ณัฏฐ์ชนน หารืองบเกษตรฯ 5% ตั้งคำถามดูแลเกษตรกรรากหญ้า

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๔ กันยายน ๒๕๖๗

ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ หารือประเด็นการจัดสรรงบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเสนอให้ลดงบ 5 เปอร์เซ็นต์เพื่อนำไปใช้แก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ พร้อมตั้งคำถามถึงความล่าช้าของโครงการใหญ่ การขาดแผนยุทธศาสตร์ระยะยาว และปัญหาการดูแลเกษตรกรรากหญ้า รวมถึงหยิบยกปัญหาข้าวไทยที่เสียส่วนแบ่งตลาดให้เวียดนามแม้มีคุณภาพดี ราคารับซื้อยางที่ตกต่ำต่อเนื่อง ความผันผวนของราคาทุเรียน และความกังวลเรื่องแคดเมียมที่อาจกระทบการส่งออก จึงเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงลึกในนโยบายและสนับสนุนภาคเกษตรอย่างจริงจังเพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันและรายได้ของเกษตรกรอย่างยั่งยืน

นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สงขลา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๗ อำเภอนาทวี อำเภอสะบ้าย้อย ตำบลลำไพลของอำเภอเทพา ท่านประธานครับ มาตรา ๑๒๔ งบประมาณ รายจ่ายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานในกำกับ ตั้งงบประมาณไว้ ๕๖,๒๙๗ ล้านบาทโดยประมาณ ผมเองขอปรับลด ๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ เราอภิปรายปรึกษาหารือในเรื่องสินค้าเกษตรเกือบทุกสัปดาห์ครับ ปัญหาเกษตรกรไทย ในอดีตครับท่านประธาน ๑. ขาดความรู้ ๒. ขาดแหล่งเงินทุน ๓. ขาดการสนับสนุนจาก หน่วยงานของรัฐ ๔. ต้องต่อสู้กับธรรมชาติครับ น้ำแล้ง น้ำท่วม และฝนทิ้งช่วง แถมด้วย พายุครับท่านประธาน ๕. ตลาดระบายสินค้าเกษตรถูกพ่อค้าคนกลางกดราคา นี่คือเรื่องราว ในอดีตครับท่านประธาน ปัจจุบันรัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้แก้ปัญหาข้างต้น ไปมากแล้วครับท่านประธาน ผมไม่ได้ติดใจรัฐบาล ไม่ได้ติดใจรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ และไม่ได้ติดใจกรรมาธิการที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ แต่สิ่งที่จะอภิปราย เปึ้นประโยชน์กับพี่น้องเกษตรกรและข้าราชการที่กำลังมอนิเตอร์อยู่ในขณะนี้ว่า จะแก้ปัญหาอย่างไรในรอบหน้า ท่านประธานครับ ผมเองมีคำถามอยู่ในหัวใจตลอดมา ๑. รัฐบาลลืมเกษตรกรรากหญ้าแล้วหรือยัง ๒. โครงการ Megaproject เหมือนที่รัฐบาลได้ทำ โครงการอื่น ๆ Megaproject ในด้านเกษตรแทบจะไม่มีในปัจจุบัน ๓. เราแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ให้กับเกษตรกรทุกป้ พอถึงวงรอบป้พวกผมเองก็ต้องลุกมาอภิปรายในสภาเพื่อให้กระทรวง เกษตรและสหกรณ์และรัฐบาลแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เปึ้นแบบนี้มาเปึ้นสิบ ๆ ป้แล้วครับ ตัวผมเอง ไม่ปลื้มเท่าไร ไม่ปลื้มเรื่องอะไรครับ ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ป้ เพราะที่มาของยุทธศาสตร์ แต่เมื่อไปศึกษายุทธศาสตร์ ๒๐ ป้ครับท่านประธาน ป้ ๒๕๖๐-๒๕๘๐ ในด้านการเกษตร ท่านรู้ไหมครับ เขียนไว้ละเอียดยิบครับ เรามีเกษตรกรที่เกี่ยวข้องกับภาคเกษตรในวันนี้ ๒๔ ล้านคน เกือบครึ่งหนึ่งของประเทศครับ เพราะฉะนั้นยุทธศาสตร์ด้านการเกษตรที่ผมบอกไว้ เขียนไว้ดีมาก ฝากไปยังรัฐบาลใหม่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ท่านใหม่ และเจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในวันนี้นะครับว่า ในอนาคตการจัดทำงบประมาณ ป้ ๒๕๖๙ ท่านอย่าไปอ้างยุทธศาสตร์อย่างเดียว แต่ไปลงในรายละเอียด ผมเชื่อมั่นครับ ท่านประธาน เราสามารถจะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรได้ ผมจะไม่ลงรายละเอียด เพราะเวลามันน้อย เพราะฉะนั้นผมเองจะสะท้อนให้เห็นสินค้าเกษตร ๓ ตัวครับท่านประธาน

