สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๕๕ · ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๘

กิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมาธิการได้มีมติเห็นชอบแล้ว จึงได้บรรจุ ระเบียบวาระเพื่อให้ที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติได้พิจารณาในวันนี้นะครับ

ผมขอเรียนเชิญคณะกรรมการเข้าประจําที่

(คณะกรรมการเข้าประจําที่)
นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

และเพื่อให้ที่ประชุม มีข้อมูลประกอบการพิจารณาอย่างครบถ้วนสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ผมได้อนุญาตให้ที่ปรึกษา คณะกรรมการ กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการเตรียมการเพื่อรับมือวิกฤตการณ์ “กรุงเทพจม” เข้าชี้แจงต่อที่ประชุมด้วยตามข้อบังคับ ข้อ ๖๓ จึงขอเชิญผู้มีนามต่อไปนี้เข้าชี้แจง ต่อที่ประชุมด้วย ลําดับที่ ๑ รองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์จักรพันธ์ สุทธิรัตน์ ลําดับที่ ๒ รองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์พงศา พรชัยวิเศษกุล ลําดับที่ ๓ รองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์สุพจน์ เตชวรสินสกุล ลําดับที่ ๔ รองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์สุจริต คูณธนกุลวงศ์ ลําดับที่ ๕ ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์มนตรี ชูวงษ์ ลําดับที่ ๖ นายสัมฤทธิ์ ชุษณะทัศน์ ลําดับที่ ๗ นายศรชัย โตวานิชกุล ลําดับที่ ๘ นายสุรศักดิ์ บุญลือ ลําดับที่ ๙ ดอกเตอร์ภัทรจิต จุมพล กอซโซลี ลําดับที่ ๑๐ ดอกเตอร์ทรงกฤษณ์ ประภักดี เรียนเชิญทุกท่านนะครับ

ท่านสมาชิกครับ เพื่อประโยชน์ในการพิจารณา ผมใคร่ขอความร่วมมือจากคณะกรรมการ ในการแถลงรายงานและตอบชี้แจง โดยขอให้กระชับและอยู่ในประเด็นเนื้อหาของรายงาน ส่วนการอภิปราย ของท่านสมาชิกนั้นขอความกรุณาอภิปรายเฉพาะในส่วนที่เปึน เรื่องข้อเสนอแนะเพิ่มเติมนะครับ เรียนเชิญท่านประธานได้เสนอรายงานครับ

นายวิทยา กุลสมบูรณ์ ประธานกรรมการ 🔗

ท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติ ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผม นายวิทยา กุลสมบูรณ์ สมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติ ลําดับที่ ๑๘๔ ในฐานะประธานกรรมการเตรียมการเพื่อรับมือวิกฤต การณ์ “กรุงเทพจม” ในเรื่องที่ได้พิจารณาในวันนี้ได้ทําความกระจ่างในชื่อ หัวข้อให้ชัดขึ้นว่า หมายถึงวิกฤตการณ์น้ําทะเลขึ้นสูงและแผ่นดินทรุดพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลครับ คณะกรรมการได้จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๘ ซึ่งการที่คณะกรรมการได้จัดตั้งขึ้น ในภายหลังนี้ก็เปึนภาวะประการหนึ่งที่เปึนข้อจํากัดในเชิงของเวลา รวมขณะนี้ก็ยังไม่ถึง ๔ เดือนที่จะต้องทําภารกิจชิ้นนี้นะครับ ข้อจํากัดในประการที่ ๒ ซึ่งสัมพันธ์กับเมื่อวานนี้ ก็คือทุกท่านที่มานั่งในห้องนี้ ผมต้องขอด้วยใจนะครับ ขอปรบมือให้นะครับ เพราะว่า เปึนครั้งแรกหลังจากที่ตอนพิจารณารัฐธรรมนูญแล้วเรายังไม่เคยมีการนั่งอยู่ในห้องนี้ นานถึง ๔ ทุ่มนะครับ เพราะฉะนั้นเมื่อคืนนี้ทุกท่านก็อยู่ในห้องนี้ถึง ๔ ทุ่ม แล้ววันนี้ก็มา แต่เช้าอีกนะครับ ประการที่ ๓ คือวันนี้ครับ เรื่องนี้เมื่อมองในภาพสังคมโดยรวม เปึนภาวะกลับกันครับ คือเปึนภาวะแล้ง ซึ่งในขณะนี้เรื่องนี้กําลังเสนอเรื่องน้ําท่วมนะครับ เพราะฉะนั้นอันนี้ก็เปึนสิ่งที่ประกอบกับการพิจารณาในวันนี้ เราได้พบกับสิ่งที่ไม่เคยพบ บางประการ เมื่อเช้านี้ได้หารือกันกับท่านประธานเทียนฉายก่อนจะเข้าห้องว่าเราไม่เคย ได้เห็นว่าน้ําประปาที่เราจะได้รับนี้มีการกร่อยหรือเค็ม จากการที่น้ําทะเลนั้นหนุนสูงขึ้น แล้วทําให้น้ําจืดจากส่วนทางภา คเหนือที่ลงมานั้นมีรสหรือมีความเค็ม วิกฤตการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ก็คือความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่ควบคุมได้ยาก หรือบางทีก็ควบคุมไม่ได้ หรือคาดการณ์ได้ยาก เพราะฉะนั้นคณะกรรมการก็อยู่ภายใต้ข้อจํากัดที่จะต้องหาข้อมูล ที่เราเรียกว่าหลักฐานทางวิชาการ อีวิเดนซ์ เบส (Evidence based) ต่าง ๆ นี้ เพื่อมาพิจารณาอย่างไรจึงจะสามารถเสนอข้อเสนอในระยะ เวลาอันสั้นซึ่งมีระยะเวลา ประมาณ ๔ เดือนครับ พันธกิจของคณะกรรมการนะครับ ขออนุญาตที่ประชุมเพื่อนําเสนอ สไลด์ (Slide) ขอให้ฉายสไลด์ประกอบในการนําเสนอนะครับ ทางคณะก็ได้พยายามที่จะ

ใช้เวลาตามที่ท่านประธานกําหนดในระยะสั้น ซึ่งในคณะที่เราจะนําเสนอนี้จะประกอบด้วย ทางด้านของสมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติ ซึ่งท่านได้กรุณามาเปึนรองประธานนะครับ ท่านอรพินท์ แล้วก็ท่านอุทัย สอนหลักทรัพย์ ท่านปลัดเกษมสันต์ จิณณวาโส และท่านทรงชัย วงศ์สวัสดิ์ ส่วนคณะนักวิชาการก็มาจากทางด้านของเศรษฐศาสตร์ วิศวกรรมสิ่งแวดล้อม ทางด้านของวิศวกรรมแหล่งน้ํา ทางด้านวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ด้านธรณีวิทยา จากกระทรวง จากกรุงเทพมหานคร จากกรมทรัพยากรน้ําบาดาล จากในส่วนของการประปาต่าง ๆ นี้นะครับที่มาร่วมกันเปึนคณะทํางานขึ้น ซึ่งก็ได้พยายาม ที่จะใช้หลักฐานทางวิชาการในการทํางานครับ สาเหตุหลักที่ทําให้บางพื้นที่ของ กรุงเทพมหานครมีโอกาสเสี่ยงนะครับ ขอนําเสนอในสไลด์ที่ ๒ นะครับ มีอยู่ทั้งหมดด้วยกัน ๓-๔ ประเด็น ขณะนี้ที่ชัดเจนมากก็คื อการใช้น้ําบาดาลเพื่ออุปโภคและบริโภคครับ แต่ก็คงจะมีเรื่องดี ๆ ที่จะนําเรียนท่านเกี่ยวกับเรื่องการใช้น้ําบาดาลนะครับ และในวันนี้เมื่อน้ําแล้ง ปัจจัยเกี่ยวกับน้ําบาดาลก็เปึนปัจจัยที่ต้องพิจารณา ประการที่ ๒ ซึ่งในทางวิชาการเราเรียกว่าคาพาซิตี โหลดดิง (Capacity loading) การขยายตัวของเมืองที่เติบโตอยู่ตลอดเวลาในขณะนี้มีลักษณะที่ยังมีข้อถกเถียงกันว่า เมื่อมีน้ําหนักกดทับเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเปึนสิ่งก่อสร้างก็ดี ไม่ว่าจะเปึนถนนหนทางก็ดี ระบบคมนาคมต่าง ๆ นี้จะมีผลกระทบมากน้อยเพียงใด และจะมีมาตรการอย่างไร ประการที่ ๓ ซึ่งเปึนที่ยอมรับกันทั่วไป แต่ยังมีความยากลําบากในการประเมิน ว่าจํานวนของความเปลี่ยนแปลงนั้นมีผลกระทบที่จะนําไปสู่มาตรการอย่างไรนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยกระดับของน้ําทะเล

ซึ่งขณะนี้ก็มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นครับ ในสไลด์ถัด ๆ มานี้ก็จะเปึนข่าวสารที่ออกมานะครับ เร่งปัองกันกรุงเทพ ฯ จมน้ํา บางนา บางขุนเทียนเสี่ยงน้ําท่วม สูง คาดอีก ๑๒ ป้ กรุงเทพฯ เกือบครึ่งจมน้ํา กรุงเทพฯ แผ่นดินไหวจมน้ํา เตือนอีก ๗-๘ ป้กรุงเทพฯ จมน้ําถาวรอาจต้องย้ายเมืองหลวง กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีคาดป้ ๒๕๗๐ พระราม ๒ บางนาจมน้ํา อันนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นในสื่อสารมวลชน การประเมิน ในสไลด์ที่ ๗ ท่านคงเห็นว่ามีตัวเลขของการประเมินที่มีความต่างกันในช่วงระดับน้ําทะเล ๓-๑๐ มิลลิเมตรต่อป้ ระดับของการกดทับที่เรียกว่าซับซิเดนซ์ (Subsidence) ๖-๑๐๐ มิลลิเมตรต่อป้ ถ้าท่านใช้ตัวเลขสูง ๑๑๐ มิลลิเมตร อันนี้น่าตกใจมากเลย ถ้าท่านใช้ตัวเลขต่ําก็อยู่ ๖ บวก ๓ ก็ประมาณ ๙ มิลลิเมตร สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้คณะกรรมการ จะต้องหยิบมาและนํามาประกอบในการพิจารณาครับ ในสไลด์ต่อไปไม่ว่าจะเปึน เฉพาะประเทศไทย เมกะซิตีส์ (Megacities) ทั้งหมด โคสทัล ซิตีส์ (Coastal cities) ในขณะนี้ถูกประเมินว่าเปึนลักษณะของพื้นที่ที่มีโอกาสจะเปึนซิงค์กิง แลนด์ (Sinking land) อาจารย์จากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ก็มีการทํานาย ซึ่งก็ทํานายในตัวเลขที่ไปในแนวโน้ม ที่ไม่ค่อยดีนัก เช่นในกรณีสไลด์นี้ก็จะมีบางส่วนที่จมภายใน ๓๐ ป้ครับ ในส่วนของคณะเรา ก็ได้ดําเนินการตามกรอบวิสัยทัศน์ที่ได้กําหนดไว้ว่าประเด็นการปฏิรูปนั้น คณะจะต้อง ครอบคลุมใน ๔ ประเด็นด้วยกัน ก็คือ การปฏิรูปด้านนโยบาย การปฏิรูปองค์กร การปฏิรูปกลไกวิชาการ และการปฏิรูปด้านการมีส่วนร่วม ผมขอเรียนสั้น ๆ เกี่ยวกับ การพิจารณาศึกษาวิเคราะห์ในรอบ ๓-๔ เดือนที่เราได้ดําเนินการนะครับ คณะทํางาน ไม่ได้ลงไปในพื้นที่ แต่คณะกรรมการได้กําหนดประเด็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกําหนดประเด็นนี้ ไม่ครอบคลุมถึง ประเด็นกรุงเทพฯ ที่มีน้ําท่วมระยะสั้น ไม่รวมไปถึงน้ําป์าไหลหลาก เพราะฉะนั้นจึงเปึนประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการยกตัวสูงของน้ําทะเลและการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ ตลอดจนพื้นที่แผ่นดินทรุดครับ ประเด็นที่ ๒ คือขอบเขตของพื้นที่นั้น ไม่จํากัดอยู่แต่เพียงกรุงเทพมหานคร แต่ครอบคลุมไปถึงพื้นที่ทั้งหมดที่เรียกว่าเกรทเตอร์ แบงคอก แอเรีย (Greater Bangkok Area) ตามลําดับของจังหวัดที่ได้เสนอในสไลด์ครับ ส่วนวิธีการศึกษานั้นโดยหลักแล้วก็มาจากเอกสารประกอบกับการศึกษาวิเคราะห์ปัจจัย ดังที่ได้นําเรียนแล้วว่ามันมีเหตุการณ์และปัจจัยต่าง ๆ อย่างไรบ้าง แต่สิ่งที่สําคัญ และผมคิดว่าในระยะการประชุมประมาณเกือบ ๒๐ ครั้งที่ผ่านมาได้ปรากฏชัดก็คือ

เปึนการระดมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประการแรกคือหน่วยงานที่ทําหน้าที่เกี่ยวกับ การเฝัาระวัง เซอร์เวแลนซ์ (Surveilance) การตรวจวัดระดับ ซึ่งประกอบด้วย กรมแผนที่ทหาร กระทรวงกลาโหม กรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ กระทรวงกลาโหม กรมทรัพยากรธรณี กรมทรัพยากรน้ําบาดาล และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม สิ่งที่สําคัญประการที่ ๒ และเกี่ยวข้องกับสภาปฏิรูปแห่งชาติ ซึ่งเราได้ เสนอไปและได้ผ่านมติสภาปฏิรูปแห่งชาติแล้วก็คือการพัฒนาผังเมือง ซึ่งได้เสนอไป และส่วนนี้ก็จะเปึนส่วนที่สําคัญ เพราะว่าทิศทางของผังเมืองนั้นก็เปึนตัวกําหนดพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งได้เชิญกรมโยธาธิการและผังเมือง สํานักผังเมือง และในอนาคตถ้าหากว่า พระราชบัญญัติผังเมืองผ่านก็ จะทําหน้าที่ที่สําคัญ ประการที่ ๓ ก็คือหน่วยงานที่เกี่ยวกับ การจัดระบบน้ําใต้ดินและน้ําผิวดิน ซึ่งทั้งหมดนี้ก็คือกระทรวง ทบวง กรม ตั้งแต่ กรมทรัพยากรน้ําบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การประปา ทั้งการประปานครหลวงและการประปาส่วนภูมิภาคก็ได้เชิญมา และกรมชลประทาน ในการที่เราจะพิจารณานะครับ ประการที่ ๔ ก็ดูเรื่องของแผ่นดินทรุด รวมทั้งการจัดการ ชายฝัืงทะเล ก็เปึนหน่วยงานที่ผมได้นําเรียนแล้ว แล้วก็รวมกับในส่วนต่าง ๆ ที่จะเข้ามา เกี่ยวข้อง และนักวิชาการซึ่งท่านได้ให้ข้อมูลในหนังสือพิมพ์เราก็ได้เชิญมาทั้งในส่ วนของ มูลนิธิสภาเตือนภัย พิบัติ แห่งชาติ ศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ วิศวกรรมสถาน แห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ก็เปึนข้อมูลและมีการจัดสัมมนา ๒ ครั้งที่รัฐสภาแห่งนี้ สรุปผลการวิเคราะห์และในส่วนของข้อเสนอ ผมก็จะขอเรียนเชิญ ท่านรองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์สุจริต ในส่วนของผลวิเคราะห์ และรองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์จักรพันธ์ ในหัวข้อข้อเสนอ ผลลัพธ์และตัวชี้วัดความสําเร็จครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ 🔗

เชิญครับ

จะมีอยู่ ๓ ที่ที่ยังทรุดอยู่ประมาณ ๒ เซนติเมตรขึ้นไป บริเวณจังหวัดสมุทรสาคร เขตลาดกระบัง แล้วก็จังหวัดสมุทรปราการ ที่อื่นถือว่าการทรุดตัวอยู่ในระดับที่ ๑ เซนติเมตร ซึ่งในเชิงวิศวกรรมถือว่าเปึนระดับที่ยอมรับได้แล้วก็ใช้เปึนเกณฑ์ ในการออกแบบในปัจจุบันนี้ ๒. ในเรื่องของการขึ้นของระดับน้ําทะเลมีการศึกษาจาก หลายหน่วยงาน ซึ่งหน่วยงานที่วิจัยล่าสุดก็เปึนของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ทําร่วมมือ กับยุโรป ได้พบว่าการข้อมูลแซทเทิ ลไลต์ (Satellite) หรือดาวเทียมนี่การ ยกตัวสูงขึ้น ของระดับน้ําทะเลอยู่ประมาณ ๔ มิลลิเมตรต่อป้ในรอบ ๒๐ ป้ที่ผ่านมา ซึ่งโดยสรุปแล้ว ก็จะประมาณ ๑๔ มิลลิเมตรต่อป้ในรอบที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามอันนี้เราจะต้องมองอนาคต ไปอีก ๕๐ ป้ข้างหน้าว่า ๒ ประเด็นนี้จะมีโอกาสกลับมาขึ้นใหม่หรือเปล่า ถึงแม้ เรื่องแผ่นดินทรุดจะดีขึ้นก็ตาม แต่ว่าการทรุดตัวที่ผ่านมาในอดีตประมาณ ๓๐ ป้ที่แล้ว เราเคยทรุดตัวมากถึง ๑๐ เซนติเมตรต่อป้ โดยเฉพาะบริเวณมหาวิทยาลัยรามคําแหง ที่หลายท่านทราบดี อันนี้เราก็ได้ศึกษาย้อนหลังกลับไปว่าการทรุดตัวที่เกิดขึ้นในอดีตเกิดขึ้น ประเด็นใหญ่ ๆ อยู่ ๓ ประเด็น ประเด็นแรกคือเรื่องของการใช้น้ําบาดาล ประเด็นที่ ๒ คือ น้ําหนักกดทับเนื่องจากการถมที่และอาคารหนัก ประเด็นที่ ๓ เปึนการทรุดตัวตามธรรมชาติ ของดินซึ่งถูกน้ําหนักกดทับอยู่แล้ว ซึ่งการศึกษาข้อมูลใน ๔๐ ป้ย้อนหลังพบว่ามีการวัด ข้อมูลประมาณ ๓๐ กว่าสถานีรอบกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ความลึกที่ประมาณ ๑๐๐-๕๐ เมตร ๕๐-๒๕ เมตร ๒๕-๐ เมตร ซึ่งหมายความว่าระดับล่างที่ทรุดตัวมาก สาเหตุหลักจะเกิดจากการสูบน้ําบาดาล ช่วงที่ ๒ จะเปึนเรื่องของน้ําหนักอาคาร ส่วนช่วงที่ ๓ จะเปึนเรื่องของการทรุดตัวโดยธรรมชาติ ตัวเลข ๔๐ ป้ย้อนหลังพบว่า การทรุดตัวในระดับล่างประมาณ ๖๙ เปอร์เซ็นต์ ในระดับกลางประมาณ ๒๙ เปอร์เซ็นต์ ในระดับบนประมาณ ๒ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งก็ระบุสาเหตุโดยเบื้องต้นได้ว่าที่ผ่านมาการทรุดตัว ประมาณ ๖๙ เปอร์เซ็นต์เกิดจากการสูบน้ําบาดาล ๒๙ เปอร์เซ็นต์เกิดจากการถมที่ แล้ว ๒ เปอร์เซ็นต์เกิดจากตามธรรมชาติโดยประมาณ ซึ่งจากสาเหตุดังกล่าวนี้ก็จะมีตัวกราฟ ให้เห็นว่าในปัจจุบันนี้การทรุดตัวสะสมในรอบตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๑-๒๕๕๔ โดยรวม ๆ แล้ว การทรุดตัวแถวบึงกุ่ม เขตบางกะป่จะสะสมลึกสุดก็หายไปเมตรกว่าในรอบ ๔๐ ป้ที่ผ่านมา ซึ่งลักษณะของการทรุดตัวในช่ว งแรกเกิดจากน้ําประปาไม่เพียงพอชาวบ้านจะต้องใช้ น้ําบาดาลมาช่วย ระยะหลังน้ําประปานครหลวงดีขึ้น การกระจายตัวของประปาภูมิภาค

นอกนั้นปัญหาเรื่องการถ่ายโอนนี่ก็จะทําให้การดูแลโดยเฉพาะ อบต. ในเรื่องของ การอนุญาตที่ต่ํากว่า ๔ นิ้ว ซึ่งได้รับมอบอํานาจนี่ก็อาจจะมีการดูแลที่ไม่เพียงพอ อันนี้ก็ยังเปึนจุดประเด็นที่ยังค้างอยู่ เรื่องที่เราเปึนห่วงมากก็คือว่าจากนี้ไปอีก ๕๐ ป้ เราจะกลับมาทรุดใหม่หรือเปล่า ทั้งหมดนี้ก็ขึ้นอยู่ ๒ ประเด็นนี้คือว่าการขยายตัว ของผังเมืองเองซึ่งมีแนวโน้มที่จะขยายตัวด้วยทางรถไฟที่เกิดขึ้นใหม่ ๆ ก็จะเกิดเมือง และพื้นที่พัฒนาใหม่ อันที่ ๒ ก็คือว่าประปามีโครงการรองรับต่อการเติบโตดังกล่าว ในระยะยาวหรือไม่ จากที่เราพบก็คือว่าการผังเมืองปัจจุบันนี้มีการถ่ายโอนอํานาจไปสู่ จังหวัดต่าง ๆ เพราะฉะนั้นแต่ละจังหวัดนี่โดย อบจ. ไม่มีการทําแผน หลายผังเมืองนี่ หมดอายุไปแล้ว เพราะฉะนั้นการดูแลของการเติบโตไม่มีอํานาจดูแลอย่างจริง ๆ จัง ๆ แล้วก็มีช่องโหว่ระหว่างจังหวัดว่ากรุงเทพฯ ตัดสินใจอย่างหนึ่ง จังหวัดข้างเคียงตัดสินใจ อย่างหนึ่ง เพราะฉะนั้นในเรื่องของการระบายน้ํา คลองที่อยู่ข้างบนกับคลองที่อยู่ข้างล่างนี่ ก็มีสีของการดูแลอาคา รที่แตกต่างกัน ส่วนนี้ก็เปึนสิ่งที่เราเปึนห่วงว่าการเติบโตอย่างที่ ไม่มีระบบ แล้วก็ไม่มีการสอดคล้องกันนี่จะส่งผลให้เกิดการเติบโตของเมือง และระบบ ระบายน้ํา แล้วก็ปัองกันน้ําท่วมที่ไม่เปึนไปในแผนเดียวกัน อันที่ ๒ ก็คือการเติบโตดังกล่าวนี้ จะส่งผลต่อการใช้น้ําที่มำกขึ้น ซึ่งหลายคนก็ทราบดีว่าความเปึนเมืองจะมากขึ้น แล้วก็ ประชาชนส่วนใหญ่จะเริ่มย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่เขตที่เปึนเมืองหลวง ในจุดนี้กรุงเทพมหานคร ก็ได้ตระหนัก แล้วก็พยายามจัดทําผังเมืองอยู่ อย่างไรก็ตามกรุงเทพฯ ก็มีข้อจํากัด เพราะว่า กรุงเทพฯ ไม่ได้ดูเรื่องของตัวไฟฟัาและประปาขึ้นอยู่กับรัฐวิสาหกิจ เพราะฉะนั้นการควบคุม ของกรุงเทพฯ ก็ทําได้เฉพาะอาคาร ไม่สามารถจะดูเรื่องสาธารณูปโภค กรุงเทพฯ เองก็สนใจ ในเรื่องของการพัฒนาเรื่องของคมนาคมเปึนหลัก เนื่องจากรถติด แต่การดูแลเรื่องน้ํานี้ ก็จะอ่อนไปนิดหนึ่ง เราได้สอบถามการประปานครหลวงและการประปาส่วนภูมิภาค ปัจจุบันนี้มีการทําแผนล่วงหน้าประมาณ ๕ ป้ ๕ ป้คือทําแผน ๑๒ ๑๓ เพราะฉะนั้น จะวางแผนทุก ๆ ไม่เกิน ๑๐ ป้ ถ้าถาม ๓๐ ป้แล้วจะมีน้ําดิบเพียงพอไหม จะมีท่อประปา เพียงพอไหม ไม่มีในแผน อันนี้ก็เปึนจุดอ่อนว่าแนวโน้มของกา รเติบโตของเมือง แล้วก็สาธารณูปโภคยังไม่รองรับต่อการทําวางแผนระยะยาว ๓๐ ป้ ซึ่งถ้าเกิดแผ่นดินทรุด แล้วก็น้ําทะเลขึ้นมานี่กระบวนการในการวางแผนเรายังไม่ครอบคลุมถึงตรงนั้น และนอกจากนั้นก็ยังมีปัญหาเรื่องของน้ําดิบ ซึ่งหลายท่านทราบดีว่าปัจจุบันก็แล้ง

เพราะฉะนั้นระยะยาวนี่กรุงเทพฯ ก็ยังมีความเสี่ยงเรื่องการหาน้ําดิบเพื่อมาชดเชย ต่อการเจริญเติบโต ถ้าเราทําไม่ได้ท้ายสุดนี่เมืองก็จะกลับมาหาการใช้น้ําบาดาลต่อ ก็จะเกิดปัญหาย้อนหลังไปที่ ๔๐ ป้ที่แล้วว่าต้องเอาน้ําบาดาลมาชดเชยต่อการเจริญเติบโต ของเมือง เพราะฉะนั้นโอกาสที่แผ่นดินทรุดถ้าไม่มีการดูแลเมืองและการวางแผน สาธารณูปโภคที่ไม่เพียงพอโอกาสแผ่นดินทรุดในอนาคตก็จะมีโอกาสกลับมาใหม่ได้ ซึ่งอันนี้ เราก็ได้เสนอแนะระยะสั้นให้ทางการประปาทั้งหลายทําแผนฉุกเฉินเพื่อรองรับในกรณีที่ น้ําดิบในปริมาณต่าง ๆ เราจะจัดการอย่างไร แล้วก็จะลดตรงไหน เพิ่มตรงไหน ถ้าเราไม่มี ข้อตกลงกันไว้ก่อนจะเกิดปัญหาสังคมตามมา นอกนั้นก็ต้องดูแลในเรื่องของความต้องการใช้น้ํา รวมทั้งการปันน้ําจากภาคเกษตรกับภาคเมืองให้มีกติกาที่ชัดเจน อันนี้ก็เปึนเรื่องของการลด ความขัดแย้งในอนาคตเพื่อให้เมืองที่เติบโตอยู่ในอัตราที่ควบคุมได้ แล้วก็มีแผนรองรับน้ําดิบ จนไม่จําเปึนจะต้องกลับไปใช้น้ําบาดาลเกินอัตราที่ธรรมชาติให้และจะก่อให้เกิดแผ่นดินทรุดได้ ในอนาคต ซึ่งในส่วนนี้การประปาเอง กรมชลประทานเองก็มีแนวคิดในการที่จะเดินท่อน้ําดิบ จากจังหวัดชัยนาทลงมา แต่โครงการดังกล่าวนี้ก็ใช้เงินมากก็เปึนเรื่องของแผนระยะยาว อันที่ ๒ จริง ๆ แล้วเรามีบ่อทรายมากมาย บริเวณเหนือจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเราสามารถจะใช้เปึนบึงพักน้ําชั่วคราวแล้วก็ดึงน้ําตรงนี้มาใช้ในกรณีที่เกิดในช่วงภัยแล้งได้ ซึ่งในประเด็นตรงนี้ทางกรมชลประทานก็ได้เสนอว่าควรจะศึกษาความเปึนไปได้ทั้งในแง่ของ ดึงน้ําดิบจากจังหวัดชัยนาทหรือการหาบ่อขนาดใหญ่เพื่อเปึนแหล่งพักน้ําดิบ เพราะว่า การขาดน้ําส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นเฉพาะหน้าแล้ง อันนี้ก็เปึนประเด็นที่เราได้จากการที่สอบถาม แล้วก็ศึกษากับหน่วยงาน อันที่ ๒ ในเรื่องของการวัดระดับน้ําทะเล อย่างที่เรียนให้ทราบว่า ในแง่หน่วยงานหลักคือกรมอุทกศาสตร์นี่มีเครื่องมือในการวัด แต่ว่าความผิดพลาดในการวัด อยู่ในออร์เดอร์ประมาณ ๒-๓ เซนติเมตร เพราะฉะนั้นอะไรที่ต่ํากว่า ๒-๓ เซนติเมตรนี่ วัดไม่ได้ในทางปฏิบัติ ยกเว้นจะใช้เทคโนโลยีที่สูงกว่านี้ ประเด็นนี้จากการวัดในระยะยาว ประมาณ ๖๐ ป้จากข้อมูลวัดจริงนี่ เพราะว่าการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ําทะเลยังไม่มี ความชัดเจนในการเปลี่ยนแปลง อันนี้เปึนข้อมูลยาว แต่อย่างไรก็ตามจากการวัด โดยใช้เทคโนโลยีระดับสูงก็มีข้อสรุปว่ามีการขึ้นประมาณ ๔ มิลลิเมตรต่อป้ อันนี้ก็เปึนอัตรา ที่เราคํานึงไว้

ล่าสุดในการศึกษาของยูเอ นซีซีซี (UNCCC) ซึ่งปัจจุบันนี้ก็รณรงค์ให้เราลด คาร์บอนไดออกไซด์เพื่อแก้ปัญหาก๊าซเรือนกระจก หลาย ๆ คนคงทราบดีว่าโลกนี้ ในเรื่องการขึ้นของน้ําทะเลไม่ได้เปึนปัญหาประเทศไทยอย่างเดียวเปึนปัญหาเชื่อมโยง ของโลก จากการศึกษาพบว่าถ้าเราสามารถจะควบคุมคาร์บอนไดออกไซด์ให้อยู่ในระดับต่ํา น้ําทะเลในป้ ๒๑๐๐ จะขึ้นอยู่ประมาณเฉลี่ย ๔๐ เซนติเมตร แต่ถ้าเราควบคุมไม่ได้ น้ําทะเล จะขึ้นมาเปึน ๕๒ เซนติเมตร แล้วถ้าเราควบคุมไม่ได้เลย อุณหภูมิของโลกจะขึ้นประมาณ ๔ องศาเซลเซียส น้ําทะเลจะขึ้นมา ๕๔ เซนติเมตร ซึ่งถ้าบวกจากตัวเลขที่เราทรุดตัว อย่างต่ําสมมุติ ๑ เซนติเมตร ๕๐ ป้เราขึ้นมา ๕๐ เซนติเมตร เพราะฉะนั้นเราจะมีน้ําทะเล ที่สูงขึ้นอย่างต่ํา ๑ เมตร ซึ่งปัจจุบันนี้คันรอบกรุงเทพฯ ในป้ ๒๕๕๔ น้ําทะเลขึ้นมาเหลือ ประมาณ ๑๐ เซนติเมตร ปัจจุบันเราได้ถมขึ้นมาเปึน ๓ เมตร ก็มีประมาณ ๖๐ เซนติเมตร ฉะนั้นถ้าน้ําทะเลขึ้นเกิน ๖๐ เซนติเมตรเมื่อไร กรุงเทพฯ มีโอกาสจมเพราะว่าน้ําจะล้น ข้ามคันที่มีอยู่ ฉะนั้นโดยสรุปแล้วโดยหลักการการคิดในปัจจุบันของโลกพบว่าเมืองที่อยู่ติด ชายทะเลมีโอกาสเปึนเมืองแล้วก็หลายเมืองเกิดการทรุดตัวเนื่องจากการใช้น้ําบาดาล ในขณะเดียวกันน้ําทะเลก็ขึ้นมาสูงด้วย เพราะฉะนั้นก็มีความสอดคล้องในการรายงานจาก ยูเอ็น (UN) เปึนรายงานในเชิงเตือนภัยว่าเราจะต้องระมัดระวังในเรื่องนี้แล้วก็วางแผนพัฒนา ให้เอาองค์ประกอบนี้มาคิดในการวางแผนด้วย ปัจจัยหลัก ๆ ก็เปึนเรื่องการขึ้นของน้ําทะเล ซึ่งเปึนเรื่องที่ควบคุมยาก ส่วนเรื่องการทรุดตัวเปึนเรื่องที่เราต้องการใช้มาตรการในการ จัดการทั้งในเรื่องของผังเมืองและการ ขยายตัวของประปา ซึ่งโดยสรุปแล้วพบว่าถ้าเรา สามารถจะควบคุมดูแลในเรื่องของการทรุดตัวจากน้ําประปาได้อัตรานี้เราก็สามารถจะ ควบคุมได้ แต่เรื่องของไคลเมต เชนจ์ (Climate change) เปึนเรื่องของอนาคตซึ่งจะต้องมี ความเสี่ยงอยู่ ผลสรุปก็คือ ๑. การจัดการเรื่องประปาและการเจริญเติบโตมีแนวโน้มสูงขึ้น จําเปึนจะต้องมีมาตรการรองรับเพื่อไม่ให้เกิดการใช้น้ําบาดาลที่เกินขอบเขต ปัญหาที่ผ่านมา มาตรการนี้ใช้ในเรื่องของการกําหนดเขตวิกฤติและราคาใช้น้ําบาดาลเปึนมาตรการที่ผ่านมา แล้วก็ใช้ได้ผล แต่อย่างไรก็ตามการเจริญเติบโตจากนี้ไปส่งผลต่อความต้องการการใช้น้ํา ที่มากขึ้น ขณะเดียวกันการผังเมืองถ้าไม่จัดระบบที่ดีก็จะเกิดปัญหาต่อการระบายน้ํา ดังที่ ป้ ๒๕๕๔ ที่เกิดขึ้น ฉะนั้นเรื่องนี้จะต้องมีกลไกในการดูแลที่ชัดเจน การดูแลการเปลี่ยนแปลง ของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเปึนเรื่องที่จะต้องติดตามแล้วก็มีการวิจัย ซึ่งปัจจุบันนี้

เราใช้การศึกษาอ้างอิงจากต่างประเทศทั้งหมด จําเปึนจะต้องมีกลไกทางวิชาการของ ประเทศเราเองในการติดตามแล้วก็เพื่ออัตราการชดเชยที่ดีขึ้น ข้อสรุปแล้วคือถ้าเราสรุป ประเมินความเสี่ยงเปึน ๓ ระดับ คือความเสี่ยงสูงหมายถึงว่าถ้าไม่ทําเลยจะแย่ อันที่ ๒ ความเสี่ยงปานกลางคือมีความเสียหายมากแต่ว่ายังจะต้องมีเวลาในการศึกษา หรืออันที่ ๓ มีความเสี่ยงน้อยคือเกิดแล้วผลไม่มาก ข้อสรุปคณะกรรมการพบว่าประเด็นในเรื่อง “กรุงเทพจม” อยู่ในความเสี่ยงระดับปานกลาง ถ้าเราไม่ทําอะไรเลยแล้วอีก ๓๐-๔๐ ป้เกิดน้ําทะเลขึ้นมา ตามจริงขึ้นมาความเสียหายสรุปว่าเปึนล้านล้านบาท แต่อย่างไรก็ตามการขึ้นของน้ําทะเล ยังมีช่วงเวลาหนึ่งในการศึกษาควรจะต้องมีกลไกในการติดตามและศึกษาทางวิชาการ อย่างจริงใจจริงจัง เพื่อจะให้ประเมินการขึ้นของน้ําจริงว่าสักเท่าไร เพื่อจะเปึนข้อมูล ประกอบในการไปตัดสินใจเพื่อกําหนดมาตรการในการลงทุนแก้ไขปัองกันต่อไป ข้อสรุปของ กรรมการก็พบว่ากรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีความเสี่ยงในการเกิดวิกฤติในระดับ ปานกลางแล้วก็สามารถจะเตรียมการได้ทัน แต่อย่างไรก็ตามต้องมีมาตรการ และองค์กรเฉพาะมาดูแลเรื่องนี้เพื่อจะปัองกันไม่ให้เกิดความเสียหายที่รุนแรงขึ้นในอนาคต ขอบคุณครับ

เชิญครับ

นายจักรพันธ์ สุทธิรัตน์ กรรมการ 🔗

เรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติครับ ในส่วนของข้อสรุปจากที่ท่านอาจารย์สุจริตได้นําเสนอไป เราก็ได้นํามากําหนดข้อเสนอในการปฏิรูปแนวทางการดําเนินการต่าง ๆ ขออนุญาตไปที่สไลด์ที่ ๓๕ ในส่วนของแนวทางก็จะมีเรื่องของนโยบายองค์กร กลไกวิชาการ และการมีส่วนร่วม โดยมีรายละเอียดในส่วนของข้อเสนอแรกปฏิรูปเชิงนโยบายในสไลด์ที่ ๓๖ ควรจะต้องมีการกําหนด การวางแผนการรับมือวิกฤตการณ์ครั้งนี้ในแผนยุทธศาสตร์แห่งชาติ ซึ่งสภาปฏิรูปแห่งชาติ ได้นําเสนอให้คณะกรรมการปฏิรูปแห่งชาติต่อคณะรัฐมนตรี ซึ่งจะมีกรอบในการจัดทํา ยุทธศาสตร์แห่งชาติเปึนระยะ ๒๐ ป้ แต่โดยในส่วนของคณะกรรมการชุดนี้

ที่ดูแลเรื่องวิกฤตการณ์ของน้ําทะเลสูงขึ้นแล้วก็แผ่นดินทรุด ทางคณะกรรมการก็กําหนด ให้มี ๒ ระยะ โดยระยะแรกถือว่าเปึนระยะเร่งด่วนใน ๕ ป้ โดยแบ่งออกเปึน ๓ ส่วน ในส่วนแรกคือในป้ที่ ๑ ก็ควรจะต้องมีการจัดตั้งองค์กรในการดําเนินการ มีการจัดทํากรอบ การดําเนินงาน แล้วก็แผนปฏิบัติการ รวมถึงแผนงบประมาณที่ชัดเจน ในส่วนที่ ๒ ก็เริ่มดําเนินการตั้งแต่ป้ที่ ๑ จนถึงป้ที่ ๓ ก็ดูในเรื่องของการจัดทําข้อมูลฐานทั้งหมด มีการรวบรวมข้อมูลฐาน มีการจัดทําฐานข้อมูล โดยเฉพาะเรื่องของอัตราการทรุดตัว ระดับน้ําทะเลที่สูงขึ้น แล้วก็ข้อมูลของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อีกส่วนหนึ่งก็คือ ในเรื่องของการศึกษาผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ หรือเอสอีเอ (SEA) อย่างจริงจัง ในส่วนที่ ๓ อาจจะดําเนินการตั้งแต่ป้ที่ ๓ ถึงป้ที่ ๕ หลังจากที่เราได้ผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์แล้ว ก็นํามาศึกษาเรื่องของแนวทางต่าง ๆ ดูเรื่องของความเหมาะสม แล้วก็ศึกษาผลกระทบ สิ่งแวดล้อมเบื้องต้น เพื่อที่จะเสนอทางเลือกแบบต่าง ๆ จากคณะกรรมการที่กําหนดขึ้นมา เพื่อเปึนทางเลือกให้รัฐบาลตัดสินใจ ซึ่งทางเลือกอาจจะมี ๒ ทางเลือก ๓ ทางเลือกก็แล้วแต่ หลังจากนั้นก็นําทางเลือกต่าง ๆ เหล่านี้มาออกแบบในรายละเอียด ซึ่งอันนั้นจะเปึนเฟส (Phase) ที่ ๒ ในระยะที่ ๒ ซึ่งจะเปึนระยะกลางต่อไปนั่นคือในป้ที่ ๖ ถึงป้ที่ ๑๐ หลังจากมีการ ออกแบบแล้วก็เปึนทางเลือกเรียบร้อยแล้วนี่ก็คงต้องมีการประเมินผลกระทบทางด้าน สิ่งแวดล้อมและสุขภาพ หรืออีเอชไอเอ (EHIA) ในรายละเอียดต่อไป อันนั้นคือในส่วนของ ในอนาคต ในสไลด์ที่ ๓๗ ก็จะเปึนเรื่องของการปฏิรูปเชิงนโยบายต่อเนื่อง ในเรื่องของการ กําหนดให้มีกฎหมาย การปรับปรุงกฎหมาย แล้วก็แก้ไขปรับปรุงกฎหมายเพิ่มเติม ในกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง อย่างเช่น เรื่องของการปรับปรุงกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องด้านการใช้ที่ดินที่อยู่ให้มีความเหมาะสม โดยผนวกปัญหาเรื่องของแผ่นดินทรุด ไปกับเงื่อนไขของการใช้ประโยชน์ที่ดินด้วยให้ควบคู่ไปกับประเด็นของการปฏิรูปทางด้านผังเมือง ซึ่งทางสภาปฏิรูปแห่งชาติก็ได้มีการนําเสนอในเรื่องของผังเมืองเข้ามาด้วย ควรจะมีการ ออกกฎหมายกฎ ระเบียบ หรือระเบียบท้องถิ่น สําหรับการควบคุมการดําเนินการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการปัองกันปัญหาน้ําท่ว ม อย่างเช่น เรื่องของการกําหนดระดับการถมดิน ระดับถนน เพิ่มบทลงโทษ แล้วก็ในเรื่องของการรุกพื้นที่สาธารณะต่าง ๆ โดยเฉพาะ ทางน้ําสาธารณะ ในส่วนที่ ๓ ก็คือการเพิ่มบทลงโทษในเรื่องของการลักลอบใช้น้ําบาดาล

โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในข้อที่ ๔ ก็ควรจะให้มีการวางผังเมือง ให้เปึนมาตรฐานเดียวกันทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อย่างที่ท่านอาจารย์สุจริต ได้เรียนนําเสนอว่าในเรื่องของการวางผังเมืองบางจังหวัดก็ยังไม่ได้มีการวางผังใหม่ในระยะยาว แล้วก็เท่าที่เราตรวจสอบจะเห็นว่าในส่วนของผังเมืองของกรุงเทพมหานครกับปริมณฑล ที่เชื่อมต่อจะไม่มีความต่อเนื่องกัน เพราะฉะนั้นควรจะมีการทําผังเมืองให้สอดคล้องกันกับ ร่างพระราชบัญญัติการผังเมืองในอนาคต ตามที่ทางสภาปฏิรูปแห่งชาติได้นําเสนอต่อไป ในสไลด์ที่ ๓๘ ก็จะเปึนข้อเสนอทางด้านองค์กร หลังจากมีเชิงนโยบายไปเรียบร้อยแล้ว ในการปฏิรูปด้านองค์กรควรจะมีการพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์แห่งชาติ เพื่อรับมือวิกฤตการณ์น้ําทะเลสูงขึ้นและแผ่นดินทรุด เพื่อดําเนินการขับเคลื่อนแผนงาน และกํากับดูแลภารกิจที่เกี่ยวข้องของหน่วยงานต่าง ๆ ในภาพรวม โดยทางคณะกรรมการ ได้นําเสนอนะครับ ในส่วนของคณะกรรมการยุทธศาสตร์แห่งชาติในวิกฤ ตการณ์ครั้งนี้ ควรจะประกอบไปด้วยท่านนายกรัฐมนตรีเปึนประธานกรรมการ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยเปึนรองกรรมการ แล้วก็มีอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง เปึนกรรมการและเลขานุการ โดยโครงสร้างของกรรมการก็จะประกอบไปด้วย หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมทรัพยากรธรณี อธิบดีกรมชลประทาน เลขาธิการสํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ สผ. อธิบดีกรมทรัพยากรน้ําบาดาล อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝัืง และเจ้ากรมแผนที่ทหาร กระทรวงกลาโหม เจ้ากรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ ที่เหลือก็จะเปึนในส่วนของภาคเอกชน ซึ่งได้มาจากการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเปึนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แล้วก็นายกองค์การ บริหารส่วนจังหวัด ไม่ว่าจะเปึนจังหวัดนครปฐม จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเปึนจังหวัดรอบ ๆ กรุงเทพมหานครทั้งหมด ในส่วนของบทบาทภารกิจของคณะกรรมการยุทธศาสตร์แห่งชาติชุดนี้ก็ควรจะต้องมีในเรื่อง ของการกําหนดแนวทางมาตรการในการปัองกันรับมือวิกฤตการณ์น้ําทะเลสูงขึ้นและแผ่นดินทรุด โดยจัดทําเปึนแผนหลักระยะยาว

แล้วก็แผนปฏิบัติการที่มีการเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละป้นะครับ ทั้งนี้ให้มีการกําหนดเกณฑ์ ระดับความรุนแรง ซึ่งปัจจุบันตอนนี้ทางคณะกรรมการได้เห็นว่าความรุนแรงของวิกฤตการณ์นี้ ก็คืออยู่ในระดับกลาง แต่ว่าจากการศึกษาในระยะต่อไปถ้ามีการกําหนดระดับความรุนแรง ที่แตกต่างกันก็ควรจะต้องมีแนวทางในการตอบสนองปัญหาในแต่ละระดับที่แตกต่างกัน ออกไป ในการกํากับดูแลแล้วก็ดําเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ท่านจะเห็นว่าในส่วนที่ เรานําเสนอในแต่ละส่วนงานที่ดําเนินการอยู่ในปัจจุบันก็จะมีการเก็บข้อมูลในแต่ละส่วน ยังไม่มีการเชื่อมโยงบูรณาการวางแผนร่วมกันกับปัญหานี้นะครับ เพราะฉะนั้นคณะกรรมการ ชุดนี้ก็จะเปึนการกํากับดูแลการดําเนินงานของหน่วยงานเหล่านี้ โดยดําเนินการ ให้มีการเก็บรวบรวมข้อมูล เกิดการบูรณาการของการดําเนินงาน รวมถึงการวิเคราะห์ ประเมินความรุนแรงของปัญหาในแต่ละหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อนําไปประกอบ ในการปรับปรุงแผนหลักและแผนปฏิบัติการตามที่นําเรียนไปแล้ว แล้วก็คณะกรรมการชุดนี้ ก็ดําเนินการให้ได้มาซึ่งแหล่งงบประมาณที่ชัดเจน นั่นคือส่วนที่สําคัญในการดําเนินการต่อไป ประกอบกับเรื่องของการกําหนดกรอบงบประมาณเพื่อจัดสรรให้หน่วยงานในการเตรียม ความพร้อมต่าง ๆ อย่างที่เมื่อกี้ท่านอาจารย์สุจริตท่านได้เรียนนําเส นอว่าอาจจะต้องมีการ นําเทคโนโลยีบางอย่างเข้ามาใช้ในการตรวจสอบก็จะนําไปสู่เรื่องของการใช้งบประมาณต่อ ข้อเสนอปฏิรูปข้อที่ ๓ ก็จะเปึนเรื่องของกลไกทางด้านวิชาการ ในเรื่องของกลไกวิชาการ ทางคณะกรรมการยุทธศาสตร์แห่งชาติเพื่อรับมือกับวิกฤตการณ์น้ําทะเลสูงขึ้นและแผ่นดินทรุด ควรจะดําเนินการให้มีกลไกวิชาการเฉพาะ ตอนนี้เราใช้คําว่า กลไกวิชาการเฉพาะ เนื่องจากว่าในบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการชุดนี้ไม่สามารถที่จะวางรูปแบบขององค์กรนี้ ขึ้นมาได้ องค์กรนี้อาจจะเปึนลักษณะขององค์กรชั่วคราวจัดตั้งขึ้นมาแล้ว แล้วก็สลายตัว ต่อไปในอนาคต แต่ว่าเปึนองค์กรหรือว่าเปึนกลไกทางวิชาการเฉพาะขึ้นมา จัดการ องค์ความรู้เพื่อตัดสินใจและเตรียมการปัองกันโดยมีองค์ประกอบที่สําคัญประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการและหน่วยงานหลัก ๆ โดยเฉพาะหน่วยงานของกรมแผนที่ทหาร อย่างที่นําเรียนว่ากรมแผนที่ทหารก็จะเปึนหน่วยงาน ที่จะต้องมีการวัดระดับความสูงของ พื้นที่อย่างต่อเนื่อง การประปานครหลวงและการประปาส่วนภูมิภาคก็จะต้องมีการวางแผน ดําเนินการในระยะยาว ๒๐ ป้ขึ้นไป กรมชลประทานก็มีการวางแผนการจัดหาน้ําดิบ

ในระยะยาวเช่นเดียวกัน ซึ่งจะต้องคํานึงถึงเรื่องปัญหาของน้ําทะเลที่สูงขึ้น แล้วก็ทําให้เกิด การผลักดันของน้ําเค็มเข้ามาด้วยนะครับ อย่างที่เราเจอปัญหาในปัจจุบันนี้ ในส่วนของ กรมทรัพยากรธรณีและกรมทรัพยากรน้ําบาดาลก็ควรจะต้องมีการติดตามภาว ะการใช้ น้ําบาดาลและการทรุดตัวของแผ่นดิน รวมทั้งวิเคราะห์ วิจัยเพื่อสอบทานการคาดการณ์ ในอนาคตให้ถูกต้องมากขึ้น ในส่วนของ สผ. หรือสํานักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม และทรัพยากรธรรมชาติ กรมทรัพยากรธรณี กรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือควรจะต้อง มีการติดตามในเรื่องของการสูงขึ้นของระดับน้ําทะเล ซึ่งต้องมีการตรวจวัดแล้วก็ดูในเรื่อง ของแนวโน้มระดับโลก รวมถึงในระดับภูมิภาค แล้วก็ระดับของประเทศในอนาคตต่อไป ในส่วนข้อเสนอปฏิรูปข้อสุดท้ายครับ เรื่องของการมีส่วนร่วมซึ่งจะเห็นว่าในปัจจุบัน การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนยังไม่ได้รับข้อมูลหรือได้รับข้อมูลในแต่ละ ส่วนซึ่งไม่มี การบูรณาการกันทําให้เกิดความตระหนก บางส่วนทําให้เกิดความตระหนก บางส่วนยังไม่มี ความตระหนักในส่วนของการรับรู้ข่าวสารข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้ เพราะฉะนั้นคณะกรรมการ ก็เลยคิดว่าควรจะต้องมีการปฏิรูปในเรื่องของการมีส่วนร่วมในทุก ๆ ด้าน โดยให้กลไก วิชาการเฉพาะเปึนคนทํางานร่วมกับองค์กรหลัก ๆ โดยเฉพาะในส่วนของกรุงเทพมหานคร และองค์กรส่วนท้องถิ่นในส่วนของปริมณฑลทั้งหมด องค์กรทางด้านการเกษตรกรรม แล้วก็ ด้านการประมง โดยเฉพาะพื้นที่ชายฝัืงแล้วก็ในส่วนของสภาอุตสาหกรรมและสภาหอการค้า ซึ่งหน่วยงานต่าง ๆ เหล่านี้เปึนหน่วยงานที่ได้รับผลกระทบโดยตรงในอนาคต ในสไลด์ที่ ๔๓ อันนี้จะเปึนชาร์ท (Chart) เปึนแผนรวมซึ่งทางคณะกรรมการพยายามที่จะทําให้เห็นว่า ในส่วนของปัญหา ข้อมูลต่าง ๆ ในส่วนตรงที่เปึนลูกศรสีฟัา ๆ แล้วก็ตัวกรอบสี่เหลี่ยมสีฟัา ตรงกลางจะเปึนเรื่องของข้อมูลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการเฝัาระวังการทรุดตัว ของแผ่นดิน ผลกระทบเรื่องของน้ําที่ใช้ในการสาธารณูปโภคหรือว่าการเฝัาระวังเรื่องของ การเพิ่มขึ้นของน้ําทะเล แล้วก็ปัญหาที่เกิดน้ําท่วมจากน้ําเหนือไหล่บ่าลงมา

ซึ่งจะมีหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในแต่ละกรณีต่าง ๆ เหล่านั้น ซึ่งเหล่านี้จะเปึนปัจจัยที่ทําให้ เกิดผลกระทบในเรื่องของน้ําทะเลสูงขึ้นแล้วก็แผ่นดินทรุด ปัญหาในวงกลมทางด้านขวามือ ท่านจะเห็นว่าเปึนปัญหาเรื่องการขยายตัวของเมืองซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องของการผังเมือง แล้วก็การพัฒนาของสังคมในอนาคต ซึ่งปัญหาเหล่านี้ปัจจุบันก็ยังไม่มีการบูรณาการอย่างชัดเจน การพัฒนาของกรุงเทพมหานครกับปริมณฑลก็ไม่ได้มีการวางผังเมืองที่ สอดคล้องกัน ในส่วนของปัญหาทางด้านวงกลมด้านล่างที่เขียนว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งก็เปึนข้อมูลทางด้านวิชาการ ซึ่งในปัจจุบันก็มีการคาดการณ์ในหลาย ๆ ระดับ แต่ว่า ในส่วนของประเทศไทยเองก็ควรจะต้องมีการศึกษาในรายละเอียดทางข้อมูลวิชาการเพื่อใช้ ในการสนับสนุนเปึนข้อมูลในการตัดสินใจในอนาคตต่อไป ในส่วนของคณะกรรมการ ยุทธศาสตร์แห่งชาติก็จะมีกลไกในเรื่องของการจัดการภาพรวมอย่างที่นําเรียนเสนอ โดยใช้การขับเคลื่อนของกลไกทางภาควิชาการเข้ามาเปึนการให้ข้อมูลแล้วก็เปึนการให้ การซัพพอร์ต (Support) ในเรื่องของการตัดสินใจของสภาแล้วก็รัฐบาลต่อไป ในส่วนที่ ๖ ผลที่คาดว่าจะได้รับ เราก็นําเสนอว่าผลที่คาดว่าจะได้รับในเรื่องของการปฏิรูปทางด้าน นโยบาย ข้อที่ ๑ ก็คือเกิดการบูรณาการในการแก้ไขปัญหาการวางแผนในระยะยาวให้เปึน รูปธรรม อย่างเช่น เรื่องของการใช้ประโยชน์ที่ดิน การบังคับใช้ผังเมือง การกําหนดให้มีพื้นที่ รองรับน้ําในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อาจจะมีในเรื่องของรูปแบบการชดเชยภาษี การกําหนดให้มีที่ดินประเภทอนุรักษ์ต่าง ๆ แล้วก็เรื่องของเกษตรกรรมที่อาจจะเปึนช่องทาง ในการผันน้ําต่าง ๆ จะเห็นว่าในเรื่องของผลกระทบมันกระทบไปนอกจากกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลแล้วยังมีผลกระทบที่ซับซ้อนมากกว่านั้นอีก ในส่วนที่ ๒ ก็เกิดแนวทาง ปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปัองกันแล้วก็แก้ไขปัญหาตามหลักการได้อย่าง เปึนรูปธรรมในการบังคับใช้กฎหมายแล้วก็การจัดสรรงบประมาณอย่างต่อเนื่อง แน่นอนก็คือ ในส่วนที่ ๓ ก็ต้องมีแผนงบประมาณรองรับสอดคล้องกับแผนการดําเนินการอย่างชัดเจน ในส่วนที่ ๔ ก็เปึนเรื่องของทางเลือกที่เหมาะสมเพื่อประกอบการตัดสินใจของรัฐบาล ในการแก้ไขปัญหาวิกฤตการณ์น้ําทะเลสูงขึ้นและแผ่นดินทรุด อยากจะกราบเรียนว่าจริง ๆ แล้ว ในส่วนของการศึกษาของคณะกรรมการเราได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มี การวางแผน บางประการไว้เรียบร้อยแล้วในการรองรับปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ แต่ว่ายังไม่ได้มีการศึกษา ข้อมูลในรายละเอียด ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรือว่าศึกษาผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์

อย่างชัดเจน ซึ่งน่าจะเปึนแนวทางในการศึกษาต่อไปในอนาคต ในเรื่องของผลที่คาดว่า จะได้รับในเรื่องของการปฏิรูปองค์กรก็จะมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์แห่งชาติเ พื่อรับมือ วิกฤตการณ์น้ําทะเลสูงขึ้นแล ะแผ่นดินทรุดเพื่อขับเคลื่อนหน่วยงานให้มีการทํางาน อย่างเปึนบูรณำการร่วมกัน มีการประสานระหว่างหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ และองค์กรเอกชนที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง แล้วก็สุดท้ายก็คือสามารถที่กําหนด รูปแบบองค์กรในการขับเคลื่อนทั้งด้านการวางแผนกํากับวิชาการและดําเนินการ ให้เหมาะสมตามผลความเสี่ยงที่ได้จากการติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลจริง แล้วก็ การวิเคราะห์ข้อมูลทางวิชาการต่อไป ในส่วนของกลไกการปฏิรูปด้านกลไกวิชาการก็จะได้ เรื่องของกลไกวิชาการเฉพาะที่รับผิดชอบเพื่อการศึกษาและวิจัย โดยมีงบประมาณสนับสนุน อย่างต่อเนื่อง แล้วเราก็จะเปึนชาแนล (Channel) ที่ให้ข้อมูลต่าง ๆ กับทางภาคสังคม ในชาแนลเดียว มีข้อมูลพื้นฐานแล้วก็ฐานข้อมูลเพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ ในระยะสั้นและระยะยาวในอนาคตอย่างเปึนรูปธรรม แล้วก็นักวิชาการต่าง ๆ สามารถ ที่จะนําข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ในการวิเคราะห์ต่อไปได้ ก็จะมีรายงานในเรื่องของผลกระทบ เชิงยุทธศาสตร์ รายงานผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพเพื่อเปึนการประกอบการ พิจารณาทางเลือกในการแก้ไขปัญหาต่อไปในอนาคต ในส่วนของผลลัพธ์ทางด้านการปฏิรูป การมีส่วนร่วมก็คือเกิดกระบวนการการมีส่วนร่วมของเอกชนนักวิชาการภาคประชาชน ที่เข้าถึงกระบวนการดําเนินงานของภาครัฐและภาครัฐได้รับความเชื่อมั่นและความศรัทธา จากประชาชน ซึ่งประเด็นนี้ก็จะนําไปสู่เรื่องของตัวชี้วัดความสําเร็จในข้อที่ ๒ ในสไลด์ที่ ๔๗ คือภาครัฐก็สามารถที่จะสร้างความเชื่อมั่นความศรัทธาให้เกิดขึ้นกับประชาชนในการแก้ไข ปัญหา ทั้งในระดับประเทศแล้วก็ระดับภูมิ ภาคด้วยซึ่งจะนําไปสู่เรื่องของ ความเชื่อมั่น ในเรื่องของการลงทุนต่อไปในอนาคต ในส่วนตัวชี้วัดตัวต่อมาก็คือมีการจัดตั้งคณะกรรมการ ที่เปึนศูนย์กลางการขับเคลื่อนอย่างเปึนบูรณาการร่วมกัน ขอบคุณครับ

นายวิทยา กุลสมบูรณ์ ประธานกรรมการ

เรียนท่านประธานและ ท่านสมาชิกทุกท่าน ท่านได้ฟังข้อมูลทั้งในส่วนของผลการศึกษาแล้วก็ข้อเสนอของคณะทํางาน วิกฤตการณ์ “กรุงเทพจม” แล้วนะครับ ท่านได้มีเอกสารข้อมูลซึ่งอยู่ในมือของท่านรวมทั้ง มีสไลด์ต่าง ๆ แล้วนะครับ ผมคิดว่าข้อมูลในครั้งนี้ก็เปึนข้อมูลสําคัญที่จะได้กราบเรียน ทุกท่านที่จะให้ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อประกอบการตัดสินใจของรัฐบาลในข้อเสนอของเราที่จะได้ ทําไปครับ ขอเรียน ๒-๓ ประเด็น ประเด็นแรกที่จะกราบเรียนก็คือว่าในเรื่องของการสรุป ของคณะกรรมการที่ได้สรุปว่าความเสี่ยงนั้นมีอยู่ ๓ ระดับ คณะได้ให้น้ําหนักไว้ที่ความเสี่ยง ปานกลาง เพราะฉะนั้นข้อเสนอต่าง ๆ ที่ปรากฏในสื่อสารมวลชนนะครับ เราคิดว่า กรุงเทพมหานครนั้นยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าจะจมในระยะอันสั้น แต่เราก็สรุปว่าจะช้าเกินไป ถ้าวันนี้เรายังนิ่งนอนใจแล้วไม่ดําเนินการอย่างไรเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมได้ขอกราบเรียน ว่าในพื้นที่บางพื้นที่ เช่นที่จังหวัดสมุทรปราการนี่นะครับ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติของเรา ท่านปรีชาก็ได้มาร่วมกับคณะแล้วได้ให้ข้อมูลที่สร้างความกังวลให้กับพวกเราว่าพื้นที่ ชายฝัืงนั้นขณะนี้ต่างคนต่างทํา เพราะต้องปัองกันตัวเอง อบจ. หลายที่ลงทุนใช้ทรัพยากร ของท่านเองเพื่อปกปัองพื้นที่ แต่การทําเช่นนั้นอาจจะปกปัองได้บางส่วน ขณะเดียวกัน ก็อาจจะสร้างผลกระทบบางส่วน เพราะเมื่อกั้นตรงจุดหนึ่งก็จะลามไปที่อื่น เพราะฉะนั้น เรายังไม่มีกลไกที่ข้ามพื้นที่ครับ อบจ. ต่าง ๆ และกระทรวงต่าง ๆ นั้นยังขาดการบูรณาการ เพราะฉะนั้นนอกเหนือจากการที่ได้ประเมินค วามเปึนปัญหาในเรื่องของพื้นที่ ที่ไม่ต่อเนื่องแล้ว ขณะนี้อาจจะสร้างความตระหนก ความเข้าใจผิด หลายท่านมีดําริว่า ควรจะย้ายบ้านหรือไม่ ไปอยู่ที่อื่นกันดีหรือไม่ วิศวกรรมสถานซึ่งมาร่วมในการประชุม ของเราได้กล่าวว่าเขาไม่ยอมครับ ความรู้ทางวิชาการเทคโนโลยีที่เขามีอยู่นั้นเขาเชื่อมั่นว่า สามารถจะปกปัองกรุงเทพมหานครได้ เพียงแต่ว่ารูปแบบ และวิธีการและทางเลือกนั้น ข้อมูลที่จะมีในครั้งนี้จะต้องเปึนส่วนตัดสินใจว่าจะดําเนินการอย่างไร ซึ่งแน่นอนที่สุดครับ เรื่องต่าง ๆ ที่เราพูดในสภาปฏิรูปแห่งชาติทุกเรื่องใช้สตางค์หมด เราจะจัดลําดับความสําคัญ อย่างไร เพราะฉะนั้นอันนี้ก็คือข้อที่จะนําเรียนท่านนะครับ ผมคิดว่าวิกฤติทุกวิกฤตินั้น ก็ซ่อนไว้ด้วยโอกาส ถ้าเราสามารถใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อจะจัดการนะครับ แต่อาจจะต้องใช้หลักฐานทางวิชาการที่จะประเมินสถานการณ์ที่เปึนจริง สภาปฏิรูปแห่งชาติ ทําหน้าที่จัดการเรื่องคนกับคนในปัญหาปรองดองเมื่อคืนนี้ แล้วอีกหลายปัญหา

สภาปฏิรูปแห่งชาติทําหน้าที่จัดการเรื่องคนกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตัวนี้ก็เปึน อีกปัญหาหนึ่งนอกเหนือจากความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจที่จะต้องใช้คนกับวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี แล้วก็ความเสมอภาคในการที่จะได้รับการแบ่งปันผลประโยชน์ร่วมกัน ขอให้ท่านคณะกรรมการได้ใช้โอกาสนี้ในการพิจารณาให้ข้อวิเคราะห์เพิ่มเติม เพื่อที่คณะกรรมการจะได้นําเอาข้อมูลนี้ไปประกอบต่อไปครับ ขอขอบคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ ท่านสมาชิกครับ ตอนนี้จะเป่ดโอกาสให้ท่านสมาชิกได้ให้ความเห็น รวมทั้งวิพากษ์วิจารณ์ และข้อเสนอแนะไม่เกินท่านละ ๕ นาที เรียนเชิญ พลเรือเอก ศุภกร บูรณดิลก ครับ

พลเรือเอก ศุภกร บูรณดิลก 🔗

ท่านประธาน ท่านคณะกรรมการ และเพื่อนสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ กระผม พลเรือเอก ศุภกร บูรณดิลก จะขออภิปราย ในเรื่องนี้ครับ ท่านประธานครับ ปกติแล้วผมได้ตั้งใจไว้ว่าในการเสนอรายงานการศึกษา ในรอบ ๒ นี้ซึ่งเปึนเรื่องที่ผ่านตามาแล้ว หากไม่สะดุดใจจริง ๆ ผมจะไม่ขออภิปราย แต่อย่างไรก็ดีเรื่องนี้เปึนการรายงานครั้งแรกที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แล้วก็มีบางสิ่งบางอย่าง ที่ผมเห็นว่าควรจะเพิ่มเติมเข้าไป เพื่อว่าท่านคณะกรรมการหากเห็นด้วยอาจปรับแต่ง เอกสารก่อนที่จะเสนอรัฐบาลต่อไปจึงได้ตัดสินใจอภิปรายในครั้งนี้ การศึกษาวาระนี้ การปฏิรูปเพื่อรับมือวิกฤติ น้ําทะเลขึ้นสูงและแผ่นดินทรุด พื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ซึ่งสาเหตุแผ่นดินทรุดก็คงเปึนไปตามที่ท่านได้กล่าวมาตามเอกสาร คือคนมากใช้น้ําบาดาลเกินพอดี แผ่นดินก็แฟบลง บ้านเมืองธุรกิจเจริญเติบโตสิ่งก่อสร้าง เกิดขึ้นมากถมทับแผ่นดินให้ทรุดลงไป น้ําทะเลด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งผลให้เกิดการยกระดับสูงขึ้น

สาเหตุทุกอย่างก็เปึนว่าผมเห็นด้วยนะครับ เปึนไปตามที่ท่านกล่าวทุกประการ แต่ก็มีข้อสังเก ตเล็กน้อยเกี่ยวกับน้ําทะเลนะครับ น้ําทะเลที่ยกระดับสูงขึ้น เกี่ยวกับ ระดับน้ําทะเลนะครับ ผมว่าแท้จริงแล้วอิทธิพลสําคัญของน้ําในการขึ้นลง มันขึ้นกับ ดวงจันทร์มากกว่านะครับ คือในการวัดระดับขึ้นลงของน้ํา วัดจากระดับน้ําทะเลปานกลาง มีน ซี เลเวล (Mean Sea Level) ส่วนระดับจริง ๆ ที่มันดูเหมือนจะขึ้นมามาก ขึ้นมาน้อย ผมว่ามันสัมพันธ์กับแผ่นดินที่ทรุดมากกว่า ยิ่งแผ่นดินทรุดลงไป มันทําให้น้ําทะเลเหนือ ขึ้นมามาก น้ําที่วัดมันมาก ซึ่งอันนี้เปึนการกล่าวตามเบื้องต้นนะครับ คืออย่างไรก็ดีต้องได้มี การศึกษาต่อไป ถึงแม้มันจะมีอิทธิพลกับสภาพอากาศกับอะไร แต่ก็คงไม่มากเท่าดวงจันทร์ กับตัวแปรสําคัญ ผมว่ามันอยู่ที่แผ่นดินที่มันทรุด มันจะเปึนตัวแปรสําคัญที่มากกว่านะครับ แต่อย่างไรก็ดีท่านก็ได้กล่าวแล้วว่าน้ําทะเลคุมไม่ได้ แต่ตัวที่จะคุมได้มันน่าจะเปึนตัวแผ่นดิน ที่เราไม่ให้มันทรุดนั่นแหละ นั่นคือตัวการสําคัญที่เราจะคํานึงสําหรับข้อเสนอต่าง ๆ และแนวทางดําเนินการ ทั้งการปฏิรูปเชิงนโยบาย การปฏิรูปด้านองค์กร การปฏิรูปกลไก ด้านวิชาการและปฏิรูปด้านการ มีส่วนร่วมของประชาชนและผู้ได้รับผลกระทบนั้น ผมเห็นด้วยทุกประการครับ แต่อยากจะเพิ่มเติมอยู่ ๒ ประการ คือประการแรกเกี่ยวกับ เรื่องผังเมือง ที่เราต้องการแก้คือสิ่งก่อสร้างมันหนักไป มันทําให้แผ่นดินทรุดลงมา อันนี้ก็เนื่องมาจากการเจริญเติบโตของเมือง ของธุรกิจและผู้คนก็หลั่งไหลเข้ามา ใช้น้ําบาดาลก็ใช้มาก มันก็แฟบเหมือนลูกบอลนะครับ แผ่นดินก็ทรุด ทําไมเราไม่หยุด การเติบโตของเมืองครับ นี่ผมขอเสนอแนะนะครับ ซึ่งเปึนการแก้ปัญหาแบบกําปัุนทุบดิน ด้วยซ้ําไป ก็คือเราหยุดการเติบโตของเมือง ของกรุงเทพฯ และปริมณฑล ด้วยการย้ายแหล่ง อุตสาหกรรมและแหล่งธุรกิจบางส่วนออกไปข้างนอก ซึ่งอาจจะรวมกับแหล่งอุตสาหกรรม ในภาคตะวันออก ซึ่งดูเหมือนจะล้นขึ้นมาเหมือนกันขณะนี้ ถ้ารวมแล้วไปสร้างแหล่งใหม่ที่อื่น อาจจะเปึนทางภาคใต้ตามแผนเซาเทิร์น ซีบอร์ด (Southern Seaboard) เดิม หรืออะไรต่าง ๆ ซึ่งอันนี้ผมไม่ได้พูดว่าภายใน ๕ ป้ ๑๐ ป้ครับ อาจจะเปึนโครงการใน ๒๐ ป้๓๐ ป้ข้างหน้า ย้ายแหล่งอุตสาหกรรมใหม่นอกเหนือไปจากแหล่งอุตสาหกรรมภาคตะวันออก ที่เรามีอยู่ ซึ่งปัจจุบันแหล่งอุตสาหกรรมภาคตะวันออกก็เกิดสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัย ท่านนายกรัฐมนตรีชาติชาย ซึ่งเราก็ได้ใช้บุญเดิมหากินอยู่ พูดง่าย ๆ จนกระทั่งทุกวันนี้ ซึ่งขณะนี้มันก็เริ่มล้นเริ่มอะไร ท่านลองย้ายที่ไปอีกที่หนึ่งขยับออกไปมันก็น่าจะเปึนกลไกสําคัญ

