ศุภกร บูรณดิลก หารือเรื่องการศึกษาวาระการปฏิรูปเพื่อรับมือวิกฤติน้ำทะเลสูงและแผ่นดินทรุดในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยเน้นย้ำว่าระดับน้ำทะเลขึ้นลงมีส่วนเกี่ยวข้องกับดวงจันทร์ และแผ่นดินที่ทรุดลงมีผลกระทบต่อระดับน้ำทะเลมากขึ้น นอกจากนี้ยังเสนอแนะการหยุดการเติบโตของเมืองกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยย้ายแหล่งอุตสาหกรรมและธุรกิจออกไปข้างนอก และเสนอโครงการสร้างทางน้ำเพื่อการคมนาคมขนส่งและระบายน้ำท่วม
ท่านประธาน ท่านคณะกรรมการ และเพื่อนสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ กระผม พลเรือเอก ศุภกร บูรณดิลก จะขออภิปราย ในเรื่องนี้ครับ ท่านประธานครับ ปกติแล้วผมได้ตั้งใจไว้ว่าในการเสนอรายงานการศึกษา ในรอบ ๒ นี้ซึ่งเปึนเรื่องที่ผ่านตามาแล้ว หากไม่สะดุดใจจริง ๆ ผมจะไม่ขออภิปราย แต่อย่างไรก็ดีเรื่องนี้เปึนการรายงานครั้งแรกที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แล้วก็มีบางสิ่งบางอย่าง ที่ผมเห็นว่าควรจะเพิ่มเติมเข้าไป เพื่อว่าท่านคณะกรรมการหากเห็นด้วยอาจปรับแต่ง เอกสารก่อนที่จะเสนอรัฐบาลต่อไปจึงได้ตัดสินใจอภิปรายในครั้งนี้ การศึกษาวาระนี้ การปฏิรูปเพื่อรับมือวิกฤติ น้ําทะเลขึ้นสูงและแผ่นดินทรุด พื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ซึ่งสาเหตุแผ่นดินทรุดก็คงเปึนไปตามที่ท่านได้กล่าวมาตามเอกสาร คือคนมากใช้น้ําบาดาลเกินพอดี แผ่นดินก็แฟบลง บ้านเมืองธุรกิจเจริญเติบโตสิ่งก่อสร้าง เกิดขึ้นมากถมทับแผ่นดินให้ทรุดลงไป น้ําทะเลด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งผลให้เกิดการยกระดับสูงขึ้น
สาเหตุทุกอย่างก็เปึนว่าผมเห็นด้วยนะครับ เปึนไปตามที่ท่านกล่าวทุกประการ แต่ก็มีข้อสังเก ตเล็กน้อยเกี่ยวกับน้ําทะเลนะครับ น้ําทะเลที่ยกระดับสูงขึ้น เกี่ยวกับ ระดับน้ําทะเลนะครับ ผมว่าแท้จริงแล้วอิทธิพลสําคัญของน้ําในการขึ้นลง มันขึ้นกับ ดวงจันทร์มากกว่านะครับ คือในการวัดระดับขึ้นลงของน้ํา วัดจากระดับน้ําทะเลปานกลาง มีน ซี เลเวล (Mean Sea Level) ส่วนระดับจริง ๆ ที่มันดูเหมือนจะขึ้นมามาก ขึ้นมาน้อย ผมว่ามันสัมพันธ์กับแผ่นดินที่ทรุดมากกว่า ยิ่งแผ่นดินทรุดลงไป มันทําให้น้ําทะเลเหนือ ขึ้นมามาก น้ําที่วัดมันมาก ซึ่งอันนี้เปึนการกล่าวตามเบื้องต้นนะครับ คืออย่างไรก็ดีต้องได้มี การศึกษาต่อไป ถึงแม้มันจะมีอิทธิพลกับสภาพอากาศกับอะไร แต่ก็คงไม่มากเท่าดวงจันทร์ กับตัวแปรสําคัญ ผมว่ามันอยู่ที่แผ่นดินที่มันทรุด มันจะเปึนตัวแปรสําคัญที่มากกว่านะครับ แต่อย่างไรก็ดีท่านก็ได้กล่าวแล้วว่าน้ําทะเลคุมไม่ได้ แต่ตัวที่จะคุมได้มันน่าจะเปึนตัวแผ่นดิน