สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๕๕ · ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๘

เกริกไกร จีระแพทย์ หารือเรื่องความสำคัญของเกษตรกรและอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของเอสเอ็มอี (SME) และความเข้มแข็งของธุรกิจขนาดย่อย และเสนอแนะให้ปฏิรูประบบเพื่อปรับปรุงบทบาทของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ในเศรษฐกิจ

นายเกริกไกร จีระแพทย์ ประธานกรรมาธิการ

ขอบคุณครับ ท่านประธานที่เคารพ ทุกครั้งที่ผมขึ้นมาที่นี่ผมลองมองไปข้างล่างมันน่าหดหู่ใจอย่างยิ่ง ไม่ทราบหายไปไหนหมดนะครับ แต่ไม่เปึนไรผมจะอยู่กับท่านทั้งบ่ายนี้และจะมีเรื่อง ๒ เรื่องสําคัญที่จะขอความเห็นชอบจากท่านเพื่อส่งให้รัฐบาล ทั้ง ๒ เรื่องนี้ผมถือว่า เปึนเรื่องที่สําคัญอย่างยิ่งเพราะเปึนกระดูกสันหลังของชาติ เราเคยพูดตั้งแต่สมัยเด็กว่า เกษตรกรเปึนกระดูกสันหลังของชาติความจริงนี้ยังคงไม่หมดไป แต่มันมีความจริงใหม่ ที่เกิดขึ้นคือมีกระดูกสันหลังขึ้นมาอีก ๑ ชิ้นอีก ๑ กระดูกสันหลัง นั่นคือทางด้าน อุตสาหกรรมที่เขาเรียกว่าอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมที่เปึนตัวทําให้เศรษฐกิจ คืบหน้าไปได้ในช่วง ๒๐-๓๐ ป้ที่ผ่านมา มีความสําคัญอย่างไรครับ จริง ๆ แล้วผมอยากจะให้ ท่านประธานอนุกรรมาธิการสังคมผู้ประกอบการได้เสนอเรื่องเลยแต่ท่านบอกว่าให้ผมพูด อะไรก่อนนิดหนึ่ง ท่านหายใจลึก ๆ เดี๋ยวก็พูดต่อจากผมนะครับ ผมพูดสั้น ๆ สังคม ผู้ประกอบการนั้นหมายถึงทั้ง ๒ ประการไปถึงการสร้างผู้ประกอบกา รกับการทําให้

ผู้ประกอบการที่เปึนอยู่ในขณะนี้นั้นมีความเข้มแข็งมากขึ้นนี่คือนัยของมัน ๒ เรื่องด้วยกัน ผู้ประกอบการในลักษณะที่เปึน เอสเอ็มอี (SME) ของเรานั้นมีหลากหลายที่บอกว่าเปึน กระดูกสันหลังผมกําลังพูดถึงสไลด์ที่ ๑ มันเปึนกระดูกสันหลังอย่างไร เอสเอ็มอี ถ้าท่านดู จํานวนอย่างเดียวเอสเอ็มอีทั้งประเทศตามสถิติของสํานักงาน สสว. นั้น มีอยู่ที่ประมาณ ๒.๘ ล้านรายสามเหลี่ยมทางซ้ายมือที่ท่านเห็นนั้นคือเอสเอ็มอีเปึนส่วนใหญ่และลาร์จ เอนเตอร์ไพรส์ (Large enterprise) เปึนส่วนน้อย ช่องแรกสามเหลี่ยมมีทั้งหมดประมาณ ๒.๘ ล้านราย แต่เปึนเอสเอ็มอีเสีย ๒.๗ ล้านราย เพราะฉะนั้นท่านจะเห็นว่าส่วนใหญ่ของ วิสาหกิจที่เปึนพลังในการทําเศรษฐกิจของเรานั้นเปึนรายย่อยมากเลยและในจํานวนนี้เขาก็ ทําเงินส่งออกจิปาถะ ท่านมองก่อนข้างล่างสีเหลือง ๒.๗ ล้านราย เปึน ๑๑ เปอร์เซ็นต์ ๑๑.๔ ล้านคนจ้างงาน นะครับ แล้วก็เปึนสัดส่วนจีดีพี (DGP) ที่ ๓๗.๔ เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่เกษตรแค่ ๑๒-๑๓ เปอร์เซ็นต์เองลองเปรียบเทียบตรงนี้ดู แล้วก็สามารถส่งออกได้ ๒๐.๕ เปอร์เซ็นต์ของการส่งออก

