สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๕๕ · ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๘

สุทัศน์ เศรษฐ์บุญสร้าง หารือเรื่องการปฏิรูปด้านการเกษตร โดยเน้นย้ำความสำคัญของเกษตรเป็นฐานเศรษฐกิจและแหล่งจ้างงานของประเทศ และเรียกร้องให้ประเทศไทยวางแผนและตั้งตำแหน่งในภาคเกษตรให้เหมาะสมในการแข่งขันกับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค โดยพิจารณาถึงผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าเกษตรในอนาคต และความสอดคล้องกับข้อผูกพันของประเทศไทยในดับบลิวทีโอและอาเซียน

นายสุทัศน์ เศรษฐ์บุญสร้าง

ขอบคุณครับท่านประธาน ผม สุทัศน์ เศรษฐ์บุญสร้าง หมายเลข ๒๑๙ นะครับ ก็ขอบคุณท่านกรรมาธิการที่นําเสนอเรื่องเกี่ยวกับ การปฏิรูปด้านการเกษตรนะครับ เพราะว่าเกษตรนี่อย่างไรก็เปึนพื้นฐานของ ความเจริญเติบโตของประเทศไทยต่อไปอีกนาน เปึนแหล่งจ้างงานที่สําคัญนะครับ แต่สินค้า เกษตรนอกจากจะเปึนสินค้าที่มาเกี่ยวข้องกับอาชีพของคนจํานวนมากของประเทศไทยแล้ว มันยังเกี่ยวข้องกับความมั่นคงสําคัญของประเทศอีกอันหนึ่งก็คือเรื่องความมั่นคงทางอาหาร สําหรับประเทศไทยแล้วเราก็อยู่ดีกินดีนะครับ สบาย เราก็ไม่ได้คิดถึงปัญหาตรงนี้สักเท่าไร แต่สําหรับประเทศอื่น ๆ แล้วความมั่นคงทางอาหารเปึนเรื่อ งสําคัญมาก แล้วเผอิญ ประเทศไทยเราก็เปึนประเทศที่มีการส่งออกอาหาร อันดับ ๑ ในหลาย ๆ ตัวอยู่ในโลก เพราะฉะนั้นเวลาเราพิจารณาเรื่องเกี่ยวกับเกษตรนี่เราคงจะต้องพิจารณาถึงผลกระทบ ที่มันจะเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงในรอบ ๆ ภูมิภาคของเราในโลกนะครับ ยกตัวอย่างเช่น การเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค จํานวนประชากรที่กําลังจะเกิดขึ้นอยู่ในโลกนะครับ ผมมีตัวอย่างคร่าว ๆ ว่า

