ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ตั้งข้อสังเกตถึงความซ้ำซ้อนและความจำเป็นของโครงการระบบแจ้งเตือนฉุกเฉินแห่งชาติ โดยเฉพาะการใช้งบประมาณกว่า 92 ล้านบาท รวมถึงค่าเช่าบริการคลาวด์ สัญญาสื่อสาร และการประชาสัมพันธ์ที่มีมูลค่าสูงเกินควร พร้อมเสนอให้ทบทวนการใช้จ่าย ใช้ศักยภาพหน่วยงานภาครัฐแทนการจ้างภายนอก และเรียกร้องให้ชี้แจงความจำเป็นอย่างชัดเจน หากไม่มีเหตุผลเพียงพอจึงเสนอให้ตัดงบโครงการทั้งหมด
ขอบคุณท่านประธาน เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ จากพรรคประชาชน ในฐานะผู้ที่สงวนคำแปรญัตติในมาตรา ๑๖ กระทรวง ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ท่านประธานครับ ถ้ายังจำได้ย้อนกลับไปในการอภิปราย วาระที่ ๑ ของ พ.ร.บ. งบประมาณฉบับนี้ของผม ฝ์ายโสตทัศนูปกรณ์ขอสไลด์ด้วยนะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ด Presentation)
ในช่วงหนึ่งครับ ผมได้ตั้งข้อสังเกตถึงโครงการระบบแจ้งเตือนฉุกเฉินแห่งชาติ หรือระบบ Cell Broadcast ที่ตั้งอยู่ในสำนักปลัดว่า โครงการนี้เปึ้นโครงการที่ซ้ำซ้อนกับ ปภ. ของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งในวันนั้นท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงว่าที่ต้องตั้งงบ ๒ ที่เพราะว่ามันอาจจะมีการติดขัด กฎระเบียบต่าง ๆ ที่มีอยู่ ที่ทำให้ ปภ. อาจจะไม่สามารถแจ้งเตือนภัยได้ครบทุกรูปแบบ ผมเองก็ได้ลุกขึ้นใช้สิทธิพาดพิงในวันนั้นว่า ผมก็เสนอทางออกที่ไม่จำเปึนต้องใช้งบประมาณ ที่ซ้ำซ้อนกัน โดยการแก้ไขในระดับกฎระเบียบเพื่อให้ CBE ที่ ปภ. สามารถเตือนภัยได้ครบ ทุกรูปแบบในที่เดียว หากท่านรัฐมนตรีจะกรุณาก็ให้หน่วยงานสามารถแจ้งกรรมาธิการ เพื่อขอลดงบประมาณตนเองในโครงการนี้ได้ ในวันนั้นท่านรัฐมนตรีก็ได้รับข้อสังเกตนี้ ไปพิจารณา ในท้ายที่สุดท่านประธาน สำนักงานปลัดก็ได้แจ้งขอลดงบประมาณกับกรรมาธิการ ด้วยตนเอง โดยลดลงจาก ๓๔๔.๐๙ ล้านบาท เหลือ ๙๒.๕๗ ล้านบาท ลดลงไปกว่า ๗๓ เปอร์เซ็นต์ วันนี้ผมเองก็ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรี แล้วก็หน่วยงานอีกครั้ง ที่รับฟังเสียงจากสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ แล้วทำให้เราประหยัดงบประมาณแผ่นดินไปได้ มากกว่า ๒๕๐ ล้านบาท แล้วก็ยังลดปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นกับระบบเตือนภัย ถ้าหากเรามี CBE ที่ซ้ำซ้อนกัน ๒ ที่ได้อีกด้วย อย่างไรก็ตามท่านประธาน ผมก็ได้ข้อมูลเบื้องต้นมาจาก กรรมาธิการงบประมาณว่า งบประมาณที่ยังเหลือตั้งเอาไว้อยู่ ๙๒.๕๗ ล้านบาทจะนำไปใช้ อะไรบ้าง
