จักรพันธ์ สุทธิรัตน์ หารือเรื่องการปฏิรูปการเมือง โดยเฉพาะการปฏิรูปเชิงนโยบายและแนวทางการจัดทํายุทธศาสตร์แห่งชาติ และเสนอแผนปฏิบัติการ 3 ระยะเพื่อรับมือกับวิกฤตการณ์น้ำทะเลสูงขึ้นและแผ่นดินทรุด นอกจากนี้ยังเสนอแนวทางในการจัดสรรงบประมาณและกลไกวิชาการเพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือกับปัญหา และเรียกร้องให้มีการวางผังเมืองให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการผังเมืองในอนาคต โดยเสนอให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์แห่งชาติเพื่อรับมือวิกฤตการณ์น้ำทะเลสูงขึ้นและแผ่นดินทรุด
เรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติครับ ในส่วนของข้อสรุปจากที่ท่านอาจารย์สุจริตได้นําเสนอไป เราก็ได้นํามากําหนดข้อเสนอในการปฏิรูปแนวทางการดําเนินการต่าง ๆ ขออนุญาตไปที่สไลด์ที่ ๓๕ ในส่วนของแนวทางก็จะมีเรื่องของนโยบายองค์กร กลไกวิชาการ และการมีส่วนร่วม โดยมีรายละเอียดในส่วนของข้อเสนอแรกปฏิรูปเชิงนโยบายในสไลด์ที่ ๓๖ ควรจะต้องมีการกําหนด การวางแผนการรับมือวิกฤตการณ์ครั้งนี้ในแผนยุทธศาสตร์แห่งชาติ ซึ่งสภาปฏิรูปแห่งชาติ ได้นําเสนอให้คณะกรรมการปฏิรูปแห่งชาติต่อคณะรัฐมนตรี ซึ่งจะมีกรอบในการจัดทํา ยุทธศาสตร์แห่งชาติเปึนระยะ ๒๐ ป้ แต่โดยในส่วนของคณะกรรมการชุดนี้
ที่ดูแลเรื่องวิกฤตการณ์ของน้ําทะเลสูงขึ้นแล้วก็แผ่นดินทรุด ทางคณะกรรมการก็กําหนด ให้มี ๒ ระยะ โดยระยะแรกถือว่าเปึนระยะเร่งด่วนใน ๕ ป้ โดยแบ่งออกเปึน ๓ ส่วน ในส่วนแรกคือในป้ที่ ๑ ก็ควรจะต้องมีการจัดตั้งองค์กรในการดําเนินการ มีการจัดทํากรอบ การดําเนินงาน แล้วก็แผนปฏิบัติการ รวมถึงแผนงบประมาณที่ชัดเจน ในส่วนที่ ๒ ก็เริ่มดําเนินการตั้งแต่ป้ที่ ๑ จนถึงป้ที่ ๓ ก็ดูในเรื่องของการจัดทําข้อมูลฐานทั้งหมด มีการรวบรวมข้อมูลฐาน มีการจัดทําฐานข้อมูล โดยเฉพาะเรื่องของอัตราการทรุดตัว ระดับน้ําทะเลที่สูงขึ้น แล้วก็ข้อมูลของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อีกส่วนหนึ่งก็คือ ในเรื่องของการศึกษาผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ หรือเอสอีเอ (SEA) อย่างจริงจัง ในส่วนที่ ๓ อาจจะดําเนินการตั้งแต่ป้ที่ ๓ ถึงป้ที่ ๕ หลังจากที่เราได้ผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์แล้ว ก็นํามาศึกษาเรื่องของแนวทางต่าง ๆ ดูเรื่องของความเหมาะสม แล้วก็ศึกษาผลกระทบ สิ่งแวดล้อมเบื้องต้น เพื่อที่จะเสนอทางเลือกแบบต่าง ๆ จากคณะกรรมการที่กําหนดขึ้นมา เพื่อเปึนทางเลือกให้รัฐบาลตัดสินใจ ซึ่งทางเลือกอาจจะมี ๒ ทางเลือก ๓ ทางเลือกก็แล้วแต่ หลังจากนั้นก็นําทางเลือกต่าง ๆ เหล่านี้มาออกแบบในรายละเอียด ซึ่งอันนั้นจะเปึนเฟส (Phase) ที่ ๒ ในระยะที่ ๒ ซึ่งจะเปึนระยะกลางต่อไปนั่นคือในป้ที่ ๖ ถึงป้ที่ ๑๐ หลังจากมีการ ออกแบบแล้วก็เปึนทางเลือกเรียบร้อยแล้วนี่ก็คงต้องมีการประเมินผลกระทบทางด้าน สิ่งแวดล้อมและสุขภาพ หรืออีเอชไอเอ (EHIA) ในรายละเอียดต่อไป อันนั้นคือในส่วนของ ในอนาคต ในสไลด์ที่ ๓๗ ก็จะเปึนเรื่องของการปฏิรูปเชิงนโยบายต่อเนื่อง ในเรื่องของการ กําหนดให้มีกฎหมาย การปรับปรุงกฎหมาย แล้วก็แก้ไขปรับปรุงกฎหมายเพิ่มเติม ในกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง อย่างเช่น เรื่องของการปรับปรุงกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องด้านการใช้ที่ดินที่อยู่ให้มีความเหมาะสม โดยผนวกปัญหาเรื่องของแผ่นดินทรุด ไปกับเงื่อนไขของการใช้ประโยชน์ที่ดินด้วยให้ควบคู่ไปกับประเด็นของการปฏิรูปทางด้านผังเมือง ซึ่งทางสภาปฏิรูปแห่งชาติก็ได้มีการนําเสนอในเรื่องของผังเมืองเข้ามาด้วย ควรจะมีการ ออกกฎหมายกฎ ระเบียบ หรือระเบียบท้องถิ่น สําหรับการควบคุมการดําเนินการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการปัองกันปัญหาน้ําท่ว ม อย่างเช่น เรื่องของการกําหนดระดับการถมดิน ระดับถนน เพิ่มบทลงโทษ แล้วก็ในเรื่องของการรุกพื้นที่สาธารณะต่าง ๆ โดยเฉพาะ ทางน้ําสาธารณะ ในส่วนที่ ๓ ก็คือการเพิ่มบทลงโทษในเรื่องของการลักลอบใช้น้ําบาดาล
โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในข้อที่ ๔ ก็ควรจะให้มีการวางผังเมือง ให้เปึนมาตรฐานเดียวกันทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อย่างที่ท่านอาจารย์สุจริต ได้เรียนนําเสนอว่าในเรื่องของการวางผังเมืองบางจังหวัดก็ยังไม่ได้มีการวางผังใหม่ในระยะยาว แล้วก็เท่าที่เราตรวจสอบจะเห็นว่าในส่วนของผังเมืองของกรุงเทพมหานครกับปริมณฑล ที่เชื่อมต่อจะไม่มีความต่อเนื่องกัน เพราะฉะนั้นควรจะมีการทําผังเมืองให้สอดคล้องกันกับ ร่างพระราชบัญญัติการผังเมืองในอนาคต ตามที่ทางสภาปฏิรูปแห่งชาติได้นําเสนอต่อไป ในสไลด์ที่ ๓๘ ก็จะเปึนข้อเสนอทางด้านองค์กร หลังจากมีเชิงนโยบายไปเรียบร้อยแล้ว ในการปฏิรูปด้านองค์กรควรจะมีการพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์แห่งชาติ เพื่อรับมือวิกฤตการณ์น้ําทะเลสูงขึ้นและแผ่นดินทรุด เพื่อดําเนินการขับเคลื่อนแผนงาน และกํากับดูแลภารกิจที่เกี่ยวข้องของหน่วยงานต่าง ๆ ในภาพรวม โดยทางคณะกรรมการ ได้นําเสนอนะครับ ในส่วนของคณะกรรมการยุทธศาสตร์แห่งชาติในวิกฤ ตการณ์ครั้งนี้ ควรจะประกอบไปด้วยท่านนายกรัฐมนตรีเปึนประธานกรรมการ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยเปึนรองกรรมการ แล้วก็มีอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง เปึนกรรมการและเลขานุการ โดยโครงสร้างของกรรมการก็จะประกอบไปด้วย หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมทรัพยากรธรณี อธิบดีกรมชลประทาน เลขาธิการสํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ สผ. อธิบดีกรมทรัพยากรน้ําบาดาล อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝัืง และเจ้ากรมแผนที่ทหาร กระทรวงกลาโหม เจ้ากรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ ที่เหลือก็จะเปึนในส่วนของภาคเอกชน ซึ่งได้มาจากการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเปึนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แล้วก็นายกองค์การ บริหารส่วนจังหวัด ไม่ว่าจะเปึนจังหวัดนครปฐม จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเปึนจังหวัดรอบ ๆ กรุงเทพมหานครทั้งหมด ในส่วนของบทบาทภารกิจของคณะกรรมการยุทธศาสตร์แห่งชาติชุดนี้ก็ควรจะต้องมีในเรื่อง ของการกําหนดแนวทางมาตรการในการปัองกันรับมือวิกฤตการณ์น้ําทะเลสูงขึ้นและแผ่นดินทรุด โดยจัดทําเปึนแผนหลักระยะยาว
แล้วก็แผนปฏิบัติการที่มีการเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละป้นะครับ ทั้งนี้ให้มีการกําหนดเกณฑ์ ระดับความรุนแรง ซึ่งปัจจุบันตอนนี้ทางคณะกรรมการได้เห็นว่าความรุนแรงของวิกฤตการณ์นี้ ก็คืออยู่ในระดับกลาง แต่ว่าจากการศึกษาในระยะต่อไปถ้ามีการกําหนดระดับความรุนแรง ที่แตกต่างกันก็ควรจะต้องมีแนวทางในการตอบสนองปัญหาในแต่ละระดับที่แตกต่างกัน ออกไป ในการกํากับดูแลแล้วก็ดําเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ท่านจะเห็นว่าในส่วนที่ เรานําเสนอในแต่ละส่วนงานที่ดําเนินการอยู่ในปัจจุบันก็จะมีการเก็บข้อมูลในแต่ละส่วน ยังไม่มีการเชื่อมโยงบูรณาการวางแผนร่วมกันกับปัญหานี้นะครับ เพราะฉะนั้นคณะกรรมการ ชุดนี้ก็จะเปึนการกํากับดูแลการดําเนินงานของหน่วยงานเหล่านี้ โดยดําเนินการ ให้มีการเก็บรวบรวมข้อมูล เกิดการบูรณาการของการดําเนินงาน รวมถึงการวิเคราะห์ ประเมินความรุนแรงของปัญหาในแต่ละหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อนําไปประกอบ ในการปรับปรุงแผนหลักและแผนปฏิบัติการตามที่นําเรียนไปแล้ว แล้วก็คณะกรรมการชุดนี้ ก็ดําเนินการให้ได้มาซึ่งแหล่งงบประมาณที่ชัดเจน นั่นคือส่วนที่สําคัญในการดําเนินการต่อไป ประกอบกับเรื่องของการกําหนดกรอบงบประมาณเพื่อจัดสรรให้หน่วยงานในการเตรียม ความพร้อมต่าง ๆ อย่างที่เมื่อกี้ท่านอาจารย์สุจริตท่านได้เรียนนําเส นอว่าอาจจะต้องมีการ นําเทคโนโลยีบางอย่างเข้ามาใช้ในการตรวจสอบก็จะนําไปสู่เรื่องของการใช้งบประมาณต่อ ข้อเสนอปฏิรูปข้อที่ ๓ ก็จะเปึนเรื่องของกลไกทางด้านวิชาการ ในเรื่องของกลไกวิชาการ ทางคณะกรรมการยุทธศาสตร์แห่งชาติเพื่อรับมือกับวิกฤตการณ์น้ําทะเลสูงขึ้นและแผ่นดินทรุด ควรจะดําเนินการให้มีกลไกวิชาการเฉพาะ ตอนนี้เราใช้คําว่า