แล้วยังช่วยเปึนการพัฒนา ช่วยเปึนตัวจักรสําคัญในการที่จะฉุดเศรษฐกิจให้เจริญเติบโตขึ้นด้วย เศรษฐกิจส่วนรวมของประเทศนะครับ ประการแรกที่อยากเสนอแนะคือ น่าจะเริ่มพิจารณา การย้ายแหล่งอุตสาหกรรม แหล่งธุรกิจต่าง ๆ ออกไปบ้าง ซึ่งนั่นจะช่วยทําให้การเจริญเติบโต ของเมืองนี้ได้หยุดลง นอกจากนี้ยังมีอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องธรรมดา เรื่องการขุดลอกคู คลอง แม่น้ําต่าง ๆ น่าจะกระทําตลอดเวลาและทั้งนี้ก็ควรมีการสร้างทางน้ําให้มีการคมนาคมขนส่ง ออกทะเลให้มากขึ้น เช่น การขุดแม่น้ําขนานกับแม่น้ําเจ้าพระยาอีกสายหนึ่ง ซึ่งนอกจาก จะเปึนการคมนาคมขนส่งแล้วยัง จะช่วยระบายน้ํา หากน้ําท่วมมาจากทางเหนือ หรือเปึนการบรรเทาน้ําทะเลที่ดันหนุนขึ้นมา ซึ่งอันนี้โครงการที่ผมพูดน่าจะเปึนโครงการ พัฒนา คือจะคิดอีกประมาณอย่างน้อยก็ ๒๐ ป้ข้างหน้าขึ้นไปนะครับ ซึ่งอันนี้น่าจะเปึน แนวทางเสนอแนะระยะยาวครับ ซึ่งผมว่าวันหนึ่งมันต้องเกิดแน่ ก็ขอจบการอภิปราย แต่เพียงเท่านี้ครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญรองศาสตราจารย์สุชาติ นวกวงษ์ ครับ

รองศาสตราจารย์สุชาติ นวกวงษ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานครับ กราบเรียนท่านคณะทํางานเรื่อง “กรุงเทพจม” นะครับ ผมได้อ่านเอกสารของคณะทํางาน เรื่อง“กรุงเทพจม” นะครับ ผมได้อ่านเอกสารของคณะทํางานก็ยอมรับว่ามีข้อมูลในการที่จะ ทําให้รับรู้เรื่องของเมืองกรุงเทพฯ แล้วก็ปริมณฑลในเชิงของการทรุดตั วเพิ่มมากขึ้น ทีนี้อยากเรียนเพิ่มเติมว่าการรับรู้ว่ากรุงเทพฯ แล้วก็ปริมณฑลมีการทรุดตัว ผมคิดว่าเริ่มต้น ที่รับรู้มาตั้งแต่ป้ ๒๕๒๐ ป้ ๒๕๒๑ ณ ป้นั้นผมได้มีโอกาสอยู่ที่สํานักงานคณะกรรมการ สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ สมัยโน้นเรียกว่า สวล. สวล. ได้ร่วมกันกับเอไอที (AIT) ทําการศึกษาพื้นที่ เพราะว่ามีข้อร้องเรียนมาว่ามีน้ําท่วมต่าง ๆ ทางด้านบางกะป่ พระโขนง รามคําแหง อะไรเหล่านี้ เพราะฉะนั้นเอไอทีก็ทําการศึกษาร่วมกันกับคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ก็ได้ความรู้มาว่า ณ ป้นั้นพื้นที่พระโขนง บางกะป่ พระประแดงบางส่วนอะไรนี่ แถวบางนา ก็มีการทรุดตัว ถ้าผมจําข้อมูลไม่ผิดน่าจะมีการทรุดตัวประมาณป้ละ ๕ เซนติเมตร ถึง ๑๐ เซนติเมตร ถ้าคูณเข้าไปเดี๋ยวนี้ก็น่าจะหลายเมตรแล้ว ทีนี้ขณะนี้ด้วยมาตรการบางส่วน ก็ทําให้แผ่นดินทรุดแถว ๆ นั้นมีอัตราทรุดตัวที่น้อยลง คาดว่าจะอยู่ประมาณสัก ๒ เซนติเมตร อันนี้ก็พอจะยอมรับได้ การทรุดตัวของแผ่นดินในกรุงเทพฯ ๑. ผมคิดว่า การใช้น้ําบาดาลนี่ถูกต้องแล้วมีส่วนทําให้พื้นดินกรุงเทพฯ ทรุดลงไป ข้อที่ ๒ เนื่องจากว่า ดินในกรุงเทพฯ แล้วก็ภาคกลางเปึนดินใหม่ ถ้าโดยเรียกตามภาษาดิน ภาษาเรื่องของ จีมอร์โฟโลจี (Geomorphology) ก็คือเปึนดินพวกดินใหม่อะลูเวียล ซอยล์ (Alluvial soil) ซึ่งมีการทับถมกันเปึนชั้น ๆ อย่างน้อย ๓ ชั้นด้วยกัน ชั้นแรกเปึนชั้นที่เราเห็นเปึนดินชั้นบน ก็มีพวกดินตะกอน ดินเหนียวอยู่ ดินชั้นที่ ๒ เปึนดินชั้นทรายก็เปึนเบส แซนด์ (Base sand) ทับถมอยู่ เพราะฉะนั้นแซนด์ (Sand) ในระหว่างอนุภาคของแซนด์ก็จะมีน้ําอยู่ในนั้นอยู่แล้ว ถ้าหากว่าเราดึงน้ําออกมาจากอนุภาคของทรายก็ทําให้น้ําหมดไป เมื่อน้ําลดลงไปดินก็ต้อง ทรุดตัว ชั้นที่ ๓ อาจจะเปึนอีกตะกอนหนึ่งซึ่งเปึนตะกอนที่เนื่องจากการเปึนชั้นทะเลมาก่อน เพราะฉะนั้นทั้ง ๓ ชั้นมีการทรุดตัวโดยธรรมชาติอยู่แล้วครับ ไม่ว่าจะมีการก่อสร้างหรือ ไม่มีการก่อสร้าง ดินที่นี่เปึนดินตะกอนใหม่ก็มีการทับถมตัวอยู่แล้ว มีการทรุดตัวอยู่แล้ว เพราะดินตรงนี้มีอายุประมาณ ๑๐๐,๐๐๐-๒๐๐,๐๐๐ ป้ประมาณนี้ ฉะนั้นยังถือว่าเปึนดิน ที่ยังไม่เซตเทิล (Settle) ยังมีการทรุดตัวอยู่เสมอ อันนี้คือความรู้ที่เรารู้มา เพราะฉะนั้น ถ้าหากว่าเราจะใช้น้ําหรือใช้ฟาซิลิตี (Facility) อื่น ๆ ก็ต้องระวัง ดังนั้นเราจะต้องมี

การศึกษาวิจัยต่อไปครับ ศึกษาวิจัยต่อไปคือผมคิดว่าต้องมีการศึกษาในเชิงของเทคโนโลยี สมัยใหม่ก็ต้องใช้ แต่เรื่องเดิม ๆ ที่เราใช้คือเรื่องของเบนช์มาร์ก (Benchmark) ก็ยังมี ความจําเปึน เบนช์มาร์กที่มีอยู่รอบกรุงเทพฯ ก็จะต้องทําต่อไป อันนี้ผมอาจจะเรียกว่า เปึนคอนโทรล พอยต์ (Control point) ก็ได้ แต่เวลาเดียวกันก็จะต้องมีเรฟเฟอเรนซ์ พอยต์ (Reference point) เพิ่มเติมเช่นที่บ้านขุนสมุทรจีน อําเภอบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร อันนี้ก็มีการหายไปของดินที่บ้านขุนสมุทรจีนจํานวนมาก ประชาชนที่นี่เมื่อก่อนนี้อยู่บนพื้นดิน ธรรมดา แต่ขณะนี้หลักเขตกรุงเทพมหานครโน่นเลยครับ ห่างจากชายฝัืงประมาณ ๑ กิโลเมตร อันนี้ไม่ใช่เรื่องจากการทรุดตัว แต่เปึนเรื่องของการกัดเซาะชายฝัืง เพราะฉะนั้น ๒ อย่างนี้มันผสมกันครับ การหายไปของดินในกรุงเทพฯ ต่อไปถ้าหากว่าเราไม่ได้ปัองกัน ที่แท้จริงก็อาจจะมีการหายไปเนื่องจากการกระทําของคลื่นชายฝัืงด้วยก็ได้ เพราะฉะนั้น ผมยังคิดว่าการทําเรฟเฟอเรนซ์ พอยต์ ลักษณะการศึกษาวิจัยควบคู่กับคอนโทรล พอยต์ ก็น่าจะมีส่วนทําให้เรารับรู้เพิ่มเติมมากขึ้นว่าตรงไหนเปึนส่วนที่เราต้องเฝัาระวัง

นอกจากจะทําในพื้นที่กรุงเทพมหานครด้วยกันเองแล้วนะครับ นอกจากนั้นพื้นที่ รอบกรุงเทพมหานครโดยเฉพาะปริมณฑล เช่น จังหวัดนครปฐม จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เหล่านี้มันมีแนวโน้มว่ามันเปึนดินใหม่ทั้งสิ้น ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นต้องมีทําเรฟเฟอเรนซ์ พอยต์นะครับ อันนี้ผมคิดว่ามีความจําเปึน เพื่อการศึกษาในเชิงวิจัย เพื่อจะบอกกับประชาชนต่อไปว่าข้อมูลเหล่านี้เปึนข้อมูลจริง เรื่องที่เราจะต้องระวังต่อไปครับท่านประธาน คือเรื่องของอินฟราสตรั กเจอร์ (Infrastructure) ที่เราใส่กันบนพื้นที่แผ่นดินใหม่ ที่เรียกว่าเปึนดินใหม่ คือเรื่องของรถไฟฟัา หลายเส้นทาง อันนี้มีแรงกดทับมากมายมหาศาล ผมก็ไม่รู้ว่าทางหลักวิศวกรรมนี่มันกระจาย แรงไปขนาดไหน แต่ก็มีส่วนทําให้ดินในกรุงเทพฯ ทรุดลงไป การทรุดตัวไม่ใช่ทรุดตัวที่เดียว มันสามารถดึงทรุดตัวได้เปึนลักษณะแนวกว้าง ดังนั้นการทรุดตัวก็จะทําต่อเนื่องกันไป เพราะฉะนั้นรถไฟฟัาหลายเส้นทางก็มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ก็คงต้องระวังกันครับ ผมคิดว่า ข้อเสนอคือเราต้องใช้น้ําผิวดินเปึนน้ําบริโภคต่อไปนี้ถูกต้องแล้ว เลิกใช้น้ําบาดาล น้ําผิวดิน มีหลายที่ที่เราจะเลือกมาใช้ น้ําจากเขื่อนศรีนครินทร์ น้ําจากเขื่อนแม่กลองใหญ่ แล้วก็น้ําจากเขื่อนเขาแหลมเปึนน้ําผิวดินที่เก็บไว้ในเขื่อนสามารถนํามาเติมเต็ม ที่กรุงเทพมหานครได้ อีกประการหนึ่งซึ่งผมคิดว่ามีความสําคัญมาก คือใช้รูปแบบแก้มลิง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระองค์ท่านได้นําเสนอไว้เช่นเมืองอยุธยาเหล่านี้ครับ สามารถที่จะช่วยเมืองอยุธยาได้ในระดับหนึ่ง เพราะฉะนั้นรูปแบบของแก้มลิงรอบ ๆ กรุงเทพมหานครก็อาจจะนํามาใช้ได้ในกรณีที่วิกฤติอย่างสูงครับ ทั้งหมดนี้คือข้อมูล ที่จะกราบเรียนท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญดอกเตอร์สมเกียรติ ชอบผล ครับ

นายสมเกียรติ ชอบผล

ขอบคุณท่านประธาน ผม สมเกียรติ ชอบผล สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๒๐๒ ผมมีประเด็นสั้น ๆ แต่ว่าอยากจะให้เปึน ข้อสังเกตของคณะกรรมการ ผมเข้าใจว่าแนวของการวิเคราะห์ทั้งหมดถ้าดูโดยภาพรวม มันค่อนข้างที่เรียกว่าอนุรักษ์นิยม ซึ่งมันก็โอเคมันก็เฉพาะเรื่องแผ่นดินทรุด แล้วก็เปึนแนว ของการวิเคราะห์อยู่ในกรอบที่ทํา แต่จริง ๆ ผมเข้าใจว่าเรื่องนี้น่าจะเปึนเรื่องใหญ่ มันน่าจะ เปึนการวิเคราะห์ในเชิงบูรณาการ อาจจะใช้โมเดล (Model) ทางเศรษฐศาสตร์อะไร

เข้ามาด้วย อย่างน้อยมันได้เห็นภาพของทางเลือก แล้วก็ค่าใช้จ่ายของแต่ละทางเลือก รวมทั้งวิธีวิทยาสมัยใหม่ที่เปึนข้อค้นพบอะไรต่าง ๆ เช่น เรื่องการใช้น้ํา น้ํากร่อย น้ําเค็ม อะไรมันก็มีการเปลี่ยนแปลงที่นํามาใช้ได้เยอะ ผมเข้าใจว่าถ้าวิเคราะห์ในเชิงบูรณาการ ใช้วิทยาการหลาย ๆ ด้านมันก็จะเห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้น แล้วทางเลือกที่น่าจะเกิด ผมเข้าใจว่าเหมือนที่ พลเรือเอก ศุภกร ท่านได้พูดการย้ายอะไรต่าง ๆ ไป แต่ผมคิดว่า ถ้าภาพมันชัดเจนเสนอให้ย้ายส่วนราชการออกไปได้เลย ถ้าข้อมูลมันชัดเจน แล้วในภาวะนี้ มันเปึนภาวะที่เหมาะสมที่เราจะทําอะไรให้กับประเทศชาติในส่วนที่ควรจะเปึน อันนี้ผมคิดว่าสําคัญ แต่ว่าเนื่องจากเวลาจํากัดนี้ผมก็รู้สึกเห็นใจคณะกรรมการ แต่ผมเข้าใจ ว่าข้อเสนอแนะหรืออะไรต่าง ๆ เราน่าจะเพิ่มอันนี้เข้าไปเพื่อให้มีการศึกษาให้กว้างขวำง มากขึ้น และอีกส่วนหนึ่งที่ผมมองเห็นก็คือในเรื่องของคณะกรรมการที่จะทําเรื่องนี้ ถ้าให้มันเกิดผลจริง ๆ จัง ๆ นี่มันอาจจะต้องมีผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ทรงคุณวุฒิที่เปึนเฉพาะเรื่อง เฉพาะราวเข้ามาเปึนกรรมการด้วย ไม่ใช่โครงสร้างของกรรมการมีแต่ส่วนราชการ ซึ่งเราก็รู้กันอยู่ว่ามันก็มีข้อจํากัด และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่จริงมันไม่มีจังหวัด ข้อเสนอผมอีกอันหนึ่งที่อยากเพิ่มก็คืออยากให้มีสถาบันการศึกษาที่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องนี้ ที่มีคณะวิศวะ หรืออาจจะเปึน มจท. หรืออะไรต่าง ๆ เข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น ซึ่งสถาบันการศึกษาเหล่านี้จะได้มีการศึกษาวิจัยทําอะไรเรื่องนี้ให้มันต่อเนื่อง แล้วก็เปึน เรื่องที่เปึนวาระสําคัญของประเทศชาติมากขึ้น ขอบคุณท่านประธานครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญคุณวิบูลย์ คูหิรัญ ครับ

นายวิบูลย์ คูหิรัญ

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ผม นายวิบูลย์ คูหิรัญ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผมได้รับฟังแล้วก็ได้อ่านบางส่วนเห็นว่าที่ได้ เสนอแนะมาก็นับว่าดีแล้วนะครับ เพียงแต่ผมอยากจะให้ข้อมูลเพิ่มเติมคือในส่วนที่อย่างที่ เมื่อกี้ท่านอาจารย์สุชาติได้พูดถึงเกี่ยวกับเรื่องการที่จะเสนอแนะว่าควรจะมีทําเปึนแก้มลิง เพื่อที่จะให้ดันน้ําบาดาล จริง ๆ แล้วการทําแก้มลิงมันคงจะต้องเปึนอ่างขนาดใหญ่ ไม่ใช่อ่างเล็ก ๆ หมายถึงว่าแรงดันมันคงจะไม่พอที่จะเปึนได้ อันนี้คือผมมีประสบการณ์ อันหนึ่งคือจากที่เรียกว่าห้วยกระเจานะครับที่เมืองกาญจน์ สมัยก่อนเปึนที่แล้งมาก แล้วตอนผมเปึนประธานชมรมพัฒนาชนบทก็เคยไปสร้างถังเก็บน้ําอะไรต่ออะไรไว้ ให้เยอะแยะที่นั่นเพราะว่ามันแล้งมาก แต่ปรากฏว่าหลังจากที่มีการสร้างอ่างเก็บน้ําที่ห้วยกระเจา สร้างเปึนอ่างขนาดใหญ่พอควรปรากฏว่าที่นั่นเปึนที่น้ําอุดมสมบูรณ์มาก ทุกแห่งเลยนะครับ ไม่ใช่เฉพาะที่ตัวอ่าง หมายถึงว่าข้างล่างลงมาอีก รวมทั้งบริเวณรอบ ๆ คล้าย ๆ น้ําบาดาล มันจะมีความดันสูงขึ้นมามากแทนที่จะอยู่ในระดับซึ่งสมัยก่อนนี่ขุดก็ไม่ค่อยเจอน้ํา แต่ปรากฏว่าตอนนี้น้ําอุดมสมบูรณ์เลยเพราะว่าเนื่องจากตัวอ่างตัวนี้ทําให้มีแรงกดดันขึ้นมา ทีนี้มีอีกข้อหนึ่งที่เมื่อกี้มีท่านกรรมการได้เสนอว่ามันควรจะให้รัฐวิสาหกิจ หมายถึงว่า สาธารณูปโภคโดยเฉพาะอย่างประปาควรจะไปพิจารณาเรื่องการใช้น้ําผิวน้ําจากแหล่งอื่น ๆ อันนี้ก็ผมมีประสบการณ์ว่า อย่างแม่น้ําแม่กลองในขณะนี้ถูกนํามาใช้ที่กรุงเทพมหานครกับ จังหวัดสมุทรปราการจํานวนมาก หลาย ๆ ท่านคงไม่ทราบนะครับเพราะว่าผมเคยเห็นเปึน ท่อใหญ่มากที่ส่งน้ํามาจากทางแม่น้ําแม่กลอง แล้วก็ทําให้ขณะนี้ทางแม่น้ําแม่กลอง น้ําทะเลหนุนขึ้นมาสูงมาก เดิมมันหนุนแค่ไม่เกินอําเภอเมืองราชบุรี แต่ขณะนี้มันขึ้นมาถึง อําเภอโพธารามแล้ว เพราะฉะนั้นตัวนี้ต้องระวังเหมือนกันในการที่จะเอาน้ําจากแหล่งอื่นมาใช้ แล้วก็ปรากฏว่ามีที่ทาง สปช. ก็เพิ่งเสนอไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่าในการที่เราจะเอาน้ําจากแหล่งอื่นมา จะต้องมีการทําประชาพิจารณ์ในการที่จะไปขอความเห็นชอบจากแหล่งน้ําที่จะขอมา เพราะฉะนั้นในการที่จะเอามาต่อไปคงจะไม่ง่าย เพราะว่าประสบการณ์ทั้งหลายก็ทําให้คงจะ ทําได้ยาก แล้วก็อีกอันหนึ่ งที่ผมได้ดูจาก โทรทัศน์เมื่อเร็ว ๆ นี้ก็มีการพูดกันถึงเรื่องว่า ในขณะนี้มีน้ําฝนตกจํานวนมากเปึนล้านคิวอะไรนี่ แล้วก็มีการระเหยไปกี่เปอร์เซ็นต์

และเอามาใช้กี่เปอร์เซ็นต์ที่เหลือนั้นปรากฏว่าไปลงเปึนน้ําบาดาล แต่ผมว่าข้อเท็จจริง มันคงไม่ใช่ บอกว่าตอนนี้เราเอามาใช้แค่เปึนหมื่นเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นที่เหลือ เปึนน้ําบาดาลเพราะฉะนั้นควรจะเอามาใช้มาก ๆ ผมว่ามันเปึนการตรงกันข้ามเลยนะครับ เพราะฉะนั้นในการที่มีการให้ข้อมูลทางโทรทัศน์อะไรทั้งหลายผมว่าคงต้องมีการระวัง ผมไม่ทราบเหมือนกันว่าเปึนหน่วยงานไหนที่มาให้ข้อมูล ผมดูจากทางโทรทัศน์ ก็เปึนข้อเสนอแนะครับ ขอบคุณมากครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ มีสมาชิกได้แสดงความจํานง ผมจะอ่านชื่อ ๕ ท่านก่อนนะครับ พลเอก ธวัชชัย สมุทรสาคร คุณชาลี เจริญสุข คุณคณิศร ขุริรัง รองศาสตราจารย์สืบพงศ์ ธรรมชาติ และคุณศิรินา ปวโรฬารวิทยา เชิญ พลเอก ธวัชชัย สมุทรสาคร ครับ

พลเอก ธวัชชัย สมุทรสาคร

เรียนท่านประธานสภาปฏิรูปที่เคารพครับ กระผม พลเอก ธวัชชัย สมุทรสาคร สมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติ ลําดับที่ ๑๐๑ ก็ต้อง กราบขอบคุณคณะกรรมการการเตรียมการเพื่อรับมือวิกฤตการณ์ “กรุงเทพจม” คือเรื่องนี้ จริง ๆ เราน่าจะทํากันมานานแล้วนะครับ แต่นี่ว่าทุกคณะที่ทําไปแล้วก็ติดเอ็นจี โอ (NGO) เอ็นจีโอไปเรื่อย ใจจริงผมอยากจะเรียนตรง ๆ ผมอยากจะฟันธงตรง ๆ ว่าเราต้องดํารง ความมุ่งหมายนะครับ การดํารงความมุ่งหมายนี่จะไม่มีอุปสรรคใด ๆ ทั้งสิ้นนะครับ เพราะว่าถ้าทําสิ่งนั้นไม่สําเร็จแล้ว ถือว่าประเทศล่มจมนะครับ ผมอยากจะกราบเรียน สมาชิกท่านได้ทราบในส่วนนี้นะครับ สําหรับผมเองผมก็ได้เคยมีไม่ว่าจะเปึนทั้งต่างชาติ ทั้งฝรั่ง ทั้งจีน มาเสนอในเรื่องนี้ผ่านผมเยอะ ผมก็ยังไม่เข้าใจตัวเองว่าทําไมต้องมาผ่าน แต่ผมก็พยายามนําเสนอผู้หลักผู้ใหญ่ในรัฐบาลนะครับ ทั้งรัฐบาลที่แล้ว รัฐบาลนี้ แล้วก็กราบขอโทษ ผมก็เคยได้เอาโครงการนี้นําเสนอท่านประธานเทียนฉาย เพราะทราบว่า ท่านเปึนคณะกรรมการในเรื่องนี้ด้วยในส่วนนี้ เพราะว่าเราต้องคิดดูว่าถ้าเราจะย้ายกรุงเทพฯ นี่ ไม่รู้ใช้เงินกี่ร้อยล้านล้านบาทนะครับ ไม่ใช่ล้านล้าน แล้วก็เปึนไปไม่ได้นะครับ แล้วบ้านเรา ก็ตัดป์า ทั้งโลกก็ตัดป์า แล้วก็ทําอุตสาหกรรมกันหมดทั้งโลกบนภาวะเรือนกระจกต่าง ๆ เพราะฉะนั้นน้ําแข็งขั้วโลกใต้ ขั้วโลกเหนือละลายกันหมด ถ้าภาพรวมถ้าผมจําไม่ผิดที่ได้เคย อ่านเอกสารต่าง ๆ ที่เขาสรุปมา ถ้าละลายทั้งขั้วโลกเหนือ ขั้วโลกใต้นี่น้ําทะเลจะสูงกว่า แผ่นดิน ๖๐ เมตร เพราะฉะนั้นต้องไปอยู่โคราชอย่างเดียวถ้าประเทศไทยนะครับ โคราชนี่ สูงประมาณ ๑๘๐ เมตรจากระดับน้ําทะเล เพราะฉะนั้นผมถึงบอกว่าถ้าเรามัวแต่พะวง เอ็นจีโอนี่ไม่ต้องทําครับ อีก ๒๐ ป้ตายหมดแล้ว ลูกหลานเราเกิดมาทีหลังก็จะด่าปู์ย่าตายาย หวังประโยชน์ตัวเอง ไม่ได้ทําประโยชน์อะไรเก็บไว้ให้ลูกหลานเลย เพราะฉะนั้นถ้าคิดจะทํานี่ อย่าไปห่วงเอ็นจีโอ แล้วคนที่จะมาทํานี่อยากจะมาทําเยอะ เพราะว่าเปึนองค์กรหนึ่ง ที่เขาทําเพื่อสังคม และเขามีเงินเพียงพอที่จะมาลงทุนให้เราได้ทั้งหมด ไม่ต้องใช้เงินรัฐบาลเลย พีพีพี (PPP) ที่ผมทราบมา ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เอกสารอยู่กับผม ถ้าท่านสนใจเดี๋ยวพรุ่งนี้ ผมจะเอามาให้ ตอนนี้ผมก็ได้ให้ไปหลาย ๆ หน่วยงานเพื่อจะระดมเข้ามาในส่วนนี้ เพราะว่า ถ้าทําสําเร็จแล้วนี่ คือหมายถึงว่าจะทําอีก ๘ เกาะ จากแหลมฉบังไปแหลมผักเบี้ยนะครับ วิ่งในทะเล ๙๐ กิโลเมตร ในส่วนนี้จะมีทั้งรถยนต์ รถไฟ มารีน่าเปึนเมืองอุตสาหกรรม

อีกอันหนึ่งนะครับ แล้วคนก็จะถามว่าแล้วประมงชายฝัืงตั้งแต่จังหวัดชลบุรีไปถึง จังหวัดเพชรบุรีทําอะไร เรื่องนี้ถ้าทําจริง ๆ เราก็ต้องไปเช็ก (Check) ว่ามีกี่ครอบครัว ประมงพื้นบ้านได้ครอบครัวเดือนละกี่สตางค์ สมมุติเขาได้ครอบครัวละ ๑๐,๐๐๐ บาท มี ๒,๐๐๐ ครอบครัว ก็ให้บริษัทที่มาบริหารจัดการ ที่อยากจะมาทํานี่จ่ายเงินให้จนตลอดชีวิต เหมือนเปึนบํานาญเลยไม่ต้องทําอะไร เพราะฉะนั้นในโซน (Zone) ติดฝัืงจะเปึนน้ําจืด ทั้งหมด จะเปึนแก้มลิงขนาดใหญ่ ไม่ต้องกลัวฝนแล้ง ไม่ต้องกลัวน้ําท่วมนะครับ จะดูดน้ํา เหมือนประเทศฮอลแลนด์ครับ ฝนตกเยอะก็ดูดน้ําให้แม่น้ําเจ้าพระยาเหลือครึ่งแม่น้ําก็ได้นะครับ เพราะฉะนั้นไม่ต้องไปเสียเวลาทําพนังกั้นน้ํา แล้วน้ําก็ไม่เข้า น้ําเค็มก็ไม่ไหลเข้าไปในแผ่นดิน พืชสวนไร่นาเอกชนก็ไม่เสียหาย อันนี้ถ้ากล้าทํากล้าคิดนะครับผมว่าประสบความสําเร็จ ให้เข้าใจนะครับ เพราะฉะนั้นการต่อต้านต้องมีแน่นอนครับ แต่ต้องดํารงความมุ่งหมายครับ ผมก็อยากจะเรียนท่านสั้น ๆ แค่นี้ครับ การดํารงความมุ่งหมายเปึนสิ่งสําคัญ เราต้องทําให้ สําเร็จนะครับ ถึงแม้จะต้องสูญเสียอะไรก็ตาม แต่ถ้าสําเร็จแล้วประเทศชาติอยู่รอดนี่ ต้องดํารงความมุ่งหมายครับ คือทหารก็จะมี ๑๐ หัวข้อครับ มุ่ง รุก รวม ออม กล เอก ปลอด จู่ ง่าย ผมใช้มาตลอดนะครับ ดํารงความมุ่งหมาย ดําเนินการรุก ออมกําลัง อะไรต่าง ๆ นี่เดี๋ยวค่อยอธิบายเดี๋ยวจะไม่เกี่ยวกับอันนี้นะครับ ก็คงจะมีเรียนให้ท่านประธาน และที่ประชุมทราบแค่นี้ครับ ขอบคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญคุณชาลี เจริญสุข ครับ

– ๑๖/๑

นายชาลี เจริญสุข 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ผม ชาลี เจริญสุข สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัดฉะเชิงเทรา ขออภิปรายแล้วก็ฝาก ข้อมูลเพิ่มเติมอีกมากมายเลยนะครับ ผมว่าเปึนที่น่าสนใจกับคนทั้งประเทศครับเรื่องนี้ เพราะมันเปึนเรื่องของประเทศไทย เพราะว่ากรุงเทพมหานครนี่คือเมืองหลวง ถ้ามีปัญหา ก็คือหน้าตาของประเทศ สิ่งแรกที่อยากจะฝากที่เปึน สปช. แล้วก็ท่านรองประธาน ท่านวิทยา ท่านอรพินท์ แล้วก็ท่านดอกเตอร์ที่เปึนนักวิชาการซึ่งมาเสียสละทํางานตรงนี้ ต้องขอบคุณนะครับ เพราะถือว่าเปึนผู้ที่มีความรู้ มีความสามารถ สิ่งแรกที่จะฝากเลยครับ จังหวัดฉะเชิงเทราไม่อยู่จังหวัดรอบกรุงเทพฯ หรืออย่างไร เพราะติดกรุงเทพฯ ครับ ท่านต้องไปเพิ่มเติมแล้วครับ จังหวัดฉะเชิงเทราจะต้องเปึนปริมณฑล เปึนจังหวัด รอบกรุงเทพฯ ที่ท่านอ่านเมื่อกี้ขาดจังหวัด เดียว และประการที่ ๒ จังหวัดฉะเชิงเทรา ก็โดนผลกระทบ ข้อ ๔.๑.๗ คือการกัดเซาะชายฝัืง แต่อาจจะไม่ได้รับการทาบทามจากผม เพราะว่าอําเภอบางปะกงติดกับจังหวัดสมุทรปราการ ติดกับแหลมฟัาผ่าที่โดน กัดเซาะชายฝัืง ผมก็โดนเปึน ๒๐ กิโลเมตร อย่างไรก็ฝากเรื่องนี้ครับ ข้อมูลเพิ่มเติม ก็อยากจะให้ศึกษาว่าเราทําเขื่อนกันเยอะแล้ว เรื่องการกัดเซาะชายฝัืงนี่เราลองผิดลองถูก ตั้งแต่ถุงทราย เขาเรียกอะไรนะครับ ถุงทรายไส้กรอก คือเอาถุงผ้าใบมาใส่ทรายแล้วก็มาวาง กันคลื่น ปรากฏว่าโดนไม้ไผ่ก็แตกเสียหายไปเปึนหลายร้อยล้านบาทครับ ใช้หินก็โดนว่า ว่าทํา ลายทรัพยากรธรรมชาติ สุดท้ายใช้ไม้ไผ่ปรากฏว่าอยู่ได้แป็บเดียวครับ ฉะนั้นยังหาทางออกไม่เจอ แต่ก็ดีแล้วครับที่ได้ทํา ผมอยากจะเสนอเพิ่มเติมว่าน่าจะศึกษา เรื่องของทิศทางลม เพราะการกัดเซาะชายฝัืงนี่เกิดมาจากลมครับ วันนี้หลายประเทศ ผมว่าเขากําลังหาวิธีการเบรกลม อันนี้เปึนข้อมูลเพิ่มเติมนะครับ มีประเด็นเยอะฉะนั้นผมจะ ขอเข้าประเด็นต่อไปนะครับ เรื่องของการสูบน้ําบาดาลนี่ผมไม่เห็นด้วยเพราะว่ามันอาจจะ ทําให้แผ่นดินทรุดจริง แต่ว่าวิธีการเก็บน้ําผมกําลังมองอีกมุมมอง ของครอส คัตติง (Cross cutting) ของพลังงาน ก็คือพลังงานทดแทนของเรากําลังเสนอเรื่องของบีอีซี (BEC) บิลดิง เอนเนอร์จี โคด (Building Energy Code) ก็คือการที่ให้กรมโยธาธิการและผังเมือง เรื่องประหยัดพลังงานน่าจะเสนอคู่กันไปว่าผู้ที่จะสร้างอาคารต้องเก็บน้ําไว้ใช้ น้ําจากไหนครับ ไม่ใช่เอาน้ําประปามาไว้ใช้ น้ําจากน้ําฝนครับ โบราณเขาก็ทํากันมาแล้ว ใช้ตุ่ม ใช้ไห ใช้อะไรต่าง ๆ ถ้าเราผนวกตรงนี้เข้าไปกับพลังงานทดแทนก็คือการประหยัดน้ํา

ก็จะแก้ปัญหาเรื่องของการใช้น้ําบาดาลได้ อันนี้เปึนเรื่องใหม่เรื่องใหม่ประการต่อไป สิ่งหนึ่งซึ่งผมต้องเรียนว่าการเก็บน้ําจืดไม่ให้ไหลลงทะเลเพราะว่าจะช่วยการประปาที่บอกว่า ยังไม่มีแผน ๕๐ ป้ เพราะว่าถ้า ๕๐ ป้ ป้ละ ๑ เซนติเมตรก็ ๕๐ เซนติเมตร ถ้า ๑๐๐ ป้ก็ ๑ เมตร มันก็จม ฉะนั้นผมมองอย่างนี้ครับว่าการที่น้ําทะเลมันขึ้นมานี่นอกจากแผ่นดินทรุดแล้ว ก็คือน้ําทะเลเพิ่มขึ้น เกิดมาจากสาเหตุอะไรครับ มีบางประเทศเพื่อนสมาชิกบอกแล้วว่า หิมะละลาย บางประเทศถมทะเลสร้างสนามบิน น้ําทะเลก็ไม่มีที่อยู่มันก็เพิ่มขึ้น อันนี้เปึน ปัจจัยหนึ่งนะครับ ปัจจัยที่ใกล้ตัวที่สุดที่จังหวัดฉะเชิงเทราเจอก็คือแม่น้ําตื้นเขินจากตะกอน เพราะว่ามันพาดินมาถมทะเลครับ แล้วผมถามว่าน้ําทะเลมันไปไหน มันก็สูงขึ้นธรรมดา ฉะนั้น วันนี้บางปะกงเองเมื่อน้ําทะเลขึ้นสูง น้ําท่วมรีสอร์ท (Resort) หลายรีสอร์ทไปแล้วครับ ไม่ใช่ “กรุงเทพจม” ครับ บางปะกงก็จะจมด้วย

ประการต่อมาผมอยากจะให้มีข้อมูลทางดาราศาสตร์ เกี่ยวไหมครับดาราศาสตร์ เกี่ยวตรงที่ ผมเรียนมานี่เขาบอกว่าน้ําขึ้นน้ําลงน้ําทะเลมันเกี่ยวกับดวงจันทร์ แรงดึงดูดของโลกกับ ดวงจันทร์ ฉะนั้นมันเกี่ยวกับแรงดึงดูด ถ้าตราบใดก็แล้วแต่ถ้าเกิดการขึ้นลงของน้ํามีการ เปลี่ยนของระบบดาราศาสตร์เกี่ยวแน่นอน กรุงเทพฯ ก็จะจม อันนี้อาจจะเปึนเรื่องที่ นอกเหนือในกรอบที่คณะกรรมการจะพิจารณา ประการต่อมาครับผมมีข้อมูลเยอะ ฉะนั้นสุดท้ายอยากจะเชิญชวนว่าถ้าเราต้องใช้น้ําบาดาลแล้วในอนาคตอีก ๕๐ ป้ข้างหน้า จะมีปัญหาเรื่องการใช้น้ําจืดแน่นอน ก็ต้องมาพัฒนาลุ่มน้ําแม่กลอง แม่น้ําเจ้าพระยา และแม่น้ําบางปะกงเพื่อสร้างเขื่อนเก็บน้ําจืดให้ได้ สร้างอย่างเดียวไม่พอครับจะต้องเชิญชวน คนกรุงเทพมหานครไปปลูกป์าแหล่งต้นน้ํา เพราะถ้าไม่มีน้ําลงมาก็ไม่มีน้ําใช้ ไม่มีน้ําใช้ก็เสร็จแน่ เพราะในอนาคตผมก็เชิญชวนเลยว่าแหล่งลุ่มน้ําที่ผมพูดมาทั้ง ๓ ลุ่มน้ํา โดยเฉพาะเชิญชวน ไปที่จังหวัดฉะเชิงเทราด้วยป์ารอยต่อ ๕ จังหวัด ช่วยกันปลูกป์าเพื่อทําให้ฝนมันตกเยอะ ๆ แล้วมีน้ําจืดใช้เยอะ ๆ เราจะได้ไม่ต้องใช้น้ําบาดาลเดี๋ยวแผ่นดินจะทรุด กรุงเทพฯ จะจม แล้วอีกเรื่องอยากจะให้มีการรายงานการรุกคืบของน้ําทะเล วันนี้น้ําทะเลมันรุกคืบขึ้นไป เลยจังหวัดปทุมธานี คนกรุงเทพฯ จึงได้ใช้น้ําประปาเค็ม ไม่ใช่ว่าน้ําทะเลหนุนแล้วน้ําประปา ถึงเค็ม ต้องเรียนว่าน้ําจืดมาจากจังหวัดปทุมธานี มาทําน้ําประปา ฉะนั้นน้ําเค็มมันรุกคืบ ขึ้นไปแล้ว แต่การรายงานข้อมูลตรงนี้ไม่มี ผมอยากให้รายงานข้อมูลทุกลุ่มน้ําที่มีการรุกคืบ ของแม่น้ํา น้ําเค็มของลุ่มน้ําแม่กลองก็ดี แม่น้ําเจ้าพระยาก็ดี และแม่น้ําบางปะกงด้วยครับ อันนี้เปึนข้อมูลที่อยากจะฝากท่านคณะกรรมการทุกท่าน เพื่อเปึนประโยชน์ในการทํางาน ต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญคุณคณิศร ขุริรัง ครับ

นายคณิศร ขุริรัง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คณิศร ขุริรัง สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัดหนองบัวลําภูครับ ถึงแม้บ้านผมจะอยู่ดินแดน แห่งที่ราบสูงคงไม่จมในระยะ ๒๐-๓๐ ป้ที่จะมาถึงนี้ แต่ผมก็มีความห่วงใยกรุงเทพมหานคร ซึ่งถือว่าเปึนเมืองหลวงและเปึนเมืองสําคัญทางเศรษฐกิจของประเทศ กรุงเทพมหานครและ ปริมณฑลมีแนวโน้มสูงที่น้ํา จะท่วม ดังนั้นถูกต้องแล้วที่คณะกรรม การได้เตรียมการ เพื่อรับมือวิกฤตการณ์ “กรุงเทพจม” จากภาวะน้ําทะเลสูงขึ้นและแผ่นดินทรุด ทั้งนี้เพื่อลด

ความสูญเสียในด้านต่าง ๆ ในอนาคต จากสาเหตุดังกล่าวคณะกรรมการได้สรุปรายงานว่า สาเหตุนั้นมา ๓ ประการนั่นก็คือ ๑. การใช้น้ําบาดาล ๒. การขยายตัวของเมือง ๓. การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ แต่ผมจะขอเพิ่มเติมสาเหตุอีก ๔-๕ สาเหตุ ดังต่อไปนี้ครับ ๑. จากภาวะฝนตกหนักส่งผลต่อระดับน้ําเหนือที่เพิ่มสูงขึ้น ๒. ระดับน้ําทะเลสูงขึ้นส่งผลให้ เกิดสภาวะน้ําทะเลหนุนสูง ๓. แผ่นดินทรุด ๔. ผังเมืองแออัดซึ่งส่งผลต่อการไหลของน้ํา ๕. ขาดการจัดการบริหารน้ําที่ดีและไม่เปึนระบบ ท่านประธานที่เคารพครับ จากสาเหตุ ดังกล่าวผมขอเสนอข้อคิดความเห็นเพิ่มเติมในการรับมือกับภาวะ “กรุงเทพจม” ดังนี้ ๑. จะต้องมีการปรับปรุงกฎหมาย เพิ่มกฎหมายใหม่ เช่น ให้มีการใช้ที่ดินที่เหมาะสม การกําหนดระดับการถมดินกับระดับถนนให้สมดุลกัน การใช้พื้นที่เพื่อปัองกันการกัดเซาะ ชายฝัืง ๒. ต้องมีการบังคับใช้กฎหมายผังเมืองอย่างเคร่งครัดซึ่งมีความจําเปึนเปึนอย่างยิ่ง ส่วนการปฏิรูปองค์กรจะต้องมีองค์กร

หรือคณะกรรมการที่ศึกษาและจัดการการวางแผนรับมือ “กรุงเทพจม” ในภาพรวม และจะต้องให้องค์กรเฉพาะกิจของหน่วยงานเพื่อรับมือวิกฤติดังนี้ ๑. การประปาจะต้องทํา แผนการดําเนินการระยะยาวในระยะเวลา ๒๐ ป้ขึ้นไป ๒. กรมชลประทานจะต้องจัดทํา แผนจัดหาน้ําดิบในระยะยาวและวางแผนรับมือความเสี่ยงจากการขึ้นของระดับน้ําทะเล ในอนาคต ๓. กรมทรัพยากรน้ําบาดาลจะต้องติดตามสภาวะการใช้น้ําบาดาลและการทรุดตัว ของแผ่นดิน ๔. สํานักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติต้องติดตาม ผลกระทบจากสภาวะแวดล้อม การเพิ่มของระดับน้ําทะเล รวมถึงจัดทําแผนปัองกัน ความเสี่ยงจากผลกระทบดังกล่าว นอกจากนี้จะต้องให้ข้อมูลการศึกษากับประชาชน สื่อมวลชนว่าจะต้องทําแผนการปัองกันน้ําท่วม จําเปึนจะต้อง ๑. สร้างอ่างเก็บน้ํา ๒. สร้างคลองผันน้ํา ๓. สร้างกําแพงหรือคันกันน้ํา ๔. สร้างแก้มลิง ๕. สร้างทางน้ํา นั่นคือ สิ่งที่ต้องกระทําเพื่อรับกับภาวะ “กรุงเทพจม” กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญรองศาสตราจารย์สืบพงศ์ ธรรมชาติ ครับ

รองศาสตราจารย์สืบพงศ์ ธรรมชาติ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม สืบพงศ์ ธรรมชาติ หมายเลข ๒๑๖ จังหวัดนครศรีธรรมราช เติบโตมาจากน้ําครับ เพราะบ้านตั้งอยู่ ติดกับคลอง และออกจากคลองก็เปึนแม่น้ํา แล้วออกทะเลไม่ไกล ที่ลุ่มน้ําปากพนัง เกิดจากน้ํา เพราะว่าทุกสิ่งทุกอย่างมาจากน้ําหมดแล้ว เมื่อน้ําเปึนสิ่งสําคัญจึงเปึนสิ่งที่เราต้องรักษา ต้องดูแล แต่ก็น่าตกใจที่มีการวิเคราะห์ทางวิชาการว่าอีก ๗-๘ ป้ข้างหน้ากรุงเทพมหานคร ต้องจมน้ํา ผมเองก็ใจไม่ค่อยดี เพราะว่ามีห้องอยู่ที่คอนโดมิเนียม ชั้น ๖ ถ้าชั้น ๖ นี่ท่วมถึงแน่ เพราะท่านบอกว่า ๖๐ เมตรท่วมแน่ ๆ เตรียมเรือก็ไม่ทันแล้วเพราะว่าชั้นที่ ๖ เพราะฉะนั้น ทําอย่างไร ก็คงจะหาทางปัองกันตามที่คณะกรรมการท่านบอกนั่นแหละครับ แต่ไม่ทราบ จะต้องปัองกันได้แค่ไหน ก่อนอื่นที่จะพูดถึงเรื่องจะปัองกันอย่างไร ผมดูเอกสารที่ท่านเขียน มาแล้วท่านเขียนได้รอบด้าน แล้วก็มีเนื้อหาสาระที่ทําให้ผมฉลาดขึ้น ผมได้รู้เรื่องน้ํา เรื่องการปัองกัน มีอยู่คําหนึ่งอยากฝากทางกรรมการช่วยปรับสักนิดหนึ่ง คือคําว่ากรุงเทพฯ ใช้อยู่ตั้ง ๓ อย่าง กรุงเทพไม่มีไปยาลน้อยก็มี กรุงเทพมีไปยาลน้อยก็มี กรุงเทพมหานครก็มี ๓ กรุงเทพฯ อันนี้ลองดูว่าจะใช้กรุงเทพฯ ไหน ใจผมถ้าหากว่าจะย่อก็กรุงเทพฯ เข้าไป ตอนนี้ถนนกรมทางหลวงทําให้เด็กเข้าใจผิดกันหมด ขึ้นปัายกรุงเทพเฉย ๆ ไม่มีไปยาลน้อย

อันนี้คือเรื่องหนึ่ง เนื่องจากเปึนเอกสารทางราชการ ผมว่าถ้าใช้ย่อก็กรุงเทพฯ ถ้าใช้เต็มก็ กรุงเทพมหานคร แต่ถ้าใช้ให้เต็มก็ยาวไป สักกะทัตติยะ วิษณุกรรมประสิทธิ์ โน่นแหละครับ นั่นชื่อเต็ม ทีนี้ในเรื่องของการท่วม เหตุที่ ๑ บอกว่าเพราะแผ่นดินทรุด อันนี้คงจริง เพราะนักวิชาการได้ศึกษาแล้ว เมื่อแผ่นดินทรุดอย่างนี้เราจะแก้ปัญหาอย่างไร ผมว่าแก้ยาก แก้ยากเรื่องแผ่นดินทรุดนี่ เพราะฉะนั้นทางหนึ่งที่จะแก้ได้ผมว่าอย่าให้แผ่นดินรั บน้ําหนัก มากเกินไปขณะนี้ เพราะฉะนั้นการสร้างตึกสูงมาก ๆ เกินไป อันนี้คือ การแบกน้ําหนัก เมื่อแบกน้ําหนักมาก ถามว่าแล้วทําอย่างไรไม่ให้แผ่นดินทรุด มันก็ต้องทรุด นั่นประการที่ ๑ เพราะฉะนั้นตึกสูง ๆ มากเกินนี่ผมว่าจะต้องออกกฎหมายมาควบคุมแล้ว ข้อที่ ๑ ก็เหมือน คนเราลองดูสิครับ ผมหาบข้าวที่บ้าน ๒๐ เรียงพอไปได้ บ้านผมเรียกเรียงเมื่อใส่สาแหรก

แต่ถ้าแบกข้าวไป ๔๐ เรียงแอ่นเลยครับ ตัวทรุด บ่าทรุดเลย นี่คือเรื่องหนึ่งก็เห็นชัด ๆ อันที่ ๒ ที่เจาะเพื่อการโน้นการนี้หลายอย่าง ผมว่าต้องมาพิจารณาเรื่องการเจาะกันบ้างแล้ว เจาะหลายเจาะเหลือเกิน เจาะเล็ก เจาะใหญ่ ก็เหมือนกับที่กัดเซาะชายฝัืงที่หัวไทร และปากพนัง เจาะเพื่อจะให้ท่อเข้าไปในนากุ้งเจาะกันพักเดียว เพราะฉะนั้นถนนชายทะเล หัวไทร เชียรใหญ่ ปากพนัง ตรงนั้นเลยพรุนด้วยท่อที่ฝังข้างใต้ และในที่สุดเปึนอย่างไรครับ เรียบร้อยโรงเรียนจีนขณะนี้เซาะเข้าไปถึงกลางถนน นี่คือปัญหาใหญ่ที่คงจะต้องคิดกันต่อว่า เมื่อเปึนอย่างนี้เราจะแก้อย่างไร และเปึนธรรมชาติเท่าที่ฟังดูแล้วว่าคงท่วมแน่นอนแล้ว พี่น้องชาวกรุงเทพมหานครครับ เพราะฉะนั้นชาวต่างจังหวัดที่เข้ามาอยู่กรุงเทพมหานคร คิดกันให้ดีเมืองเทวดาเรานี่ ปกติเทวดาท่านก็อยู่กับน้ําละครับ เพราะข้างบ้านมีแต่เมฆ มีแต่ฝน อยู่วิมานต้องอยู่กับน้ํา เพราะฉะนั้นเมืองเราชื่อเมืองเทวดากรุงเทพฯ ด้วยเหตุนี้ ผมว่าทําอย่างไรให้น้ําไหลสะดวกหน่อย เมื่อก่อนกรุงเทพฯ ได้ชื่อว่าเปึนเวนิสตะวันออก มีคลอง บรรพกษัตริย์ทรงอัจฉริยะท่านรู้ว่าน้ําจะท่วม ท่านก็เลยมีคลองโน้นคลองนี้ คลองมหานาค หรือคลองอะไรที่เชื่อมต่อแบบอยุธยาในที่สุดน้ําก็ไหลได้สะดวก นี่ก็เปึน เรื่องหนึ่งที่เราควรจะต้องมาพิจารณากัน ที่สร้างขวางทางน้ําคงจะต้องพิจารณากันให้ดี หาดใหญ่ท่วมแล้วท่วมอีก ท่วมหลายป้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดําริว่า เราต้องให้น้ํามีทางไป ก็เลยมีแก้มลิงที่เปึนที่ต่ําแล้วก็ทําสะพานให้มากขึ้น ในที่สุดน้ําก็ไหล ไปได้ และหาดใหญ่ก็ท่วมแล้วลดเร็วครับทุกวันนี้ นี่คือเรื่องหนึ่ง อีกอย่างหนึ่งสุดท้าย ผมว่าเราต้องเตรียมการแล้วครับท่านประธาน นั่นก็คือสถานที่ใดที่ย้ายจากเมืองหลวงได้ ผมว่าเตรียมตัวย้ายเถอะครับ ถ้าเปึนอย่างนี้มันชัดเจนแล้ว ผมไม่ใช้คําว่าย้ายเมืองหลวง แต่ให้ย้ายสถานที่สําคัญที่จําเปึน ย้ายไปอยู่รอบนอกที่สูง ๆ แบบที่ท่านแนะนําเมื่อกี้ว่า โคราชนั้นสูงมาก แต่อย่างไรก็ตามถ้าหากว่าไม่ใช่โคราชก็ได้ ไม่ต้องเรียกว่าย้ายเมืองหลวง ย้ายที่ปฏิบัติการสําคัญไปสู่ภายนอก ขอบคุณมากครับท่านประธาน

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ อีกท่านหนึ่งคุณศิรินา ปวโรฬารวิทยา ครับ

นางศิรินา ปวโรฬารวิทยา

กราบเรียนท่านประธานเทียนฉายที่เคารพ ดิฉัน ศิรินา ปวโรฬารวิทยา สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๑๙๘ ดิฉันดีใจนะคะ

ที่ สปช. เอาเรื่องวิกฤตการณ์กรุงเทพฯ จมน้ํามาเปึนวาระสําคัญในวันนี้ ดิฉันมองว่าเรื่องนี้ เปึนเรื่องสําคัญมาก ขอบอกว่าดิฉันดีใจที่ สปช. เอาเรื่องวิกฤตการณ์การจมน้ําของกรุงเทพฯ มาเปึนวาระสําคัญในวันนี้ ดิฉันมองว่าในการเกิดวิกฤติมันน่าจะเปึนโอกาสของประเทศไทยด้วย ดิฉันอยากให้เรื่องนี้เปึนยุทธศาสตร์ของชาติ เปึนวาระสําคัญที่ต้องศึกษาถึงปัญหา และอาจจะเกิดโอกาสในการพัฒนาประเทศไทยครั้งนี้ อีก ๑๗ ป้ต่อไปคือป้ ๒๕๗๕ เปึนป้ที่ประชาธิปไตยครบ ๑๐๐ ป้ ขณะเดียวกันกรุงเทพฯ รัตนโกสินทร์จะครบ ๒๕๐ ป้ ๑๗ ป้ข้างหน้า เพราะฉะนั้นคงจะเปึนโอกาสของเราที่จะพัฒนากรุงเทพฯ ให้เปึนเมืองใหม่ ที่น่าอยู่ มีน้ําล้อมรอบ มีธรรมชาติที่สวยงาม มีความสวยงามแล้วก็ทันสมัย เพื่อให้ประเทศไทย เปึนประเทศที่เจริญแล้ว ขณะเดียวกันกรุงเทพฯ น่าจะเปึนเมืองน่าอยู่ที่ดีที่สุดของเอเชีย เมืองหนึ่ง การปรับปรุงกรุงเทพฯ จะเปึนโอกาสในการพัฒนาประเทศ สามารถพัฒนา ประชาชนไทยให้มีความรู้มากขึ้น ขณะเดียวกันเราก็สามารถพัฒนาแผ่นดินไทยให้กว้างใหญ่ มากขึ้น การถมกรุงเทพฯ ให้สูงขึ้น ทําเขื่อนล้อมรอบ ดิฉันได้ทราบจากคุณอัญชลี ชวนิชย์ ท่านเปึนอดีตผู้ว่าการนิคมอุตสาหกรรมระยอง ท่านได้บอกว่าเมื่อ ๒๐ ป้ที่แล้วการถมทะเล

ใช้งบประมาณ ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาทต่อ ๑ ไร่ ผ่านมา ๒๐ ป้ เวลานี้อาจจะ ๔๐ ล้านบาท ต่อ ๑ ไร่ แต่มันก็คุ้มเพราะว่าที่ดิ นกรุงเทพมหานครแพงมาก แล้วการที่เรามีแผ่นดิน มากขึ้นอยู่ในทะเลแล้วก็มีพื้นที่สูงขึ้นจะทําให้เราสามารถพัฒนาทั้งประเทศไม่ใช่เฉพาะ กรุงเทพมหานครอย่างเดียว เราสามารถพัฒนาระบบน้ําระบบต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในด้าน การคมนาคม การแก้ไขการเกษตรได้หมดเลยค่ะ ดิฉันอยากให้ประเทศไทยมีโอกาสที่จะเปึน ศูนย์การคมนาคมของอาเซียน (ASEAN) เพื่อจะได้เปึนเทรดดิง เนชัน (Trading Nation) อยากสร้างกรุงเทพฯ ใหม่ให้สามารถปฏิรูป ถือโอกาสนี้เปึนการปฏิรูประบบราชการทั้งหมด ปรับปรุงการวางผังเมืองทั้งกรุงเทพฯ และทุกจังหวัดนะคะ เพื่อให้การจัดการน้ําทั่วประเทศ อาจจะขึ้นจากกรุงเทพฯ มาแล้วก็ไล่ขึ้นไป ที่จะทําเขื่อนไล่ลงทั้งหมดจะต้องทําการบูรณาการ เปึนหนึ่งเดียวเพื่อให้โอกาสนี้เปึนโอกาสสําคัญที่สุดเพื่อสร้างประเทศไทยให้อุดมสมบูรณ์ เพื่อเกษตรกรของไทยเราทั้งหมด ชาวไทยจะได้มีความสุขทุกระดับทั้ งเกษตรกร พ่อค้า อุตสาหกรรม เพราะฉะนั้นการสร้างกรุงเทพฯ ที่ใหม่นี่ดิฉันว่าเปึนโอกาส แล้วการที่วิกฤตการณ์ครั้งนี้น่าจะเปึนยุทธศาสตร์ของชาติที่จะรวมกันเพื่อที่จะสร้างโอกาส ให้กับเศรษฐกิจของประเทศไทย ขอบคุณค่ะ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ มีลงชื่อไว้อีก ๓ ท่านนะครับ คุณสายัณห์ จันทร์วิภาสวงศ์ คุณอรพินท์ สพโชคชัย และคุณนิคม มากรุ่งแจ้ง เชิญคุณสายันต์ก่อนนะครับ

นายสายัณห์ จันทร์วิภาสวงศ์

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผม สายัณห์ จันทร์วิภาสวงศ์ ครับ ในรายงานที่คณะกรรมการการเตรียมการเพื่อรับมือ วิกฤตการณ์ “กรุงเทพจม” ที่เสนอมานั้น มีประเด็นที่ผมอยากเพิ่มเติมดังต่อไปนี้ครับ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาไม่ถึง ๕ นาทีนะครับ เรื่องที่ ๑ ก็คือเรื่ององค์คณะของคณะกรรมการ ยุทธศาสตร์แห่งชาติเพื่อรับมือวิกฤตการณ์น้ําทะเลขึ้นสูงและแผ่นดินทรุดนั้น ผมเห็นด้วยกับ ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติบางท่านที่ได้กล่าวไปแล้วนะครับว่า ควรเพิ่มภาคเอกชนครับ และนักวิชาการในระดับคณะกรรมการและระดับอนุกรรมการทุก ๆ ชุด สังเกตดูว่ารายชื่อ ที่แต่งตั้งมานั้นเปึนรายชื่อที่เปึนผู้ที่มาจาก หน่วยราชการทั้งสิ้นนะครับ น่าจะต้องเพิ่ม ภาคเอกชนและนักวิชาการเข้าไปด้วยนะครับ แล้วผมเรียนว่าน่าจะต้องเปึนในระดับ คณะกรรมการและอนุกรรมการนะครับ ข้อที่ ๒ กลไกวิชาการเฉพาะอันนี้เปึนศัพท์ที่ผม

ไม่คุ้นนะครับ แต่คาดว่าควรจะเปึนศัพท์ที่นักวิชาการทั้งหลายเข้าใจดีในเรื่องเกี่ยวกับ น้ําทะเลสูงหรือว่าแผ่ นดินทรุดนะครับ ผมเรียนว่าน่าจะระบุให้ชัดเจนว่าหมายถึงอะไร ให้มันชัดเจน และนอกจากนี้ไม่มีผู้แทนจากสถาบันภาคเอกชนแล้ วก็สถาบันอุดมศึกษา อยู่เลยนะครับ และนอกจากนี้ผมเรียนเสนอว่าถ้าเปึนไปได้ควรจะมีผู้ที่มีประสบ การณ์ ในภาคปฏิบัติหรือคือภูมิปัญญาชาวบ้าน อย่างเช่นชาวบ้านอยู่ในบริเวณนี้มานานจะสังเกตว่า แผ่นดินมันทรุดอย่างไร น้ําทะเลมันขึ้นสูงอย่างไร บางทีบางครั้งเรามุ่งแต่วิชาการแต่บางที เราก็ลืมภูมิปัญญาชาวบ้าน เพราะฉะนั้นถ้าเปึนไปได้ก็น่าจะต้องเชิญผู้ที่มีประสบการณ์ โดยตรงในเรื่องแผ่นดินทรุดในเรื่องน้ําทะเลขึ้นสูงนะครับร่วมอยู่ในคณะอนุกรรมการ ชุดต่าง ๆ ด้วยนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่อยู่ในพื้นที่นะครับ ข้อที่ ๓ ปฏิรูปด้านการมี ส่วนร่วมของประชาชนและผู้ที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีเรื่องเกี่ยวกับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผมกราบเรียนว่าต้องกําหนดความรับผิดชอบให้ชัดมิฉะนั้นจะมี การเมืองท้องถิ่นเข้ามาเกี่ยวข้อง และขณะเดียวกันควรเพิ่มผู้เชี่ยวชาญด้านเอกชนหรือ สถาบันการศึกษาเข้าไปด้วยนะครับ ข้อที่ ๔ ผมเรียนเสนอว่าต้องมีการเพิ่มโทษผู้ลักลอบ ขุดน้ําบาดาลขึ้นมาใช้อย่างจริงจังไม่ว่าจะเปึนโรงงานหรือบ้านพักอาศัยนะครับ และดําเนินการปัองกันอย่างจริงจังครับ รณรงค์ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปัองกัน ไม่ให้มีการลักลอบขุดน้ําบาดาลขึ้นมาใช้ ข้อที่ ๕ ครับน่าจะต้อ งมีการศึกษาน้ําหนัก สิ่งก่อสร้างที่กดทับ

และการรับน้ําหนักของชั้นดินอย่างจริงจังเพื่อจะได้กําหนดน้ําหนักสิ่งก่อสร้างที่กดทับ ให้เหมาะสมตามเขตพื้นที่ ผมเข้าใจว่าในบางพื้นที่นั้นในกรุงเทพฯ และปริมณฑลนั้น บางพื้นที่ ก็อาจจะเปึนพื้นที่ที่เปึนดินซึ่งง่ายต่อการที่จะจมลงไป แต่ในบางพื้นที่นั้นก็น่าจะมีพื้นที่แข็ง ดังนั้นพื้นที่ตรงไหนที่เปึนบริเวณที่ดินนุ่มนั้นดินที่มันทรุดง่ายนี่ครับ ก็ควรจะกําหนดว่า บริเวณนั้นห้ามมีสิ่งก่อสร้างใด ๆ ที่น้ําหนักเกินเท่านี้ ๆ กดทับลงไป แต่ในบางบริเวณนั้น ซึ่งมีพื้นที่ที่มันแข็งก็น่าจะกําหนดว่าบริเวณนี้สามารถให้มีสิ่งปลูกสร้างที่มีน้ํา หนักกดทับได้ แล้วก็ข้อสุดท้ายครับ ผมเองไม่ใช่ว่าไม่เชื่อนักวิชาการในประเทศไทย แต่ผมกราบเรียนว่า น่าจะต้องมีการจ้างผู้เชี่ยวชาญจากในประเทศและต่างประเทศเปึนที่ปรึกษาเพื่อทําวิจัย หรือทําแผนเสนอทางด้านเกี่ยวกับในระดับชาติ ในการแก้ไขปัญหากรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อที่ว่าจะได้เปึนแนวความคิดอีกแนวหนึ่งในการเปรียบเทียบกับการศึกษาในเมืองไทย ซึ่งผมคิดว่าผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ในต่างประเทศก็มีเยอะน่าจะต้องจ้างมาเปึนที่ปรึกษาหรือ ทําวิจัยเพื่อเปรียบเทียบกับนักวิชาการไทย หรือทํางานคู่กับนักวิชาการไทยก็ได้ จะได้ศึกษา ไปพร้อมกัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้นั้นผมอยากเรียกว่าเปึน อัลเทอร์เนทีฟ โพรโพซอล (Alternative proposal) เปึนแนวความคิดอีกแบบหนึ่งซึ่งแตกต่างไปจากแนวความคิดของนักวิชาการไทย อย่างน้อย ๆ เราก็มีแนวความคิด ๒ แนวมาผสมผสานกันแล้วก็เอาข้อที่ดีที่สุดมาใช้ ในการแก้ไขปัญหาเรื่อง “กรุงเทพจม” ครับ ขอบคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญคุณอรพินท์ สพโชคชัย ครับ

นางสาวอรพินท์ สพโชคชัย

กราบเรียนท่านประธานนะคะ แล้วก็ ท่านกรรมการที่ศึกษาเรื่องการรับมือ “กรุงเทพจม” นะคะ ดิฉัน อรพินท์ สพโชคชัย เปึนคนกรุงเทพฯ โดยกําเนิดแล้วก็รักกรุงเทพฯ มาก แล้วดิฉันเข้าใจว่าก็จะมีคนกรุงเทพฯ อีกหลายท่านที่จะรักกรุงเทพฯ เหมือนกัน เรื่อง “กรุงเทพจม” นั้นเปึนเรื่องที่มีการพูดมานาน แล้วก็เปึนเรื่องที่มีความสําคัญ ดิฉันได้ดูในรายงานที่นําเสนอนั้นก็เห็นด้วยในหลายประเด็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็ไม่มีข้อถกเถียงในเรื่องของประเด็นทางวิชาการ แต่ดิฉันคิดว่า มีประเด็นหนึ่งที่มีความสําคัญแล้วเรามักจะละเลย ดิฉันขออนุญาตพูดถึงประเด็นเรื่อง กระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชน เรื่องทุกเรื่องในโลกยุคปัจจุบัน ในสังคมปัจจุบันนี้ เราไม่ค่อยตระหนักว่าสังคมไทยเรากําลังขับเคลื่อนออกจากการเปึนประชาธิปไตยอีกมิติใหม่

ถ้าดูจากสภาวการณ์ของสิ่งที่ เกิดขึ้นในสังคมจะเห็นว่าประชาชนนั้นมีความรู้มากขึ้น แล้วก็ออกมาเรียกร้องนะคะ คนกรุงเทพฯ นั้นเปึนคนที่สนใจในประเด็นต่าง ๆ มากขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าเปรียบเทียบชาวกรุงเทพฯ นั้นดิฉันคิดว่าเราเปรียบชั้นได้กับประเทศที่พัฒนาแล้ว เพราะฉะนั้นกระบวนการที่สําคัญ ท่านจะทําเทคนิคอย่างไรก็ไม่เปึนไร แต่เทคนิควิชาการ ต่าง ๆ การกําหนดนโยบาย การกําหนดยุทธศาสตร์ จากประสบการณ์ในหลายประเทศ ท่านจะตกม้าตาย ขออภัยที่พูดศัพท์ที่ไม่เหมาะสมนะคะ ถ้าหากไม่เอาสิ่งที่เรียกว่าประชาชน หรือความเข้าใจ หรือสิ่งที่ประชาชนต้องการนั้นมารวมอยู่ในยุทธศาสตร์ของท่าน ท่านเอายุทธศาสตร์ เอาข้อเสนอแนะปฏิรูปเรื่องกระบวนการ การมีส่วนร่วมซึ่งดิฉัน ได้ทบทวนแล้ว ดิฉันคิดว่ายังมีความไม่ชัด เจนในหลายด้าน พูดถึงเรื่องการมีส่วนร่วม แต่ท่านไม่ได้พูดถึงเรื่องกระบวนการการมีส่วนร่วม ซึ่งดิฉันคิดว่าในภาครัฐของเรายังมีความรู้ ที่ไม่ถึงขั้นในเรื่องของการมีส่วนร่วม การมีส่วนร่วมที่เห็นอยู่คือการไปเป่ดเวทีรับฟัง ความคิดเห็นของประชาชน ซึ่งมันไม่ใช่กระบวนการการมีส่วนร่วม ในส่วนนี้ดิฉันขออนุญาต ให้ข้อเสนอแนะว่าในการรับมือเรื่อง “กรุงเทพจม” นั้นในนาทีแรก จริง ๆ แล้วปฏิรูปเรื่องนี้ ควรจะเปึนข้อหนึ่งเสียด้วยซ้ํา ในนาทีแรกสิ่งที่ควรจะทําก็คือเป่ดเวทีก่อนไม่ต้องบอกว่า จะทําอะไร อันนี้คือข้อที่เขาทํา กันทั่วโลกคือไปตั้งประเด็นว่าเราชาวกรุงเทพฯ จะรับมือ กับวิกฤติ “กรุงเทพจม” ท่านมีความคิดเห็นอย่างไร ภาคส่วนต่าง ๆ จะเข้าร่วมอย่างไร ในต่างประเทศนั้นในการจัดกระบวนการการมีส่วนร่วม

เขาทําเวทีอย่างนี้เปึนเวลาหลายเดือน หลายป้กว่าที่จะตกผลึกแล้วบอกว่าจะรับมือกับเรื่อง ต่าง ๆ ได้อย่างไร มีตัวอย่างหลายพื้นที่ที่เขาทําเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเปึนประเทศสหรัฐอเมริกา หรือประเทศต่าง ๆ แล้วดิฉันคิดว่าคนกรุงเทพฯ ก็อยู่ในภาวะที่พร้อมที่จะทํากระบวนการนี้ มีเทคนิคหลายอย่าง อย่างเช่นเดลิเบอเรทีฟ ไดอะลอก (Deliberative dialog) ขออภัยที่ใช้ ภาษาอังกฤษ ไม่ทราบภาษาไทยใช้อะไร พวกนี้เปึนกระบวนการที่จะปรึกษาหารือ เพื่อหาทางออก แล้วการปรึกษาหารือเพื่อหา ทางออกนั้นจะเปึนส่วนหนึ่งในการกําหนด นโยบาย แต่สิ่งที่เราผิดพลาดมาโดยตลอดก็คือว่าไปทําแผนล่วงหน้า กําหนดนโยบาย แล้วไปถามประชาชนว่าเอาไหม ประชาชนเขาก็จะบอกว่าไม่เอา เพราะฉะนั้นความสําเร็จ ที่เราจะรักษากรุงเทพฯ ดูแลเรื่องการรับมือเรื่องวิกฤติ “กรุงเทพจม” นั้นเริ่มต้นก็เริ่มจาก ความไม่สําเร็จ เพราะฉะนั้นงานที่ควรจะเปึนงานง่ายก็จะกลายเปึนงานที่ยาก เพราะฉะนั้น ดิฉันคิดว่าในข้อเสนอแนะนั้นอยากจะให้ลงรายละเอียดเรื่องของการมีส่วนร่วม ท่านจะดําเนินการอย่างไร ท่านจะเสนอให้รัฐบาลดําเนินการอย่างไร มิใช่เขียนเพียงหัวข้อ เฉย ๆ ดิฉันคิดว่าอันนี้เปึนสาระที่มีความสําคัญ หลังจากที่ทํากระบวนการการมีส่วนร่วมแล้ว ถึงจะไปทําสิ่งที่เราเรียกว่ายุทธศาสตร์เพื่อจะรับมือเรื่อง “กรุงเทพจม” ซึ่งหลังจากที่ ทํากระบวนการการมีส่วนร่วมแล้ว ยุทธศาสตร์เรื่อง “กรุงเทพจม” นั้นจะได้ฉันทามติ จากทุกภาคส่วนในสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุกภาคส่วนที่อยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลค่ะ ก็ขอขอบพระคุณที่ได้ศึกษาเรื่องนี้ และเปึนเรื่องที่สําคัญ และหวังท่านคงจะนําข้อเสนอนั้น ไปปรับปรุง ขอบพระคุณค่ะ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ คุณนิคม มากรุ่งแจ้ง ครับ

นายนิคม มากรุ่งแจ้ง

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งที่เคารพทุกท่าน กระผม นายนิคม มากรุ่งแจ้ง สมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติจังหวัดสมุทรสาคร หมายเลข ๑๑๑ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณและขอชื่นชม ท่านคณะกรรมการการเตรียมการเพื่อรับมือวิกฤตการณ์ “กรุงเทพจม” ถ้าคณะกรรมการชุดนี้ ไม่คิดตอนนี้ก็อาจจะสายเกินไป เพราะจากการสํารวจของกรมทรัพยากรธรณีพบว่ากรุงเทพฯ และจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งจังหวัดสมุทรสาครเปึนจังหวัดหน้าด่านของกรุงเทพฯ มีอัตรา

