้พูดถึง ในเรื่องของโครงการขนาดใหญ่ที่เกิน ๖๕๐ ล้านบาท ซึ่งในส่วนของโครงการที่ท่านได้ กล่าวถึงนี้ในตอนที่พิจารณาในชั้นคณะอนุกรรมาธิการแผนงานบูรณาการ ๑ ท่านอาจารย์ สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ท่านเองก็เปึนผู้ที่ให้ Comment กับทางกรมทางหลวงและ กรมทางหลวงชนบทด้วยเช่นกัน ในเรื่องของการจัดสรร ในเรื่องของขนาดของโครงการนะคะ แต่สิ่งหนึ่งที่ทางกรมทางหลวงได้ให้ความสำคัญมา ก็มีการชี้แจงในเรื่องของคุณภาพ ของผู้รับจ้าง สภาพคล่อง แล้วก็ความรวดเร็วในการทำงาน เพราะเนื่องจากว่าที่ผ่านมา อย่างอาทิเช่น เส้นทางหลวงหมายเลข ๔๑๕ สายพังงา อำเภอบ้านตาขุน ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีการละทิ้งสัญญาไป สัญญาตัวนี้เซ็นไปตั้งแต่ป้ ๒๕๖๓ โดย ณ ปัจจุบันนี้เองทางกรมทางหลวง ได้มีการบอกเลิกสัญญา และสิ่งที่เกิดขึ้นคือทำให้เกิดผลกระทบกับพี่น้องในพื้นที่ ไม่ว่าจะเปึน ในเรื่องของมูลค่าการก่อสร้างที่สูงขึ้น รวมถึงในกรรมาธิการเราได้มีการถกกันถึง ๕ ชั่วโมง ในส่วนของกรมทางหลวงว่า เอ๊ะ โครงการที่ขนาดใหญ่แบบนี้ทางหน่วยงานสามารถที่จะแบ่ง โครงการ หั่นโครงการได้ไหม ก็ได้รับคำตอบว่าการที่จะนำโครงการที่ตั้งงบประมาณมาแล้ว มาหั่นโครงการค่อนข้างที่จะลำบาก เนื่องจากว่าเมื่อมีการหั่นแล้วสิ่งที่เกิดขึ้น คือค่า Factor F ที่มีค่าเพิ่มขึ้นนะคะ ซึ่งจะทำให้โครงการไม่สมบูรณ์แบบ อย่างอาทิเช่น ถ้า Factor F เพิ่มขึ้น ถ้าสมมุติโครงการ ๘๐๐ ท่านจะรู้ได้อย่างไรท่านจะแบ่งเปึ้น ๔๐๐ หรือ ๔๐๐ หรือว่า ๕๐๐ หรือ ๓๐๐ มันจะเปึนการเอื้อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอีกหรือไม่ ก็เปึนประเด็นในกรรมาธิการ เช่่นเดียวกัน รวมถึงถ้าหากว่ามีการแบ่งแล้ว Factor F เพิ่มขึ้นแล้ว โครงการไม่มีความสมบูรณ์ อย่างอาทิเช่น ถนนเส้ร็จแล้วแต่ว่าไฟอาจจะไม่มี ถนนเสร็จแล้วไหล่ทางอาจจะไม่มี เหมือนท่านกรรมาธิการกังฟู ก็ได้มาตามหาไหล่ทางในห้องคณะอนุกรรมาธิการแผนงานบูรณาการเหมือนกัน แต่ทั้งนี้ ทั้งนั้นเราก็ได้ Comment ไปทั้งทางกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทตามที่ท่านสมาชิก ได้ให้ข้อสังเกตมา แล้วหน่วยงานก็จะรับไปพิจารณางบประมาณในป้ต่อไปค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณ กรรมาธิการครับ เชิญครับ
ท่านประธานคะนิดเดียวค่ะ เนื่องจาก ดิฉันขอเพิ่มเติมในประเด็นเรื่องนี้ เปึนเรื่องที่กระทรวงคมนาคม ท่านสมาชิกหลายท่าน มีความห่วงใยในเรื่องของส่วยรถบรรทุกว่า เมื่อวานนี้ทางกระทรวงคมนาคมได้มีความจริงใจ ในเรื่องเหล่านี้ ไม่เพียงแต่พูดแล้วก็ไม่ทำ ซึ่งเราได้ดำเนินการประสานกับตำรวจสอบสวน กลาง CIB เมื่อวานนี้ ในเรื่องของการขยายผลเรื่องของส่วยรถบรรทุก ซึ่งขณะนี้กระทรวง คมนาคมจริงจัง แล้วก็ให้แนวทางกับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกท่าน ขอเน้นย้ำกับท่านสมาชิก อีกครั้งหนึ่งค่ะ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณมากครับ ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากมาตรานี้คณะกรรมาธิการมีการแก้ไข ดังนั้นผมจึงจะถามมติจาก ที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยให้มีการแก้ไขหรือไม่นะครับ ก่อนจะลงมติขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ
(นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
เชิญครับ ท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกครับเข้ามาเพื่อลงมติ ท่านสมาชิกที่เข้ามาแล้วครับกรุณาเสียบบัตร แ๊สดงตนนะครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
มีท่านสมาชิก ท่านใดยังไม่ได้แสดงตนครับ มีไหมครับ ไม่มีแล้วนะครับ แสดงตนทุกท่านแล้วก็แสดงผลครับ จำนวนผู้มาแสดงตน ๔๒๔ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ
ผมจะถามต่อไปว่า ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับการแก้ไขกรุณากดปุ์ม เห็นด้วย ถ้าท่านไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขกรุณา กดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดต้องการงดออกเสียงกรุณากดปุ์ม งดออกเสียงครับ ลงมติได้ครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ท่านสมาชิก ท่านใดยังไม่ได้ลงมติครับ ไม่มี แสดงผลเลยครับ จำนวนผู้มาลงมติ ๔๒๔ ท่าน เห็นด้วย ให้มีการแก้ไข ๔๑๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๓ ท่าน เพราะฉะนั้นที่ประชุมนี้เห็นด้วยให้มีการแก้ไขนะครับ
ต่อไปผมจะถามว่า จะเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากหรือจะเห็นด้วยกับกรรมาธิการ ที่สงวนคำแปรญัตติหรือผู้แปรญัตติที่ขอสงวนคำแปรญัตตินะครับ ก่อนที่จะลงคะแนนก็ ขอให้สมาชิกแสดงตนอีกครั้งหนึ่งครับ กรุณาเสียบบัตรแสดงตนได้นะครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
มีท่านสมาชิก ท่านใดยังไม่ได้แสดงตน แสดงตนหมดแล้วนะครับ ขอให้เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวน ผู้เข้าประชุม ๔๑๖ ท่านครับ
เมื่อสักครู่เราลง มติแล้วใช่ไหมครับ
ยังครับท่านประธาน ยังเหลือครั้งที่ ๒
อันนี้ผู้เข้าประชุม ถ้าอย่างนั้นก็ให้ลงมติอีกครั้งหนึ่งนะครับว่า จะเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากที่แก้ไข หรือจะเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่สงวนความเห็นและผู้แปรญัตติที่สงวนคำแปรญัตติครับ ลงคะแนนไ์ด้ครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
มีท่านผู้ใดยังไม่ได้ ลงคะแนนบ้างครับ ลงคะแนนทุกท่านแล้วนะครับ กรุณาแจ้งผลด้วยครับ มีผู้มาลงมติ ๔๓๖ ท่าน เห็นด้วย ๒๙๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๓๘ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๒ ท่าน เพราะฉะนั้นที่ประชุมเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากครับ
คุณณัฐวุฒิแนะนำ ให้ถาม ๒ รอบ ความจริงถาม ๒ รอบก็ชัดเจน แต่ว่าเมื่อไม่มีผู้ใดอภิปรายเห็นด้วยกับร่างเดิม ผมก็เลยข้ามไป มันจะได้รวดเร็ว แต่ไม่เปึนไร เอาตามนี้ เพราะเราเดินมาถึง ๑๖ มาตราแล้ว ต่อไปมาตรา ๑๖ ครับ
มาตรา ๑๖ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และหน่วยงานในกำกับ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น มีผู้แปรญัตติขอสงวน คำแปรญัตติ
ครับ มาตรานี้ ก็มีผู้ประสงค์แจ้งมาจะขออภิปราย ๓ ท่านเท่านั้น เพราะฉะนั้นท่านสมาชิกก็อย่าเพิ่ง ไปไหน อาจจะได้มีการลงมติเร็วนะครับมาตรา ๑๖ นี้ ขอเชิญผู้แปรญัตติสงวนคำแปรญัตติ ท่านแรกคือท่านกัณตภณ ดวงอัมพร ครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพครับ ผม นายกัณตภัณ ดวงอัมพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน ตัวแทนของพี่น้องชาวพญาไท ดินแดงครับ วันนี้ผมขอสงวนคำแปรญัตติงบประมาณของ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของโครงการแก้ไข ปัญหาการขาดแคลนกำลังคนดิจิทัลอย่างเร่งด่วนครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ด Presentation)
ก่อนอื่นผมขอกล่าวถึง ภาพรวมของงบประมาณของกระทรวง DEs ครับ งบประมาณตามที่ผ่านจากคณะกรรมาธิการ กระทรวง DEs ได้รับการจัดสรรงบทั้งสิ้น ๕,๕๘๙,๘๗๓,๘๐๐ บาท คิดเปึ้นเพียงร้อยละ ๐.๑๕ ของงบประมาณแผ่นดินครับ ซึ่งถือว่าเปึ้นสัดส่วนที่น้อยมาก เมื่อเทียบกับความสำคัญ ของภารกิจด้านดิจิทัลในปัจจุบัน ผมเข้าใจถึงความสำคัญของการพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัลครับ แต่โครงการที่เสนอมาเปึนเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้นครับ เหมือนกับการใช้ พลาสเตอร์ยาป่ดแผลใหญ่ที่จะต้องทำการผ่าตัด ลองนึกภาพตามผมนะครับ พอเรามี นักศึกษาที่กำลังจะจบ พวกเขาใช้เวลา ๔ ป้ในมหาวิทยาลัย พอจะถึงเข้าสู่ตลาดแรงงาน เรากลับบอกว่าเอาละมาเข้าโครงการนี้ก่อน เราจะส่งคุณไปทำงานกับบริษัทเอกชนเพื่อให้ได้ ทักษะที่จำเปึนนะครับ นี่เปึนการยอมรับหรือเปล่าว่าระบบการศึกษาของประเทศเรา ล้มเหลวในการเตรียมความพร้อมกับเยาวชนที่จะเข้าสู่ตลาดแรงงานในปัจจุบันครับ ปัญหา โครงการนี้ไม่ได้อยู่ในเจตนารมณ์และวัตถุประสงค์นะครับ แต่อยู่ที่วิธีการและขอบเขตของ การดำเนินงานครับ ตามข้อมูลของ TDRI ระบุว่าในป้ ๒๐๒๕ เราต้องการแรงงานด้านดิจิทัล หรือ IT ถึงประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ คนครับ แต่กำลังการผลิตบุคลากรด้านนี้มีเพียงป้ละ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ คนเท่านั้นครับ ในขณะที่โครงการนี้จะช่วยคนได้เพียง ๓๒๐ คน ซึ่งถือว่าไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ของความต้องการของแรงงานตลาดครับ เหมือนการนำเอา ถ้วยน้ำช้าไปดับไฟป์า ไม่มีทางแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างแท้จริงครับ นอกจากนี้โครงการนี้แทนที่จะแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ นั่นคือระบบการศึกษาที่ไม่สามารถ ผลิตบุคลากรได้ตรงกับความต้องการของแรงงานในตลาดได้ อาจจะเปึนเพราะค่าเทอม ค่าอุปกรณ์ หรืออะไรก็แล้วแต่ครับ ที่ทำให้เด็กที่อยากเรียนด้าน IT ไม่สามารถที่จะเรียนได้ จึงทำให้คนมาเรียนน้อย หรือแม้แต่กระทั่งการปลูกฝังแนวคิดเรื่องอาชีพให้กับลูกหลานครับ การแก้ไขปัญหาแบบนี้ไม่ได้เปึนการแก้ไขปัญหาในระยะยาว อีกทั้งยังขาดการบูรณาการ ด้านการศึกษา ทำให้ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้างในการผลิตบุคลากรด้านดิจิทัล อีกประเด็นสำคัญคือโครงการนี้มุ่งเน้นเฉพาะนักศึกษาที่กำลังจะจบหรือจบใหม่ แต่ในความ เปึ้นจริงแล้วการขาดแคลนบุคลากรด้านดิจิทัลเปึนปัญหาที่กระทบทุกช่วงวัยแรงงานครับ เรามีโครงการที่ครอบคลุมทั้ง Upskill Reskill สำหรับกลุ่มแรงงาน ไม่ว่าจะเปึนผู้ที่อยู่ใน ตลาดแรงงานมานานแล้ว หรือผู้ที่ต้องการเปลี่ยนสายอาชีพครับ ยิ่งไปกว่านั้นครับ โครงการนี้ ไม่ได้วางแผนการติดตามประเมินผลในระยะยาวอย่างเปึ้นระบบ ทำให้เราไม่สามารถที่จะวัด ผลลัพธ์ที่แท้จริงของโครงการได้ มีแต่ตัวชี้วัดด้านปริมาณครับ ถามจริง ๆ ครับ เวลาจบแล้วจะ วัดผลอย่างไรครับว่า โครงการนี้สำเร็จจริงหรือไม่ครับ การลงทุนโดยใช้งบประมาณโดยไม่มี การวัดผลที่ชัดเจนถือเปึนการใช้ภาษีของพี่น้องประชาชนอย่างไม่มีประสิทธิภาพครับ ในยุคปัจจุบันเราทราบกันดีครับว่า เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงเร็วครับ การเรียนรู้ต้องเปึนไป อย่างต่อเนื่องและยืดหยุ่น แต่โครงการนี้ยั่งยึดติดอยู่กับรูปแบบการเรียนรู้แบบเดิม คือเน้น การอบรม ฝ๊กงานในระยะสั้น ซึ่งไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานที่ต้องการ บุคลากรที่สามารถเรียนรู้และปรับตัวได้ตลอดเวลา นอกจากนี้โครงการนี้ยังไม่ได้ส่งเสริม การสร้างนวัตกรรม ความคิดนอกกรอบ ซึ่งเปึนสิ่งสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมดิจิทัล ของประเทศในระยะยาวครับ แล้วคำถามครับว่า เราควรทำอย่างไรครับ ผมขอเสนอ แนวทางแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนครับ คือเราควรที่จะเริ่มจากการปฏิรูประบบการศึกษาครับ เราจำเปึนต้องปรับปรุงหลักสูตรตั้งแต่ประถมถึงอุดมศึกษาครับ ให้สอดคล้องกับความต้องการ ของตลาดแรงงานดิจิทัลในปัจจุบันครับ โดยเน้นการเรียนรู้ ไม่ว่าจะเปึนรูปแบบของ Project-Based Learning หรือ Problem-Based Learning เพื่อช่วยให้การพัฒนาวิเคราะห์ แยกแยะและการแก้ไขปัญหา นอกจากนี้เราควรที่จะสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่าง ภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อพัฒนาหลักสูตรร่วมกัน จัดให้มีการฝั๊กงาน ที่มีคุณภาพที่สร้างโอกาสในการจ้างงานให้ตรงต่อความต้องการของตลาดจริง ๆ ครับ การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตก็เปึนสิ่งสำคัญครับ รัฐควรที่จะสนับสนุนให้มีแพลตฟอร์ม การเรียนรู้ออนไลน์ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ครับ เพื่อพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง อาจจะให้ใช้การเครดิตภาษีหรือเงินสนับสนุนสำหรับการพัฒนาทักษะต่าง ๆ นอกจากนี้ โครงการพื้นฐานด้านดิจิทัล เช่น เครือข่าย 5G หรือ Internet of Things จะช่วยสร้างโอกาส ในการที่จะพัฒนาทักษะการสร้างงานในอุตสาหกรรมดิจิทัล และไม่ควรลืมในการที่จะ ส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศด้วยครับ โดยเฉพาะในยุคดิจิทัลนี้ การสื่อสารข้ามวัฒนธรรมนี้เปึนสิ่งสำคัญมาก ท่านประธานครับ ผมขอย้ำอีกครั้งว่า ผมไม่ได้คัดค้านแนวคิดในการพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัล แต่ผมต้องการ ให้เห็นโครงการที่มีวิสัยทัศน์ มีประสิทธิภาพและสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริง ไม่ใช่แค่ โครงการที่แก้ไขปัญหาเพียงเฉพาะหน้าเท่านั้นครับ ดังนั้นด้วยเหตุผลทั้งหมดที่กล่าวมา ผมจึงขอเสนอตัดลดงบประมาณกระทรวงดิจิทัลในส่วนของโครงการนี้ จำนวนเงินทั้งสิ้น ๒๗.๖ ล้านบาท เนื่องจากเปึนโครงการที่ไม่จำเปึนและไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างมี ประสิทธิภาพ และผมหวังว่าการตัดงบประมาณในครั้งนี้จะเปึ้นจุดเริ่มต้นในการที่จะทบทวน ปรับปรุงแนวทางการพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัลของประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่ออนาคตที่สดใสของลูกหลานเราครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ครับ
ขอบคุณท่านประธาน เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ จากพรรคประชาชน ในฐานะผู้ที่สงวนคำแปรญัตติในมาตรา ๑๖ กระทรวง ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ท่านประธานครับ ถ้ายังจำได้ย้อนกลับไปในการอภิปราย วาระที่ ๑ ของ พ.ร.บ. งบประมาณฉบับนี้ของผม ฝ์ายโสตทัศนูปกรณ์ขอสไลด์ด้วยนะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ด Presentation)
