มานพ คีรีภูวดล ตั้งข้อสังเกตถึงปัญหาความทับซ้อนและความไม่ชัดเจนในการดำเนินโครงการปลูกป่าของทั้งภาครัฐและเอกชน พร้อมเรียกร้องให้มีการบูรณาการแผนงานอย่างเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการติดตามประเมินผล และส่งเสริมการปลูกป่าเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจคาร์บอนเครดิตและเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน อีกทั้งเน้นความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาที่ดินของประชาชนที่ถูกประกาศเป็นเขตป่าโดยไม่เป็นธรรม และผลักดันให้ที่ดินเหล่านี้ได้รับการจัดการอย่างถูกต้องตามกฎหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมร่วมกัน
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน สัดส่วนชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมือง ท่านประธานครับ ในส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในมาตรา ๑๗ ของร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ นี้ ผมอยากจะตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับโครงการปลูกป์าของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ในส่วนของกรมป์าไม้ แล้วก็กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์า และพันธุ์พืช ผมดูแล้วมันไปมีความทับซ้อน ไม่แน่ใจว่ามีการประสานงานกันหรือไม่ ของกรมพัฒนาชุมชน ของกระทรวงมหาดไทยก็มีโครงการลักษณะเดียวกัน
ประเด็นที่ ๑ ก็คือโครงการตรงนี้มันมีการประสานงานหรือว่ามันอยู่ในแผน ร่วมกัน แผนบูรณาการที่จะทำงานเรื่องของโครงการปลูกป์าหรือไม่ อันนี้ประเด็นที่ ๑ ทีนี้ประเด็นหลักอย่างนี้ท่านประธานครับ ผมคิดว่าผมเห็นด้วยว่าประเทศไทยเราจะต้องปลูกป์า เราจะต้องสร้างความหลากหลายทางชีวภาพ เราจำเปึนจะต้องมีพื้นที่สีเขียวให้มากขึ้น ด้วยเหตุผลทุกประการที่พวกเรา ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของ โครงการสร้างป์า สร้างรายได้ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของคาร์บอนเครดิต หลากหลายเรื่องเลยครับ ผมคิดว่าไม่ว่าเหตุผลไหนการปลูกป์านั้นเปึนเรื่องสำคัญ ทีนี้ผมคิดว่าความไม่ชัดเจนของ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในโครงการปลูกป์า
อันที่ ๑ ท่านประธานลองไปดูครับว่า ตั้งแต่เรามีประเทศไทยมา ตั้งแต่เรามี กรมป์าไม้ ตั้งแต่เรามีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีการปฏิรูประบบราชการ และมีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านประธานลองดูครับว่ามันมีโครงการ ปลูกป์าแต่ละป้มีกี่ครั้ง ใช้งบประมาณเท่าไร อันนี้ประเด็นที่ ๑ ขณะเดียวกันก็คือว่า ในนโยบายภาพรวม ท่านประธานครับ เรารณรงค์ให้กับภาคเอกชน ไม่ว่าจะเปึนภาคเกษตรกร ไม่ว่าจะเปึนภาคบริษัทต่าง ๆ เอกชน ที่ไปทำเรื่องของ CSR โครงการปลูกป์า ผมคำนวณ ไปแล้วท่านประธานครับ เอาโครงการปลูกป์าของประเทศนี้ทั้งส่วนราชการทุกหน่วยงาน บวกกับภาคเอกชน บวกกับภาคประชาชนปลูกป์า ผมคิดว่าถ้าเอาจำนวนที่ปลูกป์าตัวเลขที่ รายงานแต่ละป้ย้อนหลังไปทั้งหมด ผมคิดว่ามันจะครอบคลุมพื้นที่ประเทศไทย ๓๒๐ ล้านไร่แล้ว ครับท่านประธาน ทำไมผมได้เอาประเด็นนี้มาพูดครับท่านประธานครับ ทั้งหมดนี้ก็คือว่า เวลาปลูกป์าเวลาทำอะไรพวกนี้มันไม่มีกระบวนการติดตามประเมินตรวจสอบย้อนหลังว่า โครงการต่าง ๆ ที่ปลูกไปแล้วมันมีผลต่อตอบรับเปึนอย่างไร ผลชี้วัดเปึนอย่างไร ตัวชี้วัด สำคัญคือว่า ปลูกไปแล้วใครดูแล ดูแลแล้วมันมีผลอย่างไร มันตอบแทนในทางระบบนิเวศ อย่างไร มันตอบแทนทางเศรษฐกิจอย่างไร ผมคิดว่าระบบตรงนี้ผมไม่เห็นตัวข้อมูลของ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระบวนการระบบติดตามตรวจสอบ ผมคิดว่า วันนี้เรามีเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัย ไม่ว่าจะเปึ้นระบบดาวเทียม ไม่ว่าจะเปึนระบบ GIS ระบบ GPS หรือระบบต่าง ๆ ผมคิดว่าอันนี้น่าจะเปึนเครื่องมือ ถ้าจะทำเรื่องนี้เปึนจริงเปึนจัง ผมคิดว่าระบบ กระบวนการติดตามประเมิน หรือมีตัวชี้วัดในเรื่องของผลสัมฤทธิ์ในการปลูกป์า ผมคิดว่าอันนี้เปึนเครื่องมือสำคัญ แต่ประเด็นที่ผมตั้งคำถาม ก็คือว่าเราปลูกทุกป้ ตั้งงบประมาณทุกป้ ผมไม่แน่ใจว่าพื้นที่อาจจะซับซ้อนหรือซ้ำซากหรือเปล่า ซ้ำกับของ ภาคเอกชนไหม ซ้ำกับของหน่วยงานอื่นอีกไหม ผมคิดว่าเรื่องนี้ความไม่ชัดเจน แล้วก็ความ ไม่เปึนมืออาชีพในการที่จะพัฒนายุทธศาสตร์ เรื่องการสร้างป์าในประเทศไทย ในพื้นที่ ของเอกชน อันนี้ผมคิดว่าทั้ง ๒ กรมนี้ไม่มีความชัดเจน ผมคิดว่าเปึนประเด็นที่อยากจะ นำเรียนท่านประธาน
ทีนี้ข้อเสนอแนะอย่างนี้ครับท่านประธาน เรื่องนี้ในส่วนของงบประมาณ อาจจะไม่ค่อยเยอะป้นี้ ผมคิดว่าน่าจะมีการตั้งคำถามคล้าย ๆ กับผมหลาย ๆ ป้ พอไปสู่ ในชั้นกรรมาธิการมีการตัดนะครับ ประเด็นสำคัญผมอยากจะเห็นอย่างนี้ครับท่านประธาน ประเทศไทยเปึนประเทศที่ติด ๑ ใน ๘ ของโลกที่มีทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลาย ทางชีวภาพระดับต้น ๆ ของโลกครับท่านประธาน วิธีเพิ่มป์าไม้มีทางเดียวครับท่านประธาน ก็คือต้องเพิ่มในพื้นที่เกษตร พื้นที่เกษตรอยู่ตรงไหนบ้าง พื้นที่เกษตรที่มีกรรมสิทธิ์ ไม่ว่า จะเปึนโฉนด ไม่ว่าจะเปึน น.ส. ๓ พื้นที่เกษตรที่เปึนพื้นที่ที่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ว่าจะเปึน ส.ป.ก. สทก. คทช. อันนี้ผมคิดว่าการวางยุทธศาสตร์ตรงนี้มันต้องสอดรับก็คือระบบ การตลาดด้วยนะครับว่า เราส่งเสริมการปลูก แต่ว่าระบบการตลาดที่เราจะทำให้ต้นไม้ เหล่านี้มันสร้างมูลค่าให้มาเปึนสินทรัพย์ของพี่น้องประชาชน สินทรัพย์ของคนในประเทศนี้ ผมคิดว่ามันไม่เห็นความเชื่อมโยงในเรื่องนี้นะครับ