ผมก็ยังมีคำถามอีกหลาย ๆ คำถาม ผมก็อยากจะให้กรรมาธิการเสียงข้างมาก ได้ชี้แจงว่า จริง ๆ แล้วเรายังจำเปึนจะต้องตั้งโครงการนี้ในกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคมอยู่หรือไม่
เรามาดูที่รายการแรก เปึนค่าเช่าบริการ Cloud ค่าเช่าสัญญาสื่อสาร เชื่อม CBE ไปยัง Cloud แล้วก็ค่าเช่าสัญญาณสื่อสารเชื่อมผู้ให้บริการไปยัง Cloud รวม ๔ รายการ ราว ๒๑.๕ ล้านบาท คำถามของผมคือ Cloud เหล่านี้เอาไปใช้เก็บข้อมูล อะไรบ้าง เพราะในรายละเอียดในโครงการของ ปภ. ก็มีการตั้งงบ Server ในการเก็บข้อมูล เอาไว้อยู่แล้ว และมีรายละเอียดถึงระบบในการเชื่อมต่อระหว่างระบบ CBE กับผู้ให้บริการ ทั้งหลาย แล้วก็การเชื่อมต่อข้อมูลทั้งหมดไว้อยู่แล้ว แล้วตกลงงบ ๒๑.๕ ล้านบาท ที่มาตั้ง ในกระทรวงดิจิทัลที่จะเช่า Cloud เราจะเช่าไปเก็บข้อมูลอะไรอีก ถ้าไม่มีงบส่วนนี้จะทำให้ ระบบ Cell Broadcast ของ ปภ. ไม่สามารถทำงานได้อย่างนั้นหรือ หรือการเพิ่มส่วนนี้มา มันจะทำให้ระบบ Cell Broadcast ของประเทศไทยมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นมากเพียงใด และเพิ่มขึ้นอย่างไรบ้าง เพราะว่างบก้อนนี้มันไม่ใช่แค่ ๒๑.๕ ล้านบาท ที่เอาไปเช่า Cloud เท่านั้น พอมันมีการตั้งงบเช่า Cloud มันก็มีค่าใช้จ่ายต่อเนื่องตามมาอีก คือค่าจ้างที่ปรึกษา โครงการระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยอีก ๑๕ ล้านบาทครับ และไม่ใช่แค่นั้นครับ รายการที่ผมสงสัยที่สุดครับ ตั้งงบเอาไว้ถึง ๔๕ ล้านบาท เกือบครึ่งหนึ่งของทั้งโครงการ คือค่าเช่าทรัพย์สินครับ คำถามก็คือเช่าทรัพย์สินอะไร และทำไมต้องใช้เงินมากถึงขนาดนี้
และอีกคำถามที่ผมต้องการคำตอบครับ คือทั้งค่าเช่า Cloud ค่าเช่าสัญญาณ ทั้ง ๔ รายการ ๒๑.๕ ล้านบาท มันคือค่าเช่ารายป้ ราย ๒ ป้ ราย ๓ ป้ หรือเท่าไรครับ เราจะต้องจ่ายก้อนนี้ในทุก ๆ กี่ช่วงเวลา แล้วจะต้องจ่ายต่อเนื่องไปอีกนานแค่ไหน ค่าเช่า ทรัพย์สิน ๔๕ ล้านบาท เปึนค่าเช่ารายป้ ราย ๓ ป้ หรือเท่าไร เราจำเปึนจะต้องใช้ งบประมาณจ่ายค่าเช่าเหล่านี้ต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ เปึนภาระงบประมาณไปเรื่อย ๆ ใช่หรือไม่
ท่านประธานครับ ที่ผมจำเปึนต้องถามหลายคำถามขนาดนี้ครับ เพราะเอกสารที่ผมได้รับมาที่หน่วยงานส่งให้คณะกรรมาธิการงบประมาณ ก็มีรายละเอียด เท่าที่ท่านประธานเห็นนี่ละครับ แล้วกว่าที่หน่วยงานจะส่งมาก็เปึนช่วงเวลาที่กรรมาธิการ งบประมาณได้พิจารณาจนเสร็จสิ้นไปหมดแล้วครับ ก็ไม่รู้จะไปขอเอกสารเพิ่มเติมจากที่ไหน ได้อีก ผมจึงต้องถามกรรมาธิการเสียงข้างมากหรือว่าท่านประธานคณะอนุกรรมาธิการ ที่พิจารณารายการนี้นะครับ ว่าได้พิจารณาในรายละเอียดในแต่ละรายการที่ยังคงเหลือไว้ ๙๒ ล้านกว่าอย่างไรบ้าง