ในช่วงหนึ่งครับ ผมได้ตั้งข้อสังเกตถึงโครงการระบบแจ้งเตือนฉุกเฉินแห่งชาติ หรือระบบ Cell Broadcast ที่ตั้งอยู่ในสำนักปลัดว่า โครงการนี้เปึ้นโครงการที่ซ้ำซ้อนกับ ปภ. ของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งในวันนั้นท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงว่าที่ต้องตั้งงบ ๒ ที่เพราะว่ามันอาจจะมีการติดขัด กฎระเบียบต่าง ๆ ที่มีอยู่ ที่ทำให้ ปภ. อาจจะไม่สามารถแจ้งเตือนภัยได้ครบทุกรูปแบบ ผมเองก็ได้ลุกขึ้นใช้สิทธิพาดพิงในวันนั้นว่า ผมก็เสนอทางออกที่ไม่จำเปึนต้องใช้งบประมาณ ที่ซ้ำซ้อนกัน โดยการแก้ไขในระดับกฎระเบียบเพื่อให้ CBE ที่ ปภ. สามารถเตือนภัยได้ครบ ทุกรูปแบบในที่เดียว หากท่านรัฐมนตรีจะกรุณาก็ให้หน่วยงานสามารถแจ้งกรรมาธิการ เพื่อขอลดงบประมาณตนเองในโครงการนี้ได้ ในวันนั้นท่านรัฐมนตรีก็ได้รับข้อสังเกตนี้ ไปพิจารณา ในท้ายที่สุดท่านประธาน สำนักงานปลัดก็ได้แจ้งขอลดงบประมาณกับกรรมาธิการ ด้วยตนเอง โดยลดลงจาก ๓๔๔.๐๙ ล้านบาท เหลือ ๙๒.๕๗ ล้านบาท ลดลงไปกว่า ๗๓ เปอร์เซ็นต์ วันนี้ผมเองก็ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรี แล้วก็หน่วยงานอีกครั้ง ที่รับฟังเสียงจากสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ แล้วทำให้เราประหยัดงบประมาณแผ่นดินไปได้ มากกว่า ๒๕๐ ล้านบาท แล้วก็ยังลดปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นกับระบบเตือนภัย ถ้าหากเรามี CBE ที่ซ้ำซ้อนกัน ๒ ที่ได้อีกด้วย อย่างไรก็ตามท่านประธาน ผมก็ได้ข้อมูลเบื้องต้นมาจาก กรรมาธิการงบประมาณว่า งบประมาณที่ยังเหลือตั้งเอาไว้อยู่ ๙๒.๕๗ ล้านบาทจะนำไปใช้ อะไรบ้าง
ผมก็ยังมีคำถามอีกหลาย ๆ คำถาม ผมก็อยากจะให้กรรมาธิการเสียงข้างมาก ได้ชี้แจงว่า จริง ๆ แล้วเรายังจำเปึนจะต้องตั้งโครงการนี้ในกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคมอยู่หรือไม่
เรามาดูที่รายการแรก เปึนค่าเช่าบริการ Cloud ค่าเช่าสัญญาสื่อสาร เชื่อม CBE ไปยัง Cloud แล้วก็ค่าเช่าสัญญาณสื่อสารเชื่อมผู้ให้บริการไปยัง Cloud รวม ๔ รายการ ราว ๒๑.๕ ล้านบาท คำถามของผมคือ Cloud เหล่านี้เอาไปใช้เก็บข้อมูล อะไรบ้าง เพราะในรายละเอียดในโครงการของ ปภ. ก็มีการตั้งงบ Server ในการเก็บข้อมูล เอาไว้อยู่แล้ว และมีรายละเอียดถึงระบบในการเชื่อมต่อระหว่างระบบ CBE กับผู้ให้บริการ ทั้งหลาย แล้วก็การเชื่อมต่อข้อมูลทั้งหมดไว้อยู่แล้ว แล้วตกลงงบ ๒๑.๕ ล้านบาท ที่มาตั้ง ในกระทรวงดิจิทัลที่จะเช่า Cloud เราจะเช่าไปเก็บข้อมูลอะไรอีก ถ้าไม่มีงบส่วนนี้จะทำให้ ระบบ Cell Broadcast ของ ปภ. ไม่สามารถทำงานได้อย่างนั้นหรือ หรือการเพิ่มส่วนนี้มา มันจะทำให้ระบบ Cell Broadcast ของประเทศไทยมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นมากเพียงใด และเพิ่มขึ้นอย่างไรบ้าง เพราะว่างบก้อนนี้มันไม่ใช่แค่ ๒๑.๕ ล้านบาท ที่เอาไปเช่า Cloud เท่านั้น พอมันมีการตั้งงบเช่า Cloud มันก็มีค่าใช้จ่ายต่อเนื่องตามมาอีก คือค่าจ้างที่ปรึกษา โครงการระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยอีก ๑๕ ล้านบาทครับ และไม่ใช่แค่นั้นครับ รายการที่ผมสงสัยที่สุดครับ ตั้งงบเอาไว้ถึง ๔๕ ล้านบาท เกือบครึ่งหนึ่งของทั้งโครงการ คือค่าเช่าทรัพย์สินครับ คำถามก็คือเช่าทรัพย์สินอะไร และทำไมต้องใช้เงินมากถึงขนาดนี้
และอีกคำถามที่ผมต้องการคำตอบครับ คือทั้งค่าเช่า Cloud ค่าเช่าสัญญาณ ทั้ง ๔ รายการ ๒๑.๕ ล้านบาท มันคือค่าเช่ารายป้ ราย ๒ ป้ ราย ๓ ป้ หรือเท่าไรครับ เราจะต้องจ่ายก้อนนี้ในทุก ๆ กี่ช่วงเวลา แล้วจะต้องจ่ายต่อเนื่องไปอีกนานแค่ไหน ค่าเช่า ทรัพย์สิน ๔๕ ล้านบาท เปึนค่าเช่ารายป้ ราย ๓ ป้ หรือเท่าไร เราจำเปึนจะต้องใช้ งบประมาณจ่ายค่าเช่าเหล่านี้ต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ เปึนภาระงบประมาณไปเรื่อย ๆ ใช่หรือไม่
ท่านประธานครับ ที่ผมจำเปึนต้องถามหลายคำถามขนาดนี้ครับ เพราะเอกสารที่ผมได้รับมาที่หน่วยงานส่งให้คณะกรรมาธิการงบประมาณ ก็มีรายละเอียด เท่าที่ท่านประธานเห็นนี่ละครับ แล้วกว่าที่หน่วยงานจะส่งมาก็เปึนช่วงเวลาที่กรรมาธิการ งบประมาณได้พิจารณาจนเสร็จสิ้นไปหมดแล้วครับ ก็ไม่รู้จะไปขอเอกสารเพิ่มเติมจากที่ไหน ได้อีก ผมจึงต้องถามกรรมาธิการเสียงข้างมากหรือว่าท่านประธานคณะอนุกรรมาธิการ ที่พิจารณารายการนี้นะครับ ว่าได้พิจารณาในรายละเอียดในแต่ละรายการที่ยังคงเหลือไว้ ๙๒ ล้านกว่าอย่างไรบ้าง
รายการสุดท้าย สไลด์สุดท้ายครับ เปึนการตั้งงบประมาณค่าใช้จ่ายในการ ประชาสัมพันธ์ ๑๐ ล้านบาทถ้วน เราลองไปเปรียบเทียบนะครับ มีงบประมาณของ กรมควบคุมมลพิษนะครับ ตั้งงบในการสื่อสารและสร้างการรับรู้ข้อมูลที่เกี่ยวกับ PM2.5 เขาตั้งไว้แค่ ๑.๔๔ ล้านบาทเท่านั้นนะครับท่านประธาน ผมก็ไม่เข้าใจว่าแล้วทำไมโครงการนี้ ถึงต้องใช้ถึง ๑๐ ล้านบาท และที่สำคัญครับท่านประธาน ระบบ Cell Broadcast ถ้ารัฐบาล ทำจนเสร็จสมบูรณ์ Smart Phone ที่ประชาชนมีอยู่จะได้รับข้อความแจ้งเตือนโดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องทำอะไรเลยครับ แน่นอนเราอาจจะต้องประชาสัมพันธ์ว่า ยืนยันให้ประชาชน รับทราบว่า ถ้าได้รับข้อมูลในรูปแบบนี้ท่านเชื่อใจได้เลยว่า มันเปึนข้อมูลที่มาจากรัฐบาล โดยตรงอย่างแน่นอน แต่ก็ยังสงสัยอยู่ดีว่าเราจำเปึนต้องใช้ถึง ๑๐ ล้านบาท จริง ๆ หรือ และจริง ๆ โครงการที่สำคัญขนาดนี้สำคัญระดับประเทศนะครับ ผมคิดว่าเราใช้ กรมประชาสัมพันธ์ที่มีฟังก์ชั้นตรงตามภารกิจ มีช่องทางการสื่อสาร ผมคิดว่าก็น่าจะได้ ประสิทธิภาพที่ดีกว่า เราจ้างผู้ประกาศที่เปึนถึงอดีตสื่อมวลชนมาตั้งหลายคนครับ น่าจะมอบหมายให้กรมประชาสัมพันธ์นี่ไปประชาสัมพันธ์เรื่องที่มันเปึนประโยชน์กับ ประชาชนมากกว่ามาทำงานเพื่อพรรคการเมืองแค่บางพรรค น่าจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยสรุปนะครับท่านประธาน สิ่งที่กรรมาธิการเสียงข้างมากจำเปึ้นจะต้องชี้แจงก็คือ ตกลงแล้วโครงการระบบเตือนภัยที่ ปภ. ตั้งมามันไม่สมบูรณ์ มันไม่รอบคอบ และไม่พร้อม สำหรับการจัดทำระบบ Cell Broadcast จนต้องมาตั้งงบเพิ่มเฉพาะป้นี้ ๙๐ ล้านบาท แล้วก็ไม่รู้ว่ารายการที่เปึนค่าเช่ากว่า ๖๐ กว่าล้าน เราจะต้องจ่ายต่อเนื่องไปอีกทุกป้หรือไม่ หรือจริง ๆ แล้วมันอาจจะไม่ได้มีความจำเปึ้นที่จะต้องตั้งงบประมาณในกระทรวงดิจิทัลเพื่อ เศรษฐกิจและสังคมเลย เพียงแต่ว่าหน่วยงานไม่กล้ายอมรับครับว่า ตอนแรกที่ตั้งงบมา เปึนงบที่ซ้ำซ้อนโดยไม่จำเปึน เลยต้องเหลืองบบางส่วนไว้ให้เปึนภาระกับงบประมาณ ในระยะยาวไปเรื่อย ๆ เท่านั้น และถ้าท่านกรรมาธิการเสียงข้างมากไม่มีคำตอบที่ชัดเจนว่า งบประมาณที่คงไว้ ๙๒ ล้านบาทนี้จำเปึนอย่างไร ผมก็คงต้องขอยืนยันให้มีการลงมติเพื่อตัด งบประมาณโครงการนี้ทั้งก้อน ๙๒,๕๗๐,๔๑๘.๔๐ บาทครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลกันทรารมย์ อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งกำลังนั่งฟังประชุมข้างบนครับ และอีกคณะหนึ่ง คือคณะผู้เข้าร่วมโครงการสัมมนาของคณะกรรมาธิการการปกครอง สภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดอ่างทองครับ ซึ่งกำลังนั่งฟังอยู่ชั้น ๔ ของห้องประชุมเช่นเดียวกันครับ ขอต้อนรับ ขอขอบคุณทุกท่านครับ เชิญนั่งลงได้ครับ
ท่านสุดท้ายนะครับ จะขออภิปรายในมาตรานี้คือคุณเอกราช อุดมอำนวย เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม เอกราช อุดมอำนวย จากพรรคประชาชนนะครับ ท่านประธานครับ มีเรื่องที่อยากจะอภิปราย นิดเดียวครับท่านประธาน ก็คือในส่วนของกรมอุตุนิยมวิทยานะครับ จริง ๆ กรมอุตุนิยมวิทยามีโครงการที่น่าสนใจหลายโครงการนะครับ ไม่ว่าจะเปึนการติดตั้งระบบ เครือข่ายสมรรถนะสูง เฝั้าระวังแผ่นดินไหวสึนามิ แล้วก็การสร้างหอเรดาร์นะครับ การบำรุงรักษาเครื่องมือเกี่ยวกับอุตุนิยมวิทยา แล้วก็เครื่องวัดเกี่ยวกับการบิน แล้วก็ เครื่องตรวจวัดอากาศอัตโนมัติ ท่านประธานครับ ในชั้นกรรมาธิการก็มีการปรับลดในส่วน ของ AWOS ซึ่งเปึ้นเครื่องที่ใช้สำหรับตรวจวัดสภาพอากาศ โดยที่ตัดงบประมาณในส่วนของ ท่าอากาศยานนานาชาตินครศรีธรรมราชไป แต่ว่าก็ยังคงไว้ที่ท่าอากาศยานนราธิวาส แล้วก็ ท่าอากาศยานระนอง แล้วก็จังหวัดเลยนะครับ ซึ่งทั้ง ๓ ท่าอากาศยานนี้มีเฉลี่ยต่อเที่ยวบิน ต่อวันประมาณ ๑-๒ เที่ยวบินเท่านั้น แต่ว่าที่ถูกปรับลดกลับเปึนที่ท่าอากาศยานนานาชาติ นครศรีธรรมราช ๗ เที่ยวบินต่อวัน แต่ว่าอย่างไรก็ตามตรงนี้ก็ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แต่ว่า ที่อยากจะพูดถึงก็คือเรื่องของการที่กรมอุตุนิยมวิทยาไม่ได้มีการเปึนหน่วยที่จะต้องขอ งบประมาณเพื่อไปติดตั้ง ซึ่งกรมการบินพลเรือน ท่าอากาศยาน ต่างใช้เครื่องมือพวกนี้เพื่อ ประโยชน์ทั้งในเชิงธุรกิจด้วย จริง ๆ ก็ควรมีการศึกษา แล้วก็มีการเก็บเงินจากระบบต่าง ๆ กรณีถ้าเอกชนมาขอใช้ แต่ว่าถ้าเปึนใช้เพื่อประโยชน์ของความปลอดภัยอะไรต่าง ๆ ก็ไม่ติดขัด ดังนั้นก็เปึนคำถามไปนะครับ
ส่วนประเด็นสุดท้ายครับท่านประธาน ก็คือเรื่องของการแจ้งเตือนต่าง ๆ ของเครื่องวัดการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศ เปึนงบประมาณครุภัณฑ์ในการจัดทำ เครื่องตรวจวัด ทั้งเครื่องวัดลมเฉือนนะครับ ก็อยากจะขอเสนอในการปรับลดงบประมาณ ส่วนนี้ เนื่องจากจริง ๆ แล้วก็เข้าใจว่ามีความจำเปึน แต่ว่ายังไม่เห็นแผนของการจัดทำ ซึ่งจริง ๆ ก็เปึ้นไปตามหลัก ICAO แต่ว่าก็ต้องเรียงลำดับความสำคัญในสนามบิน หรือว่า ในจุดที่มีปริมาณผู้ใช้มากเปึนสำคัญก่อน ขอบพระคุณมากครับท่านประธาน
ขอเชิญ คณะกรรมาธิการได้ตอบชี้แจงครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ในฐานะกรรมาธิการนะครับ ขออนุญาตตอบคำถามของท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรตินะครับ คือท่านกัณตภัณ ท่านปกรณ์วุฒิ และท่านเอกราชนะครับ
ขอตอบในภาพรวมก่อนว่าการตั้งงบประมาณของกระทรวง DEs ป้นี้ ๕,๘๗๒,๗๖๐,๖๐๐ บาท มีหน่วยรับงบประมาณทั้งสิ้น ๘ หน่วย แล้วก็ประเด็นที่ทาง ท่านสมาชิกติดใจมี ๒ หน่วยงานหลัก ๆ คือสำนักงานปลัดกระทรวง DEs ขออนุญาต ย่อความเพื่อให้เข้าใจตรงกันนะครับ อีกส่วนหนึ่งคือกรมอุตุนิยมวิทยาครับ
ผมขออนุญาตตอบเรื่องสั้น ๆ ก่อน ก็คือเรื่องกรมอุตุนิยมวิทยานะครับ คือตัวเรื่องเครื่องตรวจวัดอากาศ AWOS ทำไมถึงมีการปรับลดงบประมาณนะครับ ก็เนื่องจากมีการขอเครื่องวัดอากาศ AWOS นี้ทั่วประเทศครับ และเปึนการขอต่อเนื่องกันมา หลายป้ ทางกรรมาธิการ แล้วก็ท่านสมาชิกคงเห็นความสำคัญของกรมอุตุนิยมวิทยา ที่ภารกิจหลักของเขาก็คือหน่วยงานที่นำข้อมูลให้หน่วยงานอื่นไปใช้อ้างอิงครับ ขอยกตัวอย่างให้กระชับและเข้าใจง่ายมากขึ้นนะครับว่า ในกรณีการประกาศเขตภัยพิบัติ ถ้าสมมุติว่าหน่วยงานกระทรวงมหาดไทยจะประกาศเขตภัยพิบัติ หรือกระทรวงเกษตร และสหกรณ์จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เกณฑ์ที่ใช้วัดต้องเปึนวิทยาศาสตร์ครับ เราจะไปเอา ข้อมูลจากเอกชน หรือข้อมูลของหน่วยงานที่ไม่มีความรู้ความชำนาญคงจะไม่เปึนสิ่งที่สมควร ดังนั้นการใช้เครื่องไม้เครื่องมือของกรมอุตุนิยมวิทยานั้นสำคัญอย่างยิ่งในการที่หน่วยงานอื่น จะเอาไปใช้อ้างอิง เช่นเดียวกับสถานีตรวจอากาศ กรณีนี้ละครับ AWOS แล้วก็เครื่องวัดลมเฉือน ที่กรรมาธิการได้มีการปรับลดไป เนื่องจากเห็นว่ายังไม่จำเปึน แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่จำเปึน ในภาพรวม ภาพรวมจำเปึนครับ อย่างที่ผมบอกว่ากรมอุตุนิยมวิทยาจำเปึนต้องมีเครื่องไม้ เครื่องมือของตัวเอง เพื่อเปึนหน่วยงานที่เปึนหลักในการให้หน่วยงานอื่นอ้างอิงนะครับ
เรื่องที่ ๒ เปึนเรื่องที่ท่านปกรณ์วุฒิได้กรุณาแจ้งว่าติดใจประเด็นนี้ คือเรื่อง Cell Broadcast ว่ามีความซ้ำซ้อนกับการตั้งงบประมาณของหน่วยอื่นอย่างไรนะครับ ผมขอกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า จากเหตุการณ์หลาย ๆ เหตุการณ์ที่ประสบมาในช่วง ๓ ป้นี้ ตัวท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน แล้วก็รัฐบาลชุดปัจจุบัน ได้เห็นว่ามีความจำเปึ้นที่ พี่น้องประชาชนจำเปึ้นจะต้องเข้าถึงบริการพื้นฐานในสมัยใหม่ ที่เรียกว่า Cell Broadcast Cell Broadcast สำคัญอย่างไรครับ สำคัญก็คือไม่ว่าท่านจะใช้เครือข่ายของโทรศัพท์เคลื่อนที่ เครือข่ายใด ท่านก็สามารถรับข่าวสารเวลาเกิดภัยพิบัติ ผมพูดในระดับชาตินะครับ เช่น เหตุการณ์กราดยิ่งที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง หรือภัยพิบัติสั้น ๆ ที่อยู่ในเหตุการณ์คร่าว ๆ เช่น คนหาย เหตุการณ์ภัยพิบัติเหล่านี้ ท่านลองนึกภาพดูครับว่าต้องมีข้อมูลอะไรบ้าง เรื่องแรกที่จะต้องมีนะครับ ๑. ผู้ใช้หรือผู้รับสารไม่จำเปึ้นจะต้องรับข่าวสารโดยการ ลงทะเบียนล่วงหน้า หมายความว่า สมมุติผมใช้เครือข่าย AIS แล้วอยู่ดี ๆ ถ้าเกิดมีข่าวสาร จาก True มาแล้วเปึนภัยพิบัติระดับชาติ คนที่ไม่จำเปึนต้องลงทะเบียนก็สามารถใช้ได้ทั่ว ๒. ระบบนี้ต้องรองรับอย่างน้อย ๕ ภาษาครับ ภาษาที่เปึนภาษาสำหรับนักท่องเที่ยวด้วย ถ้ายกกรณีของเหตุภัยพิบัติที่มีความอันตรายเฉพาะตัวหรือเฉพาะที่ ข่าวสารต้องแม่นย้ำมาก ๆ เช่น ถ้าสมมุติคนร้ายบุกสภา จะเดินไปทางไหน บอกช้าเพียงวินาทีเดียว ๒ วินาที ผมคิดว่า ข่าวสารคลาดเคลื่อนกันเยอะนะครับ เรื่องที่ ๓ ก็คือการแจ้งคนหาย ส่วนนี้ Cell Broadcast ก็สามารถทำได้
