กัณตภัณ ดวงอัมพร ขอสงวนความคิดเห็นต่อญัตติงบประมาณกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยตั้งข้อสังเกตถึงความไม่ยั่งยืนของโครงการพัฒนาบุคลากรด้านดิจิทัล ที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน พร้อมเสนอแนวทางปฏิรูประบบการศึกษาและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ
กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพครับ ผม นายกัณตภัณ ดวงอัมพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน ตัวแทนของพี่น้องชาวพญาไท ดินแดงครับ วันนี้ผมขอสงวนคำแปรญัตติงบประมาณของ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของโครงการแก้ไข ปัญหาการขาดแคลนกำลังคนดิจิทัลอย่างเร่งด่วนครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ด Presentation)
ก่อนอื่นผมขอกล่าวถึง ภาพรวมของงบประมาณของกระทรวง DEs ครับ งบประมาณตามที่ผ่านจากคณะกรรมาธิการ กระทรวง DEs ได้รับการจัดสรรงบทั้งสิ้น ๕,๕๘๙,๘๗๓,๘๐๐ บาท คิดเปึ้นเพียงร้อยละ ๐.๑๕ ของงบประมาณแผ่นดินครับ ซึ่งถือว่าเปึ้นสัดส่วนที่น้อยมาก เมื่อเทียบกับความสำคัญ ของภารกิจด้านดิจิทัลในปัจจุบัน ผมเข้าใจถึงความสำคัญของการพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัลครับ แต่โครงการที่เสนอมาเปึนเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้นครับ เหมือนกับการใช้ พลาสเตอร์ยาป่ดแผลใหญ่ที่จะต้องทำการผ่าตัด ลองนึกภาพตามผมนะครับ พอเรามี นักศึกษาที่กำลังจะจบ พวกเขาใช้เวลา ๔ ป้ในมหาวิทยาลัย พอจะถึงเข้าสู่ตลาดแรงงาน เรากลับบอกว่าเอาละมาเข้าโครงการนี้ก่อน เราจะส่งคุณไปทำงานกับบริษัทเอกชนเพื่อให้ได้ ทักษะที่จำเปึนนะครับ นี่เปึนการยอมรับหรือเปล่าว่าระบบการศึกษาของประเทศเรา ล้มเหลวในการเตรียมความพร้อมกับเยาวชนที่จะเข้าสู่ตลาดแรงงานในปัจจุบันครับ ปัญหา โครงการนี้ไม่ได้อยู่ในเจตนารมณ์และวัตถุประสงค์นะครับ แต่อยู่ที่วิธีการและขอบเขตของ การดำเนินงานครับ ตามข้อมูลของ TDRI ระบุว่าในป้ ๒๐๒๕ เราต้องการแรงงานด้านดิจิทัล หรือ IT ถึงประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ คนครับ แต่กำลังการผลิตบุคลากรด้านนี้มีเพียงป้ละ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ คนเท่านั้นครับ ในขณะที่โครงการนี้จะช่วยคนได้เพียง ๓๒๐ คน ซึ่งถือว่าไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ของความต้องการของแรงงานตลาดครับ เหมือนการนำเอา ถ้วยน้ำช้าไปดับไฟป์า ไม่มีทางแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างแท้จริงครับ นอกจากนี้โครงการนี้แทนที่จะแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ นั่นคือระบบการศึกษาที่ไม่สามารถ ผลิตบุคลากรได้ตรงกับความต้องการของแรงงานในตลาดได้ อาจจะเปึนเพราะค่าเทอม ค่าอุปกรณ์ หรืออะไรก็แล้วแต่ครับ ที่ทำให้เด็กที่อยากเรียนด้าน IT ไม่สามารถที่จะเรียนได้ จึงทำให้คนมาเรียนน้อย หรือแม้แต่กระทั่งการปลูกฝังแนวคิดเรื่องอาชีพให้กับลูกหลานครับ การแก้ไขปัญหาแบบนี้ไม่ได้เปึนการแก้ไขปัญหาในระยะยาว อีกทั้งยังขาดการบูรณาการ ด้านการศึกษา ทำให้ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้างในการผลิตบุคลากรด้านดิจิทัล อีกประเด็นสำคัญคือโครงการนี้มุ่งเน้นเฉพาะนักศึกษาที่กำลังจะจบหรือจบใหม่ แต่ในความ เปึ้นจริงแล้วการขาดแคลนบุคลากรด้านดิจิทัลเปึนปัญหาที่กระทบทุกช่วงวัยแรงงานครับ เรามีโครงการที่ครอบคลุมทั้ง Upskill Reskill สำหรับกลุ่มแรงงาน ไม่ว่าจะเปึนผู้ที่อยู่ใน ตลาดแรงงานมานานแล้ว