การทรุดตัวป้ละประมาณ ๒๐ มิลลิเมตรต่อป้ อย่างจังหวัดสมุทรสาคร ท่าฉลอมกับมหาชัยนี่ ต้องหวาดผวากับน้ําทะเลท่วมหนุนในช่วงเดือนพฤศจิกายนตั้งแต่วันลอยกระทงไปถึง ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคม ทุก ๑๕ ค่ํา ๑ ค่ํา ๒ ค่ําซึ่งเปึนช่วงน้ําทะเลหนุนสูง จะท่วมตลาดมหาชัยตลอด เพราะฉะนั้นปัญหาที่เกิดจากการท่วมของน้ําทะเลก็คือได้มีการ ถมคลองหรือสร้างคูคลอง น้ําไม่มีทางไปนะครับ อย่างคลองโคกขาม คลองมหาชัย ที่ว่าอยู่ชายฝัืงทะเลกลายเปึนบ้านจัดสรรหมดเลยครับ ปัญหาที่เกิดจากการทรุดตัว เกิดจากการขุดเจาะน้ําบาดาลของเทศบาลของ อบต. ต่าง ๆ ที่ติดชายฝัืงทะเลและ เขตจังหวัดสมุทรสาคร อย่างเช่นเขตเทศบาลตําบลบางหญ้าแพรกของผมที่ผมเปึน รองนายกเทศมนตรีอยู่นี่ ก็มีการขุดเจาะบ่อบาดาลเพื่อบริการสาธารณะของชาวบ้าน ๑๒ บ่อ เพราะฉะนั้นถ้าเปึนไปได้เราอยากจะให้คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาใหม่บังคับใช้ว่า ควรจะให้มีกำรใช้น้ําประปาส่วนภูมิภาค ไม่ควรจะใช้ประปาที่เจาะจากน้ําบาดาล แล้วสาเหตุที่ ๒ ก็เกิดจากการสร้างโรงงานอุตสาหกรรม การเจริญเติบโตของโรงงาน อุตสาหกรรมซึ่งมีทั้งห้องเย็นและโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งในจังหวัดสมุทรสาคร มีไม่ต่ํากว่า ๖,๐๐๐ โรงงาน ห้องเย็นที่สร้างขึ้นมาทุก วันมันก็ทําให้แผ่นดินทรุดตัว เพราะฉะนั้นการที่ท่านคณะกรรมการชุดนี้ได้คิดขึ้นมาเพราะว่าจังหวัดสมุทรสาครและ จังหวัดสมุทรปราการ ๒ จังหวัดนี่เปึนจังหวัดที่อยู่ปากอ่าวเปึนอ่าว ก เพราะฉะนั้น ในคณะกรรมการยุทธศาสตร์แห่งชาติที่จะเพิ่มขึ้นมา

ผมขอเสนอให้มีคณะกรรมการที่เพิ่มขึ้นมาอีกสัก ๒ ท่านนะครับ คือมีผู้ว่าราชการ จังหวัดสมุทรสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ เพราะ ๒ จังหวัดเปึนเมืองหน้าด่าน ของน้ําทะเลที่จะเปึนแม่น้ําท่าจีนและแม่น้ําเจ้าพระยาซึ่งจะหนุนเข้ามาในกรุงเทพมหานคร ที่เปึนพื้นที่ชั้นใน เพราะฉะนั้นการแก้ไขตรงนี้มีที่สั่งการได้โดยตรงคือท่านผู้ว่าราชการจังหวัด จะได้ร่วมมือกับคณะกรรมการยุทธศาสตร์แห่งชาติชุดนี้เพื่อในการที่จะแก้ไขปัญหาได้อย่าง ทันท่วงทีเมื่อตอนป้ ๒๕๕๔ ที่บอกว่าจังหวัดสมุทรสาครมีท่าน ส.ว. ท่านหนึ่งบอกว่า จังหวัดสมุทรสาครน้ําจะท่วม ๓ เมตร ในตลาดมหาชัยน้ําจะท่วม ๓ เมตร แต่ด้วยการปัองกัน ของฝ์ายการเมือง ฝ์ายท้องถิ่นก็ช่วยกันระดมพลปัองกันจนน้ําไม่ท่วมนะครับ จังหวัดสมุทรสาครน้ําไม่ท่วมไม่เปึนไปตามคําพยากรณ์ของที่เขาบอกว่าปลายน้ําของ จังหวัดสมุทรสาครซึ่งเขตบางหญ้าแพรก ท่าฉลอม เปึน ๒ ฝัืงของปากอ่าว ก นะครับ เพราะฉะนั้นน้ําที่ขึ้นมาตอนนี้มันเอ่อล้นจนไม่รู้ว่าจะไปไหนเวลาน้ําเกิดทีเขาเรียกว่าน้ํา ประมาณ ๑ ค่ํา ๒ ค่ํา ๓ ค่ํา น้ําจะท่วมมหาชัยตลอดซึ่งแก้ไขไม่ได้เลย ซึ่งแก้ไขได้ก็คือ จากการมีเขื่อนขึ้นมาก็ช่วยบรรเทาไปได้เปึนบางครั้ง เพราะฉะนั้นผมขอเสนอแก่ ท่านกรรมการทุกท่านนะครับว่าควรจะมีกรรมการที่ควบคุมและบูรณาการในท้องที่ อย่างท่านผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง ๒ จังหวัด ถือว่าเปึนต้นทางของการที่จะดูแลเรื่องน้ําทะเล ที่จะหนุนมาสู่กรุงเทพมหานคร ก็ขอกราบขอบคุณแค่นี้นะครับ ขอบคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ อีก ๓ ท่านนะครับ คุณเจน นําชัยศิริ คุณอลงกรณ์ พลบุตร แล้ว คุณอนันตชัย คุณานันทกุล เชิญคุณเจนครับ

นายเจน นําชัยศิริ 🔗

ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ เรียนท่านประธาน ท่านคณะกรรมการ กระผม เจน นําชัยศิริ ครับ ผมต้องขึ้นมาอภิปรายในฐานะที่เปึนผู้ใช้ น้ําบาดาล ผมเกรงว่าการรายงานและการอภิปรายที่เปึนเชิงที่ว่าเรากลัวว่า “กรุงเทพจม” จะเปึนการสร้างความตระหนกที่ทําให้ผู้ใช้น้ําบาดาลโดยเฉพาะผู้ที่ใช้น้ําบาดาลที่มีความ รับผิดชอบต้องกลายเปึนจําเลยสังคมนะครับ ผมเรียนอย่างนี้ครับว่าเรื่องของกลไกของ น้ําบาดาลจริง ๆ แล้วท่านดอกเตอร์สุจริตก็เปึนเพื่อนนักเรียนมาด้วยกันนะครับ ผมคิดว่า ท่านก็ได้พูดครอบคลุม พอสมควรอยู่แล้วในเรื่องของเซฟ ยู (Save you) หรือว่าการใช้ที่ มีความเหมาะสมกับปริมาณน้ําที่ไหลเข้ามาเติมนะครับ ในส่วนนี้ผมคิดว่าถ้าเราไม่ใช้น้ําตรงนี้

น้ําส่วนนี้ก็ลงทะเลไปเปล่า ๆ เพราะฉะนั้นในส่วนที่สามารถที่จะใช้ได้ก็ต้องมีการใช้เพราะว่า ก็เปึนทรัพยากรอย่างหนึ่งซึ่งควรจะนํามาใช้ให้เปึนประโยชน์ แต่ปัญหาของแผ่นดินทรุดที่เกิด เนื่องมาจากน้ําบาดาลนี้ผมเรียนขยายความนิดเดียวนะครับว่ามันขึ้นอยู่กับอัตรา อัตราการสูบ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณการสูบครับ ถ้าอัตราการสูบมันสูงเกินกว่าปริมาณน้ําที่จะไหล เข้ามาเติมได้นี่นะครับ แน่นอนมันก็ทําให้ชั้นทรายมันทรุดตัวลงไป อีกจุดหนึ่งก็คือขึ้นอยู่กับ ความถี่ของบ่อครับ ความถี่จํานวนบ่อปริมาณต่อพื้นที่ ถ้ามันมากมันก็ทําให้เกิดการทรุดตัว ได้เหมือนกัน แต่ว่าถ้ามันกระจายตัวออก ไปในพื้นที่กว้าง ๆ อันนั้นการทรุดตัวก็จะ บรรเทาเบาบางลงไปเยอะ เพราะฉะนั้นเรื่องของกลไกน้ําบาดาลนี่จะต้องมีภาควิชาการ แล้วก็ต้องมีความเข้าใจอย่างถ่องแท้ที่จ ะวางแผนในส่วนนี้ได้อย่างสัมฤทธิ ผลนะครับ ประเด็นที่ ๒ ผมอยากจะกราบเรียนก็คือว่าจริง ๆ แล้วเราได้มีการเก็บค่าอนุรักษ์น้ําบาดาล โดยทางกรมทรัพยากรน้ําบาดาลมาหลายป้แล้ว แล้วก็อันนั้นก็อาจจะเปึนส่วนหนึ่งที่ทําให้ การใช้มีความผิดชอบ มีต้นทุนที่มันใกล้เคียงกับข้อเท็จจริงความเปึนจริงมากขึ้น แต่ผมเรียน อย่างนี้ครับ ว่าค่าอนุรักษ์ น้ําบาดาลนี้เราใส่ไว้ในกองทุนนะครับ แต่กองทุนนี้ได้ถูกทาง กรมบัญชีกลางดึงเงินตรงนี้ไปใส่กองกลาง แทนที่จะเอาไปใช้ในเรื่องของการจัดระเบียบ ใช้ในเรื่องของการสํารวจ ใช้ในเรื่องของการเติมน้ํา กลับดึงไปใส่งบกลางซึ่งผมถือว่า ถ้าทําแบบนี้มันก็คือภาษีตัวหนึ่ง ผมเองตอนที่ผมนั่งอยู่ในคณะกรรมการกองทุนน้ําบาดาล ผมก็คัดค้านในเรื่องนี้นะครับ

แล้วผมก็ยังไม่เห็นด้วยจนถึงทุกวันนี้ ผมคิดว่าในส่วนของการที่เรามีค่าอนุรักษ์น้ําบาดาล เราก็ควรจะใช้ให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของกองทุนนะครับ เรื่องที่ ๓ การใช้น้ําบาดาลจะ ลดลงครับ ถ้าการบริการของการประปาได้ผลและทั่วถึงจริง ๆ การประปาขณะนี้เรามีอยู่ ๒ การประปาด้วยกัน ก็คือ การประปานครหลวง ซึ่งก็มีประเด็นครับในเรื่องของการรั่วไหล มีประเด็นในเรื่องของการลงทุนใหม่ซึ่งไม่สามารถที่จะดําเนินการได้ ผมเคยร่วมประชุม การวางแผนการดําเนินงานของการประปานครหลวง ผมยังเคยเรียนว่าถ้าการประปานครหลวง ไม่ต้องส่งเงินเข้าไปส่วนกลางในฐานะที่มีกําไร แต่เอาเงินนี้มาพัฒนาระบบ ท่อให้มีการ รั่วไหลน้อยลง อันนี้จะทําได้หรือไม่ ทางการประปานครหลวงก็ไม่เคยกล้าที่จะยื่ นเสนอ เรื่องนี้กับทางรัฐบาล ผมเรียนว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องสําคัญ ถ้าเรามองไม่เห็นความจําเปึนตรงนี้ การประปานครหลวงจะห่อเหี่ยวไปเรื่อย ๆ นะครับ ในส่วนของการประปาส่วนภูมิภาค ผมก็ไม่แน่ใจว่ามีท่านที่พูดถึงเรื่องนี้บ้างหรือยังนะครับ เรื่องของสัญญาที่ซื้อน้ําจาก ภาคเอกชน ผมมาจากภาคเอกชนครับ แต่ว่าถ้าสัญญาที่มันทําให้เกิดความไม่เปึนธรรม ต่อภาคราชการ ตรงนี้ผมก็ไม่เห็นด้วยเหมือนกัน ป.ป.ช. ชี้มูลไปแล้วนะครับว่าสัญญาฉบับนี้ ที่ซื้อน้ําใน ๓ จังหวัด ก็คือ ทางจังหวัดนครปฐม จังหวัดสมุทรสาคร อะไรนี้มีปัญหา แล้วก็น่าจะเข้าข่ายความผิดเรื่องของการประพฤติมิชอบนะครับ เพราะฉะนั้นผมอยากจะให้ ตรงนี้ได้มีการดําเนินการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคของรัฐบาลนี้แล้วก็ยุคของ คสช. นี้ ดําเนินการให้ถูกต้องและเปึนธรรมกับทางภาคราชการ ข้อสุดท้ายก็คือผมเห็นด้วยในเรื่องของ การที่จะกําจัดผู้ใช้น้ําที่ไร้ความรับผิดชอบ ผู้ที่ลักลอบใช้น้ํา อันนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้นเลย เพราะว่าอันนี้ส่งผล ๒ ด้าน ด้านหนึ่งก็คือมีการใช้น้ําที่มากเกินผิดปกติ ด้านที่ ๒ ก็คือ ข้อมูลไม่ไหลเข้ามาเลยครับ มีน้ําไหลออกแต่ข้อมูลไม่ไหลกลับเข้ามา เพราะฉะนั้นตรงนี้ ควรจะกําจัด เราไม่สนับสนุนการลักลอบครับ แต่ว่าผู้ที่ใช้น้ําอย่างถูกต้องและมี ความรับผิดชอบควรจะได้รับการยอมรับแล้วก็ควรได้รับความเปึนธรรม ขอบคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญคุณอลงกรณ์ พลบุตร ครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ต้องขอบคุณท่านประธานนะครับที่ได้ริเริ่มให้มี คณะกรรมการชุดพิเศษเพื่อศึกษาปัญหาที่ถือได้ว่าเปึนปัญหาใหญ่ที่สุดของประเทศก็ว่าได้

ปัญหาเรื่องของ “กรุงเทพจม” ซึ่งเปึนเมืองหลวงของเรา เปึนเมืองท่า เมืองเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุด แต่มันสะท้อนให้เห็นถึงแนวทางการพัฒนาในอดีตที่มันผิดพลาดและไม่สามารถแก้ไข ปัญหาอย่างถูกทิศทาง มิหนําซ้ํายังซ้ําเติมปัญ หาให้หนักขึ้น เหมือนอย่างสมาชิกบางท่าน พูดถึงเวนิสตะวันออก อันนี้บ่งบอกชัดเจนเลยว่าตั้งแต่เราย้ายเมืองหลวงจากอยุธยามาธนบุรี และข้ามมากรุงเทพฯ นั้น เราเปึนเมืองลุ่มน้ํา แต่การสร้างแบบเมืองตะวันตกมันได้ก่อให้เกิด ปัญหาจนกระทั่งผ่านมา ๒๐๐ กว่าป้ วันนี้ไม่สามารถเยียวยาได้ ผมเรียนยืนยัน ไม่ว่าจะเปึน ปัญหาเรื่องของแผ่นดินทรุด น้ําที่เพิ่มขึ้นจากปัญหา ไคลเมต เชนจ์ โกลบอล วอร์มมิง (Climate change global warming) ซึ่งก็ไปไม่ถึงไหน ซีโอพี (COP) จะมีการประชุม ซีโอพี ๒๑ (COP21) ก็จะมีการประชุม ก็ยังไปไม่ถึงไหน เกียวโต โปรโตคอล (Kyoto Protocol) ก็ประสบความคืบหน้าน้อยมาก ดังนั้นถึงเวลาที่เราต้องทําแผนปฏิบัติการแห่งชาติ ในการสร้างเมืองใหม่และพัฒนาเมืองเก่า มีหลายประเทศที่ขณะนี้ได้ตอบโจทย์อนาคต อย่างที่ท่านประธานมองว่าอนาคตเราจะต้องตอบโจทย์วันนี้ให้ได้ ไม่อย่างนั้นมันสร้างไม่ทัน ประเทศซาอุดีอาระเบียนั้นเองตอบโจทย์นี้มาตั้งแต่ย้ายเมืองหลวงจากเจดดาห์ ซึ่งเหมือน กรุงเทพฯ ครับ เปึนทั้งเมืองท่า เมืองเศรษฐกิจ เมืองหลวง ย้ายเข้าไปที่ริยาด แค่นั้นไม่พอครับ เมืองใหม่ของเขา สร้างเมืองใหม่ คิง อับดุลลาห์ อีโคโนมิค ซิตี ขึ้นมาสี่มุมเมืองเลยครับ ทางเหนือของริยาด ทางใต้ติดเยเมน ทางตะวันตกก็คือติดทะเลแดงที่เหนือเจดดาห์ขึ้นไป แล้วก็ฝัืงตะวันออกก็คือแถวอัมมานติดกับอ่าวเปอร์เซีย ประเทศจีนช่วง ๒๐ ป้มานี้ ท่านไป เมืองหลวงเดิม เมืองเอกเดิม ไม่ว่ามณฑลไหนก็ตาม

เขาจะมีเมืองใหม่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเปึนคุนหมิง ไม่ว่าจะเปึนเซี่ยงไฮ้ แม้แต่ปักกิ่ง หรือจะไปที่ เฉิงตู ฉงชิ่ง เทียนสิน ท่านไปที่ไหนเจอหมด เหอเฟย์ ในอันฮุย ล้วนแล้วแต่สร้างเมืองใหม่ ทั้งสิ้นครับ เพราะของเก่ามันยากที่จะไปรื้อ แล้วความจริงของเก่ามันเปึนเฮอริเทจ (Heritage) ที่ควรอนุรักษ์ไว้ด้วย ขณะเดียวกันตัวอย่างที่เราเห็นคือประเทศอินเดียครับ นี่เปึนอีกโมเดลของการสร้างเมืองใหม่ในการวางสแทรทิจิก (Strategic) ยุทธศาสตร์ของชาติ ในอนาคต ปัญหาใหญ่ก็ต้องคิดใหญ่ อนาคตของเราใหญ่เราก็ต้องคิดใหญ่ ประเทศอินเดีย ก็ใช้ลักษณะของการเปึนรีจั นนอล มูฟว์ (Regional move) สําหรับการสร้างอย่าง บังกะลอว์ขึ้นมา การสร้างเชมดรายขึ้นมา การสร้างมุมไบขึ้นมา นอกจากนั้นแล้วถ้าคิดเรื่อง การย้ายเมืองหลวง เราก็เห็นประเทศออสเตรเลียมีเมลเบิร์น เมื่อสักครู่ท่านเอกอัครราชทูต ออสเตรเลียก็มาพบแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันก็ยังคุยถึงเรื่องนี้ว่า สปช. กําลังพิจารณาเรื่อง “กรุงเทพจม” ก็ยกตัวอย่างเรื่องของเมลเบิร์น คือเมืองหลวงราชการ แต่ซิดนีย์ก็ยังเปึน เมืองเศรษฐกิจใหญ่อยู่ เมืองท่าใหญ่ หรือกรณีของประเทศพม่า เนป่ดอว์ เปึนเมืองหลวงใหม่ ก็วางแผนก่อนเราเยอะ ย่างกุ้งเจอปัญหาเดียวกันคือย่างกุ้งจม ย่างกุ้งเปึนเมืองหลวง เมืองท่า เมืองเศรษฐกิจ ที่ดินราคาแพงเหลือเกิน ประชาชนคนยากจนจะมีที่อยู่อำศัยก็ไม่ได้ มันผิดไปหมดเลย ต้องทุ่มเงินมากในการพัฒนา เพราะฉะนั้นต้องการสร้างเมืองในทางราบ ไม่ใช่เมืองในทางตั้ง ฟ่วเจอร์ ซิตี (Future city) จึงจําเปึนอย่างยิ่ง หรือแม้แต่ประเทศญี่ปุ์น ประเทศญี่ปุ์นกระจายความเจริญโดยการสร้างหัวเมืองออกไปและสร้างอัตลักษณ์ของแต่ ละเมือง เราอยากเห็นว่ากรุงเทพฯ นั้นต้องเปึนสโลว์ ซิตี (Slow City) ในการเติบโตแล้ว แล้วก็ฟุ๋นฟู ขึ้นมาช่วยตัวเอง เอาเรื่องของไคลเมต เชนจ์ โกลบอล วอร์มมิง เข้ามา อย่างเช่นประเทศฝรั่งเศส ตอนนี้ก็ออกเปึนกฎหมายแล้วให้มีกรีนรูฟ (Green roof) หรือโซลารูฟ (Solar roof) อยู่ข้างบนเพื่ออะไร เพื่อแก้ปัญหาทั้งในเรื่องของกรีนเฮำส์ แก๊ส (Greenhouse gas) ที่ปล่อยออกมา การใช้ยานยนต์ไฟฟัา การใช้รถขนส่งไฟฟัาหรืออะไรต่าง ๆ ขณะเดียวกัน หลังคาสีเขียวทั้งหมด ตรงนี้เองที่เราควรจะมีจากกรุงเทพฯ ในรัศมี ๑๐๐ กิโลเมตร โดยใช้ สป้ด เทรน (Speed train) เราสร้างเมืองใหม่ได้ครับ แล้วแต่ละเมืองมีอัตลักษณ์ในการ สร้างฐานเศรษฐกิจใหม่ เช่น เปึนฟ่วเจอร์ ซิตี เปึนเรื่องของซายน์ ซิตี (Science city) เรื่องของไฮเทค ซิตี (High-tech city) เรื่องของฟูด ซิตี (Food City) แต่ละเมืองจะต้องมี ฐานเศรษฐกิจเพื่อหล่อเลี้ยงประชากรใหม่ขนาด ๑๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ คน การสร้างเมืองใหม่

อย่างนี้หมายถึงอะไร หมายถึงการลงทุนใหม่ ๆ เศรษฐกิจที่เราต้องไปพึ่งพาต่างประเทศก็จะ ลดลง เพราะเราสามารถที่จะกระตุ้นการลงทุน แล้วก็สร้างคุณภาพชีวิต คนสามารถมีที่อยู่อาศัย ได้ในราคาที่ถูก วันนี้กรุงเทพฯ ไม่น่าเชื่อนะครับ ในบางพื้นที่ตารางวาละเปึนล้านบาทแล้วครับ แล้วใครจะอยู่ได้ มีแต่การที่เปึนเมืองที่มีราคาแพงมาก ดังนั้นผมคิดว่าถึงเวลาที่อย่างน้อย สร้างเมืองใหม่ ๔ เมือง ในรัศมี ๑๐๐ กิโลเมตรจากประเทศไทย แล้วก็การขนส่งถึงกัน ภายในเวลาไม่ถึง ๑ ชั่วโมง อย่างนี้มันจะแก้ปัญหา ต้องคิดใหญ่แล้วครับ แล้วทําแอคชัน แพลน (Action plan) ระดับชาติขึ้นมาให้ได้ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ คุณอนันตชัย คุณานันทกุล ครับ

นายอนันตชัย คุณานันทกุล

กราบเรียนท่านประธานที่เคาร พ ท่านคณะกรรมการทุกท่านครับ พูดถึงปัญหาน้ําที่ผ่านมานั้นเราจะได้ยินคํานี้อยู่เรื่อย ๆ แต่ว่าการแก้ปัญหาน้ํานั้นเราไม่มีการบูรณาการ มีหน่วยงานมากมายที่ออกมาแสดง ความหวังดีต่อประเทศ เรามีระบบราชการที่ไปดูงานในแต่ละประเทศทั่วโลกมาแล้ว แต่ไม่สามารถเอามาใช้ได้ ที่สําคัญนั้นการแก้ปัญหาน้ําต้องให้คนที่เกี่ยวข้องกับน้ํา เปึนผู้แก้ปัญหา ต้องเปึนผู้ที่รู้ปัญหา ปัญหาเกิดขึ้นมา

คนอื่นจะไม่มีทางรู้ได้เลย ที่เราพูดถึงเราจะเอาหน่วยงานต่างประเทศ ผู้เชี่ยวชาญ ต่างประเทศมีใครรู้มากเท่ากับเราบ้าง นักวิชาการก็ดี ข้าราชการก็ดีรู้จริงไหม เราคาดหวังว่า เราจะเอาผู้ว่าราชการจังหวัดมามีส่วนร่วมและเปึนคณะกรรมการ ถามว่าผู้ว่าราชการจังหวัด มีกี่คนที่รู้จังหวัดของตัวเอง อยู่กันแค่ ๑ ป้ ๒ ป้ มากที่สุด ๓ ป้ ถามว่ารู้อะไรบ้าง ผมเปึน ผู้หนึ่งที่แก้ปัญหาน้ําของจังหวัดสมุทรปราการมาโดยตลอด ผมเปึนผู้ที่อยู่เบื้องหลังในการ ออกแบบคลองหนองงูเห่าซึ่งทําให้ตําบลปากน้ํารอดวิกฤติครั้งที่ผ่านมาได้ ถามว่าท่านแก้ปัญหา กรุงเทพมหานคร กรุงเทพฯ มีปัญญาไหมที่จะแก้ปัญหาเองได้ถ้าไม่พึ่ง ตําบลปากน้ํา เพราะปลายน้ํา มันอยู่ที่ตําบลปากน้ํานั่นเอง ในขณะเดียวกันต้นน้ําก็มาจาก ตําบลปากน้ํา อีกเช่นเดียวกัน เมื่อน้ําทะเลหนุนตําบลปากน้ําก็จะเปึนตัวหนึ่งที่จะเปึนต้นน้ํา แต่พอน้ําฝนตก ตําบลปากน้ําก็เปึนที่ระบาย ผมเปึนคนหนึ่งที่ติด ตามเรื่องนี้มาโดยตลอด ไม่ว่าจะเปึน เรื่องของน้ําบาดาลก็เปึนปัญหา เมื่อน้ําแล้งเราก็คือรีบเจาะ แต่พอน้ํามาก็มาโทษคน ที่เจาะน้ําบาดาล ผมว่าอย่างนี้ไม่ยุติธรรมกับคนที่เจาะน้ําบาดาลนะครับ สิ่งที่สําคัญเราไม่ได้ รับเอาพระราชดําริของในหลวงมาใช้ น้ําขณะนี้เรามีที่ตกลงมาจากธรรมชาติเราผันไปออกสู่ ทะเลถึง๘๐ เปอร์เซ็นต์ เราใช้เพียง ๒๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง เพราะเวลาน้ํามาเรารีบไล่เขาไป พอไล่เสร็จเราก็มาตั้งภัยแล้งบ้าง ภัยน้ําท่วมบ้าง ทําอย่างนี้หมุนเวียนกันมาทุกป้ ๆ ไม่รู้จักจบสิ้นก็เพราะนักวิชาการทั้งหลายนั่นไม่ได้ศึกษาอย่างแท้จริง และไม่เข้าใจว่า ใครจะเปึนคนแก้ปัญหาเรื่องน้ําท่วม ใครจะแก้ปัญหาเรื่องของน้ําแล้ง และใครจะมาปัองกัน น้ําท่วม และที่คณะกรรมการบริหารน้ําอยู่ที่ไหน ทําอะไรบ้าง มันต้องพูดเปึนบูรณาการ ทั้งหมด อันนี้เปึนส่วนหนึ่งที่เราต้องดู โดยเฉพาะภาครัฐเองในการก่อสร้างสาธารณูปโภคนั้น เราไม่ได้ดูแลอย่างจริงจัง เราย้ายคนออกไปนอกเมือง เสร็จแล้วสาธารณูปโภคไม่ได้ตามไป สุดท้ายคนก็กลับมาอยู่ในเมือ งสร้างคอนโดมิเนียมกันมหาศาล เราจะแก้ปัญหาเรื่องนี้ ได้อย่างไรถ้าเราไม่บูรณาการกัน เพราะฉะนั้นสิ่งที่สําคัญเราต้องบูรณาการตรงนี้ได้อย่างไร คําว่าเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงท่านเราจะต้องมีน้ําทุกครัวเรือน เราต้องมีน้ําเพื่อ เกษตรกรรมทุกหมู่บ้าน ทุกตําบล ไม่ใช่ไม่มี ทุกวันนี้อาศัยแต่น้ํา กรมชลประทาน กรมชลประทานทําอะไรกรมชลประทานแก้ปัญหาตัวเองไม่ได้เลย ป้หนึ่งทําขึ้นมาอีก กี่กิโลเมตร โชว์ผลงานได้ว่าเต็ม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ผมเองบางครั้งตกใจครับว่าทําแค่ไม่ถึง

๑ เปอร์เซ็นต์ของความต้องการ แต่เอาไปคุยแล้วว่าทําได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ที่วางแผนไว้ เหล่านั้นเปึนต้น ปัญหาเหล่านี้เปึนปัญหามากมายนะครับ ฉะนั้นผมขอว่าปัญหาเรื่องของ กรุงเทพฯ ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ผมว่าเราต้องไปดูประเทศเนเธอร์แลนด์เปึนต้นแบบ เราสามารถ แก้ปัญหาได้อย่างแน่นอน แต่เราไม่เคยคิดจะแก้เหล่านั้น เราก็ให้แต่ละหน่วยงานมาคิดนี่คิดโน่น เพื่อจะแก้ปัญหา ฉะนั้นสิ่งที่สําคัญนั้นผมว่าเราต้องให้คนท้องถิ่นเปึนผู้ที่เสนอปัญหา แล้วก็ แก้ปัญหาเหล่านั้นให้ได้ เพียงแต่เราต้องส่งเสริมท้องถิ่นเหล่านั้นให้มีศักยภาพต่อไปถึงจะนําสู่ การแก้ปัญหาได้เต็มที่ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ ท่านสุดท้าย คุณรสนา โตสิตระกูล ครับ

นางสาวรสนา โตสิตระกูล 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรสนา โตสิตระกูล สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ คือดิฉันเองก็เห็นว่าในส่วนของ คณะกรรมการที่ศึกษาเรื่องนี้น่าจะต้องมีการรับฟังวิธีการจากประชาชนอย่างที่เพื่อนสมาชิก คืออาจารย์อรพินท์ได้นําเสนอไปในตอนต้นนี่นะคะ เพราะว่าดิฉันเองมีประสบการณ์ ตอนที่กรุงเทพฯ น้ําท่วมเมื่อป้ ๒๕๕๔ นะคะ

ซึ่งตอนนั้นคือบ้านดิฉันก็อยู่ฝัืงธนบุรีเหมือนกัน น้ําในส่วนที่ท่วมมาจากด้านบนนี่จนมาถึง แถบตั้งแต่ศาลายาลงมาจนถึงแถวเพชรเกษมก็ท่วมหมด ซึ่งตอนนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมประกาศทิ้งถนนพระราม ๒ ซึ่งจริง ๆ ถนนพระราม ๒ เปึนเส้นทางที่มีความสําคัญ เพราะว่าเชื่อมต่อกับภาคใต้ แล้วก็เห็นว่าจะไปใช้ถนนหมายเลข ๓๔๐ ซึ่งจะต้องอ้อม ๓๐๐ กิโลเมตรกว่าจะลงไปถึงภาคใต้ได้ ซึ่งตอนนั้นดิฉันเองอยู่ในฐานะ สมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร เราก็คิดกัน ดิฉันไม่มีความรู้เรื่องน้ําเลย ก็ได้ลองชักชวนเครือข่าย ประชาชนที่เขาอยู่แถวฝัืงธนบุรี ที่อยู่ริมน้ํามาถามว่าเราจะช่วยกันแก้ไขปัญหาพวกเราที่อยู่ ในกรุงเทพมหานครได้อย่างไร เพราะว่ารัฐบาลตอนนั้นประกาศทิ้งแล้ว คือไม่สามารถ ทําอะไรได้ ก็ปรากฏว่าจากความรู้ความสามารถของชาวบ้านในท้องถิ่นทําให้ดิฉันทราบว่า จริง ๆ มีโครงการพระราชดําริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการที่จะจัดการ เรื่องเกี่ยวกับระบบน้ําในกรุงเทพมหานคร คือเน้นในเรื่องของคลองแนวดิ่ง เช่น คลองพระยาราชมนตรีต่าง ๆ ซึ่งดิฉันเองไม่เคยมีความรู้เรื่องคลองพวกนั้นเลย ดิฉันก็ชวน ชาวบ้านเหล่านั้นมาช่วยกันคิด ชาวบ้านบางคนเขาก็พยายามทําระบบในเรื่องการผลักดันน้ํา ตามคลองแนวดิ่ง แล้วปรากฏว่าเมื่อเราได้ลงไปดูนี่คลองแต่ละคลองเต็มไปด้วยขยะ ในขณะที่ในส่วนของฝัืงธนบุรีซึ่งถูกทิ้ง ฝัืงกรุงเทพมหานครได้รับการปกปัอง ฝัืงธนบุรีนี่ถูกทิ้ง น้ําท่วมมากแต่ปรากฏว่าปลายน้ําขยะเต็ม แล้วก็บรรดาส่วนที่เปึนเครื่องมืออุปกรณ์ ในการระบายน้ําออกอ่าวไทยนี่ไม่มีน้ําไปถึงเลย เพราะฉะนั้นตรงจุดนั้นจากการที่ได้ความรู้ ของชาวบ้านในท้องถิ่น ทําให้ดิฉันประสาน เผอิญได้รับความร่วมมือจากท่านธีระ วงศ์สมุทร ท่านเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แล้วก็คุมในเรื่องของชลประทานด้วย ปรากฏว่าได้ไปขอเครื่องผลักดันน้ําของทางทหารเรือ แล้วก็หลาย ๆ แห่ง ปรากฏว่าเรา กําหนดเส้นทางว่าวางจุดการผลักดันน้ําตามคลองแนวดิ่ งทั้งหลายลงไปจนถึงปลายน้ํา ซึ่งปลายน้ํานั้นเปึนแก้มลิงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทําเอาไว้แต่เดิม ปรากฏว่าสิ่งที่ ทํานั้นได้รับผลสําเร็จค่อนข้างมาก เพราะว่าเราเริ่มทําตั้งแต่ช่วง ๓๐ ตุลาคม ถึง ๒๘ ธันวาคม ทางกรมชลประทานเขารายงานเลยว่าในช่วงต้นนี่การระบายน้ําออ กไปสู่ อ่าวไทยวันละประมาณแค่ ๒.๖ แสนลูกบาศก์เมตร แต่หลังจากที่เราได้เคลียร์ (Clear) คลองต่าง ๆ ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือจากทหารในการขุด ลอกคลองแล้วก็กําจัดพวกขยะ ชาวบ้านก็มาร่วมมือกัน ปรากฏว่าเราสามารถผลักดันน้ําระหว่างช่วงวันที่ ๑ พฤศจิกายน ถึง

๗ ธันวาคม ระบายน้ําวันละ ๓.๑ ล้านลูกบาศก์เมตร แล้วในที่สุดถนนพระราม ๒ ก็รอดทําให้ น้ําไม่ท่วม เพราะฉะนั้นอันนี้มันกลายเปึนต้นแบบอันหนึ่ง ทีนี้ที่ดิฉันยกตัวอย่างอันนี้มาเพียง เพื่อจะเสนอให้ท่านเข้าใจว่าการที่เราจะจัดการกับปัญหำในเรื่องน้ําเราต้องอาศัยคนพื้นที่ ที่เขามีความรู้ไม่ใช่เพียงแต่อาศัยนักวิชาการเท่านั้น เพราะว่าแนวความคิดในเรื่องของ การระบายน้ํานั้นไม่มีใครสนใจ ทั้ง ๆ ที่แนวความคิดอันนี้ดิฉันคิดว่าเปึนพระปรีชาญาณ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาก ซึ่งท่านได้วางหลักและแนวทางต่าง ๆ เราเพียงแต่ อาศัยแนวทางเพียงเล็กน้อยของพระองค์ท่านแล้วทดลองทําดูปรากฏมันได้ผล เพราะฉะนั้น ดิฉันคิดว่ำกรุงเทพมหานครนั้นเปึนเมืองน้ํา เมื่อก่อนเรามีคลองต่าง ๆ แล้วก็การที่ คนในสมัยเดิมได้พยายามขุดคลองต่าง ๆ โดยที่มีคลองที่เปึนเส้ นทางหลักลงสู่ทะเล อย่างคลองพระยาราชมนตรี คลองสนามชัย อะไรพวกนี้เปึนคลองใหม่ ๆ ที่ดิฉันไม่เคยรู้ เปึนคลองเก่านะคะซึ่งเวลานี้อาจจะไม่มีใครสนใจไปดูแล แล้วก็รูปแบบวิธีการจัดการน้ํา ในสมัยใหม่เราก็ไม่ได้จัดการแบบเดิม

เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าถ้าหากว่าเราจะช่วยกันในการที่จะดูแลกรุงเทพฯ นั้นต้องทําอย่างที่ อาจารย์อรพินท์พูดนะคะ คือมันต้องมีการรวมประชาชนซึ่งมีความรู้มาช่วยกันคิดว่า กรุงเทพฯ ที่เปึนบ้านของเรานั้น เราจะจัดการกับปัญหาเหล่านี้อย่างไร แล้วก็อาศัย นักวิชาการต่าง ๆ อาศัยความร่วมมือ ซึ่งในป้ ๒๕๕๔ เปึนเรื่องที่น่าตลกมากคือไม่มีใครสนใจ ทําให้ดิฉันสามารถประสานทุกหน่วยงานมาทํางานต รงจุดนี้ เพราะไม่มีใครสนใจพื้นที่ ตรงจุดนี้เลย เพราะฉะนั้นจุดนี้เปึนสิ่งที่ทํา ให้ได้เห็นว่าการร่วมมือกันทั้ง กทม. ทั้งกรมชลประทาน แล้วก็กรมอู่ทหารเรือ การไฟฟัานครหลวง เครือข่ายภาคประชาชน ที่อยู่ริมน้ํา ทําให้เราสามารถทําผลงานเล็ก ๆ อันหนึ่งขึ้นมา ซึ่งดิฉันคิดว่ำถ้าหากว่า เราจะปัองกันในเรื่อง “กรุงเทพจม” นะคะ ก็อยากเสนอกรรมการว่ามันควรจะต้องเขียนลงไป ในยุทธศาสตร์ว่าเราต้องรวมพลังของคนกรุงเทพฯ ที่มาช่วยกันดูในเรื่องนี้ด้วย ไม่ใช่เพียงแต่ แค่ออกแบบยุทธศาสตร์จากบนห้องของเราซึ่งเราเปึนนักวิชาการ ซึ่งเราอาจจะไม่มีความรู้ ในการจัดการกับพื้นที่ตรงนี้อย่างจริงจังก็ได้ค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ ท่านสมาชิกที่แสดงความจํานงที่จะให้ความเห็นได้ครบทุกท่านแล้วนะครับ ผมอยากจะขอให้ ทางท่านประธานกรรมการจะมีข้อสรุป จะมีตอบคําถาม หรือจะมีประเด็นเพิ่มเติม อย่างไรไหมครับ เรียนเชิญครับ

นายวิทยา กุลสมบูรณ์ ประธานกรรมการ

ขออนุญาตใช้เวลาไม่เกิน ๑๐ นาทีนะครับ เนื่องจากมีข้อคําถามเกี่ยวกับการกดทับ ท่านรองศาสตราจารย์สุพจน์ ซึ่งท่านเปึนอาจารย์ทางด้านวิศวกรรมโยธา และในส่วนของเรื่องน้ํา ท่านรองศาสตราจารย์สุจริต ก็จะขอเพิ่มเติมสัก ๒-๓ นาที และท่านอาจารย์จักรพันธ์ซึ่งท่านทําทางด้านข้อเสนอในครั้งนี้ รวมทั้งที่เมื่อครู่ท่านได้พูดถึงเดลิเบอเรทีฟ ไดอะลอก รวมทั้งภาคประชาชน ท่านก็จะนําเรื่องนี้ ในการพูดคุย และผมจะใช้เวลา ๒ นาทีในการสรุป ขอเรียนเชิญท่านรองศาสตราจารย์สุพจน์ครับ

นายสุพจน์ เตชวรสินสกุล กรรมการ

ขอบคุณครับ ผม สุพจน์ เตชวรสินสกุล ไม่เชิงชี้แจงนะครับ ขออนุญาตนําเสนอในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการมีน้ําหนักกดทับแล้วทําให้ เกิดการทรุดตัว ในประเด็นที่เห็นชัดเจนที่สุดก็คงจะเปึน เรื่องของการถมที่ ซึ่งกรุงเทพฯ นี่ เราเติบโตตามถนน ถนนสายใหม่ ๆ ที่สร้างออกไปส่วนใหญ่ก็จะเปึนคันกั้นน้ํา ไปในตัว

เพราะฉะนั้นระดับของถนนจะขึ้นมาอยู่ตลอดเวลา ในบางพื้นที่ถ้าท่านสมาชิกได้เห็นก็จะเห็นว่า ในการจัดสรรที่ดินหรือในการดําเนินการที่เกี่ยวข้องกับที่ดินก็จะใช้ระดับถนนเปึนเกณฑ์ ในการถมที่ ในการปรับระดับที่ดิน การถมที่เหล่านี้ในบางหมู่บ้านจัดสรรในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเปึน แถวถนนสายใหม่ ๆ แถวถนนราชพฤกษ์หรือถนนกัลปพฤกษ์นี่ในบางหมู่บ้านถมกันถึง ๒ เมตร ฉะนั้นน้ําหนักเหล่านี้จะค่อนข้างเยอะมาก หลายท่านก็คงคิดว่าการถมที่มันก็อาจจะ ทรุดตัวเฉพาะในพื้นที่ตรงนั้น แต่ในความเปึนจริงแล้วมันมีผลกระจายออกไปในพื้นที่รอบข้าง ค่อนข้างมาก แล้วอาจจะไม่ได้กระทบกับในตัวหมู่บ้านนั้นเอง เนื่องจากถมขึ้นมา ๒ เมตรแล้ว แต่ต้องไม่ลื มว่ามันก็ยังมีพื้นที่อื่น ๆ ที่ยังไม่ได้รับการปรับปรุง ไม่ได้รับการถมขึ้นมา เพราะฉะนั้นก็จะกระทบออกไปในพื้นที่รอบนอก ในกรุงเทพมหานครเองนี้การเติบโต ของเมืองจะมีสูงมาก หลายท่านอาจจะเข้าใจว่าอาคารทั้งหลายนี่อยู่บนเสาเข็มที่ลงไป ลึกมากแล้ว ไม่น่าจะมีการทรุดตัวอะไรเพิ่มขึ้น แต่ในความเปึนจริงแล้วนี้ชั้นดินด้านล่าง ถึงแม้ฐานรากเสาเข็มจะลงไป ๓๐-๔๐ เมตรก็ตาม ก็เปึนตัวกระตุ้นให้เกิดการทรุดตัว ในระดับลึก อีกประเด็นหนึ่งที่จะมีผลกระทบอย่างมากก็คือในเรื่องของระบบสาธารณูปโภค พื้นฐาน ระบบท่อน้ํา โชคดีที่เราไม่ค่อยมีท่อแก๊สเท่าไรนัก ในต่างประเทศเองระบบท่อแก๊ส จะต้องมี ในเมืองที่มีการทรุดตัวเยอะ ๆ ก็จะต้องมีระบบที่จะปัองกันการแตก ของท่อเหล่านั้น แต่ในระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน ระบบน้ําประปา ระบบท่อน้ําทั้งหลาย รวมถึงระบบรถไฟฟัาใต้ดินเอง ในอนาคตถ้ามีการทรุดตัวในปริมาณที่สูงขึ้น ก็อาจจะต้อง มีการปรับ มีการปัองกัน มีการออกแบบตัวระบบท่อเหล่านั้นให้สามารถรองรับการทรุดตัว ที่เพิ่มมากขึ้นได้ ก็ขออนุญาตชี้แจงสั้น ๆ ตรงนี้ครับ ขอบคุณครับ

รองศาสตราจารย์สุจริต คูณธนกุลวงศ์ กรรมการ

ผม สุจริต คูณธนกุลวงศ์ ก็ขอน้อมรับในส่วนข้อเสนอแนะของท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติใน ๒-๓ เรื่องนะครับ เรื่องแรก คือเรื่องของข้อมูลวัด เรื่องของเบนช์มาร์กแล้วก็คอนโทรล พอยต์ ในปัจจุบันนี้ เรายังใช้เปึนพอยต์ (Point) อยู่เช่นตัวหมุดหลัก และการเดินระดับก็จะเดินตามสายถนน ซึ่งในระยะยาวถ้าเราต้องการความละเอียดขึ้นเราก็ต้องการตัวการวิจัยหรือ การสํารวจ ในเชิงพื้นที่ราบ ซึ่งอาจจะต้องใช้ข้อมูลในเชิงดาวเทียมซึ่งเราสามารถหาการทรุดตัวที่ละเอียด ของเพลน วิว (Plain view) ได้ อันนี้ก็เปึนส่วนที่เสนอเพิ่มเติมในเชิงเทคโนโลยีเพื่อให้เกิด การติดตามแล้วก็เทียบกับจุดได้ อันนี้ก็ได้เสนอแนะแล้วก็ขอเพิ่มเติมในรายงาน อันที่ ๒ ผมเข้าใจในการเสนอ ในรายงานนี้อาจจะไม่ได้เพิ่มรายละเอียดในเรื่องของการทําผังเมือง ว่าจริง ๆ แล้วแต่เดิมก็มีการพูดถึ งเกรทเตอร์ แบงคอก (Greater Bangkok) มีพูดถึงเรื่อง แซทเทิลไลต์ ทาวน์ (Satellite town) หรือซิตี (City) และการเชื่อมโยงด้วยรถไฟฟัาเพื่อให้ กรุงเทพฯ โตอยู่ในระดับที่เหมาะสม แล้วก็ไปโตในพื้นที่เมืองบริวาร รายละเอียดนี้ก็จะเพิ่ม ในรายงานว่าในคอนเซปต์ (Concept) นี้ก็คงเปึนคอนเซปต์ที่เราจะต้องไปศึกษารายละเอียด เพื่อให้ดูการลงทุนและความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นให้คุ้ม ซึ่งอันนี้ก็ได้เสนอในเรื่องของทางเลือก ในการที่จะดําเนินการในเรื่องยุทธศาสตร์ อันที่ ๓ ก็คือเรื่องของแผ่นดิน “กรุงเทพจม” นี่ หนีไม่พ้นต่อยุทธศาสตร์ของการบริหารน้ําแน่ ๆ ของน้ําแล้ง น้ําท่วม และน้ําเสีย อันนี้ก็จะไป โยงต่อเรื่องของ พ.ร.บ. น้ําซึ่งกําลังจะเกิดขึ้น ซึ่งให้เกิดการประสานกันระหว่างการควบคุม การพัฒนาเมือง และการสร้างสาธารณูปโภคทั้งเรื่องน้ําให้มาสอดคล้องด้วยกัน ซึ่งปัจจุบันนี้ ในเรื่องน้ํายังไม่มีกฎหมายดูแล ก็ใช้มาตรการในเชิงบริหารในการดูแล ซึ่งเราก็หวังว่า ถ้าเกิดการบริหารทางกฎหมายแล้วก็จะทําให้เกิดกลไกในการดูแลให้เปึนระยะยาว แล้วก็เชื่อมโยงกันให้ได้ชัดเจนขึ้น อันที่ ๔ ในเรื่องของการดูแลเรื่องของแผ่นดินทรุดหรือ การทรุดตัวนี่ จริง ๆ แล้วในรายละเอียดที่เสนอในเชิงวิศวกรรมได้มีการเสนอในเรื่องของ การปรับปรุงไดรฟี (Drive) การเพิ่มถนน แล้วก็การเพิ่มติดแม่น้ํา หรือแม้แต่รูป ก. ไก่ ในการไป อันนี้ก็จะไปเพิ่มในรายงาน เพียงแต่ว่าการดูแลเรื่องนี้ในเชิงวิศวกรรมอย่างเดียว ก็จะเกิดปัญหาในเรื่องสิ่งแวดล้อมแล้วก็ทางสังคม ซึ่งเนื่องจากเรายังมีเวลาในการวางแผน สิ่งนี้ก็เสนอว่าในการทําจากนี้ไปในเชิงนโยบายก็ต้องมีทั้งทางเลือกและดูทั้งในแง่ของ การลดความเสียหาย แล้วก็การสร้างปัญหาใหม่ในเรื่องของสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปด้วยกันนะครับ

อันนี้ก็ต้องถือว่าเราจะไปเพิ่ม ในรายงานในส่วนนี้ให้ดูประกอบกันหลาย ๆ มุม ซึ่งประเทศเนเธอร์แลนด์ถึงแม้จะอยู่ใต้ทะเลไป ๕-๖ เมตรก็ยังดูแลได้ เพราะฉะนั้นเรามี ความมั่นใจว่าในเชิงเทคโนโลยีทางวิศวกรรมของประเทศไทยเองก็สามารถจะดูแลเรื่องนี้ได้ แต่จะต้องมาดูประกอบกับทางเลือกทางอื่นเพื่อให้เกิดความเหมาะสมในสภาพภูมิประเทศ แล้วก็รวมทั้งประชาคมให้ยอมรับตรงนี้ ซึ่งการที่เราเสนอเรื่องของกลไกวิชาการเฉพาะถือว่า เปึนแนวคิดใหม่ในการที่จะเปึนกลไกในการรวบรวมความรู้ แล้วก็การยอมรับกับประชาชน ก่อนที่จะเสนอไปเชิงนโยบายเพื่อการตัดสิน ซึ่งอันนี้ก็ถือว่าถ้าเราสามารถจะทํากลไกเฉพาะ ซึ่งจะต้องดูแลเปึนเวลา ๕ ป้ แล้วก็สามารถจะรวมทุก ๆ ภาคส่วน เอาทั้งความรู้และ การยอมรับของประชาชนมาได้ ก็น่าจะเปึนกลไกหนึ่งในการสร้างทางเลือกและการยอมรับ ก่อนที่จะเสนอนโยบายในการตัดสินใจ ซึ่งก็น่าจะเปึนวิธีการอันหนึ่งที่ จะทําให้ปัญหา ระยะยาวเราสร้างความยอมรับแล้วก็มีความถูกต้องทางวิชาการ คุ้มค่าตั้งแต่เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมด้วยในเวลาเดียวกันครับ อันนี้ก็จะขอเพิ่มในรายงานตามที่ท่านสมาชิก เสนอมาครับ ขอบคุณครับ

นายจักรพันธ์ สุทธิรัตน์ กรรมการ

ผม จักรพันธ์ สุทธิรัตน์ ก็ขออนุญาต สั้น ๆ นะครับ ซึ่งท่านอาจารย์สุจริตได้เรียนนําเสนอชี้แจงในบางส่วนไปแล้วนะครับ ตามที่ ท่านสมาชิกได้มีความกังวลในเรื่องของการมีส่วนร่วมนี่ จริง ๆ แล้วโดยความตั้งใจของ คณะกรรมการเราตั้งใจจะให้ทางองค์กรที่ดูทางด้านวิชาการเริ่มต้นเรื่องของการมีส่วนร่วม ตั้งแต่เริ่มต้น แต่ว่าในเทมเพลต (Template) ของการเขียนรายงาน แนวทางในการปฏิรูป ๔ แนวทางเราไล่จากเชิงยุทธศาสตร์ องค์กร แล้วก็วิชาการ และตามถึงด้วยเรื่องของ การมีส่วนร่วม แต่ในการทํางานจริง ๆ แล้วการมีส่วนร่วมเข้าไปตั้งแต่เริ่มต้นครับท่านสมาชิก คงไม่ได้เฉพาะในส่วนของตอนปลายน้ําอย่างเดียว สิ่งที่ทางคณะกรรมการเห็นว่า ที่สําคัญอย่างยิ่งในปัจจุบันนี้ประชาชนที่อยู่ในกรุงเทพฯ แล้วก็ในประเทศไทยทั้งหลาย ยังไม่เกิดความตระหนัก แต่ว่าบางส่วนเกิดความตระหนกไปแล้วในเรื่องของการที่ “กรุงเทพจม” จะย้ายเมืองหลวงแล้วทันทีทันใด ซึ่งจริง ๆ แล้วในหลาย ๆ ส่วนเราสามารถที่จะ นําข้อมูลเพิ่มเติมจากการศึกษาเพิ่มเติมจากกลุ่มของวิชาการ

ในการปฏิรูปทางด้านวิชาการ เพื่อที่จะนําเปึนแนวทางในการตัดสินใจต่อไปในอนาคต อยากเรียนเพิ่มเติมว่าในส่วนของทางเลือกต่าง ๆ ในหน่วยงานบางหน่วยงานได้มีการเสนอ ทางเลือกออกมาแล้ว ซึ่งท่านสมาชิกสามารถที่จะดูได้ในภาคผนวกของรายงานที่เรานําส่งไป เพียงแต่ว่าทางเลือกต่าง ๆ เหล่านั้นยังไม่มีการวิเคราะห์ในเชิงเศรษฐศาสตร์ ในเชิง บูรณาการต่าง ๆ อย่างที่ท่านสมาชิกได้นําเสนอ เพราะฉะนั้นทางเลือกต่าง ๆ อันนั้นอาจจะ เปึนเรื่องของการเริ่มต้นในเรื่องของการกระจายความรู้ให้กับประชาชนทั้งหลายในเรื่องของ การมีส่วนร่วมก่อน ก่อนที่จะนําไปสู่เรื่องของกระบวนการตัดสินใจในแต่ละกระบวนการ ในส่วนขององค์ประกอบทางคณะกรรมการแต่ละชุดเดี๋ยวทางคณะกรรมการคงน้อมรับ ในเรื่องของคําแนะนําต่าง ๆ ในภาคส่วนของประชาชน วิชาการ ลงไปรีไวส์ (Revise) อีกครั้งหนึ่ง แล้วก็เดี๋ยวจะทําในส่วนของรายงานต่อไปครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายวิทยา กุลสมบูรณ์ ประธานกรรมการ

ท่านประธานและท่านสมาชิกครับ ผมคิดว่าวันนี้วันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๘ เราได้ฝังหมุดคําว่า “กรุงเทพจม” อยู่ในกลไก การปฏิรูปประเทศและมีความคาดหวังว่าจะยั่งยืนต่อไป ข้อเสนอจากท่านทั้งหมด ๑๖ ท่าน และท่าน สปช. ธวัช ได้เขียนฝากมาในเรื่องการรับรู้ของประชาชนเราก็จะนํารวบรวม เพื่อผนวกเปึนข้อเสนอในภาพรวมนะครับ เราเริ่มต้นตั้งแต่ท่าน พลเรือเอก ศุภกร และมาสิ้นสุดที่ท่านรสนา หลายท่านตรวจเอกสารละเอียดเปึนอีดิเตอร์ (Editor) เช่นท่าน สปช. สืบพงศ์ ในความหมายของคําว่า “กรุงเทพจม” หลายท่านได้พูดและกังวล เรื่องเดลิเบอเรทีฟ ไดอะลอก ผมคิดว่าตั้งแต่ทํางานในชุดนี้ที่ ท่านประธานมอบมาก็ไม่ได้ใช้ เดลิเบอเรทีฟ ไดอะลอก พยายามที่จะไม่ให้มีภาคส่วนต่าง ๆ ในเรื่องของภาคประชาชนนั้น ก็เห็นด้วยครับ ถ้าสภาเรายังมีโอกาสเราได้ทําเวทีเล็ก ๆ กับภาคราชการ เวทีเล็ก ๆ กับ ท้องถิ่นและเอกชน ถ้าคณะที่ทําการมีส่วนร่วมจะกรุณาร่วมกับเราอีกสักครั้งหนึ่งก็ยินดีครับ แล้วในประเด็นอื่น ๆ ที่ท่านปรารภมาเช่นจังหวัดฉะเชิงเทราก็อยู่ใน ๗ จังหวัดที่มีอยู่ แล้วก็ในประเด็นที่เกี่ยวกับภาคอุตสาหกรรมนั้นด้านน้ําบาดาลนั้นท่านอาจารย์สุจริตเข้าใจดี ว่ากติกาควรเปึนอย่างไร ทุกคนอยากเห็นฟ่วเจอร์ ซิตี อยากเห็นไอดีล (Ideal) ของเออร์เบิน ดิเวลลอปเมนต์ (Urban development) แต่วันนี้ก็ยังติดกับดั กเปึนจํานวนมาก คําใหม่ ๆ ก็เกิดขึ้นไม่ว่าจะเปึน ไคลเมต เชนจ์ ดิสแอสเตอร์ (Disaster) โคสทัล ซิตีส์ เรายังหวังที่ ประชาชนจะมีพลัง มีเรสซิเลียนซ์ (Resilience) ซึ่งคํานี้ก็ยังไม่คุ้น ยังไม่รู้แปลว่าอะไร

แต่ประเทศทั่วโลกก็ตื่นตัวมากที่จะอยู่กับภัยพิบัติครับ สุดท้ายผมคิดว่าความคาดหวัง สูงสุดนั้นกรุงเทพฯ ก็ต้องเปึนซัสเทนนาเบิล ซิตี (Sustainable city) เหมือนที่หลาย ๆ สถาบันก็พยายามดํารงตรงนี้ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าในวันนี้ก็ถือว่ามีประโยชน์มาก และข้อเสนอทั้งหมดก็จะรับเพื่อที่จะดําเนินการเร่งด่วนใน ๗ วัน ก็ขอให้ท่านได้สบายใจ ในเรื่องของข้อเสนอนะครับ แล้วก็พยายามจะทําให้ดีที่สุดเพื่อส่งให้กับคณะกรรมการ ยุทธศาสตร์ชาติก็ดี หรือในเรื่องของผังเมืองที่จะเกิดขึ้นครับ ก็ขอกล่าวสรุปโดยย่อครับ ขอบพระคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ท่านสมาชิกครับ เปึนอันว่าที่ประชุมเราได้พิจารณารายงานการพิจารณาของคณะกรรมการการเตรียมการ เพื่อรับมือวิกฤตการณ์ “กรุงเทพจม” เรียบร้อยแล้วนะครับ ผมคงต้องขอมติจากที่ประชุม จะขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ

(นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

ท่านสมาชิก พอทราบไหมครับมีท่านใดประชุมคณะกรรมาธิการอยู่ที่ไหนอีกไหมครับ น่าจะครบแล้วนะครับ ถ้าพร้อมแล้วขอให้ท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตนนะครับ กรุณาเสียบบัตรและกดปุ์ม แสดงตนครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)

มีท่านใดยังไม่ได้ ใช้สิทธิแสดงตน หรือแสดงตนไม่ได้มีไหมครับ

รองศาสตราจารย์สืบพงศ์ ธรรมชาติ

ท่านประธานครับ ผมกดล่วงหน้า ไม่ทราบมีผลไหมครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ก็กดเสียอีกทีสิครับ

รองศาสตราจารย์สืบพงศ์ ธรรมชาติ

ผมกดไปก่อนแล้วครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

น่าจะเวิร์ก (Work) เดี๋ยวก็รู้ ป่ดแล้วนะครับ ขอทราบผลด้วยครับ ๑๗๑ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ

ต่อไปผมก็จะขอมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นชอบกับรายงานการพิจารณาของ คณะกรรมการตามที่นําเสนอหรือไม่ ซึ่งหากเห็นชอบด้วยจะได้ส่งรายงานพร้อมความเห็น และข้อเสนอแนะของสมาชิกไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไปนะครับ

(นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

ขอเชิญ ท่านสมาชิกได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนด้วยนะ ท่านครับ ที่เห็นด้วยโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านที่ไม่เห็นด้วยโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง เชิญครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

มีท่านใดยังไม่ได้ ออกเสียง หรือออกเสียงไม่ได้บ้างไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกยกมือ)

ถ้าครบถ้วนแล้ว ขอป่ดนะครับ ขอทราบผลด้วยครับ ผู้เข้าประชุมเปึน ๑๗๕ ท่าน เห็นด้วย ๑๖๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๕ ท่าน งดออกเสียง ๔ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๐ ท่าน

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบด้วยกับรายงานการพิจารณา วาระปฏิรูปที่ ๒๗ การปฏิรูปเพื่อรับมือวิกฤตการณ์น้ําทะเลขึ้นสูงและแผ่นดินทรุด พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งคณะกรรมาธิการจะได้นําไปปรับปรุงก่อนได้ส่ง รายงานพร้อมความเห็นข้อเสนอแนะของสมาชิกไปยังคณะรัฐม นตรีเพื่อดําเนินการต่อไป ขอ ๗ วัน วันที่ ๓๐ เสร็จนะครับ ขอบคุณมากครับท่านกรรมการ จบการพิจารณาของ คณะกรรมการการเตรียมการเพื่อรับมือวิกฤติการณ์ “กรุงเทพจม” ประชุม สปช. ยังไม่ได้เลิกนะครับ

๓.๒ รายงานของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการ

วาระปฏิรูปที่ ๑๕ : การสร้างสังคมผู้ประกอบการ (รอบ ๒) และร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติ ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ด้วยในคราวประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ ครั้งที่ ๓๒ ประจําป้ ๒๕๕๘ เมื่อวันอังคารที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๕๘ ที่ประชุมได้พิจารณาและรับทราบแนวทาง การดําเนินการของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยว และบริการ วาระปฏิรูปที่ ๑๕ การสร้างสังคมผู้ประกอบการ (รอบ ๒) แล้ว โดยให้คณะกรรมาธิการนําความเห็น และข้อเสนอแนะของสมาชิกไปเปึนแนวทาง ในการพัฒนารายงาน

วิธีการและกระบวนการปฏิรูปพร้อมทั้งแผนดําเนินการเพื่อเสนอต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติ อีกครั้งหนึ่งนั้น ขณะนี้คณะกรรมาธิการได้ดําเนินการพิจารณาศึกษาและปรับปรุงรายงาน วาระปฏิรูปนี้เสร็จแล้ว พร้อมทั้งดําเนินการยกร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เรียบร้อยแล้ว จึงได้เสนอรายงานและร่างพระราชบัญญัติ ดังกล่าวเพื่อให้ที่ประชุมพิจารณาในวันนี้ และเนื่องจากการพิจารณารายงานในรอบ ๒ นี้ ดิฉันจึงใคร่ขอความร่วมมือจากคณะกรรมาธิการแถลงรายงานเฉพาะส่วนที่ปรับปรุงแก้ไข และแถลงหลักการและเหตุผลความจําเปึนรวมถึงสาระสําคัญอย่างย่อของร่างพระราชบัญญัติ โดยแสดงให้เห็นว่าร่างพระราชบัญญัติที่คณะกรรมาธิการเสนอมานั้นจะมีส่วนสําคัญ ในการผลักดันให้เกิดการปฏิรูปประสบผลสําเร็จอย่างไร โดยขอให้คณะกรรมาธิการแถลง อย่างกระชับ และอยู่ในประเด็นเนื้อหาของรายงาน สําหรับการอภิปรายของท่านสมาชิก ก็เช่นกันกรุณาอภิปรายเฉพาะในส่วนที่ให้ความเห็นข้อเสนอแนะเพิ่มเติมและไม่ซ้ําซ้อนกับ การพิจารณาในรอบแรก ขณะนี้ประธานกรรมาธิการท่านพร้อมหรือยังคะ ถ้าเผื่อพร้อม ขอเชิญท่านประธานกรรมาธิการแถลงรายงานพร้อมทั้งหลักการและเหตุผล รวมถึงสาระสําคัญ อย่างย่อในร่างพระราชบัญญัติเพื่อที่จะได้เปึนแนวทางในการพิจารณาค่ะ ขอเชิญค่ะ

(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)
นายเกริกไกร จีระแพทย์ ประธานกรรมาธิการ 🔗

ขอบคุณครับ ท่านประธานที่เคารพ ทุกครั้งที่ผมขึ้นมาที่นี่ผมลองมองไปข้างล่างมันน่าหดหู่ใจอย่างยิ่ง ไม่ทราบหายไปไหนหมดนะครับ แต่ไม่เปึนไรผมจะอยู่กับท่านทั้งบ่ายนี้และจะมีเรื่อง ๒ เรื่องสําคัญที่จะขอความเห็นชอบจากท่านเพื่อส่งให้รัฐบาล ทั้ง ๒ เรื่องนี้ผมถือว่า เปึนเรื่องที่สําคัญอย่างยิ่งเพราะเปึนกระดูกสันหลังของชาติ เราเคยพูดตั้งแต่สมัยเด็กว่า เกษตรกรเปึนกระดูกสันหลังของชาติความจริงนี้ยังคงไม่หมดไป แต่มันมีความจริงใหม่ ที่เกิดขึ้นคือมีกระดูกสันหลังขึ้นมาอีก ๑ ชิ้นอีก ๑ กระดูกสันหลัง นั่นคือทางด้าน อุตสาหกรรมที่เขาเรียกว่าอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมที่เปึนตัวทําให้เศรษฐกิจ คืบหน้าไปได้ในช่วง ๒๐-๓๐ ป้ที่ผ่านมา มีความสําคัญอย่างไรครับ จริง ๆ แล้วผมอยากจะให้ ท่านประธานอนุกรรมาธิการสังคมผู้ประกอบการได้เสนอเรื่องเลยแต่ท่านบอกว่าให้ผมพูด อะไรก่อนนิดหนึ่ง ท่านหายใจลึก ๆ เดี๋ยวก็พูดต่อจากผมนะครับ ผมพูดสั้น ๆ สังคม ผู้ประกอบการนั้นหมายถึงทั้ง ๒ ประการไปถึงการสร้างผู้ประกอบกา รกับการทําให้

ผู้ประกอบการที่เปึนอยู่ในขณะนี้นั้นมีความเข้มแข็งมากขึ้นนี่คือนัยของมัน ๒ เรื่องด้วยกัน ผู้ประกอบการในลักษณะที่เปึน เอสเอ็มอี (SME) ของเรานั้นมีหลากหลายที่บอกว่าเปึน กระดูกสันหลังผมกําลังพูดถึงสไลด์ที่ ๑ มันเปึนกระดูกสันหลังอย่างไร เอสเอ็มอี ถ้าท่านดู จํานวนอย่างเดียวเอสเอ็มอีทั้งประเทศตามสถิติของสํานักงาน สสว. นั้น มีอยู่ที่ประมาณ ๒.๘ ล้านรายสามเหลี่ยมทางซ้ายมือที่ท่านเห็นนั้นคือเอสเอ็มอีเปึนส่วนใหญ่และลาร์จ เอนเตอร์ไพรส์ (Large enterprise) เปึนส่วนน้อย ช่องแรกสามเหลี่ยมมีทั้งหมดประมาณ ๒.๘ ล้านราย แต่เปึนเอสเอ็มอีเสีย ๒.๗ ล้านราย เพราะฉะนั้นท่านจะเห็นว่าส่วนใหญ่ของ วิสาหกิจที่เปึนพลังในการทําเศรษฐกิจของเรานั้นเปึนรายย่อยมากเลยและในจํานวนนี้เขาก็ ทําเงินส่งออกจิปาถะ ท่านมองก่อนข้างล่างสีเหลือง ๒.๗ ล้านราย เปึน ๑๑ เปอร์เซ็นต์ ๑๑.๔ ล้านคนจ้างงาน นะครับ แล้วก็เปึนสัดส่วนจีดีพี (DGP) ที่ ๓๗.๔ เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่เกษตรแค่ ๑๒-๑๓ เปอร์เซ็นต์เองลองเปรียบเทียบตรงนี้ดู แล้วก็สามารถส่งออกได้ ๒๐.๕ เปอร์เซ็นต์ของการส่งออก

ทีนี้ถ้าเรามองข้างบน ข้างบนก็เปึนเรื่องของวิสาหกิจที่ใหญ่ขึ้นแค่ ๗,๐๐๐ กว่ารายครับ จากทั้งหมด ๒,๐๐๐,๐๐๐ กว่าราย เล็กมาก จริง ๆ แล้วสัดส่วนนี้ไม่ควรจะปรากฏบนจอเลย มันควรจะเปึนเส้นจ้างงานอยู่ที่ ๒.๖ ล้านคน ๗,๐๐๐ ราย จ้างคน ๒.๖ ล้านคน เปึนสัดส่วน จีดีพีถึง ๔๖.๘ เปอร์เซ็นต์ เทียบกับเมื่อสักครู่นี้ทั้งหมด ๒,๐๐๐,๐๐๐ กว่าราย ได้ ๓๗ เปอร์เซ็นต์ ท่านจะเห็นถึงความไม่สม ดุล เล็กได้เยอะ มากได้น้อย เพราะฉะนั้น เราไม่ได้บอกว่าเล็กได้เยอะไม่ดีนะครับ กําลังคิดเปรียบเทียบให้เห็นว่ามันมีความเหลื่อมล้ํา ความไม่สมดุลของความสามารถของประสิทธิภาพอยู่ ทีนี้ประเด็นก็คือว่าวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม เอสเอ็มอีนั้นมันไม่ใช่เพียงแต่อุตสาหกรรมอย่างที่ว่าเท่านั้น มันยังอยู่ในทุกสาขา ของเศรษฐกิจนะครับ ภาพต่อไปนี้เปึนการแสดงว่าเกษตรมี ๑๒ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีนั้น เปึนเอสเอ็มอีเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ อาจจะมีคนทําเกษตรใหญ่ ๆ อยู่ แล้วก็ในส่วนของ อุตสาหกรรมนั้น อุตสาหกรรมนั้นมีสัดส่วน ๓๓ เปอร์เซ็นต์ในจีดีพีครับ แต่ใน ๓๓ เปอร์เซ็นต์นี้ มีเอสเอ็มอีอยู่ถึง ๓๓.๗ เปอร์เซ็นต์ของเขานะครับ เพราะฉะนั้นก็แปลว่าเอสเอ็มอี ในภาคอุตสาหกรรมนั้นทําจีดีพี ๑๑ เปอร์เซ็นต์นะครับ ทีนี้ถ้าท่านมาดูภาคอีกภาคหนึ่ง คือภาคบริการจะแบ่งเปึน ๒ ส่วนสําคัญด้วยกัน เอาภาคการค้าออกมา ภาคการค้านั้นทํา จีดีพีได้ ๑๓ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าในตัวมันเองมีเอสเอ็มอีอยู่ถึง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของตัวนี้ เพราะฉะนั้นท่านจะเห็นได้ว่ามันกระจายอยู่ในทุกภาคเ ศรษฐกิจทั้งการค้า ค้าปลีกค้าส่ง โชห่วย จิปาถะ ค้าบริการ ซึ่งการท่องเที่ยวซึ่งเมื่อวานนี้บอกว่าจ้างงานถึง ๖,๐๐๐,๐๐๐ คน เปึนต้นนะครับ นี่คือปัญหาครับ ปัญหาอีกอย่างหนึ่งก็คือว่าเอสเอ็มอีนั้นน่าจะได้มีศักยภาพ มีบทบาทในจีดีพีมากกว่านี้ ในขณะนี้ที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่นี้ผมชี้ให้เห็นว่ามันอยู่ที่ ๓๗ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี แต่โดยมาตรฐานของประเทศระหว่างประเทศนั้นเอสเอ็มอีควรจะมี บทบาทอย่างน้อย ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี เพราะฉะนั้น ๑๓ เปอร์เซ็นต์ ที่จะทําให้เขา สูงขึ้นมาได้นั้นจะทําอย่างไรนะครับ เขามีปัญหาเยอะครับ เขามีปัญหาเยอะมาก ต่อไปครับ สไลด์ต่อไปครับ มันมีปัญหาหลายอย่างมา กเลยครับตั้งแต่ทัศนคติ ตั้งแต่ การบริหารจัดการ ตั้งแต่ข้อมูล ตั้งแต่การบ่มเพาะ ตั้งแต่ส่วนราชการที่เข้าไปมีบทบาท อย่างรายการเข้าถึงเงินถึงทอง การติดต่อเชื่อมโยงกับบรรดาที่เปึนนักวิทยาศาสตร์ทั้งหลาย นวัตกรรม การจะออกไปนอกประเทศ การเชื่อมโยง การเปึนคลัสเตอร์ (Cluster) การจะ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน พวกนี้มีปัญหาหมด และนั่นคือสิ่งที่เราจําเปึนจะต้องมีการปฏิรูป