ทีนี้กลับมาประเด็นเรื่องความซ้ำซ้อนที่ท่านสมาชิกได้กรุณาตั้งคำถามนะครับ เดิมที่ทางกระทรวง DEs มีความคิดเช่นเดียวกันครับว่า อยากจะตั้ง Cell Broadcast เพื่อให้ เปึนประโยชน์กับพี่น้องประชาชน แล้วก็บริการนักท่องเที่ยวไปด้วย แต่ตอนที่ตั้งงบประมาณ ทางรัฐบาลมีคำสั่งออกมาว่าอยากให้ไปลดความซ้ำซ้อน โดยการไปตกลงกับหน่วยงานอื่น นั่นก็คือกรมปัองกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย หรือ ปภ. เขาก็เปึนการ พูดคุยกันครับ แต่ในชั้นงบประมาณที่เข้าสู่สภาท่านสมาชิกคงทราบดีว่า กลไก หรือกระบวนการการตั้งงบประมาณมันล่วงหน้าไปก่อน ดังนั้นเมื่อมาถึงชั้นกรรมาธิการ ที่รอการพิจารณางบประมาณ ป้ ๒๕๖๘ เราก็มีการปรับลดนะครับ จากงบประมาณที่ตั้งใน สป. ๓๔๔ ล้านบาทเศษ ปรับลดไป ๒๐๐ กว่าล้านบาท ๒๕๒ ล้านบาท เหลืองบประมาณ ๙๐ กว่าล้านบาทนะครับ แล้วส่วนหนึ่งก็ไปตั้งที่ ปภ. ครับ เพราะว่าเปึนการตกลงกันแล้วว่า เราจะมอบอำนาจตรงนี้ให้ ปภ. ทำ แต่อย่างไรก็ตามครับ ก็ยังมีภารกิจคงเหลืออยู่ที่ สำนักงานปลัดกระทรวง DEs อยู่พอสมควร เช่น การให้ความรู้ ความเข้าใจข่าวสารที่ถูกต้อง การสนธิข้อมูลในภาพรวมที่จะนำมาสู่การทำ Cell Broadcast ให้เปึนระดับที่เชื่อถือได้ แล้วก็เกิดประสิทธิภาพสูงสุดกับพี่น้องประชาชนครับ แล้วก็งบประมาณที่เข้าสู่การพิจารณา ของคณะกรรมาธิการในป้นี้นะครับ ขอยืนยันว่ากรรมาธิการได้ปรับลดในส่วนที่ไม่จำเปึน แล้วก็ยืนยันว่าให้หน่วยงานนั้นสามารถไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดครับ ดังนั้น ไม่สามารถปรับลดเพิ่มเติมได้แล้ว ขอบคุณครับ
ขอบคุณ คณะกรรมาธิการครับ เนื่องจากมาตรานี้คณะกรรมาธิการมีการแก้ไข ดังนั้นผมก็จะถาม ที่ประชุมก่อนว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไขหรือไม่ครับ ก่อนที่จะลงมติขอตรวจสอบ องค์ประชุมก่อนครับ
(นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
ขอเชิญท่าน สมาชิกที่อยู่ข้างนอกกรุณาเข้ามาเพื่อลงมติครับ ท่านที่เข้ามาแล้วก็รุณาเสียบบัตรแสดงตนครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
ท่านสมาชิก ที่เข้ามาแล้วมีท่านใดยังไม่ได้แสดงตนเชิญแสดงตนได้ครับ
ท่านประธานครับ ๔๔๖ แสดงตนครับ
เจ้าหน้าที่จด ด้วยนะครับ มีไหมครับที่ยังไม่ได้แสดงตนครับ แสดงตนหมดแล้วนะครับ ขอให้เจ้าหน้าที่ แสดงผลนะครับ มีผู้แสดงตนในห้องประชุมนี้ ๔๒๕ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมครับ
ต่อไป ผมก็จะถามว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการหรือเห็นสมควรไม่ให้มีการแก้ไข คือเห็นด้วยกับร่างเดิมครับ ท่านเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่แก้ไขกรุณากดปุ์ม เห็นด้วย ท่านไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขกรุณากดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดต้องการงดออกเสียงกรุณา กดปุ์ม งดออกเสียง ลงมติได้ครับ
เรียนท่านประธานค่ะ ๓๗๑ เห็นด้วยค่ะ
เห็นด้วยอีก ๑ นะครับ มีสมาชิกท่านใดยังไม่ได้ลงคะแนนครับ ไม่มีนะครับ ขอให้แสดงผลนะครับ มีผู้มาลงมติ ๔๒๕ ท่าน เห็นด้วย ๔๒๐ บวก ๑ เปึน ๔๒๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๓ ท่าน เพราะฉะนั้นที่ประชุมนี้เห็นด้วยกับการแก้ไขนะครับ
ต่อไปก็จะถาม เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากหรือกับกรรมาธิการที่สงวนความเห็นและผู้แปรญัตติ ก่อนลงคะแนนขอให้สมาชิกเสียบบัตรแสดงตนอีกครั้งหนึ่งนะครับ เชิญครับ แสดงตนก่อนครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
มีท่านผู้ใดยังไม่ได้ แสดงตนครับ แสดงตนทุกท่านแล้วก็ขอให้เจ้าหน้าที่แสดงผลด้วยครับ มีผู้แสดงตน เข้าประชุม ๔๐๖ ท่านนะครับ ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ
ต่อไปก็จะถาม ว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการเสียงข้างมากก็กดปุ์ม เห็นด้วย ถ้าเห็นด้วยกับ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยและผู้สงวนคำแปรญัตติกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ถ้าต้องการงดออกเสียง กรุณากดปุ์ม งดออกเสียง ลงมติได้ครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
มีท่านผู้ใดยังไม่ได้ ลงมติหรือไม่ครับ ไม่มี ก็ป่ดการลงมติ แสดงผลได้ครับ
ท่านประธานคะ ๑๙๒ เห็็นด้วยค่ะ
เห็นด้วย ๑ บันทึกไว้ เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ๒๘๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๓๘ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๒ ท่าน เพราะฉะนั้นที่ประชุมเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ เสียงข้างมากครับ
มาตราต่อไป เชิญเลขาครับ
มาตรา ๑๗ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานในกำกับ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ
ครับ จะขอเชิญ ผู้แปรญัตติที่สงวนคำแปรญัตติไว้นะครับ ท่านที่ ๑ คุณณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ เชิญครับ
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน จากพี่น้องชาวบางบ่อน บางขุนเทียน ในส่วนของมาตรา ๑๗ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผมได้แปรญัตติปรับลด ๕ เปอร์เซ็นต์ไว้ เนื่องจากว่าในส่วนของงบประมาณในส่วนของสำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมครับ ในเรื่องของตัวชี้วัด มาดูในส่วนที่ ๓ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมที่ได้รับการบริหารจัดการอย่างบูรณาการ ในตัวชี้วัดที่เปึ้นพื้นที่ป์าที่ได้รับการ ดูแล คุ้มครอง ปัองกันด้วยปฏิบัติการบินที่ไม่น้อยกว่า ในป้ ๒๕๖๗ ไม่มีตัวชี้วัดนี้ครับ แต่มาเพิ่มป้ ๒๕๖๘ ป้ ๒๕๖๙ ป้ ๒๕๗๐ ถ้าเกิดเราเพิ่มตัวชี้วัดนี้ตั้งแต่ป้ ๒๕๖๘ เปึนต้นไป ด้วยการปกปัอง คุ้มครอง และดูแลด้วยวิธีการบิน แน่นอนครับ สิ่งที่ต้องตามมาในอนาคต ก็คือเรื่องของค่าเชื้อเพลิง เรามีค่าเชื้อเพลิงเยอะแยะมากมาย เรามีการอนุมัติวงเงิน งบประมาณในการซื้อเฮลิคอปเตอร์ในหลายหน่วยงานมาก ๆ และนี่คือจุดเริ่มต้นกลิ่นตุ ๆ ที่มันเริ่มต้นในป้ ๒๕๖๘ ที่คณะกรรมาธิการได้ผ่านในเรื่องของงบประมาณเข้ามา ซึ่งผม ก็อยากจะสอบถามไปยังคณะกรรมาธิการนะครับ
อีกส่วนหนึ่งก็คือเรื่องของพื้นที่เปัาหมายที่มีความเสี่ยงต่อการบุกรุกทำลาย ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ผ่านมา ในตัวชี้วัดป้ ๒๕๖๗ มีอยู่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ป้ ๒๕๖๘ ป้ ๒๕๖๙ ป้ ๒๕๗๐ เรื่องนี้กลับไม่มีความสำคัญแล้วก็ไม่ได้มีการระบุตัวชี้วัด ในเปอร์เซ็นต์ร้อยละไว้ ซึ่งอันนี้ก็น่าตั้งข้อสังเกตว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมได้รับมอบหมายในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และที่ซ้ำร้าย ไปกว่านั้นครับ ๑๐ ป้ที่ผ่านมาเรามีปัญหาเรื่องของการรุกรานของปลาจากต่างถิ่น ต่างแดน เข้ามาตั้ง ๑๐ ป้ที่แล้ว แต่ ณ วันนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่มีงบประมาณในการบูรณาการ ในการฟุ๋นฟู ในการปัองกัน และในการที่จะช่วยดูแล ระบบนิเวศให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนเลย ในฐานะที่เขาเปึนผู้ได้รับมอบหมายจาก พี่น้องประชาชนเปึนผู้ดูแลด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นผมจึงอยากจะขอคณะกรรมาธิการ งบประมาณแต่ละท่านได้ช่วยอธิบายในเรื่องนี้
ตัวชี้วัดอีกตัวหนึ่งในเชิงคุณภาพร้อยละ ๘๐ ได้ทุกป้ ซึ่งเปึนการสนับสนุน การดำเนินงานและปัองกันอนุรักษ์ฟุ๋นฟูและแก้ไขปัญหาด้านทรัพยากรธรรมชาติ ณ วันนี้ เราเจอสิ่งที่มากัดกินปลาในแหล่งน้ำธรรมชาติ คลองทุกสาย แหล่งน้ำแนวชายฝัืงตลอดทั้ง ๑๙ จังหวัด มีผลกระทบเปึนอย่างมาก แต่งบประมาณรายจ่ายป้ ๒๕๖๘ เช่นเคยครับ เหมือนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เลย คือ ไม่มีงบประมาณที่จัดสรรมาดูแลเรื่องนี้ อย่างชัดเจน มิหนำซ้ำตัวชี้วัดยังลดลงไปปรับเพิ่มเติมในส่วนที่ไม่เกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้น ก็อยากจะขอให้คณะกรรมาธิการช่วยชี้แจงในส่วนนี้ และขอปรับลดงบประมาณของ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากว่าเปึ้นผู้ที่ดูแลโดยตรงแต่ไม่ปฏิบัติ ตามพันธกิจหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายไปดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของ พี่น้องประชาชน และขั้นต่อไปหากป้ ๒๕๖๘ เปึ้นแบบนี้ แน่นอนครับ สิ่งที่จะตามมาคือ แหล่งน้ำธรรมชาติ แหล่งน้ำแนวชายฝัืงที่ดูแลโดยกรม ทช. ก็จะวิกฤติหนักขึ้นเรื่อย ๆ ตามลำดับ เพราะฉะนั้นผมอยากจะสื่อสารไปถึงผู้บริหารของ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วันนี้มีท่านใหม่เข้ามาก็อยากจะเห็นหน้าตา เห็นภาพที่มันมีวิวัฒนาการมากกว่านี้ คนเก่าประชุมเรื่องนี้ประชุมไป ๓ ครั้ง เริ่มต้นเมื่อ วันที่ ๒๐ กรกฎาคม และหลังจากการประชุมไม่มีความคืบหน้าใด ๆ เลย ทั้ง ๆ ที่เปึนเรื่อง พันธกิจที่เกี่ยวข้องด้วยซ้ำ และท่านมีอำนาจโดยตรงที่จะต้องดำเนินคดีต่อผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่งบประมาณต่าง ๆ ไม่มีเกี่ยวข้องกับรายการนี้เลยครับท่านประธาน ก็อยากจะฝาก ที่ประชุมแห่งนี้และคณะกรรมาธิการงบประมาณได้พิจารณาเรื่องนี้เปึนพิเศษครับ ขอบพระคุณครับ
ต่อไปขอเชิญ คุณมานพ คีรีภูวดล ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน สัดส่วนชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมือง ท่านประธานครับ ในส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในมาตรา ๑๗ ของร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ นี้ ผมอยากจะตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับโครงการปลูกป์าของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ในส่วนของกรมป์าไม้ แล้วก็กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์า และพันธุ์พืช ผมดูแล้วมันไปมีความทับซ้อน ไม่แน่ใจว่ามีการประสานงานกันหรือไม่ ของกรมพัฒนาชุมชน ของกระทรวงมหาดไทยก็มีโครงการลักษณะเดียวกัน
ประเด็นที่ ๑ ก็คือโครงการตรงนี้มันมีการประสานงานหรือว่ามันอยู่ในแผน ร่วมกัน แผนบูรณาการที่จะทำงานเรื่องของโครงการปลูกป์าหรือไม่ อันนี้ประเด็นที่ ๑ ทีนี้ประเด็นหลักอย่างนี้ท่านประธานครับ ผมคิดว่าผมเห็นด้วยว่าประเทศไทยเราจะต้องปลูกป์า เราจะต้องสร้างความหลากหลายทางชีวภาพ เราจำเปึนจะต้องมีพื้นที่สีเขียวให้มากขึ้น ด้วยเหตุผลทุกประการที่พวกเรา ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของ โครงการสร้างป์า สร้างรายได้ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของคาร์บอนเครดิต หลากหลายเรื่องเลยครับ ผมคิดว่าไม่ว่าเหตุผลไหนการปลูกป์านั้นเปึนเรื่องสำคัญ ทีนี้ผมคิดว่าความไม่ชัดเจนของ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในโครงการปลูกป์า
อันที่ ๑ ท่านประธานลองไปดูครับว่า ตั้งแต่เรามีประเทศไทยมา ตั้งแต่เรามี กรมป์าไม้ ตั้งแต่เรามีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีการปฏิรูประบบราชการ และมีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านประธานลองดูครับว่ามันมีโครงการ ปลูกป์าแต่ละป้มีกี่ครั้ง ใช้งบประมาณเท่าไร อันนี้ประเด็นที่ ๑ ขณะเดียวกันก็คือว่า ในนโยบายภาพรวม ท่านประธานครับ เรารณรงค์ให้กับภาคเอกชน ไม่ว่าจะเปึนภาคเกษตรกร ไม่ว่าจะเปึนภาคบริษัทต่าง ๆ เอกชน ที่ไปทำเรื่องของ CSR โครงการปลูกป์า ผมคำนวณ ไปแล้วท่านประธานครับ เอาโครงการปลูกป์าของประเทศนี้ทั้งส่วนราชการทุกหน่วยงาน บวกกับภาคเอกชน บวกกับภาคประชาชนปลูกป์า ผมคิดว่าถ้าเอาจำนวนที่ปลูกป์าตัวเลขที่ รายงานแต่ละป้ย้อนหลังไปทั้งหมด ผมคิดว่ามันจะครอบคลุมพื้นที่ประเทศไทย ๓๒๐ ล้านไร่แล้ว ครับท่านประธาน ทำไมผมได้เอาประเด็นนี้มาพูดครับท่านประธานครับ ทั้งหมดนี้ก็คือว่า เวลาปลูกป์าเวลาทำอะไรพวกนี้มันไม่มีกระบวนการติดตามประเมินตรวจสอบย้อนหลังว่า โครงการต่าง ๆ ที่ปลูกไปแล้วมันมีผลต่อตอบรับเปึนอย่างไร ผลชี้วัดเปึนอย่างไร ตัวชี้วัด สำคัญคือว่า ปลูกไปแล้วใครดูแล ดูแลแล้วมันมีผลอย่างไร มันตอบแทนในทางระบบนิเวศ อย่างไร มันตอบแทนทางเศรษฐกิจอย่างไร ผมคิดว่าระบบตรงนี้ผมไม่เห็นตัวข้อมูลของ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระบวนการระบบติดตามตรวจสอบ ผมคิดว่า วันนี้เรามีเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัย ไม่ว่าจะเปึ้นระบบดาวเทียม ไม่ว่าจะเปึนระบบ GIS ระบบ GPS หรือระบบต่าง ๆ ผมคิดว่าอันนี้น่าจะเปึนเครื่องมือ ถ้าจะทำเรื่องนี้เปึนจริงเปึนจัง ผมคิดว่าระบบ กระบวนการติดตามประเมิน หรือมีตัวชี้วัดในเรื่องของผลสัมฤทธิ์ในการปลูกป์า ผมคิดว่าอันนี้เปึนเครื่องมือสำคัญ แต่ประเด็นที่ผมตั้งคำถาม ก็คือว่าเราปลูกทุกป้ ตั้งงบประมาณทุกป้ ผมไม่แน่ใจว่าพื้นที่อาจจะซับซ้อนหรือซ้ำซากหรือเปล่า ซ้ำกับของ ภาคเอกชนไหม ซ้ำกับของหน่วยงานอื่นอีกไหม ผมคิดว่าเรื่องนี้ความไม่ชัดเจน แล้วก็ความ ไม่เปึนมืออาชีพในการที่จะพัฒนายุทธศาสตร์ เรื่องการสร้างป์าในประเทศไทย ในพื้นที่ ของเอกชน อันนี้ผมคิดว่าทั้ง ๒ กรมนี้ไม่มีความชัดเจน ผมคิดว่าเปึนประเด็นที่อยากจะ นำเรียนท่านประธาน
ทีนี้ข้อเสนอแนะอย่างนี้ครับท่านประธาน เรื่องนี้ในส่วนของงบประมาณ อาจจะไม่ค่อยเยอะป้นี้ ผมคิดว่าน่าจะมีการตั้งคำถามคล้าย ๆ กับผมหลาย ๆ ป้ พอไปสู่ ในชั้นกรรมาธิการมีการตัดนะครับ ประเด็นสำคัญผมอยากจะเห็นอย่างนี้ครับท่านประธาน ประเทศไทยเปึนประเทศที่ติด ๑ ใน ๘ ของโลกที่มีทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลาย ทางชีวภาพระดับต้น ๆ ของโลกครับท่านประธาน วิธีเพิ่มป์าไม้มีทางเดียวครับท่านประธาน ก็คือต้องเพิ่มในพื้นที่เกษตร พื้นที่เกษตรอยู่ตรงไหนบ้าง พื้นที่เกษตรที่มีกรรมสิทธิ์ ไม่ว่า จะเปึนโฉนด ไม่ว่าจะเปึน น.ส. ๓ พื้นที่เกษตรที่เปึนพื้นที่ที่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ว่าจะเปึน ส.ป.ก. สทก. คทช. อันนี้ผมคิดว่าการวางยุทธศาสตร์ตรงนี้มันต้องสอดรับก็คือระบบ การตลาดด้วยนะครับว่า เราส่งเสริมการปลูก แต่ว่าระบบการตลาดที่เราจะทำให้ต้นไม้ เหล่านี้มันสร้างมูลค่าให้มาเปึนสินทรัพย์ของพี่น้องประชาชน สินทรัพย์ของคนในประเทศนี้ ผมคิดว่ามันไม่เห็นความเชื่อมโยงในเรื่องนี้นะครับ
