นิติพล ผิวเหมาะ อภิปรายการตัดงบประมาณ 2 เปอร์เซ็นต์ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยตั้งข้อสังเกตถึงความไม่สอดคล้องระหว่างการใช้งบประมาณกับภารกิจหลักของกระทรวง พร้อมตั้งคำถามถึงความชัดเจนและประสิทธิภาพในการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ การป้องกันการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ และการจัดการภัยพิบัติ พร้อมเสนอให้ตัดงบเพื่อเรียกร้องให้มีการทบทวนและปรับปรุงยุทธศาสตร์การบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิติพล ผิวเหมาะ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ ในการอภิปรายมาตรา ๑๗ ของ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมครับ ผมเสนอตัด ๒ เปอร์เซ็นต์ โดยมีเหตุผล ดังนี้ครับท่านประธาน ๒ เปอร์เซ็นต์ ที่ผมต้องการจะเน้นย้ำนะครับ คือว่ากันตามตรง ท่านประธาน งบประมาณของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะว่าเยอะ ก็ไม่เยอะ จะว่าน้อยก็ไม่น้อย แต่ปัญหาอยู่ตรงที่ว่างบประมาณที่มีท่านใช้ได้ตรงกับหน้าที่ ภารกิจที่ท่านต้องทำหรือเปล่านะครับ มีอยู่ ๒ แผนงานสำคัญ ๆ ที่ต้องอภิปรายในวันนี้
ในส่วนของแผนงานแรก นั่นก็คือในส่วนของแผนงานยุทธศาสตร์จัดการ ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศ คำถามตัวโต ๆ เลยครับว่า จัดการ ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศ จัดการนี่คือจัดการตอนไหนท่านประธาน จัดการต้นเหตุของปัญหาหรือว่าไปจัดการปลายเหตุของปัญหา เอาเหตุการณ์ที่กระทบกับ พี่น้องคนไทยนะครับ รวมถึงเพื่อนสมาชิก ผมว่าค่อนหนึ่งของสภาที่เรามีอยู่ ๕๐๐ คนในวันนี้ ปัญหาที่เกิดขึ้นตรงนี้คือปัญหาเรื่องน้ำท่วม ในปัญหาภาคเหนือ ไล่ลงมาจนตอนนี้เข้ามาสู่ ภาคกลางแล้ว ตอนต้นป้ในสภาของเรามีการพูดคุยเกี่ยวกับปัญหาเรื่องภัยแล้งที่เกิดจาก ปัญหาเรื่อง El Nino แล้วก็ประเมินกันครับว่ามันจะแล้งยาว แล้งตั้งแต่ต้นป้ไปจนถึงปลายป้นี้ แล้วจะข้ามไปถึงต้นป้หน้า ตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาครับ ผมก็อยู่ในคณะกรรมาธิการ วิสามัญชุดนั้น พิจารณากันไปพิจารณากันมา ผ่านไปช่วงเวลาหนึ่งครับ บอกว่าตอนนี้ไม่แล้งแล้ว แล้วก็จะกลายเปึนน้ำมากขึ้นมา แล้วก็เข้าสู่สภาวะ La Nina เหมือนที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ครับ มันเกิดอะไรขึ้น นี่คือผลกระทบโดยตรงจากสภาวะเรื่องโลกร้อน ซึ่งอยู่ในหน้าที่ของกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แล้วหลายกรมในของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม มียุทธศาสตร์ตามที่ผมได้บอกไป คือยุทธศาสตร์จัดการผลกระทบจาก การเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศ คำถามถึงต้องมาตรงนี้ว่า งบประมาณโดยรวมทั้งหมด ในยุทธศาสตร์นี้ ๓๑๖ ล้านบาท ท่านเอาไปแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุหรือท่านเอาไปแก้ไขปัญหา ที่ปลายเหตุ เพราะถ้าท่านเอาไปแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ นี่ไม่ใช่หน้าที่ของท่าน เปึนหน้าที่ของ ปภ. เปึน หน้าที่ของกระทรวงมหาดไทย อะไรต่าง