กลไกวิชาการเฉพาะ เนื่องจากว่าในบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการชุดนี้ไม่สามารถที่จะวางรูปแบบขององค์กรนี้ ขึ้นมาได้ องค์กรนี้อาจจะเปึนลักษณะขององค์กรชั่วคราวจัดตั้งขึ้นมาแล้ว แล้วก็สลายตัว ต่อไปในอนาคต แต่ว่าเปึนองค์กรหรือว่าเปึนกลไกทางวิชาการเฉพาะขึ้นมา จัดการ องค์ความรู้เพื่อตัดสินใจและเตรียมการปัองกันโดยมีองค์ประกอบที่สําคัญประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการและหน่วยงานหลัก ๆ โดยเฉพาะหน่วยงานของกรมแผนที่ทหาร อย่างที่นําเรียนว่ากรมแผนที่ทหารก็จะเปึนหน่วยงาน ที่จะต้องมีการวัดระดับความสูงของ พื้นที่อย่างต่อเนื่อง การประปานครหลวงและการประปาส่วนภูมิภาคก็จะต้องมีการวางแผน ดําเนินการในระยะยาว ๒๐ ป้ขึ้นไป กรมชลประทานก็มีการวางแผนการจัดหาน้ําดิบ
ในระยะยาวเช่นเดียวกัน ซึ่งจะต้องคํานึงถึงเรื่องปัญหาของน้ําทะเลที่สูงขึ้น แล้วก็ทําให้เกิด การผลักดันของน้ําเค็มเข้ามาด้วยนะครับ อย่างที่เราเจอปัญหาในปัจจุบันนี้ ในส่วนของ กรมทรัพยากรธรณีและกรมทรัพยากรน้ําบาดาลก็ควรจะต้องมีการติดตามภาว ะการใช้ น้ําบาดาลและการทรุดตัวของแผ่นดิน รวมทั้งวิเคราะห์ วิจัยเพื่อสอบทานการคาดการณ์ ในอนาคตให้ถูกต้องมากขึ้น ในส่วนของ สผ. หรือสํานักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม และทรัพยากรธรรมชาติ กรมทรัพยากรธรณี กรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือควรจะต้อง มีการติดตามในเรื่องของการสูงขึ้นของระดับน้ําทะเล ซึ่งต้องมีการตรวจวัดแล้วก็ดูในเรื่อง ของแนวโน้มระดับโลก รวมถึงในระดับภูมิภาค แล้วก็ระดับของประเทศในอนาคตต่อไป ในส่วนข้อเสนอปฏิรูปข้อสุดท้ายครับ เรื่องของการมีส่วนร่วมซึ่งจะเห็นว่าในปัจจุบัน การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนยังไม่ได้รับข้อมูลหรือได้รับข้อมูลในแต่ละ ส่วนซึ่งไม่มี การบูรณาการกันทําให้เกิดความตระหนก บางส่วนทําให้เกิดความตระหนก บางส่วนยังไม่มี ความตระหนักในส่วนของการรับรู้ข่าวสารข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้ เพราะฉะนั้นคณะกรรมการ ก็เลยคิดว่าควรจะต้องมีการปฏิรูปในเรื่องของการมีส่วนร่วมในทุก ๆ ด้าน โดยให้กลไก วิชาการเฉพาะเปึนคนทํางานร่วมกับองค์กรหลัก ๆ โดยเฉพาะในส่วนของกรุงเทพมหานคร และองค์กรส่วนท้องถิ่นในส่วนของปริมณฑลทั้งหมด องค์กรทางด้านการเกษตรกรรม แล้วก็ ด้านการประมง โดยเฉพาะพื้นที่ชายฝัืงแล้วก็ในส่วนของสภาอุตสาหกรรมและสภาหอการค้า ซึ่งหน่วยงานต่าง ๆ เหล่านี้เปึนหน่วยงานที่ได้รับผลกระทบโดยตรงในอนาคต ในสไลด์ที่ ๔๓ อันนี้จะเปึนชาร์ท (Chart) เปึนแผนรวมซึ่งทางคณะกรรมการพยายามที่จะทําให้เห็นว่า ในส่วนของปัญหา ข้อมูลต่าง ๆ ในส่วนตรงที่เปึนลูกศรสีฟัา ๆ แล้วก็ตัวกรอบสี่เหลี่ยมสีฟัา ตรงกลางจะเปึนเรื่องของข้อมูลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการเฝัาระวังการทรุดตัว ของแผ่นดิน ผลกระทบเรื่องของน้ําที่ใช้ในการสาธารณูปโภคหรือว่าการเฝัาระวังเรื่องของ การเพิ่มขึ้นของน้ําทะเล แล้วก็ปัญหาที่เกิดน้ําท่วมจากน้ําเหนือไหล่บ่าลงมา
