เกริกไกร จีระแพทย์ฯ หารือประเด็นการปฏิรูปภาคเกษตร

สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๕๕ · ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๘

เกริกไกร จีระแพทย์ฯ หารือประเด็นการปฏิรูปภาคเกษตร โดยชี้ให้เห็นความสำคัญของเกษตรกรต่อเศรษฐกิจไทยและความทุกข์ยากของเกษตรกร รวมถึงความท้าทายของโลกที่มีต่อภาคเกษตรกรรม พร้อมย้ำว่าตนเองมิได้พูดเพื่อหาเสียงแต่เป็นความจริงที่เกษตรกรส่วนใหญ่ต้องพึ่งพาธรรมชาติและขาดเครื่องมือในการพัฒนาตนเอง

นายเกริกไกร จีระแพทย์ ประธานกรรมาธิการ

ขอบพระคุณครับ ท่านประธานที่เคารพ ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๑ เมษายนเราได้เสนอเรื่องนี้เข้ามา แล้วก็ ได้รับฟังความคิดเห็น เราก็ได้นําไปทํางานต่อนะครับ ผลงานที่ออกมานั้นอาจจะเปึน

สิ่งที่หนาที่สุดในคณะกรรมาธิการหรือคณะอนุกรรมาธิการทุกคณะก็ว่าได้ แต่ไม่ต้องเปึนห่วง จริง ๆ แล้วมันมีเพียง ๒ ประเด็นใหญ่เท่านั้นเอง ๒ ประเด็นที่มาของการปฏิรูปภาคเกษตร ที่เราเสนอนั้นมาจากประเด็นที่ ๑ คือความสําคัญของเกษตรกรต่อเศรษฐกิจไทย และความทุกข์ยากของเกษตรกร ผมไม่ใช่นักการเมืองนะครับ เพราะฉะนั้นจึงไม่ได้พูดคํานี้ เพื่อหาเสียง หรือพูดเพื่อที่ จะเรียกร้องให้เกิดความสนใจ แล้วก็ไม่ต้องดัดจริตบอกว่า ผมรักประชาชน รักชาวนา แต่มันเปึนความจริงว่าเกษตรกรไม่ได้จนที่สุด ไม่ได้จนเสมอไป แต่คนที่เปึนเกษตรกรมักจะจน เกษตรกรสวนยางไม่จนหรอกครับ นั่งยิ้มอยู่นี่นะครับ แต่เกษตรกรส่วนใหญ่ที่อาศัยน้ําฝนนั้นจน เพราะว่าอาศัยธรรมชาติ ขึ้นอยู่กับราคาของโลก ซึ่งเปลี่ยนแปลง อย่างที่เราทราบราคาข้าวเปึนต้น แล้วก็ไม่มีช่องทางไปถึงตลาด ไม่มีเครื่องมือที่จะพัฒนาตนเอง อันนั้นคือที่มาของการที่จะไปปฏิรูปเรื่องของความเปึนอยู่ เกษตรกรให้ดีขึ้น อันที่ ๒ คือเรื่องของความท้าทายในโลกนี้ที่ มีต่อภาคเกษตรกรรม ของประเทศไทย เกษตรกรรมของประเทศไทยมีบทบาทในจีดีพีประมาณ ๑๒-๑๓ เปอร์เซ็นต์ ก่อนหน้านั้นเมื่อ ๓๐-๔๐ ป้ที่แล้ว ๘๕ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีไทย แล้วมันก็ค่อย ๆ หดลง จนกระทั่งป้ ๒๕๒๕-๒๕๒๗ นั้นเกษตรอุตสาหกรรมเริ่มก้าวล้ํานําหน้าเกษตรกรรมเปึนป้แรก