ท่านประธานตอนที่อยู่ข้างล่างท่านอภิปรายทุกครั้งผมติดตามตลอด โดยเฉพาะเรื่องข้าวครับท่านประธาน ปรากฏว่าเดือนมกราคมจนถึงเดือนเมษายน ๔ เดือนแรกของป้ ๒๕๖๗ เราส่งออกข้าวไป ๗๐,๑๕๘ ล้านบาท อันดับหนึ่งเลยครับ ต่อไป ก็คือย่างพารา ๓๕,๓๗๗ ล้านบาท ผมไม่ได้เรียงลำดับ แต่มาดูทุเรียนครับท่านประธาน ๔๕,๗๘๐ ล้านบาท ทุเรียนแซงยางพารา มันเกิดอะไรขึ้น เพราะฉะนั้นนี่ก็คือการส่งออก ๔ เดือนแรก ท่านประธานครับ ผมเองเปึนอนุกรรมาธิการฝ๊กอบรมของกรรมาธิการชุดนี้ครับ ปรากฏว่าอธิบดีกรมการข้าวมานั่งในที่ประชุม ผมเองถามว่า ท่านอธิบดี ทำไมประเทศไทย แพ้เวียดนาม ทำไมประเทศไทยแพ้เวียดนามในเรื่องข้าว เราด้อยในเรื่องอะไร ท่านประธาน รู้ไหมครับท่านอธิบดีตอบว่าอย่างไร ท่าน สส. ผมน้ำตาจะไหล น้ำตาจะไหลถ้าพูดถึงเรื่องข้าว เพราะอะไรครับ ประเทศไทยไม่แพ้เวียดนามสักเรื่องครับ ข้าวอร่อย คุณภาพดี งานวิจัย สุดยอด และพันธุ์ข้าวดีที่สุด แต่ท่านประธานครับ ปรากฏว่ามีการไปประกวดข้าว ณ เวทีหนึ่ง ภาคเอกชนของไทยก็เลย เอาข้าวไปส่งประกวด เลยแพ้เวียดนามครับ ไม่ได้ผ่านกรมการข้าว เอาข้าวคุณภาพดีไปแข่ง ปรากฏว่าเวทีนั้นเปึ้นเวทีตัดสินทำให้ข้าวไทยคุณภาพต่ำในตลาดโลก เห็นไหมครับ ผมว่า เอ๊ะ ท่านอธิบดีน้ำตาไหล นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับข้าว เพราะฉะนั้นวันนี้ท่านเดินทางไปทั่วโลกไปดูงาน ปรากฏว่า จาก Shelf มีข้าวของใครครับ เวียดนามครับท่านประธาน เราจะแก้ปัญหาอย่างไร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะแก้อย่างไร กระทรวงพาณิชย์จะแก้ไขอย่างไร