รายการสุดท้าย สไลด์สุดท้ายครับ เปึนการตั้งงบประมาณค่าใช้จ่ายในการ ประชาสัมพันธ์ ๑๐ ล้านบาทถ้วน เราลองไปเปรียบเทียบนะครับ มีงบประมาณของ กรมควบคุมมลพิษนะครับ ตั้งงบในการสื่อสารและสร้างการรับรู้ข้อมูลที่เกี่ยวกับ PM2.5 เขาตั้งไว้แค่ ๑.๔๔ ล้านบาทเท่านั้นนะครับท่านประธาน ผมก็ไม่เข้าใจว่าแล้วทำไมโครงการนี้ ถึงต้องใช้ถึง ๑๐ ล้านบาท และที่สำคัญครับท่านประธาน ระบบ Cell Broadcast ถ้ารัฐบาล ทำจนเสร็จสมบูรณ์ Smart Phone ที่ประชาชนมีอยู่จะได้รับข้อความแจ้งเตือนโดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องทำอะไรเลยครับ แน่นอนเราอาจจะต้องประชาสัมพันธ์ว่า ยืนยันให้ประชาชน รับทราบว่า ถ้าได้รับข้อมูลในรูปแบบนี้ท่านเชื่อใจได้เลยว่า มันเปึนข้อมูลที่มาจากรัฐบาล โดยตรงอย่างแน่นอน แต่ก็ยังสงสัยอยู่ดีว่าเราจำเปึนต้องใช้ถึง ๑๐ ล้านบาท จริง ๆ หรือ และจริง ๆ โครงการที่สำคัญขนาดนี้สำคัญระดับประเทศนะครับ ผมคิดว่าเราใช้ กรมประชาสัมพันธ์ที่มีฟังก์ชั้นตรงตามภารกิจ มีช่องทางการสื่อสาร ผมคิดว่าก็น่าจะได้ ประสิทธิภาพที่ดีกว่า เราจ้างผู้ประกาศที่เปึนถึงอดีตสื่อมวลชนมาตั้งหลายคนครับ น่าจะมอบหมายให้กรมประชาสัมพันธ์นี่ไปประชาสัมพันธ์เรื่องที่มันเปึนประโยชน์กับ ประชาชนมากกว่ามาทำงานเพื่อพรรคการเมืองแค่บางพรรค น่าจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยสรุปนะครับท่านประธาน สิ่งที่กรรมาธิการเสียงข้างมากจำเปึ้นจะต้องชี้แจงก็คือ ตกลงแล้วโครงการระบบเตือนภัยที่ ปภ. ตั้งมามันไม่สมบูรณ์ มันไม่รอบคอบ และไม่พร้อม สำหรับการจัดทำระบบ Cell Broadcast จนต้องมาตั้งงบเพิ่มเฉพาะป้นี้ ๙๐ ล้านบาท แล้วก็ไม่รู้ว่ารายการที่เปึนค่าเช่ากว่า ๖๐ กว่าล้าน เราจะต้องจ่ายต่อเนื่องไปอีกทุกป้หรือไม่ หรือจริง ๆ แล้วมันอาจจะไม่ได้มีความจำเปึ้นที่จะต้องตั้งงบประมาณในกระทรวงดิจิทัลเพื่อ เศรษฐกิจและสังคมเลย เพียงแต่ว่าหน่วยงานไม่กล้ายอมรับครับว่า ตอนแรกที่ตั้งงบมา เปึนงบที่ซ้ำซ้อนโดยไม่จำเปึน เลยต้องเหลืองบบางส่วนไว้ให้เปึนภาระกับงบประมาณ ในระยะยาวไปเรื่อย ๆ เท่านั้น และถ้าท่านกรรมาธิการเสียงข้างมากไม่มีคำตอบที่ชัดเจนว่า งบประมาณที่คงไว้ ๙๒ ล้านบาทนี้จำเปึนอย่างไร ผมก็คงต้องขอยืนยันให้มีการลงมติเพื่อตัด งบประมาณโครงการนี้ทั้งก้อน ๙๒,๕๗๐,๔๑๘.๔๐ บาทครับ ขอบคุณครับ