ปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ ขอใช้สไลด์นำเสนอประกอบการอภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยตั้งข้อสังเกตถึงความไม่สมดุลในการจัดสรรงบประมาณของกระทรวงพาณิชย์ ทั้งในส่วนโครงการ 50 ล้านบาทที่ใช้เงินสื่อโฆษณาเกินครึ่ง ขณะที่การสนับสนุนการขายสินค้ามีสัดส่วนน้อย และการใช้งบประมาณจัดงานวันสถาปนาที่มีค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย เช่น ค่าโล่รางวัลที่สูงเกินควร จึงเรียกร้องให้ทบทวนการจัดสรรงบประมาณ พร้อมเสนอให้ลดลง 3 เปอร์เซ็นต์ และนำเงินที่ประหยัดได้ไปพัฒนาระบบแรงจูงใจเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพองค์กรอย่างยั่งยืน
เรียนประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๑ พรรคประชาชน ขอสไลด์ด้วยนะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ด Presentation)
ตามที่กระทรวงพาณิชย์ เสนอคำของบประมาณอยู่ที่ ๔,๕๙๖,๐๕๖,๕๐๐ บาท ผมจึงขอให้สภาพิจารณาปรับลด งบประมาณของกระทรวงพาณิชย์ลง ๓ เปอร์เซ็นต์ เปึนจำนวนเงิน ๑๓๗ ล้านกว่าบาท คงเหลือ ๔,๔๕๘,๑๗๔,๘๐๕ บาท ท่านประธานครับ เรามาดูกันว่าทำไมเราถึงควรพิจารณา ปรับลดงบประมาณนี้ หนึ่งในรายการที่ขอให้มีการพิจารณาปรับลดคือโครงการขับเคลื่อน เศรษฐกิจการค้าเพื่อความมั่งคั่ง มั่นคง และยั่งยืน ภายใต้สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งได้เสนอขอรับงบประมาณ จำนวน ๕๐ ล้านบาท ผมเข้าใจครับว่ากระทรวงพาณิชย์ คงทราบดีว่าเศรษฐกิจในโลกยุคปัจจุบันถูกขับเคลื่อนด้วยเศรษฐกิจดิจิทัลซึ่งจะเปึนแกนหลัก ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันและอนาคต ด้วยเทคโนโลยีที่ดีขึ้นและอินเทอร์เน็ต ที่มีความเร็วสูง และเข้าถึง และครอบคลุมหลากหลายพื้นที่ ทำให้คนใช้เทคโนโลยีพัฒนาอาชีพ ตัวเองได้มากขึ้น เช่น มีช่องทางขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ตามพฤติกรรมการใช้จ่ายของ ผู้บริโภค โดยโครงการ ๕๐ ล้านบาทนี้ ให้ความสำคัญไปกับการผลิตสื่อโฆษณารูปแบบต่าง ๆ ผมชวนทุกท่านมาดูรายละเอียดภายใต้งบประมาณ ๕๐ ล้านบาท มีประเด็นงบสื่อประชาสัมพันธ์ ตรงไหนบ้าง ข้อแรกครับ ในทุกส่วนของการทำงาน กระทรวงพาณิชย์ทำการเผยแพร่ ผ่านช่องทางต่าง ๆ แบ่งเปึนรายการบนโทรทัศน์ เปึนรายการยาว ๕๐ นาทีบ้าง หรือ Scoop ข่าวสั้น ๆ จำนวนเงิน ๑๖ ล้านบาทกว่า ข้อ ๒ สื่อ Social ๙,๗๗๕,๐๐๐ บาท ถัดไปครับ สื่อวิทยุอีกประมาณ ๑ ล้านบาท และสุดท้าย สื่อสิ่งพิมพ์กว่า ๕.๒ ล้านบาท รวม ๆ แล้ว งบประมาณจากโครงการนี้มีมูลค่า ๕๐ ล้านบาท กลายเปึนงบสื่อโฆษณาไปแล้ว กว่า ๓๐ ล้านบาท เมื่อเราดูดี ๆ ๓๐ ล้านบาทนี้ยังไม่ใช่การ Promote สินค้าของ กลุ่มเปัาหมายของท่านด้วยซ้ำ แต่เปึนการโฆษณามาตรการและนโยบายของท่านเฉย ๆ งบในส่วนของโฆษณาสินค้าให้กับกลุ่มเปัาหมายของท่านจริง ๆ มีเพียง ๑๐ ล้านบาทกว่า เท่านั้น สำหรับการ Promote สินค้าโดยมี Influencer เพียงจังหวัดละ ๒ สินค้าเท่านั้น คำถามคือ นี่เปึนการใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ ผลการศึกษาต่าง ๆ จาก Future Shopper ได้ชี้ให้เห็นว่า แม้คนไทยจะมีสัดส่วนของกลุ่มผู้ซื้อสินค้าออนไลน์ ที่มีจำนวนมากที่สุดในโลก แต่การตัดสินใจในการซื้อสินค้าออนไลน์ของพวกเขาเหล่านั้น ถูกกำหนดโดยปัจจัยที่มากกว่าแค่การ Promote สินค้าเพียงอย่างเดียว แต่มันต้องมีการ บริการจัดส่งที่รวดเร็วและเชื่อถือได้ ค่าใช้จ่ายในการจัดส่งสินค้าที่ต่ำ และ Trend ที่กำลังมา คือการปฏิบัติที่เปึนมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งโครงการนี้กลับไม่ได้พิจารณาปัจจัยสำคัญเหล่านี้เลย ผมเกรงว่าการทำเพียงสื่อโฆษณาสินค้าหรือโฆษณาแค่นโยบายของท่านโดยไม่บูรณาการกับ ภาคส่วนอื่น ๆ จะทำให้การลงทุนทำสื่อกว่า ๓๐-๔๐ ล้านบาทในโครงการนี้จะไม่สามารถบรรลุ เปัาหมายตามวัตถุประสงค์และส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แท้จริงได้ หรือก็คือ ไม่มั่นคง ไม่มั่งคั่ง และไม่ยั่งยืนตามชื่อโครงการของท่านนั่นเองครับ
มาดูกันอีกสักหนึ่งโครงการครับที่ผมจะขอให้พิจารณาในการปรับลดโครงการ คือการจัดงานวันสถาปนากระทรวงพาณิชย์ โดยเปัาหมายของงานนั้นคือหน่วยงาน ในกระทรวงจะทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และข่าวสารของกระทรวงได้รับการเผยแพร่ มากขึ้นด้วยงบประมาณ ๘๓๒,๒๐๐ บาท ๘๐๐,๐๐๐ บาทนี้ผลที่คาดว่าจะได้รับและวิธีการ ดำเนินการช่างขัดใจและขัดความรู้สึกมาก ๆ เลยครับ งานนี้กระทรวงเหมือนจะจัดงาน โดยจัดจ้างบริษัทเอกชนมาจัดการ ภายในโครงการนี้มีงบประมาณสำหรับโล่และเข็มร่างวัล เพชรพาณิชย์ ๒๐ ชุดรางวัล ราคาชุดละ ๑๕,๐๐๐ บาท รวมทั้งหมด ๓๐๐,๐๐๐ บาทครับ โดยผลที่คาดว่าจะได้รับคือการทำงานในกระทรวงที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ผมขอแนะนำว่า นำเงินเหล่านี้ โล่มูลค่าชุดละ ๑๕,๐๐๐ บาท รวมทั้งหมด ๒๐ ชุด เปึ้นเงินมูลค่า ๓๐๐,๐๐๐ บาท เอามาพัฒนาในส่วนอื่น ๆ ในองค์กรเพื่อเอื้อให้เกิดการทำงานที่ดีขึ้นกว่าเดิมมากกว่า การมอบโล่ ถ้าจะคาดหวังให้กระทรวงมีประสิทธิภาพมากขึ้น แทนที่จะแจกร่างวัลอย่างเดียว ท่านลองมุ่งเน้นไปที่วิธีการสร้างแรงจูงใจให้กับเจ้าหน้าที่ เช่น การพัฒนา Reward Management ที่จะเน้นกระตุ้นให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงหลักการ เงินเดือนที่เปึนธรรม สวัสดิการที่คุ้มค่า การรักษาสมดุลการทำงานและชีวิตส่วนตัว รางวัล ที่ขึ้นอยู่กับผลงานและโอกาสในการพัฒนาตนเองภายในองค์กร สิ่งเหล่านี้คือรากฐานสำคัญ ที่จะสร้างกระทรวงที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลยิ่งขึ้น สิ่งเหล่านี้มีมูลค่ามากกว่า การมอบโล่เกียรติคุณราคา ๑๕,๐๐๐ บาทอีกครับ ถ้าองค์กรนำไปปรับใช้จะทำให้คนทำงาน ในองค์กรและหน่วยงานต่าง ๆ ในกระทรวงจะทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และข่าวสาร ของกระทรวงได้รับการเผยแพร่มากขึ้นจากการตั้งใจและคุณภาพงานของคนทำงานครับ ด้วยเหตุผลดังกล่าวที่ผมได้ชี้แจงไปข้างต้น ผมจึงขอให้สภาแห่งนี้ได้พิจารณาปรับลด งบประมาณกระทรวงพาณิชย์ลง ๓ เปอร์เซ็นต์ เปึ้นจำนวนเงิน ๑๓๗,๘๘๑,๖๙๕ บาท กราบขอบคุณครับ