สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๕๕ · ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๘

เจริญศักดิ์ ศาลากิจ เสนอการปฏิรูปด้านการเกษตร โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการแบ่งปันมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจอย่างเป็นธรรม และแนะนำรูปแบบของคณะกรรมาธิการที่มีลักษณะที่ทำงานได้ พร้อมแนะนำการใช้เทคโนโลยีทางพันธุศาสตร์และจีเอ็มโอในการผลิตสัตว์และพืช

นายเจริญศักดิ์ ศาลากิจ

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปที่เคารพ และเพื่อนสมาชิกผู้มีเกียรติทุกท่าน ผม เจริญศักดิ์ ศาลากิจ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๔๗ ก็คงจะมีประเด็นที่จะขออนุญาตกราบเรียนเท้าความไปถึงเมื่อวันจันทร์ที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๗ ผมได้ให้ข้อเสนอแนะด้านการปฏิรูปด้านการเกษตรเอาไว้ใน ๒-๓ ประเด็น สําคัญ ประเด็นแรกที่ผมเสนอไว้ในวันนั้นก็คือเรื่องของการปรับโครงสร้างหน่วยงานที่ดูแล การผลิตทางการเกษตรของประเทศ นี่ประเด็นที่ ๑ ประเด็นที่ ๒ ก็คือขอเสนอปรับปรุง เครื่องมือทางกฎหมายที่จะมาใช้ในการดูแลผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของประเทศ แล้วก็ได้ กล่าวถึงการใช้โมเดลของพระราชบัญญัติอ้อยและน้ําตาลเปึนโมเดลของการปรับปรุง ประเด็นที่อยากจะอภิปรายในวันนี้ก็คือเปึนประเด็นเรื่องชื่อของคณะกรรมาธิการสักนิดหนึ่งก่อน เพื่อให้เราเห็นและทําความเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้ได้ตั้งชื่ออย่างดีมากเลย เปึนการพูดถึงเกษตร สินค้าเกษตรเปึนสินค้าเกษตรกรรมปฐมภูมิของการผลิตของมนุษย์เลยนะครับ เกษตรกรรม แล้วก็นํามาสร้างอุตสาหกรรม แล้วก็มาสร้างพาณิชยกรรม การท่องเที่ยวและบริการ คล้องจองกันหมดทุกประเด็นเลยในประเด็นพวกนี้ ซึ่งในประเด็นพวกนี้ถ้าเรามองให้ชัดเจน ประเด็นหนึ่งก็คือว่าเราต้องมองประวัติศาสตร์สักนิดหนึ่ง ประวัติศาสตร์ก็คือประวัติศาสตร์ทาง ชีววิทยาหรือประวัติศาสตร์ของมนุษย์โลก เรื่องจีเอ็มโอนี่เดี๋ยวผมจะขออนุญาตพูดไว้ ตอนท้ายสักหน่อย แต่ว่าขออนุญาตไปเรื่องประเด็นสําคัญ ๆ ก่อนก็คือเรื่องขอ ง ประวัติศาสตร์ของประเทศเรา ประเทศเรานี้การปฏิรูปประเทศครั้งสําคัญก็เกิดขึ้นในสมัย รัชกาลที่ ๕