ในกรอบทั้งหมดอยู่ ๔ กรอบใหญ่ด้วยกันนะครับ เดี๋ยวสักครู่ท่านประธานอนุกรรมาธิการ จะได้เสนอ เรามีเปัาหมายครับว่าเราจะสร้างและผลิตเอนทรีพรีเนอร์ส (Entrepreneurs) ให้เกิดขึ้นกับประเทศไทยได้อย่างไร เพราะคนไทยส่วนใหญ่นั้นจะเปึนมนุษย์เงินเดือน และเราจะพัฒนาเอสเอ็มอีซึ่งมีรายย่อย ย่อย ย่อย ๒,๐๐๐,๐๐๐ กว่าราย แต่ที่จดทะเบียนจริง ๆ ที่เราเห็นจริง ๆ ๑๐๐,๐๐๐ กว่ารายนั้น ให้เขาแข็งแรงสร้างแวลู (Value) เพิ่มเติมขึ้น แล้วก็ใช้สมรรถนะที่ไม่รับจ้างแต่เปึนการผลิตด้วยสติปัญญาของตัวเอง และทําให้เขาโตขึ้นมา จากเอส (S) เปึนเอ็ม (M) เปึนแอล (L) แล้วก็ออกไปสู่ภูมิภาค ออกไปสู่โลกกว้างได้อย่างไร นี่คือจุดประสงค์ และผมคิดว่าใน ๔ หลักที่เราจะทํานั้นจะเปึนหลักที่ท่านรองประธาน กรรมาธิการคณะผมซึ่งเปึนประธานอนุกรรมาธิการทําเรื่องนี้ด้วย คุณอัญชลีได้กรุณา ให้รายละเอียดครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

เชิญค่ะ

นางอัญชลี ชวนิชย์ กรรมาธิการ 🔗

เรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติทุกท่าน ดิฉัน นางอัญชลี ชวนิชย์ สมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติ ในครั้งนี้ก็คงขอนําเสนอรายงานของ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการ ในวาระปฏิรูปที่ ๑๕ เรื่อง การสร้างสังคม ผู้ประกอบการ (รอบ ๒) แล้วก็จะรวมไปถึงเราจะมีการนําเสนอร่างพระราชบัญญัติส่งเสริม วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ประกอบด้วยในครั้งนี้ รายละเอียด เอกสารที่ได้แจกท่านไปเยอะแยะแล้วนะคะ พร้อมมีเอกสารเพิ่มเติมวันนี้เปึนสรุป เพาเวอร์พอยต์ พรีเซนเทชัน (PowerPoint presentation) ดิฉันก็อยากจะเรียนว่าครั้งนี้ เปึนครั้งที่ ๒ ในครั้งที่ ๑ ก็ได้มีการนําเสนอรายละเอียดไปค่อนข้างเยอะนะคะ แล้วก็ ประกอบกับท่านประธานก็ได้กรุณาสรุปไปแล้ว เรื่องปัญหาสาระสําคัญอะไรต่าง ๆ ทําไม เราจึงต้องสร้างสังคมผู้ประกอบการโดยเฉพาะเน้นในเรื่องของกลุ่มเอสเอ็มอี อย่างไรก็ตาม ดิฉันเองอยากจะขอสรุปอีกนิดหนึ่งสั้น ๆ สัก ๒ แผ่น ๓ แผ่นเท่านั้นว่าเมื่อเรามองถึงคําว่า สังคมผู้ประกอบการ เรามองอย่างไร ขอสไลด์ประกอบเลยนะคะ ในสังคมผู้ประกอบการ ของเรา เรามองอย่างน้อยที่สุด ๔ มิติด้วยกัน คือจะต้องมองเห็นตรงนี้ชัดเจนแล้วเราจึงจะ ไปมองในเรื่องของการปฏิรูปและมาตรการที่จะส่งเสริมสนับสนุนเขาให้ เกิด เติบโต ได้อย่างมั่นคง ยั่งยืน ประเด็นแรกคือว่าผู้ประกอบการ เราจะดูโดยเซกเตอร์ (Sector) คือรายสาขา เราก็จะมองให้ชัดว่าเปึนภาคเกษตร อุตสาหกรรม ค้าบริการ อันนี้ก็เปึน เรียล เซกเตอร์ (Real sector) ในตัวที่ ๒ ที่เราต้องมองคือมิติของไซส์ (Size) คือในเรื่อง ของขนาด วันนี้ผู้ประกอบการมีตั้งแต่เอส เอ็มแอล (SML) เอ็มเอ็นซี (MNC) ขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ แล้วก็บริษัทข้ามชาติ แม้กระทั่งขนาดเล็กวันนี้เราก็ยังพูดบอกว่า อาจจะมีขนาดจิ๋วขึ้นไปอีก เพราะฉะนั้นอันนี้ถ้าเราไอเดนติฟาย (Identify) ได้ชัดเจน ในการที่จะ ส่งเสริมสนับสนุนให้เขาเติบโตก็จะเปึนไปได้โดยถูกต้อง มิติที่ ๓ ที่เราต้องมองคือว่า มิติในเรื่องของบรรดาผู้ประกอบการเหล่านี้เราเรียกว่า บิซิเนส ไลฟี ไซเคิล (Business life cycle) หรือว่าสเตจ (Stage) ของการเติบโตทางธุรกิจจะต้องเริ่มเข้ามาเปึนวงจรธุรกิจที่เรา เรียกว่าสตาร์ตอัพ (Startup) แล้วก็เติบโตขึ้น แน่นอนเติบโตอย่างเปึนลําดับ แล้วท้ายที่สุด ก็หวังว่าเขาจะไปจนถึงกระทั่งยั่งยืน เพราะธุรกิจถ้ามันไม่ได้มีการพัฒนาเข้าไปก็จะดาวน์ (Down) ลงนะคะ เพราะฉะนั้นเรื่องที่ ๓ เรื่องของสเตจของบิซิเนส ไลฟี ไซเคิลนี่ก็สําคัญ

มิติที่ ๔ คือต้องมองด้วยว่าผู้ประกอบการเหล่านั้นทําธุรกิจประกอบกิจการอยู่ในพื้นที่ไหน เพราะฉะนั้นดิฉันมองว่า ๔ ตัวหลักเปึนเรื่องสําคัญ เวลาเรามองว่าเราจะสร้างผู้ประกอบการ เราจะส่งเสริมวิสาหกิจให้เข้มแข็งแล้วก็แข่งขันได้จากท้องถิ่นเข้าไปอยู่สากล อันนี้ ประเด็นที่ ๑ ประเด็นที่ ๒ ที่อยากจะเน้นย้ําอีกทีก็คือว่าผู้ประกอบนั้นซึ่งก็จะเปึนผู้ประกอบ วิสาหกิจทั้ง ๔ สถานภาพนั้น ปัจจุบันเราคือประเทศไทยมีกฎหมายในการส่งเสริมสนับสนุน วิสาหกิจเหล่านี้มาตามลําดับเลย นะคะ เราจะเห็นว่าถ้าจะเปึนวิสาหกิจขนาดใหญ่ ขึ้นมาหน่อยหรือบรรษัทข้ามชาติในระดับนั้น เราก็จะมีกฎหมายว่าด้วยส่งเสริมการลงทุนคือ บีโอไอ (BOI) ที่เรารู้จักกัน เปึนองค์กรแล้วก็มีกฎหมายรองรับเพื่อจะให้การส่ งเสริม สนับสนุนเขา แล้วก็เรื่องเอสเอ็มอีก็เปึนเรื่องที่ประเทศไทยเองก็ได้ให้ความสําคัญ ให้การส่งเสริมมาตามลําดับ มี พ.ร.บ. ๒๕๔๓ ซึ่งมาพูดชัดเจนว่าจะส่งเสริมเอสเอ็มอี ในประเทศไทยอย่างไร มีองค์กรด้วย ต่อมาเราก็จะเริ่มเห็นเรื่องของวิสาหกิจชุมชนก็จะ มีกฎหมายว่าด้วยส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน ป้ ๒๕๔๘ หรือถ้าเราจะมอง สิ่งหนึ่งที่เราจะต้อง มองเห็นให้ได้ก็คือสหกรณ์ก็ถือเปึนวิสาหกิจที่จะต้องอยู่ในเกณฑ์ที่จะต้องได้รับการส่งเสริม สนับสนุนให้เติบโตอย่างยั่งยืนแล้วก็แข็งแรงได้ ก็มี พ.ร.บ. สหกรณ์ ซึ่งสหกรณ์เปึนกฎหมาย เปึนร้อยป้มาแล้ว แต่ประเทศไทยเราก็มีปรับปรุงแก้ไขล่าสุดก็ป้ ๒๕๔๒ อีกกลุ่มหนึ่งก็คือ เรื่องของกลุ่มเกษตรกร กลุ่มเกษตรกรนี่ก็จะเปึนเรื่องใหม่ ก็สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาล ให้ความสําคัญซึ่งก็จะเปึนเอสเอ็มอีในระดับหนึ่ง หรือแม้ที่บางทีเรารู้จักกันเรื่องโอทอป (OTOP) เพราะฉะนั้นดิฉั นอยากจะให้มองว่าวันนี้มาตรการส่งเสริมผู้ประกอบการ ซึ่งเปึนวิสาหกิจระดับต่าง ๆ

มีกฎหมาย มีองค์กร มีอะไรต่าง ๆ ที่ดูแลมาแล้ว ส่วนรายละเอียดในความสําคัญว่าแล้วทําไม ผู้ประกอบการในทุกไซส์ ทุกขนาด ทุกเซกเตอร์ต่าง ๆ เหล่านี้ วันนี้ทุกประเทศไม่ใช่เฉพาะ ประเทศไทยให้ความสําคัญกับเอสเอ็มอีเพราะเมื่อสตาร์ทอัพมันก็ต้องเล็กมาก่อนถึงจะเติบโต ไปใหญ่ได้ ซึ่งทุกประเทศเปอร์เซ็นต์ของเอสเอ็มอีก็จะเยอะมาก ๙๐ เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป อันนี้เปึนธรรมดา ของประเทศไทยก็เปึนเช่นนั้น เพราะฉะนั้นเวลาเราพูดเราจึงมักจะพูดว่า เราต้องสร้างเอสเอ็มอีซึ่งต้องถือเปึนกระดูกสันหลังของประเทศชิ้นหนึ่งเลยจะต้องให้เข้มแข็ง แข็งแรงได้ เพราะฉะนั้นเรื่องจุดอ่อนอะไรต่าง ๆ ท่านประธานพูดไปแล้ว แล้วในการนําเสนอ ครั้งที่ ๑ เราก็ได้นําเสนอไปแล้ว ฉะนั้นดิฉันอยากจะโฟกัส (Focus) วันนี้ลงไปว่าแล้วอย่างไร เราจะปฏิรูปอย่างไรเพื่อจะทําให้การสร้างสังคมผู้ประกอบการของเราสามารถเปึนสังคม ผู้ประกอบการที่เข้มแข็งแล้วก็แข่งขันได้จากท้องถิ่ นสู่สากลหรือเข้าไปในระดับสากลได้ ในแนวคิดทั้งหมดเราสรุปมาว่าในการปฏิรูปต้องมีการปฏิรูปใน ๑ ฐานแล้วก็ ๔ เสา ทั้งหมดเปึน ๕ ด้าน ถ้าตามสตรั กเจอร์ (Structure) เราก็จะมองว่าตัวฐานล่าง เหมือนการสร้างบ้านเราต้องมีฐานที่โซ ลิด (Solid) ที่เข้มแข็งเราก็เปรียบเสมือนกับว่าวันนี้ เราจะต้องปฏิรูปเรื่องของการจะกําหนดยุทธศาสตร์ชาติโพซิชันนิง (Positioning) ของประเทศไทยเราให้ชัดเจนว่าเราจะมีทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจในเรียล เซกเตอร์ เช่นไม่ว่าจะเปึนเกษตร อุตสาหกรรม ค้าบริการต่าง ๆ ไปในทิศทางอย่างไร สปช. เราพูดกันเยอะเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ เรื่องในระยะยาวโพซิชันนิงของประเทศไทยเราจะไป อย่างไร อุตสาหกรรมเราจะไปตรงไหน เกษตรเราจะไปเอาตัวไหนเปึนแชมเป้ยน (Champion) ต่าง ๆ นี่แหละค่ะคือสิ่งซึ่งจะต้องมีความชัดเจน ชัดเจนในระดับที่เปึนสแทรทิจิก ไดเรกชัน (Strategic direction) แล้วก็โฟกัส แล้วก็ต้องจัดลําดับด้วยเพื่อจะเปึนตัวขับเคลื่อนเปึน นิว โกรท เอนจิน (New growth engine) ของประเทศไทย ซึ่งอันนี้ก็เชื่อว่าขณะนี้ไม่ว่าจะ รัฐบาลหรือ สปช. เองก็กําลังทําเรื่องนี้อยู่ เรื่องนี้เปึนเรื่องสําคัญเพราะว่าเมื่อเราได้ ยุทธศาสตร์ตัวนี้ที่ชัดเจนแล้วเราจะเห็นเพลเยอร์ (Player) เราจะเห็นว่าใครจะเปึน คนขับเคลื่อนในภาคของผู้ประกอบการ ในภาคของวิสาหกิจแล้วก็ในทุกขนาดที่พูด เอสเอ็มแอล เอ็มเอ็นซีต่าง ๆ เพราะฉะนั้นตัวฐานเปึนตัวสําคัญมาก เมื่อเราได้ฐานแล้ว ทําอย่างไรเราจะให้ผู้ประกอบการของเราในทุกมิติที่พูดทั้ง ๔ มิติตั้งแต่ต้นเขาจะเปึน ส่วนที่จะแข็งแรงไปได้ เพราะฉะนั้นในกรอบแนวคิดเราก็ ๔ เสา อันแรกคือว่าผู้ประกอบการ

ก็คือคน เพราะฉะนั้นวันนี้ที่เรารู้จุดอ่อนของคนไทยก็คือว่าไม่ค่อยจะเปึนจิตวิญญาณของ การประกอบธุรกิจเท่าไร เพราะฉะนั้นเรื่องของเสาที่ ๑ ก็เปึนเรื่องต้องสร้างคน เราจะต้อง เขาเรียกว่าปลุกจิตสํานึก จิตวิญญาณให้เปึนผู้ประกอบการให้ได้ แล้วก็ตลอดชีวิตของ ไลฟี ไซเคิล (Life cycle) เขาก็ต้องมีพัฒนามีทักษะ มีความสามารถในการที่ประกอบการ ได้ตลอดไป ฉะนั้นเรื่องแรกเปึนเรื่องของคน สร้างคน สร้างผู้ประกอบการให้มีที่เรียกว่าเปึน โนเลจ เอนทรีพรีเนอเรล สป่ริต (Knowledge Entrepreneur spirit) ให้ได้ต้องเปึน นอลเลจด้วย มีสป่ริต (Spirit) แล้วยังต้องคํานึงถึงในเรื่องของมีความรู้ความสามารถ ที่เหมาะสมอันนั้นด้วย นี่คือเสาที่ ๑ เรื่องคน เมื่อคนเปึนผู้ประกอบการแล้วก็จะเริ่มจาก แน่นอนสตาร์ตอัพเล็ก ๆ แล้วก็ค่อย ๆ ขยาย ๆ ขึ้นก็จะไปเสาที่ ๒ คือว่ามาตรการแล้วก็ กระบวนการในการจะส่งเสริมเขาวันนี้เราอย่างที่บอกว่ายาเม็ดเดียวไม่ได้ใช้รักษา ได้ทุกโรค เพราะฉะนั้นการสร้างผู้ประกอบการสร้างเอสเอ็มอีจนให้เขาโตมันเหมือนกับเรากําลังเลี้ยงดู คนตั้งแต่เกิดจนกระทั่งเขาเติบโตเปึนผู้ใหญ่ทํางานอะไรต่าง ๆ ได้ ในแต่ละสเตจต้องการ การสนับสนุนจากภาครัฐไม่เหมือนกันเรามักจะได้ยินว่าช่วยเหลือเอสเอ็มอีช่วยเหลือสตาร์ตอัพ โอเค (OK) การเข้าถึงแหล่งทุนการจะต้องให้เขามีทักษะมีการบริหารจัดการเขาจะต้องมี ในเชิงของเทคโนโลยี ต้องช่วยเขาทางตลาดต่าง ๆ อันนี้ก็เปึนเรื่องจริงทั้งหมด แต่ว่าสิ่งที่ จะต้องจริงไปกว่านั้นก็คือว่ามันจะต้องเหมาะสมกับสเตจของเขา เช่นเราจะเห็นว่าสมมุติ มาตรการช่วยเหลือทางด้านภาษี ยกเว้นภาษีต่าง ๆ

รายได้นี่มัน จะไม่จําเปึนเลยสําหรับพวกของสตาร์ ตอัพ หรือพวกของเอสเอ็มอีนะคะ แต่ถ้าเปึนขนาดใหญ่ เปึนบรรษัทข้ามชาติเรื่องของภาษีอาจจะเปึนเรื่องจําเ ปึน แต่ในเรื่อง ของตัวสตาร์ตอัพ หรือธุรกิจซึ่งเปึนอินโนเวชัน (Innovation) นี่ สิ่งที่เขาต้องการในระยะ ที่จะเริ่มต้นเขาต้องการแม้กระทั่งเรื่องอาจจะต้องเปึนเงินแกรน ต์ (Grant) ให้เสียด้วยซ้ํา ซึ่งรัฐต้องให้นะคะ ซึ่งก็เปึนสิ่งที่ในทุกประเทศที่ประสบความสําเร็จในการสร้างเอสเอ็มอี ก็ทํามานะคะ ฉะนั้นประเด็นในเรื่องเสาที่ ๒ คือมาตรการแล้วก็ในการที่จะส่งเสริมให้เขา สตาร์ตอัพ เติบโตได้อย่างยั่งยืนก็คือจะต้องเทเลอร์เมด (Tailor-made) นะคะ จะต้อง เหมาะสมกับความต้องการของเขา เช่นว่าเราจะพูดเรื่องของอินโนเวชัน อินดัสทรี (Innovation industry) เขาอาจจะต้องการพื้นที่ที่เปึนเราเรียกว่าซายน์ พาร์ก (Science park) หรือถ้าเรามองในเรื่องของวิสาหกิจซึ่งเปึนภาคเกษตรนี่ก็อาจจะเปึนเรื่องของน้ํา เรื่องอะไรต่าง ๆ สิ่งหนึ่งที่ดิฉันไม่ได้พูดแต่ต้นก็คือว่าวันนี้จากการศึกษาวิเคราะห์ของเรา ทั้งหมดเราพบว่าภาคเกษตรจะต้องเปึนภาคที่จะต้องได้ปฏิรูปในความคิดเลยนะคะว่า เกษตรกร เกษตรกรรม การแปรรูปเกษตรนี่จะต้องทําและพัฒนาให้เขาเปึนผู้ประกอบการ ให้เขาสามารถเติบโตทําในเชิงแบบธุรกิจได้ เปึนวิสาหกิจขนาดเล็ก ขนาดกลาง แล้วก็ ขนาดใหญ่ขึ้นไปได้ ฉะนั้นเซกเตอร์เกษตร เกษตรกร แปรรูปเกษตรหรือเกษตรอุตสาหกรรม ก็ตามแต่เปึนเซกเตอร์หนึ่งซึ่งจะเปึนตัวปฏิรูปใหญ่นะคะ ถ้าเราสามารถปฏิรูปเกษตรกรหรือ ภาคเกษตรให้เหมือนเช่นเดียวกับได้มีการปฏิรูปหรือพัฒนาหรือส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมนี่ ประเทศไทยก็จะสามารถแก้ปัญหาในเรื่องของความยากจนของภาคเกษตรได้นะคะ ดิฉันเอง ก็อยากจะเน้นว่าในเซกเตอร์เกษตรจึงเปึนเรื่องหนึ่งที่ในช่วงนี้เราให้ความสําคัญเปึนอย่างยิ่ง เสาที่ ๓ ก็จะเปึนเรื่องของเมื่อในการขับเคลื่อนในการส่งเสริมสนับสนุนนี่ อย่างไรก็ตาม รัฐก็จะต้องมีองค์กรหรือมีกลไกในการที่จะต้องช่วยขับเคลื่อนสนับสนุน ปัจจุบันเราก็จะมอง ถ้ารายเซกเตอร์นี่เกษตรก็จะมีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ช่วยส่งเสริมสนับสนุนใช่ไหมคะ ภาคอุตสาหกรรมก็จะมีกระทรวงอุตสาหกรรม ภาคค้าบริการก็จะมีกระทรวงพาณิชย์ แล้วก็ ในภาคของนวัตกรรม อุตสาหกรรมฐานนวัตกรรม ตอนนี้กระทรวงวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีเองก็เข้ามามีบทบาทเยอะนะคะ เพราะจะต้องมีส่วนของอาร์แอนด์ดี (R&D) อะไรต่าง ๆ เข้ามา เพราะฉะนั้นเสาที่ ๓ คือเรื่องกลไกภาครัฐในการขับเคลื่อน เปึนเรื่องสําคัญ แต่สิ่งที่พบวันนี้ก็คือว่าอย่างที่บอกว่าถ้าตัวฐานตัวสแทรทิจี (Strategy)

ของประเทศยังไม่ชัดเจนในการที่บูรณาการต่าง ๆ ของแม้แต่ในรายกระทรวงเองก็อาจจะ ยังไม่ได้โฟกัสชัดเจนที่จะเปึนตัวขับเคลื่อนส่งเสริมสนับสนุนตัวผู้ประกอบการไปในทิศทาง เดียวกันและสู่เปัาหมายเดียวกัน เพราะฉะนั้นเสาที่ ๓ เปึนเรื่องปฏิรูปองค์กรและกลไก ภาครัฐนี่ก็ได้มีแนวคิดว่าเราจะต้อง อันที่ ๑ จะต้องแยกให้มีองค์กรกลไกที่จะดูแลในเรื่องของ สแทรทิจีเปึนภาพรวมนะคะ โดยเฉพาะเน้นสําหรับเรื่องของเอสเอ็มอี ซึ่งปัจจุบันเราก็มี สสว. นี่นะคะ สํานักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมตั้งมานานแล้วก็ ทําหน้าที่นี้อยู่ แต่วันนี้ก็โดยภารกิจหน้าที่ก็ยังไม่สามารถที่จะผลักดันอะไรต่าง ๆ ไปได้ ตามวัตถุประสงค์นะคะ เพราะฉะนั้นเรื่องขององค์กรกลไกเราก็จะแบ่งเปึน ๓ ระดับด้วยกัน อาจจะมองให้ สสว. จะเปึนองค์กรที่จะเปึนตัวเปึนเซนเตอร์ (Center) เปึนตัวสแทรทิจี เปึนตัวแพลนเนอร์ (Planner) บูรณาการเรื่องงบประมาณเพื่อจะแจกจ่ายไปให้ยังในระดับ กระทรวงนะคะ เรียกว่าถ้าท่านเปึนผู้ประกอบการที่อยู่ในภาคอุตสาหกรรม ท่านนึกอยากจะ ขอรับการส่งเสริม ได้รับการช่วยก็ไปที่กระทรวงอุตสาหกรรมได้ กระทรวงอุตสาหกรรมเอง ก็มีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมอยู่ด้วย วันนี้ก็คงต้องทําหน้าที่เปึนวัน สตอป เซอร์วิส (One Stop Service) ให้คําแนะนําในเบื้องต้นได้นะคะ แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่เราเสนอต่อไปคือว่า ในเลเวล (Level) ต่อไปถ้าเปึนความต้องการในเรื่องเฉพาะทางแล้วจากกระทรวงอุตสาหกรรมแล้ว ภายใต้กระทรวงอุตสาหกรรมก็จะมีสถาบันเฉพาะทางอยู่เปึนจํานวนมาก สถาบันยานยนต์ สถาบันอาหาร สถาบันเครื่องใช้ไฟฟัาต่าง ๆ ทั้งหมดซึ่งวันนี้ก็จะต้องมาปฏิรูปปรับเปลี่ยน ตัวเองนะคะ ให้มาเปึนผู้ที่จะเปึนโคชชิง (Coaching) เปึนโทเทิล โซลูชัน (Total solution)

ให้กับผู้ประกอบการที่ประสงค์จะได้ไปขอรับการช่วยเหลือสนับสนุนต่าง ๆ เพราะฉะนั้น สิ่งที่จะปฏิรูปในเรื่องขององค์กรกลไกของรัฐ คือว่าจะต้องปรับให้ชัดเจนระหว่างโพลิซี (Policy) เปึนเลเวลแรกแล้วก็อันที่ ๒ คือเปึนฟาซิลิเตเตอร์ (Facilitator) คือในระดับของกระทรวง ระบบราชการ แล้วระดับ ๓ ก็จะเปึนเรื่องของเปึนโอเปอเรเตอร์ (Operator) เปึนตัวที่ ผลักดันจริง ๆ อันนี้ก็ยกตัวอย่างของกระทรวงอุตสาหกรรม แต่ของกระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเองก็ทําอยู่เช่นกัน จะมีหน่วยซึ่งโคชชิงซึ่งตั้งเปึนลักษณะขององค์กรต่าง ๆ และโดยเฉพาะองค์กรการขับเคลื่อนวันนี้ก็จะต้องมุ่งเน้นร่วมกับภาคเอกชน ภาคเอกชน ไม่ว่าจะเปึนภาคเอกชนที่ประกอบธุรกิจตรงนี้เอง หรือเปึนสภา เช่นสภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้าต่าง ๆ คิดว่าเสาที่ ๓ ของเราคือองค์กรกลไกการขับเคลื่อน เสาที่ ๔ ก็คือ อย่างที่บอกว่าเปึนเรื่องของว่าการทําธุรกิจ ประกอบธุรกิจ ต้องการความคล่องตัว ในการทําธุรกิจ เพราะฉะนั้นวันนี้ในเสาที่ ๔ จะเปึนเรื่องของกลไกทางด้านของกฎหมาย มีกฎหมายต่าง ๆ ซึ่งอาจจะยังเปึนปัญหา อุปสรรค อันนี้ก็ต้องไปปรับปรุงแก้ไข ยกตัวอย่างเช่น ทําประกอบธุรกิจในเรื่องของอาหารจะพบว่าไม่ว่าจะเปึนเอสเอ็มแอล เอ็มเอ็นซีต่าง ๆ กฎหมายที่เกี่ยวกับสาธารณสุข อาหารและยายังคงเปึนปัญหา เปึนอุปสรรค อันนี้ก็ต้องถูก เอามาปรับปรุงแก้ไข หรือแม้กระทั่งในเรื่องของกฎหมายศุลกากรก็เช่นกัน ก็จะเปึนตัวหนึ่ง ซึ่งอาจจะยังเปึนปัญหาอุปสรรค กฎหมายเรื่องการจดทะเบียนต่าง ๆ ฉะนั้นบรรดากฎหมาย ที่มันเปึนอุปสรรคก็จะต้องได้มาถูกรีวิว (Review) ปรับปรุง แก้ไข ขณะเดียวกันกฎหมาย อะไรที่เปึนการอํานวยความสะดวกก็จะต้องมีขึ้นซึ่งวันนี้ก็จะได้เห็นว่า พ.ร.บ. ที่เกี่ยวกับ การอํานวยความสะดวกของภาครัฐก็มีแล้ว อันนี้เปึนเสาที่ ๔ คือ อีส ออฟ รูท บิซิเนส (East of route business) เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ปัจจุบันทั้ง ๔ เสานี่จะพบได้ว่า รัฐบาลนี้ก็ได้ทําไปหลายอย่าง ทําไปเพราะว่าเห็นความสําคัญของเอสเอ็มอี ของการสร้าง สังคมผู้ประกอบการ แต่สิ่งหนึ่งที่พบก็คือว่ามันยังไม่ได้โฟกัส มันยังไม่ได้บูรณาการกัน อย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นที่เราได้ศึกษามีรายละเอียดเยอะแยะเลยเปึนเล่ม ก็คงสรุปมาว่า ในการที่เราจะพูดเรื่องปฏิรูปการสร้างสังคมผู้ประกอบการ ก็คงจะประกอบด้วย ๕ ประเด็นหลัก ดังที่ได้เสนอเปึนรูปบ้านอันนี้ ส่วนสําหรับรายละเอียดจาก ๑ ฐานกับ ๔ เสาหรือเปึน ๕ ประเด็น ก็ได้ทําในรายละเอียดในเรื่องของที่เราเรียกว่าแนวทาง ในเรื่องของฐานที่ ๑ ของการกําหนดให้การสร้างสังคมผู้ประกอบการเปึนยุทธศาสตร์ชาติ เปึนวาระ

ซึ่งเมื่อมียุทธศาสตร์ชาติขึ้นมาแล้ว เราได้โพซิชันนิงของเรียล เซกเตอร์ไปทิศทางใดแล้ว จะต้องเห็นว่าผู้ประกอบการจะเปึนเพลเยอร์อยู่ในเลเวลไหน เพราะฉะนั้นอันนี้ก็จะเปึน เรื่องที่สําคัญ จากการที่เราสรุปเสนอคราวที่แล้วเราได้มีการนําเสนอไปบ้างแล้ว แล้วก็ เมื่อได้รับฟังข้อเสนอจากท่านกรรมาธิการ สปช. เราก็ได้เอาไปปรับปรุงเพิ่มเติมแก้ไขมาบ้าง ฉะนั้นในการนําเสนอคราวนี้ก็จะเห็นว่าในบรรดา ๕ ประเด็นปฏิรูปนี้เปึนฐานที่ ๑ จะมี ๗ แนวทางด้วยกัน ใน ๗ แนวทางนี้ดิฉันเองก็อยากจะให้เห็นว่าเราจะให้ความสําคัญ ในเรื่องของภาคเกษตรขึ้นเยอะมาก ก็ขอไปอย่างเร็ว ๆ ว่าในประเด็นที่ ๑ เราจะมีการ กําหนดวิสัยทัศน์ในระดับชาติ จะมีชัดเจนเลยว่าประเทศไทย โพซิชันนิงเราจะไปอย่างไร เพื่อจะให้ภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน ขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน แล้วก็อันที่ ๒ สําคัญนะคะ เพราะว่าเมื่อมีโพซิชันนิงแล้วจะต้องสร้างแวลู เชน (Value Chain) ให้เห็น เช่นว่าเราเลือกภาคเกษตรขึ้นมาว่าเปึนแชมเป้ยนได้เราจะต้องเห็นแวลู เชนตั้งแต่ต้นน้ํา กลางน้ํา ปลายน้ํา แล้วเราจะเห็นว่าเพลเยอร์ คือเอสเอ็มอีหรือแอล หรือเอ็มเอ็นซีจะอยู่ใน ระดับไหน ฉะนั้นอันนี้ก็จะเปึนเรื่องที่ต้องทําไป อันที่ ๓ สร้างฐานข้อมูล ของเศรษฐกิจ ให้ครบถ้วน วันนี้เรื่องข้อมูลเปึนเรื่องจําเปึน เพราะว่าไม่อย่างนั้นคงไม่สามารถจะมาจัดการ ในอนาคตหรือวางแผนได้ อันที่ ๔ จะขยายฐานการพัฒนาผู้ประกอบการ แล้วก็วิสาหกิจ ในทุกขนาด ทุกไซส์ ทุกเซกเตอร์ แล้วก็ทุกสเตจ

ให้มาขึ้นทะเบียนกับรัฐให้ครบถ้วน อย่างที่บอกว่าข้อมูล ๒,๘๐๐,๐๐๐ ราย ปรากฏว่า ขึ้นทะเบียนเปึนนิติบุคคลจริง ๆ ประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ รายเอง ในแง่ข้อเท็จจริงทั้ง ๒,๘๐๐,๐๐๐ ราย ควรมาขึ้นทะเบียนให้ถูกต้องเปึนนิติบุคคลที่ได้รับการดูแลได้อย่างทั่วถึง ข้อ ๕ ข้อสําคัญ เราจะยกระดับวิสาหกิจชุมชนและสหกรณ์ให้เติบโตได้ เปึนกลุ่มที่เราให้ ความสําคัญมาก แล้วก็จะให้มาอยู่ในห่วงโซ่ใน แวลู เชนเชื่อมโยงกับการเติบโตของ ภาคขนาดใหญ่ แล้วก็พัฒนาเกษตรกรให้พร้อมเปึนผู้ประกอบการ ซึ่งจริง ๆ ภาคเกษตรกร ก็สามารถพัฒนาเปึนผู้ประกอบการแล้วก็เปึนแวลู เชนซึ่งไปเชื่อมโยงกับภาคท่องเที่ยวได้ด้วย อันนี้ก็เปึนแนวคิด แล้วก็รวมถึงว่าเราจะนําเสนอให้การสร้างสังคมผู้ประกอบการก็เข้าไป อยู่ในแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (ฉบับที่ ๑๒) ด้วย ก็จะเห็นว่าส่วนใหญ่ จะเปึนประเด็นที่เราก็เสนอไปยัง สสว. หรือว่าส่งไปคณะรัฐมนตรีเพื่อให้เปึนมติ คณะรัฐมนตรีต่อไปนะคะ ประเด็นที่ ๒ การปฏิรูปการเรียนรู้ การสร้างจิตวิญญาณของ ผู้ประกอบการ แล้วก็ทักษะตลอดชั่วอายุที่เขาทําธุรกิจ โดยจะต้องคํานึงถึงเปึนนอลเลจ เบส (Knowledge based) ด้วย เพราะฉะนั้นอันนี้หมายความว่าในเรื่องของการศึกษาเองจะต้อง ปรับหลักสูตรการเรียนรู้ทั้งระดับพื้นฐานและอุดมศึกษาทั้งหลายแหล่ แล้วก็ให้ใส่ในเรื่องของ เขาต้องอยากเปึนผู้ประกอบการ ให้ทักษะ อันที่ ๒ ก็เรื่องของอินคิวเบเตอร์ (Incubator) เปึนเรื่องสําคัญ วันนี้ก็ต้องจัดทําทะเบียนอินคิ วเบเตอร์ขึ้นมาเพื่อจะได้ส่งเสริมสนับสนุน ให้เหมาะสม อันที่ ๓ ก็พัฒนาเพื่อยกระดับคุณภาพสถาบันการศึกษาซึ่งเปึนอินคิ วเบเตอร์ เพราะเราก็พบว่าบางทีสถาบันการศึกษาเปึนอินคิวเบเตอร์เองแล้วก็อาจจะขาดประสบการณ์ ตอนนี้ก็ให้ไปร่วมมือกับภาคเอกชนที่มีประสบการณ์ ส่งเสริมเรื่องการตั้งอินคิ วเบเตอร์ แบบบูรณาการ ภาครัฐ ภาคเอกชน โดยต้องมีมาตรการจูงใจเพื่อจะได้เปึนตัวที่จะมาพัฒนา ผู้ประกอบการในทุกเซกเตอร์อีก แล้วรวมไปถึงว่า ข้อ ๕ คือส่งเสริมความร่วมมือกับ ต่างประเทศเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมมือกันในเชิงเสนอนวัตกรรมเชิงพาณิชย์ อันนี้ ก็เปึนส่วนที่ ๒ ประเด็นที่ ๓ คือการปฏิรูปกระบวนการและมาตรการส่งเสริม อันนี้ ก็อย่างที่ได้เรียนไปแล้วว่าเราจะต้องเน้นในเรื่องว่าวิสาหกิจจะต้องประกอบธุรกิจโดยคํานึงถึง คุณภาพแล้วก็มาตรฐานคือโพรดักทิวิตี ควอลิตี (Productivity quality) เรื่องของ สแตนดาร์ด (Standard) อันนี้ในทุกเซกเตอร์ ภาคเกษตรอะไรต่าง ๆ อันที่ ๒ ก็คือส่งเสริม การใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์จากงานวิจัยเปึนเรื่องของอินโนเวชัน ครีเอทีฟ (Innovation

creative) อันที่ ๓ อันนี้มาตรการการส่งเสริมอย่างที่ดิฉันได้เรียนแต่ต้นว่าเราจะต้อง เปึนลักษณะเปึนแพกเกจ (Package) แล้วเปึนเทเลอร์เมดกับเรีย ล เซกเตอร์ขนาดเล็ก ก็ต้องการการสนับสนุนแบบหนึ่ง ด้านการเงินอาจจะมากขึ้น ด้านการให้ส่งเสริมนวัตกรรม ก็อาจจะในระดับที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ ด้านที่ ๔ ในด้านการปฏิรูปด้านกลไก องค์กร จัดเปึน ๓ ระดับ เมื่อกี้ก็ได้นําเรียนไปในเบื้องต้นก็จะเปึนเรื่องของโพลิซี เลเวล (Policy level) ในข้อเสนออันนี้ก็คงจะเน้นให้ สสว. เปึนตัวที่จะเปึนแกนกลางในเรื่องของโพลิซีและ บูรณาการ รวมไปถึงเรื่องการบูรณาการเรื่องงบประมาณไปด้วย เพื่อให้แต่ละกระทรวง สามารถที่จะได้รับการจัดสรรแล้วก็ไปผลักดันในเรื่องของเอสเอ็มอีหรือว่าให้เปึนไปตาม ยุทธศาสตร์ชาติได้ ระดับของฟาซิลิเตเตอร์ก็ให้แต่ละกระทรวงซึ่งดูแลในเรียล เซกเตอร์นั้น ๆ ก็เปึนผู้ดูแล แล้วก็ในระดับของโอเปอเรเตอร์เองจริง ๆ ก็อยากจะพัฒนาปรับปรุงสถาบัน เฉพาะทางขึ้นมา ในประเด็นที่ ๕ จะเปึนการปฏิรูปด้านกฎหมายเพื่อลดอุปสรรค เอื้ออํานวย ต่อการทําธุรกิจ ก็จะมีการทบทวน โดยเฉพาะกฎหมายที่จะเสนอในคราวนี้คือเราก็คงจะปรับ พ.ร.บ. ว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม อันนี้เปึนประเด็นที่ ๑ เพื่อให้สามารถ ให้ดําเนินภารกิจซึ่งจะสามารถไปคั ฟเวอร์ (Cover) ในภาคเกษตร ให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น กับอีกประเด็นหนึ่งก็คือว่าในเรื่องของ เราก็มองว่าเวลาเราพูดถึง เอสเอ็มอีวันนี้ในความเปึนจริงของประเทศไทยเราจะมีเขาเรียกว่าธุรกิจขนาดจิ๋ว เพราะฉะนั้นเราก็อยากจะคิดว่าในการแยกแคททะกอรี (Category)

ของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแล้วก็อาจจะเพิ่มขนาดย่อยหรือขนาดจิ๋วขึ้นมาอีกเลเวลหนึ่ง เรียกว่าไมโคร เอนเทอร์ไพรส์ (Micro enterprise) อันนี้ก็จะทําให้สามารถไปมีมาตรการ ในการดูแลส่งเสริมสนับสนุนได้มากขึ้นนะคะ เพราะฉะนั้นก็จะมีการทบทวนนิยามของ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้ลงไปถึงระดับของไมโคร เอนเทอร์ไพรส์ อื่น ๆ ก็จะเปึน การปรับปรุงกฎ ระเบียบ ขั้นตอน ที่เปึนอุปสรรคของการดําเนินธุรกิจ เช่น ของกระทรวง พาณิชย์ก็มี หรือเกี่ยวกับเรื่องของแรงงาน การปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อ งไม่ว่าจะเปึน เรื่องของการแข่งขันทางการค้าซึ่งตอนนี้ก็ได้ทําไปแล้ว เพราะจะมองว่าธุรกิจขนาดเล็ก ก็เสียเปรียบธุรกิจขนาดใหญ่นะคะ อันนี้ยกตัวอย่างเปึนต้นนะคะ เพราะฉะนั้นก็จะเห็นว่า ในประเด็น ๕ ด้านที่เราจะปฏิรูปนี่เรื่องส่วนใหญ่ก็จะเปึนแนวทางซึ่งเปึนมติคณะรัฐมน ตรี ก็ได้ หรือเปึนเรื่องที่เราส่งไป ยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเปึน สสว. คือสํานักงาน คณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือส่งกลับไปทางกระทรวงศึกษาธิการ ก็น่าจะสามารถที่จะบูรณาการกันไปได้ เพราะฉะนั้นจะเหลือประเด็นเดียวเท่านั้นที่จะเสนอ ในวันนี้เปึนเรื่องของการปรับปรุงกฎหมายวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งมีอยู่แล้ว ก็เปึนการปรับปรุงบางประการเท่านั้นเอง ก็เปึนประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายนะคะ ในช่วงต้นดิฉันเองก็คงสรุปว่า ก็เปึนสิ่งที่เพิ่มเติมจากการเสนอรอบที่ ๑ เพราะฉะนั้นก็คง ไม่ได้แตกต่างมากนัก แต่มีประเด็นหนึ่งที่ดิฉันเองอยากจะนําเสนอต่อไปด้วย เพราะว่า หลังจากที่เราเสนอครั้งที่ ๑ เราก็ได้มีการทํางานในเชิงลึกมากขึ้น ในเชิงลึกก็คือว่า ก็ครอส คัตติงบ้างกับคณะกรรมาธิการปฏิรูปวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย นวัตกรรมและ ทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งในคณะกรรมาธิการปฏิรูปวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย นวัตกรรม และทรัพย์สินทางปัญญาเองก็ได้พยายามมองว่าจะใช้ในเรื่องของนวัตกรรม ในเรื่องของ อาร์แอนด์ดีมาสนับสนุนในเรื่องของการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างไร เพราะฉะนั้นก็มีแนวทางซึ่งต้องขออนุญาตเอ่ยนามนะคะ คือดอกเตอร์อนนต์เองก็ได้ ทําการศึกษาแล้วก็นําเสนอในคณะกรรมาธิการในเรื่องคอมเพตทิทีฟเนส (Competitiveness) ของประเทศ ประเด็นที่สนใจคือว่าวันนี้ดิฉันกําลังจะมองว่าฐานของบ้านที่บอกว่าวันนี้ ประเทศไทยต้องมีให้ชัดเจน ก็คือว่าเราจะจัดลําดับของอุตสาหกรรมหรือกิจการ ทางด้านเรียล เซกเตอร์ อะไรที่จะเปึนตัวขับเคลื่อนประเทศไทยในอนาคตนะคะ เพราะฉะนั้น ก็จะเสนอว่าดังที่ทางด้านคุณอนนต์ได้นําเสนอไปแล้วในคณะกรรมาธิการปฏิรูปวิทยาศาสตร์

เทคโนโลยี วิจัย นวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญา ก็ได้มองว่าโอกาสของประเทศไทยที่จะ มีการเติบโตทางด้านของเศรษฐกิจรายสาขาก็จะเปึนด้านเกษตร ด้านอาหาร ด้านยานยนต์ ด้านเฮลท์แคร์ (Healthcare) ด้านรีนิวเอเบิล เอนเนอร์จี (Renewable energy) เรื่องเอนเนอร์จี (Energy) หรือทัวริซึม (Tourism) ประมาณอย่างน้อย ๖ อย่างก็จะเปึน ตัวที่จะเปึนตัวขับเคลื่อนนิว โกรท เอนจินของประเทศไทยได้นะคะ สิ่งที่ดิฉันเห็นเองในฐานะ ที่มองเรื่องการสร้างสังคมผู้ประกอบการก็คือว่าจากตัวที่จะเปึนทาร์เกต (Target) ของอินดัส ทรี นิว โกรท (Industry new growth) เราก็จะต้องเห็นแวลู เชนนะคะ คืออุตสาหกรรมตั้งแต่ต้นน้ํา กลางน้ํา ไปถึงปลายน้ํามีอะไรบ้าง เมื่อมีอะไรแล้วเราก็จะเห็นว่า เพลเยอร์คือผู้ประกอบการจะเปึนผู้ประกอบการตั้งแต่ขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ หรือข้ามชาติจะเข้ามามีบทบาทตรงไหน เพราะฉะนั้นตรงนี้ละค่ะก็จะเข้าประเด็นที่ว่า ๔ เสา เมื่อกี้ที่เราพูดนะคะ คือเรื่องของคน เรื่องของผู้ประกอบการ เรื่องของมาตรการการส่งเสริม เรื่องขององค์กรกลไกแห่งภาครัฐ แล้วก็เรื่องของกฎหมายอะไรที่จะเอื้ออํานวยเขา จะต้อง เอามาทําคัสโทไมซ์ (Customize) ให้เหมาะกับตัวที่เราจะขับเคลื่อนเขาขึ้นไปนะคะ เพราะฉะนั้นก็จะเห็นว่าสิ่งที่นําเสนอคราวนี้ในแง่ของการคัดเลือกมาก็เรียกว่าประเทศไทย ภาคเกษตรเปึนภาคหนึ่งที่เราต้องดูแลแล้วก็ส่งเสริม ไม่ใช่เปึนเพาะปลูก เปึนแพลนเทชัน (Plantation) เบื้องต้นเท่านั้น เราจะต้องมีมูลค่าเพิ่ม จนท้ายที่สุดทําให้เปึนอุตสาหกรรม ที่เราเรียกว่าจากต้นน้ํา กลางน้ํา ปลายน้ํา เหมือนกับที่ประเทศไทยเราก็ทําเรื่องของ แก๊ส เบส (Gas base) มานะคะ ป่โตรเคมีก็มาจากเบื้องต้นมีแก๊ส แล้วก็พัฒนามาเปึน อุตสาหกรรมต่าง ๆ มีมูลค่าเพิ่มไปได้

เพราะฉะนั้นวันนี้ประเทศไทยอย่างที่ได้เรียนว่าเราภาคเกษตรนี่ถ้าเราจะปฏิรูปคือเราจะต้อง ทําให้ภาคเกษตรเปึนวัตถุดิบต้นน้ํา แล้วสร้างมูลค่าเพิ่มใส่เทคโนโลยี ใส่นวัตกรรมเข้าไป พัฒนาไปจนเปึนสินค้าปลายน้ําซึ่งมีมูลค่าเพิ่มที่สูงที่สุ ด เพราะฉะนั้นแนวคิดก็คือว่าอันที่ ๑ เราก็ยกตัวอย่างภาคเกษตรที่เรามองว่ามีโพเทนเชียล (Potential) และมีโอกาส ไม่ว่าจะเปึน มันสําปะหลัง อ้อย หรือว่ายางพารา เพราะฉะนั้นในการที่เราลงลึกศึกษาไปนิดหนึ่ง อันนี้เราก็จะยกตัวอย่างให้เห็นว่าถ้าเราจะพัฒนาสังคมผู้ประกอบ การ แล้วก็ไปพัฒนา ภาคเกษตรของเรา เราก็เลือกสินค้าเกษตรขึ้นมา เช่น มันสําปะหลัง มันสําปะหลังก็จะเห็นว่า สามารถที่จะพัฒนาแปรรูปขั้นต้นก็เปึนเพียงแค่แปังมัน เปึนโรงงานน้ํามัน เปึนมันเส้น เปึนอาหารสัตว์อะไรต่าง ๆ เปึนเบื้องต้นเท่านั้นเอง ก็ยังไม่พอนะคะ ก็คิดว่ารัฐบาลจะต้องมี ความชัดเจนว่าจะต้องส่งเสริมพัฒนาให้จนสามารถผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้ายให้ได้ ไปเปึนยา ไปเปึนสิ่งทอ เคมีภัณฑ์อะไรต่าง ๆ ได้ นี่เปึนตัวอย่าง เพราะฉะนั้นจากแวลู เชนตรงนี้ เราก็จะดูว่าภาคเกษตรเองเราก็ต้องไปพัฒนาเกษตรกรให้เปึนผู้ประกอบการทางด้านของ ภาคเกษตรให้ได้ แล้วก็ในช่วงของขั้นกลาง แปรรูปก็เช่นกันจะต้องไปพัฒนาเขาจะต้องใส่ มาตรการส่งเสริมอย่างไร นี่เปึนตัวอย่างที่เรามองมันสําปะหลัง อีกตัวอย่างหนึ่งก็คือเรื่องของ ยางพาราที่เราเห็นและพบว่าเปึนปัญหาอยู่ ก็เช่นกันจริง ๆ ควรจะได้มีการทําศึกษาต่อไป ในรายละเอียดว่าในห่วงโซ่ของยางพารานั้นซึ่งจะมีตั้งแต่ต้นน้ํา กลางน้ํา ปลายน้ําจะต้อง ทําอย่างไร ใส่นวัตกรรม ใส่เทคโนโลยีอย่างไร เพราะฉะนั้นจากการศึกษาในช่วงระยะเวลา สั้น ๆ เรื่องของยางพาราก็ได้มีแนวทางการศึกษามาเบื้องต้นจากยางพาราซึ่งจะเปึนลิควิด (Liquid) เปึนน้ํายาง เปึนแผ่นยาง ท้ายสุดก็แปรรูป แล้วที่เราเห็นชัดเจนเรื่องยางพารา ก็คือว่าวันนี้อุตสาหกรรมปลายน้ําที่มีความสําคัญมากของเราคือเรื่องยางรถยนต์ ยางรถยนต์นี่ อยู่ทั่วโลกที่เปึนชื่อเสียงประมาณสัก ๑๐ โรงงานมาอยู่ในประเทศไทยแล้ว กระจายอยู่ใน พื้นที่ในนิคมซึ่งมีแหล่งผลิตยางพาราได้ แต่ในเชิงอินเทอร์มีเดีย (Intermedia) ของยางพารา ที่สามารถจะให้เอสเอ็มอีของบ้านเราพัฒนาต่อยอดใส่นวัตกรรมเข้าไปยังมีอีกเยอะนะคะ เพราะฉะนั้นยางพาราถือว่าแวลู เชนนี่ยาว มีมูลค่าเพิ่มสูง และมีเพลเยอร์คือมีเอสเอ็มอี ของไทยเราเอง มีศักยภาพที่พัฒนาต่อไปได้ เพราะฉะนั้นนี่ก็เปึนตัวอย่างว่าภาครัฐเอง จะต้องใส่กลไก ใส่องค์กรเข้าไปดูแลเขาในลักษณะที่เปึนดูแลเจาะจง เสมือนกับถ้าเรามองว่า เราเปึนคนไข้ต้องการจะรักษา ต้องทําตัวให้แข็งแรงต่าง ๆ ก็ต้องหาหมอเฉพาะทางให้ถูกโรค

เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าเอกสารก็ทําให้พอดูเปึนแนวทางว่าในเรื่องของยางพารานี่ตัวต้นน้ําคือ แพลนเทชันของการปลูกยาง วันนี้จะต้องไปใส่นวัตกรรม ใส่อาร์แอนด์ดีเข้าไปเพื่อพัฒนา ให้ยีลด์ (Yield) ต่าง ๆ ดีขึ้น ให้ต้นทุนดีขึ้น และพัฒนาให้เกษตรกรซึ่งต้องเปึนผู้ประกอบการ ให้ได้ ตรงนี้ก็จะเปึนส่วนหนึ่งของการที่เราเรียกว่าปฏิรูปเปลี่ยนแปลงแนวคิดของเกษตรกร ให้เปึนผู้ประกอบการ แล้วก็พัฒนาตัวเองต่อยอดไปจนเปึนแปรรูปเปึนเกษตรอุตสาหกรรม ได้ด้วย ซึ่งดิฉันเองเพียงแต่ยกตัวอย่างมาให้เห็นว่าเอาแ ค่เรื่องของอุตสาหกรรมยางพารานี่ เราก็จะมีหน่วยงานภาครัฐประมาณ ๑๒ หน่วยงานที่จะเกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้นต้องทําให้ บูรณาการให้ได้ เพราะฉะนั้นอันนี้คงเปึนสรุปตัวอย่างสิ่งที่จะขับเคลื่อนต่อไปก็คือว่า เมื่อมียุทธศาสตร์กําหนดชัดเจนแล้วก็ไปใส่เทเลอ ร์เมด คัสโทไมซ์สิ่งที่เปึน ๔ ด้านไป ดิฉันก็คงจะสรุปตัวอย่างประกอบไปแค่นี้ แล้วอีกเรื่องหนึ่งก็คือเพียงแต่ว่าบรรดาสิ่งที่เรา จะพัฒนาต่อไปมันก็คงลงพื้นที่ที่เหมาะสมต่อไปนะคะ สิ่งที่จะประกอบต่อไปก็คงเปึน เรื่องสุดท้าย คือในองค์กรที่จะขับเคลื่อน

โดยเฉพาะขับเคลื่อนในเซกเตอร์ของเอสเอ็มอี ดิฉันเองก็คิดว่าวันนี้สํานักงานส่งเสริม วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมนี้ก็จะเปึนองค์กรที่น่าจะมาพัฒนาโดยการปรับปรุง กฎหมายแล้วก็ปรับปรุงองค์กรเขาเพื่อให้รับภารกิจที่เราคิดว่าจะวางต่อไปในอนาคตได้ เพราะฉะนั้นในข้อเสนออันสุดท้ายก็คงจะเปึนเรื่องของการเสนอว่าการปรับ ปรุง พระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ป้ ๒๕๔๓ ปัจจุบันนี้นะคะ ประเด็นที่จะมีการปรับปรุงแก้ไขก็ไม่ได้เยอะนะคะ ประมาณ ๙ ประเด็นด้วยกัน ก็โดยมี หลักการ แล้วก็รายละเอียดเอกสารก็ส่งให้ทุกท่านแล้วนะคะ หลักการก็คือว่าเพิ่มเติมบทนิยาม ให้ครอบคลุมภาคเกษตร เปลี่ยนแปลงผู้รักษาการตามกฎหมาย แล้วก็ยกเลิกคณะกรรมการ บริหารสํานักงานส่งเสริมกิจการขนาดกลางและขนาดย่อม ปรับปรุงองค์ประกอบและ อํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม แล้วก็แก้ไขปรับปรุง ถ้อยคําในมาตราที่เกี่ยวข้องให้มีความสอดคล้องกับการแก้ไขเพิ่มเติม แล้วก็ครอบคลุม การดําเนินงานของสํานักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมมากขึ้น ก็เรียนว่า เรื่องนี้ได้ปรึกษาหารือร่วมกันกับทาง สสว. ด้วยแล้วนะคะ เพราะฉะนั้นเราก็จะช่วยนําเสนอ แล้วก็ผลักดันเพื่อเปึนกฎหมายต่อไปนะคะ ในสาระสําคัญนี้ตามตารางแนบที่ได้ส่งให้ไปแล้ว ก็อย่างที่เรียนค่ะ จะมีประมาณแค่ ๙ ประเด็นซึ่งสําคัญนะคะ ก็คือจะเปึนการยกเลิก ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๙๙ แล้วก็ฉบับที่ ๑๒๐ ซึ่งอันนี้จะเห็นว่า สสว. เองก็ถูกปรับเปลี่ยนมาครั้งหนึ่งแล้วนะคะ ออกจากกระทรวงอุตสาหกรรมมาสู่ สํานักนายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้น พ.ร.บ. เราก็เลยจะปรับเสียให้มันสอดคล้องกับปัจจุบัน อันที่ ๒ ก็จะแก้ไขเพิ่มเติมบทนิยามของคําว่าวิสาหกิจองค์กรเอกชนให้ครอบคลุมถึง ภาคเกษตรด้วย ก็จะเห็นว่าแต่เดิมไม่อย่างนั้นเกษตรจะถูกทิ้งไปนะคะในส่วนของการเปึน เอสเอ็มอีพัฒนาขึ้นมา อันที่ ๓ ก็แก้ไขให้ผู้รักษาการตามกฎหมายเปึนนายกรัฐมนตรีนะคะ จากเดิมเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม อันที่ ๔ ก็จะเปึนแก้ไขเพิ่มเติมองค์ประกอบ ของคณะกรรมการนะคะ ให้เพิ่มรองนายกรัฐมนตรี ให้เพิ่มปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี แล้วก็ เพิ่มปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี และผู้อํานวยการสํานักงบประมาณ อีกประเด็นหนึ่งคือปรับลดจํานวนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิให้เปึนไม่เกิน ๑๐ คน จากเดิมเปึน ๑๒ คนนะคะ ประเด็นที่ ๕ ก็คือว่าแก้ไขเพิ่มเติม อํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการ เพราะเนื่องจากมีการยกเลิกกรรมการบริหาร ก็จะใช้เปึนคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจ

ขนาดกลางและขนาดย่อมเท่านั้นเองนะคะ ก็เลยต้องปรับปรุงในเรื่องของอํานาจ ให้สอดคล้องกัน อันที่ ๖ ก็คงจะเปึนเรื่องของการเพิ่มเติมสถานภาพอํานาจหน้าที่ของ สํานักงานให้สอดคล้องกับว่าเมื่อเราเลิกของกรรมการบริหารไปแล้วนี้ อํานาจหลายอย่าง ก็เปึนอํานาจของสํานักงานนะคะ แล้วก็จะเปึนประเด็นเรื่องของการที่จะให้แก้ไขเพิ่มเติม จะต้องมีเรื่องของการตรวจสอบภายในให้มันเปึนไปตามมาตรฐานตามที่ คตร. ได้เสนอแนะไว้ ด่านสุดท้ายก็คือว่าแก้ไขเรื่องจะต้องจัดทํางบดุล เพราะว่า พ.ร.บ. ส่งเสริมวิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อมนี่ปัจจุบันเองก็สามารถจะมีกองทุนได้ เพื่อที่จะสนับสนุนวิสาหกิจ ต่าง ๆ แล้วก็สถาบันด้วย ก็จะเห็นว่าประเด็นที่เราจะปรับปรุงนี้ก็ไม่ได้เปึนประเด็นที่แตกต่าง ไปจากในปัจจุบันที่ทางรัฐบาลเองก็อยากจะให้ สสว. ดําเนินการนะคะ เพราะฉะนั้น ในครั้งนี้เองก็คงได้นําเสนอประกอบการนําเสนอของกรรมาธิการชุดนี้ด้วยนะคะว่า เปึนการขอเสนอแก้ไขปรับปรุง พ.ร.บ. สสว. ป้ ๒๕๔๕ แล้วก็ร่างออกมาเปึนรวมทั้งหมด ก็ประมาณ ๒๔ มาตรา เอกสารตามที่แนบนะคะ ดิฉันเองก็คงหมดในประเด็นที่จะสรุป ในเรื่องของการสร้างสังคมผู้ประกอบการในครั้งนี้ ขอบคุณค่ะ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ท่านประธานมีอะไรอีกไหมคะ

นายเกริกไกร จีระแพทย์ ประธานกรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผมคิดว่า ประเด็นเรื่องนี้เราเพียงแต่จัดให้มันเข้าที่เข้าทาง แล้วก็เน้นที่การแบ่งหน้าที่กันให้ชัดเจน และมีผู้ที่จะประสานงาน เพราะว่ามันเกี่ยวพันกับหลายกระทรวง ทบวง กรมด้วยกัน หลายเรื่องหลายราว ตั้งแต่เรื่องการตลาด เรื่องการผลิต เรื่องของการใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ เพราะฉะนั้นจึงไม่ได้ไปรื้ออะไรมากมาย แล้วก็การที่ สสว. ย้ายมาอยู่ที่สํานักนายกรัฐมนตรี ก็เปึนดําริของรัฐบาลตั้งแต่ก่อนที่เราจะทําเรื่องนี้ด้วยซ้ําไป และมีการหารือ เราได้นําร่างนี้ ไปหารือกับ สสว.

แล้วเขาก็เห็นชอบด้วยว่าการปรับปรุงร่างน่าจะทําให้เขาได้ทําหน้าที่ในฐานะที่เปึนเหมือนกับ แพลนเนอร์ของ สสว. เอสเอ็มอีได้ดีที่สุดนะครับ อันนี้ก็ได้มีการประสานงานในขั้นนั้นแล้ว ผมคิดว่าไม่ได้มีอะไรที่วิลิศมาหรามากมายเลยครับ ขอบคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบพระคุณค่ะ ท่านสมาชิกคะ ท่านสมาชิกก็ได้รับทราบแผนการดําเนินงาน วาระปฏิรูปที่ ๑๕ การสร้างสังคมผู้ประกอบการ (รอบ ๒) แล้วก็ได้รับทราบหลักการและ เหตุผล รวมทั้งสาระสําคัญของร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แล้วนะคะ ต่อไปดิฉันจะขอเชิญท่านสมาชิกอภิปรายให้ความเห็น ในประเด็นทั้งสองค่ะ แล้วก็โดยใช้เวลาท่านละไม่เกิน ๕ นาทีเช่นเดิมนะคะ ดิฉันมีรายชื่อ อยู่ในขณะนี้ ก็ขอเชิญท่านจรัส สุทธิกุลบุตร ค่ะ

นายจรัส สุทธิกุลบุตร กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม จรัส สุทธิกุลบุตร สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ อันดับที่ ๓๑ ครับ ความจริงเมื่อสักครู่ผมนั่งอยู่ที่ ที่นั่งกรรมาธิการ แต่ผมได้รับเมสเส จ (Message) จากเพื่อนเอสเอ็มอีในต่างจังหวัด ขอให้มาพูดเสริมและสนับสนุน และเน้นในบางประเด็นสําหรับหัวใจของเอสเอ็มอีที่อยู่ ในต่างจังหวัดนะครับ วันนี้ผมอยากจะเรียนให้กับพี่น้อง สปช. ที่อยู่ ณ ที่แห่งนี้นะครับว่า ขณะนี้ชาวเอสเอ็มอีในต่างจังหวัดกําลังติดตามการเสนอรายงานและการอภิปรายของเราอยู่ เมสเสจแรกที่ผมได้รับเขาขอขอบคุณท่านประธานกรรมาธิการที่ท่านเป่ดประเด็นคําแรก ด้วยคําว่าเอสเอ็มอีคือกระดูกสันหลัง และขณะเดียวกันนั้นท่านประธานอนุกรรมาธิการได้พูด หลายครั้งในการรายงานเมื่อสักครู่ พูดถึงธุรกิจขนาดจิ๋วหรือขนาดย่อย หรือถ้าเปึนไซส์ เสื้อผ้าเขาเรียกว่าขนาดเอสเอส (SS) ซึ่งจริง ๆ แล้ว ณ วันนี้ในกลุ่มเอสเอ็มอีนั้น ยังมีกลุ่มเอสเอสหรือกลุ่มขนาดจิ๋ว ขนาดย่อยที่กําลังรอรับผลของการเสนอการปฏิรูป ของสภาของเราอยู่ ผมดีใจที่ในรายงานนั้นได้มีการครอส คัตติงกับภาคการเกษตร ซึ่งเมื่อกี้ เราคงได้รับฟังรายงานนะครับ สําหรับประเด็นที่ต้องการจะเสริมและต้องการจะเน้นซึ่งเปึน เมสเสจจากเพื่อนเอสเอ็มอีในต่างจังหวัดนั้น ก่อนอื่นนั้นในส่วนตัวผมเห็นด้วยและสนับสนุน ๑ ฐานกับ ๔ เสาหลัก ใน ๑ เสานั้นก็เกี่ยวกับเรื่องแพ กเกจในการส่งเสริมวิสาหกิจ เพื่อนเอสเอ็มอีนั้นเขาต้องการเห็นความเปึนจริงเปึนจังของการพัฒนานวัตกรรม ในเชิงพาณิชย์ เราพูดกันมาตลอดนะครับในการพัฒนานวัตกรรม แต่นวัตกรรมอะไร

ที่จะทําได้จริงในเชิงพาณิชย์ เรามีทั้ง สวทน. วช. สกว. สวก. สวรส. อุทยานวิทยาศาสตร์ ศูนย์บ่มเพาะ หลายครั้งที่ผมเข้าไปร่วมเปึนกรรมการในอุทยานวิทยาศาสตร์ในการที่จะทําให้ งานวิจัยหรือนวัตกรรมตรงนั้นมาเปึนในเชิงพาณิชย์ ซึ่งมันก็จะมีการติดขัดอะไร หลายประการในอะไรบางอย่าง แต่ขณะนี้เห็นความคืบหน้าไปเปึนลําดับ แต่ต้องการมุ่งเน้น ว่าประเทศของเราจะพัฒนาก้าวต่อไป ใน ๑๗ ป้ข้างหน้าที่เราจะเปึนประเทศที่พัฒนาแล้ว เรื่องนวัตกรรมเปึนเรื่องสําคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องเห็นผลว่าออกมาในรูปเชิงพาณิชย์ ในเรื่องที่ ๒ การเข้าสู่เงินทุนของเอสเอ็มอีในต่างจังหวัด ยังมีความจําเปึนนะครับ เอสเอ็มอี ในต่างจังหวัดนั้นเข้าถึ งเงินทุนก็ยาก ต้นทุน ดอกเบี้ยก็จะสูง เมื่อก่อนเปึนเอ็มแอลอาร์ (MLR) เอ็มโออาร์ (MOR) ตอนนี้เปึนเอ็มอาร์อาร์ (MRR) แต่ถ้าเปึนเอสเอ็มอีจะเปึน เอ็มอาร์อาร์บวกบวก (MRR++) ที่ต้องมี ๒ บวกเพราะว่าถ้าเปึนธุรกิจขนาดเอสเอสนี่ ต้อง ๒ บวกเลยนะครับ ถึงแม้จะมีหลายโครงการของทางภาครัฐที่ให้การสนับสนุน อัตราดอกเบี้ยถูก แต่ว่าเฉลี่ยโดยทั่วไปพี่น้องในต่างจังหวัดนั้นยังได้รับอัตราดอกเบี้ย ในลักษณะเอ็มอาร์อาร์บวกบวก และเมื่อกี้มีนิดหนึ่งนะครับ ที่ท่านประธานอนุกรรมาธิการ บอกว่ามาตรการด้านภาษีเอสเอ็มอีนั้นอาจจะจําเปึนน้อยกว่าในธุรกิจขนาดใหญ่ แต่ถ้าได้ แต้มต่อด้านภาษีโดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดจิ๋วอย่างที่บอกก็น่าจะเปึนการส่งเสริม ในการสนับสนุนเอสเอ็มอีของเรานะครับ

ในเรื่องที่ ๓ ในเรื่องการเพิ่มตลาดของเอสเอ็มอี ต้องยอมรับว่าตลาดในประเทศของเรานั้น คงจะไม่เพียงพอในการที่จะพัฒนาเอสเอ็มอี เพราะฉะนั้นเราต้องมุ่งสู่ตลาดต่างประเทศ ในช่วงที่ผ่านมาก็มีการสนับสนุนจากทั้งภาครัฐและภาคเ อกชนในการที่จะนําเอสเอ็มอีนั้น สู่ตลาดต่างประเทศ แต่ว่าความคืบหน้าหรือในการเดินนั้นเรายังเห็นโอกาสอีกมากที่เรา จะต้องเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านนี้ ผมอยู่ในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือ ในภาคเหนือของเราภาคเอกชนเราก็มีการรวมกลุ่มกัน ๑๐ จังหวัดภาคเหนือ จริง ๆ ก็คือ ๘ จังหวัดภาคเหนือตอนบน รวมอีก ๒ จังหวัดคือจังหวัดตากก็คือที่แม่สอด และจังหวัดอุตรดิตถ์ รวมกันเปึนคณะกรรมการเพื่อโครงการสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ เพื่อที่ต้องการจะเป่ดตลาดเอสเอ็มอี ของทางภาคเหนือนั้นเข้าสู่กลุ่มจีเอ็มเอส (GMS) ซึ่งคณะกรรมการตรงนี้เราเรียกชื่อย่อ ๆ ว่า คสศ. ดําเนินการมาร่วม ๒ ทศวรรษแล้ว เราจะเห็นความคืบหน้า นั่นก็คือว่าเราสามารถที่จะ ผลักดันแม่สอดเปึนเขตเศรษฐกิจพิเศษ จังหวัดเชียงรายเปึนเขตเศรษฐกิจพิเศษ และยังมี ด่านอื่น ๆ อีกตั้งแต่จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดพะเยาลงมาที่จะเปึน ด่านที่จะรองรับตลาดต่างประเทศต่อไป นั่นก็คือในเรื่องของการเป่ดตลาดสู่ต่างประเทศ เรื่องสุดท้ายที่สําคัญแล้วก็จะเสริมในเรื่องที่ ๓ นั้นก็คือเรื่องระบบโลจิสติก ส์ (Logistics) การเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ทั้งภายในประเทศ การเชื่อมด่านต่อด่าน การเชื่อมภูมิภาค สู่ภูมิภาค หรือการเชื่อมกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อสู่การค้าข้ามแดนให้ได้ สู่การค้าข้ามทวีป สู่การค้า ในกลุ่มเศรษฐกิจสําคัญของโลกใบนี้ นั่นก็คือองค์ประกอบที่ทางเอสเอ็มอี ทางต่างจังหวัดต้องการให้รายงานฉบับนี้ได้เพิ่มเติมเข้าไปในการเชื่อมโยง ในการเพิ่ม ขีดความสามารถในการแข่งขัน ในการที่จะจัดแพกเกจ ในการส่งเสริมเขา ขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านจิรวัฒน์ เวียงด้าน ค่ะ

นายจิรวัฒน์ เวียงด้าน 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จิรวัฒน์ เวียงด้าน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัดนครพนม อันดับที่ ๔๒ หลายป้ที่ผ่านมา ประเทศไทยเราก็ส่งเสริมให้เปึนผู้รับจ้างผลิตอย่างเดียว คือค้าแรงงาน วันนี้ก็รู้สึกว่า พอมองเห็นโอกาสที่คณะกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยว และบริการ หรือเรารู้จักกันในนามเศรษฐกิจ ๒ ถ้าพูดถึงว่าด้วยเรื่องการผลิตและ

ผู้ประกอบการ คนไทยเราเองก็คงจะไม่ได้ด้อยไปกว่าใคร แต่ปัญหาที่หนักที่สุดก็จะเปึน เรื่องของการตลาด คือกลไกการตลาด การส่งเสริมการตลาด โดยเฉพาะภาคเกษตรผมถือว่า ณ วันนี้การผลิตของภาคเกษตรไม่ด้อยเลย แล้วก็การรวมกลุ่มของภาคการเกษตร ก็มีการส่งเสริมกันมาตลอด แต่เราไปดูที่กลไกการตลาด ผมมาพูดในเรื่องของการเกษตร เราจะเห็นว่าเรามีสหกรณ์วิสาหกิจ มีชุมชน หรือที่รวมกลุ่มกั นแล้วที่จะทําการผลิต แล้วก็ประกอบการ แต่ปัญหาที่มันติดขัดที่สุดคือในเรื่องของกลไกการตลาด เราจะดูว่า ณ วันนี้ผู้ผลิตเปึนผู้ประกอบการแล้วไม่สามารถที่จะขายสินค้าให้กับผู้บริโภคได้โดยตรง แต่วันนี้เราไปมองดูว่าผู้ประกอบการหรือว่าที่ไม่ใช่ผู้ผลิตกลายเปึนผู้ขายที่ สามารถเข้าถึง ผู้ซื้อได้โดยตรง ผมดูในเรื่องของการค้าข้าว ถามว่าถ้าสหกรณ์เขาเองรวมกลุ่มกันแล้ว แล้วก็ ผลิตข้าวมาจะเปึนถุง เปึนกระสอบ เปึนอะไรก็ตาม ถามว่าจะไปขายให้กับโรงพยาบาล เรือนจํา หรือแม้แต่โรงเรียนที่เปึนโครงการอาหารกลางวัน ถามว่าเข้าถึงได้ไหม มันก็เข้าไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นมันก็เกิดมีพ่อค้าคนกลางที่เข้ามาตัดตอนอยู่ตลอดเวลา ผมไม่เชื่อว่าผู้ที่ผลิตเอง ถ้าแปรรูปสินค้าแล้วเอาไปขายจะราคาแพงกว่าพ่อค้าคนกลางที่มาซื้อกับผู้ผลิต ฉะนั้นเราก็ต้องมาดูผมคิดว่าอาจจะเปึนปัจจัยที่ในภาคของอย่างวิสาหกิจชุมชนเอง หรือแม้แต่สหกรณ์เอง เราดูว่าถ้าอยู่กับกรมส่งเสริมสหกรณ์เรามองในเรื่องการตลาด แต่กรมส่งเสริมสหกรณ์นั้นเปึนผู้ส่งเสริมการผลิตและรวมกลุ่ม ก็เลยมีการคุยกันว่า มันผิดฝาผิดตัวหรือเปล่า