ซึ่งจะมีหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในแต่ละกรณีต่าง ๆ เหล่านั้น ซึ่งเหล่านี้จะเปึนปัจจัยที่ทําให้ เกิดผลกระทบในเรื่องของน้ําทะเลสูงขึ้นแล้วก็แผ่นดินทรุด ปัญหาในวงกลมทางด้านขวามือ ท่านจะเห็นว่าเปึนปัญหาเรื่องการขยายตัวของเมืองซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องของการผังเมือง แล้วก็การพัฒนาของสังคมในอนาคต ซึ่งปัญหาเหล่านี้ปัจจุบันก็ยังไม่มีการบูรณาการอย่างชัดเจน การพัฒนาของกรุงเทพมหานครกับปริมณฑลก็ไม่ได้มีการวางผังเมืองที่ สอดคล้องกัน ในส่วนของปัญหาทางด้านวงกลมด้านล่างที่เขียนว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งก็เปึนข้อมูลทางด้านวิชาการ ซึ่งในปัจจุบันก็มีการคาดการณ์ในหลาย ๆ ระดับ แต่ว่า ในส่วนของประเทศไทยเองก็ควรจะต้องมีการศึกษาในรายละเอียดทางข้อมูลวิชาการเพื่อใช้ ในการสนับสนุนเปึนข้อมูลในการตัดสินใจในอนาคตต่อไป ในส่วนของคณะกรรมการ ยุทธศาสตร์แห่งชาติก็จะมีกลไกในเรื่องของการจัดการภาพรวมอย่างที่นําเรียนเสนอ โดยใช้การขับเคลื่อนของกลไกทางภาควิชาการเข้ามาเปึนการให้ข้อมูลแล้วก็เปึนการให้ การซัพพอร์ต (Support) ในเรื่องของการตัดสินใจของสภาแล้วก็รัฐบาลต่อไป ในส่วนที่ ๖ ผลที่คาดว่าจะได้รับ เราก็นําเสนอว่าผลที่คาดว่าจะได้รับในเรื่องของการปฏิรูปทางด้าน นโยบาย ข้อที่ ๑ ก็คือเกิดการบูรณาการในการแก้ไขปัญหาการวางแผนในระยะยาวให้เปึน รูปธรรม อย่างเช่น เรื่องของการใช้ประโยชน์ที่ดิน การบังคับใช้ผังเมือง การกําหนดให้มีพื้นที่ รองรับน้ําในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อาจจะมีในเรื่องของรูปแบบการชดเชยภาษี การกําหนดให้มีที่ดินประเภทอนุรักษ์ต่าง ๆ แล้วก็เรื่องของเกษตรกรรมที่อาจจะเปึนช่องทาง ในการผันน้ําต่าง ๆ จะเห็นว่าในเรื่องของผลกระทบมันกระทบไปนอกจากกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลแล้วยังมีผลกระทบที่ซับซ้อนมากกว่านั้นอีก ในส่วนที่ ๒ ก็เกิดแนวทาง ปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปัองกันแล้วก็แก้ไขปัญหาตามหลักการได้อย่าง เปึนรูปธรรมในการบังคับใช้กฎหมายแล้วก็การจัดสรรงบประมาณอย่างต่อเนื่อง แน่นอนก็คือ ในส่วนที่ ๓ ก็ต้องมีแผนงบประมาณรองรับสอดคล้องกับแผนการดําเนินการอย่างชัดเจน ในส่วนที่ ๔ ก็เปึนเรื่องของทางเลือกที่เหมาะสมเพื่อประกอบการตัดสินใจของรัฐบาล ในการแก้ไขปัญหาวิกฤตการณ์น้ําทะเลสูงขึ้นและแผ่นดินทรุด