แล้วก็พระองค์ท่านได้ส่งบุตรของท่านองค์หนึ่งไปเรียนที่ประเทศอังกฤษ คือพระองค์เจ้าเพ็ญ พระองค์เจ้าเพ็ญก็สําเร็จวิชาการเกษตรจากประเทศอังกฤษมา แล้วก็พระองค์ท่านก็เปึน เจ้ากรมช่างหม่อนไหมคนแรก ช่วงที่พระองค์ท่านได้กลับมาประเทศแล้วก็จะมาปฏิรูป ระบบเกษตรกรรมก็เผชิญความท้าทายอย่างหนึ่งที่บอกว่าจะมาสอนชาวนาให้ปลูกข้าวหรือ ซึ่งก็เปึนเรื่องที่พระองค์ท่านก็ใช้ความมานะอดทนในการเสนอข้อความที่สําคัญในการปฏิรูป ระบบเกษตร คือให้มีโครงสร้างของการปฏิรูประบบเกษตรในเรื่องของฟาร์มมิง เซกเตอร์ (Farming sector) แล้วก็นอ น ฟาร์มมิง เซกเตอร์ (Non-farming sector) ผมคงจะ ขยายความแบบกระชับสักนิดหนึ่งว่าในฟาร์มมิง เซกเตอร์ เราจะพูดถึงปัจจัยการผลิต ก็คือที่ดิน คน การจัดการ เงินอะไรต่าง ๆ เปึนฟาร์มมิง เซกเตอร์ โรงเรือนอะไรต่าง ๆ แต่นอน ฟาร์มมิง เซกเตอร์ก็คือเปึนหน้าที่ของรัฐที่จ ะต้องไปดูแล เช่น การจัดถนน อํานวยความสะดวก โรงเรียน น้ํา ไฟต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งสร้างหน่วยในการพิสูจน์โรคเข้าไป ในการดูแล ทําไมต้องเปึนอย่างนั้นครับ เพราะงานเกษตรกรรมนี่มันเปึนงานในเชิง วิทยาศาสตร์ เพราะฉะนั้นงานเชิงวิทยาศาสตร์มันจะต้องใช้เทคโนโลยีความรู้ความสามารถ เข้าไป ซึ่งจีเอ็มโอก็เหมือนกันนะครับ ขออนุญาตผ่านไปก่อน ประเด็นต่อมาก็คือที่พูดถึง เรื่องโครงสร้างของหน่วยงานที่ดูแลการผลิตมันจะต้องเปึนสายธารจากเกษตร ไปอุตสาหกรรม ไปพาณิชยกรรม ไปการท่องเที่ยวและบริการ มันจะต้องอินทิ เกรต (Integrate) เข้ามาด้วยกัน ซึ่งจะทําให้การพัฒนาสินค้าปฐมภูมิมันสร้างมูลค่าเพิ่มไปได้ เหตุที่สินค้าเกษตรมีการสร้างมูลค่าเพิ่มจะต้องมีจุดสําคัญก็คือการแบ่งปันมูลค่าเพิ่ม ทางเศรษฐกิจอย่างเปึนธรรม การแบ่งปันมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจอย่างเปึนธรรมจึงต้องมี รูปแบบคณะกรรมการขึ้นมาดูแลสินค้าเกษตรในแต่ ละประเภท ซึ่งการดูแลสินค้าเกษตร ในแต่ละประเภทจะต้องมีโครงสร้างของคณะกรรมาธิการที่มีลักษณะที่ทํางานได้ เช่นรูปแบบของอ้อยและน้ําตาล ซึ่งอ้อยและน้ําตาลนั้นหมายความว่ามีส่วนของผู้ผลิต ก็คือชาวไร่อ้อย มีส่วนของโรงงาน มีส่วนของรัฐ แล้วเขาเอามารวมกัน เสร็จแล้วก็มาเลือก ประธาน ซึ่งรูปแบบนี้ก็จะเห็นอยู่ในส่วนของพระราชบัญญัติอ้อย น้ําตาล พระราชบัญญัติ ปาล์มและน้ํามันปาล์มเท่านั้น ส่วนกรณีของมันสําปะหลัง ผลิตภัณฑ์มันสําปะหลังท่านไม่มี รูปแบบนี้ ขณะเดียวกันกรณีของอุตสาหกรรมเนื้อโค ท่านไปอีกรูปแบบหนึ่งเลยครับ ซึ่งผมค่อนข้างจะไม่ค่อยเห็นด้วยในเรื่องของโครงสร้างของคณะกรรมาธิการ ทีนี้เทคโนโลยี

ทางการเกษตรมันจําเปึนที่จะต้องใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เชื่อไหมว่าการผลิตเนื้อไก่ก็เปึน เทคโนโลยีทางจีเอ็มโอ โค กระบือ สุกรก็ใช้เทคโนโลยีทางพันธุศาสตร์เหมือนกัน แล้วก็ใช้ จีเอ็มโอเปึนมาร์กเกอร์ แม้แต่ข้าวก็ใช้จีเอ็มโอ จีเอ็มโอมันใช้ไปทั่วแล้วครับตอนนี้ เพราะฉะนั้นถ้าจะคิดคัดค้านอะไรก็แล้วแต่ ขอให้ศึกษาข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ให้ชัดเจน เสียก่อนนะครับ มันจะเปึนประโยชน์ต่อการพิจารณามาก ขอบพระคุณครับ