วันนี้แม้แต่การไปส่งเสริมในการรวมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนต่าง ๆ ก็กลายเปึนกรมพัฒนาชุมชน ลงไปส่งเสริม ถ้าอย่างนั้นถ้าเราไม่เอาวิสาหกิจชุมชนไปอยู่ในกระทรวงพาณิชย์ เราก็อาจ จะต้องเปลี่ยนว่ากรมพัฒนาชุมชนนี่ หรืออาจจะแผนกหนึ่งก็ต้องรับฝ์ายการตลาด ฝ์ายเศรษฐศาสตร์ ฝ์ายบริหารเข้ามาอยู่ เราจึงบอกถ้าอย่างนั้นเราอาจจะ ผิดฝาผิดตัว แม้แต่เรื่องของการที่จะส่งเสริมให้ชาวบ้านเองนี่เปึนผู้ประกอบการ เรามามองดูว่าไม่จําเปึน ต้องเปึนการแปรรูปในด้านอื่น ๆ ผมมองในเรื่องข้าว ถ้าสมมุติว่าส่งเสริมให้ชาวนาเขาปลูกข้าว เพื่อที่จะขายเมล็ดพันธุ์ อันนี้เขาจะเปึนเอสเอ็มอีเล็ก ๆ แต่ทีนี้การส่งเสริมขั้นตอนในเรื่องของ เปึนผู้ประกอบการนี่ที่ผ่านมาเท่าที่พอมีข้อมูลก็เห็นในเรื่องของ ๒-๓ ป้ที่ผ่านมาผมไม่แน่ใจว่า มีกองทุนตั้งตัวที่จะให้นักศึกษารุ่นใหม่ที่เรียนจบแล้วก็สามารถที่จะมาเปึนผู้ประกอบการได้ แต่เราก็ยังไม่ไปไหนมาไหน เห็นตั้งไว้ตั้ง ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ ล้านบาท ๕,๐๐๐ ล้านบาท สุดท้ายก็ไม่ได้ไปทําประโยชน์อะไร เราก็อยากจะเห็นกองทุนอย่างเปึนลักษณะข อง กองทุนตั้งตัวนี่ทําบูรณาการกับมหาวิทยาลัยกับภาคเอกชน กรณีที่เด็กเข้าเรียนบริหาร หรือเขาทําแผนธุรกิจที่ประกวดกัน ถ้าสมมุติว่าแผนนั้นได้รับการโหวต และได้รับการประกวด และชนะเลิศ กองทุนตั้งตัวก็ควรจะให้โอกาสเด็กกลุ่มเหล่านั้นในการที่จะออกมาเปึน ผู้ประกอบการ ก็อาจจะเปึนแพกเกจที่ไม่ต้องสูงมากนัก อาจประมาณสัก ๒,๐๐๐,๐๐๐ หรือ ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ถ้าป้หนึ่งเราตั้งไว้สัก ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ ล้านบาท เราก็จะมี ผู้ประกอบการถึง ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ คนที่เปึนนักศึกษาที่ผลิต เปึนผู้ประกอบการออกมาอย่างนี้ ในส่วนของการบูรณาการผมดู ณ วันนี้ดูเขตเศรษฐกิจพิเศษ เราจะมีศูนย์โอเอสเอส (OSS) ที่เปึนวัน สตอป เซอร์วิส ตอนนี้ทั้งเฟส ๑ และเฟส ๒ ประมาณ ๑๐ จังหวัด ผมอยากเห็น การบูรณาการที่มันเกิดขึ้นในตรงนั้น เนื่องจากว่าเขตเศรษฐกิจพิเศษก็จะมีผู้ประกอบการ รายใหญ่ที่จะมา ถ้าเกิดเขาต้องการเอาต์ซอร์ส (Outsource) ในการที่จะเปึนเอสเอ็มอี ในการผลิตอะไรต่าง ๆ ส่งตรงนั้น ผมว่าศูนย์โอเอสเอสหรือส่งเสริมเขตเศรษฐกิจพิเศษตรงนั้น น่าจะเปึนจุดที่จะเชื่อมโยงกันในการที่จะเปึนศูนย์ฝ๊กอบรมส่งเสริมผู้ประกอบการ แล้วก็จะมี ข้อมูลระหว่างผู้ผลิต ผู้ซื้อ ผู้ขายอยู่ในศูนย์เดียว กัน ผมคิดว่าน่าจะเปึนการบูรณาการ ที่ ค่อนข้างดี อันนี้ก็อยากจะฝากท่านคณะกรรมาธิการเอาไว้ ขอบคุณครับท่านประธานครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง 🔗

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านธรรมรักษ์ การพิศิษฎ์ ค่ะ ท่านอยู่ไหมคะ ถ้าเผื่อท่านไม่อยู่ ขอเชิญท่าน ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ ค่ะ

แต่ถ้าสมมุติว่าเราวางกุศโลบายหรือวางยุทธศาสตร์ในส่วนนี้ได้ค่อนข้างที่จะชัดเจน ก็เปึนคุณูปการต่อภาคเกษตรที่จริง ๆ ในโลกอย่างที่บอกฟอสซิล เบสอีก ๒๐ กว่าป้ เขาประมาณการไว้อย่างนั้นว่าคงจะหมดโดยเฉพาะแก๊สที่จะหมดไป เพราะฉะนั้น บาย โพรดักต์ (By product) ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องป่โตรเคมิ คอล (Petrochemical) ซึ่งเปึนบาย โพรดักต์ของน้ํามันก็จะมีปัญหาในอนาคตข้างหน้า เราจะเห็นได้จากประเทศบราซิล ซึ่งขณะนี้เอทานอลของประเทศบราซิลก็ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ไปแล้ว แต่ของเรายังผสม ในสัดส่วนที่ยังไม่ถึงขนาดนั้น แล้วก็เม็ดพลาสติกในต่างประเทศตอนนี้ก็มาจากข้าวโพด มาจากทางด้านไบโอ (Bio) ค่อนข้างเยอะ แม้กระทั่งล่าสุดท่านนายกรัฐมนตรีก็พูดถึง หมามุ่ยอินเดียว่าแค่ตอนนี้กิโลกรัมละ ๘๐๐ บาท แต่เวลาทําเปึนยากลับมา ๘๐,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นจะเห็นว่ามูลค่าเพิ่มของมันตรงนี้ค่อนข้างมาก ที่ยกตรงนี้ขึ้นมาก็เพราะว่า เรายังไม่ได้เอาจริงเอาจังกับโพรดัก ต์ในการที่จะเปึนแชมเป้ยน โพรดักต์ (Champion product) เหมือนสมัย พลเอก เปรม พลเอก เปรม เรารู้กันว่ารถป่กอัพคือแชมเป้ยน โพรดักต์ของประเทศไทย แต่ขณะนี้เราไม่รู้ว่าแชมเป้ยน โพรดักต์หรือโพรดักต์ที่มันจะเปึน ไฮไลต์ (Highlight) ใหญ่ของประเทศไทยหรือเปึนโพรดัก ต์ที่เราจะส่งเสริมให้เอสเอ็มอี ของเรามุ่งหน้าไปสู่ตรงนี้เพื่อจะทํามาค้าขายได้เราจะเอาเรื่องอะ ไร เราจะตกลงกันว่า เราจะเอาทางด้านไบโอไหม ถ้าเราตั้งเปัาตรงไบโอเทค อินคิวเบชัน (Biotech incubation) ต่าง ๆ หรือการศึกษาการเตรียมบุคลากรต่าง ๆ ของกระทรวงศึกษาธิการจะได้ตรงไปตรงนี้ ขณะนี้จะเห็นว่าผู้ที่จบทางด้านวิทยาศาสตร์กับผู้ที่จบทางด้านบริหารธุรกิจเงินเดื อน มารับราชการก็เท่ากันคือ ๑๕,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นคนก็ไม่เรียนของยากมาเรียนของง่าย อันนี้คือปัญหาที่เกิด ตัวนี้เปึนประเด็นที่อยากจะบอกว่าอันที่ ๑ คือนิยาม อันที่ ๒ คือ โพรดักต์ แชมเป้ยน (Product champion) เราจะไปทางไบโอเทคชัด ๆ ไหม ถ้าไปตรงนี้ เปึนไปได้ก็คือรัฐบาลประกาศเลยว่าจากนี้ไปประเทศไทยมุ่งหน้าสู่ไบโอเทค ทุกสิ่งทุกอย่าง จะได้เดินไปตามนี้ ในส่วนของเอสเอ็มอีนั้นจริง ๆ เราวนเวียนอยู่กับเรื่อง ๒-๓ เรื่อง เรื่องที่ ๑ คือเรื่องฟันดิง (Funding) เรื่องที่ ๒ คือเรื่องมาร์เกตติง (Marketing) คือเรื่องตลาด และเรื่องที่ ๓ คืออินโนเวชัน อินโนเวชันคือนวัตกรรม นวัตกรรมจริง ๆ แล้วในโลกนี้ เขาบอกว่ามีที่มาอยู่ ๓ ทาง ทางที่ ๑ คืออาร์แอนด์ดี รีเสิร์ช แอนด์ ดิเวลลอปเมนต์ (Research and development) ทางที่ ๒ คือคอนสแตนต์ เชนจ์ (Constant change)

คือค่อย ๆ ตามเขาไปอันนี้ไม่ทันกิน ทางที่ ๓ โลกเขาใช้กันอยู่คือก๊ อบปุ้ไปก๊อบปุ้มา แต่ไม่ใช่ก๊อบปุ้แล้วทําเลยอย่างนี้ละเมิดลิขสิทธิ์ เราต้องก๊อบปุ้แล้วอิมิเทชัน (Imitation) คือการเลียนแบบ เลียนแบบเสร็จแล้วอินเวนติง (Inventing) คือทดลองทํา จากนั้นกลายเปึน อินโนเวชัน ถ้าเราจะเลือกส่วนนี้แล้วต่อไปหน่วยงานต่าง ๆ ที่ตรงกันตรงนี้ก็ควรจะมุ่งไป ตรงนี้ การที่ สสว. ปรับเปลี่ยนมาอยู่กับสํานักนายกรัฐมนตรีส่วนหนึ่งเกิดจากภาคเอกชน ที่เสนอขึ้นไปว่าควรจะรวมภาคเกษตรเข้าไปด้วย เพราะว่าถ้าอยู่ในกระทรวงอุตสาหกรรม มันก็เปึนเรื่องของอุตสาหกรรมโดยตรง เพราะฉะนั้นอยากจะฝากว่าในส่วนต่าง ๆ ที่เราคิด ถูกต้องแล้ว แต่ส่วนประกอบอื่น ๆ ที่จะต้องมาประกอบแล้วให้แรงจูงใจตรงนี้ต้องเกิด กรณีของภาษีเหมือนกันภาษีนิติบุคคลลดแล้วขณะนี้สูงสุดของนิติบุคคลคือ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ปรากฏว่าบุคคลธรรมดาสูงสุดของบุคคลธรรมดาคือ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นตรงนี้ มันคืออะไร พวกเราที่อยู่ในเอสเอ็มอีส่วนใหญ่แล้วรายได้จริง ๆ ไม่เข้าใจว่ารัฐบาลต้องการ หรือการเปลี่ยนแปลงเรื่องภาษีน้อยตรงนี้เพื่อบอกว่าเอสเอ็มอีไม่ควรจะกําไรสูงสุด หรืออย่างไร เพราะฉะนั้นโอกาสถ้าเอสเอ็มอีจะกําไรสูงสุดนี่อัตราภาษีต้องเท่าเทียมกัน ระหว่างบุคคลธรรมดากับนิติบุคคล เพราะส่วนใหญ่ของเอสเอ็มอีอยู่ในรูปแบบของ บุคคลธรรมดาค่อนข้างเยอะ ตรงนี้ขอฝากไปด้วยว่าความไม่เท่าเทียมกันต่าง ๆ นี้ จะทําอย่างไร แต่ว่าขอสนับสนุนแล ะขอขอบพระคุณทางกรรมาธิการที่มุ่งเปัาไป ใน ๒ เรื่องใหญ่ ๆ ก็คือเรื่องเอสเอ็มอีและเรื่องของไบโอ เรื่องของเกษตร ซึ่งตรงนี้จะเปึน คุณูปการและช่วยเหลือภาคเกษตรได้ค่อนข้างจะดีครับ กราบขอบพระคุณครับ

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่าน พลเรือเอก ชาญชัย เจริญสุวรรณ ค่ะ

แต่ว่าเราหลงลืมสมุนไพรซึ่งเปึนพืชเศรษฐกิจที่สําคัญยิ่ง ผมว่าในอนาคตด้วย แล้วก็ มันเปึนภูมิปัญญาท้องถิ่น มันเปึนอะไรสารพัด จะเห็นว่าเรามีโอทอป เรามีวิสาหกิจชุมชน แล้วเราก็มีการส่งเสริม เรามีอาหารเสริม เรามียาไทย เรามีสปา ทุกอย่างเปึนเรื่องของเกษตร แล้วก็เรื่องสมุนไพรทั้งสิ้น ถ้ามูลค่าต่อป้นะครับ ผมจําตัวเลขไม่ได้แน่ชัด แต่ว่าประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เรื่องของสมุนไพรเหล่านี้ แต่ว่าเราไม่มีหน่วยงานหลักเลยที่ว่ารวบรวม องค์ความรู้เหล่านี้ เรามีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซึ่งก็ไม่ได้เน้นเรื่องสมุนไพร มีกรมวิชาการเกษตร มีสถาบันพืชสวน เพราะฉะนั้นองค์ความรู้เรื่องนี้ยังถือว่ายังขาด เราพูดถึงเรื่องต้นน้ํา กลางน้ํา ปลายน้ํา เพราะฉะนั้นพูดถึงว่าวิสาหกิจชุมชนนี่ถ้าจะส่งเสริม แล้วก็สนับสนุนให้ไปเพิ่มมูลค่าของชาติเราต้องเน้นในเรื่องนี้ผมคิดว่าต้นน้ําในเรื่องของ กรรมวิธีการปลูกก็ดี ในเรื่องของการเตรียมการในเรื่องของโรงงานเรื่องการผลิต กระทรวงสาธารณสุขผู้ใช้ก็คือปลายน้ํา ซึ่งกรรมวิธีพวกนี้มันมีมาตรฐานแล้ วก็เปึนปัญหา ทําให้มูลค่าสินค้าของเรานี่บำงครั้งมันขาดความเชื่อมั่น ซึ่งเปึนส่วนหนึ่งของเรื่องการใช้ สมุนไพรในเรื่องของการแพทย์แผนไทยด้วย ผมจึงอยากให้คณะกรรมาธิการให้ความสําคัญ เรื่องนี้ แล้วก็ถ้าคิดถึงเรื่องของกฎหมาย เรื่องของวิสาหกิจชุมชน ขอให้อย่าลืมเรื่องสมุนไพร ทีนี้มาดูในเรื่องของร่างพระราชบัญญัติ เพื่อส่งเสริมในเรื่องนี้ผมคิดว่าในเรื่องของ กรรมการวิสาหกิจที่ได้รายงานไปที่ผ่านมา ถ้าเราคิดถึงเรื่องสมุนไพรมีตัวแทนของ กระทรวงต่าง ๆ แต่ผมคิดว่าขาดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขทุกคนอาจจะ มองภาพว่าดูแลในเรื่องของการรักษาพยาบาลอย่างเดียว แต่มีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทย และแพทย์ทางเลือก แล้วก็มีกรมวิทยาศาสตร์ซึ่งวิจัยเรื่องสมุนไพร ผมคิดว่าน่าจะ เปึน ตัวแทนอยู่ในคณะกรรมการชุดนี้ด้วย ก็อยากจะเรียนฝากเอาไว้นะครับ เพราะว่าจะได้ พิจารณาในระบบให้มันสมบูรณ์ แล้วก็สําหรับองค์ความรู้ต่าง ๆ ก็เปึนเรื่องที่จะต้องส่งเสริม เช่นเดียวกัน ความรู้เรื่องของสมุนไพร ในเรื่องของวิศวกรโรงงาน เรื่องอะไรพวกนี้ รวมทั้งถึง เภสัชสมุนไพรซึ่งควรจะต้องเปึนหลักสูตรที่จะต้องเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าคณะกรรมาธิการ ได้คิดถึงจะพิจารณาในเรื่องนี้ก็ขอฝากในเรื่องนี้ด้วยนะครับ ในเรื่องขององค์ความรู้เกี่ยวกับ เภสัชสมุนไพรก็แล้วแต่ ในเรื่องของงานวิจัยสมุนไพร แล้วก็ควรจะต้องมีการรวมศูนย์ ผมขอเรียนเท่านี้ครับ

ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านทวีกิจ จตุรเจริญคุณ ค่ะ

นายทวีกิจ จตุรเจริญคุณ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ทวีกิจ จตุรเจริญคุณ จังหวัดตากครับ คณะกรรมาธิการปฏิรูปเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการทุกท่าน ส่วนหนึ่งจริง ๆ แล้วคณะนี้เปึนคณะการปฏิรูป เกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการ ผมก็อยู่ในคณะนี้ครับ แรก ๆ ผมก็ดีใจว่าผมมีโอกาสได้เข้ามาอยู่คณะเกษตร อุตสาหกรรม และสิ่งที่ผมฝันก็คือว่าก็ต้องเอา เกษตรกับอุตสาหกรรมมารวมกัน นี่เขาเรียกว่าเกษตรอุตสาหกรรม ถ้ากรรมาธิการ ต่างคนต่างทํา ผมว่าต้องคําว่า เกษตร แล้วก็ห่าง ๆ หน่อย แล้วค่อยอุตสาหกรรม ผมเลยบอกว่าจริง ๆ แล้วถ้าเปึนเกษตรกับอุตสาหกรรมถ้ามีโอกาสทํารวมกันผมว่า ประเทศไทยรวยมหาศาล เกษตรกรก็ไม่ใช่ลําบากอย่างนี้ ผมเคยกล่าวไว้ว่าที่จังหวัดลําพูน เขาเก่งเรื่องลําไย ทําไมอุตสาหกรรมทั้งหมด ไม่ทําอุตสาหกรรมลําไยที่ จังหวัดลําพูน อย่างเดียวห้ามไปทําที่อื่น แล้วก็ทําลําไยให้มันถูก เสียจากกระปิองละ ๒๐ บาท เหลือ ๑๐ บาทได้ไหมหรืออะไรได้ไหม

แล้วก็ไปทําเปึนแวร์เฮาส์ (Warehouse) ใหญ่ ๆ เลยเพื่อส่งเสริมแล้วก็ส่งออกทีเดียว ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ผมมีเพื่อนทําเกี่ยวกับเรื่องของสับปะรด เฉพาะโรงงานเดียวเขาบอกว่า เขาดูแลภาคการเกษตร ในกลุ่มเขาเขาดูแลประมาณ ๓๐,๐๐๐ ไร่ แล้วเขาก็สร้างวงจร มีส่งให้ทุกวัน แล้วก็สับปะรดจะไม่มีการค้างเลย นี่คือเกษตรอุตสาหกรรม ที่จังหวัดจันทบุรี เก่งอะไรครับ เก่งเกี่ยวกับเรื่องของเงาะ ก็ทั้งจังหวัดเลยเปึนเงาะหมดได้ไหม ใครปลูกอย่างอื่น รัฐบาลไม่ต้องสนับสนุน ปลูกเงาะอย่างเดียวคือสนับสนุน และที่ไหนเก่งเรื่องข้าวก็เอา เรื่องข้าวอย่างเดียว จังหวัดไหนเก่งอะไรก็เอาอย่างนั้นแล้วก็สร้างเปึนกลุ่มอย่างนี้ ผมว่า เมืองไทยรวยนะครับ จะรวยมหาศาล เวลาเหลือน้อย สิ่งหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องของเอสเอ็มอี มันตายไปตั้งแต่รัฐบาลที่แล้วแล้วครับ ประกาศ ๓๐๐ บาททั้งประเทศ ที่จังหวัดพะเยา สปช. จังหวัดพะเยาก็อยู่ที่นี่แหละครับ ที่จังหวัดพะเยาค่าแรงขั้นต่ํารู้สึกจะอยู่ที่ ๑๖๓ บาท ปรับทีเดียว ๓๐๐ บาทเลย ขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์ครับ เอสเอ็มอีตายไหม ไม่เหลือ ให้มีอีก ๑๐ ส.ส. ส.ว. ก็ไม่เหลือ เพราะอะไร เพราะ ส.ส. ส.ว. เมื่อรัฐบาลที่แล้วทําไมไม่ออกมาคัดค้านว่า ๓๐๐ บาทไม่ได้นะทั้งประเทศ แล้วตอนนี้ที่ท่านจิตร์ ขออนุญาตที่เอ่ยนามเขาบอกว่าตายไป ๗๐,๐๐๐ กว่าราย ผมว่าจริง ๆ มันมากกว่านี้ สิ่งหนึ่งที่คณะกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการที่จะช่วยได้ ช่วยไปบอกที่กระทรวงแรงงาน หน่อยว่า ๓๐๐ บาทมันผ่านไปแล้ว ต่อไป ๓๐๐ บาทคือค่าแรงแรกเข้า แล้วค่าแรงทั้งหมด มันจะต้องลอยตัว ประเทศที่เจริญแล้วค่าแรงลอยตัวหมดนะครับ แต่ทําไมเมืองไทย เดี๋ยวก็ผู้นําแรงงานเย้ว ๆ ต้อง ๔๕๐ บาท ต่างประเทศบอกว่าได้ยิน ๔๕๐ บาท กูไปแล้ว ประเทศกัมพูชา เมืองไทยทําไม่ได้ ไปประเทศ สปป. ลาวก็ได้ ไปประเทศเวียดนามก็ได้ ต้องไม่ลืมว่าเมืองไทยเรานี่ที่ผ่านมาเปึน เขาเรียกอุตสาหกรรมเปึนอะไรครับ เปึนหัตถกรรม อุตสาหกรรมเมืองไทยเราที่ผ่านมาไม่ใช่เอสเอ็มอีนะครับ หัตถกรรมคืออะไร ใช้มือทํา แต่ประเทศที่พัฒนาแล้วเขาบอกว่าเขาใช้นวัตกรรมคือใช้เครื่องมือ เพราะฉะนั้นที่เมืองไทย เวลานี้อยู่เฉย ๆ เราปรับ ๓๐๐ บาท แล้วบอกว่าจะปรับขึ้นเปึน ๔๕๐ บาท ผมว่าเอสเอ็มอี เรียนท่านประธานอนุกรรมาธิการ ท่านไม่ต้องไปพัฒนาตรงนี้มันตายห่าหมดแล้วไม่เหลือครับ เพราะว่าจริง ๆ อุตสาหกรรมเอสเอ็มอีในเมืองไทยมันต้องมีหลายปัจจัยที่ช่วยกัน ต้องมีห ลายกระทรวงที่ช่วยกัน ถ้าบอกว่าพัฒนาโดยเฉพาะพวกเรามาทําตรงนี้แล้ว ไม่ได้ประสานกับกระทร วงอื่นผมว่ามันไม่สําเร็จครับ จะต้องมีอีกเยอะแล้วเวลานี้

ที่ตายก็ตายไปเอสเอ็มอี ที่อยู่จะทําอย่างไร เอสเอ็มอีแบงก์ก็บอกว่าคุณมีทรัพย์หรือเปล่า คุณมีทรัพย์สินที่จะมา ถ้าภาษาราชการเรียก จํานอง แต่ถ้าภาษาชาวบ้านเขาเรียก จํานํา คุณมีทรัพย์สินมาจํานํากับผมหรือเปล่า แบงก์เอสเอ็มอีก็จะถามอย่างนั้น เอสเอ็มอีบอกว่า ที่มีอยู่ของเก่าผมจํานําไปหมดแล้ว แล้วผมจะเอาที่ไหนมาจํานําอีก ไม่มี เรื่องแบบนี้รัฐบาล ก็ช่วยไม่ได้ เพราะฉะนั้นผมว่าเรื่องอุตสาหกรรมเอสเอ็มอีนะครับ ผมว่าต้องคุยอีกยาว ไม่รู้ชาตินี้จะคุยจบหรือเปล่า ขอบคุณมากครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณค่ะ ท่านทวีกิจคะ ดิฉันขอร้องให้ท่านถอนคําพูดบางคําออก เดี๋ยวมันจะปรากฏอยู่ใน รายงานการประชุม

นายทวีกิจ จตุรเจริญคุณ

คําไหนครับท่านประธาน

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ให้เหลือ ตาย คําเดียวก็แล้วกันค่ะ

นายทวีกิจ จตุรเจริญคุณ

โอเคครับ ถอนคําพูดครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านอาจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ค่ะ

นายวิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ผมก็เห็นด้วยกับรายงานทั้งหมดนะครับ แล้วผมก็ทราบดีครับว่าเอสเอ็มอี ถ้าจะสร้างรายได้ให้กับคนไทยที่มีรายได้ดีมันก็ต้องเน้นเรื่องบริการ

บริการผมว่าเราก็ไม่ควรจะลืมเรื่องแพทย์แผนไทยอย่างที่ท่าน ก่อน ๆ ได้เสนอว่าควรมี ตัวแทนแพทย์แผนไทยไปด้วย ท่านประธานไม่ทราบว่าท่านประธานได้ใช้บริการ ผ่อนคลายไหมครับ นั่งทํางานนาน ๆ มีบริการนวด ยืดตัว ยืดอะไรนี่ผมก็ยังไม่ได้ไปใช้บริการ ยังอยากจะไปใช้อยู่ที่ห้องรับรอง ส.ส. อันนี้เปึนตัวอย่างที่อยากจะมาโชว์ให้ สปช. สนช. ได้ดูว่าถ้าเราคิดที่จะสร้างเอสเอ็มอีเปึนบริการแล้วมีค่าตอบแทนพอสมควรนี่แพทย์แผนไทย อันนี้จะบริการนวดแล้วก็ยืดเหยียดตัวเราใน ๒๐ นาทีแล้วเราจะรู้สึกว่าโล่ง ผมก็ยังไม่ได้ไปลอง แต่หลายท่านไปลองมาแล้วบอกว่าดีมาก อันนี้ไปฝ๊ก ผมก็จําชื่อคุณหมอไม่ได้ ก็ไปฝ๊ก นักโทษหญิงเพระว่าท่านต้องการอยากจะให้นักโทษออกมาทํางาน ไม่ใช่ว่าออกมาแล้วก็ไม่มี งานทําแล้วก็กลับเข้าไปใหม่ แล้วก็มีค่าตอบแทนที่ใช้ได้ ๒๐ นาที ค่าตอบแทน ๑๒๐ บาท แล้วคุณหมอเล่าให้ฟังว่าหลายบริษัทใหญ่ ๆ ยินดีที่จะให้ไปบริการกับเจ้าหน้าที่ของบริษัท เพราะมัน ๒๐ นาที แล้วช่วยคลายเครียด คลายเส้น กลับไปทํางานอย่างมีคุณภาพมันคุ้ม บอกไม่มีคนมากพอ ผมก็เลยขอให้ท่านช่วยเรื่องคนพิการ เพราะฉะนั้นผมก็จึงฝาก คณะกรรมาธิการด้วยว่าเรื่องเอสเอ็มอีนี่ช่วยนึกถึงกลุ่มคนพิการผู้ด้อยโอกาสอื่น ๆ ด้วยว่า เราจะไปช่วยสร้างให้กับกลุ่มเหล่านี้ได้อย่างไร มิฉะนั้นแล้วคนพิการก็จะอยู่ในสุภาษิต ที่พูดที่สหประชาชาติว่าคนพิการก็เปึนกลุ่มคนที่จนที่สุดในกลุ่มบรรดาคนจนทั้งหลาย แต่เราต้องการให้เขาลุกขึ้นมาช่วยตัวเอง ทีนี้เขาจะลุกขึ้นมาช่วยตัวเองได้นี่แหละครับ เอสเอ็มอีก็ คือเข้าไปเสริม อย่างที่ผมจะขอคุณหมอเข้ามาช่วยก็คือมาเสริมให้กับ หมอนวดตาบอดที่เราเรียนนวดแผนไทยมานี่แล้วก็ได้เสริมแล้วก็ให้ทําได้ แล้วก็พยายาม เรียกร้องว่าอย่าพยายามห้ามการประกอบอาชีพของคนพิการ อย่างในต่างประเทศ ท่านประธาน คนตาบอดฝังเข็มสบายมากไม่ว่าประเทศจีน ประเทศญี่ปุ์น ประเทศไต้หวัน ประเทศเกาหลีแต่ประเทศไทยห้าม ซึ่งอย่างนี้มันไม่ถูกหลัก การที่จะปลดปล่อยความสามารถ ของแต่ละคนออกมาแล้วก็บอกห้ามปลดปล่อย กดเอาไว้ ผมว่าอันนี้มันก็ไม่ถูกหลัก เราก็พยายามเรียกร้องว่าต้องเป่ดโอกาสให้เราทําได้ อันนี้ผมยกตัวอย่างในส่วนที่เกี่ยวกับ คนพิการว่าเอสเอ็มอีต้องเน้นในการที่จะดึงกลุ่มคนที่เปึนภาระของสังคมให้เขากลับมาเปึนพลัง แล้วก็มีค่าตอบแทน อย่างที่คุณหมอพยายามทําว่าไปช่วยกลุ่มผู้ที่ถูกคุมขังแล้วผมก็ดีใจว่า ท่านก็บอกว่าท่านยินดีที่จะช่วยกลุ่มคนพิการเหมือนกัน หมายถึงว่ายินดีที่จะอบรมให้คนพิการ มีความรู้ ผมก็อยากให้คณะกรรมาธิการได้คํานึงเรื่องนี้ด้วยอาจจะใส่หมายเหตุ ใหญ่ ๆ ว่า

เอสเอ็มอีควรจะเน้นให้การส่งเสริมเปึนพิเศษกลุ่มผู้ด้อยโอกาส ผู้ที่เขาเสียเปรียบในสังคม แล้วก็กลุ่มคนพิการ อันนี้ก็เปึนส่วนหนึ่งที่ผมอยากจะฝากเอาไว้ แล้วผมว่าเอสเอ็มอีของเรา ต้องมาเน้นเรื่องบริการให้มาก เพราะว่าเศรษฐกิจของประเทศไทยเราจะก้าวไปเปึน ประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างไร ๆ ค่าแรงมันต้องได้วันหนึ่งสัก ๘๐๐ บาทท่านประธาน ทีนี้ จะให้ได้ค่าแรงวันละ ๘๐๐ บาทมันต้องเน้นบริการ แล้วคุณหมอก็บอกที่บริการ ๒๐ นาที ๑๒๐ บาทวันหนึ่งมีรายได้ ๑,๐๐๐ บาท ได้อยู่แล้ว

แต่ผมก็คํานวณเปึนไปได้เพราะ ๑,๐๐๐ บาทนี้ก็ ๑,๒๐๐ บาท ก็ใช้เวลาแค่ ๔ ชั่วโมง แค่นั้นเอง ๑๒ คน คนละ ๒๐ นาที ก็ออกมาแค่ ๔ ชั่วโมง ผมว่าถ้าเอสเอ็มอีเน้นเรื่องเหล่านี้ มันจะช่วยได้มาก แต่บางทีพวกเราหมายถึงกลุ่มผู้ด้อยโอกาสเราไม่มีคนมาช่วยเราคิด แล้วก็ มาเติมของดีๆ ให้เรา พวกเราอยากจะพัฒนานวดตามบ้านตามช่องแบบนี้ แล้วเราก็อยากจะ พัฒนาเปึนสปาบ้างแบบนี้ เราก็พยายามควานหาความรู้ว่าใครจะมาช่วยเรา ฝ๊กเรา ให้เราทําสปาเปึนบ้าง เพราะว่าถ้าเราทําสปาเปึนมันก็อัพเกรด (Upgrade) ให้เรา ได้ค่าตอบแทนที่ดีขึ้น หรือให้เราเปึนคลินิกได้ เพื่อเราจะได้ให้บริการนวดกับคนทั่วไป แล้วคนทั่วไปก็ไปเบิกค่ารักษาพยาบาลจาก สปสช. ได้ ผมว่าถ้ากรรมการที่ตั้งขึ้นนี่ ช่วยคิดต่อยอดเรื่องเหล่านี้ แล้วผมว่าเราเน้นบริการมาก ๆ ซึ่งมันจะมีค่าตอบแทนที่ดี แล้วเราก็ไม่ต้องมานั่งถกเถียงกันค่าแรงขั้นต่ํา อันนี้ผมว่าจะเปึนประโยชน์อย่างมากครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านชาลี เจริญสุข ค่ะ

นายชาลี เจริญสุข

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ผม ชาลี เจริญสุข สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัดฉะเชิงเทรา ครั้งที่แล้วผมอภิปราย ไปรอบหนึ่งแล้วนะครับ เพราะว่าชื่นชมในการผสมผสานระหว่างกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งเกี่ยวพันกับ สสว. ด้วย เพราะ สสว. จะอิงไปทาง กระทรวงอุตสาหกรรม แต่เอสเอ็มอีเปึนสมาชิกของกระทรวงพาณิชย์เสียเยอะ ก็คือ ทางภาคหอการค้าเนื่องจากมีการแก้ไข พ.ร.บ. นิดหนึ่ง ก็อยากทราบจากท่านกรรมาธิการ นิดหนึ่งว่าในส่วนของ พ.ร.บ. เก่า เอสเอ็มอี กับ พ.ร.บ. ใหม่ส่วนที่เพิ่มอะไรที่เปึนส่วนที่ ปฏิรูปให้เห็นโดดเด่น ที่เพิ่มเข้าไปนะครับ เพราะผมไม่มีเวลาที่จะไปดูของ พ.ร.บ. เก่า เมื่อกี้ก็โหลด (Load) เข้าไปดูแต่ตัวมันเล็ก เพราะว่ารู้ว่ามีเพิ่มขึ้นมาหลายข้อ ประการต่อมา ผมเองต้องบอกว่าอยู่ใกล้ชิดกับมวลสมาชิกเอสเอ็มอีมาก เพราะว่าได้เคยจัดงานและให้ ความช่วยเหลือผมเห็นสิ่งหนึ่งซึ่งจะเปึนประโยชน์มาก ถ้าเวลาลงไปปฏิบัติแล้ว คือผู้ประกอบกำรขนาดเล็กส่วนใหญ่ต่างคนต่างทํา แล้วก็ขาดการรวมกลุ่มกัน มีผู้ประกอบการค้าอาหารครับน่าชื่นชมมาก ที่จังหวัดผมนี่เชื่อไหมผู้ประกอบการค้าอาหาร ปกติแล้วขอกรีน ฟูด กูด เทสต์ (Green Food Good Taste) เปึนแค่เรื่องแรก แต่เรื่องที่ ๒

คืออะไรรู้ไหมครับ เวทีที่จะมารวมตัวกันไม่มี ก็ต้องภาคเอกชน ถามว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้ จะช่วยได้อย่างไร เพราะจริง ๆ แล้ว สสว. นี่เขามีกองทุนแล้วเปึนกองทุนที่ดีมาก ๆ คืออะไร รู้ไหมครับ กองทุนปกติภาคประชาชนจะไปใช้เงินรัฐยากมาก ยุทธศาสตร์จังหวัดหรืออะไรนี่ ท่านลองไปเข้าเถอะครับท่านไปเข้าประชุมเพื่อเสนอแผนต่าง ๆ รับรองว่าได้แค่เสนอ แต่เวลาใช้งบประมาณต้องข้าราชการ แต่ของ สสว. นี่เขาจะอํานวยความสะดวกดีมาก จะจัดงานอะไรเขาให้ภาคประชาชน โดยเฉพาะถ้าเปึนหัวหน้ากลุ่ม อย่างเช่นเปึนประธาน ชมรมผู้ประกอบการค้าอาหาร เขาจะมีการจัดงานกันประจําทุกป้เลย เพราะจัดงาน เกิดอะไรขึ้นเกิดการรวมตัว เกิดการส่งเสริมโดยอัตโนมัติ เพราะผู้ประกอบการจะแอคทีฟ (Active) มากพอรู้ว่าป้หนึ่งนี่นะครับ ทุกป้ต้องจัดอย่าเว้นนะครับ ถ้าเว้นปุ็บขาดช่วง กลุ่มก็แตกทุกป้ก็จัดงานพ อจัดงาน ๑. คือได้เพิ่มรายได้ ได้นําสินค้าใหม่ ๆ ไปออกสู่ ประชาชนแล้วก็มีการแสดงดึงดูด และที่สําคัญมีภาครัฐมาช่วยสนับสนุน อย่างเช่น สสส.

ส่งเสริมสุขภาพให้ประชาชนจัดงานแบบว่าปลอดเหล้า อร่อยได้ ไร้แอลกอฮอล์อย่างนี้ มันเปึนการส่งเสริมที่ดีมาก ๆ ฉะนั้นผมอยากให้ตัวอย่างตรงนี้ทําอย่างไรถึงจะให้มี ประธานเครือข่ายเอสเอ็มอีของแต่ละตําบล แต่ละอําเภอ รวมเปึนแต่ละจังหวัด และมีให้ครบ ทุกด้านเหมือนกับชื่อคณะกรรมาธิการของท่าน เกษตรก็มี อุตสาหกรรมที่เปึนเอสเอ็มอีก็มี พาณิชย์ก็มี การท่องเที่ยวก็มี การบริการก็มี จะตอบโจทย์ท่านอาจารย์วิริยะได้ครับว่า บางครั้งท่านเองบอกว่าท่านไม่มีช่องทางที่จะไป ก็ต้องมีเครือข่ายแบบนี้ที่จะมาช่วย ก็ฝากนะครับ ๒ เรื่องที่จะให้นําไปสู่ในภาคปฏิบัติจะได้เปึนประโยชน์และจะได้ส่งเสริม เอสเอ็มอีอย่างแท้จริงครับ ขอบพระคุณอย่างสูงครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ไม่ทราบว่าจะมีท่านใดที่จะอภิปรายไหม ดิฉันจะให้ได้อีกสักหนึ่งท่านค่ะ

(ไม่มีสมาชิกยกมือ)

ถ้าไม่มีนะคะ ท่านสมาชิกคะ ขณะนี้สมาชิกที่ประสงค์จะอภิปรายให้ความเห็นในเรื่องของ การสร้างสังคมผู้ประกอบการในวาระปฏิรูปที่ ๑๕ แล้วก็ให้ความเห็นเรื่องของ ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจขนำดกลางและขนาดย่อม (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ได้ให้ความเห็นครบแล้วทุกท่านนะคะ ต่อไปดิฉันคงจะขอเชิญท่านประธานกรรมาธิการ ได้กรุณาตอบข้อซักถามที่ค้างอยู่ค่ะ เชิญค่ะ

นายเกริกไกร จีระแพทย์ ประธานกรรมาธิการ

ขอบพระคุณครับ ท่านประธานที่เคารพ ก่อนที่ผมจะกล่าวสรุปนะครับ ผมใคร่ขอให้ท่านประธานอนุกรรมาธิการ ได้ตอบคําถามของคุณชาลี เจริญสุข ที่ถามว่าใน พ.ร.บ. ฉบับใหม่นั้นมีอะไรที่มันเปึน เรื่องปฏิรูปบ้าง ขออนุญาตครับ

นางอัญชลี ชวนิชย์ กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานนะคะ ท่านกรรมาธิการ ก็ขอตอบอย่างนี้นะคะว่าประเด็นที่เปึนการปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมที่สําคัญ ๆ ก็คือ อันที่ ๑ จะเปึนการย้าย พ.ร.บ. ฉบับเดิมอยู่กระทรวงอุตสาหกรรมจะย้ายมาอยู่ที่ สํานักนายกรัฐมนตรี แต่ความจริงการย้ายนั้นย้ายโดยคําสั่งของ คสช. มาแล้วนะคะ เพราะฉะนั้นเราก็เอามาเข้าอยู่ใน พ.ร.บ. นี้เสียเลยนะคะ อันที่ ๒ จะเห็นว่าเราจะให้ ความสําคัญกับภาคเกษตร แต่เดิมกฎหมายก็เขียนไว้ ก็จะไปเน้นคําว่าผลิต ค้า บริการ

ทีนี้ก็เลยไม่ชัดเจนว่าให้หมายความรวมถึงภาคเกษตรด้วย อันนี้ก็ถือว่าเปึนเรื่องสําคัญ อย่างไรคะ ไม่อย่างนั้นก็จะขาดหายไปว่าเราไม่ได้ไปมองเขาเปึนแบบผู้ประกอบการนะคะ อันที่ ๓ ที่สําคัญคือว่าให้นายกรัฐมนตรีเปึนผู้รักษา การ เปึนประธานคณะกรรมการ สสว. ซึ่งแต่เดิมเมื่อก่อนนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเปึน อยู่ภายใต้กระทรวงอุตสาหกรรม คราวนี้ก็ให้เน้นให้เห็นว่าเปึนเรื่องที่รัฐบาลให้ความสําคัญ เพราะนายกรัฐมนตรีเปึนประธาน สามารถบูรณาการได้ทั้งหมด นี่ก็เปึนเรื่องสําคัญหรือแม้แต่องค์ประกอบของคณะกรรมการเอง ก็เปลี่ยน มีรองนายกรัฐมนตรีด้วย เพราะอาจจะหมายความว่านายกรัฐมนตรีไม่อยู่ ก็รองนายกรัฐมนตรีได้ใช่ไหมคะ แล้วก็เอาสํานักงบประมาณเข้ามาอยู่ เอาปลัดกระทรวง วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาอยู่ด้วยนะคะ เพราะฉะนั้นก็เปึนการเน้นว่าวันนี้เราจะไป เรื่องของนวัตกรรมด้วยนะคะ แล้วก็อีกอันหนึ่งไปยกเลิกกรรมการบริหาร แต่เดิมก็จะมีระดับ ของคณะกรรมการก็มองด้านนโยบาย แล้วก็มีกรรมการบริหารก็จะ บริหาร จะทําอะไร หลาย ๆ เรื่อง วันนี้ก็ปรับมา ไม่มีแล้วยกเลิกกรรมการบริหาร ใช้เปึนเรื่องของคณะกรรมการ ส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเลย คล้าย ๆ กับจะไปเปึนเหมือนบีโอไออย่างไรคะ ก็จะเปึนอํานาจค่อนข้างจะโดยตรงและเบ็ดเสร็จ แล้วก็มาเน้นว่าให้สํานักงานเปึนหน่วยงาน ของรัฐที่ไม่เปึนส่วนราชการ ก็อาจจะไปมองมีความคล่องตัวมากขึ้น แล้วก็จะมาเน้นในเรื่อง ของการใช้จ่าย การจัดทําบัญชีในด้านการเงินต่าง ๆ เพราะว่าอย่างที่ท่านชาลีพูดนั่นแหละ ว่าที่นี่จะมีเรื่องของกองทุนซึ่งสามารถที่จะไปช่วยกับภาคเอกชนได้ อันนี้ก็เปึนเรื่องหนึ่งนะคะ เพราะฉะนั้นที่ผ่านมาอาจจะมีประเด็นที่ว่า เอ๊ะ มันใช้จ่ายอะไรอย่างไรนะคะ เพราะฉะนั้น อันนี้ก็จะเปึนความเข้มข้นเพราะว่าต่อไปเรื่องของกองทุนก็จะมีโอกาสใช้มากขึ้นนะคะ ก็เรียนว่าอันนี้ก็เปึนเรื่องหลัก ๆ นะคะ อันนี้คงพอตอบได้นะคะ ส่วนที่คุณชาลีถามว่า โอเคจะไปช่วยในเรื่องของเครือข่ายในระดับตําบล ในระดับอะไรอย่างนั้น เราก็มีแนวคิดว่า เราต้องสร้างเครือข่ายของเอสเอ็มอีให้เข้มแข็งในเชิงพื้นที่ด้วยนะคะ

เพราะฉะนั้นแต่เดิมก็จะมี ความจริงเครือข่ายในพื้นที่ก็จะมีอยู่ในเรื่องของวิสาหกิจชุมชน ในเรื่องของอะไร เรื่องเอสเอ็มอีเองก็จะพูดกันเยอะว่าเขาจะรวมตัวกันลักษณะไหน อย่างไร อันนี้ก็คงเปึนไปโดยธรรมชาติว่าท้ายสุดก็ต้องมีเครือข่ายในระดับของตําบล ขอบคุณนะคะ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ เชิญค่ะ

นายเกริกไกร จีระแพทย์ ประธานกรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานครับ ท่านสมาชิกที่เคารพ ผมเช่นเมื่อวานนี้ผมขอบคุณอย่างยิ่งสําหรับความคิดเห็นแล้วก็ข้อเสนอแนะ ของท่านสมาชิกที่ได้ให้ไว้ประมาณ ๑๐ ท่านได้ น้อยไปนิดครับ แต่ก็เปึนความคิดที่มีมาจาก ประสบการณ์ท่านเอง ผมคิดว่าแนวความคิดของกรรมาธิการ อนุกรรมาธิการ คณะที่เราดูแล อยู่นั้นไม่ได้คิดต่างจากท่าน จริง ๆ แล้วก็สะท้อนความคิดเห็นที่ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ในกรรมาธิการได้ไปครอส คัตติงกันมา ผมยกตัวอย่างเราคิดเหมือนกันในทุกประเด็นเลย ท่านจรัส เอ่ยนามด้วยความเคารพ ท่านพูดถึงเรื่องนวัตกรรมในเชิงพาณิชย์ที่เรามี สวทน. มีอะไรเยอะแยะมากมาย จริงครับ ผมไปนั่งคุยกับท่านดอกเตอร์ศักรินทร์ แล้วก็ได้พูดถึงเรื่อง ทําอย่างไร จึงจะให้นวัตกรรมนั้นเอื้อมมือไปถึงรากหญ้า แล้วก็ทําให้นวัตกรรมนั้น เปึนเชิงพาณิชยกรรม เพราะฉะนั้นมันจะเกิดความรู้สึกของการวิน วิน ซิททูเอชัน (Win win situation) คือการต่างคนต่างได้ ผู้วิจัยก็ได้ ได้ทุกอย่าง ได้ทั้งวิชาการ ได้ทั้งเงิน ได้ทั้งผู้เปึน เอสเอ็มอี ได้ทั้งเศรษฐกิจไทย เพราะฉะนั้นอันนี้คือโจทย์อันใหญ่ที่เราได้ไปคุยไว้ แล้วก็ ผมเชื่อว่าทางคณะกรรมาธิการปฏิรูปวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย นวัตกรรมและทรัพย์สิน ทางปัญญา แล้วก็เราจะสตรีมไลน์ (Streamline) พวกนี้เพื่อให้ลงไปถึงรากหญ้าให้ได้นะครับ ปัญหาของนวัตกรรม หรืออินโนเวชันที่คุณจิต ร์พูดถึงมีปัญหาหนึ่งที่เราพบก็คือว่า อุตสาหกรรมนั้นโดยเฉพาะเอสเอ็มอีไม่รู้จะเข้าถึงสถาบันทางวิชาการได้อย่างไร เปึนเรื่องที่ น่าประหลาดใจแต่เปึนเรื่องจริง มีกรณีที่เปึนความสําเร็จของผมเรียกว่าเอสเอ็มอีก็ได้เปึน ผู้ที่ผลิตสินค้าของฝากที่เ กิดขึ้นที่จังหวัดภูเก็ต ทําทุเรียนผงขายผมจําชื่อยี่ห้อไม่ได้ แต่เปึนเรื่องที่เปึนตัวอย่างมาก ทุเรียนผง แล้วก็มีชาวต่างชาติต้องมาซื้อเพราะว่าไม่มีกลิ่น แต่ชงแล้วมีกลิ่นหอมเหมือนทุเรียนแล้วก็ทําแพกเกจ จิง (Packaging) โดยการร่วมมือของ มหาวิทยาลัยศิลปากรคือแพกเกจ จิงของเขาน่าซื้อมาก เพราะฉะนั้นอันนี้เปึนซิมเ ป่ล (Simple) มากเลย แต่ได้ราคาเพิ่มขึ้นเยอะแยะ แล้วก็สามารถจะอนุรักษ์ทุเรียนในฤดูที่มันจะ

เน่าเสียให้อยู่ในสภาพผงได้ อันนี้เปึนตัวอย่างนะครับ แล้วก็น่าสนใจว่ามีมหาวิทยาลั ย หลายแห่งที่เราไม่คิดว่าจะเปึนมหาวิทยาลัยที่ทําเรื่องพวกนี้ อย่างมหาวิทยาลัยบูรพาก็ได้ช่วย ผู้ประกอบการหลายรายที่ทําเกิดการพัฒนาสินค้าขึ้นมาได้ มหาวิทยาลัยศิลปากร เปึนต้น เพราะฉะนั้นผมคิดว่านั่นเปึนหัวใจแล้วเราก็ได้บรรจุไว้ไม่ใช่เพียงแต่ในแผนเอสเอ็มอีเท่านั้น แต่เปึนกรอบของการปฏิรูปเศรษฐกิจในกรอบกว้างว่าจะต้องเปึนปัจจัยหนึ่งจึงจะไปสู่ ความเปึนประเทศที่พัฒนาแล้วได้ เรื่องของต่างประเทศ เราไม่เพียงแต่มองผมนี่พูดถึง ๒ ประเด็น ถ้าท่านจําได้เมื่อวานนี้คือเอา ต์เวิร์ด อินเวสต์เมนต์ (Outward investment) การที่ไปลงทุนในต่างประเทศ การใช้ประโยชน์จากอาเซียน การที่เราจะเปึนส่วนหนึ่งของโลก ล้วนแต่เปึนเปัาหมายที่เราจะนําไปสู่ความเจริญเติบโตของประเทศ และโดยใช้เครื่องมือ เอสเอ็มอีให้เปึนประโยชน์ แต่นี่มันต้องใช้เวลาในการเดินทาง ท่านพูดถึงเรื่องการตลาด ท่านจิรวัฒน์ พูดถึงเรื่องของผู้ซื้อโดยตรง ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งเลยสิ่งที่เราพยายามทําในกลไก เศรษฐกิจใหม่ ๆ ก็คือว่าทําอย่างไรจึงจะให้ผู้ผลิตนั้นสามารถประกอบการไปจนกระทั่ง ถึงผู้บริโภคได้ อันนี้ก็เปึนสิ่งที่อยู่ในกรอบที่เราดูแลอยู่อยากเห็นและอยากให้มันเกิด คุณจิตร์พูดถึงอินโ นเวชัน ไบโอเทค (Innovation biotech) ผมคิดว่าคงจะเถียงไม่ได้ มันเปึนเรื่องสิ่งที่เราอยากให้เกิดถ้าเปึนโพรดักต์ แชมเป้ยนใหม่

แต่กรรมาธิการคณะผมนี่ไม่สามารถจะลงไปถึงตัวสินค้าใหม่ ๆ แล้วบอกว่าต้องทํา ตัวนั้นตัวนี้ได้ แต่แนวคิดมันมีอยู่และจะต้องทําในระดับต่อไปว่าถ้าจะปฏิรูปประเทศไทย ให้เปึนประเทศที่มีร่ํารวยขึ้นมาจริง ๆ ป้ ๒๕๗๕ นั้นมันจะต้องมีตัวขับเคลื่อนใหม่ ตัวขับเคลื่อนนั้นคืออะไร ก็ต้องเปึนสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มและมี แวลู ครีเอชัน (Value creation) สูง มันจะสูง ได้จากอะไร มันก็จาก ๓ วิธีที่คุณจิต ร์บอก อาร์แอนด์ดี มาจากขโมยเขามา หรือมาจากฝันไป ฝันแล้วพรุ่งนี้ก็ได้ สมุนไพรก็เปึนตัวอย่างอันหนึ่ง ท่านยกตัวอย่างก็ไม่ได้เห็นต่างนะครับ สมุนไพรนี้มีหน่วยงานที่ดูแลอยู่หลายหน่วยนะครับ กรมการแพทย์แผนไทยก็มีสํานักงานว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพร เรารู้จักกวาวเครือขาว กวาวเครือแดง ถ้ากินผิดเพศแล้วก็ยุ่งหน่อยนะครับ ก็เปึนสิ่งที่เราได้เห็นความสําคัญมาตั้งแต่ ๒๐ ป้ที่แล้ว ผมเองเข้ามามีโครงการวิจัยสมุนไพรเพื่อการส่งออก ตั้งแต่ป้ ๒๕๓๕ ป้ ๒๕๓๖ แต่ปัญหาก็คือว่าเหตุไฉน ๒๐ ป้ ๓๐ ป้ให้หลังแล้วมันยังไม่ไปถึงไหนเลย ก็แปลว่ามันอาจจะ ไม่มีความ เขาเรียกมาร์เกตทาบิลิตี (Marketability) หรือใช้ความพยายามไม่พอ สิ่งเหล่านี้ เปึนสิ่งที่กรอบปฏิรูปเศรษฐกิจใหม่จะต้องคํานึงถึงอย่างมากว่าเ มื่อมีเปัาหมายแล้วจะต้องมี แผนดําเนินการให้เปึนไปตามนั้นให้ได้ โดยระดมสรรพกําลังทั้งหลายไป อีกประเด็นหนึ่ง ที่พูดถึงเรื่องค่าแรง นี่คือหัวใจครับ ถ้าเราจะเอาประเทศให้ก้าวหน้าขึ้นไปได้เราจะอาศัย ค่าแรงเปึนความสามารถในการแข่งขันไม่ได้ คุณทวีกิจก็ถอนคําพูดน่ารัก ๆ คํานั้นไปแล้ว แต่ว่าจริง ๆ แล้วถ้าไปอาศัย ๓๐๐ บาทเปึนตัวแข่งขันมันทําไม่ได้ และไม่ควรอย่างยิ่งครับ มันจะต้องเอาความคิดเข้าไปจับ แล้วก็ให้การบริการนั้นไม่ใช่ค่าแรงแบบค่าแรงขั้นต่ํา แต่เปึนค่าแรงที่ถูก อย่างเช่น เรื่องหมอนวดคนพิการของท่านวิริยะผมคิดว่าเปึนค่าแรงที่แพง เพราะ ๑ ชั่วโมงอาจจะได้ค่าแรงมากกว่าคนทํา ๑ วัน วันหนึ่งสัก ๓ ชั่วโมง ก็เท่ากับคนทํา ๓ วัน อย่างนี้เปึนต้น แล้วก็เปึนบริการที่ทางราชการจะต้องส่งเสริมครับ อันนี้ก็เปึนประเด็น ที่ผมคิดว่าเราสามารถจะนําเข้ามาไว้ในนี้ได้ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าเราได้ประโยชน์จาก แนวความคิดในวันนี้นะครับ แล้วก็มีความดีใจอย่างหนึ่งว่ามันไม่ได้มีความคิดที่แตกต่างครับ ก็จะนําพวกนี้ไปดูสิว่าจะเสริมเข้าไปในตรงส่วนไหนของรายงานได้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบพระคุณมากค่ะ เปึนอันว่าที่ประชุมได้พิจารณารายงานแผนดําเนินงานวาระปฏิรูปที่ ๑๕ การสร้างสังคมผู้ประกอบการ (รอบ ๒)

นายมนู เลียวไพโรจน์ กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

และร่างพระราชบัญญัติส่งเสริม ขออภัยนะคะ ท่านกรรมาธิการจะขอรายงานเพิ่มค่ะ ขอเชิญค่ะ

นายมนู เลียวไพโรจน์ กรรมาธิการ

ขอบพระคุณครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายมนู เลียวไพโรจน์ หมายเลข ๑๖๗ ในฐานะกรรมาธิการ ที่ท่านประธานกรรมาธิการได้กรุณาเรียนให้ท่านสมาชิกได้รับทราบแล้วนี่นะครับ และพร้อมทั้ง ท่านประธานอนุกรรมาธิการก็ค่อนข้างจะชัดเจนนะครับ แต่ว่าผมมีประเด็นหนึ่ง ที่อยากจะเรียนให้กับท่านสมาชิกได้รับทราบนะครับ ความโดดเด่นของอุตสาหกรรมไทย แล้วก็ทางด้านการเกษตรของไทย ซึ่งท่านสมาชิกได้กรุณาชี้แจงเมื่อสักครู่นี้ แล้วก็สอบถาม ถึงเรื่องของสมุนไพร ก็คือท่าน พลเรือเอก ชาญชัย ที่ท่านได้กรุณาเสนอแนะในเรื่องของ สมุนไพรและเกษตรที่เปึนต้นทางของส่วนผสมอาหาร ผมคิดว่าตรงนี้เปึนเรื่องที่ตรงประเด็นที่สุด และประเทศไทยเปึนประเทศที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก ซึ่งจะเรียนให้ท่านสมาชิกได้ รับทราบนะครับว่าประเทศไทยกับประเทศอินโดนีเซีย ในอาเซียน ในเอเชีย และในกรอบ ทั้งหมดได้รับการยกย่องจากทางยุโรป ทางอเมริกา ให้ประเทศไทยเปึนเจ้าภาพในการจัดโชว์ ที่เรียกว่าฟูด อินกรีเดียนท์ เอเชีย (Food Ingredients Asia) ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษ อันนี้เปึนอันหนึ่งที่ประเทศไทยได้รับการคัดเลือก

และทุก ๆ ๒ ป้ ป้หนึ่งก็จัดที่ ประเทศอินโดนีเซียและอีกป้หนึ่งก็จัดที่ประเทศไทย แล้วประเทศไทยจะจัดก็คือวันที่ ๖ กันยายนที่จะถึงนี้ที่ไบเ ทค ซึ่งจะมีประมาณ ๖๐๐ กว่าบริษัทเข้ามาจาก ๔๐ ประเทศ เพราะเหตุว่าเขาเห็นว่าประเทศไทยมีสมุนไพร และมีผลิตภัณฑ์เกษตรค่อนข้างจะมากแล้วเข้ากับรู ปแบบของเอสเอ็มอี เพราะเหตุว่า แต่ละประเทศนั้นเขาก็มีหลักการในการที่นําเอาสมุนไพรมาทําสิ่งต่าง ๆ เฉพาะประเทศไทยเอง ไม่ว่าจะขิง ข่า ตะไคร้ กระชายแดง แตง ฟัก แฟง มะเดื่อ ทองกวาว เยอะแยะไปหมด ที่สามารถแปลงสภาพมาเปึนสินค้าผลิตภัณฑ์ยา ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเครื่องสําอำง และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ส่วนผสมอาหารทั้งหมดก็คงจะต้องเรียนให้ท่านสมาชิกได้รับทราบว่า ประเทศไทยได้รับเลือกให้เปึนศูนย์กลางทางเอเชียในด้านของอาหาร ผลิตภัณฑ์เกษตร และสมุนไพร อีกเรื่องหนึ่งที่ท่านได้กรุณาแนะนําก็คือว่าเห็นสมควรเพิ่มผู้แทนของ กระทรวงสาธารณสุข กระผมก็เห็นด้วยแล้วก็คงจะต้องมาหารือกันเพื่อที่จะเพิ่มเข้าไป ในคณะกรรมาธิการชุดนี้นะครับ ซึ่งก็เปึนประโยชน์อย่างยิ่งกับประเทศไทยทั้งหมด ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง 🔗

ท่านประธานยังมีอีกไหมคะ

(ไม่มีสมาชิกยกมือ)

ไม่มี ถ้าเผื่อไม่มีแล้วก็เปึนอันว่าที่ประชุมได้พิจารณารายงานแผนการดําเนินงาน วาระปฏิรูปที่ ๑๕ การสร้างสังคมผู้ประกอบการ (รอบ ๒) แล้วก็ได้พิจารณา ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจขนาดก ลางและขนาดย่อม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เรียบร้อยแล้วนะคะ ต่อไปดิฉันจะขอให้ที่ประชุมลงมติว่าท่านจะเห็นด้วยหรือไม่กับรายงาน ที่นําเสนอและเห็นชอบด้วยหรือไม่กับหลักการและเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติที่นําเสนอ ก่อนที่ดิฉันจะขอมติจะขออนุญาตตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะคะ

(นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

คงอยู่ พร้อมเพรียงแล้วนะคะ ยังมีคนวิ่งอยู่เลยคิดดูสิ ถ้าเผื่อว่าท่านอยู่แล้วขอท่านได้กรุณาใช้สิทธิ แสดงตนค่ะ ท่านเสียบบัตรและกดที่ช่องแสดงตนค่ะ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)

แสดงไม่ได้ใช่ไหมคะ ลองไปใช้ตรงช่องอื่นก็ได้ลองดู เจ้าหน้าที่ช่วยหน่อย ยังไม่ได้ป่ดค่ะ ได้แล้วนะคะ มีท่านผู้ใดที่ยังไม่ได้แสดงตนมีไหมคะ

(ไม่มีสมาชิกยกมือ)

ดิฉันป่ดนะคะ ส่งผลค่ะ จํานวนผู้เข้าประชุม ๑๗๕ ท่าน ครบเปึนองค์ประชุมนะคะ

ต่อไปดิฉันจะขอมติจากที่ประชุมว่าท่านจะเห็นด้วยกับรายงานของ คณะกรรมาธิการตามที่ได้นําเสนอหรือไม่ หากท่านเห็นด้วยจะได้ส่งรายงานพร้อมความเห็น และข้อเสนอแนะของสมาชิกไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไป

(นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

ขอท่านสมาชิกได้โปรดลงคะแนนค่ะ หากท่านผู้ใดเห็นด้วยท่านกรุณากดปุ์ม เห็นด้วย หากท่านผู้ใดไม่เห็นด้วยท่านกรุณากดปุ์ม ไม่เห็นด้วย หากท่านผู้ใดเห็นควรงดออกเสียง ท่านกรุณากดที่ปุ์ม งดออกเสียง ขอเชิญค่ะ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

มีท่านผู้ใดที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิลงคะแนนบ้างไหมคะ อาจารย์จุรีไม่มีบัตร เจ้าหน้าที่ช่วยหน่อย รอนิดหนึ่งนะคะ เรียบร้อยไหมอาจารย์จุรี เรียบร้อยนะคะ ดิฉันป่ดนะคะ ขอเชิญส่งผลค่ะ จํานวนผู้เข้าประชุม ๑๗๖ ท่าน เห็นด้วย ๑๗๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน

เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับรายงานที่นําเสนอของคณะกรรมาธิการ ในวาระปฏิรูปที่ ๑๕ การสร้างสังคม ผู้ประกอบการ (รอบ ๒) ซึ่งคณะกรรมาธิการ จะได้นํารายงานไปปรับปรุงก่อนที่จะได้ส่งรายงานพร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะ ของสมาชิกไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไปค่ะ

เนื่องจากคณะกรรมาธิการได้เสนอร่างพระราชบัญญัติมาพร้อมกับรายงาน ฉบับนี้ด้วย ต่อไปดิฉันจะขอมติจากที่ประชุมว่าท่านจะเห็นชอบด้วยกับหลักการและเหตุผล รวมทั้งสาระสําคัญของร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจขนาด กลางและขนาดย่อม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่คณะกรรมาธิการเสนอมาหรือไม่ ถ้าที่ประชุมเห็นชอบจะได้ส่ง ร่างพระราชบัญญัติพร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกให้กับคณะกรรมาธิการ เพื่อประกอบการพิจารณา และให้คณะกรรมาธิการพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๗ วัน นับแต่วันถัดจากวันที่สภามีมตินะคะ ถ้าที่ประชุมไม่เห็นชอบให้ถือว่าร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้เปึนอันตกไปค่ะ ดิฉันคงไม่ต้องนับองค์ประชุมนะคะเพราะว่าสมาชิกยังอยู่ครบ และดิฉันก็ไม่เห็นท่านผู้ใดได้เดินออกจากห้องประชุมนอกจากท่านนิมิตที่เพิ่งจะวิ่งเข้ามานี้ค่ะ

(นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียลงคะแนนนะคะ หากท่านผู้ใดเห็นชอบกับหลักการและ เหตุผลของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ท่านกรุณากดปุ์ม เห็นด้วย หากท่านผู้ใดไม่เห็นชอบ ท่านโปรดกรุณากดปุ์ม ไม่เห็นด้วย หากท่านผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงท่านโปรดกรุณากดปุ์ม งดออกเสียง ขอเชิญลงมติค่ะ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

ท่านผู้ใดที่ยังไม่ได้ลงคะแนนมีไหมคะ

(ไม่มีสมาชิกยกมือ)

ถ้าไม่มีป่ดนะคะ ขอส่งผลค่ะ จํานวนผู้เข้าประชุม ๑๗๖ ท่าน เห็นด้วย ๑๗๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนน ไม่มี

เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบด้วยในหลักการ เหตุผล และสาระหลักของ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งจะได้ส่งร่างพระราชบัญญัติพร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะ ของสมาชิกให้กับคณะกรรมาธิการเพื่อประกอบการพิจารณา และให้คณะกรรมาธิการ พิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๗ วันนับแต่วันถัดจากที่สภามีมติ แล้วก็สมาชิกที่ประสงค์จะยื่น คําขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ท่านสามารถกระทําได้นะคะ แล้วก็ให้ส่ง ข้อความเห็นในการขอแก้ไขเพิ่มเติมให้กับคณะกรรมาธิการภายใน ๓ วันนับแต่วันถัดจาก วันที่สภามีมติเช่นเดียวกันค่ะ เปึนอันจบการพิจารณารายงานวาระปฏิรูปที่ ๑๕ การสร้างสังคมผู้ประกอบการ (รอบ ๒) แล้วก็ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แล้วนะคะ คณะกรรมาธิการยังมีรายงานที่จะเสนอเพิ่ม เพราะฉะนั้นก็ยังไม่ต้องลงจากที่นั่งกรรมาธิการค่ะ

ต่อไปจะเปึนการพิจารณารายงานวาระปฏิรูปที่ ๑๔ การปฏิรูปภาคเกษตร (รอบ ๒) และร่างพระราชบัญญัติ จํานวน ๔ ฉบับ

๑. ร่างพระราชบัญญัติปาล์มและน้ํามันปาล์ม พ.ศ. ....

๒. ร่างพระราชบัญญัติมันสําปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสําปะหลัง พ.ศ. ....

๓. ร่างพระราชบัญญัติการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตเนื้อโค กระบือ พ.ศ. ....

๔. ร่างพระราชบัญญัติความปลอดภัยทางชีวภาพ พ.ศ. ....

