ธีระชัย แสนแก้ว อภิปรายร่างงบประมาณปี 2568 โดยสนับสนุนวงเงินดังกล่าวในทั้งวาระที่ 2 และ 3 พร้อมเน้นย้ำความจำเป็นในการจัดสรรงบประมาณให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์อย่างเพียงพอ เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายเพิ่มรายได้เกษตรกรให้ได้ 3 เท่าภายใน 4 ปี ผ่านนโยบายที่ครอบคลุมทั้งระยะสั้น กลาง และยาว โดยเสนอให้ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรผ่านการบูรณาการภาคการเกษตรกับการท่องเที่ยว เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติและยกระดับภาพลักษณ์ประเทศ พร้อมเรียกร้องการบริหารงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อสนับสนุนการตลาดสินค้าเกษตร เทคโนโลยี และการประสานงานระหว่างหน่วยงานอย่างเป็นระบบ โดยอ้างอิงปัญหาน้ำท่วมและผลผลิตอ้อยในภาคอีสานเป็นตัวอย่างความจำเป็นของนโยบายที่ชัดเจนและยั่งยืน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย กระผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานเพื่อที่จะร่วมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ ในวันนี้ ซึ่งกระผมได้แปรญัตติตัด ๑.๕ เปอร์เซ็นต์ เพื่อที่จะขอพูดครับ ถ้าไม่ได้แปรญัตติตัดไม่มีโอกาสที่จะได้พูดครับ เพราะฉะนั้นอย่างไรก็แล้วแต่ขอเรียนกับท่านประธานไว้ก่อนว่า ผมสนับสนุนงบประมาณ ทั้งวาระที่ ๒ และวาระที่ ๓ ท่านประธานที่เคารพครับ ประเทศไทยเปึนเมืองเกษตรก็เปึน ที่ทราบกันดีอยู่แล้วนะครับว่า ผลิตภัณฑ์ทางด้านการเกษตรสร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชน เปึนอย่างมาก และข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งที่เราไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้วันนี้ก็คือ พี่น้องเกษตรกร มีปัญหาขาดทุน เพราะพืชเกษตรหลายตัวที่มีปัญหาสะสมกันมา อาจจะเพิ่งมาฟุ๋นอยู่บ้าง เปึ้นบางตัว เพราะฉะนั้นขาดทุนมา ๕ ป้ มาฟุ๋นป้หนึ่งมันก็เปึ้นเรื่องยากนะครับท่านประธาน ปัญหาต้นทุนแพง ไม่ว่าจะทั้งปุิย ทั้งยาฆ่าแมลง ยาอะไรต่าง ๆ เยอะแยะ วัสดุ อุปกรณ์ต่าง ๆ ทางด้านการเกษตรมันก็เปึนปัญหาดังที่เราได้ทราบกันดี ท่านประธานครับ ป้นี้กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ได้รับงบประมาณเท่าที่ผมอ่านอยู่ตรงจุดนี้นะครับว่า ทั้งหมด ๕๖,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเปึนกระทรวงที่ได้รับงบประมาณ ถ้าพูดถึงน้อยมาก กระทรวงเกษตร และสหกรณ์เปึนกระทรวงใหญ่เช่นเดียวกันนะครับ ถ้าเรานำงบประมาณที่ได้รับมา เปรียบเทียบกับกิจการที่ต้องดูแลพี่น้องประชาชน ตามกิจการต่าง ๆ ๕๖,๐๐๐ ล้านบาท ยังต้องกระจายไปที่หน่วยงานต่าง ๆ อีกไม่ต่ำกว่า ๑๗ หน่วยงานครับท่านประธาน ท่านประธานครับ กระผมเข้าไปดูในเอกสารของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ซึ่งสังกัดอยู่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือ สศก. ผมเข้าไปดูพบว่าการตั้งงบประมาณกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ในกรอบให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ทั้งหมด ๒๖ ประเด็น