ที่เราไม่ให้มันทรุดนั่นแหละ นั่นคือตัวการสําคัญที่เราจะคํานึงสําหรับข้อเสนอต่าง ๆ และแนวทางดําเนินการ ทั้งการปฏิรูปเชิงนโยบาย การปฏิรูปด้านองค์กร การปฏิรูปกลไก ด้านวิชาการและปฏิรูปด้านการ มีส่วนร่วมของประชาชนและผู้ได้รับผลกระทบนั้น ผมเห็นด้วยทุกประการครับ แต่อยากจะเพิ่มเติมอยู่ ๒ ประการ คือประการแรกเกี่ยวกับ เรื่องผังเมือง ที่เราต้องการแก้คือสิ่งก่อสร้างมันหนักไป มันทําให้แผ่นดินทรุดลงมา อันนี้ก็เนื่องมาจากการเจริญเติบโตของเมือง ของธุรกิจและผู้คนก็หลั่งไหลเข้ามา ใช้น้ําบาดาลก็ใช้มาก มันก็แฟบเหมือนลูกบอลนะครับ แผ่นดินก็ทรุด ทําไมเราไม่หยุด การเติบโตของเมืองครับ นี่ผมขอเสนอแนะนะครับ ซึ่งเปึนการแก้ปัญหาแบบกําปัุนทุบดิน ด้วยซ้ําไป ก็คือเราหยุดการเติบโตของเมือง ของกรุงเทพฯ และปริมณฑล ด้วยการย้ายแหล่ง อุตสาหกรรมและแหล่งธุรกิจบางส่วนออกไปข้างนอก ซึ่งอาจจะรวมกับแหล่งอุตสาหกรรม ในภาคตะวันออก ซึ่งดูเหมือนจะล้นขึ้นมาเหมือนกันขณะนี้ ถ้ารวมแล้วไปสร้างแหล่งใหม่ที่อื่น อาจจะเปึนทางภาคใต้ตามแผนเซาเทิร์น ซีบอร์ด (Southern Seaboard) เดิม หรืออะไรต่าง ๆ ซึ่งอันนี้ผมไม่ได้พูดว่าภายใน ๕ ป้ ๑๐ ป้ครับ อาจจะเปึนโครงการใน ๒๐ ป้๓๐ ป้ข้างหน้า ย้ายแหล่งอุตสาหกรรมใหม่นอกเหนือไปจากแหล่งอุตสาหกรรมภาคตะวันออก ที่เรามีอยู่ ซึ่งปัจจุบันแหล่งอุตสาหกรรมภาคตะวันออกก็เกิดสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัย ท่านนายกรัฐมนตรีชาติชาย ซึ่งเราก็ได้ใช้บุญเดิมหากินอยู่ พูดง่าย ๆ จนกระทั่งทุกวันนี้ ซึ่งขณะนี้มันก็เริ่มล้นเริ่มอะไร ท่านลองย้ายที่ไปอีกที่หนึ่งขยับออกไปมันก็น่าจะเปึนกลไกสําคัญ
แล้วยังช่วยเปึนการพัฒนา ช่วยเปึนตัวจักรสําคัญในการที่จะฉุดเศรษฐกิจให้เจริญเติบโตขึ้นด้วย เศรษฐกิจส่วนรวมของประเทศนะครับ ประการแรกที่อยากเสนอแนะคือ น่าจะเริ่มพิจารณา การย้ายแหล่งอุตสาหกรรม แหล่งธุรกิจต่าง ๆ ออกไปบ้าง ซึ่งนั่นจะช่วยทําให้การเจริญเติบโต ของเมืองนี้ได้หยุดลง นอกจากนี้ยังมีอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องธรรมดา เรื่องการขุดลอกคู คลอง แม่น้ําต่าง ๆ น่าจะกระทําตลอดเวลาและทั้งนี้ก็ควรมีการสร้างทางน้ําให้มีการคมนาคมขนส่ง ออกทะเลให้มากขึ้น เช่น การขุดแม่น้ําขนานกับแม่น้ําเจ้าพระยาอีกสายหนึ่ง ซึ่งนอกจาก จะเปึนการคมนาคมขนส่งแล้วยัง จะช่วยระบายน้ํา หากน้ําท่วมมาจากทางเหนือ หรือเปึนการบรรเทาน้ําทะเลที่ดันหนุนขึ้นมา ซึ่งอันนี้โครงการที่ผมพูดน่าจะเปึนโครงการ พัฒนา คือจะคิดอีกประมาณอย่างน้อยก็ ๒๐ ป้ข้างหน้าขึ้นไปนะครับ ซึ่งอันนี้น่าจะเปึน แนวทางเสนอแนะระยะยาวครับ ซึ่งผมว่าวันหนึ่งมันต้องเกิดแน่ ก็ขอจบการอภิปราย แต่เพียงเท่านี้ครับ