ขณะนี้เกษตรกรรมก็เหลือ ๑๒ ๑๓ ในตัว ๑๒ ๑๓ มันเองมันโตขึ้นเยอะนะครับ ตอนที่ผมพูดถึงป้ ๒๕๒๕ เราส่งออกข้าวประมาณ ๔-๕ ล้านตันเก่งแล้ว ส่งออกข้าวได้ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ตันตอนนั้นสะดุ้งจนเรือนไหว แต่เดี๋ยวนี้ ๑๐ ล้านตันยังเฉย ๆ สัดส่วนในจีดีพี น้อยลงแต่ตัวมันเองโตขึ้น หลายตัวตกจากพระเอกทอป เทน (Top ten) เดิมมีข้าว มันสําปะหลัง ยาง เดี๋ยวนี้มียางตัวเดียวอยู่ในอันดับ ๑๐ ของการส่งออกไทย แต่ว่าตัวมันเอง ก็โตขึ้น ประเด็นปัญหาก็คื อว่าเราจะทําอย่างไรจึงจะใช้ประโยชน์จากความสามารถ ทางเกษตรเราซึ่งมีมากกว่าข้าว ยาง มันสําปะหลัง มันจะไปถึงสมุนไพร อาหารทะเล เราเปึนอันดับหนึ่งของข้าว มันสําปะหลัง ยาง อ้อย น้ําตาล อยู่อันดับ ๒ ทอป เทนของเรา มีอีกหลายตัวครับ สับปะรดกระปิอง ผลไม้กระปิอง อาหารทะเลกระปิอง เปึนต้น อย่างนี้ เปึนเรื่องของเกษตร ทําอย่างไรถึงจะต่อยอดสิ่งเหล่านี้ให้เปึนประโยชน์ต่อประเทศไทย แล้วก็ ได้มูลค่าที่เพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นนี่เปึนความท้าทาย ๒ ประการ จากความเปึนอยู่เกษตรกร แล้วก็ความท้าทายที่มีต่อภาคเกษตรไทยอยู่ใน ๓ ประเด็น สิ่งที่ท้าทาย เกษตรไทยคือ ทําอย่างไรจึงจะให้แมนู แฟคเจอริง (Manufacturing) คือการผลิตนั้นเปึนไปตาม มาตรฐานสากลที่คนชื่นช มและไว้วางใจในเรื่องคุณภาพคือฟู ด สแตนดาร์ด (Food standard) ประเด็นที่ ๒ ก็คือความปลอดภัยของอาหารคือฟู ด เซฟตี (Food safety) แล้วต้องไปตอบสนองต่อสิ่งที่เกิดขึ้ นในโลกคือความเพียงพอด้านอาหารฟูด ซัฟฟ่เชียนซี (Food sufficiency) ซึ่งมันมีทั้งโอกาสแล้วก็เปึนทั้งปัญหา แล้วก็ไปถึงสิ่งที่คนนิยมพูดกัน ในขณะนี้คือซัสเทนอะบิลิตี (Sustainability) ของแอกกริคัลเจอร์ (Agriculture) หมายความว่า ถ้าเราทําเกษตรแล้วมันจะต้องทําให้เกิดเปึนมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่ไปทําลายสิ่งแวดล้อม ไม่ไปทําลายป์า ไม่ทําให้เกิดโลกร้อนเพิ่มขึ้น การใช้ปุิยต้องอยู่ในขอบเขตที่สามารถจะควบคุม และไม่ให้เกิดปัญหากับผู้บริโภคกับปัญหาสิ่งแวดล้อม เพราะฉะนั้นทั้งหมดมันเกิดขึ้นทําให้เห็น โอกาส ๒. ทําให้เห็นการแข่งขัน ๓. ทําให้เห็นเสียงเรียกร้องทางคุณภาพ เพราะฉะนั้นถ้าเรา ไม่ทําสิ่งเหล่านี้ให้เกิดขึ้น ให้เรามีความสามารถในการแข่งขันเราก็จะเสียโอกาส ไม่เพียงแต่ เสียรายได้นั้นเรายังเสียโอกาสที่จะพัฒนาประเทศโดยใช้เครื่องมือที่เราเคยเก่ง ๒ ตัวนี้ เกษตรกรจะอยู่อย่างไร แล้วก็เกษตรกรรมจะต้องปรับตัวอย่างไร นี่คือหัวใจที่จะคิดปฏิรูป ใน ๔ ช่องด้วยกันนะครับ ผมขอกลับมาที่เกษตรกรนิดหนึ่ง เราคิดถึงเกษตรกรใน ๒ เชิงว่า

เขาจะอยู่ได้อย่างไรกับ ๒. เขาจะมีความสามารถพัฒนาให้เก่งกล้าสามารถขึ้นมาได้อย่างไร ๒ ประเด็นนะครับ จะใช้กลไกอย่างไร แล้วไปคิดถึงเรื่องระบบ ๔ เรื่องด้วยกัน เกษตรกร ๒ เรื่อง คือ ความเปึนอยู่ ความยากจนกับสมรรถนะ อันที่ ๒ คือระบบเกษตรกรรมที่จะพบ กับความท้าทายและใช้ประโยชน์จากการพัฒนาเรื่องของฟูด ซีเคียวริตี (Food security) ฟูด ซัฟฟ่เชียนซี เอนเนอจีกับฟูด (Food) ในโลกนี้ ก็ดู ๒ ประเด็นแล้ว ประเด็นที่ ๓ ก็คือ ในเรื่องความเสี่ยงภัยของเกษตรกร เกษตรกรนั้นมีความเสี่ยงภัยโดยที่เขาต้องรับ ความหายนะไปเต็ม ๆ เลย แล้วก็เปึนปัญหาที่เรียกร้องรัฐต่อมาว่ำรัฐจะต้องช่วย ซึ่งรัฐจะ ไม่ช่วยไม่ได้ รัฐจะไม่ช่วยไม่ได้ แต่จะช่วยอย่างไรจึงจะไม่ทําให้เกษตรกรมีความอ่อนแอ ในระยะต่อไป เพราะนั่นเปึนที่มาของนโยบายประชานิยมที่ผิด ๆ ผมเน้นคําว่าผิด ๆ เพราะว่าประชานิยมไม่ได้ผิดเสมอไป แต่ประชานิยมที่ทําเกินกลไกตลาดไป เกินเลยไป ระยะยาวเกินไป โดยมีเงื่อนไขพัฒนาตนเองนั้นสร้างปัญหาให้เกิดขึ้นในอนาคต เหมือนกับ ที่ประเทศกรีซพบในขณะนี้

