เลาฟัุง ชี้งบป่าเพิ่มแต่พื้นที่ลด ห่วงใช้จ่ายไม่สอดคล้องผลลัพธ์

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๔ กันยายน ๒๕๖๗

เลาฟัุง บัณฑิตเทอดสกุล ตั้งข้อสังเกตความไม่สอดคล้องระหว่างการเพิ่มงบประมาณป้องกันและรักษาป่ากับการลดลงของพื้นที่ป่าอย่างต่อเนื่อง พร้อมชี้ปัญหาการบังคับใช้กฎหมายป่าไม้ที่ไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะการลงโทษชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ก่อนการจัดตั้งอุทยาน ขณะที่กลุ่มผู้มีอิทธิพลกลับหลุดพ้น จึงเรียกร้องให้ทบทวนนโยบายและแนวปฏิบัติเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม โปร่งใส และเน้นการอนุรักษ์ที่แท้จริงแทนการดำเนินคดีกับประชาชน

นายเลาฟัุง บัณฑิตเทอดสกุล แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม เลาฟัุง บัณฑิตเทอดสกุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน สัดส่วนเครือข่ายชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ด Presentation)

ท่านประธานครับ ผมจะอภิปรายในมาตรา ๑๗ นี้ในส่วนงบประมาณปัองกันรักษาป์านะครับ

ท่านประธานครับ ในการจัดงบประมาณในกิจการเรียกได้ว่าการปัองกันรักษาป์า กรมป์าไม้ตั้งงบประมาณไว้ประมาณ ๔,๔๕๐ ล้านบาท แล้วก็กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์า และพันธุ์พืช ตั้งไว้ที่ประมาณ ๑,๖๐๐ ล้านบาท ชื่อปัองกันรักษาป์า ฟังดูแล้วเปึนเรื่องที่ดีนะครับ ถามว่าผมเห็นด้วยไหม ผมก็เห็นด้วยในบางส่วน พื้นที่ป์ามีความสำคัญจำเปึ้นที่จะต้องมีการ ปกปัองรักษาเอาไว้ครับ แต่ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือภายใต้โครงการที่เรียกว่าเปึนการปัองกัน รักษาป์ามันไม่ใช่การปัองกันรักษาป์าในความหมายอย่างที่พวกเราเข้าใจทั้งหมดนะครับ

การปัองกันรักษาป์า กรมป์าไม้และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์า และพันธุ์พืช ได้ตั้งงบประมาณในกิจการนี้ต่อเนื่องมาโดยตลอดแล้วก็เยอะด้วยนะครับ เฉลี่ยแล้ว ทั้ง ๒ กรมนี้ไม่ต่ำกว่า ๒,๐๐๐ ล้านบาทต่อป้ ต่อเนื่องมาเปึ้นระยะเวลายาวนานแล้วก็เพิ่มขึ้น เรื่อย ๆ อย่างไรก็แล้วแต่สวนทางกับผลงานที่เกิดขึ้น ก็คือเมื่อเราไปดูสถิติพื้นที่ป์าของ ประเทศไทยแล้ว ปรากฏว่าลดลง ๆ แม้กระทั่งป้ ๒๕๖๔ ป้ ๒๕๖๕ ป้ ๒๕๖๖ ก็ยังลดลงอยู่ ตามลำดับนะครับ โดยไม่มีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญนะครับ นี่ก็แสดงว่าการปัองกันรักษา ป์ามันต้องมีปัญหาอะไรสักอย่างเกิดขึ้นนะครับ

ในการปัองกันรักษาป์าโดยที่เราเข้าใจทั่ว ๆ ไป ก็คือเรื่องของการปัองกัน ปราบปราม การจับกุมดำเนินคดีกับผู้ที่ทำผิดกฎหมาย คนที่บุกรุกป์านะครับ อย่างไรก็แล้วแต่ ในทางปฏิบัติเราเห็นปรากฏการณ์อยู่ ๒ อย่างก็คือ อันที่หนึ่งสำหรับกลุ่มคนบางกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มคนที่นายทุนคนที่มีอำนาจ มีอิทธิพลมักจะได้รับการโอบอุ้มจากผู้มีอำนาจ ส่วนการไล่บี้ ไล่จัดการมักจะไปตกอยู่กับชาวบ้านชาวเมืองที่เปึนคนธรรมดา อย่างกรณี ชาวบ้านที่ทับลาน กรณีชาวบ้านในเขตอุทยานผาแดง ที่อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ แล้วก็ชาวบ้านที่อยู่ทางรอบดอยสุเทพ-ปุ๋ย หรือแม้กระทั่งชาวบ้านที่บ้านม่อนแจ่ม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เหล่านี้เปึนชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายการปัองกันและปราบปราม การปัองกันและปราบปรามแทนที่จะไปดำเนินการกับผู้มีอิทธิพล คนที่ตัดไม้ทำลายป์า คนที่บุกรุกจริง ๆ ไม่ไปให้ความสำคัญกับคนเหล่านั้น แต่มาไล่บี้กับกลุ่มชาวบ้านที่เขาทำอยู่ ยกตัวอย่างเช่น กลุ่มชาวบ้านที่อยู่ในเขตอุทยานผาแดง จังหวัดเชียงใหม่ คนกลุ่มนี้เขาอยู่มาก่อน แต่กลับถูกดำเนินคดีอย่างไม่เปึนธรรม จนถึงตอนนี้ยังหาทางออกเรื่องนี้ไม่ได้เลยนะครับ ส่วนทางกับคนอีกกลุ่มหนึ่ง โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีอิทธิพลที่เคยได้รับสัมปทานพื้นที่ป์าในการทำ ส่วนปาล์มขนาดใหญ่นะครับ หมดอายุแล้วแต่ไม่ยอมออก ไม่ยอมส่งมอบที่ดินคืนให้แก่ กรมป์าไม้ ยังคงอยู่ในพื้นที่ แล้วก็เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ต่ออยู่ ไม่ว่าจะโดยผิดกฎหมาย แล้วก็มีเจ้าหน้าที่ค่อยอำนวยความสะดวก หรือแม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ใช้ช่องทางทางกฎหมาย ในการอำนวยความสะดวกให้แก่กลุ่มนายทุนเหล่านั้นยังคงครอบครองพื้นที่ป์าของประเทศ ต่อไปอยู่ โดยที่ประเทศชาติไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยจากสิ่งเหล่านั้นนะครับ การออก ส.ป.ก. ออกโฉนดที่อยู่ในเขตป์า การให้ประทานบัตรแก่พวกเหมืองหรือว่ากิจการอะไรที่ใช้พื้นที่ป์า ของรัฐบาลไปทำประโยชน์ เราจะเห็นว่านโยบายของรัฐบาลก็ไปโอบอุ้มคนเหล่านี้อยู่นะครับ