ขอเชิญท่านกรรมาธิการอยู่ประจําที่ก่อนค่ะ แล้วก็ไม่ทราบว่าจะมีท่านใด ที่จะขึ้นมาเพิ่มเติมก็ขอเชิญได้เลยค่ะ ท่านสมาชิกคะ เมื่อตอนพิจารณาในวาระแรกนี่ ท่านกําลังอยู่ในระหว่างเที่ยงครึ่ง ท่านรับประทานอาหารนะคะ แต่ว่าตอนนี้ ท่านรับประทานแล้วค่ะ

เมื่อครู่นี้บังเอิญท่านประธานกรรมาธิการบอกว่ารู้สึกหงอยเหงา เสียใจมาก เพราะฉะนั้น ตอนนี้ท่านจะได้รู้สึกอุ่นหนาฝาคั่งขึ้นมานิดหนึ่ง ขอบคุณค่ะ จากการที่คณะกรรมาธิการ ได้นําความเห็น ข้อเสนอแนะของสมาชิกไปปรับปรุงรายงาน พร้อมได้จัดทําร่างพระราชบัญญัติ ที่เกี่ยวข้อง จํานวน ๔ ฉบับดังกล่าว นําเสนอเพื่อให้สภาปฏิรูปแห่งชาติพิจารณา และด้วยเหตุที่ร่างพระราชบัญญัติจํานวนทั้ง ๔ ฉบับนี้เปึนเรื่องที่มีความเกี่ยวเนื่องกัน ดังนั้นเพื่อประโยชน์ในการพิจารณา ดิฉันจะให้ประธานกรรมาธิการแถลงรายงาน เฉพาะส่วนที่ปรับปรุง แก้ไข และแถลงหลักการและเหตุผล ความจําเปึน รวมถึงสาระสําคัญ อย่างย่อในพระราชบัญญัติแต่ละฉบับจนครบทั้ง ๔ ฉบับ แล้วก็ให้สมาชิกอภิปรายรายงาน และอภิปรายร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๔ ฉบับไปในคราวเดียวกัน จากนั้นดิฉันจะขอให้ ที่ประชุมลงมติว่าท่านจะเห็นชอบด้วยหรือไม่กับรายงานและหลักการของร่างพระราชบัญญัติ ในแต่ละฉบับตามลําดับนะคะ

ด้วยในคราวประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ ครั้งที่ ๒๒ ประจําป้พุทธศักราช ๒๕๕๘ เมื่อวันพุธที่ ๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๘ ที่ประชุมได้พิจารณาและรับทราบ แนวทางการดําเนินการของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการ วาระปฏิรูปที่ ๑๔ การปฏิรูปภาคเกษตรแล้ว โดยให้คณะกรรมาธิการนําความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปเปึนแนวทาง ในการพัฒนารายงาน วิธีการ และกระบวนการปฏิรูป พร้อมทั้งแผนดําเนินการ เพื่อเสนอต่อ สภาปฏิรูปแห่งชาติพิจารณาอีกครั้งหนึ่งนั้น

บัดนี้ คณะกรรมาธิการได้ดําเนินการพิจารณำศึกษาและปรับปรุงรายงาน วาระปฏิรูปนี้เสร็จแล้ว พร้อมทั้งได้ดําเนินการยกร่างพระราชบัญญัติ จํานวน ๔ ฉบับ เรียบร้อยแล้ว จึงได้เสนอรายงานและร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว เพื่อให้ที่ประชุม สภาปฏิรูปแห่งชาติพิจารณาในวันนี้ท่านประธานกรรมาธิการพร้อมไหมคะ ถ้าพร้อมขอเชิญ ท่านประธานกรรมาธิการแถลงรายงาน พร้อมทั้งหลักการและเหตุผล รวมถึงสาระสําคัญ อย่างย่อในพระราชบัญญัติทั้ง ๔ ฉบับ เพื่อที่จะได้เปึนแนวทางในการพิจารณาค่ะ ขอเชิญค่ะ

นายเกริกไกร จีระแพทย์ ประธานกรรมาธิการ 🔗

ขอบพระคุณครับ ท่านประธานที่เคารพ ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๑ เมษายนเราได้เสนอเรื่องนี้เข้ามา แล้วก็ ได้รับฟังความคิดเห็น เราก็ได้นําไปทํางานต่อนะครับ ผลงานที่ออกมานั้นอาจจะเปึน

สิ่งที่หนาที่สุดในคณะกรรมาธิการหรือคณะอนุกรรมาธิการทุกคณะก็ว่าได้ แต่ไม่ต้องเปึนห่วง จริง ๆ แล้วมันมีเพียง ๒ ประเด็นใหญ่เท่านั้นเอง ๒ ประเด็นที่มาของการปฏิรูปภาคเกษตร ที่เราเสนอนั้นมาจากประเด็นที่ ๑ คือความสําคัญของเกษตรกรต่อเศรษฐกิจไทย และความทุกข์ยากของเกษตรกร ผมไม่ใช่นักการเมืองนะครับ เพราะฉะนั้นจึงไม่ได้พูดคํานี้ เพื่อหาเสียง หรือพูดเพื่อที่ จะเรียกร้องให้เกิดความสนใจ แล้วก็ไม่ต้องดัดจริตบอกว่า ผมรักประชาชน รักชาวนา แต่มันเปึนความจริงว่าเกษตรกรไม่ได้จนที่สุด ไม่ได้จนเสมอไป แต่คนที่เปึนเกษตรกรมักจะจน เกษตรกรสวนยางไม่จนหรอกครับ นั่งยิ้มอยู่นี่นะครับ แต่เกษตรกรส่วนใหญ่ที่อาศัยน้ําฝนนั้นจน เพราะว่าอาศัยธรรมชาติ ขึ้นอยู่กับราคาของโลก ซึ่งเปลี่ยนแปลง อย่างที่เราทราบราคาข้าวเปึนต้น แล้วก็ไม่มีช่องทางไปถึงตลาด ไม่มีเครื่องมือที่จะพัฒนาตนเอง อันนั้นคือที่มาของการที่จะไปปฏิรูปเรื่องของความเปึนอยู่ เกษตรกรให้ดีขึ้น อันที่ ๒ คือเรื่องของความท้าทายในโลกนี้ที่ มีต่อภาคเกษตรกรรม ของประเทศไทย เกษตรกรรมของประเทศไทยมีบทบาทในจีดีพีประมาณ ๑๒-๑๓ เปอร์เซ็นต์ ก่อนหน้านั้นเมื่อ ๓๐-๔๐ ป้ที่แล้ว ๘๕ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีไทย แล้วมันก็ค่อย ๆ หดลง จนกระทั่งป้ ๒๕๒๕-๒๕๒๗ นั้นเกษตรอุตสาหกรรมเริ่มก้าวล้ํานําหน้าเกษตรกรรมเปึนป้แรก

ขณะนี้เกษตรกรรมก็เหลือ ๑๒ ๑๓ ในตัว ๑๒ ๑๓ มันเองมันโตขึ้นเยอะนะครับ ตอนที่ผมพูดถึงป้ ๒๕๒๕ เราส่งออกข้าวประมาณ ๔-๕ ล้านตันเก่งแล้ว ส่งออกข้าวได้ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ตันตอนนั้นสะดุ้งจนเรือนไหว แต่เดี๋ยวนี้ ๑๐ ล้านตันยังเฉย ๆ สัดส่วนในจีดีพี น้อยลงแต่ตัวมันเองโตขึ้น หลายตัวตกจากพระเอกทอป เทน (Top ten) เดิมมีข้าว มันสําปะหลัง ยาง เดี๋ยวนี้มียางตัวเดียวอยู่ในอันดับ ๑๐ ของการส่งออกไทย แต่ว่าตัวมันเอง ก็โตขึ้น ประเด็นปัญหาก็คื อว่าเราจะทําอย่างไรจึงจะใช้ประโยชน์จากความสามารถ ทางเกษตรเราซึ่งมีมากกว่าข้าว ยาง มันสําปะหลัง มันจะไปถึงสมุนไพร อาหารทะเล เราเปึนอันดับหนึ่งของข้าว มันสําปะหลัง ยาง อ้อย น้ําตาล อยู่อันดับ ๒ ทอป เทนของเรา มีอีกหลายตัวครับ สับปะรดกระปิอง ผลไม้กระปิอง อาหารทะเลกระปิอง เปึนต้น อย่างนี้ เปึนเรื่องของเกษตร ทําอย่างไรถึงจะต่อยอดสิ่งเหล่านี้ให้เปึนประโยชน์ต่อประเทศไทย แล้วก็ ได้มูลค่าที่เพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นนี่เปึนความท้าทาย ๒ ประการ จากความเปึนอยู่เกษตรกร แล้วก็ความท้าทายที่มีต่อภาคเกษตรไทยอยู่ใน ๓ ประเด็น สิ่งที่ท้าทาย เกษตรไทยคือ ทําอย่างไรจึงจะให้แมนู แฟคเจอริง (Manufacturing) คือการผลิตนั้นเปึนไปตาม มาตรฐานสากลที่คนชื่นช มและไว้วางใจในเรื่องคุณภาพคือฟู ด สแตนดาร์ด (Food standard) ประเด็นที่ ๒ ก็คือความปลอดภัยของอาหารคือฟู ด เซฟตี (Food safety) แล้วต้องไปตอบสนองต่อสิ่งที่เกิดขึ้ นในโลกคือความเพียงพอด้านอาหารฟูด ซัฟฟ่เชียนซี (Food sufficiency) ซึ่งมันมีทั้งโอกาสแล้วก็เปึนทั้งปัญหา แล้วก็ไปถึงสิ่งที่คนนิยมพูดกัน ในขณะนี้คือซัสเทนอะบิลิตี (Sustainability) ของแอกกริคัลเจอร์ (Agriculture) หมายความว่า ถ้าเราทําเกษตรแล้วมันจะต้องทําให้เกิดเปึนมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่ไปทําลายสิ่งแวดล้อม ไม่ไปทําลายป์า ไม่ทําให้เกิดโลกร้อนเพิ่มขึ้น การใช้ปุิยต้องอยู่ในขอบเขตที่สามารถจะควบคุม และไม่ให้เกิดปัญหากับผู้บริโภคกับปัญหาสิ่งแวดล้อม เพราะฉะนั้นทั้งหมดมันเกิดขึ้นทําให้เห็น โอกาส ๒. ทําให้เห็นการแข่งขัน ๓. ทําให้เห็นเสียงเรียกร้องทางคุณภาพ เพราะฉะนั้นถ้าเรา ไม่ทําสิ่งเหล่านี้ให้เกิดขึ้น ให้เรามีความสามารถในการแข่งขันเราก็จะเสียโอกาส ไม่เพียงแต่ เสียรายได้นั้นเรายังเสียโอกาสที่จะพัฒนาประเทศโดยใช้เครื่องมือที่เราเคยเก่ง ๒ ตัวนี้ เกษตรกรจะอยู่อย่างไร แล้วก็เกษตรกรรมจะต้องปรับตัวอย่างไร นี่คือหัวใจที่จะคิดปฏิรูป ใน ๔ ช่องด้วยกันนะครับ ผมขอกลับมาที่เกษตรกรนิดหนึ่ง เราคิดถึงเกษตรกรใน ๒ เชิงว่า

เขาจะอยู่ได้อย่างไรกับ ๒. เขาจะมีความสามารถพัฒนาให้เก่งกล้าสามารถขึ้นมาได้อย่างไร ๒ ประเด็นนะครับ จะใช้กลไกอย่างไร แล้วไปคิดถึงเรื่องระบบ ๔ เรื่องด้วยกัน เกษตรกร ๒ เรื่อง คือ ความเปึนอยู่ ความยากจนกับสมรรถนะ อันที่ ๒ คือระบบเกษตรกรรมที่จะพบ กับความท้าทายและใช้ประโยชน์จากการพัฒนาเรื่องของฟูด ซีเคียวริตี (Food security) ฟูด ซัฟฟ่เชียนซี เอนเนอจีกับฟูด (Food) ในโลกนี้ ก็ดู ๒ ประเด็นแล้ว ประเด็นที่ ๓ ก็คือ ในเรื่องความเสี่ยงภัยของเกษตรกร เกษตรกรนั้นมีความเสี่ยงภัยโดยที่เขาต้องรับ ความหายนะไปเต็ม ๆ เลย แล้วก็เปึนปัญหาที่เรียกร้องรัฐต่อมาว่ำรัฐจะต้องช่วย ซึ่งรัฐจะ ไม่ช่วยไม่ได้ รัฐจะไม่ช่วยไม่ได้ แต่จะช่วยอย่างไรจึงจะไม่ทําให้เกษตรกรมีความอ่อนแอ ในระยะต่อไป เพราะนั่นเปึนที่มาของนโยบายประชานิยมที่ผิด ๆ ผมเน้นคําว่าผิด ๆ เพราะว่าประชานิยมไม่ได้ผิดเสมอไป แต่ประชานิยมที่ทําเกินกลไกตลาดไป เกินเลยไป ระยะยาวเกินไป โดยมีเงื่อนไขพัฒนาตนเองนั้นสร้างปัญหาให้เกิดขึ้นในอนาคต เหมือนกับ ที่ประเทศกรีซพบในขณะนี้

เพราะฉะนั้นเราจําเปึนจะต้องทําให้เขาแข็งแรงขึ้นเพื่อจะได้ไม่มีข้ออ้างในการใช้เงิน อย่างไม่รอบคอบ ประเด็นนี้ผมเรียนว่าเราได้คิดถึงเรื่องของการช่วยเหลือเกษตรกร ทางสวัสดิการ แล้วคิดถึงกฎหมายเรื่องรายได้และสวัสดิการของเกษตรกรขึ้น ขณะที่คิดอยู่นั้น ก็เชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาพูดนะครับ ปรากฏว่าท่านคิดเหมือนเรา ก็มีโอกาสได้นําความคิดมาเสร็จ แล้วก็มียกร่างกฎหมาย ปรากฏว่ากระบวนการของ สปช. ช้ากว่ากระบวนการของรัฐบาล เขาเสนอร่างกฎหมายเข้าไปที่ ครม. แล้ว เพราะฉะนั้น เราก็เลยไม่ต้ องมาเหนื่อยตรงนี้ แนวความคิดเหมือนกัน คือมีกรรมการแห่งชาติ เพื่อดูเรื่องเกี่ยวกับรายได้ของเกษตรกร แล้วก็มีกรรมการย่อยคณะหนึ่งเปึนระดับ ปลัดกระทรวง เพื่อดูเรื่องเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ในการที่จะให้การช่วยเหลือเกษตรกร ทางด้านสวัสดิการว่าควรจะเปึนเท่าไร เมื่อไร อย่างไร และมีเงื่อนเวลาจํากัดอย่างไร ตรงนี้ ผมเชื่อว่าเราสามารถสนับสนุนได้ ขอเรียกว่าตามน้ําก็แล้วกัน แต่ไม่ใช่ตามน้ําเอาของเขามา แต่เปึนแนวความคิดที่เกิดจากการหารือร่วมกัน แล้วก็อนุกรรมาธิการก็ได้ไปพบกับ ทางเจ้าหน้าที่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อสัก ๖-๗ สัปดาห์ที่แล้ว ปรากฏว่า กรอบปฏิรูปทุกอย่างนั้นเห็นในหลักการใหญ่เหมือนกันหมด ต่อไปเรื่องเกี่ยวกับ เรื่องฟูด เซฟตีทั้งหลายก็จะมีการเสนอว่ามาตรฐานควรจะมีอย่างไร เราจะปรับปรุงอย่างไรบ้าง ใครควรจะทําอย่างไร เดี๋ยวท่านประธานอนุกรรมาธิการจะพูดถึง สําหรับเรื่องประกันภัย ระบบเพื่อเสี่ยงภัยนั้น มีการร่วมมือกันระหว่างเศรษฐกิจมหภาคกับเศรษฐกิจคณะผม เพื่อทํา ร่าง พ.ร.บ. ประกันภัยพืชผลขึ้น ขณะนี้ผมคิดว่ากําลังจะรอเสนออยู่ ตรงนี้ก็ไม่มีให้ท่านดู ในวันนี้ แต่ว่ามันมีอยู่ในไพพ์ไลน์ (Pipeline) สําหรับเรื่องระบบ ท่านประธานอนุกรรมาธิการ ท่านได้ไปทําเยอะมากเลย ยุทธศาสตร์รายสาขามาเปึนปู๊งเลย มันจะเปึนส่วนหนึ่งของ รายงาน เราคิดว่าคงไม่ต้องเข้าไปถึงรายละเอียดว่าแต่ละอันควรจะเปึนอย่างไร เราควร อย่างไร ผมคิดว่าเปึนแนวความคิดข้อเสนอแนะของเราที่จะไปถึงรัฐบาล ทุกพืชที่เราเสนอ เปึนส่วนหนึ่งของรายงาน เราก็จะมีเรื่องเกี่ยวกับสหกรณ์ เรื่องของวิสาหกิจชุมชน เรื่องของ กลไกสํานักงาน เรื่องเกี่ยวกับมาตรฐานทั้งหลายทั้งปวง เรื่องบริหารจัดการ ก็เปึน ๔ ประเด็นหลัก ๔ กล่องใหญ่ที่เราจะปฏิรูป ท่านประธานครับ นี่คือหลักหัวใจของมัน ตอนนี้ ผมอยากจะขอให้ท่านประธานอนุกรรมาธิการได้เข้าไปในรายละเอียด แล้วก็เสนอหลักการ ของกฎหมายที่เราได้เสนอในวันนี้ ขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอเชิญค่ะ

นายอุทัย สอนหลักทรัพย์ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน กรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่าน ผมในฐานะประธานอนุกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อยากจะ กราบเรียนว่าภาคเกษตรของประเทศไทยมันมีปัญหามากมาย แล้วคนที่วุ่นที่สุดก็คือ เกษตรกร เดี๋ยวก็ม็อบ (Mob) เดี๋ยวก็มีปัญหามาโน่นมานี่อยู่เรื่อย ทําให้ทุกคนมองเรา อย่างเปึนบุคคลคนละชั้นกันแล้ว ฉะนั้นเราทําอย่างไรถึงจะให้เกษตรมีความมั่นคง มั่งคั่ง เราจะต้องปฏิรูปเพื่อทําอาชีพเกษตรให้เปึนเกษตรอุตสาหกรรมให้ได้

เพราะถ้าบอกว่าลูกชาวนา ลูกชาวสวนยาง คงไม่มีใครสนใจเท่าไร บอกว่าลูกเถ้าแก่โรงสี คนสนใจทันที ผมอยากจะกราบเรียนว่าเกษตรเราควรจะอยู่อย่างมีรายได้ที่ดี มีศักดิ์ศรี แล้วก็เปึนเกษตรกรที่มีสมรรถภาพที่ดี ตลอดจนให้มีการสร้างระบบการจัดสรรผลประโยชน์ อย่างเปึนธรรม ลดความเหลื่อมล้ํา เพิ่มสมรรถภาพในการเข้าถึงและวิเคราะห์ข้อมูล เพราะว่าการที่เราเข้ามาสู่เกษตรอุตสาหกรรมก็เพื่อเปึนการเพิ่มมูลค่า แล้วก็ทําในระบบ เศรษฐกิจพอเพียง เราต้องยึดปรัชญานี้ นั่นแหละครับถึงจะมีศักดิ์ศรีขึ้นมาทันที ผมอยากขอกราบเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านว่าการที่ทําเยอะ ๆ แล้วปู๊งใหญ่ ๆ ไม่ใช่อะไรหรอกครับ ผมก็บอกแล้วว่าเกษตรกรเขาเดือดร้อนกันทั้งประเทศ นี่ทําไม่หมดนะครับ เพราะเวลาเรามีจํากัด ถ้าไม่ทําอันโน้นก็ว่า ไม่ทําอันนี้ก็ว่า ผมเปึนคณะที่มีเกษตรกรมาพบ หรือเดินขบวนมาพบผมมากที่สุด ผมต้องกราบเรียนว่าเราจึงจําเปึนต้องทําทุกพืชที่เราจะ สามารถทําได้ในช่วงระยะเวลาอันจํากัด อย่างที่ท่านประธานกรรมาธิการได้พูดแล้วว่า การปฏิรูปดําเนินการแบ่งออกเปึน ๔ ด้าน คือด้านเกษตรกรซึ่งเปึนกำรสนับสนุน ทางด้านรายได้และช่วยเหลือสวัสดิการรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้เกษตรกรที่ทําอาชีพทางเกษตร สามารถยังชีพอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี แล้วก็สนับสนุนการพัฒนาทักษะต่าง ๆ ที่จะต้องใช้ ในการดํารงอาชีพเกษตร ต้องไขว่คว้าหาความรู้ เพราะเกษตรกรต้องเรียนท่านผู้มีเกียรติ ที่เคารพทุกท่าน จะบอกให้เราปลูกอะไรเราปลูกได้หมด แต่บอกให้ขายอะไรขายไม่เปึนเลย นี่คือความเสียเปรียบที่เห็นได้เด่นชัด ด้านการตลาดนี่สําคัญ เพราะว่ากระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ก็ผลิตเก่ง กระทรวงพาณิชย์ก็ขายเก่งแต่ไม่ค่อยมาขายให้เกษตรกรเท่าที่ควร เพราะว่าไปขายอย่างอื่นเสียหมด ขอต่อว่าสักนิดหนึ่งครับ ด้านระบบมุ่งที่จะให้ระบบที่ดี ช่วยเกษตรกร เช่น เราได้จัดทํา พ.ร.บ. เพื่อปกปัองเกษตรกร ต้องทํายุทธศาสตร์ต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือ หรือให้รัฐบาลมีทิศทางไปในทางเดียวกัน ไม่ใช่พอยุทธศาสตร์เราร่างไป ๕ ป้ ปรากฏว่ารัฐมนตรีเวลาเข้ามาเปลี่ยนยุทธศาสตร์ทุกที อย่างนี้เราไม่เห็นด้วย เราควรจะมี ยุทธศาสตร์ที่วางไว้แล้วก็ใช้กันทั้งประเทศ ถ้าด้านระบบมุ่งให้มีระบบที่ดีช่วยเกษตรกร เช่นด้านกลไกการบริหารจัดการ ซึ่งในด้านนี้เรามุ่งให้มียุทธศาสตร์รายสินค้าโดยมีการศึกษา และจัดทําข้อเสนอรายสินค้า อย่างที่ท่านประธานได้กล่าวไว้แล้วว่าผมไปทํามา ๑๑ รายสินค้า ยกตัวอย่างเช่น ข้าว ยางพารา ปาล์มน้ํามัน ปาล์มน้ํามันเราจัดทําร่างพระราชบัญญัติ ปาล์มน้ํามันไว้ด้วยนะครับ ข้าวโพด อ้อย มันสําปะหลัง มันสําปะหลังเราก็จัดทํา

พ.ร.บ. ไว้ด้วย โคเนื้อซึ่งเราก็มี พ.ร.บ. เช่นกัน และการศึกษาเฉพาะเรื่อง ประกอบไปด้วย เรื่องของสหกรณ์ อันนี้เราจะทํา พ.ร.บ. พอเห็นคนทํามากแล้วเราก็ให้คนอื่นเขาทําไป พืชจีเอ็ม (GM) ซึ่งในการศึกษามีการจัดทําร่างกฎหมายของพืชจีเอ็มด้วย เพราะว่า รอบ ๆ บ้านเราเขาปลูกกันหมดแล้วของเรายังไม่ได้ปลูกเราจะทําอย่างไรเพื่อพี่น้องเกษตรกร เกษตรอินทรีย์บ้านเราก็มีขยะเยอะมีอะไรเยอะต้องทําเกษตรอินทรีย์ลดต้นทุนการผลิต

ปุิยสั่งตัดส่วนมากปุิยเราก็มาใช้ปุิยที่ครอบจักรวาลเหมือนกับว่าใส่ลงไปแล้วไม่รู้ว่าดินเปึนอะไร ใส่ปุิยไปเรื่อย สูตร ๑๕-๑๕ ๒๐-๒๐ ทั้งที่ไม่มีเอ็นพีเค (NPK) อยู่แล้ว รวมทั้งสิ้นเราได้ทําถึง ๑๑ เรื่อง แล้วก็รวมทั้ง พ.ร.บ. อีก ๔ ฉบับ ด้านการบริหารความเสี่ยงของเกษตรกร เราได้ร่วมกับดอกเตอร์ธวัชชัย ยงกิตติกุล ด้านเศรษฐกิจ ๑ ในการทํารายงาน เรื่องประกันภัยพืชผลนะครับ ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องสําคัญเพราะต่อไปเราอาจจะต้อง พึ่งพาตนเองเราไม่จําเปึนจะต้องขอเขาบ่อย ๆ รัฐบาลก็ไม่ค่อยมีเงิน อย่างนั้นผมอยากจะ กราบเรียนถึงพระราชบัญญัติต่าง ๆ โดยเฉพาะร่างรายได้และสวัสดิการ อันนี้ท่านประธาน ก็บอกแล้วนะครับว่าร่างนี้ทางกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ได้จัดทําแล้ว แล้วก็ฝากมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์บอกว่าช่วยสนับสนุนด้วยเราก็ได้ให้การสนับสนุน เช่นกันเพราะมันเปึนประโยชน์ต่อเกษตรกรโดยแท้เรื่องสวัสดิการเพราะเราไม่ค่อยมีสวัสดิการ เหมือนกับแรงงานเขา เพื่อเปึนหลักประกันในการลดความเ หลื่อมล้ําเนื่องจากรายได้ และสวัสดิการของเกษตรกรกับอาชีพอื่น ๆ จึงจําเปึนจะต้องทํา พระราชบัญญัติ อย่างที่รัฐมนตรีว่าการได้ทําไว้แล้วนะครับ สาระสําคัญกําหนดให้มีคณะกรรมการสวัสดิการ เกษตรกร โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์เปึนประธาน มีกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิทั้งจากหน่วยงานและภาครัฐและเกษตรกร กําหนดมีคณะกรรมการกําหนด รายได้รายจ่ายแก่เกษตรกร โดยมีปลัดกระทรวงเกษตร และสหกรณ์เปึนประธาน และมีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิทั้งจากหน่วยงานภาครัฐ และให้มีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านกําหนด หลักเกณฑ์ของเกษตรกรที่ได้รับความช่วยเหลือ คือต้องขึ้นทะเบียนและขอความช่วยเหลือ และชําระค่าบํารุง การประชุมหารือร่วมกันระหว่างคณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตรกับ คณะกรรมาธิการปฏิรูปเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการนะครับ ที่เกี่ยวกับเรื่องการร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวนั้น ที่ประชุมมีมติเห็นควรสนับสนุน พระราชบัญญัติรายได้และสวัสดิการตามที่ผมได้กล่าวมาแล้ว การปฏิรูปโครงสร้างภาคเกษตร ทั้งระบบโดยเฉพาะระบบโครงสร้างพื้นฐานปัจจัยอํานวยความสะดวกในด้านเกษตรกรรม เพราะปัญหาโครงสร้างพื้นฐานเกษตรกรเข้าไม่ถึงแหล่งน้ําอย่างป้นี้เห็นชัดเลยนะครับ ชาวนาขาดน้ําไม่ได้ปลูกข้าวไม่รู้จะเอาอะไรมากินกัน ที่ดินขาดคุณภาพเพราะปลูกพืช ซ้ํา ๆ ซาก ๆ มาเปึน ๕๐ ป้แล้วก็ยังปลูกอยู่อย่างนั้นแหละก็เลยทําให้ดินเสื่อม ภัยธรรมชาติ หรือปัจจัยการผลิตราคาของแพงต้นทุนการผลิตสูงมากเพราะว่าสินค้าอย่างปุิย

อย่างยาฆ่าแมลงขึ้นทุกวัน ความจําเปึนที่จะต้องปฏิรูปมุ่งแก้ไขปัญหาระบบโครงสร้างพื้นฐาน และปัจจัยอํานวยความสะดวกเพื่อการพัฒนาระบบเกษตรกรรมที่ยั่งยืน โดยขอให้สภา ได้พิจารณาข้อเสนอให้คณะรัฐมนตรีมอบหมายคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจซึ่งมี ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีเปึนประธาน ที่จริงท่านก็ ไม่ค่อยมีเวลาหรอกครับ ท่านก็ให้ท่านรองแหละครับ รองนายกรัฐมนตรีเปึนประธานกัน ในการรับผิดชอบเพื่อบูรณาการกระบวนการปฏิรูปโครงสร้างภาคเกษตรทั้งระบบนะครับ ซึ่งมีข้อเสนอการปฏิรูปที่เกี่ยวข้องดังนี้

คือระบบชลประทานมีวัตถุประสงค์เปึนหลักในการนําน้ํามาจากแม่น้ําสายหลักต่าง ๆ รวมทั้ง แม่น้ําที่ไหลลงมาสู่ทะเลนั้นเราเข้าสู่พื้นที่เกษตร รวมถึงการจัดสรรงบประมาณและ การจัดระบบชลประทานในการลําเลียงน้ําเข้าไร่นา ที่ดิน เช่น ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของ ประชาชนในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์และให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วย การจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เพราะว่าที่เกษตรมันถูกรุกอยู่เรื่อย ๆ บางที่อาจจะรุกเข้ามา เพื่อทําอุตสาหกรรม น้ําท่วมอย่างบางจังหวัดที่เห็นชัด ฉะนั้นเราควรจะปกปัองที่เกษตรไว้ เพื่อให้เปึนครัวโลก การจัดหาปัจจัยการผลิต อาทิเช่นสนับสนุนจัดหาปัจจัยการผลิตที่สําคัญ ให้รวมตัวกันเพื่อส่ งเสริมการใช้เครื่องจักรกล แทนที่จะใช้แรงงานก็มาใช้เครื่องจักรกล อย่างต่างประเทศเขาไถนาทีเดียวเปึนหลาย ๆ ร้อยเอเคอร์ ของเรานามันก็นิด นิด นิด ไปเรื่อย ถ้าเรารวมกันแล้วเราทําลายหมดแล้ว เราไถทีเดียวจะลดต้นทุนไปเยอะ ให้ทํานา เปึนผืนเดียวกัน ยกตัวอย่าง ระบบโลจิสติกส์ เราควรจะส่งเสริมอาชีพการพัฒนา ระบบโลจิสติกส์ทางด้านสินค้าเกษตรเชี่อมโยงกับโลจิสติกส์ในโซ่อุปทานทั้งภาคการผลิตและ การค้า ไม่ใช่ว่าเราขนสินค้าเกษตรไปแต่วิ่งรถเปล่ากลับอย่างนี้ มันควรจะหาของอย่างอื่นมา โดยเฉพาะที่ทําอยู่ก็คือเอาข้าวมาจากจังหวัดร้อ ยเอ็ดอย่างนี้ ข้าวหอมมะลิ แล้วเราก็ขน อาหารทะเลไปให้ทางภาคอีสาน ยกตัวอย่าง ระบบการเงิน ในการจัดตั้งบริษัทเงินทุน เพื่อเกษตรกร เพื่อการเกษตร แล้วก็การเงินนั้นส่วนมากเกษตรกรเข้าไม่ค่อยถึงแหล่งเงิน เท่าที่ควร โดยเฉพาะเอสเอ็มอีที่พูด ๆ นี้เกษตรกรไม่ค่อยได้หรอกครั บ ฉะนั้นต่อไปนี้ ควรจะต้องหันไปดูระดับรากหญ้าที่จะมาช่วยเกื้อหนุนเขา การปฏิรูประบบข้อมูลดิจิทัล แอกกริคัลเจอร์ อีโคโนมี (Digital agriculture economy) เพื่อเตรียมข้อมูลให้มันตรงกัน เพราะว่าอย่างผมไปหาข้อมูลเรื่องข้าวอย่างนี้มันไม่ตรงกันเลย ข้อมูลแต่ละกระท รวง แต่ละกรมแต่ละกอง ต่างคนต่างคิด ต่างคนต่างทําไม่ตรงกันเลยไม่รู้ว่าจะเอาอะไรเปึนหลัก ความจําเปึนที่จะต้องปฏิรูปเพื่อมุ่งให้มีการผสมผสานระหว่างระบบข้อมูลและระบบสื่อสาร ระบบโทรคมนาคมเพื่อยกระดับความสามารถในการคาดการณ์ผลผลิตทางการเกษตร ได้อย่างแม่นยํา และขอให้สภาได้พิจารณาเสนอให้คณะรัฐมนตรีมอบหมายคณะกรรมการ ดิจิทัล (Digital) เพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อเปึนหน่วยงานที่รับผิดชอบและ บูรณาการในการปฏิรูปด้านระบบข้อมูลให้มันชัดเจนยิ่งกว่านี้ ไม่ใช่พอน้ําท่วมทีหนึ่ง จะช่วยเหลือเขาหาข้อมูลกันอยู่นั่นแหละ มันก็ไม่สําเร็จสักที แล้วก็พอป้ใหม่น้ําท่วมอีก

หรือฝนแล้งก็หาข้อมูลกันอีก ก็เลยไม่รู้จะเอาตัวเลขอะไรกันแน่ รายละเอียดในการปฏิรูป มีรายละเอียดข้อเสนอ การเชื่อมโยงข้อมูล อาทิเช่น เชื่อมโยงข้อมูลตลาดเข้ามาสู่ข้อมูล การผลิตโดยการบูรณาการฐานข้อมูลการผลิตกับศูนย์ข้อมูลเกษตรในส่วนการตลาดในเชิงลึก

การพัฒนาดิจิทัล สมาร์ท ฟาร์เมอร์ (Digital smart farmer) อาทิเช่น การพัฒนาเจ้าหน้าที่ ให้ปราดเปรื่องด้านดิจิทัล และโดยเฉพาะเกษตรกรผมกราบเรียนจะต้องให้เขารอบรู้ด้วย ในด้านข่าวสารข้อมูลให้ทําเปึนการวิจัยและการสร้างนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีการเกษตร โดยการนํารูปแบบการทําเกษตรกรรมคือให้แม่นยําสูง หรือเกษตรอัจฉริยะมาใช้ เพื่อลดความสูญเสีย การใช้ระบบข้อมูลในการบริหารความเสี่ยง อาทิเช่น ระบบการติดตาม และเตือนภัยล่วงหน้าในด้านการจัดการผลผลิต การใช้ข้อมูลในด้านการตรวจสอบย้อนกลับ ซึ่งเปึนหลักสําคัญในการดูแลเรื่องความปลอดภัยของสินค้า เช่น ถ้าทําผลิตภัณฑ์ยางนี่ ควรจะไปตรวจกลับมาว่าแหล่งกําเนิดมันอยู่ที่ไหน โค่นป์าสงวนหรือเปล่า ปลูกยาง ในป์าสงวนหรือเปล่า สิ่งเหล่านี้ต่างประเทศเขาถือในสินค้าเกษตร การปฏิรูประบบ ความปลอดภัยมาตรฐานสินค้า อันนี้สําคัญครับ เพราะส่วนมากสินค้าเกษตรพูดถึง ความปลอดภัยแล้วไม่ค่อยแน่นอนนัก บางทีเราปลูกผักปลอดสารพิษ อย่างดี แต่พ่อค้าเอาผักอื่นมาปนเข้าไปด้วยในเข่งเดียวกัน เช่นเอาข้าวมาจากจังหวัดร้อยเอ็ด ข้าวหอมมะลินี่เอาข้าวธรรมดาผสมเข้าไปเพื่อขาย ก็ทําให้เกษตรเสียหายหมด ดังนั้นมาตรฐานสินค้าผมว่าต้องทํากันอย่างจริงจัง สําหรับสินค้าเกษตรมีปัญหาเรื่อง มาตรฐานสินค้ามาก เพราะมันไม่ค่อยมีมาตรฐาน มีเพียงร้อยละ ๓ เท่านั้นที่ได้รับการรับรอง มาตรฐาน ส่วนใหญ่ก็เปึนสินค้าที่เกี่ยวข้องกับปศุสัตว์ ส่วนอย่างอื่นนั้นไม่ค่อยมีการรับรอง ก็เลยเกิดปัญหาว่าขายไม่ได้ อย่างทําสนามฟุตซอลอย่างนี้ต้องกลับไปถามว่าชุมชน รับรองไหม เมื่อไม่รับรองราชการก็ไม่ซื้อ ก็เลยขายไม่ได้อยู่ดี ที่จริงราชการควรจะต้อง มาทํามาตรฐานเหล่านี้ให้เกษตรกรที่เขาทําในวิสาหกิจชุมชน นอกจากนั้นข้อจํากัด ด้านบุคคลหรือห้องปฏิบัติการเครื่องมือต่าง ๆ ของหน่วยตรวจสอบ หรือออกใบรับรองไม่พอ เพราะขอไปทีหนึ่งหลายป้กว่าจะออกมาสักใบ แล้วยังขาดการบูรณาการการทํางาน คือพูดตามตรงต่างคนต่างทํา กระทรวงนี้ก็ทําอย่างหนึ่ง กระทรวงโน้นก็ทําอย่างหนึ่ง เลยไม่รู้ว่าใครทํากันแน่ ไม่ใช่แย่งกันทํา ต่างคนต่างเกี่ยงกันทํา นี่คือสิ่งที่ไม่บูรณำการ ความจําเปึนที่จะต้องปฏิรูป มุ่งเน้นการจัดการให้อาหารและสินค้าเกษตรที่นํา มาผลิต เปึนอาหารมีความปลอดภัย โดยกําหนดมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรจีเอพี (GAP) ตลอดทั้งห่วงโซ่ของการผลิตอาหารในระยะเร่งด่วน ผมอยากจะเรียนว่าเรื่องสินค้าเกษตร ที่ปลอดภัยนี่ผมเรียนแล้วว่าบางทีมันตรวจกันไม่ละเอียด โดยเฉพาะใช้ยาฆ่าแมลงวันนี้

พรุ่งนี้เอาไปขายแล้วผักหรือแตงโมอย่างนี้ฉีดเข้าไป ผมว่าพวกนี้ต้องตรวจเข้ม ต้องมีมาตรฐานจริง ๆ มุ่งส่งเสริมและสร้างแรงจูงใจให้กับเกษตรกรในการเข้าสู่ระบบ มาตรฐาน อันนี้ถือว่าสําคัญมากนะครับ เพราะว่าถ้าไม่มุ่งให้เข้ำสู่มาตรฐานนี่ต่างประเทศ เขาจะไม่ซื้อเรา

เราเองกินเข้าไปก็เปึนพิษเปึนภัย เพื่อให้หน่วยงานกํากับและตรวจสอบการผลิตสินค้าเกษตร ตลอดห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่ต้นน้ํา กลางน้ํา และปลายน้ํา เพื่อให้ประชาชนมีความตื่นตัว ในการเลือกสินค้าเกษตรเพื่อการบริโภคที่มีมาตรฐานนะครับ พอเรามีมาตรฐานแล้วสมมุติว่า โรงแรมบอกว่าโรงแรมนี้ใช้ผักปลอดสารพิษผมว่าคนก็จะไปที่โรงแรมนั้นมากในการท่องเที่ยว เพื่อให้มีการทบทวนและบทบาทการทํางานของคณะกรรมการอาหารแห่งชาติมุ่งให้เกิด การผลิตและบริโภคที่ยั่งยืนเปึนประเด็นความมั่นคงทางอาหาร เกษตรปลอดภัย และความยั่งยืนของสภาพแวดล้อม ปัจจุบันนี้ผมว่าเกษตรจะต้องเปึนมิตรกับสิ่งแวดล้อม ขอให้สภาได้พิจารณาเสนอให้คณะรั ฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายกรรมการอาหารแห่งชาติ ซึ่งเปึนหน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับมาตรฐานและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตร สําหรับใช้เปึนอาหารในภาพรวม ในการเปึนหน่วยงานที่รับผิดชอบเพื่อบูรณาการการปฏิรูป ผลิตภัณฑ์ด้านความปลอดภัยและมาตรฐานสินค้าเกษตรที่เปึนอาหาร การกําหนดมาตรฐาน โดยให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการสร้างระบบการตรวจรับรองและการตรวจสอบมาตรฐาน การออกใบรับรอง อาทิเช่น การส่งเสริมการออกใบรับรองมาตรฐานต่าง ๆ เช่น ใบรับรอง มาตรฐานคิว (Q) ทั้งนี้รัฐบาลจะต้องมีงบประมาณสนับสนุนค่าธรรมเนียมและใบรับรอง มาตรฐานและไม่ควรจะมีขั้นตอนมากนักมันยุ่งยาก บางทีเกษตรกรเขาก็ไม่ไปทํา การบูรณาการ อาทิเช่น ส่งเสริมการบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่มีภารกิจเกี่ยวกับการดูแล มาตรฐานสินค้าเกษตร เช่น คณะกรรมการอาหารแห่งชาติและหน่วยงานของกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงอุตสาหกรรม ต้องสอดคล้องกันครับ ไม่ใช่ต่างคนต่างทํา การปฏิรูปหน่วยงาน อาทิเช่นการจัดตั้งคณะทํางานเพื่อดําเนินงาน ทบทวนและปฏิรูปหน่วยงาน รวมทั้งกฎหมายที่เกี่ยวข้องการทบทวนบทบาทและกรรมการ อาหารแห่งชาติ เพราะเราจะเปึนครัวโลกแล้ว การประชาสัมพันธ์ต้องสร้างความตระหนักถึง ความสําคัญของประเด็นในเรื่องความปลอดภัยเปึนหลักเพราะเดี๋ยว นี้คนกลัวตายกันเยอะ ทั้งในกลุ่มผู้ประกอบการ เกษตรกร ผู้ส่งออกและผู้บริโภค การกําหนดมาตรฐาน ในด้านความยั่งยืนของสภาพแวดล้อมเพื่อรับรองผลกระทบและข้อเรียกร้องของผู้บริโภค และผู้นําเข้า รวมทั้งการพัฒนาตลาดตลอดห่วงโซ่คุณค่าเพื่อจัดกลุ่มเชื่อมโยงในแนวตั้ง และโดยเฉพาะถ้ากําหนดแหล่งกําเนิดสินค้าเกษตรด้วยจะดีมาก การกําหนดมาตรฐาน ในด้านความมั่นคงทางอาหารให้เน้นหลักกา รลงทุนในภาคเกษตรอย่างมีความรับผิดชอบ

เพื่อลดความสูญเสียของอาหาร ความสูญเปล่าของอาหาร การกําหนดแผนยุทธศาสตร์ เปัาหมายระยะยาวเกี่ยวกับสินค้าเกษตรรายสาขา ปัญหาสินค้าเกษตรมีปัญหามากมาย ทั้งราคา ความสามารถในการแข่งขัน มีข้อกําหนดในการนําสินค้าเกษตรมาแปรรูป ซึ่งเมื่อแปรรูปแล้วก็ขายไม่ได้ถ้าเกษตรกรทํา อย่างนั้นผมว่าจะต้องหันไปสู่เกษตรอุตสาหกรรม ให้ได้ เกษตรกรต้องพัฒนาไปอีกระบบหนึ่งเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเหล่านั้น ความจําเปึน จะต้องมีการปฏิรูปเรามุ่งแปรรู ปสินค้าเกษตรไปสู่อุตสาหกรรมโดยเปึนการเชื่อมโยงกัน ในระดับห่วงโซ่คุณค่า

หรือในรูปแบบคลัสเตอร์กับกลุ่มอุตสาหกรรม โดยขอให้สภาได้พิจารณาเสนอให้ คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะ สภาอุตสาหกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ แล้วก็จะนําสินค้านั้นมาเพิ่มมูลค่าเปึน อุตสาหกรรม ดีกว่าขายวัตถุดิบ กําหนดเปึนวาระแห่งชาติในการมาประยุกต์ใช้ในแนวทาง พัฒนาให้มีมิติ อาทิเช่น การตลาด เทคโนโลยี การผลิต และการเงิน การเพิ่มประสิทธิภาพ การผลิตและประสิทธิภาพโพรดักทิวิตี (Productivity) โดยเฉพาะในการใช้เทคโนโลยี และเครื่องจักรกลการเกษตรเพื่อทําให้ต้นทุนการผลิตต่ําและใช้แรงงานไม่มากนัก การจัดทํา ระบบข้อมูลสารสนเทศ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการสินค้าด้วยข้อมูลตลอดห่วงโซ่คุณค่า เราต้องบูรณาการกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างทําอย่างที่ผมได้กราบเรียนไว้แล้วแต่ต้น การกําหนด โซนนิง (Zoning) พื้นที่โดยพิจารณาปริมาณอุปสงค์เพื่อเทียบกับอุปทาน หรือดีมานด์ (Demand) ซัพพลาย (Supply) ซึ่งผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่า โซนนิงพูดกันมา ตั้งแต่ผมหนุ่มจนแก่แล้วก็ยังไม่เปึนโซนนิงสักที ก็อยากจะให้ทําให้ชัด เพราะว่าสินค้ามันล้น บางครั้งมันขายไม่ได้เลยสินค้าเกษตรมันล้นไป แล้วก็ไม่ไปแปรรูปเสีย การคัดเลือกชนิดพันธุ์ สําหรับเพาะปลูกเพื่อเพิ่มค วามสามารถในการเข้าถึงเมล็ดพันธุ์ เพราะว่าประเทศไทยเรา เหมาะมากนะครับที่จะทําเมล็ดพันธุ์แต่เราไม่ได้ค่อยคิดจะทําเมล็ดพันธุ์กัน เกษตรกรควรจะ รวมตัวกันทําเมล็ดพันธุ์เพื่อส่งให้ในอาเซียนก็ได้ในอนาคต การจัดตั้งกองทุนพัฒนาสินค้าเกษตร และเกษตรกรรายสาขา การเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ นโยบายการพัฒนาพลังงานทางเลือก ที่ชัดเจนและต่อเนื่อง อาทิเช่นกําหนดให้ผู้ผลิตไบโอดีเซลที่ซื้อวัตถุดิบจากเกษตรกร ได้รับการยกเว้นภาษีและการรับประกันการรับซื้อเอทานอลโดยบริษัทน้ํามันแห่งชาติ การให้กู้เงินดอกเบี้ยต่ําให้แก่เกษตรกรและผู้ผลิตเอทานอลเพื่อนําไปลงทุน

การเสนอร่างพระราชบัญญัติปาล์มและน้ํามันปาล์ม พ.ศ. .... ผมอยากให้ดู เอกสารตามร่างเอกสารแนบหมายเลข ๘ นะครับ ผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า ในเอกสารหมายเลข ๘ หน้า ๒ ข้อ ๗ พูดถึงปาล์มแล้ว ก็ตอนหลังมาพูดถึงอ้อย มันผิดนะครับ เอาปาล์มเปึนปาล์มนะครับ ไม่ใช่มาปลูกอ้อย อีกครั้งหนึ่งนะครับ ขอแก้ด้วยนะครับ ความจําเปึนต้องปฏิรูป มุ่งให้มีกลไกทางกฎหมายเพื่อให้เกิดความมั่นคง และจัดระบบคุ้มครองรักษาผลประโยชน์ของชาวสวนปาล์ม โดยขอให้สภาได้พิจารณา เห็นชอบในหลักการและเหตุผลของการร่างพระราชบัญญัติปาล์มและน้ํามันปาล์ม พ.ศ. ....

เพื่อมีมติเห็นชอบและเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และเปึน ตัวอย่างจากทางกรรมาธิการโดยสามารถนําไปพิจารณาทบทวนปรับปรุง ละแก้ไขต่อไป หลักการและเหตุผลของกฎหมาย เสนอให้กฎหมายว่าด้วยปาล์มและน้ํามันปาล์ม โดยมี ความจําเปึนที่จะต้องรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศและคุ้มครองรักษา ผลประโยชน์ของชาวสวนปาล์มในด้านการผลิตการจําหน่ายปาล์ม

สมควรจัดระบบ และควบคุมการผลิตและจําหน่ายปาล์มและน้ํามันปาล์ม สิ่งเหล่านี้ ผมว่าควรจะมีกฎหมายเพราะว่าบางทีเกษตรกรไม่ได้มีโอกาสพูดอะไร เมื่อออกเปึน พระราชบัญญัติแล้ว หรือเราก็สามารถที่จะพูดได้ สมมุติว่าราคาปาล์มขึ้น ๐๕.๕๐ บาท เราสั่งน้ํามันปาล์มเข้ามา ๕๐,๐๐๐ ตัน ลดเหลือไม่เกิน ๓ บาท ยกตัวอย่างอย่างนี้เปึนต้น สาระสําคัญกําหนดให้มีคณะกรรมการปาล์มน้ํามันและน้ํามันปาล์ม ซึ่งประกอบไปด้วย ผู้แทนจากกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยผู้ซึ่ง เปึนรัฐมนตรีแต่ละกระทรวงแต่งตั้ง และมีผู้แทนชาวสวนปาล์ม ผู้แทนโรงงานเข้ามา มีส่วนร่วม กําหนดให้มีคณะกรรมการปาล์มน้ํามันและน้ํามันปาล์มสังกัดกระทรวง อุตสาหกรรม กําหนดให้มีคณะกรรมการบริหารซึ่งประกอบไปด้วยผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้มีการจัดตั้งกองทุนปาล์มและ น้ํามันปาล์ม และให้มีคณะกรรมการบริหารกองทุนปาล์มและน้ํามันปาล์ม กําหนดให้มี คณะกรรมการปาล์ม กําหนดให้มีคณะกรรมการน้ํามันปาล์ม

การเสนอร่างพระราชบัญญัติมันสําปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสําปะหลัง พ.ศ. .... ซึ่งผมขอให้ดูตัวอย่างตามเอกสารแนบ ๙ ปัญหามันสําปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสําปะหลัง ของไทยไม่ได้รับการส่งเสริมหรือสนับสนุนเท่าที่ควร ความจําเปึนที่จะต้องปฏิรูปก็มุ่งที่จะให้ มีระบบในการส่งเสริมสนับสนุนมันสําปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสําปะหลังของคนไทย เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยขอให้สภาได้พิจารณาหลักการและเหตุผล ของการร่างพระราชบัญญัติมันสําปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสําปะหลัง พ.ศ. .... เพื่อมีมติ เห็นชอบ และเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และเปึน ตัวอย่างร่างของคณะกรรมาธิการ โดยสามารถนําไปพิจารณาและทบทวน ปรับปรุง แก้ไขได้ หลักการและเหตุผลของกฎหมาย เสนอให้มีกฎหมายว่าด้วยมันสําปะหลัง ผลิตภัณฑ์ มันสําปะหลังเพื่อการปฏิรูประบบการบริหารจัดการเกี่ยวกับมันสําปะหลัง การวิจัย และพัฒนา การรักษาศักยภาพระดับราคามันสําปะหลัง การดําเนินธุรกิจ การจัดสรร ผลประโยชน์อย่างเปึนธรรมและยั่งยืน สาระสําคัญกําหนดให้มีคณะกรรมการมันสําปะหลัง และผลิตภัณฑ์มันสําปะหลัง กําหนดให้มีสํานักงานคณะกรรมการกองทุนมันสําปะหลัง และผลิตภัณฑ์มันสําปะหลัง จัดตั้งกองทุนมันสําปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสําปะหลัง

การเสนอร่างพระราชบัญญัติการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตเนื้อโค กระบือ พ.ศ. .... ดูตามเอกสารหมายเลข ๑๐ ปัญหาการบูรณาการในการส่งเสริมการพัฒนา อุตสาหกรรมการผลิตเนื้อโคและกระบือ ความจําเปึนที่จะต้องปฏิรูปมุ่งให้มีองค์กรกลาง กํากับ ดูแล บูรณาการ ทํางานเกี่ยวข้องกับการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตเนื้อโค และกระบือ เพื่อขอให้สภาได้พิจารณาหลักการและเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติ การพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตเนื้อโค กระบือ พ.ศ. .... เพื่อมีมติเห็นชอบและสามารถ เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาในการส่งต่อสู่สภานิติบัญญัติ แห่งชาติต่อไป ซึ่งเปึนตัวอย่างร่างของคณะกรรมาธิการ สามารถนําไปพิจารณาทบทวน ปรับปรุง แก้ไขได้ หลักการและเหตุผลของกฎหมาย เนื่องด้วยอุตสาหกรรมเนื้อโค กระบือ มีความสําคัญต่อ เศรษฐกิจของประเทศ สมควรที่จะมีการจัดตั้งองค์กรกลางรับผิดชอบดูแล

และบริหารจัดการเกี่ยวกับอุตสาหกรรมผลิตเนื้อโคและกระบือของประเทศอย่างเปึนระบบ สามารถดําเนินการไปได้อย่างเปึนอิสระคล่องตัว ทําหน้าที่วิจัย ส่งเสริม และพัฒนาจึงจําเปึน จะต้องมีกฎหมายว่าด้วยอุตสาหกรรมการผลิตเนื้อโค สาระสําคัญ กําหนดให้มีการจัดตั้ง สํานักงานพัฒนาอุตสาหกรรมผลิตเนื้อโคและกระบือแห่งประเทศไทย เรียกย่อ ๆ ว่า สพอนท. ให้เปึนหน่วยงานหลักในการวางแผนและกําหนดนโยบายให้เปึนนิติบุคคล และเปึน หน่วยงานของรัฐที่ไม่เปึนส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ กําหนดให้จัดตั้งกองทุนพัฒนา อุตสาหกรรมการผลิตเนื้อโค กระบือ มีรายได้จากเงินที่รัฐบาลจ่ายให้เปึนทุนประเดิม เงินและทรัพย์สินที่ได้รับโอนจากกรมปศุสัตว์เฉพาะส่วนงานของการส่งเสริมพัฒนาโค กระบือ เงินงบประมาณที่รัฐจัดสรร กําหนดให้มีคณะกรรมการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิต เนื้อโค กระบือแห่งชาติ เรียกย่อ ๆ ว่า คพอนช. มีหน้าที่วางนโยบายและควบคุมการผลิต ดูแลกิจการทั่วไปของสํานักงาน

ต่อไปการเสนอร่างพระราชบัญญัติความปลอดภัยทางชีวภาพ พ.ศ. .... ดูตัวอย่างเอกสารแนบ ๑๑ นะครับ ปัญหาความไม่เข้าใจใน เรื่องเทคโนโลยีชีวภาพ มีความจําเปึนที่จะต้องมาปฏิรูปกัน แล้วก็มุ่งที่จะให้มีกฎหมายให้สอดคล้องกับการรับวิจัย พัฒนาทางด้านเทคโนโลยีชีวภาพที่ก้าวควบคู่ไปกับการควบคุมกํากับดูแลให้ถูกต้องเสียที โดยขอให้สภาได้พิจารณาพระราชบัญญัติความปลอดภัยทางชีวภาพเพื่อมีมติเห็นช อบ และเสนอต่อคณะรัฐมนตรี และเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติต่อไป แล้วก็เปึนตัวอย่างที่ เราร่างมานี้ก็สามารถจะปรับปรุงแก้ไขได้ เพราะว่าพระราชบัญญัติความปลอดภัย ทางชีวภาพ พ.ศ. .... มันมีหลายประเทศแล้วครับในป้ ๒๕๕๖ เกษตรกรมีปลูกกันมาก แล้วก็โดยเฉพาะหลายประเทศ มีถึง ๒๗ ประเทศที่เขาปลูกกัน แล้วรอบ ๆ บ้านเราก็ปลูกกัน ขณะนี้เรากินพืชจีเอ็มโอ (GMO) กากถั่วเหลืองเรากินอยู่ น้ํามันถั่วเหลือง สิ่งที่เราอยากให้ทํา ที่เรากินไม่ได้ เช่น ยางอย่างนี้ กล้วยไม้อย่างนี้ ฝัายอย่างนี้ เราน่าจะเอามาทําในสิ่งเหล่านี้ ประเทศฟ่ลิปป่นส์ ประเทศอินโดนีเซียเขาได้ทําแล้ว แล้วก็ที่ประเทศเวียดนาม ประเทศพม่า เขาทําหมดแล้ว อยู่ประเทศไทยยังไม่ได้ทํา แต่ว่าก็อยากจะให้รอบคอบในเรื่องนี้เพราะมัน ต้องละเอียดอ่อนพอสมควร เพราะว่าการใช้ประโยชน์ของสิ่งที่มีชีวิตดัดแปลงเปึนพันธุกรรม แล้วก็มีความปลอดภัยต่อสิ่งแวด ล้อม แล้วการบริโภคจําเปึนต้องมีกฎหมายเพื่อให้เกิด

ความสมดุลระหว่างความก้าวหน้าของการวิจัยและการควบคุมกํากับดูแล สาระสําคัญ กําหนดให้มีคณะกรรมการปลอดภัยทางชีวภาพ ประกอบไปด้วย ปลัดกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเ ปึนประธาน คณะกรรมการส่วนราชการต่าง ๆ โดยตําแหน่งจํานวน ๑๒ คน ควบคุมกิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งที่มีชีวิตดัดแปลงเปึนพันธุกรรม ในการควบคุมทั่วไป ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ คําแนะนําของคณะกรรมการ มีอํานาจและกําหนด สิ่งที่มีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมที่ห้ามผลิตหรือนําเข้า

ปัญหาต่อไปนะครับคือด้านของเกษตรกรและสหกรณ์ซึ่งมีปัญหามากในเรื่องของ พ.ร.บ. ซึ่งผมอยากจะเรียนว่าเราได้ทําที่จะแก้ไขแล้วก็จัดการให้ แล้วก็มุ่งปรับปรุงกลไกของสหกรณ์ เราช่วยเพื่อที่จะแก้ไขในการปฏิรูปกฎหมายที่บังคับใช้อยู่และให้ปรับปรุงเพิ่มเติมขึ้น ไม่ได้มุ่งเน้นในเรื่องการส่งเสริมกิจการร่วมของเกษตรกรโดยเฉพาะ ซึ่งสหกรณ์นั้นเราได้ พิจารณาเสนอให้รัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการร่วมพัฒนาสหกรณ์การเกษตรและวิสาหกิจ ชุมชนแห่งชาติ ซึ่งประกอบไปด้วยหน่วยงานทั้งภาครัฐ เช่น กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สํานักงานวัฒนธรรม แห่งชาติ สภาเกษตรกรแห่งชาติ สันนิบาตสหกรณ์แห่งชาติ และภาคเอกชน อาทิเช่น สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย หลังจากนั้นเราควรจะ แต่งตั้งคณะกรรมการร่วมพัฒนาสหกรณ์การเกษตรและวิสาหกิจชุมชนแห่งชาติแล้วควรจะ พิจารณาเสนอให้คณะรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายให้คณะกรรมการร่วมพัฒนาสหกรณ์ การเกษตรและวิสาหกิจชุมชนแห่งชาติเปึนหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบและ

ร่างพระราชบัญญัติสมาพันธ์สหกรณ์เพื่อเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. .... ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้ การตราร่างพระราชบัญญัติสมาพันธ์สหกรณ์เพื่อการเกษตร และวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. .... จะทําให้มีกฎหมายใหม่ที่เน้นเรื่องการรวมกลุ่มของเกษตรกร โดยเฉพาะการรวม ทั้งให้ความสําคัญเรื่องการส่งเสริมและพัฒนาบริหารจัดการรวมกลุ่มของ เกษตรกร นี่คือหมดเรื่องพระราชบัญญัติ ผมอยากจะนําเสนอเรื่องการดําเนินการศึกษา สินค้า ๑๑ สินค้าด้วยกัน แต่สั้น ๆ นะครับ เพราะว่าใช้เวลามาพอสมควรแล้ว เรื่องของข้าว ซึ่งเปึนปัญหามาก เราจะส่งเสริมตั้งศูนย์บ่มเพาะเกษตรกรให้เข้าร่วมโครงการเพื่อให้ความรู้ เกี่ยวกับพืชใหม่ หรือการทําฟาร์มปศุสัตว์ คือเรื่องของข้าวเราแก้ไขกันโดยที่เมื่อรัฐบาล ห้ามปลูกข้าวเพราะเปึนที่ดอนไม่มีน้ํา เราก็เชิญข้าวมา ๙ สถาบันเมื่อไม่นานมานี้ เมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ที่สภานี่เอามารวมเปึนหนึ่ง เพราะว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ได้มีนโยบายให้รวมข้าวให้เปึนหนึ่ง เหมือนกับยาง เราก็รวมให้แล้วก็นํา เสนอ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีไปแล้วว่าเราได้รวมไปแล้ว แล้วก็พอรวมอันนั้นเสร็จฝนมันตกลงมา เลยนะครับวันที่ ๑๖ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของข้าว เพิ่มมูลค่าส่งเสริมข้าว และทําข้าวเพื่อสุขภาพ การเพิ่มคุณค่าข้าวจะต้องเน้นการปลูกข้าวเปลือกซึ่งมีราคาสูง ซึ่งตลาดต้องตอบสนอง เช่น ข้าวอินทรีย์ ข้าวเพื่อสุขภาพ การจัดตั้งศูนย์ข้าว โรงสี ยุ้งฉาง

ที่ชุมชนในทุกอําเภอ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องมุ่งเน้นให้เกษตรกรมีการรวมตัว ถ้าต่างคนต่างทํานี่ค่าใช้จ่ายมันเยอะ ยุทธศาสตร์ส่งเสริมพัน ธุ์ข้าว เราพยายามที่จะทํา พันธุ์ข้าวที่มีพันธุ์ใหม่ ๆ เช่น ข้าวสังข์หยดอย่างนี้ ข้าวลืมผัวที่ จังหวัดเพชรบูรณ์อย่างนี้ ซึ่งคนนิยมมาก แต่สิ่งที่มีปัญหาก็คือว่าชอบปลอมปนกัน

อย่างข้าวหอมมะลิอย่างนี้ เอาอย่างอื่นใส่เข้าไปอีกเลยไม่หอมจริง นี่คือเรื่องข้าว ซึ่งเราได้ จัดตั้งสมาพันธ์ข้าวและชาวนาแห่งประเทศไทยไปเรียบร้อยแล้ว เรื่องของยางเราควรจะให้ ความรู้แก่พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง ซึ่งปัจจุบันนี้เราได้ผ่านพระราชบัญญัติยางมาแล้ว โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงลงพระปรมาภิไธย เมื่อวันที่ ๑๕ กรกฎาคม นี่เพิ่งได้มานะครับ ซึ่งมันเอื้อประโยชน์ต่อพี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะมาตรา ๑๘ สมัยก่อนที่ ผมร่างไปนี่มันได้เกษตรกรคนเดียว เผอิญยุบสภาเสียแล้วเราขอใหม่นี่ได้เกษตรกรเข้าไปเปึน ตัวแทน ๕ คนใน ๑๕ คน แล้วมาตรา ๔๙ เราจัดสรรเงินเซสส์ (CESS) ให้โค่นยาง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ให้มาทําอุตสาหกรรม ๓๕ เปอร์เซ็นต์ เพื่อจะพึ่งพาตนเอง นี่เรื่องของยาง ฉะนั้นการปฏิรูปยางนั้นเรารวบรวมเรียบร้อยแล้ว เท่ากับพระราชบัญญัติฉ บับนี้ปฏิรูป แล้วเมื่อกี้ พลเรือเอก ชาญชัยท่านพูดว่าเรื่องการปลูกสมุนไพร เราก็ได้สนับสนุนการปลูก สมุนไพรในสวนยางด้วยขณะนี้ อยู่ที่ตลาดจะรับซื้อเราหรือเปล่าเท่านั้นเองครับ เราหาตลาดอยู่ ยุทธศาสตร์การแปรรูปยางนี่สําคัญมากครับ เพราะว่าตอนนี้รัฐบาลบอกให้ทําสนามฟุตซอล สนามเด็กเล่น พื้นรองเท้า ขาโต๊ะ ขาเก้าอี้ แต่เกษตรกรทําไปแล้วขายไม่ค่อยได้ รัฐบาล ควรจะต้องหันมาดูแลในเรื่องสิ่งเหล่านี้ หาตลาด แล้วก็โดยเฉพาะพอไปขายให้สนามฟุตซอล ไปขายให้รัฐบาล ที่ภาคใต้เขาถามว่าไหนมาตรฐานล่ะ ฉะนั้นมาตรฐานสินค้าหรือ มอก. ชุมชนจะต้องเข้าไปจัดการในสิ่งเหล่านี้ ปาล์มน้ํามันครับ ส่งเสริมให้เกษตรกรมีความรู้เรื่อง เกี่ยวกับผลิตผลเชิงคุณภาพ ควบคุมใช้ปาล์มให้ได้มาตรฐาน การนํามาตรฐานเกี่ยวกับ ปาล์มน้ํามันและผลิตภัณฑ์มาบังคับใช้ มาตรฐานทะลายปาล์มน้ํามัน การปฏิบัติการสร้าง มาตรฐานลานเทที่ดี เพราะมันเถียงกันอยู่ระหว่างนี้ที่ลานเทเรื่องปาล์มในทะลาย จัดตั้งศูนย์ และต้นแบบผลิตภัณฑ์ปาล์ม และในพื้นที่ที่เหมาะสมในลักษณะครบวงจร หรือขยาย ศักยภาพศูนย์เดิมที่มีอยู่พร้อมข้อมูลข่าวสาร เครื่องมือ บุคลากร ส่งเสริมในด้านต่าง ๆ เช่น เกษตรกร สถาบัน และแรงงานใหม่ ๆ กําหนดให้มีกฎ ระเบียบ และกฎหมายยกระดับ ลานเท โดยมีหน่วยงานรัฐและองค์กรเกษตรกรควบคุมกํากับดูแล พร้อมทั้งให้มี การขออนุญาตจัดตั้งการขึ้นทะเบียนรวบรวมไว้ ซึ่งวันที่ ๑๑ ผมได้มีโอกาสพาคณะไปดู ปาล์มน้ํามันที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ก็ไปนั่งคุยกันมา ได้รายละเอียดมา

พืชต่อไปเปึนข้าวโพดครับ ส่งเสริมให้เกษตรกรเข้าถึงเมล็ดพันธุ์ทั่วไป และเมล็ดพันธุ์เทคโนชีวภาพที่ดี การส่งเสริมวิจัยเพื่อปลูกและให้ประโยชน์แบบไร้ของเสีย

ซีโร เวสต์ (Zero waste) การจัดตั้งไซโล ในเขตการผลิตและค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพื่อการจัดเก็บในระบบควบคุมคุณภาพและบริหารจัดการเชิงพาณิชย์ ให้สามารถเติบโตได้ ด้วยตนเองและไม่เปึนภาระต่อรัฐบาล ซึ่งข้าวโพดเลี้ยงสัตว์นี่มันไม่พอเพียงอยู่แล้ว ต้องไปสั่งต่างประเทศเข้ามา

มันสําปะหลัง โครงสร้างและสนับสนุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของชาวไร่ มันสําปะหลัง ซึ่งมีโครงการต้องการเงินกู้ไปปรับปรุงประสิทธิภาพและผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ เพื่อซื้อเครื่องจักรหรือการลงทุนอุปกรณ์ต่าง ๆ การส่งเสริม การแปรรูปมันเส้นคุณภาพ ในระดับครัวเรือน เปึนการแก้ปัญหาราคามันสําปะหลังที่ไม่แน่นอน ส่งผลกระทบต่อ ครัวเรือนของเกษตรกร การกําหนดประกาศรับซื้อหัวมันสําปะหลังขั้นต่ําเปึนความต้องการ ของเกษตรกรและโรงงานซึ่งต้องมีการออกกฎกระทรวงหรือมติ ครม. ในการประกาศรับซื้อ และจะต้องมีกระบวนการจัดค่าเปอร์เซ็นต์เชื้อแปังที่โปร่งใส เปึนธรรม การกําหนดนโยบาย พลังงานชีวภาพไบโอแก๊สจะต้องตั้งคณะทํางานร่วมกับการไฟฟัาฝ์ายผลิต แห่งประเทศไทย โดยบีโอไอจะต้องให้การสนับสนุนด้านสิทธิประโยชน์เพื่อส่งเสริมให้มีการลงทุน และลดการนําเข้าพลังงาน ซึ่งผมมีโอกา สพาคณะไปดูงาน เมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม ที่จังหวัดนครราชสีมา บริษัท สงวนวงษ์อุตสาหกรรม จํากัด ซึ่งใหญ่ที่สุดในเซาท์อีสต์ เอเชีย (Southeast Asia) เขาทําไฟฟัาขายให้กับรัฐด้วยครับ การกําหนดนโยบายเอทานอลแห่งชาติ โดยการเชื่อมโยงอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับมันสําปะหลังและอุตสาหกรรมน้ําตาล เพื่อให้เกิดการบูรณาการในเชิงนโยบายที่เกี่ยวกับเอทานอลชัดเจนยิ่งขึ้น อ้อย พืชอ้อยนี่เปึน การสนับสนุนเครื่องมือตัดอ้อย ชาวบ้านหรือเกษตรกรที่มีศักยภาพหรือเปึ นผู้ให้บริการ เครื่องมือการเกษตรโดยเฉพาะ ธ.ก.ส. ให้มีการใช้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ําซึ่งกําหนดเปึนพื้นที่ หรือตําบล จะทําให้เกษตรกรรายย่อยสามารถเข้าถึงเครื่องมือตัดอ้อยได้โดยไม่จําเปึนจะต้อง ลงทุนเอง ควรจะรวม ๆ กันใช้เปึนสหกรณ์หรือเปึนกลุ่ม การทบทวนระบบการแบ่งปัน ผลประโยชน์ โดยนําผลพลอยได้จากอ้อยมาเปึนส่วนในการคํานวณราคารับซื้ออ้อยจาก เกษตรกร เช่นการนําใบอ้อยหรือซากอ้อยไปทําปุิย การทําน้ําอ้อยและโมลาส (Molasses) ในการทําเอทานอล ซึ่งจะทําให้เกษตรกรได้รับผลประโยชน์มากขึ้น นโยบายการย้ายโรงงาน หีบอ้อยให้คํานึงถึงความสอดคล้องพื้นที่การเพาะปลูกอ้อยซึ่งมีเปลี่ยนแปลง ปัจจุบันทําไม่ได้ มันเปึนเรื่องยุ่งยาก เพราะว่าเราใช้ ๖๐ กิโลเมตรต่อโรงงาน ๑ โรง มันยากมากเพราะว่าอ้อย มันล้นต้องขนไปไกล การปรับเพิ่มเงินกองทุนอ้อยและน้ําตาลเพื่อเพิ่มเงินชดเชยให้เกษตรกร เกษตรกรชาวไร่อ้อยขายอ้อยได้ต่ํากว่าราคาต้นทุน การผลิต ถึงแม้จะได้รับการชดเชย แต่ก็ยังมีภาวะการขาดทุน ควรมีการกําหนดกฎเกณฑ์ราคาต้นทุนซึ่งเปึนที่พอใจของ เกษตรกรซึ่งราคาต้นทุนนี้กําหนดเปึนเกณฑ์ที่รัฐบาลจะชดเชยเงินส่วนต่างของการขาดทุน

เราได้พาคณะไปดูอ้อย เมื่อวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ที่บริษัท เคไอพี กรุ๊ป บริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จํากัด (มหาชน) ที่อําเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ เกษตรกรก็ร้องเรียนมาตามที่เราได้เรียนให้ทราบ การพัฒนาความรู้ให้เกษตรกรรายย่อย อย่างถูกวิธี มีประสิทธิภาพในการดําเนินการ อบรมเกษตรกร ให้ความรู้ในการจัดเลี้ยงโคเนื้อ กระบือ และกฎเกณฑ์ ระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

การจัดระบบตลาด การจําหน่ายโคเนื้อ กระบือให้เกิดความเปึนธรรม เกิดประสิทธิภาพสูง โดยพัฒนาตลาดโคเนื้อ กระบือ มีชีวิตให้มีระบบสืบย้อนกลับมา คือให้มีความสามารถทราบ แหล่งที่มาของโคเนื้อ กระบือ เพราะว่ามีโคเนื้อ กระบือเข้ามาทางชายแดนเยอะเปึนเนื้อเถื่อน การพัฒนาการแปรรูปเนื้อ รวมทั้งสรุปการทําตลาดเนื้อของประเทศ การบูรณาการ ระบบทะเบียนโค กระบือ ขอให้ร่วมกันเปึนระบบเดียวกันเพื่อใช้ระบบปัองกันกําจัดโรคสัตว์ โดยใช้ระบบควบคุมต้นทาง ปลายทางที่แจ้งย้ายด้วยการออนไลน์ (Online) ทางคอมพิวเตอร์พร้อมทั้งมีเอกสารกํากับ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความสะ ดวกและลดต้นทุน ในการซื้อขายโค กระบือระหว่างกลุ่มผู้ผลิต การจัดหาแหล่งเงินกู้ระยะยาวดอกเบี้ยต่ํา ให้สหกรณ์กลุ่มผู้เลี้ยงโคเนื้อ กระบือ เพื่อให้กู้ไปลงทุนในการเลี้ยงโค กระบือ นี่ก็ไปดูงาน เช่นกันครับเมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ที่ฟาร์มโคเนื้อที่บางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ของนายกสมาคมโคเนื้อแห่งประเทศไทย

สหกรณ์นะครับ สหกรณ์ควรจะจัดตั้งตลาดกลางสินค้าเกษตร จะต้องมี กําหนดเปึนนโยบายให้มีตลาดกลาง เกษตรชุมชนในทุกตําบลของประเทศ ศูนย์บริการ เบ็ดเสร็จสําหรับสหกรณ์เพื่อการแปรรูปสินค้าเกษตร ควรให้มีช่องพิเศษสําหรับ อํานวยความสะดวกในลักษณะศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ วัน สตอป เซอร์วิส เช่นการจดทะเบียนต่าง ๆ การบริหารงานของสหกรณ์ควรเปึนรูประบบคณะกรรมการร่วม ควรมีมติ ครม. ในการแต่งตั้งคณะกรรมการร่วมพัฒนาสหกรณ์การเกษตรประกอบไปด้วยหน่วยงานของรัฐ และเอกชน การสร้างความเชื่อมั่นและความโปร่งใสของสหกรณ์โดย ให้มีหน่วยงานดูแล ความโปร่งใสและการตรวจสอบสหกรณ์