หรือผู้ที่ต้องการเปลี่ยนสายอาชีพครับ ยิ่งไปกว่านั้นครับ โครงการนี้ ไม่ได้วางแผนการติดตามประเมินผลในระยะยาวอย่างเปึ้นระบบ ทำให้เราไม่สามารถที่จะวัด ผลลัพธ์ที่แท้จริงของโครงการได้ มีแต่ตัวชี้วัดด้านปริมาณครับ ถามจริง ๆ ครับ เวลาจบแล้วจะ วัดผลอย่างไรครับว่า โครงการนี้สำเร็จจริงหรือไม่ครับ การลงทุนโดยใช้งบประมาณโดยไม่มี การวัดผลที่ชัดเจนถือเปึนการใช้ภาษีของพี่น้องประชาชนอย่างไม่มีประสิทธิภาพครับ ในยุคปัจจุบันเราทราบกันดีครับว่า เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงเร็วครับ การเรียนรู้ต้องเปึนไป อย่างต่อเนื่องและยืดหยุ่น แต่โครงการนี้ยั่งยึดติดอยู่กับรูปแบบการเรียนรู้แบบเดิม คือเน้น การอบรม ฝ๊กงานในระยะสั้น ซึ่งไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานที่ต้องการ บุคลากรที่สามารถเรียนรู้และปรับตัวได้ตลอดเวลา นอกจากนี้โครงการนี้ยังไม่ได้ส่งเสริม การสร้างนวัตกรรม ความคิดนอกกรอบ ซึ่งเปึนสิ่งสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมดิจิทัล ของประเทศในระยะยาวครับ แล้วคำถามครับว่า เราควรทำอย่างไรครับ ผมขอเสนอ แนวทางแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนครับ คือเราควรที่จะเริ่มจากการปฏิรูประบบการศึกษาครับ เราจำเปึนต้องปรับปรุงหลักสูตรตั้งแต่ประถมถึงอุดมศึกษาครับ ให้สอดคล้องกับความต้องการ ของตลาดแรงงานดิจิทัลในปัจจุบันครับ โดยเน้นการเรียนรู้ ไม่ว่าจะเปึนรูปแบบของ Project-Based Learning หรือ Problem-Based Learning เพื่อช่วยให้การพัฒนาวิเคราะห์ แยกแยะและการแก้ไขปัญหา นอกจากนี้เราควรที่จะสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่าง ภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อพัฒนาหลักสูตรร่วมกัน จัดให้มีการฝั๊กงาน ที่มีคุณภาพที่สร้างโอกาสในการจ้างงานให้ตรงต่อความต้องการของตลาดจริง ๆ ครับ การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตก็เปึนสิ่งสำคัญครับ รัฐควรที่จะสนับสนุนให้มีแพลตฟอร์ม การเรียนรู้ออนไลน์ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ครับ เพื่อพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง อาจจะให้ใช้การเครดิตภาษีหรือเงินสนับสนุนสำหรับการพัฒนาทักษะต่าง ๆ นอกจากนี้ โครงการพื้นฐานด้านดิจิทัล เช่น เครือข่าย 5G หรือ Internet of Things จะช่วยสร้างโอกาส ในการที่จะพัฒนาทักษะการสร้างงานในอุตสาหกรรมดิจิทัล และไม่ควรลืมในการที่จะ ส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศด้วยครับ โดยเฉพาะในยุคดิจิทัลนี้ การสื่อสารข้ามวัฒนธรรมนี้เปึนสิ่งสำคัญมาก ท่านประธานครับ ผมขอย้ำอีกครั้งว่า ผมไม่ได้คัดค้านแนวคิดในการพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัล แต่ผมต้องการ ให้เห็นโครงการที่มีวิสัยทัศน์ มีประสิทธิภาพและสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริง ไม่ใช่แค่ โครงการที่แก้ไขปัญหาเพียงเฉพาะหน้าเท่านั้นครับ ดังนั้นด้วยเหตุผลทั้งหมดที่กล่าวมา ผมจึงขอเสนอตัดลดงบประมาณกระทรวงดิจิทัลในส่วนของโครงการนี้ จำนวนเงินทั้งสิ้น ๒๗.๖ ล้านบาท เนื่องจากเปึนโครงการที่ไม่จำเปึนและไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างมี ประสิทธิภาพ และผมหวังว่าการตัดงบประมาณในครั้งนี้จะเปึ้นจุดเริ่มต้นในการที่จะทบทวน ปรับปรุงแนวทางการพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัลของประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่ออนาคตที่สดใสของลูกหลานเราครับ ขอบคุณครับ