ส่วนที่ ๒ วันนี้เรายังมีพี่น้องประชาชนไม่ต่ำกว่า ๑๐ ล้านคน ยังอยู่ในที่ดิน ของรัฐ ทั้ง ๆ ที่เขาอยู่มาก่อน แต่วันนี้เมื่อประกาศกฎหมายลงไปทับพื้นที่ชุมชน คนเหล่านี้ กลายเปึนคนผิดกฎหมาย สิ่งที่สำคัญที่สุด ก็คือกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะต้องไปเร่งรัดให้พี่น้องประชาชนที่ท่านบอกว่าอยู่ในเขตป์า ทั้ง ๆ ที่อยู่ก่อนเขาเหล่านี้ ทำให้ที่ดินของเขาชอบด้วยกฎหมาย เขาจะได้พัฒนาคุณภาพชีวิต ที่สำคัญพอทำให้พื้นที่มา ชอบด้วยกฎหมาย การจะไปปลูกต้นไม้ การจะสร้างป์า สร้างอะไรได้ การจะเพิ่มพื้นที่สีเขียว การจัดทำวนเกษตร ทำอย่างไรตรงนี้มันสามารถทำได้ ทำไมผมพูดอย่างนี้ท่านประธาน ผมเคยอภิปรายในสภาแห่งนี้ ตั้งกระทู้ถามกับท่านอดีตรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ท่านวราวุธนะครับ เปึนประเด็นที่มีความสำคัญ และมีความคืบหน้า ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีด้วย ท่านปลัดกระทรวงด้วย ลงไปเคลื่อนในพื้นที่อำเภอแม่แจ่ม ที่เราใช้ว่า แม่แจ่ม Model มีการขยับนะครับ ไม่ต้องแบ่งเปึ้นรถไฟ เปึนโบกี้นะครับ ท่านประธาน รวมทั้งหมด เพราะว่ามันแยกไม่ได้ ที่ดินมันไม่เคยแยกออกจากแต่ละกรมครับ ในหมู่บ้านมันจะมีกี่กรมไม่รู้ แต่ว่ามันคือพื้นที่ของทั้งตำบลและทั้งชุมชน พอผมอภิปราย ตั้งกระทู้และลงไป ไปทั้งองคาพยพครับ ทุกหน่วยงานลงไป อบต. ส่วนราชการต่าง ๆ ลงไป ทำงาน วันนี้ได้อนุญาตทั้งหมด ท่านประธานทราบไหมครับ วันนี้พี่น้องประชาชนได้รับ งบประมาณแผ่นดิน ๙๑ โครงการ ไปทำอะไรบ้างครับ ไปทำเรื่องของแหล่งน้ำ ไปทำเรื่อง การพัฒนาคุณภาพชีวิต และผมเชื่อว่า ถ้าทำแบบนี้ อีกไม่กี่ป้ในพื้นที่แม่แจ่ม Model ที่อำเภอแม่แจ่มจะเปึนสีเขียว ประเด็นนี้มันมีความสำคัญอย่างไร สำคัญตรงที่ว่ามันทำแค่นี้ ไม่พอครับท่านประธาน ที่ผมบอกว่ามันเหลืออีกประมาณ ๑๐ ล้านไร่ โครงการ คทช. ก็ดี โครงการที่ทำให้ที่ดินชอบด้วยกฎหมายมันต้องทำทั้งประเทศ โดยการมีส่วนร่วมของ กระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
โดยสรุปครับท่านประธาน ผมคิดว่าประเด็นแรกก็คือว่า การปลูกป์าที่ผ่านมา ระบบติดตามความสำเร็จมันไม่มี ผมไม่ใช่ไม่เห็นด้วยกับการปลูกป์านะครับ อันที่ ๒ ผมเห็นด้วยครับ จำเปึนจะต้องเพิ่มพื้นที่ป์า แต่ต้องเปึนพื้นที่ป์าในภาคเกษตร ในพื้นที่ของ เกษตร ไม่ใช่ว่าไปแย่งพื้นที่ของพี่น้องประชาชน ไปปลูกป์าในที่ซ้ำซาก ไม่มีระบบติดตาม อันที่ ๓ ก็คือว่าควรจะทำยุทธศาสตร์ตรงนี้เปึนยุทธศาสตร์เชื่อมโยงกับเรื่องของระบบ เศรษฐกิจโลก เรากำลังพูดถึงโลกที่มันต้องมีเรื่องคาร์บอนเครดิตเรากำลังพูดถึงโลกที่มัน จะต้องมีเรื่องของการทำให้โลกมันเย็นลง ผมคิดว่าประเทศไทยมีศักยภาพ แต่ในเอกสาร งบประมาณ ๒-๓ ป้มาแล้ว รวมถึงป้นี้ผมไม่เห็นความเชื่อมโยงครับท่านประธานครับ ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะผู้เข้าร่วมโครงการสัมมนาของคณะกรรมาธิการการปกครอง สภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดอ่างทองนะครับ ซึ่งกำลังนั่งฟังการประชุมอยู่บนชั้น ๔ ขณะนี้ ขอบคุณครับ ขอต้อนรับครับ เชิญนั่งครับ
ต่อไปเชิญคุณเลาฟัุง บัณฑิตเทอดสกุล
เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม เลาฟัุง บัณฑิตเทอดสกุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน สัดส่วนเครือข่ายชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ด Presentation)
ท่านประธานครับ ผมจะอภิปรายในมาตรา ๑๗ นี้ในส่วนงบประมาณปัองกันรักษาป์านะครับ
ท่านประธานครับ ในการจัดงบประมาณในกิจการเรียกได้ว่าการปัองกันรักษาป์า กรมป์าไม้ตั้งงบประมาณไว้ประมาณ ๔,๔๕๐ ล้านบาท แล้วก็กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์า และพันธุ์พืช ตั้งไว้ที่ประมาณ ๑,๖๐๐ ล้านบาท ชื่อปัองกันรักษาป์า ฟังดูแล้วเปึนเรื่องที่ดีนะครับ ถามว่าผมเห็นด้วยไหม ผมก็เห็นด้วยในบางส่วน พื้นที่ป์ามีความสำคัญจำเปึ้นที่จะต้องมีการ ปกปัองรักษาเอาไว้ครับ แต่ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือภายใต้โครงการที่เรียกว่าเปึนการปัองกัน รักษาป์ามันไม่ใช่การปัองกันรักษาป์าในความหมายอย่างที่พวกเราเข้าใจทั้งหมดนะครับ
การปัองกันรักษาป์า กรมป์าไม้และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์า และพันธุ์พืช ได้ตั้งงบประมาณในกิจการนี้ต่อเนื่องมาโดยตลอดแล้วก็เยอะด้วยนะครับ เฉลี่ยแล้ว ทั้ง ๒ กรมนี้ไม่ต่ำกว่า ๒,๐๐๐ ล้านบาทต่อป้ ต่อเนื่องมาเปึ้นระยะเวลายาวนานแล้วก็เพิ่มขึ้น เรื่อย ๆ อย่างไรก็แล้วแต่สวนทางกับผลงานที่เกิดขึ้น ก็คือเมื่อเราไปดูสถิติพื้นที่ป์าของ ประเทศไทยแล้ว ปรากฏว่าลดลง ๆ แม้กระทั่งป้ ๒๕๖๔ ป้ ๒๕๖๕ ป้ ๒๕๖๖ ก็ยังลดลงอยู่ ตามลำดับนะครับ โดยไม่มีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญนะครับ นี่ก็แสดงว่าการปัองกันรักษา ป์ามันต้องมีปัญหาอะไรสักอย่างเกิดขึ้นนะครับ
ในการปัองกันรักษาป์าโดยที่เราเข้าใจทั่ว ๆ ไป ก็คือเรื่องของการปัองกัน ปราบปราม การจับกุมดำเนินคดีกับผู้ที่ทำผิดกฎหมาย คนที่บุกรุกป์านะครับ อย่างไรก็แล้วแต่ ในทางปฏิบัติเราเห็นปรากฏการณ์อยู่ ๒ อย่างก็คือ อันที่หนึ่งสำหรับกลุ่มคนบางกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มคนที่นายทุนคนที่มีอำนาจ มีอิทธิพลมักจะได้รับการโอบอุ้มจากผู้มีอำนาจ ส่วนการไล่บี้ ไล่จัดการมักจะไปตกอยู่กับชาวบ้านชาวเมืองที่เปึนคนธรรมดา อย่างกรณี ชาวบ้านที่ทับลาน กรณีชาวบ้านในเขตอุทยานผาแดง ที่อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ แล้วก็ชาวบ้านที่อยู่ทางรอบดอยสุเทพ-ปุ๋ย หรือแม้กระทั่งชาวบ้านที่บ้านม่อนแจ่ม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เหล่านี้เปึนชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายการปัองกันและปราบปราม การปัองกันและปราบปรามแทนที่จะไปดำเนินการกับผู้มีอิทธิพล คนที่ตัดไม้ทำลายป์า คนที่บุกรุกจริง ๆ ไม่ไปให้ความสำคัญกับคนเหล่านั้น แต่มาไล่บี้กับกลุ่มชาวบ้านที่เขาทำอยู่ ยกตัวอย่างเช่น กลุ่มชาวบ้านที่อยู่ในเขตอุทยานผาแดง จังหวัดเชียงใหม่ คนกลุ่มนี้เขาอยู่มาก่อน แต่กลับถูกดำเนินคดีอย่างไม่เปึนธรรม จนถึงตอนนี้ยังหาทางออกเรื่องนี้ไม่ได้เลยนะครับ ส่วนทางกับคนอีกกลุ่มหนึ่ง โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีอิทธิพลที่เคยได้รับสัมปทานพื้นที่ป์าในการทำ ส่วนปาล์มขนาดใหญ่นะครับ หมดอายุแล้วแต่ไม่ยอมออก ไม่ยอมส่งมอบที่ดินคืนให้แก่ กรมป์าไม้ ยังคงอยู่ในพื้นที่ แล้วก็เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ต่ออยู่ ไม่ว่าจะโดยผิดกฎหมาย แล้วก็มีเจ้าหน้าที่ค่อยอำนวยความสะดวก หรือแม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ใช้ช่องทางทางกฎหมาย ในการอำนวยความสะดวกให้แก่กลุ่มนายทุนเหล่านั้นยังคงครอบครองพื้นที่ป์าของประเทศ ต่อไปอยู่ โดยที่ประเทศชาติไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยจากสิ่งเหล่านั้นนะครับ การออก ส.ป.ก. ออกโฉนดที่อยู่ในเขตป์า การให้ประทานบัตรแก่พวกเหมืองหรือว่ากิจการอะไรที่ใช้พื้นที่ป์า ของรัฐบาลไปทำประโยชน์ เราจะเห็นว่านโยบายของรัฐบาลก็ไปโอบอุ้มคนเหล่านี้อยู่นะครับ
นี่ก็เปึนตัวอย่างอีกกรณีหนึ่งนะครับ ที่เปึนปัญหาว่าในการปัองกันรักษาป์า เวลาจะไปไล่จัดการกับคนที่ทางรัฐบาลเห็นว่าเปึนผู้บุกรุกทำลายป์า มักจะไปตกอยู่กับ ชาวบ้าน นี่เปึนกรณีตัวอย่างในเขตอุทยานแห่งชาติผาแดงที่จังหวัดเชียงใหม่นะครับ ได้มีหนังสือฉบับนี้ขึ้นมาสั่งให้ชาวบ้านที่ครอบครองที่ดินมาอยู่ก่อนแล้วเปึนเวลานาน ต้องรื้อถอนพืชผลอาสินของเขาออกไปนะครับ โดยให้ระยะเวลาอันสั้น ชาวบ้านต่อรองว่า ขอให้เขาได้เก็บเกี่ยวผลผลิตก่อนแล้วค่อยมาว่ากันอีกทีหนึ่ง แต่ว่าทางเจ้าหน้าที่ไม่ยอม นี่เปึนตัวอย่างที่ทำให้เห็นว่าการไล่บี้เอากับคนตัวเล็กตัวน้อยเปึนสิ่งที่สะท้อนเอามาจาก งบประมาณก้อนที่ตั้งไว้ประมาณสัก ๒,๐๐๐ ล้านบาทนี่ละครับ ที่ไปไล่บี้เอากับชาวบ้าน ภายใต้นโยบายที่เรียกว่าเปึนการปัองกันรักษาป์านะครับ
กรณีตัวอย่างอีกกรณีหนึ่งนะครับ เวลาชาวบ้านถูกไล่บี้ ถูกดำเนินคดีถามว่า ชาวบ้านต้องได้รับภาระอะไรบ้าง นี่เปึนกรณีตัวอย่างของชาวบ้านที่ม่อนแจ่มเขาได้มีการ รวบรวมสถิติออกมานะครับว่า เวลาชาวบ้านถูกดำเนินคดีแล้วเขาต้องไปต่อสู้คดีในชั้นศาล เขาต้องเผชิญ เขาต้องรับภาระค่าใช้จ่ายอะไรบ้างนะครับ นี่คำนวณเฉพาะเรื่องของค่าใช้จ่าย ในการดำเนินคดีนะครับ ยังไม่รวมถึงค่าที่เขาเสียผลประโยชน์ในระหว่างที่เขาถูกดำเนินคดี เขาไม่ได้ใช้ที่ดินทำให้เขาต้องขาดไร้ผลประโยชน์ไป อันนี้คือยังไม่ได้คำนวณนะครับ เฉลี่ยอยู่ที่คดีละ ๔๐๐,๐๐๐ บาท ชาวบ้านทั่ว ๆ ไปเวลาถูกดำเนินคดีต้องมีค่าใช้จ่าย ประมาณคดีละ ๔๐๐,๐๐๐ บาท ถ้า ๑๐๐ คดี เท่ากับ ๔๐ กว่าล้านบาทนะครับ เฉพาะใน ชุมชนม่อนแจ่มที่เดียวมีคนถูกดำเนินคดี ๑๑๐ คดี มีคนได้รับความเดือดร้อน ๘๐๐ กว่าคน เพราะฉะนั้นข้อเสนอของผมก็คือว่า ตัดลดงบประมาณในโครงการปัองกันรักษาป์าลงไป เพื่อที่จะให้การดำเนินการมุ่งไปกับการปัองกันรักษาป์าที่มันควรเปึนจริง ๆ นะครับ ไม่ใช่ทุ่ม งบประมาณไปจำนวนมากแล้วก็ตั้งยอดคดีขึ้นมา แล้วก็บีบให้เจ้าหน้าที่ต้องไปไล่ทะเลาะกัน กับชาวบ้าน ผลกระทบก็ตกแก่ชาวบ้าน ประเทศชาติก็ไม่ได้อะไรครับ ขอบคุณมากครับ
ต่อไปขอเชิญ คุณนิติพล ผิวเหมาะ ครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิติพล ผิวเหมาะ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ ในการอภิปรายมาตรา ๑๗ ของ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมครับ ผมเสนอตัด ๒ เปอร์เซ็นต์ โดยมีเหตุผล ดังนี้ครับท่านประธาน ๒ เปอร์เซ็นต์ ที่ผมต้องการจะเน้นย้ำนะครับ คือว่ากันตามตรง ท่านประธาน งบประมาณของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะว่าเยอะ ก็ไม่เยอะ จะว่าน้อยก็ไม่น้อย แต่ปัญหาอยู่ตรงที่ว่างบประมาณที่มีท่านใช้ได้ตรงกับหน้าที่ ภารกิจที่ท่านต้องทำหรือเปล่านะครับ มีอยู่ ๒ แผนงานสำคัญ ๆ ที่ต้องอภิปรายในวันนี้
ในส่วนของแผนงานแรก นั่นก็คือในส่วนของแผนงานยุทธศาสตร์จัดการ ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศ คำถามตัวโต ๆ เลยครับว่า จัดการ ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศ จัดการนี่คือจัดการตอนไหนท่านประธาน จัดการต้นเหตุของปัญหาหรือว่าไปจัดการปลายเหตุของปัญหา เอาเหตุการณ์ที่กระทบกับ พี่น้องคนไทยนะครับ รวมถึงเพื่อนสมาชิก ผมว่าค่อนหนึ่งของสภาที่เรามีอยู่ ๕๐๐ คนในวันนี้ ปัญหาที่เกิดขึ้นตรงนี้คือปัญหาเรื่องน้ำท่วม ในปัญหาภาคเหนือ ไล่ลงมาจนตอนนี้เข้ามาสู่ ภาคกลางแล้ว ตอนต้นป้ในสภาของเรามีการพูดคุยเกี่ยวกับปัญหาเรื่องภัยแล้งที่เกิดจาก ปัญหาเรื่อง El Nino แล้วก็ประเมินกันครับว่ามันจะแล้งยาว แล้งตั้งแต่ต้นป้ไปจนถึงปลายป้นี้ แล้วจะข้ามไปถึงต้นป้หน้า ตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาครับ ผมก็อยู่ในคณะกรรมาธิการ วิสามัญชุดนั้น พิจารณากันไปพิจารณากันมา ผ่านไปช่วงเวลาหนึ่งครับ บอกว่าตอนนี้ไม่แล้งแล้ว แล้วก็จะกลายเปึนน้ำมากขึ้นมา แล้วก็เข้าสู่สภาวะ La Nina เหมือนที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ครับ มันเกิดอะไรขึ้น นี่คือผลกระทบโดยตรงจากสภาวะเรื่องโลกร้อน ซึ่งอยู่ในหน้าที่ของกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แล้วหลายกรมในของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม มียุทธศาสตร์ตามที่ผมได้บอกไป คือยุทธศาสตร์จัดการผลกระทบจาก การเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศ คำถามถึงต้องมาตรงนี้ว่า งบประมาณโดยรวมทั้งหมด ในยุทธศาสตร์นี้ ๓๑๖ ล้านบาท ท่านเอาไปแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุหรือท่านเอาไปแก้ไขปัญหา ที่ปลายเหตุ เพราะถ้าท่านเอาไปแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ นี่ไม่ใช่หน้าที่ของท่าน เปึนหน้าที่ของ ปภ. เปึน หน้าที่ของกระทรวงมหาดไทย อะไรต่าง ๆ ก็ว่ากันไป ว่าต้องไปช่วยผู้ได้รับผลกระทบจาก เรื่องภัยธรรมชาตินะครับ แต่การจัดการต้นเหตุผมยังไม่เห็นความชัดเจนของกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่ว่ากรมไหนในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเลย งบประมาณ ๓๑๖ ล้านบาทอาจจะไม่มาก แต่มันก็คือเปึนงบประมาณ เช่นเดียวกันที่ท่านต้องเอาไปทำให้ตรงกับภาระหน้าที่ของท่าน แต่มันไม่ตรง และยังไม่เห็น โครงการที่เปึนรูปธรรมกับการที่ท่านจะไปจัดการถึงต้นเหตุของปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการ เปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศ
ในส่วนประเด็นที่ ๒ ก็คือแผนงานยุทธศาสตร์สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน อนุรักษ์ ฟุ๋่นฟู และปัองกันการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ปัญหาอยู่ตรงนี้ครับ ปัองกัน การทำลายทรัพยากรธรรมชาติ งบประมาณโดยรวมของทุกกรมในกระทรวงนี้อยู่ที่ ๔,๕๐๐ ล้านบาทครับ ตีตัวเลขกลม ๆ ๔,๕๐๐ ล้านบาท ท่านเอาไปปัองกันการทำลาย ทรัพยากรธรรมชาติอย่างไร คนที่ต้องมีบทบาทมากที่สุดก็คือคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม แห่งชาติ โดยหลัก โดยกฎหมายตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ โดยหลักก่อนเลยคือนายกรัฐมนตรี เปึนประธานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ แต่โดย วิธีการปฏิบัติเท่าที่ผ่านมาโดยตลอดก็จะมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีเปึนประธานแทน หรือก็จะมอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปึ้นประธานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ในช่วงก่อนที่เราจะมีรัฐมนตรีคนใหม่ในวันนี้ ที่เพิ่งมีการโปรดเกล้าฯ กันไป รัฐมนตรีคนที่ผ่านมาเปึนทั้งรองนายกรัฐมนตรี เปึนทั้ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แล้วก็เปึนประธาน คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ แต่สิ่งที่ผ่านมาครับ ไม่เคยมีเลยก็คือการปัองกันการ ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกผมอภิปรายไปแล้วในประเด็นเรื่อง ปลาหมอคางดำ แล้วผมก็เคยอภิปรายเกี่ยวกับปลาหมอคางดำที่มีการทำลายระบบนิเวศ ซึ่งถือเปึ้นทรัพยากรธรรมชาติที่ประธานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติมีหน้าที่โดยตรง ต้องจัดการปัองกันการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ตรงนี้ก็ไม่เคยทำครับ ไม่ใช่มีแค่ในน้ำครับ บนบกด้วย ท่านเคยเห็นไหมครับ นก็ยูงอินเดียเผือกมีการหลุดเข้าไปอยู่ในพื้นที่ป์า ส่งผล กระทบกับในระบบนิเวศตามธรรมชาติ เข้าไปทำลายนก็ยูงที่เปึนพันธุ์ท้องถิ่นของประเทศไทย นี่คือหน้าที่ พันธกิจโดยตรงของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตามยุทธศาสตร์ ของท่านเลยนะครับ ๔,๕๐๐ ล้านบาท ไม่มีอะไรเปึนรูปธรรม ไม่สามารถปัองกัน ไม่สามารถ จัดการอะไรในการทำลายทรัพยากรระบบนิเวศ ทำลายทรัพยากรธรรมชาติตรงนี้เลย
สุดท้ายครับ ก็เสนอตัดข้องกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ๒ เปอร์เซ็นต์ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ต่อไปขอเชิญ คุณฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล ครับ
เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม ฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล ผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต ๓ อำเภอถลางและตำบลกระทู้ พรรคประชาชน ผมขอมีส่วนร่วมกับการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ ในมาตรา ๑๗ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผมในฐานะผู้เสนอแปรญัตติขอให้ปรับลดลง ๕ เปอร์เซ็นต์
ท่านประธานครับ ผมขอพาท่านประธานและเพื่อนสมาชิกทุกท่านมาดู ตัวอย่างงบประมาณของสำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ได้ตั้งงบประมาณไว้ที่ ๑,๓๑๑,๘๗๐,๘๐๐ บาทถ้วน โดยไม่ถูกปรับลดลงแม้แต่สตางค์เดียว ผมขอถามว่าทำไมถึงเปึนเช่นนั้นครับ เมื่อพิจารณาลึกลงไปครับท่านประธาน เราจะพบว่า งบประมาณส่วนใหญ่ถึงร้อยละ ๕๗ ถูกจัดสรรไปเพื่อการยกระดับการบริหารจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีตัวชี้วัดที่เกี่ยวกับความสำเร็จในการขับเคลื่อน และบูรณาการความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อม และการบริหารจัดการโครงการก่อสร้างอาคาร พิพิธภัณฑ์ไม้มีค่า อีกทั้งยังมีการจัดสรรงบประมาณส่วนใหญ่ให้กับค่าใช้จ่ายในการ ดำเนินงานภาครัฐ ร้อยละ ๓๗ ซึ่งเมื่อพิจารณาแล้วพบว่ามีการจัดสรรทรัพยากรไปในด้าน การแก้ไขปัญหาและเพิ่มขีดความสามารถในการจัดการสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ เพียงเล็กน้้อย
ขอพาท่านประธานและเพื่อนสมาชิกทบทวนงบประมาณในโครงการจัดการ สร้างพิพิธภัณฑ์องค์ความรู้เรื่องไม้มีค่า ซึ่งเปึนโครงการที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ เปึ้นจำนวนมากในป้นี้ โดยของบเพิ่มถึง ๕๕๓,๒๘๙,๕๐๐ บาท โครงการนี้เริ่มต้นตั้งแต่ ป้ ๒๕๕๙ ภายใต้การดูแลของกองทัพบก แต่กลับมีปัญหาด้านการบริหารโครงการจนต้อง ยกเลิกสัญญาจ้างผู้รับเหมา เนื่องจากไม่สามารถปรับเปลี่ยนรายละเอียดของโครงการ ตามสภาพพื้นที่ใหม่ได้ หลังจากนั้นโครงการนี้ถูกส่งต่อให้กับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๖๖ โดยผูกพันงบประมาณ ไปจนถึงป้ ๒๕๗๑ โครงการดังกล่าวเปึนโครงการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ขนาด ๔ ชั้น บนพื้นที่ ๒๕,๐๕๐ ตารางเมตร โดยมีการจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับไม้มีค่า ซึ่งนำมาจากของกลาง ที่มีมูลค่าสูง ถือว่าเปึนการนำวัตถุของกลางมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเหมาะสม แต่สิ่งที่น่าตั้ง ข้อสังเกตครับ เหตุใดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมซึ่งมีงบประมาณจำกัดอยู่แล้ว ต้องมารับภาระนี้แทนกองทัพบก นอกจากนี้ค่าก่อสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ในเฟสแรกเพียง อย่างเดียวสูงถึง ๑,๒๑๖,๒๑๓,๓๐๐ บาท แล้วยังมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในเฟสที่ ๒ อีก ๒,๐๐๐,๐๔๔,๐๐๐ บาท รวมแล้วเฉลี่ยค่าก่อสร้างต่อตารางเมตรสูงถึง ๑๓๐,๑๔๘ บาท ซึ่งแพงกว่าราคากลางของการก่อสร้างศูนย์การค้าขนาด ๔ ชั้น ถึง ๔.๔ เท่า ท่านประธานครับ ผมขอเรียกร้องให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้และกรรมาธิการทุกท่าน ทบทวนการจัดสรร งบประมาณนี้อย่างรอบคอบ และปรับลดตามที่กระผมได้เสนอแปรญัตติไว้ เพื่อให้การใช้จ่าย งบประมาณเปึนไปอย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับความจำเปึ้นที่แท้จริงด้วย ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญคุณกฤช ศิลปชัย ครับ
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม กฤช ศิลปชัย ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดระยอง เขต ๒ พรรคประชาชน ท่านประธานครับ ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ ในส่วนของมาตรา ๑๗ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยผม จะขอโฟกัสไปที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์า และพันธุ์พืชครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ด Presentation)
ท่านประธานครับ การจัดงบประมาณของ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์า และพันธุ์พืช เท่าที่ผมดูแล้ว มันมีการทำงานแบบคู่ขนานกัน ๒ ทาง ทางหนึ่งก็คือโครงการที่ใช้ในการปรับปรุงแผนที่ตรวจสอบแก้ปัญหาที่ดิน ในป้ ๒๕๖๘ ข้อมา ๓๙๐ ล้านบาทโดยประมาณครับ อีกโครงการหนึ่งเปึ้นโครงการรักษา ความมั่นคงของฐานทรัพยากรธรรมชาติ นั่นก็คือโครงการที่ใช้ปกปัองการบุกรุก หรือว่าใช้ ในการจับกุมดำเนินคดีกับผู้ที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ ตั้งมาประมาณ ๒,๔๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธานครับ เราจะเห็นถึงความแตกต่างกันระหว่างการที่จะแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน ให้พี่น้องที่อยู่ในเขตอุทยาน ซึ่งบางคนยืนยันชัดเจน มีหลักฐานชัดเจนว่าอยู่มาก่อน กับอีกโครงการหนึ่งในการดำเนินการในการปกปัองและจับกุมมันต่างกันเยอะมาก ๆ
ทีนี้ผมจะขอลงรายละเอียดในส่วนของโครงการปรับปรุงแผนที่และตรวจสอบ ท่านประธานครับ ในโครงการที่ใช้งบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาที่ดินให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งอยู่ในแผนงานยุทธศาสตร์ในการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดิน มีการตั้งงบประมาณ ต่อเนื่องตั้งแต่ป้ ๒๕๖๓-๒๕๗๐ มีกรอบกว้าง ๆ อยู่ ๒,๘๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็ตั้งแต่ ป้ ๒๕๖๓-๒๕๖๗ ใช้ไป ๒,๒๐๐ ล้านบาทแล้วครับ แต่ท่านประธานครับ ผมยังไม่เห็นการ แก้ไขปัญหาที่ดินทำกินให้กับพี่น้องประชาชนในเขตอุทยานอย่างเปึนรูปธรรมเลย ท่านใช้เงินไป ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาทแล้วนะครับ ยังไม่มีการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินให้พี่น้องประชาชน ในเขตอุทยาน แถมการปรับปรุงแนวเขต การสำรวจการทำกินตาม พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ ก็มีบัญญัติไว้แล้วว่าให้ทำให้แล้วเสร็จภายใน ๒๔๐ วัน ซึ่งเรื่องเหล่านี้ควรจะทำ เสร็จไปตั้งนานแล้วตามที่กฎหมายกำหนด แต่ก็ยังมีการตั้งงบประมาณต่อเนื่องมาอีกกว่า ๘ ป้ แล้วป้นี้ก็ขอมาอีก ๓๙๐ ล้านบาทโดยประมาณ พอลงไปดูรายละเอียดครับ ท่านประธาน ในงบประมาณ ๓๙๐ ล้านบาทเศษนั้น เปึนค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไปแล้ว ๒๗๐ ล้านบาทเศษ คิดเปึน ๗๐ เปอร์เซ็นต์ คำถามผมคือว่า แล้วมันจะไปแก้ไข ปรับปรุง ตรวจสอบแนวเขต หรือว่าแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินให้พี่น้องประชาชนในเขตอุทยานได้อย่างไรครับ ผมจะขอ ยกตัวอย่างการทำงานในการปรับปรุงแนวเขตของอุทยานแห่งชาติ จากกรณีอุทยานแห่งชาติ ทับลานครับ ที่เปึนกระแสสังคมในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
นี่คือเปึนการประกาศรับฟังความคิดเห็นของอุทยานแห่งชาติทับลานนะครับ ก็จะมีประเด็นคำถามในการรับฟังความคิดเห็นต่าง ๆ มีอยู่ประมาณสัก ๗ ข้อ ซึ่งคงไม่ได้ลง รายละเอียดทั้ง ๗ ข้อนะครับ แต่จะบอกว่าเริ่มต้นพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย ที่อยู่ในเขตอุทยานที่ไม่ได้เปึนป์านะครับ เขาก็มาให้ความคิดเห็นกัน มีการเห็นชอบกับมติ คณะรัฐมนตรีให้ปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติ โดยยึดถือแนวเขตในการแก้ไขปัญหาเดิม เมื่อตอนป้ ๒๕๔๓ และนั่นก็คือความหวังของพี่น้องประชาชนครับ แต่ท่านประธานครับ พอพี่น้องประชาชนในพื้นที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเห็นชอบกับการปรับปรุงแนวเขต ดูเสมือนว่า ทางอุทยานแห่งชาติเองกลับจะไม่เห็นด้วย โดยใช้ข้อมูลเผยแพร่ที่ไม่ให้ข้อมูลข้อเท็จจริง ที่ครบถ้วน อุทยานแห่งชาติมีการประชาสัมพันธ์ แล้วก็รณรงค์ให้คนทั่วไปเข้ามาแสดงความ คิดเห็นครับว่า ป์าผืนนี้เปึนผื่นสุดท้ายครับ เปึนถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป์า จะเสียพื้นที่ป์าไป ๒๖๐,๐๐๐ ไร่ แต่ในความเปึนจริง ๒๖๐,๐๐๐ ไร่นั้นไม่ได้มีความเปึนป์าครับท่านประธาน มันคือชุมชน มันคือบ้านของคน มันคือวัด มันคือโรงเรียน มันคืออนามัย คือที่ทำการองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีอยู่แต่ดั้งเดิมอยู่แล้ว แต่กลับไม่ให้ข้อมูลนี้แก่สาธารณชนครับ ทำให้คนทั่วไปที่ไม่รู้ข้อมูลทั้ง ๒ มุม ไม่รู้ข้อมูลครบถ้วนเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ทำให้กระบวนการรับฟังความคิดเห็นในการแก้ไขปัญหาแนวเขตที่ดินของอุทยานแห่งชาติทับล้าน แห่งนี้มีปัญหาเกิดขึ้น จนนำไปสู่ชาวบ้านได้ไปร้องเอาผิดเจ้าหน้าที่อุทยานในการบิดเบือนข่าว ปีมแนวเขตทับซ้อน ท่านประธานครับ ถ้าการทำงาน แนวคิดของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์า และพันธุ์พืชยังเปึ้นลักษณะแบบนี้ การตั้งงบประมาณแบบนี้ ๓๙๐ ล้านบาท เอาไปก่อสร้างแล้ว ๒๗๐ ล้านบาท มันจะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างไรครับ ผมจึงต้องขอสงวน คำแปรญัตติในการปรับลดงบประมาณของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในส่วนของโครงการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินให้พี่น้องประชาชนในเขตอุทยานลง ๒ เปอร์เซ็นต์ ขอบคุณครับ
ต่อไปท่านสุดท้าย คุณกมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล ครับ
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรค่ะ ดิฉัน กมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล ผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง เขต ๑ พรรคประชาชนค่ะ วันนี้ดิฉันขออภิปรายในฐานะผู้แปรญัตติร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำป้งบประมาณ ๒๕๖๘ ในส่วนขององค์การบริหารจัดการ ก๊าซเรือนกระจก กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือที่เราเรียกกันย่อ ๆ ว่า อบก. ค่ะ ซึ่ง อบก. นี้ก็เปึนองค์กรสนับสนุนหลักขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจกให้ประเทศไทย ได้มุ่งสู่เศรษฐกิจสังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน แต่ยั่งยืนแบบใดค่ะ ถึงได้จัดทำโครงการซ้ำซ้อน แบบนี้ ๒ ป้แล้วค่ะท่านประธาน โดยดิฉันจะขอชี้ให้เห็นใน ๓ ประเด็น
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ด Presentation)
ประเด็นแรก ก็คือในเรื่อง ของงบประมาณโครงการที่ซ้ำซ้อน แล้วก็เปึนความไม่ชัดเจนในภารกิจระหว่าง อบก. และกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมค่ะท่านประธาน ที่ดิฉัน จะยกตัวอย่างมาให้เห็นชัด ๆ นะคะ ก็คือที่ข้อมาในป้ ๒๕๖๘ ก็จะเปึนโครงการพัฒนาระบบ ฐานข้อมูลแพลตฟอร์มออนไลน์ ส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนสามารถเข้าถึงข้อมูลการพัฒนาโครงการ ลดก๊าซเรือนกระจกและตลาดซื้อขายคาร์บอนเครดิต เปึนงบรายจ่ายลงทุนเงินอุดหนุนครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ พัฒนาแล้วก็ปรับปรุงแพลตฟอร์มค่ะ ท่านประธาน จำนวน ๖.๔๒๒๕ ล้านบาท ซึ่งป้ที่แล้วในป้งบประมาณ ๒๕๖๗ ก็ได้มีโครงการ แบบเดียวกันเลยค่ะ ซื้อครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์แล้วก็ปรับปรุงแพลตฟอร์มในการคำนวณราคา คาร์บอนเครดิตภายในองค์กร แล้วก็เปึนแพลตฟอร์มการรายงานข้อมูลก๊าซเรือนกระจก ระดับโครงการ แล้วก็องค์กรของประเทศไทย ซึ่งงบประมาณรวมไว้ทั้ง ๒ รายการ มูลค่า ๙.๗๔ ล้านบาท นอกจากนี้ทาง อบก. ก็ยังเคยมีโครงการที่เกี่ยวข้องกับการทำแพลตฟอร์ม ออนไลน์นะคะ อย่างเช่น โครงการส่งเสริมทุกภาคส่วนพัฒนาโครงการค้าร์บอนเครดิต กิจกรรมเพื่อลดก๊าซเรือนกระจก มุ่งสู่การบรรลุเปัาหมายความเปึนกลางทางคาร์บอน เหมือนเดิมเลยค่ะท่านประธาน ครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ แล้วก็ปรับปรุงพัฒนาแพลตฟอร์ม อีกแล้วค่ะ รวมทั้งหมด ๒ รายการที่ทำไปนี้มูลค่า ๘ ล้านบาท จะเห็นได้ว่าแค่ ๒ ป้ที่กล่าวมานี้ ในป้ ๒๕๖๗ กับป้ ๒๕๖๘ อบก. เอางบประมาณไปทำในเรื่องของแพลตฟอร์มออนไลน์ มากถึง ๒๔.๑๕๗๒ ล้านบาทไปแล้วค่ะท่านประธาน ในขณะเดียวกันกรมการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศก็ได้มีการจัดทำงบประมาณตั้งแต่ป้ ๒๕๖๖ จนถึงป้ ๒๕๖๙ จำนวนกว่า ๕๑ ล้านบาท ในสไลด์ที่โชว์อยู่ตอนนี้ก็แสดงให้่เห็นตัวเลขเพียงแค่ ๒ ป้นะคะ ก็คือป้ ๒๕๖๗ แล้วก็ป้ ๒๕๖๘ จะเห็นได้ว่ามีการทับซ้อนในเรื่องของการทำงาน แล้วก็งบประมาณระหว่าง อบก. และกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมอย่างชัดเจนเลยค่ะ
