สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๕๕ · ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๘

อลงกรณ์ พลบุตร หารือเรื่องการสร้างเมืองใหม่เพื่อแก้ปัญหาการพัฒนาเมืองหลวง กรุงเทพฯ โดยเสนอแนวคิดการสร้างเมืองใหม่ในระดับประเทศที่มีฐานเศรษฐกิจที่หลากหลาย เช่น ฟิวเจอร์ซิตี้ ซายน์ซิตี้ ไฮเทคซิตี้ ฟูดซิตี้ และการลดการเติบโตของเมืองในกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่เติบโตช้าๆ เพื่อแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการลงทุนในประเทศเพื่อลดการลงทุนในต่างประเทศ

นายอลงกรณ์ พลบุตร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ต้องขอบคุณท่านประธานนะครับที่ได้ริเริ่มให้มี คณะกรรมการชุดพิเศษเพื่อศึกษาปัญหาที่ถือได้ว่าเปึนปัญหาใหญ่ที่สุดของประเทศก็ว่าได้

ปัญหาเรื่องของ “กรุงเทพจม” ซึ่งเปึนเมืองหลวงของเรา เปึนเมืองท่า เมืองเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุด แต่มันสะท้อนให้เห็นถึงแนวทางการพัฒนาในอดีตที่มันผิดพลาดและไม่สามารถแก้ไข ปัญหาอย่างถูกทิศทาง มิหนําซ้ํายังซ้ําเติมปัญ หาให้หนักขึ้น เหมือนอย่างสมาชิกบางท่าน พูดถึงเวนิสตะวันออก อันนี้บ่งบอกชัดเจนเลยว่าตั้งแต่เราย้ายเมืองหลวงจากอยุธยามาธนบุรี และข้ามมากรุงเทพฯ นั้น เราเปึนเมืองลุ่มน้ํา แต่การสร้างแบบเมืองตะวันตกมันได้ก่อให้เกิด ปัญหาจนกระทั่งผ่านมา ๒๐๐ กว่าป้ วันนี้ไม่สามารถเยียวยาได้ ผมเรียนยืนยัน ไม่ว่าจะเปึน ปัญหาเรื่องของแผ่นดินทรุด น้ําที่เพิ่มขึ้นจากปัญหา ไคลเมต เชนจ์ โกลบอล วอร์มมิง (Climate change global warming) ซึ่งก็ไปไม่ถึงไหน ซีโอพี (COP) จะมีการประชุม ซีโอพี ๒๑ (COP21) ก็จะมีการประชุม ก็ยังไปไม่ถึงไหน เกียวโต โปรโตคอล (Kyoto Protocol) ก็ประสบความคืบหน้าน้อยมาก ดังนั้นถึงเวลาที่เราต้องทําแผนปฏิบัติการแห่งชาติ ในการสร้างเมืองใหม่และพัฒนาเมืองเก่า มีหลายประเทศที่ขณะนี้ได้ตอบโจทย์อนาคต อย่างที่ท่านประธานมองว่าอนาคตเราจะต้องตอบโจทย์วันนี้ให้ได้ ไม่อย่างนั้นมันสร้างไม่ทัน ประเทศซาอุดีอาระเบียนั้นเองตอบโจทย์นี้มาตั้งแต่ย้ายเมืองหลวงจากเจดดาห์ ซึ่งเหมือน กรุงเทพฯ ครับ เปึนทั้งเมืองท่า เมืองเศรษฐกิจ เมืองหลวง ย้ายเข้าไปที่ริยาด แค่นั้นไม่พอครับ เมืองใหม่ของเขา สร้างเมืองใหม่ คิง อับดุลลาห์ อีโคโนมิค ซิตี ขึ้นมาสี่มุมเมืองเลยครับ ทางเหนือของริยาด ทางใต้ติดเยเมน ทางตะวันตกก็คือติดทะเลแดงที่เหนือเจดดาห์ขึ้นไป แล้วก็ฝัืงตะวันออกก็คือแถวอัมมานติดกับอ่าวเปอร์เซีย ประเทศจีนช่วง ๒๐ ป้มานี้ ท่านไป เมืองหลวงเดิม เมืองเอกเดิม ไม่ว่ามณฑลไหนก็ตาม

เขาจะมีเมืองใหม่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเปึนคุนหมิง ไม่ว่าจะเปึนเซี่ยงไฮ้ แม้แต่ปักกิ่ง หรือจะไปที่ เฉิงตู ฉงชิ่ง เทียนสิน ท่านไปที่ไหนเจอหมด เหอเฟย์ ในอันฮุย ล้วนแล้วแต่สร้างเมืองใหม่ ทั้งสิ้นครับ เพราะของเก่ามันยากที่จะไปรื้อ แล้วความจริงของเก่ามันเปึนเฮอริเทจ (Heritage) ที่ควรอนุรักษ์ไว้ด้วย ขณะเดียวกันตัวอย่างที่เราเห็นคือประเทศอินเดียครับ นี่เปึนอีกโมเดลของการสร้างเมืองใหม่ในการวางสแทรทิจิก (Strategic) ยุทธศาสตร์ของชาติ ในอนาคต ปัญหาใหญ่ก็ต้องคิดใหญ่ อนาคตของเราใหญ่เราก็ต้องคิดใหญ่ ประเทศอินเดีย ก็ใช้ลักษณะของการเปึนรีจั นนอล มูฟว์ (Regional move) สําหรับการสร้างอย่าง บังกะลอว์ขึ้นมา การสร้างเชมดรายขึ้นมา การสร้างมุมไบขึ้นมา นอกจากนั้นแล้วถ้าคิดเรื่อง การย้ายเมืองหลวง เราก็เห็นประเทศออสเตรเลียมีเมลเบิร์น เมื่อสักครู่ท่านเอกอัครราชทูต ออสเตรเลียก็มาพบแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันก็ยังคุยถึงเรื่องนี้ว่า สปช. กําลังพิจารณาเรื่อง “กรุงเทพจม” ก็ยกตัวอย่างเรื่องของเมลเบิร์น คือเมืองหลวงราชการ แต่ซิดนีย์ก็ยังเปึน เมืองเศรษฐกิจใหญ่อยู่ เมืองท่าใหญ่ หรือกรณีของประเทศพม่า เนป่ดอว์ เปึนเมืองหลวงใหม่ ก็วางแผนก่อนเราเยอะ ย่างกุ้งเจอปัญหาเดียวกันคือย่างกุ้งจม ย่างกุ้งเปึนเมืองหลวง เมืองท่า เมืองเศรษฐกิจ ที่ดินราคาแพงเหลือเกิน ประชาชนคนยากจนจะมีที่อยู่อำศัยก็ไม่ได้ มันผิดไปหมดเลย ต้องทุ่มเงินมากในการพัฒนา เพราะฉะนั้นต้องการสร้างเมืองในทางราบ ไม่ใช่เมืองในทางตั้ง ฟ่วเจอร์ ซิตี (Future city) จึงจําเปึนอย่างยิ่ง หรือแม้แต่ประเทศญี่ปุ์น ประเทศญี่ปุ์นกระจายความเจริญโดยการสร้างหัวเมืองออกไปและสร้างอัตลักษณ์ของแต่ ละเมือง เราอยากเห็นว่ากรุงเทพฯ นั้นต้องเปึนสโลว์ ซิตี (Slow City) ในการเติบโตแล้ว แล้วก็ฟุ๋นฟู ขึ้นมาช่วยตัวเอง เอาเรื่องของไคลเมต เชนจ์ โกลบอล วอร์มมิง เข้ามา อย่างเช่นประเทศฝรั่งเศส ตอนนี้ก็ออกเปึนกฎหมายแล้วให้มีกรีนรูฟ (Green roof) หรือโซลารูฟ (Solar roof) อยู่ข้างบนเพื่ออะไร เพื่อแก้ปัญหาทั้งในเรื่องของกรีนเฮำส์ แก๊ส (Greenhouse gas) ที่ปล่อยออกมา การใช้ยานยนต์ไฟฟัา การใช้รถขนส่งไฟฟัาหรืออะไรต่าง ๆ ขณะเดียวกัน หลังคาสีเขียวทั้งหมด ตรงนี้เองที่เราควรจะมีจากกรุงเทพฯ ในรัศมี ๑๐๐ กิโลเมตร โดยใช้ สป้ด เทรน (Speed train) เราสร้างเมืองใหม่ได้ครับ แล้วแต่ละเมืองมีอัตลักษณ์ในการ สร้างฐานเศรษฐกิจใหม่ เช่น เปึนฟ่วเจอร์ ซิตี เปึนเรื่องของซายน์ ซิตี (Science city) เรื่องของไฮเทค ซิตี (High-tech city) เรื่องของฟูด ซิตี (Food City) แต่ละเมืองจะต้องมี ฐานเศรษฐกิจเพื่อหล่อเลี้ยงประชากรใหม่ขนาด ๑๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ คน การสร้างเมืองใหม่

อย่างนี้หมายถึงอะไร หมายถึงการลงทุนใหม่ ๆ เศรษฐกิจที่เราต้องไปพึ่งพาต่างประเทศก็จะ ลดลง เพราะเราสามารถที่จะกระตุ้นการลงทุน แล้วก็สร้างคุณภาพชีวิต คนสามารถมีที่อยู่อาศัย ได้ในราคาที่ถูก วันนี้กรุงเทพฯ ไม่น่าเชื่อนะครับ ในบางพื้นที่ตารางวาละเปึนล้านบาทแล้วครับ แล้วใครจะอยู่ได้ มีแต่การที่เปึนเมืองที่มีราคาแพงมาก ดังนั้นผมคิดว่าถึงเวลาที่อย่างน้อย สร้างเมืองใหม่ ๔ เมือง ในรัศมี ๑๐๐ กิโลเมตรจากประเทศไทย แล้วก็การขนส่งถึงกัน ภายในเวลาไม่ถึง ๑ ชั่วโมง อย่างนี้มันจะแก้ปัญหา ต้องคิดใหญ่แล้วครับ แล้วทําแอคชัน แพลน (Action plan) ระดับชาติขึ้นมาให้ได้ ขอบคุณครับท่านประธาน