จาก ๑๔๒ ประเด็นครับท่านประธาน ซึ่งดูแล้วนโยบายทั้งหมดนี้เพื่อสนองต่อเปัาหมายของรัฐบาลชุดนี้ คือเราต้องการขับเคลื่อนทางด้านเกษตรให้เปึ้นรูปธรรม เปัาหมายที่พี่น้องเกษตรกรต้องมี รายได้ ๓ เท่าภายในกี่ป้ ท่านประธานเคยได้ยินมา เกษตรกรต้องมีรายได้ไม่ต่ำกว่า ๓ เท่า ในรอบ ๔ ป้ นี่คือเปัาหมายสำคัญของรัฐบาลชุดนี้ครับท่านประธาน ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมี รัฐบาลชุดไหนที่กล้าประกาศอย่างนี้ ไม่ชัดเจนเท่านี้ นี่เปึนการท้าทายในการที่จะทำ แต่ในขณะเดียวกันเปัาหมายนี้แสดงว่า รัฐบาลชุดนี้มีความตั้งใจในการที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรอย่างตรงไปตรงมาและมีความ จริงจัง ท่านประธานครับ การขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อให้ไปสู่ เปัาหมายได้เปึน ๓ เท่าให้แก่พี่น้องเกษตรกรนั้นได้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น รัฐบาล กระทรวง เกษตรและสหกรณ์จะต้องมีการดำเนินการทั้งนโยบายระยะสั้นไปถึงระยะกลาง ทั้งนโยบาย ระยะกลางและนโยบายระยะยาว ก็คือระยะกลางไปถึงระยะยาว ผมอยากจะขอกราบเรียน เพราะมันเกี่ยวข้องกับเรื่องงบประมาณเช่นเดียวกันนะครับท่านประธาน เมื่อระยะสั้นควรจะ มีการใช้งบประมาณอย่างไรบ้าง คำตอบ ก็คือว่าเราจะต้องมีงบประมาณ ใช้งบประมาณ ในมิติใหม่ ๆ ลบภาพเก่า ๆ ออกไป มีทางเลือกใหม่ วิถีชีวิตจากวิถีเดิม อย่างเช่น นโยบาย ระยะสั้น
อย่างแรก คือการส่งเสริมการท่องเที่ยว ต้องยอมรับกันตรง ๆ ว่าประเทศไทย ได้รับเงินจากการท่องเที่ยวมากกว่าอย่างอื่นทั้งหมด เพราะฉะนั้นกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ควรจะบูรณาการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการท่องเที่ยว ท่านประธาน เวลาเราขับรถ ออกไปตามต่างจังหวัดเราจะเห็นทุ่งนามีร้านกาแฟแล้วท่านประธานครับ มีการจัดทำ ทางด้านการเกษตรโน่น นี่ นั่น ถ้าไปบนภูเขา บนภูเขาก็จะมีร้านอาหารอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ คือเชิงเกษตรครับท่านครับ ฝรั่งเขาไม่เคยเห็นมีคนไถนา เพราะฉะนั้นเขาต้องการจะมาดู เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ ยิ่งตอนนี้การท่องเที่ยวทางการเกษตร ซึ่งเปึนการท่องเที่ยวที่เปึนการ ดึงดูดวิถีชีวิตของชาวต่างชาติมากมาย บ้านเราก็ได้เปรียบทางอื่นครับ เพราะว่าประเทศไทย เราเกือบประมาณไม่ต่ำกว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ก็คือเกษตร เพราะฉะนั้นจะปลูกอะไรก็ได้ แล้วแต่ทุกภาค แล้วแต่พี่น้อง ไม่ว่าจะเปึนภาคกลาง ภาคเหนือ ท่องเที่ยวในส่วนลำไยก็ได้ครับ ท่านครับ นี่มันเปึนโอกาสที่จะเปึนการดึงดูดต่างชาติเข้ามา แล้วก็เรียกความเชื่อมั่นเข้ามาสู่ ประเทศไทย