ประเด็นที่ ๒ ก็จะเปึนการตั้งข้อสังเกตในเรื่องของการประกวดราคาการจัดทำ แพลตฟอร์มดังกล่าวค่ะท่านประธาน ในป้ ๒๕๖๗ ที่มีการประกวดราคาโครงการจ้างพัฒนา แพลตฟอร์ม รายการข้อมูลก๊าซเรือนกระจกระดับโครงการและองค์กรของประเทศไทย มีผู้เสนอราคากลางทั้งหมด ๓ ราย นั่นก็คือบริษัท พ บริษัท อ และบริษัท อฟ ผลปรากฏว่า มีบริษัทผ่านการคัดเลือกให้เปึนผู้เสนอราคา ๒ บริษัท แล้วก็ในครั้งแรกการประกวดราคา ก็ถูกยกเลิกไปนะคะ เนื่องจากว่าผู้ยื่นข้อเสนอทั้ง ๒ รายนี้ไม่ผ่านการพิจารณา หลังจากนั้น ก็ได้มีการประกวดราคาขึ้นอีกเปึนครั้งที่ ๒ ค่ะท่านประธาน มีผู้ยื่นประมูลในครั้งนี้เพียงแค่ เจ้าเดียวค่ะ นั่นก็คือบริษัท พ แล้วก็ชนะการประมูลไปในราคา ๔.๖๑ ล้านบาท ต่ำกว่า งบประมาณเพียงแค่ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าบาทเท่านั้นเองค่ะ ถ้าย้อนไปดูข้อมูลในงบประมาณ ป้ ๒๕๖๗ ก็ได้มีการประกวดราคาโครงการจ้างพัฒนาแพลตฟอร์มอื่น ๆ ของ อบก. อีก ๔ โครงการนะคะ เปึ้นที่น่าสังเกตว่า ๓ ใน ๔ โครงการนี้มีผู้ยื่นราคากลาง ๓ ราย ซึ่งเปึน รายเดิมกับที่ดิฉันได้กล่าวไว้ข้างต้นนะคะ และที่สำคัญค่ะ ผู้ชนะทั้ง ๓ ครั้งนี้ก็คือบริษัท ที่ชนะการประมูลโครงการแรก นั่นก็คือบริษัท พ ค่ะท่านประธาน พอไปดูประกาศของ อบก. ที่เกี่ยวกับการประกวดราคาโครงการพัฒนาแพลตฟอร์มต่าง ๆ ก็ได้มีการประกาศคุณสมบัติ ของผู้ยื่นราคาไว้สูงมากเลยค่ะท่านประธาน รายละเอียด ตรงนี้ตัวหนังสืออาจจะเล็กนะคะ สามารถติดตามรายละเอียดได้จาก Page เฟซบุ๊กของดิฉันนะคะ กมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล ก็จะได้เห็นว่ามีการตั้ง Spec ไว้สูงมาก แล้วแบบนี้การประกวดราคาโครงการทำแพลตฟอร์ม ในป้ ๒๕๖๘ นี้ค่ะ ท่านประธานคิดว่าจะเปึ้นบริษัทใดที่จะเปึนผู้ชนะแล้วได้งานไปทำคะ ท่านประธาน
ประเด็นที่ ๓ สุดท้ายแล้วค่ะ เนื่องจากมีการตั้งข้อสังเกตในเรื่องของ การเบิกจ่ายงบประมาณที่ไม่มีประสิทธิภาพค่ะ ก็หลังจากที่ดิฉันได้เป่ดอ่านรายงาน ด้านการเงินประจำป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ สิ้นไตรมาส ๓ ของ อบก. ก็พบว่า หลาย ๆ โครงการยังเบิกจ่ายได้ล่าช้านะคะ ไม่เปึนไปตามเปั้า ทั้ง ๆ ที่ตอนนี้ก็กำลังจะหมด ป้งบประมาณแล้วนะคะ แต่ว่าภาพรวมการเบิกจ่ายก็ยังไม่ได้เต็มประสิทธิภาพอย่างเพียงพอ พ.ร.บ. งบประมาณป้ ๒๕๖๗ สามารถเบิกจ่ายได้เพียงแค่ ๔๕.๕๖ เปอร์เซ็นต์นะคะ ซึ่งแตกต่างจากการเบิกจ่ายในช่วงเวลาเดียวกัน ไตรมาส ๓ ของป้งบประมาณ ๒๕๖๖ ที่เบิกจ่ายได้สูงถึง ๗๒.๖๑ เปอร์เซ็นต์ แบบนี้คือแตกต่างกันมากเลยค่ะท่านประธาน ดิฉันเข้าใจว่าทาง อบก. เองก็อาจจะกำลังเร่ง เบิกจ่ายเพื่อให้เปึ้นไปตามแผน แต่พอดิฉันเห็นตัวเลขแล้วก็ค่อนข้างกังวลใจค่ะท่านประธาน เพราะว่าถ้าเบิกจ่ายไม่ทันมันก็คือต้นทุนทางเวลาที่เราจะต้องเสียไปอีก ๑ ป้ จากข้อมูล ทั้งหมดที่แสดงให้เห็นถึงความซ้ำซ้อนของโครงการ ประสิทธิภาพการใช้งบประมาณ รวมถึงข้อสังเกตในเรื่องของการประกวดราคาทำแพลตฟอร์มต่าง ๆ ของ อบก. แล้ว ดิฉันขอตัด งบประมาณของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมลง ๒ เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะ โครงการที่ทำแพลตฟอร์มซ้ำ ๆ ซ้อน ๆ และวัดผลประสิทธิภาพไม่ค่อยได้แบบนี้ อย่างเช่น โครงการพัฒนาปรับปรุงระบบทะเบียนคาร์บอนเครดิตเอย อะไรเอย จำนวน ๖.๔๒๒๕ ล้านบาท ต้องตัดทิ้งค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ
สภาผู้แทนราษฎร ขอต้อนรับคณะผู้เข้าร่วมโครงการสัมมนา เรื่อง กรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กร อัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน กับการส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมือง ของประชาชนตามระบอบวิถีประชาธิปไตยครับ ซึ่งจัดโดยคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุนครับ ขอต้อนรับ ทุกท่านซึ่งกำลังนั่งฟังการประชุมอยู่บนชั้น ๔ ครับ ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญกรรมาธิการ ตอบชี้แจงครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วสวรรธน์ พวงพรศรี ในฐานะกรรมาธิการ ก็ขออนุญาตใช้โอกาสของที่ประชุมสภาแห่งนี้ ในการตอบชี้แจงในมาตรา ๑๗ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ของท่าน ผู้สงวนคำแปรญัตติ ท่านแรก ท่านณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ในเรื่องของการแก้ไขปัญหา ทรัพยากรธรรมชาติครับ ผมก็เห็นด้วยเปึนอย่างยิ่ง ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างมาก รวมถึงงบประมาณของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ตั้งทั้งหมดรวม ๑๒ หน่วยงาน งบประมาณทั้งหมด ๑๕,๓๒๗,๗๗๑,๘๐๐ บาท ตรงนี้เปึนงบประมาณ ภาพรวม ซึ่งข้างในจะมีในเรื่องของโครงการที่จะไปบริหารจัดการทรัพยากรเพื่ออนุรักษ์ และใช้ประโยชน์ การบริหารจัดการน้ำเพื่ออนุรักษ์และใช้ประโยชน์ให้เกิดความสมดุล อย่างยั่งยืนครับ สำหรับกรณีที่ท่านณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ที่แปรญัตติ ขอสงวนคำแปรญัตติไว้ ให้ปรับลดงบประมาณตั้งแต่ ๐.๕-๒๐ เปอร์เซ็นต์ ตรงนี้ทางกรรมาธิการก็ได้ไปติดตามผลสัมฤทธิ์ รวมถึงงบประมาณที่จะตัดปรับลดครับท่านประธานว่าจะกระทบเนื้องานแบบไหน อย่างไรครับ ทั้งนี้ทางกรรมาธิการก็ได้ปรับลดงบประมาณไปแล้วที่จะไม่กระทบกับเนื้องาน เปึนจำนวนทั้งสิ้น ๖๕,๕๘๖,๕๐๐ บาท คิดเปึ้นร้อยละ ๐.๔๓ ถ้าเทียบกับ ๐.๕-๒๐ ก็ต่างกันไปที่ ๐.๐๗ เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ทั้งนั้นประเด็นอื่น ๆ ทางท่านกฤช ศิลปชัย ที่ว่ามีประเด็นเรื่องของการช้าในโครงการ ปรับปรุงแผนที่ตรวจสอบ อันนี้ทางกรรมาธิการส่วนใหญ่ก็เห็นด้วย รวมถึงกรณีของ ท่านกมนทรรศน์ในเรื่องของแพลตฟอร์มก๊าซเรือนกระจก ตรงนี้ทางกรรมาธิการก็จะไปตามดู ในเฟซบุ๊กของท่านที่ท่านได้ตั้งความเห็นไว้ ก็อยากจะฝากว่าทางสมาชิกผู้ทรงเกียรติแห่งนี้ ร่วมกันดำเนินการ แล้วก็ตรวจสอบ รวมถึงทั้งทางหน่วยงานของ สตง. และ ป.ป.ช. ทั้งนี้ทั้งนั้นเราเองในฐานะกรรมาธิการก็ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญ ก็จะบรรจุข้อคิดเห็น ของท่านลงไปในร่างข้อคิดเห็น แล้วก็ออกมาในข้อคิดเห็นเรียบร้อย ขอบคุณครับท่านประธาน
ขอบคุณ คณะกรรมาธิการ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายกิตติชัย เอ่งฉ้วน ในฐานะกรรมาธิการ ขอชี้แจงในกรณีที่ท่านผู้อภิปราย คุณณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ได้สอบถามถึงภาพรวมงบประมาณในการฟุ๋นฟูพื้นที่ป์า บำรุงป์า และเพาะชำ กล้าไม้ อยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านผู้ทรงเกียรติที่ได้ตั้งประเด็นนี้ว่า ประเทศไทยมีพื้นที่ป์าไม้ ณ ป้ ๒๕๖๕ จำนวน ๑๐๒,๑๓๕,๙๗๔ ไร่ หรือคิดเปึ้นร้อยละ ๓๑.๕๗ ของพื้นที่ประเทศ ในส่วนของพื้นที่ป์าไม้ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม มีจำนวนทั้งหมด ๙๘,๓๖๐,๐๐๐ ไร่ คิดเปึ้นร้อยละ ๓๐.๔๒ ของพื้นที่ ประเทศไทย ในการปลูกป์าและฟุ๋นฟูพื้นที่ป์านั้นจะต้องได้รับการบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง ตามหลักวิชาการเปึนระยะเวลา ๑๐ ป้ เพื่อให้ป์าที่ปลูกฟุ๋่นคืนสภาพตามความสมบูรณ์ สำหรับในป้งบประมาณ ๒๕๖๘ ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้จัดสรร ได้ตั้งงบประมาณในการปลูกป์า บำรุงป์า และเพาะชำกล้าไม้ ซึ่งมี ๔ หน่วยงานที่รับผิดชอบ ได้แก่ กรมป์าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์า และพันธุ์พืช กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝัืง และองค์การอุตสาหกรรมป์าไม้ โดยในป้ ๒๕๖๘ ได้ตั้งงบประมาณไว้ จำนวน ๑,๖๘๑ ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วยการปลูกป์า ๑๐๓,๕๙๐ ไร่ วงเงิน ๔๕๐,๘๓๘,๓๐๐ บาท งานปลูกป์า จำนวน ๑,๐๗๕,๑๙๕ ไร่ วงเงิน ๙๒๑,๒๓๔,๗๐๐ บาท และงานเพาะชำกล้าไม้ จำนวน ๘๘,๓๕๖,๕๕๕ กล้า วงเงิน ๓๐๒,๙๓๕,๗๐๐ ล้านบาท ขอบคุณครับ
ขอบคุณ กรรมาธิการครับ เนื่องจากมาตรานี้คณะกรรมาธิการมีการแก้ไขนะครับ ผมจึงจะขอถาม จากที่ประชุมว่าจะเห็นสมควรให้มีการแก้ไขหรือไม่ครับ ก่อนที่จะลงมติก็จะขอตรวจสอบ องค์ประชุมครับ เชิญสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเข้ามาครับ
(นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
ท่านสมาชิก ที่เข้ามาแล้วกรุณาเสียบบัตรแล้วกดปุ์มแสดงตนด้วยนะครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
มีสมาชิกท่านใด ที่ยังไม่ได้แสดงตนครับ กำลังเดินเข้ามาหลายท่าน
๑๕๓ แสดงตนค่ะ
แสดงตนครับ บวก ๑ ครับ
ท่านประธานครับ ๐๑๖ แสดงตนครับ
ครับ บวก ๑ ครับ มีสมาชิกท่านใดยังไม่ได้แสดงตนครับ แสดงตนครบถ้วนแล้วนะครับ ถ้าแสดงตนครบถ้วนแล้ว กรุณาแจ้งผลครับ มีผู้มาแสดงตน ๔๒๙ ท่าน บวก ๒ ครับ เปึ้น ๔๓๑ ท่านนะครับ
ต่อไปก็จะมีการ ลงมติว่าท่านสมาชิกจะเห็นด้วยกับการแก้ไขที่กรรมาธิการเสียงข้างมากแก้ไขหรือไม่เห็นด้วย ท่านสมาชิกท่านใดเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการกรุณากดปุ์ม เห็นด้วย ถ้าท่าน ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขกรุณากดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ถ้าท่านใดต้องการงดออกเสียงกดปุ์ม งดออกเสียง นะครับ เชิญครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
มีท่านสมาชิกท่านใด ยังไม่ได้ลงมติครับ ถ้าไม่มีเจ้าหน้าที่แสดงผลครับ มีผู้มาลงมติ ๔๒๙ ท่าน เห็นด้วยกับ กรรมาธิการเสียงข้างมาก ๔๒๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๒ ท่าน เพราะฉะนั้นมาตรานี้ก็เห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากนะครับ
ต่อไปขอเชิญ เลขาธิการมาตราต่อไปครับ แล้วก็มาตรานี้นะครับ ขอเรียนสมาชิกว่ามีผู้ยื่นความจำนง ขออภิปรายเพียง ๑ ท่านนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่เปึนการลงมติครั้งแรกครับว่ามีการแก้ไข ท่านประธานต้องถามต่อว่าเห็นด้วยกับ การแก้ไขของกรรมาธิการเสียงข้างมาก หรือเสียงข้างน้อย หรือผู้แปรญัตติครับท่านประธาน
ขอบคุณครับ เมื่อสักครู่นี้ตกลงคำถามที่ถามไปก็เปึนการลงมติครั้งแรกใช่ไหมครับคุณปกรณ์วุฒิ ลงมติครั้งแรก เห็นด้วยกับการแก้ไขนะครับ ขอให้แสดงตนอีกครั้งครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
มีท่านสมาชิก ท่านใดยังไม่ได้แสดงตนครับ แสดงตนทุกท่านแล้วก็แจ้งผลครับ มีผู้แสดงตน ๓๙๖ ท่านครับ
ฉะนั้นก็ลงมติ ในมาตรานี้เปึนคำถามสุดท้ายนะครับว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ เสียงข้างมาก หรือเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการที่สงวนความเห็นและผู้แปรญัตติ แสดงความเห็นครับ กรุณาลงคะแนนได้ครับ ถ้าเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ถ้าเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่สงวนความเห็นและผู้แปรญัตติสงวนความเห็น กรุณากดปุ์ม ไม่เห็นด้วย และถ้าต้องการงดออกเสียงกรุณากดปุ์ม งดออกเสียง ครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
มีท่านสมาชิก ท่านใดยังไม่ได้ลงมติครับ ลงมติหมดแล้วก็แจ้งผลครับ มีผู้มาลงมติ ๔๒๘ นะครับ เห็นด้วย กับการแก้ไขคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ๒๘๖ ไม่เห็นด้วย ๑๓๙ งดออกเสียง ๑ ไม่ลงคะแนน ๒ ครับ เพราะนั้นมาตรานี้ก็เห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ เสียงข้างมากนะครับ
ต่อไปเปึน มาตรา ๑๘ กระทรวงพลังงาน มีผู้ยื่นความจำนงจะขออภิปรายเพียงท่านเดียวนะครับ เพราะฉะนั้นท่านสมาชิกที่อยู่ในห้องประชุมก็ไม่ต้องไปไหนก็ได้ หลังจากอภิปรายมีผู้ชี้แจงก็จบ จะได้ลงมติต่อไปนะครับ เชิญท่านเลขาธิการครับ
มาตรา ๑๘ กระทรวงพลังงาน มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ
ไม่มี กรรมาธิการขอสงวนนะครับ ต่อไปผู้แปรญัตติ ท่านปัญญารัตน์ นันทภูษิตานนท์ เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ปัญญารัตน์ นันทภูษิตานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี เขต ๒ พรรคประชาชน วันนี้ดิฉันขอร่วมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำป้ งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ ข้อเสนอแปรญัตติต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ ในมาตรา ๑๘ กระทรวงพลังงาน โดยขอเสนอปรับลด ๕ เปอร์เซ็นต์ค่ะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ด Presentation)
ดิฉันขอตั้งข้อสังเกตการขอ งบประมาณในส่วนของสำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน ในโครงการสนับสนุนส่งเสริม การพัฒนาอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนเชิงพื้นที่ ซึ่งขอพูดในส่วนของงบเงินอุดหนุน ของบประมาณมา ๘๑ ล้านบาท เปึนการของบประมาณเพิ่มขึ้นจากป้ พ.ศ. ๒๕๖๗ โดยเฉพาะในส่วนของเงินอุดหนุน เพื่อสนับสนุนเทคโนโลยีพลังงานชุมชนสูงถึง ๕๔ ล้านบาท ซึ่งเพิ่มจากป้ พ.ศ. ๒๕๖๗ ประมาณร้อยละ ๙๐ ค่ะ ดังนั้นดิฉันจะขอเชิญชวนดูในส่วนของ ตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้้องกับเงินก้อนดังกล่าวค่ะ ในที่นี้ตัวชี้วัดดังกล่าวเกี่ยวกับจำนวนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการจัดกระบวนการ เรียนรู้ การจัดพลังงานชุมชนในป้ พ.ศ. ๒๕๖๗ ตั้งเปัาไว้ที่ ๕๔๑ แห่ง ซึ่งการของบเพิ่มขึ้น เกือบเท่าตัวนี้แบบนี้ ตัวชี้วัดในป้ พ.ศ. ๒๕๖๘ น่าจะต้องเพิ่มขึ้น ดูจากของเดิมก็มีการเขียน ไว้อย่างชัดเจนว่าตัวชี้วัดมีการเพิ่มขึ้น แต่มาดูอีกที่ในป้งบประมาณ ๒๕๖๘ ตัวชี้วัดดังกล่าว กลับตั้งเปัาไว้ที่ ๕๔๑ แห่งเท่าเดิมค่ะท่านประธาน ที่ผ่านมาโครงการที่ถูกจัดภายใต้ งบประมาณที่ได้รับในแต่ละ อปท. มีแต่การใช้งบประมาณไปสำหรับการจัดอุบรมสัมมนา เปึ้นส่วนใหญ่ค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันเห็นว่างบประมาณเดิมที่ได้รับ ๒๐ กว่าล้านบาท น่าจะเพียงพอกับการจัดประชุมหรือการจัดส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานทั้ง ๕๔๑ แห่ง แล้วนะคะ ไม่มีเหตุจำเปึนใดเลยค่ะที่จะต้องของบประมาณเพิ่มมาเกือบ ๒ เท่า เพื่อดำเนินการแบบเดิมค่ะ ทั้ง ๆ ที่งบประมาณเท่าเดิม ก็สามารถดำเนินการได้แล้ว เหตุใดจึงต้องของบประมาณมาเพิ่มเกือบเท่าตัว เพื่อทำงานโดยตัวชี้วัดในจำนวนเท่าเดิม ดิฉันมองว่าเปึนการใช้งบประมาณที่มากเกินความจำเปึนค่ะ และขอเน้นย้ำในฐานะดิฉัน เปึ้นผู้แทนราษฎรอยากเห็นการทำงานภายใต้ความท้าทายและอยากเห็นโครงการนี้ประสบ ความสำเร็จด้วยใจจริงค่ะ
และอีกประเด็นหนึ่งที่ดิฉันตั้งข้อสังเกตคือ เหตุใดในป้งบประมาณนี้ถึงยัง ไม่มีการตั้งงบที่สนับสนุนให้มีการตั้งสถานีอัดประจุไฟฟัาสำหรับยานยนต์ ทั้งที่จากผลสำรวจ ของโครงการจัดทำแผนการพัฒนาสถานีประจุแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟัา เพื่อรองรับ เปัาหมายการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟัาของประเทศที่ระบุไว้ว่า ในป้ ๒๕๗๓ ไทยควรมีสถานี อัดประจุไฟฟัาแบบ Fast Charge ในพื้นที่หัวเมืองใหญ่ ๘,๐๐๐ สถานี และตามเส้นทางหลวง อีก ๕,๐๐๐ สถานี แต่ปัจจุบันในประเทศไทยมีเพียงแค่ ๔๑๑ สถานีเท่านั้นค่ะ ดิฉันเห็นว่า ท่านควรทบทวนและให้ความสำคัญกับการสนับสนุนให้มีการตั้งสถานีอัดประจุไฟฟั้า สำหรับยานยนต์ให้มากขึ้นกว่านี้ค่ะ เปลี่ยนป้งบประมาณท่านเปลี่ยนวัตถุประสงค์เลยค่ะ ทั้งที่ท่านตั้งงบภาระผูกพันไว้ระยะยาวนะคะ
สุดท้ายนี้ดิฉันขอให้ท่านคำนึงไว้เสมอว่า การทำงานของกระทรวงพลังงาน มีผลต่อการใช้ชีวิต รายจ่าย และค่าครองชีพของพี่น้องประชาชนในประเทศ ขอให้ท่านใช้ งบประมาณของท่านเปึนไปด้วยความเหมาะสม ยึดถือผลประโยชน์สาธารณะ และประโยชน์ สูงสุดของประชาชนทุกคน ขอบคุณค่ะท่านประธาน
ขอบคุณครับ ท่านกรรมาธิการจะชี้แจงเชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะรองประธาน คณะกรรมาธิการและคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากครับ ต่อการเสนอแปรญัตติปรับลดของ ท่านสมาชิกผู้สงวนความเห็นนะครับ เปึนการสงวนความเห็นไว้ปรับลด ๕ เปอร์เซ็นต์ครับ ซึ่งต้องเรียนด้วยความเคารพว่าค่อนข้างลึกและจะเปึนจะมีผลกระทบกับการปฏิบัติภารกิจ และการดำเนินงานของทางหน่วยงานค่อนข้างมากนะครับ ทางกรรมาธิการ อย่างแรกเลย ก็คือต้องยืนยันว่าเรายืนยันในข้อเสนอที่กรรมาธิการเสียงข้างมากมีความเห็นไว้ต่อ สภาผู้แทนราษฎรนะครับ ในส่วนของโครงการเองต้องเรียนด้วยความเคารพครับ ค่อนข้าง ด่วนไปนิดหนึ่งนะครับ แต่ว่าโครงการเทคโนโลยีพลังงานชุมชน ต้องเรียนด้วยความเคารพว่า เปึนโครงการที่มีประโยชน์ แล้วก็มีการกระจายตัวไปยังพื้นที่ในหลาย ๆ ชุมชนทั่วประเทศ แต่อย่างไรก็ตาม ข้อคิดเห็นของท่านจะถูกบันทึกไว้ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ และผมเชื่อว่า จะได้นำส่งต่อไปยังกระทรวงพลังงานเมื่อมีการปฏิบัติภารกิจตามโครงการ ๘๑ ล้านบาท ในโครงการเทคโนโลยีพลังงานชุมชน ก็คงจะได้มีการติดตามตรวจสอบกันต่อไปว่าการดำเนิน ภารกิจนั้นมีความคุ้มค่าต่อเม็ดเงินงบประมาณหรือไม่ อย่างไรนะครับ เราก็คงต้องมีภารกิจ ในการช่วยกันติดตาม ตรวจสอบ
ในส่วนเรื่องของภารกิจของกระทรวง ซึ่งต้องเรียนด้วยความเคารพว่า เรามีการตั้งเปัาหมายเดินหน้าสู่การผลิตรถยนต์ที่เปึนประเภทไฟฟัา EV ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ในป้ ๒๕๗๓ ต้องเรียนด้วยความเคารพว่าภารกิจส่วนหนึ่งก็คือเรื่องของการพัฒนาในแบบต้นน้ำ ถึงปลายน้ำ นั่นก็คือเริ่มจากการผลิตเซลล์แบตเตอรี่ ไปจนถึงการผลิตรถยนต์ไฟฟัานะครับ ประกอบและไล่ไปถึงเรื่องของการที่เราจะต้องมีกลไกในการ Recycle แบตเตอรี่ เพื่อให้เอา Raw Material กลับมาใช้ต่อได้อีกรอบหนึ่ง เราต้องสร้างนิเวศของมัน ระบบ Cycle ของมัน ให้ครบ Loop นะครับ ตรงนี้เปึ้นสิ่งซึ่งทางกระทรวงพลังงานเองและทางรัฐบาลได้ให้ความสำคัญนะครับ ในส่วนที่ท่านถามว่า ทำไมถึงไม่มีงบประมาณในส่วนที่จะเปึนการตั้งฐานชาร์จ แท่นชาร์จ ผมต้องเรียนว่า โดยกระบวนการบริหารงานด้านนโยบายของภาครัฐเอง ไม่ใช่เฉพาะ กระทรวงพลังงาน มีกลไกอื่นที่นอกเหนือจากการใช้เม็ดเงินนะครับ เปึนต้นว่าการร่วมพัฒนา กับภาคเอกชน การให้ภาคเอกชนมาเปึนผู้ลงทุน โดยรัฐบาลสนับสนุนในภารกิจผ่านกลไกอื่น ๆ เช่น กลไกในเรื่องของการลดเรื่องของภาษี เปึนต้น ซึ่งเรามีการดำเนินการอยู่ในโครงการ ที่เรียกว่า EV3.5 เปึนต้น โครงการเหล่านี้มีการอุดหนุนลงไปให้ภาคเอกชนสามารถ ดำเนินการได้สะดวกขึ้นและรวดเร็วขึ้น โดยภาครัฐไม่มีความจำเปึนจะต้องมาแบกรับกับ งบประมาณในการลงทุนต่าง ๆ ซึ่งเรื่องของแท่นชาร์จแบตเตอรี่เอง ตอนนี้ปริมาณที่มีอยู่ใน ประเทศไทยก็เพิ่มขึ้นมาอย่างมีนัยสำคัญ และมีความเชื่อมั่นได้ครับว่าเรามีความพร้อม รองรับกับสังคมที่จะเปึนเรื่องของ Green Energy ในอนาคตต่อไป ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ เนื่องจากว่าในมาตรานี้คณะกรรมาธิการมีการแก้ไข ดังนั้น ผมจะถามมติจากที่ประชุมก่อนว่า จะเห็นควรให้มีการแก้ไขหรือไม่นะครับ กรณีที่ประชุม มีมติเห็นควรให้มีการแก้ไข ผมจึงจะถามมติจากที่ประชุมต่อไปว่า จะเห็นด้วยกับการแก้ไข ของกรรมาธิการเสียงข้างมากหรือของกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นและผู้แปรญัตติ ที่ขอสงวนคำแปรญัตตินะครับ ต่อไปผมจะถามมติจากที่ประชุมนะครับ จะเห็นควรให้มีการ แ้ก้ไ็ขหรือไม่ ก่อนลงมติขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ
(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
ท่านสมาชิกกดปุ์มแสดงตนเลยนะครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
แสดงตนเรียบร้อย ป่ดการแสดงตน มีเข้าร่วมมีผู้เข้าร่วมประชุม ๔๒๘ ท่าน ครบองค์ประชุม
ต่อไปเชิญท่านสมาชิกออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นควรให้มีการแก้ไขโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นควรให้มีการแก้ไขโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกออกเสียงลงคะแนนเลยครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ลงคะแนนเรียบร้อยนะครับ ขอป่ดการลงคะแนนครับ จำนวนผู้ลงมติ ๔๓๕ ท่าน เห็นด้วย ๔๓๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ไม่ลงคะแนนเสียง ๔ เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติ เห็นควรให้มีการแก้ไข
ต่อไปผมจะถามมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก หรือของกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นและผู้แปรญัตติที่ขอสงวนคำแปรญัตติ ก่อนลงมติ ขอตรวจสอบองค์ประชุม ท่านสมาชิกกดปุ์มแสดงตนเลยครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
แสดงตนเรียบร้อย ป่ดการแสดงตน จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม ๔๓๖ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ
ต่อไปเชิญท่านสมาชิกออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็น และผู้แปรญัตติที่ ขอสงวนคำแปรญัตติโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ์ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกลงคะแนนได้เลยครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ลงคะแนนเรียบร้อยแล้วนะครับ ขอป่ดการลงคะแนนครับ จำนวนผู้ลงมติ ๔๓๙ ท่านนะครับ เห็นด้วย ๒๙๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๔๔ ท่าน งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน เปึ้นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการนะครับ
ต่อไปเชิญท่านเลขาธิการครับ
มาตรา ๑๙ กระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานในกำกับ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ
ในมาตรา ๑๙ นี้คณะกรรมาธิการไม่มีผู้สงวนความเห็น มีผู้แปรญัตติอยู่ ๑ ท่านนะครับ ท่านณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล เชิญครับ
เรียนประธานสภาที่เคารพครับ ผม ณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๓ พรรคประชาชน ในฐานะผู้สงวนคำแปรญัตติไว้ สำหรับมาตรา ๑๙ กระทรวงพาณิชย์ ผมก็ยังคงจะพูดถึงเรื่อง Soft Power ๒ โครงการที่อยู่ในกระทรวงพาณิชย์ โดยผมจะเจาะจงไปที่กรมส่งเสริมการค้า ระหว่างประเทศ สำหรับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศก็เปึนหน่วยรับงบประมาณหนึ่ง ที่อยู่ในคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ หน้าที่เข้าใจง่าย ๆ คือนำสินค้าไทย ไปขาย ณ ตลาดต่างประเทศ
สำหรับกิจกรรมที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศมักจะทำ ก็คือทำตัว เปึน Organizer พาผู้ประกอบการไทย พาสินค้าไทยไปประชาสัมพันธ์ ไปออก Booth ไปร่วมงานนิทรรศการ ทำ Business Matching ต่าง ๆ แล้วก็เปึนกรมที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ๕๓ Host มีอยู่ ๒ โครงการที่ผมจะพูดถึง
โครงการแรก ชื่อคุ้นกันดี ครัวไทยสู่ครัวโลก อันนี้ก็เปึนโครงการที่มีมานาน แล้ว มีมาก่อนที่รัฐบาลนี้จะใช้คำว่า Soft Power มาใช้ด้วยซ้ำ มันก็เปึ้นโครงการที่ถูกตีความ เข้าหา Soft Power ได้ ทีนี้เมื่อวานผมได้อภิปรายในมาตรา ๑๐ ของกระทรวงการต่างประเทศไป กระทรวงการต่างประเทศผมปรับลดครัวไทยสู่ครัวโลกของกระทรวงการต่างประเทศไป ๑ ล้านบาท ด้วยเหตุผลที่ว่ากระทรวงการต่างประเทศ ท่านทำหน้าที่เปึ้นเหมือนผู้ประสานงาน ทำงานร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ แต่กระทรวงพาณิชย์ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เขาเปึนเจ้าภาพหลักเลย งานที่เขาไปจัดก็จะเปึนงานใหญ่ ๆ ทั้งนั้น เขาพาผู้ประกอบการไป มันเปึนภารกิจโดยตรง ดังนั้น โครงการนี้สำหรับกระทรวงพาณิชย์ผมไม่ได้ปรับลด แม้แต่นิดเดียว
อีกโครงการหนึ่ง ชื่อตรงตัวนะครับ ขับเคลื่อนการค้าระหว่างประเทศ ด้วยพลังสร้างสรรค์ โครงการนี้ ๑๘๒ ล้านบาท ก็เข้าใจได้ครับไปส่งเสริมการขายในตลาด ต่างประเทศนั่นละ แต่ผมติดตรงนี้ คำว่า พลังสร้างสรรค์ ผมไม่ได้มีเวลาที่จะสอบถาม หน่วยงานอย่างมากพอนะครับว่า พลังสร้างสรรค์ที่ท่านหมายถึงนี้ หมายถึงรูปแบบงาน ที่สร้างสรรค์ หรือว่านำผลิตภัณฑ์ที่มีความสร้างสรรค์อยู่แล้วออกไปขาย หรือทั้ง ๒ อย่าง อย่างใดอย่างหนึ่ง ผมไม่ได้ติดใจในงบประมาณ มันไม่ได้มากขนาดนั้นที่เราจะนำสินค้าไทย ออกสู่ ๕๓ Host ของท่านทั่วโลก ว่ากันไปนะครับ ผมติดใจตรงวิธีการนี่ละครับ เพราะผม ไปไล่ Search ดู ทุกงานก็จะเปึนลักษณะนี้ครับ จัดงานแถลงข่าว เข้าร่วม ออก Booth ออก Booth ออก Booth ผมไม่แน่ใจว่าในโครงการทั้งหมดก้อนใหญ่เปึ้นลักษณะงานแบบนี้ ออก Booth อยู่เท่าไร ซึ่งถ้าการออก Booth เข้าร่วมงานไปเรื่อย ๆ ผมตั้งคำถามแบบนี้ว่า มันสร้างสรรค์เพียงพอแล้วหรือยัง
สรุปนะครับสำหรับมาตรา ๑๙ กระทรวงพาณิชย์ ๒ โครงการที่ผมพูดถึง ก็ใช้งบประมาณข้อมา ๒๕๘,๗๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ผมไม่ได้ปรับลดแม้แต่บาทเดียว เพราะนี่คือ หน้าที่โดยตรงของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ แต่ผมขอตั้งข้อสังเกตและเปึนคำถามนี้ ก็แล้วกันนะครับ คือกรมนี้ทำหน้าที่เปึนเหมือน Salesman ทำหน้าที่เปึนเหมือนผู้ส่งเสริม การตลาด ซึ่งเราทราบกันดีตลาดทั่วโลกย่อมมีความไม่เหมือนกัน พฤติกรรมของผู้เข้าร่วมงาน สิ่งที่เขาชอบ ลักษณะต่าง ๆ นานา ถ้าท่านเรียนการตลาดหรืออะไรมา ท่านพอที่จะเข้าใจว่า รูปแบบวิธีการขายเดียวกันมันไม่สามารถใช้กับสินค้าทุกประเภทได้ ไม่สามารถใช้กับลูกค้า ทุกกลุ่มได้ ผมตั้งเปึนข้อสังเกตไว้ครับว่า สิ่งนี้ก็จะติดตามต่อไป ว่าท่านจะมีการประยุกต์ใช้ องค์ความรู้ด้านการตลาดมาสู่กรมของท่านอย่างไร ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปผู้แปรญัตตินะครับ ท่านปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ ครับ
เรียนประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๑ พรรคประชาชน ขอสไลด์ด้วยนะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ด Presentation)
ตามที่กระทรวงพาณิชย์ เสนอคำของบประมาณอยู่ที่ ๔,๕๙๖,๐๕๖,๕๐๐ บาท ผมจึงขอให้สภาพิจารณาปรับลด งบประมาณของกระทรวงพาณิชย์ลง ๓ เปอร์เซ็นต์ เปึนจำนวนเงิน ๑๓๗ ล้านกว่าบาท คงเหลือ ๔,๔๕๘,๑๗๔,๘๐๕ บาท ท่านประธานครับ เรามาดูกันว่าทำไมเราถึงควรพิจารณา ปรับลดงบประมาณนี้ หนึ่งในรายการที่ขอให้มีการพิจารณาปรับลดคือโครงการขับเคลื่อน เศรษฐกิจการค้าเพื่อความมั่งคั่ง มั่นคง และยั่งยืน ภายใต้สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งได้เสนอขอรับงบประมาณ จำนวน ๕๐ ล้านบาท ผมเข้าใจครับว่ากระทรวงพาณิชย์ คงทราบดีว่าเศรษฐกิจในโลกยุคปัจจุบันถูกขับเคลื่อนด้วยเศรษฐกิจดิจิทัลซึ่งจะเปึนแกนหลัก ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันและอนาคต ด้วยเทคโนโลยีที่ดีขึ้นและอินเทอร์เน็ต ที่มีความเร็วสูง และเข้าถึง และครอบคลุมหลากหลายพื้นที่ ทำให้คนใช้เทคโนโลยีพัฒนาอาชีพ ตัวเองได้มากขึ้น เช่น มีช่องทางขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ตามพฤติกรรมการใช้จ่ายของ ผู้บริโภค โดยโครงการ ๕๐ ล้านบาทนี้ ให้ความสำคัญไปกับการผลิตสื่อโฆษณารูปแบบต่าง ๆ ผมชวนทุกท่านมาดูรายละเอียดภายใต้งบประมาณ ๕๐ ล้านบาท มีประเด็นงบสื่อประชาสัมพันธ์ ตรงไหนบ้าง ข้อแรกครับ ในทุกส่วนของการทำงาน กระทรวงพาณิชย์ทำการเผยแพร่ ผ่านช่องทางต่าง ๆ แบ่งเปึนรายการบนโทรทัศน์ เปึนรายการยาว ๕๐ นาทีบ้าง หรือ Scoop ข่าวสั้น ๆ จำนวนเงิน ๑๖ ล้านบาทกว่า ข้อ ๒ สื่อ Social ๙,๗๗๕,๐๐๐ บาท ถัดไปครับ สื่อวิทยุอีกประมาณ ๑ ล้านบาท และสุดท้าย สื่อสิ่งพิมพ์กว่า ๕.๒ ล้านบาท รวม ๆ แล้ว งบประมาณจากโครงการนี้มีมูลค่า ๕๐ ล้านบาท กลายเปึนงบสื่อโฆษณาไปแล้ว กว่า ๓๐ ล้านบาท เมื่อเราดูดี ๆ ๓๐ ล้านบาทนี้ยังไม่ใช่การ Promote สินค้าของ กลุ่มเปัาหมายของท่านด้วยซ้ำ แต่เปึนการโฆษณามาตรการและนโยบายของท่านเฉย ๆ งบในส่วนของโฆษณาสินค้าให้กับกลุ่มเปัาหมายของท่านจริง ๆ มีเพียง ๑๐ ล้านบาทกว่า เท่านั้น สำหรับการ Promote สินค้าโดยมี Influencer เพียงจังหวัดละ ๒ สินค้าเท่านั้น คำถามคือ นี่เปึนการใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ ผลการศึกษาต่าง ๆ จาก Future Shopper ได้ชี้ให้เห็นว่า แม้คนไทยจะมีสัดส่วนของกลุ่มผู้ซื้อสินค้าออนไลน์ ที่มีจำนวนมากที่สุดในโลก แต่การตัดสินใจในการซื้อสินค้าออนไลน์ของพวกเขาเหล่านั้น ถูกกำหนดโดยปัจจัยที่มากกว่าแค่การ Promote สินค้าเพียงอย่างเดียว แต่มันต้องมีการ บริการจัดส่งที่รวดเร็วและเชื่อถือได้ ค่าใช้จ่ายในการจัดส่งสินค้าที่ต่ำ และ Trend ที่กำลังมา คือการปฏิบัติที่เปึนมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งโครงการนี้กลับไม่ได้พิจารณาปัจจัยสำคัญเหล่านี้เลย ผมเกรงว่าการทำเพียงสื่อโฆษณาสินค้าหรือโฆษณาแค่นโยบายของท่านโดยไม่บูรณาการกับ ภาคส่วนอื่น ๆ จะทำให้การลงทุนทำสื่อกว่า ๓๐-๔๐ ล้านบาทในโครงการนี้จะไม่สามารถบรรลุ เปัาหมายตามวัตถุประสงค์และส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แท้จริงได้ หรือก็คือ ไม่มั่นคง ไม่มั่งคั่ง และไม่ยั่งยืนตามชื่อโครงการของท่านนั่นเองครับ
มาดูกันอีกสักหนึ่งโครงการครับที่ผมจะขอให้พิจารณาในการปรับลดโครงการ คือการจัดงานวันสถาปนากระทรวงพาณิชย์ โดยเปัาหมายของงานนั้นคือหน่วยงาน ในกระทรวงจะทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และข่าวสารของกระทรวงได้รับการเผยแพร่ มากขึ้นด้วยงบประมาณ ๘๓๒,๒๐๐ บาท ๘๐๐,๐๐๐ บาทนี้ผลที่คาดว่าจะได้รับและวิธีการ ดำเนินการช่างขัดใจและขัดความรู้สึกมาก ๆ เลยครับ งานนี้กระทรวงเหมือนจะจัดงาน โดยจัดจ้างบริษัทเอกชนมาจัดการ ภายในโครงการนี้มีงบประมาณสำหรับโล่และเข็มร่างวัล เพชรพาณิชย์ ๒๐ ชุดรางวัล ราคาชุดละ ๑๕,๐๐๐ บาท รวมทั้งหมด ๓๐๐,๐๐๐ บาทครับ โดยผลที่คาดว่าจะได้รับคือการทำงานในกระทรวงที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ผมขอแนะนำว่า นำเงินเหล่านี้ โล่มูลค่าชุดละ ๑๕,๐๐๐ บาท รวมทั้งหมด ๒๐ ชุด เปึ้นเงินมูลค่า ๓๐๐,๐๐๐ บาท เอามาพัฒนาในส่วนอื่น ๆ ในองค์กรเพื่อเอื้อให้เกิดการทำงานที่ดีขึ้นกว่าเดิมมากกว่า การมอบโล่ ถ้าจะคาดหวังให้กระทรวงมีประสิทธิภาพมากขึ้น แทนที่จะแจกร่างวัลอย่างเดียว ท่านลองมุ่งเน้นไปที่วิธีการสร้างแรงจูงใจให้กับเจ้าหน้าที่ เช่น การพัฒนา Reward Management ที่จะเน้นกระตุ้นให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงหลักการ เงินเดือนที่เปึนธรรม สวัสดิการที่คุ้มค่า การรักษาสมดุลการทำงานและชีวิตส่วนตัว รางวัล ที่ขึ้นอยู่กับผลงานและโอกาสในการพัฒนาตนเองภายในองค์กร สิ่งเหล่านี้คือรากฐานสำคัญ ที่จะสร้างกระทรวงที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลยิ่งขึ้น สิ่งเหล่านี้มีมูลค่ามากกว่า การมอบโล่เกียรติคุณราคา ๑๕,๐๐๐ บาทอีกครับ ถ้าองค์กรนำไปปรับใช้จะทำให้คนทำงาน ในองค์กรและหน่วยงานต่าง ๆ ในกระทรวงจะทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และข่าวสาร ของกระทรวงได้รับการเผยแพร่มากขึ้นจากการตั้งใจและคุณภาพงานของคนทำงานครับ ด้วยเหตุผลดังกล่าวที่ผมได้ชี้แจงไปข้างต้น ผมจึงขอให้สภาแห่งนี้ได้พิจารณาปรับลด งบประมาณกระทรวงพาณิชย์ลง ๓ เปอร์เซ็นต์ เปึ้นจำนวนเงิน ๑๓๗,๘๘๑,๖๙๕ บาท กราบขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับผู้บริหารเทศบาลสังขะ จังหวัดสุรินทร์ ยินดีต้อนรับนะครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะผู้บริหารเทศบาลตำบลหนองจิก อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานีนะครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะผู้เข้าร่วม โครงการต้นกล้ารัฐสภาประจำป้ ๒๕๖๗ : กิจกรรม School in Parliament จำนวน ๑๒๐ ท่าน ยินดีต้อนรับทุกคณะนะครับ
ต่อไปนะครับท่านจุติ ไกรฤกษ์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรครวมไทยสร้างชาติ วันนี้ก็มีคำแปรญัตติข้อเสนอตัดงบประมาณ จะกราบเรียนท่านประธานว่าเนื่องจากให้เกียรติว่าเปึน Honeymoon คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ผมก็อยากจะฝากประเด็นที่สำคัญสำหรับประชาชนไปให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แล้วก็คณะกรรมาธิการนะครับ
เรื่องแรกครับ อยากจะถามว่าคณะกรรมาธิการได้สอบถามกระทรวงพาณิชย์ เรื่องของสินค้าแพงทั้งแผ่นดินหรือไม่ ค่าครองชีพสูง ผมเอาไข่เปึนตัววัดนะครับท่าน ไข่ต้ม ๖ บาท ๘ บาท ๑๐ บาท เอาสิ่งที่ประชาชนใช้ โอเลี้ยง ชาเย็น ๒๕ บาท ๓๕ บาท ๔๐ บาท ข้าวสารอีกด้วย ทั้งหมดนี้คือค่าครองชีพ กระทรวงพาณิชย์ได้บอกกับคณะกรรมาธิการไหม ว่าจะแก้ปัญหาของแพงทั้งแผ่นดินได้อย่างไร
ประการที่ ๒ ครับ เรื่องพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า ผมทราบว่า หลายพรรคการเมืองเสนอกฎหมายฉบับนี้เข้ามาเพื่อแก้ ทีนี้มันมี ๒ ประเด็นครับ ท่านประธานครับ คือประเด็นของโดยนิตินัย ไม่ผิด พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า แต่โดยพฤตินัยผิดหรือไม่ จะลดการผูกขาดให้มีการแข่งขันกันเพื่อชะลอราคาสินค้าไม่ให้เปึน ภาระกับประชาชนมากนัก ท่านจะสามารถส่งสินค้าสำคัญออกคือข้าว วันนี้ประเทศไทย เสีย Champ การส่งออกข้าวให้กับประเทศอินเดียนะครับ ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังประธานคณะกรรมาธิการ แล้วก็ท่านรองประธานด้วยว่าเปึนคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ
เรื่องของต้นทุนที่ทำให้สินค้าแพงก็เปึนเรื่องสำคัญนะครับ ผมเปรียบเทียบ ให้ฟังว่านายกรัฐมนตรีอินเดีย นายกรัฐมนตรีไทยไปต่างประเทศเหมือนกัน อินเดียกลับบ้าน ได้น้ำมันราคาถูกกับปุิยราคาถูก เราจะทำอย่างนั้นบ้างได้หรือไม่ ไทยไปขายผ้าข้าวม้าได้กี่ผืนแล้ว ใช้เวลาถูกต้องหรือไม่ ใช้ประเด็นการเจรจาถูกต้องเหมาะสมหรือไม่ การเจรจาเขตการค้าเสรี กับสหภาพยุโรปนั้น ซึ่งวันนี้สหภาพยุโรปนั้นมีมาตรฐานในเรื่องของสินค้าผลิตภัณฑ์ ต้องมาจากสิ่งแวดล้อมที่สามารถทำได้ ประเทศไทยพร้อมหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้า อาหารเกษตรแปรรูป วันนี้ท่านทราบไหมว่าสินค้าเกษตรแปรรูป สินค้าอุปโภคบริโภคนั้น ในยุโรปมี ๒ ราคา ราคาหนึ่งคือราคาพื้นฐานที่ยังไม่เปึนไปตามกฎหมายของสหภาพยุโรป เรื่องของสิ่งแวดล้อม ท่านต้องจ่ายแพงกว่าสินค้าที่ผลิตตามกฎหมาย นี่เปึนข้อจำกัด ของสินค้าไทยเปึนอย่างยิ่ง แล้วผมก็เชื่อว่ากระทรวงพาณิชย์นั้นวันนี้ภายใต้ รัฐบาลใหม่ นายกรัฐมนตรีใหม่ รัฐมนตรีใหม่นั้นจะใส่ใจแก้ปัญหาเหล่านี้ ผมก็จะไม่พูดอะไรให้บั่นทอน กำลังใจครับ ก็ฝากว่าท่านกรรมาธิการช่วยกรุณาชี้แจงด้วยว่าสิ่งเหล่านี้ท่านได้ปรึกษาหารือกัน ในคณะกรรมาธิการหรือไม่ ถ้ายังในฐานะที่ท่านอยู่ใน ครม. เศรษฐกิจ ท่านจะรับสิ่ง ต่าง ๆ เหล่านี้ ของแพง การแข่งขันทางการค้า การลดการผูกขาด การส่งออกข้าว สินค้าเกษตร สินค้าประมง แล้วก็อยากจะให้ฟังครับ ฟังสภาผู้แทนราษฎรมาก ๆ คำแนะนำ ต่าง ๆ มีประโยชน์ แล้วจะสามารถระดมสมองแก้ปัญหาสินค้าราคาแพงระหว่าง ภาคประชาชน ภาคเอกชน และภาครัฐบาล ผมหวังว่าสิ่งเหล่านี้จะเปึนสัญญาณส่งผ่าน คณะกรรมาธิการ ผ่านสภานะครับ ท่านรัฐมนตรีสุชาติ ขออภัยที่เอ่ยนาม ก็อยู่ในกระทรวง พาณิชย์ด้วย ก็ต้องแบกรับภาระนี้ไปด้วย ก็กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ
ต่อไปท่านสมาชิกจะอภิปรายอีก ๑ ท่าน ท่านวิชัย สุดสวาสดิ์ เชิญครับ ได้ยินไหมครับ ท่านวิชัย สุดสวาสดิ์ ไม่อยู่นะครับ ท่านกรรมาธิการจะชี้แจงไหมครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ และกรรมาธิการเสียงข้างมากครับ ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ครับ ได้มีท่านสมาชิกที่สงวน ความเห็นหลายท่านนะครับได้อภิปราย ผมต้องเรียนด้วยความเคารพ
ประเด็นแรกก่อนนะครับ ทุกโครงการที่ท่านได้ส่งความเปึนห่วงมา ไม่ว่าจะเปึน เรื่องของ Soft Power ต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับกระทรวงพาณิชย์ งบประมาณรวม ๒๕๐ กว่าล้านบาทเศษนะครับ งบประมาณในส่วนของประชาสัมพันธ์เองนะครับ งบประมาณในส่วนของการจัดงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของงานวันกระทรวงพาณิชย์เอง ต้องเรียนด้วยความเคารพว่าได้มีการสอบถามในชั้นกรรมาธิการอย่างละเอียด แล้วก็มีการ ติดตามในเรื่องของการใช้เม็ดเงินว่า ในครั้งก่อนในป้ก่อนหน้าได้มีการดำเนินการอย่างมี ความเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร เมื่อพิจารณาแล้วก็ได้มีการหารือกับหน่วยงานในการที่จะ ปรับลดงบประมาณในบางส่วน เพื่อให้เม็ดเงินเกิดประโยชน์สูงสุด รีดไขมันออกให้ได้ มากที่สุด แต่อย่างไรก็ตามยังคงถึงวัตถุประสงค์และเปัาหมายของโครงการที่ได้มีการตั้งไว้ สุดท้ายก็มีการพิจารณามาและมีการปรับลดปรับเปลี่ยนแก้ในเรื่องของเม็ดเงิน จนกระทั่ง เปึนสิ่งที่เราได้นำเสนอต่อท่านสมาชิกในวันนี้ ผมอยากจะเรียนด้วยความเคารพว่า งานของ กระทรวงพาณิชย์ในช่วงรอบ ๑ ป้ที่ผ่านมา ภายใต้การนำของท่านภูมิธรรม เวชยชัย ท่านรองนายกรัฐมนตรี ได้มีการจัดงานในลักษณะที่ท่านเห็นเม็ดเงินที่ท่านสอบถามมา หลายครั้ง มีการจ้าง Influencer เปึนต้นว่า Influencer จากประเทศจีนมาร่วมดำเนินการ ในการขายสินค้าไทย เช่นทุเรียนต่าง ๆ ใช้เวลาเพียงแค่วัน ๒ วัน สามารถนำเม็ดเงิน เข้าประเทศได้เปึนพันล้านบาท ซึ่งเปึนผลงานที่น่าพึงพอใจของกระทรวงพาณิชย์ ในการที่จะช่วยนำสินค้าไทยไปสู่ตลาดโลก เรื่องของการจัดงานในภาพรวมเองก็ตามนะครับ ก็มีข้อห่วงใยอย่างที่ท่านได้เรียน เรื่องของการจัดงานวันกระทรวงพาณิชย์ แต่อย่างไรก็ตาม ผมต้องเรียนด้วยความเคารพว่า ไม่อยากให้ดูเม็ดเงินและเม็ดงานต่าง ๆ เปึ้นชิ้นนะครับ เพราะถ้าหยิบมาเปึนชิ้นเราก็จะเห็นเพียงแค่งบประมาณในการจัดงาน ๑ วัน คือวันที่มีการ จัดงานและมีการถ่ายทอด มีการทำพิธีกรรมต่าง ๆ แต่ในข้อเท็จจริงนั้นงบประมาณทั้งหมด มันร้อยเรียงเข้าด้วยกันเปึ้นตัวกระทรวงทั้ง ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท เกือบ ๕,๐๐๐ ล้านบาท มันคือภารกิจึงานที่พี่น้องข้าราชการในกระทรวงพาณิชย์ต้องปฏิบัติภารกิจในการช่วยเหลือ พี่น้องภาคเอกชน ในการพัฒนาสินค้าของภาคเอกชน ในการที่จะไป Promote สินค้าของ ภาคเอกชน นำสินค้าเหล่านั้นไปขายต่างประเทศ ไปขายในประเทศเองก็ตาม จนร้อยเรียง เข้าด้วยกัน แต่ว่ามันไปจบอยู่ที่งาน ๑ งานที่ท่านสอบถามมา ก็คืองานที่เขาจัดงาน มอบรางวัลต่าง ๆ แต่มันไม่สามารถดูเพียงงานงานเดียวได้ต้องดูเปึนองค์รวม จึงจะเห็น ภารกิจของกระทรวงพาณิชย์ที่ได้ทำ และสามารถก่อให้เกิดประโยชน์กับภาคเอกชน กับพี่น้องประชาชนคนไทยได้มากเพียงไรนะครับ
ในส่วนของท่านจุติ ไกรฤกษ์ ต้องเรียนด้วยความเคารพครับ แน่นอนครับ ภารกิจึงานของกระทรวงพาณิชย์มีความยากและละเอียดอ่อนนะครับ เราก็อยากให้ราคา สินค้าเกษตรของพี่น้องประชาชนเพิ่มสูงขึ้น ในรอบป้ที่ผ่านมาสินค้าเกษตรโดยเฉลี่ยโดยรวม มีระดับราคาที่ขยับตัวเพิ่มสูงขึ้นในระดับที่น่าพึงพอใจ แต่อย่างไรก็ตามราคาสินค้าเกษตร ที่เพิ่มมากขึ้นก็กระทบกับผู้บริโภคในอีกมิติหนึ่ง คือในเรื่องของค่าครองชีพ ซึ่งกระทรวง พาณิชย์เองก็เช่นเดียวกันก็ต้องบริหารจัดการให้พี่น้องประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าอุปโภค บริโภคในราคาที่มีความเหมาะสมและเปึนธรรม ในภารกิจอื่น ๆ เรื่องของ FTA เราก็เดินหน้า โดยเฉพาะ FTA กับ EU นะครับ ซึ่งได้รับคำตอบจากหน่วยงานว่า เราได้เดินหน้าการเจรจา ไปอย่างน่าพึงพอใจ ซึ่งภารกิจทั้งหมดผมเข้าใจครับ แล้วก็ได้รับโจทย์จากท่านมา ซึ่งผมก็เชื่อมั่นว่าทางกระทรวงพาณิชย์เอง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์คนใหม่ ซึ่งก็ติดตามการทำงานของสภาในขณะนี้นะครับ เชื่อว่าท่านก็จดโน้ต เราก็จะนำเอา ข้อคิดเห็นของท่านสมาชิกไปพิจารณาเพื่อที่จะวางนโยบาย วางกรอบการทำงานเพื่อให้เกิด ประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะเรื่องของปัญหา เรื่องของค่าครองชีพต่าง ๆ ซึ่งกลไกที่เราพิจารณาอยู่ในขณะนี้คือตัวงบประมาณป้ ๒๕๖๘ นั่นเอง นี่คือเครื่องมือ กลไก และอาวุธสำหรับพี่น้องข้าราชการ สำหรับใครที่จะมาเปึ้นผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ในการ ที่จะนำเม็ดเงินไปแก้ปัญหาให้กับพี่น้องเอกชนและพี่น้องประชาชนตามที่ท่านตั้งหวังไว้ ก็ขออนุญาตท่านนะครับ ทางกรรมาธิการเสียงข้างมากยืนยันในความเห็นที่มีและนำเสนอต่อ สภาผู้แทนราษฎรนะครับ ขอบพระคุณครับ