ๆ ก็ว่ากันไป ว่าต้องไปช่วยผู้ได้รับผลกระทบจาก เรื่องภัยธรรมชาตินะครับ แต่การจัดการต้นเหตุผมยังไม่เห็นความชัดเจนของกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่ว่ากรมไหนในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเลย งบประมาณ ๓๑๖ ล้านบาทอาจจะไม่มาก แต่มันก็คือเปึนงบประมาณ เช่นเดียวกันที่ท่านต้องเอาไปทำให้ตรงกับภาระหน้าที่ของท่าน แต่มันไม่ตรง และยังไม่เห็น โครงการที่เปึนรูปธรรมกับการที่ท่านจะไปจัดการถึงต้นเหตุของปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการ เปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศ
ในส่วนประเด็นที่ ๒ ก็คือแผนงานยุทธศาสตร์สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน อนุรักษ์ ฟุ๋่นฟู และปัองกันการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ปัญหาอยู่ตรงนี้ครับ ปัองกัน การทำลายทรัพยากรธรรมชาติ งบประมาณโดยรวมของทุกกรมในกระทรวงนี้อยู่ที่ ๔,๕๐๐ ล้านบาทครับ ตีตัวเลขกลม ๆ ๔,๕๐๐ ล้านบาท ท่านเอาไปปัองกันการทำลาย ทรัพยากรธรรมชาติอย่างไร คนที่ต้องมีบทบาทมากที่สุดก็คือคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม แห่งชาติ โดยหลัก โดยกฎหมายตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ โดยหลักก่อนเลยคือนายกรัฐมนตรี เปึนประธานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ แต่โดย วิธีการปฏิบัติเท่าที่ผ่านมาโดยตลอดก็จะมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีเปึนประธานแทน หรือก็จะมอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปึ้นประธานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ในช่วงก่อนที่เราจะมีรัฐมนตรีคนใหม่ในวันนี้ ที่เพิ่งมีการโปรดเกล้าฯ กันไป รัฐมนตรีคนที่ผ่านมาเปึนทั้งรองนายกรัฐมนตรี เปึนทั้ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แล้วก็เปึนประธาน คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ แต่สิ่งที่ผ่านมาครับ ไม่เคยมีเลยก็คือการปัองกันการ ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกผมอภิปรายไปแล้วในประเด็นเรื่อง ปลาหมอคางดำ แล้วผมก็เคยอภิปรายเกี่ยวกับปลาหมอคางดำที่มีการทำลายระบบนิเวศ ซึ่งถือเปึ้นทรัพยากรธรรมชาติที่ประธานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติมีหน้าที่โดยตรง ต้องจัดการปัองกันการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ตรงนี้ก็ไม่เคยทำครับ ไม่ใช่มีแค่ในน้ำครับ บนบกด้วย ท่านเคยเห็นไหมครับ นก็ยูงอินเดียเผือกมีการหลุดเข้าไปอยู่ในพื้นที่ป์า ส่งผล กระทบกับในระบบนิเวศตามธรรมชาติ เข้าไปทำลายนก็ยูงที่เปึนพันธุ์ท้องถิ่นของประเทศไทย นี่คือหน้าที่ พันธกิจโดยตรงของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตามยุทธศาสตร์ ของท่านเลยนะครับ ๔,๕๐๐ ล้านบาท ไม่มีอะไรเปึนรูปธรรม ไม่สามารถปัองกัน ไม่สามารถ จัดการอะไรในการทำลายทรัพยากรระบบนิเวศ ทำลายทรัพยากรธรรมชาติตรงนี้เลย
สุดท้ายครับ ก็เสนอตัดข้องกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ๒ เปอร์เซ็นต์ ขอบพระคุณครับท่านประธาน