พืชเทคโนชีวภาพและความปลอดภัย ขอให้พืชเทคโนชีวภาพเปึนพืช ทางเลือกของเกษตรกรในการปฏิรูปในครั้งนี้ ถ้าพืชใดยังไม่พร้อมก็ยังไม่ใช้ เราควรจะใช้ เฉพาะพืชที่ไม่ได้มาเปึนอาหาร โดยเฉพาะพืชเทคโนชีวภาพในการส่งออก เช่น กล้วยไม้ ยางพารา ฝัาย เพราะฉะนั้นเราควรจะเป่ดโอกาสให้เขาได้ทดลองขึ้นมาในภาคสนาม เพราะว่ามันจะแก้ไขปัญหาของคนยากจนได้ แต่ปัองกันการผูกขาด อย่างที่ผมเคยไปดูงาน ที่ประเทศฟ่ลิปป่นส์มา พืชเทคโนชีวภาพเขามีหลายบริษัท เข้ามาแข่งขันกัน แล้วรัฐบาล ก็ไม่ต้องมารับภาระเรื่องการที่จะมาช่วยเหลือ เขาช่วยตัวเองโดยบริษัทต่าง ๆ เขามาช่วยกัน พี่น้องเกษตรกรก็พอใจ เสนอให้มีนโยบายอย่างชัดเจนเกี่ยวกับวิจัยพัฒนาพืชเทคโนชีวภาพ

รวมทั้งการผลิตในเชิงการค้าเนื่องจากนโยบายที่ผ่านมาทําให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและมีส่วนได้ ส่วนเสีย ไม่มีความแน่ใจว่ารัฐบาลจะให้การสนับสนุนหรือไม่ ให้มีการจัดระเบียบและผลิตแบบ การร่วมกัน นั่นคือให้มีการผลิตร่วมกันได้ ปัจจุบันที่ประเทศไทยก็ได้มีหลายบริษัท บางบริษัทเข้ามาขายน้ําข้าวโพดที่มีจีเอ็มอยู่ด้วย อันนี้ก็ยังเป่ดโอกาสให้ขาย

เกษตรอินทรีย์ กําหนดนโยบายของเกษตรกรให้ประเทศไทยยกระดับ ก้าวไปสู่เปึนศูนย์กลางเกษตรอินทรีย์โลก

ซึ่งเราเองภูมิใจนักภูมิใจหนาว่าเปึนครัวโลก เพราะฉะนั้นครัวโลกจะต้องปราศจากสารพิษ ทั้งหลาย ใช้เกษตรอินทรีย์เข้าช่วย โครงสร้างการขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ของประเทศไทย ในรูปแบบคณะกรรมการพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ ต้องมีผู้แทนทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ หน่วยงานของรัฐ ผู้แทนภาคผลิตและแปรรูป ผู้จําหน่าย การส่งออก ผู้ใช้ ผู้บริโภค และผู้ทรงคุณวุฒิ โดยเฉพาะเกษตรกรที่มีประสบการณ์และเชี่ยวชาญ การจัดทํา แผนงบประมาณ และพัฒนาเกษตรอินทรีย์ให้อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ พัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ โดยหน่วยงานของกระทรวง ทบวง กรม ได้นําเสนอแผนงาน บูรณาการร่วมกัน การสร้างความรู้และความเข้าใจในกระบวนการผลิตเกษตรอินทรีย์ ตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การผลิต การแปรรูป การบรรจุ และการขนส่งอย่างครบวงจร ถ่ายทอดองค์ความรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างต้นแบบให้เห็นถึงประโยชน์ที่เกิดขึ้น

สินค้าสุดท้ายคือปุิยสั่งตัด กําหนดให้มีโครงการปฏิรูปการเพิ่มผลผลิต ในการใช้ปุิยเพื่อความยั่งยืน ปุิยสั่งตัด โดยการจัดโครงการพิเศษ มีรัฐมนตรีประจํา สํานักนายกรัฐมนตรีเปึนประธาน การดําเนินงานในการจัดตั้งคลินิกดิน ฝ๊กอบรมเกษตรกร แกนนํา ๓ ป้เพื่อให้ครบ คืออบรมไป ๓ ป้ให้ครบเลยเกษตรกรนี่ แล้วก็โอนภารกิจของ คลินิกดินให้ไปสู่องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น แล้วก็ใช้งบประมาณของท้องถิ่นสนับสนุน ในคลินิกดิน โดยเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยสั่งการทาง อบจ. ทุกจังหวัด ตั้งงบประมาณและอุดหนุน อบต. และเทศบาลตําบลเพื่อจัดตั้งคลินิกดิน ฝ๊กอบรมเกษตรกร แกนนําให้รู้เรื่องดิน และปุิยอย่างถูกต้องครบถ้วนทุกอําเภอ ทุกตําบล ทุกหมู่บ้าน การให้สินเชื่อเงินกู้ดอกเบี้ยต่ํา โดยเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสั่งให้ธนาคาร ปล่อยเงินกู้และชดเชยดอกเบี้ยให้ เพื่อให้คลินิกดินได้ใช้เงินทุนหมุนเวียนในการซื้อแม่ปุิย มาจําหน่าย กําหนดให้มีโครงการปุิยสั่งตัดสัก ๓ ป้เพื่อขยายการใช้เทคโนโลยีปุิยสั่งตัด ในพื้นที่ปลูกข้าว ๓๐ จังหวัด ข้าวโพด ๑๐ จังหวัด การใช้ปุิยวิเคราะห์ดินสําหรับ มันสําปะหลัง ๑๐ จังหวัด ยางพารา ๕ จังหวัด ปาล์มน้ํามัน ๕ จังหวัด โดยจัดงบประมาณ สนับสนุนเพื่อเปึนโครงการนําร่อง คือผมอยากจะกราบเรียนว่าปุิยสั่งตัดนี่ส่วนมากเราจะใช้ปุิย ซึ่งผสมสําเร็จมาจากบริษัท เช่น สูตร ๑๕-๑๕-๑๕ ๒๐-๒๐-๒๐ ที่จริงดินไม่ต้องการเลย บางตัวมีเค (K) อยู่แล้ว ไม่ต้องการเอ็น (N) กับพี (P) เคก็ใส่น้อยลง ฉะนั้นเราควรจะต้องทําปุิย สั่งตัดเพื่อให้ลดค่าใช้จ่ายลงประมาณ ๓๐-๔๐ เปอร์เซ็นต์ ด้วยการตรวจสอบดิน

ดังนั้นสิ่งที่ผมได้กล่าวมาทั้งหมดนี้เปึนเรื่องที่ผมขอความกรุณาท่านประธาน และเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ได้กรุณาได้พิจารณา ที่มันยาวไปนี่เพราะว่ามันมี ทั้งหมด ๑๕ เรื่องด้วยกัน ผมเองก็พยายามทําถึงที่สุดแล้ว พี่น้องเกษตรกรก็เรียกร้องว่าให้ทํา มากกว่านี้ ทําไม่ไหวแล้ว แล้วผมเองก็ได้ไปคลุกคลีกับเขา ได้ลงไปสู่พื้นที่ แล้วก็ลงไปช่วย วิเคราะห์กันตามที่ได้ขอมา ตามที่ผมได้กราบเรียนแล้ว ต่อไปนี้เราจะพึ่งพาตนเอง เราไม่จําเปึนต้องแบมือขอแบบประชานิยม เพราะฉะนั้นถ้าเราทําได้ตามที่ผมกราบเรียนแล้ว พี่น้องเกษตรกรก็จะอยู่ดีกิน ดี ไม่ต้องไป เดี๋ยวก็มาช่วยให้ข้าวเกวียนละ ๑๕,๐๐๐ บาท อย่างนี้ไม่ต้องแล้วต่อไปในอนาคต ผมก็ขอกราบขอบพระคุณมากครับ ท่านประธาน และสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติ ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณมากนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกได้ให้ความเห็นข้อเสนอแนะหรือซักถามเพิ่มเติม ท่านละไม่เกิน ๕ นาทีนะครับ ขณะนี้มีรายชื่ออยู่ ๔ ท่าน คุณรสนา โตสิตระกูล คุณเจริญศักดิ์ ศาลากิจ คุณสารี อ๋องสมหวัง รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ชิตพงศ์ เชิญคุณรสนา โตสิตระกูล ก่อนนะครับ

นางสาวรสนา โตสิตระกูล 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรสนา โตสิตระกูล สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ในส่วนของรายงานและร่างกฎหมาย ของคณะกรรมาธิการที่ได้นําเสนอ ดิฉันเห็นด้วยในส่วนที่ท่านได้พูดถึงเรื่องการที่จะพยายาม ทําให้เกษตรกรนั้นพึ่งพาตัวเองได้ ส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ เราจะมีครัวโลกอาหารต้องไม่มี สารพิษอันนี้เห็นด้วยนะคะกา รพึ่งตัวเอง แต่ดิฉันคิดว่าร่างสุดท้ายของท่านที่ว่าด้วย พระราชบัญญัติความปลอดภัยทางชีวภาพน่าจะเปึนสิ่งที่ขัดแย้งกับเจตจํานงของ คณะกรรมาธิการนะคะ และดิฉันคิดว่าในเรื่องของจีเอ็มโอนั้นยังเปึนเรื่องที่มี ความละเอียดอ่อนและมีความซับซ้อน การที่คณะกรรมาธิการได้ยกร่า ง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ดิฉันเองทราบมาว่าไม่ได้มีการผ่านคณะกรรมำธิการทั้งหมดหรือเปล่าอันนี้ขอตั้งเปึนคําถามนะคะ แต่ถ้าหากว่ามีการผ่านคณะกรรมาธิการแล้วก็ตามดิฉันขอแสดงความไม่เห็นด้วยกับ ร่างกฎหมายฉบับนี้แล้วอยากให้ท่านถอนออกไป เพราะว่าปัญหาในเรื่องของร่างกฎหมาย ฉบับนี้จะขัดแย้งกับเจตนารมณ์ของคณะกรรมาธิการของท่าน เพราะว่าในเรื่องเกี่ยวกับ พืชจีเอ็มโอนั้นไม่ได้ทําให้เกษตรกรพึ่งพาตัวเองได้ มันจะกลายเปึนกฎหมายที่สนับสนุน บรรดาบริษัทข้ามชาติที่ผูกขาดเรื่องเมล็ดพันธุ์ เพราะว่าไปดูได้เลยเมล็ดพันธุ์จีเอ็มโอนั้น เปึนหมันหมด แล้วนี่ยังไม่ต้องพูดถึงการทดลองซึ่งจะส่งผลในการปนเปุ๋อนต่อสิ่งแวดล้อม และรวมไปถึงการปนเปุ๋อนในเรื่องของอาหาร เวลานี้ยังมีการถกเถียงกันไม่สิ้นสุดว่า มันมีความปลอดภัยหรือไม่ปลอดภัย เพราะว่าในส่วนของประชาคมวิทยาศาสตร์นั้นต้องบอกว่า ไม่เคยมีคอนเซนซัส (Consensus) หรือฉันทามติว่าพืชจีเอ็มโอนั้นเปึนพืชที่ปลอดภัย และถ้าดูที่ท่านบอกว่ามีความนิยมชมชอบมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็ไม่เปึนความจริงนะคะ

ในประเทศยุโรปเขาปฏิเสธพืชจีเอ็มโอ และถ้าเราส่งเสริมเรื่องจีเอ็มโอมันจะมากระทบกับพืช อินทรีย์ต่าง ๆ ซึ่งเปึนจุดแข็งของประเทศไทย ถ้าเราดูในเรื่องตัวเลขในป้ ๒๕๓๙ ถึงป้ ๒๕๕๓ ประเทศฝรั่งเศสความนิยมในพืชจีเอ็มโอเมื่อป้ ๒๕๓๙ คือ ๔๓ เปอร์เซ็นต์ ปัจจุบันคือ ป้ ๒๕๕๓ ลดลงเหลือ ๑๖ เปอร์เซ็นต์ ประเทศสเปนเคยนิยมชมชอบจีเอ็มโอ ๖๖ เปอร์เซ็นต์ ปัจจุบันลดลงเหลือ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วต้องบอกว่าชาวอเมริกันมากกว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ที่รณรงค์ว่าถ้าจะมีพืชจีเอ็มโอจะต้องมีการติดฉลากอาหาร ซึ่งบริษัทใหญ่อย่างมอนซานโต้ เคยคัดค้าน แต่ในที่สุดไม่สามารถทานได้เวลานี้ต้องติดฉลากใ นเรื่องของพืชจีเอ็มโอ แล้วต้องบอกว่าในส่วนของผลกระทบในเรื่องของพืชจีเอ็มโอนั้นเปึนส่วนที่ยังมีความรู้ที่ น้อยมาก เพราะว่าในการทดลองอะไรก็ตามที่เราคิดว่ามีความปลอดภัยนั้นเขาต้องมีการ ทดลองอย่างน้อยครึ่งชีวิตของมนุษย์เรา เช่นถ้าหากว่าอายุเฉลี่ยของมนุษย์เราสมมุติว่า ๖๐ ป้คุณต้องทดลอง ๓๐ ป้คุณถึงจะรู้ว่าพืชนั้นมีความปลอดภัยหรือไม่ และในกระบวนการ ตัดต่อยีน (Gene)และพันธุกรรมนั้นเขาใช้ไวรัส และใช้แบคทีเรียเปึนตัวมาร์กเกอร์ (Marker) เพื่อที่จะแสดงว่าการตัดต่อพันธุกรรมนั้นประสบความสําเร็จ เพราะฉะนั้นการปนเปุ๋อนไม่ว่า จะเปึนเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรียนั้นมันจะสามารถปนเปุ๋อนเข้ามาอยู่ในร่างกายของเรา แล้วรวมไปถึงผลกระทบต่อสภาพทางสิ่งแวดล้อมด้วย

เพราะฉะนั้นดิฉันเองคิดว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่มีความสําคัญมาก ดับบลิวเอชโอ (WHO) เอง เคยผิดพลาดมาในกรณีการใช้ดีดีทีแล้วก็มาพบว่ามันไม่ปลอดภัย ปัจจุบันนี้เลิกใช้ไปแล้วดีดีที หรืออย่างยาทาลิโดไมด์ซึ่งเปึนยาแก้แพ้ท้องของผู้หญิงซึ่งคิดว่าปลอดภัยที่สุด ในที่สุดก็พบว่า เด็กที่คลอดออกมาจากแม่ที่ใช้ยาทาลิโดไมด์นี่แขนกุด ขากุดทั้งหลายจนเวลานี้ต้องเลิกใช้ เพราะฉะนั้นพืชจีเอ็มโอนั้นถ้าหากว่าเราบอกว่าเรายังไม่แน่ใจเรื่องความปลอดภัยนั้น นี่มันต้องเลือ กหลักปลอดภัยไว้ก่อน แล้วที่จริงแล้วในมติ ครม. เมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ ก็มีเงื่อนไขควบคุมการทดลองพืชจีเอ็มโอในภาคสนาม ก็คือว่าถ้าคุณจะมีการทดลอง ภาคสนามนั้นจะต้องมีรายงานผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ แล้วจะต้องทดลอง ในสถานที่ราชการเท่านั้น แล้วต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ รวมในแง่ที่ว่า ถ้าในการที่จะอนุมัติในการทดลองนั้นต้องเปึนอนุมัติการทดลองเปึนรายกรณี แต่ปรากฏว่า ร่างกฎหมายที่ท่านยกร่างขึ้นมานั้นมันจะเปึนการเป่ดพื้นที่ที่จะให้มีการทดลองแบบเสรี ซึ่งดิฉันคิดว่าเปึนเรื่องที่อันตราย แล้วก็อยากขอให้ท่านทบทวนพิจารณาในเรื่องนี้ แล้วกฎหมายฉบับนี้นั้นต้องบอกว่ามันขัดต่อหลักสากลในพิธีสารว่าด้วยความปลอดภัย ทางชีวภาพ แล้วรวมไปถึงเรื่องพิธีสารเสริมนาโงยา-กัวลาลัมเปอร์ ที่ว่าด้วยเรื่องความรับผิด และการชดใช้ความเสียหาย เนื่องจากว่าในเรื่องความเสียหายนั้นต้องครอบคลุมไปถึง ผลกระทบต่อสังคมเศรษฐกิจโดยรวมด้วย แต่ปรากฏว่าคนที่จะมาร้องเรียนได้จะต้องใช้ หลักฐานทางวิทยาศาสตร์มา ในขณะที่หลักฐานทางวิทยาศาสตร์เวลานี้เขายังเถียงกันอยู่เลย ว่าปลอดภัยหรือไม่ปลอดภัย เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าสิ่งที่ท่านยกร่างกฎหมายฉบับ นี้มา มันเปึนกฎหมายที่มีความละเอียดอ่อนแล้วเปึนประเด็นที่ยังมีการถกเถียงกัน ในสังคม อย่างมาก ดิฉันใคร่ขอความกรุณาท่านประธานกรรมาธิการและกรรมาธิการขอให้ถอนร่าง อันนี้ออกไปแล้วพิจารณาใหม่เสียเถอะ อย่าไปทําร่างอันนี้ออกมาเลยเพราะร่างอันนี้จะไม่ได้ เปึนประโยชน์กับประชาชน แต่จะเปึนประโยชน์กับบริษัทเมล็ดพันธุ์พืชข้ามชาติมากกว่า ก็ขอกราบเรียนว่าดิฉันไม่เห็นด้วย แล้วก็ขอกราบเรียนถึงเพื่อนสมาชิกว่าถ้าหากกรรมาธิการ ไม่ถอนร่างนี้ออกไปนี่คณะเราไม่ควรจะยอมรับร่างนี้ เพราะว่ามันจะทําลายชื่อเสียงของ สปช. ว่ามันไม่ใช่เรื่องของการปฏิรูป แต่จะเปึนเรื่องที่มีอันตรายแล้วก็จะได้รับการต่อต้าน อย่างมาก กราบขอบพระคุณค่ะ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญคุณเจริญศักดิ์ ศาลากิจ ครับ

นายเจริญศักดิ์ ศาลากิจ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปที่เคารพ และเพื่อนสมาชิกผู้มีเกียรติทุกท่าน ผม เจริญศักดิ์ ศาลากิจ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๔๗ ก็คงจะมีประเด็นที่จะขออนุญาตกราบเรียนเท้าความไปถึงเมื่อวันจันทร์ที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๗ ผมได้ให้ข้อเสนอแนะด้านการปฏิรูปด้านการเกษตรเอาไว้ใน ๒-๓ ประเด็น สําคัญ ประเด็นแรกที่ผมเสนอไว้ในวันนั้นก็คือเรื่องของการปรับโครงสร้างหน่วยงานที่ดูแล การผลิตทางการเกษตรของประเทศ นี่ประเด็นที่ ๑ ประเด็นที่ ๒ ก็คือขอเสนอปรับปรุง เครื่องมือทางกฎหมายที่จะมาใช้ในการดูแลผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของประเทศ แล้วก็ได้ กล่าวถึงการใช้โมเดลของพระราชบัญญัติอ้อยและน้ําตาลเปึนโมเดลของการปรับปรุง ประเด็นที่อยากจะอภิปรายในวันนี้ก็คือเปึนประเด็นเรื่องชื่อของคณะกรรมาธิการสักนิดหนึ่งก่อน เพื่อให้เราเห็นและทําความเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้ได้ตั้งชื่ออย่างดีมากเลย เปึนการพูดถึงเกษตร สินค้าเกษตรเปึนสินค้าเกษตรกรรมปฐมภูมิของการผลิตของมนุษย์เลยนะครับ เกษตรกรรม แล้วก็นํามาสร้างอุตสาหกรรม แล้วก็มาสร้างพาณิชยกรรม การท่องเที่ยวและบริการ คล้องจองกันหมดทุกประเด็นเลยในประเด็นพวกนี้ ซึ่งในประเด็นพวกนี้ถ้าเรามองให้ชัดเจน ประเด็นหนึ่งก็คือว่าเราต้องมองประวัติศาสตร์สักนิดหนึ่ง ประวัติศาสตร์ก็คือประวัติศาสตร์ทาง ชีววิทยาหรือประวัติศาสตร์ของมนุษย์โลก เรื่องจีเอ็มโอนี่เดี๋ยวผมจะขออนุญาตพูดไว้ ตอนท้ายสักหน่อย แต่ว่าขออนุญาตไปเรื่องประเด็นสําคัญ ๆ ก่อนก็คือเรื่องขอ ง ประวัติศาสตร์ของประเทศเรา ประเทศเรานี้การปฏิรูปประเทศครั้งสําคัญก็เกิดขึ้นในสมัย รัชกาลที่ ๕

แล้วก็พระองค์ท่านได้ส่งบุตรของท่านองค์หนึ่งไปเรียนที่ประเทศอังกฤษ คือพระองค์เจ้าเพ็ญ พระองค์เจ้าเพ็ญก็สําเร็จวิชาการเกษตรจากประเทศอังกฤษมา แล้วก็พระองค์ท่านก็เปึน เจ้ากรมช่างหม่อนไหมคนแรก ช่วงที่พระองค์ท่านได้กลับมาประเทศแล้วก็จะมาปฏิรูป ระบบเกษตรกรรมก็เผชิญความท้าทายอย่างหนึ่งที่บอกว่าจะมาสอนชาวนาให้ปลูกข้าวหรือ ซึ่งก็เปึนเรื่องที่พระองค์ท่านก็ใช้ความมานะอดทนในการเสนอข้อความที่สําคัญในการปฏิรูป ระบบเกษตร คือให้มีโครงสร้างของการปฏิรูประบบเกษตรในเรื่องของฟาร์มมิง เซกเตอร์ (Farming sector) แล้วก็นอ น ฟาร์มมิง เซกเตอร์ (Non-farming sector) ผมคงจะ ขยายความแบบกระชับสักนิดหนึ่งว่าในฟาร์มมิง เซกเตอร์ เราจะพูดถึงปัจจัยการผลิต ก็คือที่ดิน คน การจัดการ เงินอะไรต่าง ๆ เปึนฟาร์มมิง เซกเตอร์ โรงเรือนอะไรต่าง ๆ แต่นอน ฟาร์มมิง เซกเตอร์ก็คือเปึนหน้าที่ของรัฐที่จ ะต้องไปดูแล เช่น การจัดถนน อํานวยความสะดวก โรงเรียน น้ํา ไฟต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งสร้างหน่วยในการพิสูจน์โรคเข้าไป ในการดูแล ทําไมต้องเปึนอย่างนั้นครับ เพราะงานเกษตรกรรมนี่มันเปึนงานในเชิง วิทยาศาสตร์ เพราะฉะนั้นงานเชิงวิทยาศาสตร์มันจะต้องใช้เทคโนโลยีความรู้ความสามารถ เข้าไป ซึ่งจีเอ็มโอก็เหมือนกันนะครับ ขออนุญาตผ่านไปก่อน ประเด็นต่อมาก็คือที่พูดถึง เรื่องโครงสร้างของหน่วยงานที่ดูแลการผลิตมันจะต้องเปึนสายธารจากเกษตร ไปอุตสาหกรรม ไปพาณิชยกรรม ไปการท่องเที่ยวและบริการ มันจะต้องอินทิ เกรต (Integrate) เข้ามาด้วยกัน ซึ่งจะทําให้การพัฒนาสินค้าปฐมภูมิมันสร้างมูลค่าเพิ่มไปได้ เหตุที่สินค้าเกษตรมีการสร้างมูลค่าเพิ่มจะต้องมีจุดสําคัญก็คือการแบ่งปันมูลค่าเพิ่ม ทางเศรษฐกิจอย่างเปึนธรรม การแบ่งปันมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจอย่างเปึนธรรมจึงต้องมี รูปแบบคณะกรรมการขึ้นมาดูแลสินค้าเกษตรในแต่ ละประเภท ซึ่งการดูแลสินค้าเกษตร ในแต่ละประเภทจะต้องมีโครงสร้างของคณะกรรมาธิการที่มีลักษณะที่ทํางานได้ เช่นรูปแบบของอ้อยและน้ําตาล ซึ่งอ้อยและน้ําตาลนั้นหมายความว่ามีส่วนของผู้ผลิต ก็คือชาวไร่อ้อย มีส่วนของโรงงาน มีส่วนของรัฐ แล้วเขาเอามารวมกัน เสร็จแล้วก็มาเลือก ประธาน ซึ่งรูปแบบนี้ก็จะเห็นอยู่ในส่วนของพระราชบัญญัติอ้อย น้ําตาล พระราชบัญญัติ ปาล์มและน้ํามันปาล์มเท่านั้น ส่วนกรณีของมันสําปะหลัง ผลิตภัณฑ์มันสําปะหลังท่านไม่มี รูปแบบนี้ ขณะเดียวกันกรณีของอุตสาหกรรมเนื้อโค ท่านไปอีกรูปแบบหนึ่งเลยครับ ซึ่งผมค่อนข้างจะไม่ค่อยเห็นด้วยในเรื่องของโครงสร้างของคณะกรรมาธิการ ทีนี้เทคโนโลยี

ทางการเกษตรมันจําเปึนที่จะต้องใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เชื่อไหมว่าการผลิตเนื้อไก่ก็เปึน เทคโนโลยีทางจีเอ็มโอ โค กระบือ สุกรก็ใช้เทคโนโลยีทางพันธุศาสตร์เหมือนกัน แล้วก็ใช้ จีเอ็มโอเปึนมาร์กเกอร์ แม้แต่ข้าวก็ใช้จีเอ็มโอ จีเอ็มโอมันใช้ไปทั่วแล้วครับตอนนี้ เพราะฉะนั้นถ้าจะคิดคัดค้านอะไรก็แล้วแต่ ขอให้ศึกษาข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ให้ชัดเจน เสียก่อนนะครับ มันจะเปึนประโยชน์ต่อการพิจารณามาก ขอบพระคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญคุณสารี อ๋องสมหวัง ครับ

นางสาวสารี อ๋องสมหวัง

ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน ดิฉัน สารี อ๋องสมหวัง ดิฉันมี ๓-๔ ประเด็น ดิฉันคิดว่าวาระปฏิรูปของการปฏิรูปภาคการเกษตร ถ้าเราดูบทสรุปในช่วงแรกเรื่องประเด็นที่จะเกิดความเปลี่ยนแปลงจากการปฏิรูปจะเห็น ได้ชัดว่าไม่มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง เรียกว่า จีเอ็มโอ ก็คือมีถึง ๓.๗ ซึ่งกฎหมาย ส่วนหนึ่งก็เปึนกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับโคเนื้อ กระบือ แล้วก็พระราชบัญญัติสมาพันธ์สหกรณ์ เพื่อการเกษตรและวิสาหกิจชุมชน แต่ว่าพอลงไปดูในรายละเอียดจะเห็นนะคะว่ามีกฎหมาย เยอะมาก จริง ๆ มีกฎหมาย ๔-๕ ฉบับที่เราพิจารณากัน เพราะฉะนั้นดิฉันก็เลยไม่แน่ใจ อยากให้ทางท่านประธานถามทางท่านประธานกรรมาธิการให้ชัดเจนว่ารายงานฉบับนี้ ได้ผ่านคณะกรรมาธิการหรือเปล่า ซึ่งดิฉันคิดว่าในเชิงหลักการขั้นตอนคงมีความสําคัญ เพราะไม่อย่างนั้นจะกลายเปึนว่าเราพิจารณารายงาน

ของคณะทํางานเล็กที่ประชุมอาจจะผิดระเบียบอันนั้นเปึนประเด็นที่ ๑ ที่ดิฉันอยากพูดถึง ประเด็นที่ ๒ ดิฉันคิดว่าจริง ๆ เรื่องจีเอ็มโอมันมีคณะทํางานศึกษาแนวทางการนําสิ่งมีชีวิต ดัดแปลงพันธุกรรมและผลิตภัณฑ์มาใช้ในประเทศไทย แล้วก็คณะทํางานนี้ก็ชัดเจนว่า เขาก็ไม่ได้คัดค้านเรื่องการทดลองพืชจีเอ็มโอ แต่ต้องมีการจัดการและมีการควบคุมที่มี ประสิทธิภาพ เพราะว่าอย่างที่คุณรสนาได้พูดไปดิฉันคิดว่าในส่วนของผู้บริโภคชัดเจนว่า มีความไม่เห็นด้วยต่ออาหารที่มาจากจีเอ็มโอทั่วโลก แล้วก็ตื่นตัวทั่วโลก เรียกว่าคนประกาศ ชัดเจนว่าตัวเองจะไม่บริโภคอาหารจีเอ็มโอหรือเปึนกลุ่ มนอนจีเอ็มโอ (Non GMO) ที่ชัดเจน แล้วดิฉันคิดว่าภาคธุรกิจเองไม่ว่าจะเปึนสมาคมแปังมันสําปะหลังเขาก็บอกว่าจุดเด่นของเขา ก็คือนอนจีเอ็มโอ อาหารกระปิองต่าง ๆ ก็ชัดเจนว่าต้องสืบค้นไปให้ได้ว่าสิ่งที่ใส่ใน อาหารกระปิองเปึนอาหารที่ปลอดจีเอ็มโอ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่ากฎหมายฉบับนี้ได้ถูก วิเคราะห์โดยอาจารย์สมชาย รัตนซื่อสกุล ดิฉันขอเอ่ยนามท่านอาจารย์เปึนคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้า มีจุดอ่อนเยอะมากที่เราให้อํานาจกรรมการในแง่ของการที่ไม่ได้ กําหนดข้อจํากัดในการที่จะดําเนินการในเรื่องนี้เลย เรียกว่าแทนที่จะควบคุมเปึนหลัก กลับปล่อยปละเปึนหลัก แทนที่จะจํากัดการดําเนินงาน แล้วก็ดิฉันคิดว่าประเด็นข้อถกเถียง เรื่องการใช้สารเคมีที่ลดลงอันนี้ก็มีข้อโต้แย้งหรือแม้กระทั่งผลผลิตที่มากขึ้นของจีเอ็มโอ ก็มีข้อที่โต้แย้ง เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าเรื่องนี้ถ้าเราได้เห็นซึ่ง จะเห็นว่าในการพิจารณาของ กรรมาธิการทุกคณะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคณะอื่น อย่างเช่นแม้กระทั่งเรื่องการแข่งขัน ทางการค้าก็ยังทําเปึนเรียกว่าประเด็นที่เชื่อมโยงกันหรือครอส คัตติงกัน แล้วดิฉันคิดว่า เรื่องนี้เปึนเรื่องใหญ่มากแต่คณะอื่น ๆ ไม่รู้เลย แล้วถ้าโดยเฉพาะคณะใหญ่เองก็ยังไม่รู้ ดิฉันคิดว่า นี่เปึนเรื่องที่อันตรายของสภาปฏิรูปแห่งชาติมากที่เราพิจารณารายงานของ อนุกรรมาธิการโดยที่ไม่ได้ผ่านคณะกรรมาธิการ เพราะฉะนั้นประเด็นกฎหมายที่มีจุดอ่อน ไม่ว่าจะเปึนมาตรา ๖/๓ ที่พูดเรื่ององค์ประกอบของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ มาตรา ๑๗ เรื่องบทบัญญัติที่ห้ามมิให้การผลิตหรือนําเข้าเปึนเรื่องที่ไม่ได้ยกเว้นเลย แล้วก็ให้อํานาจกับ หน่วยงานผู้รับผิดชอบไปกําหนดรายละเอียด ทีหลังทั้งหมด แล้วก็คณะกรรมการ ผู้ชํานาญการ ในมาตรา ๔๑ ก็เรียกว่าจะพิจารณาคําขอปลดปล่อยสู่สิ่งแวดล้อม อันนี้ก็ยัง ไม่ชัดเจน เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าโดยสาระยังมีอีกหลายมาตรา แล้วก็กฎหมายฉบับนี้ ก็ไม่สอดคล้องกับหลักการสากลในพิธีสารว่าด้วยความปลอดภัยทางชีวภาพ และพิธีสารเสริม

นาโงยา-กัวลาลัมเปอร์ ซึ่งอันนี้ทางคุณรสนาได้พูดไปแล้วเพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าอยากให้ ท่านประธานได้วินิจฉัยในประเด็นนี้ก่อนว่าจริง ๆ แล้วขณะนี้เรากําลังพิจารณาเอกสารของ คณะกรรมาธิการหรือเรากําลังพิจารณาเอกสารของคณะอนุกรรมาธิการ ขอบพระคุณมากค่ะ ท่านประธาน

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ในรายงานที่แจก ให้ท่านสมาชิกจะปรากฏบันทึกของประธานกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการ ระบุชัดเจนว่าได้ผ่านคณะกรรมาธิการแล้ว แล้วเมื่อเปึนเช่นนั้นถึงนํามาจัดวาระสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผมขอดําเนินการต่อนะครับ เชิญรองศาสตราจารย์ประเสริฐ ชิตพงศ์

รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ชิตพงศ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ชิตพงศ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัดสงขลา ขออนุญาตที่จะมีความเห็นเรื่องของ รายงานรอบที่ ๒ ของคณะกรรมาธิการนะครับว่า ในเรื่องของการเกษตรนั้น

ถ้าดูในรายงานแล้วนี่ ผมดูในรายงานในหน้า ๑ ที่ได้พูดถึงประเด็นการปฏิรูปไว้นะครับ โดยแบ่งออกเปึน ๒ ประเด็น คือประเด็นหลักในการปฏิรูปคือข้อ ๒.๑ แล้วก็ประเด็นรอง ในการปฏิรูปด้านการเกษตรนะครับ ขอนิดเดียวครับว่าในประโยคที่เขียนไว้ ในเรื่องของประเด็นหลักที่บอกว่าจุดมุ่งหมายที่สําคัญของการปฏิรูปด้านการเกษตร มี ๒ ประการ ประการแรกคือการมุ่งพัฒนาสร้างสมรรถนะที่ดี และความสามารถ ทางการแข่งขันของเกษตรกรแล้วก็ใส่คําว่าที่สมัครใจในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมต่อไป เพื่อลดความเหลื่อมล้ําและการเปลี่ยนแปลง ผมติดใจในคําว่าที่สมัครใจ แล้วก็ต่อไป อันนั้นก็หมายถึงว่าต้องการพูดเฉพาะเกษตรกรที่ทําการเกษตรอยู่แล้ว แล้วสมัครใจ ที่จะอยู่ต่อ ไป แต่จริง ๆ แล้วคําว่าผู้ประกอบอาชีพการเกษตรนั้นมันมีอยู่หลายกลุ่ม หลายลักษณะ ถ้าพูดเช่นนี้ก็จะเห็นว่าอะไร รายงานนี้ก็จะไปเน้นอยู่เฉพาะคนที่อยู่ใน ภาคเกษตรแล้วเท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วคําว่าคนที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรและที่จะเปึน เกษตรกรนั้น ผมขออนุญาตใช้เวลาตรงนี้นิดหนึ่งจะเรียนว่ามันมีอยู่ ๓-๔ กลุ่ม โดยเฉพาะ ที่เปึนเกษตรกร ซึ่งถ้าเปึนเช่นนั้นแล้วคําที่เขียนไว้ก็จะไม่ครอบคลุมและจะไม่ถูกนะครับ ประเด็นแรกก็คือเปึนเกษตรกรที่สมัครใจที่จะประกอบอาชีพเกษตรต่อไป อันนั้นใช่ครับ ตรงกับอันนั้นที่เขียนไว้ซึ่งก็หมายถึงว่าคนที่เปึนเกษตรกรแล้วต้องการอยู่ในอาชีพเกษตรกร ต่อไป แต่จริง ๆ แล้วเกษตรกรมันจะมีอยู่อีก ๓-๔ พวกนะครับ ซึ่งถ้าเขียนไว้อย่างนี้ จะไม่ครอบคลุมพวกที่ผมจะพูดต่อไปนะครับ พวกต่อไปก็คือเกษตรกรที่จําเปึนจะต้อง ประกอบอาชีพเกษตรต่อไป เพราะไม่สามารถไปประกอบอาชีพอื่น ไม่สมัครใจนะครับ แต่ต้องอยู่ ซึ่งตรงนี้จะต่างจากที่ท่านเขียนไว้แล้ว เกษตรกรกลุ่มที่ ๓ นะครับ ก็คือคนนอก ภาคเกษตรที่ประสงค์จะไปประกอบอาชีพเกษตรกร อาชีพเกษตรกรใช่ครับเปึนอาชีพที่ อาจจะเหนื่อยยากและลําบากแต่ก็มีคนจํานวนหนึ่งที่อยากจะไปประกอบอาชีพการเกษตร เพราะชอบ และชอบความเหนื่อยยาก ชอบความลําบาก ชอบเหงื่อ ชอบอยู่กลางแดด เพราะฉะนั้นคนจํานวนนี้ถ้าท่านเขียนไว้อย่างนี้คนที่ผมพูดถึงนี้จะไม่ถูกครอบคลุมคือ คนนอกภาคเกษตรที่ประสงค์จะประกอบอาชีพเกษตรกร เปึนพวกที่ชอบครับ ขออนุญาตเวลาสั้นนิ ดหนึ่ง ท่านประธานเองนะครับ ท่านประธานในที่ประชุมนี้คือ ท่านประธานของสภาปฏิรูปแห่งชาติเคยปรารภกับผมครั้งหนึ่งในการประชุม นั่งประชุมกัน แล้วนั่งรับประทานข้าวกัน ท่านบอกว่าท่านไปซื้อสวนเอาไว้ที่จังหวัดลพบุรี วันใดที่ท่าน

ไปที่สวนท่านมีความสุขมาก ไปเห็นต้นไม้ของท่านออกลูก ไปเห็นต้นไม้มันเติบโต ออกยอดใบอ่อน ท่านอยากเปึนเกษตรกรด้วยแต่ยังไม่ถึงวันนั้น นั่นคือสิ่งที่ท่านบอกผม เมื่อประมาณสัก ๗-๘ ป้ได้แล้วนั่งประชุมกันนะครับ ผมยกตัวอย่างให้ท่านเห็นนะครับว่า มันจะมีคนประเภทนี้อยู่และเปึนคนที่อาจจะทิ้งอาชีพอื่นแล้วไปประกอบอาชีพเกษตรกร ดังนั้นท่านเขียนไว้อย่างที่ว่า จะไม่ครอบคลุมคนพวกนี้ แต่เปึนคนที่มีภาคการผลิต ในภาคเกษตรนะครับ กลุ่มที่ ๔ นะครับ ก็คือคนรุ่นใหม่ครับ ซึ่งรุ่นนี้ผมให้ความสําคัญมาก คนรุ่นใหม่ที่ทั้งในและนอกภาคเกษตรที่ประสงค์จะประกอบอาชีพเกษตรกร เปึนคนรุ่นใหม่ เปึนคนหนุ่มสาวนะครับ ตอนนี้มีมากนะครับ มีคนหนุ่มสาวจํานวนหนึ่งที่ละทิ้งชีวิตในเมือง ชีวิตที่เปึนอะไรก็แล้วแต่ที่เปึนความศิวิไลซ์ทั้งหลายและออกไปประกอบอาชีพเกษตรกร แล้วน่าส่งเสริมมากด้วยนะครับคนกลุ่ มนี้ กลุ่มที่ ๕ ครับ คือเกษตรกรที่ต้องการออกจาก อาชีพเกษตรซึ่งอันนี้ท่านครอบคลุมเอาไว้ ใช่ครับตรงนี้ท่านต้องการไปดูแล ถูกต้องแล้ว เกษตรกรที่ต้องการจะไปประกอบอาชีพอื่น แล้วก็มีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่จะต้องการ เปึนเกษตรกรด้วย ก็คือผู้ประกอบการธุรกิจและอุตสาหกรรมการเกษตรทั้งหลาย ซึ่งถ้าท่าน เขียนไว้อย่างนี้คนกลุ่มนี้ก็จะไม่ถูกครอบคลุมด้วย ผู้ประกอบธุรกิจและอุตสาหกรรม การเกษตรนี้ เช่น ผู้ประกอบธุรกิจด้านปัจจัยการผลิตครับ

คนเหล่านี้ก็ถือว่าเปึนเกษตรกรนะครับ เพราะเขาเกี่ยวข้องกับปัจจัยการผลิตก็ไปประกอบ อาชีพอาชีพในเชิงธุรกิจอยู่ และผู้ที่ประกอบธุรกิจการแปรรูปผลิตภัณฑ์ และธุรกิจเกษตร ทั้งหลาย เช่นพวกเอสเอ็มอีที่เราได้พูดไปแล้วเมื่อภาคเช้านี้ อย่างนี้เปึนต้น เพราะฉะนั้น ถ้าท่านพูดไว้อย่างนี้มันก็จะถูก ลิฟ เอาต์ (Leave out) หมดนะครับ ก็เลยอยากจะให้ท่าน แก้ตรงนี้โดยการตัดคําว่า ที่สมัครใจ และตัดคําว่า ต่อไป ออก แล้วก็จะครอบคลุมในสิ่งที่ ผมได้พูดถึง แล้วโดยเฉพาะเกษตรกรคนรุ่นใหม่ ผมอยากจะให้ท่านให้ความสําคัญมาก ขออีกนิดเดียวครับท่านประธาน ขอเลยเวลานิดเดียวครับ ก็คือประเทศไทยอยู่ในภูมิประเทศ ที่เหมาะสมที่จะทําการเกษตรมาก เพราะฉะนั้นอย่างไรเสียเราหนีภาคเกษตรไม่ได้ ถึงภาคเกษตรจะเปึนภาคที่ถือว่าผลิตภาพอาจจะน้อย อาจจะด้อย แต่ภูมิศาสตร์ของเรา ทั้งภูมิอากาศด้วยเหมาะสมทําการเกษตรมาก อย่างไรเราทิ้งภาคเกษตรไม่ได้ และเราก็ได้ ถูกจัดว่าเปึนอู่ข้าวอู่น้ําของโลกด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นผมก็ยังอยากให้ความสําคัญอยู่ และสุดท้ายนะครับ ขอเรื่อง พ.ร.บ. นิดนะครับ พ.ร.บ. หลาย พ.ร.บ. ผมเห็นด้วย แต่มี พ.ร.บ. เรื่องความปลอดภัยทางชีวภาพ หมวด ๖ มาตรา ๕๒ ท่านเขียนเอาไว้ว่า หากมีเหตุเกิดขึ้นในทางที่เปึนเหตุอะไรก็แล้วแต่ โดยเฉพาะบอกว่าหากความเสียหาย ที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากเหตุสุดวิสัยหรือเกิดขึ้นจากการกระทําของผู้ได้รับความเสียหายเอง ผู้ประกอบกิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งที่มีชีวิต ดัดแปลงพันธุกรรม ไม่ต้องรับผิดชอบ อันนี้ผมคิดว่า เปึนความเสี่ยงมาก แล้วมันเปึนความเสี่ยงที่ทําให้ผมเห็นว่าพระราชบัญญัตินี้ยังไม่ควรที่จะให้ การรับรอง เพราะคําว่าเหตุสุดวิสัยและเกิดขึ้นจากการกระทํา ของผู้ได้รับความเสียหายเองนั้น เมื่อเรื่องของความปลอดภัยทางชีวภาพเปึนเรื่องที่ค่ อนข้างใหม่และเปึนเรื่องที่มีความสําคัญมาก และใช้เทคโนโลยีในระดับสูง ความเสียหายนี้อาจจะเกิดขึ้นกับสภาพทั่ว ๆ ไปยังเปึน ความเสี่ยงอยู่มาก ถ้าหากว่าท่านยังมีประโยคนี้อยู่ ผมไม่เห็นด้วยกับพระราชบัญญัตินี้ครับ ถ้าเปึนไปได้ท่านขอถอนออกไปก่อน แล้วไปปรับปรุงถ้อยคําหรือข้อความเสีย เพราะเรื่องนี้ เปึนเรื่องอันตรายมากนะครับ เพราะว่าในที่สุดแล้ว ผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ผู้ที่ประกอบการ ในเรื่องนี้ ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย สุดวิสัยนั้นให้คําจํากัดความไว้มากน้อยแค่ไหน เพียงใด และใครจะเปึนผู้ตีความครับ เพราะฉะนั้นถ้าไม่เอาคํานี้ออก ผมเห็นว่าพระราชบัญญัตินี้ ควรถอนออกไปก่อนครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ ถัดไปมีคุณทรงชัย วงศ์สวัสดิ์ คุณสุทัศน์ เศรษฐ์บุญสร้าง คุณกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี คุณเกษมสันต์ จิณณวาโส และคุณประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ เชิญคุณทรงชัย วงศ์สวัสดิ์ ครับ

นายทรงชัย วงศ์สวัสดิ์ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายทรงชัย วงศ์สวัสดิ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ตัวแทนจากจังหวัดลําพูนครับ เห็นด้วยกับสิ่งที่ คณะกรรมาธิการได้ทําการศึกษา แล้วก็ขอบคุณแทนพี่น้องเกษตรกร แต่ขออนุญาต ได้กราบเรียนเพิ่มเติม เพื่อที่คณะกรรมาธิการจะได้นําไปพิจารณาประกอบการจัดทํา ร่างพระราชบัญญัติหรือสิ่งที่เกี่ยวข้องต่อไปสัก ๕-๖ ประเด็นดังนี้ ท่านประธานที่เคารพ ในประเด็นที่ ๑ ที่ให้มีการกําหนดว่าควรที่จะมีตลาดกลางสิ นค้าการเกษตร ในประเด็นนี้ ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าในปัจจุบันนี้ตลาดกลางสินค้าการเกษตรนั้น ไม่ว่าจะเปึนของ รัฐบาล ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอะไรต่าง ๆ มีเยอะครับท่านประธาน แต่ว่ามีเยอะ ในขณะนี้ตลาดกลางที่ว่านั้นมันเหมือนกับเปึนโกดังหรือเปึนตลาดที่ให้ผู้ขายเอาสินค้ามาขาย แล้วผู้ซื้อมาซื้อ แต่ตลาดกลางนี่ไม่สามารถที่จะกําหนดราคาหรือว่าช่วยเหลือเกษตรกร ให้ขายสินค้าให้มีราคาที่สูงขึ้น ท่านประธานที่เคารพครับ อยากจะฝากคณะกรรมาธิการ ช่วยไปพิจารณาว่าทําอย่างไรที่จะให้ตลาดกลางที่มีอยู่แล้วเปึนตลาดกลางที่สร้างความเปึนธรรม ให้กับผู้ขายและผู้ซื้อ อันนี้อย่างหนึ่งนะครับ ประการต่อมาท่านประธานครับ ผมเองนั้น อยากจะกราบเรียนว่าทุกวันนี้เกษตรกรนั้นมีความสามารถในการที่จะผลิต ยกตัวอย่างเช่น

จังหวัดลําพูนของกระผมนั้นมีการปลูกลําไย เราก็สามารถที่จะทําให้ลําไยออกนอกฤดู การผลิตโดยธรรมชาติได้ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นในทุกวันนี้คือผู้ประกอบการคือผู้ซื้อ พ่อค้าทั้งหลายนั้นส่วนใหญ่ก็จะเปึนพ่อค้าที่จะมาจากต่างชาติเข้ามาแล้วก็มาตั้งจุดรับซื้อ แล้วก็รวมกันในการ กําหนดราคาที่จะรับซื้อในแต่ละวัน ๆ เช่นในจังหวัดลําพูนนั้น ผมได้เคยพูดว่าชาวสวนลําไยเช้ามาก่อนที่จะไปเก็บลําไยยังไม่ทราบเลยว่าวันนี้จะเก็บลําไย แล้วจะขายได้กิโลกรัมละกี่บาท จะมาทราบราคาก็เมื่อประมาณบ่ายสามโมง บ่ายสองโมง ว่าวันนี้จุดรับซื้อรับซื้อกิโลกรัมละเท่าไร ก็เปึนที่น่าสงสารเกษตรกรนะครับ ลําไยเก็บมาแล้ว ไม่ขายก็เน่า กี่บาทก็จําเปึนต้องขาย ขาดทุนก็ต้องขาย อันนี้ทําอย่างไรที่จะให้เกิดความเปึนธรรม กับพี่น้องเกษตรกร ฝากท่านไว้นะครับ ประการต่อมาประการที่ ๓ ขออนุญาตกราบขึ้นไป นิดหนึ่ง ผมเห็นด้วยกับท่านทวีกิจ จตุรเจริญคุณ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัดตาก ท่านได้เสนอว่าควรที่จะกําหนดเขตพื้นที่การปลูกพืชเศรษฐกิจ แล้วก็ส่งเสริมให้มีการปลูก แล้วก็ทําให้ครบวงจรมีภาคอุตสาหกรรมเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยเช่นลําไยจังหวัดลําพูน พื้นที่ จังหวัดลําพูนเปึนพื้นที่ที่เหมาะสมกับการปลูกลําไยให้ปลูกลําไย แล้วก็มีโรงงานบรรจุ กระปิองหรือผลิตแปรรูปลําไยออกสู่ตลาดได้ ถ้าเราสามารถทําอย่างนี้ได้เกษตรกรก็จะ ปลูกพืชแล้วก็ครบวงจรเปึนทั้งเกษตรกรและเปึนนักอุตสาหกรรมไปด้วย อันนี้ก็ฝากว่า ทําอย่างไรจะให้เกิด นั้นได้ ประการต่อมาทําอย่างไรที่จะให้เกษตรกรทําการเกษตรแล้ว ไม่ขาดทุน ทําได้ไหมครับ กําหนดได้ไหมว่าอย่างน้อยลงทุน ๑๐๐ บาท เมื่อขายสินค้า การเกษตรแล้วต้องได้ ๑๑๐ บาท คือให้เขามีรายได้มากกว่ารายจ่ายในอัตราร้อยละ ๑๐ เปึนไปได้ไหมขั้นต่ํา ประการต่อมาอีกอันหนึ่งที่เปึ นปัญหาเรื่องของต้นทุนการผลิตครับ เราจะควบคุมอย่างไรที่จะให้ปุิยก็ดี ยาปราบศัตรูพืชก็ดี ปัจจัยการผลิตของเกษตรกรนั้น มีราคาที่ไม่สูงเกินจริง ทําอย่างไรที่เราจะควบคุมสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ได้ อีกอันหนึ่งเมื่อกี้ก็พูด กันเยอะเรื่องความปลอดภัยกับพืชจีเอ็มโอ พืชตัดแต่งพันธุกรรม ผมฟังมาตลอดตอนนี้ก็ยัง ไม่เข้าใจว่ามันดีหรือมันไม่ดี มันมีผลเสียต่อร่างกายหรือไม่ ยังไม่ทราบ เพราะฝ์ายที่เห็นด้วย ก็บอกว่าดี ฝ์ายที่ไม่เห็นด้วยก็บอกว่ามันไม่ดี ทําไมไม่หาคนกลางมาทําการวิจัยให้มันชัดเจน ละครับว่ามันเปึนผลดีหรือผลเสียต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชน อันนี้ก็เปึนประเด็นสําคัญ ที่จะต้องพูดคุยกันให้ได้ข้อยุติ ไม่อย่างนั้นเราก็ไม่ควรจะปฏิรูปทําไมถ้าพูดกันไปพูดกันมา

ก็ไม่จบสิ้นเสียที อีกอันหนึ่งท่านประธานครับ ผมเห็นว่าประเทศไทยเรานั้นเรามีพืชเศรษฐกิจ หลาย ๆ อย่างที่มีปัญหาในเรื่องของราคา ไม่ว่าจะข้าว ลําไย ข้าวโพด สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ก็เปึนปัญหาอยู่ทุกยุคทุกสมัยที่ผ่านมา

แล้วทําไมล่ะครับเราเขียนร่างพระราชบัญญัติ เราไปดูเรื่องปาล์มน้ํามัน มันสําปะหลัง เนื้อโค เนื้อกระบือ และพวกอื่น ๆ ไม่มีหรือครับ เราทําไมไม่เขียนเสียอันเดียวว่าเปึนพระราชบัญญัติ เอาปัญหาเกษตรหลาย ๆ อย่างมารวมกันในตัวพระราชบัญญัติฉบับเดียว จัดตั้งกองทุน ช่วยเหลือเกษตรกรอะไรก็ว่ากันไปเปึนฉบับเดียว ไม่ใช่แยกกันไป ต่อไปก็คงจะต้องมี พระราชบัญญัติลําไยเกิดขึ้น พระราชบัญญัติข้าวโพดเกิดขึ้น มันไม่เต็มหรือครับกฎหมาย ประเทศไทย ทุกวันนี้ยังจําไม่ได้เลยครับว่ามีกฎหมายอะไรบ้าง ขออนุญาตฝากกราบเรียน ท่านคณะกรรมาธิการได้โปรดนําไปพิจารณาต่อไปด้วยครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณครับ ทางประธานกรรมาธิการจะขอขัดจังหวะตรงนี้นิดหนึ่งนะครับ

นายเกริกไกร จีระแพทย์ ประธานกรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผมต้องขอบคุณอย่างยิ่งนะครับสําหรับความเห็นที่ได้ให้มาหลายท่านด้วยกัน โดยเฉพาะ ในประเด็นของร่าง พ.ร.บ. ความปลอดภัยทางชีวภาพ พ.ศ. .... ผมคิดว่าอาจจะมี ความเข้าใจผิดอยู่เยอะนะครับ แล้วก็ผมได้หารือกับท่านประธานอนุกรรมาธิการแล้ว ผมเข้าใจเจตนารมณ์ดีของทางอนุกรร มาธิการที่เสนอมา แล้วขอเรียนว่ามันได้ผ่าน กระบวนการของกรรมาธิการตามที่ท่านประธานว่าแล้วนะครับ ก็ขอบคุณมากที่ทั้ง ท่านสมาชิกหลายท่าน โดยเฉพาะท่านแรก ท่านที่ ๒ ที่อภิปรายนั้นได้พูดถึงเรื่องของนัย ที่มันมี แล้วก็หลายท่านที่เปึนห่วง ผมเองก็เปึนห่วง และมติเมื่อป้ ๒๕๕๐ ที่บอกว่า มติ ครม. ที่จะทดสอบนั้นจะต้องอยู่ในที่ควบคุมได้ต่าง ๆ นั้น ตอนนั้นมันเกี่ยวกับเรื่องของจีเอ็มโอของ มะละกอ ผมอยู่ในนั้นใน ครม. ด้วย แล้วเราก็ออกมตินั้นมา เข้าใจครับ คือจริง ๆ แล้ว เจตนารมณ์ร่างกฎหมายฉบับนี้เพื่อควบคุมนะครับ ไม่ใช่เพื่อที่จะส่งเสริมให้มีจีเอ็มโออย่างที่ เข้าใจ แต่ผมสังเกตว่าบรรยากาศในสภานี้เริ่มไม่ดี เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเพื่อให้ท่าน ได้พิจารณาข้อเสนออื่น ๆ อย่างสบายใจ ผมจะขอถอนเรื่องนี้ออกมา ท่านประธานครับ ถอนร่างอันนี้ออกมานะครับ เพราะว่าผมคิดว่ามันคงไม่คุ้มที่เราจะมาเสียเวลากับสิ่งที่มันยัง ผมคิดว่ามันคอนโทรเวอร์เ ชียล (Controversial) เพราะว่าเราพยายามทําให้มันเปึน คอนโทรเวอร์เชียล ทั้ง ๆ ที่มันก็มีจุดที่มันดีงามอยู่เยอะนะครับ ก็ขอให้เปึนเช่นนั้นครับ ท่านประธาน

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

เราจะดําเนินการพิจารณาต่อไปโดยยกเว้นร่างพ ระราชบัญญัติความปลอดภัยทางชีวภาพ พ.ศ. .... ซึ่งกรรมาธิการได้ถอนไปแล้ว เชิญคุณสุทัศน์ เศรษฐ์บุญสร้าง ครับ

นายสุทัศน์ เศรษฐ์บุญสร้าง 🔗

ขอบคุณครับท่านประธาน ผม สุทัศน์ เศรษฐ์บุญสร้าง หมายเลข ๒๑๙ นะครับ ก็ขอบคุณท่านกรรมาธิการที่นําเสนอเรื่องเกี่ยวกับ การปฏิรูปด้านการเกษตรนะครับ เพราะว่าเกษตรนี่อย่างไรก็เปึนพื้นฐานของ ความเจริญเติบโตของประเทศไทยต่อไปอีกนาน เปึนแหล่งจ้างงานที่สําคัญนะครับ แต่สินค้า เกษตรนอกจากจะเปึนสินค้าที่มาเกี่ยวข้องกับอาชีพของคนจํานวนมากของประเทศไทยแล้ว มันยังเกี่ยวข้องกับความมั่นคงสําคัญของประเทศอีกอันหนึ่งก็คือเรื่องความมั่นคงทางอาหาร สําหรับประเทศไทยแล้วเราก็อยู่ดีกินดีนะครับ สบาย เราก็ไม่ได้คิดถึงปัญหาตรงนี้สักเท่าไร แต่สําหรับประเทศอื่น ๆ แล้วความมั่นคงทางอาหารเปึนเรื่อ งสําคัญมาก แล้วเผอิญ ประเทศไทยเราก็เปึนประเทศที่มีการส่งออกอาหาร อันดับ ๑ ในหลาย ๆ ตัวอยู่ในโลก เพราะฉะนั้นเวลาเราพิจารณาเรื่องเกี่ยวกับเกษตรนี่เราคงจะต้องพิจารณาถึงผลกระทบ ที่มันจะเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงในรอบ ๆ ภูมิภาคของเราในโลกนะครับ ยกตัวอย่างเช่น การเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค จํานวนประชากรที่กําลังจะเกิดขึ้นอยู่ในโลกนะครับ ผมมีตัวอย่างคร่าว ๆ ว่า

ตอนนี้อย่างในประเทศใน ๕ ป้ข้างหน้า ประชากรในกลุ่มเอเชียใต้ก็คือมีประเทศอินเดีย ประเทศบังกลาเทศ กับประเทศปากีสถาน ๓ ประเทศนี่จะโตขึ้นประมาณ ๑๗๐ ล้านคน ใน ๕ ป้ข้างหน้า คน ๑๗๐ ล้านคนที่โตขึ้นใน ๕ ป้ข้างหน้าเขาต้องการบริโภคอาหาร ขณะเดียวกันประเทศจีนซึ่งตอนนี้ประชากรก็ ๑,๓๐๐ กว่าคน คนส่วนใหญ่ก็เริ่มเข้าไปอยู่ ในเมืองมากแล้ว แรงงานเกษตรก็ขาดแคลน ศักยภาพในการผลิตอาหารของเขาก็ลดลง เพราะฉะนั้นเรามองไปข้างหน้าแล้วนี่ตลาดอาหารในโลกกําลังมีการเปลี่ยนแปลง อย่างเปึนรูปธรรมแล้วก็ค่อนข้างจะใหญ่หลวง คําถามของเราก็คือว่าแล้วประเทศไทยเรานี่ อีก ๕ ป้ ๑๐ ป้ข้างหน้า ภาคเกษตรของเราควรจะวางตําแหน่งอย่างไรต่อไป ฉะนั้นผมมี ข้อสังเกตอยู่ ๓ ข้อด้วยกัน อยากจะให้ท่านคณะกรรมาธิการนําไปพิจารณาเสริมจากรายงาน ที่ท่านมีอยู่ในประเด็นเรื่องเกี่ยวกับต่างประเทศดังต่อไปนี้ ข้อที่ ๑ ผมคิดว่าการมองสินค้า ซึ่งท่านมีอยู่แล้วตอนนี้ในระดับหนึ่ง คือเราคงจะต้องมองตลาดโลกว่าสินค้าต่าง ๆ พวกนี้ ในอีก ๕ ป้ ๑๐ ป้ข้างหน้ามันจะมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร แล้วเราควรจะโพซิชัน (Position) ประเทศไทยในสินค้าพวกนี้อย่างไร ข้าว แล้วก็ปาล์มน้ํามัน อ้อย คือตัวหลัก ๆ ของเราทั้งหมดเราควรจะวางตําแหน่งพวกนี้อย่างไร เกษตรกรของประเทศไทยเอง ก็เข้าสู่เมืองมากขึ้น เพราะฉะนั้นมันก็มีปัญหาว่าเราจะผลิตสินค้าพวกนี้ต่อไปส่งตลาดโลกนี่ เราจะต้องทําอย่างไรต่อไปด้วย เพราะฉะนั้นการวางตําแหน่งตรงนี้มันจะต้องมีการศึกษา ค่อนข้างจะลึกซึ้งถึงเรื่องการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่แต่ในประเทศไทย คือที่สําคัญที่ผมเล่าให้ฟัง เมื่อกี้คือตัวเดียวเผื่ออยู่ในตลาดรอบ ๆ ของเราในภูมิภาค เพราะฉะนั้นถ้าเราคํานึงถึง การเปลี่ยนแปลงพวกนี้แล้ว เราก็ต้องมาคิดใหม่ว่าแล้วประเทศไทยเราควรจะทําอย่างไร นั่นเปึนข้อที่ ๑ ข้อที่ ๒ ความเข้มแข็งมากที่สุดอันหนึ่งของประเทศไทยตอนนี้ก็คือ การแปรรูปสินค้าเกษตร ในหลาย ๆ ตัวที่เราส่งออกไปได้นี่แม้แต่ข้าวก็คือเรื่องของ การแปรรูป เรามีศักยภาพในการแปรรูปที่สูงกว่าประเทศอื่น ๆ โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียน ตรงนี้ อันนี้ทางเศรษฐศาสตร์เราเรียกว่าเรามีคอ มพาราทีฟ แอดแวนเทจ (Comparative advantage) คือความได้เปรียบประเทศอื่น โดยเปรียบเทียบเมื่อเทียบกับตัวอื่น เพราะฉะนั้นเราจะต้องใช้จุดแข็งของเราตัวนี้ให้มันเปึนประโยชน์ คือเราจะส่งเสริมสินค้า เกษตร อุตสาหกรรมต่อไปได้อย่างไร มีการพูดถึงเรื่องการพัฒนาเชิงพื้นที่ ซึ่งผมคิดว่าตัวนี้ น่าจะเปึนทางออกสําคัญต่อไปข้างหน้า อันที่ ๓ คือในข้อเสนอในกฎหมายอยู่หลายตัว

ตรงนี้เรามีการพูดถึงการห้ามนําเข้า เช่น ห้ามนําเข้ามันสําปะหลัง ห้ามนําเข้าปาล์มน้ํามัน สินค้าเกษตรเปึนสินค้าที่มีการ กีดกันมากที่สุดในโลก ท่านประธานเกริกไกรท่านทราบดี เพราะฉะนั้นถ้าเราเปึนผู้จะส่งออกสินค้าเกษตรต่อไปในอนาคตแล้วนี่เรามากีดกันการนําเข้า สินค้าเสียเองมันก็ดูไม่ค่อยสอดคล้องกัน เพราะฉะนั้นเราต้องดูตรงนี้ให้ดีว่า ๑. เราควรจะ มีการกีดกันการนําเข้าสินค้าอันนี้ต่อไปข้ำงหน้าไหม ถ้าเราจะเปึนประเทศเกษตรอุตสาหกรรม เราจะต้องมีการนําเข้าวัตถุดิบมาโพรเซส (Process) แล้วก็ส่งออกไหม อันที่ ๒ ก็ต้อง พิจารณาว่าข้อจํากัดที่เราสร้างขึ้นมาตรงนี้มันจะขัดแย้งกับข้อผูกพันของเราในดับบลิวทีโอ (WTO) ในอาเซียนด้วยหรือเปล่า ถ้ามันเปึนปัญหาผมคิดว่าเราก็ควรจะต้องมีการปรับแก้ ให้มันสอดคล้อง ก็มี ๓ ข้อ ขอบคุณมากครับท่านประธาน

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญคุณกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะครับ

นางกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติ คณะกรรมาธิการการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการ ดิฉัน นางกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี ลําดับ ๐๑๓ ขอเสนอวาระปฏิรูปที่ ๑๔ การปฏิรูป ภาคเกษตร (รอบ ๒) ข้อที่ ๑ การพัฒนาและเพิ่มศักยภาพการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง

ตรงนี้มีความจําเปึนระดับครัวเรือนและระดับชุมชน เพื่อใช้กิน เหลือใช้ก็ขาย เพื่อลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ระดับชุมชน การรวมตัว รวมกลุ่ม เรื่องการผลิตเพื่อคุณภาพ เรื่องการควบคุม ปริมาณ เรื่องการทําปุิยใช้เอง เรื่องการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม การยกระดับความสามารถ ในการแข่งขันระบบตลาด เสนอให้มีสถาบันเศรษฐกิจพอเพียงระดับจังหวัด เสนอให้มี กองทุนเศรษฐกิจพอเพียงระดับจังหวัด ๒. การพัฒนาอาหารปลอดภัย ลดเคมี เพิ่มอินทรีย์ มีโครงการปุิยอินทรีย์ใช้ในครอบครัว ในชุมชน สร้างเครือข่ายเกษตรกรปลอดสารพิษ สร้างตลาดกลางปลอดสารพิษ มีมาตรฐานในการตรวจสอบสารพิษให้กับประชาชน ๓. การส่งเสริมสนับสนุนเกษตรกรของหน่วยงานภาครัฐ ๑. ต้องดูแลตลาด ติดต่อตลาดผู้ซื้อ ผู้ขาย ๒. ต้องให้เข้าใจเรื่องการบริหารจัดการระบบการเงินการบัญชี เพราะเกษตรกร ไม่เข้าใจด้านนี้พอ ๓. ต้องลดต้นทุนการผลิต ควบคุมคุณภาพและปริมาณ ๔. แผนแม่บท ชุมชนมีความจําเปึนสําคัญมาก ภาคเกษตรระดับจังหวัด เปึนการกําหนดแผนพัฒนาจังหวัด ที่ได้มาจากแผนชุมชน ระดับตําบล อําเภอ กําหนดยุทธศาสตร์จังหวัดภาคการเกษตรที่ได้มา จากการเกษตรโดยตรง ทุก ๆ จังหวัดจะต้องมีคณะทํางานแผนแม่บทชุมชน ภาคประชาชน คณะทํางานเรื่องจัดการน้ําด้านเกษตร คณะทํางานเรื่องจัดการที่ดินภาคเกษตร คณะทํางาน เรื่องการจัดเกี่ยวกับปศุสัตว์ คณะทํางานเกี่ยวกับการจัดการประมง คณะทํางานการจัดการ ระดับพืชต่าง ๆ ของเกษตรกรระดับจังหวัด แต่ละคณะจะต้องมาบูรณาการทําแผนต่างๆ เพื่อเปึนแผนจังหวัด เปึนยุทธศาสตร์จังหวัด เพื่อจะเปึนภาคประชาชน ภาคเกษตรกร เพื่อจะเปึนตัวอย่างให้เกิดชุมชนเข้มแข็ง ฝากถึงคณะกรรมาธิการด้วยนะคะ แผนแม่บทจังหวัดห้ามเปลี่ยนตามผู้ว่าราชการจังหวัดนะคะ ห้ามปรับปรุง เปลี่ยนแปลงตาม ความต้องการของผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ที่อยู่ในระดับจังหวัด จะต้องผ่านคณะกรรมการชุมชน ระดับจังหวัด เพราะเขาเปึนตัวแทนของเกษตร เขาจะต้องเข้าใจ เข้าถึงที่จะไปปรับปรุง ด้านเกษตรโดยตรง ข้อ ๕ เห็นด้วยเปึนอย่างยิ่งนะคะที่จะมีเกษตรอุตสาหกรรม ส่งเสริม สนับสนุนการแปรรูปเชิงธุรกิจ การส่งออก โรงงานแปรรูปให้ครบวงจร ในฐานะที่ดิฉันก็อยู่ ๓ จังหวัดภาคใต้นะคะ ร้านต้มยําตอนนี้ในเขตประเทศมาเลเซียมีอยู่ประมาณ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ ร้าน วัตถุดิบต้องใช้ในภาคเกษตร นี่เปึนการเพิ่มเศรษฐกิจให้กับประเทศไทย ถ้าเรามีภาคเกษตรปลูกเครื่องต้มยําส่งไปให้ในประเทศมาเลเซียหรือประเทศอาเซียน

เพราะใน ๓ จังหวัดหรือในประเทศไทยพื้นที่การเกษตรมีมากมาย สอดคล้องกับตลาด เปึนการนําเงินให้สู้กับประเทศชาติ ดังนั้นดิฉันไม่ขอสนับสนุนเกี่ยวกับพืชชีวภา พจีเอ็มโอนะคะ แต่อยากจะให้เสริมเกี่ยวกับ พ.ร.บ. ยางพารา ข้าว หรืออื่น ๆ ด้วยนะคะ อยากจะให้มี พ.ร.บ. เพิ่มเติมเกี่ยวกับภาคเกษตร ขอขอบคุณค่ะ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญคุณเกษมสันต์ จิณณวาโส ครับ

นายเกษมสันต์ จิณณวาโส

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพครับ จริง ๆ ตั้งใจว่าจะอภิปรายให้ความเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ ความปลอดภัยทางชีวภาพ พ.ศ. .... พอดีท่านประธานอนุกรรมาธิการท่านถอนจากวาระ แต่ถ้าอย่างไรผมขออนุญาตฝากความเห็นไว้เผื่อถ้าเกิดในโอกาสหน้าจะรับไปพิจารณา หรือปรับปรุง จริง ๆ ร่างพระราช บัญญัติฉบับนี้ทางสํานักงานนโยบายและแผน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เราทําร่าง พ.ร.บ. นี้มา ๑๑ ป้แล้ว ในจํานวนเอกสารที่เราดู จํานวนมาตราทั้งหมด ๗๓ มาตรากับ ๘ หมวด ต่างกันนิดเดียวครับ ในร่างของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมที่เสนอต่อคณะรัฐมนตรีไปแล้วที่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการอนุรักษ์ และใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพแห่งชาติ เรามีอยู่ ๗๒ มาตรา ขณะที่ในร่างนี้ ต่างกันนิดเดียวก็คือตรงมาตรา ๗๐ กับมาตรา ๗๑ เพราะเดิมคือมาตรา ๗๐ แต่ในร่างฉบับนี้ แยกเปึน ๒ มาตรา ที่สําคัญก็คือว่าที่ต่างกันนิดหนึ่งก็คือคําว่าเขตอนุรักษ์ ในนี้เขตอนุรักษ์นี่ ไปกําหนดว่าเปึนเขตอนุรักษ์ตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม จริง ๆ เขตอนุรักษ์นี่ เปึนเรื่องของการกําหนดเขตอนุรักษ์ตาม พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ พ.ร.บ. อนุรักษ์ทรัพยากร ทางทะเลและชายฝัืง อะไรที่เกี่ยวข้อง ซึ่งแตกต่างไม่มาก คือในตัวร่างพระราชบัญญัติ ผมได้มีโอกาสอ่านแล้วก็ดูจากเอกสารต่าง ๆ ต้องเรียนอย่างนี้ครับว่าในร่างนี้เปึนแนวทาง ที่สอดคล้องกับคณะกรรมการที่เราใช้ตัวย่อว่า กอช. ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเปึนประธาน มีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลัก ๆ เช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คือเราจะมีทั้งอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ รวมทั้งคนที่ดูแลเกี่ยวข้องกับการใช้จุลินทรีย์ เพื่อประโยชน์ในการผลิตยา เช่นศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ หรือ ศช. ทีนี้ในร่างนี้จะเกี่ยวข้องกับอนุสัญญาแล้วก็พิธีสาร ดูแล้วครับ ๑. เกี่ยวข้องกับ อนุสัญญาความหลากหลายทางชีวภาพก็คือเรื่องของไบโอไดเวอร์ซิตี (Biodiversity) เกี่ยวข้องกับพิธีสารนาโงยา พิธีสารนาโงยานี่พูดถึงการเข้าถึง การแบ่งปัน แล้วก็ การใช้ประโยชน์เรื่องทรัพยากร เรื่องพิธีสารคาร์ตาเฮนาก็ไปเน้นเรื่องของความปลอดภัย ทางชีวภาพ มีหลายท่านที่อภิปรายเกี่ยวกับพิธีสารคาร์ตาเฮนาไม่มีใครพูดถึงครับ แต่ไปพูดถึงพิธีสารเสริมนาโงยา -กัวลาลัมเปอร์ พิธีสารเสริมนาโงยา -กัวลาลัมเปอร์