ระยะสั้นที่ ๒ ท่านประธานครับ ที่กระผมเห็นว่าจะต้องใช้งบประมาณ การใช้ งบประมาณเพื่อหาตลาดสินค้าทางด้านการเกษตรว่า หาตลาดทางด้านการเกษตรเปึนการ ทำงานเชิงรุก อย่างท่านอดีตนายกรัฐมนตรีที่ทำมา แม้กระทั่งท่านภูมิธรรม เวชยชัย ซึ่งอยู่ กระทรวงพาณิชย์ เปึนรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านก็ ไปหาตลาดครับ ไปหาตลาดต่างช่วยกัน เพราะว่าของเราไม่กินหมดหรอกครับ ผลิตขึ้นมา ไม่ว่าจะเปึนข้าว อ้อย มันสำปะหลัง ยางพาราทุกอย่างส่งออกนอกทั้งหมด เรามีรายได้ ตรงจุดนี้ เราจะมีวิธีการอย่างไรถึงจะได้ตรงจุดนี้ เราต้องใช้งบประมาณในการบริหารจัดการ เรื่องนี้ ก็คือว่าเรามีทูตพาณิชย์ ทูตเกษตรก็มีครับท่านประธาน ต้องบูรณาการกัน เกษตรผลิต พาณิชย์ขาย มีทูตทั่วโลกครับ เพราะฉะนั้นตรงจุดนี้ผมอยากจะกราบเรียนว่า การผลิตในแต่ละช่วงเวลาเราก็ต้องเช็กว่าลำไยออกฤดูไหน ทุเรียนออกฤดูไหน ช่วงเวลา ของแต่ละฤดู ผลผลิตผลไม้ ลองกองออกเวลาไหน อะไรออกเวลาไหน ลักษณะอย่างนี้ คือถ้าเราหาตลาดได้ส่งออกได้อย่างมาก ๆ นี่คือเกษตร ผมต้องขอชื่นชมท่านภูมิธรรม เมื่อ ๒ วันก่อน เมื่อวันจันทร์ เพราะฉะนั้นเราได้มีการหารือโดยที่พี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อย ผมเปึนมนุษย์อ้อยนะครับ เพราะฉะนั้นได้ไปพบปะกับท่าน ให้แนวความคิดอะไรต่าง ๆ ท่านก็รับในการที่พิจารณาว่าเราจะสร้างความเจริญก้าวหน้าอย่างไรดีให้มีความปลอดภัย ไม่ว่าจะเปึน PM2.5 ไม่ว่าในอนาคตของเรา เพราะฉะนั้นอยากจะขอกราบเรียนกับท่าน ทั้งหลายว่า เอายกตัวอย่างง่าย ๆ ในภาคอีสานของผม มีอ้อยอยู่ประมาณ ๕๐ ล้านตัน มากกว่าประเทศออสเตรเลียอีก ประเทศออสเตรเลียมีอ้อย เมื่อก่อนเปึนผู้นำโลกเลย ประเทศออสเตรเลีย มีอยู่ ๓๕ ล้านตัน เพราะฉะนั้นในจุดนี้ก็เปึนส่วนหนึ่งในการที่กระทรวง เกษตรและสหกรณ์จะต้องวางล็อกในการว่าภาคนี้จะปลูกอะไร ภาคนี้จะปลูกอะไร เราจะ ส่งเสริมพันธุ์อ้อยดี ๆ หรือจะทำอะไรต่าง ๆ ให้ยางพาราก็ไปได้ดี ข้าว อ้อย มันสำปะหลัง ยาง ๓-๔ อย่างนี้ เพราะฉะนั้นตรงจุดนี้ อยากจะให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มีงบประมาณไปตามกรมต่าง ๆ เยอะแยะไปหมด ตั้งแต่สำนักงานปลัดกระทรวง สศก. กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมอะไรต่าง ๆ เยอะแยะทั้ง ๑๗ หน่วยงาน ให้ออกเอามิติใหม่ ๆ ขึ้นมา เทคโนโลยีใหม่ ๆ แนะนำเข้าในการ ที่จะทำให้เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้เปึ้นที่ประจักษ์ให้กับพี่น้องเกษตรกร ไม่ใช่ว่าให้เกษตรตำบล ไปอบรม พริก มะเขื่อ เกลือ ปลาร้า เล็ก ๆ น้อย ชาวบ้านพื้นฐานก็รู้อยู่แล้ว ก็อบรมอยู่นั่น ละครับ อบรมไปมันไม่มีมรรคมีผลอะไรครับ ต้องทำเรื่องใหญ่ ๆ อย่างกรณีที่น้ำท่วม ภาคเหนือเอาสักหน่อยครับก่อนลงครับ น้ำท่วมภาคเหนือโครงการใหญ่ ๆ ก็ยุบลงมาไปทำ ฝ่ายดินซีเมนต์เสีย เพราะฉะนั้นฝ่ายแกนซีเมนต์ที่ถกเถียงกันอยู่ก็ทำมา โดยเฉพาะภาคอีสาน ของพวกผม แม่น้ำมูล แม่น้ำชี้ ถ้าทำตรงนี้ เพื่อไปทำแก้มลิงอะไรต่าง ๆ เปึนล็อก เปึนล็อก เปึ้นล็อกไป มันจะใช้เงินไม่มาก ถ้าคิดไม่ออกก็เอานโยบายของท่านยิ่งลักษณ์ที่เปึน นายกรัฐมนตรีสมัยนั้น โครงการนี้จะแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้ดี ไม่ใช่ถึงเวลาก็ขุด ขุดแล้วถม ถมแล้วขุดอยู่อย่างนั้น มันไม่มีประโยชน์อะไรครับ ผมขออภิปรายเพียงเท่านี้ เพราะว่าเห็น ท่านประธานยึกยัก ๆ ผมก็เกรงใจครับ ขอขอบคุณครับท่านประธาน ผมขอสนับสนุน มาตรานี้ แล้วก็ทุกมาตราด้วย วาระที่ ๒ วาระที่ ๓ ขอกราบขอบคุณครับ