เพราะฉะนั้นเราจําเปึนจะต้องทําให้เขาแข็งแรงขึ้นเพื่อจะได้ไม่มีข้ออ้างในการใช้เงิน อย่างไม่รอบคอบ ประเด็นนี้ผมเรียนว่าเราได้คิดถึงเรื่องของการช่วยเหลือเกษตรกร ทางสวัสดิการ แล้วคิดถึงกฎหมายเรื่องรายได้และสวัสดิการของเกษตรกรขึ้น ขณะที่คิดอยู่นั้น ก็เชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาพูดนะครับ ปรากฏว่าท่านคิดเหมือนเรา ก็มีโอกาสได้นําความคิดมาเสร็จ แล้วก็มียกร่างกฎหมาย ปรากฏว่ากระบวนการของ สปช. ช้ากว่ากระบวนการของรัฐบาล เขาเสนอร่างกฎหมายเข้าไปที่ ครม. แล้ว เพราะฉะนั้น เราก็เลยไม่ต้ องมาเหนื่อยตรงนี้ แนวความคิดเหมือนกัน คือมีกรรมการแห่งชาติ เพื่อดูเรื่องเกี่ยวกับรายได้ของเกษตรกร แล้วก็มีกรรมการย่อยคณะหนึ่งเปึนระดับ ปลัดกระทรวง เพื่อดูเรื่องเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ในการที่จะให้การช่วยเหลือเกษตรกร ทางด้านสวัสดิการว่าควรจะเปึนเท่าไร เมื่อไร อย่างไร และมีเงื่อนเวลาจํากัดอย่างไร ตรงนี้ ผมเชื่อว่าเราสามารถสนับสนุนได้ ขอเรียกว่าตามน้ําก็แล้วกัน แต่ไม่ใช่ตามน้ําเอาของเขามา แต่เปึนแนวความคิดที่เกิดจากการหารือร่วมกัน แล้วก็อนุกรรมาธิการก็ได้ไปพบกับ ทางเจ้าหน้าที่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อสัก ๖-๗ สัปดาห์ที่แล้ว ปรากฏว่า กรอบปฏิรูปทุกอย่างนั้นเห็นในหลักการใหญ่เหมือนกันหมด ต่อไปเรื่องเกี่ยวกับ เรื่องฟูด เซฟตีทั้งหลายก็จะมีการเสนอว่ามาตรฐานควรจะมีอย่างไร เราจะปรับปรุงอย่างไรบ้าง ใครควรจะทําอย่างไร เดี๋ยวท่านประธานอนุกรรมาธิการจะพูดถึง สําหรับเรื่องประกันภัย ระบบเพื่อเสี่ยงภัยนั้น มีการร่วมมือกันระหว่างเศรษฐกิจมหภาคกับเศรษฐกิจคณะผม เพื่อทํา ร่าง พ.ร.บ. ประกันภัยพืชผลขึ้น ขณะนี้ผมคิดว่ากําลังจะรอเสนออยู่ ตรงนี้ก็ไม่มีให้ท่านดู ในวันนี้ แต่ว่ามันมีอยู่ในไพพ์ไลน์ (Pipeline) สําหรับเรื่องระบบ ท่านประธานอนุกรรมาธิการ ท่านได้ไปทําเยอะมากเลย ยุทธศาสตร์รายสาขามาเปึนปู๊งเลย มันจะเปึนส่วนหนึ่งของ รายงาน เราคิดว่าคงไม่ต้องเข้าไปถึงรายละเอียดว่าแต่ละอันควรจะเปึนอย่างไร เราควร อย่างไร ผมคิดว่าเปึนแนวความคิดข้อเสนอแนะของเราที่จะไปถึงรัฐบาล ทุกพืชที่เราเสนอ เปึนส่วนหนึ่งของรายงาน เราก็จะมีเรื่องเกี่ยวกับสหกรณ์ เรื่องของวิสาหกิจชุมชน เรื่องของ กลไกสํานักงาน เรื่องเกี่ยวกับมาตรฐานทั้งหลายทั้งปวง เรื่องบริหารจัดการ ก็เปึน ๔ ประเด็นหลัก ๔ กล่องใหญ่ที่เราจะปฏิรูป ท่านประธานครับ นี่คือหลักหัวใจของมัน ตอนนี้ ผมอยากจะขอให้ท่านประธานอนุกรรมาธิการได้เข้าไปในรายละเอียด แล้วก็เสนอหลักการ ของกฎหมายที่เราได้เสนอในวันนี้ ขอบพระคุณครับ