เปึนข้อตกลงที่ดูถึงเรื่องของกรณีที่เกี่ยวกับเรื่องของความรับผิดทางแพ่ง เรื่องของการชดใช้ ถ้าเกิดมีการเคลื่อนย้ายพวกสารตัดแต่งพันธุกรรมข้ามชายแดน แล้วก็ไปก่อให้เกิดผลกระทบ หรือผลเสียกับในประเทศปลายทาง ในหลักโดยทั่วไปนี่ผมนําเรียนอย่างนี้ครั บว่า หลักการก็จะพูดถึงเรื่องของการนําเข้า ส่งออก แล้วก็เรื่องของการผ่านแดน ซึ่งจริง ๆ แล้ว ต้องกราบเรียนว่าทั้งประเทศต้นทาง ปลายทางนี่เราควบคุมอย่างเข้มข้น ขณะนี้เราต้องดู ข้อดี ข้อเสีย เพราะเรากําลังอยู่ใน ๒ โลกของ ๒ มิติ ในยุโรปจีเอ็มโอไม่ได้เปึน ในตลาดอียู (EU) เขาก็จะไม่ค่อยตอบสนองกับพืชที่ตัดแต่งพันธุกรรมหรือพวกจีเอ็มโอ แต่จีเอ็มโอในตลาดสหรัฐอเมริกาก็ยังเป่ด ก็ยังมีการใช้ประโยชน์มากมาย แล้วก็ใช้เปึน เรื่องของการแข่งขันทางการค้าระหว่างประเทศ ผมอยากกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า ร่าง พ.ร.บ. นี้มีประโยชน์จริง ๆ โดยเฉพาะในหลักการและเหตุผล ก็คือลองอ่านดูนะครับว่า เพื่อให้เกิดความสมดุล

ความก้าวหน้าทางงานวิจัย เรื่องของการควบคุม การดูแล และการคุ้มครอง และการอนุรักษ์ ความหลากหลายทางชีวภาพ จริง ๆ เรื่องนี้อยากจะใช้เวลาอภิปรายมากพอสมควร เพราะว่าเปึนเรื่องที่มีประโยชน์ หลายคนอ่านชื่อแล้วก็กลัว ตกใจ เหมือนเรานี่เด็ก ๆ เราถูก พ่อแม่หลอกว่าผีนี่น่ากลัว เรายังไม่เคยเห็นเลยแต่เรากลัว ในทํานองเดียวกันร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ก็อาจจะมีลักษณะที่คล้ายคลึงกัน เสียดายโอกาสที่ท่านประธานถอนไปเสียก่อน จริง ๆ ผมตั้งใจจะอภิปรายสนับสนุนท่านเต็มที่ ขอบพระคุณครับ

นายสุธรรม ลิ้มสุวรรณเกษม

ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ สุธรรมครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

เชิญครับ

นายสุธรรม ลิ้มสุวรรณเกษม

ท่านประธานครับ ผมก็กําลังจะหารือ ในสิ่งที่ท่านสมาชิกเกษมสันต์ที่เพิ่งนั่งลงไปนะครับ ในข้อบังคับ ข้อ ๒๒ การที่จะเลื่อน ระเบียบวาระหรือจะขอถอนต้องเปึนมติของที่ประชุม

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ใช่ครับ

นายสุธรรม ลิ้มสุวรรณเกษม

ก็เลยจะสอบถามท่านประธานว่าตกลง เราถอนไปหรือยังครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ประธานอนุกรรมาธิการและประธานกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการ ได้ขอถอนแล้ว ผมกําลังจะขอมติที่ประชุม แต่หลังจากสมาชิก ให้ความเห็นแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างสมาชิกให้ความเห็น ก็กะจะให้ความเห็นเสียให้เสร็จ เดี๋ยวจะดําเนินการต่อนะครับ เพราะจะได้พิจารณาต่อ แล้วขั้นตอนเมื่อสมาชิกได้ ให้ ความเห็นจบแล้ว ก็จะขอมติสภาว่าจะให้ถอนไหมก่อนจะลงมติครับ เชิญคุณประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ ครับ

นายประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์

ท่านประธานครับ ผม ประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ หมายเลข ๑๒๗ ผมก็ตั้งใจที่จะอภิปรายเรื่อง พ.ร.บ. ความปลอดภัยทางชีวภาพ ผมเคยเปึน นักข่าวที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเคยไปทําข่าวเรื่องฝัายบีที (BT) เรื่องมะละกอ จีเอ็มโอ ก็อยากมาเล่าให้ฟัง แล้วก็ท่านประธานได้ถอนไปแล้ว ผมก็ขอบคุณแล้วก็มีเรื่อง ที่ไม่ติดใจผมว่าสังคมไทยเคยถกเถียงเรื่องนี้มาเยอะ ระหว่างเกษตรอินทรีย์ เกษตรจีเอ็มโอ

แล้วก็มีการติดปัายให้ผู้บริโภคมีทางเลือก ป้ ๒๕๔๐-๒๕๕๐ เปึนที่มาของมติ ครม. เมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ ในการควบคุมการทดลอง เพราะฉะนั้นเมื่อประธาน กรรมาธิการได้ถอนเรื่องนี้แล้วผมก็ขอบคุณ เพราะว่าผมก็มีข้อท้วงติงอยู่หลายประเด็น แล้วก็เห็นสอดคล้องกับสมาชิกหลายคนว่าเรื่องนี้ยังเปึนเรื่องถกเถียงแล้วก็มีคนไปยื่นให้ ครม. ชะลอเรื่อง ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติชะลอการพิจารณาเรื่องนี้จนกว่าการรับฟัง ความคิดเห็นของประชาชน เกษตร ผู้บริโภค และกลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ เพราะฉะนั้น ผมจึงไม่ติดใจแล้ว แล้วก็ประธานถอนไปแล้ว ก็ขอบคุณมากครับ

นายสุธรรม ลิ้มสุวรรณเกษม

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ครับ

นายสุธรรม ลิ้มสุวรรณเกษม

ท่านประธานครับ ผม สุธรรม ลิ้มสุวรรณเกษม สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๒๒๐ ฟังดูแล้วสมาชิกยังสับสนนะครับ ขณะนี้ ระเบียบวาระญัตตินี้ยังอยู่นะครับ เพียงแต่ว่าประธานกรรมาธิการขอถอน แต่มติสภา ยังไม่ลงมติว่าให้ถอน เพราะฉะนั้นมันยังอยู่ครับ เพราะฉะนั้นที่ท่านสมาชิกบอกว่า มันถอนไปแล้ว มันยังอยู่ ทีนี้สมาชิกพอบอกถอนแล้วก็เลยจะสละสิทธิ์ไม่อภิปราย หรือไม่ให้คําอธิบายต่อ ผมว่าตรงนี้ต้องชัดเจนก่อนว่ามันยังอยู่หรือมันไม่อยู่แล้ว ขอบพระคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

มันยังอยู่ เพราะคุณเกษมสันต์ก็อยากอภิปราย มิฉะนั้นผมก็ต้องตัดไม่ให้คุณเกษมสันต์อภิปราย ผมจะขอมติที่ประชุมหลังจากอภิปรายให้ความเห็นแล้วก่อนจะลงมติ โอเคนะครับ

นางสาวรสนา โตสิตระกูล

ท่านประธานคะ ขออนุญาตค่ะ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ครับ

นางสาวรสนา โตสิตระกูล

ดิฉัน รสนา โตสิตระกูล ดิฉันคิดว่าเราเคยมี การถอนโดยคณะกรรมาธิการมาก่อนนะคะ อย่างกรณีของคุณหมออําพล ท่านถอนแล้วก็ ท่านประธานก็อนุญาตให้ถอน ไม่เคยมีการอภิปรายในลักษณะแบบนี้ว่าในสภานั้นจะอนุญาต ให้ถอนหรือไม่ให้ถอน เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่ามันเปึนสิทธิของกรรมาธิการที่เขาเห็นว่า เขาจะถอนได้ ไม่ใช่เรื่องที่ว่าจะต้องมาขอมติในที่ประชุมนะคะ เพราะถ้าเราคิดว่า ต้องขอมติที่ประชุมนี่ก่อนหน้านี้ในกรณีของคุณหมออําพลที่ถอนร่างของท่านไป

ก็สามารถถอนได้นะคะ เพราะฉะนั้นคิดว่าเมื่อทางประธานกรรมาธิการได้ขอถอน ก็สมควรที่จะถอนได้ค่ะ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

มันเปึนเช่นนั้น แต่บังเอิญข้อบังคับเราเขียนว่าต้องเปึนมติสภา เนื่องจากได้บรรจุระเบียบวาระและดําเนิน การประชุมไปแล้วครับ กรณีของหมออําพลนั้นก็เปึนมติสภาด้วย ขอถอนด้วยครับ แล้วก็เปึน มติสภาให้ถอนครับ

นางสาวรสนา โตสิตระกูล

คือเข้าใจว่าครั้งนั้นไม่ได้มีการลงมตินะคะ ที่จะให้อนุมัติให้มีการถอน ท่านประธานลองเช็กดูนะคะ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

เดี๋ยวลองเช็กดู แต่กรณีข้อบังคับมันชัดเจนอยู่ แล้วก็ต้องเปึนมติสภาให้ถอน โอเคครับ ขอดําเนินการ ต่อนะครับ อาจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ครับ

นายวิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ 🔗

ขอบคุณท่านประธาน ผมกราบเรียน ท่านประธาน ผม วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ในกรณีของคุณหมออําพลนั้นถอนก่อนอภิปรายนะ ท่านประธาน ยังไม่มีอภิปราย อันนี้ถอนในระหว่างอภิปราย ก็จะต่างกับของคุณหมอ เมื่อยังอยู่ในวาระผมคิดว่าถอนไปดีแล้วจะได้ไม่เสียเวลามาก เพราะมันมีหลายเรื่อง ชื่อบอกคุ้มครอง แต่เนื้อในนี่ไม่คุ้มครองอะไรเลย คุ้มครองคนทําให้เกิดความเสียหาย อย่างมาตรา ๕๒ ท่านประธาน อยู่ในบัญชีห้าม ไปทํา บอกว่ารับผิดชอบ ยกเว้นเหตุสุดวิสัย หรือความผิดของผู้นั้นเอง ก็แย่สิครับ บอกคุณไปกินเอาเองนี่ เพราะฉะนั้นคุณเสียหาย ก็เรื่องคุณ ความผิดคุณ คุณไปกินเอง ทีนี้ในทางกฎหมายเปึนความผิดเราที่ไปกินเอง เขาไม่ได้บอกให้กินเสียหน่อย ไปซื้อกินเอง ก็กลายเปึนความผิดเราครับท่านประธาน ผมไม่เคยเจอกฎหมายไหนไปคุ้มครองถึงขนาดนี้ เขามีแต่บอกว่าถ้าอะไรห้ามนี่เกิดผิดขึ้นมา เอ็งต้องรับผิดชอบทุกกรณี แต่ถ้าของที่ไม่ห้ามนี่ ถึงมันก่อให้เกิดความเสียหายคุณก็ต้อง รับผิด ยกเว้นเหตุสุดวิสัย อันนี้ยังพอฟังได้ว่าคุ้มครอง คือขนาดต่อให้จีเอ็มโออนุญาต ให้ใช้แล้วไปก่อให้เกิดความเสียหายกับใครก็ต้องรับผิด ยกเว้นเหตุสุดวิสัย อันนั้นเปึนหลัก กฎหมายละเมิดทั่วไป อันนี้เขียนแบบนี้มันกลับไปคุ้มครองว่าอะไรอยู่ในลิสต์ (List) แล้ว เอ็งไปก่อความเสียหายกับชาวโลกได้ทั้งนั้น ไม่ใช่ครับท่านประธาน มันมีหลายเรื่อง ผมว่ากลับไปพูดคุยกันก่อนเหมือนป์าไม้ผมว่าดีแล้วท่ำนประธาน ผมจะได้ไม่เสียเวลา อภิปรายตรงนี้ มันมีหลายประเด็นเยอะมาก เช่นลิสต์นี่มันต้องเข้มงวดครับท่านประธาน

ลิสต์อะไรที่จะยอมต้องตราเปึนพระราชกฤษฎีกา ไม่ใช่แค่ประกาศกระจอก ๆ ประกาศ มันง่ายสุด ผมจึงบอกว่าใช้ประกาศกระจอก ๆ ขออภัยถ้าคําว่า กระจอก เปึนคําไม่ดี ผมต้อง ขออภัย ขอถอน คือประกาศมันเปึนเรื่องที่ง่ายสุด เรื่องอะไรที่มันอันตรายนี่มันยังไม่รู้ว่า ปลอดภัย ไม่ปลอดภัย คุณจะอนุญาตให้เขาทําได้นี่มันต้องออกเปึนพระราชกฤษฎีกา หมายความว่า ครม. ศึกษารอบคอบ แล้วเห็นว่าโอเคกรณีนี้น่าไปไหว ให้ออก อันนั้นยังพอไปได้ ไม่ใช่ไปซี้ซั้วประกาศ พอเกิดความเสียหายบอกอยู่ในลิสต์ประกาศ กินเอง ซวยเลยครับ กฎหมายนี้คุ้มครองใคร แล้วผมว่าถ้าจะคุ้มครองจริง ๆ ต้องใส่เรื่องคุ้มครองผู้บริโภคเข้าไปให้ มากเลยครับท่านประธาน ผมฝากไปด้วย ถอน ไม่ถอนก็ไม่รู้ คุณต้องคุ้มครองผู้บริโภค ให้หนัก ว่าถ้าเกิดความเสียหายอะไรต้องให้คุ้มครองผู้บริโภคเขาไปอยู่ด้วยในคณะกรรมการ ชุดนั้นมันจึงเรียกว่าคุ้มครอง จ่าหัวคุ้มครอง แต่ข้างในไปคุ้มครองคนทําผิด ท่านประธาน ลองไปให้นักกฎหมายอ่านให้ดีแล้วกัน ผมในฐานะนักกฎหมายนี่บอกเลยไม่ได้คุ้มครอง คนข้างนอกเลย คุ้มครองคนทําไม่ดี อย่างนี้เสียหาย สปช. หมดถ้าออกไป ผมไม่เห็นด้วย ผมประท้วงเลยออกไปนี่ ต่อไปผมขอเข้าเรื่องรายงาน ประเด็นหลักท่านประธาน เราบอกอยู่แล้วว่า ปัญหาใหญ่ของเกษตรเรา คือเราไปทําการเกษตรที่ได้ผลตอบแทนต่ํา แล้วเรายังใช้เคมีภัณฑ์สูง แล้วในที่สุดก็เปึนอันตรายกับเกษตรกรเอง แล้วก็ต้องมาเปึนภาระ สปสช. ก็คือเรื่องสุขภาพ มะเร็งประเทศไทยเปึนมากที่สุดเลย แล้วสาเหตุหนึ่งก็นี่แหละครับ

เรื่องสิ่งแวดล้อม สารเคมี พวกเราอยู่ในเกณฑ์ทั้งนั้นที่จะเจอมะเร็ง ผมก็พยายาม กินสารปลอดภัยแล้ว แต่ก็รู้ว่าเราอยู่ในโลกที่เสี่ยงมากครับท่านประธาน แล้วเรายังปล่อย อีกหลายเรื่องเข้ามา ผมว่าอันตราย แล้วผมคิดว่าถ้าเราจะทําให้เกษตรกรมีรายได้ดี ท่านประธานครับ ผมพูดไปครั้งที่แล้วแต่ไม่มีอยู่ในรายงาน คือ ๑. เราต้องส่งเสริมเกษตรกร รายย่อย การส่งเสริมเกษตรกรรายย่อยมีหลายมาตรการ คือต้องมีภาษี จัดการเก็บภาษี จากที่ดินที่มีเปึนแปลงใหญ่ ๆ เพื่อให้ที่ดินไม่แพงเกิน ไปแล้วมันยังอยู่กับเกษตรรายย่อย ๒. เราต้องพยายามให้ปลูกพืชที่ให้ค่าตอบแทนสูง เพราะฉะนั้นผมเสนอเลยมันต้องมี สถาบันวิจัยที่จะส่งเสริมให้คนไทยไปเพาะปลูกอะไรที่มันให้ค่าตอบแทนสูง ผมยกตัวอย่าง แม้แต่เห็ดนางฟัาสีขาว กิโลกรัมละ ๔๐ บาท เห็ดนางฟัาภูฐานสีดํา กิโลกรัมละ ๗๐ บาท อย่างนี้ผมคนพิการผมก็บอกคนพิการเลยปลูกเห็ดนางฟัาภูฐานสีดํา เราก็ส่งเสริมไป เพราะมันแพงกว่ากันตั้ง ๓๐ บาท ต้นทุน ๕ บาทพอ ๆ กัน มันต้องมีงานวิจัยเข้ามาช่วยเรา ครับว่าเราควรจะปลูกอะไรที่มันให้ค่าตอบแทนสูง เกษตรจีเอ็มโอเปึนเกษตรราคาต่ําต้อย ขืนเอามาใช้ในประเทศไทยจนไปตลอดชาติ ท่านประธานไปดูครับ เกษตรจีเอ็มโอมีแต่เกษตร ประเทศที่เขาทําเปึนแปลงใหญ่ ๆ ราคาถูก ๆ แล้วเรายังมาเน้นเกษตรราคาถูกก็ตายลูกเดียว เพราะฉะนั้นมันต้องมาเน้นเกษตรอินทรีย์ราคาดีกว่ากันเยอะครับ กินพืชอย่างเดียวกัน อันหนึ่งบอกอินทรีย์ คนละเรื่องเลย ราคาคนละอย่างเลย แล้วอย่าลืมส่งเสริมคนพิการ ทําเกษตรด้วยนะครับ ท่านประธานทราบไหมครับ คนตาบอดก็ทํานาได้ครับ แล้วเราทํานา ไรซ์เบอร์รี เราไม่ทํานาข้าวราคาถูก เราทําไรซ์เบอร์รี สมเด็จพระเทพฯ จะเสด็จไปชมที่ จังหวัดนครนายกดูว่าตาบอดทํานาอย่างไร ข้าวไรซ์เบอร์รี เราไม่ไปเอาข้าวนึ่งข้าวอะไร ราคาต่ํา ๆ มันต้องเน้นงานวิจัยแล้วให้เราไปทําเกษตรที่สูงขึ้นไปเรื่อย ๆ แต่อันนี้ไม่มีเลยครับ ในรายงาน ผมว่าแล้วปฏิรูปอะไรครับ ก็เกษตรเดิม ๆ ราคาถูก ๆ ท่านประธานครับ ทุกวันนี้ เราทําได้เพราะเราใช้แรงงานต่างชาติ แล้วถ้าวันหนึ่งเขากลับไปนี่ผมอยากจะถามหน่อยว่า เกษตรเมืองไทยนี่ไม่มีแรงงานถูก ๆ จากต่างประเทศแล้วจะเอาตัวรอดไหม ถ้ายังทําเกษตร ย่ําต๊อกอยู่แบบเดิม เราต้องมองไปข้างหน้าครับท่านประธาน ผมฝากไว้ด้วยครับ ปฏิรูปนะครับ ไม่ใช่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณครับ มีลงชื่อไว้อีก ๔ ท่าน คุณกษิดิ์เดชธนทัต เสกขุนทด ดอกเตอร์วินัย ดะห์ลัน คุณวรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา และคุณชาลี เอียดสกุล เชิญคุณกษิดิ์เดชธนทัตครับ

นางสาวรสนา โตสิตระกูล

ท่านประธานคะ ดิฉันขออนุญาตแทรก เพื่อนสมาชิกนิดหนึ่งนะคะ ดิฉันคิดว่าเราควรจะทําทุกอย่างให้โพรเซสมันถูกต้อง คือเมื่อสักครู่นี้ที่มีการพูดถึงว่าการขอถอนของประธานแล้วยังต้องมารับมติ ดิฉันคิดว่า โดยหลักในการทํางานในสภาเมื่อประธานเสนอถอนในขณะนั้นไม่มีใครค้านก็ ถือว่าเรื่องผ่านนะคะ อันนี้ประการที่ ๑ ประการที่ ๒ ที่ท่านบอกว่าไม่เคยมีการถอนแบบนี้มาก่อนนี่ ไม่ใช่เฉพาะ เรื่องของคุณหมออําพลนะคะ กรณีเรื่องตํารวจ ปฏิรูปตํารวจก็เถียงกันจนจบ แล้วในที่สุด ก็ถอนไป ก็ไม่ได้มีการลงมติอะไร เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าถ้าลองไปดูมีหลายเรื่ อง แล้วหลังจากที่เมื่อมีการถกกันในเรื่องนี้ดิฉันมาดูเอกสารใหม่ เอกสารของคณะกรรมาธิการ เสนอกฎหมายแค่ ๒ ฉบับ เอกสารที่ปะหน้ามาคือเรื่องโค กระบือ แล้วก็เรื่องของสหกรณ์ เอกสารร่างพระราชบัญญัตินอกจากนั้นไม่ได้อยู่ในการเสนอของคณะกรรมาธิการนะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าถ้าจะพูดกันถึงประเด็นนี้ก็ควรจะพูดกันให้หมดว่า

ตกลงการโหวตหรือการรับรองร่างพระราชบัญญัตินั้นจะรับร่างเพียง ๒ ร่างหรือเปล่า หรือจะรับร่างอื่น ๆ ด้วย ดิฉันคิดว่าถ้าจะมาเถียงกันในเรื่องของดิว โพรเซส (Due process) ต้องมาพูดกันตรงจุดนี้ ขอบพระคุณค่ะ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

เอาทีละประเด็น ผมขอโทษคุณกษิดิ์เดชธนทัตเดี๋ยวจะให้เวลาได้พูดต่อ เคลียร์เรื่องนี้เสียก่อน กรณีวาระที่ คุณรสนาได้อ้างถึง ขอประทานโทษที่เอ่ยชื่อท่าน กรณีที่กรรมาธิการชุดหมออําพลนั้นไม่ได้มี การลงมติชัด ๆ แต่ผมถามที่ประชุมว่ามีท่านใดขัดข้องหรือไม่ ซึ่งก็ถือว่านั่นเปึนการถาม ความเห็นโดยเปึนมติว่าไม่มีใครขัดข้อง แล้วผมสรุปว่าเมื่อไม่มีท่านใดขัดข้องผมจะให้ถอน วาระปฏิรูปนั้นไม่ใช่เปึนการถอน แต่เปึนการเสนอให้ประธานไปพิจารณาตั้งกรรมการขึ้นมา ดําเนินการ แล้วขณะนี้ก็ได้ตั้งกรรมการดําเนินการแล้ว แล้วกําลังจะกลับเข้ามาสู่ การพิจารณาของสภาปฏิรูปแห่งชาติต่อเนื่องจากที่กรรมาธิการและอนุกรรมาธิการปฏิรูป ตํารวจได้ดําเนินการไว้ ผมคิดว่าต้องคลี่คลายเช่นนี้ ข้อบังคับเขียนไว้ ทีนี้ซึ่งก็ได้เรียนแล้วว่า เดี๋ยวจะถามมติ เพียงแต่ว่าอยู่ในกระบวนการที่สมาชิกให้ความเห็น ผมไม่อยากจะขวาง ระหว่างการดําเนินการในเรื่องนั้น ก็อยากให้สมาชิกได้ให้ความเห็นไปก่อน เชิญคุณรสนา

นางสาวรสนา โตสิตระกูล

กราบเรียนท่านประธาน คือเมื่อมีท่านประธาน กรรมาธิการประกาศถอน ท่านประธานไม่ได้ถามเพื่อนสมาชิกว่าเห็นสมควรให้ถอนไหม ทุกคนก็เข้าใจว่าเปึนการถอน เพราะฉะนั้นก็ไม่มีการอภิปราย คนที่ต้องการอภิปรายเพื่อที่จะ ไม่เห็นด้วยกับร่างอันนี้ ก็จะไม่ได้มีการอภิปรายต่อ เพราะฉะนั้นถ้าหากท่านบอกว่า ท่านไม่ได้ค้านในขณะที่ท่านประธานกรรมาธิการเสนอ แล้วก็มาตอนหลังนี่ดิฉันคิดว่า ในระบบของการทํางานสภา เมื่อประธานไม่ได้ค้านต้องถือว่าเรื่องนี้ผ่านว่าอนุมัติให้มี การถอน แต่ถ้าไม่อย่างนั้นแล้วมันก็จะเกิดความสับสนว่าเพื่อนสมาชิกทุกคนนึ กว่าถอนแล้ว ทุกคนไม่ได้มีการขัดข้องในเรื่องนี้เพราะไม่มีการทักท้วง ในขณะที่ท่านประธานกรรมาธิการ ขอถอน เพราะฉะนั้นก็ต้องถือว่าถอนแล้ว ไม่เชื่อท่านลองถามท่านอดีตประธานรัฐสภาเรา ก็ได้ว่าวิธีการดําเนินการในสภานั้นเขาดําเนินการกันอย่างไร

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

บังเอิญ นี่มันสภาปฏิรูปแห่งชาติครับ แล้วก็ไม่มีสภาปฏิรูปแห่งชาติมาก่อน ผมก็คิดว่าเราก็ทําตาม แบบของเรานี่ก็ดีพอสมควรแล้วก็น่ารักดี แล้วเดี๋ยวผมก็จะถามมติก็เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้น ท่านสมาชิกก็ยังให้ความเห็นเพิ่มเติมอยู่ ก็ไม่ได้กระไรในกรอบเวลา ๕ นาที แล้วเหลืออีก ๓ คนก็จบ

นางสาวรสนา โตสิตระกูล

คือดิฉันอยากให้ท่านลองทบทวนดูร่างกฎหมาย ที่เข้ามาหลายฉบับซึ่งไม่ได้เปึนการนําเสนอโดยท่านประธาน แต่ว่าให้มีการอภิปรายต่อไป แล้วจะมีการโหวต อันนี้เราจะใช้หลักการอะไรคะ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

มีอะไร ในร่างกฎหมายที่ไม่ได้เสนอโดยประธาน แปลว่าอะไรครับ

นางสาวรสนา โตสิตระกูล

เอกสารที่ท่านประธานกรรมาธิการได้นําเสนอ ท่านประธาน ที่เปึนใบปะหน้าวันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๘ มีการนําเสนอมาทั้งหมด ๓.๗ คือมีหัวข้อทั้งหมด ๓.๗ แล้วก็ในหัวข้อ ๓.๖ ระบุว่าการเสนอร่างพระราชบัญญัติการพัฒนา อุตสาหกรรมการผลิตเนื้อโค กระบือ พ.ศ. .... ข้อ ๓.๗ ร่างพระราชบัญญัติสมาพันธ์สหกรณ์ เพื่อการเกษตรและวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. .... โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้ นอกจากนั้นไม่มีรายชื่อ ของกฎหมายที่นําเสนอเข้ามา แต่ว่าในเอกสารที่ประกอบให้มีการพิจารณานั้นมีกฎหมาย เข้ามาหลายฉบับ ดิฉันเองก็อยากจะเรียนถามว่าโดยหลักการของสภาปฏิรูปแห่งชาติ เราจะพิจารณาเรื่องนี้อย่างไร ในเมื่อประธานกรรมาธิการไม่ได้นําเสนอว่าจะขอนํา ร่างกฎหมายฉบับที่ไม่ได้มีรายชื่อเข้ามาด้วยจะสามารถกระทําได้หรือไม่ในการที่จะ นําร่างกฎหมายที่ไม่ได้มีการนําเสนอต่อท่านประธานเข้ามาให้สมาชิกพิจารณาค่ะ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

อันที่จริง ถ้าจะคิดว่าเรื่องนี้เปึนความผิดพลาด เปึนความผิดพลาดของผมเอง ผมอ่านจากสารบัญ ของรายงานของกรรมาธิการที่นําเสนอใน ๕.๑-๕.๑๐ มีครบถ้วนเลยครับ

เพราะฉะนั้นวาระประชุมวันนี้ก็นําเสนอมาตามนั้นแล้วผมคิดว่าก็สมบูรณ์แบบ เพียงแต่ วาระที่ ๕.๙ ที่ประธานได้ขอถอนไปเมื่อสักครู่ ดังนั้นกระบวนการพิจารณา ๕.๖ เรื่องร่าง พระราชบัญญัติปาล์มและน้ํามันปาล์ม พ.ศ .... ๕.๗ ร่างพระราชบัญญัติมันสําปะหลังและ ผลิตภัณฑ์มันสําปะหลัง พ.ศ. .... ๕.๘ ร่างพระราชบัญญัติการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิต เนื้อโค กระบือ พ.ศ. .... ก็อยู่ในรายงานที่นําเสนอสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผมคิดว่าถ้าสภาปฏิรูป แห่งชาติพิจารณารายงานนี้ก็ควรจะพิจารณาตามกรอบนี้ถูกไหมครับ ถ้าไม่ขัดข้องแล้ว ขออนุญาตดําเนินการต่อนะครับ ส่วนประเด็นเรื่องใบปะหน้าเปึนอีกเรื่องหนึ่ง เชิญคุณกษิดิ์เดชธนทัตครับ

นายกษิดิ์เดชธนทัต เสกขุนทด 🔗

เรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติครับ ท่านกรรมาธิการ ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติครับ ผม กษิดิ์เดชธนทัต เสกขุนทด หมายเลข ๐๐๑ จังหวัดนครราชสีมา โดยภาพรวมแล้วเรื่องที่กรรมาธิการได้นําเสนอสู่สภา วันนี้ผมถือว่าเปึนเรื่องสําคัญเรื่องหนึ่งของสภานะครับ เพราะว่าเปึนหัวใจหลักของประชาชน เปึนส่วนใหญ่ของประเทศที่เปึนประชาชนที่เรียกว่า รากหญ้า ว่าด้วยเรื่องของเกษตรกร โดยภาพรวมเองเรื่องการเสนอปฏิรูปโดยภาพรวมผมเห็นด้วยเปึนส่วนใหญ่นะครับ โดยเฉพาะเรื่องเกษตรอินทรีย์ซึ่งถือว่าเปึนนวัตกรรมของเกษตรกรรากหญ้ำที่เข้าถึงได้มากที่สุด แต่ว่าก็มีข้อกังวลบางเรื่องอย่างที่ท่านสมาชิกท่านอื่น ๆ ได้นําเสนอไป ผมก็ขออนุญาต ไม่เสนอซ้ํา โดยเฉพาะเรื่อง พ.ร.บ. ของจีเอ็มโอนะครับ ก็มีความกังวลใจอยู่พอสมควร รูปธรรมหลายป้ที่ผ่านมาที่เกษตรกรเองก็มีความสับสนว่าเรื่องนี้มันเปึนอย่าง ไรกันแน่ ไม่ว่าจะเกษตรกรโดยเฉพาะภาคอีสานของผมนะครับ บริโภคมะละกอกันทุกวัน มะละกอ จีเอ็มโอมันเปึนอย่างไร ส้มตําจะขายออกได้หรือเปล่า คําถามเยอะแยะมากมาย พี่น้องจังหวัดเลย เพลงฝัายเมืองเลยก็เริ่มจะเบาลงไปแล้วนะครับ อันนี้คือรูปธรรมที่เกิด ความสับสน ถ้ามีการถอนร่าง พ.ร.บ. นี้ไปก็จะทําให้การศึกษาเรื่องนี้มีความชัดเจนมากขึ้น ผมขออนุญาตไม่อภิปรายเรื่องนี้ก็แล้วกันนะครับ ผมขออนุญาตอภิปรายถึงเรื่อง เกษตรอินทรีย์ก็แล้วกันนะครับ ผมถือว่ามันเปึนนวัตกรรมหนึ่งที่เกษตรกรรากหญ้าที่มีรายได้ ขั้นต่ําแล้วก็เปึนผู้ที่อยู่ต่ําสุดของ ประชาชนคนไทยเข้าถึงเรื่องนี้ได้มากที่สุด แล้วก็เปึนเรื่อง สาระสําคัญที่ถือว่าเปึนอาชีพที่สังคมยอมรับมากที่สุด ผลิตภัณฑ์ที่สังคมยอมรับมากที่สุด ไม่ว่าจะเปึนปศุสัตว์หรือเกษตรนะครับ ผมมองว่าวันนี้เครือข่ายเกษตรกรเองทุกภาคได้มี

การรวมกลุ่ม ได้มีการเชื่อมโยงเครือข่าย ผลิตที่เปึนห่วงโซ่ของอาหารแล้วก็ห่วงโซ่ตั้งแต่ สายพานตั้งแต่การผลิตไปสู่ของการบริโภคและจําหน่าย ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการจัดการ เรื่องพันธุกรรมเอง ซึ่งก็จะสวนทางกับ พ.ร.บ. ของจีเอ็มโอเช่นกัน วันนี้มีธนาคารพันธุกรรม เกิดขึ้นมากมายในพื้นที่ในชนบท สะสมพันธุ์ข้าวพื้นเมือง สะสมพันธุ์พืชผักพื้นเมืองเยอะแยะ มากมาย วันนี้กําลังทํา การผลิตเรื่องเกษตรอินทรีย์ วันนี้กําลังแปรรูปเรื่องเกษตรอินทรีย์ แล้วก็จําหน่ายเกษตรอินทรีย์ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของพืชแล้วก็สัตว์ เรื่องราวเหล่านี้ ผมว่ามันเปึนเรื่องดีแล้วก็มีสีสัน แล้วก็ทําให้เกษตรกรรากหญ้าเข้าถึงได้มาก แล้วที่สําคัญ ก็คือว่ามันจะไปตอบสนองคําว่า เศรษฐกิจพอเพียงได้ สาระสําคัญอันหนึ่งก็คือไปตอบสนอง ที่มันเปึนครัวของโลกได้ เรื่องราวเหล่านี้ผมว่ามันเปึนกระทะที่หงายขึ้น ถ้าเกษตรกรคิดค้น ออกแบบและเชื่อมโยงเรียนรู้ซึ่งกันและกันเปึนเครือข่าย เนื้อปฏิรูปเรื่องสุดท้าย ที่กรรมาธิการได้เสนอผมถือว่ามันเปึนเรื่องที่ดี แต่ทําอย่างไรเรื่องนี้มันเปึนนโยบายหลักให้ได้ แน่นอนก็คือว่าสังคมโดยรวมไม่ขัดแย้งแน่นอน การที่มีพันธุกรรมพื้นเมือง

การที่มีเกษตรอินทรีย์ การมีอาหารที่เปึนอินทรีย์บริโภค อาหารที่มีคุณค่า แต่ในขณะเดียวกัน ตรงกันข้าม ภาคของการส่งเสริม ณ วันนี้ที่มันเปึนรูปธรรมมันไม่ได้เกิดขึ้น มันไม่มีสายพาน ที่มันเชื่อมโยงต่อเนื่องกันอย่างชัดเจน ศูนย์พันธุกรรมที่เกิดขึ้นมากมายอาจจะได้ ความอนุเคราะห์จากท้องถิ่นต่าง ๆ แต่กระทรวงที่เกี่ยวข้องเรื่องนี้มองอย่างไรที่จะเกิด ศูนย์พันธุกรรมที่เกิดขึ้นมากมาย การผลิตที่มันเปึนผลิตภัณฑ์ทางเกษตรอินทรีย์เกิดขึ้น มากมายเลยครับ กระบวนการการส่งเสริมมันไม่มีความต่อเนื่อง ระบบการตลาด พี่น้องประชาชนพยายามโยงโรงสีมีกระบวนการการผลิต การแปรรูป การจําหน่าย แต่ระบบ เศรษฐกิจฐานรากอันนี้ไม่ได้รับการสนับสนุน ถ้ากรรมาธิการจะได้มีโอกาสได้เสนอเพิ่มเติม ผมก็อยากขออนุญาตให้เสนอเพิ่มเติมว่าให้เห็นห่วงโซ่ของการส่งเสริมที่ชัดเจนมากขึ้น วันนี้ห่วงโซ่ของเกษตรกรฐานรากพยายามเชื่อมโยงให้มีเปึนขั้นเปึนตอน สร้างพันธุกรรมเอง ผลิตเอง แปรรูปเอง แล้วพยายามจําหน่ายเอง ในมุมกลับกันครับรัฐควรส่งเสริมที่ มันเปึน ห่วงโซ่ที่ต่อเนื่องได้ด้วย ถ้ารูปธรรมตรงนี้ชัดเจนผมว่านวัตกรรมของพี่น้องเกษตรกรฐานราก มันจะนําไปสู่การปฏิรูป ความเหลื่อมล้ําตรงนี้มันก็จะสามารถลดน้อยลงได้ครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญดอกเตอร์วินัย ดะห์ลัน ครับ

นายวินัย ดะห์ลัน

ขอบคุณมากครับท่านประธาน ผม วินัย ดะห์ลัน หมายเลข ๑๘๕ ขออนุญาตปรึกษาหารือเรื่องของการส่งเอกสาร ในเอกสารที่ผมได้รับที่บ้าน เอกสารที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของจีเอ็มโอนั้นมันไม่มี เพราะฉะนั้นผมก็เข้าใจว่าเรื่ องของ ความปลอดภัยทางชีวภาพนั้นอาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องของจีเอ็มโอ ก็เลยไม่ได้ ทําการศึกษาในเรื่องนี้มาก่อน แต่อย่างไรก็ตามหลังจากที่ได้รับวันนี้ได้ลองอ่านดูผมก็คิดว่า ก็คงจะต้องขออนุญาตอภิปรายสักเล็กน้อย เรื่องของจีเอ็มโอนั้นเราทํากันมาเปึน ๑๐ ป้ ๒๐ ป้แล้ว ประเด็นในเรื่องของความสับสนปลอดภัย ไม่ปลอดภัย จนกระทั่งบัดนี้นั้นยังหา ข้อสรุปไม่ได้ ผมก็อยากจะได้เล่าเรื่องบางเรื่องแล้วก็ได้แสดงถึงความห่วงใยบางประการ มันจะมีงานวิจัยของมหาวิทยาลัยผมจําไม่ได้อาจจะเปึนมหาวิทยาลัยคอร์แนลเกี่ยวข้องกับ เรื่องของการศึกษาจีเอ็มโอในหนูทดลอง จริง ๆ แล้วเขาศึกษาเรื่องของดีเอ็นเอ (DNA) ดีเอ็นเอ ยีนของหนูซึ่งเขาพบว่ายีนของหนูกับ ของมนุษย์นั้นมันมีความแตกต่างกั นแค่

๓ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่ว่าส่วนที่แตกต่างกัน ๓ เปอร์เซ็นต์นั้นกลับทําให้ศักยภาพ ของหนูกับมนุษย์นี่แตกต่างกันมหาศาล ในส่วนของ ๓ เปอร์เซ็นต์นั้นของหนูกับมนุษย์ ปรากฏว่าบางส่วนนั้นหนูมีศักยภาพมากกว่ามนุษย์ด้วยซ้ํา อย่างเช่นเรื่องของการใช้หนวด การเดินในเวลากลางคืน การมองอะไรต่ออะไร ไม่ได้หมายความว่ามนุษย์จะดี กว่าหนู แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่เขาสงสัยเลยก็คือเหตุใดจึงทําให้จํานวนยีนของหนูกับมนุษย์ซึ่งมีเท่ากัน ชนิดของยีนก็เหมือนกันจึงมีความแตกต่างกันมากมายขนาดนั้น สิ่งที่เขาพบเลยก็คือตําแหน่ง การวางตําแหน่งของยีนในแต่ละยีนนั้น การที่มันเปลี่ยนตําแหน่งในยีนเดียวกัน ไปสู่อีกตําแหน่งหนึ่งนั้นทําให้ศักยภาพของยีนนั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างมหาศาล ตรงนี้เอง ที่ทําให้เขาห่วงใยในเรื่องของจีเอ็มโอ เพราะการทําจีเอ็มโอนั้นเปึนเรื่องของการใช้ยีน การยิงยีนที่ต้องการนั้นเข้าไปในดีเอ็นเอ แล้วไม่สามารถกําหนดได้ว่ามันจะไปอยู่ ตรงบริเวณไหนอาจจะไปอยู่ในบริเวณที่มีปัญหาก็ได้ อันนั้นเปึนประเด็นที่ ๑ ประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องของความหละหลวมของการถ่ายทอดยีน สิ่งที่เขากังวลก็อยากจะเรียนอย่างนี้ครับ วันนี้เราไม่ได้กังวลเรื่องของจีเอ็มโอต่อสุขภาพ เรากังวลเกี่ยวข้องกับเรื่องของสิ่งแวดล้อม การที่จีเอ็มโอนั้นเข้าไปมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมนี่เราไม่สามารถที่จะคาดการณ์ได้

ในภาษาอังกฤษใช้คําว่าอันฟอร์กิ ฟวะเบิล มิสเทค (Unforgivable mistake) ก็คือ ความผิดพลาดที่ให้อภัยไม่ได้ ในกรณีเช่นนี้ถ้าสมมุติว่าเราไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหา ที่มันเกิดขึ้น ซึ่งปัญหาที่จะเกิดขึ้นก็อาจจะ ๑๐-๒๐ ป้ข้างหน้าก็ได้เราไม่ทราบ เหมือนอย่างกับ ที่เกิดในกรณีของสิ่งอื่น ๆ ยกตัวอย่างเช่น ซีเอฟซี (CFC) ยกตัวอย่างเช่น ดีดีทีต่าง ๆ เหล่านี้ เปึนอันฟอร์กิฟวะเบิล มิสเทค กรณีของจีเอ็มโอมีคําถามจากนักวิทยาศาสตร์หลายกลุ่ม เปึนอันฟอร์กิ ฟวะเบิล มิสเทคหรือไม่ ถ้ามันเกิดขึ้นมาแล้วเราจะแก้ไขปัญหาอย่างไร ผมดูจากในร่าง พ.ร.บ. ในมาตรา ๔๗ ผมก็คิดว่าอันนี้จะเปึนตัวอย่างเลย อย่างเช่น เมื่อปรากฏว่าผู้ได้รับใบอนุญาตฝ์าฝ๋นไม่ปฏิบัติตามต่าง ๆ เหล่านี้ สมมุติในกรณีที่เขาทําแล้ว ก็เกิดปัญหาขึ้น ไม่แก้ไข ตักเตือนแล้วก็ไม่แก้ไขหรือไม่ปฏิบัติตามหนังสือแจ้งภายใน ระยะเวลาที่กําหนดตามวรรคหนึ่งให้หน่วยงานผู้รับผิดชอบมีอํานาจสั่งพักการใช้ใบอนุญาต ในลักษณะแบบนี้ถ้ามันเปึนลักษณะอย่างที่บอกก็คืออันฟอร์กิฟวะเบิล มิสเทค ถ้าเราอนุญาต ให้มีการทําแล้วมันเกิดความผิดพลาดแล้วไม่แก้ไขในกรณีแบบนี้นั้น ถึงจะแก้ไขหรือไม่แก้ไขนั้น มันแก้ไขไม่ได้แล้วในเมื่อมันมีปัญหาในลักษณะแบบนั้น ผมคิดว่าประเทศไทยนั้นควรจะกําหนด โพซิชันนิงของตนเองให้ชัดเจน เราจะเปึนประเทศที่เปึนจีเอ็มโอฟรีหรือจะเปึนออ ร์แกนิก (Organic) ในลักษณะแบบนี้หรือจะให้มีทั้ง ๒ อย่างนั้นนะครับ ผมคิดว่าเราควรจะมีนโยบาย ที่ชัดเจน ก็ขอเพียงเท่านี้นะครับ ขอบคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญคุณวรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา ครับ

นายวรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา

ขอบพระคุณท่านประธานครับ ผม วรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ก่อนอื่นก็เห็นการนําเสนอของคณะกรรมาธิการ ก็เห็นด้วยหลายเรื่องนะครับ แล้วก็จะเปึนข้อเสนอแนะเสียส่วนใหญ่เรื่องจีเอ็มโอก่อนนะครับ ถ้าเกิดเรามองเรื่องตลาดของโลก ถ้าประเทศเราเปึนออร์แกนิกแล้วทั่วโลกเขาเปึนจีเอ็มโอ ผมคิดว่าประเทศเราจะเด่นในเรื่องของครัวโลก เพราะว่าคนพอมีอายุมากขึ้น สุขภาพดีขึ้น ก็อยากจะกินของดี ๆ ก็อยากให้มองยุทธศาสตร์นี้นะครับ ส่วนเรื่องของพระราชบัญญัติต่าง ๆ ๔ ฉบับ ที่เสนอมา หรือไม่ก็หลักการปฏิรูปการเกษตรผมดูแล้วส่วนใหญ่เปึนเรื่องของ การตลาด ผลิตมาไม่รู้จะไปขายใคร เราก็พยายามจะออกกฎหมายเพื่อจะอุ้มชูเกษตรกรนะครับ แล้วก็เปึนอย่างนี้มา ทีนี้ผมมองในอีกแง่หนึ่งไหน ๆ รัฐบาลชุดนี้เขาก็มีนโยบายว่าจะทําเปึน

ดิจิทัล อิโคโนมี (Digital Economy) ซึ่งเปึนเศรษฐกิจที่จะเอาโลกดิจิ ทัลเข้ามารับใช้ ตลาดเกษตรที่ผมเห็นนี่ก็คือจะไปปลูกโรง บอกเกษตรชุมชน ตลาดอะไรอย่างนี้ ท้ายสุดก็มี เด็กไปวิ่งเล่นอันนี้ยังดีหน่อย บางที่ก็มีสุนัขไปอาศัยอยู่ดูแล้วรู้สึกเสียดายสตางค์ แล้วก็ แก้ปัญหาไม่ได้ คนที่ได้ประโยชน์คือผู้รับเหมาที่สร้างศาลาที่ว่านี่นะครับ ทีนี้อย่างนี้ได้ไหมครับ ในเมื่อในโลกทุกวันนี้ชาวนา เกษตรกรใช้มือถือเปึนรู้จักแอพพลิเคชัน (Application) ทําไม เราไม่สร้างตลาดในนี้นะครับ ผมมีความคิดว่ารัฐบาลทําโปรแกรม (Program) สักโปรแกรมหนึ่ง อยู่ในมือถือ ผมเปึนชาวนาผมอยากจะปลูกข้าวผมต้องไปลงทะเบียน ใส่เลขบัตรประจําตัว ประชาชนของผมลงไป กําหนดชนิดพันธุ์ข้าว กําหนดวันปลูก ถ้าอย่างนี้เราจะกําหนดได้ว่า ข้าวจะออกเมื่อไร แล้วระหว่างที่ผมกดเข้าไปนี่ผมจะรู้ว่าทางรัฐบาลเขาจะมีข้อมูลซ้ํา ๆ มา ถ้าเกิดมีการปลูกข้าวเกินตลาดมันจะเปึนแถบสีแดงขึ้นอันตรายแล้ว ผมจะเสี่ยงไม่เสี่ยง เกษตรกรต้องประเมิน เมื่อเกษตรกรลงทะเบียนแล้ว สิ่งที่ต้องทําก็คือว่าถ่ายรูป กดจีพีเอส (GPS) ว่าตัวเองปลูกตรงไหน แล้วในพื้นที่นั้นกรมพัฒนาที่ดินทําจีไอเอส (GIS) ไว้หมดงบไป หลายพันล้านบาท ตัวนี้เอามาใช้จะรู้เลยครับ

ตรงนั้นน้ําใต้ดินเปึนอย่างไร ชุดดินเปึนชุดอะไร แร่ธาตุอะไรที่เหมาะกับการปลูกพืชอะไร ปริมาณน้ําฝนคืออะไร นี่นะครับ เกษตรกรจะมีข้อมูลครบ ผมดูแล้วว่าเกษตรกรที่มีปัญหา ทุกวันนี้ที่เปึนสารพัดม็อบนี่นะครับ แล้วก็ปลูกข้าวขายไม่ได้ เกิดจากการขาดข้อมูล ทั้งการผลิตและการตลาด ถ้าเกิดมีโปรแกรมอย่างที่ผมว่านะครับ ทางทูตพาณิชย์ทั่วโลก ไปดูตลาด อย่างเช่นป้นี้ถ้าเกิดประเทศสหรัฐอเมริกาแล้ง ประเทศไทยเตรียมปลูกข้าวโพด เลยครับ ข้าวโพดจะราคาดีมาก ทางอเมริกาใต้ อเมริกาเหนือถ้าแล้งนะครับ ทางเราปลูก ข้าวโพดขายเลยครับ แต่ถ้าเกิดทูตเขาก็จะส่งข้อมูลต่าง ๆ มานะครับ มีพืชต่าง ๆ ที่ตลาด แนะนําทั่วโลกมา มันจะอยู่ใน เซิร์ฟเวอร์ (Server) นี้หมดนะครับ ทีนี้สิ่งหนึ่งที่จะต้องทํา ก็คือเกษตรตําบลจะต้องไปตรวจสอบว่าชาวนาหรือเกษตรกรลงทะเบียนแล้วไป ทําจริงไหม ส่วนพ่อค้า ผู้ซื้อโดยตรงก็จะเข้ามาดูในเซิร์ฟเวอร์นี้ได้ แล้วที่สําคัญครับเวลาเกิดภัยพิบัติครับ ไม่ต้องส่งคนไปดูครับ เพราะลงทะเบียนมันมีจีพีเอส อยู่แล้ว ชาวนาตรงไหนก็กดตรงนั้น อยู่ตรงนาตัวเองโทรศัพท์เดี๋ยวนี้มันทําได้ เอาภาพถ่ายทางอากาศมาดูว่าน้ําท่วมแค่ไหน ขีดวงแค่นั้น จ่ายเงินแค่นั้น ไม่อย่างนั้นเวลาเกิดน้ําท่วมมันก็จะมีการคอร์รัปชัน (Corruption) สิ่งเหล่านี้ถ้าเกิดทําเศรษฐกิจดิจิ ทัล อีโคโนมี ที่ว่านี้แล้วเอาเทคโนโลยีนี้ไปใช้นะครับ ผมว่าจะทําให้เรื่องม็อบต่าง ๆ ปลูกข้าวเกินตลาด ปลูกมันสําปะหลังเกินตลาด เลี้ยงวัว เลี้ยงอะไรเกินตลาดมันจะไม่มีและชาวนาเวลาทําแล้วรู้ว่าขายได้เขาจะสบายใจมาก แต่ทุกวันนี้เขาปลูกไปเขาก็เดาไปว่าปลูกแล้วไม่รู้จะไปขายที่ไหน ถ้าเกิดท่านสามารถจะ เชื่อมโยงข้อมูลนี้ได้นะครับ จะเกิดตลาดใหม่ขึ้นมาแล้วก็คนทั่วโลกสามารถจะเชื่อมโยงเข้ามา พ่อค้าคนกลางจะลดบทบาทลงไป สิ่งเหล่านี้ครับ ผมว่าน่าจะเปึนทางออกที่ดีทางหนึ่งครับ ขอบพระคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญคุณชาลี เอียดสกุล ครับ

นายชาลี เอียดสกุล

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ชาลี เอียดสกุล สมาชิกลําดับที่ ๖๐ จากจังหวัดพัทลุงครับ ท่านประธานครับ กระผมมีข้อสังเกต ในเรื่องของการนําเสนอร่างพระราชบัญญัติปาล์มและน้ํามันปาล์ม ซึ่งร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ถ้าฟังดูถึงเจตนารมณ์แล้วก็เปึนการช่วยเหลือพี่น้อ งเกษตรกรนะครับ แต่ว่าถ้าอ่านดูไป ๆ ก็ดูแล้วว่าเปึนเรื่องที่จุกจิกนะครับ แล้วก็ยากแก่การปฏิบัติสําหรับพี่น้องประชาชนผู้ยากไร้

ที่อยากจะปลูกปาล์มน้ํามันไว้เปึนรายได้เล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อเสริมค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ผมยกตัวอย่างนะครับว่า หมวด ๑๑ บทลงโทษนะครับ ในมาตรา ๖๕ บอกว่า ผู้ใดปลูกปาล์มน้ํามันโดยมิได้จดทะเบียน เปึนชาวสวนตามมาตรา ๓๔ วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษ ปรับไม่เกินห้าพันบาท ท่านประธานครับ ถ้าพี่น้องที่อยากจะปลูกปาล์มสัก ๒ ต้น ๓ ต้น ๔ ต้นไว้หน้าบ้านนะครับ ผมขอเรียนว่าปาล์ม ๑ ต้นนั้นโตเต็มที่สามารถให้ผลผลิตได้ เดือนละ ๒ ครั้ง ครั้งละ ๑ หรือ ๒ ทะลาย ทะลายหนึ่งประมาณ ๕๐ กิโลกรัมถ้าโตเต็มที่ ถ้ากิโลกรัมละ ๓ บาท ๑ ทะลายก็ ๑๕๐ บาทแล้ว ๒ ทะลายก็ ๓๐๐ บาท พี่น้องสามารถ ปลูกปาล์มน้ํามันเปึนรายได้แก่ครัวเรือน ๒ ต้น ๓ ต้น ๔ ต้น ตามแนวสวนหรือว่า ชายคันคลองก็ดี แล้วจะให้เขาจดทะเบียนเปึนชาวสวนได้อย่างไรครับ ปลูกไว้เปึนสวนหย่อม เล็ก ๆ น้อย ๆ เปึนรายได้ ถ้าจะให้เขาเปึนชาวสวนผมคิดว่าคงไม่เหมาะสมนะครับ แต่เปึนรายได้ที่จะช่วยเหลือครัวเรือนได้นะครับ แต่ว่าถ้าเขาเอาไปขายหรือทําอย่างไรเกิดขึ้น หรือว่าปลูกปาล์มน้ํามันมีความผิดถูกปรับ ๕,๐๐๐ บาท ผมคิดว่าเปึนการลงโทษ ที่รุนแรงกับพี่น้องผู้ยากไร้ที่อยากจะปลูกปาล์มน้ํามัน แต่ว่าไม่สามารถจะปลูกเปึนสวนได้ เนื่องจากว่ามีพื้นที่น้อย เพราะฉะนั้นผมคิดว่าควรจะปรับปรุงและแก้ไขในประเด็นนี้

เรื่องของบทลงโทษในมาตราอื่น ๆ ก็เช่นเดียวกัน แต่ว่านี่คือตัวอย่างเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ผม นํามาเรียนเสนอว่าควรที่จะได้พิจารณาทบทวนเพื่อส่งเสริมประชาชนทั่วไ ปที่อยากจะ ปลูกปาล์มไว้เปึนรายได้เล็ก ๆ น้อย ๆ ถึงแม้ว่าปลูกไม่เปึนสวนอะไรก็แล้วแต่ แต่อย่าไปปรับ เขาเลยถึง ๕,๐๐๐ บาท ก็ขอเรียนไว้ให้กรรมาธิการได้นําไปพิจารณาครับ ขอบพระคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ ท่านสมาชิกที่ลงชื่อไว้ที่จะอภิปรายให้ความเห็นทั้งหมด ๑๔ ท่าน ได้ให้ความเห็นครบถ้วนแล้ว มีประเด็นที่ค้างอยู่นิดหนึ่งก่อนที่จะขอให้ทางท่านประธานกรรมาธิการได้ตอบคําถาม หรือชี้แจง หรือสรุปประเด็นเพิ่มเติม ขอเรียนตอบคุณสารี ประทานโทษที่เอ่ยชื่อท่าน ยกคําถามเมื่อสักครู่ผมได้ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบรายงานการประชุม เรื่องนี้ผ่านการประชุม คณะกรรมาธิการ แล้วได้ตรวจสอบองค์ประชุมในขณะประชุมวาระนี้ครบองค์ประชุม ด้วยครับ เพราะฉะนั้นเปึนเรื่องที่เข้ามาโดยผ่านกรรมาธิการเรียบร้อยนะครับ ส่วนที่ ๒ ขอถามท่านสมาชิกเนื่องจากระหว่างที่มีการอภิปรายให้ความเห็นนั้น แล้วก็อยู่ระหว่าง ที่ให้ความเห็นกันนี่ ทางประธานกรรมาธิการผู้เสนอวาระนี้ได้ขอถอนข้อเสนอ ร่างพระราชบัญญัติความปลอดภัยทางชีวภาพ พ.ศ. .... มีท่านผู้ใดขัดข้องไหมที่จะให้ถอน

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ถ้าไม่มี ถือว่า ที่ประชุมยอมให้ถอนนะครับ ดังนั้นผมจะขอให้ท่านประธานกรรมาธิการได้สรุปประเด็น ทั้งหมดเลยครับ เรียนเชิญครับ

นายเกริกไกร จีระแพทย์ ประธานกรรมาธิการ

ท่านประธานครับ เรื่องเกษตรเปึนเรื่องที่มีความกว้างใหญ่ไพศาลและมีประเด็นที่เกี่ยวพันกับผู้เล่นมากมาย ด้วยกัน สิ่งที่กรรมาธิการพยายามทําก็พยายามที่จะมองเห็นปัญหาหลัก แล้วก็ไปทําเท่าที่จะ ทําได้ในช่วงเวลาอันจํากัด วันนี้ ๒ ครั้งที่ผ่านมาได้รับความคิดเห็นจากสมาชิกค่อนข้างจะ หลากหลาย แล้วก็มีเรื่องที่ผมเรียกว่าเปึนเรื่องที่น่ารักอย่างที่ท่านประธานว่า แสดงถึง ความเปึนประชาธิปไตย แล้วก็ความเปึนมืออาชีพของสภานี้ในหลายรูปแบบด้วยกัน ก็เปึนสิ่ง ที่เราได้เรียนรู้อีกอย่างหนึ่ง ความกังวลของท่านทั้งหลายไม่ว่าจะเปึนเรื่องของตลาด เรื่องของเกษตรรายเล็ก เรื่องของการมองถึงภาคเศรษฐกิจโลก การมองถึงบริบทของระหว่าง ประเทศนั้นเปึนสิ่งที่มีคุณค่าอย่างยิ่งนะครับ ผมเชื่อว่าเราคงไม่มีความแตกต่างในเรื่องของ

ความคิดในหลักการ ประเด็นคือประเด็นรายละเอียดที่จะทําให้มันหนาแน่นยิ่งขึ้น หนักแน่น ยิ่งขึ้น ผมคิดว่าท่านอนุกรรมาธิการที่ท่านประธานกับอนุกรรมาธิการหลายท่านของผมนั่งอยู่ ในที่นี้ก็คงจะได้ฟังพร้อมกัน แล้วก็จะได้นําข้อเสนอของท่านนั้นไปปรับปรุงรายงานของเรา ให้หนาแน่นยิ่งขึ้น ขอประทานโทษด้วยที่บางเรื่องอาจทําให้เกิดความรู้สึกคอนโทรเวอซี (Controversy) เกิดขึ้น แต่ผมคิดว่าเราอาจจะกังวลบางเรื่องเกินเหตุ แล้วมันก็เปึนอย่างนี้ ผมเจอหลายเรื่องแล้วในชีวิตราชการที่จะเปึนอย่างนี้ ก็พยายามที่จะทําให้เกิดความราบรื่น ที่สุดในเวทีนี้ แล้วเพื่อให้มีค วามรอบคอบผมถือว่าผมพยายามทําเพื่อความรอบคอบ และความราบรื่น และความเปึนหนึ่งของเรา ก็ขอบพระคุณทุกท่านที่ได้ให้ความคิดเห็น เราจะได้นําไปประกอบการปรับปรุงต่อไปนะครับ สําหรับผมไม่ได้บอกว่ากระบวนการที่ผม ทํานั้นถูกต้องตามกระบวนการของที่นี่แล้ว แล้วก็มีหลักฐานของการส่งเอกสารต่าง ๆ หรือมี การอนุมัติของท่านประธานเรียบร้อยถ้าใครสงสัยก็ขอดูจากฝ์ายเลขานุการได้

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เปึนอันว่าที่ประชุมเราได้พิจารณารายงานวาระปฏิรูปที่ ๑๔ การปฏิรูปภาคเกษตร (รอบ ๒) และร่างพระราชบัญญัติ จํานวน ๓ ฉบับเรียบร้อยแล้ว ต่อไปนี้ผมจะขอที่ประชุมลงมติว่า ท่านจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับรายงานที่นําเสนอ แล้วก็เห็นชอบด้วยหรือไม่กับหลักการ และเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติทีละฉบับตามลําดับนะครับ ก่อนที่จะขอมติขอตรวจสอบ องค์ประชุมก่อนนะครับ

(นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

ขออีกทีนะครับ

(นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

ถ้าพร้อมแล้ว ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ ขอให้ท่านสมาชิกได้ใช้สิทธิแส ดงตน กรุณา เสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตนด้วยครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)

มีท่านใดยังไม่ได้ ใช้สิทธิแสดงตนหรือแสดงตนไม่ได้ไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกยกมือ)

เพราะฉะนั้น ป่ดนะครับ ขอทราบผลด้วยครับ มีอยู่ ๑๖๕ ท่านเข้าประชุมนะครับ เปึนอันว่า ครบองค์ประชุมนะครับ

ต่อไปจะขอมติจากที่ประชุมว่าเห็นด้วยหรือไม่กับรายงานของ คณะกรรมาธิการที่เสนอนะครับ ซึ่งหากเห็นด้วยจะได้ส่งรายงานพร้อมความเห็น และข้อเสนอแนะของสมาชิกไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไปนะครับ ในตอนนี้หมายความว่ารายงานนั้นจะต้องไปปรับส่วนที่เกี่ยวข้องกับร่างพระราชบัญญัติ ส่วนที่ ๔ ออกด้วย เพราะมันอยู่ในเนื้อรายงานด้วย

(นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

ขอให้ ท่านสมาชิกออกเสียงลงคะแนนนะครับ ท่านที่เห็นด้วยโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านที่ไม่เห็นด้วย โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง เชิญครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

มีท่านใด ยังไม่ได้ออกเสียงไหมครับ ผมได้ยินเสียงแต่ไม่ทราบอยู่ตรงไหน ท่านฐิติลงได้หรือยังครับ ลงเลยครับ ครบนะครับ ท่านพารณเดินช้า ๆ ได้นะครับ พร้อมแล้วป่ดนะครับ ขอส่งผล ด้วยครับ ๑๖๖ ท่าน เห็นด้วย ๑๕๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๖ ท่าน งดออกเสียง ๗ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๐ ท่าน

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

เปึนอันว่าที่ประชุมเห็นด้วยกับรายงานที่นําเส นอของกรรมาธิการ ในวาระปฏิรูปที่ ๑๔ การปฏิรูปภาคเกษตร (รอบ ๒) นะครับ ซึ่งคณะกรรมาธิการจะได้นํา รายงานไปปรับปรุงก่อนได้ส่งรายงานพร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิก ไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อดําเนินการต่อไป

ต่อไปจะขอมติที่ประชุมว่าเห็นชอบด้วยกับหลักการและเหตุผล รวมทั้งสาระสําคัญของร่างพระราชบัญญัติปาล์มและน้ํามันปาล์ม พ.ศ. .... ตามที่ กรรมาธิการเสนอมาหรือไม่

ถ้าที่ประชุมเห็นชอบก็จะได้ส่งร่างพระราชบัญญัติพร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะของ สมาชิกไปให้คณะกรรมาธิการประกอบการพิจารณาและให้คณะกรรมาธิการพิจารณา ให้แล้วเสร็จภายใน ๗ วันนับจากวันถัดจากวันที่สภามีมติ ถ้าที่ประชุมไม่เห็นชอบก็ถือว่า ร่างพระราชบัญญัตินั้นเปึนอันตกไป

(นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

ขอให้ ท่านสมาชิกได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ท่านที่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านที่ไม่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียงครับ เชิญครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

มีท่านใดยังไม่ได้ ออกเสียงไหมครับ ออกเสียงไม่ได้

(ไม่มีสมาชิกยกมือ)

ถ้าครบถ้วนแล้ว ขอป่ดนะครับ ส่งผลด้วยครับ ๑๖๖ ท่าน เห็นด้วย ๑๓๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๖ ท่าน งดออกเสียง ๑๗ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๐ ท่านนะครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

เปึนอันว่าที่ประชุมเห็นด้วยในหลักการ และเหตุผลและสาระสําคัญของ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งก็จะได้ส่งร่างพระราชบัญญัติพร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะ ของสมาชิกให้กับกรรมาธิการเพื่อประกอบการพิจารณาแล้วก็ขอให้คณะกรรมาธิการ พิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๗ วันนับถัดจากวันที่สภามีมติ สมาชิกที่ประสงค์จะยื่นคําขอ แก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ให้ยื่นต่อประธานกรรมาธิการภายใน ๓ วันนับตั้งแต่ วันถัดจากวันที่สภามีมตินะครับ

ต่อไปจะขอมติจากที่ประชุมว่าเห็นชอบด้วยกับหลักการและเหตุผลและ สาระสําคัญของร่างพระราชบัญญัติ มันสําปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสําปะหลัง พ.ศ. .... ตามที่กรรมาธิการเสนอมาหรือไม่นะครับ ทํานองเดียวกันถ้าที่ประชุมเห็นชอบก็จะส่ง ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้พร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปให้ คณะกรรมาธิการประกอบการพิจารณาแล้วก็ให้กรรมาธิการพิจารณาให้แล้วเสร็จภา ยใน ๗ วันนับจากวันถัดจากวันที่สภามีมติ แต่ถ้าไม่เห็นชอบก็ถือว่าตกไป

(นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

ขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิลงคะแนนครับ ท่านที่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านที่ไม่เห็นชอบ โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านที่เห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง เชิญครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

มีท่านใดยังไม่ได้ ออกเสียงลงคะแนนไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกยกมือ)

ถ้าครบแล้ว ขอป่ดนะครับ ขอผลครับ ๑๖๖ ท่านที่เข้าประชุม เห็นด้วย ๑๓๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๗ ท่าน งดออกเสียง ๑๐ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๐ ท่าน

เปึนอันว่าที่ประชุมเห็นชอบด้วยในหลักการและเหตุผลและสาระสําคัญของ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งก็จะได้ส่งร่างพระราชบัญญัติพร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะ ให้กับคณะกรรมาธิการไปประกอบการพิจารณาและให้คณะกรรมาธิการพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน ๗ วันนับจากวันที่สภามีมติ ท่านสมาชิกที่ประสงค์จะยื่นคําขอแก้ไขเพิ่มเติม ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ให้ยื่นต่อประธานกรรมาธิการภายใน ๓ วันนับจากวันที่สภามีมติ คือนับจากวันพรุ่งนี้นะครับ

ต่อไปเปึนร่างสุดท้ายจะขอมติที่ประชุมว่าเห็นชอบด้วยกับหลักการ และเหตุผลและสาระสําคัญของร่างพระราชบัญญัติการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตเนื้อโค กระบือ พ.ศ. .... ตามที่คณะกรรมาธิการเสนอมาหรือไม่ ถ้าหากที่ประชุมเห็นชอบก็จะส่ง ร่างพระราชบัญญัติพร้อมความเห็น ละข้อเสนอแนะของสมาชิกไปให้คณะกรรมาธิการ ประกอบการพิจารณา และให้คณะกรรมาธิการพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๗ วันนับจาก วันถัดจากวันที่สภามีมติ แต่ถ้าหากไม่เห็นชอบก็จะถือว่าร่างพระราชบัญญัตินั้นเปึนอันตกไป

(นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

ขอเชิญ ท่านสมาชิกได้ใช้สิทธิลงคะแนนนะครับ ท่านที่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านที่ ไม่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านที่เห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง เชิญครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

มีท่านใดยังไม่ได้ ออกเสียงลงคะแนนไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกยกมือ)

ถ้าครบถ้วนแล้ว ขอป่ดนะครับ ขอให้ส่งผลด้วยครับ ๑๖๖ ท่านที่เข้าประชุม เห็นด้วย ๑๒๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒๖ ท่าน งดออกเสียง ๑๑ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๑ ท่าน

เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบด้วยในหลักการและเหตุผลและสาระสําคัญ ของร่างพระ ราชบัญญัติฉบับนี้ซึ่งก็จะได้ส่งร่างพระราชบัญญัติพร้อมความเห็น และข้อเสนอแนะของสมาชิกไปให้คณะกรรมาธิการประกอบการพิจารณาและให้ คณะกรรมาธิการพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๗ วันนับจากวันที่สภามีมติ ท่านสมาชิก ที่ประสงค์จะยื่นคําขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ให้ยื่นต่อประธานกรรมาธิการ ภายใน ๓ วันนับแต่วันถัดจากวันที่สภามีมติ เชิญครับ อาจารย์ธวัชชัยหรือเปล่าครับ

นายธวัชชัย ยงกิตติกุล

ท่านประธานครับ เมื่อกี้นี้ผมไม่ได้ฟังว่า ท่านประธานบอกว่าป่ดลงคะแนน ผมนึกว่าป่ดแล้วผมดึงออกก่อนครับ ที่บอกว่าไม่ออกเสียง คือของผมครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ท่านจะใช้สิทธิ ไหมครับ

นายธวัชชัย ยงกิตติกุล

ใช้ครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

เห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยครับ

นายธวัชชัย ยงกิตติกุล

เห็นด้วยครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

เปึน ๑๒๙ ท่าน ขอบคุณครับ เปึนอันว่าจบการพิจารณาวาระปฏิรูปที่ ๑๔ การปฏิรูปภาคเกษตร (รอบ ๒) และร่างพระราชบัญญัติ จํานวน ๓ ฉบับ คือ ร่างพระราชบัญญัติปาล์มและน้ํามันปาล์ม พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติมันสําปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสําปะหลัง พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตเนื้อโค กระบือ พ.ศ. .... ต้องขอขอบคุณท่านกรรมาธิการและอนุกรรมาธิการทุกท่านนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่ค้างพิจารณา สําหรับวันนี้ไม่มี เชิญครับ

นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา

ท่านประธานครับ ผม พารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา สปช. ลําดับที่ ๑๕๖ ครับ ขอประทานโทษท่านผู้มีเกียรติทุกท่านในสภาที่มาช้า ทําให้ท่านเสียเวลา เพราะผมไปประชุมกับรองนายกรัฐมนตรียงยุทธ เรื่องพัฒนาระบบราง รถติดเลยมาช้าไปหน่อย ขอบพระคุณมากครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ไม่เปึนไรครับ ความจริงไม่ช้านะครับ ทันนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่เสนอใหม่ ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๖ เรื่องอื่น ๆ ไม่มี

วันนี้หมดระเบียบวาระการประชุมแล้ว ผมขอขอบคุณสมาชิกทุกท่าน ที่มาประชุมนะครับ ขอป่ดประชุมครับ

เลิกประชุมเวลา ๑๗.๔๓ นาฬิกา