ตอนนี้อย่างในประเทศใน ๕ ป้ข้างหน้า ประชากรในกลุ่มเอเชียใต้ก็คือมีประเทศอินเดีย ประเทศบังกลาเทศ กับประเทศปากีสถาน ๓ ประเทศนี่จะโตขึ้นประมาณ ๑๗๐ ล้านคน ใน ๕ ป้ข้างหน้า คน ๑๗๐ ล้านคนที่โตขึ้นใน ๕ ป้ข้างหน้าเขาต้องการบริโภคอาหาร ขณะเดียวกันประเทศจีนซึ่งตอนนี้ประชากรก็ ๑,๓๐๐ กว่าคน คนส่วนใหญ่ก็เริ่มเข้าไปอยู่ ในเมืองมากแล้ว แรงงานเกษตรก็ขาดแคลน ศักยภาพในการผลิตอาหารของเขาก็ลดลง เพราะฉะนั้นเรามองไปข้างหน้าแล้วนี่ตลาดอาหารในโลกกําลังมีการเปลี่ยนแปลง อย่างเปึนรูปธรรมแล้วก็ค่อนข้างจะใหญ่หลวง คําถามของเราก็คือว่าแล้วประเทศไทยเรานี่ อีก ๕ ป้ ๑๐ ป้ข้างหน้า ภาคเกษตรของเราควรจะวางตําแหน่งอย่างไรต่อไป ฉะนั้นผมมี ข้อสังเกตอยู่ ๓ ข้อด้วยกัน อยากจะให้ท่านคณะกรรมาธิการนําไปพิจารณาเสริมจากรายงาน ที่ท่านมีอยู่ในประเด็นเรื่องเกี่ยวกับต่างประเทศดังต่อไปนี้ ข้อที่ ๑ ผมคิดว่าการมองสินค้า ซึ่งท่านมีอยู่แล้วตอนนี้ในระดับหนึ่ง คือเราคงจะต้องมองตลาดโลกว่าสินค้าต่าง ๆ พวกนี้ ในอีก ๕ ป้ ๑๐ ป้ข้างหน้ามันจะมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร แล้วเราควรจะโพซิชัน (Position) ประเทศไทยในสินค้าพวกนี้อย่างไร ข้าว แล้วก็ปาล์มน้ํามัน อ้อย คือตัวหลัก ๆ ของเราทั้งหมดเราควรจะวางตําแหน่งพวกนี้อย่างไร เกษตรกรของประเทศไทยเอง ก็เข้าสู่เมืองมากขึ้น เพราะฉะนั้นมันก็มีปัญหาว่าเราจะผลิตสินค้าพวกนี้ต่อไปส่งตลาดโลกนี่ เราจะต้องทําอย่างไรต่อไปด้วย เพราะฉะนั้นการวางตําแหน่งตรงนี้มันจะต้องมีการศึกษา ค่อนข้างจะลึกซึ้งถึงเรื่องการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่แต่ในประเทศไทย คือที่สําคัญที่ผมเล่าให้ฟัง เมื่อกี้คือตัวเดียวเผื่ออยู่ในตลาดรอบ ๆ ของเราในภูมิภาค เพราะฉะนั้นถ้าเราคํานึงถึง การเปลี่ยนแปลงพวกนี้แล้ว เราก็ต้องมาคิดใหม่ว่าแล้วประเทศไทยเราควรจะทําอย่างไร นั่นเปึนข้อที่ ๑ ข้อที่ ๒ ความเข้มแข็งมากที่สุดอันหนึ่งของประเทศไทยตอนนี้ก็คือ การแปรรูปสินค้าเกษตร ในหลาย ๆ ตัวที่เราส่งออกไปได้นี่แม้แต่ข้าวก็คือเรื่องของ การแปรรูป เรามีศักยภาพในการแปรรูปที่สูงกว่าประเทศอื่น ๆ โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียน ตรงนี้ อันนี้ทางเศรษฐศาสตร์เราเรียกว่าเรามีคอ มพาราทีฟ แอดแวนเทจ (Comparative advantage) คือความได้เปรียบประเทศอื่น โดยเปรียบเทียบเมื่อเทียบกับตัวอื่น เพราะฉะนั้นเราจะต้องใช้จุดแข็งของเราตัวนี้ให้มันเปึนประโยชน์ คือเราจะส่งเสริมสินค้า เกษตร อุตสาหกรรมต่อไปได้อย่างไร มีการพูดถึงเรื่องการพัฒนาเชิงพื้นที่ ซึ่งผมคิดว่าตัวนี้ น่าจะเปึนทางออกสําคัญต่อไปข้างหน้า อันที่ ๓ คือในข้อเสนอในกฎหมายอยู่หลายตัว

ตรงนี้เรามีการพูดถึงการห้ามนําเข้า เช่น ห้ามนําเข้ามันสําปะหลัง ห้ามนําเข้าปาล์มน้ํามัน สินค้าเกษตรเปึนสินค้าที่มีการ กีดกันมากที่สุดในโลก ท่านประธานเกริกไกรท่านทราบดี เพราะฉะนั้นถ้าเราเปึนผู้จะส่งออกสินค้าเกษตรต่อไปในอนาคตแล้วนี่เรามากีดกันการนําเข้า สินค้าเสียเองมันก็ดูไม่ค่อยสอดคล้องกัน เพราะฉะนั้นเราต้องดูตรงนี้ให้ดีว่า ๑. เราควรจะ มีการกีดกันการนําเข้าสินค้าอันนี้ต่อไปข้ำงหน้าไหม ถ้าเราจะเปึนประเทศเกษตรอุตสาหกรรม เราจะต้องมีการนําเข้าวัตถุดิบมาโพรเซส (Process) แล้วก็ส่งออกไหม อันที่ ๒ ก็ต้อง พิจารณาว่าข้อจํากัดที่เราสร้างขึ้นมาตรงนี้มันจะขัดแย้งกับข้อผูกพันของเราในดับบลิวทีโอ (WTO) ในอาเซียนด้วยหรือเปล่า ถ้ามันเปึนปัญหาผมคิดว่าเราก็ควรจะต้องมีการปรับแก้ ให้มันสอดคล้อง ก็มี ๓ ข้อ ขอบคุณมากครับท่านประธาน