ท่านประธานครับ ไม่พูดเรื่องยาง ไม่ได้ วันนี้พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง ป้ ๒๕๕๗ ท่านประธานจำได้ ปฏิวัติ ปรากฏว่าวันนั้นไปเรียกร้องราคา ๑๒๐ บาท รัฐบาลไม่ได้ ให้แค่ ๙๕ บาท ตั้งแต่ป้ ๒๕๕๗ จนถึงป้ ๒๕๖๗ ๑๐ ป้ครับท่านประธาน พี่น้องเกษตรกร ชาวสวนยางบ้านผม สตางค์หายจากกระเปิาวันละ ๗๐ บาท ทำไมครับ ๑๐๐ บาท เหลือ ๓๐ บาท ๗๐ บาท ออกจากกระเปิาเปึนเวลา ๑๐ ป้ ความมั่งคั่ง ความร่ำรวยมันก็หายไป ๑๐ ป้ เพราะฉะนั้นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ การยางแห่งประเทศไทยต้องไปแก้ วันนี้ยุทธศาสตร์ในเรื่องของยางเราคิดว่าประเทศไทยน่าจะเปึนอันดับ ๑ ในการส่งออก ในการวิจัยพันธุ์ยาง

สุดท้ายครับ ผมขอเวลานิดเดียวครับ เรื่องทุเรียนครับท่านประธาน วันนี้ ๔ เดือนแรกทุเรียนส่งออก ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทครับท่านประธาน ผมก็เห็น เกษตรกร ก็เห็น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เห็นไหมครับ นี่คือช่องทางใหม่ที่จะสร้างรายได้ให้กับ ประเทศไทย ปรากฏว่าต้นฤดูกาลครับท่านประธาน เดือนมีนาคมทุเรียนภาคตะวันออก จังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด ๒๕๐ บาท ขยับมาครับ พอหมดทุเรียน เปึ้นทุเรียนจังหวัดปราจีนบุรี เหลือเท่าไรครับ เหลือ ๒๐๐ บาท ขยับจากทุเรียนจังหวัด ปราจีนบุรีเปึ้นทุเรียนจังหวัดชุมพรครับ เหลือ ๑๘๐ บาท ทีนี้ทุเรียนบ้านผมครับ จังหวัดสงขลาเหลือเท่าไรครับท่านประธาน มันหายไป ๑๐๐ บาท เหลือ ๘๐ บาท เสร็จจาก ทุเรียนบ้านผมเปึ้นทุเรียนจังหวัดยะลาตีขึ้นมา ๒๐๐ บาท ทุเรียนเบตงสุดท้ายนี่คือวงรอบ ทุเรียน เบตง ๒๕๐ บาท หัว ๑๕๐ บาท ปลาย ๒๕๐ บาท ตรงกลางบ้านผมจังหวัดสงขลา ๘๐ บาท เพราะฉะนั้นวันนี้ฝากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร นี่คือสินค้าดาวรุ่ง วันนี้มีปัญหาเรื่องแคดเมียมที่ประเทศจีน ท่านประธานครับ ใครออกมาพูดบ้างครับ ปล่อยให้เกษตรกรช้ำใจว่า ปลูกไปมันจะมีปัญหา ข่าวเพิ่งออกว่าแคดเมียมเจอของไทย ปรากฏว่าคนส่งออกบอกไม่ใช่ มันเปึนของเวียดนาม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะทำอย่างไร

สุดท้ายนี้นะครับ ผมเองฝากรัฐบาลในรอบหน้า โดยเฉพาะวันนี้ผมตัดแค่ ๕ เปอร์เซ็นต์ ก็ถือว่าน้อยไป แต่สิ่งที่อยากจะฝากก็คือ เกษตรคือหัวใจหลักของประเทศ เกษตรก็คือพี่น้องประชาชนในภาคแรงงานสร้างรายได้ นี่ก็คือความยิ่งใหญ่ของประเทศ ก็คือภาคเกษตรกร ขอบคุณครับ