อยากจะกราบเรียนว่าจริง ๆ แล้ว ในส่วนของการศึกษาของคณะกรรมการเราได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มี การวางแผน บางประการไว้เรียบร้อยแล้วในการรองรับปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ แต่ว่ายังไม่ได้มีการศึกษา ข้อมูลในรายละเอียด ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรือว่าศึกษาผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์
อย่างชัดเจน ซึ่งน่าจะเปึนแนวทางในการศึกษาต่อไปในอนาคต ในเรื่องของผลที่คาดว่า จะได้รับในเรื่องของการปฏิรูปองค์กรก็จะมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์แห่งชาติเ พื่อรับมือ วิกฤตการณ์น้ําทะเลสูงขึ้นแล ะแผ่นดินทรุดเพื่อขับเคลื่อนหน่วยงานให้มีการทํางาน อย่างเปึนบูรณำการร่วมกัน มีการประสานระหว่างหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ และองค์กรเอกชนที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง แล้วก็สุดท้ายก็คือสามารถที่กําหนด รูปแบบองค์กรในการขับเคลื่อนทั้งด้านการวางแผนกํากับวิชาการและดําเนินการ ให้เหมาะสมตามผลความเสี่ยงที่ได้จากการติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลจริง แล้วก็ การวิเคราะห์ข้อมูลทางวิชาการต่อไป ในส่วนของกลไกการปฏิรูปด้านกลไกวิชาการก็จะได้ เรื่องของกลไกวิชาการเฉพาะที่รับผิดชอบเพื่อการศึกษาและวิจัย โดยมีงบประมาณสนับสนุน อย่างต่อเนื่อง แล้วเราก็จะเปึนชาแนล (Channel) ที่ให้ข้อมูลต่าง ๆ กับทางภาคสังคม ในชาแนลเดียว มีข้อมูลพื้นฐานแล้วก็ฐานข้อมูลเพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ ในระยะสั้นและระยะยาวในอนาคตอย่างเปึนรูปธรรม แล้วก็นักวิชาการต่าง ๆ สามารถ ที่จะนําข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ในการวิเคราะห์ต่อไปได้ ก็จะมีรายงานในเรื่องของผลกระทบ เชิงยุทธศาสตร์ รายงานผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพเพื่อเปึนการประกอบการ พิจารณาทางเลือกในการแก้ไขปัญหาต่อไปในอนาคต ในส่วนของผลลัพธ์ทางด้านการปฏิรูป การมีส่วนร่วมก็คือเกิดกระบวนการการมีส่วนร่วมของเอกชนนักวิชาการภาคประชาชน ที่เข้าถึงกระบวนการดําเนินงานของภาครัฐและภาครัฐได้รับความเชื่อมั่นและความศรัทธา จากประชาชน ซึ่งประเด็นนี้ก็จะนําไปสู่เรื่องของตัวชี้วัดความสําเร็จในข้อที่ ๒ ในสไลด์ที่ ๔๗ คือภาครัฐก็สามารถที่จะสร้างความเชื่อมั่นความศรัทธาให้เกิดขึ้นกับประชาชนในการแก้ไข ปัญหา ทั้งในระดับประเทศแล้วก็ระดับภูมิ ภาคด้วยซึ่งจะนําไปสู่เรื่องของ ความเชื่อมั่น ในเรื่องของการลงทุนต่อไปในอนาคต ในส่วนตัวชี้วัดตัวต่อมาก็คือมีการจัดตั้งคณะกรรมการ ที่เปึนศูนย์กลางการขับเคลื่อนอย่างเปึนบูรณาการร่วมกัน ขอบคุณครับ