ส่วนที่ ๒ วันนี้เรายังมีพี่น้องประชาชนไม่ต่ำกว่า ๑๐ ล้านคน ยังอยู่ในที่ดิน ของรัฐ ทั้ง ๆ ที่เขาอยู่มาก่อน แต่วันนี้เมื่อประกาศกฎหมายลงไปทับพื้นที่ชุมชน คนเหล่านี้ กลายเปึนคนผิดกฎหมาย สิ่งที่สำคัญที่สุด ก็คือกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะต้องไปเร่งรัดให้พี่น้องประชาชนที่ท่านบอกว่าอยู่ในเขตป์า ทั้ง ๆ ที่อยู่ก่อนเขาเหล่านี้ ทำให้ที่ดินของเขาชอบด้วยกฎหมาย เขาจะได้พัฒนาคุณภาพชีวิต ที่สำคัญพอทำให้พื้นที่มา ชอบด้วยกฎหมาย การจะไปปลูกต้นไม้ การจะสร้างป์า สร้างอะไรได้ การจะเพิ่มพื้นที่สีเขียว การจัดทำวนเกษตร ทำอย่างไรตรงนี้มันสามารถทำได้ ทำไมผมพูดอย่างนี้ท่านประธาน ผมเคยอภิปรายในสภาแห่งนี้ ตั้งกระทู้ถามกับท่านอดีตรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ท่านวราวุธนะครับ เปึนประเด็นที่มีความสำคัญ และมีความคืบหน้า ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีด้วย ท่านปลัดกระทรวงด้วย ลงไปเคลื่อนในพื้นที่อำเภอแม่แจ่ม ที่เราใช้ว่า แม่แจ่ม Model มีการขยับนะครับ ไม่ต้องแบ่งเปึ้นรถไฟ เปึนโบกี้นะครับ ท่านประธาน รวมทั้งหมด เพราะว่ามันแยกไม่ได้ ที่ดินมันไม่เคยแยกออกจากแต่ละกรมครับ ในหมู่บ้านมันจะมีกี่กรมไม่รู้ แต่ว่ามันคือพื้นที่ของทั้งตำบลและทั้งชุมชน พอผมอภิปราย ตั้งกระทู้และลงไป ไปทั้งองคาพยพครับ ทุกหน่วยงานลงไป อบต. ส่วนราชการต่าง ๆ ลงไป ทำงาน วันนี้ได้อนุญาตทั้งหมด ท่านประธานทราบไหมครับ วันนี้พี่น้องประชาชนได้รับ งบประมาณแผ่นดิน ๙๑ โครงการ ไปทำอะไรบ้างครับ ไปทำเรื่องของแหล่งน้ำ ไปทำเรื่อง การพัฒนาคุณภาพชีวิต และผมเชื่อว่า ถ้าทำแบบนี้ อีกไม่กี่ป้ในพื้นที่แม่แจ่ม Model ที่อำเภอแม่แจ่มจะเปึนสีเขียว ประเด็นนี้มันมีความสำคัญอย่างไร สำคัญตรงที่ว่ามันทำแค่นี้ ไม่พอครับท่านประธาน ที่ผมบอกว่ามันเหลืออีกประมาณ ๑๐ ล้านไร่ โครงการ คทช. ก็ดี โครงการที่ทำให้ที่ดินชอบด้วยกฎหมายมันต้องทำทั้งประเทศ โดยการมีส่วนร่วมของ กระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
โดยสรุปครับท่านประธาน ผมคิดว่าประเด็นแรกก็คือว่า การปลูกป์าที่ผ่านมา ระบบติดตามความสำเร็จมันไม่มี ผมไม่ใช่ไม่เห็นด้วยกับการปลูกป์านะครับ อันที่ ๒ ผมเห็นด้วยครับ จำเปึนจะต้องเพิ่มพื้นที่ป์า แต่ต้องเปึนพื้นที่ป์าในภาคเกษตร ในพื้นที่ของ เกษตร ไม่ใช่ว่าไปแย่งพื้นที่ของพี่น้องประชาชน ไปปลูกป์าในที่ซ้ำซาก ไม่มีระบบติดตาม อันที่ ๓ ก็คือว่าควรจะทำยุทธศาสตร์ตรงนี้เปึนยุทธศาสตร์เชื่อมโยงกับเรื่องของระบบ เศรษฐกิจโลก เรากำลังพูดถึงโลกที่มันต้องมีเรื่องคาร์บอนเครดิตเรากำลังพูดถึงโลกที่มัน จะต้องมีเรื่องของการทำให้โลกมันเย็นลง ผมคิดว่าประเทศไทยมีศักยภาพ แต่ในเอกสาร งบประมาณ ๒-๓ ป้มาแล้ว รวมถึงป้นี้ผมไม่เห็นความเชื่อมโยงครับท่านประธานครับ ขอบคุณมากครับ