ทีนี้ถ้าเรามองข้างบน ข้างบนก็เปึนเรื่องของวิสาหกิจที่ใหญ่ขึ้นแค่ ๗,๐๐๐ กว่ารายครับ จากทั้งหมด ๒,๐๐๐,๐๐๐ กว่าราย เล็กมาก จริง ๆ แล้วสัดส่วนนี้ไม่ควรจะปรากฏบนจอเลย มันควรจะเปึนเส้นจ้างงานอยู่ที่ ๒.๖ ล้านคน ๗,๐๐๐ ราย จ้างคน ๒.๖ ล้านคน เปึนสัดส่วน จีดีพีถึง ๔๖.๘ เปอร์เซ็นต์ เทียบกับเมื่อสักครู่นี้ทั้งหมด ๒,๐๐๐,๐๐๐ กว่าราย ได้ ๓๗ เปอร์เซ็นต์ ท่านจะเห็นถึงความไม่สม ดุล เล็กได้เยอะ มากได้น้อย เพราะฉะนั้น เราไม่ได้บอกว่าเล็กได้เยอะไม่ดีนะครับ กําลังคิดเปรียบเทียบให้เห็นว่ามันมีความเหลื่อมล้ํา ความไม่สมดุลของความสามารถของประสิทธิภาพอยู่ ทีนี้ประเด็นก็คือว่าวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม เอสเอ็มอีนั้นมันไม่ใช่เพียงแต่อุตสาหกรรมอย่างที่ว่าเท่านั้น มันยังอยู่ในทุกสาขา ของเศรษฐกิจนะครับ ภาพต่อไปนี้เปึนการแสดงว่าเกษตรมี ๑๒ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีนั้น เปึนเอสเอ็มอีเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ อาจจะมีคนทําเกษตรใหญ่ ๆ อยู่ แล้วก็ในส่วนของ อุตสาหกรรมนั้น อุตสาหกรรมนั้นมีสัดส่วน ๓๓ เปอร์เซ็นต์ในจีดีพีครับ แต่ใน ๓๓ เปอร์เซ็นต์นี้ มีเอสเอ็มอีอยู่ถึง ๓๓.๗ เปอร์เซ็นต์ของเขานะครับ เพราะฉะนั้นก็แปลว่าเอสเอ็มอี ในภาคอุตสาหกรรมนั้นทําจีดีพี ๑๑ เปอร์เซ็นต์นะครับ ทีนี้ถ้าท่านมาดูภาคอีกภาคหนึ่ง คือภาคบริการจะแบ่งเปึน ๒ ส่วนสําคัญด้วยกัน เอาภาคการค้าออกมา ภาคการค้านั้นทํา จีดีพีได้ ๑๓ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าในตัวมันเองมีเอสเอ็มอีอยู่ถึง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของตัวนี้ เพราะฉะนั้นท่านจะเห็นได้ว่ามันกระจายอยู่ในทุกภาคเ ศรษฐกิจทั้งการค้า ค้าปลีกค้าส่ง โชห่วย จิปาถะ ค้าบริการ ซึ่งการท่องเที่ยวซึ่งเมื่อวานนี้บอกว่าจ้างงานถึง ๖,๐๐๐,๐๐๐ คน เปึนต้นนะครับ นี่คือปัญหาครับ ปัญหาอีกอย่างหนึ่งก็คือว่าเอสเอ็มอีนั้นน่าจะได้มีศักยภาพ มีบทบาทในจีดีพีมากกว่านี้ ในขณะนี้ที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่นี้ผมชี้ให้เห็นว่ามันอยู่ที่ ๓๗ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี แต่โดยมาตรฐานของประเทศระหว่างประเทศนั้นเอสเอ็มอีควรจะมี บทบาทอย่างน้อย ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี เพราะฉะนั้น ๑๓ เปอร์เซ็นต์ ที่จะทําให้เขา สูงขึ้นมาได้นั้นจะทําอย่างไรนะครับ เขามีปัญหาเยอะครับ เขามีปัญหาเยอะมาก ต่อไปครับ สไลด์ต่อไปครับ มันมีปัญหาหลายอย่างมา กเลยครับตั้งแต่ทัศนคติ ตั้งแต่ การบริหารจัดการ ตั้งแต่ข้อมูล ตั้งแต่การบ่มเพาะ ตั้งแต่ส่วนราชการที่เข้าไปมีบทบาท อย่างรายการเข้าถึงเงินถึงทอง การติดต่อเชื่อมโยงกับบรรดาที่เปึนนักวิทยาศาสตร์ทั้งหลาย นวัตกรรม การจะออกไปนอกประเทศ การเชื่อมโยง การเปึนคลัสเตอร์ (Cluster) การจะ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน พวกนี้มีปัญหาหมด และนั่นคือสิ่งที่เราจําเปึนจะต้องมีการปฏิรูป

ในกรอบทั้งหมดอยู่ ๔ กรอบใหญ่ด้วยกันนะครับ เดี๋ยวสักครู่ท่านประธานอนุกรรมาธิการ จะได้เสนอ เรามีเปัาหมายครับว่าเราจะสร้างและผลิตเอนทรีพรีเนอร์ส (Entrepreneurs) ให้เกิดขึ้นกับประเทศไทยได้อย่างไร เพราะคนไทยส่วนใหญ่นั้นจะเปึนมนุษย์เงินเดือน และเราจะพัฒนาเอสเอ็มอีซึ่งมีรายย่อย ย่อย ย่อย ๒,๐๐๐,๐๐๐ กว่าราย แต่ที่จดทะเบียนจริง ๆ ที่เราเห็นจริง ๆ ๑๐๐,๐๐๐ กว่ารายนั้น ให้เขาแข็งแรงสร้างแวลู (Value) เพิ่มเติมขึ้น แล้วก็ใช้สมรรถนะที่ไม่รับจ้างแต่เปึนการผลิตด้วยสติปัญญาของตัวเอง และทําให้เขาโตขึ้นมา จากเอส (S) เปึนเอ็ม (M) เปึนแอล (L) แล้วก็ออกไปสู่ภูมิภาค ออกไปสู่โลกกว้างได้อย่างไร นี่คือจุดประสงค์ และผมคิดว่าใน ๔ หลักที่เราจะทํานั้นจะเปึนหลักที่ท่านรองประธาน กรรมาธิการคณะผมซึ่งเปึนประธานอนุกรรมาธิการทําเรื่องนี้ด้วย คุณอัญชลีได้กรุณา ให้รายละเอียดครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน