สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ อภิปรายร่างงบประมาณกระทรวงคมนาคม โดยตั้งข้อสังเกตถึงความจำเป็นของโครงการจ้างที่ปรึกษา 10 ล้านบาท พร้อมเรียกร้องให้ปรับลดงบประมาณและเร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ. การกระจายอำนาจการขนส่งสาธารณะอย่างแท้จริง เพื่อส่งเสริมบทบาทท้องถิ่นและสร้างความโปร่งใสในการบริหารจัดการ โดยชี้ว่าการจ้างที่ปรึกษาเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน และต้องมีการถ่ายโอนอำนาจอย่างเป็นรูปธรรมร่วมกับการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน วันนี้ผมขอร่วมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ ในส่วนของมาตรา ๑๕ กระทรวงคมนาคมนะครับ ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจกันว่า งบประมาณที่อยู่ในมาตรานี้เปึนเพียง Subset ของงบประมาณทั้งหมดของกระทรวงคมนาคม เพราะว่างบประมาณส่วนมากก็ถูกนำไปแปะไว้ตามที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมาตรา ๓๗ งบประมาณรายจ่ายสำหรับแผนบูรณาการคมนาคมก็จะอยู่ในนั้น แต่ว่าก็ไม่ได้มีการบูรณาการจริง แต่ว่าไว้เรื่องของโครงการใหญ่ ๆ เดี๋ยวคงจะต้องรอมาตรา ๓๗ ก่อน อย่างไรก็ตามวันนี้ถึงแม้ จะพูดถึงโครงการที่ไม่ได้ใหญ่มาก แต่ถ้าเราสั่งเกตดูก็มีความสำคัญอย่างยิ่งนะครับ เพราะว่า เปึ้นเรื่องของการขนส่งสาธารณะที่จะอภิปรายในวันนี้ โดยการพิจารณาจากเพื่อนกรรมาธิการ ที่ไปช่วยกันพิจารณาปรับลด ก็ปรับลดจาก ๘๓,๕๔๖ ล้านบาท เหลือ ๘๓,๔๖๘ ล้านบาท หรือว่าปรับลดไปเพียง ๐.๐๙ เปอร์เซ็นต์ คือพูดแบบง่าย ๆ ก็คือแทบไม่ได้ปรับอะไรจากสิ่งที่ รัฐมนตรีขอมาในวาระแรกที่เราพิจารณากันในสภาแห่งนี้ ดังนั้นผมแล้วก็เพื่อนสมาชิก จากพรรคประชาชนก็ได้สงวนความเห็นไว้ตามมาตรา ๑๕ โดยผมก็ขอให้ปรับลดเหลือ ๗๙,๓๖๙ ล้านบาท ดังแสดงในเอกสารที่พิจารณากันในวันนี้ในเล่มที่ ๑ นะครับ ก็แน่นอนนะครับว่าหากต้องลงรายละเอียดกันเปึน Item ก็จะใช้เวลายาว เพราะฉะนั้น ด้วยเวลาที่จำกัด วันนี้ผมจะพูดถึงประเด็นของโครงการค่าศึกษารูปแบบการอุดหนุนของรัฐ ที่ยั่งยืนในระบบรถโดยสารสาธารณะ ซึ่งเปึนงบปกติตามระบบราชการ มีการจ้างที่ปรึกษามา ๑๐ ล้านบาท ความน่าสนใจของ งบประมาณก้อนนี้มันอยู่ที่ตรงนี้ครับท่านประธาน เมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม สภาของเราได้มีการ พิจารณาวาระในเรื่องของร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางบกที่ผมและพรรคก้าวไกล ในวันนั้นได้นำเสนอเข้าสู่สภา หรือว่าเรียกเปึนชื่อง่าย ๆ ว่า กระจายอำนาจขนส่ง ซึ่งมันเปึน รูปธรรมของการกระจายอำนาจอันที่จะเปึนคำตอบของการจ้างที่ปรึกษาในเรื่องของ การให้บริการรถเมล์คันละ ๑-๓ ล้านบาท โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเปึน เทศบาล อบต. กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา ที่จะให้อำนาจกับท้องถิ่นในการจัดทำแล้ว ก็จัดการระบบขนส่งสาธารณะ และเรื่องนี้ก็มีการอภิปรายอย่างกว้างขวางในวันที่ ๗ และวันที่ ๒๑ สิงหาคม แล้วก็ลงมติกันไปในวันที่ ๒๘ สิงหาคม ก็แน่นอนนะครับ เห็นตรง เห็นต่างเปึนเรื่องธรรมดา การลงมตินี้ต้องบอกว่าเปึนการลงมติเพื่อรับหลักการที่ว่า เพื่อเพิ่ม อำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถจัดทำบริการขนส่งสาธารณะและมีบทบาท ในการจัดการระบบขนส่งสาธารณะในท้องที่ของตัวเองได้มากยิ่งขึ้น แค่นี้นะครับหลักการ ก็จารึกกันไว้ว่าเสียงที่เห็นด้วย รวมถึงพรรคประชาชน ๑๕๑ เสียง แต่ไม่เห็นด้วย ๒๕๔ เสียง แต่ต่อมาสังคมก็เกิดอาการ เขาเรียกว่า ทัวร์ลง ก็มาถามกันว่าใครเปึนคนเหนี่ยวรั้ง การกระจายอำนาจ ขัดขวางการให้อำนาจกับท้องถิ่นในการให้บริการรถเมล์อะไร ก็ต้อง รับผิดชอบทางการเมืองกันไปนะครับ โดยที่ความน่าสนใจของเรื่องก็คือ มีการอ้างถึงการจ้าง โครงการ จ้างที่ปรึกษา ๑๐ ล้านบาทนี้นะครับ ถูกนำมาโดยใช้ในการโหนปัองกันกระแสทัวร์ลง เดี๋ยวห้องโสตขอสไลด์ขึ้นให้ดูนะครับว่าโครงการนี้จริง ๆ จะทำอะไร
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ด Presentation)
แล้วก็ยังมีคำตอบสุดท้าย ก็อย่างที่ผมบอกครับ ศึกษาเพื่อเปึนสิ่งที่พรรคก้าวไกลเสนออยู่แล้วว่าควรจะกระจายอำนาจ แล้วก็มีรูปธรรมอยู่แล้วว่าร่าง พ.ร.บ. เปึ้นอย่างไร แล้วทำไมไม่ใช้อำนาจนิติบัญญัติพิจารณา กันนะครับ สไลด์ถัดไปเลยนะครับ นี่ครับเปึนการจ้างที่ปรึกษา ผมเอารายละเอียดมาให้ ดูนะครับ ใคร Scan เข้าไปใน QR Code ก็คือรายละเอียดที่ห้องอนุที่ไปพิจารณาในเรื่องนี้ จ้างที่ปรึกษา ๑๐ ล้านบาท แต่ Claim แบบเวอร์วังอลังการมาก ในพรรคร่วมรัฐบาลที่กำกับ ดูแลกระทรวงก็บอกว่า ขนส่งท้องถิ่นทำได้เลย คือยังทำไม่ได้ครับ คือมันต้องไปขอ มีอำนาจกับข้อนี่ไม่เหมือนกันนะครับ แล้วก็บอกเผยตั้งงบ ๒๕๖๘ แล้ว เพื่อศึกษา อุดหนุน สร้างความยั่งยืน ตรงนี้ก็อย่าเข้าใจผิดกันนะครับ เปึนการจ้างที่ปรึกษานะครับ ไม่ได้มีเรื่อง ของเงินอุดหนุนอะไร เพียงแต่ว่าเขายังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ก็เลยไปศึกษาว่าจะอุดหนุน อย่างไร อันนี้ก็เอารายละเอียดของการจ้างที่ปรึกษามาให้เพื่อนสมาชิกได้ดูกันนะครับ ก็มีการจ้างบุคลากร ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์วิศวกรรม เศรษฐศาสตร์การเงิน อะไรต่าง ๆ แล้วสิ่งที่จะต้องถามนะครับ ก็ต้องถามทางกรรมาธิการว่าได้ถามไหมว่าข้าราชการไม่รู้ว่า จะทำอย่างไรหรือเลยต้องจ้าง คือคนที่มีความใกล้ชิดกับอำนาจ กับ พ.ร.บ. กับกลไกในเรื่องนี้ ทำไมต้องจ้างที่ปรึกษา และจะจ้างใครครับ จะจ้างที่มจากพรรคเพื่อไทยตามที่โฆษณา หาเสียงไว้ก็คงไม่ใช่นะครับ มันก็ผิดรัฐธรรมนูญใช่ไหมครับ แต่นี่เปึนงบจ้างที่ปรึกษาตาม กระบวนการปกติจะมาโหนทำไม รายละเอียดอันอื่นก็เปึนการเก็บข้อมูลอะไรไป ซึ่งจริง ๆ กรมการขนส่งทางบกก็มีพนักงานอะไรอยู่ทั่วประเทศหลายพันคนนะครับ ฉะนั้นมาดูกันนะครับ
ประเด็นที่ ๑ ตามที่อ้างกฎกระทรวง คือ วิธีการขอ อันนี้ย้ำเลยนะครับ รัฐบาลบอกว่ามีการออกกฎกระทรวง (ฉบับที่ ๖๔) พ.ศ. ๒๕๖๗ ให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นสามารถเข้ามามีส่วนร่วมเปึนผู้ดำเนินการให้บริการระบบการขนส่งโดย รถโดยสารสาธารณะเองนะครับ คือกฎกระทรวงที่อ้างถึงนี้ผมก็เคยอภิปรายไปแล้วนะครับ อันนี้ให้คลิป ให้สไลด์ไปนะครับ สไลด์ที่ ๑๒ ว่ามันเปึนวิธีการขอ ไม่ได้มีอำนาจ มันต่างกัน การที่จะต้องไปขอกับการมีอำนาจ โครงสร้างอำนาจยังเหมือนเดิม อยู่ที่รัฐราชการร่วมศูนย์ ตามร่าง พ.ร.บ. ฉะนั้นก็ต้องถามว่าแล้วที่จะไปจ้างศึกษากันสุดท้ายผลจะเปึนอย่างไรครับ ก็ต้องมาแก้ พ.ร.บ. ถ้าจะกระจายอำนาจ หรือท่านไม่อยากกระจายอำนาจก็บอกมาชัด ๆ
ประเด็นที่ ๒ โครงสร้างอำนาจไม่ยึดโยงกับประชาชนนะครับ โดยรัฐบาล ก็ชี้แจงว่าปัจจุบันคณะกรรมการกลาง หรือว่าขนส่งทางบกกลางตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ ได้ถ่ายโอนอำนาจการกำหนดราคาค่าโดยสารและการออกใบอนุญาตประกอบการ ให้คณะกรรมการในระดับจังหวัดเปึนผู้ดำเนินการแทน แต่อันนี้ก็เปึนสิ่งที่ผมได้อภิปรายไปว่า การขออะไรต่าง ๆ แทบไม่ยึดโยงกับประชาชนในพื้นที่เลย แล้วยังต้องไปผ่านส่วนกลาง อีกรอบนะครับ
ประเด็นที่ ๓ งบ ๒๕๖๘ เปึนแค่การจ้างที่ปรึกษา ผมย้ำนะครับว่าเปึนแค่ การจ้างที่ปรึกษาครับ ที่ไปอ้างไปโหนโครงการนี้ คือจ้าง ๑๐ ล้านบาท รอผลการศึกษา ๑ ป้ แล้วพรรคประชาชนก็ศึกษามาแล้วว่าควรจะเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจอย่างไรนะครับ เสนอเปึนรูปธรรมผ่านร่าง พ.ร.บ. มาแล้ว แต่ก็โดนพรรคร่วมรัฐบาลปัดตกไป โดยไม่ได้ มีข้อเสนอที่เปึนรูปธรรมอ้างว่าจะศึกษาตัวนี้นะครับ
ประเด็นสุดท้าย ประเด็นที่ ๔ รัฐบาลบอกว่าทุกอย่างมีการดำเนินการอยู่นะครับ ไม่ใช่ว่ารัฐบาลจะไม่ทำอะไร และไม่ช้าเกินไปหากในเวลานั้นเราจะหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณา กันอีกครั้งในแง่มุมที่ครบถ้วนรอบด้านมากขึ้น ก็ต้องลองถามประชาชนดูครับว่า ๑ ป้ ที่รัฐบาลอยู่มาขนส่งสาธารณะในท้องถิ่นดีขึ้นบ้างไหม ความฝันที่ท้องถิ่นจะมีรถเมล์ดี ๆ ต้องรออีกนานเท่าไร หากรัฐบาลไม่จริงใจกับการกระจายอำนาจ เพราะฉะนั้นโดยสรุปกับ งบประมาณเพียง ๑๐ ล้านบาท จริง ๆ ผมก็ไม่ถึงกับติดใจนักกับเม็ดเงินนะครับ แต่ติดใจว่า แล้วทำไมต้องจ้างครับ ข้าราชการเก่ง ๆ ก็มีไม่น้อย ทำไมต้องเสียเวลาช้าออกไปอีกเปึนป้ แทนที่จะรับหลักการแล้วมาร่วมกันแก้ไขปัญหาโดยใช้กลไกนิติบัญญัติ และสิ่งที่สำคัญกว่านั้น เรื่องนี้ทำให้เห็นชัดเจนถึงความไม่จริงใจของรัฐบาลในการกระจายอำนาจ นี่ขนาดมีรูปธรรม มาวางอยู่ตรงหน้าเปึนร่าง พ.ร.บ. ที่ชัดเจน เขียนหลักการไว้ชัดเจน แค่โหวตเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยนะครับ แต่นี่ก็เลือกที่จะปล่อยให้ประชาชนรอรถเมล์กันต่อไป ศึกษากันไป อีกเปึนป้ ฉะนั้นขอให้เพื่อนสมาชิกในวันนี้ก็ลงมติปรับลดงบประมาณเพิ่มเติมจากร่าง ของกรรมาธิการด้วย แล้วก็ใช้กลไกนิติบัญญัติให้เกิดการกระจายอำนาจอย่างเปึ้นรูปธรรม กันเถอะครับ ขอบคุณครับ