นี่ก็เปึนตัวอย่างอีกกรณีหนึ่งนะครับ ที่เปึนปัญหาว่าในการปัองกันรักษาป์า เวลาจะไปไล่จัดการกับคนที่ทางรัฐบาลเห็นว่าเปึนผู้บุกรุกทำลายป์า มักจะไปตกอยู่กับ ชาวบ้าน นี่เปึนกรณีตัวอย่างในเขตอุทยานแห่งชาติผาแดงที่จังหวัดเชียงใหม่นะครับ ได้มีหนังสือฉบับนี้ขึ้นมาสั่งให้ชาวบ้านที่ครอบครองที่ดินมาอยู่ก่อนแล้วเปึนเวลานาน ต้องรื้อถอนพืชผลอาสินของเขาออกไปนะครับ โดยให้ระยะเวลาอันสั้น ชาวบ้านต่อรองว่า ขอให้เขาได้เก็บเกี่ยวผลผลิตก่อนแล้วค่อยมาว่ากันอีกทีหนึ่ง แต่ว่าทางเจ้าหน้าที่ไม่ยอม นี่เปึนตัวอย่างที่ทำให้เห็นว่าการไล่บี้เอากับคนตัวเล็กตัวน้อยเปึนสิ่งที่สะท้อนเอามาจาก งบประมาณก้อนที่ตั้งไว้ประมาณสัก ๒,๐๐๐ ล้านบาทนี่ละครับ ที่ไปไล่บี้เอากับชาวบ้าน ภายใต้นโยบายที่เรียกว่าเปึนการปัองกันรักษาป์านะครับ

กรณีตัวอย่างอีกกรณีหนึ่งนะครับ เวลาชาวบ้านถูกไล่บี้ ถูกดำเนินคดีถามว่า ชาวบ้านต้องได้รับภาระอะไรบ้าง นี่เปึนกรณีตัวอย่างของชาวบ้านที่ม่อนแจ่มเขาได้มีการ รวบรวมสถิติออกมานะครับว่า เวลาชาวบ้านถูกดำเนินคดีแล้วเขาต้องไปต่อสู้คดีในชั้นศาล เขาต้องเผชิญ เขาต้องรับภาระค่าใช้จ่ายอะไรบ้างนะครับ นี่คำนวณเฉพาะเรื่องของค่าใช้จ่าย ในการดำเนินคดีนะครับ ยังไม่รวมถึงค่าที่เขาเสียผลประโยชน์ในระหว่างที่เขาถูกดำเนินคดี เขาไม่ได้ใช้ที่ดินทำให้เขาต้องขาดไร้ผลประโยชน์ไป อันนี้คือยังไม่ได้คำนวณนะครับ เฉลี่ยอยู่ที่คดีละ ๔๐๐,๐๐๐ บาท ชาวบ้านทั่ว ๆ ไปเวลาถูกดำเนินคดีต้องมีค่าใช้จ่าย ประมาณคดีละ ๔๐๐,๐๐๐ บาท ถ้า ๑๐๐ คดี เท่ากับ ๔๐ กว่าล้านบาทนะครับ เฉพาะใน ชุมชนม่อนแจ่มที่เดียวมีคนถูกดำเนินคดี ๑๑๐ คดี มีคนได้รับความเดือดร้อน ๘๐๐ กว่าคน เพราะฉะนั้นข้อเสนอของผมก็คือว่า ตัดลดงบประมาณในโครงการปัองกันรักษาป์าลงไป เพื่อที่จะให้การดำเนินการมุ่งไปกับการปัองกันรักษาป์าที่มันควรเปึนจริง ๆ นะครับ ไม่ใช่ทุ่ม งบประมาณไปจำนวนมากแล้วก็ตั้งยอดคดีขึ้นมา แล้วก็บีบให้เจ้าหน้าที่ต้องไปไล่ทะเลาะกัน กับชาวบ้าน ผลกระทบก็ตกแก่ชาวบ้าน ประเทศชาติก็ไม่ได้อะไรครับ ขอบคุณมากครับ