เกริกไกร จีระแพทย์ เสนอแนะว่าแนวคิดของคณะอนุกรรมาธิการสะท้อนประสบการณ์สมาชิกสภาและมุ่งเน้นการเชื่อมโยงนวัตกรรมสู่รากหญ้าผ่านกลไก Win-win เพื่อแก้ปัญหา SMEs เข้าถึงวิชาการ โดยยกตัวอย่างความสำเร็จของธุรกิจทุเรียนผงจากมหาวิทยาลัยศิลปากรที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้ เเกริกไกร จีระแพทย์ หารือแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่ปี ๒๕๗๕ โดยเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มจากสินค้าใหม่ผ่านนวัตกรรมสมุนไพรและการบริการที่มีคุณภาพ แทนการพึ่งพาแรงงานราคาถูก และเสนอให้พิจารณาปรับแผนปฏิรูปเศรษฐกิจโดยนำแนวคิดเหล่านี้ไปเสริมในรายงาน
ท่านประธานครับ ท่านสมาชิกที่เคารพ ผมเช่นเมื่อวานนี้ผมขอบคุณอย่างยิ่งสําหรับความคิดเห็นแล้วก็ข้อเสนอแนะ ของท่านสมาชิกที่ได้ให้ไว้ประมาณ ๑๐ ท่านได้ น้อยไปนิดครับ แต่ก็เปึนความคิดที่มีมาจาก ประสบการณ์ท่านเอง ผมคิดว่าแนวความคิดของกรรมาธิการ อนุกรรมาธิการ คณะที่เราดูแล อยู่นั้นไม่ได้คิดต่างจากท่าน จริง ๆ แล้วก็สะท้อนความคิดเห็นที่ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ในกรรมาธิการได้ไปครอส คัตติงกันมา ผมยกตัวอย่างเราคิดเหมือนกันในทุกประเด็นเลย ท่านจรัส เอ่ยนามด้วยความเคารพ ท่านพูดถึงเรื่องนวัตกรรมในเชิงพาณิชย์ที่เรามี สวทน. มีอะไรเยอะแยะมากมาย จริงครับ ผมไปนั่งคุยกับท่านดอกเตอร์ศักรินทร์ แล้วก็ได้พูดถึงเรื่อง ทําอย่างไร จึงจะให้นวัตกรรมนั้นเอื้อมมือไปถึงรากหญ้า แล้วก็ทําให้นวัตกรรมนั้น เปึนเชิงพาณิชยกรรม เพราะฉะนั้นมันจะเกิดความรู้สึกของการวิน วิน ซิททูเอชัน (Win win situation) คือการต่างคนต่างได้ ผู้วิจัยก็ได้ ได้ทุกอย่าง ได้ทั้งวิชาการ ได้ทั้งเงิน ได้ทั้งผู้เปึน เอสเอ็มอี ได้ทั้งเศรษฐกิจไทย เพราะฉะนั้นอันนี้คือโจทย์อันใหญ่ที่เราได้ไปคุยไว้ แล้วก็ ผมเชื่อว่าทางคณะกรรมาธิการปฏิรูปวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย นวัตกรรมและทรัพย์สิน ทางปัญญา แล้วก็เราจะสตรีมไลน์ (Streamline) พวกนี้เพื่อให้ลงไปถึงรากหญ้าให้ได้นะครับ ปัญหาของนวัตกรรม หรืออินโนเวชันที่คุณจิต ร์พูดถึงมีปัญหาหนึ่งที่เราพบก็คือว่า อุตสาหกรรมนั้นโดยเฉพาะเอสเอ็มอีไม่รู้จะเข้าถึงสถาบันทางวิชาการได้อย่างไร เปึนเรื่องที่ น่าประหลาดใจแต่เปึนเรื่องจริง มีกรณีที่เปึนความสําเร็จของผมเรียกว่าเอสเอ็มอีก็ได้เปึน ผู้ที่ผลิตสินค้าของฝากที่เ กิดขึ้นที่จังหวัดภูเก็ต ทําทุเรียนผงขายผมจําชื่อยี่ห้อไม่ได้ แต่เปึนเรื่องที่เปึนตัวอย่างมาก ทุเรียนผง แล้วก็มีชาวต่างชาติต้องมาซื้อเพราะว่าไม่มีกลิ่น แต่ชงแล้วมีกลิ่นหอมเหมือนทุเรียนแล้วก็ทําแพกเกจ จิง (Packaging) โดยการร่วมมือของ มหาวิทยาลัยศิลปากรคือแพกเกจ จิงของเขาน่าซื้อมาก เพราะฉะนั้นอันนี้เปึนซิมเ ป่ล (Simple) มากเลย แต่ได้ราคาเพิ่มขึ้นเยอะแยะ แล้วก็สามารถจะอนุรักษ์ทุเรียนในฤดูที่มันจะ
เน่าเสียให้อยู่ในสภาพผงได้ อันนี้เปึนตัวอย่างนะครับ แล้วก็น่าสนใจว่ามีมหาวิทยาลั ย หลายแห่งที่เราไม่คิดว่าจะเปึนมหาวิทยาลัยที่ทําเรื่องพวกนี้ อย่างมหาวิทยาลัยบูรพาก็ได้ช่วย ผู้ประกอบการหลายรายที่ทําเกิดการพัฒนาสินค้าขึ้นมาได้ มหาวิทยาลัยศิลปากร เปึนต้น เพราะฉะนั้นผมคิดว่านั่นเปึนหัวใจแล้วเราก็ได้บรรจุไว้ไม่ใช่เพียงแต่ในแผนเอสเอ็มอีเท่านั้น แต่เปึนกรอบของการปฏิรูปเศรษฐกิจในกรอบกว้างว่าจะต้องเปึนปัจจัยหนึ่งจึงจะไปสู่ ความเปึนประเทศที่พัฒนาแล้วได้ เรื่องของต่างประเทศ เราไม่เพียงแต่มองผมนี่พูดถึง ๒ ประเด็น ถ้าท่านจําได้เมื่อวานนี้คือเอา ต์เวิร์ด อินเวสต์เมนต์ (Outward investment) การที่ไปลงทุนในต่างประเทศ การใช้ประโยชน์จากอาเซียน การที่เราจะเปึนส่วนหนึ่งของโลก ล้วนแต่เปึนเปัาหมายที่เราจะนําไปสู่ความเจริญเติบโตของประเทศ และโดยใช้เครื่องมือ เอสเอ็มอีให้เปึนประโยชน์ แต่นี่มันต้องใช้เวลาในการเดินทาง ท่านพูดถึงเรื่องการตลาด ท่านจิรวัฒน์ พูดถึงเรื่องของผู้ซื้อโดยตรง ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งเลยสิ่งที่เราพยายามทําในกลไก เศรษฐกิจใหม่ ๆ ก็คือว่าทําอย่างไรจึงจะให้ผู้ผลิตนั้นสามารถประกอบการไปจนกระทั่ง ถึงผู้บริโภคได้ อันนี้ก็เปึนสิ่งที่อยู่ในกรอบที่เราดูแลอยู่อยากเห็นและอยากให้มันเกิด คุณจิตร์พูดถึงอินโ นเวชัน ไบโอเทค (Innovation biotech) ผมคิดว่าคงจะเถียงไม่ได้ มันเปึนเรื่องสิ่งที่เราอยากให้เกิดถ้าเปึนโพรดักต์ แชมเป้ยนใหม่
แต่กรรมาธิการคณะผมนี่ไม่สามารถจะลงไปถึงตัวสินค้าใหม่ ๆ แล้วบอกว่าต้องทํา ตัวนั้นตัวนี้ได้ แต่แนวคิดมันมีอยู่และจะต้องทําในระดับต่อไปว่าถ้าจะปฏิรูปประเทศไทย ให้เปึนประเทศที่มีร่ํารวยขึ้นมาจริง ๆ ป้ ๒๕๗๕ นั้นมันจะต้องมีตัวขับเคลื่อนใหม่ ตัวขับเคลื่อนนั้นคืออะไร ก็ต้องเปึนสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มและมี แวลู ครีเอชัน (Value creation) สูง มันจะสูง ได้จากอะไร มันก็จาก ๓ วิธีที่คุณจิต ร์บอก อาร์แอนด์ดี มาจากขโมยเขามา หรือมาจากฝันไป ฝันแล้วพรุ่งนี้ก็ได้ สมุนไพรก็เปึนตัวอย่างอันหนึ่ง ท่านยกตัวอย่างก็ไม่ได้เห็นต่างนะครับ สมุนไพรนี้มีหน่วยงานที่ดูแลอยู่หลายหน่วยนะครับ กรมการแพทย์แผนไทยก็มีสํานักงานว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพร เรารู้จักกวาวเครือขาว กวาวเครือแดง ถ้ากินผิดเพศแล้วก็ยุ่งหน่อยนะครับ ก็เปึนสิ่งที่เราได้เห็นความสําคัญมาตั้งแต่ ๒๐ ป้ที่แล้ว ผมเองเข้ามามีโครงการวิจัยสมุนไพรเพื่อการส่งออก ตั้งแต่ป้ ๒๕๓๕ ป้ ๒๕๓๖ แต่ปัญหาก็คือว่าเหตุไฉน ๒๐ ป้ ๓๐ ป้ให้หลังแล้วมันยังไม่ไปถึงไหนเลย ก็แปลว่ามันอาจจะ ไม่มีความ เขาเรียกมาร์เกตทาบิลิตี (Marketability) หรือใช้ความพยายามไม่พอ สิ่งเหล่านี้ เปึนสิ่งที่กรอบปฏิรูปเศรษฐกิจใหม่จะต้องคํานึงถึงอย่างมากว่าเ มื่อมีเปัาหมายแล้วจะต้องมี แผนดําเนินการให้เปึนไปตามนั้นให้ได้ โดยระดมสรรพกําลังทั้งหลายไป อีกประเด็นหนึ่ง ที่พูดถึงเรื่องค่าแรง นี่คือหัวใจครับ ถ้าเราจะเอาประเทศให้ก้าวหน้าขึ้นไปได้เราจะอาศัย ค่าแรงเปึนความสามารถในการแข่งขันไม่ได้ คุณทวีกิจก็ถอนคําพูดน่ารัก ๆ คํานั้นไปแล้ว แต่ว่าจริง ๆ แล้วถ้าไปอาศัย ๓๐๐ บาทเปึนตัวแข่งขันมันทําไม่ได้ และไม่ควรอย่างยิ่งครับ มันจะต้องเอาความคิดเข้าไปจับ แล้วก็ให้การบริการนั้นไม่ใช่ค่าแรงแบบค่าแรงขั้นต่ํา แต่เปึนค่าแรงที่ถูก อย่างเช่น เรื่องหมอนวดคนพิการของท่านวิริยะผมคิดว่าเปึนค่าแรงที่แพง เพราะ ๑ ชั่วโมงอาจจะได้ค่าแรงมากกว่าคนทํา ๑ วัน วันหนึ่งสัก ๓ ชั่วโมง ก็เท่ากับคนทํา ๓ วัน อย่างนี้เปึนต้น แล้วก็เปึนบริการที่ทางราชการจะต้องส่งเสริมครับ อันนี้ก็เปึนประเด็น ที่ผมคิดว่าเราสามารถจะนําเข้ามาไว้ในนี้ได้ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าเราได้ประโยชน์จาก แนวความคิดในวันนี้นะครับ แล้วก็มีความดีใจอย่างหนึ่งว่ามันไม่ได้มีความคิดที่แตกต่างครับ ก็จะนําพวกนี้ไปดูสิว่าจะเสริมเข้าไปในตรงส่วนไหนของรายงานได้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